ข่าว

วิดีโอ



คนละโลก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า - โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ปณธี

กำกับการแสดงโดย: ชัยวุฒิ เทพวงษ์

ผลิตโดย: บริษัท คนทีวี (ไทยแลนด์) จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์,ไปรยา สวนดอกไม้

อัลบั้ม: 'ซี' สู้ชีวิตเชือดเฉือน 'ปู' 'คนละโลก' สะท้อนสังคม



ปุราณกลัวทิเบตแจ้งตำรวจจับ สั่งให้นิลปัทม์รีบเก็บข้าวเก็บของเตรียมหนี เธอไม่ยอมไปด้วย ในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิดจะต้องหนีทำไม เขาฉุนขาดที่เธอคิดจะแยกตัว สองคนมีปากเสียงกัน นิลปัทม์โกรธที่เขาลามปามด่าไปถึงแม่ของเธอ ตบเขาหน้าหัน ปุราณไม่ยอมเจ็บคนเดียวตบคืนบ้าง เธอถึงกับปากแตก

จังหวะนั้นตำรวจบุกเข้ามาในห้องพัก เพื่อเอาตัวปุราณไปสอบปากคำ นิลปัทม์ได้ทีแจ้งความจับเขาฐานทำร้ายร่างกายเธออีกกระทงหนึ่ง ปุราณจะหนีแต่ตำรวจไวกว่ารวบตัวเอาไว้ได้

ขณะที่นิลปัทม์แตกหักกับปุราณ นิลสีจำต้องขายตัวเพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองและลูกชายทั้งที่เป็นย่าคนแล้ว แถมยังโดนลูกค้าดูถูก แต่เธอก็ต้องทน ระหว่างนั้น นิลปัทม์โทร.เข้ามือถือของเธอ นัดให้มาเจอกัน

ทันทีที่เจอหน้าแม่ นิลปัทม์ร้องไห้โฮโผกอดไว้แน่น ขอโทษที่ทำตัวไม่ดีทิ้งแม่ทิ้งพี่นน นิลสีกอดตอบปลอบใจว่าไม่เป็นอะไร ท่านผิดเองที่เอาแต่ใช้อารมณ์กับเธอ นิลปัทม์จะมาบอกให้แม่รู้ว่าพี่นนยังไม่ตาย ตอนนี้เขาลักพาตัวลูกของบุษย์น้องสาวทิเบตไป และตำรวจรู้เรื่องนี้แล้ว

“แม่รู้ว่าตานนยังไม่ตาย แม่เป็นคนช่วยตานนเอาไว้เอง และตอนนี้แม่ต้องรีบกลับไปหาพี่ชายของแก” นิลสีจ้ำพรวดๆออกไปทันที โดยมีนิลปัทม์ตามไปติดๆ...

ที่บ้านเช่าของนิลสี กานนนั่งลูบหัวน้องเสือที่ยังนอนสลบไสลไม่ได้สติด้วยสายตารักใคร่ ก่อนจะร้องเพลงกล่อมเด็กน้อยไปพลางยิ้มไปพลางอย่างมีความสุข นิลสีกับนิลปัทม์เข้ามาในบ้านได้ยินเสียงร้องเพลง รีบเดินไปยังต้นเสียง เจอกานนกำลังร้องเพลงกล่อมน้องเสือ นิลปัทม์ถึงกับอึ้งเพราะเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

“พี่นนเขาเป็นบ้าไปแล้วเหรอแม่”

นิลสีร้องเรียกกานนให้รู้สึกตัวแล้วจะเข้าไปหา แต่เขาร้องห้ามไว้ ไม่เห็นหรือว่าน้องเสือกำลังหลับอยู่ ท่านพยายามกล่อมให้เขาเอาเด็กน้อยไปคืนแม่ของแก แต่เขาไม่ยอมคืน นิลปัทม์เตือนว่าตำรวจกำลังจะมาจับตัวเขาที่ลักพาเด็กน้อยมา เขาต้องรีบหนีเดี๋ยวนี้ นิลสีดึงแขนลูกชายจะพาออกไป เขาแกะมือแม่ออก ยืนกรานจะไม่ไปไหนทั้งนั้น นิลสีมองหน้านิลปัทม์ไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

ทางด้านชัชชัยพยายามเค้นให้ปุราณบอกที่ซ่อนตัวของกานน แต่ไร้ผล เขาอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็น ต่อให้เอาปืนมายิงเขาก็ไม่รู้ว่ากานนเอาตัวน้องเสือไปไว้ที่ไหน

ooooooo

ทิเบตเครียดหนักที่หลานรักหายตัวไป ไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืน คลเมขลาต้องชงกาแฟมาให้ดื่ม เผื่อจะรู้สึกดีขึ้น เขากินอะไรไม่ลงถ้ายังหาตัวน้องเสือไม่เจอ หากแกเป็นอะไรไป เขาคงไม่ให้อภัยตัวเองเด็ดขาด

มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น กานนโทร.มาหาทิเบตไม่อยากให้คลเมขลาเป็นกังวลไปด้วย ทำเหมือนสัญญาณมือถือไม่ดี ขอตัวออกไปรับสายข้างนอก เธอพยักหน้ารับรู้ ไม่ติดใจสงสัยอะไร ทันทีที่พ้นระยะ ทิเบตตะคอกใส่กานน ถ้าหลานของตนเป็นอะไรไป ตนไม่เอาเขาไว้แน่

“พูดจาไม่น่ารักเลยนะ ถ้าเกิดฉันไม่พอใจขึ้นมาแล้วพลาดทำอะไรลงไป มันก็เป็นเพราะแกไอ้ทิเบต”

“แกต้องการเงินเท่าไหร่ ถึงจะปล่อยตัวหลานฉัน”

กานนไม่ได้ต้องการเงิน สิ่งที่เขาต้องการคือชีวิตของทิเบต ดังนั้นถ้าไม่อยากให้หลานชายตาย ให้ออกมาเจอกับเขา แล้วสั่งห้ามทิเบตบอกให้ตำรวจรู้ ไม่อย่างนั้นเขาจะทำให้น้องเสือหมดลมหายใจ ส่วนสถานที่นัดพบ เขาจะเเมสเสจไปบอก กานนวางสายแล้วหันไปเห็นน้องเสือลืมตาขึ้นมองก็ตกใจ เด็กน้อยอยากรู้ว่าที่นี่ที่ไหนและเขาเป็นใคร กานนพูดไม่ออก ได้แต่บอกแกว่าไม่ต้องไปสนใจ เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า เด็กน้อยพยักหน้าเห็นด้วย รีบเดินตามกานนไปที่ครัว สักพัก โจ๊กกระป๋องฝีมือกานนก็ถูกเอามาวางตรงหน้าเด็กน้อย

“กินเสร็จแล้ว จะพากลับไปหาแม่ รีบกินให้หมดนะ” กานนพูดจบขยี้ผมน้องเสือเล่น แล้วนั่งมองไม่วางสายตา นิลปัทม์ยืนดูอยู่ห่างๆ มองท่าทางของพี่ชายด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปทางแม่

“พออยู่กับเด็กคนนี้พี่นนเปลี่ยนไปมากเลยนะแม่ เป็นเพราะอะไร”

“เพราะเด็กนี่เป็นลูกของกานนกับน้องสาวทิเบต”...

นิลสีรู้ว่ากานนจะเอาน้องเสือไปคืน อาสาจะทำหน้าที่นี้ให้เอง เพราะถ้าเขาออกไป อาจถูกตำรวจจับเอาได้ เขาก็รู้ว่าเขาถูกตำรวจตามตัวอยู่ เขาปลอบแม่ว่าไม่ต้องเป็นกังวล ถ้าพวกนั้นตามหาเขาจริง ป่านนี้น่าจะเจอแล้ว และรับปากจะระวังตัวไม่ให้โดนจับ เธอบอกให้เขารักษาตัวให้ดี เธอจะทำกับข้าวรอเขากลับมา

“ผมรักแม่นะ แล้วก็ขอโทษที่ผมไม่เคยทำให้แม่ภูมิใจเลย” กานนโผกอดนิลสีซึ่งกอดเขาตอบโดยไม่ล่วงรู้ว่านี่จะเป็นการกอดลูกชายครั้งสุดท้าย

ooooooo

ทิเบตบอกให้ชัชชัยรู้เรื่องการแลกเปลี่ยนตัวครั้งนี้ เขากับตำรวจสะกดรอยตามรถของทิเบตไปห่างๆ โดยที่ทิเบตจะคอยติดต่อกับเขาตลอดเวลา แต่พอมาถึงจุดนัดพบเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น กานนรู้ว่าทิเบตพาตำรวจมาด้วย ขู่จะฆ่าน้องเสือทิ้ง เขาถึงกับหน้าเสีย ขอร้องอย่าทำอย่างนั้น เขายอมทำตามกานนสั่งทุกอย่าง

“จะให้ฉันไปเจอที่ไหน” ทิเบตฟังกานนแจ้งสถานที่นัดหมายแห่งใหม่เสร็จ เดินไปหาชัชชัยที่ดักซุ่มอยู่กับตำรวจว่ากานนโทร.มาเปลี่ยนจุดนัดพบ ก่อนจะกลับมาขึ้นรถขับออกไป ชัชชัยกับตำรวจขับตามโดยทิ้งระยะห่างพอสมควร จังหวะหนึ่ง ทิเบตเห็นไฟสี่แยกข้างหน้ากำลังจะเปลี่ยนเป็นไฟแดง แทนที่เขาจะหยุดรถกลับเร่งเครื่องหนี ทำให้ชัชชัยกับตำรวจตามไม่ทัน เขาจึงสั่งการให้หารถของทิเบตจากกล้องจราจร

ไม่นานนักทิเบตมาถึงสถานที่นัดพบแห่งใหม่ริมแม่น้ำ ไม่เห็นใครอยู่แถวนั้นก็ใจเสีย สักพักกานนเดินมาหาพร้อมกับเล็งปืนใส่ เขาไม่กลัวความตายขอแค่ให้ได้รู้ว่าน้องเสือปลอดภัยก็พอ กานนโทร.หาเด็กน้อย แล้วเปิดโหมดลำโพงเพื่อให้ทิเบตได้ยินเสียงเขาพูดคุยกับน้องเสือ ก่อนจะรีบวางสาย

“เห็นแล้วนะว่าน้องเสือสบายดี เขาอยู่สนามเด็กเล่นแถวนี้ พอฉันจัดการแกเสร็จ ฉันจะพาเขาไปส่งบ้าน” ไม่พูดเปล่า กานนเอาด้ามปืนตบหน้าทิเบตเลือดกบปากแล้วสั่งให้คุกเข่าขอให้ตนไว้ชีวิต เขากลัวน้องเสือจะเป็นอันตราย จำต้องทำตาม กานนหัวเราะสะใจ ในที่สุดเขาก็คุกเข่าให้ตนอีกครั้ง แล้วเหนี่ยวไกจะยิง พลันมีเสียงปืนดังขึ้น กานนสะดุ้งโหยงหันมองตามเสียง เห็นชัชชัยกับตำรวจยืนอยู่ก็โมโหมาก ยิงใส่พวกนั้นไม่ยั้งก่อนจะวิ่งหนี ทิเบตไล่ตามโดยมีชัชชัยกับตำรวจตามไปอีกทอดหนึ่ง

กานนวิ่งมาถึงสนามเด็กเล่นซึ่งไม่ห่างจากจุดนัดหมายนัก เห็นน้องเสือกำลังเล่นชิงช้าอยู่รีบคว้าตัวไปขึ้นรถ ก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิเบตพยายามวิ่งตามแต่ไม่ทันทำได้แค่จดจำทะเบียนรถเอาไว้ ชัชชัยสืบจากทะเบียนแล้วพบว่าเป็นรถเช่า แต่ทางบริษัทให้เช่ารถมีเครื่องติดตามติดไว้ในรถเช่าทุกคัน จึงไม่เป็นการยากที่จะตามหารถคันที่กานนเช่า...

ในเวลาต่อมา กานนขับรถพาน้องเสือมาถึงกระท่อมหลังหนึ่งตั้งอยู่กลางทุ่งนาอันกว้างใหญ่ สารภาพว่าเขาเป็นพ่อแท้ๆของแก น้องเสืออยากมีพ่อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงยอมรับเขาเป็นพ่อได้ไม่ยาก สองพ่อลูกวิ่งไล่จับกันไปตามทุ่งนาอย่างสนุกสนานจนตะวันใกล้ลับขอบฟ้า ทั้งคู่นั่งดูพระอาทิตย์กำลังจะตกดินด้วยกัน

อีกด้านหนึ่งของท้องนา ทิเบตกับชัชชัยเห็นกานนนั่งโอบไหล่น้องเสืออยู่ก็ชะงัก ทิเบตจะเข้าไปหาแต่ชัชชัยห้ามไว้ ขืนวู่วามเข้าไป เขาอาจจะพาน้องเสือหนีไปอีก จังหวะนั้นกานนนึกขึ้นได้ว่ามีอมยิ้มอยู่ในกระเป๋ากางเกง จัดแจงจะหยิบให้เด็กน้อย ทิเบตเข้าใจผิดคิดว่าเขาจะหยิบปืน ชักปืนขึ้นมายิงเข้ากลางอกของเขาทันที

กานนกัดฟันทนเจ็บดึงอมยิ้มออกมาจนได้ ทิเบตไม่ทันเห็นว่าเป็นอะไร ตัดสินใจยิงซ้ำอีกครั้ง ชัชชัยรีบวิ่งไปคว้าตัวน้องเสือให้มาซบไหล่ตัวเองเพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นภาพกานนถูกยิง ทิเบตวิ่งตามเข้ามาถึงกับตะลึงเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของเขา กานนทนความเจ็บปวดไม่ไหวล้มลงนอนแผ่กับพื้น

“เจ็บ...ฉันเจ็บ...แม่...แม่ช่วย...ช่วยนน...” พูดได้แค่นั้นกานนก็สิ้นใจ มือที่ถืออมยิ้มตกลงข้างตัว...

ทางด้านนิลสีรอกานนอยู่นานสองนานจนเผลอหลับ เก็บเอาไปฝันว่าเขากลับมากินข้าวด้วยตามที่รับปากเอาไว้ และสัญญาว่าจากนี้ไปจะไม่สร้างเรื่องอะไรให้แม่ต้องตามแก้ไขอีกแล้ว เสียงร้องเรียกของนิลปัทม์ปลุกให้นิลสีตื่นจากฝันดีมาพบกับความเป็นจริงอันแสนโหดร้ายว่ากานนตายแล้ว

ooooooo

ในขณะที่นิลสีโศกเศร้าต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของลูกชาย บุษย์และรัญจวนดีใจมากที่ทิเบตพาน้องเสือกลับบ้านอย่างปลอดภัย รัญจวนบอกให้บุษย์พาลูกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าจะได้ลงมากินอะไร แล้วรอจนสองแม่ลูกลับสายตา จึงหันมาถามทิเบตว่าเกิดอะไรขึ้น

“กานนตายแล้วครับแม่ เบตเป็นคนยิงเขาเองเพราะเบตคิดว่าเขาจะทำร้ายน้องเสือ แต่ว่า...มันไม่ใช่ เขากำลังจะหยิบอมยิ้มออกมาให้น้องเสือ แต่เบตคิดว่า...เขาจะหยิบปืน เบตก็เลย...” ทิเบตรีบปาดน้ำตาทิ้ง ก่อนจะพูดเพิ่มเติมว่า “น่าแปลกนะครับ แทนที่เบต จะดีใจที่เห็นเขาตายแต่เบตกลับรู้สึกผิดและเสียใจในสิ่งที่ทำลงไป” พูดจบเขาร้องไห้อย่างหมดความอดกลั้น รัญจวนต้องดึงลูกมากอดปลอบใจว่าอย่าคิดมาก

“สิ่งที่ลูกทำลงไปเพื่อปกป้องน้องเสือ แต่แม่ก็ ดีใจที่ลูกรู้สึกผิด นั่นแสดงว่าลูกของแม่ไม่ใช่คนใจดำ”

จังหวะนั้นชัชชัยโทร.ตามทิเบตให้ไปพบที่โรงพยาบาล ครู่ต่อมาทิเบตเอาปืนกระบอกที่ยิงกานน

มอบให้ชัชชัย ทั้งคู่ตกลงกันว่าชัชชัยจะยอมรับว่าเป็นคนยิงกานนเอง

“ที่ผมทำเพราะไม่อยากให้คุณรับโทษอย่างอื่น คุณควรจะได้รับการลงโทษจากสิ่งที่คุณทำเอาไว้มากมายตกลงตามนี้” ชัชชัยว่าแล้วเดินจากไป ทิเบตเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง แต่ต้องชะงักเมื่อเจอนิลปัทม์กับนิลสีที่เพิ่งเสร็จจากการชี้ศพกานน นิลสีเห็นท่าทางมีพิรุธของเขาเดาได้ไม่ยากว่าเขาเป็นคนฆ่าลูกชายของตัวเอง พุ่งเข้าไปบีบคอ นิลปัทม์รีบดึงแม่ออก แต่นิลสีสติแตกไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ผลักเธอกระเด็น

ทิเบตไม่มีอารมณ์จะมีเรื่องด้วย รีบเดินหนี นิลสีไม่ยอมรามือไล่ตามไปติดๆ แต่ไล่ไม่ทัน เลยถอดรองเท้าส้นสูงปาใส่หลังเขาถึงกับหยุดกึก หันมองเจ้าของรองเท้าซึ่งยืนอยู่อีกฝั่งของถนนซอยข้างโรงพยาบาล เธอด่าว่าเขาต่างๆนานาที่ทำให้กานนต้องตาย ทิเบตเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงอย่างไรเขาก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้

“ใครว่าแก้ไขไม่ได้” นิลสีพูดจบหยิบปืนจากในกระเป๋าถือขึ้นมาเล็งทิเบต แล้วข้ามถนนไปหา ไม่ทันเห็นรถที่แล่นมาด้วยความเร็ว คนขับเบรกไม่ทันชนนิลสีกระเด็น นิลปัทม์มาทันเห็นเหตุการณ์รีบวิ่งไปหาแม่เห็น ท่านนอนแน่นิ่งมีเลือดออกปากออกจมูก ถึงกับปล่อยโฮ...

คลเมขลารอทิเบตอย่างกระวนกระวายใจ อยู่ๆก็รู้สึกพะอืดพะอม ต้องรีบหยิบยาดมมาดม คิดว่าคงเป็นเพราะกังวลมากเกินไป จังหวะนั้นทิเบตเปิดประตูห้องเข้ามา เธอร้องถามว่าน้องเสือปลอดภัยหรือเปล่า

“อื้อ ปลอดภัยดีแต่...กานนตายแล้ว ส่วนคุณนิลสี ถูกรถชนอาการโคม่า ยังอยู่ในห้องผ่าตัด” ทิเบตเห็นสีหน้าเธอไม่สู้ดีนักเข้ามากอดปลอบใจ เธอบ่นอุบทำไมถึงมีแต่เรื่องร้ายๆภาวนาขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

ooooooo

นิลสีอาการหนักสมองได้รับความกระทบ กระเทือนอาจต้องกลายเป็นมนุษย์ผัก คลเมขลาพาคุณหญิงศรีเมืองมาเยี่ยมอาการป่วยของเธอที่โรงพยาบาล ทำให้ได้เจอกับนิลปัทม์ที่มานั่งเฝ้าตั้งแต่เมื่อคืน

ทั้งคลเมขลากับคุณหญิงศรีเมืองไม่ถือโทษโกรธอะไรนิลปัทม์ และจะไม่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับเรื่องนี้ตามลำพัง เธอซาบซึ้งใจน้ำตาไหลพราก อยู่ๆคลเมขลารู้สึกคลื่นไส้ วิงเวียนจะเป็นลม นิลปัทม์ช่วยประคองไปนั่งพัก คุณหญิงศรีเมืองเสนอแนะไหนๆก็อยู่โรงพยาบาลแล้ว น่าจะให้หมอตรวจอาการให้ คลเมขลาเห็นดีด้วย ผลการตรวจออกมาว่าเธอท้องได้ 6 สัปดาห์ คุณหญิงศรีเมืองดีใจยิ้มไม่หุบเช่นเดียวกับว่าที่คุณแม่หมาดๆ...

ผีพนันเข้าสิงนิโลบลอย่างหนักไม่ต่างจากปุราณ เธอเสียพนันให้บ่อนของทิเบตเป็นเงินก้อนโตจนต้องเอาโฉนดบ้านมาค้ำประกันหนี้พนัน พอถึงกำหนดชำระเธอไม่มีปัญญาจะหาเงินมาใช้คืน ทิเบตจึงยึดบ้านและสั่งให้ปุราณย้ายออกไปภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นไม่รับประกันความปลอดภัย

“ถ้าแกทำอะไรฉัน มอธจะต้องรู้ แกคิดดูให้ดีๆ ถ้ามอธรู้ว่าความจริงแกทำอะไร แกโหดเหี้ยมแค่ไหน มอธจะรับได้หรือเปล่า มอธจะเกลียดแกจนไม่มีวันอยู่ร่วมชีวิตกับคนอย่างแก” คำขู่ของปุราณทำให้ทิเบตโมโหมาก

“ถ้าไม่ไปให้พ้นแผ่นดินไทยวันนี้ผมจะยิงคุณให้เหมือนหมาข้างถนน ถ้าอยากตายอย่างกานนก็ตามใจ”

ปุราณถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อได้รู้ข่าวร้ายของกานน...

กว่าทิเบตจะกลับถึงบ้านศักการะก็ดึกมากแล้ว เห็นคลเมขลานั่งรอท่าอยู่ ร้องทักทำไมยังไม่นอนอีก เธอรอเขากลับมาเนื่องจากมีข่าวดีจะบอก เธอท้องได้ 6 สัปดาห์แล้ว ทิเบตแทบโดดตัวลอยด้วยความดีใจ

ooooooo

หลังจากเจอเรื่องเครียดๆทั้งการตายของกานนและอาการป่วยของนิลสี คลเมขลาชวนทิเบตไปเที่ยวทะเลเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ศรีวิศาลไม่ค่อยเห็นด้วยนักเพราะเธอกำลังท้องอ่อน แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของเธอเอง เขาก็เลยไม่อยากขัดใจ กำชับให้ทิเบตขับรถดีๆ อย่าซิ่งมากนักเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของหลาน

ไม่นานนัก ทิเบตกับคลเมขลามาถึงบ้านพักริมทะเล พอแดดร่มลมตกก็ชวนกันลงเล่นน้ำทะเลอย่างมีความสุข ครั้นตกค่ำ ทิเบตลงมือทำบาร์บีคิวอาหารทะเลให้คลเมขลากิน เธออดกระเซ้าไม่ได้ว่าอาหารฝีมือของเขาดูดี แต่ไม่รู้ว่ารสชาติจะอร่อยเหมือนหน้าตาหรือเปล่า

“ฝีมือเชฟกระทะเหล็กซะอย่างอร่อยชัวร์ไม่มั่วนิ่ม ให้ดมก่อนเลยหอมไหม” ทิเบตหยิบไม้บาร์บีคิวยื่นให้คลเมขลาชมว่าหอมน่ากินมาก อยู่ๆทิเบตรู้สึกพะอืดพะอม ก่อนจะวิ่งไปอาเจียน คลเมขลาตามไปช่วยลูบหลังให้ ตั้งข้อสังเกตว่าสงสัยเขาจะแพ้ท้องแทนเธอ...

ในเวลาเดียวกัน ปุราณต้องการแก้แค้นทิเบต ทำจดหมายแฉเรื่องเลวร้ายต่างๆที่เขากับซาซูเกะเคยทำไว้ แล้วใส่ซองจดหมายปิดผนึก จ่าหน้าถึงคลเมขลา ก่อนจะเอาไปหย่อนในตู้รับจดหมายของบ้านศักการะ...

สองสามีภรรยาพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศได้เพียงสามวันก็กลับกรุงเทพฯพร้อมด้วยของติดไม้ติดมือมาฝากให้ทุกคนในบ้านศักการะ เตยหอมนำจดหมายที่จ่าหน้าซองถึงคลเมขลาเข้ามาให้ เธอรับมาดูด้วยความแปลกใจ ทำไมเขียนแต่ชื่อไม่มีที่อยู่ บ่นเสร็จก็เก็บใส่กระเป๋าถือ

ทิเบตถึงบ้านได้ไม่นานก็ถูกซาซูเกะเรียกตัวไปพบที่ห้องพักเพื่อประชุมเรื่องที่จะมีผู้ซื้อหัวน้ำเชื้อทำยาบ้ารายใหม่ซึ่งเป็นมาเฟียคนไทย แต่เขามาถึงช้าซาซูเกะ ก็เลยตบสั่งสอน แล้วกำชับว่างานนี้อย่าให้พลาดอีก...

ข่าวการส่งมอบหัวน้ำเชื้อทำยาบ้าครั้งนี้ล่วงรู้ถึงหูตำรวจ ชัชชัยเรียกตำรวจหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมวางแผนเพื่อรวบตัวให้ได้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันส่งมอบหัวน้ำเชื้อทำยาบ้า สถานที่ นัดพบเป็นโกดังสินค้าใกล้กับท่าเรือ ชัชชัยนำกำลังตำรวจไปซุ่มรออยู่ ไม่นานนัก รถของฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขายแล่นมาจอดพร้อมกัน สารวัตรหนุ่มรีบวิทยุสั่งการ

“อย่าเพิ่งทำอะไร จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากผม” ชัชชัยเก็บวิทยุสื่อสารแล้วจับจ้องไปที่รถทั้งสองคัน

การล้อมจับของตำรวจเกิดผิดพลาด ทิเบตกับพวกไหวตัวทันทำให้เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้น เขากลัวซาซูเกะจะไม่ปลอดภัย สั่งให้เคนอิจิกับโทรุพาท่านหลบไปก่อน เขาจะยิงสกัดไว้ให้ แล้วออกจากที่กำบังสาดกระสุนใส่พวกตำรวจไม่ยั้ง ชัชชัยออกมายิงต่อสู้กับทิเบต มาเฟียกับสมุนจะหนี แต่ถูกตำรวจยิงใส่สมุนตายคาที่

มาเฟียตกใจเผ่นแน่บ ตำรวจยกกำลังไล่ตาม ทิ้งให้ทิเบตกับชัชชัยต่างจ้องปืนใส่กันไม่มีใครกล้าเหนี่ยวไก โทรุเห็นดังนั้น บอกให้เคนอิจิพาซาซูเกะหนีไปก่อน ตนจะอยู่ช่วยทิเบตเอง แล้วอ้อมไปทางด้านหลังชัชชัยเพื่อจะกำจัดให้สิ้นซาก ทิเบตเห็นเสียก่อนรีบผลักเขาพ้นทางก่อนจะยิงไปยังจุดที่โทรุซ่อนตัวอยู่จนกระสุนหมด โทรุโมโหมากออกจากที่ซ่อนยิงใส่ทั้งคู่ ชัชชัยจะยิงตอบโต้แต่กระสุนหมดเช่นกัน ทิเบตกระชากเขาไปซ่อนหลังลังสินค้าโดยที่โทรุเดินเข้าหาอย่างช้าๆด้วยสีหน้าเหี้ยม

“คิดว่าจะหลบพ้นหรือวะ...ออกมา”

ทิเบตเห็นโทรุเข้ามาใกล้กับจุดที่ซ่อนตัวอยู่รีบไล่ชัชชัยให้หนีไปก่อน แล้วออกจากที่ซ่อนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ โทรุหันปืนจ่อเขาเอาไว้ กล่าวว่าเขาเป็นสายให้ตำรวจถึงได้ช่วยชีวิตชัชชัย

“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้เป็น ฉันช่วยเขาเพราะเขาเป็นคนรักของน้องสาวฉันฉันทำร้ายเขาไม่ได้”

โทรุคิดจะกำจัดทิเบตให้พ้นทางทำท่าจะยิงใส่ แต่เขาไวกว่าแย่งปืนไปได้ โทรุหมดทางสู้รีบวิ่งหนี ทิเบตทรุดฮวบเพราะโดนยิงที่สีข้างตั้งแต่ยิงต่อสู้กับชัชชัยแล้ว ก่อนเขาจะหมดสติชัชชัยย้อนกลับมาช่วยเอาไว้...

ขณะทิเบตได้รับบาดเจ็บ คลเมขลาหยิบจดหมายจากผู้ส่งปริศนาขึ้นมาอ่าน ถึงกับตะลึงเมื่อรู้ว่าซาซูเกะเป็นมาเฟีย รีบโทร.หาชัชชัยเพื่อสอบถามถึงเรื่องนี้ แต่เขา ปิดเครื่อง เธอร้อนใจมากจะบุกไปหาเขาถึงบ้าน

ปุราณซึ่งซุ่มดูอยู่นอกกำแพงรั้วบ้านศักการะ เห็นรถของคลเมขลาแล่นออกมา รีบขวางหน้าไว้ เธอลงมาโวยวายว่าคิดจะทำอะไรกันแน่

“ถ้าอยากรู้เรื่องไอ้ทิเบตถามผมก็ได้เพราะผมเป็นคนส่งจดหมายฉบับนั้นหาคุณ”

จากนั้นเรื่องราวของแก๊งพยัคฆ์ขาวรวมทั้งเรื่องที่ทิเบตทำผิดกฎหมายเพื่อแก๊งนี้ก็พรั่งพรูออกจากปากปุราณ และยังตบท้ายอีกว่า ทิเบตไม่ได้รักคลเมขลา แค่ต้องการจะเอาชนะเขาเท่านั้นก็เลยวางแผนให้เขาเป็นหนี้พนัน และบีบให้เขาขายเธอเพื่อใช้หนี้ คลเมขลาไม่เชื่อคำพูดของเขาหันหลังเดินจากไป

“แล้วคุณจะเสียใจที่ไม่เชื่อผม” ปุราณตะโกนไล่หลังอย่างหัวเสีย

คลเมขลาครุ่นคิดหนักไม่รู้จะทำอย่างไรดี คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หาทิเบต...

คนที่คลเมขลาโทร.หานอนหมดสติอยู่ที่บนเตียงที่บ้านของเขาเอง โดยมีรัญจวนกับบุษย์ช่วยทำแผลให้ มีเสียงมือถือของทิเบตดังขึ้น ชัชชัยหยิบขึ้นมาดูเห็นคลเมขลาโทร.มาก็ตกใจปล่อยให้ดังอยู่อย่างนั้นจนสายตัดไปเอง เธอเริ่มใจเสียที่เขาไม่รับสาย แล้วลอง โทร.หาชัชชัยอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เขารับสาย

“ชัช ช่วยฉันด้วย ฉันติดต่อทิเบตไม่ได้ไม่รู้เขาไปไหน”

“เขาปลอดภัยดีอยู่ที่บ้านของเขา ว่าแต่แกอยู่บ้านหรือเปล่า ฉันจะไปหา” ชัชชัยวางสายแล้วหันมาบ่นกับบุษย์ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่จะบอกความจริงเรื่องทิเบตให้คลเมขลารู้ บุษย์เห็นด้วยกับเขา คลเมขลาควรรู้ว่าพี่ชายของเธอทำอะไรไว้บ้างและถ้าคลเมขลาจะโกรธเกลียดเขา เธอก็เข้าใจ...

เมื่อได้ฟังชัชชัยเล่าเรื่องที่ทิเบตทำผิดกฎหมายในฐานะรองหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ขาวแล้ว คลเมขลาถึงกับเข่าอ่อน เขาอยากรู้ว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป เธอเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน

ooooooo

ทิเบตฝันร้ายว่าตัวเองตายมีเลือดเต็มไปหมดทั้งตัว เสียงมือถือของเขาดังขึ้น ปลุกทิเบตให้สะดุ้งตื่นจากฝันร้าย ซาซูเกะโทร.มาบอกว่ากำลังจะหนีกลับไปกบดานที่ญี่ปุ่น เตือนให้เขาระวังตัวด้วย ตำรวจเห็นหน้าเขาแล้ว ถึงที่นั่นเมื่อไหร่ ท่านจะส่งข่าวมาบอกแล้วขยับจะออกไป เจอโทรุยืนอยู่ถึงกับผงะนึกว่าเขาตายไปแล้ว

“ผมจะบอกท่านเรื่องทิเบตเมื่อคืนมันช่วยตำรวจเอาไว้ เราต้องจัดการทิเบตนะครับท่าน”

“ไม่...เรื่องนี้ฉันจะจัดการเอง ตอนนี้เราต้องหนีเอาตัวรอดให้ได้ก่อนที่ตำรวจจะตามเราเจอ แกต้องกลับญี่ปุ่นกับฉัน” สั่งเสร็จซาซูเกะผละจากไป โทรุมองตามไม่พอใจที่เขาดีแต่เข้าข้างทิเบต...

ฝ่ายคลเมขลามาหาทิเบตที่บ้านเพื่อกล่อมให้เขาเลิกทำชั่วก่อนที่จะสายเกินไป เขาไม่ยอมเลิก เข้าไปอยู่ในแก๊งนั้นเต็มตัวแล้ว จะถอยไม่ได้เด็ดขาด เธอยื่นคำขาดให้เขาเลือกระหว่างเธอกับลูกและงานของเขา ถ้าเขาเลือกอย่างหลังก็ไม่ต้องมาให้เธอเห็นหน้าอีก ทิเบตคร่ำครวญทำไมต้องให้เขาเลือก เขาไม่อยากเสียเธอไป

“มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว” พูดจบคลเมขลาเดินจากไปทั้งน้ำตา...

ตั้งแต่คลเมขลาจากไป ทิเบตเอาแต่นั่งซึม รัญจวนเข้ามาชี้แนะให้เขารู้ผิดชอบชั่วดี พื้นฐานจิตใจของเขาเป็นคนดีอยู่แล้วก็เลยได้คิด ตัดสินใจจะเลิกอาชีพนี้ ตีตั๋วเครื่องบินเที่ยวแรกไปญี่ปุ่นเพื่อแจ้งการตัดสินใจครั้งนี้ให้ซาซูเกะรับทราบ ซาซูเกะพยายามกล่อมให้เขาคิดดูอีกครั้ง แต่เขายืนยันขอเลือกอยู่กับครอบครัว

“ในเมื่อตัดสินใจแน่วแน่ ฉันคงทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยนายไป”

ทิเบตคำนับขอบคุณซาซูเกะหัวแทบจะโขกพื้น แล้วโผกอดท่านไว้อึดใจก่อนจะผละออกห่าง “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่พ่อทำเพื่อผม บุญคุณของพ่อ ผมจะไม่มีวันลืม ลาก่อนครับ” ทิเบตถอดเข็มกลัดสัญลักษณ์ของแก๊งพยัคฆ์ขาวจากปกเสื้อสูทคืนให้ซาซูเกะ หันไปบอกลาโทรุแล้วผละจากไป ซาซูเกะพยักพเยิดให้โทรุเป็นทำนองอนุญาต เขารีบตามทิเบตไปทันที ทิ้งให้ซาซูเกะยืนน้ำตาซึมเพียงลำพัง

“ฉันขอโทษทิเบต แต่กฎต้องเป็นกฎ”...

หลังออกจากบ้านซาซูเกะ ทิเบตส่งข้อความถึงคลเมขลาให้ไปรอตรงที่ที่เรามีความสุขด้วยกัน แล้วเขาจะไปหา เขาจะไม่ยอมเสียเธอกับลูกไปเด็ดขาด เธออ่านข้อความจบถึงกับยิ้มกว้างสุขใจสุดๆ...

ความหวังที่จะได้อยู่กับคนรักของทิเบตพังไม่เป็นท่า โทรุตามมาถึงเมืองไทยเพื่อจะเก็บเขา ขณะจะเหนี่ยวไกปืน ซาซูเกะซึ่งบินตามโทรุมาอีกทอดหนึ่งห้ามไว้ สั่งให้ปล่อยทิเบตไป โทรุเตือนว่ากฎต้องเป็นกฎ ซาซูเกะไม่สนใจ ทิเบตทำเพื่อตนมามาก ตนขอทำอะไรเพื่อเขาเป็นครั้งสุดท้าย แล้วบอกให้เขาไปหาลูกหาเมีย โทรุแค้นจัด จะยิงซาซูเกะจากทางด้านหลัง ทิเบตเห็นเข้าก็ดึงปืนจากเสื้อของซาซูเกะยิงสวนไปสามนัดซ้อนถูกโทรุตายคาที่ ส่วนเขาเองก็โดนคมกระสุนเต็มอก แต่เก็บอาการเอาไว้ พลันมีเสียงไซเรนรถตำรวจดังมาแต่ไกล

“ทิเบตรีบหนีไป ไปสิไป” ไม่พูดเปล่าซาซูเกะดันหลังให้ทิเบตขึ้นรถ ชัชชัยนำกำลังตำรวจมาทันรวบตัวหัวหน้าใหญ่ของแก๊งพยัคฆ์ขาวไว้ได้ แจ้งข้อหาหนักทั้งฆ่าคนตายและค้ายาเสพติด...

ทิเบตกัดฟันขับรถมาจนถึงบ้านริมทะเลที่เคยมากับคลเมขลาเมื่อคราวก่อน เธอดีใจที่เขามาวิ่งเข้าไปกอด พอรู้ว่าเขาถูกยิงบาดเจ็บ จะพาไปหาหมอแต่เขาไม่ยอมไป ทิเบตขอโทษเธอด้วยที่อยู่ดูแลเธอกับลูกไม่ได้

“ต่อไปนี้...เราสองคนจะได้อยู่ในโลกเดียวกันแล้วนะครับ เราไม่ได้อยู่คนละโลกอีกแล้ว ผม...สัญญา...ว่าจะไม่ไปไหน ผมจะอยู่มองคุณ...กับลูก...จากบนฟ้า ผมรักคุณ...รักมาก...ที่สุด” พูดได้แค่นั้น ทิเบตก็สิ้นใจในอ้อมกอดของคลเมขลาที่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจตาย ท่ามกลางแสงของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน

ooooooo

–อวสาน–


ละครคนละโลก ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านคนละโลก ติดตามคนละโลก ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์,ไปรยา สวนดอกไม้ 1 ธ.ค. 2558 09:18 2015-12-03T01:32:06+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ