นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คู่ปรับฉบับหัวใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 2 เรื่อง 2 รส 'บ้านทรายทอง' ปะทะ 'คู่ปรับฉบับหัวใจ'

    แพรไหมกับมาวินเบียดกันอยู่ในซอก เห็นพวกบอดี้การ์ดวิ่งเลยไปแล้วจึงพากันออกมาทะเลาะกันต่อข้างนอก แพรไหมเตือนสติว่าอย่ามากวนประสาทเพราะตนเพิ่งช่วยเขาไม่ให้โดนตื้บมาหยกๆ

    “นั่นสิ แล้วอยู่ๆเธอมาช่วยฉันทำไม”

    “เพราะฉันจะคิดบัญชีกับนาย สิ่งที่นายทำกับเพื่อนฉันมันเลวมาก วางแผนให้นารามาทำให้ชนนรักแล้วก็หักอก ซ้ำยังหลอกให้ความหวังรตี จนรตีจะไปทำหน้าอกเพื่อนายอยู่แล้ว นายทำร้ายคนอื่นเพียงเพื่อจะเอาชนะฉันแค่นั้นเหรอ?”

    “เธอก็ยอมฉันสิ จะอวดเก่งกับฉันทำไม”

    “ฉันอวดเก่งเพราะนายพยายามยัดเยียดข้อหาสกปรกให้กับฉัน ฉันไม่ใช่เด็กไซด์ไลน์ของพ่อนาย ไม่ใช่ว่าคนมีเงินเท่านั้นถึงจะมีศักดิ์ศรี คนที่ไม่มีอะไรเลยก็มีได้เหมือนกัน แต่คนอย่างนายไม่มีวันเข้าใจ”

    “งั้นก็รับเงินฉันสิ แล้วฉันจะหยุด” มาวินมีข้อแม้ทั้งที่ตัวเองก็สะเทือนใจกับคำพูดของแพรไหม

    “ถ้ามันทำให้นายหยุดทำร้ายเพื่อนฉัน ฉันยอมแล้ว!! เอาเงินของนายมาซื้อศักดิ์ศรีของฉันเลย เอามาสิ!! แล้วอยากจะสนุกกับชีวิตฉันยังไงก็บอกมา ฉันจะทำให้นายทุกอย่าง” แพรไหมกล้ำกลืนความเจ็บปวดเพื่อเพื่อนมาวินเห็นน้ำตาแพรไหมก็อึ้ง เธอเร่ง “เอาเงินมาสิ เอามา!!”

    พวกบอดี้การ์ดวิ่งไปไม่เห็นมาวินเลยวิ่งกลับมาเห็นมาวินอยู่กับแพรไหมพอดี พวกเขาพุ่งเข้ามาหมายรวบตัวมาวิน แพรไหมคว้ามือมาวินพาวิ่งหนีไปทันที

    แพรไหมพามาวินวิ่งซอกแซกไปในห้าง แต่ถูกมาวินลากวิ่งออกไปยังที่โล่ง เธอโวยวายว่าจะพาตนไปไหน

    “อย่าโวยวายได้ไหม ไหนบอกว่ายอมให้ฉันทำได้ทุกอย่างไง งั้นก็อย่าดื้อ แล้วฉันจะเลิกยุ่งกับชีวิตเธอและเพื่อนของเธอ มาทางนี้!” มาวินลากแพรไหมไปกับตน พวกบอดี้การ์ดพยายามมองหาแต่เห็นไม่ถนัด

    ooooooo

    มาวินลากแพรไหมวิ่งออกมาด้านนอก แพรไหมร้องติงว่า

    “จะหนีคนของแม่ แทนที่จะปะปนไปกับผู้คน แต่หนีออกมาในที่เปลี่ยวเนี่ยนะ ถ้าพวกมันตามมาทันนายไม่รอดแน่”

    “ไม่รู้อะไรก็อย่าพูดได้ไหม” มาวินดุแล้วลากแพรไหมถูลู่ถูกังไป

    ทันใดนั้นรถของมาวินแล่นมาจอดปาดหน้า นงนุชเป็นคนขับ เธอรีบลงจากรถมาบอกว่ารถมาตามที่คุณหนูสั่งแล้ว

    มาวินหันมองแพรไหมถามเย้ยว่า

    “เข้าใจยังว่าทำไมถึงต้องมาตรงนี้ ไป...ขึ้นรถ”

    มาวินดันแพรไหมขึ้นรถ แล้วหันไปทางนงนุช “ขอบใจมากนะคุณนง”

    “เดี๋ยวค่ะคุณวิน คุณวินทำอย่างนี้รู้ไหมคะว่าจะทำให้คุณแม่ปรี๊ดแตกมาก คุณหนูอาจจะถูกส่งไปอยู่เมืองนอกไม่ได้กลับมาเมืองไทยอีกเลยนะคะ” แพรไหมมองมาวินอึ้ง เขาเองก็เครียด แต่ตัดบทว่า

    “ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ” แล้วขับรถออกไปเลย นงนุชมองตามด้วยความเป็นห่วงแล้วหยิบหมวกสวมอำพรางตัวเอง

    ooooooo

    ชนนเดินหนีนารา ถูกนาราก้าวไปขวางถามว่าเดินหนีทำไม มีอะไรทำไมไม่พูด

    ไม่ว่านาราจะถามอย่างไร ชนนก็ยืนยันแต่ว่าไม่มีอะไร เธอเลยให้เขาไปส่งที่บ้าน ชนนอ้างว่าตนต้องขับตุ๊กๆ หาเงินบ้านไม่ได้รวย พ่อก็มีแต่หนี้ ตนต้องหาเงิน ครั้นนาราจ้างหนึ่งพันก็ไม่เอาบอกว่าเงินหนึ่งพันนั่งแท็กซี่ไปสบายกว่าตุ๊กๆมาก แล้วเดินแยกไปเลย นารามองตามงงๆ ว่าเขาเป็นอะไร?

    คืนนี้ พออานนท์รู้ว่ามาวินหนีจากบอดี้การ์ดไปได้ก็โมโหสั่งให้รีบไปตามกลับมาไม่อย่างนั้นพวกเขาต้องรับผิดชอบ มยุรามองนงนุชอย่างสงสัยถามว่ารู้เรื่องหรือเปล่า เพราะเธอชอบเข้าข้างมาวินมาตั้งแต่เล็ก นงนุชปฏิเสธว่าตนไม่ทราบ แต่พอบอดี้การ์ดบอกว่ารถของมาวินก็หายไปด้วย นงนุชกินปูนร้อนท้องรีบบอกว่า

    “ไม่ทราบค่ะ ไม่รู้เรื่องเลยค่ะ หรือว่าคุณวินแอบเข้ามาเอารถไปตอนไหนไม่รู้เลยค่ะ” อานนท์ดักคอว่ายังไม่ทันถามเลย นงนุชบอกว่ารู้ว่าเดี๋ยวทั้งสองคนต้องหาว่าตนรู้เรื่องเลยออกตัวไว้ก่อน มยุราสั่งว่า

    “เดี๋ยวฉันต้องไปประชุมที่เชียงใหม่ ไปตามวิน กลับมาให้ได้ ถ้าฉันกลับมายังไม่เจอหน้าวินฉันจะลงโทษเรียงตัว”

    ooooooo

    มาวินพาแพรไหมเข้าไปในสวนสาธารณะแล้วลงจากรถไป แพรไหมถามว่าจะไปไหน เขาไม่ตอบ

    “นี่...จะไปไหนก็เรื่องของนาย แต่เอาเงินมาแล้วก็เลิกยุ่งกับเพื่อนฉัน”

    “ไม่ใช่ที่นี่ เธอต้องรับเงินฉันต่อหน้าเพื่อนฉัน พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปเลี้ยงข้าวให้เพื่อนฉันเห็นแล้วฉันจะเลิกยุ่งกับเพื่อนเธอ”

    แพรไหมต่อว่าอย่างรุนแรงว่าเขาเหยียบย่ำตนคนเดียวไม่สะใจยังต้องลากไปกระทืบต่อหน้าคนอื่น คิดบ้างไหมว่าความสนุกสะใจของเขาทำให้ตนรู้สึกยังไง! มาวินไม่ตอบแต่ไล่จะไปไหนก็ไปแล้วพรุ่งนี้เจอกัน แต่แพรไหมยังด่าไม่สะใจ ด่าต่ออีกว่า เพราะเขานิสัยอย่างนี้แม่เขาถึงได้เข้มงวดเพราะรู้ว่าขืนปล่อยเขาไปก็มีแต่จะทำเรื่องนำความเสียหายมาสู่วงศ์ตระกูล ว่าจนสะใจแล้วด่าตบท้ายว่า “นายมันเห็นแก่ตัว!”

    มาวินตอบประชดว่าใช่ ตนสร้างเรื่องให้ทุกคนเดือดร้อนพ่อกับแม่ต้องอายที่มีลูกอย่างตน ไม่มีใครต้องการตน ตนไม่ควรจะอยู่เป็นภาระใครอีกเลย ถามประชดว่าพอใจไหม มาวินของขึ้นจนน้ำตาคลอ แพรไหมตกใจที่เห็นน้ำตาของผู้ชายคนนี้ เห็นเขาเดินไปก็ปลอบใจตัวเองว่าคงไม่คิดไปฆ่าตัวตายกระมัง แต่ก็รีบตามไป

    ooooooo

    แพรไหมตามไปเจอมาวินกำลังปีนขึ้นไปยืนบนสะพานข้ามบ่อน้ำ เธอตกใจนึกว่าเขาจะกระโดดลงไป เธอพุ่งพรวดเข้าไปดึงเขาลงมาตะโกนถามว่า เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องคิดสั้นเลยหรือ?

    ทีแรกมาวินก็งงๆ แต่พอรู้ว่าแพรไหมคิดว่าเขาจะฆ่าตัวตายก็ถามว่าเธอแคร์ด้วยหรือ แพรไหมถามว่าผู้ชายอกสามศอกจะฆ่าตัวตายด้วยเรื่องเล็กน้อยอย่างนี้หรือ มาวินถามว่ารู้ได้ไงว่าเรื่องเล็กน้อย แล้วระบายอย่างอัดอั้น...

    “เธอก็ดีแต่ด่า แต่เธอเคยรู้เหรอว่าฉันเจออะไรมาบ้าง เธอก็ดีแต่ตัดสินฉันจากทัศนคติของตัวเอง เธอไม่เคยเข้าใจอะไรเลย ถึงฉันจะไม่ดีแต่เธอก็ไม่ได้ดีกว่า รู้ไว้ด้วย” แพรไหมให้บอกมาว่าเรื่องอะไร “ฉันไม่บอก ไม่ต้องมายุ่ง หลบ!”

    “ฉันไม่หลบ!” แพรไหมสวนเสียงดังแล้วต่างจ้องตากันเขม็ง แต่ในหัวใจที่ต่างก็มีอะไรซ่อนอยู่นั้น ไม่อาจปกปิดความรู้สึกได้ ในแววตาแรกก็จ้องกันเขม็ง แต่แล้วแววตาก็ค่อยๆอ่อนลง มาวินรู้สึกดีที่เห็นแววตาห่วงใยของแพรไหม เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในแววตานั้น... จนเอ่ยขอบใจที่เป็นห่วงตนออกมาเบาๆ

    แล้วบรรยากาศก็ถูกทำลายสิ้นเมื่อเสียงยามที่ดูแลสวนสาธารณะถามอย่างดุดันว่า ใครอยู่ที่นั่น ไม่รู้หรือว่าสวนปิดแล้ว

    มาวินดึงแพรไหมวิ่งหลบไปอีกด้านทันที แพรไหมถามว่าจะวิ่งหนีทำไมสวนปิดแค่เราออกไปก็หมดเรื่องมาวินบอกว่าเขาจะหาว่าเราบุกรุกสถานที่ราชการมีความผิดตามกฎหมายถูกจับไปเสียประวัติแน่

    ทั้งสองถูกยามตามหาจนต้องซุกตัวกระทั่งมาวินกอดคร่อมแพรไหมไว้ไม่ให้กระโตกกระตาก ยามหาไม่เจอจึงพากันกลับไป แพรไหมถามมาวินที่นอนคร่อมตัวเธอไว้ว่าจะคร่อมอย่างนี้อีกนานไหม มาวินจึงพลิกตัวนอนกับพื้น บอกให้แพรไหมรีบออกไปก่อนที่ยามจะมาเจออีก ส่วนตัวเอง เขาบอกว่า

    “ฉันอยากอยู่ตรงนี้คนเดียว แล้วถ้ายามมาเจอ ฉันก็ไม่แคร์ เพราะฉันรู้ดีว่าแม่จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีข่าวเสื่อมเสียเกิดขึ้น” แพรไหมบอกเขาให้ทำตัวดีๆ อย่าให้แม่เดือดร้อนสิ “ดีเหรอ...เธอรู้หรือเปล่าว่าดีสำหรับแม่คือต้องดีแค่ไหน เธอต้องห้ามพูด ห้ามคิด ห้ามรู้สึก นั่นแหละถึงจะเรียกว่าดีสำหรับแม่”

    แพรไหมถามทึ่งว่าถึงขนาดนั้นเลยหรือ? มาวินไม่อยากเล่ามากเลยไล่ให้เธอออกไปเสีย แพรไหมไม่ออกแต่ทิ้งตัวลงนอนข้างมาวินหันศีรษะเข้าหากัน

    ooooooo

    สินชัยที่มีเมียวัยขบเผาะเลยทำตัวเป็นเด็กวิ่งเล่นซ่อนหากับจริยาเหมือนคนแก่ปัญญาอ่อน จริยาฉวยโอกาสทำเป็นวิ่งซ่อนสินชัยเข้าไปในห้องอินทรที่เธอหมายจับเขาให้ได้

    อินทรโกรธจับเธอเหวี่ยงออกไป สินชัยมาเห็นพอดีตวาดอินทรว่าผลักคุณจาทำไม อินทรบอกให้ “ถามมัน” เองสิ สินชัยปรามว่าห้ามเรียกคุณจาว่ามัน จริยาทำตัวเป็นนางเอกที่แสนดี บอกสินชัยว่าอินทรไม่ได้ผลักแต่ตนหลบเขาเข้าไปในห้องอินทรแล้วลื่นเสียหลัก อินทรพยายามรับไว้แต่รับไม่ทันตนเลยล้มลง ไม่ใช่ความผิดของอินทร จริยาปั้นน้ำเป็นตัวเสียจนสินชัยเชื่อ ชวนไปอาบน้ำด้วยกัน จริยาถามว่าเขาจะไม่ให้รางวัลอินทรหน่อยหรือสินชัยใจดีอนุญาตให้อินทรเอารถไปใช้ จะเอาคันไหนก็เลือกเอาแล้วกัน จริยาทำเป็นดีใจฉวยโอกาสโผกอดอินทรถามอวดเชิงข่มว่า

    “เห็นหรือยังว่าฉันจะทำให้พ่อเธอรักหรือเกลียดเธอก็ได้”

    พูดแล้วจริยาผละจากอินทรก็รีบไปประคองสินชัยออกไป อินทรมองตามทั้งโมโหและแค้นใจ

    ooooooo

    แพรไหมกับมาวินนอนคุยกันในสวนสาธารณะ เธอบอกว่าแถวนี้ไม่มีใคร จะพูดอะไรก็ไม่มีใครได้ยิน ทุกอย่างจะเป็นความลับ พูดแล้วมาวินก็ยังเฉย เธอจึงตัดสินใจเล่าเรื่องของตัวเองให้เขาฟัง

    “พ่อฉันมีเมียน้อย...เมียใหม่พ่อเป็นเจ้าของร้านจิวเวลรี่ที่พ่อไปทำงาน พอเขาท้อง พ่อก็มาขอเลิกกับแม่เพื่อจะไปแต่งงานกับเมียใหม่ เพราะพ่อไม่อยากทำให้เมียใหม่เสียหาย ถูกคนนินทาว่าท้องไม่มีพ่อ พ่อกลัวครอบครัวเมียใหม่จะเสื่อมเสียเพราะพวกเขาเป็นคนรวย มีหน้ามีตา พ่อแคร์แต่พวกเขา แต่พ่อไม่แคร์เลยว่าแม่กับฉันจะขายหน้าแค่ไหนหรือถูกคนนินทาบ้างหรือเปล่า หรือเพราะเราจน คนจนถูกนินทาไม่เสียหายเท่าคนรวยใช่ไหม”

    มาวินฟังนิ่งๆ แต่ในใจเขาสงสารจนอยากจะปลอบ แต่ก็ยังไม่กล้าพอ

    “เพราะฉันจน ฉันถึงต้องถูกดูถูกว่ารักสบาย คิดรวยทางลัด เอาตัวเข้าแลกเงิน ไม่มีศักดิ์ศรี ทำไม...ศักดิ์ศรีของคนจนมันไม่มีค่าเท่าของคนรวยใช่ไหม...”

    “แ...พ...ร...” มาวินครางออกมา แพรไหมรีบบอกว่าตนอยู่คนเดียวหมายให้เขาวางใจได้พูดอะไรออกมาบ้างได้ผล... มาวินเริ่มเล่าเรื่องของเขา แพรไหมฟังเงียบๆ ไม่ขัดจังหวะให้อารมณ์สะดุด...

    “แม่ไม่เคยให้ฉันมีอิสระ แม่เลี้ยงฉันเหมือนเป็นเครื่องประดับชิ้นนึงของแม่ ฉันมีหน้าที่ทำให้แม่ดูดี เป็นที่ยอมรับ เป็นที่อิจฉาของคนในสังคมเท่านั้น ฉันจะพูด จะทำ หรือแม้แต่จะคิดอะไรต้องผ่านความเห็นชอบของแม่ จะคบเพื่อนก็ต้องเป็นเพื่อนที่แม่เห็นชอบ แม่ไม่เคยสนใจว่าฉันจะรู้สึกยังไง เพราะสิ่งที่แม่เลือกให้คือดีที่สุดแล้ว ถ้าฉันต่อต้าน แม่ก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้ฉันกลับมาอยู่ในมาตรฐานของแม่”

    เสียงมาวินเศร้าจนแพรไหมหันมอง...เขายังคงเล่าต่ออย่างด่ำลึกลงสู่ความจริงที่ฝังอยู่ในใจ

    “บางที...ฉันก็คิดว่า ถ้าต้องเลือกระหว่างภาพลักษณ์และชื่อเสียงของแม่ กับลูกชายอย่างฉัน...แม่จะเลือกอะไร...”

    มาวินหยุด หันมองแพรไหมที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว ต่างสบตากันอย่างเข้าใจในความอึดอัดกดดันในชีวิตของอีกฝ่าย

    “ฉันไม่เคยมองว่าคนจนไม่มีศักดิ์ศรีนะ” มาวินสรุปปมที่แพรไหมติดใจ

    ooooooo

    ชนนขับตุ๊กๆ กลับถึงบ้านจอดรถแล้วนั่งเครียดอยู่อย่างนั้น พึมพำอย่างรับไม่ได้ว่าทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วย?...

    “เป็นยังไงเหรอคะ” เสียงนาราถามขึ้น ชนนทะลึ่งพรวดขึ้นถามว่ามาได้ยังไง “ก็มารอเคลียร์กับพี่ตุ๊กๆ นั่นแหละ พี่โกรธอะไรนา ช่วยพูดมาตรงๆเถอะ”

    ทั้งสองคุยกันอยู่นาน แต่จนแล้วจนรอดชนนก็ยืนยันว่าตนไม่มีอะไร นาราบอกว่าถ้าเขาไม่พูดตนก็จะไม่ไปจะยืนอยู่อย่างนี้จนกว่าเขาจะพูด ชนนหลบหลีกจนเข้าบ้านไปได้ แต่พอเข้าไปแล้วก็แอบดูนาราที่ยืนอยู่หน้าบ้าน ทั้งรักทั้งเป็นห่วงเธอ สุดท้ายทนไม่ได้ออกมาบอกให้เธอกลับไปเสีย

    ชนนเลยเอาเรื่องแพรไหมกับมาวินมาอ้างว่าตนไม่สบายใจที่สองคนมีปัญหากัน นาราบอกว่าถ้าเป็นเรื่องนี้ตนจะไปจัดการให้เอง รับรองแฮปปี้เอนดิ้งแน่ ชนนจึงเร่งให้เธอกลับไปเสีย ถามว่าเธอมีอะไรปิดบังตนหรือเปล่า นาราตอบทันทีว่าไม่มี ชนนถามย้ำว่าแน่ใจ? เธอตอบยิ้มๆว่า

    “นาไม่มีอะไรต้องปิดบังพี่ตุ๊กๆอยู่แล้ว งั้นนากลับบ้าน นะคะ แม่โทร.มาตามหลายทีแล้ว”

    ชนนยืนส่งนารา เธอโบกมือลาอย่างร่าเริง น่ารัก ชนนเห็นแล้วก็ยิ่งเศร้า...

    ooooooo

    จากการเปิดใจคุยกันของแพรไหมกับมาวิน ทำให้ทั้งสองต่างมองเห็นข้อดีของอีกฝ่าย จนเมื่อแพรไหมถามว่าเมื่อเขาเกลียดตนแล้วทำไมวันนั้นจึงปกป้องตนจากที่ถูกแม่เขาคุกคาม

    มาวินยืนยันว่าตนไม่เคยเกลียดเธอ แพรไหมถามจี้ว่าเขาจะบอกว่ามันคือรักตนงั้นหรือ?

    “ใช่...เพราะรัก!!” มาวินโพล่งออกไปทันทียอมรับว่า “มันอาจดูไม่เหมือนรักก็เพราะฉันไม่รู้ว่าฉันรัก”

    แต่แพรไหมไม่เชื่ออยู่ดี บอกว่าอย่าคิดว่าตนจะฟินกับมุกห่วยๆของเขา ไม่มีทาง ตนจะไม่ตกเป็นเหยื่อให้เขาเล่นสนุก ชีวิตตนไม่ใช่ของเล่น แพรไหมลุก

    เดินไปอย่างไม่ต้องการฟังอะไรจากเขาอีก มาวินได้แต่มองตามเศร้าๆ

    ooooooo

    งานรับน้องจัดขึ้นที่ชายหาดแห่งหนึ่ง แพรไหม รตี และชนน ได้พูดคุยกันอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง ทั้งแพรไหมและรตีเข้าใจไม่ได้ว่าทำไมชนนถึงดูไม่ออกว่านาราเป็นลูกเจ้าของห้าง ปักใจเชื่อแต่ว่าเธอเป็นลูกแม่บ้านกับคนขับรถ

    ชนนตัดบทว่าจะอะไรก็ช่างแต่ห้ามทั้งสองบอกนาราว่าตนรู้แล้วว่าเธอเป็นลูกใคร อ้างว่าอยากรู้ว่านาราจะโกหกตนไปได้อีกนานเท่าไร ส่วนกับรตี แพรไหมก็ยังพยายามพูดให้เปลี่ยนใจเรื่องจะไปเสริมหน้าอก รตีตอบอย่างไม่แคร์เพื่อนว่า

    “กลับจากรับน้อง ฉันไปทำแน่”

    แล้วพี่ท้อปก็มาประกาศให้ทุกคนจับคู่กับบัดดี้ของตัวเอง และเอามือถือมารวมไว้ในถุงดำเพราะต้องการให้ทุกคนรวมศูนย์กับงานรับน้อง รตีรับไม่ได้หย่อนมือถือใส่ถุงอย่างไม่เต็มใจ แพรไหมติงเพื่อนว่าอย่าเว่อร์น่า

    “แกไม่ใช่เน็ตไอดอล แกไม่เข้าใจหรอก” รตีทำหน้าราวกับขาดสิ่งสำคัญในชีวิตไป

    ooooooo

    ทีแรกมาวินก็แยกตัวไปนอนเอกเขนกทำท่าจะไม่ไปร่วมงานรับน้อง แต่พออินทรบอกว่าตนก็ไม่ได้อยากมาแต่ที่มาเพราะแพรไหมล้วนๆ มาวินถามว่าเกี่ยวอะไรกับแพรไหม

    “ก็วันนี้ครบกำหนดที่นายขอเวลาไว้แล้ว แต่นายก็ยังทำให้แพรไหมรับเงินไม่ได้ เพราะงั้นวันนี้ แพรไหมเสร็จฉัน”

    มาวินทะลึ่งพรวดขึ้นถามว่าเขาจะทำอะไรแพรไหม “ไม่ต้องรู้หรอก เตรียมกุญแจรถของนายให้ฉันตามสัญญาก็พอ”

    อินทรเดินไปอย่างกระตือรือร้น ในขณะที่มาวิน มองตามอย่างเป็นห่วง กังวลพี่ท้อปถามว่าบัดดี้ทุกคู่ผูกข้อมือกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม พลางกวาดตามองถามว่าคู่ไหนยังไม่ได้ ผูกข้อมือติดกันอีก รตีไม่อยากคู่กับอินทรอยู่แล้ว เธอบอกพี่ท้อปว่าบัดดี้ตนไปตายที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ตนขอไปนั่งเล่นรอตรงเงาไม้โน่น อินทรร้อนตัวรีบบอกรตีว่าตนจะไป รตีถามเสียงเขียวว่า “นาย...มาทำไม”

    “ไม่ได้มาหาเธอแล้วกัน พี่ครับ ผมไม่อยากคู่รตีแล้ว รตีก็คงไม่อยากคู่ผม งั้นผมขอเปลี่ยนมาคู่กับแพรไหมได้ไหมครับ แพรไหมว่างอยู่พอดี” รตีบอกว่าให้เปลี่ยนถาวรไปเลย อินทรถามแพรไหมว่าเธอก็โอเคที่จะคู่กับตนใช่ไหม

    “ใครบอกว่าแพรไหมไม่มีคู่ครับ เสียใจด้วยนะเพื่อน แพรไหมเป็นบัดดี้ฉัน และฉันก็จะคู่กับแพรไหม นายไปคู่กับรตีดีแล้ว” มาวินขัดขึ้น ขณะเดินผ่านอินทร มาวินกระซิบ “เรื่องอะไรฉันจะยอมเสียรถให้นายฟรีๆ ฉันยังมีโอกาสวันนี้อีกวัน...เอาเชือกมามัดเลยครับรุ่นพี่”

    แพรไหมบอกว่าตนไม่อยากคู่กับเขา แต่พอมาวินย้อนถามว่าจริงหรือ หรือว่าอยากให้ตนคู่กับรตี แพรไหมก็ต้องกล้ำกลืนยอมคู่กับมาวิน ให้รุ่นพี่มาผูกข้อมือไว้ด้วยกัน

    กิจกรรมการรับน้องคือ แต่ละคู่บัดดี้ต้องวิ่งลงไปในทะเล เพื่อหยิบธงที่อยู่บนทุ่นกลางทะเลซึ่งน้ำไม่ลึกมาก และมีรุ่นพี่คอยดูแลความปลอดภัยอยู่ที่ทุ่น นาราสนุกกับกิจกรรมนี้ลากชนนลงทะเล ชนนยิ้มแย้มพลอยสนุกไปด้วย

    แพรไหมไม่อยากเล่นกับมาวินอยู่แล้ว เธอขืนตัวไม่อยากเดินลงทะเล ถูกมาวินลากลงน้ำไปด้วยกัน

    อินทรกับรตีที่ไม่อยากจับคู่กัน อินทรกลัวนาฬิการาคาแพงจะเปียกน้ำ มือหนึ่งถูกมัดติดกับรตี อีกมือที่ใส่นาฬิกาก็ชูไว้เหนือหัว รตีหมั่นไส้เลยตีน้ำใส่จนเปียกแล้วลากลงทะเลไป

    เพราะแพรไหมขืนตัวไว้มาวินดึงมือที่ถูกผูกติดกันจนเชือกคลาย ทั้งสองกลัวถูกทำโทษเลยพยายามไม่ให้รุ่นพี่เห็นแต่พอไปเอาธงกลับมาได้ คู่มาวินกับแพรไหมก็ถูกทำโทษฐานทำเชือกที่มัดมือหลุดจากกัน พี่ท้อปพูดอย่างรู้ทันว่าอย่าคิดว่าพี่ไม่เห็น

    พี่ท้อปอธิบายกิจกรรมต่อไปโดยตัวเองทำเป็นตัวอย่าง คือกินเส้นทาโร่ โดยคู่บัดดี้ต้องคาบปลายทาโร่ไว้คนละข้างแล้วค่อยๆขมิบกินไปจนถึงหน้าของอีกฝ่าย พี่ท้อปอธิบายว่า

    “กติกาคือใครคนใดคนหนึ่งต้องคาบปลาเส้นเอาไว้แล้วอีกฝ่ายนึงต้องหลับตาคาบปลาอีกด้านแล้วค่อย กินเข้าไป...กินเข้าไป ให้เหลือปลาเส้นน้อยที่สุด ถ้าปากกับปากจุ๊บกันหรือเหลือปลาเส้นยาวเกินหนึ่งเซนติเมตรจะต้องทำใหม่”

    พวกนักศึกษาฮากันกิ๊วก๊าว แพรไหมถามพี่ท้อปว่าตนทำอย่างอื่นได้ไหม เต้นไก่ย่างหรือเมียงูก็ได้ พี่ท้อปบอกไม่ได้ พวกนักศึกษาก็ตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่ได้!”

    มาวินเสนอว่าตนจะเป็นฝ่ายหลับตาเองเพราะอยากเป็นฝ่ายรุก แพรไหมไม่ยอมดึงทาโร่ไปบอกว่าตนจะเป็นฝ่ายหลับตา คุมเกมเอง มาวินถามว่าอยากเป็นฝ่ายรุกล่ะสิ เลยถูกบรรดานักศึกษาโห่ฮิ้วฮากันครืน

    ooooooo

    งานรับน้องครั้งนี้ กลายเป็นเกมชิงไหวชิงพริบและหาทางเอาชนะกันระหว่างมาวินกับอินทร โดยมีแพรไหมเป็นเดิมพัน ส่วนรตีที่จับตามาวินอยู่ เห็นสายตาที่มาวินมองแพรไหมขณะเล่นเกมก็ร้อนใจบอกอินทรว่า

    “ทำไมวินมองเหมือนคนรักกัน” ไม่เพียงแต่สงสัยหากยังตามจิกถามมาวินว่า “เมื่อกี๊ทำไมมองแพรไหมอย่างนั้น” มาวินทำไก๋ถามว่าอย่างนั้นน่ะยังไง พอรตีบอกว่าอย่างคนที่รักกัน มาวินด่าว่าไร้สาระแล้วเดินหนี แต่ไปเจออินทรเข้าอีก

    “นายรักแพรไหมงั้นเหรอ” อินทรถามโพล่งจนมาวินผงะ บอกอินทรว่าเขาเข้าใจผิด ที่ตนทำก็แค่ไม่อยาก เสียรถให้เขาเท่านั้น “นายโคตรเนียนเลย รู้ไหมว่ามันดูเหมือนจริงมาก ดี! งั้นมาดูกันว่าใครจะหลอกแพรไหม สำเร็จ แต่ไม่ว่าใครจะสำเร็จ งานนี้แพรไหมมีพังแน่ นายเตรียมหัวเราะเยาะได้เลย ฮ่ะๆๆ”

    มาวินร้อนใจเป็นห่วงแพรไหม ร้องถามอินทรว่าจะทำอะไรแพรไหม อินทรพูดอย่างคะนองว่า หลังรีสอร์ตเป็นป่า คืนนี้ตนอาจจะชวนแพรไหมออกไปดื่มด่ำธรรมชาติเอาต์ดอร์ก็ได้ พูดแล้วหัวเราะร่าทั้งยั่วทั้งเย้ยมาวิน

    ทันใดนั้นมือถือของมาวินดังขึ้น เป็นเบอร์ของนงนุช เขารับสายถามว่ามีอะไรครับคุณนง แล้วก็ชะงักกึกเมื่อปลายสายกลายเป็นเสียงมยุราหัวเราะพูดอย่างสะใจว่า นี่ถ้าแม่ไม่เอาเบอร์นงนุชโทร.ลูกก็คงไม่รับสายใช่ไหม

    นาทีนี้มาวินตอบแม่อย่างไม่ยำเกรงว่าใช่ ถามว่าแม่จะทำอะไร ตนจะไม่ให้แม่ทำกับชีวิตตนเหมือนเป็นเครื่องประดับของแม่อีกต่อไปแล้ว

    มยุราถามว่าตอนนี้เขาอยู่กับแพรไหมลูกแม่ค้า ขายผักที่ตลาดใช่ไหม มาวินบอกว่าแม่ไม่ต้องมายุ่งกับตน มยุราบอกตนไม่ยุ่งกับเขาก็ได้แต่จะยุ่งกับลูกสาวแม่ค้าขายผักแทน

    แล้วมยุราก็ส่งคนของตนไปจับตาดูแพรไหมที่รีสอร์ต ไม่นานก็ได้รับรายงานมาว่าเจอแพรไหมแล้ว

    รตีที่มุ่งมั่นจะจับมาวินให้ได้ ถามแพรไหมว่าเธอรักมาวินหรือ รักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะสายตาที่มองกันมันฟ้อง แพรไหมบอกว่าตนไม่ได้รักมาวิน ให้ตนตายดีกว่าที่จะรักคนแบบนั้น

    “ดี เพราะแกรู้ว่าฉันรักมาวินจริงและฉันไม่อยากมีปัญหาเรื่องผู้ชายกับเพื่อนที่ฉันรัก แกเข้าใจไหม”

    “ฉันเข้าใจ แต่ฉันไม่ให้แกทำนมเพื่อผู้ชาย เข้าใจไหม”

    “ซอรี่จ้ะ” รตีตอบอย่างไม่แคร์แม้แต่น้อย

    ooooooo

    พออินทรรู้ว่ามาวินถูกแม่ตามจิกก็พูดเชิงเตือนเชิงปรามว่า เขาไม่มีวันชนะแม่เขาหรอก มาวินตอบอย่างมุ่งมั่นว่าแต่ครั้งนี้แม่ก็ไม่มีวันชนะตนเหมือนกัน

    อินทรถามมาวินว่าเขายุให้รตีไปทำนมหรือ รู้ไหมว่ารตีจะไปทำจริงๆ แพรไหมให้ตนมาห้ามเขา พูดขำๆว่า

    “แต่ฉันว่าไม่ต้องห้ามหรอก ถ้ายัยรตีจะไร้สติขนาดนั้นก็ให้ปล่อยๆไปเถอะฮาดี แต่ถ้าแพรไหมถาม นายต้องบอกว่าฉันมาเตือนนายแล้วนะ” อินทรเดินผละไปขำๆ แต่มาวินฟังแล้วชักเครียด

    นาราที่เป็นเพื่อนกับมาวินมาตั้งแต่เด็ก ต่างรู้นิสัยกันดี วันนี้เธอมองมาวินที่เดินตามแพรไหมไปก็ถามว่าอาการแบบนี้เรียกว่าหวงหรือห่วง มาวินทำไก๋พอถูกถามจี้ก็เดินหนีอ้างว่าแดดมันร้อน นาราตามไปถามว่ารักแพรไหมใช่ไหม

    “ไม่ตลกเลยนะนา เราไม่ได้คิดอะไรกับแพรไหม อย่าพูดอย่างนี้อีก เราเสียหายมาก” นาราหัวเราะบอกว่าแบบนี้รักชัวร์ มาวินหันเรียกปรามเสียงเข้ม “นารา!!”

    “ไม่ต้องขึ้นเสียง เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กนะวิน คิดว่านาดูวินไม่ออกเหรอ เวลาวินถูกจับผิดได้ทีไร วินชอบทำโมโหกลบเกลื่อน นาพูดถูกไหม” มาวินถูกจับได้ไล่ทันก็ทำตัวไม่ถูก เดินหนีไปอีก

    นาราเห็นอาการเขินของเขาแล้วก็ยิ่งขำ ตามไปพูดว่าถ้ารักเขาก็บอกสิ จะปล่อยให้อินทรตามเอาใจแพรไหมไปทำไม นาราพูดจริงจังกับมาวินว่า

    “นารู้ว่าทรไม่คิดจริงจังกับแพรไหม ตามสไตล์เขา แล้ววินจะปล่อยให้แพรไหมเป็นของเล่นของทรงั้นเหรอ?”

    มาวินบอกว่าตนก็ไม่จริงจังเพราะแพรไหมเป็นเด็กไซด์ไลน์ของพ่อ นาราไม่เชื่อเพราะนิสัยแพรไหมไม่ใช่คนรักสบาย เธอช่วยแม่ขายผัก ทำงานร้านกาแฟ ขยันหาเงินอย่างนั้นจ้างตนก็ไม่เชื่อ มาวินถูกนาราต้อนจนพูดไม่ออกตัดบทว่าอย่ามายุ่งเรื่องนี้ดีกว่า

    “ทำไมล่ะ มันไม่มีอะไรน่าอายเลยนะวินที่เราจะยอมรับความรู้สึกตัวเอง ชอบก็คือชอบ อยากทำดีกับใครก็ทำดีกับเขา ง่ายๆแค่นี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ให้นาช่วยไหม นาอยากให้วินมีความสุขนะ”

    มาวินถามว่าเหมือนเธอกับชนนใช่ไหม นาราตกใจที่มาวินรู้เรื่องนี้ มาวินถามประชดว่า แล้วทำไมนาราไม่บอกชนนไปว่าตัวเองเป็นลูกใคร คิดว่าตัวเองจะปกปิดชนนได้หรือ เอาคำพูดของนารามาย้อนถามเธอว่า

    “ทำไมไม่ยอมรับความจริงล่ะ ทำไมต้องทำให้มันยุ่งยากซับซ้อน เห็นไหมนา คนเราเวลาสอนคนอื่นมันง่าย แต่พอเป็นเรื่องตัวเองมันยาก” พูดแล้วมาวินเดินหนีไป นาราอึ้งไปอึดใจ พอนึกได้ร้องถามมาวินอย่างกังวลว่า

    “เดี๋ยววิน...แล้วชนนรู้หรือยัง...วิน...วิน!!”

    ooooooo

    มาวินเดินตามอินทรกับแพรไหมไป มีนักศึกษาคนหนึ่งเอากระดาษแผ่นหนึ่งมาให้แพรไหม บอกว่ามีคนฝากโน้ตนี้มาให้ พอแพรไหมเปิดอ่านก็หน้าเครียดรีบเดินไปทันที อินทรรีบตามไปทันทีเช่นกัน

    มาวินเดินตามแพรไหมไป รตีตามมาวินมาอีกที ถูกมาวินเดินผ่านไปพูดอย่างชัดเจนเด็ดขาดว่า

    “ไปยกเลิกแผนการผ่าตัดเสริมหน้าอกให้ตัวเองเสีย ผมไม่ชอบ เข้าใจไหม” แล้วเดินอ้าวตามแพรไหมไป ถามว่ามาหาใคร แอบนัดใครไว้ ใครส่งโน้ตมาให้ ยื่นมือไปบอกให้เอาโน้ตมาให้ดู! เมื่อแพรไหมไล่ไปให้พ้นไม่ต้องมายุ่ง มาวินประกาศว่าตนจะนั่งรอดูว่าเธอนัดใครมา

    พริบตานั้น คนของมยุราก็เข้ามาล็อกตัวมาวินทันที บอกว่าพวกตนได้รับคำสั่งให้มาพาตัวเขากลับบ้าน มาวินดิ้นร้องโวยวาย ในขณะที่แพรไหมตะโกนถามว่า

    “ไหนคุณมยุราบอกว่ามีเรื่องต้องคุยกับฉัน แล้วนี่มันอะไร” สมุนคนหนึ่งเข้าไปหาแพรไหมบอกว่าเรื่องนั้นตนจะคุยกับเธอเอง แล้วจับแพรไหมยกพาดบ่าแบกไปเลย

    “อย่ายุ่งกับแพรไหม ถ้าพวกแกทำอะไรแพรไหม ฉันเอาเรื่องพวกแกแน่ ปล่อย!!” มาวินตะโกนสุดเสียง

    “เราทำตามคำสั่งครับคุณวิน” สมุนคนนั้นบอก มาวินดิ้นสุดแรงทั้งเตะทั้งต่อยสะบัดหลุดแล้ววิ่งตามแพรไหมไปด้วยความเป็นห่วง อินทรเห็นดังนั้นวิ่งตามไปอีกคน รตีวิ่งตามมาเห็นอินทรเธอถามว่าแล้วมาวินอยู่ไหน

    กลายเป็นทั้งมาวิน อินทร และรตีวิ่งไล่ตามกันมาด้วยความเป็นห่วงคนของตน

    แพรไหมถูกอุ้มไปนอกบริเวณรีสอร์ต แล้วสมุน คนหนึ่งก็เอามือถือมาให้เธอคุยกับมยุราที่นั่งในรถตู้บนทางเปลี่ยว ขู่แพรไหมว่า ขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ายังไม่เลิกตอแยลูกชายตน ชีวิตเธอจะไม่มีวันเป็นสุขแน่ แพรไหมถามว่าแค่จะกีดกันตนถึงกับต้องส่งคนมาทำร้ายลูกตัวเองเลยหรือ บอกให้มยุรามองตัวเองบ้างว่าเป็นแม่แบบไหน

    มยุราโมโหตวาดว่าบังอาจมาสั่งสอนตนจะลองดีกับตนใช่ไหม

    “ผมนี่แหละจะลองดีกับแม่!” มาวินพูดแทรกขึ้น จ้องหน้าแม่ “เลิกยุ่งกับผมและแพรไหม เข้าใจนะครับ” พูดแล้วมาวินตัดสายเลย มยุราตะโกนเรียก คำรามแค้น ว่าอยากลองดีกับตนใช่ไหม

    มาวินเผชิญหน้ากับสมุนทั้งสามของมยุรา เขาต่อสู้กับพวกมันและพาแพรไหมหนีไป ถูกพวกมันไล่ล่า เอาเป็นเอาตาย

    รตีกับอินทรวิ่งตามมา รตีบอกว่าพวกมันวิ่งไปที่หลังรีสอร์ตแล้ว อินทรบอกว่าตรงนั้นเป็นป่า

    แพรไหมพามาวินวิ่งหนีไปที่ป่าหลังรีสอร์ตเช่นกัน เธอบอกเขาว่าเราไม่มีทางหนีแล้ว

    “ตามไป! ยังไงก็ต้องเอาตัวคุณวินกลับบ้านให้ได้! ไป!!” สมุนที่เป็นหัวหน้าสั่ง

    แพรไหมที่คล่องแคล่วกว่ามาวินพาเขาหนีไปในป่า อินทรกับรตีวิ่งตามไปแต่รตีสะดุดล้ม อินทรไม่รอ บอกว่าให้รอที่นี่ก็แล้วกันตนจะไปช่วยเพื่อนก่อน

    แพรไหมพามาวินไต่ลงไปตามแง่งหิน มาวินหวาดเสียวไม่กล้าไต่ แพรไหมเลยหลอกว่าพวกมันมาแล้ว ทำให้มาวินไต่ตามไปได้ และพากันหลบอยู่หลังแง่งหินที่ต้องเบียดกันแนบแน่น พวกสมุนตามมาไม่เห็นพวกมันตะโกนบอกกันให้กลับ

    แม้จะรู้ว่าพวกสมุนกลับไปแล้วแต่มาวินก็ยังไม่ยอมถอยออกมา พอถูกแพรไหมทำเสียงดุก็ขอให้ฟังตนก่อน แพรไหมสั่งให้ปล่อยพลางดันมาวินออกทำให้เสียหลักตกลงไปด้านล่างอีก เธอคว้ามือมาวินตกลงไปด้วยกัน

    ooooooo

    มยุราไปที่ตลาดเพื่อเล่นงานมานีบีบให้แพรไหม เลิกคบกับมาวิน หาว่ามานีหวังให้แพรไหมจับลูกชายตน เป็นหนูตกถังข้าวสารเพื่อยกฐานะตัวเองให้อยู่สบาย อานนท์ที่มาด้วยบอกว่าวันนี้จะมาทวงลูกชายของเราคืน

    “ฉันไม่รู้จะคืนอะไร เพราะฉันมั่นใจว่าแพรไหมไม่เคยมีความคิดอย่างนั้น ฉันไม่เคยอยากรวย ทุกวันนี้ ฉันมีความสุขดีอยู่แล้ว”

    “ดี...ทุกคนในตลาดนี้จะได้เป็นพยาน งั้นก็บอกลูกสาวเธอด้วยว่าเลิกยุ่งกับลูกชายฉันซะ เขามีผู้หญิงที่เหมาะสมและคู่ควรด้วยอยู่แล้ว หรือจะอยู่เป็นของเล่นสนุกๆ ขำๆ ก็ตามใจ”

    นางน้อมที่ตำส้มตำอยู่ถึงกับหยุดตำ หันอุทานกับแม่ค้าข้างๆอย่างทึ่งว่า

    “โอ้ววว...พวกคนรวยมันด่าแซ่บดีเนอะ”

    ooooooo

    ชนนเห็นแพรไหมหายไปในป่าหลังรีสอร์ตถามรตีกับอินทรว่า หมายความว่ามาวินพาแพรไหมไปหลงป่าใช่ไหม

    “ทุกคนใจเย็นๆ เดี๋ยวพี่จะไปแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ออกตามหา กิจกรรมตรงนี้คงต้องหยุดไว้ก่อน ขอให้ทุกคนพักอยู่ที่รีสอร์ตห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ใครเป็นบัดดี้ใครดูแลกันด้วย เข้าใจไหม” พี่ท้อปประกาศ

    ชนนทนไม่ได้เขาเดินเลี่ยงออกไป นาราเห็นรีบตามไปถามว่าจะไปไหน ชนนบอกว่าจะไปตามหาเพื่อน นาราอ้างคำประกาศของพี่ท้อปถามว่าไม่ได้ยินหรือ พวกเราทุกคนก็ห่วงเพื่อนเหมือนกันหมดนั่นแหละ

    “ใครอยากรอก็รอไป ผมไม่รอ” นาราวิ่งไปขวางบอกว่าอย่าเพิ่มความยุ่งยากให้มากกว่านี้เลย “ถ้ามันจะยุ่งก็เพราะพวกคุณนั่นแหละ ที่แพรไหมต้องหลงป่าไม่ใช่เพราะไปกับเพื่อนคุณเหรอ!”

    “มาวินไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย อย่าพาลสิ”

    “ผมไม่ได้พาล แต่มันคือความจริง พวกคนมีเงิน ชอบทำเรื่องง่ายๆให้มันยาก ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าคนรวยๆอย่างพวกคุณหัดทำอะไรง่ายๆ เรียบๆบ้าง อะไรมันก็ไม่มีปัญหาหรอก”

    นาราถามงงๆว่าพูดอะไร...คนรวย? ชนนไม่อยากพูดด้วยเดินหนีไป นาราไม่ยอมตามไปถามว่าทำไมถึงพูดอย่างนั้น เมื่อชนนไม่ยอมพูด นาราถามว่า เขาเป็นอะไรไป ตนไปคุยกับมาวินแล้วว่าให้เขาทำดีกับแพรไหม แล้วเขายังเป็นอะไรอีก ชนนตัดสินใจหันไปเผชิญหน้ากับความจริง ตะโกนชื่อ นามสกุล ของนาราออกมาอย่างประชดประชัน

    ชนนพูดถึงครอบครัวและฐานะของนาราออกมาอย่างเจ็บปวด แล้วถามว่าสนุกมากใช่ไหมที่หลอกตนมาตลอดว่าเป็นลูกแม่บ้านกับคนขับรถ พูดแล้วเดินหนีไป นารายืนเหวอคิดไม่ถึงว่าชนนจะรู้เรื่องของตน แต่ก็ยังตามไปเคลียร์

    ชนนไม่ฟังถามว่ามาหลอกตนทำไม ต้องการอะไร หรือสนุกที่มาหลอกคนจนๆอย่างตนทำให้ตนมีความหวังทำไม บอกเธอว่าไม่ต้องตอบ จะทำอะไรก็ช่าง แต่ตอนนี้เราอย่ายุ่งกันอีกเลย เธอคือดอกฟ้าแต่ตนคือหมาวัด เรามันคนละระดับกัน

    นาราขอร้องว่าจะโกรธตนก็ไม่ว่าแต่อย่างน้อยก็ฟังเหตุผลตนก่อน

    “ไม่ฟัง!” ชนนเดินหนี นาราตามไปดึงแขนไว้ ถูกชนนสะบัดจนล้ม เป็นจังหวะที่อินทรมาเห็นพอดี เขาพุ่งเข้าปกป้องนาราผลักอกชนนจนเซ นารารีบบอกอินทรว่าไม่มีอะไร

    “ไม่มีได้ไง ทรเห็นมันผลักนาล้ม” อินทรหันเอาเรื่องชนน “คิดจะทำอะไรนาราจะไถเงินเหรอ รู้เปล่าว่านาราเป็นลูกใคร หา!!”

    ชนนยกมือไหว้ประชดบอกว่าตนรู้ตนกลัวบารมีพ่อเขาแล้ว รตีตามมาเห็นพอดีถามชนนอย่างไม่พอใจว่าไปไหว้พวกมันทำไม! ตวาดถามอินทรว่ามาขู่อะไรเพื่อนตน อินทรบอกว่าชนนผลักนาราล้ม

    “ชนนเนี่ยนะผลัก? ไม่มีทาง ฉันรู้จักเพื่อนฉันดี นารา เธอเซอะเบ๊อะล้มลงไปเองมากกว่า หรือถ้าชนนผลัก ฉันว่าเธอก็สมควรโดนแล้ว ขี้โกหก!!”

    ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรงจนจะมีเรื่องกัน พี่ท้อปและรุ่นพี่อีกสองคนวิ่งมาห้าม

    “เฮ้ยๆๆ จะทะเลาะอะไรกัน เพื่อนหลงป่าอยู่ ยังจะทะเลาะกันเองอีก” พี่ท้อปเอ็ดตะโร

    ชนนเซ็งจนเดินหนีไป รตีตามไปอีกคน นารามองตามชนนไปเศร้าๆ

    เมื่อเดินมาถึงชายหาด รตีบอกชนนว่า

    “ดีแล้วที่แกพูดไป คนจะได้รู้ไปว่ายัยนารานิสัยจริงๆ ไม่ได้ดีจริง ก็แค่ทำหน้าแบ๊วๆ ใสๆ หลอกผู้ชายไปวันๆ”

    “รตี อย่าไปว่านาราอย่างนั้น”

    “นาราเป็นอย่างนั้นจริงๆ ทำไมฉันจะว่าไม่ได้” รตีโมโหชนนที่จนขนาดนี้แล้วยังปกป้องนาราอีก “เขาโกหกแกเป็นไฟขนาดนี้ แกยังจะคบอีกเหรอ อยากจะถูกหลอกซ้ำๆอีกรึไง แกต้องเลิกคบกับนารา”

    ฝ่ายอินทรเดินปลอบนาราที่เดินซึมไป นารายอมรับ ว่าตนโกหกชนนว่าเป็นลูกแม่บ้านกับคนขับรถ อินทรถามว่าเธอโกหกว่าตัวเองจนหรือ?

    “นากลัวว่าถ้าเขารู้ว่านาเป็นลูกใคร แล้วเขาจะไม่คบกับนา เขาจะโกรธนาก็ไม่ผิดหรอก”

    “ผิดสิ คนอย่างพวกนั้น ไม่มีสิทธิ์มาโกรธเราแม้นิดเดียว...นาต้องเลิกคบกับมัน” อินทรเสียงเข้ม

    “นาเป็นคนทำผิด นาก็ต้องไปขอโทษ ไม่ใช่โกรธตอบแล้วก็พาลเลิกคบ” อินทรดักคอว่าเธอไม่อยากเลิกคบกับชนนใช่ไหม เห็นนาราอึกอัก ชนนโพล่งถามว่า

    “นี่...นาชอบชนนใช่ไหม?!”

    เช่นเดียวกับรตีคาดคั้นกับชนนที่อึกอักอ้ำอึ้งว่า ให้ตอบมาเลยว่าเขาชอบนาราใช่ไหม รักนาราใช่ไหม?

    “เออ...ถ้ารักแล้วจะทำไม ก็นารานิสัยดีน่ารัก แล้วฉันก็รัก มันผิดตรงไหน แกไม่ต้องมาบอกให้เลิกคบเลย เพราะฉันไม่เลิก” รตีโมโหผลักชนนจนเซพูดอย่างตัดหางปล่อยวัดว่า งั้นก็ขอให้ถูกเขาหลอกต่อไปก็แล้วกัน แล้วเดินหนีไปเลย

    ส่วนอินทรก็พูดขู่ๆว่า “ไม่เลิกคบกับชนนตอนนี้ เดี๋ยวถ้าพ่อแม่นารู้ นาก็ต้องเลิกคบอยู่ดี ตามใจแล้วกันนะ” แล้วเดินแยกไปเลย

    นาราเซ็ง กลุ้ม ทิ้งตัวลงนั่งกอดเข่าเจ่าจุกอย่างทุกข์ใจ

    ooooooo

    แพรไหมกับมาวินฉุดกันตกลงไปจากซอกผา แพรไหมมองเห็นมาวินนอนนิ่งๆอยู่โคนต้นไม้ใหญ่ เธอตกใจ รีบเข้าไปดู เห็นที่หน้าผากเขาแตกมีเลือด แห้งกรัง เธอเขย่าตัวตบหน้าเบาๆเรียกเขา

    มาวินทำเสียงอือ...แล้วครางออกมา เธอโล่งอกที่เขายังไม่ตาย

    เพราะค่ำมืดแล้ว พี่ท้อปบอกพรุ่งนี้ค่อยออกค้นหากัน เพราะถ้าเราดันทุรังตามหาตอนนี้จะยิ่งอันตราย นาราถามว่าเราจะทำอะไรได้บ้างนอกจากรอ พี่ท้อปบอกทำได้คือ “สวดมนต์ ขอให้เพื่อนเราปลอดภัย”

    รตีบ่นอย่างหงุดหงิดว่าจะโทร.หามือถือก็ถูกเอาไปเก็บหมด อินทรบอกว่ามาวินไม่ได้เอามือถือไปใส่ในถุงดำ ชนนเร่งให้รีบโทร.เลย อินทรจึงโทร.ไปหามาวิน ทุกคนมองลุ้นเป็นตาเดียว

    เสียงมือถือมาวินดังขึ้น เขารีบหยิบดู กลายเป็นเสียงนาฬิกาปลุกที่เขาตั้งไว้ไปฉิบ!

    ฝ่ายอินทรรอฟังเสียงปลายสายแล้วบอกทุกคนว่าไม่มีสัญญาณ

    “ยังไงเราก็ต้องรอจนเช้า ตอนนี้ขอให้ทุกคนพักผ่อนให้เต็มที่ พอเช้ามืดเราจะกระจายกันไปกับเจ้าหน้าที่ป่า ไปตามหาเพื่อนของเรา” พี่ท้อปบอกทุกคน ชนนภาวนาขออย่าให้แพรไหมเป็นอะไรเลย เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่เป็นอะไรหรอกนอกจากเพื่อนของพวกเขาจะหาทางออกแล้วหลงลึกเข้าไปในเขตหากินของสัตว์

    “ไม่ต้องห่วง มาวินฉลาด มันไม่ทำอะไรโง่ๆ อย่างนั้นหรอก” อินทรบอกเพื่อนๆอย่างเชื่อมั่น ความจริงของมาวินกับแพรไหมในป่าเวลานี้คือ มาวินพยายามหาทางออก นึกได้ว่าสมาร์ทโฟนของตนมีแอพเข็มทิศ แต่พอเอามาหาทิศรู้ว่าทางไหนทิศอะไร ก็มาติดที่ไม่รู้ว่ารีสอร์ตที่พวกตนพักนั้นอยู่ทิศไหน เลยพากันนั่งซีด มาวินพาแพรไหมเดินดุ่มไปเพื่อหาทางออก แล้วก็หลงเข้าไปในเขตที่สัตว์ออกหากินจริงๆ! ทั้งสองเจอโขลงช้างป่าเดินกันจนแผ่นดินสะเทือน รีบพากันหลบเข้าไปในซอกหิน เบียดกันจนแนบชิดกลัวช้างป่าจะเห็นในป่าที่มืดเปลี่ยว อันตรายยิ่งมาก ก็ยิ่งกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองแนบแน่น สัมผัสแต่ละครั้งที่พลัดตกและหลบอันตราย ซึมซับความรู้สึกดีๆให้กันโดยไม่รู้ตัว

    มาวินเห็นเท้าแพรไหมบวมแดงมาก เขาบอกว่าต้องรีบหาน้ำแข็งมาประคบไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้จะบวมมากกว่านี้ แต่กลางป่าอย่างนี้จะหาน้ำแข็งได้ที่ไหน

    มาวินเงี่ยหูฟังอะไรบางอย่าง แล้วจู่ๆเขาก็อุ้มแพรไหมเดินไปจนถึงธารน้ำเล็กๆ วางเธอลงแล้วเอาเท้าแช่ในแอ่งหินที่น้ำค่อนข้างเย็น พลางเขาก็ลงไปนวดเท้าเธอใต้น้ำเบาๆอย่างทะนุถนอม

    แพรไหมมองมาวินอย่างรู้สึกสับสนกับท่าทีของเขาที่เปลี่ยนจากร้ายกาจมาเป็นแสนดีปฏิบัติต่อตนราวกับเจ้าหญิง มาวินนวดพลางก็เงยหน้ามองเธอด้วยสายตารักใคร่จนแพรไหมเขิน

    คืนนี้เอง มยุรากับอานนท์ก็รู้ข่าวมาวินหลงป่า เพราะนงนุชนั่งเล่นไอแพดแล้วเจอข่าวนี้โดยบังเอิญ ทั้งมยุราและอานนท์ลุกพรวดมาดูอินสตาแกรมของพี่ท้อปและเพื่อนนักศึกษา เห็นพี่ท้อปกับเจ้าหน้าที่กำลังดูแผนที่และวางแผนอย่างเคร่งเครียด เตรียมออกตามหากันทันทีที่ฟ้าสาง มีข้อความว่า

    “วางแผนค้นหา เช้าเมื่อไหร่ลุยทันที#ขอให้มาวินกับแพรไหมปลอดภัย”

    มยุราตกใจอุทานที่มาวินหลงป่ากับแพรไหม อานนท์บอกว่าไม่ต้องตกใจ ลูกเราเป็นคนเก่งต้องไม่เป็นอะไรแน่ แต่ที่มยุราตกใจคือพรุ่งนี้ตนจะตอบนักข่าวอย่างไร นักข่าวจะต้องโทร.มาถามแล้วก็จะต้องขุดคุ้ยเรื่องราวต่างๆเป็นแน่ อานนท์ถามว่าแล้วเธอจะตอบอย่างไร มยุราไม่ตอบแต่สั่งนงนุชให้รีบไลน์ไปแจ้งทุกสำนักข่าวห้ามใครเล่นเรื่องนี้ นงนุชบอกว่าไม่ทันแล้ว เพราะเว็บไฮโซกอซซิปเอาไปลงกันตรึมแล้ว

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 12:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์