นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คู่ปรับฉบับหัวใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 2 เรื่อง 2 รส 'บ้านทรายทอง' ปะทะ 'คู่ปรับฉบับหัวใจ'

    ขณะวางแผนออกตามหามาวินกับแพรไหมในวันพรุ่งนี้นั้น พี่ท้อปโทรศัพท์รายงานอาจารย์ พี่ท้อปถูกตำหนิอย่างไรไม่มีใครได้ยิน แต่ที่เห็นคือพี่ท้อปโค้งก้มรับคำครั้งแล้วครั้งเล่า ตอบปลายสายไปว่า

    “ยกเลิกกิจกรรมทุกอย่าง พรุ่งนี้ให้รุ่นน้องทุกคนกลับกรุงเทพฯหมดเลยครับ...ครับ...ครับ...คร้าบ...”

    ส่วนชนนที่เดินงุ่นง่านเพราะเป็นห่วงแพรไหม นาราเดินมาหาจะคุยด้วย ชนนเดินหนี นาราจะตามก็ถูกรตีออกไปขวางถามว่าเขาหนีไปแล้วยังจะตามไปอีกหรือ เลยมีปากเสียงกัน อินทรเข้ามาแทรกบอกว่านาราปากไม่ทันลูกแม่ค้าอย่างเธอหรอก มันต้องตน แล้วยื่นหน้าไปด่ารตี “ยัยบ้าผู้ชาย!!”

    ทั้งรตีและอินทรเลยด่ากันแบบไม่มีใครฟังใคร นาราเห็นชนนเดินไปนั่งอีกด้านก็จะตามไป แต่พอชนนเห็นก็ลุกหนีไปอีก นาราเลยได้แต่ถอนใจเฮือกๆ

    ooooooo

    มาวินยังนวดเท้าให้แพรไหมอย่างทะนุถนอม แพรไหมบอกให้พอก็ไม่หยุดนวด พลางก็บอกความในใจของตน

    “นายเกลียดฉัน...ทำไม...หรือนี่เป็นแผนใหม่ของนายที่จะเอาชนะฉันให้ได้ ฉันก็บอกแล้วไง จะยอมรับเงินของนายจะให้รับเงินต่อหน้าใคร ที่ไหน ก็ว่ามาเลย ฉันยอมแพ้แล้ว”

    “มันไม่ใช่เรื่องนั้นแล้วแพรไหม...นี่มันคือความรู้สึกฉันจริง ฉัน...รั...”

    “ไร้สาระ!” แพรไหมตัดบทแล้วลุกจะเดินออกไป แต่ยังเดินไม่ถนัดทำให้เซ มาวินเข้าประคองเลยกอดกันล้มไปในลำธาร ความใกล้ชิดทำให้ต่างตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง...เมื่อได้สติมาวินพูดต่อว่า...

    “แพรไหม...มันไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ฉันอยากเอาชนะเธอ ตัดทุกเรื่องออกไปให้หมด เหลือแค่ความรู้สึกอย่างเดียวล้วนๆ...ฉันรักเธอ” เห็นแพรไหมอึ้ง เขาย้ำ “จริงๆนะ”

    แพรไหมดันตัวเองออกแล้วเดินกะเผลกออกไปทั้งสองไปพักกันที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ อากาศเย็นเสื้อผ้าเปียก แพรไหมนั่งหนาวสั่น มาวินเอาเสื้อของตนไปผึ่งจนแห้งแล้วเอามาให้เธอเปลี่ยน เอาชุดของเธอไปผึ่งแต่ถูกลมแรงพัดหายไป นอกจากนี้มาวินยังพยายามปั่นไม้เพื่อก่อไฟบอกว่าเคยเห็นเขาทำในหนังไม่เห็นยากแต่ตัวเองทำไม่สำเร็จซ้ำมือยังแตกอีก

    “ไหนล่ะที่ว่าง่าย ยอมรับเถอะว่านายทำอะไรแมนๆ อย่างนี้ไม่เป็นหรอก ลูกคุณหนู” มาวินบ่นว่าตนอุตส่าห์หวังดีไม่ขอบใจแล้วยังหัวเราะเยาะอีก “ก็มันจริงไหมล่ะ” แพรไหมยังไม่หายขำ

    เพราะอากาศเย็นแต่ตัวเองเอาเสื้อให้แพรไหมใส่ มาวินเป็นไข้ เขาขอกอดเธอแก้หนาว สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรนอกจากกอดแก้หนาวเท่านั้น แพรไหมจำต้องยอม ย้ำว่าพรุ่งนี้เช้าออกจากป่าได้ต้องรีบไปหาหมอ

    “แพรไหม...ทำไมเธอถึงไม่เชื่อว่าฉันรักเธอ...” มาวินถามขณะกอดเธอจากข้างหลังไว้แนบแน่น แพรไหมบอกว่าหยุดพูดเรื่องนี้เถอะ มาวินไม่หยุด เขาทบทวนเรื่องราวนับแต่ได้พบเธอบนรถเมล์ เห็นเธอร้องไห้เรื่องพ่อ และโทรศัพท์ปลอบใจแม่ ยอมรับว่า “ฉันก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ฉันถึงไม่ลืมเธอสักที ภาพเธอวันนั้น มันยังอยู่ในหัวฉันทุกวันนี้...”

    มาวินล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบถุงสีขาวใสบางๆ ออกมาในนั้นมีเหรียญห้าบาทหนึ่งเหรียญ แพรไหมถามงงๆว่าอะไร

    “เธอทำเงินหล่นบนรถเมล์ เธอเก็บไปไม่ครบนี่คือเงินของเธอ”

    “นายเก็บเงินห้าบาทของฉันไว้ตลอดสองปีที่ผ่านมางั้นเหรอ” แพรไหมถามทึ่ง

    “ฉันเก็บเอาไว้คืนเธอ” มาวินเอาถุงใส่มือเธอแล้วจับมือเธอให้กำเหรียญไว้ “ฉันไม่รู้ว่าความรู้สึกฉันมันคืออะไร รู้แต่พอเจอเธออีกครั้ง และเห็นเธออยู่กับพ่อฉัน ฉันผิดหวัง เสียใจ ฉันก็เลยทำไม่ดีกับเธอ แต่...แต่พอเธอเถียง พอเธอไม่ยอมฉัน หลายๆอย่างมันทำให้ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้ทำอย่างที่ฉันคิด... ฉันดีใจนะ ดีใจมาก”

    พูดแล้วมาวินก็หมดแรงซบลงที่ซอกคอแพรไหมหลับไปในท่ากอดเธอจากข้างหลัง...

    แพรไหมนิ่งอึ้งอย่างไม่อยากเชื่อ และสับสน...

    ooooooo

    รุ่งขึ้นเมื่อพี่ท้อปกับเจ้าหน้าที่จะออกไปตามหามาวินกับแพรไหม พี่ท้อปบอกให้น้องๆกลับกรุงเทพฯก่อน แต่ชนน รตี อินทรและนาราไม่ยอมกลับ ในที่สุดพี่ท้อปก็ต้องยอมให้ไปด้วย ระหว่างเดินทาง นาราเดินประกบชนน ชวนเขาเดินไปคุยกันไป ชนนบอกว่าไม่มีอะไรจะคุย อินทรได้ยินพูดอย่างรำคาญใจว่ามีอะไรก็พูดๆกันให้จบเถอะ แล้วลากรตีไปไม่ให้อยู่เป็นก้างขวางคอ

    นาราสารภาพความจริงกับชนนว่า ตนไม่ได้อยากโกหกเขา แต่เหตุการณ์ตอนนั้น...ชนนตัดบทอย่างทำใจไม่ได้ว่า

    “ช่างมันเถอะ จะเพราะอะไรผมไม่สนใจหรอก เอาเป็นว่า ผมเข้าใจ ไม่โกรธ และตั้งแต่นี้ต่อไป ไม่มีพี่ตุ๊กๆ ไม่มีน้องชอบเบิ้ล” ชนนเรียกเธอเช่นนั้นเพราะเธอชอบซื้อของเบิ้ลมาเผื่อตน แล้วพูดอย่างตัดใจว่า “เราไม่รู้จักกัน ต่างคนต่างอยู่ ตามนี้นะ” แต่พูดแล้วเห็นนาราร้องไห้ ตัดพ้อว่านึกจะเลิกก็พูดง่ายๆอย่างนี้หรือใจร้าย ใจดำ เลือดเย็น แล้วเดินหนีไป

    ชนนทนไม่ได้รีบตามไปกลัวเธอจะหลงป่า ชวนไปเข้ากลุ่มกันเถอะ นาราจึงพูดถึงความเป็นมาที่ตนถูกหาว่าโกหกให้ชนนฟัง

    “เพราะเหตุการณ์มันพาไป นาขึ้นตุ๊กๆคนแปลกหน้า แล้วจะให้นาบอกว่านารวย เป็นลูกเศรษฐีเหรอ นาจะแน่ใจได้ไงว่าคนขับตุ๊กๆไม่ใช่โจรเรียกค่าไถ่ นาก็ต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อนสิ แล้วพอรู้จักกัน พี่ตุ๊กๆก็บอกว่าพ่อเคยถูกคนรวยหลอก นาก็พูดไม่ออก นากลัวพี่ไม่คบ นาก็เลยจำใจต้องเลยตามเลย”

    ชนนอึ้ง ทำท่าจะพูดอะไรอีก นาราตัดบทว่า

    “นาอยากพูดแค่นี้แหละ ไม่ต้องมาสนใจ เราเลิกคบกันแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่รู้จักกัน ต่างคนต่างอยู่ไม่ใช่เหรอ”

    แต่ความรักความผูกพันที่มีต่อกัน ไม่อาจทำอย่างที่พูดได้ ในที่สุดนารายอมรับว่าตนรักเขา และชนนก็บอกรักเธอ ต่างเปิดใจและพูดกันอย่างตรงไปตรงมา เรียบง่าย ทำให้ความรักที่มีต่อกันก็กลับมาเบ่งบานสดชื่นขึ้นอีกครั้ง

    ooooooo

    มาวินกับแพรไหมยังติดอยู่ในป่า แต่ยิ่งติดในป่านานความรู้สึกดีๆที่มีต่อกันก็ยิ่งงอกงาม อยู่กันอย่างผ่อนคลาย จนมาวินบอกว่า เหมือนเรามาเที่ยวน้ำตกกันมากกว่าหลงป่า

    แพรไหมชวนเดินทางต่อ มาวินดึงมือเธอให้นั่งลงด้วยกัน เขาหว่านล้อมอย่างอดทนว่า ให้เธอยอมรับความรู้สึกที่เหมือนกันของเรา จับเธอหันมาบอก

    “แพรไหม...เป็นแฟนกันนะ ฉันสัญญาว่าจะเป็นแฟนที่ดีที่สุด จะไม่ทำให้เธอเสียใจ”

    แม้แพรไหมจะหวั่นไหว แต่เธอก็บอกเขาอย่างหนักแน่นว่า

    “ฉันขอโทษ...ฉันเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น”

    ก็พอดีอินทรกับรตีตามมาเจอ เขาร้องบอกพี่ท้อปว่าเจอตัวแล้ว พี่ท้อปวิ่งไปหาทันที

    “ไชโย...รอดตายแล้วเว้ยเรา” แล้วก้มกราบ

    ฟ้าดิน “ขอบคุณเจ้าป่าเจ้าเขา ขอบคุณครับ...”

    รตีวิ่งมากอดแพรไหม ถามเพื่อนรักว่า “ไม่เป็นไรนะแก”

    แพรไหมกอดรตี แต่สายตามองไปที่มาวิน ลำบากใจที่เขาขอเป็นแฟนแต่เธอตอบรับไม่ได้เพราะรู้แก่ใจดีว่ารตีรักเขา

    รตีเห็นอาการของแพรไหมก็ระแวง...กังวลใจ

    ooooooo

    เมื่อกลับมาถึงรีสอร์ต รตีก็สังเกตและจับพิรุธแพรไหม ซักไซ้เรื่องเสื้อที่แพรไหมเอาของมาวินมาใส่ พอแพรไหมเล่าให้ฟังก็ถามย้ำแล้วย้ำอีกว่าแค่นั้นนะ

    แพรไหมเห็นชนนกับนาราหายไป รตีบอกว่าเห็นแยกไปคุยกันในป่าแล้วก็หายไปเลย พูดไม่ทันขาดคำ ชนนก็เดินจับมือกับนาราเข้ามาบอกว่า “เราอยู่นี่...” รตีมองอย่างพิจารณาถามแซวๆ ว่าอย่าบอกนะว่าดีกันแล้ว

    “เราไม่บอกหรอกว่าดีกันแล้ว แต่สิ่งที่จะบอกก็คือ เรารักกัน”

    “ตกลงเราเป็นแฟนกันแล้วค่ะ” นาราบอกเสียงใส ทำเอาทุกคนร้องเฮ้ย!! “ตกใจอะไรคะ ก็เราสองคนรู้สึกเหมือนกัน คิดเหมือนกัน ก็ตกลงเป็นแฟนกัน ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน”

    ทุกคนเหวอ อึ้ง ทึ่ง อัศจรรย์ใจ จนอินทรเอ่ยว่า “ในป่านั้นต้องมีพลังงานบางอย่างแน่ๆ”

    รตีแอบสังเกตกิริยาของมาวินกับแพรไหม พูดเป็นนัยว่า

    “ดีเนอะ สองคนนี้ออกจากป่าก็รักกัน เอ๊ะ! แล้วงี้...มาวินกับแพรไหมจะรักกันด้วยไหมเนี่ยยยย”

    มาวินกับแพรไหมต่างอึ้ง รตีแอบสังเกตปฏิกิริยาของทั้งสองอย่างระแวง

    ooooooo

    เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยและปลอดภัยกันแล้วพี่ท้อปเรียกทุกคนให้ขึ้นรถกลับ รตีรีบขึ้นเพราะจองจะนั่งแถวหน้าสุดอ้างว่าตนเป็นคนเมารถ แล้วเรียกมาวินไปนั่งด้วยกัน

    “ผมกับวินขับรถมาเอง ขอตัว” อินทรตอบแทนอย่างหมั่นไส้ มาวินแอบมองแพรไหมเห็นกำลังจะขึ้นรถตู้ก็ไปคว้าแขนไว้ พอแพรไหมหันมองเขาพูดขรึมๆ

    “ไม่...แพรไหมจะกลับกับผม เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ว่าแล้วจูงเธอไปที่รถเลย รตีโวยวายว่าจะไปไหน พลางรีบลงจากรถ แต่พอวิ่งมาที่รถมาวิน เขาก็ขับรถพาแพรไหมออกไปแล้ว

    “มาวิน...เดี๋ยว...” รตีตะโกนเต้นเหยงๆ อินทรเดินมาข้างหลังพูดอย่างไม่อยากเชื่อว่า

    “นี่ไอ้วินกับแพรไหม ชักจะยังไงๆ แล้วล่ะ” ทำให้รตียิ่งระแวงมากขึ้น

    ระหว่างนั่งในรถ แพรไหมถามมาวินเสียงขุ่นว่าเขาทำอย่างนี้ทำไมไม่คิดบ้างหรือว่ารตีจะคิดอย่างไร ตนไม่อยากมีปัญหากับเพื่อน มาวินถามว่า “นี่ใช่ไหม ที่ทำให้เธอกับฉันเป็นได้แค่เพื่อน...ฉันถามว่าใช่ไหม” แพรไหมนิ่ง มาวินขู่ว่าถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องตนจะไม่ขับรถ

    แพรไหมบอกว่าใช่ ตนไม่อยากมีปัญหากับเพื่อน มาวินบอกว่าตนจะไปเคลียร์กับรตีเองว่าเธอรักตน แพรไหมตกใจรีบห้าม มาวินอ้างว่า ก็เพราะตนไม่ได้รักรตี

    “มาวิน...ฉันก็แค่รู้สึกดีๆกับนาย แต่รตีรักนาย ฉันไม่มีวันแย่งคนรักของเพื่อน เราเป็นเพื่อนกันเถอะฉันอยากเป็นแค่เพื่อนกับนาย”

    “ไม่! ฉันไม่ยอม ยังไงฉันก็จะทำให้เรารักกันให้ได้” ว่าแล้วขับรถออกไปด้วยสีหน้าแววตาดื้อดึงขึงขัง

    แพรไหมได้แต่นั่งเซ็ง ลำบากใจมากกับความรักที่ต้องเลือก

    ooooooo

    บนเส้นทางจากชายทะเลเข้ากรุงเทพฯ...

    รตี...นั่งเครียดมาตลอดทาง คิดเห็นแต่ภาพแพรไหมกับมาวินที่จูงมือกันเดินออกจากป่า จนมาวินมาลากแพรไหมไปขึ้นรถ ยังมโนเตลิดไปถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองขณะหลงป่า...คิดแล้วก็พึมพำฮึดฮัด...

    “ไม่จริง...ไม่จริง...เพื่อนต้องไม่หักหลังเพื่อน... เพื่อนต้องไม่หักหลังเพื่อน...”

    มาวินขับรถพาแพรไหมมาส่งที่บ้าน เจอมานีนั่งรออยู่อย่างใจจดจ่อ พอแพรไหมลงจากรถก็ตรงเข้าไปกอดแม่ มานีกอดแพรไหม มองไปเห็นมาวินกำลังเดินมา มานีมองเขาด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม ชวนแพรไหมเข้าไปคุยกันในบ้านแต่ก่อนเข้าบ้านมานีหันบอกมาวินว่า

    “คุณกลับบ้านไปเถอะ แล้วก็ไม่ต้องมาที่นี่อีก” มาวินถามงงๆ ว่าทำไมหรือ? “ถ้าสงสารกัน ก็อย่ามายุ่งกับเราสองคนอีกเลย ถือว่าฉันขอ กลับบ้านไปหาแม่คุณซะ”

    “แม่? แม่อีกแล้วใช่ไหม” มาวินพึมพำเซ็งๆ

    เมื่อมานีพาแพรไหมเข้าบ้านแล้ว ถามอย่างแม่ลูกที่เปิดใจให้กันตลอดมาว่า

    “ลูกคิดยังไงกับมาวิน” แพรไหมถามว่าทำไมแม่ถามอย่างนี้ “เมื่อวานแม่เขามาหาแม่ที่ตลาด เขาบอกว่าลูกจับลูกชายเขา เพราะลูกเห็นว่าเขารวย และเราเป็นพวกรักสบายที่ต้องการยกฐานะตัวเอง แพรไหมตอบแม่มาว่าลูกคิดยังไงกับเขา ลูกไม่ได้รักหรือแอบคบกับมาวินอยู่ใช่ไหม”

    แพรไหมนิ่งอึ้งไม่แน่ใจกับความรู้สึกของตัวเอง จนมานีถามย้ำ เธอบอกแม่ว่า

    “หนูไม่ได้คิดอะไรกับเขาค่ะ ไม่ได้รัก ไม่ได้แอบคบ แม่สบายใจได้ค่ะ”

    “แน่ใจนะ” แพรไหมบอกว่าแน่ใจ “ดี...เพราะเขากับเราไม่เหมาะสมกันเลยสักนิดเดียว แพร...แม่อยากให้ลูกเลิกติดต่อกับมาวิน แม่ไม่เคยอยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของลูกนะ แม่รู้ว่าลูกโตแล้ว และลูกมีความคิด แต่เรื่องนี้แม่ขอเถอะ ลูกก็รู้ว่าคนระดับเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองสมปรารถนา แม่ไม่อยากให้ลูกต้องเจออะไรเหมือนที่แม่เคยเจอ...รับปากแม่สิแพรไหม... รับปากแม่...”

    “หนูรับปากค่ะ หนูจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับมาวินอีก แม่สบายใจได้เลยนะคะ”

    แพรไหมจำต้องรับปากแม่ มานีกอดแพรไหมไว้ด้วยความรัก

    ooooooo

    มาวินกลับถึงบ้านก็พุ่งเข้าหามยุราทันทีถามอย่างตึงเครียดว่า

    “แม่ไปพูดอะไรกับน้ามานี แม่ของแพรไหม” มยุราถามประชดว่ากลับบ้านได้แล้วหรือ เรียกให้ไปดูฝีมือเขาที่มีคนไลค์หมื่นสองแชร์อีกสี่พัน “จะกี่หมื่นกี่แสนผมไม่อยากรู้ แม่ไปยุ่งกับน้ามานีทำไม!!”

    มยุราถามมาวินว่าใครใช้ให้ไปนับญาติกับแม่ค้าตลาดสดพรรค์นั้น มาวินย้อนถามว่าทำไมแม่ต้องดูถูกเขาด้วย

    “ก็มันจริงไหมล่ะ พวกมันคือแม่ค้า ยัยเด็กแพรไหมก็คือลูกแม่ค้า พวกมันคือคนจน แล้วแกก็น่าจะรู้จักฤทธิ์เดชนังผู้หญิงจนๆพวกนี้ดีไม่ใช่เหรอ!!” ด่ามาวินแล้วหันไปถามอานนท์ว่าใช่ไหม อานนท์ร้อนตัวถามว่าทำไมต้องถามตนด้วย

    “ก็มันรสนิยมคุณไม่ใช่เหรอ เห็นแต่ละคนที่มาราวีบ้านเรา มองหน้าก็เห็นกำพืดทั้งนั้น”

    มาวินโต้ว่าแม่อย่าเอาผู้หญิงของพ่อมาตัดสินคนอื่นมันไม่ยุติธรรม มยุราสวนทันควันถึงบุญคุณที่ตนเลี้ยงมาวินมาแล้วทำไมตนจะไม่มีสิทธิ์คาดหวังจากเขา ถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครมาจากไหนอยู่ๆจะมาคว้าเอาตัวเขาไปหน้าด้านๆได้ไง

    “แม่! แม่รู้ไหมว่า บางทีคนรวยๆ อย่างบ้านเรานี่แหละ ที่ทุเรศยิ่งกว่าคนจนบางคนร้อยเท่าพันเท่า รวยจนคิดว่าเงินทำได้ทุกอย่าง เอาไว้ปิดปากผู้หญิงของพ่อ เอาไว้แก้ข่าวเสียๆหายๆของครอบครัว เอาไว้สร้างภาพลักษณ์ให้ตัวแม่เองดูแสนดี นางฟ้า ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่”

    มยุราตบหน้ามาวินฉาดใหญ่ สั่งพรุ่งนี้ไม่ต้องไปเรียนแล้ว เตรียมเก็บข้าวของ แม่จะส่งไปเรียนอเมริกา มาวินตะโกน

    “ผมไม่ไป!”

    “แกต้องไป!! และฉันจะไม่ให้กลับมาเหยียบเมืองไทยอีกจนกว่าแกจะมีหัวคิด!!” มาวินบอกว่าแม่ไม่มีสิทธิ์บังคับตน “ฉันเป็นแม่แกทำไมจะไม่มี!”

    มาวินท้าว่างั้นก็ดีตนจะทำทุกอย่างให้แม่ขายหน้า จะทำลายทุกอย่างที่แม่สร้างภาพตัวเองมาให้หมด ให้คนรู้ไปเลยว่าครอบครัวเราไม่เฟค!! มาวินบ้าเลือดขึ้นมาวิ่งไปที่ห้องนอนล็อกประตูทันที นงนุชรีบวิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง

    ครู่หนึ่ง นงนุชวิ่งลงมาบอกมยุราว่ามาวินล็อกประตูจะทำอะไรก็ไม่รู้ อานนท์เตือนมยุราว่าลูกเรามันยิ่งบ้าเลือดอยู่เกิดมันทำอย่างที่พูดจริงๆ จะลำบากนะ มยุราไม่เชื่อว่ามาวินจะกล้า พออานนท์เซ้าซี้มากก็ถูกตวาดให้หยุด

    มาวินขึ้นไปยืนบนระเบียง ตะโกนลั่น “แม่อยากรู้ใช่ไหมว่าผมทำอะไรได้บ้าง แม่อยากรู้จริงๆใช่ไหม!!”

    ทุกคนวิ่งไปที่สนามเงยมองไปที่ระเบียงเห็นมาวินขึ้นไปยืนอยู่บนขอบระเบียง ทั้งนงนุชและอานนท์ตกใจตะโกนให้ลงมา อานนท์เร่งมยุราให้เรียกลูกลงมาเร็ว เห็นไหมว่าลูกเรามันบ้า มาวินตะโกนบอกว่าพ่อไม่ต้องห่วงสูงแค่นี้อย่างมากก็แค่หัวแตก ขาหัก พูดอย่างสะใจว่า แต่ที่แน่ๆ คือ...

    “รับรองได้ว่ามันจะเป็นข่าว ลูกไฮโซชื่อดังโดดระเบียงบ้านประชดแม่ ทีนี้นักข่าวก็จะมารุมทึ้งขุดคุ้ยครอบครัวเราแน่ ไอ้เรื่องเน่าๆเก่าๆของบ้านเรา มันจะได้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาให้หมด” มยุราถามว่าขู่หรือ “ผมไม่ได้ขู่ ผมถามว่าแม่จะส่งผมไปอเมริกา บังคับให้ผมเรียนในสิ่งที่ผมไม่อยากเรียน บังคับให้ผมรักกับคนที่ผมไม่รัก ให้ผมมีชีวิตแบบที่แม่อยากให้มี แต่ตัวผมไม่เคยต้องการใช่ไหมครับ พูดมาสิครับ”

    “ที่แกมีชีวิตอยู่ดีกินดีทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะฉันเหรอ!”

    “ผมแค่อยากมีชีวิตในแบบที่ผมเลือก ถ้าแม่ให้ผมไม่ได้ แม่ก็พูดมา พูดมาเลยว่าแม่จะบังคับชีวิตผมตั้งแต่เกิดจนตาย”

    สองแม่ลูกท้าทายกันไปมาจนมยุราโกรธจัดตะโกนว่า “ใช่!! ฉันจะบังคับแก แน่จริงก็โดดลงมาสิ”

    มาวินกระโดดลงมาจริงๆ ทุกคนช็อก มยุราแทบหยุดหายใจ อานนท์ตะโกนให้รีบเรียกรถพยาบาล แต่มาวินยังมีสติเขาลืมตามองมยุราฉีกยิ้มเย้ย

    ไปถึงโรงพยาบาล หมอตรวจแล้วบอกว่ามาวิน แขนซ้น ขาหัก หัวแตก ตอนนี้กำลังเช็กอวัยวะภายในอยู่ พอมาวินปลอดภัยแล้วมยุราก็บ่นว่า มาวินดื้อด้านไม่รักดีใฝ่ต่ำโยนความผิดให้แพรไหมว่าเป็นคนทำให้มาวินเป็นแบบนี้

    นงนุชถามมยุราว่าแบบนี้ยังจะส่งมาวินไปอเมริกาอีกไหม มยุราแหวใส่ว่า

    “ลูกฉันโดดระเบียงบ้านอย่างนี้แล้ว ใครจะส่งไป ขืนส่งไปมันได้ก่อเรื่องหนักให้ฉันเสียหายยิ่งกว่านี้แน่” แล้วกำชับนงนุชให้ไปสกัดข่าวนี้อย่าให้ฉาวออกไป ไม่งั้นโดนแน่ ฝ่ายอานนท์ก็เสนอให้มยุราลองใช้ไม้อ่อนกับมาวินเผื่อจะดีขึ้น

    ooooooo

    นางน้อมแม่ของรตีที่ยุให้ลูกคอยจับผู้ชายรวยๆ หวังสบาย พออ่านข่าวมาวินก็ไม่พอใจแพรไหมหาว่ามาแย่งผู้ชายของรตี เที่ยวตีฆ้องร้องป่าวกับพวกแม่ค้าในตลาด แพรไหมมาได้ยินถามว่าป้าทำอย่างนี้ต้องการอะไร

    นายกุลพ่อรตีผสมโรงกับนางน้อมเป็นปี่เป็นขลุ่ยหาว่าแพรแย่งแฟนเพื่อน มานีเดินผ่านมาพอดี นางน้อมออกไปยืนป่าวประกาศกลางตลาดว่า

    “ทุกคนฟังนะ ไอ้ลูกเศรษฐีในข่าวเนี่ย เขาตามจีบยัยรตีอยู่ แต่นังแพรไหมพอเห็นเพื่อนจะได้ดีก็เลยอิจฉา เลยจะคว้าเอาไปกินเอง” แม่ค้าในตลาดพากันฮือฮา มานีทนไม่ได้จะเข้าไปเอาเรื่อง แพรไหมรั้งแม่ไว้บอกอย่าไปฟังตนไม่เคยแย่งแฟนรตี ชัดพ่อของชนนมาได้ยินก็ทักท้วงนางน้อมกับนายกุลว่า

    “เด็กๆมันเป็นเพื่อนกันอยู่ดีๆ พวกเอ็งเอาเรื่องไม่มีมูลมาซี้ซั้วพูด ไม่กลัวเด็กมันจะผิดใจกันเหรอวะ”

    นายกุลโต้ว่าตนต้องตัดไฟแต่ต้นลม มานีถามว่าพูดแบบนี้แสดงว่ามันไม่มีมูลจริงๆใช่ไหม นางน้อมแถว่า

    “ไม่รู้ล่ะ นังแพรไหม ถ้าเอ็งยืนยันว่าบริสุทธิ์ใจ ไม่คิดจะตกถังข้าวสาร ตั้งแต่วันนี้เอ็งก็ต้องเลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นซะ” แพรไหมโพล่งไปว่าตนไม่ยุ่งอยู่แล้ว นางน้อมหันตะโกนหาพวกทันทีว่า “พวกเอ็งทุกคนเป็นพยานเลยนะ ถ้านังแพรไหมผิดคำพูดต้องช่วยข้าประจานมันด้วย” แล้วสองผัวเมียหัวเราะกันระรื่นชื่นบานกับแผนสกัดแพรไหมของตน

    ชัดบอกมานีว่าไม่ต้องไปสนใจอะไรกับขี้ปากนางน้อม แพรไหมถามว่าแม่ไม่เชื่อที่ป้าน้อมพูดใช่ไหม

    “แม่ไม่เชื่อคนอื่นมากกว่าลูกแม่หรอก แล้วเรื่องมาวิน ลูกรับปากแม่แล้ว แม่จะไม่เชื่อลูกได้ยังไง”

    แพรไหมยิ้มดีใจที่แม่เชื่อตน แต่ลึกๆแล้วก็แอบลำบากใจ

    ชัดเอะใจถามว่าแล้วนี่ชนนหายไปไหน? เดินไปหน้าตลาดเห็นชนนกำลังสตาร์ตรถถามว่าจะเอารถไปไหน ชนนพูดอย่างลูกกตัญญูว่าเอารถไปวิ่งเพราะพ่อวิ่งรถมาทั้งอาทิตย์แล้ววันนี้ตนหยุดก็อยากจะให้พ่อพักบ้าง แล้วขับตุ๊กๆไปอย่างร่าเริง

    พอชัดหันมาอีกทีเจอเสี่ยโป้นายทุนเงินกู้เดินฉีกยิ้มเข้ามา มีลูกน้องประกบซ้ายขวา เหตุเพราะชัดไม่ได้ผ่อนหนี้มาสองเดือนแล้ว เสี่ยโป้ถามว่า

    “สรุปแล้วมีเงินจ่ายไหม ถ้าไม่มีเสี่ยก็มีมาตรฐานการทวงของเสี่ย ชัดคงรู้ดีนะ” สิ้นเสียงก็ชกเปรี้ยง บอกชาวบ้านที่ผ่านไปมาว่า “เอ้า...ดูๆกันไว้ แล้วอย่าเอาเยี่ยงอย่าง” พวกลูกหนี้ในตลาดรวมทั้งนายกุลที่แอบดูอยู่ต่างทำหน้าสยอง

    พอเสี่ยไป กุลถามชัดว่าติดเงินเสี่ยเท่าไหร่ ทำไมไม่ขอชนนล่ะเห็นล่ำซำมีเงินเป็นกระตั้ก ใช้มือถือเครื่องละสองสามหมื่น ชัดนึกว่าตัวเองหูฝาดถามว่า “อะไรนะ!”

    ชนนขับตุ๊กๆไปหานารา แต่ทางผ่านเจอลูกค้าจึงรับไปด้วย โทร.นัดนาราว่าอีกสิบห้านาทีถึงห้าง

    นาราแต่งตัวเสร็จคว้ากระเป๋าจะออกจากบ้าน พอเปิดประตูห้องก็เจออภิชาติผู้ชายของนิชาพี่สาวที่นัดให้มาหาที่ห้องแต่อภิชาติเข้าห้องผิด นิชาปรามนาราว่าแล้วอย่าสาระแนไปฟ้องพ่อล่ะ!

    ooooooo

    มาวินนอนขาเข้าเฝือกหัวพันแผลอยู่ที่โรงพยาบาล โทร.หาแพรไหมที่กำลังไปทำงานที่ร้านกาแฟ เธอหลบไปหลังร้านรับสายถามเบาๆ ดุๆ ว่าโทร.มาทำไม!

    “ฉันก็แค่อยากรู้ว่าวันนั้นแม่ฉันไปหาน้ามานีทำไม แล้วฉันก็จะบอกว่าตอนนี้ฉันอยู่โรงพยาบาล”

    แพรไหมตกใจถามว่าเป็นอะไร แต่พอนึกถึงคำสัญญากับแม่ก็ตัดบทว่าไม่ต้องตอบ ไม่ต้องมาปั่นหัวตนอีก ย้ำว่า

    “ตั้งแต่วันนี้ไป ไม่ต้องโทร.มาหาฉันอีก ไม่ต้องมายุ่งกับครอบครัวฉัน ต่างคนต่างอยู่เป็นแค่เพื่อนร่วมคณะ ร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกันก็พอ เข้าใจนะ!” พูดแล้วตัดสายเลย บอกกับตัวเองว่า “จบ ฉันจะไม่รับสายนายอีก!” แล้วกลับไปในร้าน

    พอกลับเข้ามาก็เจอรตีที่ถูกนางน้อมกับนายกุลยุว่าแพรไหมอ่อยและจะแย่งมาวินไป รตีบอกพ่อกับแม่ว่าแพรไหมไม่ใช่คนอย่างนั้น แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงตนก็ไม่คบ แล้วไปกินกาแฟที่ร้าน บอกแพรไหมว่าตนมีเรื่องอยากคุยด้วย

    รตีขอโทษแพรไหมแทนแม่เรื่องที่ตลาด แพรไหมขอให้ช่วยอธิบายให้แม่เธอเข้าใจด้วยก็แล้วกันเพราะเที่ยวพูดแบบนี้บ่อยๆ ตนกับแม่จะเสียหาย ตนไม่เท่าไหร่แต่สงสารแม่ไม่อยากให้คิดมาก

    รตีรับปากจะพูดให้แล้วถามแพรไหมว่าตอนที่เธอหลงป่ากับมาวิน เห็นจับมือกันเดินออกมา ถามว่าเธอกับมาวินมีอะไรกันหรือเปล่า แพรไหมบอกว่าตนกับมาวินไม่มีอะไรกันและไม่มีวันจะมีด้วยเชื่อตนได้เลย

    “ฉันเชื่อแก แกอย่าหักหลังฉันนะ”

    ขณะนั้นเอง ผู้จัดการเรียกแพรไหมให้ไปช่วยยกของที่หลังร้าน พอแพรไหมลุกไป มือถือเธอวางที่เคาน์เตอร์ก็ดังขึ้น รตีถือวิสาสะเปิดดู พบว่ามีมิสคอลจากมาวินถึง 18 มิสคอล พอแพรไหมกลับมาปรากฏว่ารตีหายไปแล้ว

    “มาวินโทร.หาแพรไหมทำไม 18 มิสคอล ทำไมต้องโทร.เยอะขนาดนั้น แล้วทำไม...ทำไมแพรไหมบอกไม่มีอะไรกัน” รตีคิดไม่ตก ถามตัวเองอย่างสับสนขณะเดินออกไปจากร้านกาแฟ

    ooooooo

    มยุราทำตามที่อานนท์บอกคือ “ใช้ไม้อ่อน” กับมาวิน เธอเข้าไปเอาอกเอาใจตามใจมาวินทุกอย่าง กระทั่งยอมรับผิดกับมาวิน

    มยุราทำดีจนมาวินแปลกใจถามว่าแม่ต้องการอะไร สร้างภาพกลบข่าวหรือ

    “แม่ไม่ต้องการอะไรนอกจากลูก วิน...แม่ขอโทษ แม่รู้ว่าแม่เจ้ากี้เจ้าการในชีวิตลูกมากเกินไป แต่แม่ไม่รู้ว่าลูกอึดอัดมากขนาดนี้ ถึงแม่จะอยากให้ลูกเป็นอย่างใจแค่ไหน แต่ให้แลกกับชีวิตลูก แม่ขอยอมแพ้ ยอมหมดทุกอย่าง จะไม่บังคับลูกอีกแล้ว แต่วินอย่าทำอย่างนี้อีกนะ”

    มาวินถามอย่างระแวงว่าแม่พูดจริงหรือ มยุรายืนยันว่าพูดจริง ถ้าไม่เชื่อแม่ก็จะทำให้เห็นเอง แล้วชวนไปเดินเล่นกัน มาวินไม่อยากไป มยุราจึงขอออกไปตามพ่อแป๊บนึง

    ที่แท้มยุราเสแสร้งทำดี เก็บกดอารมณ์ตัวเองจนอกแทบระเบิด พอออกมานงนุชก็ต้องช่วยบีบนวดคลายเครียดมือเป็นระวิง มยุราบ่นกับอานนท์ว่าตนต้องทนทรมานอย่างนี้จริงๆหรือ ตนทำไม่ได้เกร็งไปหมดแล้ว

    “ทำไม่ได้ก็ต้องทำ คุณไม่มีทางเลือก หรือจะให้เจ้าวินมันโดดตึกที่สูงกว่านี้ประชดคุณอีก หรือถ้าเกิดมันเอาเรื่องคุณหรือผมมาแฉล่ะมีแต่เสียกับเสีย” มยุราถามว่ากลัวถูกแฉเรื่องกิ๊กหรือ “แหม...ผมถูกแฉมันก็แปลว่าหน้าคุณถูกฉีกนั่นแหละ จริงไหม”

    มยุราร้องฮึ่ย! ลุกพรวดขึ้น นงนุชรีบบอก “อย่าเครียดค่ะ...อย่าเครียด...ผ่อนคลาย...ผ่อนคลายนะคะ...” แล้วทั้งอานนท์และนงนุชก็ช่วยกันนวดเค้น

    อินทรโทร.ไปหามาวินที่นอนอยู่โรงพยาบาลหยอกล้อกันพอได้หัวเราะแล้ว มาวินถามว่าเขาอยู่ไหน มีธุระอะไรไหม

    อินทรบอกว่าอยู่ที่ไหนเดี๋ยวจะรายงานผลทีเดียวเลย

    มาวินถามว่าผลอะไร แต่อินทรวางสายไปแล้ว

    ที่แท้อินทรกำลังไปร้านกาแฟที่แพรไหมทำงานอยู่

    ooooooo

    ชนนขับตุ๊กๆไปจอดที่หน้าห้างมองหานารายังไม่เห็นบ่นอุบอิบว่าทำไมยังไม่มา

    ทันใดนั้น รตีพรวดมาบอกว่ามีเรื่องให้ช่วย แล้วระบายความระแวงให้ชนนฟังเรื่องที่จับได้ว่ามาวินมิสคอลถึงแพรไหมถึงสิบยี่สิบครั้ง ชนนบอกว่ามาวินอาจจะปั่นหัวแพรไหมที่เป็นเด็กไซด์ไลน์ของพ่อก็ได้

    รตีระแวงไปหมด แต่ไม่ว่ารตีจะถามเรื่องในป่าหรือกลับมาแล้วเห็นทั้งสองเหมือนมีลับลมคมในกัน ไม่ว่ารตีจะสงสัยระแวงเรื่องอะไร ชนนก็แก้ต่างให้แพรไหมทุกเรื่อง สุดท้ายเตือนรตีว่า

    “แทนที่จะเสียเวลาระแวงเพื่อน แกไปทำตัวเองให้ดูดี มีค่า น่าสนใจ ให้ไอ้มาวินชอบดีกว่า”

    แทนที่จะคิดปรับนิสัยใจคอ รตีกลับไปเข้าคลินิกเสริมหน้าอกเอาให้อึ๋มจะได้ถูกใจมาวิน

    มยุราออกมาให้นงนุชนวดให้คลายเครียดแล้วจะเข้าไปทำดีกับมาวินอีก แต่มาวินเข็นรถพาตัวเองออกมาพร้อมไม้ค้ำยันหายไปแล้ว มยุรากับนงนุชรีบลงไปมองหา เห็นมาวินเปิดประตูสวนเข็นรถออกไป มยุราถลาไปถามว่าจะไปไหน

    มาวินบอกว่าวันนี้หมออนุญาตให้ตนกลับบ้านได้แล้ว ไม่ต้องห่วงตนไปเองได้ มยุราให้เอารถตนไปและตนจะไปด้วย มาวินบอกว่าถ้าแม่เป็นห่วงตนจริงตนขอแค่รถกับคนขับรถก็พอ แล้วมาวินก็บอกเรียงตัวว่า

    “แม่ไม่ต้อง! พ่อก็ไม่ต้อง คุณนงก็ด้วย”

    พอมาวินขึ้นรถ มยุรายิ้มหวานให้ แค่พอรถเคลื่อนออกไป มยุราก็หน้าเครียดทันที ทั้งอานนท์และนงนุชต้องระดมนวดให้พัลวัน

    ooooooo

    คนขับรถถามมาวินว่าจะให้ไปส่งที่ไหน มาวินกำลังกดโทรศัพท์อยู่ หน้าจอโชว์ชื่อ “แพรไหม”

    แต่อินทรอยู่ที่ร้านกาแฟแล้ว เขาชวนแพรไหมคุยกวนๆ แพรไหมถามว่าจะรับอะไรไหม ถ้าไม่ก็รบกวนอย่ามาทำให้ตนต้องถูกผู้จัดการตำหนิ อินทรพยายามหยอกล้อแต่เธอไม่เล่นด้วย เขาเลยสั่งมอคค่าเย็นไม่น้ำเชื่อมไม่น้ำตาล แต่ขอหวานรอยยิ้ม แพรไหมอึ้งๆแล้วก็

    ขำออกมา อินทรเลยพลอยขำมุกตัวเองไปด้วย

    จริยาตามจิกอินทรถึงร้านกาแฟ อินทรนั่งแช่อยู่จนแพรไปถามว่าจะนั่งถึงเช้าเลยไหม อินทรพูดหน้าตาเฉยว่า

    “ก็ว่าจะนั่งรอจนกว่าแฟนจะเลิกงาน” แพรไหมถลึงตาถามว่าใครแฟนนาย! “ก็นี่ไง...ฉันขอเธอเป็นแฟนอยู่นี่ไง ถ้านับหนึ่งถึงสามไม่ปฏิเสธถือว่าเป็นแฟนนะ หนึ่งสองสาม!!!” อินทรนับเร็วรัวแล้วโมเมว่า “เราเป็นแฟนกันแล้วนะครับ”

    เมื่ออินทรทั้งทีเล่นทีจริงกระทั่งจริงจัง แพรไหมก็ไม่เล่นด้วย เขาตั้งหลักเล่าถึงความห่วงใยของตนขณะเธอหลงป่า ว่าตนรู้สึกผิดที่ดูแลเธอไม่ดี และมันก็ทำให้ตนรู้ว่า...อินทรชะงักกึกเมื่อเห็นจริยาที่แต่งตัวแจ่มเจิดเดินเข้ามา

    “อเมริกาโน่ร้อนๆแก้วนึง” จริยาสั่งแล้วทำเป็นเห็นอินทร

    “เธอมาทำไม” อินทรเสียงกระด้าง จริยาบอกว่ามาดื่มกาแฟ “เธอไม่ได้มาดื่มกาแฟ กลับไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

    “เธอจะทำอะไรฉันได้” จริยาท้าทาย ก็พอดีมีสายเข้ามือถือ “โทร.มาตรงเวลาเลยค่ะคุณสินชัย...จากำลังคิดถึงคุณอยู่พอดี อยากรู้ไหมคะว่าตอนนี้จาอยู่กับใคร จาอยู่กับอินทรค่ะ ลูกพามาดื่มกาแฟ”

    พอดีแพรไหมเอาอเมริกาโน่มาให้ จริยาเรียกไว้ บอกว่ามันไม่ร้อนให้เอาไปเปลี่ยนมาใหม่ แพรไหมบอกให้ลองดื่มดูก่อน พริบตานั้น จริยาจับมือแพรไหมจุ่มลงในถ้วยกาแฟ แพรไหมร้อนจนร้องโอ๊ย

    “ทำบ้าอะไรของคุณ!!” อินทรตวาดแล้วรีบเข้าไปดูอาการของแพรไหม

    “ฉันต้องการกาแฟที่ร้อนกว่านี้...” จริยาบอกแล้วพูดโทรศัพท์กับสินชัยต่อ “ใช่ค่ะ เสียงอินทร ลูกดุพนักงานร้านกาแฟค่ะ ร้านก็ดีแต่พนักงานไม่ได้เรื่อง คุณอยากจะคุยกับลูกไหมล่ะคะ ค่ะ...ไว้ค่อยคุยกันนะคะ”

    พอจริยาวางสาย อินทรเอาเรื่องทันที ถามว่าทำอย่างนี้ทำไม ขอโทษแพรไหมเดี๋ยวนี้ จริยาพูดอย่างท้าทายว่าเขาก็รู้ว่าตนทำทำไม แล้วเข้าผลักอินทรพ้นทาง เดินออกจากร้านไปอย่างผู้ชนะ

    แพรไหมจิกตามองเธอคว้าถ้วยกาแฟเดินอ้าวตามไป พอทันก็สาดกาแฟทั้งแก้วใส่ พูดใส่หน้าอย่างเจ็บแค้นว่า

    “ฉันไม่รู้จักคุณ และมั่นว่าไม่เคยไปเหยียบหางของคุณมาก่อน ถึงคุณจะเป็นลูกค้า มีเงินมาก แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาทำกับคนไม่รู้จักกันอย่างนี้ รู้จักคำว่าให้เกียรติผู้อื่นไหมคะ แต่งตัวมาซะแพง แต่พฤติกรรมถูกมาก!”

    จริยาเลือดขึ้นหน้าที่ถูกด่าว่าราคาถูก พุ่งเข้าหาแพรไหม อินทรขวางไว้ แพรไหมไล่ให้เธอไปทำตัวถูกๆที่อื่นแล้วเดินเข้าร้าน อินทรรีบเดินตามไป

    “แก! แพรไหม!!” จริยาตะโกนอย่างแค้นใจ

    ooooooo

    นารามาเจอชนน พาเขาเข้าร้านอาหารหรูสั่งอาหารฝรั่งที่ชนนไม่รู้จัก พอเธอให้เขาสั่ง ชนนสั่งข้าวผัดปู นาราดึงเมนูไปสั่งให้เขาอย่างเดียวกับตน ชนนพูดไม่ออกรู้สึกเสียดายเงิน นาราบอกว่ามื้อนี้ตนเลี้ยงเอง

    ทานอาหารเสร็จ นาราพาไปซื้อเสื้อผ้า เธอหยิบให้เขาดู ทาบตัวให้ชนน์ส่ายหน้านั่นก็ไม่เอานี่ก็ไม่เอา แต่นาราก็ซื้อให้เขาจนได้ มีทั้งเสื้อ กางเกง รองเท้า และหมวก

    พอชนนกลับถึงบ้าน เห็นชัดรออยู่อย่างมีเรื่องจะคุย ชนนมองถุงข้าวของในมือกลัวพ่อเห็น

    ชัดถามทันทีว่าไปไหนมา ชนนบอกว่าไปวิ่งรถมา ชัดถามว่าแล้วไหนล่ะเงิน ชนนอึกอัก แก้ตัวว่า

    “เอ่อ...ก็...พอดีว่า ฉันเห็นพ่อไม่ได้มีเสื้อผ้าใหม่มานาน ฉันก็เลย...นี่...แอบไปซื้อมาให้ เซอร์ไพรส์”

    “รู้ไหมว่าโกหกบุพการีมันบาป” ชัดถาม ชนนสังเกตเห็นที่หน้าพ่อมีรอยช้ำ ถามว่าหน้าพ่อไปโดนอะไรมา ชัดไม่ตอบ ย้ำถามแต่ว่า ไปไหนมา เสียงชัดเข้มแต่สั่นสะท้านด้วยความผิดหวัง ชนนซีด ชัดสั่ง “เอาโทรศัพท์มาดู”

    ชนนอึกอัก ชัดตรงเข้าค้นกระเป๋ากางเกง แย่งกันจนโทรศัพท์หล่น ชนนตกใจเผออุทาน “รู้ไหมว่าของแพง”

    ชัดน้ำตาไหล ทั้งผิดหวัง เสียใจ พูดเสียงสั่นสะท้าน

    “ทำไมจะไม่รู้ มันต้องแพงมาก อย่างน้อยก็ต้องแพงกว่าพ่อเอ็งคนนี้!! เอ็งถึงให้ความสำคัญมือถือมากกว่าความรู้สึกพ่อ!! ข้าทำงานหาเงินมาให้เอ็งเรียน กู้เงินมาให้เอ็ง จะกินข้าวสักจานข้ายังคิดแล้วคิดอีก เวลาป่วยข้าไม่เคยไปหาหมอ เพราะเสียดายเงิน ข้าอดออมเงินทุกบาททุกสตางค์ก็เพื่อให้เอ็งเรียนสูงๆ แล้วทำไมเอ็งถึงกล้าใช้มือถือเครื่องละหมื่นสองหมื่นได้...ทำไมถึงโกหกพ่อ ทำไมทำกับพ่ออย่างนี้...”

    ชัดเสียใจทรุดลงร้องไห้ ชนนรีบทรุดลงไปหาพ่อ ขอโทษพ่อ บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ

    “วันนี้พวกไอ้เสี่ยโป้มันมาทวงหนี้พ่อ พวกมันซ้อมพ่อ แต่รู้ไหมว่ามันไม่ทำให้พ่อรู้สึกเจ็บได้เท่ากับสิ่งที่เอ็งทำเลย”

    ชนนกอดปลอบพ่อ ชัดร้องไห้น้ำตาไหลพรากอย่างกลั้นไม่อยู่...

    หลังจากนั้น ชัดไปเช็ดรถ ชนนบอกให้พ่อไปนอนเสีย เดี๋ยวตนเช็ดให้เอง ชัดไม่พูด เช็ดเสร็จก็ขึ้นสตาร์ต

    “พ่อจะไปไหน...”

    “ฉันจะไปวิ่งรถกะดึก ฉันต้องหาเงินมาจ่ายหนี้ให้เสี่ยโป้ให้ได้”

    “แต่นี่มันดึกแล้วพ่อ แล้วพ่อก็ยังไม่ได้นอน แล้วดูแผลที่หน้า...”

    ชนนพูดค้างไว้แค่นั้น เพราะชัดขับรถออกไปแล้ว ชนนได้แต่ครางออกมาอย่างรู้สึกผิด...เจ็บปวด...

    “พ่อ...”

    ooooooo

    แพรไหมกลับมาที่ร้าน อินทรถามว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า อินทรขอโทษแพรไหม เพราะตนจึงทำให้เธอเป็นอย่างนี้

    อินทรชื่นชมช็อตที่เธอเอากาแฟสาดใส่แม่เลี้ยงตนว่ามันสุดยอดมาก ตนนับถือเธอเลย

    “สุดยอดแต่ทำให้ฉันตกงานเนี่ยนะ พนักงานสาดกาแฟใส่ลูกค้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องออกสถานเดียวเงินที่ทำมาก็อด” แพรไหมหัวเราะเยาะให้กับตัวเอง “ตกงาน อดเงิน ทำงานฟรี สุดยอดจริงๆ!!”

    “ตกงาน แต่สะใจ ฉันชื่นชมเธอนะ โคตรชอบเลยผู้หญิงแบบนี้” อินทรเริ่มแวะเวียนมาสู่เรื่องหัวใจ แพรไหมรู้ทัน ตัดบทเปลี่ยนเรื่องถามเขาว่า

    “ผู้หญิงคนนั้นเป็นแม่เลี้ยงนายจริงหรือ ท่าทางเขาจะหวงนายมากนะ คงอยากจะให้มีแฟนที่ฐานะเท่าเทียมกันมากกว่า”

    “ไม่ใช่หรอก เขาจะเอาฉันเป็นสามีให้ได้ต่างหาก”

    “หา!! จริงเหรอ” แพรไหมอุทานอึ้ง

    อินทรขับรถมาส่งแพรไหมใกล้บ้าน ระหว่างทางได้คุยกันถึงเรื่องราวของเขากับจริยา แพรไหมบอกว่าอาการของแม่เลี้ยงเขาเข้าขั้นโรคจิตแล้ว แต่ก็เหมาะกับเขาเพราะบางทีเขาก็โรคจิตไม่แพ้กัน แต่ก็บอกเขาว่าตนอโหสิให้มันเป็นเพราะปมด้อยเรื่องนี้ของเขาก็แล้วกัน

    “ถ้างั้นวันนี้ฉันมาส่งบ้าน พอจะได้คะแนนบวกบ้างไหม” แพรไหมไม่ตอบตัดบทให้เขากลับไปได้แล้ว “น่า...ขอสักครึ่งคะแนนก็ยังดี สะสมครบสิบเมื่อไหร่ค่อยเป็นแฟนกัน...นะ...”

    “ได้...เอาไปเลยครึ่งคะแนน จากคะแนนเต็ม หนึ่งพัน”

    “พัน! โห...เอาวะ ก็ยังมีหวัง”

    ระหว่างแพรไหมเดินมาตามทางเข้าบ้านผ่านจุดที่มาวินมาซุ่มอยู่ เขาถามออกไปว่า

    “ทำไมไม่รับโทรศัพท์” แพรไหมอึ้ง คาดไม่ถึงว่าจะเจอเขา “ที่ไม่รับโทรศัพท์ เพราะเธอกำลังติดพันไอ้อินทรอยู่ใช่ไหม เธอคิดจะจับเพื่อนฉันรึไง”

    “นี่...อย่ามาพูดจาอย่างนี้กับฉันนะ” แพรไหมปราม มาวินรู้ตัวว่าพลั้งปาก เขารีบขอโทษ “ถ้านายจะคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงใจง่าย อยู่กับใครก็รักคนนั้น นายคิดผิด และบอกเลยว่า ฉันก็ไม่ได้รักนาย ฉันก็แค่สงสาร เห็นใจ และเข้าใจสิ่งที่นายทำมากขึ้น แต่ไม่ได้รัก เพราะฉะนั้นฉันจะไปสนิทสนมกับใคร มันก็เรื่องของฉัน”

    “แพรไหม...ฉันรู้นะว่าเป็นเพราะแม่ฉันมาพูดไม่ดีกับแม่เธอ หรือไม่แม่ก็อาจจะมาข่มขู่หรือยื่นข้อเสนออะไรเพื่อให้น้ามานีห้ามฉันมายุ่งกับเธอ ฉันรู้...และฉันก็กำลังจัดการแม่ฉันอยู่ เนี่ย...เห็นขาฉันไหม”

    “นายทำอะไรกับตัวเอง?”

    “ถ้ามันทำให้แม่เลิกยุ่งเรื่องของฉันได้ มากกว่านี้ฉันก็ทำได้”

    “นายมันบ้า”

    “ฉันทำเพื่อเธอนะ”

    “ไม่ต้องมาทำเพื่อฉัน มันไม่มีประโยชน์ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องแม่นาย”

    “แล้วอะไร รตีเหรอ? หรืออินทร? กับรตีฉันเคยบอกไปแล้ว แต่ถ้ารตียังไม่เข้าใจ พรุ่งนี้ฉันจะไปเคลียร์อีกทีให้ชัดเจน แต่ถ้าเป็นอินทร ยิ่งไม่มีอะไรยาก อินทรไม่ได้รักเธอเลยสักนิดเดียว”

    “หยุดพูดได้แล้ว!!”

    “ไม่! ฉันจะไม่หยุดจนกว่าเธอจะยอม ทำไมล่ะแพรไหม เธอติดปัญหาอะไร บอกมาซิ ฉันจะไปจัดการมันหมด” แพรไหมบอกว่าปัญหาคือตนเกลียดเขา เกลียดเกินกว่าที่จะรัก มาวินส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่จริง...ไม่จริง!”

    “และฉันมีคนที่ฉันรักแล้ว”

    มาวินอึ้ง แล้วก็ยิ่งอึ้งเมื่อแพรไหมบอกว่า

    “ฉันรักอินทร!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 12:31 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์