นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คู่ปรับฉบับหัวใจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 2 เรื่อง 2 รส 'บ้านทรายทอง' ปะทะ 'คู่ปรับฉบับหัวใจ'

    พอแพรไหมรู้ว่าตนเสียรู้อินทร เธอด่าว่าเขาอย่างรุนแรง อินทรอวดรวยอย่างไรเธอก็ไม่แยแส เขาเลยขู่ว่าถ้าอยากกลับก็ทำดีๆกับตนหน่อยแล้วจะพาไปส่ง

    “ฉันมีปัญญากลับเองได้” แพรไหมสวนไปทันควัน ลืมไปว่าวันนี้มีเงินมาแค่ร้อยยี่สิบบาท ให้ชนนไปเติมเงินโทรศัพท์เพื่อโทร.หารตีไปหนึ่งร้อย เงินในกระเป๋าเหลือแค่ยี่สิบบาทเท่านั้น แต่เธอไม่ยอมแพ้คิดหาวิธีกลับเองให้ได้

    เย็นแล้ว มาวินกำลังขับรถมาพัทยา พลางก็โทร.ถามอินทรว่าพาแพรไหมไปไหน

    “โห...ข่าวเร็วว่ะ พาไปทิ้งให้แกไง อย่างที่แกบอก ผู้หญิงอะไร จนแล้วยังจะอวดดีอีก ไม่เคยพบเคยเห็น ปล่อยทิ้งไว้ให้หาทางกลับเอง จะได้เข็ด ทำไมวะ”

    “เออะ...รตีเป็นห่วงเพื่อน ฉันเลยโทร.ตามให้”

    “เขาคงเอาตัวรอดได้แหละ เดี๋ยวกลับไปเล่าให้ฟัง แค่นี้นะ” อินทรกดตัดสาย ยังโมโหความอวดดีของแพรไหมไม่หาย แล้วกดบิดคันเร่งตีโค้งออกไป

    “นายทิ้งแพรไหมไว้เหรอ แล้วแพรไหมจะกลับ

    ยังไง อินทร!! โธ่เว้ย!!” มาวินสบถอย่างหงุดหงิด เป็นห่วงแพรไหมขึ้นมาว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร เขาเหยียบคันเร่งพารถพุ่งทะยานไปอย่างเร็ว จนเข้าเขตพัทยา เขามุ่งไปที่สะพานปลา จุดเดียวกับที่อินทรพาแพรไหมมา แต่ไม่พบใครเลยแม้แต่ชาวบ้านที่จะให้ถาม

    ooooooo

    แพรไหมหาทางกลับบ้านเอง แต่มีเงินแค่ยี่สิบบาทจะกลับได้อย่างไร ตัดสินใจเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้ไปส่งที่สถานีรถไฟเพื่อรอกลับรถไฟฟรี

    วินมอเตอร์ไซค์เรียกสองร้อยแพรไหมต่อเหลือยี่สิบ มันขอเป็นอย่างอื่นแทนค่ารถ จะเอานาฬิกาข้อมือของแพรไหม เธอไม่ยอมให้เพราะเป็นนาฬิกาของแม่ มันยังฉวยโอกาสจับมือแต๊ะอั๋ง แต่ไม่ทันที่มันจะทำอะไรมากกว่านั้น ก็ถูกมาวินกระชากหน้าหงาย ชกเปรี้ยงเดียวกระเด็นไป แล้วเขาก็จับมือแพรไหมพาหนีไป ก่อนที่มันจะเรียกพวกมารุม

    ทั้งที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่มาวินก็แกล้งหาว่าเธอว่าอินทรรวยจึงหลอกเขามา บอกเธอให้เลิกยุ่งกับเพื่อนตนเสีย เพราะ

    “อินทรควรจะได้คบกับผู้หญิงดีๆ ไม่ใช่เด็กไซด์ไลน์ เธอไม่คู่ควรกับเพื่อนฉันแม้แต่นิดเดียว อย่าทำให้เพื่อนฉันเสื่อม” แล้วหยิบเงินออกมาถาม “จะเอาเงินเท่าไหร่ฉันจะจ่ายให้ แต่เธอต้องเลิกยุ่งกับอินทร แม้ว่ามันจะมาทำดีด้วยยังไง ก็อย่าไปหลงเชื่ออย่าไปสนิทสนมใกล้ชิดกับมันเด็ดขาด ตกลงไหม”

    แพรไหมมองหน้าเขาอย่างเจ็บปวดที่เขาดูถูกตน จนมาวินอึกอักรู้สึกผิด แต่ก็ยังพูดต่อไปว่า

    “แล้วฉันจะให้เธอติดรถกลับกรุงเทพฯด้วย ตอบแทนที่เธอตกลงจะเลิกยุ่งกับอินทร ตกลงไหม” แพรไหมยังคงนิ่ง มาวินรวบรัดว่า “ถ้าไม่ตอบ ฉันถือว่าเธอตกลงนะ”

    ระหว่างที่มาวินทั้งกดดันและหว่านล้อมให้แพรไหมเลิกยุ่งกับอินทรและกลับไปกับตนนั้น อินทรก็ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาถามมาวินว่ามาได้ยังไง ตอนคุยโทรศัพท์กันไม่เห็นบอกว่าจะมา มาวินอึกอักแก้ตัวว่าพอดีผ่านมา ขณะทั้งสองกำลังซักไซ้จับผิดกันนั้น แพรไหมถือโอกาสเดินผ่ากลางออกไป ถูกทั้งสองจับมือไว้คนละข้าง

    มาวินกับอินทรมองหน้าวัดใจกัน มาวินกลัวอินทรจะจับผิดตนได้จึงปล่อยมือ อินทรก็ปล่อยแล้วเดินตามแพรไหมไป

    อินทรตามไปขอโทษแพรไหม ขอโอกาสตนอีกครั้ง สัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำอย่างนั้นกับเธออีก มาวินก็ตามไป แพรไหมให้อภัยอินทร อินทรได้ทีบอกว่าเดี๋ยวจะพาเธอกลับบ้าน มาวินเผลอตัวบอกว่าไม่ได้ พอรู้ตัวก็ลดเสียงลง จับมือแพรไหมให้ไปกับตน พาเธอไปเดินคุยกันที่ชายหาด บอกเธอว่าอย่าคบกับอินทรเพื่อประชดตน แพรไหมบอกว่าไม่ได้ประชด แต่ตนเป็นเด็กไซด์ไลน์ถ้าปล่อยลูกเศรษฐีหลุดมือไปก็โง่แล้ว

    มาวินเตือนสติว่าอย่าหาเรื่องให้ตัวเองเสียใจดีกว่า แพรไหมถามว่าทีเขายังสนิทกับรตีได้แล้วทำไมตนจะสนิทกับเพื่อนเขาไม่ได้

    “ถ้าเธอเลิกยุ่งกับอินทร ฉันจะเลิกยุ่งกับรตี” มาวินต่อรอง แพรไหมสวนทันควันว่าตนจะคบอินทร แล้วเดินกลับไปหาอินทร อินทรพูดเย้ยมาวินว่ามาเองก็กลับเองได้นะเพื่อน มาวินมองภาพแพรไหมซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์อินทรไป สบถอย่างหงุดหงิด “โธ่เว้ย!”

    ooooooo

    อินทรพาแพรไหมกลับมาส่งที่หน้าตลาด พอลงจากรถเธอบอกเขาให้กลับไปเสีย แล้วไม่ต้องมาเจอกันอีก ตนให้อภัยแต่ไม่ได้หมายความว่าจะอยากเป็นเพื่อนกับเขา

    อินทรยังตื๊อขอโอกาสตนได้พิสูจน์ว่าตนอยากเป็นแฟนกับเธอจริงๆ ทั้งออดอ้อนวอนขอ แต่แพรไหมไม่เล่นด้วยเดินผละไป อินทรยืนโบกมือให้จนแพรไหมเดินหายไป

    แต่พออินทรหันกลับมาก็เจอมาวินเดินหน้าเครียดเข้าหา ทั้งสองเดินคุยกันไปที่หน้าตลาด อินทรถามขำๆว่า เขาคิดว่าตนจะรักแพรไหมจริงๆหรือ ดูไม่ออกหรือว่าตนทำดีกับเธอไปอย่างนั้นเอง พอถึงจังหวะถอนทุนคืนตนจะถอนทั้งต้นทั้งดอกให้คุ้ม จะถอนเผื่อเขาด้วย ถามว่าทั้งคลิปและภาพนิ่งเลยดีไหม

    “เฮ้ย...นายห้ามทำกับแพรไหมอย่างนั้น!”มาวินตกใจ พออินทรถามว่าทำไม “ก็...จะอัดค้งอัดคลิปไปทำไม เกิดเขาเอาเรื่องขึ้นมานายจะลำบาก นายอาจถูกแบล็กเมล์ พ่อนายเป็นถึงท่านสินชัยนะ ถ้ามีข่าวคลิปหลุดของลูกชายไม่ดีแน่ ฉันว่าปล่อยแพรไหมไปเถอะ”

    “ก็เพราะพ่อฉันคือท่านสินชัยนี่แหละ ฉันถึงมั่นใจว่าแพรไหมไม่มีทางจะทำอะไรฉันได้” มาวินติงว่า แต่มันก็เสี่ยง ถูกอินทรดักคอว่า “ดูนายห่วงแพรไหมมากเลยนะ มีอะไรหรือเปล่า” อินทรเหล่เพื่อนอย่างจับพิรุธ

    มาวินรีบกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร ไม่ได้เป็นห่วง อินทรมองหน้าถามว่าแน่ใจหรือ พอมาวินยืนยัน อินทรยังพูดต่อ “ถ้าไม่ห่วงจริงๆ ก็ไม่เห็นจะต้องกังวลว่าฉันจะสนิทกับแพรไหมยังไง ทำใจสบายๆ แล้วรอดูผลงานของฉันดีกว่า”

    อินทรพูดสนุกๆสบายๆ แต่มาวินแอบเครียด

    ooooooo

    มาวินถูกมยุราเล่นงานแต่เช้า พอลงมาก็ถูกแม่ชี้ให้ดูกองหนังสือพิมพ์ที่ซุบซิบเรื่องราวที่เกิดในงานเปิดโชว์รูมกันทุกฉบับ หาว่าเขาทำภาพลักษณ์ที่ตนสร้างมาอย่างยากลำบากป่นปี้ไปในคืนเดียว ถามอย่างฉุนเฉียวว่า

    “กว่าจะมีทุกอย่างได้ ฉันต้องสร้างต้องสะสมพระเดชพระคุณมากแค่ไหนแกรู้บ้างไหม”

    “ทำไมจะไม่รู้ ภาพลักษณ์ในสังคมของแม่มันแลกมาด้วยเวลาที่แม่ควรจะอยู่ทำหน้าที่แม่ มันสำคัญกับแม่มากผมรู้”

    มาวินตอบโต้แม่แล้วเดินหงุดหงิดออกไป เจออานนท์ผู้เป็นพ่อเพิ่งกลับมาเดินสวนกันอีก พอเจอหน้ามาวิน อานนท์เปิดฉากทันที

    “ฉันไม่เคยยุ่งเรื่องส่วนตัวของแก เพราะฉันถือว่าแกโตแล้วคิดและตัดสินใจเองได้ แต่ทำไมแกจะต้องมายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน!!” มาวินถามว่าโมโหขนาดนี้เพราะง้อเด็กไม่สำเร็จใช่ไหม? “มาวิน! พ่อขอเตือน อย่ายุ่งเรื่องส่วนตัวของพ่ออีก ไม่อย่างนั้นพ่อก็จะยุ่งเรื่องของแกเหมือนกัน เข้าใจไหม”

    มาวินไม่ตอบ มยุราเดินออกมาถามว่ามีอะไร อานนท์เปลี่ยนเสียงทันทีว่า

    “ผมบอกลูกว่าอย่าสร้างปัญหาให้คุณเสียชื่อเสียงอีก แต่ดูเหมือนลูกจะไม่เข้าใจ”

    มาวินฟังพ่อแล้วผละออกไปทันทีอย่างทนคุยด้วยต่อไปไม่ไหวแล้ว มยุราแว้ดตามไปว่ายังไปไหนไม่ได้แม่ยังพูดไม่จบ อานนท์ได้ทียุว่า

    “ถ้ามาวินยังคิดไม่ได้อย่างนี้ คงต้องดัดนิสัยบ้างแล้วล่ะ ก่อนที่ลูกจะทำลายชื่อเสียงภาพลักษณ์ของเราป่นปี้หมด”

    ฟังอานนท์ยุแล้ว มยุราคิดจะจัดการกับมาวินเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตน

    นงนุชที่ตามมามองมาวินด้วยความเป็นห่วงชะตากรรมของเขา

    ooooooo

    แม้แพรไหมจะเตือนสติรตีเรื่องอินทร แต่รตีกำลังหลงคารมและความรวยของอินทร ยืนยันจะคบกับอินทร แต่ก็ขาดเพื่อนรักและช่วยเหลือกันมาตลอดไม่ได้ สัญญากับแพรไหมว่าจะคบกับอินทรด้วยความระมัดระวัง

    ทันใดนั้นเอง ชนนก็ร้องโวยวายขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสาวทั้งสองเข้ามา รตีถามว่าโวยวายอะไร

    “ขอเงินแปดพัน” ชนนเอ่ยปากทันที แล้วบ่ายๆ ชนนก็เอาเงินไปให้กุลที่บ้าน ย้ำว่าจบแล้วจบเลยนะ

    กุลสาบานว่า ถ้าผิดคำพูดขอให้ตนตายในสามวันเจ็ดวัน แล้วกุลก็สะดุ้งเมื่อถูกรตียื่นมือมาแย่งเงินไป ตำหนิพ่อว่ากล้าไถเงินเพื่อนตนหรือ

    ที่แท้เป็นแผนของชนนที่ไปเอาเงินจากแพรไหมและรตีแล้วให้รตีมาเล่นงานพ่อที่ไถเงินเพื่อน ในที่สุดก็ได้เงินคืน ซ้ำยังขู่กุลก่อนกลับไปว่า “อย่าผิดคำสาบานนะครับ” กุลมองตามชนนไปด่าอย่างเจ็บใจว่าเจ้าเล่ห์นักนะไอ้นน!

    ฝ่ายจริยาที่ยอมเป็นเมียพ่อเพื่อจับลูก ยังพยายามที่จะจับอินทรให้ได้ เธอแอบดูมือถือเขารู้ว่าเขาติดต่อแพรไหมวันละหลายครั้ง ถามว่าจีบแพรไหมหรือ อินทรย้อนว่าตนจะคุยกับใครมันเรื่องของตนอย่ายุ่ง ดูถูกจริยาว่าอย่างเธอให้ฟรีแถมเงินตนยังไม่เอาเลย

    จริยาแค้นใจมาก มองตามอินทรที่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป พึมพำหมายมาด

    “ถ้าเธอไม่เป็นของฉัน เธอก็ไม่มีสิทธิ์เป็นของใคร!!”

    ooooooo

    มาวินมาดักแพรไหมที่ตลาด พยายามที่จะให้เธอเลิกยุ่งกับอินทร แต่มาวินยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ แพรไหมยืนยันจะคบกับอินทรต่อไป เขาขู่ว่า รู้ไหมว่าผู้หญิงที่คบกับอินทรไม่เกินเดือนไม่เคยมีใครรอดสักคน

    ขณะมาวินกำลังหว่านล้อมแพรไหม อินทรโผล่มาเจอถามมาวินว่ามาทำไม เขาอึกอักเลยโมเมไปว่า

    มารับรตี รตีกับชนนมาได้ยินพอดี รตีดี๊ด๊าที่มาวินมารับตน แพรไหมเลยประชดว่าฝากให้เขาดูแลเพื่อนตนด้วย ตนจะไปกับอินทร

    แล้วแพรไหมก็ไปกับอินทร และรตีก็ไปกับมาวิน ชนนยืนเหวอที่ถูกทิ้งไว้คนเดียว บ่นสมเพชตัวเองว่า

    “อ้าว...มีคนรับไปกันหมด แล้วฉันล่ะใครมารับฉัน?”

    อินทรส่งแพรไหมที่หน้าตึกคณะแล้ว เธอขอบใจที่มาส่ง แต่วันต่อไปไม่ต้องมารับแล้วตนจะมากับเพื่อนเอง

    ผิดกับรตี พอได้นั่งรถหรูของมาวินก็ชื่นชมว่าเครื่องเสียงเจ๋งมาก มาวินไม่สนใจเห็นแพรไหมกำลังเดินอยู่หน้าตึกคณะก็รีบลงจากรถจ้ำไปหาทันที รตีถามว่าจะรีบไปไหน เขาบอกว่าท้องเสียเพราะอาหารเป็นพิษ รตีรีบนัดว่าเดี๋ยวเจอกันที่ห้องเรียนนะ

    แต่พอรตีหันมาก็เห็นอาทรยืนจ้องยิ้มเหยียดที่มุมปาก รตีชักสีหน้าใส่ถามว่า

    “ตะคริวกินปากเหรอ?!” แล้วเดินเชิดผ่านไป อินทรมองตามอย่างหมั่นไส้แกมสมเพช

    ooooooo

    จักรีคุมเข้มนาราจะปลุกปั้นให้ขึ้นมาเป็นผู้ดูแลห้างเกรทต่อไปให้ได้ วันนี้นาราถูกทั้งจักรีและรุจิรานั่งรถตู้คุมมาส่งถึงหน้าตึกคณะ ปรามคนขับรถว่าอย่าให้รู้ว่าส่งลูกสาวตนด้านนอกเชียว

    “วันนี้เลิกบ่ายสองใช่ไหม งั้นลูกน่าจะทันเข้าประชุมฝ่ายการตลาดกับคุณพ่อ” รุจิราถาม นาราจะทักท้วงถกจักรีตัดบทว่า

    “ไม่มีแต่...แล้วพ่อจะให้คนรถมารับ”

    ชนนวิ่งทะเล่อทะล่ามาเห็นนารากำลังไหว้ลาจักรีกับรุจิรา ก็ตะโกนเรียก จักรีกับรุจิรากำลังจะหันไปขึ้นรถชะงักหันมอง ชนนรีบยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม

    “สวัสดีครับ คุณสองคนคงจะเป็นคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิง เจ้านายของพ่อแม่นาราใช่ไหมครับ” นาราตกใจกลัวความแตกรีบขัดขึ้น บอกพ่อกับแม่ว่าตนไปเรียนก่อนนะ แล้วคว้าแขนชนนลากไป ชนนดึงแขนออกปรี่เข้าไปหาจักรีกับรุจิรา “ผมขอบคุณคุณทั้งสองด้วยนะครับที่มีเมตตาไม่รังเกียจลูกคนขับรถกับแม่บ้าน”

    “ลูกคนขับรถ?? ใคร???” รุจิรางง

    “ก็...นาราไงครับ” ชนนพูดเต็มปากเต็มคำแล้วหันไปทางคนขับรถ “ฮ้า...สวัสดีครับคุณพ่อ จำผมได้ไหมครับ ชนนไงครับ ผมเคยเจอคุณพ่อแล้ว”

    จักรีงงถามว่านี่มันอะไรกัน ทำไมเพื่อนลูกถึงเรียกคนขับรถว่าพ่อ? นารารีบตัดบทว่า

    “เอ่อ...นาสายแล้ว ขอตัวไปเข้าเรียนก่อนนะคะ ชนนไปเดี๋ยวนี้!!” นาราคว้าแขนชนนบีบอย่างแรงแล้วลากไปเลย ชนนยังหันตะโกนไหว้ลาคนขับรถ

    “ลูกเราคบกับคนอย่างนั้นด้วยเหรอ???” จักรีพึมพำอย่างรับไม่ได้

    ลากชนนออกไปแล้วนาราบอกว่า ครั้งหน้าห้ามไปสวัสดีพ่อกับแม่ พอนึกได้ก็รีบแก้เป็นว่าเจ้านายของพ่อกับแม่อีก

    “ทำไมล่ะ ท่านไม่ชอบเหรอ ตะกี๊ท่านดูไม่ค่อยพอใจผมที่ผมไปเรียกคนขับรถว่าเป็นพ่อนา ก็คนขับรถเป็นพ่อนา ไม่เรียกว่าพ่อแล้วจะให้เรียกอะไร...เนอะ...พวกคนรวยก็งี้แหละ ‘เยอะ’ มากเรื่อง”

    นาราลืมตัวปรามชนนอย่ามาว่าพ่อแม่ตน พอนึกได้ก็แก้ตัวว่าท่านเป็นเจ้านาย แต่ตนก็รักและเคารพเหมือนพ่อแม่ พูดอะไรก็ให้เกียรติกันหน่อย แล้วเดินแยกไปเคืองๆ ชนนงงรีบตามไปขอโทษบอกว่าตนไม่รู้

    ooooooo

    มาวินเดินตามตื๊อแพรไหม เธอเลยเดินเข้าห้องน้ำหญิง นึกว่าจะสลัดเขาพ้น แต่ที่ไหนได้มาวินบ้าถึงขั้นตามเข้าไปในห้องน้ำหญิงด้วย!

    นักศึกษาหญิงใส่แว่นหนาเตอะแบบเด็กเรียนเพิ่งออกจากห้องน้ำ มองมาวินกลัวๆ บอกแพรไหมว่าผู้ชายคนนี้เข้ามาในห้องน้ำหญิงได้ยังไง สงสัยจะเป็นโรคจิตมาแอบถ่ายรูปแน่ๆ มาวินได้ยินเลยดึงแพรไหมเข้าไปกอดทำเป็นคู่รักตามมาง้อกัน ถูกแพรไหมตวาดสั่งให้ปล่อย มาวินก็ยิ่งกอดรัดแน่นเข้าไปอีก นักศึกษาเด็กเรียนคนนั้นถึงกับเบือนหน้าหนี

    ไม่กล้ามอง บอกว่า “ตามสบายเถอะนะ” แล้วเดินหนีออกไปเลย มาวินรีบตามไปล็อกประตูห้องน้ำ ขู่ว่าจะ “จัดการ” เธอเสียให้เข็ด ทำเอาแพรไหมหน้าซีดพยายามจะออกไป ถูกมาวินเข้าประชิด แพรไหมจึงต้องถอย

    “เรามาตกลงกันดีๆเถอะแพรไหม...เธอไม่อยากให้ฉันคบกับรตี ฉันก็ไม่อยากให้เธอคบกับอินทร งั้นเราต่างคนต่างถอนตัว มันก็ยุติธรรมดี” แพรไหมจะยอมถอนต่อเมื่อเขายอมคุกเข่าขอโทษตนกลางสนามฟุตบอลฐานดูถูกตนเอาไว้ มาวินสวนทันควันว่า “ไม่มีทาง!!”

    เมื่อแพรไหมไม่ยอม มาวินคว้าเธอเข้าไปกอดขู่ไม่ให้ร้อง ถ้าร้องตนจะบอกทุกคนที่เข้ามาว่าเธอแอบมากุ๊กกิ๊กกับตนแล้วคนที่เสียหายก็คือเธอ แพรไหมไม่กล้าร้องแต่ดิ้นสุดแรง ถูกมาวินขู่อีกว่าเดี๋ยวอาจมีอาจารย์หรือ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเข้ามาเห็น รู้ไหมว่าการกระทำอย่างนี้มีความผิดอาจถูกทัณฑ์บนหรือหนักกว่านั้น

    ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูและพยายามบิดลูกบิดจะเข้ามา ทั้งสองชะงักยิ่งเมื่อได้ยินเสียงอาจารย์วันเพ็ญ อาจารย์ใหญ่สุดเฮี้ยบร้องถามว่า “ใครอยู่ในห้องน้ำเปิด ประตูสิ” ทั้งสองก็ยิ่งซีด เสียงอาจารย์วันเพ็ญยังพูดไม่หยุดว่า

    “ฉันได้ยินเสียงผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันเข้าไปทำบัดสีบัดเถลิงกันใช่ไหม!...ไม่ให้เกียรติสถานศึกษาอันเก่าแก่ พวกเธอไม่สมควรเป็นนักศึกษาที่นี่” แล้วสั่งนักการให้เอากุญแจมาไข ตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

    ทั้งสองคิดหาทางแก้ตัวกัน พลันก็ได้ยินเสียง นักการชายบอกอาจารย์ว่า “กุญแจมาแล้วครับ”
    เข้าตาจนไม่รู้จะทำอย่างไร ทั้งสองคนเลยเข้าไปแอบในห้องน้ำ ถูกนักการเปิดประตูไล่มาทีละห้อง...ทีละห้อง...พอใกล้ถึงห้องที่แอบกันอยู่ แพรไหมสั่งมาวินให้ถอดถุงเท้า มาวินงงว่าถอดทำไม

    อึดใจเดียวนักการชายก็เปิดมาถึงห้องที่ทั้งสองซ่อนอยู่ แพรไหมทำหน้าเจื่อน มาวินยืนหันหลังให้อยู่พอหันมา ก็กลายเป็นตุ๊ด ดีดดิ้น

    ที่แท้แพรไหมเอาถุงเท้าของมาวินยัดใส่ให้เป็น หน้าอกและดึงชายเสื้อออกมาผูกโชว์สะดือ แพรไหมาฟ้องอาจารย์ว่า

    “ยัยวินนี่ล่ะค่ะกลัวไม่เจิด เลยมาขอให้หนูช่วย แต่งตัวให้ มันบอกว่าเดี๋ยวต้องเดินผ่านโค้งหมาหอน กลัวตัวผู้ไม่หอนแซว แล้วจะเสียเซลฟ์ค่ะเลยต้องขอเจิดหน่อย ใช่ไหม”

    “ใช่...ใช่ค้า...” มาวินทำดัดจริตจนอาจารย์มองระอา เลยรอดตัวไป แต่มาวินก็ถูกแพรไหมแก้เผ็ดถ่ายรูปไว้จะเอาไปป่าวประกาศให้ทั่วมหาวิทยาลัย มาวินโวยวายให้ลบทิ้ง แพรไหมไม่ยอมลบซ้ำวิ่งหนีไปอีก มาวินไล่ตามเอาเป็นเอาตาย

    ooooooo

    มาวินตามไปคว้าตัวแพรไหมไปกอดไว้แน่น แพรไหมหัวเราะสะใจที่ทำให้มาวินตกใจได้ มาวินเห็นเธอหัวเราะเป็นครั้งแรก เขามองอึ้งในความสดใสน่ารักของเธอ เขาบอกเธอว่า

    “ถ้ามันทำให้เธอมีความสุขก็เอาเลย”

    นารามาเห็นภาพนั้นเข้า ฉุกคิดว่ามาวินชอบแพรไหมหรือ? เมื่อมาวินเดินหนีแพรไหมไป นาราตามไปเจอกันที่โต๊ะกลุ่ม เธอถามมาวินว่าชอบแพรไหมหรือ มาวินปฏิเสธพัลวันว่าไม่ ถ้าไม่เชื่อก็ตามใจ

    “วิน...ถ้าชอบก็ไม่ต้องแสดงออกว่าไม่ชอบหรอกนะ การกระทำอย่างนี้เขาเรียกว่าซึน เหมือนพวกพระเอกหนังเกาหลีชอบเป็น อย่ามาซึนเลยน่า”

    “ไม่...ไม่ได้ซึน เพราะไม่ได้ชอบแพรไหม” มาวินปากแข็งแต่ไม่กล้าสบตา

    “ใครชอบแพรไหม” อินทรเดินเข้ามาถาม นาราชิงบอกว่า วินชอบ! มาวินสวนเสียงหลงว่า ไม่ได้ชอบ!!

    อินทรเหล่มองมาวินอย่างจับผิด และเพื่อเอาตัวรอด มาวินบอกว่าแพรไหมเป็นเด็กไซด์ไลน์ที่กิ๊กกับพ่อตน แล้วตนจะไปชอบเธอได้ยังไง ตนไม่มีทางชอบคนที่เห็นเงินเป็นพระเจ้า ยอมแลกศักดิ์ศรีและเกียรติยศตัวเองเพื่อเงินหรอก

    “แต่เราว่าแพรไหมไม่ใช่คนที่ซื้อได้ด้วยเงิน” นารามั่นใจ อินทรเห็นด้วย มาวินถามว่าเขามั่นใจหรือ พออินทรมั่นใจ มาวินท้า

    “งั้นเรามาเดิมพันกันไหม ถ้าฉันพิสูจน์ได้ว่าแพรไหมซื้อได้ด้วยเงิน นายต้องเลิกยุ่งกับแพรไหม ห้ามแตะต้อง และห้ามหลอกกินตับแพรไหม ตกลงไหม กล้าเดิมพันกับฉันไหมล่ะ” มาวินท้าเหยงๆ

    อินทรบอกว่ากล้า แต่ทำไมต้องเอาแพรไหมมาพนัน แพรไหมไม่มีค่าขนาดเอามาเป็นเดิมพัน นาราเห็นด้วย มาวินถูกเพื่อนรุมซักไซ้ไล่ต้อนก็อึกอัก แก้ตัวน้ำขุ่นๆว่า

    “ก็... เพราะแพรไหมสวย...และถ้าอินทรแตะต้องคนสวยๆอย่างแพรไหม มันก็คุ้มค่าที่จะพนันใช่ไหม”

    “ก็ได้...แล้วฉันจะได้อะไรถ้าแกแพ้ ขอรถสักคันได้ไหม” มาวินรับปากทันทีว่าได้ แต่ถ้าตนพิสูจน์ได้อินทรก็ต้องเลิกยุ่งกับแพรไหม ว่าแล้วยื่นมือไปจับเป็นสัญญาสุภาพบุรุษ อินทรจับมือทันทีพึมพำขำๆ “เป็นเดิมพันที่คุ้มกว่าเห็นๆ”

    เมื่ออินทรรับพนัน มาวินตาวาวอย่างมีความหวัง นาราที่จับตาดูมาวินตลอดเวลายิ่งเชื่อว่ามาวินชอบแพรไหม

    ooooooo

    ในห้องเรียน...มาวินเอาแต่จับตาจ้องแพรไหมจนไม่เป็นอันเรียน ส่วนนารากับชนนก็แชทไลน์กันมือเป็นระวิง

    “ไลน์คุยกับใครอยู่ได้ ไม่เคยเห็นนาเล่นมือถือในห้องเรียนมาก่อน” อินทรถามนารา เธอบอกว่าแม่น่ะสิ ไลน์มาอยู่เรื่อย

    แล้วมาวินก็จับได้ว่านาราแชทคุยกับใคร เมื่อเธอจะเข้าห้องน้ำแล้วฝากกระเป๋าให้ช่วยถือ มาวินแอบหยิบมือถือมาเปิดดู เห็นเธอแชทคุยกับ “พี่ตุ๊กๆ” เขาเปิดไล่ไปก็มีแต่คุยกับ “พี่ตุ๊กๆ” กันอย่างอ่อนหวาน มาวินตาวาวอย่างมีแผนบางอย่างทันที

    ฝ่ายรตีก็คลั่งไคล้มาวิน แต่พอเปิดดูอินสตาแกรมของเขาแล้วก็น้อยใจเมื่อเห็นหมาที่เขาลงในอินสตาแกรมมีคนกดไลค์มากกว่ารูปตน

    “นี่แกแพ้หมาเหรอรตี เฮ้ย...ยอมไม่ได้นะ คน อย่างเราจะยอมน้อยหน้าหมาไม่ได้ แกต้องสู้ โหย...เลิกบ้าซะที แกจะเอายอดไลค์ไปสร้างวิหารเหรอ”

    ทันใดนั้นมือถือของแพรไหมก็ดังขึ้นเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้น แพรไหมเลยรับสาย กลายเป็นเสียงมาวิน!

    “ไม่ต้องแปลกใจ ฉันเปิดเบอร์ใหม่นี้มาเพื่อติดต่อกับเธอโดยเฉพาะ ฉันแค่จะโทร.มาบอกว่าฉันกำลังจะส่งไลน์หารตีนะ” แล้วมาวินก็กดมือถืออีกเครื่อง

    มือถือรตีดังขึ้น พอเห็นเป็นไลน์จากมาวินก็ดี๊ด๊ารีบกดอ่าน “เย็นนี้ว่างไปดินเนอร์กับผมไหมครับ” พร้อมกันนั้นมาวินก็พูดโทรศัพท์เครื่องใหม่ประโยคเดียวกันกับแพรไหม

    แพรไหมถามว่าเขาต้องการอะไร มาวินไม่ตอบแต่นัดว่า “ฉันจะไปรอที่ดาดฟ้านะ” พูดแล้วกดวางสาย ยิ้มสนุกกับเกมใหม่ของตน

    ooooooo

    มาวินหาทางแยกกับอินทร แล้วขึ้นไปที่ดาดฟ้าตามที่นัดแพรไหมไว้

    แพรไหมขึ้นไปเพื่อจะบอกเขาว่าหากคิดจะใช้รตีมาปั่นหัวตนให้ยอมทำตามคำสั่งของเขาละก็คิดผิด เพราะตนจะไม่ยอม แต่ถูกมาวินแอบมาข้างหลังกอดหมับทันที แพรไหมโวยวายก็ถูกขู่ให้เงียบอยู่เฉย

    ที่แท้มาวินแอบซ่อนกล้องไว้ถ่ายคลิปตอนที่ตนกอดแพรไหมซึ่งดูเหมือนหนุ่มสาวแอบมาสวีตกัน ขู่เธอว่า

    “ถ้ารตีได้เห็นคลิปก็คงจะรู้ว่าเราสองคนมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกัน และที่เธอพยายามบอกรตีให้เลิกยุ่งกับฉันก็เพราะว่าเธอจะเก็บฉันเอาไว้เอง” แพรไหมฉุนขาดถามว่าเขาต้องการอะไรแน่! มาวินหยิบแบงก์พันออกมายื่นให้ “รับเงินของฉัน แล้วรตีจะไม่ได้เห็นคลิปนี้แล้วฉันจะเลิกยุ่งกับเธออีก”

    แพรไหมถามว่าทำไมเขาต้องพยายามให้ตนรับเงินจากเขาให้ได้ มาวินยัดเยียดเงินให้ แพรไหมไม่รับและเดินหนี มาวินตามไปอีก เดินไปตามทางเดินในมหาวิทยาลัยตื๊อถามว่า

    “ก็แค่รับเงินไปแค่นี้ มันจะยากเย็นอะไร หรือว่าเธออยากให้เพื่อนรักเธอเสียใจที่ถูกเธอหลอก” แพรไหมเชื่อว่ารตีเข้าใจและเชื่อมั่นตนไม่มีวันเชื่อเขา ตนไม่กลัว มาวินถามอย่างอ่อนใจว่าทำไมเธอต้องทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก แพรไหมย้อนประโยคเดียวกันว่าเขาก็อย่าทำเรื่องง่ายให้ยากด้วยการพยายามจะให้ตนรับเงินเขาให้ได้ ให้บอกมาตรงๆดีกว่า

    “ฉันก็แค่อยากเอาชนะเธอ มันคือความสะใจของฉัน”

    “เหรอ...ถ้านายคิดแค่นั้น งั้นการไม่ยอมให้นายสะใจก็เป็นความสะใจของฉันเหมือนกัน”

    ถูกแพรไหมใช้วิธีเกลือจิ้มเกลือ มาไม้ไหนไปไม้นั้นแบบนี้ มาวินฉุนขาดกระชากแขนเธอไปพูดใส่หน้าอย่างดุดัน

    “ถ้าเธอไม่รับเงิน ฉันจะถือว่าเธอตั้งใจประกาศสงครามกับฉัน แล้วจะไม่แค่รตีนะ ฉันจะเล่นงานทั้งรตีทั้งชนน และคนรอบตัวเธอทุกคนด้วย ใครเป็นมิตรของเธอก็คือศัตรูฉัน!! อย่าไฟต์ฉันดีกว่า เธอก็รู้ว่าฉันมันลูกเศรษฐีนิสัยเสีย ฉันทำได้ทุกอย่าง!!”
    แพรไหมจ้องมาวินอย่างทะลุถึงจิตวิญญาณเขา พูดอย่างสมเพชว่า

    “ฉันอยากรู้จริงๆว่า ถ้าคนอย่างนายไม่มีเงินสักอย่าง จะเหลืออะไร?” เธอส่ายหน้าอย่างสมเพชแล้วผละไป

    “แล้วเธอจะรู้” มาวินตะโกนไป กลบเกลื่อนที่ตนเสียท่าถูกแพรไหมมองเห็นธาตุแท้ของตนอย่างทะลุปรุโปร่ง

    ooooooo

    แพรไหมถูกมาวินปั่นจนป่วน ระแวงว่ามาวินจะส่งคลิปที่ดาดฟ้ามาให้รตีดู พอได้ยินเสียงไลน์ของรตีก็รีบบอก

    “ไม่ต้องดู! นายมาวินส่งคลิปมาใช่ไหม” พลางจะ แย่งมือถือ “ลบทิ้งไปเลย แล้วฉันจะบอกความจริงให้แก” รตีมองเพื่อนงงๆ ถามว่าอะไรกัน มาวินแค่ส่งข้อความมาเฉยๆ แพรไหมถามงงๆ ว่าไม่ใช่คลิปเหรอ แล้วถามหาชนนว่าอยู่ไหน รตีบอกว่า ไม่รู้ใครโทร.เข้ามาแล้วมาวินก็วิ่งออกไปเลย

    แพรไหมว้าวุ่นใจ ชวนรตีให้รีบไปช่วยตามหาชนนกัน

    “ฉันไม่ว่าง ต้องไปทำผมเดี๋ยวนี้ เพราะว่ามาวินส่งข้อความมา นัดให้ฉันไปดินเนอร์ค่ำนี้กับพ่อแม่ของเขา” เล่าอย่างภูมิใจว่า “แก...มาวินจะพาฉันไปแนะนำตัวกับพ่อแม่ นี่เขาต้องจริงจังกับฉันแน่”

    “ไม่ได้นะรตี! เขาหลอกแก ไม่มีทางพาแกไปหาพ่อแม่แน่” รตีบ่นอย่างไม่พอใจว่านึกว่าเราคุยกันเรื่องมาวินรู้เรื่องแล้วเสียอีก “ฉันรู้ ฉันก็แค่อยากให้แกรู้ความจริงว่ามาวินไม่จริงใจกับแก!”

    รตีถามว่ารู้อะไรบอกมาซิ แพรไหมตัดบทว่าบอกไปเธอก็ไม่เชื่อ

    “งั้นแกก็ไม่ต้องบอก แล้วอย่ามาพูดให้ฉันเสียความรู้สึกอย่างนี้อีก!” รตีคว้ากระเป๋าลุกไปเลย แพรไหมได้แต่มองตามเพื่อนไปอย่างหงุดหงิด แล้วก็ยิ่งหงุดหงิดว้าวุ่นเมื่อมาวินส่งรูปภาพที่เขาอยู่กับชนนมาเย้ย

    ooooooo

    มาวินเรียกชนนไปพบกันที่มุมสงบในมหา-วิทยาลัย ชนนเร่งว่ามีอะไรก็รีบว่ามา

    “ทำไมรีบจังเลยล่ะครับพี่ตุ๊กๆ” มาวินถามเยาะ ชนนตกใจถามว่านายรู้? มาวินพูดอย่างเป็นต่อว่า “ใช่... ฉันรู้ แต่ที่นายไม่รู้คือพ่อแม่ของเราหมายมั่นจะให้ฉันกับนารารักและแต่งงานกัน นายกำลังเป็นมือที่สามระหว่างเรา”

    ชนนมึนบอกว่าไม่เคยได้ยินนาราพูดเรื่องนี้

    มาวินบอกว่า นาราคือลูกสาวคนเล็กของห้างเกรทที่ตั้งมาหลายปีแล้ว ชนนถามว่านาราเป็นใครนะ?!ย้ำอย่าง ไม่อยากเชื่อว่า “นาราเป็นลูกเจ้าของห้างเกรท? ไม่จริง... ไม่จริง!”

    มาวินเองก็ตะลึงไปเช่นกัน ตนไม่ได้ตั้งใจจะบอกชนนเรื่องนี้เพราะไม่คิดว่าชนนไม่รู้

    ooooooo

    แพรไหมวิ่งไปที่สนามตามรูปที่มาวินส่งให้ดู เจอชนนเดินคอตกสวนมา เธอถามว่าชนนว่ามาวินพูดอะไร ทำอะไรเขาให้บอกมาเดี๋ยวนี้ ชนนบอกไม่มีอะไรแล้วขอตัวไป

    แพรไหมถูกมาวินปั่นหัวจนป่วนไปหมด นอกจากทำให้ชนนคอตกอกหัก ขณะกำลังเผชิญหน้ากับมาวิน อินทรก็วิ่งร้องเรียกแพรไหมมาแต่ไกล แพรไหมหันไปเอาอินทรเป็นตัวต่อรองกับมาวินทันที บอกมาวินว่า ถ้าเขาให้ความหวังรตีตนก็จะให้ความหวังอินทรเหมือนกัน

    “ตามสบาย อาชีพเธออยู่แล้วนี่ เธอประกาศสงครามกับฉันแล้ว มันจะไม่จบจนกว่าเธอจะรับเงินของฉัน” แพรไหมสวนทันควันว่า ไม่รับ! “งั้นก็เตรียมเก็บศพเพื่อนเธอได้”

    “หรืออาจจะเป็นศพเพื่อนนาย” แพรไหมพูดจบ อินทรก็มาถึงพอดี เธอชวนว่าไม่มีเรียนแล้วไปหาอะไรกินกันดีกว่าอินทรตอบรับทันทีทั้งยังขอเป็นคนเลี้ยงด้วย แล้วพากันเดินออกไป มาวินพูดเย้ยตามหลังไปว่า

    “คนที่จะเป็นศพน่ะ ตัวเธอนั่นแหละ”

    มาวินบอกรตีขณะไปนั่งกินอาหารกันว่าเดี๋ยวพ่อกับแม่จะมา จะได้รู้จักกันด้วย แต่ไม่นานพอรตีถามว่าทำไมพ่อกับแม่ยังไม่มา มาวินบอกว่าพ่อกับแม่ยังทำงานไม่เสร็จถือว่าเรามาเดตกันสองคนก็แล้วกัน

    ฝ่ายแพรไหมก็หว่านล้อมให้อินทรช่วยพูดให้มาวินอย่ามายุ่งกับรตีเพื่อนตน อินทรถามว่าถ้าตนเคลียร์ให้แล้วเธอจะเป็นแฟนตนไหมล่ะ

    “ถ้านายช่วย ฉันจะมองว่านายมีข้อดีมากกว่าเพื่อนนายแค่นั้น แต่จะยังไม่คบ” แล้วเร่งให้รีบไปคุยกับมาวิน อินทรโทร.คุยกับมาวิน มาวินให้เขาบอกแพรไหมไปเลยว่าตนกำลังจะเลิกเพราะรตีไม่มีมีสิ่งที่ตนต้องการเธอควรพิจารณาตัวเอง

    แพรไหมแยกไปหาชนนที่เครียดอยู่ที่รถตุ๊กๆ รีบเข้าไปบอกชนนว่ามาวินพูดอะไรอย่าไปฟัง เขาเป็นโรคจิตมีความสุขเวลาได้ทำให้คนอื่นเป็นทุกข์ ชนนปากแข็งว่าตนไม่ได้เครียด ไม่เครียดเลย ก็พอดีนาราโทร.มาหา แพรไหมเอะใจถามว่านาราโทร.มาหาเขาด้วยหรือ ชนนยิ่งเครียด ไม่กล้ารับสาย พอถูกแพรไหมซักไซ้ก็ตัดบทขอตัวกลับบ้านเลย

    แพรไหมละล้าละลัง โทร.ถามอินทรว่าจัดการเพื่อนของเขาหรือยัง อินทรบอกว่าโทร.ไปแล้ว มาวินบอกว่าวันนี้ตั้งใจมาบอกเลิกรตีพอดี

    ฟังอินทรไม่ทันจบดี รตีก็วิ่งเข้ามาจับแขนแพรไหมเขย่าราวกับหนีตายมา บอกแพรไหมว่าตนจะไม่ยอมให้มาวินเลิกคบกับตนด้วยเหตุผลงี่เง่าเด็ดขาด แพรไหมงงว่าเกิดอะไรขึ้น ปลอบจนรตีสงบลงจึงรู้ว่ามาวินบอกเลิกเพราะหน้าอกรตีเล็กเกินไป รตีบอกแพรไหมว่าตนจะไปเสริมหน้าอกให้ใหญ่เพื่อมัดใจมาวินให้ได้

    “รตี...ถ้าเขาไม่ชอบแกด้วยเหตุผลติงต๊องอย่างนี้ ก็แสดงว่าเขาไม่คู่ควรกับแก แกทั้งสวยทั้งเก่งจะไปแคร์อะไรกับผู้ชายงี่เง่าคนเดียว”

    หัวเด็ดตีนขาดรตีก็จะไปเสริมหน้าอกให้ได้ วิ่งไปเจอคลินิกเสริมความงามก็เข้าไปเลย แพรไหมตามไปติดๆ รตีเข้าไปบอกพนักงานต้อนรับว่าอยากมาปรึกษาเรื่องการเสริมหน้าอก พนักงานบอกว่าพอดีมีคนแคนเซิลไป ตอนนี้หมอว่างให้เข้าไปคุยได้เลย

    หมอเสริมความงามเป็นลุงแก่ๆ มองลอดแว่นแนะนำวิธีเสริมหน้าอกสารพัดแบบ โฆษณาว่าคนที่มาทำหน้าอกที่นี่กลับไปผัวรักผัวหลงทุกคน แพรไหมลากรตีออกไป ลุงหมอก็ยังอุตส่าห์ชวนแพรไหมให้ทำกับเพื่อนด้วยกันเลยหมอจะให้ราคาพิเศษ แพรไหมหันตอบเสียงเขียวตาขวางว่า

    “ไม่ต้องมาเชียร์ค่ะ หนูพอใจของหนูดีแล้ว!!”

    ooooooo

    ขณะแพรไหมกำลังวุ่นอยู่กับรตีนั่นเอง มาวินก็โทร.เข้ามือถือ ถามเธอว่าจะกลับดึกทำไมไม่บอกทางบ้าน?

    ที่แท้มาวินปั่นหัวเธอด้วยการไปหามานีที่ตลาดทำเป็นเพื่อนสนิทกันจะมาพบแพรไหม เมื่อยังไม่มาก็ช่วยมานีทำโน่นทำนี่ แต่เก้ๆกังๆ จนมานีเดาว่าเขาไม่เคยทำงานหนัก ทั้งผิวพรรณหน้าตาดูเป็นคนที่ได้รับการประคบประหงมมาอย่างดี

    พอดีแพรไหมวิ่งมาหาแม่ที่แผงขายผัก บอกแม่ว่าอย่าไปไว้ใจคนหลอกลวงคนนี้ คุณชายอย่างเขาไม่มีทางลดตัวลงมาช่วยคนจนๆอย่างเราเก็บแผงหรอก มานีปรามว่าทำไมมองเขาในแง่ร้ายอย่างนี้

    “ก็มันเรื่องจริงนี่แม่ ตั้งแต่นี้ต่อไปแม่อย่าไปยุ่งกับผู้ชายคนนี้อีก ส่วนนายมานี่เลย” แพรไหมลากมาวินไปเลย

    แพรไหมโกรธมากที่มาวินดึงแม่ลงมาเล่นด้วย ปรามว่าถ้าเขาทำให้แม่เสียใจแม้แต่นิดเดียวตนจะทำให้เขาลืมตนไม่ลงเลยทีเดียว มาวินท้ากวนๆ ตามประสาเลยถูกแพรไหมคว้าถังน้ำจากร้านขายปลาสาดใส่ทั้งเปียกทั้งเหม็นคาว แพรไหมสะใจแต่ถูกแม่ดุและพามาวินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านโดยเอาเสื้อผ้าเก่าของพ่อมาให้ใส่

    มาวินได้ทีที่มานีถือหาง ยิ่งแกล้งยั่วแพรไหมจนเธอคว้าไม้กวาดไล่ตี เขาหนีออกจากบ้านแล้วหันกระชากไม้กวาดจากมือแพรไหมทำให้เธอเสียหลักถลำเข้าไปในอ้อมอกเขา

    โชคร้ายจริงๆ! มยุราผ่านมาเห็นพอดี สั่งคนขับรถหยุดแล้วลงไปด่ามาวินว่าที่ไม่ยอมหมั้นกับนาราเพราะมามั่วอยู่กับผู้หญิงชั้นต่ำข้างถนนนี่เอง มยุราตบหน้ามาวินด่าว่าใฝ่ต่ำ! มาวินฉุนขาดถามแม่ว่า

    “สาวข้างถนนแล้วไม่ใช่คนเหรอครับ ถึงแพรไหมจะจนเขาก็มีความเป็นคนเหมือนกัน แม่เป็นประธานมูลนิธิการกุศลตั้งหลายที่ ช่วยเหลือคนยากไร้ก็มาก แต่แม่มีทัศนคติเหยียดคนอย่างนี้เหรอครับ” มยุราถามว่า

    จะให้ตนยอมรับผู้หญิงที่ยอมให้ผู้ชายกอดข้างถนนอย่างนี้หรือ?! “แพรไหมไม่ได้ยอม แต่ผมนี่แหละหื่นพยายามจะลวนลามแพรไหมเอง”

    มยุราตบหน้ามาวินอีกทีตวาดว่ามีความสุขนักใช่ไหม ถามว่าจะทำลายชื่อเสียงทำให้ตนอับอายผู้คนไปถึงไหน

    “แม่ก็ห่วงแต่หน้าตาตัวเอง แม่อายที่มีลูกอย่างผม แล้วคิดไหมว่าผมก็อายที่มีแม่อย่างแม่!!” เลยถูกมยุราตบหน้าอีกฉาด แพรไหมร้องห้าม มยุราหันไปกระชากแพรไหมตวาดว่าเป็นพริตตี้ที่คิดจะจับลูกชายตนใช่ไหม

    ต่อหน้ามยุราที่ด่าทั้งมาวินและแพรไหมอย่างดูถูกเหยียดหยาม มาวินปกป้องแพรไหมและแพรไหม

    ก็คอยห้ามมยุราไม่ให้ทำร้ายมาวิน มยุราถามมาวินว่าเขารักแพรไหมใช่ไหม มาวินย้อนถามอย่างท้าทาย “ถ้าผมรักแล้วจะทำไม!”

    “เอามาวินไปขึ้นรถ ฉันมีเรื่องต้องคุยส่วนตัวกับแพรไหม” มยุราสั่งบอดี้การ์ด บอดี้การ์ดมองหน้าเชิงขอความเห็น มยุราสั่งเข้ม “ทำตามวิธีที่พวกนายเห็นสมควร” ระหว่างที่มาวินถูกลากตัวไป เขายังเป็นห่วงหันตะโกนบอกมยุราว่า

    “อย่าทำแพรไหมนะแม่”

    ooooooo

    เมื่อแพรไหมกลับบ้าน มานีถามว่าแล้วมาวินล่ะ แพรไหมบอกว่ากลับไปแล้ว มานีถามว่าหายโกรธมาวินหรือยัง เธอบอกว่าไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะเมื่อกี๊เขาปกป้องตนจากแม่ของเขา ถ้าเกลียดตนแล้วเขาทำทำไม?

    มานีถามว่ามาวินรักลูกหรือเปล่า แพรไหมไม่แน่ใจ แต่มานีบอกแพรไหมว่าแม่มาวินไม่อยากให้ลูกคบกับลูกชายเขา ถ้าเป็นไปได้ก็อยู่ห่างๆมาวินไว้ก็ดีแม่ไม่อยากให้ลูกถูกคนรวยกลั่นแกล้ง

    ส่วนมาวินพอกลับถึงบ้านก็ถูกอานนท์ขู่ว่าถ้ายังทำตัวต่อต้านพ่อแม่อย่างนี้จะส่งไปเรียนอเมริกา ให้เลือกเอาว่าจะทำตัวให้ดีขึ้นเดี๋ยวนี้หรือจะให้ส่งไปอเมริกา มยุราให้ส่งไปเดี๋ยวนี้เลย สั่งบอดี้การ์ดให้เอาตัวขึ้นรถเลย มาวินร้องโวยวายลั่น

    “ไม่...ผมไม่ไป!!”

    อานนท์บอกว่าจะให้โอกาสอีกครั้งถ้ายังสร้างปัญหาก็จะส่งไปทันที สั่งควบคุมความประพฤติจะให้คนดูแล 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว อานนท์สั่งบอดี้การ์ด “เฝ้าไว้ให้ดีล่ะ” แล้วทั้งพ่อและแม่ก็ผละไป ทิ้งมาวินให้น้อยใจเจ็บแค้นอยู่ตรงนั้น

    เมื่อกลับเข้าห้องนอน มาวินเห็นเหรียญห้าบาทของแพรไหม คิดถึงที่มยุราพูดดูถูกแพรไหมและตนปกป้องแพรไหมไปว่า ถึงแพรไหมจะจนแต่ก็มีความเป็นคนเหมือนกัน

    แพรไหมเองก็คิดไม่ตกว่าถ้ามาวินเกลียดตนแล้ววันนี้มาปกป้องตนทำไม? มานีก็ถามว่ามาวินรักแพรไหมใช่ไหม บอกว่าแม่สังเกตสายตาเขา เชื่อว่าแม่มองไม่ผิด แพรไหมคิดๆแล้วปฏิเสธว่า “ไม่มีทาง...เป็นไปไม่ได้”

    คิดถึงเหตุการณ์วันนี้แล้วแพรไหมอดเป็นห่วงมาวินไม่ได้ โทร.ถึงเขาแต่พอมาวินรับสาย ความทิฐิที่มีต่อกันก็พูดจากระแนะกระแหนกันตามเคย จนมาวินบอกว่าเธออย่าคิดว่าตนรู้สึกกับเธออย่างที่พูดกับแม่ แพรไหมสวนไปอย่างมีทิฐิว่า

    “ฉันรู้ ฉันไม่คิดจริงจังอยู่แล้ว ใครเก็บเอาคำพูดพล่อยๆจากปากเด็กมีปัญหาพ่อแม่ไม่รักมาคิดก็บ้าแล้ว” ได้ยินเสียงมาวินวางสาย แพรไหมรู้สึกตัว บ่นตัวเอง “นี่ฉันพูดบ้าอะไรออกไปเนี่ย” แล้วขว้างมือถือลงเตียงอย่างเก็บกด เจ็บใจ

    ooooooo

    รุ่งขึ้น แพรไหมไปหาชนนที่ตลาด ชัดบอกว่าไม่รู้ไปไหนแต่เช้าแล้ว

    ชนนไปที่บ้านนาราเห็นชื่อบ้านเป็นนามสกุลของนารา แต่ก็ยังปลอบใจตัวเองว่าต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่เพราะนาราเป็นลูกแม่บ้านและคนขับรถ พอดีเห็นรถตู้ที่เคยไปส่งนาราที่มหาวิทยาลัยออกจากบ้าน ชนนเลยขับตุ๊กๆตามไป เห็นนาราสวัสดีจักรีกับรุจิรา ชนนช็อกถามตัวเองว่า “นี่เรื่องจริงเหรอเนี่ย?!”

    แพรไหมเป็นห่วงชนนตามไปเจอที่ลานจอดรถห้างเกรท ชนนบอกว่านาราเป็นลูกของเจ้าของห้างเกรทจริงๆ ทีแรกตนคิดว่าเป็นคนในฐานะเดียวกันเลยคบ แพรไหมบอกให้เลิกคบเสีย ชนนทำใจไม่ได้บอกว่านี่ถ้ามาวินไม่บอกตนก็ยังไม่รู้ พอแพรไหมรู้ว่าเป็นฝีมือของมาวินอีกแล้ว เธอยิ่งโกรธ คำราม “นายมาวิน”

    นารามาเจอชนน ชนนบอกว่าดีแล้วจะได้เคลียร์กันเลย นาราถามว่าเคลียร์เรื่องอะไร แพรไหมจะบอกก็ถูกชนนลากออกไปบอกว่าแม่โทร.มาตามไม่ใช่เหรอ ทิ้งนาราให้ยืนงงว่ามีเรื่องอะไรกัน

    พอลากพ้นไปแล้วแพรไหมถามว่าทำไมไม่พูดเสียนาราจะได้เลิกโกหก ชนนบอกว่าไว้ตนพร้อมเมื่อไรจะพูดเองแล้วชวนกลับกัน แต่แพรไหมเหลือบเห็นมาวินเลยแยกไปหมายเล่นงานที่ปั่นพวกตนจนป่วนไปหมด

    ฝ่ายมาวินก็ถูกบอดี้การ์ดคุมแจ มาวินฮึดฮัดนงนุช ขอร้องเขาอย่าดื้อเลย มาวินเลยบอกว่าตนมีอะไรจะให้เธอช่วยแล้วให้ขึ้นรถไป เขาไปที่ห้างเกรทท่ามกลางการคุมแจของบอดี้การ์ด มาวินแกล้งทำกระดาษปลิวสั่งบอดี้การ์ดให้เก็บ พอบอดี้การ์ดก้มเก็บมาวินก็ถีบจนคะมำแล้วหันเล่นงานคนอื่นๆ สบโอกาสก็วิ่งหนีถูกบอดี้การ์ดไล่กวดเอาเป็นเอาตาย

    เมื่อจวนตัวมาวินหันไปชกกับพวกบอดี้การ์ด แล้ววิ่งหนีไปเจอแพรไหมพอดี เธอช่วยพาเขาหนีไปซ่อนในซอก แคบๆ มาวินจะโวย แพรไหมชู้ว์...ไม่ให้เขาส่งเสียง ทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกันมาก มองตากันแล้วต่างก็งุนงงว่าช่วยทำไม???

    ฝ่ายรตีอยากทำหน้าอก ทั้งนายกุลและนางน้อมพ่อแม่ก็เห็นด้วยเพราะอยากให้ลูกสวยจะได้หาเงินได้มากๆ แล้วทั้งสองก็ไปกู้เงินมาห้าหมื่นบาทเพื่อให้รตีไปทำหน้าอก รตีดีใจมากบอกว่าทำหน้าอกจนอึ๋มแล้วจะหาเงินมาคืนพ่อกับแม่และจะเลี้ยงดูพ่อกับแม่ให้สบายไม่ต้องมาขายส้มตำกับเป็นยามอีกต่อไป

    แพรไหมกับชัดรู้เรื่องก็พยายามท้วงติง แต่ทั้งตัวรตีและพ่อแม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ชัดบอกแพรไหมว่า

    “พวกเขาผลักดันเรื่องเสริมอึ๋มให้ลูกสาวเป็นวาระแห่งชาติแล้ว พูดไปก็เท่านั้น ไปเหอะ” ชัดพูดอย่างอ่อนใจ

    กระนั้นแพรไหมก็ยังพยายามเตือนสติเพื่อนว่ามาวินไม่ได้รักเธอจริงแต่เขาใช้เธอเป็นเครื่องมือแกล้งตน รตีไม่เชื่อซ้ำยังหาว่าแพรไหมอิจฉาตน ผลักแพรไหมพ้นทางบอกว่าถ้า

    ไม่สนับสนุนก็อย่ามาพูดอีกตนไม่อยากฟัง แล้วเดินจ้ำไปเลย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 20:31 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์