นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คนละขอบฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อมีนาย่ามใจคิดว่าเป็นต่อ กระแนะกระแหนชนิกาที่ต้องเฝ้าบ้านทำงานงกๆ ต่างจากตัวเองที่ได้ไปช็อปปิ้งโดยมีชินภัทรเป็นพ่อบุญทุ่ม แต่ก็ต้องผิดคาดเมื่อชนิกาไม่เพียงแต่ไม่สะทกสะท้านยังตอกจนหน้าหงาย

    “มั่นใจมากสินะว่าพี่ชินภัทรรัก กล้าเหวี่ยงฉันต่อหน้าเขารึ คอยดู...ฉันจะทำให้เขาลืมเธอ หลงฉันหัวปักหัวปํา”

    ชนิกากวาดตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจดเท้า ยิ้มร้าย “ดูจากพัฒนาการแต่งตัวคุณอมีนา คุณอาจทำได้ค่ะ สามีดิฉันชอบสาวเปรี้ยว ท่าทางคุณอมีนาเป็นสาวเปรี้ยวอยู่แล้วนะคะ แต่ก่อนนี่...แอ๊บเรียบร้อย”

    “แอ๊บหรือไม่แอ๊บ ฉันก็มีศักดิ์ศรีกว่าเธอ พ่อแม่เธอรู้ไหม...เธอขายตัวแลกบ้าน”

    “อย่าลามปามคุณพ่อดิฉัน!”

    “รักพ่อมากสินะ พ่อเธอก็ต้องรักเธอมากเหมือนกันถึงตามใจเธอ ไม่อบรมสั่งสอนให้รู้จักศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง”

    “หยุดพูดถึงคุณพ่อฉันนะคะคุณอมีนา”

    ท่าทางเป็นเดือดเป็นร้อนของชนิกายิ่งทำให้อมีนาได้ใจ “เอ...หรือว่าพ่อก็เหมือนลูกสาว ไม่มีศักดิ์ศรี สนับสนุนให้ลูกสาวเอาตัวแลกบ้าน พ่อเธอเป็นพวกเชียร์แขกในอาบอบนวดหรือเปล่า”

    ขาดคำสาวเปรี้ยวจากกรุงเทพฯก็ถูกตบฉาดใหญ่ อมีนากรีดร้องเสียงหลง แล่นไปฟ้องชินภัทรกับอาภาที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างแต่ไม่อยากยุ่ง เพราะเห็นว่าสมควรแล้ว

    ปฏิกิริยาของอาภาที่ไม่เข้าข้างอมีนาและปรี๊ดใส่ชนิกาเหมือนเคยทำให้ชินภัทรแปลกใจ เช่นเดียวกับปานธงที่ตะลึงมาก เมื่อรู้ว่าศรีจันทร์สนับสนุนให้เขาสร้างครอบครัวกับชนิกา

    “ลูกสาวน้าไม่มีโอกาสสร้างครอบครัว ไม่มีโอกาสได้แต่งงาน ใช่ว่าปานธงจะหมดโอกาสไปด้วย ถ้าศิยังอยู่ ต้องอยากเห็นปานธงเริ่มต้นใหม่ แต่งงานมีครอบครัว”

    ปานธงมองอดีตว่าที่แม่ยายอย่างค้นคว้า ก่อนจะพบว่ามีแต่ความปรารถนาดีและจริงใจ

    “ตอนอยู่กรุงเทพฯ...ผมเกือบจะบอกรักคุณนิแล้วครับ แต่ไอ้ชินภัทรมันพาคุณนิไปจดทะเบียนก่อน คุณนิต้องซื้อบ้านคืนให้พ่อที่ป่วยหนัก เธอไม่มีทางเลือก ไอ้ชินภัทรใช้บ้านเป็นเครื่องมือบังคับเธอ”

    “แล้วนี่จะทำยังไง แย่งเมียเขาเหรอ”

    “ผมทำได้แค่ให้กำลังใจคุณนิ ช่วยให้เธอออกจากใต้กรงเล็บไอ้ชินภัทร ถึงเวลานั้น...บ้านนี้ก็ต้อนรับเธอเสมอ”

    ooooooo

    ศรีจันทร์สงสารหาทางช่วยปานธงให้สมหวังกับชนิกา โดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดกับเขามากกว่าเพื่อนที่ดี ส่วนชินภัทรพยายามอย่างยิ่งจะง้อภรรยาคนสวย หวังไถ่โทษที่ล่วงเกินเธอเมื่อคืนก่อน

    “ผมขอโทษที่จูบคุณเมื่อคืน”

    “ฉันไม่ให้อภัย คุณกล่าวหาว่าฉันแอบนัดพบผู้ชาย”

    “ยกโทษให้ผมเถอะนะ วันนี้ผมปกป้องคุณ ไม่เป็นพยานว่าเห็นคุณตบน้องมีนทั้งที่เห็นเต็มตา”

    “ทำดีนิดเดียว ขอลดโทษประหาร”

    “แต่เรื่องน้องมีน...ขอชมว่าคุณนี่แซ่บถูกใจ เมียชินภัทรมันต้องอย่างนี้...สู้คน!”

    ชนิกาอดยิ้มไม่ได้กับท่าทางของเขาและยอมให้เขากลับมานอนในห้องในที่สุด

    อาภาไม่ได้ใส่ใจลูกชายกับลูกสะใภ้ คาใจท่าทางของอมีนาที่แปลกกว่าทุกวัน แล้วก็ได้อึ้งจริงๆเมื่อค้นพบโดยบังเอิญว่าหญิงสาวเรียบร้อยที่หมายมั่นปั้นมือให้ลูกชายคนเดียว แท้จริงนั้นเปรี้ยวและแสบกว่าที่คิด

    ไม่ใช่แค่อาภาที่ได้รู้เรื่องที่ไม่เคยรู้ ชนิกาก็เป็นอีกคนที่รู้ความลับของสามีหลอกๆแบบไม่ได้ตั้งใจ ชินภัทรเห็นเธอสนใจถามไถ่เรื่องของเขาก็ปลื้ม และถือโอกาสย้ำอีกรอบว่าไม่เคยรักศิริกัญญา

    “แต่ก่อนเวลาฉันพูดชื่อศิริกัญญา คุณโกรธมาก ยังกะจะหักคอฉันงั้นแหละ”

    “โกรธเกลียดไปก็ทุกข์ใจเปล่าๆ ผมอโหสิกรรมให้ศิแล้วเรื่องที่เธอใส่ร้ายผม”

    “จะบอกว่าตอนนี้ปล่อยวางได้แล้ว เป็นคนดียังงั้นเหรอคะ”

    “อ้าวคุณ...พูดแล้วจะหาว่าคุย อย่างผมนี่คนดีแน่นอน ผมถือศีลห้าครบนะครับ ไม่ลักทรัพย์ ไม่โกหก ไม่ผิดลูกเมียผู้อื่น ไม่ฆ่าสัตว์ แถมไม่กินเหล้าอีกต่างหาก”

    ชนิกาไม่เชื่อ ชินภัทรเลยเผยเรื่องเลวร้ายในอดีตที่เคยเมาเหล้าจนเกือบพาแม่ไปตาย

    “กระดูกคอแม่เคลื่อน เข้าเฝือกหลายเดือน ตั้งแต่นั้นมาผมก็ปฏิญาณจะไม่แตะเหล้าอีกเลย”

    คำพูดของชินภัทรจะเชื่อได้หรือไม่ ชนิกายังไม่แน่ใจ แต่ความรู้สึกรังเกียจที่มีต่อเขาลดลงมากจนแทบไม่เหลือ และเมื่อเขาตีหน้ายักษ์ใส่เช้าวันต่อมาตอนเธอบอกจะไปกินข้าวบ้านศรีจันทร์กับปาริฉัตร เลยต้องกล่อมอย่างใจเย็น

    “ต่อให้เราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ฉันก็ต้องมีเพื่อน มีชีวิตส่วนตัวบ้างนะคะ คุณปาเป็นเพื่อนฉัน”

    “เป็นน้องไอ้ธงด้วย ผมไม่ไว้ใจไอ้ธง”

    ปาริฉัตรรีบบอกว่าปานธงไม่ได้ไปด้วย ชนิกาเลยออกมาได้แบบไม่ต้องพยายามนัก แต่สองสาวก็ต้องเซอร์ไพรส์ เมื่อพบว่าปานธงมารออยู่แล้วที่บ้านศรีจันทร์ในฐานะพ่อครัวเอก

    ooooooo

    ระหว่างที่ปานธงกับปาริฉัตรช่วยกันทำอาหาร ศรีจันทร์ก็ถือโอกาสพาชนิกาไปอ่านจดหมายของศิริกัญญาที่มีเนื้อความบอกเล่าเรื่องที่ฝ่ายนั้นถูกชินภัทรข่มขืนเพราะเมาจนขาดสติ!

    ใจความในจดหมายสะกิดใจชนิกามาก เพราะมันตรงข้ามกับทุกอย่างที่เธอเคยได้ฟังจากชินภัทร แต่กระนั้น...อดีตคุณหนูก็ไม่แสดงอาการใดๆ ปล่อยให้ศรีจันทร์พูดคนเดียว

    “อ่านจดหมายศิแล้วรู้สึกยังไง เห็นแล้วใช่ไหมว่าไอ้ชินภัทรมันชั่วขนาดไหน”

    ชนิกาสงสัยบางอย่าง โดยเฉพาะเรื่องราวของศิริกัญญา เลยไม่ปักใจว่าชินภัทรเป็นคนร้าย แต่ศรีจันทร์ไม่รู้เรื่อง คิดว่าชนิกาอึ้งเพราะกลัวชินภัทร เลยเกลี้ยกล่อมให้ย้ายมาอยู่กับปานธง

    “สิ่งที่เกิดกับลูกสาวน้ามันเลวร้ายมาก น้าไม่อยากให้เกิดกับหนูหรือกับผู้หญิงคนไหนอีก ไปจากชินภัทรเถอะหนู น้าเป็นห่วงหนูจริงๆนะ หนูย้ายออกมาเลยไหม มาอยู่บ้านน้าหรือบ้านปานธงก่อนก็ได้”

    ชนิกาไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ศรีจันทร์ไม่อยากเซ้าซี้แต่ไม่วายทิ้งท้าย

    “เอาเถอะ...หนูกลับไปคิดดีๆแล้วกัน แต่สำหรับน้า...น้าคิดว่าหนูกำลังอยู่กับคนเลวที่ฆ่าลูกน้า”

    ปานธงก็ช่วยหว่านล้อมด้วย แต่ชนิกาก็บ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่องและซักถามเรื่องชินภัทรด้วยความอยากรู้แทน

    “ในจดหมาย...คุณศิริกัญญาเขียนว่าได้กลิ่นเหล้าจากตัวคุณชินภัทร แต่นิรู้มาว่าเขาไม่กินเหล้า คุณปานธงเคยสนิทกับเขา พอจะทราบเรื่องไหมคะ”

    “ชินภัทรเคยเลิกเหล้าเพราะเมาแล้วขับเกือบพาแม่ไปรถคว่ำตาย แต่คนมันเคยแก้ปัญหาด้วยเหล้า พออกหักจากศิ มันเลยกลับไปกินเหล้า...เมาคุมตัวเองไม่ได้ รังแกศิ”

    ศรีจันทร์ก็ช่วยสนับสนุนข้อนี้ด้วย ชนิกาเลยเลิกถามเพราะเห็นว่าทุกคนที่นี่ปักใจแล้วว่าชินภัทรคือฆาตกร

    ปานธงเป็นห่วงชนิกามาก เมื่อเธอไม่ตอบรับจะย้ายออกเลยตัดสินใจยื่นเช็คเปล่าให้ เสนอตัวชดใช้หนี้ทั้งค่าบ้านและค่ารักษาพยาบาลของสุวัฒน์ให้นำไปคืนชินภัทร แต่ชนิกาก็ปฏิเสธเสียงเครียด

    “นิไม่ต้องการเงินคุณค่ะ คนนั้นคนนี้รุมกันแย่งจ่ายเงิน นิรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสินค้าเลยนะคะ”

    “อย่าเข้าใจผิดครับ ผมไม่ได้คิดใช้เงินซื้อคุณนิเหมือนที่ไอ้ชินภัทรทำ ในสายตาผม...คุณนิเป็นผู้หญิงจิตใจดีที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยรู้จัก ผมให้โอกาสคุณนิต่างหาก”

    ชนิกานิ่วหน้าไม่เข้าใจ ปานธงเลยอธิบาย “คืนเงินชินภัทรแล้ว คุณนิจะมาทำงานกับผมหรือกลับกรุงเทพฯไปอยู่กับพ่อหาเงินใช้ผมทีหลังก็ได้ ไม่มีข้อแม้อะไรทั้งนั้น ขอแค่คุณนิปลอดภัยผมก็หมดห่วง”

    “คุณปานธงก็เป็นผู้ชายจิตใจดีที่สุดคนหนึ่งที่นิเคยรู้จัก นิจะเก็บไปคิดดูค่ะ...”

    ooooooo

    ชนิกาไม่ได้คิดจะยกเลิกการแต่งงานปลอมๆอยู่แล้ว แต่ชินภัทรกลับไม่คิดเช่นนั้น ทันทีที่เขาเห็นเช็คเปล่าของปานธงก็หึงขึ้นหน้า ฉีกเช็คเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าภรรยาคนสวย

    “ฉีกทิ้งก็ดีค่ะ ฉันไม่คิดคืนเงินคุณอยู่แล้ว รับจ้างคุณแต่งงาน เซ็นสัญญารับรอง ขืนผิดสัญญาคุณฟ้องฉันแน่”

    ชินภัทรไม่เชื่อ ตั้งท่าจะโต้เต็มที่แต่ต้องยั้งปากไว้ เมื่อแสงโทร.บอกว่าสุวัฒน์จะได้กลับบ้าน ชนิกาดีใจมากแต่เพราะกำลังหัวเสียเรื่องชินภัทรจึงขอวางสายดื้อๆ เลยไม่ทันได้รู้ว่าสามีปลอมๆแอบทำความดีอะไรไว้บ้าง

    แต่ถึงเคืองแค่ไหน ชนิกาก็ตามสืบจากคนในบ้านจนรู้ว่าชินภัทรเลิกเหล้าจริง และในบ้านก็ไม่มีขวดเหล้าเก็บไว้ แต่เพื่อความแน่ใจ เธอจึงตัดสินใจถามจากเจ้าตัว พร้อมกับบอกเรื่องที่เธอได้อ่านจดหมายของศิริกัญญาแล้ว

    ชินภัทรนิ่งฟังใจความในจดหมายอย่างตั้งใจ แล้วก็ถึงบางอ้อเรื่องปฏิกิริยาของปานธง

    “มิน่า...ธงถึงคิดว่าผมรักศิ ศิเขียนในจดหมายนี่เอง”

    “เธอยังเขียนด้วยว่าได้กลิ่นเหล้าคลุ้งจากตัวคุณ”

    “ตอนนั้นผมเลิกกินเหล้าแล้ว...ศิโกหก!”

    “คุณศิริกัญญามาเอาปืนคุณไปได้ยังไงคะ”

    “ศิมาบ้านผมบ่อย รู้ว่าผมเก็บปืนไว้ไหน”

    ภาพในอดีตหวนคืนอีกครั้ง ชินภัทรยังจำได้ถึงวันที่ศิริกัญญาขโมยปืนของเขา ทิ้งไว้แค่โน้ตบนโต๊ะ

    “ขอบคุณสำหรับปืนนะชินภัทร ศิไม่อยากกินยาตาย มันง่ายไป วิญญาณศิจะเป็นผีเฝ้าสวนยางชินภัทร!”

    แม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะผ่านไปเป็นปี แต่ภาพศิริกัญญายิงตัวตายก็ไม่เลือนจากใจเขาง่ายๆ

    “ผมห้ามศิไม่ได้ ปืนกระบอกที่ศิใช้ยิงตัวตาย พอตำรวจส่งคืน ผมก็เอาไปโยนทิ้งทะเล ไม่อยากเห็นมันอีก”

    “คุณบอกไม่ได้ข่มขืนเธอ แล้วทำไมเธอถึงขโมยปืนคุณ ยิงตัวตายในสวนยางคุณคะ”

    “ศิแค้นผม”

    “แค้นเรื่องอะไรคะ”

    ชินภัทรเดินหนี ไม่ยอมตอบคำถามนั้น ชนิกาตามไปดักหน้า

    “ก็ในเมื่อคุณยืนยันว่าไม่ได้ทำ แล้วคุณศิริกัญญาแค้นคุณเรื่องอะไร ถึงขนาดฆ่าตัวตายสร้างตราบาปให้คุณ”

    “เลิกถามซะที เรื่องนั้นจะเป็นความลับไปจนผมตาย!”

    คำพูดทิ้งท้ายของเขาทำให้ชนิกานึกสงสัย ความลับอะไรที่ทำให้ชินภัทรต้องขมขื่นและเก็บกดขนาดนี้ โดยไม่รู้เลยว่าสาเหตุแท้จริงที่สามีปลอมๆต้องปิดปากเงียบก็เพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อนเก่าของศิริกัญญานั่นเอง

    ooooooo

    อาภาพาอมีนาไปเปิดหูเปิดตาในเมือง แล้วก็ได้ตระหนักถึงความจริงว่าตนไม่เคยรู้จักอีกฝ่ายแม้แต่น้อย จากหญิงสาวเรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตน อมีนาก็เปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่งตัวเปรี้ยวเข็ดฟันและชม้ายชายตาให้ผู้ชายไม่เลือก แถมทำตาลุกวาวอีกต่างหากเมื่อรู้ว่าปานธงอดีตเพื่อนรักของชินภัทรก็รวยไม่แพ้กัน

    นอกจากจะทำตัวแปลกกว่าทุกวันแล้ว อมีนายังประกาศศึกกับชนิกาอย่างออกนอกหน้า แม้ว่าอีกฝ่ายจะวางท่าเฉย ไม่ตอบโต้และช่วยเหลือตามมารยาท สาวเปรี้ยวจากกรุงเทพฯก็ไม่รับรู้

    “ทำเป็นพูดดี ใจเธอน่ะ...อยากดักตบฉัน”

    “ระดับดิฉัน ไม่ดักหรอกค่ะ ตบต่อหน้าเลย”

    อมีนาเจ็บใจมากที่ข่มชนิกาไม่ได้ สะบัดหน้าหนีขึ้นห้อง ทิ้งอีกฝ่ายให้เผชิญกับอาภาตามลำพัง

    “มิน่าลูกชายฉันถึงถูกใจเธอนัก เธอน่ะ...ได้แรงอก”

    “ได้แรง...อะไรนะคะ”

    “ได้แรงอก...ภาษาใต้ หมายถึงสะใจ ภาษาวัยรุ่นก็สุดติ่งกระดิ่งแมว”

    “คุณอาภารู้ศัพท์วัยรุ่นด้วย”

    อาภาไม่ตอบคำถามนั้น แต่เปลี่ยนไปถามถึงลูกชายคนเดียวแทนว่ายังฝันร้ายอีกหรือไม่

    “คืนก่อนฟ้าผ่าเสียงดัง ไม่เห็นคุณชินภัทรสะดุ้งนะคะ คงไม่ฝันร้ายทุกคืนหรอกค่ะ”

    “ลูกชายฉันมีความลับอะไรอีก เธอบอกฉันนะ ฉันจะหาทางช่วยลูก นี่ฉันซื้อของมาให้ศรีจันทร์ด้วย ก็หวังว่าฉันดีด้วยแล้ว ศรีจันทร์จะเลิกแค้นชินภัทร”

    “ไปบ้านน้าศรีจันทร์วันไหน ดิฉันไปเป็นเพื่อนนะคะ...”

    ชนิกาไม่ต้องรอนาน อาภาก็ตัดสินใจไปเยี่ยมศรีจันทร์ในวันเดียวกัน หวังไถ่โทษให้ลูกชายคนเดียวได้รับการอภัย แต่นอกจากจะไม่ได้ผล สองแม่ผัวลูกสะใภ้ยังถูกศรีจันทร์ไล่กลับบ้านแทบไม่ทันอีกต่างหาก

    เพราะมีความลับร่วมกัน บรรยากาศระหว่างชนิกากับอาภาจึงดีขึ้น สองสาวไม่ปะทะหรือแดกดันกันให้ชินภัทรเวียนหัวเหมือนเคย แต่คนมาแรงคืออมีนาที่นับวันจะยิ่งรุกหนักจนนายหัวหน้าเข้มแทบหมดความอดทน

    ชินภัทรต้องสะกดอารมณ์อย่างมากไม่ให้ไล่อมีนา

    กลับกรุงเทพฯ พร้อมกับรับศึกจากชนิกาที่ซอกแซกจับผิดเพื่อล้วงความลับเรื่องศิริกัญญาตลอดเวลา แต่กระนั้น...นายหัวหน้าเข้มกลับไม่รำคาญภรรยาคนสวย แอบปลื้มใจเสียอีกที่เธอหมกมุ่นเรื่องของเขาจนไม่มีเวลาสนใจคนอื่น โดยเฉพาะปานธง
    และเพื่อใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น ชินภัทรเลยวางแผนพาชนิกาไปเยี่ยมพ่อที่กรุงเทพฯ โดยจัดแจงส่งงานของเธอให้อมีนาดูแลแทน สาวเปรี้ยวโวยวายใหญ่เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มที่หมายปองจะหนีเที่ยวกับภรรยาสองต่อสอง

    “จะลาพักร้อนไปวางแผนแกล้งฉันเหรอยะชนิกา ขอโทษนะคะพี่ชินภัทร ภรรยาพี่ไม่ดีกับมีนก่อน จะให้มีนดีด้วยเหมือนเดิม มีนก็ต้องเป็นนางฟ้าแล้วล่ะค่ะ”

    “แต่ก่อนนี่เป็นนางฟ้าเหรอคะ นึกว่านางมารในคราบนางฟ้าซะอีก” ชนิกาอดไม่ได้ตอกกลับ

    “ฟังเมียพี่แดกดันมีนสิคะ พี่ทนผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง”

    “ท.ทหารอดทน แต่ ช.ชินภัทรอดทนกว่าค่ะ”

    “สักวันเถอะ พี่ชินภัทรจะหมดความอดทนกับเธอ!”

    ooooooo

    พัธนินทร์เก็บของกลับไปร่วมงานครบรอบแต่งงานของพ่อแม่ และจะถือโอกาสคืนเงินให้ชนิกาด้วยตัวเอง ศันสนีย์ร้อนตัวกลัวความลับที่ตนส่งเพื่อนไปให้ชินภัทรจะแตกเลยอ้อนขอไปด้วย โดยอ้างว่าอยากไปแนะนำตัวกับพ่อแม่เขา แต่พัธนินทร์ก็รู้ทันและปลอบให้เธอสบายใจ

    “เรื่องระหว่างนิกับพัธจบแล้ว นิเขาแต่งงานแล้ว พัธไม่มีทางกลับไปหาเขา”

    “ศันรู้นะคะ พัธยังรักนิ”

    “แผลยังใหม่...กว่าแผลจะแห้งหายดีต้องใช้เวลานะศัน”

    ชนิกากับชินภัทรก็จะเดินทางเช่นกัน แต่ไปแค่กรุงเทพฯเพื่อเยี่ยมสุวัฒน์ อาภากับอมีนาจะกลับด้วยเพราะฝ่ายแรกมีงานโรงแรมที่ต้องเคลียร์ ชินภัทรพอเดาสถานการณ์ได้ รับปากจะส่งแม่ที่สนามบินแต่ไม่ยอมให้อมีนากลับเพราะมีงานของชนิกาต้องสะสางแทน

    อมีนาเต้นผาง โวยวายที่ชนิกาจะได้กลับไปเยี่ยมพ่อ ส่วนตัวเองต้องทำงานงกๆ ไม่ได้เยี่ยมแม่

    “คุณพ่อดิฉันป่วย ส่วนคุณไม่มีเหตุอันควร นายจ้างที่ไหนก็ไม่ให้ลางานค่ะ” ชนิกาชี้แจงเสียงเรียบ

    “เธอไม่ใช่นายจ้างฉัน! พี่ชินภัทรคะ...”

    อมีนาหันไปพึ่งหวังให้ช่วยแต่ชินภัทรกลับเห็นด้วยกับชนิกา

    “ที่พี่ให้น้องมีนหัดทำงานของชนิกาเพราะชนิกาต้องขึ้นไปดูพ่อหลายวัน น้องมีนต้องทำงานแทน”

    คนถูกมอบหมายงานหน้าเจื่อน อาภาสงสารเลยช่วยพูดกับลูกชาย

    “แต่ก่อนเวลาชินภัทรขึ้นกรุงเทพฯก็ให้อนันต์ดูงานในสำนักงานแทนได้นี่ อย่าโหดกับน้องนักสิ ให้น้องลาเถอะ”

    “อนันต์ทำเอกสารชุ่ย งานหลุดประจำ อีกอย่างผมนัดคนที่จะซื้อสวนยางจะมาดูที่วันนี้ น้องมีนต้องอยู่คุย เพราะผมให้เบอร์ไป เขาจะโทร.มานัดเวลาอีกที นี่คือคำสั่ง ในฐานะเจ้านาย ถ้าน้องมีนรับไม่ได้จะลาออกก็ได้นะครับ”

    เจอคำขาดของชินภัทร อมีนาเลยถอย ยอมกลับไปทำงานในสำนักงานแต่โดยดี อาภาก็แย้งไม่ออกได้แต่ปลอบแกนๆว่าจะรีบเคลียร์งานที่กรุงเทพฯและกลับมาหาโดยเร็วที่สุด

    นอกจากจะรีบเคลียร์งานแล้ว อาภายังแวะไปเยี่ยมรจนาด้วย และก็เกือบจะได้รู้ความจริงที่กลุ่มเพื่อนร่ำลือว่ารจนาถังแตก สถานภาพทางการเงินเกือบล้มละลายเพราะโรงงานของสามีที่ตายไปเจ๊ง

    รจนาหน้าซีดเผือดและรีบวางสายจากอมีนาที่โทร.มาโอดเรื่องชินภัทรแทบไม่ทันเมื่อเห็นอาภาแวะมาหา

    ก่อนจะตีหน้าซื่อเหมือนไม่รู้เรื่อง ตามด้วยเป็นเดือดเป็นแค้นเมื่ออีกฝ่ายซักถามด้วยความเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์การเงิน

    “เจอแม่ขาเม้าท์สองคนนั่น ฉันจะให้กินยาสลายมโน บ้านฉันล้มละลายซะที่ไหน”

    “โรงงานสามีเธอไม่ได้เจ๊งเหรอ”

    “ครอบครัวฉันล้มบนฟูก สามีฉันรอบคอบ เห็นว่าโรงงานไปไม่รอดแน่เลยโอนเงิน โอนสมบัติทั้งหมดมาให้ลูก พอโรงงานเจ๊ง เจ้าหนี้ฟ้องร้องเอาเงินที่มีนไม่ได้ แต่ฉันก็ไม่ได้โกงเขานะ ฉันทยอยขายทรัพย์สินในโรงงานใช้หนี้จนหมด”

    อาภานิ่งฟัง ยังไม่เชื่อแต่ก็ไม่อยากแย้งให้เพื่อนเสียหน้า

    “เพชรทองฉันยังมีใส่ นั่งๆนอนๆเป็นคุณนายอยู่บ้าน...จนตรงไหน”

    “ไม่ล้มละลายก็ดีแล้ว ฉันเป็นห่วงเธอ ในบรรดาเพื่อนๆฉันกับเธอสนิทกันที่สุด”

    ooooooo

    อมีนาไม่รู้เลยว่าแม่ต้องเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องโกหกหลอกเพื่อนรักอย่างอาภา มัวโวยวายและโทษ ทุกคนที่ต้องอยู่โยงทำงานในสำนักงานแทนชินภัทรกับชนิกา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีปานธงเป็นเป้าหมายสำรอง

    และระหว่างที่ชินภัทรเป้าหมายหลักไม่อยู่ อมีนาก็ฉวยจังหวะนี้บุกถึงสวนยางของปานธง รจนาไม่รู้เรื่องด้วยและโทร.มาบ่นกับลูกสาวคนเดียวพอดีที่ต้องปั้นน้ำเป็นตัวกับอาภา

    “ยังโชคดีนะที่อาภาไม่ได้ยินว่าเราคิดจับชินภัทร”

    “แล้วทีนี้จะยังไงคะแม่ ในเมื่อป้าอาภารู้แล้วว่าเราหมดตัว เขาจะไม่คิดเหรอคะว่าเราคิดจับลูกชายเพราะเงิน”

    “อย่าเพิ่งตีโพยตีพายลูก แม่โกหกอาภาว่าคุณพ่อโอนเงินมาให้มีนก่อนโรงงานเจ๊ง เรายังรวยเหมือนเดิม ป้าอาภาถามมีนเรื่องนี้ มีนต้องตอบให้ตรงกับแม่”

    “คุณแม่ของมีนฉลาดที่สุดเลยค่ะ มีนนี่ยกนิ้วให้เลย”

    “แต่เราปิดได้ไม่นานหรอกลูก ชินภัทรมีทีท่ากับมีนบ้างไหม”

    อมีนาเบ้หน้า สารภาพตามตรงว่าชินภัทรคงจีบไม่ง่ายเพราะมีชนิกาเป็นก้างขวางตลอด แต่ตนก็มีเป้าหมายสำรองคือปานธง อดีตเพื่อนรักของชินภัทรที่ร่ำรวยไม่แพ้กัน

    รจนาสนับสนุนเต็มที่ อมีนาเลยเดินหน้าบุกถึงสวนของปานธงเพื่อหยั่งท่าทีของเขา แล้วก็พบว่าอีกฝ่ายเป็นตัวสำรองที่น่าสนใจไม่น้อย ทั้งฐานะและหน้าตาดูดีไม่ยิ่งหย่อนกว่าชินภัทรเลย

    ขณะที่อมีนาเปิดเกมรุกปานธงเต็มขั้น ชินภัทรก็ทำคะแนนเต็มที่ จัดเตรียมซื้อข้าวของจำเป็นในบ้านเตรียมพร้อมให้สุวัฒน์ย้ายเข้ามา ชนิกามองมาด้วยความสงสัย นายหัวหน้าเข้มเลยต้องอธิบาย

    “ผมได้ยินคุณคุยโทรศัพท์กับป้าแสงว่าไม่มีเงินติดแอร์ให้พ่อ ผมเลยเอาเบอร์ป้าจากมือถือคุณ โทร.คุยว่าบ้านยังขาดเหลืออะไรอีกจะได้จัดการให้”

    “ขอบคุณค่ะ คุณจ่ายไปเท่าไหร่ก็หักจากเงินเดือนฉันนะคะ”

    “ถือว่าเป็นของแถม ให้บ้านแถมแอร์ ทีวี ตู้เย็น เฟอร์นิเจอร์...ครบ”

    ชนิกามองสามีปลอมๆด้วยสายตาดีขึ้นมาก แต่ก็ไม่ไว้ใจนักเพราะยังไม่รู้ความลับสุดยอดของเขา ชินภัทรก็รู้ดีแต่ไม่อยากเร่งรัด ได้แต่ทำตัวให้ดีด้วยหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเธอ

    แสงมองเห็นทุกอย่างและคิดว่าชินภัทรน่าจะจริงใจกับเจ้านายสาว ชนิกาก็อยากเชื่อเช่นนั้น ถ้าหากว่าเธอกับเขาจะไม่ได้ทำสัญญาจ้างแต่งงานที่เธอส่งมาเก็บที่กรุงเทพฯก่อนหน้านี้

    “คนที่บ้านคุณชินภัทรไม่มีใครรู้เขาจ้างนิแต่งงาน เป็นความลับระหว่างเรา นิเลยส่งสัญญามาให้ป้าเก็บไว้”

    “คุณชินภัทรดีด้วยสารพัด ไม่ชอบเขาสักนิดเลยเหรอคะ”

    “บางทีนิก็รู้สึกดีกับเขานะคะ ยิ่งตอนเวลาเขาทำอะไรดีๆให้ นิแทบลืมเวลาเขาระเบิดอารมณ์ใส่ แต่ความรู้สึกดีๆมันก็แค่ช่วยให้นิเกลียดเขาน้อยลง หายโกรธเขาเร็วขึ้น ไม่เคยคิดจะชอบค่ะ”

    ชนิกาพูดเสียงเข้มราวกับต้องการจะบอกตัวเองให้ขึ้นใจ ก่อนจะนำเอกสารที่ฝากแสงมาซ่อนไว้ใต้ฟูกเตียง โดยมีแสงช่วยและมองมาด้วยแววตาเป็นห่วงปนรู้ทัน...

    คุณหนูคนสวยจะหลอกตัวเองได้นานแค่ไหน

    ooooooo

    ชินภัทรกลับบ้านที่กรุงเทพฯด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อารมณ์ดีสุดๆที่ชนิกาไม่ปฏิเสธข้าวของที่เขาซื้อให้สุวัฒน์ อาภาเห็นลูกชายยิ้มไม่หุบก็อดเย้าไม่ได้ แล้วก็จริงดังคาดว่าเป็นเพราะเรื่องของชนิกา

    “แหม...น่าอิจฉานะ ดูแลพ่อตาดีเหลือเกิน นี่ถ้าแม่ป่วยบ้างจะดูแลดีแบบนี้ไหม”

    “แม่อย่าพูดแบบนี้สิครับ แม่ต้องไม่ป่วย ต้องสุขภาพร่างกายแข็งแรง ผมมีแม่อยู่แค่คนเดียว แค่คิดว่าแม่จะไม่สบาย ผมก็ใจเสียแล้วนะครับ”

    “แม่แค่ล้อเล่น สงสารพ่อตาเราเหมือนกันนะ คนแก่ป่วยทีก็ป่วยหนัก หายก็ช้า ไม่ฟื้นตัวเร็วเหมือนหนุ่มๆสาวๆ”

    “พรุ่งนี้ผมอาจค้างบ้านชนิกานะครับแม่ ผู้หญิงสองคน ชนิกาก็ตัวเล็กนิดเดียวอุ้มพ่อไม่ไหว ผมอยากอยู่ช่วย”

    พูดจบก็ขอตัวไปนอน ทิ้งอาภาให้มองตามด้วยแววตาครุ่นคิด...หรือว่าลูกชายจะรักชนิกาจริงๆ

    ศันสนีย์ไม่ได้แวะเยี่ยมอาภากับชินภัทรญาติสนิท แต่ตามพัธนินทร์ไปไหว้พ่อแม่เขาที่บ้าน สีหน้าทั้งสองไม่ค่อยดีนักตามประสาพวกหัวโบราณ ยังทำใจไม่ค่อยได้ที่ลูกชายคนเดียวพาแฟนมาค้างด้วย

    ท่าทีวางเฉยของพ่อกับแม่เขาทำให้ศันสนีย์ไม่สบายใจ และอดไม่ได้จะระบายกับพัธนินทร์

    “ศันกลัวแม่พัธจะไม่ชอบศันค่ะ ดูท่านไม่ค่อยพอใจที่ศันนอนร่วมห้องกับพัธ”

    “แม่เป็นคนหัวโบราณ พัธจะพูดให้แม่เข้าใจเอง ศันช่วยโทร.บอกนิว่าพัธจะคืนเงินให้ พัธโทร.ไปนิคงไม่รับสาย”

    “พัธจะนัดนิคืนเงินเหรอคะ”

    “ใช่...เลิกกันไปแล้ว พัธก็ไม่อยากติดค้างอะไรนิอีก ศันมีอะไรเหรอ...”

    ศันสนีย์กลัวความลับแตกเลยกำชับเพื่อนสาวไม่ให้คืนดีกับเขา ชนิกาตามเล่ห์เหลี่ยมอีกฝ่ายไม่ทัน รับปากพร้อมกับยืนยันว่าตัดใจจากพัธนินทร์ได้แล้ว ศันสนีย์จึงเบาใจลงได้

    แต่ถึงจะได้ยินแบบนั้น ศันสนีย์ก็ยังไม่ไว้ใจ แอบไปฟังพัธนินทร์คุยกับพ่อเวลาต่อมา สองพ่อลูกพูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระ ก่อนจะพาดพิงถึงชนิกาอดีตแฟนสาวที่เพิ่งแต่งงานกับผู้ชายที่รวยกว่า

    “อย่าเสียใจลูก ผู้หญิงเลือกผู้ชายที่เงินคบไม่ได้ แล้วหนูศันสนีย์คนเนี้ย ลูกแน่ใจนะว่าเป็นคนดี”

    “ก็เพราะความดีนี่แหละครับพ่อ ศันถึงชนะใจพัธ”

    เรื่องราวของชนิกาจากปากลูกชายคนเดียวทำให้สถานการณ์ของศันสนีย์ดีขึ้น พ่อแม่ของพัธนินทร์มองเธอในแง่ดีและยอมให้เธอช่วยงานในบ้านบ้าง แต่กระนั้นหญิงสาวก็ไม่วางใจ ปั้นเรื่องปั่นหัวแฟนหนุ่มเรื่องชนิกา

    “ศันโทร.หานิแล้วนะคะ นิให้ศันเอาเงินไปคืน ห้ามพัธไป เขาไม่อยากเจอพัธ”

    “พัธต่างหากควรเป็นฝ่ายโกรธจนไม่อยากเห็นหน้านิ นิเป็นคนทิ้งพัธ พัธจะไปดูซิ...เจอพัธแล้วนิจะแก้ตัวยังไง”

    “คนอย่างนิไม่แก้ตัวให้เสียเซลฟ์หรอกค่ะ เขาจะพูดแรงๆใส่พัธ ถ้านิเขาแคร์พัธ เขาคงไม่ทิ้งพัธหรอกนะคะ”

    “พัธจะไป พัธอยากเห็นหน้าคนใจร้าย”

    ท่าทีดึงดันของเขาทำให้ศันสนีย์เริ่มใจไม่ดี แต่ไม่อยากทำให้เขาสงสัยเลยเลือกใช้วิธีขอร้อง

    “อย่าไปหานิเลยนะคะ ศันไม่อยากให้พัธเสียใจ ศันเป็นห่วงความรู้สึกพัธ พัธเจ็บศันก็เจ็บ อย่าไปเลยนะคะ”

    ศันสนีย์โถมตัวกอดเขาจากด้านหลัง กลัวสูญเสียเขาใจแทบขาด แต่พัธนินทร์คงไม่รับรู้ เข้าใจว่าแฟนสาวไม่อยากให้เขาไปเจอหน้าชนิกาเพราะกลัวถ่านไฟเก่าจะลุก...

    ooooooo

    ปาริฉัตรมัววุ่นวายกับงานที่ร้านกาแฟเลยไม่ทันสังเกตว่าพี่ชายมีแขกสาวคนสวยจากกรุงเทพฯมาเยือนแทบทุกวัน อมีนานั่นเองที่รุกหนัก บุกถึงสวนยางของปานธงหวังใช้เขาเป็นเป้าหมายสำรอง

    รอยยิ้มยั่วยวนและทีท่าหว่านเสน่ห์ของอมีนาทำให้ปาริฉัตรนึกขนลุกแทนพี่ชาย และไม่รอช้าลากเขามาบอก

    “ผู้หญิงคนนี้อ่อยพี่”

    “ทำไมว่าเขาอย่างนั้นล่ะปา”

    “ผู้ชายดูไม่ออกหรอกค่ะ ต้องผู้หญิงด้วยกันถึงดูออก คุณนิก็ไม่ชอบยัยนี่ บอกว่าหลอแหล”

    “เขาจะอ่อยพี่ทำไม”

    “ไม่รู้สิคะ แต่ยังไงพี่ธงต้องระวัง ป้าอาภาจับคู่ยัยนี่กับพี่ชินภัทร”

    “อ้าวหรอ งั้น...ปาไปอยู่คั่นกลางให้พี่ที”

    ขณะที่ปานธงต้องรับศึกหนักจากอมีนา ชินภัทรก็ต้องทำหน้าไม่ถูกเมื่อถูกสุวัฒน์จ้องเขม็งที่แหวนแต่งงานของเขากับชนิกา อดีตคุณหนูหน้าเสียเล็กน้อย ก่อนจะตั้งหลักได้อธิบายเสียงใส

    “ไม่ใช่แหวนแต่งงานค่ะคุณพ่อ แหวนนิซื้อมาใส่เล่น คุณพ่อไม่ต้องดีใจนะคะ นิยังอยู่บนคานอีกนานค่ะ”

    พูดพลางหัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะปรายตาดุๆ ให้ชินภัทรที่เกือบทำเสียเรื่อง มีพิรุธจนพ่อเธอจับได้ว่าเธอแต่งงานแล้ว ชินภัทรรับปากยิ้มๆ ชอบใจมากกว่าที่เห็นเธองอน แล้วก็ได้ยิ้มกว้างกว่าเก่าเมื่อได้ยินภรรยาคนสวยยืนยันกับพ่อว่าเขาเป็นคนดีและเป็นคนจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลถึงบ้าน

    “ไว้ใจคุณชินภัทรได้ค่ะคุณพ่อ เขาเป็นญาติศันเพื่อนสนิทของนิ เขาเป็นคนดีมากเลยค่ะ นิลงไปทำงานกับเขาที่สุราษฎร์ เขาช่วยเหลือนิทุกอย่าง ฝากดูคุณพ่อแป๊บนะคะป้าแสง นิจะไปจัดของที่ห้อง”

    ชนิกากับชินภัทรแยกไปจัดของในบ้าน สุวัฒน์เลยส่งสายตาไปทางแสงที่พูดเสริมความดีของชินภัทร

    “คุณชินภัทรรักคุณนิค่ะ...รักมาก ดูแลเอาใจใส่ทุกอย่าง เวลามีความทุกข์ก็ไม่ทอดทิ้ง มาช่วยคุณนิดูแลคุณท่าน คิดยังไงกับว่าที่ลูกเขยคะ...ผ่านไหม”

    สุวัฒน์ไม่ตอบว่าจะให้ผ่าน ได้แต่จับตามองอย่างเงียบเชียบ อยากรู้ว่าชินภัทรจะรักลูกสาวเขาจริงไหม...

    ชินภัทรเริ่มบทพิสูจน์ตัวเองในวันเดียวกันนั้นเอง นายหัวหน้าเข้มลงมือซ่อมลูกแก้วหิมะของรักของหวงของภรรยาคนสวยเป็นอย่างแรกจนมือเลอะกาวไปหมด ชนิกาต้องช่วยแกะจากมือให้

    เท่านั้นไม่พอ เขายังให้เธอกับแสงไปซื้อของที่ตลาด ส่วนตัวเองทำหน้าที่บุรุษพยาบาลดูแลสุวัฒน์ ชนิกาเป็นห่วงพ่อโทร.เช็กเป็นระยะๆ แล้วก็ต้องอึ้งเมื่อได้ยินว่าสามีหลอกๆจะเอาถุงปัสสาวะของพ่อเธอไปทิ้งในห้องน้ำ

    “คุณเปลี่ยนถุงฉี่ให้คุณพ่อฉัน...ไม่รังเกียจเหรอคะ”

    “บอกแล้วไง ผมเคยเช็ดอึเช็ดฉี่ให้พ่อผม”

    “แต่นั่นพ่อคุณเอง”

    “พ่อคุณก็เหมือนพ่อผม คุณเป็นเมียผม”

    “ตายแล้ว...คุณพ่อฉันได้ยินหรือเปล่า”

    “ได้ยินอะไรจ๊ะ...เมียจ๋า”

    “คุณพ่อไม่รู้ว่าเราแต่งงานกัน คุณจงใจพูดให้คุณพ่อได้ยิน...ใจร้าย!”

    “ผมอยู่ในห้องน้ำ พ่อคุณไม่ได้ยิน เมียใจร้ายชอบว่าผัว แค่นี้นะ ผมต้องเทถุงฉี่ ถือมือเดียวเดี๋ยวถุงหล่น”

    ความดีของชินภัทรทำให้ชนิกาหวั่นไหว เธอหาทางตอบแทนน้ำใจเขาด้วยการซื้อของไปทำอาหารให้ แสงเห็นคุณหนูคนสวยมีท่าทีต่อสามีหลอกๆดีขึ้น ก็อดเย้าไม่ได้

    “ทำกับข้าวให้เขา ชอบเขาเข้าแล้วสิคะ”

    “เปล่านะคะ แต่เขาดีกับนิกับคุณพ่อมาก นิก็เลยอยากตอบแทนความดีเขาค่ะ”

    “คุณนิเห็นความดีของคุณชินภัทรแล้ว”

    ชนิกาถอนใจยาว ความดีของเขาทำให้เธอหวั่นไหวแต่ก็สับสนด้วย “ป้าแสงเคยบอกให้นิใช้ใจมองเขา สิ่งที่นิเห็นคือผู้ชายคนหนึ่งที่รักแม่ รักลูกน้อง มีน้ำใจ แต่...คนรอบตัวนิ บอกว่าเขาเป็นคนเลว”

    “คนอื่นไม่รู้จริงเท่าคนในครอบครัวหรอกค่ะ”

    “แต่ข้อกล่าวหาของเขามันร้ายแรงมากนะคะป้า เขาโดนกล่าวหาว่าข่มขืนผู้หญิง ถึงตอนนี้นิจะไม่แน่ใจว่าเขาทำจริงหรือเปล่า แต่จะหักล้างความผิดขนาดนี้มันต้องมีหลักฐาน หรือไม่เขาก็ต้องแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนดีมากๆ... มากขนาดที่ทำเรื่องเลวร้ายกับผู้หญิงไม่ได้”

    “หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน คำโบราณนี้ยังใช้ได้ค่ะคุณนิ”

    ooooooo

    สถานการณ์ของชินภัทรกับชนิกาเป็นไปด้วยดี เช่นเดียวกับสถานการณ์ของศันสนีย์ในครอบครัวของพัธนินทร์ ราบรื่นและเข้ากันได้ดีอย่างรวดเร็ว ถ้าเพียงแต่พัธนินทร์จะไม่ผิดคำสัญญาบุกไปหาชนิกาถึงบ้าน!

    ศันสนีย์เป็นเดือดเป็นร้อนมาก รีบโทร.หาชนิกาเพื่อแก้สถานการณ์

    “ถ้าพัธไปบ้าน อย่าคุยกับพัธนานนะนิ เอาเงินคืนแล้วรีบไล่พัธกลับเลยนะ”

    “ทำไมเหรอศัน มีอะไรรึเปล่า”

    “เปล่าจ้ะ...ศันแค่เป็นห่วง พัธไปง้อนิ ศันกลัวนิใจอ่อนยอมคืนดี พัธนอกใจนิ ทำผิดขนาดนั้นไม่ควรให้อภัย”

    “ผู้ชายคนนั้นไม่มีค่าสำหรับนิอีกแล้วล่ะศัน”

    “สัญญานะ...ถ้าพัธไปหาที่บ้าน เอาเงินคืนแล้วรีบไล่ไป อย่าคุยนานเดี๋ยวใจอ่อน”

    “สัญญาจ้ะ ขอบใจนะที่เป็นห่วง แค่นี้นะศันขับรถอยู่”

    แต่คนที่ของขึ้นแทนไม่ใช่ชนิกา กลับเป็นชินภัทรที่ต้องรับหน้าแทนภรรยาคนสวย พร้อมกับเช็คในมือ

    “ไหนบอกแฟนเก่าอยู่อเมริกาไง โกหก! อยู่เมืองไทย ที่ชอบขึ้นมากรุงเทพฯบ่อยๆไม่ได้แค่มาเยี่ยมพ่อสินะ!”

    ชนิกาถอนใจเหนื่อยหน่าย ไม่โกรธเขาเหมือนเคย แต่ก็ไม่ชอบใจนัก หันไปฟ้องแสงปลงๆ

    “เห็นรึยังคะป้าแสง คนดีของป้าแสงขี้โมโห ขนาดไหน ระเบิดแสวงเครื่องชัดๆ”

    “แฟนเก่าคุณนิอยู่อเมริกาจริงๆค่ะ เคยมาบ้านหนเดียวเมื่อสองปีที่แล้ว มากับคุณนิ” แสงช่วยแก้

    “แฟนเก่ามาหาถึงบ้าน ไม่มีสามีคนไหนไม่ระแวงหรอกครับป้า”

    “เขาเอาเงินมาคืน คุณจะหาเรื่องอีกนานไหม”

    “โอนมาก็ได้ ไม่เห็นต้องมาเลย หาเรื่องมาหาสิไม่ว่า”

    สามีปลอมๆโมโหหึงไม่เลิก ชนิกาเดินหนีไม่อยากทะเลาะด้วย ชินภัทรถึงรู้ตัวว่าออกอาการเกิน

    กว่าเหตุ รีบตามไปง้อ อดีตคุณหนูไม่ได้งอนจริงจังอยู่แล้วเลยยอมให้เขาช่วยทำอาหารด้วย ท่ามกลางความยินดีของแสงที่เห็นสองสามีภรรยาเข้ากันได้ดี...หวังว่าเรื่องหลอกๆจะเป็นจริงในไม่ช้า

    ชินภัทรปัดความขุ่นใจเรื่องแฟนเก่าชนิกาทิ้ง ต่างจากพัธนินทร์ที่เดินคอตกกลับบ้าน เพิ่งรู้ตัวว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยลืมชนิกาเลย ศันสนีย์ที่ร้อนตัวกลัวความลับแตกปรี่ไปคุยด้วย แล้วก็ได้ถอนใจโล่งอกเมื่อรู้ว่าเขายังไม่เจอชนิกา

    “นิเจอสามีเขาที่ไหนน่ะศัน”

    “ไม่รู้ค่ะ นิไม่เคยเล่าให้ฟัง”

    “สามีนิหน้าตาดี ฐานะก็ดี สมควรแล้วที่นิทิ้งพัธไปหาผู้ชายคนนั้น”

    “แต่กับศัน...ไม่มีผู้ชายคนไหนดีเท่าพัธ พัธคือผู้ชายที่ดีที่สุด น่ารักที่สุด เก่งที่สุด”

    “พัธยังเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุด ที่มีศันอยู่เคียงข้าง”

    ooooooo

    เพราะความดีของชินภัทรทำให้ชนิกาตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอของปานธงจะชดใช้หนี้ให้ ปานธงไม่เข้าใจเหตุผลนักแต่ก็ขัดไม่ได้เพราะเป็นความ ต้องการของเธอ

    ชินภัทรไม่รู้เรื่องชนิกาปฏิเสธข้อเสนอของปานธง ตั้งหน้าตั้งตาทำดี ช่วยดูแลสุวัฒน์ด้วยความเต็มใจจนชนิกาเริ่มเชื่อในสิ่งที่เขาเคยพูดว่าเขาไม่ใช่ฆาตกร

    ส่วนอมีนา...ลืมชินภัทรไปชั่วขณะ เดินเกมรุกจีบปานธงอย่างจริงจัง เช้าถึงเย็นถึงจนทุกคนในสำนักงานมองมาด้วยความสงสัย โดยเฉพาะวาดกับอนันต์ที่จงรักภักดีกับชินภัทร แต่สาวเปรี้ยวจากกรุงเทพฯก็ไม่ยี่หระ ตามติดปานธงทุกที่จนปาริฉัตรต้องออกโรงช่วยกันเธอออกจากพี่ชายคนเดียว

    อมีนาโกรธมากและอดไม่ได้จะต้องโทร.ระบายกับรจนาที่จับต้นชนปลายแทบไม่ทัน

    “ลืมไป...มีนยังไม่ได้เล่าเรื่องคุณปานธงให้คุณแม่ฟัง คุณปานธงเป็นเจ้าของสวนยาง รวยพอกับพี่ชินภัทร มีนเลยล็อกเป้าให้เป็นเป้าหมายสำรอง เผื่อพี่ชินภัทรหลุดมือ”

    “แม่อยากให้มีนแต่งงานผู้ชายรวยก็จริงแต่ไม่ใช่ใครก็ได้ ที่แม่เชียร์ชินภัทรเพราะเห็นมานาน มั่นใจว่าเป็นคนดี”

    “คุณปานธงน่าจะเป็นคนดีนะคะคุณแม่ เพราะอ่อยยังไงก็ยังไม่หลวมตัว ดูจีบยากอยู่เหมือนกัน พวกอ่อยปุ๊บติดปั๊บอันนั้นมีนก็ไม่สนหรอกค่ะ”

    “อาภากับชินภัทรรู้ว่ามีนแอบมีผู้ชายอีกคน มีนจะเสียคะแนนได้นะลูก”

    “ลูกสาวคุณแม่ไม่โง่ให้เป้าหมายหลักจับได้ว่าแอบมีเป้าหมายรองหรอกค่ะ พี่ชินภัทรไม่อยู่ มีนถึงทำ”

    “แต่คนในบ้านก็ฟ้องป้าอาภาได้ มีนประมาทไปรึเปล่า”

    “ฟ้องไปสิคะ ขั้นเทพอย่างมีน พูดให้สีดำกลายเป็นสีขาวได้สบายมาก คุณแม่ไม่ต้องวอรี่ค่ะ เชื่อมือมีนได้เลย”

    พฤติกรรมของอมีนาสร้างความเอือมระอาให้แก่ผู้คนทั่วสุราษฎร์ฯ ต่างจากศันสนีย์ที่ได้คะแนนนิยมจากทั้งครอบครัวของพัธนินทร์จนเขาคิดจะประกาศหมั้นกับเธอในงานฉลองครบรอบแต่งงานของพ่อแม่

    พ่อเสนอให้แต่งงาน แต่พัธนินทร์อยากให้ธุรกิจลงตัวและทำเรื่องย้ายพ่อแม่ไปอยู่อเมริกาด้วยกันก่อน

    “พ่อดีใจนะ พัธเป็นสุภาพบุรุษ ผู้หญิงเขามาอยู่กินกับเรา เขาเสียหาย เราเป็นผู้ชายต้องรับผิดชอบ”

    “พัธตั้งใจจะรับผิดชอบศันตลอดชีวิตครับ”

    “ซื้อแหวนหมั้นหรือยังลูก”

    พัธนินทร์รู้ว่าพ่อจะพูดอะไร รีบปฏิเสธ เอ่ยยิ้มๆ “ไม่ต้องเอาแหวนแต่งงานพ่อแม่มาให้นะครับ พัธจะซื้อแหวนให้แฟนเอง ขอหมั้นด้วยวาจาไปก่อน ญาติๆมาบ้านคืนนี้ให้เป็นสักขีพยานซะเลย”

    ศันสนีย์แอบได้ยินทุกอย่าง ดีใจมากที่ความฝันได้เป็นเจ้าของพัธนินทร์จะเป็นจริงในไม่ช้า และเมื่อเขามาขออนุญาตไปเจออาภาญาติผู้ใหญ่ใกล้ชิดเพียง

    คนเดียวที่เธอมี หญิงสาวก็ไม่ลังเลจะตอบตกลง...

    ooooooo

    ศันสนีย์ชะล่าใจคิดว่าชินภัทรไม่เข้าโรงแรม เลยตัดสินใจพาพัธนินทร์ไปไหว้อาภาในฐานะ

    แฟนหนุ่มอย่างเป็นทางการ แต่ที่เธอคาดไม่ถึงคือชินภัทรจะมาช่วยงานแม่

    รจนาแวะมาเยี่ยมอาภาเพื่อนรักด้วย และเมื่อเห็นชนิกามากับชินภัทรก็ไม่รอช้าจะแขวะ

    “ยินดีด้วยนะจ๊ะหนู อาภาเล่าให้ฟังว่าชินภัทรซื้อบ้านคืนให้หนูราคาเป็นสิบล้าน แหม...ค่าตัวหนูแพงดีเนอะ”

    เหล่าพนักงานต่างมองเธอเป็นตาเดียว ชินภัทรเห็นท่าไม่ดีเลยแนะนำชนิกาต่อหน้าทุกคน

    “ทุกคน...นี่คุณชนิกา ภรรยาผม ให้ความเคารพคุณชนิกาเหมือนที่ให้ความเคารพผม เคารพแม่ผม”

    รจนาหน้าตึง ไม่ชอบใจที่ชินภัทรหักหน้าเธอต่อหน้าคนอื่น แต่นายหัวหน้าเข้มก็ไม่ยี่หระ ชนิกาเสียอีกที่ไม่สบายใจแทน ไม่อยากให้เขาลำบากใจหรือมีปัญหาเพราะเธอ

    “แนะนำฉันกับพวกพนักงานว่าเป็นภรรยา ปีหน้าเราหย่ากัน คุณต้องโดนนินทา แต่งปีเดียวก็หย่า”

    “ใครนินทาผมยังไงก็ช่าง ผมไม่ชอบให้ใครดูถูกคุณ ป้ารจนาไม่ให้เกียรติคุณ ผมต้องกู้ศักดิ์ศรีคืนมาให้คุณ”

    “อันที่จริงเขาก็พูดถูกนะคะ ฉันแต่งงานแลกบ้าน ขายศักดิ์ศรีให้คุณ”

    “ขายศักดิ์ศรีคือการลดคุณค่าตัวเอง ต่อรองให้ได้สิ่งที่ต้องการ ผมเป็นคนต่อรองให้คุณแต่งงานด้วย ผมต่างหากขายศักดิ์ศรี ส่วนคุณให้เกียรติเป็นภรรยาผม”

    ชนิกาซึ้งใจมากที่เขาให้เกียรติ อารมณ์ดีกว่าทุกวันในแบบที่ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองนัก ต่างจากรจนาที่เต้นผาง อาละวาดใส่อาภาใหญ่โตที่ชินภัทรทำท่ารักและโอ๋ชนิกาเกินกว่าเหตุ

    อาภาถอนใจยาว แบ่งรับแบ่งสู้เพราะเริ่มเห็นว่าลูกชายคนเดียวรักภรรยามากแค่ไหน

    รจนาเลยยิ่งเต้นเพราะกลัวแผนจับชินภัทรจะล่ม “พูดอย่างนี้เธอจะเลิกจับคู่มีนกับชินภัทร ไม่ได้นะอาภา เธอทำตัวเป็นแม่สื่อ ยุจนลูกสาวฉันรักลูกชายเธอ จะมาเขี่ยมีนทิ้งกลางทางไม่ได้!”

    “ก็ถ้าชินภัทรรักชนิกาจริง ฉันจับแยกก็เท่ากับพรากคนที่ลูกรัก”

    “ลูกสะใภ้เธอน่ะหน้าเงิน คบไม่ได้ เธอบอกฉันเอง”

    อาภานิ่งเงียบ รู้สึกกับลูกสะใภ้ต่างออกไป รจนามองมาเครียดๆ ก่อนจะเบิกตาโพลง

    “นี่อย่าบอกนะ เธอติดเชื้อชินภัทร หน้ามืด เห็นเด็กนั่นดีกว่ามีนลูกสาวฉัน!”

    “เปล่าจ้ะ...ฉันจะรีบเคลียร์งานพาชินภัทรกลับสุราษฎร์ฯแล้วกัน”

    อาการปรี๊ดแตกของรจนาทำให้อาภาเป็นกังวล กลัวใจอีกฝ่ายจะแผลงฤทธิ์จนลูกชายเดือดร้อนหากไม่ได้ตามหวัง แต่ไม่ทันหาทางแก้ ศันสนีย์ก็พาพัธนินทร์มากราบเสียก่อน

    ooooooo

    ทุกอย่างทำท่าจะไปได้ดี ศันสนีย์กับพัธนินทร์เกือบได้กินมื้อกลางวันกับอาภาแล้ว ถ้าชินภัทรไม่บอกว่าจะโผล่มาเสียก่อน ศันสนีย์ไม่อยากให้สองหนุ่มเจอกัน กลัวความแตก เลยจัดการส่งพัธนินทร์กลับไปช่วยเตรียมงานที่บ้าน

    เมื่อชินภัทรมาถึงจึงคลาดกับพัธนินทร์เพียงแค่อึดใจ ศันสนีย์โล่งใจมาก ก่อนจะตีหน้ายิ้มแย้ม ชวนญาติหนุ่มคุยถึงเรื่องในอดีตด้วยความรักและคิดถึง

    “ยายชอบพาศันมาเล่นกับชินภัทรที่โรงแรม ยายไม่ชอบให้เล่นกับเพื่อนข้างบ้าน”

    “ป่านนี้ยายของศันกับยายของเรา นอนเล่นอยู่บนสวรรค์เนอะ”

    “คิดถึงยายจังเลย ยายเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้ศัน ส่วนพ่อแม่ศัน...ลืมไปแล้วว่ามีลูกคนนี้”

    พูดพลางร้องไห้คิดถึงภาพเก่าๆ ชินภัทรสงสารดึงตัวมากอด

    “ตั้งแต่พ่อแม่แต่งงานใหม่ ศันเจอพวกเขานับครั้งได้ ศันเป็น...ลูกที่ถูกลืม”

    “เราไม่เคยลืมศัน ไปอยู่ไหนก็เป็นห่วง”

    “คิดว่าชินภัทรลืมศันแล้วซะอีก เลยไม่ค่อยโทร.หา”

    ชินภัทรอมยิ้มบางๆ กระชับอ้อมกอดแน่น “ถึงเราสองคนไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ แม่ศันกับแม่เราเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องกัน แต่ศันเป็นญาติที่เราสนิทที่สุด ถึงไม่ได้เจอกันแต่เราไม่เคยลืมศันเลย...”

    วันเดียวกันที่สุราษฎร์ฯ...อมีนาแทบไม่ได้ทำงานเพราะมัวตามจีบปานธง โดยมีอนันต์รับส่งตามคำสั่ง ปาริฉัตรเห็นท่าไม่ดีตามมาเป็นก้างขวางคอ พร้อมกับศรีจันทร์ที่อดไม่ได้ต้องปรี่ไปหาเรื่องอมีนากลางตลาด

    “ดูท่าทางว่าหนูคงไปหนักส่วนไหนของคุณน้านะคะ เห็นมองจังเลย”

    “เปล่าหรอกจ้ะ ฉันมองเพราะคิดว่าแต่งตัวแบบนี้ แก้ผ้าไปเลยก็ได้นะ จะได้ไม่เปลือง”

    “ด่าคนอื่น ไม่ดูลูกสาวตัวเอง เรียบร้อยจริงไม่ไปยั่วผู้ชายหรอก”

    “เธอพูดถึงใคร!”

    “ก็ลูกสาวใครล่ะไปยั่วยวนพี่ชินภัทรจนตบะแตกได้เสียกัน พอผู้ชายไม่เอาจริงเลยฆ่าตัวตายหนีอาย”

    ศรีจันทร์โกรธจัด ตบหน้าอมีนาฉาดใหญ่ ปานธงกับปาริฉัตรรีบถลาไปแยกสองสาวออกจากกัน ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนทั้งตลาด...

    สถานการณ์ของอมีนาที่สุราษฎร์ฯไม่ค่อยดีนัก ไม่ต่างจากสถานการณ์ของศันสนีย์ที่ไม่รู้ตัวเลยว่าจะต้องเจอคลื่นลมหนักจากพัธนินทร์ที่เพิ่งค้นพบความจริงเกี่ยวกับชินภัทรจากชนิกา

    ศันสนีย์มัววุ่นวายกับการทำตัวเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ที่ดี จนไม่ทันเอะใจว่าพัธนินทร์จะแอบไปเจอชนิกาก่อนเวลาเริ่มงานฉลอง และที่นั่นเอง...เขาก็ได้รู้ว่าชินภัทรไม่ใช่แค่สามีของชนิกา แต่เป็นญาติสนิทของศันสนีย์ด้วย!

    “นิต้องหางานทำ หาเงินมารักษาพ่อ แต่นิไม่จบปริญญา หางานเงินเดือนสูงๆไม่ได้ ศันเลยโทร.ขอให้คุณชินภัทรรับนิเข้าทำงาน ให้เงินเดือนแสนหนึ่ง แล้วก็อย่างที่พัธรู้ นิลงเอยแต่งงานกับคุณชินภัทร”

    พัธนินทร์โกรธจนพูดไม่ออก แต่ชนิกากลับเข้าใจว่าเขาไม่พอใจเรื่องแต่งงาน

    “ความจริงพัธไม่มีสิทธิ์โกรธนินะ พัธนอกใจนิก่อน นิต่างหากที่ควรโกรธ แต่มาถึงขั้นนี้ นิอยากให้เราจากกันด้วยดี นิขอเตือนในฐานะเพื่อน แฟนใหม่พัธ...นิว่าเขาไม่โอเค การส่งรูปบนเตียงของพัธมาให้นิ ผู้หญิงดีๆไม่ใช้วิธีนี้แน่”

    ความจริงจากปากชนิกา ทั้งเรื่องชินภัทรและเรื่องภาพเขาเปลือยบนเตียงทำให้พัธนินทร์แทบคลั่ง รีบกลับบ้านไปตัดสัมพันธ์กับศันสนีย์ทันที ไม่อยากเห็นหน้าผู้หญิงใจร้ายที่โกหกหน้าตายและทำลายชีวิตรักของเขากับชนิกา

    ศันสนีย์จับต้นชนปลายไม่ถูก พยายามคาดคั้นหาเหตุผลแต่เขาก็ตัดบทดื้อๆ

    “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกศันสนีย์”

    “อธิบายให้ศันเข้าใจทีสิคะ ศันทำอะไรให้พัธโกรธ”

    พัธนินทร์โมโหมาก โพล่งออกไปอย่างเหลืออด “โกหกว่าไม่รู้จักสามีนิ แอบเอามือถือพัธส่งรูปพัธไปให้นิ ทำลายความรักของพัธกับนิ แค่นี้พอรึยังศัน ผมไม่ได้แค่โกรธ แต่ตอนนี้ผมเกลียดคุณ!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:08 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์