ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คนละโลก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'ซี' สู้ชีวิตเชือดเฉือน 'ปู' 'คนละโลก' สะท้อนสังคม

ทิเบตใช้เน็ตประจานความชั่วของกานน นิลสีก็เลยใช้วิธีเดียวกันประจานเขากับน้องสาวคืนบ้าง

“นายทิเบตอดีตพนักงานโรงแรมศักการะ เป็นผู้ปล่อยข่าวเรื่องคุณกานน ศักการะข่มขืนพนักงานสาว ซึ่งพนักงานคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นน้องสาวของนายทิเบต” ชัชชัยอ่านออกเสียงจบ เงยหน้ามองคลเมขลาสีหน้าเป็นกังวล “ข่าวนี้ไม่เป็นผลดีกับนายทิเบตเลย แต่คนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือคุณบุษย์”...

ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก ศักดิ์บุกมาต่อว่าทิเบตถึงบ้านเช่าว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ไม่พอใจที่ถูกกานนไล่ออก ดันไปปล่อยข่าวว่าเขาข่มขืนบุษย์ทำให้น้องเสียหาย เจ้าตัวแอบฟังอยู่ถึงกับอึ้ง รีบ

กลับห้องตัวเอง หยิบมือถือดูข่าวในเน็ตที่เขียนถึงทิเบต เธอเสียใจมากถึงกับทำมือถือร่วง...

คลเมขลาเป็นห่วงความรู้สึกของบุษย์ชวนชัชชัยมาเยี่ยมที่บ้าน ตัวเองไม่กล้าเข้าไป สั่งให้เขาไปบอกพวกนั้นว่าบังเอิญเขาเห็นข่าว เป็นห่วงก็เลยจะมาดูว่าช่วยอะไรได้บ้าง แล้วเร่งให้เขาลงจากรถ...

เสียงพ่อกับพี่ชายเถียงกันดังไปถึงห้องนอนของบุษย์จนเธอทนไม่ไหวเอาคัตเตอร์เชือดข้อมือตัวเอง ศักดิ์จะเอาบุษย์กลับไปอยู่ด้วยบุกขึ้นไปที่ห้อง แต่พอเปิด

ประตูเข้าไปเท่านั้นต้องตกใจร้องลั่น ชัชชัยที่เพิ่งมาถึงชวนทิเบตและรัญจวนตามไปดู เห็นบุษย์นอนเลือดท่วมพากันทำอะไรไม่ถูก ชัชชัยตั้งสติได้ก่อน บอกให้รีบพาไปส่งโรงพยาบาลแล้วอุ้มเธอไปที่รถของคลเมขลา นั่งเบาะด้านหลังทำให้ทิเบตต้องนั่งหน้าคู่กับคนขับ

ด้านรัญจวนทนรอที่บ้านไม่ไหวจะไปหาลูกที่โรงพยาบาล ศักดิ์ขอไปด้วย เธอหันมาตบเขาฉาดใหญ่ โทษว่าที่บุษย์ต้องเป็นแบบนี้เพราะเขาคนเดียว ถ้าเขาไม่ซ้อมเธอ ทิเบตก็ไม่ต้องพาพวกเรามาอยู่ที่นี่ และมาเกิดเรื่องนี้ขึ้น ศักดิ์ถึงกับอึ้ง ถามว่าลูกถูกข่มขืนจริงๆหรือ

“ใช่...แกอย่ามายุ่งกับครอบครัวของฉันอีก” รัญจวนปาดน้ำตาแล้วออกจากบ้าน...

บุษย์พ้นขีดอันตรายเนื่องจากพามาหาหมอทันเวลา ทำให้เสียเลือดไม่มาก แต่หมออยากให้เธอนอน โรงพยาบาลหนึ่งคืนเพราะยังอ่อนเพลียอยู่ ทั้งทิเบต

คลเมขลาและชัชชัยต่างโล่งอก คลเมขลาจะขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของบุษย์ ทิเบตไม่ต้องการเงินของเธอ สั่งห้ามมายุ่ง แล้วผละจากไป ชัชชัยเข้ามาแตะไหล่เพื่อนรัก

“ฉันว่าแกเลิกยุ่งกับเรื่องนี้สักทีเถอะ เห็นๆอยู่ว่าเขาไม่ต้องการรับความช่วยเหลือจากแก”

ooooooo

คลเมขลาไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจที่จะช่วยเหลือครอบครัวของทิเบต ขณะนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงคุณย่า เธอหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความไปหาคงชายขอเบอร์มือถือของบุษย์ จากนั้นก็ส่งข้อความไปหาบอกบุษย์ว่า

“ถ้ามีอะไรให้ช่วยโทร.หาฉันที่เบอร์นี้ได้เลย ฉันอยากช่วยเหลือเธอกับครอบครัวของเธอจริงๆ”

ระหว่างนั้นคุณหญิงศรีเมืองเพ้อเรียกหาศรีวิชัยลูกชายคนโตที่ตายไปแล้วให้กลับมา อย่าทิ้งท่านไป

คลเมขลาจับแขนท่านไว้ พร้อมกับร้องเรียกให้รู้สึกตัว ท่านลืมตาขึ้นมาเห็นหลานรักถึงกับร้องไห้โฮ

“มอธต้องขอโทษแทนคุณพ่อด้วยนะคะ คุณพ่อไม่ควรทำแบบนี้กับคุณลุงแล้วก็คุณย่า...”

“ไม่เกี่ยวกับเรา เรื่องนี้คนที่ควรขอโทษคือยัยนิลสี ตั้งแต่มันเข้ามาในบ้านศักการะ ทุกอย่างก็วุ่นวายไปหมด สักวันย่าจะต้องให้มันชดใช้ในสิ่งที่มันทำเอาไว้”...

โทรุมาที่บ้านเช่าของทิเบตแต่ไม่มีใครอยู่ สอบถามเพื่อนบ้านก็ไม่มีใครรู้ว่าไปไหน จึงกลับมารายงานซาซูเกะซึ่งกำลังจิบกาแฟอยู่ที่ริมหน้าต่างบนคอนโดฯหรูของเขา

“ตามหาเขาให้เจอ ถ้าเขาต้องการอะไร ช่วยให้เต็มที่” ซาซูเกะสั่งเสียงเฉียบ...

หมออนุญาตให้บุษย์กลับบ้านได้ ทิเบตไม่มีเงินพอจ่ายค่ารักษาจึงต้องหยิบยืมจากคงชาย รับปากจะหามาคืนให้เร็วที่สุด เขาขอร้องทิเบตอย่าคิดมาก บุษย์ก็เหมือนน้องแท้ๆของเขาเช่นกัน แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้

“เอ้อ วันก่อนคุณคลเมขลาถามเบอร์โทร.ยัยบุษย์จากฉัน เธอโทร.หาน้องสาวแกหรือเปล่า”...

บุษย์ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ตัดพ้อต่อว่าแม่ว่าช่วยเธอทำไม น่าจะปล่อยให้ตาย ทิเบตกำลังจะเปิดประตูห้องพักฟื้นเข้ามาถึงกับชะงัก รัญจวนกอดลูกไว้ ขอร้องอย่าพูดแบบนี้ เราเหลือกันอยู่แค่นี้จะทิ้งตนทิ้งพี่ชายไปไหน คนเราล้มได้ก็ลุกได้ อย่าให้เรื่องนี้มาทำให้เธอไม่กล้าที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า

“แต่บุษย์ลุกไม่ไหว บุษย์ไม่อยากเดินแล้วแม่”

“ถ้าลูกเดินไม่ไหว สองมือของแม่จะประคองลูกเอง เราจะเดินไปด้วยกัน แม่จะไม่ปล่อยให้ลูกล้มอีกเด็ดขาด” รัญจวนว่าแล้วจับมือบุษย์มากุมไว้ ทิเบตเข้ามากุมมือแม่กับน้องอีกทีหนึ่ง พร้อมกับสัญญาว่าเราสามคนจะเดินไปด้วยกัน เขาจะคอยปกป้องทั้งคู่เอง ไม่ว่าหนทางจะเลวร้ายแค่ไหน เราจะไม่ปล่อยมือจากกัน แล้วดึงแม่กับน้องมากอด ร้องไห้ไปด้วยกัน...

คลเมขลากลับบ้านจะมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้กลับไปเฝ้าคุณย่าอีก เจอปุราณนั่งรอท่าอยู่ที่ห้องรับแขก จะมารับเธอไปแจกการ์ดแต่งงาน เธอมัวแต่วุ่นๆก็เลยลืมเสียสนิท เขาเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีนักของเธอ บอกว่าไม่ต้องเป็นกังวล เขาจะโทร.ไปบอกผู้ใหญ่ที่เรานัดไว้ ว่าเธอไม่ค่อยสบายขอเลื่อนเป็นวันพรุ่งนี้ แล้วรวบรวมความกล้าถามเธอว่าอยากแต่งงานกับเขาหรือเปล่า เพราะดูเหมือนเธอไม่กระตือรือร้นเท่าที่ควร คงไม่ใช่ตกลงแต่งงานกับเขาเพราะคุณย่าของเธอ

“ไม่ใช่นะคะ ช่วงนี้มีแต่ปัญหาก็เลยทำให้มอธไม่มีสติ มอธขอโทษนะคะที่ทำให้คุณคิดมาก”

“ไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับผมต่างหากที่ต้องขอโทษที่เข้าใจมอธผิดไป มอธพักผ่อนเถอะพรุ่งนี้ค่อยเจอกัน” ปุราณยิ้มให้ก่อนจะเดินออกไป คลเมขลาถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม...

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ คลเมขลากำลังจะออกไปขึ้นรถ เห็นกานนยืนอยู่ถึงกับชะงัก เขาตัดพ้อตั้งแต่เกิดเรื่อง เธอเอาแต่หลบหน้า เขาทำอะไรผิดหรือ คลเมขลาเหลืออดแดกดันว่าสิ่งที่เขาทำกับบุษย์ไม่ใช่ความผิดหรือ เขาแก้ตัวหน้าด้านๆว่าไม่ได้ทำ เคยบอกกับเธอหลายครั้งแล้ว

“แล้วต้องให้มอธย้ำอีกกี่ครั้งว่ามอธไม่เชื่อ ถ้าพี่นนยังไม่ยอมรับและไม่สำนึกก็อย่ามาคุยกับมอธอีก” พูดจบ คลเมขลาเดินไปขึ้นรถ กานนไม่สำนึกผิด หนำซ้ำยังโทษว่าเป็นเพราะทิเบต เขาถึงต้องเป็นแบบนี้...

ที่บ้านเช่าของทิเบต หลังกินมื้อเย็นเรียบร้อย ทิเบตส่งยากับน้ำให้บุษย์ที่ยังมีสีหน้าอิดโรยกิน แล้วถามว่าคลเมขลาโทร.หาหรือเปล่า เธอส่ายหน้า

“เปล่าค่ะ คุณคลเมขลาแค่ส่งเมสเสจมาบอกว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยก็โทร.หาเธอได้เลย”

“ไม่ต้องโทร.นะบุษย์ ลบเบอร์เธอออกจากเครื่องได้เลยยิ่งดี” ทิเบตห่มผ้าให้น้องแล้วเดินออกจากห้อง มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น กานนโทร.เรียกเขาออกมาเจอที่หน้าบ้าน แล้วยื่นเงินปึกใหญ่ให้ หวังจะใช้เงินฟาดหัวเพื่อให้เขากับครอบครัวไปให้พ้นๆ ทิเบตไม่พอใจมาก สองคนมีปากเสียงกัน กานนพูดจาดูถูกเหยียดหยามทิเบตต่างๆนานา พอถูกด่ากลับก็ทนฟังไม่ได้ เหวี่ยงกำปั้นใส่แต่เขาหลบทัน กานนบ้าคลั่งไล่ต่อยเขาไม่ยั้ง แต่เขาหลบได้ทุกหมัด สุดท้ายกานนสะดุดขาตัวเองหน้าคะมำ ทิเบตมองเขาอย่างสมเพชแล้วเดินเข้าบ้าน

“ฉันจะทำให้แกไม่มีที่ยืนอยู่บนโลกนี้ไอ้ทิเบต” กานนขบกรามแน่นด้วยความแค้น

ooooooo

หนึ่งเดือนผ่านไป...

วันนี้เป็นวันแต่งงานของคลเมขลากับปุราณซึ่งหนังสือพิมพ์พากันประโคมข่าวว่านี่เป็นงานวิวาห์ งานช้างแห่งปี คลเมขลาในชุดเจ้าสาวกำลังให้ช่างทำผมเซตผมให้โดยมีปุราณยืนชื่นชมอยู่ นิโลบลเปิดประตูเข้ามา

“เจ้าสาวยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกเหรอจ๊ะ แขกเริ่มมากันแล้ว”

ช่างทำผมขอเวลาอีกสิบนาที นิโลบลไม่อยากรอ ชวนปุราณไปช่วยรับแขกด้วยกันก่อน คลเมขลารับปากเสร็จแล้วจะรีบตามไป...

อีกมุมหนึ่งในห้องจัดเลี้ยง พิธีอย่างเป็นทางการยังไม่ทันเริ่ม นิลสีดื่มจนเริ่มเมา มองไปที่ศรีวิศาลที่ยืนเคียงข้างอยู่กับคุณหญิงศรีเมืองด้วยความหงุดหงิด นิลปัทม์เห็นแม่กรึ่มๆ ทักท้วงว่างานยังไม่ทันเริ่มก็ดื่มแล้วหรือ นิลสีตวาดใส่ว่าไม่ต้องมายุ่งเรื่องของตน กระดกไวน์ในมือหมดแก้ว ก่อนจะยกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟมาหา หยิบไวน์สองแก้วมาถือไว้ แล้วเดินจากไป นิลปัทม์ได้แต่มองตามงงๆ

ครู่ต่อมา นิลสียื่นไวน์แก้วหนึ่งไปตรงหน้าศรีวิศาลบอกให้รับไว้ เธออยากดื่มแสดงความยินดีที่ลูกสาวของเขาจะมีผัว เขาต้องปรามให้เธอพูดจาดีๆหน่อย ใครมาได้ยินเข้าจะเป็นเรื่องได้ แทนที่นิลสีจะสงบปากสงบคำกลับเถียงฉอดๆ เขาเห็นเธอเมาจะพาไปพักที่ห้อง

“ไม่ไป ไม่ต้องยุ่ง จำไว้ก็แล้วกัน ทำอะไรกับฉันเอาไว้ ฉันก็ทำแบบเดียวกันคืนกลับไป”...

ในเวลาเดียวกัน สมุนของกานนลากทิเบตออกจากบ้านเช่า ขณะที่กานนชี้หน้ารัญจวนกับบุษย์พร้อมกับสั่งไม่ให้มายุ่ง ก่อนจะเดินตามสมุนออกไป บุษย์กลัวมาถามแม่ว่าจะช่วยพี่เบตอย่างไรดี

“คุณคลเมขลาเคยให้เบอร์โทร.ลูกไว้ใช่ไหม” รัญจวนว่าแล้วสั่งบุษย์ไปหยิบมือถือมาให้...

หลังทราบเรื่องที่เกิดขึ้นจากรัญจวน คลเมขลาโทร.บอกชัชชัยอีกทอดหนึ่ง เขาจะไปกับเธอด้วย แต่เธอขอร้องให้อยู่ที่โรงแรม คอยแก้ตัวให้เธอดีกว่าและที่สำคัญอย่าแจ้งความ เธอไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่

เธอมั่นใจว่าจัดการแก้ปัญหานี้เองได้...

ปุราณเห็นคลเมขลาไม่ลงมาที่งานสักที จึงขึ้นมาตามที่ห้อง เจอชัชชัยเปิดประตูออกมา แต่ไม่เห็นเจ้าสาวของตัวเองออกมาด้วยก็ถามหา เขาอึกอัก ก่อนจะบอกว่าเธอไปหาเพื่อน พอดีเพื่อนกำลังมีปัญหา ถ้าเธอไม่ไป เขาคนนั้นอาจจะแย่ก็ได้

“เพื่อนที่ว่า ใช่พนักงานโรงแรมคนนั้นหรือเปล่า” ปุราณเห็นสีหน้าชัชชัยก็เดาได้ทันทีว่าใช่

“มันมีความจำเป็นจริงๆที่มอธต้องไป ผมเป็นเพื่อนกับมอธมานาน ผมมั่นใจว่ายังไงมอธต้องกลับมา”...

ด้านคลเมขลาวิ่งฝ่าสายฝนที่ตกหนักด้วยเท่าเปล่า สีหน้าเป็นห่วงทิเบตสุดๆ คิดอยู่อย่างเดียวต้องวิ่งไปให้เร็วที่สุด จึงทำให้ล้มลุกคลุกคลานเพราะชุดเจ้าสาวที่ยาวรุ่มร่าม เธอตัดสินใจฉีกชายกระโปรงทิ้ง...

แม้จะไม่พอใจที่คลเมขลาทิ้งงานแต่งงานไปช่วยเหลือทิเบต แต่ปุราณก็ช่วยโกหกทั้งคุณย่าและคุณพ่อของเธอรวมทั้งแม่ของเขาเองว่า เธอไม่สบายก็เลยอยากพักผ่อน ศรีวิศาลเสนอให้ตามหมอมาดู

“ผมบอกแล้ว แต่มอธบอกว่าไม่ต้อง ถ้าได้นอนพักสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้นครับ”

“งั้นก็ปล่อยให้นอนพักไป แขกเองก็ยังมาไม่เยอะ เพราะข้างนอกเขาว่าฝนตกหนักมาก”

ปุราณโล่งใจที่ไม่มีใครติดใจสงสัยอะไร...

กานนกำลังจะล้วงปืนออกมา แต่มีเสียงคลเมขลาเรียกชื่อเขาดังขึ้นเสียก่อน เขาชะงัก รีบเอามือออกจาก

ด้ามปืน ทิเบตเองก็ได้ยินเสียงเธอเช่นกัน พยายามกวาดตา หา แต่เห็นไม่ชัดเนื่องจากแว่นสายตาถูกกานนกระทืบแตก กานนเห็นคลเมขลาในชุดเจ้าสาวเดินเท้าเปล่าตรงมาทางเขารีบเดินไปหา

ทิเบตมองตามเห็นเธอเป็นแค่เงารางๆ แต่แล้วสมุนของกานนก็เดินมาบัง ทำให้เขามองไม่เห็นเธออีก พยายามเงี่ยหูฟัง แต่ถูกเสียงฝนที่ตกหนักกลบเสียง คลเมขลาขอร้องกานนอย่าทำแบบนี้ ฆ่าคนผิดกฎหมาย ขอให้เขากลับไปกับเธอแล้วจับแขนเขาไว้ ก่อนจะทรุดลงคุกเข่ากับพื้น อ้อนวอนทั้งน้ำตา

“มอธขอร้อง ไว้ชีวิตทิเบต อย่าทำร้ายเขาอีกเลย”

“ทำไมต้องทำเพื่อมันขนาดนี้”

“มอธไม่ต้องการเห็นการสูญเสียอีก และมอธก็ไม่อยากให้พี่นนทำบาปมากไปกว่านี้ มอธไหว้ล่ะค่ะ” คลเมขลายกมือไหว้ กานนยิ่งแค้นหนักที่เธอยอมลงทุนขนาดนี้ แกล้งรับปากจะทำตามที่เธอขอ เพื่อเป็นของขวัญวันแต่งงานของเธอ คลเมขลายิ้มดีใจ ยันตัวลุกขึ้น แต่เกิดเวียนหัวหน้ามืดเป็นลม กานนรีบประคองเอาไว้ แล้วสั่งให้สมุนพาเธอไปส่งโรงแรมศักการะ สมุนรีบทำตามคำสั่ง กานนรอจนรถที่คลเมขลานั่งไปลับสายตา จึงเดินกลับมาหาทิเบตที่ถูกซ้อมสะบักสะบอม แล้วหยิบปืนขึ้นมา

“อย่าโทษฉัน แกทำตัวเอง...ลาก่อน” กานนลั่นไกเปรี้ยง

ooooooo

หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้น ทิเบตตัดสินใจขายวิญญาณให้กับความผิดและบาป ทำลายศีลธรรมของตัวเอง เขาเลือกที่จะอยู่ในโลกสีดำและพร้อมกำจัดทุกคนที่ขวางทาง...

ณ ศาลเจ้าเมจิ ประเทศญี่ปุ่น การทดสอบความสามารถของทิเบตถูกจัดขึ้นที่ลานกว้างของศาลเจ้า ขณะที่เขากำลังจิบน้ำชาอยู่ใต้ต้นซากุระ มีดาวกระจายพุ่งตรงเข้ามา เขาเบี่ยงตัวหลบ ทำให้อาวุธเหล่านั้นพุ่งปักที่ต้นไม้ อึดใจ ชายในชุดดำนับสิบคน พร้อมดาบซามูไรดาหน้าล้อมเขาไว้

แค่ไม่กี่กระบวนท่าทิเบตจัดการชายชุดดำได้อย่างราบคาบ ซาซูเกะซึ่งยืนดูอยู่กับโทรุตบมือให้กับความเก่งกาจของเขา แล้วหยิบเข็มกลัดสีเงินมีรูปพยัคฆ์ขาวอยู่ตรงกลางมาติดเสื้อให้ทิเบต

“เข็มสีเงินของแก๊งพยัคฆ์ขาวเทพเจ้าแห่งสายลม ตัวแทนอำนาจบารมี ความเคารพยำเกรง เป็นเทพเจ้าแห่งศึกสงครามและการล่าสังหาร นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ทิเบตคือรองหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ขาว ผู้มีอำนาจเด็ดขาด รองจากฉัน” ขาดคำโทรุรีบคำนับทิเบตทำให้ลูกน้องคนอื่นๆ

คำนับตาม เจ้าตัวยังอึ้งไม่หายกับสิ่งที่ได้รับ โดยไม่ล่วงรู้ว่าโทรุแอบอิจฉาที่เขาได้ตำแหน่งนี้แทนที่จะเป็นตัวเอง...

ซาซูเกะรักและไว้ใจทิเบตมากถึงขนาดรับเป็นลูกบุญธรรม ดังนั้นเมื่อเห็นเขาพร้อมทั้งกายและใจ จึงบอกกับเขาว่าเขาไม่ใช่ทิเบตคนเดิมอีกแล้ว เขาคือลูกชายของซาซูเกะ ผู้ทรงอิทธิพลในญี่ปุ่น สามารถชี้เป็นชี้ตายกับใครก็ได้ วันที่เขารอคอยมาถึงแล้ว ใครทำร้ายเขาเอาไว้ ถึงเวลาที่ต้องชดใช้

“เลือดต้องล้างด้วยเลือด การที่ฉันช่วยเธอในวันนั้นก็เพื่อวันนี้”

ทิเบตอดนึกถึงอดีตอันเจ็บปวดไม่ได้ คืนนั้นคืนที่เขาถูกกานนยิงและถูกทิ้งให้นอนรอความตายอยู่ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก ดวงเขายังไม่ถึงฆาต มีพลเมืองดีขับรถผ่านมาเจอช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล ทิเบตบาดเจ็บสาหัส ต้องได้รับการผ่าตัดด่วน รัญจวนกลุ้มหนักไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาจ่าย นึกถึงเข็มกลัดและนามบัตรของซาซูเกะที่ทิเบตฝากให้เธอเก็บไว้ขึ้นมาได้ รีบไปหาเขาตามที่อยู่ในนามบัตร

ซาซูเกะออกค่ารักษาพยาบาลให้ทิเบตดูแลอย่างดีให้พักฟื้นในห้องวีไอพี และบอกกับรัญจวนว่าทิเบตไม่ควรอยู่เมืองไทยอีกต่อไป ตนจะพาไปอยู่ที่ญี่ปุ่น จะให้ชีวิตใหม่กับเขาตอบแทนที่เขาเคยช่วยชีวิตเอาไว้...

ภายในห้องนอนของทิเบตที่ญี่ปุ่น เขาหยิบสมุดที่มีรูปภาพและข่าวของคลเมขลา รวมทั้งภาพข่าวฉาวต่างๆ

ของนิลปัทม์และกานนมาเปิดดูด้วยความแค้น ตั้งใจมั่นจะทำลายครอบครัวนี้ให้ได้...

ขณะที่ทิเบตเริ่มแผนแก้แค้นครอบครัวศักการะ ปุราณซึ่งอยู่ที่บ้านของนิโลบลในกรุงเทพฯกำลังบ่นเรื่องที่แม่สร้างแต่หนี้ไม่หยุดหย่อน เพิ่งเคลียร์ให้ไปยังไม่ถึงอาทิตย์ก็สร้างหนี้ใหม่อีกแล้ว เขาจนปัญญาไม่รู้จะหาเงินที่ไหนให้อีก คงต้องขอเลื่อนการชำระหนี้ไปก่อน เธอโวยวายว่าเจ้าหนี้นอกระบบของเธอไม่มีทางยอมแน่นอน ปุราณโวยกลับในเมื่อแม่รู้ดีว่าพวกนี้หน้าเลือดทำไมยังไปยืมเงินอีก นิโลบลได้แต่นั่งนิ่ง

“ผมต้องกลับแล้ว ไว้ผมจะหาทางจัดการเรื่องนี้เอง” พูดจบปุราณเดินออกจากบ้านต้องชะงักเมื่อเห็นโทรุยืนอยู่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับแนะนำตัวเองว่าเป็นคนของซาซูเกะ พ่อของปุราณยักยอกเงินลงทุนที่ทำธุรกิจร่วมกันกับเจ้านายของตน ดังนั้นเขาต้องรับผิดชอบ ปุราณไม่มีทั้งเงินและสมบัติจะให้

“ถ้าอย่างนั้นคุณอาจจะต้องไปคุยกับเจ้านายของผมที่ญี่ปุ่นเอง”

ooooooo

ไม่กี่วันถัดมา ปุราณและคลเมขลาเดินทางไปญี่ปุ่นโดยที่เขาบอกเธอว่าจะมาคุยธุระกับลูกค้า และถือโอกาสพาเธอมาฮันนีมูนไปในตัว โทรุมารอต้อนรับทั้งคู่ที่สนามบิน แจ้งว่าเจ้านายของเขาเตรียมที่พักไว้ให้แล้ว

ที่พักที่โทรุว่าเป็นโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่น คลเมขลาถูกใจห้องพักมากทั้งใหญ่โตกว้างขวางและหรูหรา โทรุส่ง ทั้งคู่เข้าที่พักเรียบร้อยก็ขอตัวกลับ และไม่ลืมส่งซิกให้ปุราณอย่างรู้กันก่อนออกจากห้องพัก

“เดี๋ยวผมต้องไปคุยกับลูกค้า ถ้ายังไงมอธจะเดินเล่นแถวโรงแรมระหว่างรอผมก็ได้นะจ๊ะ”

“ค่ะ คุณไม่ต้องห่วงมอธ ทำงานให้เต็มที่”...

ในเวลาต่อมา ที่บ้านของซาซูเกะ ปุราณนั่งรอการมาถึงของเจ้านายของโทรุอย่างใจจดจ่อ พอเห็นคนที่เดินเข้ามาคือทิเบตถึงกับตะลึง ร้องทักว่าเขาคือพนักงานยกกระเป๋าของโรงแรมศักการะไม่ใช่หรือ ทิเบตยังไม่ทันจะว่าอะไร ซาซูเกะที่ตามมาสมทบชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“อดีตครับ มันคืออดีต เพราะตอนนี้ ทิเบตคือลูกบุญธรรมเพียงคนเดียวของผม”

การที่ทิเบตดูดีมีสกุลผิดกับเมื่อก่อนราวกับเป็นคนละคน ทำให้ปุราณถึงกับออกปาก ถ้าไปเจอกันข้างนอก เขาคงไม่แน่ใจว่าใช่ทิเบตหรือเปล่า ซาซูเกะถ่ายโอนอำนาจและหน้าที่ให้ทิเบตเป็นคนดูแลกิจการทั้งหมดของครอบครัว รวมทั้งเรื่องพ่อของปุราณด้วย ปุราณยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง หากพ่อของเขาทำผิดจริง

“โบราณว่าคนกตัญญูจะไม่อดตาย ผมจะให้คุณคุยกับทิเบตเรื่องนี้...ทิเบตฝากด้วย” ซาซูเกะพูดจบลุกออกไป ทิเบตคุยว่าพ่อของตนเป็นคนใจกว้างชอบให้โอกาสคนอื่น ในเมื่อปุราณไม่ได้ทำอะไรผิด ก็แค่เซ็นเอกสารรับสภาพหนี้แทนพ่อของเขาก็พอ แล้วยื่นเอกสารให้ปุราณอ่านคร่าวๆก่อนจะเซ็นชื่อ ในเมื่อทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดี ทิเบตขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเย็นปุราณกับคลเมขลา

“ห้ามปฏิเสธและอย่าเพิ่งบอกคุณคลเมขลาว่าคุณเจอผม ผมอยากให้เป็นเซอร์ไพรส์”

ooooooo

ทิเบตส่งชุดประจำชาติญี่ปุ่นมาให้สองสามีภรรยาสวมใส่เพื่อร่วมกินมื้อเย็นด้วยกัน ปุราณแต่งตัวเสร็จก่อนเพราะชุดยูกาตะของเขาไม่ยุ่งยาก ผิดกับชุดกิโมโนของคลเมขลา ต้องมีช่างมาสวมให้กว่าจะเสร็จอีกหนึ่งชั่วโมง เธอก็เลยไม่อยากให้เขารอ บอกให้ไปเดินเล่นก่อนแล้วไปเจอกันที่ห้องอาหารเลย

หนึ่งชั่วโมงให้หลัง คลเมขลาในชุดกิโมโนสวมเกี๊ยะเดินอย่างยากลำบากมาที่สวนสวยของโรงแรมที่พัก เพราะคิดว่าห้องอาหารอยู่อีกด้านหนึ่งของสวนโดยไม่รู้ ว่าทิเบตเดินตามมาด้านหลัง ใจเต้นไม่เป็นส่ำเพราะไม่ได้เจอเธอมาเกือบ 4 ปีแล้ว วันเวลาดีๆที่เคยมีต่อกันผุดเข้ามาในความคิดของเขา จังหวะนั้นคลเมขลาสะดุดขาตัวเองหน้าคะมำ ทิเบตพุ่งไปรวบเอวไว้ทัน เธอถึงกับตะลึงไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

“สวัสดีครับคุณคลเมขลา”

หญิงสาวรีบถอยห่าง ทำตัวไม่ถูก เพราะไม่แน่ใจว่าเขายังโกรธเธออยู่หรือเปล่า ระหว่างที่เธอลังเลอยู่นั้น ปุราณเดินเข้ามาเสียก่อน ร้องทักว่าเจอกันแล้วหรือ...

ขณะนั่งรออาหารมาเสิร์ฟ ปุราณเล่าให้คลเมขลาฟังว่าตนเองเพิ่งรู้ก่อนหน้าเธอไม่นานว่าทิเบตเป็นลูก

บุญธรรมของลูกค้า และยังขอให้ตนอย่าเพิ่งบอกเธอเพราะอยากจะเซอร์ไพรส์ แล้วหันไปถามเจ้าภาพว่าเป็นอย่างไรมาอย่างไรกัน ถึงได้มาอยู่ที่ญี่ปุ่น

“ผมเจอมรสุมชีวิตนิดหน่อยน่ะครับ ก็เลยตัดสินใจมาเสี่ยงโชคที่นี่ แล้วก็โชคดีที่ได้เจอคุณพ่อบุญธรรมท่านเอ็นดูผมมาก ส่งผมให้เรียนหนังสือจนได้ปริญญาโทมาสองใบแล้วก็ยังไว้ใจมอบหมายกิจการให้ผมดูแล”

ปุราณฟังอย่างสนใจขณะที่คลเมขลาเอาแต่นั่งเงียบ จนฝ่ายแรกต้องทักว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอแต่งเรื่องว่าไม่ได้เป็นอะไร แค่เหนื่อยจากการเดินทาง ทิเบตขอโทษด้วยที่คุยมากไปหน่อย เชิญทั้งคู่กินอาหารกันดีกว่า เธอจะได้รีบไปนอนพัก คลเมขลากินอะไรไม่ลง รู้สึกอึดอัดมากไม่รู้จะวางตัวกับทิเบตอย่างไร

หลังมื้อเย็นที่แสนกระอักกระอ่วน ทิเบตเดินมาส่งปุราณกับคลเมขลาที่โถงหน้าลิฟต์

“ผมไม่รู้ว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญการมาฮันนีมูนของพวกคุณ นอกเสียจากการพาเที่ยวญี่ปุ่น พรุ่งนี้ผมจะมารับตอนเก้าโมงเช้า” ทิเบตค้อมหัวให้เล็กน้อยก่อนจะเดินจากไป...

เมื่อได้อยู่กันตามลำพังในห้องพัก ปุราณอดถามคลเมขลาไม่ได้ว่าไม่สบายหรือเปล่า เห็นไม่พูดไม่จา และแทบจะไม่แตะต้องอาหาร เธอไม่สบายใจไม่รู้ว่าทิเบตยังโกรธเธอเรื่องน้องสาวของเขาหรือเปล่า เธอก็เลยไม่รู้จะทำตัวอย่างไร ปุราณปลอบว่าการที่เขามาพบเธอ แสดงว่าเขาคงไม่โกรธไม่เกลียดเธอแล้ว

“แต่ถ้ามอธอยากจะรู้ชัวร์ๆว่าเขารู้สึกอย่างไร

ก็น่าจะลองถามเขาไปเลย”

ooooooo

ทิเบตทำหน้าที่ไกด์จำเป็นพาปุราณกับคลเมขลาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ ชี้ชวนให้ชมโน่นชมนี่และคอยบรรยายที่มาที่ไปของสิ่งต่างๆ ปุราณพยายามทำตัวให้สนุกสนานและเป็นกันเองกับทิเบต และชวนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกร่วมกัน ขณะที่คลเมขลายังคงมีสีหน้าเรียบเฉย

ปุราณทำทีขอตัวไปซื้อของ ปล่อยให้ทั้งคู่ได้อยู่กันตามลำพังเพื่อเคลียร์ปัญหา คลเมขลาตัดสินใจถามทิเบตตรงๆว่ายังโกรธเธออยู่หรือเปล่า เขาไม่มีวันลืมความเจ็บปวดครั้งนั้น แต่ต้องเล่นละครตบตา

“สำหรับผม อดีตคือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ปัจจุบันคือสิ่งที่เราต้องทำ ผมทิ้งความเจ็บปวดหันหลังให้กับมันและเริ่มต้นชีวิตใหม่ เราไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้วคุณคลเมขลา”

คลเมขลายิ้มด้วยความโล่งใจ ปุราณเองก็สบายใจเช่นกันที่ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้...

เช้าวันถัดมา ทิเบตยังรับหน้าที่เป็นไกด์จำเป็นให้สองสามีภรรยา แต่ปุราณเกิดป่วยกะทันหัน คลเมขลาไม่อยากทิ้งเขาไว้ตามลำพัง ขอยกเลิกนัด ทิเบตปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวล ตนสั่งให้โทรุไปตามหมอมาดูแล้ว

“ความจริงผมไม่ได้เป็นอะไรมาก มอธไปกับคุณทิเบตเถอะ ผมโอเคจริงๆ เดี๋ยวหมอก็มาดูผมแล้ว คุณทำงานหนักมามาก ผมอยากให้คุณได้พักได้เที่ยว ถ้าคุณห่วงผม คุณต้องไปเที่ยวกับคุณทิเบต อย่าให้ผมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณไม่ได้เที่ยว เชื่อผม
นะครับคนดี”...

คลเมขลาไปเที่ยวกับทิเบตตามที่ปุราณต้องการ เขาเริ่มทริปด้วยการพาเธอไปไหว้พระขอพร คลเมขลาหลับตาพนมมืออธิษฐานสักพักก็ลืมตาขึ้น เห็นทิเบตจ้องอยู่ ถามว่ามองทำไม เขาอยากรู้ว่าเธอขอพรอะไร คลเมขลาขอให้ตัวเองมีลูกกับปุราณ เนื่องจากแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว แต่ยังไม่มีลูกสักที ทิเบตถึงกับอึ้ง...

ฝ่ายปุราณอาการดีขึ้นมาก ถึงขนาดชวนโทรุที่คอยดูแลไปหาอะไรกินกันนอกโรงแรม...

สถานที่ต่อไปที่ทิเบตพาคลเมขลาเที่ยวคือทะเลสาบอาชิเพื่อชมทิวทัศน์อันสวยงามของภูเขาไฟฟูจิ ลมแรงและอากาศหนาว ทำให้คลเมขลาต้องเอามือมาถูกันเพื่อให้ความอบอุ่น เขาเดินเข้ามาจับมือเธอทั้งสองข้างขึ้นมาเป่าให้ อ้างว่าทำแบบนี้จะช่วยให้มืออุ่นขึ้น คลเมขลาถึงกับทำหน้าไม่ถูก รีบเฉไฉพูดเรื่องอื่น

“ไม่รู้ป่านนี้ปุราณเป็นอย่างไรบ้าง ฉันโทร.หาเขาหน่อยดีกว่า” ว่าแล้วเธอหยิบมือถือขึ้นมาจะกดเบอร์ ทิเบตแกล้งเซจะล้ม เธอตกใจรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วปรี่เข้าไปประคองเขาไว้ พอเธอเผลอ เขาล้วงเอามือถือจากกระเป๋าเธอไปอย่างเบามือ

คนที่คลเมขลาจะโทร.หากำลังชนแก้วกับโทรุ หน้าเริ่มแดงเนื่องจากดื่มสาเกเข้าไปมาก โทรุรีบโทร.รายงานรองหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ขาวว่าแผนสำเร็จด้วยดี ทิเบตจึงเดินตามแผนการขั้นต่อไปทันที วางสายจากโทรุแล้วตีหน้าเครียดเดินกลับมาหาคลเมขลาซึ่งอดถามไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไร

“ไซต์งานก่อสร้างรีสอร์ตของผมมีปัญหา ผมต้องรีบไปดูเดี๋ยวนี้ คุณคลเมขลาไปกับผมก่อนจะได้ไหม”

ไม่นานนัก ทิเบตพาคลเมขลามายังโรงแรมออนเซนซึ่งเป็นสมบัติอีกชิ้นหนึ่งของซาซูเกะ บอกให้เธอพักผ่อนอยู่ที่นี่ก่อน เขาขอตัวไปเคลียร์ปัญหาที่ไซต์ก่อสร้างใกล้ๆ แถวนี้ก่อน เสร็จแล้วจะรีบกลับมา แล้วหันไปสั่งพนักงานของที่นี่เป็นภาษาญี่ปุ่นให้ดูแลเธอให้ดี พร้อมกับส่งซิกบางอย่างให้พนักงานก่อนจะออกไป

พนักงานคนนั้นรู้งาน รีบนำชาเขียวมาบริการให้คลเมขลา แต่แกล้งทำหกใส่เสื้อผ้าของเธอเปรอะไปหมด แล้วพาเธอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเอาชุดที่เลอะไปซักให้ คลเมขลานึกขึ้นได้ว่าเอามือถือใส่เสื้อไว้ ค้นหาจนทั่วแต่ไม่พบ นิ่วหน้าแปลกใจว่าหายไปไหน

ooooooo

กว่าทิเบตจะกลับมายังโรงแรมออนเซนก็บ่ายคล้อยมากแล้ว เห็นคลเมขลาสวมชุดยูกาตะ ร้องทักว่าใส่ชุดนี้ทำไม พอรู้จากเธอว่าพนักงานทำชาหกใส่เสื้อ เขาโค้งคำนับขอโทษเธอแทนลูกน้องของเขาด้วย คลเมขลานึกขึ้นได้ว่ายังไม่โทร.ถามอาการของปุราณ ขอยืมมือถือของเขาโทร.หน่อย ของเธอไม่รู้ว่าหายไปไหน

“อาจจะหล่นแถวทะเลสาบอาชิ ถ้ายังไงผมจะให้คนไปดูให้”

คลเมขลาโทร.หาปุราณ แต่ปรากฏว่าโทรุเป็นคนรับสาย เจ้าของมือถือมารับเองไม่ได้เพราะเมาไม่ได้สติ เธอโกรธมากฝากโทรุไปบอกเขาด้วยว่าให้เขาพักตามสบายไม่ต้องหาทางติดต่อเธอเพราะมือถือของเธอหาย
“และฉันก็ไม่รู้ว่าจะกลับเมื่อไหร่” คลเมขลาวางสายแล้วหันไปทางทิเบต “ที่นี่มีห้องว่างไหมคะ”

เข้าทางของทิเบตทันที อ้างว่าห้องพักที่นี่เต็มตลอดหน้าหนาว แต่เขามีห้องพักส่วนตัวถ้าเธอไม่รังเกียจ เธออยู่ได้ทั้งนั้น ขอแค่ไม่ต้องกลับไปเจอขี้เมาอย่างปุราณที่รู้ทั้งรู้ว่าเธอไม่ชอบคนดื่มเหล้า ยังดื่มจนเมามาย...

แม้ห้องพักของทิเบตจะใหญ่โตและหรูหรา แต่มีเตียงนอนแค่หลังเดียว เขาบอกให้คลเมขลานอนบนเตียงส่วนเขาจะนอนที่โซฟาเอง ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการไปเที่ยว แค่หัวถึงหมอน คลเมขลาก็หลับปุ๋ย ทิเบตนอนมองเธอไม่วางตา จินตนาการไปเองว่าได้โอบกอดเธออย่างมีความสุข แต่พอตื่นจากความเพ้อฝัน มาพบกับความจริง แววตาเปี่ยมสุขของเขาเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง...

ในขณะที่ทิเบตพยายามสร้างความร้าวฉานให้คู่ของปุราณและคลเมขลาอยู่ที่ญี่ปุ่น กานนซึ่งกำลังอยู่ที่ผับแห่งหนึ่งกลางกรุงเทพฯ แกว่งเท้าหาเสี้ยนเข้าไปเต้นรำกับผู้หญิงที่มีผัวแล้ว ก็เลยถูกผัวของเธอกับเพื่อนรุมยำลงไปกองกับฟลอร์เต้นรำ นักท่องราตรีพากันแตกฮือ มีคนมือไวหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ ผัวของหญิงสาวไม่ยอมรามือ สั่งให้เพื่อนลากกานนออกไปข้างนอก ผ่านกลุ่มเพื่อนของนิลปัทม์ที่มาเที่ยวที่นั่นพอดี หนึ่งในนั้นจำเขาได้ว่าเป็นพี่ชายของนิลปัทม์ รีบหยิบมือถือขึ้นมาโทร.บอกเธอ

ผัวของหญิงสาวกับเพื่อนช่วยกันจับกานนแก้ผ้าเหลือเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ เขาสติแตก คว้าไม้แถวนั้นมาฟาดพวกนั้นไม่ยั้ง ก่อนที่ผัวของหญิงสาวจะถูกฟาดจนตาย นิลสีพาตำรวจเข้ามาห้ามไว้ทัน จากนั้น เธอพาลูกไปที่ห้องฉุกเฉินเพื่อทำแผล เขากลัวจะโดนตำรวจเล่นงานเรื่องเอาไม้ไปฟาดคนอื่นปางตาย รีบชวนแม่กลับ นิลสียังให้กลับไม่ได้ ต้องค้างที่โรงพยาบาลหนึ่งคืนก่อน ขืนกลับไปตอนนี้นักข่าวดักรอเต็มหน้าบ้านแน่

“แล้วอีกอย่าง แกต้องทำตัวให้เหมือนเจ็บหนัก เจ็บแค่นี้ดูไม่น่าสงสาร”

ooooooo

เช้าสดใสที่ญี่ปุ่น คลเมขลากำลังแช่บ่อน้ำพุร้อนออนเซนอย่างสบายอารมณ์ตอนที่ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา เธอหันไปเจอทิเบตก็ตกใจ รีบหาที่หลบมุม ก่อนจะโผล่หน้ามองอีกที เห็นเขาถอดเสื้อคลุมออก

เธอตกใจรีบหันหน้าหนี ครุ่นคิดหนักจะทำอย่างไรดี ค่อยๆยื่นหน้าไปมองอีกครั้ง เห็นแผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยรอยสักถึงกับชะงัก ทิเบตรู้สึกเหมือนมีคนมอง หันขวับมาดู สายตาประสานกันพอดี ต่างตกใจร้องลั่น

คลเมขลาตั้งสติได้บอกให้เขาขึ้นจากบ่อน้ำไปก่อนออกไปเมื่อไหร่ให้ตะโกนบอกเธอด้วย

ทิเบตรีบใส่เสื้อคลุม จ้ำพรวดๆออกจากที่นั่นแทบไม่ทัน โดยไม่ลืมส่งเสียงบอกเธอว่าออกมาแล้ว...

บุษย์มีลูกที่เกิดจากการถูกกานนข่มขืนหนึ่งคนชื่อน้องเสือ แม้เธอจะเกลียดชังเขามากแค่ไหน แต่น้องเสือเป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของเธอ ชัชชัยกับรัญจวนก็หลงรักเด็กน้อยวัย 3 ขวบคนนี้เช่นกัน ทั้งสามคนตกลงกันว่าจะเก็บเรื่องใครเป็นพ่อของน้องเสือไว้เป็นความลับ...

นักข่าวมารอกันเต็มหน้าบ้านศักการะ ทันทีที่กานนซึ่งใส่แว่นดำหน้าตามีรอยฟกช้ำแถมมีผ้าพันแผลที่หัวเพื่อให้ดูเหมือนเจ็บหนักมาถึงต่างรุมสัมภาษณ์จนฟังไม่ได้ศัพท์ นิลสีไม่ยอมให้เขาให้สัมภาษณ์ใดๆ อ้างว่ายังไม่พร้อมจะตอบคำถาม แล้วรีบพาลูกเข้าข้างใน พวกนักข่าวไม่ยอมไปไหนยังคงปักหลักอยู่หน้าประตูรั้ว

พอเข้าไปในตัวบ้านเรียบร้อย กานนถอดแว่นดำ กระชากผ้าพันแผลที่หัวออก นิลสีร้องห้ามเสียงหลงไม่ให้ดึงออก เดี๋ยวใครเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรอาจเกิดเรื่องใหญ่ได้ ขอร้องเขาอย่าดื้อนักได้ไหม ถ้าเมื่อคืนเธอไปไม่ทัน เกิดเขาทำไอ้หมอนั่นตายจะทำอย่างไร เธอเหนื่อยที่ต้องตามล้างตามเช็ดเรื่องคาวๆของเขาเต็มทีแล้ว

“แล้วใครใช้ให้แม่ทำ”

“ตานน อีแก่นั่นจ้องจับผิดแม่อยู่ทุกวัน ถ้าแม่ล้มเมื่อไหร่ มันพร้อมจะเฉดหัวพวกเราออกจากที่นี่ และที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะลูก อย่าลืม” นิลสีว่าแล้วหยิบผ้าพันแผลมาพันหัวให้ลูกอย่างเดิม “ห้ามเอาออกเด็ดขาด และห้ามพูดอะไรกับใครทั้งนั้น แม่จะเคลียร์ทุกอย่างเอง”...

ขณะที่กานนหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวไม่หยุดหย่อน ปุราณซึ่งอยู่ที่ญี่ปุ่นรู้จากโทรุว่าคลเมขลาโกรธมากที่รู้ ว่าเขาเมาไม่ได้สติ รีบโทร.หาทิเบตให้ช่วยเกลี้ยกล่อมให้เธอหายโกรธและยอมพูดกับเขา ทิเบตทำตามที่ปุราณขอร้อง แต่คลเมขลาไม่พร้อมจะคุยกับเขาตอนนี้ ขอเที่ยวให้สนุกก่อน...

ในระหว่างที่ทิเบตพาคลเมขลาไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่นอย่างสนุกสนาน คุณหญิงศรีเมืองพยายามโทร.ทางไกลจากกรุงเทพฯไปหาหลานรักแต่ติดต่อไม่ได้ โทร.หาปุราณก็ไม่รับสาย จะโทร.ไปที่โรงแรม ท่านก็ฟังภาษาอังกฤษไม่ออก ป้าพิศแนะให้ท่านวานศรีวิศาลช่วยโทร.ให้

“คงจะพึ่งพาได้หรอก เอาแค่ตอนนี้มีสติพูดภาษาไทยให้รู้เรื่องได้ซะก่อน” คุณหญิงศรีเมืองอดโมโหลูกชายไม่ได้ ตั้งแต่กานนปูดเรื่องที่เขาเป็นชู้กับนิลสีคราวนั้น ท่านก็ไม่ยอมพูดกับเขาอีกเลย

ศรีวิศาลจึงเอาแต่ดื่มเหล้าเมาหัวราน้ำ วันนี้ก็เช่นกันเขาเมาหลับอยู่ที่ห้องรับแขก แถมอาเจียนเลอะเทอะไปหมด เตยหอมเข้ามาทำความสะอาดอย่างเอือมระอาก่อนจะหิ้วถังขยะออกไป นิลสีแต่งตัวเปรี้ยวเข็ดฟันเพิ่งกลับเข้ามา เห็นสภาพของศรีวิศาลถึงกับเบ้หน้า เอากระเป๋าถือสะกิดแขนให้ตื่น เขาลืมตาขึ้นมองอย่างเสียไม่ได้ แล้วคว้าขวดเหล้าขึ้นมาจะดื่ม เธอปัดขวดตกแตก ศรีวิศาลไม่พอใจด่าว่าเธอหยาบๆคายๆ เธอทนไม่ไหวตบหน้าเขาแล้วด่าซ้ำ ก่อนจะเดินจากไป ศรีวิศาลตะโกนเสียงลั่น ใครอยู่แถวนี้ไปเอาเหล้ามาให้ที...

นอกจากจะพาไปเที่ยวแล้ว ทิเบตยังพาคลเมขลาไปช็อปปิ้งฟรีที่เอาต์เลตของซาซูเกะ กว่าจะกลับถึงโรงแรมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ทันทีที่เจอหน้าภรรยาสุดที่รัก ปุราณโผกอดแน่น พร่ำขอโทษที่ทำให้ไม่พอใจ ขอให้เธออภัยให้ด้วย เธอทำท่าจะไม่ให้อภัย ทิเบตไม่พอใจกับภาพตรงหน้า แต่จำต้องช่วยไกล่เกลี่ย

“ให้อภัยคุณปุราณเถอะครับ ท่าทางจะสำนึกผิดจริงๆ ไม่อย่างนั้นการมาเที่ยวครั้งนี้ของพวกคุณจะไม่ประทับใจนะครับ” คำพูดของทิเบตได้ผลดีเกินคาด คลเมขลายอมยกโทษให้ แต่ห้ามทำแบบนี้อีก

ปุราณรับคำหนักแน่น แล้วหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ ทิเบตยิ่งแค้นหนัก แต่ต้องข่มอารมณ์ไว้

ooooooo

นิลสีชวนลูกทั้งสองคนมาวิ่งการกุศลแต่เช้า อยากจะเอาหน้าเนื่องจากมีนักข่าวมาทำข่าวกันหลายสำนัก

ในขณะที่กานนวิ่งลิ่วมาตามทางเพียงลำพัง ทันใดนั้นมีจักรยานสามล้อปั่นตัดหน้า เขาเบรกแทบไม่ทัน ตวาดลั่นว่าเด็กบ้า น้องเสือหันมามองเขาอึดใจก่อนจะร้องไห้จ้า กานนสะดุ้งโหยงรีบเข้าไปปลอบ แต่ไม่ได้ผลจึงต้องพาไปกินไอศกรีม เด็กน้อยหยุดร้องไห้ราวกับปิดสวิตช์ไฟ...

ด้านบุษย์หาลูกไม่เจอชักใจไม่ดี ชวนแม่ไปที่ประชาสัมพันธ์ของสวนสาธารณะให้ช่วยประกาศหา ชัชชัยได้ยินเสียงประกาศเด็กหายก็ออกตามหา คลาดกับกานนที่ทิ้งน้องเสือให้นั่งกินไอศกรีมอยู่คนเดียวไปหวุดหวิด จากนั้นชัชชัยพาน้องเสือมาหาบุษย์ซึ่งโอบกอดลูกไว้ด้วยความดีใจ น้องเสือยังอยากเล่นสนุกอีก ชวนรัญจวนไปเล่นด้วยกัน เธอเดินยังจะไม่ไหวขอนั่งพักก่อน ชัชชัยเลยทำหน้าที่เป็นเพื่อนเล่นให้เขาแทน

รัญจวนมองชายหนุ่มอย่างชื่นชมและอดไม่ได้ที่จะเชียร์ให้ลูกสาว แม้บุษย์จะชอบเขามากแค่ไหน แต่ไม่อยากให้เขาเอาอนาคตที่ดีมาทิ้งกับผู้หญิงมีมลทินอย่างเธอ แล้วขอร้องแม่อย่าพูดเรื่องนี้อีก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้
17 ม.ค. 2563
17:47 น.