ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: เกรท หวนหวาน แมท ลุ้น 'ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ'


ที่ห้องประชุมธนาคารไทยธนกิจ ธนาคารระดับอินเตอร์เนชั่นแนลของไทย

เอกสิทธิ์พนักงานคนหนึ่งกำลังรายงานผลเศรษฐกิจประจำสัปดาห์ผ่านทางจอโปรเจกเตอร์ให้พนักงานฟัง

สวัสดิ์ที่ปรึกษาอาวุโสและเป็นหุ้นส่วนของธนาคาร น้องชายของคุณหญิงแขอุไรหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งในธนาคารนั่งฟังรายงานอยู่ และที่หัวโต๊ะมีผู้นั่งเก้าอี้ตัวหนึ่งหันหลังให้ที่ประชุม

“...ถ้าประเทศเล็กๆในยุโรปใช้หนี้ไม่ทันกำหนด จะส่งผลกระทบกับอียูแน่นอนครับ ส่วนทางฝั่งอเมริกา ฝ่ายวิเคราะห์ของแบงก์เราคาดว่ารัฐบาลจะออกมาตรการใหม่ทัน เลยมีผลกระทบไม่มากเท่าทางยุโรป แต่ไม่ว่ายังไง ก็ไม่กระทบกับแบงก์เรา เพราะส่วนใหญ่ เราถ่ายโอนพันธบัตรตราสารหนี้เกือบ 60 เปอร์เซ็นต์มาที่แบงก์ของจีนตั้งแต่ต้นปีตามคำสั่งของท่านรองประธานน่ะครับ”

“ก็แปลว่าอาทิตย์นี้ แบงก์เราก็ยังแล่นฉิวไร้ปัญหาต่อไป” สวัสดิ์สรุปแล้วหันไปทางหัวโต๊ะ “ท่านรองประธานของพวกเราควรรับจ๊อบหมอดูอีกทางนะ เดาสภาพเศรษฐกิจได้แม่นเกิ๊น”

พนักงานหัวเราะกับการหยอกเอินของสวัสดิ์ สวัสดิ์สรุปว่า “ก็แปลว่า ไม่มีอะไรน่ากังวล”

“ไม่ครับ ยังน่ากังวลอยู่” ผู้นั่งหัวโต๊ะที่สวัสดิ์เรียกว่าท่านรองประธานเอ่ยขึ้น เขาคือปูรณ์ หนุ่มหน้าตาคมสันวัย 30 ต้นๆนั่นเอง เขาวางหนังสือพิมพ์จีนลงบนโต๊ะ เอ่ยกับทุกคนที่มองเขางงๆว่า “ประธานาธิบดีกับนายกฯจีน เพิ่งประชุมร่วมกันเมื่อเช้า เราไม่แน่ใจว่า จีนจะลดค่าเงินหยวนตามแรงกดดันของอเมริการึเปล่า ถ้าลด เราก็ต้องเตรียมแผนสำรองไว้”

ปูรณ์เรียกเอกสิทธิ์ที่รายงานเมื่อครู่นี้สั่ง “ให้ฝ่ายวิเคราะห์จับตาดูท่าทีของจีนให้ดี ถ้าเกิน 5 โมงเย็นเวลาบ้านเราไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราค่อยวางใจได้”

สวัสดิ์เอ่ยขึ้นว่าหมดเรื่องแล้วปิดประชุมได้ เพราะท่านรองประธานต้องรีบไปงานสำคัญ แต่ปูรณ์ขัดขึ้นว่ายังมีอีกเรื่อง สวัสดิ์ชะงัก ปูรณ์บอกว่า “พี่สวัสดิ์เรียกผมว่ารองประธานทีไร ผมเขินทุกที เรียกผมว่าปูรณ์ตามเดิมเถอะครับ” ฟังแล้วสวัสดิ์ถอนใจโล่งอกรีบตอบรับ

เลิกประชุมแล้วพนักงานพากันเดินขำๆ กับการหยอกเย้ากันของปูรณ์กับสวัสดิ์ มีพนักงานสองสามคนเอาเอกสารไปให้ ปูรณ์ดูด้วยท่าทีที่ทั้งสนิทและให้ความเคารพนับถือ

สวัสดิ์เห็นภาพนั้นก็หน้าตึงมองปูรณ์ด้วยแววตาชิงชัง!

ooooooo

ที่สนามบิน คุณหญิงแขอุไรไปรับลม หรือลาภิศ ลูกชายวัย 25 ปีไปเรียนที่ฝรั่งเศสหลายปีเพิ่งกลับมา คุณหญิงท่าทางอารมณ์เสีย พอหันเห็นลมเข็นรถขนสัมภาระยิ้มอารมณ์ดีมา คุณหญิงบ่นอย่างหงุดหงิดทันที

“ฉันนึกว่าแกไปตายอยู่ปารีสเสียแล้ว! นายลาภิศ!”

“ถ้าผมตาย คุณหญิงแขอุไรจะช่วยจัดงานศพให้ผมอย่างสมเกียรติรึเปล่าล่ะครับ” ลมยิ้มหน้าเป็นนิดๆ พอมาถึงก็กอดคุณหญิงอ้อน “คิดถึงแม่จังเลยยยยย” คุณหญิงอารมณ์ดีขึ้นประสาแม่ที่แค่หมั่นไส้ลูกชาย พอถูกอ้อนก็หายแต่ไม่วายบ่น

“นึกว่าชาตินี้จะไม่ได้กอดลูกชายคนเดียวของฉันเสียแล้ว”

สองแม่ลูกงอนกันอ้อนกันตามประสา คุณหญิงบ่นว่าอยู่เมืองนอกตั้งหลายปีโทร.มาหาไม่เกินสองครั้ง แล้วสองครั้งนั้นก็โทร.มาขอเงินด้วย พอลมอ้อนว่า “เงินไม่เหลือสักยูโร แม่ไม่กลัวลูกชายจะกลายเป็นคน HOMELESS หรือไงครับ”

“ก็เพราะฉันกลัวน่ะสิ ถึงได้รีบเรียกแกกลับมาเสียที แต่แกก็มัวแต่ยึกยักเลื่อนไฟลท์ให้ฉันรอเก้อตั้งหลายรอบ แกช่วยตั้งใจทำแผนการที่แม่วางไว้เสียให้เรียบร้อย แล้วอีกหน่อยแกก็ไม่ต้องมาแบมือขอเงินฉันแล้ว”

“ตกลงแม่จะให้ผมทำตามแผนจริงๆเหรอ” ลมชะงัก หายหน้าเป็นกลายเป็นเครียด คุณหญิงก็แทบ ตบอกผางร้อง

“ต๊าย...แกจะถามอะไรป่านนี้ ถ้าไม่ให้ทำตามแผน ฉันจะให้แกถ่อกลับมาเหรอ!” ลมอึกๆอักๆ บอกว่าตนมาคิดดูมันไม่...แต่ไม่ทันพูดจบคุณหญิงก็ขัดขึ้น “แกไม่ต้องคิด! ฉันเป็นคนคิดเอง แกแค่ทำตามที่ฉันคิดก็พอ” แล้วคุณหญิงก็ตัดบทเร่งให้รีบไปเพราะเดี๋ยวจะต้องรีบไปให้ทันงานสำคัญวันนี้อีก ลมถอนใจเดินตามคุณหญิงไปที่รถเซ็งๆ

ooooooo

เวลาเดียวกัน ที่หน้าห้องประชุมธนาคารไทย-ธนกิจ ปูรณ์เดินออกจากห้องประชุมมีสวัสดิ์เดินตามมา

ปูรณ์หยุดมองรูปปั้นของท่านเจ้าสัววรรณ ชายสูงวัยในชุดขาวอย่างเคารพ สวัสดิ์มองเขายิ้มเยาะพูดเหน็บว่า

“ท่านเจ้าสัววรรณคงดีใจที่เห็นหลานชายของท่านดูแลไทยธนกิจได้ดีขนาดนี้ แต่น่าเสียดายที่ไม่ใช่หลานชายในสายเลือดแท้ของตระกูล วรรณดำรง”

“จะเป็นสายเลือดของวรรณดำรงหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ผมแค่ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคุณพ่อจรัลให้ดีที่สุดเท่านั้นครับ” ปูรณ์พูดน้ำเสียงราบเรียบทั้งที่รู้ว่าโดนเหน็บ

สวัสดิ์ถามว่าแม้ว่าสุดท้ายทุกอย่างจะกลับไปเป็นของหลานสาวแท้ๆของวรรณดำรง เขาจะไม่เหลืออะไรเลยงั้นหรือ? บอกว่าตนไม่เชื่อว่าจะมีคนเมินกองเงินแสนล้านนั่นไปได้

“ผมไม่ใช่เจ้าของมันตั้งแต่ต้น ถ้าผมคิดละโมบ อยากได้มันไว้ ผมก็เป็นคนอกตัญญูชัดๆ และถ้าใครคิดอย่างนั้น ผมก็ถือว่าเป็นพวกทรยศต่อวรรณดำรงเหมือนกัน ซึ่งผมยอมไม่ได้เป็นอันขาด” ปูรณ์พูดจริงจังอย่างมีนัย

“จะมีใครหน้าไหนกล้าทำอย่างนั้น งั้นพี่ไปทำงานต่อล่ะ ท่านรองประธาน” สวัสดิ์เรียกประชดแล้วเลี่ยงไป

เป็นจังหวะที่ชั้นฉัตรเดินมา เขายกมือไหว้สวัสดิ์แต่ฝ่ายนั้นเดินผ่านไปไม่สนใจ ชั้นฉัตรมองตามเปรยขำๆว่า

“ท่าทางจะเครียดท้องอืดไปอีกสามวันเจ็ดวัน” ปูรณ์ถามว่าพูดอะไรตนไม่เข้าใจ “ก็เรื่องคุณสวัสดิ์ไง แกไม่รู้เรื่องล่ะสิ ที่คุณสวัสดิ์แกนึกว่าอียูจะไม่มีปัญหาเลยไปดักช้อนหุ้นไว้เต็มมือ เห็นว่าแค่เช้านี้แกเสียไปหลายล้านเลยนะ”

“ไม่ใช่ล้าน แต่เป็นสิบๆล้าน” ชั้นฉัตรตาโตที่ปูรณ์รู้ ถามว่ารู้แล้วทำไมไม่ห้าม “คิดว่าที่ปรึกษาอาวุโส แถมเป็นหุ้นส่วนของแบงก์อย่างเขาเคยฟังฉันเหรอ...เมื่อคนไม่คิดจะฟัง ก็ไม่มีประโยชน์ที่เราจะพูด”

ooooooo

ที่โถงด้านล่างของธนาคารซึ่งกว้างใหญ่สวยงามทันสมัย มีผู้คนทั้งคนไทยและต่างชาติเดินกันขวักไขว่

ขณะนั้นเองหญิงสาวหน้าตาดีใส่ชุดสวยและแว่นตากันแดดเดินเฉิดฉายเข้ามา ความโดดเด่นของเธอทำให้หลายๆคนมองตาม ครู่หนึ่งมีผู้ชายตุ้งติ้งเดินหิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมสีแจ๋ตามหญิงสาวสวยคนนั้นเข้ามา เธอคือมุกริน และพี่บีคือผู้จัดการส่วนตัวของเธอนั่นเอง

มุกรินเดินไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ พี่บีรีบตามไปบอกว่ามาพบคุณปูรณ์ พนักงานถามว่านัดกันไว้หรือ พี่บีโวยวายว่าระดับพวกตนต้องนัดด้วยหรือ รู้จักหรือเปล่าว่าพวกตนเป็นใคร เลยโต้เถียงกันจนคนแถวนั้นหันมอง มุกรินพยายามให้พี่บีลดเสียงลง พี่บีโวยไม่เลิกว่าทำแบบนี้ไม่ให้เกียรติดาราดังอย่างมุกริน ผู้จัดการอย่างตนรับไม่ได้

ooooooo

ปูรณ์เดินเข้าห้องทำงานที่กว้างใหญ่แต่กลับตบแต่งอย่างเรียบง่าย ที่ฝาผนังมีรูปเขียนของเจ้าสัววรรณนั่งเก้าอี้โดยมีจรัลยืนอยู่ข้างๆ ในฐานะพ่อลูกกัน เขาเดินไปยืนดูวิวนอกหน้าต่าง พอชั้นฉัตรตามเข้ามา เขาบอกว่า

“แกควรจะเลิกเรียกฉันว่ารองประธานเสียที เราสองคนเพื่อนกันนะโว้ย”

ชั้นฉัตรอ้างว่าจะให้เรียกเป็นไอ้ปูรณ์หรือ? เสียการปกครองหมด ปูรณ์บอกว่าตนอยู่ในตำแหน่งนี้ชั่วคราว ถึงเวลาหลานสาวเขามาก็รับกลับคืนไป

“วีว่าน่ะเหรอ”

“ใช่...วรรณวิวาห์ วรรณดำรง เจ้าของกิจการของไทยธนกิจทั้งหมด!”

ชั้นฉัตรไม่เชื่อว่าวีว่าจะมาดูแลกิจการธนาคารได้เพราะเธอคลั่งบริษัทเวดดิ้งแพลนเนอร์ของตัวเองจนเข้าสายเลือดเพราะอยากเป็นเจ้าสาวมาแต่เด็ก พลันก็นึกได้ถามว่ากี่โมงแล้ว เดี๋ยวไปงานสำคัญไม่ทันมีหวังโดนเจ้าขาซึ่งก็คือน้องสาวของวีว่าแฟนของตัวเองบ่นหูหลุดแน่

ปูรณ์ขำที่ชั้นฉัตรกลัวแฟนถึงขนาดนั้น ถูกชั้นฉัตรปรามาสว่าถ้าตัวเขาเองมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเมื่อไหร่จะรู้สึก ทุกวันนี้ก็เอาแต่ควงดาราไปวันๆ ปูรณ์โต้ว่าตนไม่เคยควงสาวที่ไหน ชั้นฉัตรยกตัวอย่างมาเป็นกระตั้ก เดินโต้เถียงกันจนลงมาถึงห้องโถง เจอพี่บีกับมุกรินที่กำลังโต้เถียงกับพนักงานอยู่

พอเห็นปูรณ์ มุกรินก็ตรงเข้าควงแขนทันที พี่บี บอกว่าวันนี้ตนติดธุระจะฝากมุกรินไปงานกับปูรณ์ด้วย ชั้นฉัตรเห็นดังนั้นฉวยโอกาสขอตัวไปก่อน และพี่บีก็รีบปลีกตัวไป พอแยกออกมาแล้ว พี่บีแอบดูและถ่ายรูปมุกรินกับปูรณ์ที่ควงกันออกไป ส่งรูปไปให้นิตยสารบอกว่า ส่งมาให้ที่นี่ที่เดียว เตือนว่าแล้วอย่าลืมส่วนแบ่งเหมือนเดิม พอกดวางสายก็มองตามรถของปูรณ์ที่ขับพามุกรินออกไปหัวเราะคิกคัก

“ยัยมุกรินเอ๊ย...เธอเกิดมาเพื่อทำให้ฉันร่ำรวยจริงๆ...ปิดจ๊อบ!!”

ooooooo

วีว่านอนหลับ ฝันไปว่าตนเข้าสู่พิธีวิวาห์ในโบสถ์แบบคริสต์ เจ้าบ่าวเป็นคนที่เธอฝันเห็นบ่อยๆ เธอเรียกเขาว่านายลึกลับ บาทหลวงถามว่า พ่อแม่คิดยังไงถึงได้ตั้งชื่อแบบนี้ ชายหนุ่มบอกว่าชื่อนี้วีว่าเป็นคนตั้งให้ตน

“ก็วีว่าถามเขาหลายที เขาก็ไม่ยอมบอกว่าชื่ออะไรก็เลยเรียกเขาว่า ‘คุณลึกลับ’ ค่ะ” วีว่าบอกแล้วชี้แจงกับบาทหลวงว่า “คุณลึกลับเขาชอบมาปรากฏตัวให้หนูเห็นในฝันบ่อยๆค่ะ เอะอะก็ฝันถึง จนหนูก็งงว่าเขาเป็นใคร”

พอพูดถึงความฝัน วีว่าจึงรู้ว่าตัวเองกำลังฝันมองไปรอบตัวมีแต่ตน คุณลึกลับ และบาทหลวงเท่านั้น คุณลึกลับบอกว่า เธอกำลังฝันและตนก็มาเตือนว่าตื่นได้แล้ว ลืมไปแล้วหรือว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของเธอ

วีว่านึกได้ดูนาฬิกาแล้วโวยวายว่าสายแล้ว ยัดช่อดอกไม้ใส่มือบาทหลวง ถกกระโปรงชุดแต่งงานวิ่งตะบึงไปทางประตูโบสถ์ทันที บาทหลวงมองตามพึมพำขำๆงงๆ “เป็นเจ้าสาวที่เพี้ยนที่สุดเท่าที่พ่อเคยเจอมา”

“เธอแค่เป็นหญิงสาวที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าสาวมากไปหน่อยเท่านั้นเองครับคุณพ่อ” คุณลึกลับยิ้มๆ

“อ้อ...ความฝันของหญิงสาวแทบทุกคนสินะ” บาทหลวงเอ่ยหันมองคุณลึกลับ “เออ...ว่าแต่จริงๆ แล้วคุณเป็นใครกันแน่ คุณลึกลับ?”

“จุ๊ๆ ผมยังบอกใครไม่ได้ตอนนี้ครับ”

“อ้าววว...ซะงั้น?!” บาทหลวงเลยต้องงงต่อไป

ทันใดนั้นทุกอย่างสว่างจ้าขึ้น วีว่าสะดุ้งตื่นลุกขึ้นนั่งแล้วล้มตัวลงนอนอีก บ่นอุบอิบ...

“ฝันถึงงานแต่ง ฝันถึงคุณลึกลับอีกแล้ว...ตกลงมันยังไงกันเนี่ย????” วีว่าทำท่าจะหลับต่อ แต่พอนึกได้ก็ลุกขึ้น “ตายแล้ว...งาน! สายแล้ว!!!” พอดูนาฬิกาเป็นเวลาบ่ายสาม คราวนี้ลุกพรวดรีบเข้าห้องน้ำ เดินผ่านชุดเจ้าสาวแสนสวยที่ใส่ในความฝันเมื่อครู่นี้ ก้าวข้ามเครื่องเย็บปักถักร้อยที่เพิ่งแต่งชุดเจ้าสาวเสร็จเมื่อครู่นี้ที่ยังวางเกลื่นอยู่ที่พื้น

ooooooo

ที่โรงแรมระดับ 5 ดาวใจกลางกรุงเทพฯ สถานที่จัดงานเปิดตัว วรรณวิวาห์เวดดิ้ง...

ทีมงานออกาไนซ์ อันมี อโณทัย ที่เจ้าตัวสั่งห้ามใครเรียกชื่อนี้แต่ให้เรียกอีโนแทน เธอเป็นเกย์ที่ร่าเริงเพื่อนรักของวีว่า มีเจ้าขา น้องสาวคลานตามกันมาของวีว่า และพี่หมีผู้จัดการทั่วไปของวรรณวิวาห์เวดดิ้ง ทั้งสามมาเตรียมงานและรอวีว่าอยู่ที่โรงแรม ยิ่งนานไปต่างก็ร้อนใจที่วีว่าไม่มาสักที เจ้าขากดมือถือพลางบอกอีโนกับพี่หมีว่า

“ไร้วี่แวว เครื่องก็ปิด เมื่อตอนสายๆ เจ้าขายังเห็นพี่วีว่าแก้ชุดเจ้าสาวตัวพิเศษนั่นอยู่เลย บอกว่าแก้เสร็จแล้วจะขอนอนแป๊บ สงสัยแป๊บจนเพลินแน่เลย”

แต่ที่บ้านวรรณดำรง บ้านของวีว่า เจ้าตัวกำลังลุกลี้ลุกลนขนชุดเจ้าสาวไปไว้ในรถมีกิ๊บเด็กรับใช้คอยส่งโน่นนี่นั่นให้พอขึ้นรถได้ก็สตาร์ตเครื่อง ภายในสามวินาทีรถก็พุ่งทะยานออกไปราวกับติดจรวดทันที

ooooooo

ในรถของคุณหญิงแขอุไรที่นั่งมากับลมที่เปลี่ยนแต่งชุดสูทหล่อเนี้ยบแต่ยังไม่ได้ผูกไท เขานั่งฟังคุณหญิงแม่บ่นมาตลอดทางว่า โทร.ตามหาตามบ้านเพื่อนจนทั่วฝรั่งเศสก็ไม่มีใครเจอ บ่นจนคอแห้งแล้วก็มาลงที่คุณพ่อเขาว่า

“แกอย่ามาทำตัวเหมือนพ่อแกเด็ดขาดนะ ไม่งั้นฉันเอาเลือดแกออกจากหัวแน่!!”

“แม่ครับ พ่อตายตั้งนานแล้ว แม่ยังจะแขวะอีกเหรอ?” ลมถอนใจเฮือก เลยถูกบ่นต่อว่า จะไม่ให้แขวะได้อย่างไรตนกลัวเชื้อไม่ทิ้งแถว ซ้ำปรามว่า

“ฉันรู้นะว่าแกตามกกผู้หญิงคนหนึ่งอยู่แน่ๆ กกได้กกไป แต่อย่าท้องเด็ดขาด!” เห็นลมชะงัก คุณหญิงโวยหนักกว่าเก่า “นี่แกอย่าบอกนะว่าไปทำอีนังไหนมันท้องเสียแล้ว นี่ข่าวที่ฉันสืบมามันจริงใช่ไหม? ใคร? ใครที่แกไปกกด้วยจนไม่เป็นอันเรียนน่ะใคร! บอกฉันมาสิ ใคร!!”

ลมทนไม่ไหวโวยกลับไปว่าตนโตแล้ว ถ้ามีเรื่องตนเคลียร์ได้ คุณหญิงย้ำปรามว่าอย่าปล่อยให้ผู้หญิงท้องโย้มาทำงานแต่งงานล่มก็แล้วกัน ลมถามว่า “แล้วแม่แน่ใจเหรอว่าวีว่าจะยอมแต่งงานกับผมจริงๆ”

“ก็แกบอกเองไม่ใช่เหรอว่าแกสองคนรู้สึกปิ๊งปั๊งกันมาตั้งแต่เด็ก เวลายัยวีว่าจับเพื่อนๆเล่นเกมแต่งงานมันก็เลือกแกเป็นเจ้าบ่าวทุกครั้งไปนี่”

“นั่นมันตอนเด็กๆ ตอนนั้นวีว่าก็น่ารักดี แต่พอโตมาก็บ้างาน เชื่อมั่นในตัวเอง ขี้วีน ผมชักไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ายังชอบวีนอยู่หรือเปล่า” คุณหญิงแม่สวนทันควันว่า เขาต้องชอบเพื่อสมบัติทุกอย่าง ลมถอนใจถามเซ็งๆว่า “มีตอนไหนบ้างไหมที่แม่ไม่คิดถึงเรื่องเงิน?”

“มี! ตอนที่ฉันตายไปแล้ว...ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนก็แล้วไป แต่ฉันกลัวอยู่คนนึง มันอาจจะมาเป็นก้างขวางคอให้แผนเราล่มก็ได้” ลมถามว่าใคร? “นายปูรณ์” คุณหญิงจิกเรียกอย่างชิงชัง

ooooooo

พี่บีโยนมุกรินให้ปูรณ์แล้ว ตัวเองไปนั่งทำเล็บสบายใจเฉิบ จนมุกรินโทร.มาบอกว่าปูรณ์พาตนไปทิ้งไว้ในห้องรับแขกที่บ้านนั่งอยู่คนเดียว บอกว่าตัวเองต้องไปดูแลคุณพ่อก่อนไปงาน

ต่อว่าพี่บีว่าไหนบอกว่าปูรณ์เป็นลูกบุญธรรม พี่บี บอกว่าถึงเป็นลูกบุญธรรมแต่ก็รักมากและไว้ใจมากที่สุด ยังไงเขาก็เป็นตัวเงินตัวทองของมุกรินเห็นๆอยู่ มุกรินบ่นว่าน่าเบื่อจะตาย

“หน็อย...มาบ่นเบื่อ อย่างน้อยเขาก็หล่อ ดูดี มีเสน่ห์กว่าเสี่ยคนอื่นๆที่ฉันจับให้หล่อนแล้วกัน หรือหล่อนอยากจะเดตกับเสี่ยบุญส่งปากเหม็นเป็นเกลื้อนที่ต้นคออีก?” ถูกมุกรินวางสายใส่ พี่บีเลยบ่นกับตัวเอง “หน็อย แม่นี่ ปั้นจนดังมาทำเรื่องมาก! เดี๋ยวแกไม่มีใครเอาแล้วจะรู้สึก วันนี้ดาราใหม่มันเกิดใหม่ทุกวินาทีนะยะ!”

มุกรินยังนั่งหง่าวอยู่ที่ห้องรับแขก ครู่หนึ่งเสียงสัญญาณไลน์ดังขึ้น มุกรินเปิดดู

“Arrive now. Miss you XXX from your L.”

อ่านข้อความจบ มุกรินยิ้มกว้างทันที

ooooooo

ปูรณ์ดูแลคุณจรัลอยู่ที่ห้องนอน เขายกน้ำให้ดื่มแล้วถามอย่างอ่อนโยนว่าหิวหรือยังจะได้ให้ป้าแอ๊วเอาอาหารขึ้นมาเลย คุณจรัลบอกว่ายังไม่หิว แล้วถามถึงงานที่แบงก์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ปูรณ์บอกว่ายุโรปกับอเมริกามีปัญหา แต่ยังรับมือไหว จรัลรำพึงว่าถ้าไม่ได้เขาก็คงรับมือไม่ไหวหรอก

“ผมคนเดียวทำอะไรไม่ได้หรอกครับคุณพ่อ สมัยที่คุณพ่ออยู่ที่นั่น คุณพ่อสร้างคนเก่งๆไว้ในแบงก์เยอะมากต่างหากล่ะครับ” ปูรณ์พูดอย่างถ่อมตน

“คนเก่งกับคนโลภ บางทีก็เป็นคนคนเดียวกันนะปูรณ์” ปูรณ์ชะงักไปนิดหนึ่งก่อนบอกจรัลว่าตนระวังอยู่เสมอและรู้ดีว่าควรจะระวังใคร จรัลจับมือปูรณ์บีบแน่นจนเขารู้สึก “พ่อฝากไทยธนกิจด้วยนะ อย่าให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณป๋า...ท่านเจ้าสัววรรณท่านสร้างขึ้นมา ต้องมลายหายไปเด็ดขาด”

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมเคยสัญญากับคุณพ่อไว้แล้ว และผมจะรักษาสัญญานั้นตลอดไป”

“แค่นี้พ่อก็นอนตายตาหลับ” คุณจรัลปล่อยมือปูรณ์ มองไปทางอื่น ปูรณ์บอกว่าคุณพ่อยังแข็งแรงดี คุณจรัลก็ติงว่าไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ตนใช้ชีวิตมาเต็มที่แล้ว ความสุขก็มีพอแล้ว ถ้าวันหนึ่งจะต้องไป ตนก็พร้อม ย้ำกับปูรณ์อย่างมีความนัยว่า

“ความสุข เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ลูกอย่าทำงานจนลืมที่จะมีความสุขนะ”

“ทุกวันนี้ผมก็มีความสุขเกินกว่าที่เด็กกำพร้าคนนึงจะมีแล้วครับ ถ้าวันนั้นคุณพ่อไม่พาผมเข้ามาอยู่ที่นี่ ป่านนี้ผมก็ไม่รู้จะเป็นยังไง”

“คนมันจะดี อยู่ที่ไหนมันก็ดีทั้งนั้นแหละ อยู่ดูพ่อพอแล้ว รีบไปเถอะ วันนี้ยัยวีว่าเขาจัดงานไม่ใช่เหรอ”

“ใช่ครับ แต่แขกเหรื่อคงมากเหมือนทุกปี ผมไปช้าหน่อยคงไม่เป็นไร อีกอย่างหลานผมก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้าผมสักเท่าไหร่” คุณจรัลบอกว่าวีว่ายังเด็ก เด็กเกินกว่าที่จะรู้ว่าคู่ควร....คุณจรัลพูดแค่นั้นแล้วหยุดมองหน้าปูรณ์อย่างมีความหมายแต่ตัวเขาเองกลับงง ถามว่า “คุณพ่อพูดอะไรเหรอครับ”

“เปล่า...แต่คนดีย่อมควรคู่กับคนดี...จริงไหมปูรณ์” ปูรณ์พยักหน้างงๆ ไม่เข้าใจนัยในคำพูดของคุณจรัลอยู่ดี

ooooooo

วีว่าขับรถอย่างเร็วพลางคุยโทรศัพท์กับมาร์ตินเพื่อนต่างชาติผ่านสมอลล์ทอล์กไปด้วย พอวางสายจากมาร์ตินวีว่าร้อนใจกลัวไปงานไม่ทัน ซ้ำร้ายรถติดอย่างหนัก

ความใจร้อนทำให้วีว่าขับรถฉวัดเฉวียนแซงซ้าย ปาดขวาพอแซงไปได้เธอยิ้มอย่างพอใจกับผลสำเร็จของตน

ณ โรงแรมที่จัดงาน อีโน พี่หมี และเจ้าขา ต้อนรับแขกและพูดคุยกันรอเวลา บรรดาแขกและเหล่าดีไซเนอร์ รวมทั้ง บก.นิตยสารแฟชั่นกำลังยืนคุยและดูรายละเอียดของงานวรรณวิวาห์เวดดิ้งกันอย่างทึ่ง

ระหว่างนั้นพี่หมีเดินมาถามอย่างไม่สบายใจว่า โทร.หาวีว่าติดหรือยัง พอรู้ว่ายังพี่หมีก็ยิ่งร้อนใจ แต่ทันใดนั้น อีโนก็ทำให้ตื่นเต้นยิ่งกว่า เมื่อบอกเจ้าขากับพี่หมีว่าตนตื่นเต้นคนที่มาถึงแล้วต่างหาก ทั้งสองถามว่าใคร อีโนทำปากบอกเบาๆ ว่า

“คุณย่าพริ้มเพรา!!”

ooooooo

ทุกคนมองไปที่ประตูทางเข้า เห็นคุณย่าพริ้มเพรา น้องสาวแท้ๆของคุณปู่จรัลเดินเข้ามาอย่างสง่างามสมวัย โดยมีใจเด็ดและวารุณีคุณพ่อคุณแม่ของวีว่าเดินขนาบ

คุณย่าพริ้มเพราครองตัวเป็นโสด เจ้าระเบียบ เนี้ยบ เฮี้ยบ เฉียบขาดจนทุกคนในอาณาจักรวรรณดำรง ต่างหวาดกลัวและไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งคุณย่าเลย

อีโนที่ปกติจะแด๊ะแด๋ประสาเกย์ แต่พอเห็นคุณย่าพริ้มเพรามาก็แอ๊บแมนเพราะรู้ดีว่าคุณย่าไม่ชอบแต๋วตุ๊ดกะเทยเก้งกวางบ่างชะนีทั้งปวง พอมาใกล้ คุณย่าเรียก “อโณทัย” เท่านั้น อีโนก็สะดุ้งโหยง คุณย่าถามว่าวีว่าหลานตนอยู่ไหน อีโนอึกอักกลืนน้ำลายเอื๊อกเพราะยังติดต่อวีว่าไม่ได้เลย

ฝ่ายคุณหญิงแขอุไรนั่งคุยมากับลมในรถ เตือนลมเรื่องวีว่าว่าให้ระวังปูรณ์ให้ดี ลมหัวเราะขำๆ ถามว่า

“ต้องระวังอาปูรณ์ ลูกเลี้ยงของคุณปู่จรัลน่ะเหรอ ยังไงอาปูรณ์ก็แค่คนนอกสายเลือดวรรณดำรงนะครับแม่”

“แกอย่าประมาทไปนายลาภิศ! ตอนแกไม่อยู่ ปูรณ์มันใหญ่ขึ้นทุกวัน ตอนนี้มันเป็นรองประธานไทยธนกิจก็จริง แต่ใครๆก็รู้ว่ามันนั่นแหละเป็นประธานเงาชัดๆ เพราะคุณปู่จรัลน่ะนอนเป็นผักอยู่บนเตียงไปไหนไม่ได้หลายปีแล้ว ถ้าเกิดไอ้นายปูรณ์มันไปบังคับให้

คุณปู่จรัลยกสมบัติให้มันหมดล่ะ! ตายแล้ว ทำไงดีเนี่ย? ทำยังไง...ทำยังไง...ไม่ได้แล้วต้องปรึกษาสวัสดิ์คิดหาทางไว้ก่อน”

คุณหญิงร้อนรนขึ้นมาทันที ยกมือถือกดโทร.ออก ลมทำหน้าเซ็ง หยิบมือถือตัวเองขึ้นกดไลน์ไปที่ใครคนหนึ่ง ครู่เดียวคนคนนั้นก็ส่งข้อความกลับมา เขารีบอ่าน... “When you arrive, Call me XXX from Your R.” ลมอ่านข้อความนั้นอย่างมีความสุข

ระหว่างวีว่าขับรถมาอย่างเร่งรีบ เธอถูกรถคันหนึ่งปาดหน้าแล้วจอดทันที วีว่าตกใจเหยียบเบรกมิดหยุดรถได้ห่างจากรถคันนั้นแค่ฝ่ามือเดียว!

วีว่าลงไปโวยฝ่ายตรงข้ามอย่างฉุนเฉียว แล้วเธอก็ชะงักเมื่อเขาคือ เมธี! เพื่อนเก่าที่กลายมาเป็นศัตรูกันนั่นเอง!

ทันทีที่เผชิญหน้า เมธีปาซองหมายศาลใส่หน้าวีว่าตวาด “นี่เธอกล้าให้ทนายมาฟ้องฉันเลยเหรอ?”

ปัญหาขัดแย้งของเมธีกับวีว่าคือ ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย จบแล้วมาทำวรรณวิวาห์เวดดิ้งด้วยกัน ต่อมาเมื่อขัดแย้งและแยกกัน เมธีก็แอบก๊อบปี้ความคิด รูปแบบชุดแต่งงาน รูปแบบการจัดงานแต่ง ทุกอย่างที่วรรณวิวาห์เวดดิ้งทำเอาไปใช้กับร้านใหม่ของตัวเอง จนถูกวีว่าฟ้อง

วีว่าบอกว่าตนไม่ได้หวังเงินค่าปรับอะไรจากเขา ถ้าได้เงินมาตนก็จะเอาเศษเงินนั้นไปบริจาคเลี้ยงหมาจรจัด

“หมาจรจัดงั้นเหรอ พอซะทีวีว่า เพราะเธอมันปากจัดแบบนี้ไง ถึงไม่มีผู้ชายหน้าไหนกล้าเอาเธอเป็นแฟน”

“แล้วไอ้ผู้ชายคนไหนที่มันเคยคุกเข่าอ้อนวอนขอให้ฉันรับรักขอให้ฉันเป็นแฟนมันล่ะ? แล้วยังเรื่องคืนนั้นอีก นายควรจะถูกตำรวจจับไปตั้งแต่คืนนั้นแล้วด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่โดนไล่ออก แล้วย้อนกลับมาจ้องทำลายบริษัทฉัน ฉันบอกไว้เลยนะว่าผู้ชายแบบนี้ ผู้หญิงคนไหนคิดจะเอาเป็นแฟนมันก็โง่เต็มที!!”

วีว่าสะบัดมือจากเมธีด่าว่า ผู้ชายแบบนี้ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตน เมธีชี้หน้าด่าอย่างเดือดดาลว่า จำไว้เลยว่าสักวันเธอต้องเสียใจกับสิ่งที่เคยทำกับตน อาฆาตว่า

“สักวันเธอจะต้องเป็นฝ่ายคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องฉัน!”

หลังจากนั้น เมธีไปนังดื่มในร้านเหล้าของวิคทั้งที่ร้านยังไม่เปิด วิคเดินมาทักว่าสงสัยว่าจะมีเรื่องขุ่นใจเต็มที่มีอะไรให้วิคคนนี้บริการหรือรับใช้ไหม? เมธีบอกว่ามี แต่ตอนนี้ฉันไม่แน่ใจว่าถึงเวลาหรือยัง ถามชิมลางว่า

“ถ้าแกแน่จริงอย่างที่แกชอบโม้ แกมีมือปืนดีๆ ให้ฉันสักคนไหมล่ะ”

“ผมมีให้คุณหลายคนเลยด้วยซ้ำ”

“ดี!” เมธียิ้มร้าย

ooooooo

ขณะที่อีโน เจ้าขา และพี่หมีกำลังตึงเครียดเพราะใกล้เวลางานแล้วแต่วีว่ายังไม่มาอยู่นั้น ก็มีเหตุให้ตื่นเต้นกว่าเข้ามาแทรก เมื่ออีโนเหลือบเห็นปูรณ์ควงมุกรินเข้ามา ทุกคนมองไปเป็นตาเดียว ช่างภาพกรูกันไปถ่ายรูปและสัมภาษณ์

คุณย่าพริ้มเพราเห็นปูรณ์ควงมุกรินเข้ามาก็มองตาขวาง สั่งใจเด็ดให้ไปตามปูรณ์มาหาทันที

มุกรินให้สัมภาษณ์ตามแบบฉบับนักแสดงที่ตอบคำถามเรื่องคู่ควงว่าเป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกัน ส่วนปูรณ์ปลีกตัวไปคุยกับนักธุรกิจชาวจีนด้วยภาษาจีนอย่างสนิทสนม จนเมื่อใจเด็ดเข้าไปบอกว่าคุณย่าพริ้มเพราให้ไปหา ปูรณ์หน้านิ่งไปนิดหนึ่งแล้วขอตัวกับนักธุรกิจที่คุยกันอยู่ เดินผ่านเจ้าขา อีโน และพี่หมี ทุกคนสวัสดีและทักทาย เขาบอกเจ้าขาว่าเดี๋ยวอามาคุยด้วย

“นั่นไง ว่าไว้ไม่มีผิด คุณย่าพริ้มเพราให้พ่อมาตามอาปูรณ์ไปด่าอีกแหงๆ” เจ้าขาฟันธง อีโนบอกว่าน่าสงสาร พี่หมียุให้เจ้าขาไปห้ามคุณย่าสิ เจ้าขาทำเสียงสยองว่า “โอ้โห!” ให้ไปห้ามคุณย่าพริ้มเพรา ให้ไปห้ามรถถังยังง่ายกว่านะคะคุณพี่”

ปูรณ์เข้าไปสวัสดีคุณย่าที่เขาเรียกว่าคุณอาอย่างนอบน้อมพูดออกตัวว่าตนไม่ทันเห็นว่าคุณอามาที่งานแล้ว

“ไม่ทันเห็นหรือว่าแกพร้อมจะมองข้ามหัวฉันไปแล้ว! ดีแต่วางมาดใหญ่โต คุยกับคนโน้นคนนี้”

ปูรณ์ชะงัก ใจเด็ดขยับจะพูดก็ถูกห้ามทันทีว่าไม่ต้องพูดอะไร วารุณีจะชี้แจงก็ถูกปรามว่า “เธอก็ด้วยวารุณี!” ทุกคนเลยได้แต่นั่งจ๋อยฟังคุณย่าร่ายยาว...

“คนบ้านวรรณดำรงสมัยนี้มันเป็นยังไงกัน ปล่อยให้ไอ้คนนอกสายเลือดมาเป็นใหญ่เป็นโตแล้วก็มองข้ามหัวทุกคนไปหมด แม้แต่หัวหงอกอย่างฉันมันยังไม่เว้น” ปูรณ์เอ่ยเบาๆ ว่าตนไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย “จะมีใครบอกว่าตัวเองมันคิดกันล่ะ ทำเป็นเดินควงดาราเข้ามาให้เป็นข่าว ถ้าคุณพี่จรัลไม่เอาแกมาเลี้ยง อุ้มชูแกอย่างดี แกคิดว่าแกจะมีวันนี้แล้วแกคิดว่าจะมีดาราคนไหนมาสนใจคนอย่างแกงั้นเหรอ”

ปูรณ์นั่งก้มหน้าไม่เคยแม้แต่คิดที่จะเถียงคุณย่า ใจเด็ดกับวารุณีได้แต่มองปูรณ์อย่างสงสาร

ทันใดนั้นวารุณีเหลือบเห็นอะไรบางอย่าง เธอเอ่ยอย่างตื่นเต้นเพื่อเปลี่ยนเรื่องทันที

“อ้าว...นั่นวีว่ามาแล้วค่ะคุณอาพริ้มเพรา”

ที่ทางเดิน วีว่าในชุดสวยเดินเข้ามาอย่างสง่า แขกเหรื่อพากันหันมอง และคุณย่าพริ้มเพราก็ลืมเรื่องปูรณ์เสียสนิทหันไปมองหลานสาวคนโปรดอย่างปลื้มปีติ ปูรณ์เองก็หันมอง เขาอึ้งเมื่อเห็นวีว่าในชุดที่สวยยิ่งกว่าสวย เขานึกถึงอดีตในทันที...

ooooooo

เวลานั้นปูรณ์เป็นเด็กหนุ่ม วีว่ากับลมยังเป็นเด็ก คุณจรัลบอกปูรณ์ขณะพาเข้ามาในบ้านว่า ต่อไปนี้นี่คือบ้านของลูกนะปูรณ์ บ้านวรรณดำรง พาเขาเข้ามายังกลุ่มเด็กๆที่กำลังเล่นกันอยู่ คุณจรัลเรียกวีว่าให้มาหาปู่

พอวีว่าวิ่งมาหา คุณจรัลถามว่า “ไงเรา เล่นแต่งงานกับนายลมอีกแล้วสิ” แล้วแนะนำแก่ปูรณ์ว่าวีว่าเป็นหลานสาว และบอกวีว่าว่า นี่อาปูรณ์เขาจะมาอยู่บ้านนี้นะ บอกวีว่าให้ชวนอาปูรณ์เล่นแต่งงานด้วยกัน วีว่ามองอย่างรังเกียจบอกว่า

“ไม่เอาหรอกค่ะ อาปูรณ์สกปรก วีว่าไม่ชอบ” แล้วสะบัดหน้าวิ่งไป ปูรณ์มองตาม เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดของวีว่า แต่กลับตราตรึงใจในรอยยิ้มที่สวยน่ารักของวีว่านับแต่แรกเห็น

จนวันนี้ปูรณ์มางานวรรณวิวาห์เวดดิ้งของเธอวีว่าก็ยังสะบัดหน้าใส่เขาไม่ต่างจากอดีตเลยแม้แต่นิดเดียว

ooooooo

คุณจรัลวันนี้...นอนครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ที่ห้อง ลมพัดเข้ามาวูบหนึ่ง ในสายตาของคุณจรัล เห็นใครคนหนึ่งเดินเข้ามา

“นี่...ท่าน...” คุณจรัลจะยกมือไหว้ คุณลึกลับรีบห้ามว่าไม่ต้องหรอก เราแค่จะมาบอก “บอกอะไรเหรอครับ”

“บอกเวลาไง มันใกล้ถึงเวลาเต็มทีแล้วนะ”

คุณจรัลอึ้ง ถอนใจ ก่อนเอ่ยแผ่วเบาว่า

“ผมรอมานานแล้วครับ ผมพร้อมแล้ว...จะได้พ้นจากความทรมานนี้ไปเสียที...”

ooooooo

งานวรรณวิวาห์เวดดิ้งเริ่มแล้วอย่างยิ่งใหญ่อลังการ วีว่าปรากฏตัวท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง โดยเฉพาะปูรณ์จ้องมองเธอไม่วางตา วีว่าทักทายแขกในงานเป็นภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงไพเราะ ฉะฉาน...

“วรรณวิวาห์ ขอต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านด้วยความยินดียิ่ง สิ่งที่ปรารถนาของผู้หญิงจำนวน 99.99 เปอร์เซ็นต์บนดาวสีฟ้าดวงนี้คือการได้เป็นเจ้าสาว การได้แต่งาน หรือพวกคุณว่าไม่จริง?”

เสียงปรบมือเคล้าเสียงหัวเราะและเสียงร้องวู้... ว้าว...กึกก้องห้องจัดงาน วีว่ายังมีลูกเล่น พูดคุยกับแขกในงานอย่างน่ารัก ก่อนสรุปว่า

“ชุดเจ้าสาวทุกชุดต้องทำขึ้นจากความรัก เพราะมันเป็นชุดของคนที่มีความรัก” นี่คือคำพูดสำคัญที่วรรณวิวาห์เวดดิ้งยึดถือเสมอมา คำพูดนี้มาจากผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งดิฉันรักมากที่สุด ครูคนแรกที่สอนให้ดิฉันร้อยด้าย สนเข็ม...ขอเสียงปรบมือให้คุณวารุณี คุณแม่ของดิฉันด้วยค่ะ”

วีว่าผายมือไปที่วารุณี ทุกคนปรบมือให้กึกก้อง จนวารุณีพยักหน้ารับเขินๆ

“แขกผู้มีเกียรติพร้อมดอกไม้บานสะพรั่ง เสียงระฆังวิวาห์ดังมาแต่ไกล เชิญทุกท่านพบกับชุดเจ้าสาวประจำฤดูกาล 2015 ของเรา ณ บัดนี้ค่ะ”

เสียงปรบมือกึกก้อง นางแบบในชุดเจ้าสาวของวรรณวิวาห์ที่ยืนโพสท่าอยู่ตามจุดต่างๆ ก็ทยอยเยื้องย่างกันออกมาอย่างสวยงาม...

ooooooo

มุกรินนั่งอยู่กับปูรณ์ เธอฉอเลาะเกาะแจคุยถึงชุดเจ้าสาวและคนที่ตนจะได้ยืนเคียงข้างเมื่อแต่งชุดนั้น แต่ปูรณ์ก็ได้แต่ฟังยิ้มๆ ในขณะที่ตาเขาจับจ้องวีว่าบนเวทีอย่างชื่นชมตลอดเวลา

ครู่หนึ่ง มือถือมุกรินมีสายเข้า เธอดูแล้วชะงัก ขอตัวไปห้องน้ำทันที เป็นสายจากวิทย์คู่ขาคนหนึ่งของเธอนั่นเอง วิทย์ชวนทานข้าว เธอออกตัวอย่างอ่อนหวานว่าช่วงนี้งานเยอะจนไม่อาจปลีกตัวได้ ฟังฝ่ายนั้นอ้อนแล้วเธอหยอกแกมหยิกว่า

“คุณวิทย์จะมาทำน้อยใจทำไม รินว่าขาดรินไปสักคนคุณวิทย์ก็ไปกินข้าวกับดาราคนอื่นได้ โอเคค่ะ รินว่างเมื่อไหร่จะรีบไปหาคุณวิทย์เลยค่ะ คิดถึงเหมือนกันค่ะ” พอวางสายเธอทำหน้ารำคาญด่า “ทุเรศ จะขี้ตื๊อไปถึงไหน ถ้าไม่รวย ฉันไม่หลวมตัวไปกินข้าวกับแกหรอก!”

คุยกับวิทย์แล้ว ขณะจะเดินกลับ มุกรินเห็นลมเดินมากับคุณหญิงแขอุไรอย่างเร่งรีบ คุณหญิงบ่นว่ามาช้า ลมเดินไปผูกเนกไทไปบอกคุณหญิงให้เข้าไปก่อนเดี๋ยวตนผูกไทเสร็จจะตามเข้าไป

ลมหยุดผูกไทวุ่นอยู่ พลันก็มีมืออ้อมมาจากข้างหลังผูกให้ เขาหันมอง พอเห็นมุกรินก็ปล่อยให้เธอผูกจนเสร็จแล้วหันมากอดจูบอย่างร้อนแรง พอผละออกมาเธอตบเขาเพียะ! ลมหันกลับมาพูดอย่างพอใจว่า นี่สิรินตัวจริง ร้อนแรงเสมอ ทั้งคู่ลากกันไปในมุมลับตากอดจูบกันอย่างร้อนแรง จนเมื่อต่างนึกได้ว่าต้องเข้าไปในงาน

มุกรินมองลมอย่างยั่วยวนแล้วเดินหนีเขาไปทันที ปล่อยให้ลมยืนมองตามด้วยความพิศวาสค้างอยู่ตรงนั้น

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“กอล์ฟ-จั๊กจั่น-อั๋น-น้ำหวาน” ปลุกตำนานหัวเรือสยอง ใน “สางนางพราย”

“กอล์ฟ-จั๊กจั่น-อั๋น-น้ำหวาน” ปลุกตำนานหัวเรือสยอง ใน “สางนางพราย”
13 พ.ย. 2562
11:01 น.