ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คนละโลก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'ซี' สู้ชีวิตเชือดเฉือน 'ปู' 'คนละโลก' สะท้อนสังคม

คลเมขลาตื่นขึ้นในตอนเช้า พบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของทิเบต รีบสะกิดให้รู้สึกตัว เขาเห็นสีหน้าเธอดีขึ้น เอามืออังหน้าผากเหลือแค่ตัวรุมๆก็ดีใจมาก เธอมองไปรอบๆก่อนจะถามว่าเราอยู่กันตรงนี้ทั้งคืนหรือ

“ครับ คุณไข้ขึ้น ฝนก็ตกหนักมาก ผมไม่อยากพาคุณฝ่าสายฝนออกไปก็เลยตัดสินใจหลบฝนในเพิงหลังนี้แล้วก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว”

“เรารีบกลับกันเถอะค่ะ” คลเมขลาพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ลุกไม่ไหว ทิเบตก็เลยต้องอุ้ม

จากนั้นไม่นาน ทิเบตขับรถมาถึงบ้านศักการะ ช่วยประคองคลเมขลาจะพาเข้าบ้าน ปุราณที่รออยู่ด้วยความกระวนกระวายใจเห็นภาพบาดตาแล้วทนไม่ไหว สั่งให้เขาปล่อยมือจากเมียของตน ทิเบตยังไม่ทันจะขยับ ปุราณกระชากเขาออกจากคลเมขลาแล้วประเคนหมัดเข้าเต็มหน้า ยังไม่หนำใจตามไปซ้ำ คลเมขลาเข้าไปห้ามก็ถูกผลักกระเด็น ปุราณเงื้อหมัดจะต่อยอีกครั้ง ทิเบตกลับยิ้มให้ เขารู้ทันทีว่าตกหลุมพรางถึงกับชะงัก

คุณหญิงศรีเมืองได้ยินเสียงเอะอะชวนศรีวิศาลออกมาดู เห็นปุราณกำลังจะต่อยทิเบต ร้องห้ามเสียงหลง ครู่ต่อมา คุณหญิงศรีเมืองพาทิเบตมายังห้องรับแขก พร้อมกับขอโทษแทนปุราณด้วยที่ทำรุนแรงกับเขา

“อย่าโกรธคุณปุราณเลยครับ เขาทำลงไปเพราะเข้าใจผมกับคุณคลเมขลาผิด”

“แล้วปุราณเข้าใจคุณกับยัยมอธผิดเรื่องอะไร” ศรีวิศาลมองทิเบตอย่างรอคำตอบ...

ขณะที่ทิเบตเล่าให้คุณหญิงศรีเมืองกับศรีวิศาลฟังว่าปุราณหาว่าเขากับคลเมขลามีอะไรกัน ปุราณกับคลเมขลามีปากเสียงกันเรื่องนี้เช่นกัน เธอโกรธที่เขาไม่เชื่อใจทั้งที่เธอเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟังแล้ว...

เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากปากของทิเบต คุณหญิงศรีเมืองตำหนิปุราณที่คิดอกุศล ท่านเชื่อมั่นว่าทิเบตไม่ใช่เป็นคนแบบนั้น ผิดกับศรีวิศาลซึ่งมองเขาอย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก...

ขณะทิเบตเดินออกจากตึกใหญ่จะไปขึ้นรถ ปุราณปรี่เข้ามาขอคุยธุระด้วย แล้วเดินนำเขาไปยังมุมปลอดคน กานนเห็นท่าทางมีลับลมคมในของทั้งคู่ มองตามสงสัย ปุราณสั่งไม่ให้ทิเบตเข้าใกล้คลเมขลาอีก เขาปฏิเสธทันทีว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะเราสองคนทำงานด้วยกัน ปุราณกระซิบกับเขาว่าถ้าภายในหนึ่งอาทิตย์ ตนหาเงินมาใช้คืนให้ครบถ้วน เขาจะไปจากที่นี่หรือเปล่า

“ถ้าคุณทำได้ ผมก็จะไป”

กานนพยายามเงี่ยหูฟัง แต่ไม่ได้ยินอะไรเพราะทั้งคู่คุยกันเสียงเบามาก ปุราณย้ำให้ทิเบตจำคำพูดของตัวเองไว้ให้ดีก่อนจะผละจากไป ทิเบตมองตาม มั่นใจว่าเขาไม่มีทางทำตามที่พูดได้

ooooooo

คลเมขลากลุ้มใจกับเรื่องวุ่นๆที่เกิดขึ้น โทร.นัดชัชชัยไปออกกำลังกายด้วยกันหวังจะผ่อนคลาย แต่เธอกลับเอาแต่นั่งใจลอยจนอีกฝ่ายต้องถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอเล่าให้ฟังว่าปุราณคิดว่าเธอกับทิเบตมีอะไรกัน

“นั่นแสดงว่าคุณปุราณรักแกมาก ถึงหึงมากยังไงล่ะ แกควรจะดีใจ”

“ดีใจไม่ออก เพราะปุราณไม่ยอมฟังอะไรเลย ช่างเถอะ อย่าพูดเรื่องนี้เลย...เออ แกจำน้องสาวคุณทิเบต ที่ชื่อว่าบุษย์ได้ใช่ไหม วันก่อนฉันไปบ้านคุณทิเบตมา ฉันเจอเด็กคนหนึ่งเรียกบุษย์ว่าแม่ แต่คุณทิเบตบอกฉันว่าเด็กนั่นไม่ใช่ลูกของบุษย์กับพี่นน ฉันไม่เชื่อ ฉันอยากให้แกช่วยสืบให้ฉันที”

“แกจะอยากรู้ไปทำไม รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์”

เธอมั่นใจว่ามีประโยชน์ หากเด็กคนนั้นเป็นลูกของพี่นนจริง เธอจะได้ดูแลเพื่อเป็นการชดเชยในสิ่งที่เขาทำไม่ดีเอาไว้ ชัชชัยไม่คิดว่าทางนั้นจะยอมให้เธอดูแล คลเมขลาชะงักทำไมเขาถึงพูดเหมือนรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ชัชชัยโกหกว่าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย คลเมขลามองอย่างรู้ทัน

“แกรู้ไหมว่าแกมีจุดอ่อนตรงไหน ตรงที่แกโกหกไม่เก่งเอาซะเลย...บอกฉันมาว่าแกรู้อะไรบ้าง”

เขาจำต้องเล่าเรื่องทุกอย่างที่รู้ให้เพื่อนซี้ฟัง จากนั้นก็พาเธอไปรับน้องเสือที่โรงเรียนด้วยกัน เด็กน้อยไหว้ทักทายลุงชัชอย่างคุ้นเคย เขาบอกแกว่าวันนี้เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่พานางฟ้ามาด้วย น้องเสือจำเธอได้

“พี่คนสวยนี่เอง ที่แท้ก็คือนางฟ้า”

“เออ ใช่ค่ะ พี่เป็นนางฟ้าของน้องเสือ” คลเมขลาจำต้องเออออไปด้วย

ทั้งคลเมขลาและน้องเสือต่างถูกใจซึ่งกันและกัน ถึงขนาดเด็กน้อยจะชวนแม่ให้มารู้จัก ชัชชัยต้องออกอุบายว่าถ้าน้องเสือพาคนอื่นมาด้วย พี่นางฟ้าจะหายตัวไปเพราะพี่นางฟ้าเป็นผู้พิทักษ์ประจำตัวเขา

“เรื่องของพี่นางฟ้าต้องเป็นความลับ ถ้ามีคนอื่นรู้ น้องเสือจะไม่ได้เจอพี่นางฟ้าอีก”

“น้องเสือสัญญากับพี่นางฟ้านะคะว่าจะไม่บอกใคร” คลเมขลาว่าแล้วยื่นนิ้วก้อยออกมา เด็กน้อยเกี่ยวก้อยกับเธอเหมือนเป็นคำมั่นสัญญา...

ทางฝ่ายปุราณร้อนใจมาก ต้องการหาเงินห้าสิบล้านบาทให้ทันภายในหนึ่งอาทิตย์เพื่อจะกำจัดทิเบตไปพ้นหน้า จึงไปขอให้เคนอิจิช่วย เขาขอเวลาคิดหนึ่งคืนก่อน พรุ่งนี้จะให้คำตอบ หลังจากแยกกับปุราณ เคนอิจิมาพบกับทิเบต อยากรู้ว่าจะให้เขาทำอย่างไรกับปุราณ ทิเบตนิ่งคิดไปอึดใจ ก่อนจะสั่งให้เขาติดต่อธวัช ผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อที่เป็นลูกหนี้ของตนให้ด้วย

ooooooo

ทิเบตไปพบธวัชที่ทำงานของเขาแต่เช้า ต้องการให้เขาปล่อยเงินกู้จำนวนห้าสิบล้านบาทให้เสร็จสิ้นภายในสามวัน ธวัชเกรงจะไม่ทันเพราะต้องตรวจเอกสารหลายอย่าง ทิเบตแนะให้เขาตรวจข้ามๆไปบ้าง

“แต่ผมเกรงว่าถ้าผู้จัดการสาขารู้เข้า ผมจะ...”

“งั้นคุณก็เลือกเอาว่าจะช่วยหรือไม่ช่วย แต่ถ้าคุณช่วย ผมจะลดหนี้ให้คุณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ และไม่คิดดอกเบี้ยเพิ่ม” ข้อเสนอของทิเบตทำให้ธวัชหูผึ่งทันที...

ขณะที่ทิเบตได้ตัวธวัชมาเป็นแนวร่วม เคนอิจิเดินตามแผนการที่เจ้านายวางไว้ หลอกล่อให้ปุราณตกแต่งบัญชีของโรงแรมศักการะให้เห็นว่าโรงแรมทำกำไรมากกว่าขาดทุน มีรายรับตลอดทั้งปี แล้วให้เขากู้เงินจากธนาคารในนามโรงแรม ซึ่งเขาจะได้เงินง่ายกว่าที่จะใช้ชื่อเขากู้ ปุราณหวั่นใจว่าธนาคารจะไม่เชื่อ


“เรื่องนี้คุณไม่ต้องห่วง ผมจะจัดการให้เอง คุณเตรียมหลักฐานให้พร้อมก็แล้วกัน”...

ณ ร้านสปาหรู คุณหญิงศรีเมืองนอนให้พนักงานนวดเท้าอย่างสบายอารมณ์โดยมีคลเมขลานอนอยู่ใกล้ๆ ท่านหันมาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของหลานรัก ร้องทักว่ายังไม่คืนดีกับปุราณอีกหรือ เธอได้แต่นิ่งอึ้ง

“ครั้งนี้ตาปุราณทำเกินไปจริงๆ ย่าเองก็ไม่เห็นด้วยที่เขาไปทำร้ายคุณทิเบต คนมีการศึกษาเขาไม่ทำกันแบบนี้” คุณหญิงศรีเมืองบ่นอุบ โดยที่ไม่รู้ว่านิโลบล นอนให้พนักงานนวดเท้าอยู่อีกมุมหนึ่งได้ยินทุกคำพูดก็ไม่พอใจ ลุกพรวดไปยืนตรงหน้าสองย่าหลาน

“ถ้าสิ่งที่ลูกชายฉันทำคือไม่มีการศึกษา แล้วสิ่งที่หลานสาวคุณหญิงทำเรียกว่าอะไรคะ แรดหรือเปล่า”

คุณหญิงศรีเมืองเตือนนิโลบลจะพูดจะจาอะไรควรระวังปากบ้าง หลานของท่านไม่ได้ทำอะไรผิด เธอสวนทันที แล้วที่ทิเบตบอกรักเมียชาวบ้านแบบนั้นเรียกว่าผิดได้ไหม คลเมขลาได้แต่ยืนตะลึง

“ถึงกับแก้ตัวไม่ถูก หลานสาวคุณหญิงกำลังสวมเขาให้ตาปุราณ รู้ไว้ซะด้วย” นิโลบลเชิดใส่ก่อนจะเดินจากไป คุณหญิงศรีเมืองหันมาถามหลานสาวที่นิโลบลพูดเมื่อครู่นี้หมายความว่าอย่างไร เธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้คุณย่าฟัง ท่านถึงกับหัวเสียด่าว่าปุราณยกใหญ่ว่าไม่มีเหตุผล ในเมื่อทิเบตบอกว่าพูดเล่น ก็ยังหึงหน้ามืดไม่เข้าเรื่อง ไม่รู้ท่านคิดผิดหรือเปล่าที่ให้หลานแต่งงานกับเขา

“คุณย่าอย่าโมโหปุราณเลยนะคะ ช่วงนี้เขากำลังเครียดเรื่องงาน”

“เครียดเรื่องงานแล้วพาลมาลงที่เมียเนี่ยนะ ไม่ต้องช่วยแก้ตัวแทนสามีเราเลย เห็นทีย่าต้องเรียกมาคุยบ้างแล้ว” จังหวะนั้นมีเสียงพนักงานของสปาสองคนนินทานิโลบลดังขึ้นว่าแค่ค่านวดยังไม่มีปัญญาจ่ายต้องให้ลงบัญชีไว้ก่อน สงสัยเรื่องที่ใครต่อใครเม้าท์กันว่ายัยนั่นมีแต่เปลือกคงจะเป็นเรื่องจริง คุณหญิงศรีเมืองถึงกับหน้าเครียด ต้องการรู้ให้ได้ว่านิโลบลเป็นอย่างที่ถูกนินทาหรือเปล่า...

นอกจากจะตกแต่งบัญชีรายรับรายจ่ายของโรงแรมศักการะตามที่เคนอิจิแนะนำแล้ว ปุราณยังปลอมลายเซ็นของคลเมขลาในเอกสารกู้ยืมด้วย แล้วนำแฟ้มเอกสารนั้นมายื่นให้ธวัชด้วยตัวเองถึงที่ทำงาน

“เห็นคุณเคนอิจิเป็นคนพามา ผมจะรีบทำเรื่องให้เสร็จภายในสามวันนะครับ...ผมคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะตระกูลศักการะใครๆก็รู้ว่าเครดิตดีแค่ไหน”

ปุราณหันไปยิ้มให้เคนอิจิที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยความดีใจ ขณะที่ฝ่ายหลังแอบยิ้มพอใจที่แผนสำเร็จด้วยดี...

กว่าปุราณจะกลับถึงบ้านก็ดึกมากแล้ว คลเมขลารออยู่ด้วยความเป็นห่วง เขากลับหาว่าเธอรอจะจับผิด ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องทิเบตอีก ปุราณหงุดหงิดใส่คลเมขลาแล้วผลุนผลันออกจากบ้าน ตรงไปยังบ่อนพนันเจ้าประจำของตัวเอง ตั้งหน้าตั้งตาเล่นพนันไม่หลับไม่นอน เสียจนหมดหน้าตัก จึงลุกออกมายืดเส้นยืดสาย โดยไม่รู้ว่ามีคนสะกดรอยตาม กระทั่งมาถึงมุมมืดไม่ห่างจากบ่อน ชายคนนั้นทุบท้ายทอยเขาสลบเหมือดสักพักเคนอิจิตามมาดูผลงานของสมุนด้วยความพอใจ

ooooooo

คุณหญิงศรีเมืองสืบจนทราบว่าฐานะการเงินของนิโลบลย่ำแย่มานานแล้วหนี้สินรุงรังถึงขนาดจะถูกฟ้องล้มละลาย คลเมขลาถึงกับอึ้ง ไม่เคยรู้เรื่องนี้ มาก่อน ท่านยังได้ยินจากคนที่เชื่อถือได้ว่านิโลบลพูดลับหลังท่านว่าหากท่านตายไป ลูกชายของเธอจะกลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะสมบัติของท่านจะตกเป็นของคลเมขลา

“นิโลบลมีแผนตั้งแต่ต้น ย่านี่มันโง่จริงๆที่ไม่รู้ว่าตระกูลนี้มีแต่เปลือก ย่ารู้ว่าเรื่องนี้ทำใจยาก ย่าไม่ได้อยากให้หลานเกลียดปุราณเพราะได้ชื่อว่าเป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่มีอะไรก็ควรจะพูดกันตรงๆ”...

ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก คลเมขลาได้รับคลิปจากผู้ประสงค์ร้าย เป็นภาพปุราณหมดสติถูกมัดห้อยอยู่กับคานเหล็ก เธอไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร นึกถึงทิเบตขึ้นมาได้ ขอร้องให้เขาช่วย เขาสัญญาจะพาปุราณกลับมาหาเธออย่างปลอดภัย แล้วตีหน้าเครียดขอตัวไปโทร.หาตัวช่วย คลเมขลาไม่ล่วงรู้เลยว่าเรื่องเลวร้ายที่เกิดกับครอบครัวของเธอล้วนเป็นฝีมือทิเบตทั้งสิ้น...

ด้านปุราณฟื้นคืนสติขึ้นมาพบว่าตัวเองถูกมัดห้อยโตงเตงอยู่ก็ตกใจมาก และต้องตกใจเป็นสองเท่าเมื่อรู้ว่าทิเบตเป็นคนให้เคนอิจิไปจับตัวเขามา ทิเบตเฉลยให้ปุราณรู้ว่าทุกอย่างเป็นแผนการของตน เริ่มตั้งแต่ทำให้พ่อของเขาเป็นหนี้ แล้วทำทีเข้ามาไกล่เกลี่ยในความผิดที่พ่อของเขาทำไว้จนเขาไว้ใจ รวมทั้งส่งเคนอิจิไปตีสนิทเขาด้วย สิ่งที่ทิเบตทำไปทั้งหมดก็เพราะต้องการได้ตัวคลเมขลาและทุกอย่างที่เป็นของตระกูลศักการะ

“แต่แกมันดันซวยที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคนตระกูลนี้ และแกก็ซวยที่ดันทำตัวเป็นสามีที่ไม่เอาไหน ทำให้ฉันต้องเข้ามากำจัดแกไปให้พ้นทาง”

“คิดว่าแค่นี้จะทำให้ฉันเปลี่ยนใจยกมอธให้แกหรือ”

“ก็ไม่รู้สินะ” ทิเบตยียวนเสร็จหันไปพยักพเยิดให้สมุนเข็นถังใส่น้ำร้อนขนาดใหญ่เข้ามาไว้ใต้ร่างที่ห้อยโตงเตงของปุราณ แล้วโบกมือให้สัญญาณ ทันใดนั้น เชือกที่มัดปุราณค่อยๆถูกปล่อยลง เขาทำท่าจะหล่นไปในถังน้ำร้อน ปุราณกลัวตาย ร้องลั่นว่ายอมแล้ว ทิเบตอยาก ได้คลเมขาเขาก็จะยกให้ ทิเบตโบกมืออีกครั้ง เชือกหยุดกึก ปลายเท้าของปุราณอยู่ห่างจากถังน้ำร้อนไม่ถึงหนึ่งฟุต

ครู่ต่อมา ทิเบตพาปุราณมาส่งให้ถึงมือคลเมขลาซึ่งโผกอดเขาด้วยความดีใจ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาโกหกว่าเขาเซ็นค้ำประกันให้เพื่อน แต่เพื่อนดันหนี พวกเจ้าหนี้โหดก็เลยมาจับตัวเขาแทน โชคดีที่ทิเบตเคลียร์ให้ เขาถึงรอดกลับมาได้...

ทิเบตอยากได้ตัวคลเมขลามาครอบครองให้เร็วที่สุด จึงวางแผนให้ปุราณชวนเธอไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศของเขา เธอหลงกลตอบตกลง ปุราณรีบขอตัวโทร.ไปบอกทิเบตก่อน แล้วออกไปที่สวนข้างบ้านเพื่อโทร.หาทิเบต และย้ำกับเขาว่าถ้าเขาทำให้คลเมขลาเจ็บตัว ตนจะทำให้เขาเจ็บมากกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า

“ไม่ต้องห่วง ผมจะทะนุถนอมคุณคลเมขลาให้เหมือนกับเป็นลูกแมวตัวน้อยๆ”

ปุราณวางสายแล้วหันหลังจะเข้าบ้าน ต้องตกใจเมื่อเจอกานนยืนจ้องอยู่ เขาถามเสียงกร้าวว่ามีลับลมคมในอะไรกับทิเบตถึงต้องออกมาโทรศัพท์นอกบ้านแบบนี้ วันก่อนเขาเห็นปุราณกับทิเบตแอบคุยกันทีหนึ่งแล้ว ปุราณไม่ยอมตอบคำถาม เดินกระแทกไหล่กานนออกไป เขาตั้งใจมั่นจะรู้ให้ได้ว่าทั้งคู่มีอะไรปิดบังอยู่

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันนัดไปเที่ยว ปุราณขับรถพาคลเมขลามาจอดเทียบรถของทิเบตซึ่งรอท่าอยู่ที่ลานจอดรถก่อนแล้ว เขาบอกให้เธอไปรอในรถกับทิเบตก่อน ส่วนเขาจะเอารถไปจอดที่ร่มๆ เพราะเราไปหลายวัน ทันทีที่เธอเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง ทิเบตส่งแก้วน้ำส้มคั้นให้ดื่ม เธอไม่เฉลียวใจดื่มจนหมดแก้ว พักเดียวก็หมดสติ

อีกมุมหนึ่งของลานจอดรถ ปุราณลอบมองรถของทิเบตที่แล่นออกไปด้วยสีหน้าเจ็บปวด

“มอธ...ผมขอโทษ ผม...ขอโทษ” ปุราณคร่ำครวญทั้งน้ำตา...

เมื่อนิโลบลรู้เรื่องที่ลูกชายขายเมียตัวเองใช้หนี้ก็โกรธมาก ตบเขาหน้าหันแล้วด่าซ้ำ เธอเครียดจัด ความดันโลหิตขึ้น ทำให้หน้ามืดจะเป็นลม ปุราณต้องรีบประคองแม่ไปนั่งพัก...

ทางด้านคลเมขลาตกใจมากเมื่อฟื้นคืนสติขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในกระท่อมกลางป่า ถามทิเบตว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วปุราณอยู่ไหน เขาเฉลยให้ฟังว่าเธอดื่มน้ำส้มผสมยานอนหลับเข้าไป พอเธอหมดสติเขาพานั่งเครื่องบินส่วนตัวมาที่หมู่บ้านชาวเขาแห่งนี้ซึ่งอยู่สูงที่สุดของประเทศไทย ส่วนปุราณไม่ได้มาที่นี่ด้วย เขาจงใจทิ้งให้เราสองคนอยู่ด้วยกัน เธอไม่เชื่อว่าเขาจะเป็นอย่างที่ทิเบตว่า

“คิดให้ดี ทำไมเขาต้องส่งคุณให้มาหาผมก่อน แล้วตัวเองก็ไปจอดรถ”

คลเมขลาไม่เข้าใจทำไมทิเบตต้องทำแบบนี้กับเธอ เขาอ้างว่าครอบครัวของเธอกับเขายังมีบัญชีที่ยังไม่ได้สะสางกันอยู่ เธอถึงบางอ้อทันที ที่แท้เขาก็ยังไม่ลืมเรื่องในอดีต ทิเบตตะคอกใส่หน้าว่าต่อให้ตาย เขาก็ไม่มีวันลืม เธอขอร้องให้ปล่อยเธอไป เธอไม่ได้ทำอะไรเขาสักหน่อย ทิเบตกระชากไหล่เธอเข้ามาจ้องหน้า

“ผมเป็นหมาป่าที่ออกจะพาลอยู่สักหน่อย เข้าทำนองคุณไม่ได้ทำแต่ถ้าญาติโยมของคุณทำก็เหมือนคุณทำไปด้วย เรื่องมันไม่ได้จบง่ายๆ มันคาราคาซังยืดเยื้อมาเนิ่นนาน น้องสาวผมเกือบต้องตายเพราะพวกคุณ”

“ฉันเสียใจจริงๆ ฉันรู้ว่ามันแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ฉันไม่ใช่พี่นน ฉันไม่ใช่...”

“แต่คุณเป็นพวกเดียวกัน พวกศักการะ คุณคิดว่าน้องสาวผมจะเจ็บไหมที่โดนวันนั้น” ทิเบตไม่พูดเปล่า ไล้มือไปตามเนื้อตัวคลเมขลาที่ร้องไห้ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แล้วค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของเธอทีละเม็ด ก่อนจะจูบปากเธออย่างไม่ปรานีปราศรัย เธอพยายามดิ้นหนีแต่ไม่สำเร็จถึงกับน้ำตาไหลพราก ทิเบตใจอ่อนยวบ ผลักเธอออกห่าง แล้วเดินออกจากห้องสั่งให้เคนอิจิล็อกประตูไว้อย่าให้คลเมขลาออกมาได้เด็ดขาด เธอทุบประตูพร้อมกับตะโกนให้ปล่อยเธอไป แต่ไม่มีเสียงตอบใดๆกลับมา เธอทรุดลงนั่งพิงประตูอย่างหมดแรง...

บ่ายคล้อยมากแล้ว ตอนที่เคนอิจิเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่

“คุณทิเบตสั่งให้คุณไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า” ว่าแล้วเคนอิจิเดินนำคลเมขลามาที่ห้องน้ำหลังกระท่อม แล้วปล่อยเธอไว้ที่นั่นเพียงลำพัง เธอรอจนเขาลับสายตา วิ่งหนีออกจากหมู่บ้านไม่คิดชีวิต

ด้วยความมืดกอปรกับไม่ชินเส้นทาง ทำให้คลเมขลา หนีไปไหนไม่ได้ไกล ถูกทิเบตไล่ตามจนทัน ลากตัวกลับ เธอขืนตัวไว้ไม่ยอมไป เขาจึงอุ้มเธอพาดบ่าพากลับ ไม่นานนัก ทิเบตโยนคลเมขลาลงบนพื้นกลางห้องพัก เห็นหัวเข่าของเธอบาดเจ็บมีเลือดไหล ไปหยิบร่วมยามาทำแผลให้แล้วไล่ให้ไปกินข้าว เธอดื้อดึงไม่ยอมกิน ทิเบตบังคับให้กินให้หมด พรุ่งนี้เธอมีงานที่ต้องใช้แรงรอให้ทำอยู่

ooooooo

งานที่ทิเบตว่าคือให้คลเมขลาขุดดิน แล้ว หยิบจอบส่งให้ เธอไม่เข้าใจจะให้ทำแบบนี้ทำไม

“ที่ผมพาคุณมาที่นี่ เพราะผมต้องการให้พวกที่บูชาเงินเป็นพระเจ้าอย่างครอบครัวของคุณ ได้รู้ว่ายังมีที่ที่อยู่ในโลกใบนี้ ที่ไม่ต้องใช้เงิน...เงินสำหรับที่นี่ไม่มีค่า สิ่งที่มีค่ามากที่สุดก็คือความเป็นคนเท่านั้น” ทิเบตเอาจอบยัดใส่มือเธอ “ทำงานเสร็จ คุณจะได้กินข้าวจะได้พัก ถึงคุณจะรวยแต่คุณจะใช้เงินซื้อคนที่นี่ให้ทำงาน แทนคุณไม่ได้ สำหรับที่แห่งนี้เงินคือกระดาษ ถ้าอยากกลับบ้านก็พิสูจน์ให้ผมเห็นว่าคุณมีค่าแล้วผมจะปล่อยคุณกลับ” พูดจบทิเบตหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้คลเมขลายืนเคว้งคว้างอยู่ตรงนั้น...

ขณะที่คลเมขลากำลังถูกทิเบตทรมานอยู่กลางป่ากลางเขา ปุราณเมาหลับอยู่บนโซฟาในบ้านตัวเอง นิโลบลเข้ามาปลุก ยังไม่ทันจะลืมตาเขาร้องหาเบียร์มาดื่ม นิโลบลโวยวายว่าดื่มมาทั้งคืนยังไม่พออีกหรือ

“มันเป็นเวรกรรมอะไรของฉัน อายุปูนนี้แทนที่จะได้สบาย กลับต้องมามีปัญหาหนี้สิน แกอยากทำอะไรก็เชิญ แม่จะไม่ยุ่งแล้ว” นิโลบลเดินจากไปอย่างไม่สบ อารมณ์...

คลเมขลามุ่งมั่นจะพิสูจน์ตัวเองให้ทิเบตเห็นว่ามีค่า ตั้งหน้าตั้งตาขุดดินจนมือเจ็บ เหงื่อโซมกาย เคนอิจิ นำน้ำดื่มมาให้ เธอก็ไม่ยอมแตะต้อง ตนชักจะเป็นห่วง รีบมารายงานทิเบตที่กำลังง่วนกับการทำอาหารว่าเธอไม่ยอมดื่มน้ำตนเกรงจะขาดน้ำจนช็อกได้ เขาทำอาหารต่อไปไม่สนใจ

เคนอิจิเห็นเขาตั้งใจทำอาหารไว้ให้คลเมขลากินแอบนินทา “ห่วงเธอเหมือนกันก็บอกมาเถอะ”...

ฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย ทิเบตเป็นห่วงคลเมขลาที่ทำงานท่ามกลางสายฝน เคนอิจิเข้ามายืนข้างเจ้านาย บ่นลอยๆว่าป่านนี้คลเมขลาคงตัวเปียก หมดแล้ว ทิเบตไม่พูดอะไร จ้ำพรวดๆฝ่าสายฝนไปยังจุดที่เธอทำงานอยู่ สั่งให้วางมือแล้วมาหลบฝนก่อน เธอไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาขุดดินต่อไป เขาเข้ามาคว้าแขน ตวาดใส่ไม่ได้ยินที่เขาพูดหรือ เธอได้ยินเต็มสองรูหู แต่ที่ไม่หยุดเพราะอยากทำให้เขาเห็นว่าเธอมีค่า

“อยากกลับบ้านมาก” ทิเบตแดกดัน

“ใช่ ฉันอยากกลับบ้าน ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แม้วินาทีเดียว” เธอกระชากแขนออกจากทิเบตแล้วขุดดินต่อ เขาเชิญเธอตามสบายแล้วหันหลังจะไป พลันมีเสียงดังตุ๊บ เขาหันไปเห็นคลเมขลาทรุดลงไปกองกับพื้นรีบอุ้มกลับที่พัก วางเธอที่ตัวสั่นด้วยพิษไข้บนที่นอน

เคนอิจิรีบยกกะละมังใส่น้ำกับผ้าขนหนูมาวางให้ เขากลับสั่งให้เคนอิจิไปตามคนมาเช็ดตัวให้เธอ แล้วขยับจะไป คลเมขลาร้องเรียกไว้

“คุณทิเบต คุณจะทำร้ายฉันไปถึงไหน ต้องให้ฉันตายถึงจะสาแก่ใจคุณใช่ไหม”

ทิเบตไม่คิดว่าความตายจะเหมาะกับคนอย่างเธอและครอบครัว เธอต้องได้รับการทรมานอย่างสาสมเสียก่อน จะได้รับรู้ซึ้งถึงความรู้สึกที่เขาเป็นอยู่ แล้วเดินออกจากที่พัก เคนอิจิได้แต่มองเธอด้วยความเห็นใจ...

แม้จะกินยาเข้าไปแล้ว แต่ไข้ของคลเมขลาก็ไม่ลด ทิเบตเป็นห่วงเธอมากเห็นหนาวสั่นเพราะพิษไข้ ตัดสินใจช้อนตัวเธอมากอดไว้แนบอก เพื่อช่วยบรรเทาความหนาวสั่นให้

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น คลเมขลารู้สึกตัวตื่นขึ้นในอ้อมกอดของทิเบตด้วยสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ เธอตกใจรีบผลักเขาออกห่าง ทำให้เขาตื่นไปด้วย แล้วโวยวายว่าเมื่อคืนเขาทำอะไรเธอ

“ทำคนป่วย มันจะไปสนุกอะไร สู้ทำตอนที่คุณหายแล้วไม่ดีกว่าเหรอ ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ อุตส่าห์เสียสละนอนกอดทั้งคืนเพื่อให้ไข้ลด ยังจะมาว่าอีก”

“คุณเนี่ยนะหวังดีกับฉัน”

ทิเบตไม่ได้หวังดีกับเธอ แค่อยากให้เธอหายป่วย จะได้ทำงานต่อไปได้ แล้วไล่ให้ไปล้างหน้าล้างตา กินข้าวแล้วจะได้ไปทำงานต่อ คลเมขลามองเขาที่เดินจากไปอย่างโล่งใจที่เขาไม่ได้ล่วงเกินอะไรเธอ...

คลเมขลาวางแผนจะเอาคืนทิเบตบ้าง พอรู้ว่าเขาเป็นคนทำอาหารมื้อนี้ด้วยตัวเอง เธอเทกับข้าวทิ้งลงพื้น ทิเบตโกรธมาก เอาช้อนตักอาหารจากพื้นแล้วบีบปาก

จะให้เธอกิน เธอกระทืบเท้าเขาเต็มแรงแล้ววิ่งหนีกลับที่พัก ล็อกประตูแน่นหนา ทิเบตกลับปีนเข้าทางหน้าต่าง เธอรีบวิ่งไปที่ประตูจะหนี แต่เขารวบตัวไว้เสียก่อนสั่งให้เปลี่ยนเสื้อผ้า ได้เวลาต้องทำงานแล้ว เธอไม่ยอมทำตาม

“ถ้าไม่เปลี่ยนเสื้อ ผมจะเปลี่ยนให้ เอาอย่างนั้นไหม”

คำขู่ของเขาได้ผล เธอทำตามแต่โดยดี...

งานที่ทิเบตให้คลเมขลาทำในวันนี้ คือออกไปหาของป่า เธอจะได้รู้ว่าอาหารที่เธอเททิ้งเมื่อเช้านั้นมันหายากแค่ไหน แล้วส่งตะกร้าหวายให้เธอสะพาย...

ในขณะที่ทิเบตพาคลเมขลาสำรวจป่า กานนถือวิสาสะย้ายตัวเองกลับไปอยู่ตึกใหญ่ คุณหญิงศรีเมืองไม่พอใจที่เขาไม่รู้จักบอกกล่าวกันก่อน เขายังไม่ทันจะโต้ตอบ นิลสีเถียงแทนลูกทำไมต้องบอก ในเมื่อห้องนี้เป็นห้องส่วนตัวของเขา แม่ผัวกับลูกสะใภ้เปิดศึกน้ำลายกัน คุณหญิงศรีเมืองเถียงสู้ไม่ได้ พานจะเป็นลม ป้าพิศกับเตยหอมต้องรีบประคองไปนั่งพัก นิลสียิ้มสะใจก่อนจะเดินควงลูกชายออกไป กานนอดถามไม่ได้ทำไมอยู่ๆแม่ถึงกล้าขัดใจคุณย่า เธออ้างว่าเมื่อก่อนเธอไม่มีทางเลือก แต่ตอนนี้ไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว...

ทางเลือกที่นิลสีว่าก็ไพโรจน์นั่นเอง วันนี้เขานัดเจอเธอที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง โดยไม่ลืมของกำนัลราคาแพงมาให้เธอเช่นเคย ทั้งคู่คลอเคลียหยอกล้อกันราวกับคู่รักวัยรุ่น ศรีวิศาลซึ่งบังเอิญนัดคุยกับลูกค้าที่ร้านนี้เช่นกัน รอจนกระทั่งคุยธุระกับลูกค้าเสร็จ ปรี่เข้าไปกระชากนิลสีออกห่างจากไพโรจน์ สั่งห้ามเขามายุ่งกับเมียของตน แล้วขยับจะไป ไพโรจน์ขวางไว้ ศรีวิศาลไม่พอใจต่อยเขาล้มคว่ำ ก่อนจะลากนิลสีออกจากร้าน

ศรีวิศาลสารภาพว่าที่ทำไปเมื่อครู่เพราะหึงนิลสี เขารักเธอมากขอโอกาสให้เขาได้แก้ตัวอีกครั้ง นิลสีต่อรอง หากเราสองคนจะคบหากันอีกต้องทำอย่างเปิดเผย เขารับปากจะไปคุยกับแม่เอง

“แค่นั้นไม่พอ คุณต้องแต่งงานกับฉัน ยกย่องฉันเป็นเมียให้สังคมรับรู้”

ooooooo

ขณะที่ทิเบตเดินเก็บของป่าง่วนอยู่ คลเมขลาเห็นเห็ดสีสันสดใสขึ้นอยู่เต็มไปหมด รีบเก็บใส่ตะกร้าหวายจนเต็ม แล้วเอาไปอวดเขาว่าเธอได้ของสดสำหรับทำอาหารแล้ว เขาโวยวายลั่นว่าเห็ดพวกนี้มีพิษถึงตายหากกินเข้าไป จากนั้นก็เทเห็ดพิษทั้งหมดทิ้ง คลเมขลารู้สึกแย่มากที่ตัวเองเกือบเป็นฆาตกรโดยไม่รู้ตัว

ทิเบตเห็นเธอหน้าเครียดๆก็นึกสนุก หลอกว่าตัวเองถูกงูพิษกัดแล้วทำท่าจะเป็นจะตาย คลเมขลาเป็น ห่วงเขามาก จะพากลับไปรักษาที่หมู่บ้าน พอรู้ความจริงว่าเขาไม่ได้โดนงูกัด เธอโมโหมากที่เขาเห็นความเป็นห่วงเป็นใยของเธอเป็นเรื่องสนุก เดินหนีไปนั่งร้องไห้อยู่ริมน้ำตก ทิเบตคาใจไม่หายตามมาถามว่าทำไมถึงไม่อยากให้เขาตาย ทั้งที่เขาเห็นเธอเป็นศัตรู เธอปาดน้ำตาทิ้ง ก่อนจะบอกว่าเธอไม่เคยเห็นเขาเป็นศัตรู

“คิดว่าทำแบบนี้จะทำให้ผมใจอ่อน ยอมปล่อยคุณ”

“ฉันไม่เคยคิด ฉันยินดีที่จะรับโทษที่ฉันไม่ได้เป็นคนก่อ ถ้ามันจะทำให้คุณหายแค้นครอบครัวของฉัน”

ชายหนุ่มอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะบอกให้พักกันตรงนี้ก่อนแล้วค่อยกลับ...

คลเมขลาเห็นทิเบตงีบหลับอยู่ใต้ต้นไม้ รีบย่องไปยังมุมลับตาคนลงเล่นน้ำตกอย่างมีความสุข เขาตื่นขึ้นมาไม่เห็นเธออยู่แถวนั้น คิดว่าหนีไปอีก รีบออกตามหา พลันได้ยินเสียงเหมือนคนเล่นน้ำ ตัดสินใจตามไปยังต้นเสียง ต้องชะงักเมื่อเห็นคลเมขลากำลังแหวกว่ายอยู่ในแอ่งน้ำตก เขาเห็นสีหน้ามีความสุขของเธอก็อดยิ้มไม่ได้ คลเมขลารู้สึกเหมือนมีคนมอง หันขวับมาเห็นทิเบตยืนจ้องอยู่ ตกใจร้องเอะอะลั่น

“จะแหกปากเสียงดังทำไม รีบขึ้นมา เราต้องกลับกันแล้ว” เขาโวยวายกลบเกลื่อนแล้วผละจากไป...

ในขณะเดียวกัน ไพโรจน์กลับไปที่ผับของตัวเองด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เนื่องจากถูกศรีวิศาลต่อยปาก ระหว่างนั้นสมุนของเขาหิ้วปีกศักดิ์เข้ามารายงานว่าเขาขโมยเงินลูกค้าในบ่อน ศักดิ์กลัวตายไหว้ปลกๆอย่าทำอะไรตนเองเลย ไพโรจน์สั่งให้วันชัยค้นตัวเขาดูว่ายังมีเงินมีทองหลงเหลืออยู่หรือเปล่า วันชัยค้นได้กระเป๋าเงิน เอาส่งให้เจ้านายเปิดดู ในนั้นไม่มีเงินสักบาทมีเพียงรูปถ่าย ของศักดิ์ รัญจวนและบุษย์ ไพโรจน์ถึงกับตะลึง ถามว่า นี่รูปใคร ศักดิ์อ้อนวอนอย่าทำอะไรเมียกับลูกของเขาเลย

“เมีย?...พวกเขาอยู่ที่ไหน ถ้าแกบอก ฉันจะปล่อยแกไป”

ooooooo

ทิเบตใช้งานคลเมขลาไม่หยุดหย่อน กลับจากหาของป่ายังไม่ทันพักให้หายเหนื่อยไล่เธอไปช่วยชาวบ้านทำอาหารกลางวันสำหรับเด็กๆในโรงเรียน นอกจากจะไม่เกี่ยงงอนแล้ว คลเมขลาอาสาจะทำอาหารให้เอง บอกให้พวกชาวบ้านไปพัก เธอลงมือทำครัวอย่างคล่องแคล่วราวกับมืออาชีพ ไม่นานนักมื้อกลางวัน ก็เสร็จ

ชาวบ้านช่วยกันยกข้าวปลาอาหารมาวางบนโต๊ะเตรียมตักแจกเด็กๆที่เข้าแถวรอท่าอยู่ ทิเบตดูแคลนว่ากินได้แน่หรือ คลเมขลาไม่ตอบ หันไปตักข้าวตักกับส่งให้เขาชิม ปรากฏว่าอร่อยมากแต่เขากลับบอกว่ารสชาติงั้นๆ ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ต่างพากันชมคลเมขลาไม่หยุดปาก แม่ครัวจำเป็นได้ที คุยอวดกับทิเบตว่าวันนี้เธอทำตัวให้มีค่าโดยที่ไม่ต้องใช้เงิน ดังนั้นเขาควรปล่อยเธอกลับบ้านได้แล้ว

“อย่าคิดว่าแค่นี้จะพิสูจน์อะไรได้ คุณยังต้องเจอบททดสอบอีกหลายด่าน” ว่าแล้วทิเบตส่งจานให้เธอเอาไปล้างให้ด้วย คลเมขลามองจานในมือตัวเองเซ็งสุดๆ...

หลังได้ที่อยู่จากศักดิ์ ไพโรจน์มาหารัญจวนที่บ้าน เธอตกใจมากที่เห็นเขา พอตั้งสติได้ขู่จะแจ้งตำรวจถ้าเขาไม่ไปจากที่นี่ ไพโรจน์ขอเจอลูกชายก่อน เธออ้างว่าเขาไม่อยู่และที่สำคัญเขาคงไม่อยากเจอพ่อตัวเอง

“แค่นี้ไม่ทำให้ฉันละความพยายามง่ายๆ แล้วฉันจะกลับมา” ไพโรจน์จากไปอย่างหัวเสีย...

ขณะที่รัญจวนเครียดจัดที่อยู่ๆไพโรจน์โผล่เข้ามาในชีวิต ทิเบตกลั่นแกล้งคลเมขลาไม่เลิก สั่งให้เธอเอาจานกินข้าวของเด็กๆทั้งโรงเรียนมาล้าง ที่นี่ไม่มีน้ำประปา ดังนั้นเธอต้องเอาถังไปตักน้ำที่ลำธารมาใส่ตุ่มน้ำหลังครัว ให้เต็มเสียก่อน ถึงจะล้างจานได้...

ทางด้านกานนหอบดอกไม้ช่อใหญ่ไปง้อลลิสาถึงสถานที่ถ่ายแบบ พร้อมกับขอโทษที่หายหน้าไปไม่ได้ติดต่อ เขามีปัญหากับที่บ้าน ทุกอย่างยุ่งเหยิงไปหมด แต่ตอนนี้เขาเคลียร์ได้หมดแล้วก็เลยรีบมาหาเธอ แล้วยื่นดอกไม้ให้ ลลิสานิ่งไปอึดใจ ก่อนจะรับช่อดอกไม้ กานนยิ้มพอใจ

“ต้องแบบนี้สิครับคนดีของผม คืนนี้ไปเที่ยวกันนะ”...

ตั้งแต่ขายเมียตัวเองแลกหนี้ ปุราณเอาแต่ดื่มเหล้าหัวราน้ำ วันนี้ก็เช่นกัน เขาออกไปดื่มเหล้าตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน โดยลืมมือถือทิ้งไว้ที่บ้าน นิโลบลได้ยินเสียงสายเรียกเข้ามือถือของลูกชาย ตัดสินใจรับสาย ทางธนาคารโทร.มาบอกว่าเงินกู้ห้าสิบล้านบาทอนุมัติแล้ว เธอนิ่วหน้าแปลกใจ

ooooooo

กว่าคลเมขลาจะตักน้ำเต็มตุ่ม ปวดทั้งแขนและขาไปหมด ครั้นล้างจานเสร็จ เธอต้องยกตะกร้าใส่จานไปเก็บในครัว ด้วยความที่ปวดขามากทำให้ก้าวพลาดหน้าคะมำ จานที่ล้างสะอาดกระจายเกลื่อนพื้น เธอทนต่อไปไม่ไหว ทรุดลงกองกับพื้นร้องไห้โฮ ทิเบตสงสารเข้ามาช่วยเก็บจานให้ เธอรีบเช็ดน้ำตา

“ฉันหกล้มน่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบล้างจานให้”

“ไม่ต้อง วางไว้ตรงนี้ ฉันจะให้เคนอิจิมาจัดการ”

คลเมขลายืนยันจะทำเอง ขืนให้คนอื่นทำแทนเขาจะดูถูกว่าแค่นี้ยังทำไม่ได้ และจะหาว่าเธอไร้ค่าอีก แล้วแย่งจานมาจากมือเขา แต่ทำมันร่วงลงพื้นอีก ทิเบตรู้ว่าเธอหมดเรี่ยวแรงตัดสินใจอุ้มเธอไปวางบนฟูกในกระท่อมที่พัก แล้วช่วยนวดขาให้ เธอจะดึงหลบ แต่เขาจับขาไว้แน่น สั่งให้อยู่เฉยๆ นวดขาเสร็จ เขาช่วยนวดแขนให้อีกด้วย คลเมขลาผ่อนคลายมากหลับไปหน้าตาเฉย เขาหยุดนวดมองเธอด้วยสายตาเปี่ยมรัก ก่อนจะก้มจูบปาก เธอลืมตาขึ้นมองด้วยความตกตะลึงโดยที่เขาไม่เห็น พอเขาผละออกห่างเธอรีบหลับตาเหมือนเดิม

“รู้ไหมว่ามันทรมานแค่ไหนที่ต้องเห็นคุณเจ็บปวด ทำไมคุณต้องเกิดมาเป็นศักการะด้วย” ทิเบตพูดจบ ลุกไปกางมุ้งให้เธอแล้วออกจากห้อง คลเมขลาลืมตาโพล่งสีหน้าเต็มไปด้วยความสับสน...

ณ ผับแห่งหนึ่ง ระหว่างที่กานนกำลังเต้นรำอยู่กับลลิสา เหลือบเห็นปุราณเดินเข้ามาสั่งเครื่องดื่ม เขาบอกลลิสาว่าเต้นรำคนเดียวไปก่อนเดี๋ยวเขามา แล้วตรงรี่ไปหาปุราณ ถามว่ากลับจากไปเที่ยวแล้วหรือ ปุราณได้แต่นิ่งเงียบ กานนชักสงสัย หรือว่าเขาไม่ได้พาคลเมขลาไป คาดคั้นให้บอกว่าเอาเธอไปไว้ไหน คิดจะทำอะไรกันแน่ ปุราณสั่งห้ามเขามายุ่ง นี่ไม่ใช่เรื่องอะไรของเขา กานนไม่ยุ่งไม่ได้ ในเมื่อคลเมขลาเป็นน้องสาวของเขา

“ผมรู้ว่าคุณไม่เคยเห็นมอธเป็นน้องสาว คุณคิดจะเคลมมอธ ทำไมผมจะไม่รู้”

กานนยอมรับหน้าชื่นว่ารักคลเมขลา และรอวันที่จะแย่งเธอมาเป็นของตน เตือนปุราณถ้าคิดจะทำอะไรเธอ ตนเอาเขาตายแน่นอน แล้วผลักอกปุราณ ก่อนจะหันหลังจากมา แต่ต้องชะงักเมื่อเจอลลิสายืนจ้องอยู่

หญิงสาวด่าเขาว่าโรคจิตหรือเปล่าที่คิดจะเคลมน้องสาวตัวเอง เขาแก้ตัวว่าคลเมขลาไม่ใช่น้องสาวของเขา เราไม่ได้เป็นญาติกันด้วยซ้ำ เขาเป็นลูกติดแม่ ไม่ใช่ศักการะ ลลิสาโกรธมากที่เขาหลอกลวงว่าเป็นพวกศักการะ เข้าไปทุบอกด่าลั่นว่าไอ้บ้า กานนขอให้เธอหยุดด่าเขาว่าบ้าสักที เขาไม่ชอบ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เธอด่าเขาว่าไอ้โรคจิต ไอ้บ้าซ้ำๆอยู่หลายครั้งจนเขาทนไม่ไหว ลากเธอเข้าห้องน้ำปิดประตูล็อกแล้วลงมือซ้อม...

ทันทีที่ลูกชายก้าวเข้ามาในบ้าน นิโลบลบอกเขาว่าเธอรู้เรื่องที่เขาไปกู้เงินธนาคารห้าสิบล้านบาทแล้ว เพราะทางนั้นโทร.มาบอกว่าเงินกู้อนุมัติเรียบร้อย แล้วคาดคั้นให้เขาบอกมาว่ากู้เงินมากมายขนาดนั้นไปทำไม

“โว้ย...ผมโดนเขาหลอก แม่พอใจหรือยัง” โวยเสร็จ ปุราณผลุนผลันออกไป

ooooooo

พอรู้ว่าทิเบตไปสอนหนังสือให้เด็กๆชาวเขาที่โรงเรียน คลเมขลาขอให้เคนอิจิพาไปที่นั่น เห็นทิเบตกำลังสอนเด็กๆให้ท่อง ก.ไก่ เคนอิจิเล่าให้เธอฟังว่าเมื่อก่อนหมู่บ้านนี้ไม่ได้เจริญแบบนี้ ครอบครัวไหนมีลูกสาวก็จะไปขายตัว ขณะที่ลูกชายจะไปค้ายาเด็กๆไม่ได้เรียนหนังสือ ทิเบตมาเจอที่นี่โดยบังเอิญ พอรู้ปัญหาก็อยากช่วย

“แกจะมาที่นี่ปีละสองครั้ง ทำแบบนี้มาประมาณสองปี จนตอนนี้ปัญหาเหล่านั้นไม่อีกแล้ว คุณทิเบตไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คุณคิดหรอกนะครับ”

“คงเป็นเพราะฉันสินะ ถึงทำให้เขากลายเป็นคนไม่ดี”...

คลเมขลาอยากจะสอนเด็กๆบ้าง ขอให้ทิเบตอนุญาต เขามีข้อแม้ หากเธอทำให้เด็กๆสนุกไปกับเธอได้ เขาจะให้เธอสอนหนังสือ คลเมขลาทำอย่างสุดความสามารถ ในที่สุดก็ทำให้เด็กๆหัวเราะได้สำเร็จ...

กานนคาดคั้นให้โทรุบอกมาว่าทิเบตเอาคลเมขลาไปไว้ไหน เขาตีหน้าซื่อไม่รู้ว่ากานนพูดเรื่องอะไร เจ้านายของเขากลับญี่ปุ่นคนเดียว กานนรู้ดีว่าถามไปก็ไม่ได้เรื่องจึงผละจากไป โทรุรีบโทร.รายงานทิเบตเรื่องนี้...

คุณหญิงศรีเมืองแทบคลั่งเมื่อศรีวิศาลบอกว่าจะแต่งงานกับนิลสี ด่าว่าเธอต่างๆนานาที่คิดจะเป็นนางพญาเทครัว รวบทั้งพี่ทั้งน้อง แม่ผัวกับลูกสะใภ้มีปากเสียงกัน คุณหญิงด่าสู้ไม่ได้ เงื้อมือจะตบ นิลสีคว้ามือไว้ทัน จะไม่ยอมให้ท่านทำร้ายเธออีก ศรีวิศาลเห็นท่าไม่ดี รีบดึงแขนนิลสีออกมานอกตัวบ้าน เธอโวยลั่น

“เนี่ยนะที่บอกว่ารักฉันอยากเริ่มต้นใหม่ ฉันไม่เห็นคุณทำอะไรสักอย่าง”

ศรีวิศาลขอเวลาอีกหน่อย นิลสีให้เวลาเขามากพอแล้ว ถ้าจะพูดกันตรงๆ ตอนนี้เธอมีเงินมากกว่าแม่ของเขาเสียอีก ให้เขาตรองดูให้ดีว่าจะอยู่กับเธอหรือจะอยู่กับใคร...

ค่ำวันเดียวกัน ทิเบตได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากซาซูเกะว่าของเสร็จแล้ว อยากให้เขาไปตรวจของด้วยตัวเอง เพราะเป็นของลอตใหญ่ จะให้มีอะไรผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด

ทิเบตรับคำสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ จากนั้นตรงไปยังโรงงานผลิตยาบ้า ตรวจดูสินค้าอย่างละเอียด ก่อนจะสั่งให้สมุนแพ็กของ แล้วเดินออกจากโรงงาน เขาไม่ล่วงรู้เลยว่า ชัยใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูเขาอยู่ ก่อนจะหันไปบอกลูกน้องที่นั่งอยู่ด้วยกันว่าพรุ่งนี้เราจะบุกไปที่หมู่บ้านตามแผนการที่วางไว้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก

"แต้ว" โกรธโดนขโมยหอมแก้ม "เจมส์จิ" เจ้าเล่ห์อยากฟื้นอดีตรัก
30 มี.ค. 2563
08:01 น