นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คู่ปรับฉบับหัวใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 2 เรื่อง 2 รส 'บ้านทรายทอง' ปะทะ 'คู่ปรับฉบับหัวใจ'

    มาวินอึ้งเมื่อได้ยินแพรไหมบอกว่าตนมีคนรักแล้ว และยิ่งอึ้งหนักเมื่อเธอบอกว่า “ฉันรักอินทร”

    “ไม่จริง!”

    “จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม ฉันไม่มีอะไรจะพูดด้วยอีกแล้ว” แพรไหมจะเข้าบ้านถูกมาวินคว้าไว้เธอสะบัดอย่างแรงจนเขาล้มลง แพรไหมชะงักทำท่าจะเข้าไปช่วยแต่แล้วก็เปลี่ยนใจเดินกลับเข้าบ้านไปไม่หันมองเลย

    พอเข้าห้องนอน แพรไหมสับสนถามตัวเองว่าทำอะไรลงไป ยิ่งเมื่อเห็นถุงใส่เหรียญห้าบาทที่มาวินเอามาคืนก็ยิ่งสับสนได้แต่บอกตัวเองอย่างหักห้ามใจว่า “ช่างมัน...ช่างมัน” มานีมาถามว่าคุยกับมาวินแล้วใช่ไหมเห็นเขามารอตั้งแต่เย็นแล้ว เขาเข้าใจแล้วใช่ไหม แพรไหมบอกแม่ว่าคุยแล้วแต่ถ้าเขายังไม่เข้าใจก็ช่างเถอะ

    มาวินเองก็ไม่ต่างจากแพรไหม กลับถึงบ้านพบทั้งอานนท์และมยุรามายืนรอรับ พอมยุรายิ้มหวานจะเข้าหาเขาบอกแม่ “อย่ามายุ่งกับผม!” แล้วเดินผ่านไปเลยทิ้งให้มยุรากางแขนยิ้มค้างเป็นรูปปั้นไปเลย และเมื่อเข้าห้องนอนเขาคิดถึงคำพูดสุดท้ายที่แพรไหมบอกว่าไม่ได้รักเขาแต่รักอินทร มาวินทุบเตียงพึมพำเครียด “ไม่จริง...ไม่จริง...”

    ooooooo

    นิชาวางแผนแกล้งนารา แอบดูมือถือของนาราขณะเธอไปอาบน้ำ เมมเบอร์ของ “พี่ตุ๊กๆ” แล้วโทร.นัดให้มาคุยกันแต่ยังไม่ทันได้นัดเวลาและสถานที่ ก็พอดีไอ้แจ๋ววิ่งแจ้นมาบอกว่า

    “พี่ชาโน้นนนน...พ่อพี่แย่แล้ว”

    ชนนวิ่งไปดู พบชัดเมาหลับอยู่บนตุ๊กๆที่จอดอยู่หลังตลาด มีนางน้อมและนายกุลพ่อแม่ของรตีกับชาวบ้านมุงดูอยู่ กุลถามเมื่อชนนแหวกไทยมุงเข้าไปดูว่า “สงสัยไอ้ชัดมันจะเครียดเรื่องลูกชายละมั้ง ใช่ไหมไอ้ชนน”

    พอชัดตื่น ชนนเอาน้ำเย็นให้ดื่มบอกว่าจะได้ดีขึ้น ชัดถามเพลียๆ พลางยัดเงินให้ว่า

    “เอ็งต้องไปเรียนไม่ใช่เหรอ อ้ะ...เมื่อคืนหาเงินได้สามร้อย แต่เหลือแค่สองร้อยแล้ว เอาไปให้หมดเลย” ชนนไม่เอา “ถ้าไม่เอาก็วางไว้นั่นแหละ ไป...เอ็งไม่ต้องห่วงข้า ไม่ต้องมาสนใจ ข้ามันพ่อโง่ ๆ มีหน้าที่หาเงินให้ลูกเอาไปถลุงเล่น”

    ชัดขับตุ๊กๆออกไปทันที ชนนมองพ่องงๆ เสียงไอ้แจ๋วตะโกนถามมาว่า

    “พี่ชะโนนน...พี่ทำอะไรให้น้าชัดโกรธหรือ”

    ไปถึงมหาวิทยาลัย ชนนปรับทุกข์กับเพื่อนๆ ที่โต๊ะกลุ่ม แพรไหมเตือนสติว่าเมื่ออยากจีบลูกคุณหนูก็ต้องลงทุน ถามว่าแล้วคุ้มไหมที่ทำให้พ่อผิดหวัง ชนนบอกว่าไม่ต้องด่าช่วยบอกทีว่าตนควรทำยังไง

    “แกก็กลับตัวสิ กลับมาเป็นลูกที่น่ารักของพ่อแก ตั้งใจเรียน ช่วยทำงานหาเงินใช้หนี้ มือถือแกก็เอาไป ขายซะ ขาดทุนหน่อยนึงก็ช่างมัน” ชนนถามว่าแล้วเรื่องนาราล่ะ? “เรื่องนี้คิดเอาเอง ถ้าเป็นฉัน ฉันก็จะเลือกแม่ อะไรที่ทำแล้วแม่เสียใจ ฉันจะไม่ทำ”

    “แปลว่าฉันควรเลิกยุ่งกับนาราเหรอ?” ชนนถามอย่างยังทำใจไม่ได้

    “ไม่รู้ ไปถามรตีแล้วกัน เออ...ช่วงนี้รตีมันเงียบไปเลยนะก็ไม่เห็นจะมีงานอีเวนต์อะไร หายหัวไปไหนของมัน”

    แล้วทั้งแพรไหมกับชนนก็ได้รับคำตอบ เมื่อวันนี้รตีเดินหน้าอกตู้มพุ่งนำหน้ามาจนบรรดานักศึกษาหนุ่มๆมองกันตาค้าง รตีเดินอกแอ่นยิ้มอย่างภูมิใจมาก ในขณะที่แพรไหมอุทานหน้าเครียด

    “มันไปทำนมมาจริงๆ!”

    ooooooo

    รตีเดินมาถึงโต๊ะกลุ่มแล้วยังยืนแอ่นอกโชว์สายตาหนุ่มๆ จนชนนถามว่าจะยืนโชว์อีกนานไหม

    รตีจึงนั่งลงคุยอวดว่าสิ่งที่ตนตั้งใจทำมามันได้ผลมาก เมื่อเช้าอัพรูปลงไอจีชั่วโมงเดียวคนฟอลโลว์เพิ่มอีกพันสอง

    แพรไหมถามว่าคิดจริงๆหรือว่าจะเวิร์ก รตียืนยันว่าเวิร์กถ้าไม่มีใครมาแย่งมาวินของตน แล้วถามอย่างไม่พอใจว่าใครล่ะที่ไม่ยอมบอกตนว่ามาวินพยายามโทร.หาเป็นสิบๆมิสคอล ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่า

    “แกก็รู้ว่าฉันรักมาวิน แต่แกก็ยังตั้งใจจะปิดฉัน เพราะอะไร? หา!!”

    ชนนเห็นบรรยากาศตึงเครียดเลยยกแก้วน้ำขึ้นชวนชนแก้วฉลองหน้าอกใหม่ของรตีกัน แต่กลายเป็นตลกฝืดเมื่อทั้งรตีและแพรไหมไม่เล่นด้วย รตียังจ้องหน้าแพรไหมคาดคั้น

    “ถ้าแกยังเป็นเพื่อนฉัน บอกมาว่าทำไม!”

    ooooooo

    มาวินกับอินทรขึ้นไปคุยกันบนดาดฟ้าตึกมหาวิทยาลัย มาวินถามอินทรว่าไปพบแพรไหมทำไม อินทรย้อนถามว่าตนจะไปหาแพรไหมแล้วเกี่ยวอะไรกับเขา ถามมาวินว่าคิดอะไรกับแพรไหมหรือเปล่า? รักแพรไหมหรือเปล่า??

    มาวินทำเสียงขึงขังว่าบอกแล้วไงว่าตนแค่เล่นละครและตนก็ทำสำเร็จแล้วด้วยเพราะแพรไหมยอมรับเงินของตนแล้วตนพิสูจน์ได้แล้วว่าแพรไหมยอมทำอะไรก็ได้เพื่อเงิน พูดอย่างผู้ชนะว่า

    “เพราะฉะนั้นข้อตกลงของเราฉันชนะ นายต้องเลิกยุ่งกับแพรไหม”

    “โอเค ฉันจะเลิกหลอกแพรไหมเล่นสนุกๆตามสัญญา” มาวินบอกว่าดี “แต่ฉันจะจริงจังกับแพรไหมแทน ฉันคิดว่าฉันจะจีบแพรไหมจริง ฉันรักแพรไหมว่ะ”

    มาวินอึ้งแล้วอึ้งอีกกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของอินทร

    ฝ่ายแพรไหมก็พยายามบอกรตีว่าที่ตนไม่บอกเธอเรื่องมาวินส่งมิสคอลมานับสิบเที่ยวเพราะไม่อยากให้เธอเข้าใจผิด และที่ตนไม่รับสายมาวินก็เพราะตนรู้เจตนาของมาวินดี รตีทำหน้าจับพิรุธถามว่าเจตนาอะไร?

    “มาวินแกล้งมาจีบฉันเพราะเขาอยากเห็นเราสองคนทะเลาะกัน มาวินไม่จริงใจกับแก เขาจีบแกเพื่อปั่นหัวฉัน เขาจะทำให้แกเจ็บปวดถ้าฉันไม่ยอมทำตามที่เขาต้องการ มันเป็นวิธีการเอาคืนของพวกคนรวยที่คิดว่าจะทำยังไงกับคนจนอย่างเราก็ได้ นี่แหละความจริงฉันสาบานได้”

    รตีไม่เชื่อถามว่าถ้าเธอไม่ยอมทำตามที่เขาต้องการนั้น เขาต้องการอะไร แพรไหมบอกว่าเขาก็จะให้ตนรักเขา เขาต้องการให้เราทั้งคู่รักเขา เข้าใจไหม ชนนเห็นทั้งคู่ตึงเครียด เลยบอกรตีว่าแพรไหมบริสุทธิ์ใจทุกอย่างเรื่องมาวิน บอกรตีว่ายังไงก็ฟังๆแพรไหมบ้าง อย่าไว้ใจมาวินมากนัก รตีขอให้แพรไหมสาบานว่าจะไม่แย่งมาวินไปจากตน ย้ำกับแพรไหมว่า

    “มาวินเป็นคนที่ฉันรักมาก ฉันทำทุกอย่างเพื่อเขา ถ้าเขาจะไม่รักฉัน ฉันก็ไม่ต้องการเห็นเขาคบอยู่กับเพื่อนฉัน เข้าใจใช่ไหม...แกจะสาบานเพื่อเพื่อนได้ไหม”

    “ฉันสาบานว่าฉันจะไม่มีวันรักกับมาวินเด็ดขาด ชีวิตฉันนอกจากแม่แล้วก็มีแกสองคนนี่แหละที่ฉันรักรู้ไว้ด้วย”

    “ฉันก็เหมือนแกนั่นแหละ” รตีโผกอดแพรไหมด้วยความรักความผูกพันที่มีให้กันมายาวนาน ชนนโล่งอกเลยเข้าไปกอดสองสาวด้วยอีกคน

    ooooooo

    หลังจากอึ้งไปนาน มาวินถามอินทรว่าเขาไม่ได้รักแพรไหมจริงๆใช่ไหม เห็นพูดอย่างนี้ทุกทีแต่พอสักพักก็เบื่อ

    อินทรยืนยันว่าครั้งนี้ตนพูดจริง เพราะแพรไหมทั้งสวย น่ามองและน่าควงให้คนอื่นอิจฉา แค่ได้เห็นหน้าและรอยยิ้มของแพรไหมตนก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว ถามว่า แบบนี้คือรักใช่ไหม มาวินบอกว่าเขากำลังตกหลุมพรางของแพรไหแล้วเพราะผู้หญิงบางคนทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้แต่งงานกับคนรวยเหมือนจริยาแม่เลี้ยงเขานั่นแหละ

    อินทรโต้ว่าอย่าเอาแพรไหมไปเทียบกับจริยาเพราะแพรไหมดีกว่าล้านเท่า มาวินทำท่าจะแย้งอีก อินทรตัดว่า

    “ถ้านายคิดว่าแพรไหมไม่ดีก็เรื่องของนายแต่สำหรับฉัน แพรไหมโคตรเจ๋งเลย ไม่ใช่พวกงี่เง่าเหมือนที่เคยเจอๆ” มาวินจะแย้งอีกก็ถูกตัดบทอีก “ฉันไม่สนใจว่าแพรไหมจะรวยหรือจนหรือเคยเป็นอะไรมา แต่ตอนนี้ฉันรักแพรไหม และถ้านายยังไม่หยุดพูดดูถูกแพรไหมอีกฉันจะถือว่านายไม่ใช่เพื่อนฉัน”

    เจอไม้นี้ของอินทรมาวินก็อึ้ง ได้แต่ฮึดฮัดโมโหตัวเองที่เสียท่าอินทรจนได้

    ooooooo

    หลังจากรตีไปทำอึ๋มมา ก็ถูกนักศึกษาชายจำนวนหนึ่งมองอย่างพึงพอใจ บ้างมาขอถ่ายรูปแต่พอเข้าใกล้ก็แอบดูหน้าอก แพรไหมไม่พอใจที่รตีตกเป็นเหยื่ออารมณ์ของพวกนั้น ตรงมาลากรตีไปบอกว่าถึงเวลาเรียนแล้ว

    พออินทรเห็นหน้าอกรตีที่ไปเสริมมาถึงกับสำลักน้ำที่กำลังดื่ม รตีเห็นมาวินเดินตามอินทรมาเธอถลาไปถามว่าขาเป็นอะไร อินทรชิงตอบว่าเข้าเฝือกไงไม่รู้จักเหรอ แล้วบอกมาวินแซวๆ ว่ารตีไปทำหน้าอกมาแล้วจริงๆ อย่างนี้ไม่รักไม่ได้แล้ว รตีเขินไล่ทุบอินทรไม่ให้พูด ส่วนแพรไหมไม่อยากเจอมาวินเลยขอตัวเข้าห้องเรียน

    “เดี๋ยว” มาวินเรียก แต่ช้าไปแล้ว เขาเลยเดินเขยกตามไป รตีเห็นดังนั้นรีบตามมาวินไป อินทรตามไปอีกคน แต่พอชนนจะตามไปก็ถูกนาราร้องเรียก ชนนไม่อยากเผชิญหน้านารา เขาทำเป็นไม่ได้ยินรีบสาวเท้าเข้าห้องเรียนไป

    ทั้งสามคู่ไปวุ่นวายกันในห้องเรียนอีก ชนนเรียกรตีให้ไปนั่งข้างตนหมายกันนาราไว้ แต่ช้าไปแล้วนาราเข้ามาขอนั่งด้วยคนแล้วนั่งแหมะเลย ซ้ำถามแพรไหมว่ารู้ไหมว่าตนกับชนนตกลงเป็นแฟนกันแล้ว แพรไหมงง ส่วนชนนยิ้มเจื่อน ไม่ทันไรอินทรก็มานั่งแหมะข้างแพรไหม เธอกันท่าว่านี่ที่นั่งของรตี อินทรบอกว่ารตีไม่มานั่งหรอก พลางบุ้ยให้ดูรตีที่นั่งกับมาวิน

    รตีฉวยโอกาสเสนอตัวว่า ช่วงที่มาวินต้องใส่เฝือกสามสี่วันตนจะดูแลเขาเอง มาวินเซ็งไม่ตอบแต่เหลือบมองไปทางอินทรที่นั่งอยู่กับแพรไหมอย่างขัดใจ

    ระหว่างนั้นมาวินแกล้งทำดีกับรตีเพื่อยั่วแพรไหม ส่วนแพรไหมก็ทำสนิทสนมกับอินทรเพื่อยั่วมาวิน

    เมื่ออาจารย์ชัยบรรยายแผนธุรกิจแล้ว กำหนดให้นักศึกษาที่เป็นบัดดี้กันจับคู่ไปสัมภาษณ์เจ้าของกิจการอะไรก็ได้เพื่อให้ทราบถึงประวัติและภาพรวมของกิจการ

    รตีชวนมาวินไปสัมภาษณ์พ่อกับแม่เขา มาวินบ่ายเบี่ยงว่าเธอคู่กับอินทรไม่ใช่หรือ พอดีแพรไหมมาดึงรตีออกไป รตีหงุดหงิดถามว่าจะดึงตนไปไหน ตนต้องดูแลมาวิน ชนนก็มาเร่งแพรไหมให้รีบกลับเพราะตนไม่พร้อมจะเจอหน้านารา รตีได้โอกาสไล่ทั้งสองให้รีบไปเลยตนทิ้งมาวินไปไม่ได้เพราะเขาขาเจ็บ

    พอดีอินทรมาบอกแพรไหมว่าตนจะไปส่ง รตีได้ทีฝากให้ดูแลเพื่อนตนด้วย แพรไหมเลยเดินแยกไปอีกทาง นาราวิ่งตามมาทันร้องเรียกชนนให้รอด้วย ชนนรีบชิ่งตามแพรไหมไปเลย

    ระหว่างแพรไหมเดินอ้าวหนีอินทรไปนั้น เธอได้รับโทรศัพท์จากมาวิน ทั้งฝากข้อความและพูดมาว่า

    “ผมเลิกยุ่งกับเพื่อนคุณ คุณเลิกยุ่งกับเพื่อนผม แล้วเรามารักกันดีไหม” แพรไหมพิมพ์ข้อความตอบไปว่า “ฉันไม่ได้รักนาย”พอดีอินทรตามมาถึงถามแพรไหมว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอบอกว่าไม่มีอะไร ไปเถอะ

    เมื่อแพรไหมไปกับอินทรแล้วชนนจึงเดินแยกไป ถูกนาราตามมาชวนไปสัมภาษณ์พ่อกับแม่ตนกัน ชนนตกใจบอกว่าไม่ง่ายหรอก ก็พอดีมีสายเข้ามือถือ ชนนฉวยโอกาสบอกว่าสงสัยพ่อโทร.มา นัดพ่อไว้ แล้วขอตัวไปเลย

    นารามองท่าทีแปลกๆของชนนงงๆ

    ooooooo

    อินทรพาแพรไหมเข้าไปในห้าง หยิบเสื้อผ้าให้เธอเอาไปลองในห้อง ถูกมาวินที่หลอกให้รตีไปซื้อของกินให้แล้วหลบไปสะกดรอยตามอินทรกับแพรไหม พอเห็นแพรไหมเข้าห้องลองเสื้อก็แอบตามเข้าไป

    มาวินตัดพ้อต่อว่าที่เธอมากับอินทรและห่างเหินตนเพราะแคร์รตี แพรไหมก็รู้ว่าเขาไม่กล้าพูดกับอินทรเพราะแคร์เพื่อนเหมือนกัน อินทรมาร้องถามที่หน้าห้องลองเสื้อว่าเสร็จหรือยัง แพรไหมหลอกว่าเสื้อคับให้เรียกคนขายมาช่วยดูหน่อย พออินทรผละไปเรียกพนักงานมา แพรไหมก็ออกมาบอกว่าให้มาดูกันข้างนอก

    มาวินเอาหัวกระแทกผนังอย่างเจ็บใจอยู่ในห้องลองเสื้อ ในที่สุดแพรไหมก็ไปกับอินทรจนได้

    อินทรพาแพรไหมในชุดใหม่ไปทำผม พอเธอออกจากร้านทำผม ทั้งอินทรและมาวินที่ตามมาแอบดูต่างมองตะลึงในความสดใสเข้ากับชุด อินทรถามทึ่งว่า “ใช่คนเดียวกับที่เรารู้จักกันไหมเนี่ย...สุดยอดเลย”

    ระหว่างที่อินทรไปเคลียร์เงินกับทางร้าน แพรไหมมองตัวเองในกระจก เห็นมาวินในกระจกเธอหันกลับไปดู มาวินยืนจ้องเธออยู่ตรงนั้นจริงๆ เลยต่างจ้องตากันอยู่จนอินทร กลับมาชวนแพรไหมไปกันเถอะ เธอลังเลแต่แล้วก็ตัดสินใจจับแขนอินทรเดินเลี้ยวออกไปอีกทางกับที่มาวินยืนอยู่

    รตีไปซื้อของมาให้มาวินปรากฏว่าเขาหายไปแล้ว เธอทั้งเดินหาและโทร.หาด้วยความเป็นห่วงว่าเขาจะเป็นอะไรไป

    นาราเดินมาเจอมาวินนั่งซึมอยู่ที่ม้านั่งในห้าง ถามว่าเป็นอะไร เรื่องแพรไหมใช่ไหม ถามว่าถ้าชอบแล้วทำไมถึงได้แกล้งแพรไหมล่ะ มาวินยอมรับว่าตอนนั้นเห็นแพรไหมกอดกับพ่อก็นึกว่าพ่อกิ๊กกั๊กเลี้ยงเด็ก ถามว่าแล้วจะไม่ให้ตนโกรธได้ไง แต่ก็แก้เองว่ามันก็ไม่ใช่โกรธหรอก ผิดหวังมากกว่า

    “ผิดหวังหรืออกหัก?” นาราถามว่าเขาชอบแพรไหมตั้งแต่วันที่เจอบนรถเมล์ครั้งแรกแล้วใช่ไหม มาวินบอกว่าไม่รู้ “ต้องรู้สิ ปัญหาของวินคือวินไม่ชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเอง วินไม่กล้ายอมรับเพราะอะไรก็ไม่รู้ แล้วมันก็เลยสร้างปัญหาให้วินอยู่เนี่ย วินชอบแพรไหมตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ไม่งั้นวินจะเก็บเหรียญห้าบาทของแพรไหมไว้ทำไม”

    มาวินยอมรับว่าคงอย่างนั้น นาราถามว่าแล้วทีนี้จะทำอย่างไรเพราะแพรไหมไปคบกับอินทรแล้ว

    “ถ้าเป็นเรานะ เราจะชัดเจน ชอบคือชอบ รักคือรัก บอกไปเลย ยังไงอินทรก็เพื่อน ถึงจะโกรธแต่อินทรก็ต้องเข้าใจ วินก็ยอมให้อินทรต่อยสักสี่ห้าหมัด ก็แล้วกัน”

    ทีแรกมาวินก็ฟังดี พอนาราบอกว่ายอมให้อินทรต่อยปากสักสี่ห้าหมัด มาวินก็ร้องอ้าว...ยกมือจับปากตัวเอง เครียดเพราะไม่อยากทะเลาะกับเพื่อน

    ooooooo

    นิชาโทร.นัดให้ชนนมารับที่ริมถนน พอชนนมาถึงเธอบ่นว่ามาช้ามาก

    “คุณให้ผมกลับไปเอาตุ๊กๆมารับ มันก็ได้เท่านี้แหละครับ คุณมีเรื่องอะไรจะพูดกับผม”

    ชนนลงจากรถจะมาคุยด้วย นิชาบอกให้เขาไปส่งที่บ้าน พอชนนขับตุ๊กๆไป นิชายิ้มร้ายอย่างมีแผน พอมาถึงหน้าบ้านก็บอกให้ขับเข้าไปส่งในบ้าน บอกว่ามีของจะให้ดู ชนนทึ่งในความรวยของบ้านนิชา แล้วชนนก็ซีดเมื่อนิชาพาเขาไปพบพ่อกับแม่ในบ้าน ไม่นานนาราก็กลับมา นิชาพูดประชดว่าพ่อกับแม่รอชื่นชมลูกรักอยู่ รีบไปทำคะแนนเสีย

    “ดี...นากำลังอยากขอร้องพ่อให้จ้างบอดี้การ์ดเพิ่ม เพราะวันสองวันนี้ตอนที่พ่อแม่ไม่อยู่ ไม่รู้ใครเอาพวกอันธพาลเข้ามาป้วนเปี้ยน”

    “เหรอ...น่ากลัวจัง บอกเลยนะอย่าช้า...” พอนารา เดินไป นิชาจิกตาพึมพำ “ปากดีอย่างนี้ เดี๋ยวก็รู้ หึๆ”

    ooooooo

    นาราเข้าไปสวัสดีพ่อกับแม่อย่างร่าเริง พลันก็ชะงักหน้าเสีย เมื่อเห็นชนนนั่งอยู่กับพื้นเบื้องหน้าจักรีกับรุจิรา!

    นิชาเข้ามาถามเย้ยว่ารู้แล้วใช่ไหมว่าพ่อกับแม่มีเรื่องอะไร นาราซีด รุจิราถามหน้าตึงว่าลูกแอบคบคนขับตุ๊กๆเป็นแฟนจริงหรือ นาราอึกอัก นิชาพูดแทรกขึ้นว่า จะโกหกสร้างเรื่องหลอกพ่อกับแม่ยังไงก็ว่ามา แต่พี่ตุ๊กๆของเธอบอกหมดแล้ว

    นาราเสียงแข็งอย่างรู้ดีว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือนิชา จักรีถามว่าพ่อกับแม่พยายามแนะนำคนดีๆอย่างมาวินให้แต่ทำไมลูกถึงใฝ่ต่ำอย่างนี้ “พ่อคะ...ชนนเป็นเพื่อนที่คณะของนา ถึงชนนจะไม่รวย แต่เขาเป็นคนดีนะคะ”

    รุจิราสวนทันควันว่าคนดีก็คบเป็นเพื่อนสิ แต่จะเป็นแฟนมันต้องเหมาะสมคู่ควรกันด้วย

    “แล้วชนนไม่เหมาะสมตรงไหนคะ นาไม่สนใจหรอกค่ะว่าจะรวยหรือจน แต่ว่านารักชนน และนาจะไม่มีวันเลิกคบด้วย” นาราน้ำตาร่วง จักรีหาว่าชนนคิดจะเกาะลูกกินน่ะสิ ด่าชนนว่าหน้าไม่อาย ถามนาราว่าแบบนี้จะไปคบทำไม

    นาราถามทั้งน้ำตาว่าทำไมพ่อพูดแบบนี้ จักรย้อนถามว่าทำไมจะพูดไม่ได้แล้วพุ่งไปชี้หน้าไล่ชนน ขู่ว่าถ้าไม่เลิกเกาะแกะกับลูกสาวตน จะเล่นงานให้ทั้งครอบครัวเขาอยู่ไม่เป็นสุขเลย ชนนที่นั่งพับเพียบกับพื้นยกมือไหว้จักรี เอ่ย...

    “ผม...ผมขอโทษครับที่สร้างปัญหา ผมรู้ตัวครับว่าผมไม่คู่ควรกับนาราเลย คุณพ่ออย่าโกรธนาราเลยนะครับ ตั้งแต่นี้ไปผมจะเลิกติดต่อกับนาราอีกครับ” ชนนลุกเดินออกไปอย่างเจียมตัว นาราดิ้นหลุดจากรุจิราเข้าไปกอดแขนชนนไว้

    “ไม่นะ...นาไม่ให้ชนนไป นาจะไม่เลิกคบชนน” รุจิราร้องถามว่าเธอเป็นความหวังเดียวของพ่อแม่ อยากทำให้พ่อแม่อกแตกตายหรือไง “นายอมทุกอย่างตามที่พ่อกับแม่ขอ จะให้เรียนอะไร จะให้ทำอะไร นายอมได้ แต่อย่าบังคับนาเรื่องความรักได้ไหม นาขอแค่เรื่องเดียวได้ไหมคะ!!”

    “ไม่ได้!! ฉันไม่เอาคนจน!!” จักรีตวาด

    นาราบอกว่าถ้าอย่างนั้นตนจะไม่เรียนไม่ทำงาน ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ตนจะใช้ชีวิตตามใจชอบแบบพี่นิ

    นาราอาละวาดจนชนนขอให้พอเถอะ ขอให้อยู่บนโลกแห่งความจริง เราไม่เหมาะสมกันจริงๆ พูดอย่างเจ็บปวดว่า

    “โลกของนาอยู่สูงเกินไป ต่อให้เรามีปีก เราก็บินไปไม่ถึง ต่างคนต่างอยู่เถอะนะ”

    นาราโผกอดชนนไว้ จักรีตวาดสั่งให้ออกมาเดี๋ยวนี้! แล้วเข้าไปดึงตัวนาราออกมา นารากอดชนนไว้แน่น ในที่สุดชนนก็เป็นฝ่ายแกะมือนาราออกจากตัว ปล่อยให้พ่อแม่ดึงตัวเธอออกไป รุจิราไล่ชนนให้กลับไปได้แล้ว ชนนเดินคอตกออกไปเจอนิชายืนอยู่ ชนนจ้องหน้านิชาก่อนเดินผ่านไป ในขณะที่นาราร้องไห้เสียใจ ตะโกน...

    “พ่อกับแม่ไม่มีสิทธิ์บังคับนา ปล่อยนะ!”

    นิชามองนาราแล้วพึมพำ “อย่าว่ากันเลย ฉันจำเป็นต้องทำจริงๆ”

    เมื่อนาราดิ้นรนจะไปหาชนน จักรีลากเธอเหวี่ยงเข้าไปในห้องขังไว้จนกว่าจะคิดเป็น สั่งให้เอากุญแจมาใส่ไว้ด้วย

    นาราวิ่งไปที่ระเบียง เห็นชนนขับตุ๊กๆออกไป เธอตะโกนสุดเสียง... “พี่ตุ๊กๆ”

    รุจิราถามจักรีว่าจะขังลูกไว้อย่างนี้หรือ มันจะดีหรือ จักรีถามว่าจะให้ตนทำอย่างไร ขืนปล่อยไปรักกับตุ๊กๆ คนนั้น ห้างเกรทที่เราช่วยกันสร้างขึ้นมาก็จะถูกพี่น้องยึดไป รุจิราจึงขอเป็นคนจัดการเรื่องนาราเอง

    พอจักรีจะเดินออกไปก็เจอนิชาเดินมาถามเยาะๆ ว่าลูกรักดีแตกเสียแล้ว อย่างนี้พ่อกับแม่ยังจะฝากความหวังไว้อีกหรือ ถูกรุจิราปรามว่าอะไรที่พูดไปแล้วไม่มีประโยชน์ก็ไม่ต้องพูด

    “ทำไมนิจะพูดไม่ได้คะ ในเมื่อความรักความหวังที่พ่อกับแม่มีให้ยัยนาครึ่งนึงมันควรจะเป็นของนิ แล้วทำไมนิจะไม่มีสิทธิ์พูด!”

    ทั้งจักรีและรุจิราฟังแล้วอึ้ง เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้วนิชาน้อยใจและเป็นปมในใจมาตลอดว่าพ่อแม่รักน้องมากกว่าตน

    ooooooo

    อินทรพาแพรไหมในชุดใหม่ทำผมสวย ไปในผับส่วนตัวของเพื่อนที่เปิดเพื่อฉลองกับเพื่อนฝูงเพราะพ่อเส้นใหญ่

    แพรไหมเห็นสภาพแล้วจะกลับ อินทรต่อรองขอเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง ต่อรองกันไปมาแพรไหมให้เวลาสิบเจ็ดนาที

    มาวินสะกดรอยตามมาดูว่าอินทรจะพาแพรไหมไปไหน ระหว่างนั้นเขาได้รับอินสตาแกรมเป็นรูปพิซซ่าที่รตีซื้อมามีข้อความว่า “พิซซ่าถูกทิ้งเจ้าของอยู่ไหนมารับไปด้วย @RichHellBoy” มาวินเลื่อนภาพผ่านไป กลายเป็นไอจีอินทรที่อยู่ในงานปาร์ตี้ถ่ายให้เห็นเสี้ยวหน้าแพรไหมข้อความว่า “คืนนี้ surprise!” มาวินดูแล้วเป็นห่วงแพรไหมมาก

    ในผับนี่เองแพรไหมได้รับโทรศัพท์จากแม่ที่โทร.ตามด้วยความเป็นห่วง เธอบอกแม่ว่ามางานเลี้ยงของเพื่อนที่คณะ ระหว่างนั้นอธิชาติควงสาวผ่านมาเห็นแพรไหมสวยสะดุดตาก็ทิ้งสาวคนนั้นหยุดยืนมองแพรไหมอย่างสังเกต

    แพรไหมบอกแม่ว่าเพื่อนขอร้องให้มา และกำลังจะกลับแล้วถ้าแม่ง่วงก็นอนก่อนได้เลย พอแพรไหมวางสายจากแม่ อธิชาติก็เข้าไปแนะนำตัวเอง แพรไหมมองอย่างคนไม่รู้จักแล้วเดินผ่านไป อธิชาติยิ้มเยาะ

    ตัวเองที่ถูกสาวเมิน ตามไปอย่างจะเอาชนะ เดินไปดักหน้าขัดขาจนแพรไหมเซจะคะมำ อธิชาติรับไว้ยิ้มเยาะว่าเธอเข้ามาในอกตนเอง

    สาวสวยที่มากับอธิชาติเจ็บใจที่ถูกทิ้งเดินมาเอาเรื่องกับแพรไหม อธิชาติบอกว่าแพรไหมให้ท่าตนเอง แพรไหมกระชากสาวสวยเหวี่ยงออกไป ด่าว่าถ้าจะคลั่งผู้ชายจนไม่ลืมหูลืมตาก็เอาป้ายมาแขวนไว้เสียเลยสิ แล้วจะเดินไป อธิชาติคว้าแขนไว้ให้บอกมาว่าเธอชื่ออะไร สาวสวยตวาดถามอธิชาติว่า “บอกมานะ มันเป็นใคร!”

    “เป็นผู้หญิงที่สวยและน่าสนใจมาก...ไม่เหมือนเธอ... อย่ามาตู่ว่าฉันเป็นของเธออีก” อธิชาติชี้หน้าสาวปราม สาวสวยหน้าแตกเดินหนีไป อธิชาติมองตามแพรไหมไปอย่างสนใจ

    แพรไหมเห็นอินทรกำลังเตี๊ยมบางอย่างอยู่กับกลุ่มเพื่อน แพรไหมพุ่งไปหาบอกว่าตนจะกลับ อินทรผละจากเพื่อนมาขวางอ้างว่ายังไม่ครบสิบเจ็ดนาที ให้รอก่อน

    แพรไหมไม่รอบอกให้ไปเปิดรถให้หน่อยตนจะเอาชุดของตนที่อยู่ในรถ อินทรบอกว่ากุญแจอยู่ข้างในให้รอแป๊บตนจะไปเอา ระหว่างที่แพรไหมยืนรออยู่นั่นเอง อธิชาติก็เดินเข้ามาหา มาวินเข้าไปจับมือแพรไหมบอกว่า

    ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเธอ กลับบ้านเสีย แพรไหมไม่ยอมไป ถามประชดว่า

    “ฉันต้องอยู่แต่ในคราบคนจน ร่วมปาร์ตี้ส้มตำในตลาดสดเท่านั้นใช่ไหม ฉันไม่มีสิทธิ์มาเหยียบในงานร้านหรูๆ กับพวกลูกเศรษฐีหรือไง” มาวินบอกว่าไม่ใช่แต่เธอยังไม่รู้ว่าที่แบบนี้มันเป็นยังไง “จะมีอะไร นายก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”

    อินทรเดินกลับมายืนตรงหน้าแพรไหม เธอถามว่ากุญแจรถมาแล้วใช่ไหม งั้นไปเลย

    อินทรเรียกแพรไหมไว้ พอเธอชะงัก แก๊งเพื่อนของอินทรก็ตีวงล้อมเข้ามาโดยกันมาวินออกไปนอกวง แล้วอินทรก็คุกเข่ามอบช่อดอกไม้ให้เอ่ยขอ

    “แพรไหม...เป็นแฟนกันนะ” ทั้งแพรไหมและมาวินต่างอึ้ง “ผมสาบานได้ว่า นี่ไม่ใช่การล้อเล่นหรือแค่สนุกแบบฉาบฉวย ผมรักแพรไหมจริง และอยากเป็นแฟนกับแพรไหมจริงนะครับ” อินทรยื่นช่อดอกไม้ให้ เพื่อนๆที่ล้อมวงอยู่เชียร์อย่างคะนองให้แพรไหมรับเลย...รับเลย...

    แพรไหมอึ้ง แต่พอเหลือบเห็นสายตามาวินที่มองอยู่ เธอตัดสินใจรับช่อดอกไม้จากอินทร ขณะมือจับช่อดอกไม้นั่นเอง มาวินก็ยื่นมือมาจับหมับ! บอกอินทรว่า

    “แพรไหมไม่ได้รักนาย แพรไหมรักฉัน!” อินทรมองหน้างงๆ มาวินยืนยัน “ฉันขอโทษนะอินทร แต่ฉันกับแพรไหม เรารักกัน” อินทรถามแพรไหมว่าจริงหรือ “บอกความจริงไปสิแพรไหม เลิกปิดบังกันได้แล้ว”

    “ฉันไม่ได้รักใครทั้งนั้น” แพรไหมโพล่งออกไป

    พลันอธิชาติที่ดูอยู่ก็แทรกเข้ามาบอกว่า

    “อย่างนี้ฉันก็มีสิทธิ์”

    แพรไหมเหวอเซ็งแล้วเดินผ่านไป อินทรรีบตาม ในขณะที่มาวินที่ขาเจ็บยืนเซ็งแล้วค่อยกะเผลกออกไป

    อินทรตามไปถามแพรไหมว่ามาวินพูดจริงหรือเปล่า โมเมว่าเมื่อเธอทำให้ตนรักเธอก็ต้องรับผิดชอบ แพรไหมไม่สนใจสะบัดออกไป อธิชาติที่คอยจังหวะอยู่ เดินไปขวางมาวินที่กำลังเดินกะเผลกออกไปถามว่า

    “จะแย่งแฟนเพื่อนอีกแล้วเหรอวะมาวิน” มาวินบอกว่าไม่เกี่ยว ไล่ให้หลบไป “ทำไมจะไม่เกี่ยว ฉันยังจำวันที่นายแย่งแฟนฉันได้เลยว่ะ”

    “ฉันไม่เคยแย่ง ผู้หญิงไม่ได้รักนายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และฉันก็ไม่เคยชอบ ไม่เคยยุ่งอะไรด้วยเลย แต่นายไม่เคยเข้าใจ”

    แก๊งของอธิชาติรุมเข้ามาหาว่ามาวินดูถูกลูกพี่ตน มาวินด่าว่าอย่าทำตัวไม่มีสมอง อธิชาติถามมาวินว่า เขารักแพรไหมจริงหรือ ปรามาสว่า

    “ก็ดี...รักให้ดีนะ เพราะฉันจะแย่งผู้หญิงที่นายรักมาให้ได้”

    ขณะนั้นเอง อินทรเดินตามมากระชากคอเสื้อมาวินทันที อธิชาติมองอึ้งที่เพื่อนรักกำลังจะแตกคอกันเอง

    “ฉันไม่สนว่านายจะรักแพรไหมตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนไหน แต่นายเคยบอกกับฉันว่าจะไม่รักแพรไหมเพราะฉะนั้นเลิกยุ่งกับแพรไหมซะ!” มาวินบอกว่าคนตัดสินใจคือแพรไหม “ใช่...เป็นแพรไหม แต่นายก็เลือกที่จะไม่อยู่แย่งคนรักเพื่อนได้! แพรไหมเป็นของฉัน ถ้านายแย่งคนรักของเพื่อน เราก็ไม่ใช่เพื่อนกันอีกต่อไป!” อินทรประกาศกร้าว ผลักมาวินออกแล้วเดินเข้าไปในงานอย่างหงุดหงิด

    “เพื่อนรัก รักผู้หญิงคนเดียวกัน น่าสนุกดีเนอะ” อธิชาติยิ้มเยาะมาวิน สีหน้าเจ้าเล่ห์

    ooooooo

    แพรไหมกลับมานั่งซุกตัวอยู่มุมบ้านอย่างสับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ถามตัวเองว่านี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย

    มานีตื่นขึ้นเดินออกมาเห็นแพรไหมนั่งซุกตัวอยู่ ถามว่านั่งทำอะไรตรงนี้ แพรไหมบอกว่านั่งพัก มานีมองชุดที่แพรไหมใส่ถามว่าไปเอาชุดใครมาใส่ดูมันแพงมากเลย

    “เพื่อนค่ะ ยืมเขามา เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาไปคืนค่ะ”

    “ชุดเพื่อนแน่นะ ไม่ใช่ว่าแอบเอาเงินไปซื้อชุดแพงๆ เพื่อให้ตัวเองดูเป็นคนรวยเหมือนที่ชนนแอบพ่อไปซื้อมือถือแพงๆหรอกนะ แม่ไม่อยากผิดหวังเหมือนนายชัด”

    “แพรไม่เห็นจะอยากดูเป็นคนรวยเลย มีแต่ปัญหา มีแต่เรื่องวุ่นวาย แพรก็แค่อยากเป็นแพรไหมแบบเดิม เช้าก็ช่วยแม่ขายผักแล้วก็ไปเรียนไปทำงานพิเศษ แล้วก็กลับบ้านนอน แค่นี้ แพรต้องการแค่นี้” มานีถามว่าลูกมีปัญหาอะไรหรือเปล่า “แพรก็แค่มีปัญหากับเพื่อนใหม่ ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่ แม่ไปนอนเถอะ เดี๋ยวแพรตามไป”

    มานีย้ำว่าอย่านอนดึกนะแล้วกลับไปนอน แพรไหมยังซุกตัวอยู่ตรงนั้น คิดเครียดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

    ooooooo

    เช้านี้ขณะชัดทำความสะอาดรถ ชนนเดินมา บอกพ่อว่า

    “ฉันจะไม่เกี่ยวข้องกับลูกคุณหนูอีกแล้ว แล้วฉันก็จะเอามือถือนี้ไปขายด้วย ขาดทุนนิดหน่อยแต่ก็เอาเงินมาใช้หนี้ได้”

    “ใช้หนี้? เอ็งซื้อผ่อนมาไม่ใช่หรือ ผ่อนหมดแล้วเหรอ” ชนนบอกว่าตนยืมผ่อนกับรตี “เอ็งไม่ต้องเอามือถือไปขายหรอก แต่ใช้ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ก็พอ”

    ชนนถามว่าคุ้มอย่างไร ชัดให้คิดเองเพราะคนที่เรียนมหาวิทยาลัยคือตัวเขา ชนนถามว่าแล้วพ่อให้อภัยตนไหม?

    “ทำให้ข้าเห็นแล้วกันว่าเอ็งจะเลิกทำตัวเป็นหมามองเครื่องบิน แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาช่วยข้าทำมาหากิน” ชนนรับปากว่าตนทำได้พ่อไม่ต้องห่วง “ชนน...รถของเรามันก็แค่สามล้อ ประตูก็ไม่มี เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างสามล้อ เราต้องอยู่กับฝุ่นกับควันให้ได้ นี่คือความจริง”

    “ฉันก็แค่อยากมีรถสี่ล้อให้พ่อ อยากให้เรามีชีวิตที่ดีกว่านี้”

    “ถ้าอยากก็ต้องทำ ทำไปตามทางของเรา เดินไปทีละก้าว ก้มหน้ามองพื้นไว้ จะได้ไม่สะดุดล้ม เพราะถ้ามัวเดินมองฟ้า ไม่ช้าก็เร็วต้องสะดุดล้มแน่นอน แล้วเราก็จะเป็นฝ่ายเจ็บตัวเอง”

    ชนนอึ้งไปกับคำสอนของพ่อ แม้ลึกๆจะยังไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่

    เช้าวันเดียวกัน ที่บ้านนาราโกลาหลเมื่อรู้ว่านาราหนีออกจากบ้านไปแล้ว นิชายิ้มเยาะบอกพ่อกับแม่ว่า

    “ท่าทางลูกรักของพ่อแม่จะปีนระเบียงหนีออกไปแล้วค่ะ ไปไหนนะ...อ้อ...ไปหาผู้ชายขับตุ๊กๆ เริ่ดจริงๆ”

    เวลาเดียวกัน ชนนช่วยพ่อทำงานเสร็จก็จะไปเรียน เดินไปตลาดเพื่อสมทบกับแพรไหมและรตีไปมหาวิทยาลัยด้วยกันตามปกติ แต่ชนนกลับพบนารานั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่ ชนนตกใจมากอุทาน

    “นา...”

    “พี่ตุ๊กๆ...” นาราเงยหน้ามองตามเสียง ชนนมองอึ้งเหมือนถูกสาป

    ooooooo

    เช้านี้มานีถามแพรไหมว่าเสร็จหรือยัง ถ้ายังแม่จะไปตลาดก่อน แต่พอมองออกไปเห็นสมศักดิ์มายืนรออยู่หน้าบ้านยิ้มให้อย่างปะเหลาะ พอเข้าบ้านก็ยื่นถุงส้มให้พูดเอาใจว่าเห็นชอบเลยซื้อมาฝาก

    พอแพรไหมเห็นพ่อก็ถามโพล่งว่าจะมาขอเงินแม่อีกใช่ไหม มานีเรียกปราม แต่แพรไหมทนไม่ได้ พูดอย่างมีอารมณ์ คาดคั้นสมศักดิ์ว่าจะมาขอเงินแม่อีกใช่ไหม พูดว่ายืมเคยเอามาคืนบ้างหรือเปล่า

    สมศักดิ์พรรณนาถึงความยากลำบากของร้านใหม่ที่ต้องแข่งขันกับร้านอื่นที่มีเงินมากกว่า มีเครื่องมือทันสมัยกว่า ตนก็ต้องปรับปรุงร้านเพื่อลูกค้าเกรดเอจะได้มาที่ร้านไม่อย่างนั้นร้านเจ๊งแน่ แต่ก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อเครื่องมือพวกนั้น

    “แม่ก็ไม่มีเงินเหมือนกันค่ะ พ่อต้องหัดดิ้นรนด้วยตัวเองบ้างนะคะ เพราะแม่ก็ไม่ได้มีเงินมากมายอะไร ทุกครั้งแม่ก็ต้องไปกู้เงินเขามาให้พ่อ มันใช่เรื่องเหรอ”

    “พ่อรู้ แต่แฟนลูกเป็นลูกเศรษฐีไม่ใช่เหรอ” พลางสมศักดิ์เอาข่าวหนังสือพิมพ์ที่แพรไหมไปหลงป่ากับมาวินให้ดู “ในเนื้อข่าวบอกว่าลูกเป็นแฟนกับมาวิน พิทักษ์พงศ์ คนนี้เขารวยมากไม่ใช่เหรอ พ่อเลยอยากให้ลูกช่วย ไม่ต้องไปขอเงินเขาก็ได้นะ แค่ขอให้เขาสนับสนุนให้คาร์แคร์ของพ่อผูกขาดดูแลรถจากโชว์รูมเขาทั้งหมด”

    “ไม่ค่ะ หนูไม่ได้เป็นอะไรกับเขา หนูช่วยพ่อไม่ได้ พ่อกลับไปเถอะค่ะ”

    “มานีช่วยพี่พูดหน่อยสิ”

    “พวกเราช่วยอะไรพ่อไม่ได้ทั้งนั้น กลับไปค่ะ กลับไป” แพรไหมดึงมือพ่อลากออกไป มานีตามไปบอกให้พอแล้ว “พ่อไปดิ้นรนหาทางรอดเอาเองเถอะค่ะ หนูกับแม่ช่วยอะไรไม่ได้ แล้วก็ไม่ต้องแอบมาขอร้องแม่ด้วยนะคะ เพราะถ้าหนูรู้ หนูจะบอกคุณรัศมี จะบอกครอบครัวภรรยาใหม่พ่อให้เขารู้ให้หมดเลยว่าพ่อขอเงินแม่ไปทำอะไรบ้าง”

    สมศักดิ์ตกใจมากบอกว่าถ้าพวกเขารู้เรื่องใหญ่แน่ ถามว่าทำไมลูกถึงใจร้ายกับพ่อนัก แพรไหมถามว่าใครร้ายกันแน่ มานีดึงแพรไหมให้เข้าบ้าน สมศักดิ์ตะโกนบอกมานีว่าให้ช่วยพูดกับลูกให้หน่อย แล้วเดินคอตกกลับไป

    ooooooo

    เมื่อแพรไหมกับมานีเดินเข้าบ้าน เธอบอกแม่ว่า

    “แม่คะ ถ้าแม่แอบไปช่วยเหลือพ่อแม้แต่บาทเดียว หนูจะไปคบมาวิน หนูยอมถูกตราหน้าว่ารักสบาย อยากตกถังข้าวสาร ดีกว่าให้แม่ไปกู้เงินมาให้พ่อรีดไถเพื่อเอาใจพวกคนรวย หนูไม่ยอม หนูพูดจริงทำจริงนะคะแม่”

    มยุราให้พยาบาลมาถอดเฝือกให้มาวินที่บ้าน เสร็จแล้วอานนท์จะเดินไปส่งพยาบาล มยุรารู้ทันเรียกไว้ เขาเลยแก้เกี้ยวว่าให้เธอไปส่งดีกว่าตนจะดูแลลูกเอง แต่พอหันมาอีกทีมาวินเดินออกไปหน้าบ้านแล้ว มยุรารีบตามไปถามว่าจะไปไหน เพิ่งถอดเฝือกหยุดพักสักวันเถอะ

    “ผมจะไปมหาลัยครับ ผมคิดถึงแพรไหม” มยุราตาโตถามว่าอะไรนะ มาวินพูดชัดๆอีกครั้ง “ผมคิดถึงแพรไหม”

    มยุราของขึ้นถามว่าแพรไหมผลักเขาล้มไม่ใช่หรือแล้วจะคิดถึงมันอีกทำไม! อานนท์อยากจะบอกให้ใจเย็นๆให้ใช้ไม้อ่อนแต่ไม่กล้าพูดตรงๆ เลยทำเป็นพูดนำว่า

    “คุณมยุ...คุณดีใจใช่ไหม ดีใจที่ลูกตั้งใจเรียนหนังสือ ดีใจมาก เลยเสียงดังไปหน่อย ใช่ไหมคุณ” อานนท์มองตาส่งสัญญาณ มยุราอึกอักแล้วเอ้ออ้าว่า...ใช่ มาวินเลยจับได้ว่าแม่ส่งคนติดตามตนตลอดเวลา พูดอย่างรู้ทันว่า

    “พอเถอะครับ หยุดทำเป็นว่าแม่เข้าใจได้ไหมครับ ผมรู้ว่าแม่ก็แค่แกล้งทำ ไม่ได้รู้สึกจริงๆหรอก”

    อานนท์ช่วยแก้ต่างให้ว่า แม่เขารู้สึกจริงๆ แล้วหันไปถามมยุราว่าใช่ไหมคุณ มยุรารีบบอกว่าใช่ รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

    “เหรอครับ... งั้นแม่รู้ไว้ด้วยนะครับ ว่าผมจะไม่เลิกคบกับแพรไหม ผมจะจีบแพรไหมมาเป็นแฟนของผมให้ได้ แม่รับได้ใช่ไหมครับ” มยุราเหวอพูดไม่ออก มาวินรู้ว่าแม่รับไม่ได้ เขาเดินไปที่รถ อานนท์เร่งมยุราให้รีบบอกลูกว่ารับได้

    “เอ่อ...แม่รับได้!! แม่รับได้จริงๆนะวิน ถ้าไม่เชื่อพาแม่ไปหาแพรไหมได้เลย หรือพาแพรไหมมาหาแม่ก็ได้ แม่จะพิสูจน์ให้ดู” แต่มาวินไม่สนใจขึ้นรถขับออกไปเลย วินาทีเดียวมยุราก็ตบะแตกหันโวยกับอานนท์

    “ฉันรับไม่ได้!! ฉันไม่ยอมให้ลูกไปคบลูกแม่ค้าเด็ดขาด ฉันไม่เอา!!!”

    ooooooo

    ที่บ้านนารา บรรยากาศตึงเครียด จักรีโกรธนาราที่กล้าหนีออกจากบ้าน นิชาถล่มซ้ำว่า

    “หนีไปอย่างยโสด้วยนะคะ ดูสิคะ มือถือ นาฬิกา กระเป๋าเสื้อผ้า กระเป๋าสตางค์” นิชาเปิดกระเป๋าดู “โห...ทั้งบัตรทั้งเงินอยู่ครบเลยค่ะ” แล้วนิชาก็หยิบกระดาษจดหมายที่วางบนเตียง บอกพ่อกับแม่ “มีจดหมายลาด้วยค่ะ นิอ่านให้ฟัง...”

    “ ...ถึงคุณพ่อคุณแม่ นาขอโทษค่ะที่เป็นลูกที่ดีอย่างใจพ่อแม่ไม่ได้ ความหวังของพ่อกับแม่มันใหญ่เกินไป นาก็แค่อยากมีชีวิตเหมือนนักศึกษาคนอื่นๆ ได้เรียน ได้เล่น ได้ลองผิดลองถูก ถึงมันอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดี แต่นาอยากมีความสุขแบบที่นาเป็นคนเลือกเองบ้าง แค่สักวันนึงก็ยังดี ป.ล.” นิชาชะงัก หยุดอ่านกึกเมื่อเห็นข้อความที่เขียนว่า “ป.ล.พ่อกับแม่ทราบไหมคะเวลาพ่อกับแม่ไม่อยู่ นิชอบพาผู้ชายมานอนบ้าน”

    รุจิราถามว่า ป.ล.อะไร นิชาบอกว่าไม่มีอะไร แล้วขยำกระดาษทันที เปลี่ยนเรื่องถามประชดว่าพ่อกับแม่จะเอายังไงกับลูกสาวที่รักดี จักรีพูดอย่างไม่หายโมโหว่าถ้าอยากหนีไปอยู่กับคนขับตุ๊กๆ ก็ให้ไปเลย ไม่ต้องกลับมาอีก

    “นิมีเฟซบุ๊กน้องค่ะเดี๋ยวนิไปบอกในเฟซให้ว่า พ่อขับไล่มันออกจากบ้าน ไม่ต้องกลับมาอีก” นิชาเสนออย่างสะใจ จักรีให้บอกไปด้วยว่า บ้านนี้ไม่มีลูกชื่อนาราอีกแล้ว นิชายิ้มสะใจหยิบมือถือขึ้นทันที รุจิราถามนิชาว่า

    “แกมีความสุขมากเหรอที่เห็นบ้านเราเป็นอย่างนี้”

    “ก็มีความสุขมากกว่าตอนที่ถูกพ่อกับแม่ลืมว่ามีลูกสาวคนนี้อีกคนน่ะค่ะ” นิชาตอบแล้วเดินกดมือถือออกไป

    “ทำไมนาราถึงได้มีความคิดบ้าบิ่นขนาดนี้ ต้องเป็นเพราะลูกไปคบกับคนขับรถตุ๊กๆนั่นแน่ๆ” รุจิราไปลงที่ชนน

    ooooooo

    ชนนตกใจมากเมื่อนาราบอกว่าหนีออกจากบ้านไม่ได้เอาอะไรมาเลยและไม่รู้จะไปอยู่ไหน ขอไปอยู่บ้านเขาได้ไหม

    ชนนตาเหลือกเพราะเพิ่งสัญญากับพ่อเมื่อคืนนี้เองว่าจะเลิกติดต่อกับนารา ไม่รู้จะทำอย่างไรเลยขอไปเรียนเอาดื้อๆ แต่พอเดินไปแล้วก็ทั้งสับสน กังวล เป็นห่วงนารา ทนไม่ได้เดินกลับมา แต่นาราหายไปแล้ว คราวนี้ยิ่งตกใจ

    มาวินไปดักพบอินทรที่มหาวิทยาลัย บอกว่าอยากคุยด้วย อินทรบอกว่าตนไม่คุยเรื่องแพรไหมเพราะเราตกลงกันแล้วมาวินถามว่าตนไม่มีทางเลือกเลยหรือ

    “มี จะเป็นเพื่อนกันต่อหรือเป็นศัตรู เลือกเอา” อินทรพูดจริงจัง ท้าทาย จนมาวินอึ้ง อินทรพูดก่อนผละไปว่าเลือกได้เมื่อไรให้บอกแล้วกัน ทิ้งมาวินให้ยืนเครียดอยู่ตรงนั้น

    ฝ่ายรตีตามหามาวินไม่เจอใจกล้าโทร.ไปหาที่บ้าน ถูกมยุราถามอย่างดูถูกว่าเธอชื่ออะไร นามสกุลอะไร พ่อแม่ทำอาชีพอะไร ขับรถยี่ห้ออะไร รตีอึ้งไม่กล้าบอก มยุราสงสัยถามว่าเธอคือแพรไหมใช่ไหม รตีบอกว่าไม่ใช่แล้ววางสายเลย

    “ต๊าย...นี่กล้าวางสายใส่ฉันหรือ ไม่มีมารยาท” มยุราด่า ฝ่ายรตีตกใจที่ถูกมยุราซักไซ้อย่างดุดัน วางสายแล้วพึมพำ

    “อะไรจะหวงลูกขนาดนั้น แล้วทำไมต้องมาถามว่าแพรไหมหรือเปล่า?”

    มยุราลิ่วไปหาอานนท์ที่ห้องทำงาน เขากำลังนั่งจ้องสาวสวยที่มาสมัครงานตาเป็นมัน พอมยุราเข้ามาเขาก็ทำไก๋ว่าสวย อย่างนี้จะมาทำงานบัญชีหรือตนไม่รับ

    พอหญิงสาวออกไป มยุราก็เล่าว่ามีผู้หญิงโทร.มาหามาวิน สงสัยจะเป็นแพรไหม บอกว่าถ้าให้มาวินรักกับผู้หญิงพรรค์นั้นตนยอมตายดีกว่า อานนท์ถามว่าจริงหรือ มยุราแว้ดใส่ทันทีว่าถามอย่างนี้หมายความว่าไง

    “เปล่า...ผมปลื้มที่คุณรักลูกมาก” อานนท์โอบเอาใจ “คุณนี่ช่างเป็นเมียแสนดีเป็นแม่แสนประเสริฐจริงๆ ไอเลิฟยู รักนะ จุ๊บๆ” พอถูกมยุราพูดอย่างจับผิดว่าเดี๋ยวนี้ศัพท์วัยรุ่นนะ อานนท์ก็หัวเราะแหะๆ จืดๆ เฝื่อนๆ

    ooooooo

    รตีมองหามาวินที่มหาวิทยาลัย เห็นอินทรขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านไปก็คิดอะไรได้พึมพำ ไอ้เด็กแว้น

    อินทรมาดักรอแพรไหมที่หน้าตึกเรียน พอแพรไหมเดินออกมา มาวินที่เดินตามมาจะเข้าไปหาก็ถูกอินทรตัดหน้า เอาชุดของเธอมาคืนให้ แพรไหมบอกว่าชุดของเขาตนส่งไปซักแห้งแล้วได้เมื่อไรจะเอามาคืน

    “ไม่ต้อง ผมซื้อให้เป็นของขวัญ” อินทรไม่รับคืน แพรไหมก็ไม่รับ “งั้นก็เอาไปทิ้งเลย...อะไรที่ผมตั้งใจจะให้แล้วผมไม่รับคืน ถ้าไม่รับก็โยนทิ้งไป”

    แพรไหมไม่โยนทิ้งแต่จะเอามาวางไว้ที่เดิม เขาจะเอาคืนหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของเขา อินทรยืนกรานไม่เอา แพรไหมไม่ตอแยเดินหนีไป อินทรมองตามพูดตามหลัง

    “ผมจะทำให้คุณรับเอาไว้ให้ได้ทั้งเสื้อผ้าที่ผมซื้อให้และหัวใจผม” พูดแล้วเห็นแพรไหมหันกลับมา

    อินทรพูดอย่างหมายมาด “ผมจะทำทุกทางให้คุณยอมรับความรักของผม”

    แพรไหมหันหน้าเดินหนีไปเอือมๆ

    พออินทรกลับมาที่รถเห็นรตีขึ้นไปนั่งรออยู่แล้ว เธอถามว่ามาวินอยู่ไหน อินทรตอบกวนๆว่าถึงรู้ก็ไม่บอก รตีลอยหน้าท้าทายว่าไม่บอกก็ไม่ลง เลยถูกอินทรกระชากลงจากรถ ด่าว่าเป็นผู้หญิงน่าจะทำตัวให้น่ารักน่ามองน่าจีบหน่อย เอาเงินที่ไปเติมซิลิโคนมาเติมสมองเสียบ้างไม่ใช่สวยแต่ภายนอก มาวินจะได้มองบ้าง จะได้ไม่ต้องมายุ่งกับคนของตน

    รตีถามว่าคนของเขาคือใคร อินทรไม่บอกแต่ขี่รถ ไปเลย รตีลิ่วไปที่โต๊ะกลุ่มบอกแพรไหมว่าต้องช่วยตนเพราะมาวินไปรักใครก็ไม่รู้ ถามว่าทำอย่างไรตนจึงจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แพรไหมบอกว่าตนก็ไม่รู้

    “แกต้องรู้สิ ก็อินทรจีบแกอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้ว...” จู่ๆรตีก็ชะงัก ช็อกเมื่อนึกอะไรได้ แต่ขณะกำลังจะพูด

    ชนนก็วิ่งหน้าตื่นมาบอกให้แพรไหมช่วยด้วย แต่แพรไหมกลับลุกเดินหนีไป รตีตามไปจิกถามว่ามีเรื่องอะไรที่ไม่บอกให้ตนรู้ใช่ไหม ชนนก็วิ่งตามมารบเร้าให้ช่วยตนด้วย เพราะนาราหนีออกจากบ้านและมาโผล่แถวบ้านตนถ้าพ่อรู้ตนตายแน่

    ขณะรตีกับชนนต่างกำลังจะให้แพรไหมตอบเรื่องของตัวเองนั้น มาวินก็เข้ามาลากแพรไหมไปบอกว่า

    “เรามีนัดสัมภาษณ์เจ้าของกิจการทำรายงานส่งอาจารย์ชัยแล้วนี่ก็ได้เวลานัดแล้ว ไป!” มาวินลากแพรไหมไปเลย

    “เฮ้ย ลืมไปเลยว่ามีรายงานต้องส่ง” ชนนเพิ่งนึกได้เหมือนกันแต่ยังหนักใจเรื่องนารา พอไปเจออาจารย์ชัยก็ปรึกษาว่านาราหนีออกจากบ้านและพี่สาวเธอโพสต์ในเฟซบุ๊กว่าไม่ต้องกลับบ้านอีกแล้ว พ่อแม่ไม่ต้อนรับ อาจารย์ชัยถามว่าแล้วตอนนี้นาราอยู่ไหน ชนนไม่รู้ อาจารย์ชัยจึงแนะนำว่า ถ้าเจอรานาอีกอย่าให้หนีไปไหน ให้พานาราไปอยู่กับเธอก่อนได้ไหม

    “อยู่กับผม!” ชนนอุทานตาเหลือก อาจารย์ชัยบอกว่าตนต้องไปสอนแล้วมีอะไรค่อยโทร.บอกแล้วกัน

    ชนนยืนเหวอ พึมพำเครียด “ให้ไปอยู่บ้านเรา แล้วพ่อจะว่าไงล่ะ???”

    ooooooo

    อธิชาติซื้อปลายท่อรุ่นใหม่มาติดให้รถของอินทร ขณะนั้นเองเห็นมาวินลากแขนแพรไหมไปที่รถก็สะกิดบอกอินทรว่านั่นแฟนเขาหรือเปล่า? พออินทรเห็นมาวินลากแพรไหมไปขึ้นรถก็อึ้ง

    ส่วนรตีไล่ตามมาเห็นแพรไหมถูกมาวินดันขึ้นรถ แล้วขับไปเลยก็ได้แต่ตะโกนเรียกเหยงๆอยู่ตรงนั้น

    อธิชาติยุอินทรที่ยืนอึ้งอยู่ว่า “เพื่อนนายถอดเฝือกปุ๊บก็ลากแฟนนายไปเลยเหรอวะ” อินทรทนไม่ได้คว้าหมวกกันน็อกใส่แล้วตะบึงรถไล่ตามไปทันที

    แพรไหมนั่งหน้าตึงในรถ ถามมาวินว่ารู้ตัวไหมว่ากำลังทำให้เรื่องมันวุ่นวาย

    “ไม่อยากวุ่นวายเหรอ ง่ายมาก ยอมรับความรู้สึกตัวเองสิ บอกรตีให้ชัดไปเลยว่าเรารักกัน ถ้าเธอไม่กล้า ฉันพูดเองเอาไหม” แพรไหมให้เขาบอกอินทรก่อนเถอะ แล้วเธอก็ตกใจเมื่อมาวินบอกว่าอินทรรู้แล้ว

    ฝ่ายอธิชาติสนุกกับการเป่าหูยุแหย่ให้หนุ่มสาวสองคู่แตกคอกัน เมื่อเจอรตีก็บอกว่า ตนเดาว่าเธอถูกมาวินทิ้ง และตนดูออกด้วยว่ามาวินเสร็จผู้หญิงที่ชื่อแพรไหมแล้วด้วย

    รตีไม่เชื่อเพราะรู้ว่าแพรไหมคบกับอินทรอยู่ อธิชาติบอกว่าแสดงว่าเธอยังไม่เห็นภาพมาวินกับแพรไหมเมื่อคืน อยากรู้ว่าภาพอะไรก็ให้ฟอลโลว์ไอจีของตนเอาเองแล้วกัน ลูกน้องอินทรหัวเราะกิ๊กกั๊กบอกว่า รับรองเห็นแล้วปรี๊ดแน่

    ด้วยความอยากรู้ รตีกลับไปที่โต๊ะกลุ่มเปิดมือถือ หาในไอจีพอขึ้นรูปอธิชาติก็เปิดเข้าไปดูภาพ

    เป็นงานปาร์ตี้มีแพรไหมไปด้วย รตีสงสัยว่างานปาร์ตี้อะไร เลื่อนไปดูเห็นภาพอินทรคุกเข่าขอแพรไหมเป็นแฟน ดูต่อไป เป็นภาพมาวินมาคว้ามือแพรไหมต่อหน้าอินทร มีแคปชั่น เขียนว่า “ยังไม่ทันรับดอกไม้ เกิด ‘ศึกชิงนาง’ ซะงั้น”

    “ศึกชิงนาง...มันคืออะไร แพรไหมไปทำอะไร นี่มันอะไรกัน!!” รตีได้แต่งงแล้วงงอีกกับภาพที่เห็น รตีวิ่งไปหาชนนที่ยังยืนมึนกับคำแนะนำของอาจารย์ชัยเรื่องนารา พุ่งไปบอกชนนว่า “แพรไหมโกหกฉัน...มันโกหกฉัน!!”

    ชนนที่กำลังมึนเรื่องนาราอยู่ ยิ่งมึนหนักมองรตีพึมพำ “อะไรของแก?”

    ooooooo

    แล้ววันนี้สมศักดิ์ก็ไปที่โชว์รูม บอกพนักงานที่มาต้อนรับว่าตนเป็นเจ้าของกิจการคาร์แคร์ ต้องการมาพบอานนท์หรือมยุราก็ได้ เพื่อให้ได้พบทั้งสอง สมศักดิ์แนะนำตัวเองว่าเป็นพ่อของแพรไหม ต้องการพบเรื่องของมาวินกับแพรไหม

    มาวินพาแพรไหมไปที่โชว์รูมบอกว่าเมื่อเพื่อนตนรู้แล้วว่าเธอเป็นแฟนกับตน พ่อแม่ตนก็ควรรู้ด้วย แล้วพาแพรไหมเข้าไปในห้องทำงานอานนท์ที่มยุรานั่งอยู่ด้วย ทั้งสองมองมาวินอย่างคาดไม่ถึงว่าจะมาที่นี่มาวิน ดึงแพรไหมไปยืนคู่กัน บอกพ่อกับแม่อย่างผ่าเผยว่า

    “ผมพาแพรไหมมาเพราะเราสองคนเป็นบัดดี้กัน ต้องทำรายงานคู่กัน เราก็เลยจะมาสัมภาษณ์พ่อกับแม่ไปส่งอาจารย์ พ่อกับแม่คงไม่ว่าอะไรนะครับ ก็เห็นบอกว่า...รับได้”

    มยุราที่กำลังดำเนินไม้อ่อนกับมาวิน ทั้งมยุราและอานนท์ต่างยินดี มองทั้งคู่ยิ้มเย็นยะเยือก

    มยุราเริ่มเล่าเรื่องธุรกิจของตนว่า คีย์หลักที่ทำให้ประสบผลสำเร็จคือมีพาร์ตเนอร์ที่ดี

    “แล้วแผนการในอนาคตของธุรกิจวางไว้ว่ายังไง บ้างคะ” แพรไหมถามในขณะที่มาวินใช้มือถือของตน อัดเสียงไว้

    มยุราเล่าว่าแผนแรกคือสร้างทุกอย่างให้มั่นคงไว้เพื่อรอให้มาวินเรียนจบและมาสานต่อ แผนที่สองคือ

    “จะต้องกำจัดพาร์ตเนอร์ที่ไม่จริงใจ เสแสร้งและคิดแต่จะฉกฉวยผลประโยชน์จากเราออกไปให้หมด” อานนท์เสริมว่า เรายังหาพาร์ตเนอร์ใหม่ๆมาร่วมงานด้วย วันนี้ก็เพิ่งจะเซ็นสัญญากับพาร์ตเนอร์รายใหม่ไป

    “ใครเหรอครับ”

    “เป็นกิจการคาร์แคร์รายใหม่ เพิ่งเปิดตัวไม่นานแต่เจ้าของกิจการบริหารไม่เก่ง แม่เห็นว่ามีโอกาสจะโตได้เลยซื้อหุ้นกิจการเขามานิดหน่อย ช่วยบริหารงานให้เขา เพื่อซับพอร์ตลูกค้าของเรา อ้อ...เจ้าของกิจการเขาบอกว่ารู้จักหนูแพรไหมด้วย”

    ขณะแพรไหมกำลังอึ้ง เริ่มจับเค้าได้ว่าอะไรเป็นอะไร อานนท์ก็บอกว่า “นั่นไง เขามาพอดี” พลางมองไปที่ประตู แพรไหมมองตาม เห็นเลขาหน้าห้องพาสมศักดิ์เข้ามา แพรไหมช็อก ลุกยืนทันที อุทาน

    “พ่อ...”

    ooooooo

    เมื่อสมศักดิ์ถูกแพรไหมถามว่าทำไมพ่อทำอย่างนี้ เขากลับต่อว่าแพรไหมว่าเป็นลูกแล้วไม่ช่วย พ่อก็ต้องบากหน้ามาเอง บอกมยุรากับอานนท์ว่า

    มีบุญคุณกับตนมากจะให้ตนทำอะไรตนยินดีทำทุกอย่าง

    แพรไหมรับไม่ได้ที่พ่อบูชาเงินเป็นพระเจ้า คว้าของลุกเดินออกไป มาวินรีบตามไปถูกแพรไหมไล่ตะเพิดไม่ต้องมายุ่งกับตน หาว่าเขาสมรู้ร่วมคิดกับพ่อแม่ทำลายตน แพรไหมไล่มาวินให้ออกไปจากชีวิตตนเสีย พอดีอาทรตามมาทันเขาเรียกแพรไหมให้ขึ้นรถ แพรไหมกระโดดซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของอินทรไปทันที

    อินทรพาแพรไหมไปส่งที่ปากทางเข้าบ้าน พอเธอ ลงไปเขาถามว่า “แพรไหมรักมาวินหรือเปล่า มาวินบอกว่า เธอเป็นแฟนเขา ผมอยากเป็นแฟนกับแพรไหม แพรไหม จะเลือกใคร?” แพรไหมบอกว่าไม่เลือกใครทั้งนั้น อาทรถามว่าถ้าไม่เลือกแล้วเมื่อคืนรับดอกไม้ตนทำไม! ทำประชด มาวินใช่ไหม ทำแค่จะใช้ตนประชดมาวินใช่ไหม?

    “เพราะแพรไหมรักฉัน” มาวินตามมาพูดแทรกขึ้น “แพรไหมไปสนิทสนมกับนายก็เพื่อประชดฉัน ทุกอย่าง ที่แพรไหมทำก็เพื่อประชดฉันทั้งนั้น นายต้องยอมรับความจริง แพรไหมไม่ได้รักนายแต่เขารักฉัน”

    มาวินกับอินทรชกต่อยกันอุตลุด พอดีรตีกับชนนตามมาเห็น มาวินให้แพรไหมบอกความจริงทุกคน ไปเสีย เพราะในที่สุดทุกคนก็ต้องรู้ เรื่องจะได้จบ อินทร บอกแพรไหมให้พูดมาเลยว่า มาวินกับตนเธอเลือกใคร

    “ฉันเลือกให้นายทั้งสองคนออกไปจากชีวิตฉัน!! ฉันเลือกให้ฉันมีชีวิตแบบเดิมก่อนที่จะเจอพวกนาย ฉันต้องการชีวิตที่สงบและมีความสุขของฉันที่ไม่มีนายสองคน เข้าใจไหม?” มาวินสวนไปว่าตนรักเธอและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง อินทรตวาดใส่มาวินทันทีว่า ตั้งแต่นี้ไปเขาไม่ใช่เพื่อนตน แล้วพุ่งเข้าตะลุมบอนกันอีก

    รตีก็พุ่งเข้าถามแพรไหมว่าทำไมต้องหลอกตน ด่าแพรไหมว่าเพื่อนเลว รับปากตนแล้วว่าจะไม่ยุ่งกับมาวินแต่พอลับหลังก็แต่งตัวสวยไปงานปาร์ตี้ ไปปั่นหัวจนผู้ชายชกกัน ตะโกนใส่หน้าแพรไหมว่า “แกไม่ใช่เพื่อนฉัน ต่อไปนี้ฉันกับแกไม่ใช่เพื่อนกัน ชนนรับฟังปัญหาทั้งหมดอยู่พูดอย่างผิดหวังว่าตนปกป้องแพรไหมมาสุดชีวิตแล้วเธอทำอย่างนี้กับเพื่อนได้ยังไง แล้วชนนก็เดินแยกไปอย่างผิดหวัง แพรไหมได้แต่เศร้า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และตนถูกเพื่อนทิ้งไปทั้งสองคน!

    มาวินกับอินทรชกต่อยกันจนหมดแรงต่างนั่งกับพื้น แต่ยังต่อว่ากันอย่างเจ็บปวด ต่างบอกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เพื่อนตน อินทรพูดท้าทายว่า แล้วมาวินจะต้องเสียใจ มาวินพูดอย่างไม่แยแสว่า ก็เอาสิ! ต่างเผชิญหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:29 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์