นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คู่ปรับฉบับหัวใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 2 เรื่อง 2 รส 'บ้านทรายทอง' ปะทะ 'คู่ปรับฉบับหัวใจ'

    แพรไหมในชุดกิโมโนไปยืนแจกใบปลิวอยู่หน้าร้านอาหารญี่ปุ่น เธอเชิญชวนลูกค้าอย่างอ่อนหวาน

    มาวินใส่แว่นดำมาแอบดูแพรไหมทำงาน บางครั้งเขาอดยิ้มออกมาไม่ได้กับการทำงานอย่างตั้งใจจริงจังของเธอ

    แต่แล้วก็มีลูกค้าชายขี้หลีทำทีชื่นชมการทำงานของแพรไหมขอถ่ายเซลฟี่ แต่ฉวยโอกาสโน้มหน้ามาชิดหน้าแพรไหม ทั้งยังโอบเอวดึงเข้าไปชิดตัวเอง แพรไหมขืนตัวบอกว่าพอแล้ว กลับถูกชายคนที่มาด้วยหาว่าเธอผลักเพื่อนเขา

    “ขอโทษนะคะ แต่หนูต้องทำงาน ถ้าไม่พอใจเชิญไปแจ้งผู้จัดการร้านได้ค่ะ ไปแจ้งเลยค่ะ พอหนูโดนไล่ออกเมื่อไหร่ หนูจะตะโกนให้คนรู้ทั่วห้างเลยว่าคุณเป็นเฒ่าหัวงูฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งหนู หนูไม่ได้พูดลอยๆ เพราะตรงนั้นมีกล้องวงจรปิด”

    ชายทั้งสองอึ้ง พอดีผู้จัดการเดินมาถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ แพรไหมบอกชายทั้งสองว่าผู้จัดการมาพอดีถ้ามีเรื่องร้องเรียนก็เชิญเลย ชายทั้งสองไม่กล้า ทำรีๆรอๆ แล้วเลี่ยงออกไป มาวินแอบลุ้นอยู่ เขาถึงกับหัวเราะพึมพำ

    “ไม่เคยยอมใครง่ายๆจริงๆ”

    มาวินเห็นเฒ่าหัวงูแวะเข้าห้องน้ำ เขาแวะเข้าร้านขายของเด็กเล่นแถวนั้นซื้องูปลอมมาตัวหนึ่ง แอบเข้าไปโยนใส่เฒ่าหัวงูที่กำลังนั่งส้วมอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เฒ่าหัวงูร้องจ๊ากทิ้งหนังสือพิมพ์วิ่งโทงๆออกมา บรรดาคนในห้างร้องกันกรี๊ด บ้างเบือนหน้าหนี บ้างเอามือปิดตากับภาพอุจาดนั้น

    มาวินหัวเราะขำๆ เดินผ่านไปอย่างสะใจที่ได้แก้แค้นแทนแพรไหม

    ooooooo

    จริยาเดินนำมาในห้างบอกสินชัยว่าตนจองโต๊ะไว้แล้วแต่ตอนนี้ขอไปเซอร์ไพรส์แฟนของอินทรก่อน สินชัยถามว่าเธอรู้จักหรือ จริยาบอกว่าเคยเจอมาแล้ว

    อินทรอ้างว่าตนต้องกลับไปทำรายงาน รีบกินรีบกลับเถอะ ก็พอดีจริยาบอกว่าเจอแล้ว พลางชี้ไปที่พนักงานสาวในชุดกิโมโนที่ยืนหันหลังให้อยู่ อินทรมองไปอีกด้านเห็นแพรไหมพอดี เขารีบไปขวางสินชัยที่เดินตามจริยาไป บอกว่า

    “ผมนัดแฟนผมไว้ที่ร้านอาหารแล้ว ไปกันดีกว่าครับ” จริยาบอกว่าตนจองร้านนี้ไว้แล้ว อินทรบอกว่าร้านนี้เป็นร้านคู่อริตน ขืนเข้าไปมันรุมตนร้านพังแน่ จริยาโต้ว่าไม่จริง อินทรโกหกเพราะไม่อยากให้สินชัยเจอแฟนเขา พลางชี้ไปที่พนักงานสาวในชุดกิโมโน

    สินชัยผงะเพราะคิดว่าแฟนอินทรเป็นลูกคุณหญิงที่เจอกันวันก่อน จริยาเร่งให้รีบไปดูหน้าแฟนอินทรกัน อินทรกุมหัวว้าวุ่นใจ พอดีจริยาพาสินชัยเดินลิ่วไปถึงชี้บอกสินชัยว่า “คนนี้ไงคะ แฟนอินทร...” แล้วร้องเรียก “แพรไหม”

    พอพนักงานสาวหันมากลายเป็นคนอื่น จริยาเหวอ สินชัยถามว่าเธอเป็นแฟนลูกชายตนหรือ พนักงานสาวมองงงๆ

    “ไม่ใช่คนนี้ นี่ไม่ใช่แพรไหม แพรไหมอยู่ไหน เมื่อกี๊ยังอยู่ตรงนี้เลย หายไปไหนแล้ว” จริยาเดินตามหาแพรไหมวุ่น

    ที่แท้แพรไหมถูกมาวินลากไปหลบในซอกที่ทางไปห้องน้ำ แพรไหมไม่รู้อีโหน่อีเหน่พยายามดิ้นจะร้อง ถูกมาวินขู่ว่า

    “ฉันช่วยเธออยู่นะ จริยาพาพ่ออินทรมา ถ้าเธอไม่อยากมีปัญหา ช่วยอยู่เงียบๆ จนกว่าอินทรจะพาพ่อมันออกไปจากห้าง” พลันก็ได้ยินจริยาเดินบ่นเสียงดังมาว่า

    “ไม่อยู่ในร้านแล้วไปอยู่ที่ไหน!!” แล้วสั่งลูกน้องสินชัยให้ช่วยหา สินชัยบอกให้ใจเย็นๆ เธออาจไปเข้าห้องน้ำก็ได้ ทำให้จริยาฉุกคิดได้ เดินลิ่วไปทางเข้าห้องน้ำ ผ่านซอกที่มาวินกับแพรไหมซ่อนอยู่ ทั้งสองแทบกลั้นลมหายใจหน้าซีดเผือด

    ooooooo

    พอจริยาเดินผ่านไป มาวินพาแพรไหมวิ่งออกสวนไปตามทางเดิน มัวแต่หันมองกลัวจริยาจะตามมา แพรไหมชนเข้ากับโต๊ะวางแผ่นพับของร้านหนึ่ง แผ่นดับหล่นกระจาย แพรไหมรีบก้มเก็บ

    มาวินจะลากไป แต่แพรไหมก้มเก็บ พอหยิบแผ่นพับขึ้นมา แพรไหมตาโตมองไปที่ร้าน เป็นร้ายขายผักปลอดสารพิษ ขายอุปกรณ์การปลูกผัก ขายหนังสือตำราการปลูกผัก เธอสนใจมากรีบเข้าไปสอบถามในร้าน

    “ไปได้แล้ว” มาวินตามมาลากออกไป ถามว่าบ้านขายผักแล้วยังคิดจะปลูกผักขายอีกหรือ

    “อย่ายุ่ง นี่แหละคือธุรกิจที่ฉันจะทำ อาจารย์ชัยบอกให้เราหาเป้าหมายและฉันก็หาเจอแล้ว ฉันจะปลูกผักปลอดสารพิษ เพราะมันเป็นสิ่งที่ฉันรู้จักดีที่สุด” เธอไปถามพนักงานว่า แล้วเวลาเรียนไปเรียนกันที่ไหนหรือ

    “ไม่ใช่เวลานี้ ไป!!” มาวินลากแพรไหมออกไป เธอขืนตัวไว้ปากก็บอกว่าไม่ไป ตนจะสมัครเรียนปลูกผัก... จะปลูกผัก...

    มาวินไม่สนใจจับเธอกึ่งลากกึ่งจูงไป แพรไหมถามว่าจะพาตนไปไหน ตนต้องกลับไปทำงาน มาวินถามว่าไม่เห็นหรือว่าจริยาพาพ่ออินทรมาหาเรื่องเธอ ขืนกลับไป นอกจากเธอไม่ได้ทำงานแล้ว แต่เผลอๆจะถูกไล่ออกด้วย แพรไหมถามว่าแล้วจะให้ตนทิ้งงานและยังขโมยชุดเขาไปด้วย แบบนี้คิดหรือว่าตนจะไม่โดนไล่ออก

    มาวินบอกว่าทางไหนก็มีค่าเท่ากัน งั้นเอาชุดไปใส่เล่นก็แล้วกัน ปรามว่าอย่าทำเรื่องให้วุ่นวายไปกว่านี้เลย

    แพรไหมกลัวตกงานแต่มาวินไม่สนใจ เตือนสติเธอว่า

    “เธอน่าจะรู้นะว่าพ่อของอินทรมันใหญ่โตแค่ไหน ถ้าเขารู้ว่าลูกชายคบกับลูกแม่ค้าขายผักอย่างเธอ คิดว่าเธอจะได้อยู่อย่างมีความสุขหรือ?”

    “อะไรอีก! ฉันรู้จักกับนาย แม่นายก็มาราวีแม่ฉันที่ตลาด นี่พ่ออินทรอีกเหรอ พ่อแม่พวกนายเป็นบ้าอะไรกัน รังเกียจคนจนมากนักเหรอ คนจนไปจนบนหัวพวกนายรึไง!”

    “ฉันเคยบอกเธอรึยังว่าคำด่าเธอทุกครั้งประทับใจฉันมากนะ แพรไหมอย่าเพิ่งกลับไปเจอพ่ออินทรตอนนี้เลย ไม่สงสารตัวเองก็สงสารแม่เธอบ้างเถอะ อย่าให้ท่านเดือดร้อนเลย”

    พอพูดถึงแม่ แพรไหมก็จำต้องยอมทั้งที่ฮึดฮัดขัดใจมาก

    ooooooo

    จริยาหัวเสียมากที่จะพาสินชัยมาดูแฟนอินทรที่เป็นลูกแม่ค้าขายผักให้สะใจ แต่กลับหาตัวไม่เจอ หาเรื่องอินทรว่า

    “เธอเป็นคนบอกให้มันหนีไปใช่ไหม” อินทรได้ทีจี้ให้สินชัยด่าจริยาเหมือนที่ด่าตนที่เรียกคนอื่นว่ามัน จริยาแว้ดใส่ “ไม่ต้องมายียวนกวนประสาท มันอยู่ไหน!!”

    “อยู่ตรงนี้ครับ” อินทรตบที่หัวใจตัวเอง “อยู่ในหัวใจผม ที่ที่ไม่ใช่ว่าใครจะอยู่ก็มาอยู่ได้ ยิ่งเป็นพวก ‘โรคจิต’ ด้วยยิ่งไม่มีวัน...”

    “อินทร!!” จริยาตวาดแว้ด แล้วฟ้องสินชัย “คุณสินชัยคะ แฟนอินทรชื่อแพรไหม เป็นลูกแม่ค้าขายผัก” พอสินชัยทวนคำว่าแม่ค้า? จริยารีบยืนยัน “ค่ะ และทำงานพิเศษเป็นเด็กแจกใบปลิวร้านนี้”

    “จริงหรืออินทร” สินชัยถาม อินทรอึ้งแต่ไม่หวั่นไหวเพราะพร้อมที่จะเผชิญความจริงอยู่แล้ว

    กลับถึงบ้าน อินทรเล่าให้สินชัยฟังว่า แพรไหมเป็นเพื่อนตนที่คณะ เป็นลูกแม่ค้าขายผัก ไม่ใช่ลูกคุณหนูนักธุรกิจร่ำรวยอะไร แต่แพรไหมเป็นคนดีมาก ถูกจริยาขัดทันทีว่าผู้หญิงสมัยนี้ก็แกล้งทำดีเพื่อให้ผู้ชายรักทั้งนั้นแหละ ถูกอินทรแย้งว่า

    “ใช่เลยครับ ผมเห็นผู้หญิงแบบนั้นทุกวัน” สินชัยปรามว่าเลิกพูดกวนประสาทจริยาสักทีได้ไหม จริยายุทันทีว่า

    “คุณสั่งให้อินทรเลิกยุ่งกับแพรไหมเถอะค่ะ ผู้หญิงคนนั้นไม่คู่ควรกับลูกคุณสักนิดเดียว ลูกแม่ค้า...อยู่บ้านก็ซอมซ่อ หลังตลาด ผู้หญิงแบนั้นเหรอคะจะมาเป็นสะใภ้รัฐมนตรี”

    “คุณจา คุณเองก็ลูกแม่ค้าไม่ใช่เหรอ? ผมยังไม่เคยมีปัญหากับการเป็นลูกแม่ค้าของคุณเลย” สินชัยย้อนถาม

    อินทรได้ทีตอกย้ำกับสินชัยว่าลูกแม่ค้าดีๆก็เยอะ เลวๆก็เพียบ เราต้องรู้จักแยกแยะ

    “แต่แพรไหมไม่ใช่คนดี มันพยายามมาตีสนิทลูก เพราะอยากตกถังข้าวสาร มันจะมาเกาะลูกคุณกินนะคะ”

    อินทรหัวเราะร่า ย้ำว่า “เกาะผมกิน? ฮ่ะๆๆทุกวันนี้ผมไม่เคยเห็นคุณจาทำงานทำการเลยครับ”

    “พอได้แล้วอินทร ถึงพ่อจะไม่ห้าม แต่ก็ไม่ได้แปลว่าพ่อโอเค เอาเป็นว่าหาเวลาพาแพรไหมมาเจอพ่อ แล้วพ่อจะตัดสินใจเอง” จริยาพยายามจะทัดทาน สินชัยตัดบทว่า “พอแล้ว นานๆผมจะมีเวลาว่างได้อยู่บ้านอย่าสร้างเรื่องกันนักเลย”

    สินชัยเดินหงุดหงิดออกไป อินทรยิ้มเย้ยจริยาที่ถูกดุ เธอจิกตาแค้น เพราะแทนที่จะได้เล่นงานอินทร กลับโดนเสียเอง

    ooooooo

    จริยาเดินตามอินทรพลางก็พูดอย่างอาฆาตแค้นว่าจะทำทุกอย่างให้เขากับแพรไหมเลิกกันให้ได้ อินทรหันมาย้อนถามว่า แค่ตนคิดจะจีบป้าแล้วเปลี่ยนใจมาทำให้ป้าเสียเซลฟ์มากจนต้องแค้นตนขนาดนี้เลยหรือ

    ฟังแล้วจริยาโต้ว่า ไม่ใช่แค่เสียเซลฟ์ แต่เขาจะมาทำให้ตนรักแล้วทิ้งเหมือนตนเป็นกระดาษทิชชูไม่ได้ พูดขึงขังว่า เขาซ้ำเติมตนในวันที่ตนแย่ที่สุดในชีวิต คิดว่าตัวเองเป็นลูกคนใหญ่คนโต มีเงินเป็นพันๆล้านแล้วจะเล่นสนุกกับความรู้สึกคนจนยังไงก็ได้หรือ?

    “คุณมีปมในชีวิตอะไร ถูกใครทำร้ายมา ผมไม่รู้ ถ้าวันนั้นผมทำให้คุณผิดหวังอับอาย ผมขอโทษ พอใจยัง เลิกยุ่งวุ่นวายกับชีวิตผมเสียที”

    “ฉันไม่มีวันพอใจ จนกว่าเธอจะรักฉัน” จริยาประกาศ อินทรอุทานตกใจ จริยาเดินเข้าไปโน้มคอเขาลงมา “รักฉันสิ แล้วฉันจะพอ หรืออย่างน้อยก็จูบฉัน แล้วฉันอาจเลิกราวีชีวิตเธอก็ได้”

    อินทรผลักจริยาออกไป ด่า “โรคจิตจริงๆ โคตรน่ารังเกียจเลย” พออินทรเดินไป จริยาพูดตามอย่างอาฆาตว่า

    “อินทร! เธอจำไว้ให้ดีนะ ฉันจะเป็นบทเรียนที่เธอจะลืมไม่ลงเลย!!”

    อยู่ๆมีเสียงมือถือดังขึ้น ทั้งอินทรและจริยาต่างงง มองไปที่ศาลาในสนาม จึงเห็นอธิชาติที่นอนอยู่ลุกขึ้นนั่ง มองทั้งสองพูดด้วยหน้าตายียวนว่า ตนอยู่ตรงนี้นานแล้วไม่ได้มาแอบฟัง ถามอินทรว่าแม่เลี้ยงรักเขาหรือ

    จริยากระฟัดกระเฟียดไป อธิชาติมองตามอย่างสนใจ หัวเราะขำๆ แบบ...สนุกแน่....

    เมื่อเดินกลับมาที่บ้าน อธิชาติลำดับความสัมพันธ์ระหว่างอินทรกับจริยาที่ได้ยินเมื่อกี๊ แล้วพึมพำทึ่งว่า ผู้หญิงนี่ซับซ้อนจริงๆ

    “ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รักฉันหรอก เขาแต่งงานกับพ่อฉันเพราะเงิน แต่กับฉันมันคือความแค้นล้วนๆ ก็เลยอยากเอาชนะให้ได้ โรคจิตชัดๆ” อธิชาติชมว่าสวยนะ ไม่สนหรือ “ถ้านายชอบก็ตามสบายเลยนะ แล้วนายมาบ้านฉันทำไม”

    อธิชาติบอกว่าผ่านมาเลยแวะมาชวนไปงานปาร์ตี้คืนนี้ที่เดิม อินทรตอบรับทันที แต่ตอนนี้ต้องขอตัวก่อนกลัวยัยโรคจิตมาให้เห็นหน้าอีก แล้วขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปเลย อธิชาติมองกลับไปที่ตัวบ้าน เห็นจริยายืนมองตามอินทรอยู่ไกลๆ

    อธิชาติมองดูเหตุการณ์แล้วยิ้มกริ่มหน้าตาเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนการ

    ooooooo

    มาวินขับรถพาแพรไหมไปเรื่อยๆ เธอถามว่าจะพาไปไหน มาวินแกล้งทำหน้าหื่นบอกว่าจะพาไปสนุกกัน แพรไหมตึงเครียดระวังตัวเต็มที่ ปรามว่าถ้าเขาแตะต้องตน ตาย!

    ที่แท้มาวินพาแพรไหมไปที่ฟาร์มผักปลอดสารพิษ แพรไหมถามว่าพามาทำไม

    “อ้าว...ก็ใครเพิ่งโวยวายว่าอยากจะทำ แม่ขายผักเลยอยากจะปลูกผักปลอดสารขายไงล่ะ ใครหือ?”

    เวลาเดียวกัน ที่บ้านมยุรา... นงนุชที่มยุราสั่งให้จัดคนสะกดรอยตามมาวินตลอดเวลา รายงานว่า มาวินพาแพรไหมไปที่ฟาร์มผักปลอดสารพิษ มยุราถามแปลกใจว่ามาวินไปที่นั่นหรือ

    “ค่ะ...คนที่คุณมยุราให้แอบตามคุณมาวินบอกว่า คุณมาวินไปรอแพรไหมที่หน้าบ้าน สะกดรอยตามแพรไหมไปที่ห้าง ไปดูแพรไหมทำงาน แล้วก็ลากแพรไหมขึ้นรถไปที่ฟาร์มผักปลอดสารพิษค่ะ”

    มยุราบ่นกับอานนท์ว่าลูกเราต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ วันๆไม่ทำอะไร เอาแต่สะกดรอยตามลูกสาวแม่ค้า อานนท์ถามว่าแล้วจะเอายังไงกับลูกดี

    “ฉันทนทำดีแล้วปล่อยให้ลูกไปสนิทสนมกับแพรไหมไม่ได้อีกแล้ว ฉันจะต้องจัดการ”

    “คุณจะทำอะไร อย่าลืมนะยิ่งคุณร้ายกับแพรไหมแค่ไหน มาวินก็ยิ่งต่อต้านและจะแรงคืนกลับมาหลายเท่า ลูกกล้าโดดระเบียงเสี่ยงขาหักมาแล้วนะ ไม่กลัวลูกทำอะไรรุนแรงกว่านั้นอีกหรือ”

    “ฉันไม่โง่ทำให้ลูกเกลียดฉันหรอก คนที่ลูกจะต้องเกลียดคือแพรไหมต่างหาก” มยุรายิ้มร้าย

    ooooooo

    รตีคิดไม่ตกเรื่องมาวิน นั่งเครียดอยู่ที่เก้าอี้ใกล้ตลาด คิดถึงคำเสี้ยมและสอนมายาหญิงร้อยเล่มเกวียน ของนางน้อมผู้เป็นแม่ รตีคลำสร้อยคอของมาวินที่นางน้อมสวมคืนให้ที่คอแล้วตอกย้ำว่า

    “ฉันไม่ยอมให้แกแพ้ แกต้องทำให้มาวินรักแกให้ได้ พูดมา...พูดว่าแกจะทำให้มาวินรักแกให้ได้พูด!!”

    เวลานั้นรตีบอกแม่ไปว่ามันไม่ง่ายอย่างที่แม่คิด ถ้ามาวินรักแพรไหมแล้วตนจะเอาอะไรไปสู้

    พอดีมือถือรตีดังขึ้น เธอรับสายอย่างแปลกใจแล้วก็พูดกับปลายอย่างยินดีดี๊ด๊า

    “สวัสดีค่ะ รตีพูดค่ะ อะไรนะคะ...คุณมยุราต้องการพบตัวฉัน?”

    ooooooo

    แพรไหมตื่นเต้นดีใจมากที่ได้มาฟาร์มผักปลอดสารพิษ พี่หมอนเจ้าของฟาร์มผักถามมาวินอย่างตื่นเต้นว่ามาได้ยังไง ทำไมไม่โทร.มาบอกก่อน ตนนึกว่าเป็นนักท่องเที่ยวมาเสียอีก ถามว่ามาคนเดียวหรือ

    มาวินบอกว่ามากับเพื่อน พอพี่หมอนเห็นแพรไหมในชุดกิโมโนก็แซวว่าเพื่อนจริงๆหรือ แล้วทัก

    “อันยองฮันเซโย...”

    แพรไหมงง มาวินมองขำๆ แล้วแนะนำแก่แพรไหมว่านี่คือพี่หมอนเจ้าของฟาร์มผักปลอดสารพิษ และแนะนำแพรไหมแก่พี่หมอนว่านี่แพรไหมคนไทยแท้ๆ แค่แต่งตัวเพี้ยนเฉยๆ บอกพี่หมอนว่า

    “แพรไหมสนใจเรื่องผักปลอดสารพิษมากครับ พี่หมอนช่วยแนะนำได้ไหมครับ” พี่หมอนยินดี บอกว่ามากกว่าแนะนำก็ได้ “แต่พี่หมอนจะแนะนำหลังจากที่แพรไหมขอบคุณผมก่อนนะครับ”

    มาวินเล่นแง่จะให้แพรไหมขอบคุณตนให้ได้ ซ้ำเพิ่มข้อแม้ว่าต้องมากราบขอบคุณที่อกตนด้วย ทำเสียงขู่ว่ามา กราบขอบคุณซะดีๆ

    พี่หมอนมองมาวินกับแพรไหมหยอกล้อและแง่งอนกันแล้วก็หัวเราะอย่างเอ็นดู

    “ขอบคุณเฉยๆพอ” แพรไหมตัดบท แล้วเอ่ยรัว “ขอบคุณๆๆๆๆๆ พอใจยัง แล้วคว้ามือพี่หมอนเดินไปเลย

    มาวินมองตามขำๆกับฤทธิ์เดชของแพรไหม

    ooooooo

    พี่หมอนเอาชุดรับรองแขกของฟาร์มมาให้แพรไหมใส่ แพรไหมแปลงโฉมแล้วดูน่ารัก สบายๆ จนพี่หมอนชมว่าใส่ชุดของพี่หมอนแล้วดูดีกว่าพี่หมอน พอออกมาเจอมาวินเขาก็ชมว่าน่ารัก

    “ประสาท” แพรไหมทำปากด่าแล้วเดินเลี่ยงไป

    พี่หมอนพาชมฟาร์มผัก บรรยายวิธีการเพาะปลูก ดูแล จนถึงขั้นตอนการเก็บใส่ตะกร้า จัดเข้ากระเช้าเป็นกระเช้าผักปลอดสารพิษสีสดสวยงามน่ารับประทาน

    เมื่อได้เวลาอาหาร พี่หมอนพามาที่โต๊ะ มีผักปลอดสารพิษวางอยู่มากมายอย่างสวยงาม พี่หมอนถามว่ารู้ไหมว่าทำไมผักปลอดสารพิษจึงแพงกว่า

    ผักธรรมดา แพรไหมบอกว่า เพราะมันปลอดสารพิษและที่สำคัญมันอร่อยมากเลย

    “ฟาร์มของพี่หมอนทำครบวงจรทั้งกระบวนการ ตั้งแต่เพาะต้นกล้าเอง ปลูกเอง ส่งจำหน่ายเองแล้วนี่ก็มีร้านสลัดเล็กๆของตัวเองด้วย” มาวินพูดเป็นคุ้งเป็นแคว จนแพรไหมพึมพำอย่างหมั่นไส้ว่าทำอย่างกับฟาร์มของตัวเอง

    “ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ค่ะ” พี่หมอนบอก “เพราะคุณแม่ของคุณวินเป็นคนให้พี่กู้เงินมาลงทุนทำฟาร์ม ถ้าไม่ได้เงินก้อนนั้น ก็คงไม่มีฟาร์มวันนี้หรอกค่ะ”

    “แม่นายเนี่ยนะ” แพรไหมถามอย่างไม่อยากเชื่อ

    มาวินวางเขื่องถามว่าทำไม แพรไหมทำไก๋กินผักไม่ในใจ มาวินแกล้งแย่งกิน พอแพรไหมไม่ให้ก็อ้างว่าพี่หมอนเพิ่งบอกว่าถ้าไม่ได้แม่ตนช่วยก็ไม่มีฟาร์มนี้ถามว่ากล้าขัดใจตนหรือ พอแพรไหมยอมให้กินก็จะให้ป้อนอีก อ้าปากรอรับราวกับลูกนก แพรไหมหมั่นไส้เลยตักสลัดป้อนให้จนเลอะปากไปหมด

    พอมาวินไปล้างปากที่ก๊อกน้ำ ก็ถูกแพรไหมแกล้งเปิดน้ำแรงๆ ฉีดจนน้ำพุ่งใส่หน้ามาวินแล้ววิ่งหนี มาวินไล่กวด พอจวนตัวเธอก็ยอมบอกว่าจะถือสายยางให้ล้างหน้าดีๆ

    ooooooo

    นาราเฝ้าร้านและจัดดอกไม้อย่างเพลิดเพลิน แต่รู้สึกผิดปกติเมื่อมองไปที่หน้าร้านเห็นมีคนมาแอบดูพอตนมองไปก็หลบแว้บ

    พอพี่ปิ่นกลับมา นาราเล่าให้ฟัง พี่ปิ่นถือแก้วกาแฟร้อนมองไปหน้าร้านถามว่าไอ้โรคจิตหรือ มันอยู่ไหน พอนาราชี้ว่าเห็นหลบแว้บๆอยู่ตรงนั้น พี่ปิ่นบอกเดี๋ยวตนจัดการเอง แล้วถือแก้วกาแฟควันฉุยออกไป

    เป็นจังหวะที่ปรัชญาเดินดุ่มๆมาที่ร้าน พี่ปิ่นสาดกาแฟร้อนๆใส่ทันที กาแฟเปียกชุ่มที่เป้ากางเกง ร้อนจนปรัชญาร้องจ๊าก พอพี่ปิ่นเห็นเป็นปรัชญาก็ขอโทษพาไปล้าง ดีที่ปรัชญามีกางเกงขาสั้นสำรองอยู่ในรถจึงมีกางเกงเปลี่ยน

    นาราถามว่าทำไมปรัชญาจึงโผล่มาจากตรงนั้น ปรัชญาบอกว่าตนเพิ่งเดินมา นาราฉุกคิดว่างั้นคงไม่ใช่ไอ้โรคจิตที่มาซุ่มดูตั้งแต่เช้าแน่ พี่ปิ่นเลยชวนปรัชญาออกไปช่วยจับไอ้โรคจิตกัน

    ที่แท้คนที่มาซุ่มดูนาราคือชนนนั่นเอง พอชนนเห็นนารายิ้มแย้มแจ่มใสกับปรัชญาก็น้อยใจตัวเอง ว่าตนเป็นแค่คนขับตุ๊กๆจนๆ หารู้ไม่ว่าปรัชญาแอบมาข้างหลังแล้ว เขาด่า “ไอ้โรคจิต” แล้วเตะกวาดขาจนชนนล้ม พี่ปิ่นกับนาราวิ่งมาทันที พี่ปิ่นถือเหยือกกาแฟร้อนๆ มาด้วย มาถึงก็เตรียมสาด นาราเห็นเป็นชนนก็ร้องห้าม ปรัชญาถามว่ารู้จักเขาหรือ?

    “พี่ชนนค่ะ เพื่อนที่มหาวิทยาลัย ชนนคือคนโรคจิตที่แอบมองนาตั้งแต่เช้างั้นเหรอ?” นาราถาม

    ชนนกลัวเสียฟอร์มไม่ยอมรับ บอกว่าไม่ได้แอบมอง แค่ผ่านมา บังเอิญเหลือบเห็นแต่ไม่ได้แอบดู ยิ่งถูกนาราซักก็ยิ่งตื่นเต้นประหม่าตอบมั่วแต่อ้างว่าเป็นเรื่องบังเอิญทั้งสิ้น พี่ปิ่นซักว่าไม่ได้เป็นโรคจิตใช่ไหม ชนนยืนยันว่า ไม่ได้เป็น แต่ถ้านาราอยากให้เป็นตนก็ยอมเป็น ทำท่าโรคจิตใส่ทีละคนแล้วเดินหนีไป

    นารามองตามอย่างเหนื่อยใจ ในขณะที่ปรัชญามองทั้งสองงงๆ

    ooooooo

    มยุราเรียกรตีไปพบที่ห้องทำงานของอานนท์ที่โชว์รูม หว่านล้อมให้รตีทำอย่างไรให้แพรไหมเลิกกับมาวิน เพราะมาวินมีคู่หมั้นแล้ว ตนอยากให้มันจบแบบไม่มีใครต้องเจ็บ

    รตีถามว่าจะให้ตนแย่งมาวินจากแพรไหมหรือ ตนทำไม่ได้ มยุราบอกว่าไม่ต้องแย่งแค่ทำให้มาวินเห็นนิสัยแย่ๆของแพรไหม ทำให้มาวินรับไม่ได้และตัดขาดจากแพรไหมโดยสิ้นเชิง เธอน่าจะรู้ว่าแพรไหมมีนิสัยอะไรไม่ดีบ้าง

    “รู้ค่ะ แพรไหมนิสัยดีมาก ไม่มีข้อเสีย”

    “ใครจะไม่มีข้อเสีย ไม่มีหรอก คนดีมากๆนั่นแหละข้อเสีย...เธอก็แค่ทำให้มาวินเห็นความดีของแพรไหมที่มากเกินจนเป็นข้อเสีย แค่นี้เอง ฉันรู้เธอทำได้”

    “แล้วฉันกับคุณมยุราสัญญาว่าจะให้เธอได้เป็นพริตตี้ประจำของบริษัทกินเงินเดือนห้าหมื่นไม่รวม

    ค่าทำงาน ฉันว่ามากพอที่เธอจะทำนะ” อานนท์เอางานและเงินเข้าล่อ ทำให้รตีคิดหนัก

    พอรตีเดินออกจากโชว์รูม ก็ได้รับโทรศัพท์จากนางน้อมผู้เป็นแม่ว่าถูกลูกน้องเสี่ยโป้ที่แม่ไปกู้เงินเขามาให้เธอทำหน้าอกห้าหมื่นบาทมาทวงหนี้ รตีบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีเดี๋ยวจะหาให้

    เรื่องแม่ถูกลูกน้องเสี่ยโป้มาทวงหนี้ ทำให้รตีคิดถึงข้อเสนอของอานนท์เมื่อครู่นี้ขึ้นมาทันที

    พอรตีกลับไปแล้ว อานนท์พูดอย่างเอาใจมยุราว่าตนยังคิดไม่ออกเลยว่าแพรไหมจะรอดได้ยังไง ในเมื่อเธอตีกรอบล้อมไว้ทุกทาง ทั้งพ่อแพรไหม เพื่อนแพรไหม ชมว่าเจ้าแผนการขนาดนี้แพรไหมไม่เลิกกับลูกเราก็ให้มันรู้ไป

    “จะปิดประตูตีแมว ก็ต้องเอาให้แน่ใจว่าแมวมันจะไม่มีทางรอด อะไรที่ทำแล้วไม่ชัวร์ ฉันไม่ทำแน่” มยุราพูดกว้างๆ ปรามอานนท์กลายๆ จนอานนท์ถามหวาดๆ ว่าแผนปิดประตูตีแมวของเธอหมดหรือยัง “คิดว่าหมดยังล่ะ หึๆ”

    มยุราหัวเราะจนอานนท์สยองกับความเป็นคนเจ้าแผนการของเธอ

    ooooooo

    แพรไหมมีความสุขมากกับการได้เรียนรู้การปลูกผักปลอดสารพิษ บอกมาวินว่าแม้ตนจะไม่มีที่ดินที่จะทำแต่จะเอาความรู้ด้านบริหารจัดการที่เรียนอยู่มาพัฒนาสร้างโอกาส ทำตลาดใหม่ๆ ขายผักปลอดสารพิษเชื่อว่ายังมีโอกาสโตอีกเยอะ

    นอกจากคิดจะปลูกผักปลอดสารพิษแล้ว แพรไหมยังคิดที่จะทำอย่างไรให้ราคาถูกลง คนจะได้กินกันได้ทั่วถึงไม่ใช่มีแต่คนมีเงินเท่านั้นที่ได้กิน

    มาวินอ้างว่าตนเป็นบัดดี้ของเธอขอเอี่ยวช่วยคิดด้วยคน แพรไหมบอกว่านี่ไม่ใช่งานในวิชาเรียน

    “งั้นขอเป็นบัดดี้นอกวิชาเรียนด้วยแล้วกัน” มาวินพูดเป็นนัยประกายตาวิบวับ พอถูกแพรไหมทำหน้าเครียดใส่แล้วเดินหนี มาวินตามไปจับแขนตื๊อ “ฉันแค่ขอเป็นบัดดี้ด้วยแค่นี้ถึงกับต้องเดินหนีเลยเหรอ เธอจะทำตามเป้าหมายตัวเองได้ต้องมีคนช่วย เธอออกแรง ฉันออกเงิน ไม่มีใครเอาเปรียบใคร”

    “ฉันไม่ต้องการเงินของนาย!” แพรไหมสวนไปโดยไม่ต้องคิด มาวินถามว่าทำไมล่ะ? “ฉันไม่อยากให้ใครมาดูถูกฉันกับแม่อีก ไม่ต้องตาม ฉันจะไปฉี่” แพรไหมดึงแขนตัวเองออกแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ มาวินมองตามครวญ...

    “เมื่อไหร่เธอจะเลิกรังเกียจความรวยของฉันเสียที...”

    ครู่เดียวมาวินก็ได้ยินเสียงแพรไหมร้องกรี๊ดๆ เขาตกใจวิ่งเข้าไปดู แล้วตัวเองก็ร้องจ๊าก...เมื่อเห็นตุ๊กแกตัวเขื่องเกาะอยู่ที่ผนังห้องน้ำ กลายเป็นผู้ชายมาดแมนกับผู้หญิงแก่นกร้าวที่ไม่เคยกลัวอะไร ต่างกลัวตุ๊กแกจนเกี่ยงกันว่าใครจะไล่มันไป

    พี่หมอนได้ยินเสียงร้องรีบมาดู แล้วพาทั้งสองไปนั่งที่มุมนั่งพัก ทั้งสองโล่งใจที่หลุดออกมาจากห้องนั้นได้ พอหายกลัวทั้งมาวินและแพรไหมต่างโทษอีกฝ่ายว่าทำให้ตนกลัวไปด้วย

    ทั้งสองโทษกันไปโทษกันมาจนพี่หมอนยิ้ม พูดอย่างเอ็นดูว่า

    “หนูสองคนน่ารักดีค่ะ สมแล้วที่เป็นแฟนกัน เดี๋ยวรักเดี๋ยวตีกันอย่างนี้ โบราณเขาว่าจะลูกดกนะคะ”

    แพรไหมปฏิเสธพัลวัน จับแขนมาวินเขย่าให้ช่วยพูดด้วย มาวินบอกให้เธอพูดเองเพราะตนไม่เดือดร้อน แพรไหมค้อนอย่างหมั่นไส้ ถ้าไม่ติดที่อยู่ต่อหน้าพี่หมอนคงได้ตุ้บตั้บกันแน่

    พอได้เวลากลับ แพรไหมบอกพี่หมอนว่าตนคงจะได้มารบกวนพี่หมอนอีกหลายครั้ง มาวินบอกพี่หมอนว่าถ้าตนไม่ได้มาด้วยอย่าต้อนรับ และถ้าเธอจะกลับด้วยก็ต้องขอร้องตนก่อน แพรไหมไม่ยอมขอร้อง มาวินควงกุญแจกวนๆจะไปเอง แพรไหมพุ่งเข้าผลักจนกุญแจที่ควงอยู่ตกบึงน้ำ เป็นปัญหาอีกว่าใครจะลงไปงมกุญแจขึ้นมา

    สุดท้ายพี่หมอนบอกให้พักค้างคืนที่นี่ก่อนพรุ่งนี้ค่อยให้คนลงไปงมกุญแจรถให้ มาวินรีบขอบคุณรับชุดมาโยนให้แพรไหมชุดหนึ่งตัวชุดหนึ่ง แพรไหมกลัวแม่เป็นห่วงขอยืมมือถือเขาโทรศัพท์ไปหามานี

    “แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ พรุ่งนี้เช้าแพรไหมจะรีบกลับบ้านทันทีเลย...อยู่กับมาวินค่ะ...แต่ไม่ได้มีอะไรเกินเลยนะคะแม่... ค่ะ...ขอบคุณนะคะที่เชื่อใจแพรไหม แม่ก็รีบนอนนะคะ...”

    โทร.เสร็จแพรไหมเอามือถือคืนมาวิน ถามว่าไม่โทร.บอกพ่อกับแม่หรือ เขาบอกว่าโทร.ไปก็ไม่มีใครรับสายหรอกพ่อกับแม่ไม่เคยสนใจอยู่แล้วว่าตนจะกลับหรือไม่ โทร.ไปก็เสียเวลาเสียความรู้สึกเปล่าๆ แพรไหมเคี่ยวเข็ญให้เขาโทร. มาวินชักหงุดหงิดบอกว่าไม่โทร.

    เธอจะรู้เรื่องในครอบครัวตนดีไปกว่าตนได้ไง

    พอพูดถึงเรื่องพ่อกับแม่ มาวินก็ตึงเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

    พี่หมอนดูแลทั้งมาวินและแพรไหมอย่างดี ที่ฟาร์มมีแต่ห้องนอนรวม พี่หมอนจึงจัดที่นอนให้และไปนอนด้วยเพื่อป้องกันเสียงครหานินทา

    ooooooo

    อินทรไปเฝ้าแพรไหมแถวบ้านตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน ถามใครก็ไม่มีใครรู้ จนเจอรตี อินทรเข้าไปบอกว่าแพรไหมไม่กลับบ้าน แม่แพรไหมเป็นคนบอกเอง ถามว่าแล้วรู้ไหมว่าแพรไหมไปกับใครแล้วบอกเองว่า มาวินไงไปค้างคืนด้วย!

    แม้รตีจะรักมาวิน แต่เมื่อมาวินรักแพรไหม รตีก็ไม่ต้องการเข้าไปแทรก อินทรพยายามยุว่าเธอทำให้แพรไหมกับมาวินแยกกันได้ รตีบอกว่าตนทำได้ แต่ไม่ทำ! อินทรถามว่าทำไม?

    “เพราะฉันไม่ได้เรียนหนังสือเพื่อจะเอาความฉลาดเฉลียวมาคิดแผนแย่งผู้ชายจากใคร และฉันเคยด่าว่าดูถูกผู้หญิงที่ชอบแย่งแฟนคนอื่นไว้ยังไง ฉันก็จะไม่ทำตัวให้คนอื่นมาด่าฉันแบบนั้นเด็ดขาด”

    “ไหนบอกว่าชอบมาวินไง ชอบก็ต้องพยายามสิ”

    “ฉันไม่เคยเลิกรักมาวิน แต่ฉันจะไม่พยายาม ถ้านายต้องการก็เชิญนายพยายามต่อไปคนเดียวเถอะ”

    รตีตอบอย่างไม่แยแส แล้วเดินแยกไป

    อินทรพยายามตามตื๊อ ถูกรตีถามอย่างอัดอั้นว่าแค่นี้ตนยังดูสมเพชไม่พอหรือ ตนลงทุนทำหน้าอกนึกว่ามาวินจะรักแต่เขาไม่เคยสนใจเลยแล้วจะให้ตนทำอะไรอีก จะให้ตนอาละวาดจิกหัวตบเพื่อนแย่งกันว่าใครจะได้มาวินหรือ แค่นี้ตนก็ทุเรศตัวเองจะแย่แล้ว รตีเดินแยกไปอย่างหงุดหงิด อินทรมองตามพึมพำ

    “ฉันจะไม่ยอมเสียแพรไหมไป แพรไหมต้องรักฉัน”

    ooooooo

    ขณะรตีเดินหนีอินทรกลับบ้านนั่นเอง เจอชนนวิ่งหน้าตื่นมาบอกว่าน้ามานีแย่แล้ว เร่งให้รีบไปดูเดี๋ยวนี้เลย

    มานีถูกเสี่ยโป้และลูกน้องมาทวงหนี้ เมื่อไม่มีให้ก็ประกาศจะยึดบ้านเช่าและแผงขายผัก มานีอ้อนวอนว่าถ้าให้ส่งดอกตนหาได้แต่จะเอาเงินต้นตนไม่มี ถูกเสี่ยโป้สั่งลูกน้องยึดของมีค่าและเอาข้าวของในบ้านโยนออกมานอกบ้าน

    “ทำไมต้องทำกันอย่างนี้ด้วยคะเสี่ย” รตีตะโกนถามอย่างไม่พอใจ ชนนก็วิ่งไปห้ามอย่าเอาข้าวของออกมาทิ้ง ถูกลูกน้องเสี่ยผลักจนล้ม รตีตะโกนลั่น “มากไปแล้วนะเสี่ย!”

    “รตี...เอ็งจะไปยุ่งกับมันทำไม ออกมานี่” นางน้อมเข้าไปดึงรตีออกไปยืนดูห่างๆ

    แต่รตีทนดูความเหี้ยมของพวกเสี่ยโป้ไม่ได้ ยิ่งเมื่อนางน้อมช่วยถล่มมานีที่อ้อนวอนอย่าเอาคอมพิวเตอร์ของแพรไหมไปว่าให้ไปหาเงินมาไถ่คอมพิวเตอร์สิ นางน้อมพูดหมายเอาใจเสี่ย แต่ถูกเสี่ยหันตวาดว่า

    “นางน้อม เอ็งไม่ต้องปากดี เงินที่กู้ไปให้ลูกสาวเอ็งอัพเกรดตัวเอง เมื่อไหร่จะคืน ถ้าไม่มีเงิน ข้าจะเอาลูกสาวเอ็งแทน”

    “หา! มากไปแล้วเสี่ย” รตีฉุนขาดตวาดลั่น “คิดว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ ไอ้เสี่ยหน้าเลือด!”

    ooooooo

    เมื่อกลับบ้าน นางน้อมถามรตีว่าไม่มีเงินเก็บบ้างเลยหรือ รตีบอกว่าเอาไปทำสวยเหลือแค่หมื่นกว่า นางน้อมบอกให้เอามาก่อน จะได้เอาไปให้เสี่ยโป้

    รตีบ่นๆ ว่าทำงานมาก็อยากใช้เงินบ้าง แต่บอกแม่ว่าเดี๋ยวจะไปกดเอทีเอ็มมาให้ นางน้อมถามว่ารู้จักเพื่อนของมาวินที่เคยมาแถวนี้ไหม นางน้อมพยายามนึกชื่อ รตีถามว่าอินทรใช่ไหม?

    “ใช่ๆ มีคนบอกข้าว่าพ่อเขาเป็นรัฐมนตรี รวยมากเลยใช่ไหม” รตีบอกว่ารวย แก๊งมาวินมีแต่รวยๆ ทั้งนั้นแหละ “เอ็งไม่สนใจอินทรบ้างหรือ”

    “แม่...” รตีอุทาน ถามแม่ว่า “คนดี?...แม่รู้ได้ไงว่าเขาดี อย่าบอกนะว่า แค่รวยก็คือดี?!”

    “มันก็ควรเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ” รตีเซ็งเดินออกจากบ้านไป นางน้อมตะโกนตามหลัง “ยังไงก็ลองดูๆ อินทรไว้หน่อยนะ”

    ooooooo

    ที่ห้องพักโรงแรมหรู บรรดาลูกคนรวยคนมีอำนาจพากันมาจัดงานปาร์ตี้ มีพริตตี้มาเดินถืออุปกรณ์แต่งรถให้ประมูล พวกวัยรุ่นคึกคะนองไม่เพียงประมูลอะไหล่รถ แต่ประมูลไปถึงตัวพริตตี้ที่ถืออะไหล่มาเดินโชว์ด้วย

    อธิชาติกับเก๋าและด้วงเอาอะไหล่และชิ้นส่วนรถมาให้ประมูล แต่งานนี้อินทรไม่คึกเท่าที่ควร จนอธิชาติถามว่าไม่สนใจบ้างหรือ อินทรบอกว่าช่วงนี้ไม่มีอารมณ์อยากแต่งรถ

    “เครียดเรื่องแพรไหมขนาดนั้นเลยเหรอวะ ยังไม่ชินอีกเหรอวะ หญิงของพวกเราใครเผลอไปสบตาไอ้มาวินก็เสร็จมันทุกที ถ้ามาวินไม่สนใจนั่นแหละถึงจะกลับมาหาเรา แต้ถ้ามันสนใจก็จบ”

    “แต่ฉันคือเพื่อนมันและมันเคยบอกกับฉันเองว่าจะไม่ยุ่งกับแพรไหม”

    “นี่แหละ ความเป็นเพื่อนของมันก็วัดกันที่เรื่องผู้หญิงนี่แหละ นายจะได้รู้เหมือนที่ฉันเคยรู้มาก่อนว่า มาวินจริงๆแล้วมันไม่ได้รักเพื่อนอย่างปากหรอก มันรักตัวเอง มันชอบผู้หญิงคนไหน มันก็ต้องเอาให้ได้ ไม่สนใจหรอกว่าของเพื่อนหรือของใคร ฉันว่านายสนใจน้องพริตตี้ที่จัดมาวันนี้ดีกว่า ฉันเล็งไว้ให้นายคนนึงรับรองเด็ด นั่นไง” อธิชาติชี้ให้ดู

    “รตี...” อินทรอุทานอึ้ง

    ooooooo

    ขณะแพรไหมรู้สึกมีความสุขมากกับธรรมชาติในฟาร์มผักปลอดสารที่ตนฝันอยากทำนั้น...

    ที่ปาร์ตี้ในห้องพักโรงแรมหรู... รตีเป็นพริตตี้มาถืออะไหล่รถเดินโชว์ขายให้พวกหนุ่มๆ ท่ามกลางเสียงเชียร์ เสียงเฮอย่างสะใจกับพริตตี้แต่ละคนที่เดินผ่านไป

    เมื่อรตีเดินมาเจออินทรที่อธิชาติบอกว่าจัดให้เขาโดยเฉพาะ อินทรถามอย่างคะนองปากว่า คนนี้อะไหล่แท้หรือปลอมทำไมมันใหญ่เกินจริงมาก แล้วหัวเราะกันเฮฮา รตีไม่พอใจทำหน้าบึ้งก็บอกให้ยิ้มหน่อย มาเป็นพริตตี้ต้องยิ้มๆหน่อย

    รตีจ้องหน้าอินทรบอกว่าถ้ารู้ว่างานนี้มีเขาตนจะไม่มา ถูกอินทรพูดอย่างดูถูกว่า แต่ก็มาเพราะได้เงินดีกว่างานปกติถึงสองเท่าถามเยาะว่า “เธอยอมมาเพราะเงินที่มากกว่าใช่ไหมล่ะ” แล้วอินทรก็คึกคะนอง บอกให้ยิ้มหน่อยตนจะให้ยิ้มละพัน เสียงเชียร์สนั่นเสียงเฮลั่น

    รตีฮึดจะเอาชนะ เมื่ออินทรเอาเงินหนึ่งพันมาวาง เธอฉีกยิ้มและคว้าเงินไปทันที เสียงเฮลั่นห้อง

    อินทรหยิบออกมาอีกสามพัน คราวนี้ให้เธอป้อนเหล้าให้ รตีฮึดจะเอาชนะป้อนเหล้าให้หมดแก้ว ถามว่าจะเอายังไงอีกว่ามาเลย อินทรเอาเงินมาห้าพันท้าให้หอมแก้ม รตีหลับหูหลับตาหอมแก้มแล้วคว้าเงินห้าพันไปทันที

    รตีท้าว่าจะให้ทำอะไรอีก อินทรเอาเงินมาหนึ่งหมื่นบาทแลกกับการให้เธอขึ้นไปยืนบนโต๊ะและถอดเสื้อออก ด้วงกับเก๋าเชียร์ลั่น อินทรพูดสำทับว่า “ฉันท้าเธออยู่นะ กล้าไหมล่ะรตี”

    เวลาเดียวกันนี้ อธิชาติเลี่ยงไปโทรศัพท์อีกด้านหนึ่ง พูดเบาๆกับปลายสาย

    “คุณอยู่ที่ไหนแล้วครับ อ้อ...ดีเลย ผมว่าอีกไม่นานหรอก นั่งดื่มอะไรเย็นๆสบายๆไปก่อนนะครับ ถึงเวลาเมื่อไหร่ผมจะรีบบอกคุณทันที” วางสายแล้วอธิชาติหันมองอินทรยิ้มร้ายกับตัวเอง

    รตีในนาทีนี้เหมือนสัตว์เลี้ยงที่สั่งให้ทำอะไรก็ได้แลกกับเงินของพวกลูกเศรษฐีที่คึกคะนอง เมื่อมีทั้งเงินก้อนโตและคำท้าทายจากอินทร รตีตัดสินใจขึ้นไปยืนบนโต๊ะ อินทรเอาบัตรเครดิตมาวางบอกว่าเต็มวงเงินห้าหมื่น ถอดเสื้อตัวนอกออก ขอแค่สิบวิ เอาไปเลยห้าหมื่น หนุ่มๆพากันเชียร์จ้องรตีกันตาไม่กะพริบแล้วพวกเขาก็ผิดหวัง แทนที่จะได้เห็นอะไรที่อยากเห็น กลับเห็นแต่เสื้อยืดรัดรูปที่รตีสวมทับไว้ข้างใน รตียืนโชว์นับถอยหลังจากสิบถึงหนึ่ง ก็กระโดดลงมายืนเผชิญหน้าอินทร ทวง

    “นายติดเงินฉันห้าหมื่นนะ” แล้วเดินเชิดไป อินทร มองเซ็งๆ ในขณะที่อธิชาติยิ้มปลื้มที่รตีแรงได้สะใจจริงๆ

    ooooooo

    ที่ฟาร์มผักปลอดสารพิษ...แพรไหมนอนไม่หลับ เดินออกมานั่งพักที่แคร่หน้าบ้านพัก พยายามทำใจตัวเองไม่ให้รู้สึกอะไรกับมาวิน

    ทันใดนั้นมีผ้าแพรผืนบางๆมาคลุมไหล่เธอ เสียงมาวินพูดอย่างอบอุ่นว่าอากาศเย็น ระวังจะไม่สบาย แพรไหมหันมองพลางจะเอาผ้าคลุมออก มาวินรีบพูดขึ้นก่อนว่า

    “อย่า...อย่าคิดเล็กคิดน้อยกับแค่ผ้าคลุม” แพรไหมเปลี่ยนเป็นถามว่าตื่นมาทำไม “ยังไม่ได้นอนแล้วเห็นเธอเดินหายออกมานานเลยเป็นห่วง นอนไม่หลับเหรอ” แพรไหมบอกว่านอนไม่หลับเลยออกมานั่งคิดอะไรเรื่อยไป บอกเขาไม่ต้องเป็นห่วงตน กลับไปนอนเสีย มาวินนั่งลงข้างๆ เอ่ย “งั้น...อยู่เป็นเพื่อนนะ...อยากใช้ความคิดใช้ไปเรื่อยๆ ฉันจะอยู่เงียบๆ ไม่รบกวน”

    มาวินเอื้อมมือไปกุมมือแพรไหมไว้นิ่งๆ บอกว่า เขาบอกว่าถ้าอากาศเย็นๆให้กุมมือกันไว้จะช่วยให้อุ่นขึ้นได้ ลองดูนะ แพรไหมปล่อยให้เขากุมอยู่ครู่หนึ่งจึงบอกให้เขาปล่อยได้แล้วเพราะไม่รู้สึกอุ่นขึ้นเลย มาวินถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

    “ทำไม...ทำไมเธอถึงไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง” แพรไหมแกล้งถามว่ารู้สึกอะไร? “ฉันรู้ว่าเธอรักฉัน หรือไม่ก็ต้องชอบฉันอยู่บ้าง”

    “ฟังนะมาวิน... ฉันจะพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย ตั้งแต่นี้ไป ฉันจะโฟกัสที่เรื่องเรียนกับเรื่องงานเท่านั้น เรื่องอื่น โดยเฉพาะความรัก ฉันไม่สน ไม่มีเวลาจะเสียให้ จนกว่าฉันจะบรรลุเป้าหมายที่ฉันต้องการ เวลานี้ฉันจะมีแค่เพื่อนเท่านั้น”

    “เพื่อน...แล้วถ้าฉันไม่อยากเป็นเพื่อนเธอล่ะ”

    “ถ้าไม่อยากเป็นเพื่อน ก็ไม่ต้องเป็นอะไรกันเลย ปล่อยมือฉัน”

    มาวินคลายมือจากมือแพรไหมที่วางอยู่บนมือตน แพรไหมปล่อยมือตัวเองอยู่บนฝ่ามือเขาอีกครู่หนึ่ง พอรู้สึกตัวจึงเอามือออก แต่ถูกมาวินกุมไว้อีกไม่ยอมปล่อย ถามอย่างตัดพ้อว่า

    “ทำไมต้องเป็นอย่างนี้...เธอไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนี้ เธอไม่ได้อยากปล่อยมือ ทำไมเราต้องเป็นฝ่ายเสียสละ ทำไมเพื่อนเราไม่เสียสละให้เราบ้าง ทำไมต้องเป็นเรา...แพรไหม เธอก็เห็นว่าวันนี้เรามีความสุขแค่ไหน ทำไมเราไม่มีความสุขอย่างนี้ด้วยกันต่อไป...ทำไม”

    “สำหรับฉันมันไม่ใช่แค่เรื่องเพื่อน ฉันเป็นคนจน ฉันไม่ได้อยากรวย ฉันต้องการแค่ดูแลแม่ให้ดีที่สุด อะไรที่จะทำให้แม่เสียใจ ฉันจะไม่ทำ ฉันจะทำทุกอย่างให้แม่มีความสุข เหมือนที่แม่นายก็จะทำทุกอย่างให้นายมีความสุข นายเปลี่ยนใจแม่นายไม่ได้ ก็เปลี่ยนใจฉันไม่ได้เหมือนกัน”

    มาวินนิ่งไปอย่างเข้าใจแต่ยังทำใจยอมรับไม่ได้ ยังคงกุมมือแพรไหมไว้อย่างนั้น

    “ปล่อยมือฉัน แล้วเป็นเพื่อนกัน หรือจะไม่เป็นอะไรเลย”

    มาวินยอมปล่อยมือ แต่พอแพรไหมจะเอามือออกเขาก็คว้าไว้อีก เอ่ยขออีกครั้ง...

    “ฉันจะเป็นเพื่อนกับเธอก็ได้ แต่ขอเริ่มวันพรุ่งนี้ได้ไหม วันนี้ทำใจไม่ทัน...นะแพรไหม...พรุ่งนี้เช้า ฉันจะเป็นเพื่อนกับเธอ...เพื่อนจริงๆ ไม่มีอะไรแอบแฝง แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งเลยนะ” แพรไหมถามว่าแล้วตอนนี้จะเป็นอะไร “เป็นอะไรก็ได้ ไม่เป็นเลยก็ได้ ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่แฟน แค่จับมือกัน อยู่ด้วยกัน...แค่นี้...”

    แพรไหมถอยกลับมานั่ง ต่างนั่งจับมือกันเศร้าๆ เพราะลึกๆแล้วต่างรู้สึกดีต่อกัน แต่ถูกเงื่อนไขทางสังคมที่ฐานะแตกต่างกัน และมโนธรรมที่ไม่ยอมแย่งคนรักเพื่อนทำให้ทั้งสองไม่อาจเปิดเผยความรู้สึกลึกๆที่มีต่อกันได้...

    ooooooo

    พริตตี้ที่ถูกจ้างมาพากันเดินไปรับเงินค่าจ้างจากด้วงที่ยืนแจกซองอยู่ แต่พอถึงรตี มันบอกว่าหมดแล้วของเธอต้องไปรับที่ลูกพี่ตน รตีเดินไปทวงเงินจากอธิชาติ

    แทนที่จะได้ค่าจ้าง อธิชาติกลับกระชากรตีล้มลงนั่งตักอินทรพอดี อินทรที่เมามากแล้วถามอย่างหมั่นไส้ว่าจะเอาเท่าไร หมื่นนึงพอไหม รตีบอกว่าเมาแล้วกลับไปนอนเสีย อินทรผลักรตีให้ไปเอาเงินที่อธิชาติ เธอเซไปเข้าแขนอธิชาติพอดี รตีผละออกอย่างเร็วพลางตะโกนทวงค่าจ้าง

    พออธิชาติเอาซองออกมา รตีคว้าซองแล้วเดินออกไปเลย อธิชาติกับอินทรมองตาม อินทรพึมพำเมาๆ ว่านึกว่าสวยนักรึไง อธิชาติยิ้มร้ายบอกว่า “สวยๆ เล่นตัวอย่างนี้แหละดี เดี๋ยวรู้กัน”

    รตีมาถึงล็อบบี้เจอจริยากำลังพูดโทรศัพท์ถามว่า “พร้อมแล้วใช่ไหม ฉันจะได้ขึ้นไปรับตัวอินทรเดี๋ยวนี้”

    รตีได้ยินจริยาเอ่ยชื่ออินทรก็เป็นห่วง สะกดรอยตามไป จริยาขึ้นไปชั้นที่จัดปาร์ตี้ ชมอธิชาติว่าทำดีมากแล้วเข้าไปรับอินทรที่เมามากพูดดังๆ “ฉันพาลูกชายกลับบ้านก่อนนะ” อธิชาติพูดอย่างรู้กันว่าเช็กอิน ‘บ้าน’ ไว้ให้แล้วพลางแบมือไปตรงหน้า จริยาวางเงินปึกหนึ่งให้ แล้วพาอินทรไปเลย
    อินทรเมาจนไม่รู้ใครเป็นใคร พอดีรตีตามมาทัน ถูกอธิชาติมาขวางดึงเธอไว้บอกให้มาอยู่กับตนดีกว่า

    รตีดิ้น โวยวายไม่ให้จริยาเอาอินทรไป แต่ถูกอธิชาติรั้งไว้จนจริยาพาอินทรเข้าลิฟต์กดไปจอดที่ชั้น 7 รตีทำเป็นยอมอธิชาติ พอเขาเผลอก็กระแทกเข่าเข้าเป้าจนอธิชาติตัวงอแล้วรตีก็เข้าลิฟต์กดไปที่ชั้น 7 ทันที

    แต่พอไปถึงไม่เห็นจริยากับอาทรแล้ว รตีเลยกดกริ่งหมดทุกห้อง พอเห็นจริยาในชุดวาบหวามเปิดประตูออกมา รตีพุ่งพรวดเข้าไป จริยาพยายามกันไม่ให้รตีพาอินทรออกไป แต่พอรตีขู่ว่าจะโทร.ไปหาพ่อของอินทรตอนนี้เลย จริยาเงื้อมือจะตบ รตีเลยตะโกนขอความช่วยเหลือ ประจานลั่นว่า

    “ช่วยด้วยค่ะ แม่เลี้ยงจับลูกเลี้ยงแก้ผ้า คิดจะทำอะไรก็ไม่ทราบค่ะ ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...” รตีถูกจริยาตบหน้า เธอไม่สนใจหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป พูดใส่คลิป “เพื่อนๆ โซเชียลดูไว้นะคะ ผู้หญิงคนนี้คือแม่เลี้ยง...”

    จริยาตกใจคว้าเสื้อผ้าตัวเองที่ถอดกองไว้วิ่งเตลิดออกจากห้องไป คำรามไปตามทาง

    “บ้าเอ๊ย...ยัยรตีนี่ใครอีก ต่อให้เธอมีผู้หญิงอีกสิบคน ฉันก็จะทำให้เธอเจ็บยิ่งกว่าที่ฉันเจ็บให้ได้ อินทร”

    ในที่สุดนอกจากรตีจะเอาตัวรอดจากอธิชาติได้แล้วยังช่วยอินทรให้รอดพ้นเงื้อมมือของจริยาได้ด้วย

    รตีดูแลอินทร จับเขาให้นอนท่าสบาย อินทรพร่ำวอนอย่างน่าสงสารว่า

    “อยู่กับฉันนะ อย่าไปนะ ฉันอยากให้เธออยู่ด้วย ฉันขอโทษ ถ้าฉันเคยดูถูกหรือทำอะไรไม่ดีกับเธอ แต่นั่นเพราะฉันรักเธอ” รตีอึ้งอย่างคาดไม่ถึง แต่พอฟังต่อไปก็สลดวูบ “ฉันไม่ชอบให้เธอไปใกล้ชิดกับใคร ฉันรักเธอนะแพรไหม”

    “ทำไมใครๆก็ต้องรักแต่แพรไหม ฉันมันไม่ดียังไง...” ระหว่างนั้นอินทรก็เพ้อเรียกแต่แพรไหม รตีทนไม่ได้ตะโกนใส่ “ฉันไม่ใช่แพรไหม ฉันคือรตี ฉันคือคนที่ช่วยนาย นายต้องขอบคุณฉัน ไม่ใช่เรียกหาแต่แพรไหม...แพรไหม...”

    แต่อินทรในสภาพเมาไม่ได้สติ ก็ยังพร่ำเรียกแต่แพรไหม...แพรไหม จนรตีทิ้งตัวนั่งมองอย่างหงุดหงิด

    ooooooo

    มาวินยังนั่งอยู่กับแพรไหม อ้อนถามว่าเรานั่งด้วยกันอย่างนี้จนเช้าได้ไหม แพรไหมถามว่าเพื่ออะไร

    “ฉันอยากให้เรามีช่วงเวลานี้ด้วยกันแบบนี้ไปนานๆ”

    “มันก็แค่ช่วงเวลา สุดท้ายมันก็จะผ่านไป กลายเป็นอดีต แค่ความทรงจำ”

    “ถ้ามีฉัน กับเธอ แค่ความทรงจำ ฉันก็อยากให้มี”

    แพรไหมมองเขาอย่างเห็นใจ แต่ก็หักห้ามใจ ตัดสินใจผละออกจากมาวินลุกออกไปบอกว่า

    “ฉันจะไปนอนแล้ว หวังว่า พรุ่งนี้เราคงเป็นเพื่อนกันได้จริงๆนะ”

    มาวินมองตาม เขานอนแผ่อย่างหมดแรง แพรไหมเดินไปไม่กี่ก้าวก็หันกลับมองมาวินด้วยความรู้สึกไม่ต่างกัน

    ooooooo

    รุ่งขึ้น พี่หมอนเอากุญแจรถให้มาวินบอกว่าให้เด็กงมมาได้แล้ว ส่วนแพรไหมยิ้มสดใสร่าเริงอยู่กับคนงานช่วยคัดแยกผัก พอเห็นมาวินมาก็เหล่ๆ สังเกตว่าวันนี้เขาจะทำตัวเป็นเพื่อนได้อย่างที่บอกไว้หรือเปล่า

    เขาทำได้จริงๆ เมื่อเห็นแพรไหมขอบคุณพี่หมอนที่ให้ผักไปมากมายก็พูดแขวะว่าตะกละ แพรไหมฉุนถามว่า ว่าเพื่อนตะกละหรือ มาวินผลักหัวแพรไหมค่อนข้างแรงจนแพรไหมเซแซดๆ แพรไหมร้องเฮ้ย! มาวินพูดหน้าตาเฉยว่าเพื่อนกันก็ต้องเล่นหัวกันได้ ไม่ใช่แฟนไม่จำเป็นต้องทะนุถนอม

    ระหว่างขนผักไปที่รถ แดดร้อนมาก มาวินก็กางร่มให้ตัวเองเดินตัวปลิวไป แพรไหมหงุดหงิดที่ไม่ช่วยถือแล้วยังไม่กางร่มให้ด้วยร้องบอกให้รอด้วย มาวินตะโกนตอบอย่างไม่สนใจว่า “เพื่อนกันไม่ต้องเอาใจกันขนาดนั้นหรอกน่า” แพรไหมบอกว่าตนเป็นผู้หญิงเขาควรมีน้ำใจกับเพื่อนบ้าง มาวินบอกว่าไม่ ซ้ำเร่งให้รีบเดินด้วยตนร้อน

    “นายคือเพื่อนที่ห่วยที่สุดที่ฉันเคยมี”

    แพรไหมบ่นพลางหิ้วผักเดินตาม มาวินแอบยิ้มสมใจที่ได้แกล้งเธอ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:28 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์