นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คู่ปรับฉบับหัวใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 2 เรื่อง 2 รส 'บ้านทรายทอง' ปะทะ 'คู่ปรับฉบับหัวใจ'

    นาราหายไปจากวงจรของเพื่อนๆ และมหาวิทยาลัย ชนนเป็นห่วงมากแต่เพราะมัววุ่นๆอยู่กับเรื่องของรตีกับแพรไหมทำให้ลืมนาราไปชั่วขณะ

    แต่นาราไม่ได้ไปตกทุกข์ได้ยากที่ไหน เธอได้ไปอยู่กับพี่ปิ่นเจ้าของร้านดอกไม้เกรดเอ นาราได้ทำงานที่ชอบ อยู่กับของสวยงามสดชื่น ทำให้เธอมีความสุขและเพลิดเพลิน

    วันนี้นาราจัดดอกกุหลาบขาวใส่แจกันแก้วใสทรงสูง พี่ปิ่นมาดู นาราถามว่าพอไหวไหม พี่ปิ่นพยักหน้าบอกว่า

    “ก็ใช้ได้นะ แต่พี่ว่ามันยุ่งเหยิงซับซ้อนไปหน่อย” พี่ปิ่นดึงดอกยิปโซ ดึงใบไม้ที่ใช้ประดับออก แก้ไขจนเหลือแต่เฉพาะดอกกุหลาบขาวล้วนๆ “ชีวิตเรามันวุ่นวายพอแล้ว บางทีอะไรที่เรียบง่าย ชัดเจน แสดงตัวตนของเราอย่างไม่ต้องปิดบังซ่อนเร้น มันก็คือความสวยงามเหมือนกันนะ”

    พี่ปิ่นจัดเหลือเฉพาะกุหลาบขาวที่โชว์ก้านยาวๆ ในแจกันใส ดูเรียบหรูสวยงามสะอาดตา นาราอุทานทึ่ง

    “ฮ้า...ง่ายๆแค่นี้ก็สวยได้ นาจะทำให้มันเยอะทำไมก็ไม่รู้”

    “การจัดดอกไม้ก็คือการเรียนรู้ชีวิตนี่แหละ จัดดอกไม้ออกมาแบบไหน ชีวิตมันก็เป็นอย่างนั้น”

    “งั้นชีวิตนาคงจะงงสุดๆแน่เลยค่ะ” นาราไหว้ “ขอบคุณพี่ปิ่นมากนะคะที่ให้นาทำงานที่ร้าน ไม่งั้นนาก็ไม่รู้จะไปอยู่ไหนเหมือนกัน”

    “จะบอกพี่ได้หรือยังว่าทำไมถึงหนีออกจากบ้าน ไม่ไปเรียนแล้วก็มาขอทำงานที่ร้านพี่”

    นารายิ้มเฝื่อนๆ แต่ยังไม่อยากเล่าให้ฟัง

    ooooooo

    พอหายวุ่นเรื่องเพื่อนชนนก็แอบถามไอ้แจ๋วว่าเห็นผู้หญิงรูปร่างลักษณะแบบนี้ไหม ไอ้แจ๋วบอกว่าไม่เห็น พอชนนไปชัดก็ถามไอ้แจ๋วว่าชนนถามหาใคร พอรู้ชัดก็เดาได้ว่าใคร นึกกังวลว่าชนนจะยังตัดใจจากนาราไม่ได้

    ฝ่ายรตีหลังจากประกาศตัดเพื่อนกับแพรไหมแล้ว กลับถึงบ้านก็ถูกนางน้อมกับนายกุลถามว่าเพื่อนๆ ได้ดิบได้ดี วันก่อนพ่อแม่แฟนแพรไหมก็มาอาละวาดมานีที่ตลาด แม้แต่ชนนก็ยังแอบกิ๊กกับคุณหนูนารา ถามรตีว่า

    “แล้วเอ็งล่ะ? เอ็งสวยกว่าอึ๋มกว่าก็น่าจะมีพ่อแม่เศรษฐีมาอาละวาดบ้าง นี่แม่คิดคำด่าเอาไว้รับมือพวกเศรษฐีแล้วนะ ถ้ามีก็ให้มาเลย”

    รตีบอกว่าพ่อกับแม่เลิกเพ้อฝันได้แล้ว ตนไม่มีแฟนเพราะถูกแพรไหมแย่งไปแล้ว บอกพ่อกับแม่ว่า

    “พ่อกับแม่รู้ไว้เลยนะว่า ตั้งแต่นี้ไปไม่ต้องเอาเรื่องเกี่ยวกับแพรไหมมาบอกรตีอีก เพราะรตีกับแพรไหมไม่ใช่เพื่อนกันอีกแล้ว!!”

    “หน็อย นังแพรไหม!!!” นางน้อมคำรามตาแทบถลน

    เช้านี้ เมื่อชนนมาที่ตลาดเพื่อไปมหาวิทยาลัยด้วยกันสามคนเหมือนเคย รตีมองแพรไหมที่กำลังเข็นผักมา ชวนชนนว่าไปกันเถอะไม่ต้องสนใจคนที่ไม่ใช่เพื่อนหรอก แพรไหมเก้อ เศร้าและเจ็บปวดกับท่าทีของเพื่อน...

    ooooooo

    นางน้อมลิ่วไปที่แผงขายผักมานี ถามชัดที่กำลังช่วยลูกค้ายกของขึ้นตุ๊กๆของตนว่าแพรไหมอยู่ไหน

    พอมานีบอกว่าไปส่งผัก มีอะไรหรือเปล่า นางน้อมกับนายกุลก็เปิดฉากด่าหาว่ามานีรู้เห็นเป็นใจให้แพรไหมแย่งแฟนรตี อยากตกถังข้าวสารทั้งแม่ทั้งลูกแต่ไม่มีปัญญาหาต้องมาแย่งลูกสาวตน

    แพรไหมกลับมาพอดีปราดเข้าไปช่วยแม่ ปรามนางน้อมว่ามันจะมากไปแล้ว นางน้อมอยากมีเรื่องอยู่แล้วท้าตบทันที ชัดขอร้องว่าคนตลาดเดียวกันอย่ามีเรื่องกันเลย นางน้อมพูดอาฆาตว่า คอยดูเถอะ จะเอาคืนให้ถึงที่สุดเลย!

    แพรไหมไหว้ขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้แม่โดนด่า สาบานว่าตนไม่ได้แย่งแฟนรตี มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด

    “ถ้าเข้าใจผิด ลูกก็ไปปรับความเข้าใจกับรตีสิ อย่าปล่อยให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างนี้”

    แพรไหมบอกว่าตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรให้รตีเข้าใจเหมือนกัน ชัดแย้งว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะคนมองกันทั้งตลาด ยิ่งปล่อยนานไปจะยิ่งเสียหาย ป่านนี้ไม่รู้นางน้อมไปโพนทะนาถึงไหนแล้ว แล้วเราจะขายของที่นี่กันลำบาก มานีบอกให้แพรไหมไปเรียนเสียแล้วหาทางคุยกับรตีให้เข้าใจด้วย

    ขณะแพรไหมมานั่งที่ป้ายรถเมล์ คิดว่าจะคุยกับรตีอย่างไรดี มาวินเดินมาถามว่าคิดอะไรอยู่แล้วนั่งลงข้างๆ พยายามชวนคุย แพรไหมพูดอย่างรำคาญว่า “เลิกยุ่งกับฉันได้ไหม”

    “ไม่ได้” มาวินตอบยิ้มกริ่ม ทำให้แพรไหมยิ่งไม่พอใจจะลุกขึ้น มาวินคว้ามือไว้ชวนไปแท็กซี่กับตนเถอะเพราะกว่ารถเมล์จะมาไม่น่าจะทันเรียน ก็พอดีอินทรขี่บิ๊กไบค์มาจอด เอ่ยชวน

    “ให้ผมไปส่งดีกว่าครับแพรไหม” แพรไหมหัน

    ไปปรามมาวินว่าถ้าไม่ใช่เรื่องเรียนอย่ามายุ่งกับตน อินทรยิ้มเยาะมาวิน ส่งหมวกกันน็อกให้แพรไหมบอกให้ใส่แล้วขึ้นรถเลย

    “นายก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉันเหมือนกัน!!” แพรไหมเอ็ดแล้ววิ่งขึ้นรถเมล์ที่มาจอดพอดี อินทรมองเหวอมาวินหัวเราะเยาะบ้าง แล้วก็จ้องหน้ากันไปมา ทั้งที่ต่างก็แห้วเหมือนกัน

    ooooooo

    นาราทำงานที่ร้านดอกไม้พี่ปิ่นอย่างเพลิดเพลินสบายใจ เธอขำๆเมื่อเจอลูกค้าสั่งดอกไม้แล้วให้เขียนข้อความเฉิ่มๆ แถมยาวเหยียด เธออ่านข้อความขำๆ ให้พี่ปิ่นฟัง ถูกพี่ปิ่นอบรมว่า

    “เราไม่ควรเอาข้อความลูกค้ามาพูดเล่นนะ” แล้วเดินเข้าข้างใน นาราบอกว่าตนทราบ พี่ปิ่นอาจจะเจอจนชินแล้ว แต่ตนไม่ชิน ยังพูดกลั้วหัวเราะขำๆว่า

    “มีผู้ชายที่พูดอะไรเลี่ยนๆแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย อยากเห็นหน้าจัง”

    นาราหันกลับมาอย่างเร็ว เธอผงะเมื่อเจอชายหนุ่มหน้าตาดีแววตาขี้เล่นมายืนข้างหลัง เธอผงะเซ ชายหนุ่มประคองไว้

    “ไม่เป็นไรนะครับ” เสียงนุ่มๆถาม เขาคือปรัชญา เจ้าของข้อความเลี่ยนๆที่นาราพูดถึงนั่นเอง!

    ปรัชญาเป็นหนุ่มหน้าตาดีขี้เล่นทะเล้นน่ารัก พี่ปิ่นแนะนำว่าปรัชญาคือรุ่นน้องที่น่ารักมากของพี่ ปรัชญารีบแสดงความยินดีที่รู้จักนารา แล้วทำเป็นร้องตกใจบอกนาราว่า “โอ๊ะๆ อย่าวางครับ ทะนุถนอมหัวใจผมหน่อยสิครับ”

    นารารับมุกไม่ทัน พอปรัชญายิ้มหวานให้ นาราก็เขิน

    “นี่ๆๆ พี่เพิ่งรับนารามาทำงานแทนคนเก่า และพี่ต้องการคนช่วยมาก เธออย่าไล่ผู้ช่วยพี่!”

    นาราหลบสายตาขี้เล่นของปรัชญา ก้มหน้าก้มตาเขียนข้อความเลี่ยนๆของเขาต่อ

    ooooooo

    ที่มหาวิทยาลัย แพรไหมมายืนรอที่นอกห้องเรียนเพื่อจะดักคุยกับรตี แต่พอเรียกรตี ชนนก็ตามมาบอกรตีว่าอาจารย์ชัยเรียกไปคุย

    แพรไหมเรียกรตีจะขอคุยด้วย ก็พอดีทั้งมาวินและอินทรมาเรียกเธอพร้อมกันและชวนไปกินข้าวด้วยกัน แพรไหมแว้ดใส่ว่าไม่เข้าใจภาษาหรือไง ให้เลิกยุ่งกับตนเสียที พอดีอาจารย์ชัยมาเรียกทั้งสี่คนบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย แล้วเดินนำไปที่มุมม้านั่งในมหาวิทยาลัย โดยนักศึกษาหนุ่มสาวทั้งสี่ที่ท่าทางหมางเมินต่อกัน ต่างนั่งกระจายๆกันไป

    อาจารย์ชัยถามว่าพวกเขารู้เรื่องนาราหรือยัง มาวินถามว่านาราเป็นอะไรหรือ เห็นวันนี้ไม่มาเรียน อาจารย์ชัยพูดเชิงตำหนิว่าไม่รู้กันเลยใช่ไหมว่านาราไม่ได้มาเรียน สนใจแต่เรื่องอื่นจนลืมเพื่อนสนิท อินทรถามว่านาราเป็นอะไร ชนนโพล่งไปว่านาราหนีออกจากบ้าน แล้วเล่าซึมๆว่า

    “เมื่อวานนารามาหาฉัน มาแต่ตัวไม่มีเงิน ไม่มีกระเป๋าเสื้อผ้า นาราจะให้ฉันช่วยแต่ฉันช่วยไม่ได้ แล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ว่านาราหายไปไหนแล้ว” อินทรโมโหชนน

    ที่ไม่ช่วยนาราจนเกือบเถียงกัน อาจารย์ชัยตัดบทว่า

    “ที่อาจารย์มาบอกพวกเธอ เพราะอยากให้พวกเธอช่วยกันหานารา อาจารย์ไม่รู้นะว่านารามีปัญหาอะไร แต่อาจารย์ไม่อยากให้นาราทิ้งการเรียนแบบนี้” รตีถามแทรกขึ้นว่าแล้วเรียกตนมาทำไมไม่เห็นมีอะไรเกี่ยวกับตน “อาจารย์ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของนักศึกษานะ แต่อาจารย์ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ อาจารย์ได้ยินพวกนักศึกษาชายพูดถึงเธอในทางไม่ดี เพราะสิ่งที่เธอไปทำเพิ่มมา”

    รตีของขึ้นถามว่าใครนินทา ตนจะไปด่ามัน อินทรถามว่าจะไปด่าอะไรก็เธออยากให้คนเขาพูดถึงอึ๋มของเธอ เขาก็พูดสมใจเธอแล้วนี่ รตีสวนไปว่า ตนไม่อยากให้คนอื่นพูดถึง ตนอยากให้มาวินพูดถึงคนเดียว ทำเอามาวินเหวอ

    “พวกเธอรู้ไหม ทำไมอาจารย์ถึงให้พวกเธอออกไปสัมภาษณ์เจ้าของกิจการ เพราะอาจารย์อยากให้พวกเธอเห็นวิธีคิดคนที่ประสบความสำเร็จ ทุกคนมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่ากำลังทำอะไรและจุดหมายปลายทางคืออะไร”

    “แล้วอาจารย์พูดเพื่ออะไรครับ” มาวินถาม

    “อาจารย์เข้าใจวัยรุ่นอย่างพวกเธอนะ และอาจารย์ก็สนับสนุนให้พวกเธอใช้ชีวิตให้เต็มที่ แต่...ขอให้ใช้อย่างมีสติ อย่าหลงระเริงไปกับความสุขฉาบฉวย ถามตัวเองให้ชัดเจนว่ามาเรียนทำไม มีเป้าหมายอะไร และจะใช้ชีวิตไปวันๆแบบนี้ถึงเมื่อไหร่? ถ้าพวกเธอมีเป้าหมาย พวกเธอก็จะเห็นคุณค่าของชีวิตและมีความสุข”

    ทุกคนฟังอาจารย์ชัยอย่างตั้งใจแต่ทำหน้างง บ้างก็ทำหน้าเอือมๆ อาจารย์ชัยดูออก ถามเซ็งๆว่า

    “ไม่มีใครเข้าใจที่พูดเลยใช่ไหม”

    ooooooo

    เพราะฟังอาจารย์ชัยพูดอย่างงงๆ เอือมๆ นี่เอง พอแยกจากอาจารย์ชัย ปัญหาเก่าก็คุขึ้นใหม่ทันที รตีถามมาวินว่าเขารักแพรไหมจริงๆใช่ไหม

    มาวินรู้สึกผิดคิดจะเดินหนี รตีเดินไปขวางจ้องหน้าแบบยังไงก็ต้องคุยให้ได้! มาวินเดินเลี่ยงก็ตามไปพูดไม่เลิก

    รตีตัดพ้อต่อว่าที่มาวินหลอกให้ตนไปซื้อของกินแล้วหายไป ติดต่อไม่ได้ แต่โผล่ไปอยู่กับแพรไหมที่ปาร์ตี้ ไปขัดขวางไม่ให้แพรไหมรับรักอินทร ถามว่ามันคืออะไร มาวินขอโทษ ยอมรับว่าตนรักแพรไหม รตีถามว่าแล้วตนล่ะ?!


    “รตีคือเพื่อน” มาวินตอบไม่ลังเล รตีฉุนขาดถามว่าถ้าคิดว่าตนคือเพื่อนแล้วทำไมต้องมาทำดี ทำให้มีความหวัง ทำให้เข้าใจผิด ทำไม! ทำไม!!

    มาวินยอมรับว่าตนทำไปเพราะคิดว่าจะทำให้แพรไหมหึงและหันมารักตน รตีบอกว่าแต่ความรู้สึกของตนคือความจริง คือของจริง ตนรักเขาจริงๆ มาวินขอโทษ ถามว่าจะให้ตนรับผิดชอบอย่างไรให้บอกมาเลย

    รตีหยิบสร้อยคอที่มีจี้รูปหัวใจออกมายื่นให้มาวินบอกว่าถ้าเขาอยากรับผิดชอบ รับไปได้ไหม เป็นแฟนกับตน ให้โอกาสตน สัญญาว่าตนจะเป็นแฟนที่ดีที่สุดของเขา เว้าวอน...นะ...วินนะ...

    มาวินอึ้ง รู้สึกผิดและสงสารแต่ก็ลังเล สุดท้ายเขาเดินผ่านรตีไปอย่างไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองได้ พูดได้แค่สั้นๆว่า “ผม...ผมขอโทษ...”

    รตีรู้สึกประหนึ่งหัวใจถูกจิกฉีกเป็นริ้วๆ สร้อยในมือร่วงลงพื้น เธอยืนร้องไห้ปานหัวใจแตกสลาย...น้ำตาแห่งความเจ็บปวด และแค้น ทะลักเป็นสาย...

    ooooooo

    แม้แพรไหมจะถูกรตีกับชนนโดดเดี่ยวไม่เสวนาด้วย แต่เธอก็ยังพยายามที่จะพูดคุยด้วย วันนี้ก็ขอไปช่วยตามหานาราด้วย ชนนพยายามที่จะไม่พูดด้วย แต่ก็พลั้งเผลอไปบ้าง พอรู้ตัวก็เอามือปิดปากแน่น

    รตีเห็นดังนั้นพุ่งเข้ามากระชากชนนออก ปรามแพรไหม “อย่ามายุ่งกับเพื่อนฉัน” แพรไหมอุทานเรียก “รตี” ก็ถูกห้ามเรียกชื่อตน แพรไหมหมั่นไส้เลยเรียกรัว “รตีๆๆๆๆ”

    รตีเดินหนีไปแล้วแต่ก็หันเดินกลับมา แพรไหมมองว่าเธอจะมาทำอะไร พอมาถึงรตีก็เงื้อมือจะตบ

    “แกกล้าตบฉันเหรอรตี” แพรไหมถาม รตียังมีเยื่อใยกับแพรไหมอยู่บ้าง มือที่จะตบเลยยกค้างอยู่อย่างนั้น แพรไหมถามอย่างเสียใจว่า “แกจะเอาอย่างนี้ใช่ไหม พวกเราจะแตกหักไม่ใช่เพื่อนรักกัน ไม่มีกันและกันอีกต่อไปแล้วใช่ไหม”

    รตีบอกว่าตนมีชนนเป็นเพื่อนคนเดียว เธอไม่ใช่ ชนนเข้ามาชวนไปกันเถอะ แล้วลากรตีไปเลย

    แพรไหมอึ้ง เห็นความโกรธของรตีที่มีต่อตนก็ยิ่งผิดหวังเสียใจ

    เมื่อมานั่งรอรถที่ป้ายรถเมล์ ชนนถามรตีว่าจะตบแพรไหมจริงๆหรือเปล่า เตือนสติว่าจะทำอะไรก็ให้นึกถึงเกียรติสถาบันกับชุดที่ใส่อยู่บ้าง อย่าให้คนเขาหาว่าพวกเราโตแต่ตัวแต่ไร้วุฒิภาวะ ใส่ชุดนักศึกษาแต่ทำตัวไร้การศึกษา

    รตีถามว่าจะมาด่าตนทำไมลองตัวเองถูกเพื่อนแย่งแฟนแบบนี้บ้างสิ ชนนมองหน้าถามว่ามาวินรักเธอหรือ รตีร้องไห้ฮือๆอย่างไม่อายใคร ยอมรับว่าตนคิดเอง มาวินไม่เคยบอกรักตนเลย เขาทำดีกับตนก็เพียงเพื่อให้แพรไหมหึงเท่านั้น ตนไม่มีค่าอะไรกับเขาเลย

    “ใจเย็นๆก่อน เขาไม่เห็นค่าของแกแต่ฉันเห็นนะ”

    รตีร้องไห้หนักพยายามดึงสร้อยที่มาวินให้ออกจากคอ แต่ดึงไม่ออก ชนนอาสาถอดให้ รตีรำพึงรำพันว่า

    “เขาให้สร้อยฉันมา เขาทำให้ฉันรัก และฉันก็รักเขา” รตีกอดชนนคร่ำครวญ “ฉันจะไม่ยอมเสียมาวินไป...ไม่ยอม”

    ooooooo

    ที่สนามแข่งรถ บรรดาวัยรุ่นเฮฮาสนุกสนานกับการแข่งรถที่กำลังจะเริ่มขึ้น

    ที่จุดสตาร์ต อินทรกับอธิชาติจอดรถเทียบ ต่างถอดหมวกกันน็อกมองหน้ากันอย่างพร้อมแข่งเต็มที่

    ปรากฏว่าการแข่งครั้งนี้อินทรชนะ อธิชาติยอมรับว่าอินทรเหนือชั้นกว่าตนจริงๆ แต่ก็คุยทับว่า

    “เรื่องรถฉันยอมแพ้ แต่เรื่องนี้ฉันไม่ยอมว่ะ แล้วแฟนนายไม่มาเชียร์เหรออินทร ชื่อแพรไหมใช่ไหม”

    อินทรบอกว่าไม่มา ด้วงลูกน้องอธิชาติสอดแทรกว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือเปล่า เก๋าก็สาระแนว่า ครั้งโน้นก็แบบนี้ บอกว่าเด็กไม่มา แต่สักพักมาวินก็ควงเด็กนายมาเฉยเลย

    “ไอ้มาวินนี่มันเสน่ห์แรงจริงๆ แฟนฉันตั้งกี่คนก็เปลี่ยนใจจากฉันไปชอบมาวิน นี่ก็ไม่รู้ว่าสาวเปลี่ยนใจเองหรือมันแอบตีท้ายครัวฉัน ถ้าจับได้ว่ามันตีท้ายครัว

    ฉันไม่เอามันไว้แน่ จริงไหมอินทร” อธิชาติยุแหย่ตามเคย

    แล้วก็พูดเองว่า “แต่กับเพื่อนรักอย่างนายมาวินคงไม่หรอก ถ้ามันทำกับนายได้ก็โคตรชั่วเลย”

    “ใช่...มันโคตรชั่วเลย” อินทรโพล่งออกมา อธิชาติถามว่ามาวินแย่งแพรไหมไปจริงๆหรือ? “ฉันจะไม่ยอม

    ให้มันแย่งแพรไหมได้ ไม่มีวันยอม” อินทรจิกตาหมายมาด อธิชาติหัวเราะสะใจที่อินทรยุขึ้น อึดใจเดียวรตีก็มาพูดแทรกขึ้นว่า

    “ไม่ยอมก็ต้องยอม เพราะนายมันห่วยแตก!!” อินทรมองขวับฉุนขาด ส่วนอธิชาติมองรตีอย่างสนใจ

    ooooooo

    อินทรฉุนขาดลากรตีไปอีกมุมของสนามแข่งปรามว่าถ้าจะมาเยาะเย้ยถากถางตนละก็...กลับไปเสีย!

    คนผิดหวังสองคน ทะเลาะท้าทายกันหมายให้อีกฝ่ายฮึดและเอาชนะกัน รตีปรามาสอินทรว่าแน่จริงก็ให้แย่งแพรไหมจากมาวินมาให้ได้ ฝ่ายอินทรก็เยาะเย้ยว่าผู้หญิงจอมก๊อปอย่างเธอ ไม่มีวันชนะใจมาวินได้

    อธิชาติจอมเสียบจอมเสี้ยม เห็นทั้งสองทะเลาะแย่งผู้หญิงและผู้ชายกัน ก็เข้าแทรกทันที

    “ใจเย็นสิอินทร ฉันว่าน่าสนใจนะ มีอดีตเพื่อนรักของแพรไหม เป็นฉัน ฉันไม่ปฏิเสธแน่ ยิ่งสวยแบบนี้ด้วย” รตีได้ยินหันจ้องตาขวางใส่ตวาดว่าไม่ใช่เพื่อนเล่น อธิชาติมองรตีอย่างถูกใจ แนะนำ “ผมอธิชาตินะครับ...รตี”

    อินทรเดินแยกไป อธิชาติตามไปชมว่าเพื่อนเขาแต่ละคนสวยๆทั้งนั้น ตนดีใจจริงๆที่ได้รู้จักกัน

    “อยากทำอะไรรตีก็ทำไปเลย แต่อย่ามายุ่งกับ แพรไหม”

    “รู้น่า ฉันไม่ทรยศนายเหมือนมาวินหรอก แล้วที่สำคัญฉันมีวิธีที่นายจะเขี่ยมาวินออกไปจากชีวิตแพรไหมแล้วด้วย”

    “อะไร?” อินทรสนใจจี๋

    แล้วคืนนี้เอง ขณะมาวินนั่งคิดเครียดที่ถูกแพรไหมไล่ทั้งตนและอินทรออกไปจากชีวิต เธออยู่ที่ระเบียงบ้าน ก็ได้รับข้อความจากอินทรว่า “พรุ่งนี้เที่ยง มาเจอที่สนามแข่งรถ เรามีเรื่องต้องตกลงกัน”

    ooooooo

    ที่ร้านดอกไม้ ปรัชญายังแวะเวียนมาหยอกล้อนารา พอได้จังหวะก็บอกเธอว่า

    “ผมชอบคุณนะครับ” ทำเอานาราเหวอ “พอเจอ คุณเมื่อวานผมก็กลับไปคิดถึงคุณทั้งคืนเลย ผมจีบคุณได้ไหมครับ”

    ขณะนาราเหวอๆ งงๆ ไม่ทันตั้งตัวนั้น เสียงมาวินก็แทรกเข้ามาว่า

    “คิดว่าไม่ได้นะ นาราเป็นคู่หมั้นผม เสียใจด้วยนะ” แล้วเข้าไปโอบเอวนาราไว้ ปรัชญาที่กำลังกรุ้มกริ่มเก้อไปเลย

    เมื่อเดินคุยกันมาหน้าร้าน นาราถามมาวินว่าหาตนเจอได้ยังไง มาวินบอกว่าแค่ตนโพสต์ลงไอจีแป๊บเดียว ข่าวเธอก็มาแล้ว มาวินถามว่าเธอหนีออกจากบ้านจริงๆ หรือ นารารับว่าจริงเพราะตนเบื่อไม่อยากให้คุณแม่บังคับให้ทำโน่นทำนี่ทั้งที่ตนไม่อยากทำ เล่าแบบบ่นๆว่า

    “พ่อกับแม่หายใจเข้าออกมีแต่ธุรกิจ ให้นาเรียนบริหารก็เพื่อจะให้มาสืบทอดธุรกิจห้าง จะให้นาหมั้นกับวินก็เพื่อต่อยอดธุรกิจ มีแต่ธุรกิจ...ธุรกิจ...” มาวินบอกว่าตนเข้าใจเธอ เข้าใจมากเลย แล้วเธอจะอยู่อย่างนี้อีกนานไหม “ก็คงเรื่อยๆ โชคดีที่ร้านนี้รับสมัครงานพอดี แล้วพี่เจ้าของร้านก็ใจดีมาก ให้นาทำงานแล้วยังให้นานอนพักที่นี่ได้ด้วย”

    มาวินถามว่าเธอจะอยู่อย่างนี้ไหวหรือ เสนอว่าแม่มีคอนโดหลายห้องที่ปล่อยว่างอยู่ ตนจะขอแม่ให้นะ

    “อย่าเลย ถ้าแม่วินรู้เดี๋ยวแม่นาก็รู้ นาไม่อยากให้พ่อกับแม่ตามมาเจออีก วินอย่าไปบอกใครว่าเจอนาที่นี่” มาวินถามว่าแล้วไอ้คิ้วหนาเมื่อกี้ที่มาจีบล่ะเล่าได้ไหม “ไม่ได้...ห้ามเล่าทั้งนั้น”

    ooooooo

    เมื่อทำอย่างไรรตีก็ไม่ยอมคุยด้วย แพรไหมไปหาถึงที่บ้านขอเวลาแค่นาทีเดียว รตีสวนทันควันว่าวินาทีเดียวก็ไม่ให้

    “ถ้าแกไม่ฟัง ฉันจะเดินตามแก แล้วก็พูดกรอกหูแกไปทุกที่เลย แกจะไปทำงานพริตตี้ ฉันก็จะไปยืนพูดข้างแกให้แกทำงานไม่ได้เลย”

    รตีไม่ทันพูดอะไร นางน้อมก็เข้ามาตวาดเรียกแพรไหมจากข้างหลังแพรไหม นายกุลที่ถือถังน้ำล้างจานตามมาด้วย สาดน้ำใส่แพรไหมโครม! นางน้อมประกาศว่าบ้านนี้ไม่ต้อนรับพวกแย่งแฟนเพื่อน ไล่ให้ไปเลยแล้วอย่ามาเหยียบบ้านตนอีกสาดน้ำและไล่ตะเพิดแล้วนางน้อมกับนายกุลก็เดินไปอย่างสะใจ

    แพรไหมทั้งเปียกและเหม็นน้ำล้างจาน เดินไปที่ตลาด มานีเอาผ้ามาให้แพรไหมเช็ดผมเช็ดตัว ชัดบ่นว่านางน้อมกับนายกุลชักจะมากไปแล้ว มานีบ่นว่าขายของอยู่ตลาดเดียวกันแท้ๆ ทำไมต้องทำกันอย่างนี้

    “เงินไง นางน้อมกับไอ้กุลมันชอบเงินขนาดไหนก็เห็นๆอยู่ ไม่งั้นมันจะทั้งผลักทั้งดันให้นังรตีไปเป็นพริตตี้ ไปเข้าวงการบันเทิงเหรอ มันไปกู้เงินมาให้รตีทำนมด้วยซ้ำ” แพรไหมบอกว่าตนจะต้องทำให้รตีเข้าใจให้ได้ “ข้าว่ายาก นังน้อมไม่ยอมจบง่ายๆแน่”

    มานีบอกแพรไหมว่าถ้ารตีไม่ยอมเข้าใจก็ช่างเถอะ ต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกัน ชัดบอกว่าถ้าได้ก็ดี ตนกลัวอย่างอื่นมากกว่า แพรไหมถาม “อะไรเหรอน้า?”

    “ข้ากลัวว่านังน้อมมันจะคลั่งหนักยิ่งกว่านี้ ทั้งต่อหน้าและลับหลังแล้วเอ็งกับแม่มานีจะขายของอยู่ที่นี่ลำบากน่ะสิ”

    “เอาเถอะ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็แล้วกันนะ” มานีพูดปลงๆ แต่ก็ระวังตัว

    แล้วก็จริงอย่างที่ชัดคาด นางน้อมบอกนายกุลว่า ตนไม่ยอม บอกนายกุลต้องจัดการทำยังไงก็ได้ให้มาวิน เลิกกับแพรไหมแล้วหันกลับมาหารตีให้ได้ นายกุลทำว่าจะให้ทำยังไง นางน้อมยกสากชี้หน้า “คิดสิ คิด! คิด!!” นายกุลกลัวเจอสากกะเบือบินเลยรีบนั่งขัดสมาธิหลับตาคิด แต่อดเสียวหัวไม่ได้

    ooooooo

    ชนนโทร.หามาวินขณะเขาไปที่สนามแข่งรถ มาวินทำเสียงรำคาญถามว่ามีอะไร ชนนทำเป็นไว้เชิงทั้งที่ไม่มีเชิง บอกว่าตนไม่ได้อยากโทร.มาหาหรอกถ้าไม่ใช่เรื่องนารา ถามว่าเขาเจอนาราหรือยัง

    มาวินบอกว่าเจอแล้ว ชนนดีใจมากถามว่าอยู่ไหน อยู่กับเขาหรือกลับบ้านไปแล้ว

    “ไม่ได้อยู่กับฉัน ไม่ได้กลับบ้าน แต่ฉันไม่บอกหรอกว่าอยู่ที่ไหน บาย” มาวินตัดสายทันที ชนนร้อนรน กดโทร.อีก พอปลายสายรับก็ถามทันที “นายอย่าเล่นตัว ลีลา บอกฉันมาว่านาราอยู่ที่ไหน!!”

    “ถ้าอยากรู้ให้แพรไหมมาถามฉันแล้วกัน บาย” มาวินตัดสายแล้วมองไปข้างสนามเห็นอินทรกำลังมองมาอยู่ เขาลงไปหา ถามว่า “ให้ฉันมานี่ทำไม?” อินทร กวนประสาทว่าตนจะแข่งกีฬาที่เขาถนัด เดิมพันกันว่าใครแพ้จะต้องเลิกยุ่งกับแพรไหม มาวินบอกว่าไม่แข่ง อินทรยื่นคำขาดว่างั้นต้องเลิกยุ่งกับแพรไหม

    “ฉันไม่เลิก มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะตัดสินกันเอง”

    “มันเป็นเรื่องที่เราต้องตัดสินกันเอง” อินทรกระชากคอเสื้อมาวิน ดันเขาไปจนหลังชิดกำแพง “มันคือเรื่องที่เราต้องตัดสินกันเอง เพราะแพรไหมไม่ยอมเลือก เราก็ต้องเป็นคนเลือกให้!! เลือกมาว่าจะแข่งรถหรือจะชกกับฉัน”

    เป็นคำท้าที่มาวินไม่มีทางเลือก!

    ooooooo

    เมื่อมาวินมีข้อแม้กับชนนว่าต้องให้แพรไหมมาขอตนจึงจะบอกเรื่องนารา ชนนบากหน้าไปหาแพรไหมที่กำลังยืนแจกใบปลิวอยู่หน้าห้าง บอกว่ามาวินเจอนาราแล้วแต่ต้องให้เธอไปถามจึงจะบอกว่านาราอยู่ที่ไหน

    แพรไหมยิ้มหยันถามว่า ที่ยอมมาพูดกับตนเพราะจะให้ช่วยเรื่องนาราใช่ไหม ชนนยอมรับว่าตนเกรงใจรตี แพรไหมถามว่าเพราะนาราเลยทำให้เขาเลิกเกรงใจรตี หมายความว่านารามีความสำคัญกว่าตนและรตีใช่ไหม ไล่ไปให้ไกลๆเลย

    “ถ้าแกถามมาวินให้ฉัน ฉันจะดีกับแกด้วย จะช่วยทำให้รตีหายโกรธแกด้วย นะ...แพรไหม...นะ...”

    แพรไหมไม่สนใจ หันไปแจกใบปลิวต่อเหมือนชนนไม่ได้อยู่ในสายตาเลย ชนนกลับไปเดินวนรอบรถตุ๊กๆ พึมพำเครียดด้วยความเป็นห่วงนาราไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง คิดเครียดจนเห็นภาพหลอนว่านารามาร้องเรียกพร้อมหนุ่มล่ำแฟนใหม่ เดี๋ยวนาราก็โผล่ตรงนั้น ตรงนี้ พอได้สติก็บ่นว่าตนมโนไปเอง มองไปทางแพรไหมบ่น

    “แพรไหมจะยืนบ้าอีกนานไหม” พลันก็ได้ยินเสียงแพรไหมถามว่าจะไปหามาวินใช่ไหม ถ้าไปก็มาขับรถ ชนนดีใจมากรีบมาขับตุ๊กๆ ถามว่ารู้หรือว่ามาวินอยู่ไหน แพรไหมบอกว่าก็โทร.ถามซิ!

    ooooooo

    อธิชาติจอมเจ้าเล่ห์เห็นอินทรกำลังเช็กสมรรถนะบิ๊กไบค์อยู่ เดินเข้าไปถามว่าจะเอาบิ๊กไบค์ไปแข่งกับรถสปอร์ตหรือ แน่ใจหรือว่าจะชนะ อินทรบอกว่ามั่นใจ

    “ฉันอยู่ข้างนายนะอินทร ฉันช่วยให้นายชนะมาวินได้นะ ถ้านายต้องการ” อธิชาติอ่อย อินทรถามว่าจะทำอย่างไร “ไม่ต้องสนใจวิธีการหรอก แค่บอกว่าต้องการ...รับรองชนะแน่”

    อินทรบอกว่าถ้าจะชนะตนก็ต้องชนะอย่างขาวสะอาด ตนเป็นลูกผู้ชายพอ หารู้ไม่ว่า อธิชาติคิดจัดการทั้งมาวินและอินทรในคราวเดียวกัน!

    เมื่อลงสนามแข่ง อินทรกับมาวินท้าทายกัน มาวินให้อินทรท่องไว้ว่าถ้าแพ้ “ต้องออกไปจากชีวิตแพรไหม” ส่วนอินทรบอกว่าตนจำแม่นแน่ แต่คนที่ต้องทำจริงคือเขา!

    แผนของอธิชาติคือ ให้เก๋ากับด้วงลูกน้องของตนไปดักโปรยเรือใบในรอบสุดท้ายของการแข่งขัน เขาต้องการจัดการทั้งสองคน จัดการมาวินฐานแย่งผู้หญิงของตน แต่กับอินทรเพราะเจ็บใจที่พ่อตนเป็นผู้ช่วยสินชัยพ่อของอินทร ถูกใช้งานจนไม่ได้ดูแลลูกเมีย แต่สินชัยไม่เคยเห็นค่าแม้แต่งานศพก็ไม่ไป เป็นความแค้นฝังใจอธิชาติตลอดมา

    แพรไหมมาที่อัฒจันทร์ เธอสงสัยว่ามาวินมาทำอะไรที่สนามแข่งรถ ชนนยังติดใจถามว่าทำไมเธอถึงยอมช่วยตน

    “ถึงแกจะเห็นคนอื่นมีค่ามากกว่าฉัน แต่สำหรับฉัน ยังไงแกก็เป็นเพื่อนรัก ฉันไม่มีวันทิ้งแก”

    “โห...แกพูดงี้ ฉันก็ยิ่งรู้สึกผิด”

    พอดีมีเสียงโห่ฮาแบบเริ่มการแข่งขันแล้ว พอดีมีวัยรุ่นคนหนึ่งวิ่งผ่านมา แพรไหมถามว่าเห็นมาวินไหม จึงรู้ว่ามาวินอยู่ในรถสปอร์ตกำลังจะแข่งกับอินทร แพรไหมตัดสินใจลงไปที่สนามเพื่อขัดขวางการแข่งรถที่เอาตัวเธอเป็นเดิมพัน!

    แพรไหมไปยืนจังก้าอยู่กลางสนาม มาวินกับอินทรต่างตกใจ เธอกางมือออกห้ามรถทั้งสองคันประกาศกร้าว

    “ฉันไม่ใช่ถ้วยรางวัล พวกนายจะทำเหมือนฉันเป็นวัตถุสิ่งของไม่ได้ ฉันเป็นคน ฉันมีความรู้สึก อย่าทำอย่างนี้กับชีวิตฉัน!!”

    มาวินกับอินทรขับรถผ่านไป เก๋ากับด้วงรอรอบสุดท้ายเพื่อโปรยเรือใบ ด้วงลังเลเพราะเกมนี้อาจถึงตาย ถูกเก๋าขู่ว่าถ้าไม่ทำตนจะบอกว่าวันก่อนด้วงมองขาอ่อนเด็กของอินทร ในที่สุดด้วงก็ต้องยอมทำ เสร็จแล้วไปรายงานอธิชาติว่า

    “ลูกพี่ครับ เรียบร้อยแล้วครับ ทีนี้ลูกพี่ก็รอชมผลงานได้เลยครับ” เก๋ารายงาน ชนนได้ยินถามว่าพวกเขาทำอะไร ไปทำอะไรมา ด้วงเฉไฉว่าไปฉี่มา ชนนไม่เชื่อ ก็พอดีมาวินกับอินทรมาถึงรอบสุดท้ายแล้ว เสียงเชียร์เสียงกรี๊ดสนั่นสนาม ชนนหันมองไปที่สนาม อุทานตาเหลือกเมื่อเห็นแพรไหมยืนกางมือจังก้าอยู่กลางสนามแข่ง!

    มาวินกับอินทรยังมุ่งที่จะเอาชนะกัน แต่พอใกล้แพรไหมรถของทั้งสองก็แยกหลีกจากแพรไหมไปจอดขนาบเธอข้างละคัน ทั้งคู่ตวาดถามอย่างฉุนเฉียว

    “อยากตายหรือไง!”

    “ฉันไม่ใช่ถ้วยรางวัลของใคร อย่าทำกับชีวิตฉันอย่างนี้ อย่าทำอย่างนี้อีก!” แพรไหมตะโกนแล้วเดินผ่านทั้งคู่ไป

    “แพรไหม แกโอเคไหม” ชนนวิ่งลงไปรับแพรไหมแต่ยังพะวงเรื่องที่จะถามมาวินว่านาราอยู่ไหน แล้วจู่ๆ สาวสวยที่ถือผ้าก็เข้ามาประกาศ

    “เราได้ผู้ชนะแล้ว ก็คืออินทร!!”

    ทั้งอินทรและมาวินงง หันไปมองเห็นรถบิ๊กไบค์ของอินทรล้อทับที่เส้นชัยแล้ว พวกกองเชียร์พากันเฮไปกับอินทร มาวินไม่สนใจ เขาห่วงแต่แพรไหม ส่วนอธิชาติได้แต่เจ็บใจ!

    ชนนตามถามมาวินว่านาราอยู่ไหน เขาเลยตัดบทด้วยการเอานามบัตรร้านดอกไม้พี่ปิ่นให้จะได้หมดเรื่องไป

    ooooooo

    ที่ร้านดอกไม้ พี่ปิ่นโทร.มาบอกนาราว่าวันนี้จะไม่กลับมาที่ร้านอีก นาราบอกไม่ต้องห่วงตนจะปิดร้านให้เอง แล้วหันไปเชิญปรัชญาให้กลับไปได้แล้วเพราะวันนี้พี่ปิ่นไม่เข้าร้านแล้ว

    “ที่รออยู่เนี่ย ไม่ได้รอพี่ปิ่นครับ ผมรอคุณต่างหาก” นาราถามว่ารอทำไม? “รอถามว่าคุณมีแฟนแล้วเหรอ?” นารางง ปรัชญาอ้างว่า “คนที่มาหาคุณวันนี้ไง ที่เขาบอกว่าผมจีบคุณไม่ได้ แฟนคุณหรือเปล่าครับ” พูดแล้วรีบห้ามนารา “อย่าเพิ่งตอบ ขอผมทำใจแป๊บนึง” ปรัชญาทำท่าสูดลมหายใจลึกๆ แล้วบอกว่า “เอาล่ะ ผมพร้อมจะฟังความจริงแล้ว”

    “ว่าที่คู่หมั้นค่ะ”

    ปรัชญาแทบล้มทั้งยืน นาราเห็นท่าตลกของเขาก็อมยิ้ม ปรัชญาถามเสียงเหมือนจะขาดใจว่า ว่าที่คู่หมั้นเลยหรือ?

    “ใช่ค่ะ พ่อแม่ของนากับพ่อแม่มาวินอยากให้เราสองคนเป็นแฟนกัน แต่งงานกัน ช่วยกันทำธุรกิจหลังจากที่เราเรียนจบ” ปรัชญาโอดว่าแค่เป็นแฟนตนก็ว่าแย่แล้ว นี่เป็นว่าที่คู่หมั้นเลยหรือ แล้วปรัชญาก็แทบจะล้มอีกครั้ง เมื่อนาราบอกว่า “แล้วนาก็มีคนที่ชอบอยู่ด้วยค่ะ นามีทั้งว่าที่คู่หมั้น และคนที่นาชอบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณหมดสิทธิ์แน่นอนค่ะ กลับบ้านไปเถอะค่ะ”

    นาราเดินแยกไปเก็บดอกไม้เข้าตู้แช่ ก็มีลูกค้าเข้ามารับดอกไม้ที่สั่งพี่ปิ่นไว้เมื่อเช้าชื่อนพพร นาราขอให้รอสักครู่แต่พอเดินไปมองหาปรากฏว่าไม่มี

    ปรัชญาเข้ามาเร่งว่าลูกค้ารอนานแล้วนะ

    นาราตกใจมองหา เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่พื้นหยิบขึ้นดูปรากฏว่าชื่อ “นพพร” นาราใจหายเมื่อนึกได้ว่าอาจเป็นช่อที่เพิ่งขายให้ลูกค้าไป เพราะดูแล้วไม่มีชื่อใครนึกว่าขายได้ ไม่รู้ว่าชื่อหลุดออกมา

    “ตายแน่ นี่ลูกค้าจะเอาไปเซอร์ไพรส์วันครบรอบแต่งงานภรรยาด้วยนะ รีบจัดช่อใหม่ให้เขาสิ” ปรัชญาแนะ

    นาราบอกว่าตนเพิ่งมาทำงานจัดเป็นที่ไหน นาราซีดเสียใจที่เพิ่งมาทำงานได้สองวันก็ทำให้ร้านพี่ปิ่นเสียชื่อแล้ว

    “ใจเย็นๆ มันต้องมีทางแก้ไข ผมจะช่วยคุณเองครับ ขอผมใช้ความคิดก่อน” ปรัชญาปลอบใจ

    “พี่ปิ่นอุตส่าห์เมตตาให้งานทำ ให้ที่พัก นาไม่น่าเลย แล้วนายังทำลายวันครบรอบแต่งงานของคู่รักอีก”

    “อย่าเพิ่งนอยด์สิครับ ผมกำลังคิดอยู่...ฮ้า...รู้แล้ว!” ปรัชญาร้องอย่างตื่นเต้นดีใจ แล้วออกมารับหน้าลูกค้าที่หน้าร้าน พอลูกค้าทวงช่อดอกไม้ ปรัชญาชี้แจงคล่องปรื๋อว่า “คืออย่างนี้ครับคุณลูกค้า ทางร้านเราเห็นว่าช่อดอกไม้เนื่องในโอกาสครบรอบวันแต่งงานทั้งที มันควรจะมีความหมาย เป็นที่ประทับใจ สมบูรณ์แบบที่สุด ถูกไหมครับ”

    ลูกค้าคล้อยตามบอกว่าเพราะอย่างนี้ตนถึงมาสั่งดอกไม้ที่ร้านนี้ ปรัชญาชี้แจงว่า สำหรับสุภาพสตรีแล้วช่อดอกไม้มันน่าเบื่อมาก หันไปถามนาราว่าจริงไหม นาราผสมโรงว่าในฐานะผู้หญิงรับว่าจริง ใช่ ปรัชญา เล่นต่อว่า

    “ทางร้านเห็นว่ามันคือวันสำคัญมาก ช่อดอกไม้ก็ควรจะพิเศษที่สุด เราก็เลยจัดกิจกรรมจัดช่อใหม่ด้วยตัวเอง เติมใจใส่ช่อดอกไม้ มันคือการแสดงออกถึงความรักแท้จริงที่คุณมีให้แก่ภรรยา และมันจะเป็นช่อดอกไม้ช่อเดียวในโลก ในชีวิตในความทรงจำ มันจะมีความหมายสุดพิเศษที่คุณและคนที่คุณรักไม่มีวันลืม”

    ปรัชญาพูดน้ำไหลไฟดับพูดจนลิงหลับโดยมีนาราคอยเป็นลูกคู่ผสมโรงอย่างเข้ากั๊นเข้ากัน จนลูกค้าแทบไม่มีโอกาสพูดแต่ก็ถูกกล่อมจนเคลิ้ม นาราเร่งว่ารีบจัดดอกไม้เถิด ปรัชญาทำเนียนถามลูกค้าว่า

    “อยากให้ภรรยาคุณรู้สึกว่าคุณให้ช่อดอกไม้พอเป็นพิธีหรือรู้สึกว่าคุณตั้งใจจะทำมันเป็นพิเศษเพื่อเธอคนเดียว อย่างหลังใช่ไหมครับ งั้นลงมือเลยครับ”

    “จริงด้วย มันต้องพิเศษ” ลูกค้าพอใจมาก

    ปรัชญากับนาราสบตากันอย่างโล่งใจ ยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกดีแล้วช่วยกันไปจัดดอกไม้

    ขณะนั้นเอง ชนนถือนามบัตรร้านดอกไม้ที่มาวินให้ เดินหาจนเจอร้านดอกไม้ แต่พอมองเข้าไปในร้านเห็นนารากับปรัชญาคุยและทำงานกันอย่างร่าเริงสนิทสนม ชนนก็ช็อก!

    ooooooo

    แพรไหมกลับมานั่งเครียดอยู่หน้าบ้าน มานีถามว่ามีอะไรจะระบายให้แม่ฟังไหม ดักคอว่าอย่าบอก นะว่าไม่มี

    “แพรกำลังคิดเรื่อง...” มานีพูดต่อทันทีว่า มาวิน? แพรไหมเห็นว่าแม่รู้แล้วจึงยอมรับว่า “ค่ะ...วันนี้

    มาวินกับอินทรเขาแข่งขันกัน โดยมีแพรเป็นรางวัล ทำไมพวกคนรวยถึงชอบทำเหมือนเราไม่มีความรู้สึกคะ ที่มาวินทำกับแพร มันไม่ต่างกับที่แม่เคยเจอมาก่อนเลย นี่แพรกำลังเจอแบบเดียวกับที่แม่เคยเจอใช่ไหมคะ”

    “ไม่เหมือนแม่หรอก ถ้าลูกยังไม่ได้รักมาวิน เพราะแม่รักพ่อ รักมากก็เสียใจมาก ถ้าลูกไม่ได้รักก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจว่าเขาจะทำอะไร” พูดแล้วเห็นแพรไหมอึ้ง มานีถามอย่างอ่านใจลูกออกว่า “ลูกรักมาวินใช่ไหม?”

    “แพรไม่รู้ค่ะ ไม่รู้ว่ารู้สึกยังไงแน่...เขาทำให้แพรเกลียดมาก เกลียดที่สุด แต่...แต่บางครั้งแพรก็...”

    “เป็นห่วง?”

    “ช่างเถอะค่ะแม่ แพรจะรู้สึกยังไงก็ไม่สำคัญ เพราะแพรจะไม่มีวันคบกับมาวิน แพรจะไม่ให้พ่อเขาหรือใครหน้าไหนมาระรานแม่ มาพูดจาดูถูกแม่อีก ถึงเราจะจน เราก็มีศักดิ์ศรี มีคุณค่าความเป็นคนไม่ต่างจากพวกเขา”

    “แพร...ไม่มีใครเพิ่มหรือลดคุณค่าในตัวเราได้ นอกจากตัวเราเองนะ แม่ไม่อยากให้ลูกใส่ใจกับคำดูถูกของคนอื่น อย่าไปเก็บมาบั่นทอนความรู้สึกของตัวเองเลย”

    “ค่ะแม่...แพรจะไม่ใส่ใจอะไรนอกจากเป้าหมายของแพร แพรจะเรียนให้จบ แล้วทำงานหาเงินมาดูแลแม่ให้ได้ แพรจะโฟกัสแค่นี้ค่ะ”

    แพรไหมกอดมานีไว้ด้วยความรักที่แม่ลูกมีต่อกันอย่างเปี่ยมล้น

    ooooooo

    ผิดกับครอบครัวของรตี ความปรารถนาสูงของครอบครัวนี้คือเงิน!

    รตีกลับบ้านมองสร้อยที่มาวินให้ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า นางน้อมเข้ามาเห็น ถามเป็นชุด

    “รตี เอ็งร้องไห้ทำไม มีเรื่องอะไร เรื่องนังแพรไหมกับมาวินใช่ไหม ทำไม มันทำอะไรเอ็ง”

    “มาวินรักแพรไหมแม่ เขารักแพรไหม ไม่ได้รักฉัน”

    นางน้อมบอกว่าไม่จริง พอรตียืนยันว่าจริง ก็ยุทันที

    “ถึงจริง เอ็งก็ต้องอย่ายอมแพ้ มาวินมาจีบเอ็งก่อน นังแพรไหมจะมาชุบมือเปิบไปไม่ได้ ข้าอุตส่าห์ไปกู้เงินมาให้เอ็งทำหน้าอก เอ็งจะยอมแพ้ไม่ได้เข้าใจไหม!”

    นางน้อมกดดันรตีสุดฤทธิ์ พอรตีบอกว่าตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรให้มาวินหันมารัก ขอร้องแม่อย่ากดดันตน นางน้อมสอนมารยาร้อยเล่มเกวียนให้ว่า

    “ผู้ชาย อยู่ใกล้ใครก็เคลิ้มไปกับคนนั้นนั่นแหละ แล้วเอ็งมีดีตั้งคัพซี มันจะไม่เคลิ้มให้มันรู้ไป มาวินเป็นของเอ็ง เอ็งต้องอย่ายอม ต้องทำทุกอย่างให้ได้เขาคืนมา!!

    นางน้อมเห็นสร้อยในมือรตี หยิบไปถามว่ามาวินให้มาใช่ไหม แล้วเอาสร้อยคล้องคอรตี ย้ำเหมือนท่องคาถาสะกดจิต

    “ฉันไม่ยอมให้แกแพ้ แกต้องทำให้มาวินรักแกให้ได้ พูดมา...พูดว่าแกจะทำให้มาวินรักแกให้ได้ พูด!!”

    นางน้อมทั้งยุแยงและกดดันให้รตีแย่งมาวินมาให้ได้ จนรตีมุ่งมั่นจะทำให้สำเร็จ บอกแม่ว่า

    “ฉันจะทำให้มาวินรักฉันให้ได้”

    “ดี มันต้องอย่างนี้ถึงจะสมเป็นลูกนางน้อม”

    นี่คือแม่ในแบบของนางน้อม ผู้เห็นแก่เงินโดยเอาตัวลูกสาวเป็นเหยื่อล่อจับเศรษฐี

    ooooooo

    ฝ่ายชนนที่มีแต่พ่อ เขาสนิทกับชัดผู้เป็นทั้งพ่อและแม่มาก เมื่อชนนอกหักเอาแต่นั่งถอนใจเฮือกๆ ชัดถามว่าเป็นอะไรถอนใจเหมือนคนอกหัก

    ชนนเรียกพ่อไปนั่งคุย บอกชัดว่าตนอกหักจริงๆ มันเจ็บเหมือนตอนที่พ่อจับได้ว่าตนเอาเงินไปซื้อโทรศัพท์ราคาแพงนั่นแหละ ตอนนี้ตนเข้าใจแล้วว่าตอนนั้นพ่อเจ็บยังไง

    “อกหักเป็นเรื่องธรรมดา คนเรามันต้องมีประสบการณ์แบบนี้ทั้งนั้น อย่าไปคิดมาก เลิกรักได้ไวแค่ไหนก็เริ่มใหม่ได้ไวแค่นั้น”

    “ขอกำลังใจจากพ่อหน่อยสิ” ชนนเอามือพ่อไปกอดไว้แนบอก อ้อนพ่อเหมือนลูกแหง่ทั้งที่มีรักจนอกหักแล้ว

    ooooooo

    อานนท์ยังหมกมุ่นอยู่แต่กับการคัดเลือกพริตตี้ มองพริตตี้แต่ละคนตาเป็นมัน ยิ่งในช่วงที่มยุราไปประชุมหลายวันก็ยิ่งเพลิดเพลินแบบแมวไม่อยู่หนูร่าเริง

    วันนี้ขณะอานนท์กำลังเพลิดเพลินกับการคัดเลือกพริตตี้อยู่ในห้องทำงานนั้น จู่ๆมยุราก็ผลักประตูผลัวะเข้าไปเห็นอานนท์กำลังเอาเหรียญวางที่ไหปลาร้าเด็กสาวที่มาสมัครเป็นพริตตี้

    “คุณนนท์!!!” เสียงเพชฌฆาตแผดขึ้น อานนท์ผวาเฮือก เปลี่ยนท่าทีจากเคลิบเคลิ้มกับพริตตี้ทำเป็นไม่พอใจ ไล่เด็กสาวออกจากห้องบอกว่าตนไม่รับเธอทำงาน เมื่อสาวสวยเหวอ งง อานนท์ตวาด

    “ออกไปสิ อย่าทำให้ฉันเสียเวลา”

    พอเด็กสาวจะออกไป มยุราเรียกไว้ เพราะจำได้ว่าคราวที่แล้วเด็กสาวคนนี้ก็มาครั้งหนึ่งแล้ว อานท์ทำเป็นตกใจถามว่าจริงหรือ แล้วพาลด่าเด็กสาวว่าแย่มากออกไปเลยแล้วอย่ากลับมาอีก จากนั้นหันปะเหลาะมยุราว่า

    “ผู้หญิงสมัยนี้ ใช้ไม่ได้เลยเนอะ”

    “ท่าทางคุณจะหนักมากจนไม่มีเวลาสนใจเรื่องลูกเลยสินะ หรือฉันควรจะเอาคนอื่นมาทำแทนคุณแล้วให้คุณพักผ่อนสบายๆที่บ้าน ไม่ต้องเจอผู้คนเลยดีไหม”

    อานนท์หน้าเจื่อนรีบบอกว่าไม่ดีหรอก ตนชอบทำงาน มยุราเดินงุ่นง่านรอบห้องบ่นอย่างหงุดหงิดว่า

    “แก้ปัญหาเรื่องลูก ฉันก็หน้าแก่กว่าวัยเป็นสิบปีแล้ว อย่าสร้างเรื่องให้ฉันอีกเพราะฉันไม่มีความอดทนกับคุณมากขนาดนั้น เข้าใจไหม” อานนท์รับคำเสียงอ่อยหน้าจ๋อย

    นงนุชเข้ามาบอกว่าสมศักดิ์มาแล้ว สมศักดิ์ตามเข้ามาไหว้ทั้งสองอย่างนอบน้อมมาก

    “สวัสดีครับคุณมยุรา คุณอานนท์ ให้คนไปตามผมมาพบด่วนมีเรื่องสำคัญอะไรเหรอครับ”

    “ก็เรื่องธุรกิจคาร์แคร์ของคุณนั่นแหละ นั่งก่อนสิคะ” พอสมศักดิ์นั่งอย่างสงบเสงี่ยม มยุราคุยด้วยท่าทีแสนดี

    “แผนธุรกิจที่คุณทำส่งมายังมีหลายจุดต้องปรับนะคะ แต่ฉันจะให้ทีมที่ปรึกษาของฉันช่วยดูแลให้คุณสมศักดิ์ไม่ต้องเป็นห่วง” สมศักดิ์ไหว้ขอบคุณที่เมตตาช่วยตนไม่อย่างนั้นตนก็คงไม่รอดแน่ “อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ ดิฉันก็ไม่ได้ใจดีอะไรหรอก เคยใจร้ายด้วยซ้ำ”

    แล้วมยุราก็บอกว่าที่เรียกมายังมีอีกเรื่องที่อยากขอร้องให้เขาช่วย สมศักดิ์พูดอย่างหมอบราบคาบแก้วว่ามีอะไรตนยินดีช่วยทำทุกอย่าง

    “ลูกชายฉันเขาคิดว่าดิฉันเกลียดแพรไหมค่ะ เออ...ดิฉันยอมรับนะคะว่าทีแรกที่รู้ว่าวินชอบแพรไหม ดิฉันมีหวงลูกชายบ้าง มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่แม่จะต้องหวงไม่ถูกเหรอคะ แต่ตอนนี้ดิฉันเข้าใจแล้วว่า หนูแพรไหมน่ารักและไม่ได้คบกับลูกชายดิฉันเพราะเงิน ดิฉันเลยอยากพิสูจน์ด้วยตัวเองให้ลูกชายกับหนูแพรไหมเห็นว่าดิฉันยินดีต้อนรับหนูแพรไหมเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวแล้ว”

    “โถ...คุณมยุรา ผมเข้าใจหัวอกคุณดีครับ และผมมั่นใจว่าแพรไหมก็ต้องเข้าใจด้วย แล้วไม่ทราบคุณอยากจะให้ผมช่วยยังไงดีครับ ให้ผมไปคุยกับแพรไหมให้ดีไหมครับ”

    มยุราบอกว่าดีให้ช่วยพูดให้แพรไหมมาอยู่ในบ้านนี้ อานนท์ตกใจผงะ มยุราพูดอย่างจริงจังว่า

    “มันก็คงไม่มีอะไรที่จะยืนยันได้ว่าเรายอมรับในตัวแพรไหมแล้วเท่ากับการเชิญแพรไหมมาอยู่เป็นแฟมิลี่เดียวกันไม่ใช่เหรอคะคุณอานนท์”

    อานนท์ยิ้มอย่างสยองกับความคิดของมยุรามาก แต่ก็บอกว่าใช่ ยืนยันว่ามยุราอยากเป็นแฟมิลี่เดียวกับแพรไหมมาก

    “คุณจะช่วยพูดให้ดิฉันได้ไหมคะ คุณสมศักดิ์” มยุราถามเสียงอ่อนแต่ตาจ้องแบบ...ต้องได้!

    ooooooo

    อินทรเพิ่งอาบน้ำเสร็จนุ่งผ้าขนหนูออกจากห้องน้ำพลางคุยโทรศัพท์กับมาวิน

    “ฉันไม่ได้โทร.มาเพราะคิดถึงนายหรอก แค่จะโทร.มาย้ำว่าถึงเมื่อวานแพรไหมจะมาขวางการแข่ง แต่ฉันไม่สน ฉันถือว่าฉันชนะ และนายจะต้องทำตามข้อตกลงเลิกยุ่งกับแพรไหม” มาวินบอกว่าตนรู้ ไม่ต้องห่วง “ดี...เพราะฉันกำลังจะไปหาแพรไหมที่บ้าน หวังว่าจะไม่เจอนายนะ”

    อินทรวางสายอารมณ์ดี แต่งตัวเตรียมออกจากบ้านมาวินวางสายเช่นกัน พอเก็บมือถือก็หันมองบ้านแพรไหมที่ตนมายืนอยู่หน้าบ้านแล้ว พลันเขาก็รีบหลบเมื่อเห็นแพรไหมเดินออกมา แต่แล้วก็เซ็ง เพราะเธอแค่เอาน้ำที่ใช้แล้วมาเทใส่ต้นไม้เท่านั้นเอง

    ขณะแพรไหมกำลังหาข้อมูลบางอย่างจากโน้ตบุ๊กที่มานีซื้อให้เป็นของขวัญ ส่วนมานีเดินเปิดดูสมุดเงินฝากธนาคารออกมา พอเห็นแพรไหมก็รีบเก็บสมุด เดินเข้าไปถามว่ายังไม่ออกไปทำงานพิเศษอีกหรือ

    “เดี๋ยวออกไปค่ะแม่ นี่แพรกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับผักปลอดสารพิษ ทั้งวิธีการปลูก วิธีการดูแลรักษาตั้งแต่ต้นจนไปถึงการส่งขายเลยค่ะ”

    “อารมณ์ไหนเนี่ย”

    “อาจารย์ชัยบอกว่า ถ้าเรามีเป้าหมาย ชีวิตก็จะมีคุณค่า มีความสุข เมื่อคืนแพรก็เลยคิดทั้งคืน แล้วแพรก็รู้เป้าหมายของแพรแล้ว แพรอยากทำให้แม่สบายมีความสุข แล้ววิธีที่จะทำให้เป้าหมายนี้สำเร็จได้ก็คือ แพรต้องมีอาชีพการงานที่มั่นคง” มานีติงว่าแพรยังเรียนไม่จบ “ก็ไม่ได้แปลว่าแพรจะเริ่มต้นทำอะไรไม่ได้นี่คะ แพรเรียนบริหารธุรกิจ แพรก็จะเอาความรู้ที่ได้มา มาพัฒนาธุรกิจขายผักของแม่ให้ดียิ่งขึ้นค่ะ”

    มานีชื่นใจที่แพรไหมคิดจะดูแลตนแต่เวลานี้อยากให้เรียนให้จบเสียก่อน แพรไหมบอกว่าไม่ใช่คิดปุ๊บก็ทำได้ปั๊บ เราต้องค่อยๆเก็บข้อมูลไว้ก่อน หาความรู้ไป ทำงานเก็บเงินไป วันไหนที่ความรู้พร้อม เงินทุนพร้อม มันก็จะเกิด

    “จ้ะ...งั้นแม่ก็จะเอาใจช่วยลูกแล้วกัน สู้ๆ” แพรไหมตอบรับสู้ๆ สองแม่ลูกยิ้มให้กันอย่างมีความหวัง แต่พอมานีเตือนว่าต้องรีบไปทำงานแล้วเดี๋ยวไม่ทัน แพรไหมตกใจดูนาฬิกาแล้วรีบปิดโน้ตบุ๊ก

    พอแพรไหมวิ่งออกจากบ้านไป สมศักดิ์ก็ปรากฏตัวขึ้น บอกมานีว่า

    “พี่มีเรื่องอยากให้ช่วย”

    ooooooo

    แพรไหมรีบวิ่งไปไม่เห็นมาวินที่มาแอบซุ่มคอยอยู่ เธอวิ่งไปที่ป้ายรถเมล์ มาวินจ้ำตาม พอแพรไหมขึ้นรถเมล์ มาวินเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามรถเมล์ไป

    พอรถเมล์ติดไฟแดง มอเตอร์ไซค์รับจ้างไปจอดตรงที่แพรไหมนั่งพอดี มาวินใส่หมวกกันน็อกแต่ก็พยายามหลบหน้า พอเงยมองอีกทีตรงที่แพรไหมนั่งกลายเป็นคุณยายคนหนึ่ง มาวินผงะ แต่พอมองเข้าไปในรถจึงรู้ว่าแพรไหมลุกให้คุณยายนั่ง เขาอมยิ้มให้กับความมีน้ำใจเมตตาของแพรไหม

    พอมาถึงห้าง คนดูแลใบปลิวรีบไปยกลังใบปลิวให้แพรไหมทันที เธอรับลังใบปลิวไปยืนแจกอย่างเอาการเอางาน

    มาวินหาที่นั่งแถวนั้นนั่งดูแพรไหมทำงานไม่ให้เธอเห็นจริยาที่พยายามอ่อยอินทรตลอดเวลา เมื่อไม่สำเร็จก็วางแผนที่จะแก้แค้นแพรไหมและทำให้อินทรถูกสินชัยเล่นงาน หลอกสินชัยว่าอินทรอยากมีเวลากับครอบครัวชวนไปกินข้าวกัน

    ที่แท้จริยารู้ว่าวันนี้แพรไหมไปยืนแจกใบปลิวที่ห้าง บอกสินชัยว่าจะพาเขาไปดูตัวแฟนของอินทร สร้างภาพว่าต้องหาร้านอาหารดีๆ ให้สมกับฐานะของเธอ พูดจนสินชัยคิดว่าแพรไหมเป็นลูกคุณหญิงที่คุยกันวันก่อน

    อินทรระแวงจริยาว่าจะพาตนไปไหน เธอตอบอย่างหมายมาดว่าถ้าเขาโดนพนักงานขายกาแฟสาดกาแฟใส่จะทำอะไรล่ะ พอดีสินชัยมาเร่ง จริยาพูดลอดไรฟันว่า

    “จะไปด้วยหรือจะให้ฉันพาพ่อเธอไปเจอแพรไหมเองก็ตามใจนะ”

    อินทรจึงจำต้องขึ้นรถไปด้วย

    ooooooo

    สมศักดิ์รับใช้แผนของมยุรา วันนี้จึงมาคุยอวดมานีว่าโชคดีที่หุ้นส่วนใหม่มีเงินมาลงทุนให้ แถมเขายังมีฐานลูกค้ารถอีกเพียบ เรียกว่าแค่ลูกค้ารถหรูๆ ของเขาก็ไม่ต้องรับลูกค้าที่อื่นแล้ว

    มานีดีใจด้วยที่เขาจะได้ไม่ต้องลำบากอีก สมศักดิ์เข้าเรื่องทันที ถามว่าแผงขายผักของเธอเป็นอย่างไรบ้าง มานีพาซื่อเล่าปัญหาที่มีเรื่องกับนางน้อมและนายกุล ทำให้ตอนนี้ลูกค้าลดไปเยอะ บอกสมศักดิ์ว่า

    “ครั้งก่อนที่ฉันไปกู้เงินเขามาให้พี่ตั้งแสนห้า ฉันยังไม่มีเงินไปจ่ายเขาเลยนะ ถ้าพี่พอจะมีเงินก็คืนฉันบ้างได้ไหม”

    สมศักดิ์ตีหน้าเศร้าบอกว่าตอนนี้ไม่มีจริงๆ ให้มานีเลิกขายผักแล้วไปทำอย่างอื่นดีไหม เพราะหุ้นส่วนใหม่ของตนเสนอว่าอยากให้เธอกับลูกไปช่วยงานเขา เขาจะจ่ายเงินเดือนให้ห้าหมื่นเลยนะ มานีตื่นเต้นถามว่าทำไมเขาใจดีอย่างนั้น?

    ทันใดนั้น รัศมีเมียใหม่ของเขาก็โผล่พรวดเข้ามา มานีช็อก! รัศมีหันหลังเดินออกไปหารังสิมาที่รออยู่ สมศักดิ์ตามไปชี้แจง มานีตามออกมาจะอธิบายให้ฟัง ถูกนางน้อมกับนายกุลเข้ามาแทรก ถามมานีว่ามีอะไรจะอธิบายอีก ในเมื่อตัวเองไม่ยอมตัดขาดจากผัวเก่ายังนัดเจอกันทุกครั้งที่ทางสะดวกทั้งกลางวันกลางคืนแล้วจะอธิบายว่าอะไรไม่ทราบ

    ที่แท้นางน้อมกับนายกุลตัวแสบ เป็นคนไปพารัศมีมาจับผิดสมศักดิ์กับมานี สมศักดิ์บอกว่าความจริงไม่ใช่อย่างที่นางน้อมกับนายกุลพูด รัศมีถามว่าแล้วความจริงคืออะไร!

    “พี่มาชวนมานีไปทำงานด้วย”

    ทั้งนางน้อมและนายกุลหัวเราะเยาะว่าถ้าใครเชื่อไม่โง่ก็บ้าแล้ว นางน้อมเที่ยวป่าวประกาศว่ามานีนัดผัวเก่ามาพบแล้วเมียใหม่ตามมาเอาเรื่อง ป่าวร้องให้ช่วยกันบอกต่อๆกันไปด้วย

    รัศมีตัดพ้อต่อว่าสมศักดิ์ว่าไม่เคยรักตน ทั้งที่ตนพยายามทำดีกับมานี ไปไหนมาไหนก็ซื้อของมาฝากแล้วทำไมทำกับตนอย่างนี้ บอกรังสิมาลูกสาวตนว่าต่อไปไม่ต้องไหว้ป้าคนนี้อีก เขาเป็นคนใจร้ายนิสัยเลว สอนรังสิมาให้ด่ามานีว่าคนเลว สมศักดิ์ไม่พอใจที่รัศมีสอนลูกอย่างนั้น ขอโทษมานีบอกว่าวันหลังค่อยคุยกันใหม่แล้วรีบตามรัศมีไป

    นางน้อมป่าวร้องเป็นฆ้องปากแตกไปทั่วว่า

    “ฉันไม่แปลกใจเลยว่า ลูกสาวมันไปเอานิสัยแย่งแฟนเพื่อนมาจากใคร”

    มานีเจ็บปวดที่ถูกทั้งรัศมีด่าและนางน้อมประกาศประจานในสิ่งที่ไม่เป็นความจริงเลย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:29 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์