ตอนที่ 2
“คนที่จะมาช่วยเธอไง”
แสงฉายกระชับปืนในมือตัวเองและมองปืนที่เอวชายแปลกหน้า
“อยู่ตรงนั้นแหละ ถ้าไม่อยากหัวกระจุย เอาปืนที่เอวโยนมา”
“ฉันมาดี ฉันไม่ใช่พวกนั้น รู้หรือเปล่าว่าน้าสังเวียนถูกฆ่ายกบ้านไปแล้ว”
แสงฉายตกใจแต่ยังไม่ปักใจเชื่อ สั่งเขาโยนปืนมา คิมหันต์ทำตามและฉวยโอกาสที่หญิงสาวผงะกระโจนเข้าล็อกปืนในมือเธอแล้วแย่งมาได้ แต่แสงฉายยังไม่ยอมจำนนง่ายๆ เตะต่อยต่อสู้ทั้งที่เขาแค่ปัดป้องไม่ตอบโต้ จนที่สุดตัวเองก็เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา
“ปล่อย...”
“ไม่ปล่อยจนกว่าจะคุยกันดีๆ”
“ฉันไม่รู้จักแก”
ตาปลิวมาได้จังหวะพอดี รีบบอกแสงฉายว่าคิมหันต์เป็นหลานของตน คิมหันต์ยิ้มทะเล้นทำเป็นบ่นตาน่าจะมาให้ช้ากว่านี้สักนิด คนเขากำลังเข้าพระเข้านางกันอยู่ แสงฉายไม่ชอบใจกระทุ้งศอกเข้าสีข้างเขาแล้วผละไปหาจำปูนที่ยืนร้องไห้ข้างหลังตาปลิว
เมื่อรู้ว่าสังเวียนกับเมียถูกฆ่าตายจริง แสงฉายโกรธแค้นอยากไปฆ่าพวกมันแต่คิมหันต์ติงว่าคิดไกลไปหรือเปล่า ตอนนี้เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ
“นายไม่ได้อยู่ที่นี่ นายจะไปรู้อะไร”
“ฉันเกิด...เอ่อ...โตที่นี่ เห็นที่นี่มาตั้งแต่เด็กฉันก็ไม่ปล่อยให้แผ่นดินของพวกเราตกเป็นของพวกนายทุนหรอก”
“เราจะไปสู้พวกมันได้ยังไง อิทธิพลมันมากมาย”
“กำลังสู้ไม่ได้ก็ใช้สมองสิ ฉันว่าฉันมีทางแฉความชั่วของพวกมันให้โลกรู้”
“ทำยังไง”
“ฉันยังไม่รู้ แต่ถ้าเราร่วมมือกันเราสู้มันได้แน่”
แสงฉายโอนอ่อนตอบตกลงร่วมมือกับคิมหันต์ ส่วนจำปูนลูกสาวของสังเวียนนั้นแสงฉายก็ขอรับเลี้ยงเอง
“แต่มันจะปลอดภัยหรือ มันต้องมาเล่นงานเธอแน่” คิมหันต์ท้วง
“ฉันว่าช่วงนี้มันคงยังไม่กล้าหรอก น้าสังเวียนตายไปแบบนี้พวกชาวบ้านยิ่งลุกฮือใหญ่ มันคงต้องปล่อยไปสักพัก”
“ถ้าเราหยุดประท้วง พวกมันก็จะหยุด เอ็งก็ไปทำตามวิธีของเอ็งสิคิมหันต์”
คิมหันต์พยักหน้าเข้าใจที่ตาปลิวพูด ขณะที่แสงฉายรู้สึกว่าปัญหานี้พอจะมีทางออก
ooooooo
รุ่งเช้าเรืองเดชมาที่โรงพักบางดงเสือพร้อมคมบอดี้การ์ดคนใหม่ หมู่เหิรกับจ่าแห้วรู้แกวว่าขาใหญ่มาด้วยเรื่องอะไร พอได้ยินเขาต้องการพบผู้กำกับ หมู่กับจ่าก็รีบพาไปทันที
ผู้กำกับการเวกต้อนรับเรืองเดชในห้องทำงานด้วยท่าทีพินอบพิเทาพร้อมรับฟังธุระของเขาด้วยดีเหมือนเคย
“พอดีมีเรื่องจะรบกวนหน่อย เรื่องแรกผมไม่อยากให้คดีที่ยิงกันตายในโรงแรมผมเมื่อคืนมันเอิกเกริก”
“นายพลจอมศึกใช่ไหมครับ...ไม่มีปัญหาครับ ผมสั่งลูกน้องไปก่อนหน้านี้แล้ว เพราะคิดว่าคุณเรืองเดชคงไม่ชอบ”
“ผู้กำกับนี่รู้ใจผมจริงๆ แบบนี้ผมคงต้องบริจาคให้โรงพักหนักๆแล้วล่ะ”
“ขอบคุณครับ”
“ส่วนอีกเรื่อง ผมอยากจะขอกำลังตำรวจไปดูแลความปลอดภัยงานเลี้ยงของผมคืนนี้เสียหน่อย คือพราวฟ้าลูกสาวผมจะกลับมาจากต่างประเทศวันนี้ เธอเรียนจบแล้ว ผมจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเธอ”
“โธ่ นึกว่าเรื่องอะไร ได้สิครับ ผมจะจัดกำลังอย่างเต็มที่เลย ให้ผมช่วยยังไงครับ”
คมตอบแทนเรืองเดชว่า “ก็ตรวจตราอาวุธคนที่มาในงาน ดูแลความเรียบร้อยทั่วไป อำนวยการจราจรให้คล่องตัว”
ผู้กำกับมองชายแปลกหน้าสงสัยว่าเป็นใคร เรืองเดชรีบแนะนำว่าคมคือบอดี้การ์ดคนใหม่ของตน
“ส่วนเรื่องอารักขา ผมจัดการเอง” คมย้ำอีกที ผู้กำกับตกลงตามนั้น










