ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คนละโลก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'ซี' สู้ชีวิตเชือดเฉือน 'ปู' 'คนละโลก' สะท้อนสังคม

ปุราณเดินถือถ้วยกาแฟสีหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดีเข้ามาให้ทิเบตที่กำลังยืนชมวิวอยู่ จนฝ่ายหลังอดถามไม่ได้ว่ามีอะไรทำไมถึงยิ้มไม่หุบ เขากระซิบขอบคุณทิเบตที่ช่วยพูดให้คลเมขลายกโทษให้เขา ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีน้องญี่ปุ่นกลับไปเมืองไทย ทิเบตชะงัก
ยิ่งเห็นเขายิ้มเขินๆก็ถึงบางอ้อทันที

“ผมเข้าใจแล้ว ถ้าคุณคลเมขลาท้องเมื่อไหร่บอกผมด้วยนะครับ ผมจะได้หาอะไรรับขวัญหลานครับ” ปากพูด แต่ในอกของทิเบตแทบแตกด้วยความหึงหวง บีบแก้วกาแฟในมือจนน้ำกระฉอก ปุราณเห็นก็ตกใจ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาโกหกว่าซุ่มซ่ามเอง ขอตัวไปล้างมือก่อน แล้วจ้ำพรวดๆตรงไปที่สวนใกล้ๆชกต้นไม้แถวนั้นระบายแค้นที่แผนสร้างความร้าวฉานกลายเป็นทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แนบแน่นขึ้นไปอีก

จังหวะนั้นคลเมขลาเดินเข้ามาจากอีกมุมหนึ่ง ทิเบตจ้องเธอไม่วางตา ก่อนจะพุ่งไปหา ฝันกลางวันว่าได้คว้าตัวเธอมาจูบอย่างดูดดื่ม เสียงเรียกของเธอทำให้เขาตื่นจากภวังค์

“คุณทิเบตเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

“เปล่าครับผมกำลังคิดอะไรเพลินๆเชิญครับ” ทิเบตมองคลเมขลาเดินไปหาปุราณอย่างมีแผนร้าย...

พรุ่งนี้สองสามีภรรยาจะกลับเมืองไทยแล้ว ทิเบตมีของฝากติดไม้ติดมือมาให้ ปุราณเกรงใจ เนื่องจากพวกตนไม่มีอะไรตอบแทนเขาสักอย่าง ทิเบตพูดทีเล่นทีจริง ไว้รอตนกลับเมืองไทยเมื่อไหร่ รับรองได้ตอบแทนแน่ ที่สำคัญตนเป็นพวกชอบขอเยอะๆเสียด้วย บางทีของที่ตนอยากได้ ทั้งคู่อาจจะให้ไม่ได้ก็ได้

“นั่นกับคนอื่น แต่ถ้าเป็นผม ผมให้คุณได้ทุกอย่าง” ปุราณพาซื่อไม่เข้าใจถึงความนัยของทิเบต...

ขณะที่คลเมขลากับปุราณยังสนุกสนานอยู่ที่ญี่ปุ่น กานนกับนิลปัทม์ซึ่งอยู่เมืองไทยขยันเป็นข่าวฉาวให้หนังสือพิมพ์เอาไปลงข่าวทำให้คุณหญิงศรีเมืองไม่พอใจมาก ด่าว่าสองพี่น้องที่ทำให้ตระกูลศักการะต้องแปดเปื้อน นิลสีพยายามแก้ตัวให้ลูกๆแต่ไม่เป็นผล ท่านยังด่า
ไม่หยุด กานนของขึ้นโวยลั่นจะหยุดด่าได้หรือยัง

“ฉันไม่หยุดแกจะทำอะไรฉัน” คุณหญิงศรีเมืองจ้องกานนเขม็ง เขาลุกพรวดกำหมัดแน่นทำท่าจะเอาเรื่อง

นิลสีต้องดึงตัวลูกชายไว้ คุณหญิงศรีเมืองโกรธเลือดขึ้นหน้าที่กานนคิดจะทำร้ายท่าน พาลด่ากระทบไปถึงนิลสี แม่ผัวลูกสะใภ้มีปากเสียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร นิลสีกลัวระงับอารมณ์ไม่อยู่ คว้ามือลูกทั้งสองคนเดินเลี่ยงออกมา คุณหญิงศรีเมืองโมโหจนความดันขึ้นหน้ามืดจะเป็นลมต้องร้องเรียกป้าพิศให้มาช่วย...

ด้านกานนเซ็งจัดที่ถูกคุณย่าด่าว่า แวะไปชวนลลิสาเที่ยวกลางคืนคลายเครียด เธอไปไม่ได้ พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า ต้องรีบนอนไม่อย่างนั้นหน้าตาจะไม่สดใส ในเมื่อไปเที่ยวไม่ได้ เขาจัดแจงจะชวนเธอขึ้นเตียง

“อ๊ะๆไม่ได้เหมือนกัน ลิสาต้องนอนพักจริงๆ ซอร์รี่นะคะ”

ถูกลลิสาปฏิเสธทำให้กานนยิ่งหงุดหงิด มาเปิดห้องสูทที่โรงแรมศักการะ นั่งดื่มเหล้าดับอารมณ์อยู่คนเดียวจนเมามาย พอเห็นพนักงานสาวเอาน้ำแข็งมาเสิร์ฟ อาการหื่นของเขากำเริบลากเธอเข้าไปในห้องนอนทำมิดีมิร้ายจนตายคาเตียง ร้อนถึงนิลสีต้องมาช่วยจัดการเอาศพไปทิ้ง

ooooooo

ปุราณยังไม่ตื่น คลเมขลาก็เลยลงมาชมวิวสวยของญี่ปุ่นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกลับ ทิเบตเข้ามาหาพร้อมกับมอบของขวัญให้ อ้างว่าของขวัญชิ้นนี้ต่างจากชิ้นที่ให้เมื่อวาน เนื่องจากสั่งทำพิเศษ เป็นสร้อยเพชรห้อยจี้รูปดอกชิบะซากุระเพื่อระลึกว่าครั้งหนึ่งเธอเคยมาที่นี่ เธอทำท่าจะไม่รับแต่เขาอ้อนวอนจนเธอใจอ่อน

“ผมขออนุญาตเป็นคนใส่ให้จะได้ไหม”

หญิงสาวนิ่งคิดอยู่อึดใจก่อนจะพยักหน้าตกลง ทิเบตก้าวไปยืนด้านหลัง สวมสร้อยเพชรให้แล้วเอี้ยวตัวมามองใบหน้าด้านข้างของเธอแววตาเปี่ยมด้วยความรัก เป็นจังหวะเดียวกับเธอหันมองเขาพอดี ทำให้จมูกชนกัน สองคนมองสบตากันนิ่งงัน คลเมขลาได้สติก่อนรีบ
ถอยหลังหนึ่งก้าว

“ขอบคุณมากนะคะ นอกจากสร้อยเส้นนี้ ฉันก็ต้องขอบคุณทุกอย่างที่คุณทำให้ที่นี่ แล้วพบกันที่ประเทศไทยค่ะ” พูดจบคลเมขลายื่นมือไปให้เขาเช็กแฮนด์เพื่อมิตรภาพที่ดีต่อกัน

ooooooo

หลายวันผ่านไป กระทั่งถึงวันเกิดของรัญจวน เสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยูปนเสียงหัวเราะดังลั่นบ้าน คุกกี้กับคงชายในฐานะผัวเมียกันมาร่วมงานนี้ด้วย เธอเห็นน้องเสือเป่าเค้กแทนคุณยายแล้วเผลอบ่นเสียดายที่ทิเบตไม่อยู่ด้วย คงชายมองอย่างตำหนิทำให้เธอรู้สึกตัวรีบขอโทษรัญจวนที่พูดอะไรไม่ทันคิด

“ไม่เป็นไรหรอกลูก ที่ลูกพูดมันก็ถูก...ตายจริง ยังไม่มีจานแบ่งเค้กเลย แม่เข้าไปเอาจานในครัวก่อนนะ” รัญจวนรีบเดินเลี่ยงออกไปก่อนที่น้ำตาจะไหล บุษย์เป็นห่วงความรู้สึกของแม่ ฝากคงชายกับคุกกี้ดูแลน้องเสือให้ด้วย แล้วตามแม่ไปในครัว ต้อยกับยงคนงานของบ้านหลังนี้ อดถามสองผัวเมียไม่ได้ว่าทิเบตคือใคร

“เรื่องของเจ้านาย ควรยุ่งไหม” คุกกี้แว้ดใส่

ทางด้านรัญจวนหยิบจานในครัวเสร็จรีบปาดน้ำตาทิ้ง แล้วหันหลังจะกลับไปยังห้องรับแขก เห็นบุษย์ยืนอยู่ถึงกับชะงัก หญิงสาวโผกอดแม่พร้อมกับพร่ำขอโทษไม่หยุดปาก พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาความทรงจำของรัญจวน ตอนนั้นทิเบตอยู่ที่ญี่ปุ่นโทร.มาโวยวายกับเธอเรื่องที่บุษย์คิดจะเก็บเด็กในท้องที่เกิดจากการถูกกานนข่มขืน ทั้งที่ควรจะเอาออก รัญจวนพยายามอธิบายว่าเด็กไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

“ใช่แม่ เด็กไม่รู้เรื่อง แต่พ่อของมันเลวยิ่งกว่าเลว เด็กนี่คือมารหัวขน แม่จะเก็บมันไว้ให้เป็นเสนียดทำไม”

รัญจวนจะห้ามได้อย่างไรในเมื่อเป็นความต้องการของบุษย์ ทิเบตขอคุยกับน้องเอง แต่เปล่าประโยชน์ เธอยืนกรานไม่ยอมทำแท้ง เพราะถึงอย่างไรแกก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกของเธอ ทิเบตโกรธมาก ประกาศตัดพี่ตัดน้อง ถ้าเธอไม่เอาเด็กคนนี้ออก แล้วตัดสายทิ้ง บุษย์ถึงกับเข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้นร้องไห้โฮ...

เกือบสี่ปีแล้วที่ทิเบตไม่เคยกลับมาเหยียบเมืองไทย บุษย์โทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุ เขาคงเกลียดเธอมากถึงไม่ยอมกลับบ้านทั้งที่วันนี้เป็นวันเกิดของแม่ แค่โทร.มาอวยพรก็ไม่มี รัญจวนต้องดึงลูกมากอดปลอบใจ

“พี่เขาไม่ได้เกลียดลูก ถ้าเขาเกลียด เขาจะไม่

ส่งเงินมาเป็นค่าเลี้ยงดูน้องเสือหรอกนะ หัวใจของทิเบตเต็มไปด้วยบาดแผล ความทรงจำของเขามีแต่ความเจ็บปวด เวลาเท่านั้นที่จะเยียวยาทุกอย่างให้ดีขึ้นได้”

ทิเบตที่แอบฟังอยู่น้ำตาซึมไปด้วย ปาดน้ำตาทิ้งทำสีหน้าเป็นปกติ “พี่ไม่โทร.มาเพราะอยากเซอร์ไพรส์”

ทั้งคู่หันมาเห็นเขาก็ดีใจมากโผเข้าไปกอด สามคนแม่ลูกกอดกันแน่น จากนั้นทิเบตพาแม่มานั่งที่โซฟา

ในห้องรับแขก แล้วก้มกราบแทบเท้าขอโทษท่านด้วยที่ไม่ยอมกลับบ้าน ถ้าท่านไม่ให้อภัย เขาก็เข้าใจ เพราะเขาไม่ใช่ลูกที่ดี รัญจวนดึงเขาให้ลุกขึ้นมานั่งข้างๆ

“ฟังให้ดีนะเบต คนเป็นแม่ไม่ว่าลูกจะทำผิดสักแค่ไหนก็พร้อมจะให้อภัยเสมอ แล้วก็เลิกพูดว่าตัวเองไม่ใช่ลูกที่ดี ถ้าลูกไม่ดีจริง คงทิ้งแม่กับน้องไปแล้ว ลูกคงไม่ซื้อบ้านไม่ส่งเงินมาให้แม่กับน้องทุกเดือน แม่ดีใจที่เห็นเบตกลับบ้าน ต่อไปนี้ เบตจะไม่ไปไหนอีกแล้วใช่ไหม”

“เบตมาเมืองไทยคราวนี้ เบตมาทำงาน พองานเสร็จ เบตก็ต้องกลับไป พ่อ...เออ หมายถึงคุณซาซูเกะเป็นผู้ชุบชีวิตใหม่ให้เบต เขามีบุญคุณมากซะจนชาตินี้เบตไม่มีวันชดใช้หมด แม่เข้าใจเบตใช่ไหมจ๊ะ”

รัญจวนเข้าใจดี ถ้าไม่ได้ซาซูเกะช่วยเอาไว้ เธอคงไม่ได้เจอหน้าลูกชายอีก คงชายอยากให้วันเกิดของรัญจวน มีลูกๆอวยพรพร้อมหน้าพร้อมตา ชวนให้ทุกคนร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์และเป่าเทียนกันอีกครั้ง คุกกี้ทักท้วงคงทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว ก่อนจะชี้ให้ดูน้องเสือที่กำลังจกขนมเค้กกินอย่างเอร็ดอร่อย ทุกคนพากันหัวเราะ มีเพียงทิเบตเท่านั้นที่มองลูกของกานนอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก...

ทิเบตสบช่อง แอบสอบถามคงชายกับคุกกี้ว่าตอนนี้ที่โรงแรมศักการะเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่ากานนกับนิลปัทม์สร้างแต่ข่าวฉาวไม่เว้นวัน จนทำให้มีผลกระทบกับชื่อเสียงของโรงแรม

“เท่านั้นยังไม่พอ ก่อนที่แกจะกลับมาไม่กี่วัน ตำรวจพบศพพนักงานโรงแรมของเราถูกฆ่าตาย ฆาตกรเอาศพไปถ่วงน้ำคิดทำลายหลักฐาน แต่ศพกลับลอยขึ้นมา” คำพูดของคุกกี้ทำให้ทิเบตนิ่วหน้าด้วยความสงสัย...

ขณะเดียวกัน ไพโรจน์พาวันชัยกับสมุนบุกมาทวงหนี้นิโลบลถึงบ้าน บีบแขนข่มขู่ให้เอาเงินมาคืน เธอพยายามทำใจดีสู้เสือ ขอให้เขาใจเย็นๆก่อน เราสองคนเป็นเพื่อนกันมานานแล้วไม่เห็นต้องทำรุนแรงแบบนี้

“ใช่ เราเป็นเพื่อนกันมานาน แต่เงินมันไม่เป็นเพื่อนกับใคร ถ้าไม่มีเงินมาคืนฉันจะยึดบ้านหลังนี้” ขู่เสร็จไพโรจน์เดินนำสมุนออกไป นิโลบลกลัวจัด รีบคว้ามือถือโทร.หาลูกชาย

ไม่นานนัก ปุราณนัดเจอกับไพโรจน์ที่ผับแห่งหนึ่งเพื่อขอผ่อนผันการชำระหนี้ แต่เขายืนยันจะไม่ผ่อนปรนให้นิโลบลอีกแล้ว ต่อไปนี้ถึงเวลาเอาจริง ถ้าปุราณไม่มีเงินห้าสิบล้านบาทมาคืนให้ภายในหนึ่งอาทิตย์ สองแม่ลูกจะไม่มีที่ซุกหัวนอน ปุราณถึงกับพูดอะไรไม่ออก

ooooooo

ทิเบตเพิ่งพูดโทรศัพท์เสร็จตอนได้ยินเสียงดังตึงตังมาจากบันไดบ้าน เสียงบุษย์ตะโกนเรียกน้องเสือให้กลับมาแต่งตัวให้เสร็จก่อนดังตามมา ไม่นานนัก เด็กน้อยสวมกางเกงตัวเดียววิ่งถือแป้งกระป๋องลงมาจากบันไดก่อนจะสะดุดล้มเมื่อลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย กระป๋องแป้งหลุดมือลอยมาตกใส่หัวทิเบตดังโป๊ก

บุษย์เข้าไปอุ้มลูกพลางถามว่าเจ็บหรือเปล่า รัญจวนสะกิดให้เธอดูทิเบตที่หัวเลอะไปด้วยฝุ่นแป้งสีขาว

“แม่ว่าคนที่เจ็บไม่ใช่น้องเสือหรอกลูก”

บุษย์รีบไปหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดแป้งบนผมให้พี่ชายซึ่งมองตอบด้วยแววตาสงสาร เธออ่านใจเขาออกขอให้เขาเลิกสงสารเธอได้แล้วความเป็นแม่สอนให้เธอเข้มแข็งขึ้น เขาอดชื่นชมน้องไม่ได้ที่โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก

“เวลามันช่วยเยียวยาบาดแผลในใจพี่ ถึงมันจะไม่ได้หายไปทั้งหมดแต่มันก็ดีขึ้น” ทิเบตเห็นน้องสาวน้ำตาไหลด้วยความดีใจที่เขาเองก็ทำใจได้ ดึงมากอดแล้วร้องไห้ไปด้วยกัน...

ในเวลาต่อมา ทิเบตถูกทิ้งให้อยู่ที่โต๊ะอาหารกับน้องเสือ ขณะที่บุษย์ไปช่วยรัญจวนยกสำรับมาตั้ง เธออดหวั่นใจไม่ได้ บ่นกับแม่ว่าทิ้งลุงกับหลานไว้ตามลำพังจะดีหรือ เธอไม่รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับน้องเสือ พูดยังไม่ทันขาดคำ มีเสียงน้องเสือร้องไห้ลั่น เนื่องจากถูกทิเบตเอ็ดที่มาจ้องหน้า เขาพยายามปลอบให้เด็กน้อยเงียบเสียง แต่ยิ่งพูดแกก็ยิ่งร้อง เขาไม่รู้จะทำอย่างไร ลุกขึ้นเต้นแร้งเต้นกาท่าทางตลกๆเพื่อให้หลานขำ แต่ไม่ได้ผล

รัญจวนกับบุษย์มาเห็นเข้าถึงกับหัวเราะลั่น ทำเอาทิเบตอายมาก...

รัญจวนปิดท้ายมื้อเช้าด้วยขนมกล้วยแสนอร่อย ทิเบตกินแล้วอดนึกถึงคลเมขลาไม่ได้ จัดแจงขอขนมกล้วยของท่านติดมือไปด้วย ครู่ต่อมาทิเบตมาถึงโรงแรมศักการะ เอาขนมกล้วยมาฝากคลเมขลาซึ่งกินอย่างเอร็ดอร่อยชมว่าฝีมือทำขนมแม่ของเขาไม่เคยเปลี่ยน แล้วชวนเขากินด้วยกัน เขาขอผ่าน เชิญเธอตามสบาย

“ทุกอย่างที่นี่ยังเหมือนเดิมก่อนที่ผมจะไป ผมได้ข่าวเรื่องที่พนักงานโรงแรมถูกฆ่า เห็นว่าโดนข่มขืนด้วย”

“ใช่ค่ะ เพื่อนฉันเป็นเจ้าของคดี กำลังเร่งหาตัวคนร้าย”

“คดีนี้ทำให้ผมคิดถึงอดีต...ไม่ได้ว่าพี่ชายคุณ”

คลเมขลาพยักหน้าเข้าใจ ทิเบตอยากให้เธอเรียกเขาเหมือนเดิมไม่ต้องมีคำว่าคุณนำหน้า ถึงรูปลักษณ์ภายนอกของเขาจะเปลี่ยน แต่หัวใจของเขายังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ระหว่างที่พูด เขาจ้องหน้าเธอไปด้วย

คลเมขลาขอเรียกเขาแบบนี้ดีแล้ว ถือเป็นการให้เกียรติ

“หรือเพราะตอนนี้ผมมีฐานะเท่าเทียมกับคุณ คุณถึงตีค่าของผมสูงขึ้น” ทิเบตพึมพำในใจก่อนจะส่งยิ้มให้...

ในระหว่างที่ทิเบตออกจากโรงแรมศักการะจะไปขึ้นรถที่จอดอยู่ เดินชนเข้ากับนิลปัทม์อย่างจัง ทีแรกเธอไม่พอใจโวยลั่น แต่พอเห็นความหล่อของเขาเท่านั้น ใจแทบละลาย ออดอ้อนให้เขาประคองไปนั่ง นิลปัทม์จำเขาไม่ได้ แต่เขาจำเธอได้แม่น เธอถูกใจเขามาก ถึงขนาดขอยืมมือถือของเขาแล้วกดเบอร์ตัวเอง จากนั้นก็โทร.ออก พอมีเสียงเรียกเข้ามือถือของเธอ นิลปัทม์ก็กดวางสาย

“ตอนนี้เรามีเบอร์ของกันและกันแล้วนะคะ โทร.หาปัทม์บ้างก็ได้ ถ้าคุณเหงา” นิลปัทม์พูดจบคืนมือถือให้ พอตอนที่ทิเบตยื่นมือมารับ เธอเอามือลูบหลังมือเขาเบาๆ แล้วส่งสายตายั่วยวนให้

ooooooo

กลับจากทำงาน คลเมขลาไม่ลืมเข้าไปดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้พ่อที่เมาไม่ได้สติที่ห้องของท่าน ศรีวิศาลค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเห็นลูกสาว พร่ำขอโทษที่ทำผิดต่อเธอ ต่อแม่ของเธอและต่อคุณย่าของเธอด้วย คลเมขลาปลอบท่านว่าอย่าคิดอะไรมาก นอนได้แล้ว ศรีวิศาลล้มตัวลงนอนอย่างว่าง่าย

อีกมุมหนึ่งในห้องนิลสี กานนไม่ค่อยเห็นด้วยนักเมื่อแม่บอกว่าจะขายหุ้นโรงแรมศักการะ จะได้เอาเงินจำนวนนั้นหนีไปอยู่เมืองนอก เพื่อความปลอดภัยของเขา ตอนนี้ตำรวจกำลังเร่งหาตัวคนร้ายฆ่านังนั่นให้ควั่ก

“แม่จะกลัวอะไร ไม่มีใครรู้หรอกว่าเป็นผม”

นิลสีไม่ไว้ใจอยู่ดี ตำรวจสมัยนี้เก่งจะตาย ขอร้องเขาอย่าดื้อดึง ช่วยทำตามที่ท่านบอก กานนไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น ถ้าแม่อยากไปก็ให้ไปคนเดียว แล้วเดินปึงปังออกไปที่สวนข้างบ้าน เจอคลเมขลาเดินครุ่นคิดอยู่ที่นั่นเพียงลำพัง อารมณ์บูดของกานนเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง เข้าไปถามว่าปุราณไปต่างประเทศอีกแล้วหรือ เธอพยักหน้ารับ เขาอดยุแยงไม่ได้ว่าสามีหายไปบ่อยๆแบบนี้ไม่สงสัยบ้างหรือว่าเขาอาจมีผู้หญิงอื่น

คลเมขลาเชื่อใจสามีไม่ใช่คนแบบนั้น แล้วขยับจะขึ้นนอน กานนเรียกเอาไว้ ขอให้เธอช่วยห้ามแม่ของเขาให้หน่อย ท่านอยากจะขายหุ้นของโรงแรมศักการะ เขาพยายามห้ามแล้วแต่ท่านไม่ฟัง

“มอธจะลองพูดดูก็แล้วกัน แต่ไม่รับปากว่าจะ สำเร็จ” คลเมขลาว่าแล้วเดินขึ้นบ้าน ตรงไปแจ้งข่าวนี้ต่อคุณย่าซึ่งดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้เปลี่ยนผู้ถือหุ้นคนใหม่ ผิดกับคลเมขลาซึ่งไม่แน่ใจว่าคนใหม่เป็นใครดีแค่ไหน...

ทางด้านนิลสีติดต่อไพโรจน์ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางให้ช่วยหาคนมาซื้อหุ้นของตัวเอง เขายินดีเป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้มีนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นชื่อซาซูเกะกำลังสนใจอยากทำธุรกิจในเมืองไทยพอดี...

ปุราณต้องปวดหัวกับหนี้สินของแม่ไม่เลิกไม่แล้ว ยังคิดไม่ออกจะหาเงินห้าสิบล้านบาทภายในอาทิตย์นี้จากไหนมาใช้หนี้ให้ นิโลบลโวยวายพูดแบบนี้หมายความว่าจะให้ท่านขายบ้านหลังนี้หรือ หัวเด็ดตีนขาดท่านก็ ไม่ขายเพราะเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของท่าน ถ้าเขาไม่ช่วยก็ไม่ต้องมาเรียกท่านว่าแม่

“ตอนแม่เปิดสปา เปิดร้านทำผม เปิดร้านขายเสื้อผ้าแล้วเจ๊ง เป็นหนี้ ผมก็ช่วยแม่ทุกครั้ง ฉะนั้นแม่อย่ามาพูดจากับผมแบบนี้ ผมจะจัดการแก้ปัญหาให้แม่เอง” ปุราณพูดจบลุกออกไป...

ทางฝ่ายคลเมขลาแวะมาหานิลสีที่ห้องทำงาน พยายามกล่อมให้เธอเปลี่ยนใจเรื่องจะขายหุ้นของโรงแรมศักการะอย่างที่กานนไหว้วาน นิลสีไม่เปลี่ยนความตั้งใจ และที่สำคัญเธอติดต่อคนซื้อไว้แล้ว พรุ่งนี้จะมาที่โรงแรมแห่งนี้ คลเมขลาอดสงสัยไม่ได้ ทำไมถึงได้ตกลงซื้อขายกันเร็วนัก...

นิลสีไม่พอใจลูกชายมาก ตามมาต่อว่าว่าตนอุตส่าห์หาทางช่วยเขาแทบตาย แต่เขาดันไปขอร้องคล–เมขลามากล่อมให้เธอเลิกล้มความคิดจะขายหุ้น ขอบอกเลยว่าไม่สำเร็จ พรุ่งนี้ผู้ซื้อจะมาทำสัญญา ส่วนเขาจะต้องยื่นจดหมายลาออกจากที่นั่น กานนยืนกรานไม่ยอมไปไหนเด็ดขาด นิลสีเข้ามากระซิบ

“ทำไม...ถ้าแกถูกจับได้ แกต้องติดคุกไปตลอดชีวิต”

“ตราบใดที่เรามีเงิน เราไม่มีวันติดคุกหรอกแม่ เงินบันดาลได้ทุกอย่าง เปลี่ยนจากผิดเป็นถูกได้ทุกครั้ง ไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้ แม้แต่ความยุติธรรม เหมือนที่ผมเคยทำมาแล้ว แม่จำไม่ได้เหรอ เรื่องของยัยเด็กนั่น พวกมันหายตัวไปทั้งครอบครัว ผมก็ยังได้อยู่อย่างสุขสบายเหมือนเดิม ผมจะไม่ไปไหน ผมจะอยู่ที่นี่ ถ้าแม่อยากไปก็ไปคนเดียว” กานนเสียงกร้าว ขณะที่นิลสีมองตามลูกที่เดินจากไปด้วยความกลัดกลุ้ม...

เมื่อปุราณรู้จากคลเมขลาว่าทิเบตอยู่เมืองไทยจัดแจงโทร.ไปชวนกินข้าวเย็นด้วยกัน เขากับภรรยาจะเลี้ยงตอบแทนที่ดูแลเราสองคนอย่างดีตอนอยู่ญี่ปุ่น แต่ก่อนจะถึงเวลานัด เขาอยากพบทิเบตก่อน

ooooooo

บ่ายวันรุ่งขึ้น ปุราณไปพบกับทิเบตนอกรอบเพื่อขอผัดผ่อนการชำระหนี้งวดแรก อ้างว่าแม่ของเขาเอาเงินไปลงทุนขาดทุนย่อยยับ ทิเบตไม่ขัดข้อง ที่ทำสัญญากับเขาก็แค่ต้องการให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ ตอนนี้เขาได้เงินจากคุณพ่อมาก้อนหนึ่ง คิดจะเอามาลงทุนทำธุรกิจในไทย แล้วจะปล่อยเงินกู้ด้วยเป้าหมายไม่ใช่คนจน

“มันมีคนรวยบางจำพวกที่จมไม่ลง ยังยึดติดกับความหรูหรา พวกนั้นคือลูกค้าของผม”

“มันจะคุ้มเหรอครับกับการให้คนพวกนั้นกู้ ผมว่าพวกคนจนต้องการเงินมากกว่า พวกนั้นยอมตายเพื่อเงิน ยอมแม้กระทั่งขายลูกขายเมียเพราะคนพวกนี้ไม่มีการศึกษา” น้ำเสียงดูถูกคนจนของปุราณทำให้ทิเบตไม่พอใจเสียงเขียวใส่ว่าคนจนจะไม่กู้เงินเพราะทนกับความจนได้ แต่คนรวยจะไม่มีวันยอมเป็นคนจน เคยขับรถราคาหลายล้านบาท จะให้ไปขับรถคันละแสนบาท ไม่ยอมแน่ๆเพราะมันทำให้เสื่อมเกียรติ

ปุราณเห็นสายตากร้าวของอีกฝ่ายอดหวาดหวั่นไม่ได้ ทิเบตรู้ตัวว่าใช้อารมณ์มากไป ขอเขาอย่าถือสา ปุราณเข้าใจดีเพราะเขาเองก็เป็นอย่างที่ทิเบตว่า ขับรถคันละแสนบาทไม่ได้ ต้องทำทุกวิถีทางที่จะให้มีเงิน

“เพราะเหตุนี้หรือเปล่าถึงทำให้คุณแต่งงานกับคุณคลเมขลา...ผมจำเป็นต้องรู้จักลูกค้าของคุณพ่อผมทุกคน ถ้าคุณคิดว่าคุณหญิงศรีเมืองคือบ่อเงินบ่อทองให้คุณกอบโกย ผมว่าคุณเข้าใจผิด คุณหญิงไม่มีอะไรอีกแล้ว นอกจากหุ้นในโรงแรมและเงินสดไม่เท่าไหร่ในธนาคาร เพราะอะไรรู้ไหม...เงินทุกบาททุกสตางค์หมดไปกับการรักษาคุณคคนางค์ลูกสะใภ้ที่ป่วยเป็นมะเร็งที่เมืองนอก”

ปุราณถึงกับอึ้งเพราะทั้งเขาและคลเมขลาไม่เคยรู้เรื่องแม่ของเธอมาก่อน ทิเบตขอร้องไม่ให้เขาบอกเธอเรื่องนี้ เขาทำอิดออด อ้างไม่อยากมีความลับกับเธอ

“แล้วที่คุณเล่นพนันไม่ได้เรียกว่าความลับงั้นหรือ เอาเป็นว่าตอนนั้นเราเสมอกัน คุณมีความลับของผม...ผมมีความลับของคุณ เราสองคนคงต้องพึ่งพากันไปอีกนานแสนนาน”...

ความลับเรื่องปุราณติดการพนันที่ทิเบตล่วงรู้ ทำให้อาหารมื้อเย็นกร่อยสนิท ปุราณเอาแต่นั่งซึมไม่พูดไม่จา คลเมขลาอดถามไม่ได้ว่าเป็นอะไร ทำไมวันนี้เงียบนัก เขาอ้างเหนื่อยจากต้องประชุมทั้งวัน

“ถ้าอย่างนั้นผมไม่กวนเวลาคุณสองคนแล้ว ไว้พรุ่งนี้พบกันนะครับคุณคลเมขลา ผมมีธุระที่โรงแรมของคุณนิดหน่อย” คำพูดของทิเบตทำให้ปุราณกับคลเมขลามองหน้ากันด้วยความสงสัย...

ฝ่ายนิลสีมาเคาะประตูห้องลูกชายเพื่อแจ้งข่าวดีให้รู้ว่าเธอคุยกับเจ้าของหุ้นคนใหม่ ขอให้ลูกได้ทำงานต่อไป กานนแง้มประตูคุยกับแม่ไม่ยอมให้เข้าห้อง ถามว่าเจ้าของหุ้นคนใหม่เป็นใคร ทำไมถึงตัดสินใจซื้อหุ้นของแม่เร็วนัก นิลสีรู้แค่เขาเป็นคนไทยแต่มีพ่อบุญธรรมเป็นญี่ปุ่น เธอไม่เคยคุยกับเขา ได้แต่คุยผ่านตัวแทนของเขาเท่านั้น แล้วเตือนลูกอย่าก่อเรื่องอีกเพราะจะไม่มีใครคอยปกป้อง กานนพยักหน้ารับรู้ นิลสีเหลือบมองเข้าไปในห้อง ถึงกับผงะเมื่อเห็นภาพถ่ายของคลเมขลาติดเต็มผนัง เขารู้ว่าแม่เห็นรีบขยับประตูให้แคบลง

“ผมจะนอนแล้ว พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าไปต้อนรับหุ้นส่วนคนใหม่” กานนพูดจบปิดประตูล็อกกลอน ทิ้งให้นิลสียืนอึ้งอยู่ตรงนั้น

ooooooo

คนแรกที่ทิเบตปั่นหัวเล่นเมื่อมาถึงโรงแรมศักการะก็คือกานน ทำทีจะยึดห้องทำงานของเขามาเป็นของตัวเอง เขาไม่รู้ว่าทิเบตคือผู้ถือหุ้นรายใหม่ไล่ตะเพิดอย่างหยาบๆคายๆ แถมโทร.ตาม รปภ.มาลากตัวแขกไม่ได้รับเชิญออกไป รปภ.จะเข้าไปจับตัว ทิเบตขู่ถ้าอยากโดนไล่ออกก็เข้ามาจับได้เลย พวกนั้นกลัวหัวหดไม่กล้า

“จะกลัวมันทำไม คนที่มีอำนาจคือฉันคนเดียวเท่านั้น” กานนเอ็ดตะโรลั่น

คลเมขลาได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาถามกานนว่าเกิดอะไรขึ้น เขาฟ้องว่าสั่งให้ รปภ.ลากตัวไอ้กระจอกนี่ออกไปแต่พวกนั้นไม่ยอมทำตาม ในเมื่อเธอมาก็ดีแล้ว โทร.เรียกตำรวจมาจับทิเบตฐานบุกรุกให้ด้วย

“ผมเกรงว่าคุณคงจะทำแบบนั้นไม่ได้”

กานนกับคลเมขลามองทิเบตไม่เข้าใจ เขายังไม่ทันจะอธิบายอะไร โทรุเดินนำนิลสีเข้ามาเสียก่อน พร้อมกับแนะนำว่าทิเบตคือเจ้านายของเขาซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นคนใหม่ เธอถึงกับตาโตอ้าปากค้าง คาดไม่ถึงว่าอดีตเด็กยกกระเป๋ากระจอกๆจะกลายมาเป็นผู้ถือหุ้นคนใหม่ ทั้งกานนและคลเมขลาต่างตะลึงเช่นกัน...

เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับแม่ กานนโวยวายไหน แม่ว่าคนญี่ปุ่นเป็นคนซื้อหุ้น แล้วทำไมถึงกลายเป็นไอ้สวะนี่ไปได้ เธอเคยบอกลูกแล้วว่าเธอติดต่อผ่านตัวแทน ก็เลยไม่รู้ว่าคนซื้อคือทิเบต

“แย่ มันต้องแย่แน่ๆ ถ้าไอ้หมอนั่นมาทำงานที่นี่เพราะนั่นหมายความว่าผมจะต้องมาคอยรับคำสั่งจากคนที่ผมเคยสั่งตลอดเวลา ผมทนไม่ได้หรอกนะแม่ ผมทนอยู่ใต้ไอ้เศษสวะนั่นไม่ได้ แม่ต้องซื้อหุ้นคืนจากมัน” กานนสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด พลอยทำให้นิลสีไม่สบายใจไปด้วย...

ที่ห้องทำงานของคลเมขลา ทิเบตเล่าถึงสาเหตุที่มาซื้อหุ้นของที่นี่ให้เธอฟังว่าพ่อบุญธรรมของเขารู้จากเพื่อนว่านิลสีจะขายหุ้น ก็เลยมาบอกเขาเพราะจำได้ว่าเขาเคยทำงานที่นี่ เขาก็เลยบอกให้ท่านซื้อ

“เพราะไม่อยากให้ตกไปอยู่ในมือคนที่ไม่รู้จัก ผมรู้ว่าที่นี่กำลังประสบปัญหาด้านการเงิน”

“ใช่ค่ะ ปัญหานี้เรื้อรังมานานหลายปี คุณย่าเองก็เครียดเพราะเรื่องนี้ทำให้สุขภาพของท่านแย่”

“ต่อไปนี้เรามาช่วยกัน ทำให้ศักการะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเมื่อก่อนกันเถอะนะครับ” ทิเบตว่าแล้วยื่นมือไปให้คลเมขลาจับเพื่อความร่วมมือที่ดีต่อกัน จังหวะนั้นโทรุเข้ามากระซิบบางอยู่กับทิเบต

ครู่ต่อมาทิเบตมาพบนิลสีที่ล็อบบี้ของโรงแรมศักการะ เธอจะขอซื้อหุ้นคืน เขายินดีขายคืนให้ แต่เธอต้องหาเงินห้าพันล้านบาทมาให้เขาก่อน เธอโวยวายว่าขายหุ้นให้เขาแค่พันล้านบาทเท่านั้น เขายืนกรานถ้าไม่มีเงินห้าพันล้านบาทก็ไม่ต้องมาคุยกัน นิลสีถึงกับของขึ้น จะอ้าปากด่าแต่นึกได้ว่าเขาไม่ใช่ไอ้กระจอกคนเดิม จึงเปลี่ยนเป็นขอร้องอย่าทำแบบนี้ ทิเบตทำเนียนไม่รู้ว่าเธอพูดเรื่องอะไร แล้วแกล้งถึงบางอ้อ

“อ้อ ผมรู้แล้วคุณกลัวผมจะเอาคืนลูกชายคุณ...

ผมถือคติทำปัจจุบันให้ดีที่สุด คุณไม่ต้องห่วง สำหรับผมธุรกิจคือธุรกิจจะไม่มีการเอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง ผมยินดีที่จะทำงานร่วมกับคุณกานน”

นิลสีขอคำมั่นสัญญาว่าเขาจะไม่รังแกลูกชายของเธอ ทิเบตรับปาก แต่ถ้าหากกานนทำผิด เขาก็ต้องจัดการไปตามวิถีที่มันควรจะเป็น

ooooooo

รับปากกับนิลสียังไม่ทันข้ามวัน ทิเบตพาโทรุเข้าไปที่ห้องทำงานของกานนสั่งการให้เขาหาคนมาตกแต่งห้องใหม่หมดโดยไม่สนใจเจ้าของที่ยืนจ้องอยู่ กานนไม่พอใจเข้าไปกระชากไหล่ทิเบตให้หันมา

“แม่ฉันยังไม่ได้บอกแกเหรอว่าท่านจะซื้อหุ้นคืน”

“บอก แต่แม่คุณเปลี่ยนใจไม่ซื้อคืน ผมจะไม่จุ้นจ้านกับคุณมากนักหรอก คุณก็ทำงานในส่วนของคุณไป เพียงแต่ผมชอบห้องนี้ หวังว่าจะไม่ขัดข้อง อีกอย่าง ผมจะย้ายห้องอาหารพนักงานมาอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ตรงปีกขวาของโรงแรม พนักงานจะได้มีห้องอาหารที่ถูกสุขลักษณะ คนไม่ใช่สัตว์ จะต่ำแค่ไหนก็ยังเป็นคนอยู่ นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ อ้อ...ผมให้เวลาคุณสองวัน ย้ายของออกไปจากห้องด้วย” พูดจบทิเบตเดินนำโทรุออกไป

กานนแค้นมากกวาดของบนโต๊ะกระจุยกระจาย แล้วจ้ำพรวดไปที่ห้องทำงานของแม่ ต่อว่าท่านต่างๆนานาที่ห้ามขายหุ้นทำไมถึงไม่เชื่อกันบ้าง ขืนเขาอยู่ที่นี่กับทิเบตคงต้องตายแน่ๆ เธอต่อว่าลูกกลับว่าช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ที่เธอต้องขายหุ้นก็เพราะสมบัติของศักการะกำลังจะหมด เราจะได้มีเงินไปอยู่เมืองนอกกัน

“แต่แกกลับเลือกที่จะอยู่กับนังมอธ ฉันเห็นรูปนังนั่นติดอยู่เต็มห้องแก แกรู้สึกกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่ตานน”

“วันแรกที่ผมเข้ามาอยู่ในบ้านศักการะ” กานนจำได้ว่าตอนนั้นเขาอายุแค่ 5 ขวบ มักจะถูกคุณหญิงศรีเมืองเล่นงานตลอดแถมว่ากระทบต่างๆนานา คนในบ้านแทบจะไม่มีใครสนใจเขา มีเพียงคลเมขลาเท่านั้นที่ดีกับเขาและไม่เคยรังเกียจ เธอเหมือนนางฟ้าที่มาทำให้โลกของเขาสดใส นิลสีเตือนถึงคลเมขลาจะดีกับเขาแค่ไหน เขาก็ไม่มีสิทธิ์ไปรักเธอ แล้วสั่งให้ตัดใจจากเธอ

“แม่ไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม ผมจะรักน้องมอธต่อไปและสักวันน้องมอธจะต้องเป็นของผม”...

เสร็จจากคุยกับผู้บริหารของโรงแรมศักการะ

ทิเบตแวะไปทักทายคงชาย เล่าให้ฟังถึงเรื่องที่เขาซื้อหุ้นของที่นี่จากนิลสี และยังบอกด้วยว่าลืมความแค้นที่คนตระกูลนี้ทำไว้กับเขาและครอบครัวไปหมดแล้ว

คงชายหลงเชื่อ โดยไม่ล่วงรู้ว่าการที่เขาเข้ามาซื้อหุ้นครั้งนี้ก็เพื่อทำลายตระกูลศักการะให้สิ้นซาก...

ตกค่ำ คลเมขลาเล่าถึงผู้ซื้อหุ้นรายใหม่ให้

คุณย่าฟังว่าคือทิเบตซึ่งเป็นอดีตพนักงานโรงแรมคนนั้น

ท่านแปลกใจเหมือนคนอื่นๆว่าเขาไปร่ำรวยมีเงินมากมายมาจากไหน เธอเล่าเพิ่มเติมว่าเขาเป็นลูกบุญธรรมของซาซูเกะผู้มั่งคั่ง คุณหญิงศรีเมืองเคยได้ยินชื่อผู้ชายคนนี้มาก่อน ร่ำลือกันว่าเก่งมาก นั่นแสดงว่าทิเบตต้องมีอะไรดี ซาซูเกะถึงได้รับเป็นลูกบุญธรรม คลเมขลาเคยบอกท่านมาตลอดว่าทิเบตเป็นคนดีแต่ถูกใส่ร้าย

“ได้ฟังแบบนี้ ย่ารู้สึกผิดขึ้นมาทันที ถ้ายังไงพรุ่งนี้เย็น ชวนเขามากินข้าวที่บ้านเรานะ ย่าอยากเลี้ยงอาหารเขาเพื่อเป็นการขอโทษ”

ooooooo

ทิเบตมาทำงานแต่เช้า เจอกานนกำลังอาละวาดพนักงานเสิร์ฟที่ทำน้ำหกใส่รองเท้าของเขา และยังพูดจาดูถูกดูแคลนว่ารองเท้าคู่นี้ของเขามีค่ามากกว่าชีวิตของพนักงานเสิร์ฟเสียอีก ทิเบตได้ยินก็ไม่พอใจ สั่งให้พนักงานเก็บของออกไปได้แล้ว กานนตะคอกใส่ว่ายุ่งอะไรด้วย

“ไม่ยุ่งคงไม่ได้ คุณกำลังทำสิ่งที่ไม่สมควร ถึงเขาจะเป็นแค่พนักงานแต่เขาก็เป็นคนเหมือนคุณ”

กานนเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่เหมือน เคยได้ยินประโยคนี้ไหมว่าห้องขังมีไว้ให้หมากับคนจน นั่นแปลว่าคนจนกับหมาเท่ากัน ทิเบตโกรธจัดกระชากคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้

“จะคนจนหรือจะหมา มันก็มีค่าเหมือนกัน คนรวยอย่างพวกคุณที่ชอบดูถูกคนอื่นต่างหากคือคนไร้ค่า อย่าให้ผมเห็นหรือได้ยินคุณทำแบบนี้กับคนอื่นอีกเพราะผมจะทำให้คุณเป็นคนรวยคนแรกที่จะได้เข้าไปอยู่ในห้องขัง” ทิเบตจ้องกานนอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะผละจากไป เขายัง

ขุ่นเคืองใจไม่หาย ต้องขึ้นไปสงบสติอารมณ์บนดาดฟ้าโรงแรม เจอนิลปัทม์กำลังหลบมุมสูบกัญชาอยู่ พอเห็นเขาเดินมาหา เธอรีบโยนกัญชาทิ้ง ถามกลบเกลื่อนว่ามาทำอะไรบนนี้ เขาขึ้นมาสูดอากาศ ไม่นึกว่าจะเจอเธอที่นี่

“ให้ผมเลี้ยงกาแฟคุณสักแก้วจะได้ไหม”

นิลปัทม์ยินดีรับคำเชิญเพราะถูกใจเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่นานนักทั้งคู่มานั่งดื่มกาแฟที่คอฟฟีช็อป

ชั้นล่างของโรงแรม ทิเบตช่วยเธอทบทวนความจำเกี่ยวกับตัวเขาว่าเราสองคนเคยเจอกันเมื่อหลายปีก่อน นิลปัทม์มองหน้าเขาอย่างพิจารณาอยู่สักพักก็นึกออกว่าตัวเองเคยใส่ร้ายเขาว่าขโมยแหวนเพชร

“นาย...นายคือนายทิเบต พนักงานคนนั้น”

“ใช่ครับ ผมคือทิเบตคนนั้น ตอนนี้ผมซื้อหุ้นของแม่คุณเอาไว้แล้ว เราจะได้เจอกันบ่อยๆแล้วนะครับ”...

ทิเบตมาถึงบ้านศักการะเพื่อกินมื้อค่ำตามนัด เขาพยายามสร้างความประทับใจให้กับคนที่นี่ด้วยการมีของติดไม้ติดมือมาฝาก คุณหญิงศรีเมืองกับคลเมขลาได้รับผ้าคลุมไหล่ นิลสีได้น้ำหอมจากฝรั่งเศส ส่วนนิลปัทม์ได้กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงระยับ ทั้งสี่คนต่างปลื้มปริ่ม ของฝากของกานนแปลกกว่าคนอื่นเพราะใส่กล่องห่อไว้อย่างดี นิลสีอยากรู้ว่าข้างในมีอะไรเร่งให้ลูกแกะออกดู

กานนถึงกับอึ้งเมื่อพบแส้อยู่ในกล่อง นิลปัทม์โพล่งขึ้นทันทีว่าเขาเป็นพวกซาดิสม์หรือ เขาถึงกับหน้าซีด ทิเบตตีหน้าซื่อว่าแส้ขี่ม้าต่างหาก เห็นกานนชอบขี่ม้าก็เลยซื้อมาฝาก คลเมขลาทักท้วง แส้ขี่ม้าไม่ใช่แบบนี้ ทิเบตขอโทษเขาด้วยที่ซื้อมาผิดแบบ สั่งให้โทรุเอาไปเปลี่ยนให้ใหม่ กานนปฏิเสธว่าไม่ต้อง แล้วขอตัวไม่ร่วมวงกินข้าวด้วย เดินจ้ำพรวดๆออกไป ทิเบตแอบยิ้มพอใจ คลเมขลาหันมาเห็นพอดี นิ่วหน้าสงสัย

ทันทีที่กานนกลับถึงห้องตัวเอง ขว้างกล่องใส่แส้ทิ้ง ครุ่นคิดหนัก ทำไมทิเบตถึงล่วงรู้ความลับของตน...

เนื่องจากทิเบตรู้ตื้นลึกหนาบางคนในบ้านศักการะเป็นอย่างดี จึงรู้ว่าคุณหญิงศรีเมืองชมชอบของโบราณ คุยอวดว่าเขาเองก็ชอบสะสมของเก่าเหมือนกัน ชวนท่านไปดูของที่ตัวเองสะสมวันพรุ่งนี้ ท่านรับคำเชิญด้วยความเต็มใจ คลเมขลามองทิเบตที่เข้ากับคุณย่าได้ดีก็รู้สึกดี นิลปัทม์เองก็ประทับใจแขกผู้มาเยือนเช่นกัน จังหวะนั้น ป้าพิศกับเตยหอมประคองศรีวิศาลที่เมาโวยวายเข้ามา คุณหญิงศรีเมืองอายมากรีบออกตัว

“อย่าถือสาลูกชายฉันเลยนะคะ”

ทิเบตไม่พูดอะไร ปรี่เข้าไปรับตัวศรีวิศาลจากป้าพิศและเตยหอม แล้วพาไปนอนพักที่ห้องของท่านโดยมีคลเมขลาช่วยประคองอีกข้างหนึ่ง ทิเบตสงสัยว่าท่านเป็นอย่างนี้ทุกวันเลยหรือ เธอพยักหน้าแทนคำตอบ เขาแนะให้เธอพาท่านไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง อาจจะช่วยให้ดีขึ้น เธออ้างไม่มีเวลา

“คุณคงมีปัญหาบางอย่างกับพ่อของคุณ ไม่ว่าท่านจะเป็นยังไง ท่านก็คือพ่อของเรา ดูแลท่านตอนที่ยังมีชีวิตอยู่จะดีกว่า คุณจะไม่ต้องมานั่งเสียใจเมื่อถึงเวลาที่ท่านจากไป”...

ด้านนิลปัทม์คิดเข้าข้างตัวเองว่าทิเบตมีใจให้ ถึงได้ซื้อของฝากแพงระยับขนาดนี้มาให้ นิลสีคิดแบบเดียวกันกับลูก ยุส่งให้เธอจับเขาให้ได้ รับรองจะสบายไปทั้งชาติ โดยไม่รู้ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนแก้แค้น

ooooooo

เช้าวันถัดมา ทิเบตพาคุณหญิงศรีเมืองไปดูของสะสมของตัวเองที่มีอยู่เต็มโกดังขนาดใหญ่ สร้างความตื่นตะลึงให้เธอเป็นอย่างมาก ทั้งคู่คุยกันถูกคอถึงเรื่องของโบราณ นี่เป็นอีกครั้งที่ทิเบตทำให้ท่านประทับใจถึงกับบ่นเสียดายว่าเราสองคนน่าจะรู้จักกันเร็วกว่านี้

ระหว่างที่คุณหญิงศรีเมืองเพลิดเพลินอยู่กับของสะสมของทิเบต ตำรวจยกกำลังเข้าตรวจค้นในห้องทำงานของกานนเนื่องจากมีคนแจ้งว่าเขามียาเสพติดในครอบครอง เจอกัญชาห่อใหญ่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานกานนปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตน

“ถ้าไม่ใช่แล้วมันมาอยู่ในห้องคุณได้อย่างไร ขอเชิญไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยครับ”...

กานนถูกจับเข้าห้องขังก็ร้องโวยวายโรงพักแทบแตก ไม่นานนักทิเบตเดินมาหยุดตรงหน้าห้องขัง กานนรู้ทันทีว่านี่เป็นฝีมือของเขา แทบจะแหกห้องขังออกมาบีบคอให้ตายคามือ แถมด่าว่าหยาบๆคายๆ ทิเบตเตือนถ้าอยากออกไปจากที่นี่ควรจะพูดจาดีๆ เพราะตนเป็นคนเดียวที่ช่วยเขาได้

“ไม่จำเป็น ฉันจะโทร.บอกให้แม่มาช่วย...ตำรวจ... ตำรวจอยู่ไหนกันหมดวะ ตำรวจ” กานนตะโกนลั่น

“ตะโกนไปก็ไม่มีใครได้ยิน ผมสนิทกับผู้ใหญ่โรงพักนี้ดี คุณคงเข้าใจความหมาย” ทิเบตยิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่า บอกกานนว่าถ้าอยากออกจากที่นี่แบบไม่มีคดีติดตัว ต้องกราบเท้าอ้อนวอนตนก่อน กานนไม่มีทางเลือกจำต้องทำตามที่ทิเบตต้องการ

“ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นคุณกานน ศักการะในสภาพนี้ ขอให้คุณจำความรู้สึกนี้เอาไว้ให้ดี มันคือวามรู้สึกของคนที่คุณเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรี คนที่คุณเคยดูถูก คนที่คุณไม่เคยให้โอกาสและอย่าให้ผมเห็นคุณทำแบบนี้กับใครอีก” ทิเบตว่าแล้วเดินจากไป กานนมองตามตาไม่กะพริบ ไม่มีสำนึกใดๆให้เห็น...

ค่ำวันเดียวกัน คลเมขลาครุ่นคิดถึงคำพูดของทิเบตที่เตือนสติว่าถึงศรีวิศาลจะทำอะไรกับเธอไว้ แต่ท่านก็เป็นพ่อ ดูแลท่านตอนมีชีวิตอยู่จะดีกว่ามานั่งเสียใจเมื่อถึงเวลาที่ท่านจากไป คิดได้ดังนั้น เธอแวะไปหาพ่อที่ห้อง กลับไม่เห็นแม้แต่เงา ถามป้าพิศกับเตยหอมก็ได้ความว่าท่านออกไปตั้งแต่เย็น กว่าจะกลับตีสองทุกวัน คลเมขลารู้สึกแย่มากที่ไม่รู้เรื่องอะไรของพ่อเลย...

คนที่คลเมขลาตามหา เมาหลับอยู่ในผับของไพโรจน์ซึ่งต้องการได้เงินค่าเหล้า สั่งให้วันชัยค้นตัวเขาดูว่าเป็นใครอยู่ที่ไหน พอรู้ว่าเขานามสกุลเดียวกับลูกสะใภ้ของนิโลบล ไพโรจน์ยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที...

คลเมขลาเป็นห่วงพ่อมากพยายามโทร.หาปุราณหวังจะให้ช่วยตามหาแต่ติดต่อไม่ได้ เขากำลังเสียพนันไม่สนใจเสียงเรียกเข้ามือถือของตัวเอง...

ด้วยความน่ารักและไร้เดียงสาของน้องเสือ ทำให้กำแพงอคติที่ทิเบตมีต่อแกทลายลงได้ในที่สุด ลุงกับหลานเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทำให้รัญจวนกับบุษย์ที่แอบมองอยู่ยิ้มสบายใจ หลังจากเล่นกันอย่างเหน็ดเหนื่อย สองลุงหลานนั่งดื่มน้ำด้วยท่าเดียวกัน บุษย์กับรัญจวนเห็นแล้วอดขำไม่ได้ รัญจวนคุ้นตาเหมือนเคยเห็นท่าทางแบบนี้ที่ไหน แล้วนึกขึ้นได้ว่าเหมือนพ่อของทิเบตไม่มีผิดเพี้ยน

“เหรอคะ...แม่มีรูปพ่อของพี่เบตไหมคะ”

รัญจวนต้องลองหาดูก่อน จังหวะนั้นมีเสียงมือถือของทิเบตดังขึ้น คลเมขลาโทร.มาชวนเขาไปรับพ่อของเธอด้วยกัน ไพโรจน์เจ้าของผับโทร.มาบอกว่าท่านอยู่ที่นั่น

ooooooo

จากนั้นไม่นาน ทิเบต คลเมขลาและโทรุไปถึงผับเป้าหมาย ไพโรจน์เลวได้ใจมาก โก่งราคาค่า เหล้าที่ศรีวิศาลดื่มเกินกว่าราคาจริงเป็นสิบเท่า พอทิเบตโวยวาย วันชัยซึ่งเขาจำได้ว่าเคยไปทวงหนี้เขาที่บ้านเช่าเมื่อสี่ปีก่อนปรี่เข้ามาจะเล่นงาน แต่โทรุจับแขนวันชัยบิดถึงกับร้องลั่น สมุนของไพโรจน์พากันล้อมกรอบทั้งคู่ไว้

“อย่าโง่มีเรื่องกับฉันหน่อยเลย จ่ายมาให้มันจบไปดีกว่า” ไพโรจน์ขู่

คลเมขลายินดีจะจ่ายเงินให้ตามที่ไพโรจน์ต้องการ ทิเบตห้ามไว้ ยืนยันจะจ่ายตามราคาที่เป็นจริง แล้วบอกให้ปล่อยตัวศรีวิศาลออกมาได้แล้ว โทรุเห็นไพโรจน์รีๆรอๆ บิดแขนวันชัยหนักมือขึ้น ขู่ถ้าไม่อยากให้สมุนคนสนิทแขนขาดก็ให้ทำตามที่เจ้านายของตนบอก ไพโรจน์จำต้องปล่อยตัวศรีวิศาลให้กลับไปกับคลเมขลา

ทันทีที่สองพ่อลูกลับสายตา ไพโรจน์สั่งให้สมุนจัดการทิเบตกับโทรุให้สิ้นซาก ทั้งที่คนมากกว่า เหล่าสมุนของไพโรจน์โดนทิเบตกับโทรุเล่นงานสลบเหมือด ไพโรจน์โมโหมากชักปืนขึ้นมาขู่ ทิเบตมองไม่สะทกสะท้าน

“ผมว่าคุณกำลังคิดผิดที่ทำแบบนี้”

“แต่ฉันว่าฉันคิดถูก เด็กสามหาวจองหองอย่างแก มันต้องกินลูกปืนเป็นอาหาร” พูดจบไพโรจน์หันไปพยักพเยิดให้วันชัยเอาที่เก็บเสียงออกมาใส่ปากกระบอกปืน ทิเบตกับโทรุถึงกับชะงัก...

ขณะที่ทิเบตตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน รัญจวนนำรูปถ่ายพ่อของทิเบตที่มีอยู่เพียงใบเดียวให้บุษย์ดู เผยให้เห็นว่าพ่อของเขาก็คือไพโรจน์นั่นเอง...

วันชัยเตรียมจะลั่นไกใส่ทิเบต แต่ยังไม่ทันจะยิง โดนโทรุเล่นงานเสียก่อน ไพโรจน์เห็นท่าไม่ดีหันปืนจะยิงทิเบต แต่เขารู้ทันเข้าไปปัดปืนหล่น ทั้งคู่เปิดศึกกำปั้นกันอย่างดุเดือด ไพโรจน์สู้ไม่ได้ถูกอัดลงไปกองกับพื้น ทิเบตจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ ขณะปัดฝุ่นออกจากเสื้อสูทถูกเข็มกลัดสัญลักษณ์ของแก๊งกระเด็นตกพื้นกลิ้งไป

ตรงหน้าไพโรจน์ซึ่งหยิบขึ้นมาดูด้วยความตกใจ

“คุณเป็นอะไรกับแก๊งพยัคฆ์ขาว”

ปรากฏว่าไพโรจน์รู้จักกับซาซูเกะเป็นอย่างดี...

ทางด้านคลเมขลารู้ว่าทิเบตกลับจากผับของไพโรจน์อย่างปลอดภัยก็โล่งใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"

"ช่องวัน31" เปิดละครช่วงเวลาใหม่ ประเดิมละครอบอุ่นหัวใจ "เหมือนเราเคยรักกัน"
17 ก.พ. 2563
11:45 น.