ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คนละโลก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'ซี' สู้ชีวิตเชือดเฉือน 'ปู' 'คนละโลก' สะท้อนสังคม

ทิเบตลงมาที่ห้องรับแขกตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น เจอชัชชัยนั่งเล่นอยู่กับน้องเสือ ปรี่เข้าไปถามว่ามาทำไม ฝ่ายถูกถามนิ่วหน้าประหลาดใจ ไม่คิดว่าจะเจอเขาเช่นกัน แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร บุษย์เข้ามาเสียก่อน ทิเบตดึงน้องสาวออกไปยังมุมปลอดคนต่อว่าว่าทำไมถึงไว้ใจชัชชัย ทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นเพื่อนซี้กับคลเมขลา

“เขาแสดงให้บุษย์เห็นว่าเขาจริงใจ ถ้าไม่มีเขา บุษย์ก็แย่เหมือนกัน ตอนที่น้องเสืออายุยังไม่ถึงขวบ น้องเสือไม่สบายบ่อยมาก หลายครั้งที่เกือบแย่ แต่ก็รอดมาได้เพราะคุณชัชชัย”

“โอเค เรื่องนี้พี่เคลียร์ แล้วเรื่องน้องเสือ บุษย์แน่ใจเหรอว่าเขาจะไม่บอกคุณคลเมขลา”

บุษย์เชื่อใจชัชชัยซึ่งให้คำมั่นกับเธอเอาไว้ว่าจะไม่บอกใคร พี่เบตอย่ากังวลใจไปเลย แล้วชวนเขากลับไปที่ห้องรับแขก จากนั้นเธอดึงน้องเสือไปช่วยเตรียมมื้อเช้าในครัว ทิ้งให้สองหนุ่มอยู่ด้วยกัน ชัชชัยอดถามไม่ได้ว่าคลเมขลารู้หรือเปล่าว่าเขากลับมา ทิเบตเจอเธอหลายครั้งแล้ว เธอไม่เล่าอะไรให้ฟังบ้างหรือ

“ผมไปราชการที่ต่างจังหวัด เพิ่งกลับมาก็เลยยังไม่ได้เจอกัน”

“มีอีกหลายเรื่องที่คุณยังไม่รู้ ไปถามคุณคลเมขลาดูนะครับ”

ชัชชัยไม่รอช้าออกไปโทร.หาเพื่อนซี้ ถึงได้รู้ว่าทิเบตเป็นหุ้นส่วนคนใหม่ของโรงแรมศักการะ เธอยังเล่าให้ฟังอีกว่าเขาลืมเรื่องบาดหมางในอดีตไปหมดแล้ว ทำให้ความรู้สึกผิดในใจของเธอหายไปด้วย

“ดีแล้ว ต่อไปนี้แกจะได้เจอแต่เรื่องดีๆสักที”

คลเมขลายังไม่ทันจะพูดอะไรอีก มีสายซ้อนเรียกเข้ามา “มีคนโทร.มา แค่นี้ก่อนนะ” เธอวางสายแล้วกดรับสายซ้อน ถึงกับหน้าเครียดเพราะที่ทำงานของปุราณโทร.มาหา...

กว่าปุราณจะกลับถึงบ้านก็ค่ำมากแล้ว เจอคลเมขลานั่งรอท่าอยู่ถึงกับชะงัก เธอซักว่าไปไหนมา วันนี้ที่บริษัทของเขาโทร.มาบอกว่าเขาไม่ได้ไปทำงานมาหนึ่งเดือนแล้ว ใบลาก็ไม่ได้เขียน ไปไหนก็ไม่ได้แจ้งเอาไว้

“เขาให้คุณเข้าไปเขียนใบลาออกภายในวันพรุ่งนี้”

เขาอ้างว่ามีปัญหานิดหน่อย แต่ไม่ยอมบอกรายละเอียด คลเมขลาพยายามซักถาม เขากลับหัวเสีย ตวาดใส่ไม่ให้ถามมากความ อย่าทำให้เขาต้องเครียดไปมากกว่านี้ แล้วเดินหนีออกไปเลย

ooooooo

ปุราณกลุ้มหนักโทร.ชวนทิเบตมาเจอกันที่ผับเพื่อปรับทุกข์เรื่องที่เขาถูกผีพนันสิง จนเป็นหนี้เป็นสินหลายสิบล้านบาท เอาบ้านไปค้ำประกันก็ยังไม่พอใช้หนี้ ถ้าคลเมขลารู้เรื่องนี้คงจะโกรธเขามาก ทิเบตทำเป็นมีน้ำใจเสนอจะรับซื้อบ้านของเขา และจะไปคุยกับเจ้าหนี้ให้ มีเงินเมื่อไหร่เขาค่อยมาไถ่คืนไม่คิดดอกเบี้ย

“ขอบคุณมากนะครับ คุณเป็นคนดีจริงๆ” ปุราณมองทิเบตอย่างมีความหวัง โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังก้าวเข้าไปในกับดักที่เขาขุดล่อไว้ เขายังเสนอจะให้ปุราณไปพักที่คอนโดฯของเขาถ้ายังไม่อยากกลับบ้าน จะอยู่กี่วันก็ได้ตามสบาย แล้วหยิบคีย์การ์ดห้องพักยื่นให้

พลันมีเสียงมือถือของทิเบตดังขึ้น เขาเห็นชื่อคลเมขลาที่หน้าจอมือถือถึงกับหยุดกึก ก่อนจะหันไปบอกปุราณว่าขอตัวก่อน พรุ่งนี้มีงานแต่เช้าแล้วรีบลุกออกไปรับสายนอกร้าน

“ฉันกับปุราณทะเลาะกันค่ะ”

“อยากออกมาข้างนอกไหมครับ เผื่อคุณจะรู้สึกสบายใจขึ้น ผมจะไปรับ”

ไม่นานนัก ทิเบตพาคลเมขลามาที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำ เธอระบายความอัดอั้นให้ฟังว่าสิ่งที่เจอมาวันนี้ ทำให้รู้ว่าเธอไม่รู้จักสามีตัวเองสักนิด ทั้งมีความลับทั้งโกหกสารพัด แล้วถามทิเบตรู้หรือเปล่าว่าเขากำลังทำอะไร ชายหนุ่มส่ายหน้าดิกทั้งที่รู้อยู่เต็มอก รับปากจะลองถามเขาให้ แต่ไม่สัญญาว่าจะได้คำตอบหรือเปล่า ทิเบตเห็นเธอหน้าเศร้าๆชวนไปที่ริมตลิ่ง แนะให้ตะโกนบอกสายน้ำถึงสิ่งที่อัดอั้นอยู่ข้างใน

ทีแรกเธออายๆ แต่สุดท้ายก็ลองทำตามที่เขาแนะนำ ตะโกนสุดเสียงว่าไม่มีความสุขเลยที่ทะเลาะกับสามี พอได้ระบายออกมาบ้างทำให้คลเมขลารู้สึกดีขึ้น

“ฉันคิดถึงแม่ ฉันอยากเจอแม่ ฉันอยากกอดแม่” ตะโกนไปพลาง น้ำตาของคลเมขลาไหลอาบแก้ม “แม่จ๋า แม่อยู่ไหน แม่ได้ยินมอธไหม แม่...”

ทิเบตสงสารเธอจับใจ ดึงมากอดแนบอก หญิงสาวถึงกับปล่อยโฮอย่างหมดความอดกลั้น หลังจากร้องไห้จนสาแก่ใจ ทิเบตขับรถมาส่งคลเมขลาที่หน้าบ้านเห็นเธอนอนหลับอยู่ มองด้วยสายตาทั้งรักทั้งแค้น

“ทำไม...คุณต้องเป็นคนในตระกูลศักการะด้วย” ว่าแล้วเขาค่อยๆยื่นหน้าจะหอมแก้ม สุดท้ายเปลี่ยนใจดึงตัวออกห่างแล้วเขย่าแขนปลุกเธอให้ตื่นได้แล้วถึงบ้านแล้ว

ooooooo

ศรีวิศาลเมาขี้ตาตื่นขึ้นมาเห็นคลเมขลาเป็นคคนางค์ผู้เป็นภรรยา แต่พอเพ่งดูอีกทีถึงได้รู้ว่าตัวเองตาฝาด คลเมขลาเห็นพ่อขยับตัว เข้ามาช่วยประคองให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำจะได้ลงไปกินมื้อเช้าด้วยกัน วันนี้เธอให้ป้าพิศทำข้าวต้มกุ้งที่ท่านชอบ ศรีวิศาลถามลูกว่าไม่โกรธท่านแล้วหรือ

“ค่ะ มอธขอโทษนะคะ หลายปีมานี้ มอธทำตัวไม่ดีกับพ่อ ไม่ดูแลพ่อและไม่เคยคิดจะทำความเข้าใจ แต่หลังจากวันนี้ เรามาช่วยกันนะคะ เริ่มต้นชีวิตใหม่ มอธจะอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้พ่อเอง”

สองพ่อลูกโผกอดกันดีใจที่ปรับความเข้าใจกันได้...

ทางด้านนิลสีเก็บข้าวของเรียบร้อยเตรียมจะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่วายหันมาย้ำกับกานนว่าอย่าก่อเรื่องระหว่างที่ท่านไม่อยู่ นิลปัทม์ออดอ้อนจะขอไปด้วย นิลสีไม่ยอมให้ไป สั่งให้อยู่เป็นหูเป็นตาให้ท่านและที่สำคัญต้องคอยควบคุมความประพฤติของพี่ชายด้วย ส่วนกานนเองก็ต้องคอยดูแลน้องแทนท่านเช่นกัน

“แม่ต้องไปแล้วเดี๋ยวจะไม่ทันเครื่อง” นิลสีจะลูบหัวกานนแต่เขาเบี่ยงตัวหลบเพราะน้อยใจที่แม่ทิ้ง...

ด้วยความช่วยเหลือของคลเมขลาทำให้คุณหญิงศรีเมืองยอมปรับความเข้าใจกับลูกชายและให้โอกาสเขาแก้ตัวใหม่อีกครั้ง แต่ต้องสัญญากับท่านว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับนิลสีอีก เขารับปากจะทำตามที่แม่ต้องการ สองแม่ลูกกอดกันน้ำตาไหลพราก พลอยทำให้คลเมขลาน้ำตาซึมไปด้วย...

ทิเบตตามป่วนกานนไม่เลิก สั่งให้โทรุพาเขาไปยังห้องทำงานห้องใหม่ซึ่งทั้งแคบและอับ แถมมีกล่อง กระดาษวางกองเต็มไปหมดไม่ต่างจากห้องเก็บของ

กานนโกรธมากหัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมอยู่ในห้องนี้เด็ดขาด แล้วขยับจะไป โทรุคว้าแขนไว้บังคับให้เขาอยู่เพราะนี่เป็นคำสั่งของทิเบต กานนแค้นมากเหวี่ยงกำปั้นใส่ โทรุหลบทัน จับแขนเขาไพล่หลัง ก่อนจะดันหน้าติดผนังห้อง กานนโวยวายให้ปล่อยตนเดี๋ยวนี้

“ผมจะปล่อยก็ต่อเมื่อคุณยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ เราจะได้ทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข”...

กานนเจ็บใจมากนำเรื่องนี้ไปฟ้องคลเมขลาว่าทิเบตจงใจแกล้งย้ายเขาไปอยู่ในห้องเท่ารูหนูเพื่อแก้แค้นเรื่องที่เขาทำกับน้องสาวของมัน พูดไปแล้วถึงนึกได้ รีบแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

“เออ มันยังปักใจเชื่อว่าพี่ย่ำยีน้องสาวของมันทั้งๆที่พี่ไม่ได้ทำ มันกลับมาที่นี่เพราะต้องการเอาคืนพี่”

เธอว่าเขาว่าคิดมาก ทิเบตเป็นคนดีไม่มีวันทำอย่างนั้น และที่สำคัญถ้ากานนไม่ได้ทำอะไรผิดไม่เห็นต้องกลัว เขาตัดพ้อพูดแบบนี้หมายความว่าจะไม่ช่วยเขาใช่ไหม เธอไม่มีสิทธิ์ช่วยเพราะทิเบตมีอำนาจมากกว่า

“สรุป...ไม่มีใครอยู่ข้างพี่สักคน” พูดจบกานนเดินปึงปังออกไป คลเมขลามองตามถอนใจหนักใจ

ooooooo

กานนแกว่งเท้าหาเสี้ยน ตรงไปหาเรื่องทิเบตถึงห้องทำงาน โทรุต้องขวางหน้าไว้ ทิเบตสั่งให้เขาออกไปรอข้างนอกก่อน โทรุค้อมหัวให้เจ้านายก่อนจะออกจากห้องปิดประตูตามหลัง กานนยืนประจันหน้ากับทิเบต ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าจะต้องทำอย่างไรเขาถึงจะไปจากที่นี่

“คิดจะเอาเงินฟาดหัวผมอีกแล้วหรือครับคุณกานน ผมวันนี้กับผมเมื่อสี่ปีที่แล้ว ยังเหมือนเดิม เงินซื้อไม่ได้ ไม่ว่าผมจะจนหรือว่าจะรวย”

“แล้วถ้าเป็นชีวิตของน้องสาวแกล่ะ พอจะแลกกับการที่แกจะออกไปจากที่นี่ได้ไหม” คำพูดยั่วประสาทของกานนได้ผลดีเกินคาด ทิเบตสติแตกต่อยเขาหน้าหงายแล้วตามไปกระทืบลำตัวซ้ำ แทนที่จะกลัว กานน

กลับหัวเราะชอบใจ ยิ่งทำให้ทิเบตโมโหจับเขาเหวี่ยงไปชนโต๊ะทำงานข้าวของล้มระเนระนาด แล้วตามไปบีบคอหมายจะให้ตายคามือ กานนหายใจติดขัดแต่ยังปากดี ท้าทายให้ทิเบตฆ่าตนเองได้เลย เขากลับชะงัก

“ถ้าฉันฆ่า ฉันก็ไม่ต่างจากแก ฉันถือคติ ถ้าเป็นทั่งก็จงอยู่นิ่งๆ เป็นค้อนเมื่อไหร่ก็จงตีให้สุดแรงเกิด และเมื่อถึงวันนั้น ฉันจะทำให้แกเหมือนคนตายทั้งเป็น แกจะต้องโดดเดี่ยวไร้คนรัก แกจะกลายเป็นคนไม่มีค่า ไม่มีคนสนใจ แบบนั้นสนุกกว่าตั้งเยอะ” คราวนี้ทิเบตเป็นฝ่ายยิ้มยั่วบ้าง กานนฟิวส์ขาดเหวี่ยงหมัดใส่ เป็นจังหวะเดียวกับคลเมขลาได้ยินเสียงโครมครามเปิดประตูเข้ามาดู ทิเบตเห็นเธอก็เลยยืนนิ่งให้กานนต่อย

“แกต่างหากที่ต้องตายทั้งเป็นไม่ใช่ฉัน” พูดจบกานนรัวกำปั้นใส่ทิเบตซึ่งได้แต่ปัดป้อง

คลเมขลาร้องห้ามเสียงลั่น แต่กานนโกรธจนไม่ได้ยินเสียงห้ามปราม เธอต้องตบหน้าเขาเพื่อให้หยุด ทำร้ายทิเบต แล้วไล่ตะเพิดไปให้พ้นโดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆ กานนเจ็บใจมาก มองคู่อริอย่างอาฆาตแค้นก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกไป ทิเบตมองตามสะใจ แต่พอเห็นคลเมขลาหันมองก็แกล้งร้องโอดโอย เธอรีบเข้าไปดูแล หายามาใส่แผลให้ ทิเบตใช้ความเจ้าเล่ห์โน้มน้าวจนคลเมขลาเชื่อว่าเขาไม่แกล้งกานนเรื่องห้องทำงาน...

กานนทนทำงานร่วมกับทิเบตไม่ไหว ขับรถออกจากโรงแรมอย่างหัวเสีย ขณะเขาขับรถมาตามทาง ผ่านบุษย์กำลังจูงมือเด็กน้อยคนหนึ่งยืนรอใครบางคนอยู่ เขากระแทกเบรกหัวทิ่ม ขณะจะถอยรถไปหา มีรถคันหนึ่งแล่นมาจอดรับทั้งคู่ขึ้นรถเสียก่อน กานนรอให้รถคันนั้นแซงหน้าไปก่อน แล้วถึงขับรถตาม...

บุษย์ขอบคุณชัชชัยมากที่ขับรถมารับ เขาขอร้องไม่ต้องเกรงใจเขาเต็มใจช่วยเธอกับลูกทุกอย่าง นายตำรวจหนุ่มรู้สึกเหมือนมีรถแล่นตาม กลัวจะเป็นพวกแก๊งยาเสพติดที่เขากำลังตามล่าอยู่ รีบบอกบุษย์ให้จับตัวน้องเสือที่นั่งตักไว้แน่ๆ ก่อนจะเร่งความเร็วแซงซ้ายปาดขวา ในที่สุดก็สลัดคนที่สะกดรอยตามสำเร็จ ชัชชัยจดจำทะเบียนรถคันนั้นไว้ได้ ตั้งใจมั่นจะสืบให้ได้ว่าใครกันแน่ที่ทำแบบนี้...

ขณะที่บุษย์รอดจากถูกกานนสะกดรอยตามมาได้อย่างหวุดหวิด นิโลบลอิดออดไม่ยอมให้ปุราณเอาโฉนดบ้านซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายไปให้ทิเบตตามที่ตกลงกันเอาไว้ เขาจึงต้องขึ้นไปค้นที่ห้องของท่านเอาเอง นิโลบลตามมาจับแขนห้ามไว้ ปุราณสะบัดอย่างแรงจนแม่เซจะล้ม

“แกบ้าไปแล้วปุราณ ผีพนันเข้าสิงแกขนาดนี้เลยหรือ”

“แม่อย่ามาโทษผม ที่ผมต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะความไม่รู้จักพอของแม่ ถ้าแม่ไม่ผลาญเงินของคุณพ่อ ผมก็ไม่ต้องดิ้นรนจนกลายเป็นแบบนี้” ปุราณค้นจนเจอโฉนดบ้าน เห็นแม่อ้าปากจะทักท้วง เขาชิงพูดขึ้นก่อน

“อย่ามาห้ามผม ผมต้องทำเพื่อปากท้องของเรา” จากนั้นปุราณนำโฉนดบ้านไปให้ทิเบตที่ร้านกาแฟตามนัด เขารับปากจะโอนเงินเข้าบัญชีให้พรุ่งนี้เช้า ปุราณพยักหน้ารับรู้ดีใจสุดๆ...

ทางด้านคลเมขลาไม่อยากให้พ่อกับคุณย่ารู้ว่าปุราณหายไปตั้งแต่เมื่อวานยังไม่กลับ หยิบมือถือออกมาที่สวนข้างบ้าน พยายามโทร.หาเขา แต่ติดต่อไม่ได้ กานนเพิ่งกลับเข้ามา เห็นเธออยู่เพียงลำพัง ขยับจะเดินไปหา แต่ปุราณเข้ามากอดคลเมขลาทางด้านหลังเสียก่อน เขาหยุดกึก มองทั้งคู่ด้วยความริษยา ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา คลเมขลาตัดพ้อสามีที่หายหน้าไปไม่ยอมโทร.มาบอก

“ผมขอโทษ ผมไปจัดการปัญหาของผมมา และตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว”

คลเมขลาขอร้องทีหน้าทีหลังมีปัญหาอะไรต้องบอกเธอด้วย เราเป็นสามีภรรยากันจะได้ช่วยกันแก้ไข เขารับปากต่อจากนี้ไปจะบอกเธอทุกเรื่อง แล้วหยิบสร้อยห้อยจี้เพชรออกจากกระเป๋าจะสวมให้ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นสร้อยที่ทิเบตให้อยู่บนลำคอของเธอ ขอให้เธอเอาสร้อยเส้นเก่าออกก่อน เขารอจนเธอถอดสร้อยเส้นเก่าเก็บเรียบร้อย จึงสวมสร้อยเพชรที่เขาซื้อ ทั้งคู่ยิ้มให้กันมีความสุข

ooooooo

นิลปัทม์หวังจะอ่อยทิเบตเต็มที่ ซื้อกาแฟกับแซนด์วิชมาให้ถึงห้องทำงานของเขา แถมป้อนให้อีกต่างหาก ทิเบตรู้เท่าทันความคิดของเธอ แกล้งเล่นตามน้ำ เชิญชวนถ้าวันไหนเธอเกิดเหงาขึ้นมา โทร.หาเขาได้ทุกเมื่อ

“ค่ะ ปัทม์ไม่เกรงใจนะคะ” นิลปัทม์ไม่พูดเปล่าส่งตาหวานให้ด้วย ระหว่างนั้นโทรุเข้ามาแจ้งทิเบตว่าใกล้เวลาประชุมแล้ว ทั้งคู่พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะตรงไปยังห้องประชุม...

ณ ห้องประชุมใหญ่ของโรงแรมศักการะ ทิเบตในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหม่เสนอให้ปรับภาพลักษณ์ของที่นี่ใหม่หมดเพื่อให้โรงแรมกลับมาเป็นที่หนึ่งอีกครั้ง ดังนั้นจึงต้องใช้คนรุ่นใหม่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เขาจะไม่ใช้ ดาราหรือนางแบบเหมือนโรงแรมอื่นๆ แต่จะให้คลเมขลาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เจ้าตัวปฏิเสธทันทีว่าไม่ถนัด เธอเป็นฝ่ายบริหารจะให้มาทำแบบนี้คงไม่ไหว ทิเบตยืนกรานว่าเธอเหมาะสมที่สุด ตำแหน่งผู้บริหารของเธอยิ่งจะทำให้ผู้คนเชื่อมั่นในโรงแรมของเรา คุณหญิงศรีเมืองเห็นด้วยกับเขา คลเมขลาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

“ไม่ยากหรอกครับ ผมจะวางแผนทุกอย่าง คุณแค่ทำตามก็พอ”...

หลังประชุมเสร็จ ทิเบตเห็นคลเมขลาเดินหน้าเครียดออกมา ตามไปพูดให้กำลังว่าเธอจะต้องทำได้ งานยากกว่านี้เธอทำได้มาแล้ว แค่เป็นพรีเซ็นเตอร์ยืนถ่ายรูปให้สัมภาษณ์ไม่น่าจะมีปัญหา เธอพยักหน้ารับรู้ ทิเบตเพิ่งสังเกตเห็นเธอสวมสร้อยคอเส้นใหม่ก็ร้องทักว่าสวยดี

“ปุราณซื้อให้น่ะค่ะ เมื่อคืนเขากลับมาบ้านและเราก็ปรับความเข้าใจกันได้แล้ว”...

ทิเบตกลับห้องทำงานตัวเองด้วยความหงุดหงิด ยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงนั่ง นิลปัทม์หน้าบอกบุญไม่รับ เข้ามาต่อว่าว่าทำไมถึงไม่เลือกเธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ ทั้งที่เธอสวยกว่าสาวกว่าแถมยังไม่มีผัวอย่างพี่มอธ เขากำลังอารมณ์บูดเผลอตวาดให้หยุดพูดได้แล้ว พอเห็นเธอหน้าเสียเขาเข้าไปออดอ้อนอย่าเพิ่งโกรธเคืองกัน

“สายไปแล้วล่ะค่ะ” นิลปัทม์ทำงอน

“งั้นเอางี้ คืนนี้เราไปดินเนอร์ด้วยกัน แค่คุณกับผมสองคน แบบนี้จะทำให้คุณหายโกรธได้หรือยัง”...

ชัชชัยไม่สบายใจมากเมื่อรู้ว่าเจ้าของรถคันที่สะกดรอยตามเขากับบุษย์และน้องเสือ คือกานน รีบไปขอร้องผู้กำกับให้ส่งตำรวจตามประกบเขา แต่เนื่องจากเขาไม่ได้ทำอะไรผิด ผู้กำกับจึงไม่อนุญาต ชัชชัยเป็นห่วงความปลอดภัยของบุษย์กับลูก รีบมาเตือนให้เธอรู้ตัว

บุษย์กลัวมากลมแทบจับ เขาต้องประคองไปนั่งพัก เตือนว่าอย่าเพิ่งหวาดผวาจนไม่เป็นอันทำอะไร เขาแค่อยากให้เธอระวังตัวไว้ อย่าประมาทเวลาไปไหนมาไหน

“จะไม่ให้บุษย์กลัวได้ยังไง บุษย์ไม่ได้ห่วงตัวเองนะคะ บุษย์เป็นห่วงลูก ถ้าเกิดเขารู้ว่าน้องเสือเป็นใคร เขาอาจจะมาเอาตัวน้องเสือไป” บุษย์ร้องไห้โฮ

“ไม่ครับ เขาจะไม่ได้ตัวน้องเสือและเขาไม่มีวันทำร้ายคุณได้อีก ผมเคยบอกแล้วไงว่าผมจะปกป้องคุณบุษย์กับลูกด้วยชีวิตของผม อย่าเพิ่งคิดอะไรที่เลวร้าย เรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นแค่เหตุบังเอิญเท่านั้น” ชัชชัยว่าแล้วดึงบุษย์มากอดปลอบขวัญ แต่ตัวเขาเองกลับมีสีหน้าเป็นกังวลไม่แพ้เธอเช่นกัน...

ค่ำวันนี้ ทิเบตเดินตามแผนขั้นต่อไปโดยมีนิลปัทม์เป็นเหยื่อ ถึงเวลานัดกินข้าวเขาจึงไม่ได้ไปแต่ตัวซื้อเข็มกลัดเพชรเม็ดเป้งเป็นของกำนัลให้เธอด้วย และลงมือติดเข็มกลัดชิ้นนี้ให้เธอเอง เธอปลื้มมาก หวังจะรวบหัวรวบหางเขาคืนนี้ เลยแกล้งเมาทั้งที่ดื่มไปไม่กี่แก้ว ทิเบตจะพาไปส่งบ้านเธอก็ไม่ยอม ขืนกลับไปสภาพนี้ คุณย่าเล่นงานเธอแน่ๆ เขาตัดสินใจพาเธอไปที่คอนโดฯของเขา นิลปัทม์อ่อยสุดฤทธิ์โอบคอเขาแล้วโน้มตัวเข้าหา

“ปัทม์ชอบคุณมากนะคะ ปัทม์บอกคุณได้อย่างไม่อาย แล้วคุณล่ะรู้สึกอย่างไรกับปัทม์”

ทิเบตไม่ยอมตอบคำถาม รีบถอยออกห่าง “นี่ดึกแล้ว ผมต้องกลับบ้าน คุณปัทม์นอนพักจนถึงเช้าได้เลยนะครับ” พูดจบเขาผละจากไป นิลปัทม์ถึงกับเซ็งจัด อุตส่าห์ให้ท่าขนาดนี้แล้วยังไม่รู้สึกอะไรอีกหรือ

ooooooo

หลายอาทิตย์ผ่านไป ในที่สุดก็ถึงวันจัดงานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ของโรงแรมศักการะ ระหว่างที่โทรุกับทิเบตกำลังตรวจดูความเรียบร้อยของห้องจัดเลี้ยงเป็นครั้งสุดท้าย ปุราณเข้ามาขอร้องทิเบตช่วยไปพูดให้กำลังใจคลเมขลาให้ที เธอตื่นเต้นกับการแสดงครั้งนี้มาก ถึงกับนอนไม่หลับ

ครู่ต่อมา ทิเบตมาที่ห้องแต่งตัว เห็นคลเมขลานั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะแต่งหน้า ลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ แล้วจับเก้าอี้ที่เธอนั่งให้หันมาประจันหน้า เขารู้ว่าเธอตื่นเต้นเพราะต้องแสดงต่อหน้าผู้คนมากมาย แต่เขาเชื่อว่าเธอทำได้ เขาเห็นเธอซ้อมเต้นรำทุกวันมาเป็นอาทิตย์ๆแล้ว รับรองสายตาของเขามองอะไรไม่ผิด

“แต่ครั้งนี้คุณอาจจะมองผิด ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่เสียหน้า คุณอาจจะเสียหน้าตามไปด้วย”

ทิเบตจับมือเธอสองข้างขึ้นมา พร้อมกับบอกให้เธอหายใจเข้าออกช้าๆ ตั้งสติมีสมาธิกับสิ่งที่เธอกำลังจะทำ อย่าคิดแต่คำว่าทำไม่ได้ ต้องย้ำกับตัวเองว่าเธอทำได้ บอกให้เธอหลับตาแล้วทำตามที่เขาบอก เธอทำตามอย่างว่าง่าย ทิเบตค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูอย่างอ่อนโยน

“คุณทำได้...มั่นใจในตัวเอง”

คลเมขลารู้สึกได้ว่าเขาอยู่ใกล้ๆ ลืมตาหันไปมองจมูกชนกับแก้มของเขาพอดี ต่างฝ่ายต่างผละออกห่าง เธอบอกว่าดีขึ้นแล้วหายตื่นเต้นไปเยอะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ก่อนจะขอตัวไปแต่งหน้าทำผมต่อไป...

ตกค่ำ งานเลี้ยงเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ก็เริ่มขึ้น แขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง นักข่าวทุกสำนักมากันอย่างพร้อมเพรียง ขณะทิเบตกำลังวุ่นๆอยู่หน้างาน นิลปัทม์ในชุดราตรีเปรี้ยวเข็ดฟัน โฉบเข้ามาหาพร้อมกับโพสท่าโชว์เข็มกลัดเพชรที่เขาให้ ซึ่งติดอยู่บนอกเสื้อ ชายหนุ่มรีบตัดบท

“ขอโทษนะครับ ผมยังคุยด้วยตอนนี้ไม่ได้ ต้องรีบไปต้อนรับแขกก่อน” พูดจบทิเบตจ้ำพรวดๆไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้นิลปัทม์อึ้งอยู่ตรงนั้น...

มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น นักแสดงที่เป็นคู่เต้นรำของคลเมขลาเกิดอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์คว่ำขาหัก คงชายติดต่อคนมาแทนไม่ทันเพราะงานจะเริ่มในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ทิเบตจึงต้องรับทำหน้าที่นี้แทนโดยที่ไม่มีใครรู้

ooooooo

อีกมุมหนึ่งในห้องจัดเลี้ยง กานนเดินกรึ่มเข้ามาในงาน นิลปัทม์ปรี่เข้าไปต่อว่าทำไมถึงเพิ่งมา แล้วยื่นจมูกไปใกล้ๆถึงได้รู้ว่าเขาเมาตั้งแต่งานยังไม่เริ่ม เธอยังไม่ทันจะว่าอะไร พิธีกรบนเวทีประกาศเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ของโรงแรมศักการะดังขึ้นเสียก่อน ไฟในห้องดับพรึบ ทุกคนพากันตบมือต้อนรับ กานนหันไปถามนิลปัทม์

“พรีเซ็นเตอร์คือใคร”

เธอให้เขาดูเอาเอง ทันใดนั้นมีเสียงเพลงในจังหวะร้อนแรงดังกระหึ่มขึ้น ไฟสปอตไลต์ส่องไปยังกลาง

เวทีเผยให้เห็นคลเมขลาในชุดเซ็กซี่กระโปรงผ่าจนเห็นเรียวขาสวยยืนโพสท่าอยู่ กานนถึงกับตะลึงแทบสร่างเมา ทิเบตใส่ผ้าคาดตาสีดำเหมือนหน้ากากโซโลในหนัง เดินออกมาจับเอวเธอดึงเข้ามาจนชิดตัว ไม่มีใครในงานจำเขาได้แม้แต่คู่เต้นบนเวที ทั้งคู่เต้นรำกันไปรอบเวทีอย่างคล่องแคล่วสวยงาม ทุกคนในงานตบมือชอบใจ

ทิเบตจับคลเมขลาหมุนแล้วดึงตัวเข้ามาในอ้อมกอด โน้มตัวไปหาทำท่าจะจูบ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงเพลงจบพอดี ทิเบตหันไปทางคนดูพร้อมกับถอดหน้ากากออก ทุกคนตะลึงโดยเฉพาะคลเมขลา กานนกำมือแน่นด้วยความแค้น ขณะที่นักข่าวพากันกดชัตเตอร์ไม่ยั้ง ทิเบตแตะหลังคลเมขลาเบาๆให้มาหน้าเวที

“คุณคลเมขลา ศักการะ พรีเซ็นเตอร์ของโรงแรมศักการะครับ”...

เสร็จจากให้นักข่าวสัมภาษณ์และเก็บภาพ คลเมขลาตรงไปยังห้องแต่งตัวโดยมีทิเบตตามติด เธอไม่วายสงสัยทำไมเขาถึงกลายมาเป็นคู่เต้นรำของเธอได้ เขาเล่าเรื่องอุบัติเหตุของนักแสดงซึ่งเป็นคู่เต้นตัวจริงของเธอให้ฟัง เขาก็เลยต้องสวมบทบาทนี้แทนเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จังหวะนั้นโทรุเข้ามาแจ้งว่าแขกในงานรอพบเขาอยู่ ทิเบตจึงต้องออกไปกับโทรุ สักพักกานน ตามมาที่ห้องแต่งตัว ไม่พูดพร่ำทำเพลง กระชากคลเมขลาเข้าหาตัว ตะคอกถามว่าคิดบ้าอะไรถึงได้ออกไปเต้นรำกับไอ้หมอนั่น

“คู่เต้นของมอธประสบอุบัติเหตุมาไม่ได้ คุณทิเบตถึงออกมาเต้นแทน”

กานนไม่เชื่อ คิดว่าเธอออกไปเต้นท่าวาบหวามกับทิเบตเพราะไปมีอะไรกันถึงไหนต่อไหนแล้ว คลเมขลาโกรธมาก ตบเขาหน้าหันฐานดูถูกแล้วขยับจะไป กานนรวบตัวไว้หวังจะปลุกปล้ำ เธอกัดไหล่เขาจมเขี้ยว กานนเจ็บมาก ตบเธอสลบเหมือด ก่อนจะอุ้มออกไป เหลือเพียงสร้อยเพชรของคลเมขลาหล่นอยู่ที่พื้นห้อง...

คล้อยหลังไม่นาน ทิเบตกลับมาที่ห้องแต่งตัว ต้องตกใจที่เห็นข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เดินหาจนทั่วไม่พบคลเมขลา เจอเพียงสร้อยเพชรของเธอตกอยู่ สังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี รีบสั่งการให้โทรุไปดูให้ทั่วโรงแรมว่ากานนอยู่หรือเปล่า เขาหายไปสักพัก กลับมารายงานว่ากานนหายตัวไป รถก็ไม่อยู่

“ต้องเกิดเรื่องกับคุณคลเมขลาแน่ๆ รีบหาว่าไอ้กานนมันมีที่อยู่ที่อื่นนอกจากบ้านของมันหรือเปล่า”...

เป็นอย่างที่ทิเบตหวั่นใจ กานนพาคลเมขลาที่หมดสติไปยังห้องพักลับๆของตัวเองซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทรมานร่างกาย ทั้งแส้ กุญแจมือและโซ่ล่ามเส้นใหญ่ เขาวางเธอลงบนเตียงลูบไล้ไปทั่วใบหน้าสวยก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำด้วยสีหน้าพึงพอใจ

“ในที่สุดวันที่พี่รอคอยก็มาถึง น้องมอธจะเป็นของพี่สักที”

ooooooo

หลังอาบน้ำเสร็จ กานนออกจากห้องน้ำในชุดเสื้อคลุมตัวเดียวอย่างสบายอารมณ์ แต่ต้องแปลกใจที่คลเมขลาไม่อยู่บนเตียงนอน ทันใดนั้นมีแส้ฟาดเข้าเต็มหลัง กานนถึงกับสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นทิเบตยืนหน้าเหี้ยมอยู่

กานนงง เขารู้ได้อย่างไรว่าตนอยู่ที่นี่

“ฉันรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับแก...แกเกลียดอะไร แกชอบอะไร รวมไปถึงความลับของแกด้วย”

“แกกลับมาเพื่อแก้แค้นฉันจริงๆ”

ทิเบตยอมรับหน้าชื่นว่าเป็นความจริง ตนกลับมาเพื่อทวงความยุติธรรมให้ครอบครัว กานนขู่จะฟ้อง

คลเมขลา ทิเบตท้าให้ฟ้อง เพราะสิ่งที่เขาทำในคืนนี้เธอไม่มีวันเชื่อคำพูดของเขา เตือนว่าถ้ายังยุ่งกับเธออีกศพไม่สวยแน่แล้วปาแส้ใส่ก่อนจะหันหลังออกไป กานนแค้นมาก เอาแส้เส้นนั้นรัดคอทิเบต สองหนุ่มต่อสู้กัน กานนสู้ไม่ได้ถูกทิเบตอัดน่วม จากนั้นเขาอุ้มคลเมขลาที่ยังไม่ได้สติออกไป กานนมองตามแค้นใจ...

ขณะที่ทิเบตตามไปช่วยคลเมขลารอดจากเงื้อมมือของกานนมาได้อย่างปลอดภัย ภายในห้องจัดเลี้ยง ปุราณยังคงตามหาภรรยาให้วุ่นแต่ไม่พบ ทั้งกระเป๋าและมือถือของเธอถูกทิ้งไว้ในห้องแต่งตัวไม่ได้เอาไปด้วย คุณหญิงศรีเมืองกับศรีวิศาลชักใจคอไม่ดีเกรงจะเกิดเรื่อง นอกจากคลเมขลาจะหายตัวไปแล้ว ทิเบต กานนและนิลปัทม์ก็หายไปจากงานอย่างไร้วี่แวว ปุราณลองโทร.หาทิเบตแต่ไม่มีใครรับสาย กานนก็เช่นกัน

คุณหญิงศรีเมืองรับหน้าที่โทร.ตามนิลปัทม์ แต่เธอมัวแต่เสพยามั่วผู้ชายอยู่ในผับ ไม่ได้สนใจจะรับสาย ท่านถึงกับเครียดจัดที่ติดต่อใครไม่ได้ พานจะเป็นลม ศรีวิศาลต้องช่วยประคองเอาไว้

“เรากลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อนดีกว่าครับ”

ooooooo

ทิเบตพาคลเมขลามายังบ้านพักริมน้ำในต่างจังหวัด เธอยังคงหลับไม่ได้สติตอนที่เขาออกมาโทร.แจ้งปุราณว่าคลเมขลาอยู่กับเขา ขอโทษปุราณด้วยที่เพิ่งโทร.บอก แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง อ้างว่าที่พาเธอกลับบ้านไม่ได้เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัยจากเงื้อมมือกานน

ปุราณนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ศรีวิศาลฟังอีกทอดหนึ่ง เขาถึงกับตบโต๊ะปัง โมโหที่กานนกล้าทำแบบนี้ จะไปแจ้งความจับขังคุกให้เข็ด ปุราณร้องห้ามเสียงหลง ขืนทำอย่างนั้นคลเมขลาจะพลอยเสียชื่อไปด้วย

“ผมฝากคุณพ่อดูคุณย่าให้ดีอย่าให้ท่านรู้เด็ดขาดว่าเกิดอะไรขึ้นกับมอธ ส่วนกานน ผมจะจัดการเอง”...

ทางด้านคลเมขลาตื่นขึ้นมาพบตัวเองอยู่ในเสื้อผ้าชุดใหม่เป็นกางเกงกับเสื้อก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น รีบพรวดพราดออกจากห้องพัก ต้องแปลกใจที่เจอทิเบตยืนอยู่ ปรี่เข้าไปถามว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ เขาตามไปช่วยเธอไว้ได้ทันจากถูกกานนลวนลาม แล้วพามาที่นี่เนื่องจากกลัวเธอได้รับอันตรายหากกลับไปอยู่บ้าน

“ส่วนเสื้อผ้าของคุณ ผมให้แม่บ้านที่นี่ช่วยเปลี่ยนให้ครับ อ้อ คุณไม่ต้องกังวลว่าที่บ้านจะเป็นห่วง ผมโทร.บอกคุณปุราณและเล่าเรื่องคุณกานนให้ฟัง คุณปุราณฝากให้ผมดูแลคุณจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย”

คลเมขลาเดาได้ไม่ยากว่าปุราณจะทำอะไรกับกานน ขอร้องให้ทิเบตพากลับ เขาไม่เข้าใจที่เธอยังเป็นห่วงสวัสดิภาพของไอ้บ้ากามนั่นทั้งที่ทำกับเธอขนาดนี้ ถ้าเมื่อคืนเขาตามไปช่วยไม่ทัน เธอคงไม่แคล้วเป็นเหมือนน้องสาวของเขา คลเมขลาขอบคุณที่เขาช่วยเธอเอาไว้ แต่คนอย่างพี่นนจะใช้วิธีรุนแรงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะยิ่งคลั่งมากกว่าเดิม แล้วยืนยันให้ทิเบตพากลับ ยังไม่ทันจะก้าวขาเกิดวิงเวียนหน้ามืด เขาต้องช่วยประคองกลับห้องพัก ไม่สนใจเสียงอ้อนวอนให้พาเธอไปส่งบ้าน...

ในขณะที่คลเมขลายังอาการไม่เต็มร้อย ปุราณนำนักเลงสองคนบุกไปที่คอนโดฯลับของกานน จับเจ้าของห้องซ้อมสะบักสะบอม แล้วสั่งห้ามมาวุ่นวายกับเมียของตนอีก กานนแค่นยิ้มทั้งที่บาดเจ็บหนัก ใส่ไฟว่าปุราณควรจะระวังทิเบตให้ดีแทนที่จะมาระแวงเขา ไม่เห็นสายตาที่มันมองคลเมขลาตอนเต้นรำเมื่อคืนหรือ

“เลิกทำให้ฉันไขว้เขว ฉันเชื่อใจคุณทิเบต ฉันจะให้เวลาแกถึงพรุ่งนี้ ออกไปจากบ้านศักการะซะ”

กานนมองตามปุราณที่เดินออกไปกับพวกนักเลงด้วยความแค้น...

ฝ่ายทิเบตนำยาหอมมาให้คลเมขลาดื่มจะได้รู้สึกดีขึ้น เกิดมาเธอไม่เคยดื่มยาหอมมาก่อนแค่ได้กลิ่นก็ต้องเบือนหน้าหนี เขาขู่ถ้าไม่ดื่มเองจะป้อน เธอกลั้นใจดื่มจนหมดถ้วย ทิเบตนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ฉุดแขนคลเมขลาให้ลุกขึ้น จะพาไปสัมผัสกับธรรมชาติอันสวยงามของที่นี่

แต่พอรู้ว่าเขาจะพาไปพายเรือเล่น เธอถึงกับหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว หันหลังจะกลับ เขาไม่ยอมให้ไป ลากเธอลงเรือจนได้ โดยไม่เปิดโอกาสให้อธิบายถึงสาเหตุที่เธอไม่อยากลงเรือ

คลเมขลานั่งจับขอบเรือไว้แน่นขณะที่ทิเบตพายเรือไปกลางแม่น้ำอย่างอารมณ์ดี เธอทนไม่ไหวขอร้องให้พากลับขึ้นฝั่ง เขาต่อรองหากจะให้ทำอย่างนั้น เธอต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่เรียกร้องขอกลับกรุงเทพฯอีก

“ตกลงๆ ฉันจะไม่ไปไหน ฉันจะอยู่ที่นี่ พอใจหรือยัง”

ทิเบตพยักหน้าแทนคำตอบ หันหัวเรือกลับ แต่มีเรือติดเครื่องยนต์แล่นสวนมาเร็วมากทำให้เกิดคลื่นเรือพายโคลงไปมา คลเมขลากลัวจัด ลืมตัวลุกขึ้นยืน เขาพยายามเตือนแต่ไม่ทันกาล เธอพลัดตกน้ำเสียก่อน

“ช่วยด้วยๆ ฉันว่ายน้ำไม่เป็น”

ทิเบตโดดลงไปช่วยพาขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย เธอยังตัวสั่นหวาดผวาไม่หาย เขากวาดตามองไปรอบๆเห็นมีบ้านคนอยู่ใกล้ๆ รีบวิ่งไปขอยืมผ้าแห้งๆมาให้เธอเช็ดตัว คลเมขลาเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้กลัวสายน้ำ

“ตอนฉันเด็กๆ ฉันเคยนั่งเรือแล้วตกน้ำ ตั้งแต่นั้นมาฉันก็กลัวน้ำ ไม่กล้านั่งเรือไม่กล้าอยู่ใกล้น้ำอีก”

“ถ้าคุณเอาแต่กลัวเมื่อไหร่จะทำได้ ผมจะสอนคุณว่ายน้ำเอง” สีหน้ามุ่งมั่นของทิเบตทำให้เธอหวั่นใจ...

ขณะที่ทิเบตพยายามทำให้คลเมขลาหายจากการกลัวน้ำ นิลปัทม์มาถึงห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลเห็นสภาพยับเยินของพี่ชายก็ตกใจมาก แต่ไม่วายปากเสียถามว่าไปเหยียบหางใครเข้าถึงโดนหนักขนาดนี้

“ไม่ต้องพูดมาก รีบโทร.ตามแม่กลับมา” กานนสั่งเสียงเฉียบ

ooooooo

ในที่สุดทิเบตกล่อมจนคลเมขลายอมลงแช่ในแม่น้ำได้สำเร็จ และยังหัดให้เธอลอยตัวในน้ำได้อีกด้วย เธอดีใจมากค่อยๆใช้เท้ากระทุ่มน้ำด้วยท่าลูกหมาตกน้ำเข้ามาหาทิเบตแม้จะเป็นเพียงระยะใกล้ๆ ระหว่างนั้นป้าเจ้าของบ้านที่ทิเบตไปหยิบยืมผ้าแห้งมาเช็ดตัว เดินมาที่ริมตลิ่ง

“พ่อหนุ่มแม่หนู ขึ้นมาได้แล้ว เล่นน้ำกลางวันแสกๆเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”

ทั้งคู่รีบผละออกจากกัน แล้วกลับขึ้นฝั่ง...

ฝ่ายปุราณพยายามโทร.หาทิเบตแต่ไม่มีคนรับสาย ฉุกคิดถึงคำยุแยงตะแคงรั่วของกานนที่ว่าให้ระวังทิเบตดีกว่าจะมาระแวงตนเอง ทำให้เขาชักเป็นกังวล แต่สุดท้ายปุราณก็สลัดความคิดอกุศลนั้นทิ้งไปได้...

ป้ากับลุงเจ้าของบ้านใจดีมาก นอกจากจะหาเสื้อผ้าแห้งๆมาให้ทิเบตกับคลเมขลาเปลี่ยนแล้ว ยังจัดข้าวปลาอาหารมาให้กิน เชิญทั้งคู่กินกันตามสบายส่วนป้ากับลุงขอตัวไปทำงานในไร่ ก่อนจะเดินจับมือประคองกันออกไป ทิเบตอดยิ้มให้ไม่ได้ พูดขึ้นลอยๆว่าถ้าแก่ตัวไปไม่รู้จะยังมีคนมาจับมือแบบนี้หรือเปล่า

“คุณไม่เคยมีคนรักเลยเหรอคะ”

ทิเบตเคยมีแต่เธอคนนั้นมีครอบครัวไปแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยลืมเธอเลย เธอเป็นรักครั้งแรกและครั้งเดียวของเขา เป็นคนที่ทำให้เขาอยู่ด้วยแล้วมีความสุขที่สุดและทุกข์ที่สุดในเวลาเดียวกัน อีกทั้งเธอคนนั้นยังทำให้เขาทั้งรักมากและเกลียดมากอีกด้วย ระหว่างที่เขาพูด สายตาจับจ้องที่คลเมขลาตาไม่กะพริบ...

กินข้าวเสร็จคลเมขลาออกมาช่วยทิเบตล้างจาน อดบ่นถึงสมัยก่อนตอนไปกินข้าวที่บ้านของเขาไม่ได้ นึกขึ้นมาแล้วอยากจะไปเยี่ยมเยียนแม่ของเขาไม่รู้จะยังโกรธเธออยู่หรือเปล่า ทิเบตตอบแทนท่านได้เลยว่าท่านไม่เคยโกรธใครนาน เธอขอโทษเขาสำหรับทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเธอหรือคนในครอบครัวของเธอทำกับเขา

“คุณคงลำบากมากกว่าจะมาถึงจุดนี้ เพราะความอ่อนแอของฉัน ที่ไม่กล้าจัดการปัญหา ทำให้คนดีๆอย่างคุณเกือบจะไม่มีชีวิตอยู่ คิดถึงเรื่องนี้ทีไรฉันจะเสียใจทุกครั้ง”

ทิเบตทนฟังต่อไปไม่ไหว ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่กลับไปนั่งหลบมุมร้องไห้ เขาต้องเอามือปิดปากตัวเองไว้กลัวคลเมขลาจะได้ยิน อึดใจก็ปาดน้ำตาทิ้ง พึมพำกับตัวเองเสียงกร้าว

“แกจะใจอ่อนไม่ได้ จำไว้ว่าพวกศักการะทำอะไรเอาไว้กับแก”...

ไม่นานนัก ทิเบตพาคลเมขลากลับมาที่บ้านพัก คว้ามือถือแล้วเดินออกไปนั่งที่ศาลาริมน้ำ เห็นปุราณโทร.หาหลายครั้ง รีบโทร.กลับ ขอโทษเขาด้วยที่ไม่ได้รับสาย พอดีออกไปกินข้าวลืมมือถือทิ้งไว้ในห้อง แล้วถามว่ามีอะไรกับตนหรือเปล่า เขาแค่จะโทร.มาบอกว่าเขาทำตามที่ทิเบตแนะนำแล้ว กานนจะย้ายออกจากบ้านศักการะวันพรุ่งนี้ ทิเบตไม่มั่นใจว่ากานนจะยอมทำตามหรือเปล่า บอกให้ปุราณจับตาดูไว้ให้ดี

“ไม่มีใครรู้ใช่ไหมว่าคุณคลเมขลาอยู่กับผม”

“มีแต่คุณพ่อที่รู้ ผมจำเป็นต้องเล่าให้ท่านฟัง ท่านจะได้ไม่เป็นห่วง แต่คุณพ่อรับปากจะไม่บอกใคร”...

ด้านกานนเล่าให้นิลปัทม์ฟังว่าทิเบตชอบคลเมขลาและที่กลับมาครั้งนี้ก็เพื่อจะมาแก้แค้นพวกเรา ถ้าเธอไม่เชื่อให้ลองโทร.หามันดูว่าจะรับสายของเธอหรือเปล่า นิลปัทม์หยิบมือถือขึ้นมากดหาทิเบต รออยู่อึดใจ เขาก็รับสายและคุยกับเธอเหมือนปกติ เธอสรุปทันทีว่ากานนฟุ้งซ่านไปเอง ทิเบตไม่เป็นอย่างที่เขาว่าสักนิด

ooooooo

เพื่อความสบายใจของคุณหญิงศรีเมือง ทันทีที่ท่านได้สติ ศรีวิศาลจึงโกหกว่าคลเมขลากลับมาแล้ว แต่รีบออกไปอีก ที่เธอหายตัวไปเมื่อคืนเนื่องจากเพื่อนของเธอมีปัญหาก็เลยต้องไปค้างคืนด้วย

“นี่ก็กลับมาเก็บเสื้อผ้าไปอยู่กับเพื่อนต่อน่ะครับ ยัยมอธเห็นคุณแม่หลับก็เลยไม่กล้าให้ผมปลุก คุณแม่ทำใจให้สบายนะครับ หิวไหมครับ ผมจะสั่งให้ป้าพิศทำข้าวต้มขึ้นมาให้กิน”

คุณหญิงศรีเมืองพยักหน้ารับคำ ศรีวิศาลรีบลุกออกมาอย่างโล่งใจ แต่เดินยังไม่ทันจะถึงครัว ถูกนิลสีที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศเข้ามาโวยวายว่าไปทำอะไรลูกชายของเธอถึงต้องไปนอนโรงพยาบาลแบบนั้น

“เขาพยายามจะข่มขืนยัยมอธเหมือนที่เขาทำกับเด็กผู้หญิงคนนั้น”

นิลสีไม่เชื่อ ศรีวิศาลยืนยันว่าเป็นความจริง พรุ่งนี้เธอกับลูกๆต้องย้ายออกจากที่นี่ นิลสีไม่ไปไหนทั้งนั้น ที่นี่เป็นบ้านของเธอเช่นกัน เขาสวนทันทีว่าไม่ใช่ บ้านนี้ไม่เคยเป็นของเธอ มันเป็นของพี่ชายของเขา

“เกิดจะเป็นลูกกตัญญูขึ้นมา หวังสมบัติสินะ ฉันรู้สันดานคุณดีคุณวิศาล ถ้าไม่มีผลประโยชน์ คุณไม่มีทางสนใจ คุณมันก็เลวไม่ต่างจากฉันหรอก”

ศรีวิศาลโมโหมาก ดันนิลสีจนติดกำแพง ก่อนเรื่องราวจะบานปลาย ป้าพิศเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เขาจำต้องปล่อยเธอเป็นอิสระ นิลสีมองเขาอย่างชิงชัง จากนั้นเธอตรงไปหาลูกชายที่โรงพยาบาล ต่อว่าว่า

เตือนไม่ให้ก่อเรื่องทำไมไม่รู้จักฟัง เขากลับโทษว่าเป็นเพราะแม่ทิ้งเขาไปเมืองนอกเขาถึงได้เป็นแบบนี้ แล้วด่าว่าแม่ตัวเองหยาบๆคายๆ นิลสีฉุนขาดตบลูกหน้าหัน พอได้สติก็รีบขอโทษอ้างไม่ได้ตั้งใจ กานนแกล้งบีบน้ำตา

“แม่ ผมขอโทษ เรื่องมอธผมไม่ได้ตั้งใจ คืนนั้นผมเมา ผมทำอะไรลงไปโดยขาดสติ ผมไม่รู้ตัว แม่ช่วยผมด้วยนะ ผมไม่อยากออกไปจากบ้าน แม่ช่วยผมด้วย” กานนโผกอดแม่ร้องไห้โฮ...

ในเวลาเดียวกัน คลเมขลาเห็นทิเบตเอาแต่นั่งซึมตั้งแต่กลับจากบ้านลุงกับป้า พยายามเข้าไปหยอกล้อให้เขาอารมณ์ดี ในที่สุดเขาก็ยิ้มออกมาจนได้

ooooooo

ทันทีที่ทิเบตขับรถพาคลเมขลามาถึงบ้านศักการะ ปุราณโผเข้ามากอดเธอด้วยความคิดถึง ทำเอาทิเบตหงุดหงิดมาก แต่ต้องข่มอารมณ์เอาไว้ ปุราณขอบคุณเขามากที่ช่วยเหลือ แล้วแจ้งว่ากานนจะต้องออกจากที่นี่ภายในวันนี้ คลเมขลาทักท้วง ต้องทำขนาดนี้เลยหรือ

“ครับ ผมจะไม่มีวันยอมให้ผู้ชายคนนี้อยู่ในบ้านหลังเดียวกับมอธ เขาเป็นตัวอันตราย” ปุราณยืนกราน...

ด้วยความรักลูก นิลสียอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งคุกเข่าขอร้องทิเบตให้โอกาสลูกชายของเธออีกครั้ง อย่าให้เขาต้องออกจากบ้านศักการะ ที่นั่นเป็นทุกอย่างสำหรับเขา ทิเบตนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตกลงใจทำตามที่เธอร้องขอ แต่มีข้อแม้จะอยู่บ้านหลังเดียวกับคลเมขลาไม่ได้

“ผมรู้มาว่าภายในบริเวณบ้านศักการะ ยังมีบ้านหลังเล็กอีกหนึ่งหลัง คุณกานนต้องไปอยู่ที่นั่น”...

แม้จะไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้นัก แต่ในเมื่อทิเบตออกปากด้วยตัวเอง ปุราณจำต้องโอนอ่อนผ่อนตาม...

นิลสียอมรับข้อเสนอของทิเบต จึงตากหน้าไปขอบ้านหลังเล็กนั่นจากคุณหญิงศรีเมือง ซึ่งไม่ล่วงรู้เรื่องที่กานนคิดจะทำมิดีมิร้ายกับคลเมขลา จึงยอมยกบ้านให้เพื่อตัดรำคาญ...

กานนไม่พอใจมากที่ต้องระเห็จมาอยู่ในบ้านที่ทั้งเล็กและทรุดโทรม เท่ากับลดเกียรติของตัวเอง พาลโทษทุกคนไปหมดที่ทำให้ชีวิตของตัวเองต้องตกต่ำ นิลสีพยายามปลอบให้เขาอดทนไปก่อน โวยวายไปก็ไม่ช่วยอะไร รังแต่จะเสียเปรียบทิเบตเปล่าๆ กานนหันมาตะคอกใส่แม่ตัวเอง

“ถ้าช่วยไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ตั้งแต่ผมจำความได้ไม่เห็นแม่จะเคยทำเพื่อผม สิ่งที่แม่ทำก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น” พูดจบกานนเดินหน้าหงิกออกไปที่สนามหญ้าข้างบ้านใหญ่ เจอคลเมขลากำลังชมสวนอยู่ ปรี่เข้าไปขอโทษที่วันก่อนทำรุนแรงกับเธอ ขอให้เธอยกโทษให้ คลเมขลายังไม่ทันจะว่าอะไร มีเสียงปุราณดังขึ้นเสียก่อน

“ไม่ได้” ไม่พูดเปล่า ปุราณดึงคลเมขลาให้มาอยู่ข้างหลังตัวเอง “มอธจะไม่มีวันยกโทษให้แก รวมทั้งฉันและคนอื่นด้วย อย่าให้ฉันเห็นแกเข้าใกล้เมียฉันอีก”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.