ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คนละโลก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'ซี' สู้ชีวิตเชือดเฉือน 'ปู' 'คนละโลก' สะท้อนสังคม

เรื่องราวชักจะบานปลายใหญ่โต เนื่องจากลูกค้าที่ถูกทิเบตทำร้าย ขู่จะฟ้องโรงแรมให้ชดใช้ค่าเสียหาย ทิเบตทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว จะไปหาคลเมขลาที่บ้าน รัญจวนทักท้วงจะไปหาทำไม

“ผมให้เธอเข้าใจผมผิดไม่ได้” ทิเบตพูดจบโทรศัพท์ถามคงชายว่าบ้านของคลเมขลาอยู่ที่ไหน...

ทางด้านกานนยังข้องใจไม่หาย ตามมาถามคลเมขลาถึงห้องนอนว่าทำไมต้องช่วยทิเบตด้วย มันเป็นแค่ลูกจ้างไม่ได้มีค่าอะไรสักหน่อย เธอไม่คิดเช่นนั้น ทุกคนล้วนมีค่าในตัวเองไม่ว่าจะทำงานอะไร

“พี่ว่าน้องมอธกำลังเข้าใจผิดนะคะ มันกับเราอยู่กันคนละชั้น อยู่กันคนละโลกและโลกสองโลกนี้จะไม่มีทางมาปะปนกัน ต่อให้น้องมอธจับมันมาอยู่อย่างเรา มันก็อยู่ไม่ได้เพราะนี่ไม่ใช่วิถีชีวิตของมัน”

คลเมขลาผิดหวังในตัวเขามากที่ดูถูกคนอื่นแบบนี้ และความจริงแล้วเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขา เดินไปเปิดประตู ห้องเป็นการไล่ทางอ้อม กานนจ้องหน้าเธอเขม็ง แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร เตยหอม เด็กรับใช้ในบ้านเดินเข้ามาเสียก่อน เขาจำต้องผละจากไปอย่างหัวเสีย เตยหอมรายงานว่าทิเบตมาขอพบ คลเมขลาไม่อยากให้มีปัญหา ฝากเธอไปบอกทิเบตให้ไปรอที่สนามเด็กเล่นซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านหลังนี้

ไม่นานนัก คลเมขลามาถึงที่นัดหมาย ทิเบตยืนยันว่าตนเองไม่ได้เสพยาบ้า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น จำได้แค่ว่าก่อนหน้าจะเกิดเรื่อง เขากินข้าวอยู่ที่ห้องอาหาร แล้วมีพนักงานมาตามให้ไปพบกับกานน ทิเบตเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ หรือว่ากานนวางยาเขา คลเมขลาครุ่นคิดหนักเพราะความเป็นไปได้มีสูง ทิเบตกลัวจะถูกไล่ออกจากงาน เนื่องจากยังมีหนี้ต้องชดใช้ขอร้องให้เธอช่วยเขาด้วย เธอรับปากจะทำเต็มที่

“ขอบคุณมากครับ”

คลเมขลาขอเปลี่ยนคำขอบคุณเป็นเลี้ยงข้าวหนึ่งมื้อแทนถ้าเขาไม่โดนไล่ออก เขาตกลงรับข้อเสนอระหว่างเดินมาส่งคลเมขลาที่บ้าน มีมอเตอร์ไซค์แล่นผ่านแอ่งน้ำบนถนนทำให้น้ำกระเด็น ทิเบตคว้าเธอมากอดไว้เอาตัวเองรับน้ำแทนที่ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ เขาใจเต้นไม่เป็นส่ำ ขณะที่เธอไม่รู้สึกอะไรด้วย พอรู้สึกตัวทิเบตรีบปล่อยเธอแทบไม่ทัน...

ขณะที่ซาซูเกะในคราบนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นกำลังขับรถมาตามถนนสายเปลี่ยวถูกมือปืนขี่มอเตอร์ไซค์แล่นประกบ แล้วกระหน่ำยิง รถเสียหลักพลิกคว่ำ มือปืนไม่รอดูผลงาน รีบบึ่งรถหายไปในความมืด ซาซูเกะได้รับบาดเจ็บพยายามจะออกจากรถ แต่เปิดประตูไม่ได้ น้ำมันในถังเริ่มไหลนองพื้น

ทิเบตผ่านมาเห็นไฟกำลังไหม้รถ รีบเข้าไปทุบกระจกรถ ช่วยซาซูเกะออกมาได้ทันเวลาก่อนที่รถจะระเบิด ทิเบตจะพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาล แต่เขาร้องห้ามไว้ ขอให้พาไปบ้านหมอเถื่อนซึ่งรู้จักกัน หลังจากได้รับการรักษาเรียบร้อย ซาซูเกะขอบใจทิเบตมากที่ช่วยชีวิตเอาไว้ มอบเงินปึกใหญ่ให้เป็นสินน้ำใจ

“ผมไม่รับครับ ผมช่วยคุณไม่ได้เพราะหวังเงิน”

ซาซูเกะไม่นึกว่าจะมีคนดีๆแบบทิเบตอยู่บนโลกใบนี้ หยิบนามบัตรยื่นให้ “นี่เป็นที่อยู่ของฉันในประเทศไทย ฉันจะอยู่ประมาณสองเดือน อยากให้ฉันช่วยอะไรเป็นการตอบแทน ติดต่อฉันได้เลย” พูดจบเขาถอดเข็มกลัดทองคำบนปกเสื้อสูทตัวเองให้ทิเบต “เก็บสิ่งนี้ไว้ให้ดี มันจะทำให้ทุกคนเชื่อว่านายรู้จักฉัน”

จากนั้นไม่นาน ทิเบตกลับถึงบ้าน รัญจวนเห็นเสื้อผ้าลูกชายเปื้อนเลือดก็ตกใจ คิดว่าโดนทำร้าย เขาเล่าเรื่องที่เจอกับซาซูเกะให้ฟัง พร้อมกับยื่นนามบัตรกับเข็มกลัดติดปกเสื้อสูทให้ เธอเอาไปวางบนชั้นแถวนั้น ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรนัก

ooooooo

โทรุมารับซาซูเกะที่บ้านหมอเถื่อนในเช้าวันถัดมาพร้อมด้วยสมุนกลุ่มใหญ่ คำนับเจ้านายแทบหัวจะโขกพื้น ขอโทษที่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น เขาไม่ถือสา แล้วถามว่าจัดการเรื่องที่เกิดเหตุแล้วหรือยัง

“เรียบร้อยแล้วครับ ตำรวจเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุธรรมดาไม่ใช่การลอบฆ่า” โทรุสังเกตเห็นเข็มติดปกเสื้อของซาซูเกะหายไป ถามว่าเข็มประจำตัวของเขาหายไปไหน

“ฉันให้ไว้กับผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตฉัน หากวันใด คนคนนั้นมาหาแก จำไว้ว่าแกต้องช่วยเขา” ชายหนุ่มรับคำ แล้วเดินไปเปิดประตูรถด้านหลังให้ซาซูเกะ...

หลังจากคลเมขลาเรียกพนักงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ทิเบตเมายาบ้ามาสอบถาม ได้ผลสรุปออกมาว่าทิเบตถูกวางยาในอาหารจริงตามที่เขาบอก เธอถามกานนอย่างไม่อ้อมค้อมว่าเอาอะไรใส่ในอาหารให้ทิเบตกิน เขาจำนนต่อหลักฐานถึงกับพูดไม่ออก เลยแกล้งทำเป็นน้อยใจ

“พี่เสียใจจริงๆที่น้องมอธเชื่อคนนอกมากกว่าคนในครอบครัวอย่างพี่” พูดจบเขาลุกออกไป คลเมขลาได้แต่มองตามถอนใจ เหนื่อยใจ...

การที่ทิเบตรอดจากถูกลงโทษได้อีกครั้ง ยังความประหลาดใจให้ทั้งคงชาย คุกกี้และบุษย์เป็นอย่างมาก คุกกี้ตั้งข้อสังเกตว่าที่จริงคลเมขลาไม่ต้องช่วยเขาก็ได้ แต่ก็ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี หรือว่าเธอสนใจเขา

“ไม่ใช่หรอก ในเมื่อฉันไม่ได้ทำ ฉันก็ต้องรอด” ทิเบตอดยิ้มเขินไม่ได้ ทันใดนั้นกานนเข้ามากระชากไหล่เขาแล้วเงื้อหมัดจะต่อย ทิเบตรับหมัดไว้ทัน กานนแค้นมากดึงมือเขาออก แล้วคว้าคอเสื้อเอาไว้

“จำไว้ไอ้ทิเบตว่านับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป แกไม่ได้อยู่สุขสบายแน่ ฉันจะทำให้แกถูกไล่ออกให้ได้” กานนปล่อยมือจากทิเบตแล้วผละจากไป บุษย์มองตามด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเข้ามาถามพี่ชายว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ทิเบตไม่ได้บาดเจ็บอะไร กานนเล่นงานเขาไม่ได้ก็เลยโมโห...

อีกมุมหนึ่งในห้องทำงานของนิลสี ศรีวิศาลกำลังซุกไซร้ซอกคอเจ้าของห้องอย่างเมามันจนเธอต้องดันตัวเขาออก บอกให้ใจเย็นๆก่อน เธอเปิดห้องไว้แล้ว เราไปที่นั่นกันดีกว่า เขาขอมัดจำไว้ก่อนแล้วหอมแก้มเธอหนึ่งฟอด เป็นจังหวะเดียวกับกานนเปิดประตูผลัวะเข้ามา ชะงักกับภาพที่เห็น นิลสีต่อว่าลูกชายว่าจะเข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อน มีเรื่องอะไรเร่งด่วนนักหรือ เขานิ่งไม่ตอบ ได้แต่มองหน้าศรีวิศาล

“ลูกคุณคงมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ ผมออกไปก่อน” ศรีวิศาลลุกออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นิลสีถามลูกซ้ำว่ามีอะไรกับเธอหรือเปล่า กานนหมดอารมณ์จะคุยด้วยแล้วขยับจะไป

“เดี๋ยวตานน อย่าบอกใครว่าเจอคุณวิศาลในห้องแม่”

กานนเดินจากมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ บ่ายหน้าไปยังดาดฟ้าของโรงแรม ตะโกนสุดเสียงเพื่อระบายความอัดอั้น ภาพที่ศรีวิศาลกำลังนัวเนียกับแม่ทำให้เขาหวนนึกถึงอดีต ตอนนั้นเขาอายุแค่ 5 ขวบ ไม่มีใครดูแลแม่จึงต้องพามาที่บาร์กึ่งซ่องซึ่งเป็นที่ทำงานของแม่ เด็กน้อยต้องทนเห็นแม่ตัวเองคลอเคลียกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า

เขาสลัดความทรงจำอันเลวร้ายเหล่านั้นทิ้ง ลงไปหาระเบียบที่กำลังดูแลความเรียบร้อยอยู่ที่โถงทางเดิน จ้างเธอไปหลอกบุษย์ให้ขึ้นมาที่ห้องสวีเป้าหมาย เด็กสาวไม่เฉลียวใจขึ้นไปทำความสะอาดห้องนั้นตามที่ระเบียบสั่ง ขณะบุษย์กำลังเก็บเตียงนอน กานนในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำย่องมารวบตัวไว้พยายามจะปลุกปล้ำ เธอขึ้นเข่าเข้าจุดสำคัญจนเขาลงไปนอนจุกกับพื้น แล้ววิ่งหนี กานนตั้งหลักได้ตามมาคว้าตัวไว้

“ปล่อยฉันเถอะนะคะ ฉันขอร้อง อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันกลัวแล้ว”

“มันช่วยไม่ได้ ทั้งหมดเป็นเพราะพี่ชายของเธอ” กานนว่าแล้วลากบุษย์กลับไปที่เตียง ก่อนเธอจะเสียทีให้เขา ลลิสานางแบบสาวสวยคู่ขาของกานนเคาะประตูห้องร้องเรียกให้เขาเปิดรับ บุษย์เห็นเขาชะงัก รีบวิ่งไปเปิดประตู ก่อนจะพรวดพราดออกไป ลลิสามองตามงงๆ แล้วหันไปดูในห้องเห็นกานนยืนยิ้มทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอถามเสียงเขียวว่าเขาทำอะไรเด็กคนนั้นถึงได้วิ่งหน้าตื่นออกไป

“นนจะทำอะไรได้กลางวันแสกๆ ยัยเด็กนั่นมันกลัวนนจะตาย ไม่เข้าท่าสักนิด”

ด้วยความกะล่อนผสมลูกอ้อนของกานนทำให้ลลิสาไม่ติดใจสงสัยอะไร...

ฝ่ายบุษย์หนีมานั่งร้องไห้ที่บันไดหนีไฟจนสาแก่ใจก็ปาดน้ำตาทิ้งแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ทิเบตเข้ามาจับไหล่เธอแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง หญิงสาวถึงกับสะดุ้งโหยง เขาแปลกใจทำไมต้องตกใจขนาดนี้ด้วย

“เอ่อ...พอดี...บุษย์กำลังคิดอะไรเพลินๆน่ะค่ะ พี่เบตมีอะไรคะ”

“เย็นนี้คุณคลเมขลาจะไปกินข้าวที่บ้านเรา พี่โทร.ให้แม่เตรียมกับข้าวแล้ว วันนี้กลับบ้านตรงเวลานะ” ทิเบตว่าแล้วขยี้ผมน้องสาวเล่นก่อนจะเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี ขณะที่บุษย์มองตามสีหน้าเคร่งเครียด

ooooooo

บุษย์กับทิเบตเดินออกมาหน้าโรงแรมจะกลับบ้าน คลเมขลาขับรถมาจอดเทียบ ชวนสองพี่น้องกลับด้วยกัน เธอต้องไปกินข้าวที่บ้านของทั้งคู่อยู่แล้ว บุษย์ขึ้นนั่งเบาะหลัง ทำให้ทิเบตต้องนั่งเบาะหน้า

“คาดเข็มขัดนิรภัยด้วย ไม่งั้นฉันถูกตำรวจจับนะ” คลเมขลาหันมาสั่ง ทิเบตมัวแต่ตื่นเต้นทำให้ดึงสายเข็มขัดนิรภัยไม่ออก คลเมขลาต้องโน้มตัวมาช่วย ความใกล้ชิดทำให้ชายหนุ่มใจเต้นไม่เป็นส่ำเหงื่อแตก เธอเห็นเขามีเหงื่อเต็มหน้าถามว่าร้อนหรือ เขาพยักหน้าแทนคำตอบ เธอเร่งแอร์ให้ ก่อนจะคาดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองแล้วเคลื่อนรถออกไป บุษย์ลอบมองพี่ชายอมยิ้มอย่างรู้ใจ...

จากนั้นไม่นาน รัญจวน ทิเบต คลเมขลาและบุษย์ต่างนั่งล้อมวงอยู่ที่โต๊ะอาหารในบ้านเช่าของทิเบต รัญจวนทำกับข้าวไว้เต็มโต๊ะ เพราะไม่รู้ว่าคลเมขลาชอบกินอะไร เธอเห็นน้ำพริกปลาร้า บอกว่านี่เป็นของโปรดของเธอเลย แล้วใช้มือหยิบผักสดจิ้มน้ำพริกใส่ปากเคี้ยวอย่างมีความสุข

“ฟินมากค่ะ อร่อยที่สุด”

สามคนแม่ลูกถึงกับอึ้ง คาดไม่ถึงว่านักเรียนนอกอย่างคลเมขลาจะกินของพวกนี้เป็น...

ขณะที่คลเมขลากำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารค่ำฝีมือรัญจวน ปุราณกับนิโลบลแวะมาหาคุณหญิงศรีเมืองที่บ้านโดยมีกระเช้าผลไม้ติดมือมาฝาก นิโลบลไม่เห็น

คลเมขลาอยู่ด้วยก็ถามหา ได้ความจากศรีวิศาลว่าเธอไปกินข้าวกับเพื่อน นิลปัทม์มาทันได้ยินพอดี ทักท้วงว่าเขาเข้าใจผิดแล้ว คลเมขลาไม่ได้ไปกินข้าวกับเพื่อน แต่ไปกับพนักงานโรงแรมคนนั้น ทุกคนพากันอึ้ง ขณะที่นิลปัทม์แอบยิ้มสะใจ...

การเลี้ยงอาหารแทนคำขอบคุณในครั้งนี้ ทำให้ทิเบตได้เห็นอีกหลายด้านของคลเมขลาที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น นอกจากเธอจะติดดินกินอยู่ง่าย ไม่ถือตัวแบ่งชนชั้นแล้วยังมีน้ำใจช่วยยกจานชามไปล้าง โดยมีเขาเป็นลูกมือคอยล้างน้ำสุดท้ายให้ ล้างจานกันไปคุยกันไปอย่างถูกคอ ถึงขนาดคลเมขลาตกลงจะเป็นเพื่อนกับเขานอกเวลาทำงาน ทิเบตดีใจมากถึงกับยิ้มไม่หุบ

รัญจวนปิดท้ายมื้ออร่อยด้วยขนมกล้วยจากต้นกล้วยหลังบ้านซึ่งไม่ทำให้แขกผู้มาเยือนผิดหวัง ขณะนั่งกินขนมด้วยกัน ทิเบตกับบุษย์คอยกระเซ้าเย้าแหย่แม่เป็นระยะๆ รัญจวนถูกลูกๆรุมก็เลยแกล้งคืนด้วยการไล่ตีทั้งคู่ไปรอบห้องอย่างสนุกสนาน คลเมขลาเห็นครอบครัวอบอุ่นรักใคร่กันก็อดยิ้มขำไปด้วยไม่ได้

คลเมขลาเห็นเลยเวลามามากแล้วจึงขอตัวกลับ ทิเบตเดินมาส่งเธอที่รถ เธอขอบใจเขามากสำหรับอาหารแสนอร่อย วันนี้เธอสนุกมากจริงๆ เขาดีใจที่เห็นเธอหัวเราะ

“นายโชคดีมากเพราะฉันไม่หัวเราะให้ใครเห็นง่ายๆ”

“หัวเราะบ่อยๆเถอะครับ เพราะเวลาคุณหัวเราะโลกมันสดใสมาก” ทิเบตมองเธอตาเป็นประกาย คนถูกมองถึงกับชะงัก เขารู้สึกตัวรีบเปลี่ยนเรื่องพูด “ขับรถกลับบ้านดีๆนะครับ พรุ่งนี้เจอกัน”...

ตั้งแต่กลับจากส่งคลเมขลา ทิเบตเอาแต่ชื่นชมเธอไม่หยุดปาก รัญจวนอดเป็นกังวลใจไม่ได้ รู้ว่าลูกชายหลงรักผู้หญิงคนนี้หมดใจ เตือนสติว่าเรื่องของความรักห้ามกันไม่ได้ แต่อย่าถลำลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น ไม่อย่างนั้นเขาจะเจ็บและทรมาน ทิเบตรู้ตัวดีว่าเป็นใครคลเมขลาเป็นใคร รับรองจะไม่ทำให้ตัวเองต้องเป็นทุกข์เพราะความรักแน่นอน รับปากแม่ไปแล้ว เขาเองยังไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างที่พูดได้หรือเปล่า

ooooooo

เช้าวันถัดมา ขณะที่กานนกำลังปลื้มปริ่มกับรถสปอร์ตคันหรูที่แม่เพิ่งถอยมาให้ใหม่ คุณหญิงศรีเมืองมาเห็นเข้าโวยลั่น หาว่านิลสีเอาเงินบริษัทมาผลาญเล่น เธอเถียงว่านี่เป็นเงินของเธอไม่ใช่เงินของท่าน

“เงินเธอก็คือเงินของฉัน อย่าลืมสิแม่นิลสีว่า

เธอน่ะมาแต่ตัว ทรัพย์สมบัติทุกอย่างรวมทั้งหุ้นในโรงแรม ถ้าไม่ใช่เพราะลูกชายฉันยกให้ เธอก็ไม่มีอะไรเลย”

นิลสีโกรธจัด เตือนว่าอย่ามาดูถูกกันแบบนี้ ท่านไม่ได้ดูถูกแต่พูดความจริง ศรีวิชัยลูกชายของท่านซื้อเธอมาจากซ่องพร้อมลูกติดของเธอ นิลสียอกย้อนอย่างเจ็บแสบ ถึงเธอจะเป็นอย่างที่ท่านว่า แต่ก็ยังดีกว่าหลานสุดที่รักของท่าน เพราะเธอถีบตัวเองให้ขึ้นไปที่สูงไม่ใช่ใฝ่ต่ำไปคว้าพนักงานโรงแรมมาทำผัว คุณหญิงศรีเมืองฉุนขาดตบนิลสีหน้าหัน ป้าพิศแอบมองเหตุการณ์อยู่กับเตยหอม เห็นท่าไม่ดีรีบไปตามคลเมขลา นิลสีหาได้เกรงกลัวแม่ผัวไม่ จ้องหน้าอยู่อึดใจ ก่อนจะชวนกานนเข้าบ้าน

คุณหญิงศรีเมืองยืนตัวเกร็งกำมือแน่นด้วยความโกรธจนหน้ามืดจะเป็นลม เตยหอมซึ่งแอบดูอยู่ รีบวิ่งมารับตัวไว้ทัน เป็นจังหวะเดียวกับคลเมขลากับป้าพิศเดินมาถึงพอดี ช่วยกันประคองท่านไปนอนพักในบ้าน

ไม่นานนักท่านก็รู้สึกตัว ทันทีที่เห็นคลเมขลานั่งจับมือตัวเองอยู่ รีบชักมือออก เธอรู้ทันทีว่าคุณย่าโกรธ อธิบายว่าเธอกับทิเบตไม่ได้เป็นอะไรกัน ที่ไปกินข้าวกับเขาเพราะเขาอยากตอบแทนที่เธอช่วยให้เขาไม่ต้องโดนไล่ออก ท่านถามย้ำ แน่ใจหรือว่าแธอไม่ได้รักไม่ได้ชอบกับพนักงานคนนั้น

“ค่ะ มอธกำลังจะแต่งงานกับปุราณ มอธจะไปชอบคนอื่นได้ไง แล้วยิ่งกับพนักงานยกกระเป๋าของโรงแรม ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้เข้าไปใหญ่” คำพูดของคลเมขลาทำให้คุณหญิงศรีเมืองสบายใจขึ้น แต่เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ท่านจึงขอให้เธอสัญญาว่าจะไม่ไปไหนมาไหนหรือใกล้ชิดกับทิเบตอีก คลเมขลาไม่อยากขัดใจคุณย่า จำต้องรับปาก ท่านยังไม่วางใจ เสนอจะให้ปุราณไปรับไปส่งเธอตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คลเมขลาถึงกับพูดไม่ออก...

แม้จะไม่ปักใจเชื่อว่าคลเมขลาจะมีอะไรกับทิเบตอย่างที่แม่กล่าวหา แต่กานนก็แค้นใจมากที่เธอหายไปกับไอ้กระจอกนั่นตั้งครึ่งค่อนคืน ยิ่งมองภาพถ่ายของคลเมขลาที่ติดไว้เต็มผนังห้องนอนของตัวเองก็ยิ่งแค้นหนัก วางแผนจะเล่นงานทิเบตอีกครั้ง...

ที่ล็อบบี้ของโรงแรมศักการะ ทิเบตถือถุงขนมกล้วยรอการมาถึงของคลเมขลาอย่างใจจดจ่อ พอเห็นปุราณโอบเอวเธอเข้ามาก็ใจแป้ว แต่พยายามทำสีหน้าเป็นปกติ รีบเอาถุงขนมยื่นให้

“คุณคลเมขลาครับ แม่ผมเพิ่งทำขนมกล้วยเมื่อเช้า เห็นคุณชอบก็เลยฝากมาให้”

คลเมขลานึกถึงคำพูดของคุณย่าขึ้นมาได้ ปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยว่าไม่อยากกินแล้ว ให้เขาเอาไปให้คนอื่นก็แล้วกัน ทิเบตรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้า ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อปุราณกับคลเมขลามาถึงห้องทำงานของเธอ เขาเตือนว่าเย็นนี้มีนัดลองชุดแต่งงาน เลิกงานแล้วเขาจะมารับ เธอบอกว่าไม่ต้องมารับ เธอมีนัดไปพบลูกค้าข้างนอก เสร็จธุระแล้วเธอจะไปเจอเขาที่ร้านเวดดิ้งปุราณสงสัยแล้วจะไปอย่างไรในเมื่อเธอไม่ได้เอารถมา คลเมขลาจะให้รถของโรงแรมไปส่ง

ooooooo

โชคไม่ดีของคลเมขลารถของโรงแรมถูกเช่าไปหมด ไม่มีเหลือแม้แต่คันเดียว แถมรถแท็กซี่ก็อยู่ในช่วงเปลี่ยนกะก็เลยหาไม่ได้สักคัน เธอกระวนกระวายใจมาก กลัวจะไปหาลูกค้าไม่ทันนัด ทิเบตรู้ว่าเธอเดือดร้อน ขับมอเตอร์ไซค์มาจอดเทียบ อาสาจะไปส่งให้ เธอไม่มีทางเลือกจำต้องใช้บริการของเขา

การจราจรติดขัดอย่างหนัก ทิเบตต้องขับรถซิกแซ็ก ไปตลอดทาง คลเมขลากลัวตกคว้าเอวเขาไว้แน่น พอรู้ตัวก็รีบปล่อยมือ ในที่สุดทิเบตพาเธอมาถึงที่หมายได้ทันเวลา คลเมขลาถอดหมวกกันน็อกคืนให้พร้อมกับขอบใจเขาแล้ววิ่งปรู๊ดไปพบลูกค้า เขาเป็นห่วงว่าเธอจะหารถกลับไม่ได้ ตัดสินใจรอรับ...

ระหว่างทิเบตทำหน้าที่สารถีให้คลเมขลา กานนแอบไปที่ตู้ล็อกเกอร์ของทิเบต ใช้กุญแจผีเปิดตู้แล้วเอาห่อกัญชายัดใส่ก่อนจะปิดไว้อย่างเดิม โดยไม่รู้ว่าระเบียบแอบมองด้วยความสงสัยว่าเขาเข้ามาทำอะไรในนี้...

คลเมขลาคุยกับลูกค้าเสร็จ ออกมาเจอทิเบตรออยู่ก็แปลกใจทำไมยังไม่กลับ เขากลัวเธอจะหารถกลับโรงแรมไม่ได้ เย็นๆแบบนี้ยิ่งหารถยาก เธอไม่ได้กลับโรงแรมต้องไปที่อื่นต่อ เขาเสนอตัวจะไปส่งให้ ไม่นานนัก ทิเบตกับคลเมขลามาถึงหน้าร้านเวดดิ้ง

“ขอบใจที่มาส่ง นายกลับไปได้แล้ว” คลเมขลาตัดบทอย่างไม่มีเยื่อใยแล้วเดินเข้าข้างใน

ทิเบตเดินเตร่อยู่แถวนั้นสักพัก ตัดสินใจเดินเข้าไปในร้าน เห็นคลเมขลาในชุดเจ้าสาวยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่โดยมีพนักงานในร้านกำลังช่วยกันจัดชุดให้ เขารีบหลบมุมแอบมองด้วยแววตาเปี่ยมรัก ฝันกลางวันว่าตัวเองอยู่ในชุดเจ้าบ่าวเดินเข้าไปกอดเธอจากด้านหลัง

“เจ้าสาวของผมสวยมากเลยครับ” ไม่ชมเปล่า เขายื่นหน้าเข้าไปจะหอมแก้มเธอ

เสียงพนักงานในร้านร้องทักทำให้ทิเบตตื่นจากความฝัน “คุณคะ มายืนตรงนี้ไม่ได้นะคะ”

“ขอโทษครับ” ทิเบตว่าแล้วรีบออกจากร้านโดยที่คลเมขลาไม่ทันเห็น เขาตรงไปมอเตอร์ไซค์ของตัวเองที่จอดอยู่ในลานจอดรถ แต่รถดันสตาร์ตไม่ติด ต้องลงมาเข็น ระหว่างนั้นปุราณขับรถเข้ามาจอด แล้วเดินไปทางร้านเวดดิ้ง ทิเบตมองรถเก๋งของเขาแล้วมองมอเตอร์ไซค์ตัวเอง

“แกจะเอาอะไรไปสู้เขาได้ไอ้ทิเบต” ตัดพ้อจบ ทิเบตเข็นมอเตอร์ไซค์ต่อไป...

โชคร้ายยังคงมาเยือนทิเบตไม่หยุดหย่อน ทันทีที่กลับถึงโรงแรมศักการะ เขาถูกศรีวิศาลและกานนเล่นงาน ฐานมีกัญชาซุกซ่อนอยู่ในตู้ล็อกเกอร์ ทิเบตปฏิเสธว่าไม่ใช่ของเขา มีใครบางคนต้องการใส่ร้ายเขา กานนรีบ บอกให้ศรีวิศาลแจ้งตำรวจมาจับ ถ้าท่านไม่อยากโทร.ตนจะโทร.ให้เอง ศรีวิศาลคว้ามือกานนไว้

“อย่า ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจะทำให้โรงแรมเสียชื่อ จัดการกันเองภายในก็พอ”

กานนกันเหนียวไว้ก่อน รีบนำเรื่องนี้ไปฟ้องคุณย่า ให้ไล่ทิเบตออก มันทำผิดถึงสองครั้งแล้ว ถ้าเราไม่ทำอะไร ปล่อยไปแบบคราวก่อน พนักงานคนอื่นๆคงจะไม่เชื่อถือคุณย่าอีก...

คุณหญิงศรีเมืองไม่ชอบขี้หน้าทิเบตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สั่งการให้คลเมขลาไล่เขาออกโดยไม่ยอมให้สอบถามความจริงจากผู้ถูกกล่าวหาเหมือนคราวที่แล้ว คลเมขลาไม่มีทางเลือก จำต้องทำตามที่ท่านสั่ง

ooooooo

บุษย์รู้เรื่องที่พี่ชายถูกใส่ร้ายว่ามีกัญชาในครอบครองก็ไม่สบายใจมาก ตัดสินใจไปหาคลเมขลาที่บ้านเพื่อขอร้องให้ช่วยเขาอีกสักครั้ง แต่เธอไม่อยู่ออกไปข้างนอก บุษย์กำลังจะกลับแต่กานนมาขวางไว้เสียก่อน ถามว่ามาที่นี่ทำไม เธอมาหาคุณคลเมขลาแต่เห็นว่าไม่อยู่

“จะมาคุยเรื่องพี่ชายเธอสินะ คนที่เธอควรจะคุยด้วยคือฉัน ไม่ใช่น้องมอธ เพราะว่าฉันเป็นคนเจอห่อกัญชาในตู้ล็อกเกอร์ของพี่ชายเธอ” กานนมองบุษย์สีหน้าร้ายกาจ...

คนที่บุษย์ถามหา ไปพบทิเบตที่บ้านเพื่อแจ้งข่าวร้ายว่าเขาโดนไล่ออก เธอยินดีจะจ่ายเงินชดเชยให้เขาก้อนหนึ่ง คงจะพอให้เขาอยู่ได้สองสามเดือนระหว่างหางานใหม่ ทิเบตไม่เข้าใจ ในเมื่อเธอเคยบอกว่าเขาเป็น คนดีแล้วทำไมครั้งนี้ถึงไม่ให้เขาอธิบายอะไรบ้าง คลเมขลาไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่บอกว่าเสียใจ

ทิเบตเองก็เสียใจที่เธอรู้ทั้งรู้ว่ากานนต้องการกลั่นแกล้งเขา แต่เธอก็ยังเข้าข้างไอ้เลวนั่น เธอขอโทษจริงๆ ถ้าให้เอาเรื่องกานน ชื่อเสียงของโรงแรมศักการะที่คุณย่า ของเธออุตส่าห์สั่งสมมาทั้งชีวิตต้องพลอยมัวหมองไปด้วย และที่สำคัญท่านเสียลูกชายไปคนหนึ่งแล้ว ถ้ามีเรื่องอะไรมากระทบจิตใจอีก เธอกลัวท่านจะรับไม่ไหว

“แล้วผมล่ะ คุณคิดว่าผมจะรับไหวงั้นเหรอ ชีวิตทั้งชีวิตของผมมันก็ถูกทำลายไปแล้วเหมือนกัน ผมต้องทำลายอนาคตตัวเองเพื่อแลกกับชื่อเสียงของพวกคุณงั้นใช่ไหม...ได้...ถ้ามันจะทำให้คุณกับครอบครัวมีความสุข ผมก็จะทำ” ตัดพ้อจบทิเบตผละจากไป แม้จะรู้สึกผิดต่อเขาแต่คลเมขลาไม่มีทางเลือก...

ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านศักการะ ความพยายามที่จะปล้ำบุษย์ของกานนไม่สำเร็จอีกเช่นเคยเนื่องจาก ศรีวิศาลเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน หญิงสาวจึงรอดมาได้อย่างหวุดหวิด...

บ้านเช่าหลังเล็กๆของทิเบตซึ่งครั้งหนึ่งเต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ บัดนี้มีแต่เสียงร้องไห้ของบุษย์และรัญจวนดังระงม สงสารทิเบตที่ถูกกลั่นแกล้งไม่จบไม่สิ้น เขาดึงน้องกับแม่มากอด

“เบตสัญญาว่าต่อจากวันนี้ เบตจะทำให้ชีวิตทุกคนดีขึ้นให้ได้ จะไม่ทำให้ทุกคนลำบาก เบตจะหาเงินให้ได้เยอะๆ เบตสัญญา”

ooooooo

ขนาดถูกไล่ออกจากงานที่โรงแรมศักการะไปทำงานเป็นคนกวาดใบไม้ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งแล้วโชคชะตายังกลั่นแกล้งให้ทิเบตต้องมาเจอกับคลเมขลาซึ่งมาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งกับปุราณที่สวนแห่งนี้อีก เธอจำเขาไม่ได้เนื่องจากสวมผ้าคาดหน้า ทิเบตยืนมองทั้งคู่ถ่ายภาพได้ครู่เดียวเจ็บปวดใจ ทนไม่ไหวต้องเดินหนี

คลเมขลาไปเข้าห้องน้ำของสวนสาธารณะแล้วลืมถอดนาฬิกาทิ้งไว้ พนักงานทำความสะอาดห้องน้ำยึดเอาไปเป็นของตัวใส่อวดเพื่อนพนักงานด้วยกัน ทิเบตจำได้ว่าเป็นนาฬิกาของคลเมขลาจึงขอคืน แต่เธอไม่ยอมให้ เขาขู่ถ้าไม่คืนจะไปแจ้งตำรวจ เธอถอดนาฬิกาให้ด้วยความแค้นใจ

ขณะที่ทิเบตซึ่งอยู่ในเครื่องแต่งกายปกติรีๆรอๆจะเอานาฬิกาไปคืนคลเมขลา พนักงานทำความสะอาดคนนั้นกลับพาหัวหน้าและ รปภ.ของที่นี่มาจับตัวเขา หาว่าขโมยนาฬิกา ไม่ว่าทิเบตจะแก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้นเพราะหลักฐานคาอยู่ในมือ หัวหน้าสั่งให้ รปภ.เอาตัวเขาไปส่งตำรวจ ทิเบตโวยวายลั่น

“ผมไม่ไป ผมไม่ได้ทำอะไรผิด”

เสียงเอะอะทำให้คลเมขลาหันมอง พอเห็นว่าเป็นทิเบตเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าเขาถูกกล่าว หาว่าขโมยนาฬิกาของผู้มาใช้บริการ เธอเห็นนาฬิกาในมือทิเบตก็จำได้ว่าเป็นของตัวเอง ช่วยแก้ต่างให้จนเขารอดจากการโดนจับ ทิเบตคืนนาฬิกาให้คลเมขลาแล้วเดินหนี เธอยังไม่ทันได้พูดคุยอะไรด้วย บอกปุราณ ว่าขอตัวสักครู่ แล้ววิ่งตามทิเบตจนทัน พยายามจะปรับความเข้าใจด้วย แต่เขาโกรธเกินกว่าจะรับฟัง...

ตั้งแต่กำจัดทิเบตไปพ้นทาง กานนพยายามจะรวบหัวรวบหางบุษย์อยู่เป็นระยะๆ แผนชั่วไม่สำเร็จสักครั้งเนื่องจากคุกกี้กับคงชายคอยเป็นก้างขวางคอ แต่คืนนี้ ทางสะดวกคุกกี้มีนัดกับเพื่อน กานนจึงจ้างให้ระเบียบแกล้งป่วยแล้วให้เธอขอร้องบุษย์ช่วยทำงานแทน แผนชั่ว สำเร็จลุล่วง บุษย์เสียทีถูกคนชั่วย่ำยี...

คุกกี้เป็นห่วงบุษย์เมื่อเสร็จธุระกับเพื่อนเรียบร้อยจึงย้อนกลับมาที่โรงแรมศักการะเพื่อรับจะกลับบ้านด้วยกัน พยายามโทร.หาเธอแต่ไม่มีใครรับสาย เริ่มไม่สบายใจ ยิ่งเห็นกานนก้าวออกมาจากลิฟต์ทั้งที่น่าจะกลับไปตั้งนานแล้ว คุกกี้โทร.หาบุษย์อีกครั้งแต่เธอไม่รับสาย ตัดสินใจเดินไปถามเจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์

“นี่...คุณกานนมาเปิดห้องอะไรไว้หรือเปล่า”

พอรู้ว่าเปิดห้องสูทไว้ คุกกี้ถึงกับตาเหลือกรีบตรงไปที่ห้องนั้นทันที เห็นรถใส่อุปกรณ์ทำความสะอาดถูกทิ้งไว้ในห้อง รวมทั้งมือถือของบุษย์ เธอใจคอไม่ดี วิ่งไปดูที่ห้องนอนพบว่าที่นอนยับยู่ยี่ ไม่มีวี่แววของบุษย์ สังหรณ์ใจว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดี รีบโทร.ตามคงชาย
ซึ่งกำลังประคองทิเบตที่เมาแอ่นอยู่ริมถนนให้มาที่โรงแรม เขาวางสายแล้วหันไปตบหน้าทิเบตให้รู้สึกตัวบอกว่าเกิดเรื่องกับบุษย์ ทิเบตตาสว่างหายเมาเป็นปลิดทิ้ง

ครู่ต่อมาคงชายกับทิเบตมาถึงโรงแรมศักการะ คุกกี้วิ่งหน้าตื่นเข้ามาขอโทษทิเบตที่วันนี้เธอไม่อยู่รอบุษย์ เขาต้องปลอบให้ใจเย็นๆก่อน อาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดก็ได้ เธอหยิบมือถือของบุษย์ยื่นให้

“ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมบุษย์ถึงทิ้งมือถือไว้ที่นี่แล้วหายตัวไป”

ทิเบตเห็นไม่เข้าที วิ่งนำคงชายกับคุกกี้ไปที่ห้องควบคุมเพื่อดูภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นบุษย์เดินโซเซไปทางหน้าโรงแรมแล้วหายไปจากจอภาพ ทั้งสามคน แยกย้ายกันตามหา หากใครเจอก่อนให้โทร.แจ้งคนอื่น

ทางฝ่ายบุษย์เสียใจที่ถูกกานนข่มขืนจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป เดินกระเซอะกระเซิงขึ้นไปบนสะพานข้ามแม่น้ำจะโดดน้ำตาย โชคดีที่ทิเบตมาคว้าตัวไว้ทัน เธอโผกอดพี่ชายร้องไห้โฮ เขาสงสารน้องสาวจับใจ รู้ทันที ว่าโดนอะไรมา กอดเธอตอบแล้วชวนกลับบ้าน บุษย์ไม่มี เรี่ยวแรงแม้แต่จะก้าวขา เขาจึงให้เธอขี่หลัง

ooooooo

ทิเบตเห็นสภาพของน้องสาวแล้วทนไม่ได้ ต้องการเอาเรื่องคนที่ทำร้ายเธอให้ถึงที่สุด ชวนบุษย์ไปแจ้งความที่โรงพัก ชัชชัยเข้าเวรพอดีจึงให้ทิเบตไปคุยในห้องสอบสวน ทิ้งให้บุษย์นั่งรออยู่หน้าห้อง ไม่นานนักนายตำรวจหนุ่มก็ออกมาจากห้อง ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ บุษย์ขยับหนี เขาแตะแขนไว้ เธอถึงกับสะดุ้งเฮือก

“อย่าโดนตัวบุษย์...บุษย์สกปรก”

“การที่คุณถูกกระทำไม่ได้หมายความถึงคุณสกปรก อย่าดูถูกตัวเอง อย่าคิดว่าไม่มีคุณค่า เพียงเพราะถูกคนใจทรามทำร้าย เข้มแข็งนะครับ เพราะนับจากวินาทีนี้ ชีวิตคุณจะไม่เหมือนเดิม...สู้ๆ” ชัชชัยชูสองนิ้วให้ ขณะที่บุษย์ยิ้มทั้งน้ำตา...

เนื่องจากรู้จักกับครอบครัวศักการะมานาน ชัชชัยจึงเป็นคนไปเชิญตัวกานนถึงบ้านให้มาสอบปากคำที่โรงพัก เขาขัดขืนไม่ยอมไป อ้างไม่ได้ข่มขืนใครอย่างที่ถูกกล่าวหา นิลสีต้องแตะแขนลูกชายเพื่อปราม

“ตานน ไปก่อนนะลูกแล้วก็อย่าพูดอะไรทั้งนั้น จนกว่าแม่จะส่งทนายไป”

คุณหญิงศรีเมืองรอจนชัชชัยพากานนออกไปจึงสั่งคลเมขลาตามเรื่องนี้ให้ด้วย เธอรับคำแล้วรีบตามสองหนุ่มไป จากนั้นท่านหันไปบอกให้ศรีวิศาลพาท่านไปที่ห้องของท่าน เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับลูกชาย ท่านสั่งให้เขาหาทางปิดเรื่องนี้อย่าให้รู้ถึงหูนักข่าวเด็ดขาด ส่วนกานนตัวแสบ ท่านจะส่งไปอยู่เมืองนอกเพื่อตัดปัญหา...

นิลสีถึงกับปรี๊ดแตกเมื่อรู้เรื่องนี้จากศรีวิศาล เพราะนั่นเท่ากับคุณแม่เชื่อว่ากานนทำผิดจริง เขาเองก็เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น ใครๆก็รู้ว่ากานนขึ้นชื่อเรื่องผู้หญิง พนักงานใหม่กี่คนต่อกี่คนอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งเดือนสักราย

“พูดแบบนี้หมายความว่าจะไม่ช่วยกัน”

“ผมช่วยอยู่แล้วเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น ตระกูลศักการะของผมจะพลอยมัวหมองไปด้วย”...

ทันทีที่เจอทิเบตบนโรงพัก กานนจะเอาเรื่องให้ได้ ชัชชัยต้องเข้ามาห้าม คลเมขลาเห็นท่าไม่ดี รีบดึงกาน ออกไปสงบสติอารมณ์ บุษย์กลัวตัวสั่นน้ำตาไหลพราก ทิเบตต้องดึงน้องมากอดปลอบใจ แต่สุดท้ายเธอทนแรงกดดันไม่ไหวขอร้องให้พี่ชายพากลับบ้าน เขาพยายามกล่อมให้เธอเอาผิดกานนให้ได้แต่ไม่สำเร็จ

“พี่คิดว่าเราจะเอาผิดเขาได้จริงๆเหรอ เขามีเงิน เขาสามารถทำให้ความผิดกลายเป็นความถูกได้ แล้วคนที่จะต้องอับอายก็คือพวกเรา ปล่อยให้มันจบไปเถอะพี่เบต กลับบ้านเรานะ บุษย์ไม่ไหวแล้วจริงๆ”...

ในเมื่อไม่มีเจ้าทุกข์ กานนก็ถูกปล่อยตัวเป็นอิสระ เขาได้ทีคุยอวดกับคลเมขลาว่าตัวเองบริสุทธิ์ แต่เธอไม่เชื่อ เข้าไปรายงานให้คุณย่าฟังว่ากานนทำผิดจริง และขอให้ท่านให้ความยุติธรรมกับครอบครัวของทิเบตด้วย คุณหญิงศรีเมืองไม่ยอมทำตาม สั่งให้เธอเอาเงินไปให้พวกนั้น แค่นี้ก็จบเรื่องแล้ว คลเมขลาพยายามเรียกร้องความยุติธรรมให้กับทิเบตและครอบครัว ทำให้ท่านไม่พอใจมากไล่ตะเพิดไปให้พ้น...

ค่ำนี้ คลเมขลามีนัดกินข้าวกับปุราณและนิโลบลที่บ้านของเขา แต่เธอกินอะไรไม่ลง อ้างไม่ค่อยสบายขอตัวกลับไปพักผ่อน แทนที่เธอจะกลับบ้านอย่างที่บอกกับปุราณ กลับขับรถมาจอดหน้าบ้านเช่าของทิเบต ลังเลจะเข้าไปดีหรือไม่ รัญจวนเดินออกมาพอดี คลเมขลาตัดสินใจเดินเข้าไปหา เอาซองใส่เงินยื่นให้

ทิเบตรู้เข้าก็ไม่พอใจมากคว้าซองใส่เงินวิ่งออกมาหน้าบ้านเห็นคลเมขลากำลังจะขึ้นรถ ตะโกนถามว่าเงินจำนวนนี้เป็นค่าอะไร เธอรู้ว่าเขากำลังลำบากแค่อยากจะให้ความเป็นธรรมกับเขาบ้าง ทิเบตฉุนขาด

“ความเป็นธรรมมันมีอยู่ด้วยเหรอ ผมยังสงสัย แต่ถ้าหากมันมีจริง ผมก็คงไม่ต้องการมันจากพวกคุณหรอก” พูดจบเขาเอาซองเงินปาใส่ ไล่เธอไปให้พ้นหน้า คลเมขลาเก็บซองเงินแล้วขึ้นรถขับออกไป...

ขณะที่ทิเบตทั้งผิดหวังและเสียใจกับการกระทำของคลเมขลา นิโลบลสนุกกับการเล่นพนันอยู่ในบ่อน เธอมือขึ้น ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ และยังคุยอวดไปทั่วว่าตอนนี้เธอกำลังดวงดี อีกไม่นานลูกชายของเธอจะแต่งงานกับมหาเศรษฐี รับรองเงินทองไหลมาเทมาแน่ๆ พลันมีเสียงเจ้าหนี้ของเธอดังขึ้น

“แล้วเมื่อไหร่มันจะไหลมาทางผมล่ะครับ”

นิโลบลขอผัดผ่อน ให้ผ่านงานแต่งงานของลูกชาย เธอไปก่อน เขาไม่ยอมให้ผัดผ่อนจะขอเงินคืนเดี๋ยวนี้แล้วชักมีดขู่ โชคดีที่ไพโรจน์เข้ามาเคลียร์ให้ พร้อมกับรับรองว่านิโลบลไม่หนีไปไหนแน่ๆ ถือว่าเห็นแก่หน้าเขาก็แล้วกัน เจ้าหนี้ยอมละเว้นให้แค่ครั้งนี้เท่านั้น นิโลบล ถึงกับโล่งอก เสนอเลี้ยงเหล้าไพโรจน์แทนคำขอบใจ

ooooooo

ในเมื่อเล่นงานกานนทางกฎหมายไม่ได้ ทิเบตจึงใช้โซเชียลมีเดียเล่นงานเขาแทน คุกกี้กับคงชายเตือนว่ากานนต้องรู้แน่ๆว่าเป็นฝีมือของเขา ทิเบตเชื่อว่าเขาไม่กล้าทำอะไร ถ้าทำนั่นเท่ากับยอมรับว่าทำผิด...

กานนฉุนขาดเมื่อรู้ว่าคุณย่าจะส่งไปอยู่เมืองนอก แถมศรีวิศาลกับแม่ยังเห็นดีด้วยทำให้เขายิ่งโกรธ คิดว่าที่ทั้งคู่ผลักไสเพราะเขารู้ความลับบางอย่าง จึงต่อรองกับคุณย่าถ้าเขาเล่าสาเหตุที่ทำให้คุณพ่อตาย จะล้มเลิกการส่งเขาไปอยู่เมืองนอกไหม คุณหญิงศรีเมืองรับปากจะไม่ส่งเขาไปไหนทั้งนั้น ขอให้เล่าเรื่องนั้นมา กานนมองนิลสีกับศรีวิศาลอย่างถือไพ่เหนือกว่า ส่วนคลเมขลาเองก็อยากจะรู้เรื่องนี้มาก

จากนั้น เรื่องราวในอดีตก็พรั่งพรูออกจากปากกานน วันนั้นศรีวิชัยกลับบ้านเร็วโดยที่นิลสีไม่รู้ จึงได้เห็นว่าเมียรักกับน้องชายลอบเป็นชู้กัน เขาเสียใจมากขับรถออกไปราวกับแข่งกับพายุท่ามกลางฝนเทกระหน่ำ เขามัวแต่ปาดน้ำตาไม่เห็นรถบรรทุกที่แล่นตัดหน้า ศรีวิชัยหักหลบรถเหินข้ามเกาะกลางถนนชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง

คุณหญิงศรีเมืองรู้ความจริงถึงกับซวนเซจะเป็นลม คลเมขลาต้องประคองไปนั่ง ศรีวิศาลพยายามอธิบาย แต่ท่านไม่ฟัง ไล่ทุกคนออกไปให้พ้น ยังไม่ทันจะมีใครขยับ มีเสียงข้อความจากมือถือของคลเมขลาดังขึ้น เธอเปิดอ่านข้อความแล้วตกใจมาก ท่านเห็นสีหน้าหลานสาวไม่สู้ดีนักถามว่ามีเรื่องอะไร เธอไม่กล้าบอกได้แต่อึกอัก ท่านคว้ามือถือมาอ่านเองถึงกับช็อก โรคหัวใจกำเริบเจ็บหน้าอกรุนแรงก่อนจะหมดสติ ศรีวิศาลสั่งให้ลูกเรียกรถพยาบาล เธอหยิบโทรศัพท์บ้านมาโทร. นิลสีอยากรู้ว่ามีอะไรในมือถือคว้ามาอ่านถึงกับตะลึง...

ที่โรงแรมศักการะ คุกกี้อ่านข่าวกานนในมือถือของตัวเองให้เพื่อนพนักงานสองคนฟัง

“กานน ศักการะ หลานชายคุณหญิงศรีเมือง ศักการะ เปิดห้องสูทข่มขืนสาว ใช้อำนาจในทางที่ผิด แต่กฎหมายกลับเล่นงานไม่ได้”

สาวๆวิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปาก หนึ่งในเพื่อนของคุกกี้ ตั้งข้อสังเกตหากเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จะมีคนกล้าใช้บริการที่นี่อีกหรือ จังหวะนั้นโทรศัพท์ของโรงแรมดังขึ้นพร้อมกันทุกเครื่อง ลูกค้าโทร.มายกเลิกการจองห้อง พนักงานที่รับเรื่องไว้ รีบโทร.ตามคลเมขลามาเคลียร์ เธอกำลังเฝ้าอาการป่วยของคุณย่า ศรีวิศาลอาสาจะจัดการเรื่องนี้ให้ เธอจะได้อยู่ดูแลคุณย่า เพราะถ้าท่านฟื้น ท่านคงอยากเห็นเธอมากกว่าเขา...

ข่าวในเน็ตแพร่ไปรวดเร็วยิ่งกว่าติดจรวด นิลปัทม์อายมากเพราะเพื่อนฝูงโทร.มาถามอุตลุดว่าจริงหรือเปล่า นิลสีสั่งให้กานนหาทางปิดข่าวนี้ให้ได้ แล้วห้ามเขาออกไปไหนทั้งนั้นจนกว่าข่าวจะซา นิลปัทม์อดสงสัยไม่ได้ ตกลงพี่นนปล้ำผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า กานนโพล่งขึ้นอย่างเหลืออด

“เออใช่ ฉันทำ...ฉันเป็นคนทำพอใจหรือยัง ไอ้คนที่ปล่อยข่าวนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน...ไอ้ทิเบต ที่มันลงข่าวเพราะต้องการทำให้พี่โมโหและไปจัดการมัน ถ้าพี่หลงกลก็เท่ากับว่าพี่ยอมรับ พี่จะปล่อยมันไปก่อนไว้ข่าวซาเมื่อไหร่ สิ่งที่มันจะได้รับจากพี่จะทำให้มันลืมไม่ลง” กานนสีหน้าอาฆาตแค้นสุดๆ...

ข่าวชิ้นนี้สร้างความเสียหายให้โรงแรมศักการะ ศรีวิศาลลองปรึกษากับผู้บริหารคนอื่นแล้ว เห็นควรให้ลดค่าที่พัก 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการขอโทษลูกค้าที่ทำให้ไม่สบายใจ...

ถึงจะถูกแม่ห้ามไม่ให้ออกจากบ้าน แต่กานนติดเซ็กซ์ต้องออกไปหาที่ระบาย นึกถึงลลิสาซึ่งเป็นคอซาดิสม์ด้วยกันขึ้นมาได้ เขาสวมแว่นดำใส่หมวกแก๊ปอำพรางใบหน้า ลอบไปหาเธอที่คอนโดฯ

ooooooo









นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้
17 ม.ค. 2563
17:47 น.