ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คนละโลก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'ซี' สู้ชีวิตเชือดเฉือน 'ปู' 'คนละโลก' สะท้อนสังคม

ทิเบตลงโทษกานนด้วยการย้ายห้องทำงานลงไปอยู่ชั้นใต้ดิน และถอดจากตำแหน่งผู้บริหารไปเป็นเด็กยกกระเป๋าเหมือนเมื่อก่อนที่เขาเคยเป็น กานนฉุนขาดพุ่งเข้าหาเขาอย่างเอาเรื่อง แต่เข้าไม่ถึงเพราะโทรุล็อกตัวไว้เสียก่อน กานนโวยวายว่าทิเบตจงใจกลั่นแกล้ง

“ผมทำทุกอย่างตามที่มันควรจะเป็น นี่ผมยังปรานีเพราะเห็นแก่คุณคลเมขลา คุณควรจะขอบคุณผมด้วยซ้ำ ตั้งใจทำงานให้ดี จะดีกว่านะครับ” ทิเบตตบหน้ากานนเบาๆก่อนจะเดินจากไป...

ในเวลาต่อมา ที่ห้องล็อกเกอร์ภายในโรงแรม

ศักการะ พวกพนักงานพากันสะใจเมื่อเห็นกานนสวมชุดพนักงานยกกระเป๋า เขาไม่พอใจที่ถูกเยาะเย้ย ปิดตู้ล็อกเกอร์กระแทกเสียงดังปัง แล้วหันไปจ้องหน้าพนักงานที่เม้าท์ตนเอง พวกนั้นพากันวงแตก รีบแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองแทบไม่ทัน...

สายวันเดียวกัน นิลปัทม์พาเพื่อนไฮโซมากินข้าวที่โรงแรมศักการะ ระหว่างเดินไปห้องอาหาร เพื่อนสะกิดถามเธอว่านั่นใช่พี่ชายของเธอหรือเปล่า แล้วชี้ไปยังกานนในชุดพนักงานโรงแรมกำลังเข็นรถขนกระเป๋าให้ลูกค้าสาวแก่ แต่ซุ่มซ่ามทำกระเป๋าหล่น ลูกค้าไม่พอใจด่าว่าต่างๆนานา นิลปัทม์ถึงกับหน้าเสียปฏิเสธทันทีว่าไม่ใช่พี่ชายของตน นั่นพนักงานยกกระเป๋า พี่ชายของตนมีราศีกว่านั้นมากแล้วทำเป็นนึกขึ้นได้

“เอ๊ย เพิ่งนึกออกว่าวันนี้ต้องไปธุระกับคุณแม่ แกกลับไปก่อน เอาไว้วันหลังค่อยนัดกันใหม่” พูดจบ นิลปัทม์ดันหลังเพื่อนออกจากโรงแรม แล้วหันไปทางกานนเห็นกำลังก้มเก็บกระเป๋าด้วยสีหน้าขุ่นเคือง ขณะที่ลูกค้ายังด่าว่าไม่หยุดจนเขาทนไม่ไหว ลุกพรวดขึ้นบีบคอเธอหายใจแทบไม่ออก นิลปัทม์ตกใจรีบวิ่งไปดึงมือเขาออก ขณะที่พนักงานคนอื่นๆรีบเข้าไปดูแลลูกค้าที่ทรุดลงไปกองกับพื้น...

ทิเบตรู้เรื่องนี้เข้าถึงกับเต้นผาง สั่งการให้โทรุไปลากตัวกานนมาขอโทษลูกค้า แต่เขาไม่ยอมทำตามทิเบตโกรธจัดเตะข้อพับจนเข่าทรุดแล้วกดหัวเขาให้ขอโทษ นิลปัทม์อยู่ในเหตุการณ์ด้วยถึงกับอึ้ง ลูกค้าก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน รีบบอกว่าไม่เป็นไรไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้

“ไม่เป็นไรไม่ได้ครับ พนักงานของผมทำผิดก็ต้องขอโทษ...ฉันบอกให้พูดว่าขอโทษ” ไม่พูดเปล่าทิเบตกดหัวกานนหนักมือขึ้น เขาไม่มีทางเลือกจำต้องขอโทษลูกค้า ทิเบตปล่อยเขาเป็นอิสระ แล้วหันไปโค้งให้ลูกค้า

“ผมก็ต้องขอโทษคุณด้วยเหมือนกัน เอาเป็นว่าผมจะชดใช้ให้คุณโดยการให้ที่พักฟรีนะครับ”...

หลังจากรู้เรื่องที่เกิดขึ้น คลเมขลาเข้าไปหาทิเบตที่ห้องทำงานอ้างว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เขามองอย่างรู้ทัน

“ผมต้องไปพบลูกค้าตอนบ่าย ถ้ายังไงไปคุยกันระหว่างกินข้าวดีไหมครับ”

ooooooo

ให้บังเอิญนิโลบลนัดกินข้าวกลางวันกับเพื่อนที่ร้านอาหารแห่งเดียวกันกับที่ทิเบตพาคลเมขลาไป เธอจ้องมองลูกสะใภ้ตาเขม็ง โดยที่ทั้งคู่ไม่เห็น ทิเบตรู้ดีว่าคลเมขลาจะคุยเรื่องกานน ชวนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ถ่วงเวลา แล้วหยิบสร้อยเพชรเส้นหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อสูทออกมา

“ผมเจอสร้อยคุณหล่นในห้องแต่งตัวในคืนที่มีงาน สร้อยคุณขาด ผมเอาไปซ่อมให้ แต่มันซ่อมไม่ได้ ผมก็เลยซื้ออันใหม่ที่ใกล้กับของเดิมมาให้” ทิเบตพูดจบเดินอ้อมมาด้านหลังคลเมขลาจะสวมสร้อยให้

นิโลบลจับตามองอยู่ตลอดไม่พอใจมาก หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป เธอมัวแต่ส่งภาพไปให้ปุราณ ไม่ทันเห็นว่าคลเมขลาปฏิเสธไม่ขอรับสร้อยเส้นนี้ และขอร้องให้เขาเลิกถ่วงเวลา เราสองคนต้องคุยเรื่องกานนให้รู้เรื่อง...

ด้านปุราณกำลังอยู่ในบ่อนพนันที่มาเก๊ากับเคนอิจิคนของทิเบต เห็นคลิปที่แม่ส่งมาให้ถึงกับหน้าเครียด ไม่นานนักนิโลบลโทร.ทางไกลมาเตือนให้ปุราณระวังจะถูกเมียสวมเขา เขาว่าแม่คิดมากไปหรือเปล่าคลเมขลากับทิเบตทำงานร่วมกัน ย่อมสนิทสนมกันได้เป็นเรื่องธรรมดา

“มองโลกในแง่ดีจังเลยนะลูกชายฉัน สนิทกันแค่ไหนก็คงไม่ซื้อของราคาแพงให้กันหรอกมั้ง ระวังเมียแกเอาไว้ให้ดี”...

ขณะที่ปุราณครุ่นคิดหนักกับคำพูดของแม่ คลเมขลาพยายามขอความเมตตาจากทิเบตให้โอกาสกานนอีกครั้ง ยิ่งไปซ้ำเติมแบบนั้น รังแต่จะทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่หนักขึ้น เขายืนยันคนทำผิดต้องถูกลงโทษ เธอเริ่มจะไม่พอใจ หรือที่กานนเคยบอกไว้ว่าเขากลับมาเพื่อต้องการแก้แค้นเป็นเรื่องจริง ทิเบตย้อนถามว่าตนเองมีอะไรที่ต้องแก้แค้นกานนหรือ คลเมขลาหลุดปากว่าแก้แค้นเรื่องน้องสาวของเขา


“ตกลงยอมรับแล้วว่าทำจริง...ผมจะไม่คุยเรื่องนี้อีก ถ้าคุณไม่พอใจก็เชิญกลับได้เลย” ทิเบตก้มหน้ากินอาหารต่อไปไม่สนใจ คลเมขลาลุกออกไปอย่างหัวเสีย

ooooooo

กานนกลับถึงบ้านหลังเล็กด้วยความคั่งแค้น ใช้คัตเตอร์กรีดรูปถ่ายของทิเบตในนิตยสารกระจายเกลื่อนบ้าน นิลสีมาเห็นเข้าถึงกับผงะ ถามว่าทำอะไร เขาเกลียดทิเบตอยากจะฆ่าให้ตายคามือ เธอร้องห้ามเสียงหลงขืนฆ่าคนตายจะต้องติดคุก เขาต่อรองถ้าอย่างนั้นให้เธอไปจ้างมือปืนมาจัดการ เธอปฏิเสธทันทีว่าทำไม่ได้

“ไอ้นั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ แล้วแม่จะให้นนทนต่อไปจนถึงเมื่อไหร่” กานนคร่ำครวญ นิลสีได้แต่ดึงลูกมากอด ไม่รู้จะช่วยเหลืออย่างไร...

คุณหญิงศรีเมืองทราบเรื่องที่กานนทำร้ายลูกค้า แต่โชคดีที่ทิเบตช่วยเจรจาจนลูกค้าไม่เอาเรื่องกับทางโรงแรม ก็ชมเขาให้คลเมขลาฟังไม่หยุดปากว่าแก้

ปัญหาเก่ง พูดจาดีมีวิสัยทัศน์ ให้เธอหัดเรียนรู้งานจากเขาเอาไว้ ท่านเชื่อว่าเธอต้องได้อะไรดีๆอีกมากมาย

“บางทีเขาอาจจะไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่คุณย่าคิดก็ได้นะคะ”

“ไม่หรอก ย่ามั่นใจในสายตาของตัวเอง ย่าไม่มีทางมองคนผิด”...

ณ ผับหรูกลางกรุง ระหว่างที่กานนจะเดินไปหาลลิสาซึ่งกำลังเต้นรำอยู่กลางฟลอร์ มีชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาเต้นรำกับเธอตัดหน้า เขาอารมณ์ค้างจากเรื่องทิเบต ปรี่เข้าไปชกต่อยชายหนุ่มจนล้มคว่ำ ลลิสาตกใจมากรีบลากเขากลับ พร้อมกับต่อว่าว่าเป็นโรคจิตหรือถึงได้ชอบหาเรื่องชาวบ้าน กานนบีบแขนเธอไว้ สั่งห้ามเรียกเขาแบบนี้อีกเด็ดขาด เธอถึงกับร้องโอ๊ยลั่น

“เพราะคุณเป็นแบบนี้ถึงไม่มีใครอยากยุ่งกับคุณ แล้วสักวันคุณจะไม่เหลือใครแม้แต่ฉัน”...

ในเมื่อไม่มีทางระบายออก กานนกลับไปที่โรงแรมศักการะ เจอแม่บ้านคนหนึ่งกำลังจะออกเวร เธอไม่ล่วงรู้เลยว่าตัวเองจะกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดของเขา...

ขณะที่คลเมขลาครุ่นคิดถึงการกระทำของทิเบตอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ชักไม่แน่ใจว่าเขาจะเป็นคนดีอย่างที่ตัวเองคาดคิดหรือเปล่า ปุราณเปิดประตูห้องนอนเข้ามา เธอหันไปตัดพ้อว่าหายไปไหนมา โทร.ติดต่อเขาไม่ได้ทั้งวัน เขาโกหกว่าไปหางานทำแต่ไม่มีที่ไหนรับ แถมมือถือดันแบตเตอรี่หมด เธอปลอบให้ใจเย็นๆ คนเก่งอย่างเขาต้องได้งานแน่ๆ ปุราณต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง เข้ามาจับมือคลเมขลาไว้

“ผมมาคิดๆดูแล้ว ทำไมผมต้องไปช่วยงานคนอื่น แทนที่จะช่วยงานเมียผม คุณว่าจริงไหม”

“ก็ดีค่ะ ช่วงนี้โรงแรมของเรากำลังขยายงาน ต้องรับสมัครหลายตำแหน่ง ถ้าได้คุณมาช่วยบริหารด้านการเงินคงจะดีขึ้นเยอะ แต่...ตอนนี้ถามมอธคนเดียวคงไม่ได้ ต้องบอกคุณทิเบตด้วย”

“ผมจะไปคุยกับเขาเอง”...

ฝ่ายระเบียบกลับถึงบ้านอย่างเหน็ดเหนื่อย เจอศักดิ์น้องชายตัวดีเมาหลับอยู่ก็ไม่พอใจที่วันๆเขาเอาแต่ดื่มเหล้า คว้าถังน้ำมาสาดแล้วไล่ตะเพิดออกจากบ้านให้ไปอยู่กับลูกกับเมีย ศักดิ์ตัดพ้อ เธอก็รู้ดีกว่าพวกนั้นทิ้งเขาไปแล้วจะให้ไปตามหาที่ไหน สัญญาว่าจะหางานทำ ระเบียบไม่เชื่อ ไม่เห็นเขาทำได้อย่างที่พูดสักที

“ครั้งนี้ฉันพูดจริงฉันจะตั้งใจทำงาน สาบานเลยเอ้า พี่มีงานให้ฉันทำบ้างไหม”

ooooooo

กว่ากานนจะถึงบ้านก็เช้าวันรุ่งขึ้น โกหกนิลสีที่รอเขากลับมาอย่างใจจดจ่อว่าไปเที่ยวมาทั้งคืนแล้วขอตัวไปอาบน้ำ ขณะเดินผ่านหน้า นิลสีเห็นรอยแดงๆที่เสื้อของเขา ร้องทักว่าไปเปื้อนอะไรมาสีเหมือนเลือด เขาปฏิเสธว่าไม่ใช่เลือด แล้วรีบจ้ำพรวดๆเข้าห้องปิดประตูล็อก นิลสีใจคอไม่ดี กลัวลูกจะก่อเรื่องมาอีก...

ทางด้านทิเบตเห็นชัชชัยเช้าถึงเย็นถึงบ้านของตนเองเป็นประจำ ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าชอบน้องสาวของตนหรือ เขาถึงกับสำลักโจ๊กที่กำลังกินกันอยู่ บุษย์ไม่อยากให้น้องเสือรู้เรื่องนี้ ขอให้รัญจวนช่วยพาแกออกไปก่อน ชัชชัยรอจนยายกับหลานไปพ้นสายตาแล้ว ยอมรับกับทิเบตว่ารักบุษย์มาก อยากเป็นคนดูแลเธอตลอดชีวิต ทิเบตหันไปถามน้องสาวจะว่าอย่างไรกับเรื่องนี้ เธอไม่ตอบ ลุกหนีไปดื้อๆ ชัชชัยถึงกับหน้าเสีย

“คุณบุษย์โกรธผมแน่ๆ”

“ผมไปคุยเอง” ทิเบตว่าแล้วเดินตามน้องจนทัน ดักคอว่าเธอเองก็รู้สึกอย่างเดียวกับชัชชัยไม่ใช่หรือ เธอยอมรับว่ารักเขา แต่คงเป็นไปไม่ได้เพราะเธอมีตำหนิ ทิเบตขอให้เธอลืมอดีตแล้วเริ่มต้นใหม่ ชัชชัยเป็นคนดี ตนเองก็ไว้ใจเขาว่าจะปกป้องเธอกับลูกได้ เธอยืนกรานว่าเรื่องของเธอกับเขาไม่มีทางเป็นไปได้ ขอร้องให้ทิเบตเลิกพูดเรื่องนี้ แล้วหันหลังจะไป แต่ต้องชะงักเมื่อเจอชัชชัยยืนอยู่ เธอมองเขาอึดใจก่อนเดินเลี่ยงเข้าบ้าน แม้จะท้อที่ได้ยินคำพูดของเธอ แต่ชัชชัยยืนยันกับทิเบตว่าจะไม่ถอย จะอดทนรอจนกว่าบุษย์จะใจอ่อน

“ผมเอาใจช่วย”

“เออ ผมมีเรื่องอยากบอกคุณ เรื่องเกี่ยวกับนายกานน”...

นับเป็นโชคร้ายของปุราณที่บังเอิญเอาเครื่องเพชรที่คุณหญิงศรีเมืองมอบให้เป็นของขวัญวันแต่งงานหลานสาวสุดเลิฟไปขายให้ร้านอัญมณีเจ้าประจำของท่านเอง แถมเจ้าของร้านนำเครื่องเพชรชุดนั้นมาเสนอขายให้ท่านอีกด้วย คุณหญิงศรีเมืองถึงกับพูดไม่ออก...

ไม่ได้มีแต่ปุราณเท่านั้นที่มาเขียนใบสมัครงานที่แผนกบุคคลของโรงแรมศักการะ คงชายกับระเบียบพาศักดิ์มาเขียนใบสมัครเช่นกัน เขาเห็นปุราณเดินสวนออกไป อดถามพี่สาวไม่ได้ว่านั่นใคร

“สามีคุณคลเมขลาเจ้าของโรงแรม”

คงชายไม่ค่อยจะชอบใจนัก เตือนศักดิ์ว่าถ้าอยากทำงานที่นี่นานๆอย่ายุ่งเรื่องของเจ้านาย...

ได้เวลาอาหารเที่ยง ปุราณชวนคลเมขลาไปหาอะไรกินกันข้างนอกเลี้ยงฉลองที่เขาได้งานใหม่ ระหว่างสองสามีภรรยาเดินไปยังรถที่จอดอยู่เจอทิเบตเดินสวนมาพอดี ปุราณเห็นคลเมขลาไม่ยอมสบตากับเขา คิดจะจับผิดทั้งคู่ จึงชวนเขาไปกินข้าวด้วยกัน ทิเบตแปลกใจ แต่ก็ยอมไปด้วย

ในระหว่างกินอาหารด้วยกัน ปุราณคอยตักข้าวตักกับเอาใจคลเมขลาสุดฤทธิ์เพราะต้องการพิสูจน์บางอย่าง ยิ่งเห็นทิเบตเอาแต่ก้มหน้ากินข้าวก็ยิ่งสงสัย ทำทีหยิบมือถือขึ้นมาดู แอบกดโหมดบันทึกเสียงก่อนจะวางไว้บนโต๊ะอาหารแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ทิเบตรอจนเขาลับสายตา จึงชวนคลเมขลาพูดคุย แต่เธอนั่งนิ่งไม่โต้ตอบอะไรด้วย ชายหนุ่มเริ่มทนไม่ไหว ถามว่ายังไม่หายเคืองเรื่องกานนอีกหรือ เธอยังคงนั่งเฉย

“ผมขอโทษที่เมื่อวานพูดจาไม่ดีกับคุณ เลิกทำเย็นชาใส่ผมสักที ผมจะทนไม่ไหวแล้ว”

“ทำไมคุณต้องทนไม่ไหว”

“เพราะว่าผมรักคุณ” ทิเบตอึ้งที่ตัวเองหลุดปาก พอเห็นอีกฝ่ายตะลึง เขารีบกลบเกลื่อนว่าพูดเล่น เขาจะรักเธอได้อย่างไรในเมื่อเธอมีปุราณอยู่ทั้งคน คลเมขลาขอร้องเขาอย่าพูดแบบนี้เธอไม่ชอบ เขารับปากต่อไปจะไม่ทำอีก ส่วนเรื่องกานน เขาจะพิจารณาดูอีกที เธอถึงกับยิ้มออก หายโกรธเขาเป็นปลิดทิ้ง...

ทั้งที่รับปากคลเมขลาเป็นมั่นเป็นเหมาะจะพิจารณาเรื่องกานนอีกครั้ง แต่พอเจอหน้ากัน ทิเบตกลับกลั่นแกล้งให้เขามาเช็ดรองเท้าให้ กานนจำต้องข่มความโกรธแค้น ยอมทำตามที่ทิเบตสั่ง...

ด้านคงชายพาศักดิ์ไปดูสถานที่ใดบ้างของโรงแรมที่เขาต้องรับผิดชอบจนกระทั่งมาถึงบริเวณโถงลิฟต์ เป็นจังหวะเดียวกับทิเบตเดินเข้าไปในตัวลิฟต์พอดี คลาดกับศักดิ์แค่เส้นยาแดงผ่าแปด

ooooooo

คุณหญิงศรีเมืองรอท่าอยู่ที่ห้องรับแขกจนกระทั่งคลเมขลากับปุราณกลับจากที่ทำงาน ท่านขอคุยกับหลานรักเป็นการส่วนตัวที่ห้องของท่าน แล้วเดินนำเธอออกไป ทิ้งให้ปุราณมองตามสงสัย ทันทีที่ถึงห้องนอน คุณหญิงหยิบกล่องใส่เครื่องเพชรยื่นให้หลานรักดู ถามว่าจำได้ไหม

“ค่ะ เป็นเครื่องเพชรที่คุณย่าให้ตอนมอธแต่งงาน ทำไมมาอยู่ที่คุณย่าล่ะคะ”

“เพราะมันไปอยู่ที่ร้านเพชร ปุราณขโมยเอาไปขาย สามีของเราชักไม่น่าไว้ใจซะแล้วนะ”...

ครู่ต่อมา คลเมขลากลับมาที่ห้องตัวเองพร้อมกับกล่องใส่เครื่องเพชร ต่อว่าปุราณที่เอาเครื่องเพชรชุดนี้ซึ่งคุณย่าของเธอรักมากไปขายทำให้ท่านไม่พอใจ เขาขอโทษเธอด้วยที่ทำอะไรไปโดยพลการ เขามีปัญหาจำเป็นต้องใช้เงินก็เลยขอยืมไปหมุนก่อน มีเงินเมื่อไหร่เขาวางแผนจะไปซื้อคืน

“บอกมอธมาตามตรง คุณมีปัญหาเรื่องเงินใช่ไหม”

เขาโกหกว่าตอนนี้ไม่มีแล้ว คลเมขลาหลงเชื่อไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก...

เลยเวลาเลิกงานมานานแล้ว แต่ทิเบตยังไม่ยอมกลับบ้าน หวั่นใจอย่างบอกไม่ถูกว่ากานนจะเจอตัวบุษย์ จึงสั่งการให้โทรุไปเฝ้าครอบครัวของตนตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป แล้วบอกให้เขากลับได้แล้ว โทรุคล้อยหลังไปได้สักพัก นิลปัทม์ถือไวน์กับแก้วเข้ามาสองใบ ชวนทิเบตขึ้นไปดื่มไวน์พร้อมกับชมดาวบนดาดฟ้าของโรงแรม

พอเมาได้ที่ นิลปัทม์ก็ลืมความอาย สารภาพว่ารักทิเบตมากจนอยากจะครอบครองเขาไว้คนเดียว แล้วถามเขาว่ารู้สึกเหมือนเธอหรือเปล่า ทิเบตพยายามตอบเลี่ยงๆแต่เธอต้องการคำตอบแค่รักหรือไม่รัก

“มันเร็วไปที่จะบอก เราควรจะศึกษากันก่อน ไม่ใช่เหรอครับ”

นิลปัทม์ดีใจมาก นั่นเท่ากับเขาให้โอกาสเธอคบหาด้วย ยื่นหน้าไปจูบปากเขาแล้วโผกอดไว้แน่นสีหน้าเปี่ยมสุข ทิเบตแอบยิ้มร้าย มีแผนจะเล่นงานนิลปัทม์ให้ทุกข์แสนสาหัสจนลืมไม่ลง

ooooooo

เช้าวันถัดมา ทั้งบุษย์ รัญจวน น้องเสือ ต้อยและยงพากันแปลกใจเมื่อทิเบตแจ้งว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปโทรุจะมาคอยดูแลทุกคนในบ้านหลังนี้ รัญจวนอดถามไม่ได้ว่าทำไมต้องให้เขามาอารักขาด้วย

“ช่วงนี้ผมค่อนข้างยุ่ง คงจะกลับดึกแทบทุกวัน ผมเป็นห่วงเพราะสมัยนี้โจรมันเยอะ ผมถึงให้โทรุมาดูแลความปลอดภัย”...

ทางฝ่ายปุราณฟังคลิปที่ตัวเองแอบอัดเสียงสนทนาระหว่างคลเมขลากับทิเบตที่ร้านอาหารเมื่อวานนี้แล้ว อดเคลือบแคลงไม่ได้ว่าทิเบตอาจมีใจให้ภรรยาของตนเอง แม้เขาจะแก้ตัวว่าคำสารภาพรักเหล่านั้นเป็นแค่การพูดเล่นก็ตาม...

ขณะที่ปุราณเริ่มระแวงในตัวทิเบต ศักดิ์ออกลายทั้งที่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่กี่วัน เอาไขควงงัดตู้ล็อกเกอร์ของกานนหวังจะขโมยของ โชคไม่เข้าข้าง เจ้าของตู้มาเห็นพอดีก็ไม่พอใจ กระชากคอเขาจะเอาเรื่อง ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย ระเบียบเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ศักดิ์สบช่องวิ่งหนี เธอไล่ตามน้องตัวแสบจนทัน ต่อว่าที่เขาชอบหาเรื่องใส่ตัว รู้หรือเปล่าว่าคนที่เขาเกือบมีเรื่องด้วยคือคุณกานนหลานชายเจ้าของโรงแรม

“หา...ไอ้หมอนั่นเนี่ยนะ ทำไมมันดูตกต่ำขนาดนี้”

“ได้ข่าวว่าไปมีเรื่องกับผู้ถือหุ้นคนใหม่” เธอเห็นศักดิ์อ้าปากจะถามบางอย่างชิงไล่ให้กลับไปทำงานได้แล้ว เขารับคำตรงไปยังสระว่ายน้ำที่ทำความสะอาดค้างไว้ เจอทิเบตกำลังพาลูกค้าฝรั่งเดินชมโรงแรม เขาเห็นลูกเลี้ยงดูภูมิฐานขึ้นมากเข้าไปทักทาย ทิเบตบอกลูกค้าเป็นภาษาอังกฤษว่าขอตัวสักครู่ แล้วเดินนำศักดิ์ไปยังมุมลับตาคน ออกปากว่าโลกกลมจริงๆไม่คิดว่าจะ ได้เจอกันอีก แต่ก็ดีไปอย่างจะได้สะสางทีเดียวไม่ต้องเสียเวลา ศักดิ์ไม่เข้าใจความนัยของเขา สั่งให้บอกมาว่าเอาลูกสาวกับเมียของตนไปไว้ไหน

ทิเบตไม่ยอมบอก ศักดิ์ฉุนขาด ถึงกับขึ้นไอ้ขึ้นอีด้วย เขาเตือนถ้าไม่อยากโดนไล่ออกควรจะพูดจากับเขาดีๆเพราะเขาเป็นผู้ถือหุ้นของโรงแรมแห่งนี้

แล้วไล่ศักดิ์ไปทำหน้าที่ของตัวเอง ก่อนจะเดินจากไป กานนแอบฟังโดยตลอด ปรี่เข้ามาถามศักดิ์ว่าเป็นพ่อของบุษย์หรือ เขากับเธอรู้จักสนิทสนมกันดี

“บุษย์หายตัวไปหลายปีแล้ว ผมติดต่อไม่ได้ ผมเป็นห่วงเธอมาก คุณรู้ไหมว่าบุษย์อยู่ที่ไหน”

“ผมก็อยากรู้เหมือนกับคุณ ไอ้ทิเบตมันพาเมียกับลูกผมหนีไป น่าเจ็บใจชะมัด”

กานนยังไม่ทันจะพูดอะไรอีก มีเสียงมือถือดังขึ้นเสียก่อน นักสืบที่เขาจ้างโทร.มาบอกว่าเจอบุษย์แล้ว

กานนต้องการได้ตัวเธอไว้เป็นเครื่องต่อรองกับทิเบตจึงจ้างวานศักดิ์ไปล่อเธอออกมาให้...

ไม่นานนักศักดิ์มาถึงหน้าบ้านทิเบต รอให้โทรุเดินไปทางหลังบ้าน จึงออกจากที่ซ่อน ชะเง้อคอยาวเข้าไปข้างในแต่ไม่เห็นบุษย์ แล้วโชคก็เข้าข้างเขา บุษย์ขับรถเข้ามาจอดที่ประตูรั้วพอดี บีบแตรให้คนในบ้านมาเปิดประตู เธอเห็นพ่อยืนลับๆล่อๆอยู่ข้างกำแพงรั้วก็ตกใจ หันมองน้องเสือที่หลับอยู่บนเบาะข้างคนขับ เธอไม่อยากให้พ่อมาวุ่นวายกับชีวิต สั่งยงที่มาเปิดประตูรั้ว ช่วยอุ้มน้องเสือเข้าบ้านไปก่อน ส่วนเธอขับรถออกไปกับพ่อเพื่อหาที่คุยกันเป็นการส่วนตัว กว่าบุษย์จะรู้ตัวว่าถูกพ่อตัวเองหักหลังก็เป็นตอนที่กานนตามมาสมทบ

“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คิดถึงกันไหมจ๊ะ”

บุษย์กลัวมากจะวิ่งหนีขึ้นรถตัวเอง แต่เขาไวกว่าเอายาสลบโปะจนเธอหมดสติ ศักดิ์โวยวายทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนี้ด้วย กานนมองตาขวาง ตวาดลั่นว่าไม่เกี่ยวกับเขา ได้เงินแล้วก็ไสหัวไปไกลๆ ศักดิ์ไม่กล้าหือ ปล่อยให้กานนอุ้มบุษย์ขึ้นรถขับจากไป

ooooooo

โทรุรู้เรื่องที่บุษย์ขับรถออกไปกับใครก็ไม่รู้จากยงก็ตกใจมาก รีบโทร.แจ้งทิเบตแต่เขารู้เรื่องนี้แล้ว เพราะกานนส่งคลิปภาพบุษย์นอนหมดสติอยู่บนเตียงมาให้เขาและนัดให้ออกไปเจอถ้าไม่อยากให้เธอตายรัญจวนเริ่มเป็นกังวลที่ป่านนี้แล้วบุษย์ยังไม่กลับ โทรุจำต้องโกหกเพื่อให้เธอสบายใจ

“คุณบุษย์โทร.มาบอกว่าจะกลับช้าหน่อย พอดีเธอเจอเพื่อนครับ”...

จากนั้นไม่นาน ทิเบตมาถึงที่หมายตามนัด กานนไม่ได้มาคนเดียวพาสมุนอีกสองคนมาด้วย ทิเบตถูกซ้อมสะบักสะบอมลักษณะเหมือนเมื่อสี่ปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน สมุนช่วยกันหิ้วปีกเขาขึ้นมา กานนระดมกำปั้นใส่อย่างไม่ปรานีจนเขาทรุดไปกองกับพื้นแล้วเหยียบมือของเขาซ้ำ ก่อนจะจิกหัวขึ้นมา

“ฉากนี้รู้สึกคุ้นๆไหมไอ้ทิเบต...ยังไงแกก็ไม่มีวันชนะฉัน” กานนจ้องทิเบตเขม็ง

“แกคิดผิดแล้ว” ทิเบตจ้องตอบอย่างไม่เกรงกลัว ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นด้านหลังให้ปล่อยตัวทิเบตเดี๋ยวนี้ กานนหันมองตามเสียงเห็นนายตำรวจหนุ่มถือปืนจ้องอยู่ถึงกับหน้าเสีย พวกสมุนไม่รอช้าพากันเผ่นแน่บ กานนตัดสินใจพุ่งชนชัชชัยที่กำลังเดินเข้าหาจนปืนหล่น แล้ววิ่งหนี เขาจะวิ่งตามแต่ทิเบตร้องเรียกไว้

“ปล่อยเขาไป สภาพแบบนี้ผมคงไปช่วยบุษย์ไม่ไหว คุณรีบไปช่วยเธอก่อน” ...

หลังช่วยบุษย์ออกจากคอนโดฯลับของกานนได้อย่างปลอดภัย ชัชชัยพามาเยี่ยมทิเบตที่โรงพยาบาลเธอเห็นสภาพของพี่ชายแล้วปล่อยโฮโผกอดเขาไว้แน่น ขอโทษที่ทำให้เขาต้องเจ็บตัวเพราะเธอเป็นต้นเหตุ

“ไม่ใช่ความผิดเราสักนิด แล้วอีกอย่าง ต่อให้พี่เจ็บมากกว่านี้แล้วช่วยชีวิตเราได้พี่ก็ยอม” ทิเบตลูบหัวน้องสาวที่ยังร้องไห้ไม่หยุด “เลิกร้องได้แล้ว ไอ้ที่พี่โดนยังไกลหัวใจอีกเยอะ”

ชัชชัยแนะให้ทิเบตไปแจ้งความ เขาปฏิเสธทันทีว่าแจ้งความไม่ได้ ขืนทำอย่างนั้นเรื่องของบุษย์จะต้องถูกขุดคุ้ยและกานนอาจจะรู้เรื่องน้องเสือ ไอ้เลวนั่นมีความผิดติดตัวอีกหลายคดี เล่นงานมันเรื่องนี้ไม่ได้ก็ยังมีทางอื่น เพียงแต่เขาต้องขอเวลารวบรวมหลักฐานก่อน ชัชชัยนึกอะไรขึ้นมาได้หันไปทางบุษย์

“ว่าแต่คุณบุษย์ไปกับนายกานนได้อย่างไร”...

ทางด้านศักดิ์รู้สึกผิดที่ทำแบบนั้นกับลูก ย้อนกลับมาที่บ้านทิเบตเพื่อบอกสถานที่ที่กานนเอาตัวบุษย์ไปกักขัง แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับไม่กล้ากดกริ่งหน้าบ้าน หันหลังจะกลับ ต้องชะงักที่เจอโทรุยืนขวาง ก่อนจะลากเขาขึ้นรถขับหายไปในความมืด ครู่ต่อมา โทรุนำตัวศักดิ์มายังถนนสายเปลี่ยวลงมือซ้อมพอหอมปากหอมคอ

“คุณทิเบตฝากฉันมาบอกแกว่าให้ต่างคนต่างอยู่ อย่ามายุ่งเกี่ยวกัน ถ้าอยากมีชีวิตที่สงบสุขก็ให้ทำตามที่บอก แต่ถ้าอยากตายทั้งเป็นจะขัดคำสั่งก็ไม่ว่ากัน”

“ไม่กล้าแล้วจ้ะ ฉันกลัวแล้ว กลัวแล้วจริงๆ” ศักดิ์ยกมือไหว้ปลกๆ

ooooooo

ปุราณโกหกคลเมขลาว่าแม่ของเขาป่วยเป็นไข้หวัด วันนี้ขอเข้าทำงานสาย เธอแนะให้เขาลางานอยู่เป็นเพื่อนทั้งวันเลยก็ได้ เขาพยักหน้ารับคำ แล้วเดินออกจากห้องสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก

ผ่านไปไม่นาน ปุราณมานั่งอยู่ตรงหน้านิโลบลพร้อมกับเปิดคลิปเสียงสนทนาระหว่างทิเบตกับคลเมขลาให้ฟัง เธอฟันธงว่าทิเบตชอบเมียของเขาชัวร์ ปุราณยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากทิเบตบอกเองว่าพูดเล่น

“พูดเล่นกับพูดจริง น้ำเสียงมันต่างกัน นี่ตกลงลูกฉันโง่หรือว่าฉลาดกันแน่”

“แม่ครับ ผมมาหาแม่เพราะต้องการคำปรึกษา ไม่ได้ต้องการให้แม่มาซ้ำเติม ผมเป็นหนี้ทิเบตห้าสิบล้าน บ้านหลังนี้ผมก็ขายให้เขาไปแล้ว มองไปทางไหนก็ไม่เจอทางออก ผมควรจะทำอย่างไร”

นิโลบลนึกถึงไพโรจน์ขึ้นมาได้ จะลองนัดเขาให้เผื่อจะช่วยอะไรลูกได้...

ฝ่ายคลเมขลารู้จากโทรุว่าทิเบตประสบอุบัติเหตุเข้าโรงพยาบาล ก็รีบแวะมาเยี่ยม เป็นเวลาอาหารเที่ยงพอดี เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลยกถาดอาหารเข้ามาวางให้ เขาบาดเจ็บที่มือเนื่องจากถูกกานนเหยียบต้องรบกวนเธอป้อนอาหารให้ ทิเบตกินข้าวที่เธอป้อนไปยิ้มไปด้วยจนเธอต้องถามว่ายิ้มอะไร เขายิ้มเพราะกำลังมีความสุข คลเมขลาวางช้อนทันที ถ้าเขามีความสุขแสดงว่าหายเจ็บแล้ว อย่างนั้นเขาก็กินข้าวเองได้แล้ว

“ที่ผมมีความสุขเพราะได้อยู่กับคุณต่างหาก” ไม่พูดเปล่า ทิเบตจับมือเธอไว้ด้วยสายตาที่เขามองมา ทำให้คลเมขลาอดคิดถึงคำสารภาพรักของเขาไม่ได้...

ขณะเดียวกัน บุษย์พยายามโทร.หาทิเบตเพื่อเตือนว่าแม่รู้แล้วว่าเขาได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้กำลังไปที่โรงพยาบาล แต่ไม่มีใครรับสาย เพราะเขามัวแต่หว่านเสน่ห์ใส่คลเมขลาซึ่งไม่ค่อยจะชอบใจนักกับคำพูดและสายตาที่เว้าวอนของเขา ถามเสียงเข้มว่าเขาต้องการจะบอกอะไรเธอกันแน่

“คุณคลเมขลาครับ คุณจะซีเรียสทำไม ผมก็แค่รู้สึกดีที่มีเพื่อนอย่างคุณมาคอยดูแล เพราะผมไม่ค่อยมีเพื่อนที่นี่ คุณก็รู้ หรือว่าคำพูดของผมเมื่อวันก่อนที่บอกว่าผมรักคุณ ทำให้คุณคิดมาก ผมบอกไปแล้วว่าพูดเล่น นี่คุณยังคิดถึงมันอีกเหรอครับ เอ...หรือคุณรู้สึกอะไรกับผม”

“คุณทิเบต! ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเล่นแบบนี้”

ทิเบตไม่ได้พูดเล่น ครั้งนี้ต้องการรู้จริงๆว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา คลเมขลาถึงกับไปไม่เป็น เขากระชากเธอเข้ามาหา ทำให้เธอเสียหลักล้มลงนั่งบนเตียง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ เป็นจังหวะเดียวกับรัญจวนมาถึงหน้าห้องพักฟื้นพอดี ชะงักที่เห็นทั้งคู่ใกล้ชิดกันผ่านทางช่องกระจกใสที่ประตู มองปราดเดียวก็รู้ว่าลูกชายคิดอะไรกับผู้หญิงคนนี้ ทิเบตรุกไล่หนัก ต้องการจะรู้ให้ได้ถ้าเธอไม่ได้แต่งงานกับปุราณจะเลือกเขาไหม

คลเมขลาไม่ยอมตอบคำถาม ลุกขึ้นจะเดินหนี เขาดึงมือไว้ จะให้ไปก็ต่อเมื่อเธอตอบคำถามมาก่อน รัญจวนเห็นท่าไม่ดี เปิดประตูผลัวะเข้ามา ทิเบตรีบปล่อยมือคลเมขลาทันที หญิงสาวไหว้ทักทายรัญจวน แล้วถือโอกาสขอตัวกลับก่อน ต้องรีบกลับไปทำงานต่อ

รัญจวนรอจนได้อยู่ตามลำพังกับลูก จึงคาดคั้นให้เขาเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง เธอถึงกับหน้าเครียดที่รู้ว่างานที่ลูกต้องมาจัดการคืองานที่โรงแรมศักการะ แม้เขาจะอ้างว่าเป็นเหตุบังเอิญที่ป้าของคลเมขลาขายหุ้นให้ซาซูเกะ แต่เธอเชื่อว่าต้องมีเบื้องหลัง ไม่เช่นนั้นทิเบตคงไม่ยอมทำงานร่วมกับคนที่ทำร้ายเขากับครอบครัว เขาขอร้องท่านอย่าถามอะไรอีกเลย ขอให้รู้แค่ว่าสิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพื่อแม่เพื่อน้องและเพื่อน้องเสือ...

ในเวลาเดียวกัน ไพโรจน์แปลกใจมากที่ปุราณมาขอกู้เงินห้าสิบล้านบาททั้งที่เพิ่งเอาเงินมาชำระหนี้ให้ตนเมื่อไม่กี่วันมานี่เอง เขาอ้างมีความจำเป็นต้องใช้เงิน ไพโรจน์จะคิดดอกเบี้ยเท่าไหร่ก็เชิญตามสบาย

“ผมขอเวลาไปเช็กเงินก่อน เงินเยอะและรีบขนาดนี้ ผมไม่แน่ใจว่าจะมี” พูดจบไพโรจน์หันไปกระซิบกับวันชัยให้จับตาดูปุราณไว้ให้ดี แล้วเดินหายเข้าไปในห้องด้านหลัง สักพักก็กลับมาบอกว่าไม่มีเงินเท่ากับจำนวนที่ปุราณต้องการ แต่รู้จักใครบางคนที่จะช่วยได้ และใครคนนั้นนัดให้ปุราณไปพบกันวันพรุ่งนี้ เขาไม่ล่วงรู้เลยว่าใครบางคนที่ไพโรจน์ว่าคือทิเบตนั่นเอง...

ทิเบตเดินตามแผนขั้นต่อไปทันที สั่งการให้โทรุไปพบกานนที่เรือนหลังเล็กของบ้านศักการะ แจ้งให้เขารู้ว่าพรุ่งนี้ตนจะคืนห้องทำงานและตำแหน่งให้ กานน กระหยิ่มใจมาก

“หรือว่ามันกลัวที่เราไปเล่นงานน้องสาวของมัน ฉันบอกแกแล้วไอ้ทิเบตว่าแกไม่มีทางชนะฉัน”...

รัญจวนถึงกับหน้าตาตื่นเมื่อรู้จากบุษย์ว่ากานนเป็นคนจับตัวเธอไป และยังทำร้ายทิเบตอีกด้วย ทำให้เธอยิ่งมั่นใจว่าลูกชายต้องกำลังทำเรื่องไม่ดีกับพวกศักการะ

ooooooo

ศักดิ์ลาออกจากงานทั้งที่เพิ่งทำได้ไม่กี่วัน หลังรับเงินค่าจ้างจากแผนกบัญชี เขากำเงินที่ได้มุ่งหน้าจะออกจากโรงแรมศักการะ เห็นกานนในชุดสูทดูดีเดินอยู่ ปรี่เข้าไปเอาเงินปาใส่หน้าแล้วกระชากคอเสื้อไว้

“เมื่อวานแกทำอะไรลูกสาวฉันหา”

กานนไม่พอใจผลักศักดิ์หงายท้องแล้วตะโกนเรียก รปภ.มาจัดการ คลเมขลาผ่านมาพอดีรีบหลบมุมแอบมอง รปภ.จะเข้าไปจับตัวศักดิ์ แต่เขาชักมีดขู่ไม่ให้เข้าใกล้ กานนโมโหมากสั่งให้ รปภ.โทร.แจ้งตำรวจ ศักดิ์ไม่กลัว ถ้าตำรวจมาจะแจ้งความจับเขาฐานลักพาตัวบุษย์ กานนท้าให้แจ้งความหากมีหลักฐาน ศักดิ์ยืนยันว่าทิเบตเป็นพยานให้ได้ กานนยิ้มเย้ย คนอย่างทิเบตไม่มีทางกล้าทำอะไรเขา มันโดนเขาซ้อมจนเดี้ยงไปแล้ว

“อีกอย่างมันคืนตำแหน่งให้ฉันแล้วด้วยเพราะมันกลัวฉันจะข่มขืนน้องสาวมันอีกรอบไงล่ะ”...กานนหัวเราะสะใจแล้วผละจากไป คลเมขลามองตามไม่สบายใจ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ปุราณตกใจมากเมื่อรู้ว่าคนที่ไพโรจน์นัดให้มาเจอคือทิเบตนั่นเอง เขาต่อว่าปุราณว่ามีอะไรก็น่าจะพูดกันตรงๆ ไม่ใช่ไปทำลับหลังกันแบบนี้ โชคดีที่พ่อของเขาสนิทสนมกับไพโรจน์ ปุราณโทษว่าเป็นเพราะทิเบตเล่นไม่ซื่อ คิดจะตีท้ายครัวเขาก่อน เขาถึงต้องทำแบบนี้ ทิเบตยื่นข้อเสนอ หากเขาอยากปลดหนี้ ให้เอาคลเมขลามาแลก ปุราณฉุนขาดตะคอกใส่หน้าว่าใช้อะไรคิด เธอเป็นเมียของเขาและเป็นคนที่เขารัก

ทิเบตไม่เชื่อว่าเขารักเธอ เพราะสิ่งที่เขาทำมันตรงกันข้าม แล้วเตือนให้เขายอมรับข้อเสนอ เพราะเงินห้าสิบล้านบาทที่เขายืมไปเป็นเงินของพ่อของตน และที่ปุราณยังมีลมหายใจอยู่ได้เพราะตนขอเอาไว้ แต่เขายังไม่ต้องรีบให้คำตอบตอนนี้ก็ได้ให้ลองเอากลับไปคิดดูก่อน ปุราณประชดว่าเขามีทางเลือกอื่นด้วยหรือ

“มีสิ ก็แค่หาเงินห้าสิบล้านมาคืนผมภายในหนึ่งเดือน แล้วผมจะไม่ยุ่งกับภรรยาของคุณอีก แต่ถ้าทำไม่ได้ คุณก็ต้องเลือกระหว่างชีวิตตัวเองหรือชีวิตคุณคลเมขลา”...

คนที่ทิเบตอยากได้มาไว้ในครอบครอง แวะไปหาเขาที่โรงพยาบาลเพื่อจะคุยเรื่องกานน แต่ไม่พบก็เลยตามมาที่บ้าน ทำให้เธอได้เจอกับน้องเสือ เธอรู้แค่ว่าเด็กน้อยเป็นลูกของบุษย์แต่ยังไม่ทันจะได้ซักถามอะไร ทิเบตกลับมาเสียก่อน เขากลัวคลเมขลาจะรู้ว่าใครเป็นพ่อของน้องเสือ ชวนไปหาอะไรกินกันนอกบ้าน

ooooooo

ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ คลเมขลาตัดพ้อทิเบต ทำไมถึงไม่บอกว่าถูกกานนทำร้าย ยิ่งเขาปกปิด เธอก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อเขา เธออยากทำอะไรให้เขากับครอบครัวบ้าง ทิเบตไม่ต้องการให้เธอทำอะไรให้ ที่สำคัญเขารับมือกานนได้ เธอต่างหากที่ต้องระวังตัว คลเมขลานึกถึงน้องเสือขึ้นมาได้ ถามว่าใช่ลูกของกานนหรือเปล่า

“ไม่ใช่ครับ ยัยบุษย์มีครอบครัวแล้วครับ” ขาดคำ มีเสียงมือถือของทิเบตดังขึ้น เขาเห็นหน้าจอเป็นชื่อปุราณ รีบขอตัวรับสาย ปุราณตัดสินใจไม่รับข้อเสนอของทิเบต จะหาเงินมาใช้หนี้เขาภายในหนึ่งเดือน เขาแนะให้ปุราณเลือกอีกทางหนึ่งน่าจะง่ายกว่า บางทีคนของเขาอาจจะอยากเลือกทางนั้นด้วยก็ได้

ปุราณมั่นใจว่าคลเมขลาไม่มีวันทำแบบนั้น แล้ววางสาย ทิเบตต้องการสร้างความร้าวฉานให้ทั้งคู่ เข้าไปย่อตัวข้างๆคลเมขลาซึ่งหันมองเขาพอดี จมูกเกือบชนแก้ม ทิเบตกดถ่ายรูปไว้ทันที เธอมองเขางงๆว่าถ่ายรูปเธอทำไม เขาโกหกว่าแค่จะลองกล้อง แล้วแอบส่งรูปที่ถ่ายคู่กับเธอไปยั่วปุราณ ก่อนจะหันมาตีหน้าซื่อ

“สงสัยกล้องจะเสียถ่ายออกมาไม่มีภาพเลย”พูดจบทิเบตกลับไปนั่งที่เดิม คลเมขลาไม่ติดใจสงสัยอะไร

ฝ่ายปุราณถึงกับของขึ้นเมื่อเห็นภาพที่ทิเบตส่งมาให้ ตั้งใจมั่นจะต้องหาเงินมาใช้คืนทิเบตให้ทันตาม กำหนด ตัดสินใจโทร.ขอความช่วยเหลือจากเคนอิจิโดยไม่รู้ว่าเขาเป็นคนของทิเบต...

ค่ำวันเดียวกัน ทิเบตรายงานซาซูเกะผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงความคืบหน้าของแผนการที่ดำเนินมาเกือบถึงปลายทางแล้ว เขาจะค่อยๆเขี่ยปุราณไปจากชีวิตของคลเมขลาทีละน้อยๆด้วยอำนาจเงินตราที่เขามี

“คนอ่อนแออย่างปุราณ ไม่มีวันต้านทานได้แน่นอน”

ooooooo

กานนแต่งหล่อมาอวดคลเมขลาว่าได้กลับมาเป็นผู้บริหารของโรงแรมอีกครั้ง เธอกลับไม่ยินดียินร้ายด้วย เพราะสิ่งที่เขาได้คืนมาต้องแลกกับการทำร้ายคนอื่น กานนแปลกใจ เธอรู้ได้อย่างไรหรือว่าทิเบตมาฟ้อง

“คุณทิเบตไม่ได้ฟ้อง แต่มอธได้ยินพี่คุยกับศักดิ์เมื่อวานนี้ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายนะคะ ต่อไปนี้ถ้าไม่จำเป็น อย่าเข้าใกล้มอธอีก” คลเมขลาพูดจบเดินจากไป กานนแค้นใจมากจนอาการทางจิตกำเริบ เห็นแม่บ้าน

คนหนึ่งของโรงแรมเดินผ่าน เอามืออุดปากแล้วฉุดเธอไปที่ห้องทำงานตัวเอง พอเธอขัดขืนก็บีบคอไว้แน่น

โชคดีที่นิลสีเปิดประตูห้องเข้ามาเสียก่อน กานนตกใจรีบปล่อยมือ แม่บ้านสบช่องวิ่งหนีไม่คิดชีวิต นิลสีกลัวลูกจะฆ่าใครตายอีก ชวนไปพบจิตแพทย์ เขาฉุนขาดที่แม่หาว่าเป็นโรคจิต ไล่ตะเพิดไปให้พ้น นิลสีเห็นลูกตาขวาง รีบออกจากห้องแทบไม่ทัน จากนั้นเธอนำเรื่องราวของเขาไปปรึกษากับจิตแพทย์ซึ่งแนะให้เธอพาลูกชายมาพบหมอโดยด่วน ขืนปล่อยไว้นานอาการอาจรุนแรงถึงขั้นทำลายชีวิตคนอื่นได้...

กานนจิตป่วนไม่เลิก แอบสะกดรอยตามคลเมขลามาถึงสนามขี่ม้า รอจังหวะปลอดคน แกล้งทำให้ม้าที่เธอขี่ตกใจ วิ่งเตลิดออกไปนอกสนาม คลเมขลาพยายาม บังคับให้หยุด ม้ากลับสลัดเธอตกจากหลัง ก้นกระแทกพื้น เธอฝืนความเจ็บค่อยๆยันตัวลุกขึ้น อึดใจ กานนขี่ม้าตามมา เธอรู้ทันทีว่านี่เป็นฝีมือของเขา กานนต่อรองถ้าเธออยากให้ช่วย ต้องขอโทษเขาก่อน

“ไม่ค่ะ มอธไม่ขอโทษ มอธไม่ได้ทำอะไรผิด”

ไม่ว่ากานนจะพูดอย่างไร คลเมขลายืนกรานไม่ยอมขอโทษเด็ดขาด เขาจึงปล่อยให้เธอเดินโขยกเขยกไปสนามขี่ม้าเอง คลเมขลาเดินแทบไม่ไหวก็เลยโทร.ตามปุราณให้มาช่วย แต่เขาไม่รับสายเพราะกำลังอยู่ในบ่อนพนันกับเคนอิจิ ฟ้าฝนไม่เป็นใจเทกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตา เธอตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากทิเบต

กว่าเขาจะมาถึงจุดนัดพบ คลเมขลานั่งตากฝนอยู่ใต้ต้นไม้จนไข้ขึ้นใกล้หมดสติ เขาพยุงเธอให้เดินได้ไม่กี่ก้าว เธอก็หมดสติ ทิเบตเป็นห่วงเธอมาก อุ้มเธอวิ่งฝ่าสายฝนมาตามทาง เหลือบเห็นเพิงเล็กๆแห่งหนึ่ง รีบเข้าไปหลบฝน คลเมขลาตัวร้อนจี๋ทำให้ทิเบตไม่กล้าพาไปตากฝนอีก...

ฝ่ายปุราณกลับถึงบ้านอย่างมีความสุข เนื่องจากได้เงินพนันมาหลายล้านบาท ถ้าเขายังดวงขึ้นแบบนี้ ไม่ถึงหนึ่งเดือน เขาคงได้เงินห้าสิบล้านบาทมาใช้หนี้ทิเบตได้ แต่พอเข้ามาในห้องนอนต้องแปลกใจที่ไม่เห็น คลเมขลาอยู่ที่นั่น ปุราณใจคอไม่ดีรีบโทร.หา แต่เครื่องปิด เขาลองโทร.หาทิเบตก็ปิดเครื่องเช่นกัน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"
17 ก.พ. 2563
11:45 น.