นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    คนละขอบฟ้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง ชนิกาเลยโทร.หาแสงเพื่อสอบถามอาการของพ่อ แล้วก็ได้ตกใจสุดขีด เมื่อพยาบาลช่วยแสงใช้มือถือถ่ายให้ดูอาการของสุวัฒน์ที่จู่ๆก็ทรุดฮวบ!

    ชนิการ้อนรนด้วยความเป็นห่วง ตัดสินใจจะจับเที่ยวบินไปหา โดยมีปานธงกับปาริฉัตรคอยช่วยและปลอบใจ แต่เพราะจองกะทันหันเลยไม่ได้เวลาที่ต้องการ ปานธงเลยอาสาขับรถไปส่งถึงกรุงเทพฯ

    ชินภัทรที่กระวนกระวายเพราะความเป็นห่วงลูกจ้างสาว ตามจิกจนรู้จากปาริฉัตรว่าชนิกานั่งรถไปกับปานธงจึงตามไปดักหน้าและเอะอะโวยวายด้วยความหึง กล่าวหาว่าเธอจะอู้และหนีงานทั้งที่เขาจ่ายเงินเดือนล่วงหน้าแล้ว ก่อนจะได้หน้าแตกยับเมื่อรู้ว่าเธอจะกลับกรุงเทพฯเพราะพ่ออาการทรุด
    ชนิกาโกรธมาก ไม่ยอมกลับกับชินภัทรแต่ขอให้ปานธงไปส่ง นายหัวหน้าเข้มรู้สึกผิดมากที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เมื่อตั้งสติได้จึงลดทิฐิซักอาการของสุวัฒน์จากปานธง

    “แกสนใจด้วยเหรอ”

    “ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ”

    “คุณนิก็มีหัวใจ แกใช้งานหนัก เขาทนได้ แต่แก ช่วยถนอมน้ำใจบ้าง แกไม่คิดจะทำดีกับใครเลยเหรอวะ”

    “ไอ้ธง...เห็นฉันยอม ได้คืบจะเอาศอก แกไม่ต้องมาสอนฉัน”

    “คนอย่างแก...สอนไม่ได้หรอก มันเลวเข้าเส้น!”

    ตอกจบก็ขับรถกลับบ้านแต่ในใจยังห่วงชนิกา ไม่อยากให้ทำงานกับชินภัทร ปาริฉัตรต้องปลอบให้พี่ชายทำใจและเข้าใจสถานการณ์ของชนิกามากขึ้นว่าเธอยอมทำงานนี้เพราะต้องการเงินค่ารักษาพ่อ

    “เธอกลัวพี่ชินภัทรมากนะคะแต่ยอมเสี่ยงเพราะความกตัญญู ทั้งที่รู้ว่าพี่ชินภัทรทำอะไรไว้”

    “ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี”

    “ค่ะ...คุณนิเป็นคนดีมาก นอกจากเป็นคนดีแล้ว คุณนิยังเป็นคนเสียสละด้วย ยอมเอาตัวเองมาเสี่ยงเพื่อพ่อ”

    “ชีวิตพี่...ไม่รู้จะมีโอกาสได้เจอผู้หญิงแสนดีแบบนี้อีกหรือเปล่า”

    “ผู้หญิงแสนดีมีเยอะค่ะ แต่แสนดีแล้วถูกใจพี่ธงด้วย หายากค่ะ”

    “ปาบอกพี่ ผู้หญิงคนไหนทำให้พี่ลืมเรื่องเศร้าในอดีตได้ ปายินดีให้เป็นพี่สะใภ้ พี่ว่า...พี่เจอผู้หญิงคนนั้นแล้ว”

    ooooooo

    สถานการณ์ทำให้ปานธงมองเห็นความดีของชนิกาและตัดสินใจเร่งเครื่องจีบเต็มที่ เพราะเห็นว่าเธอมีดีจะให้เขาเริ่มต้นความรักใหม่อีกครั้ง ส่วนชินภัทรไม่ได้ยี่หระว่าอดีตเพื่อนรักจะทำอะไร มัวตั้งหน้าตั้งตาง้อลูกจ้างสาว ทั้งซื้อของดีๆให้กินและพยายามทำดีไถ่โทษแต่ก็เหมือนจะไม่ค่อยได้ผล

    ชินภัทรได้เจอหน้าชนิกาในเช้าตรู่ของวันต่อมา ตอนที่เธอเตรียมตัวไปกรีดยางตามหน้าที่

    “หายโกรธผมรึยัง”

    “ฉันมีสิทธิ์โกรธนายจ้างด้วยเหรอคะ”

    “วันนี้ไม่ต้องไปกรีดยางก็ได้”

    “คุณพ่ออาการไม่ค่อยดี อาจต้องรักษาตัวนาน ฉันต้องตั้งใจทำงานค่ะ คุณไล่ออก ฉันก็ไม่มีเงินรักษาคุณพ่อ”

    พูดจบก็ผละไป ทิ้งชินภัทรให้มองตามด้วยความกลุ้มที่เธอไม่หายโกรธ อดีตคุณหนูขาปาร์ตี้ไม่พูดไม่จากรีดยางหวังให้ลืมเรื่องขุ่นข้องหมองใจจากเจ้านายหนุ่ม แต่เพราะไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อคืนเลยเป็นลมหมดสติ

    ชนิการู้สึกตัวอีกครั้งในห้องของตัวเอง แล้วก็ได้ตกใจสุดขีดเมื่อเห็นว่าเธออยู่ในชุดนอน!

    ชินภัทรเกือบตายคามือเธอแล้วเพราะถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกฉวยโอกาส ถ้าปาหนันจะไม่มาบอกเสียก่อนว่าเป็นคนเปลี่ยนเสื้อให้ ชนิกาหน้าเจื่อน รู้สึกผิด มากแต่ก็ฟอร์มจัดไม่ขอโทษ ชินภัทรไม่ถือสา แถมลงมือต้มข้าวต้มให้เธอด้วยตัวเองอีกต่างหาก ทำเอาตกตะลึงทั้งบ้านเพราะนายหัวหน้าเข้มไม่เคยเป็นแบบนี้

    ระหว่างที่ชินภัทรทำคะแนน ปานธงก็ต้องคิดหนักเมื่อเจอคำเตือนของศรีจันทร์ที่เพิ่งรู้เรื่องชนิกา

    “ผู้หญิงในเมืองก็อย่างเนี้ย คิดว่าตัวเองเก่ง ไอ้ความอวดเก่งเนี่ยแหละ จะทำให้ตัวเองเดือดร้อน น้าไม่อยากให้ใครต้องมาโดนเหมือนลูกสาวน้าอีก”

    “แต่คุณนิอยู่บ้านชินภัทรมาเกือบเดือนแล้ว ก็ไม่มีอะไรนะครับ”

    “ปานธง! ลืมไปรึเปล่า ลูกสาวน้ารู้จักชินภัทรตั้งกี่ปี มันยังกล้าทำ”

    สีหน้าของปานธงสลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อคิดถึงศิริกัญญา อดีตเพื่อนสนิทและคู่หมั้นของเขา

    “คนโหดร้ายแบบนั้น ไม่ต่างจากสัตว์เลือดเย็นหรอก มันคงรอให้เหยื่อตายใจ ไม่ระวังตัว”

    “หรือชินภัทรอาจกำลังรอให้คุณนิตายใจ”

    “ใช่! น้าเชื่อแบบนั้นปานธง ทำอะไรสักอย่างเถอะ อย่าให้ต้องมีเหยื่อรายต่อไปเลย”

    เพราะคำพูดของศรีจันทร์แท้ๆ ปานธงเลยตัดสินใจยื่นข้อเสนอให้ชนิกามาทำงานด้วย โดยจะให้เงินเดือนเท่ากับที่ชินภัทรให้ อดีตคุณหนูขาปาร์ตี้ลำบากใจมากแต่เมื่อคิดถึงความปลอดภัยของตัวเองเลยตอบตกลง

    แต่เมื่อต้องบอกชินภัทร ชนิกาก็เกือบพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่าเขาเอาอกเอาใจเธอแค่ไหน โดยเฉพาะในเช้าของวันเดียวกันที่เขาเรียกคนมาติดตั้งอินเตอร์เน็ตในบ้าน เพราะได้ยินว่าเธออยากใช้เพื่อดูอาการของพ่อ

    ชินภัทรดีใจมากที่ได้เห็นรอยยิ้มของชนิกา แต่ไม่นาน ก็ต้องหน้าเสียเมื่อเธอบอกว่าจะลาออกสิ้นเดือนนี้

    “ออกทำไม คุณต้องใช้เงินไม่ใช่เหรอ”

    “คือฉัน...ได้งานใหม่แล้วค่ะ”

    แววตาคาดคั้นของเขาทำให้ชนิกาไม่มีทางเลือก ต้องบอกความจริง

    “เอ่อ...คุณปานธงชวนฉันไปทำงานด้วยค่ะ”

    “ไอ้ธง...ให้เงินเดือนคุณเท่าที่ผมให้เหรอ”

    “ค่ะ...แต่คุณไม่ต้องกลัวนะคะ ฉันไม่เบี้ยวคุณหรอกค่ะ รับเงินเดือนคุณมาแล้ว จะทำงานให้คุณถึงสิ้นเดือน”

    “ตกลงว่าสิ้นเดือนนี้คุณไปแน่”

    “ค่ะ...ฉันรับปากคุณปานธงไปแล้ว คุณชินภัทรคะ...ถึงฉันกับคุณอาจจะไม่ค่อยลงรอยกันนัก แต่การที่คุณให้ฉันได้ทำงาน ให้เงินล่วงหน้าไปจ่ายค่ารักษาพ่อ ฉันต้องขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ”

    ooooooo

    ข่าวการลาออกของชนิกาทำให้เหล่าคนงานแปลกใจไม่น้อย เพราะลูกจ้างสาวเพิ่งมาอยู่ไม่ถึงเดือน อนันต์ก็รู้สึกไม่ต่างจากคนอื่นและออกจะกังวลด้วยซ้ำเพราะชินภัทรมีอาการเซื่องซึมอย่างเห็นได้ชัด

    อย่างเช่นวันนี้ นายหัวหน้าเข้มไม่อารมณ์ดีเหมือนหลายวันที่ผ่านมา แต่คร่ำเคร่งกับงานจนเขาเริ่มใจไม่ดี

    “ธรรมดาวันหยุด คุณชินภัทรไม่เข้าสำนักงานนี่ครับ”

    “มีคนทำงานในสำนักงานซะที่ไหน ต้องทำเองทุกอย่าง เสาร์อาทิตย์ก็ต้องมาเคลียร์เอกสาร”

    แต่อนันต์รู้ดีว่าเป็นเพราะชนิกา เลยโพล่งออกไปตรงๆ

    “ไม่อยากให้คุณชนิกาลาออก ก็บอกเธอสิครับ”

    ชินภัทรชะงักไปอึดใจ ก่อนจะตีหน้าขรึม ทำเป็นไม่แคร์

    “ในเมื่อเขาอยากจะออก จะง้อทำไม หาคนใหม่ก็ได้”

    “กลัวคนใหม่จะไม่ถูกใจคุณชินภัทรเหมือนคนนี้สิครับ”

    “ใครทำงานดี ก็ถูกใจฉันทั้งนั้นแหละ”

    “สำนักงานคุณชินภัทรขาดคน รับคนใหม่ก็ต้องเสียเวลาสัมภาษณ์อีก คุณชนิกาเป็นงานแล้ว กรีดยางก็ได้ เสียดายคนทำงานนะครับ เป็นผมนะ...จะเสนอขึ้นเงินเดือนให้และขอให้เธออยู่ต่อ”

    คำแนะนำของหัวหน้าคนงานหนุ่มทำให้ชินภัทรเริ่มมีความหวัง โดยไม่รู้เลยว่าปานธงเตรียมการไปไกลแล้ว ถึงขั้นขอร้องน้องสาวให้ช่วยด้วยการพาชนิกาไปดูห้องเช่าในตัวเมือง ปาริฉัตรรับปากแต่ก็อดเย้าไม่ได้

    “ทำไมไม่พาไปเองล่ะคะ”

    “รุกมากๆผู้หญิงเขาก็หนีสิ ต้องค่อยเป็นค่อยไป เว้นระยะให้ผู้หญิงเขามีพื้นที่หายใจบ้าง”

    “พี่ธงคะ...พี่ธงจริงจังกับคุณนิแค่ไหนคะ”

    “จะบอกว่ารัก ตอนนี้คงไม่ใช่ ความรักต้องใช้เวลา พี่อยากเรียนรู้คุณนิ เซ้นส์พี่บอกผู้หญิงคนนี้มีดีให้พี่รัก”

    “ปาเชียร์พี่เต็มที่ค่ะ”

    “ไม่ห่วงพี่มีเรื่องกับชินภัทรแล้วเหรอ”

    “ห่วงค่ะ...มากด้วย แต่ถ้าพี่ธงเลือกแล้ว ปาก็ต้องช่วยพี่ค่ะ เพราะ...พี่ชายรักใคร น้องสาวก็รักด้วย”

    ขณะที่ชินภัทรกับปานธงแข่งกันจีบสาว อาภาซึ่งเลื่อนการเดินทางไปสุราษฎร์ฯเพราะติดงานต้องปวดหัว กับปัญหาแบบไม่จบไม่สิ้น โดยอมีนาคอยตามติดในฐานะผู้ช่วย ตีหน้าเศร้ารู้สึกผิด

    “คุณป้าขา...มีนเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ มีนก็สมควรถูกตำหนิด้วยค่ะ”

    “หนูมาฝึกงาน ไม่มีประสบการณ์ โทษหนูไม่ได้หรอกลูก หนูมีน...วันนี้ป้าน่าจะเคลียร์งานเสร็จ เย็นนี้เรานั่งเครื่องไปสุราษฎร์ฯกันนะลูก ไปหาพี่ชินภัทร”

    “เย็นนี้บริษัทประกันมาจัดสัมมนา มีนเป็นคนดีลบริษัทนี้ค่ะ ต้องอยู่ต้อนรับ”

    “ให้คนอื่นรับรองแทนได้ลูก”

    “เกรงใจเพื่อนร่วมงานสิคะ ทุกคนก็มีงานต้องทำ”

    “งั้นหนูอยู่ทำงานแล้วกัน ป้าไปคนเดียว หนูว่างก็บินตามลงไป”

    แต่ที่อาภานึกไม่ถึง คืออมีนามีแผนสูงอยากให้อีกฝ่ายมองว่าเธอเป็นคนขยันเลยแกล้งขออยู่ต่อ ทั้งที่ความจริงกลับปัดความรับผิดชอบ บีบให้ผู้จัดการทั่วไปอดีตคู่ขาทำงานแทน โดยยกเรื่องที่เป็นชู้กับเธอมาขู่

    ผู้จัดการหนุ่มไม่มีทางเลือก แม้จะมักง่ายและเจ้าชู้ แต่หน้าที่การงานและลูกเมียตามกฎหมายก็สำคัญ ต้อง ตอบตกลงแบบเสียไม่ได้ อมีนาเลยลอยลำได้ไปสุราษฎร์ฯ เพื่อจีบผู้ชายแบบสวยๆ

    ooooooo

    นัดแนะกับอมีนาเรียบร้อย อาภาก็โทร.ไปนัดเวลากับชินภัทร จะได้ส่งคนมารับที่สนามบิน แต่ก็ต้องผิดคาดเมื่อชนิกาเป็นคนรับสายเพราะชายหนุ่มลืมมือถือไว้ในบ้าน

    อาภาได้ยินว่าเป็นชนิกาลูกจ้างสาวคนใหม่ที่ ศันสนีย์เป็นคนฝากมาก็พยายามแดกดัน ก่อนจะดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะลาออกและไปจากชีวิตชินภัทรลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอตลอดกาล

    ข่าวดีเรื่องชนิกาลาออกทำให้อาภาเปลี่ยนใจยกเลิกทริปลงสุราษฎร์ฯ อมีนาเลยชวดกลางอากาศ ไม่ได้ไปจีบผู้ชายอย่างที่ตั้งใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากกระฟัดกระเฟียดคนเดียว

    ชินภัทรไม่รู้ว่าแม่โทร.หา มัวร้อนใจเรื่องยื้อชนิกา โดยมีอนันต์กับปาหนันตามลุ้น คงจะมีเพียงวาดที่ไม่เห็นดีเห็นงามด้วยเพราะกลัวว่าคุณหนูตกยากอย่างชนิกาจะเปลี่ยนใจมาจับเจ้านายหนุ่ม

    ระหว่างที่สถานการณ์ของชนิกาทำท่าจะดีขึ้นเพราะมีสองหนุ่มแข่งกันจีบ สถานการณ์ของพัธนินทร์ก็แย่ลงเพราะกิจการที่เพิ่งเปิดไม่ดีเท่าที่ควร ชายหนุ่มเครียดจัดจนไม่มีแก่ใจจะคิดเรื่องอื่นแม้แต่เรื่องชนิกา ศันสนีย์เลยฉวยโอกาสนี้แวะไปเยี่ยมบ่อยๆและปลอบใจตามประสาเพื่อนแสนดี

    พัธนินทร์ตามมารยาหญิงไม่ทัน คิดแค่ว่าเธอเป็นเพื่อนและผู้รับฟังที่ดี

    “เพื่อนๆที่เรียนตรีโทมาด้วยกัน บอกว่าพัธต้องประสบความสำเร็จที่สุดในรุ่น เพราะพัธเรียนเก่งที่สุด มันพิสูจน์แล้ว คนเรียนเก่งอาจไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต”

    “คาร์แคร์แย่มากเหรอคะ ไม่มีคนใช้บริการเลยเหรอ”

    “นับหัวได้ พัธประมาทเอาเงินไปลงทุนหมด เงินที่ใช้จ่ายอยู่ทุกวันนี้เป็นเงินเก็บ เหลืออีกนิดเดียว”

    “ให้พ่อแม่ที่เมืองไทยส่งเงินมาให้สิคะ”

    “พ่อแม่พัธไม่ได้ร่ำรวย เขาตั้งความหวังกับพัธไว้มาก โดยเฉพาะพ่อ...พัธไม่กล้าบอกว่าพัธล้มเหลว”

    “ชีวิตพัธเพิ่งเริ่มต้น มีล้มลุกคลุกคลานบ้างเป็นธรรมดา วันนี้อ่อนแอก็พักก่อน พรุ่งนี้ลุกขึ้นสู้ใหม่นะคะ”

    กำลังใจจากศันสนีย์และความเป็นห่วงเป็นใยของเธอทำให้พัธนินทร์ใจอ่อนโดยไม่รู้ตัว ยอมให้เธอเข้ามาวุ่นวายและพัวพันในชีวิต โดยไม่รู้เลยว่าจะเกิดเรื่องในไม่ช้า...

    และก็เหมือนชนิกาจะมีลางสังหรณ์ พยายามติดต่อแฟนหนุ่มทุกวิถีทาง โดยแอบมาใช้อินเตอร์เน็ตตอนดึกๆ เมื่อชินภัทรซึ่งนอนไม่หลับเพราะคิดมากเรื่องเธอตื่นมาเจอก็โมโหหึง กระชากปลั๊กไฟออก

    “ทำบ้าอะไรของคุณ!”

    “ผมติดเน็ตไว้ใช้งาน ไว้ทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ ไม่ได้ให้หาแฟนทางเน็ต”

    “ฉันไม่ได้หาแฟนทางเน็ต”

    “แล้วผู้ชายบนหน้าจอเป็นอะไรกับคุณ อย่าบอก นะว่าพี่ชาย ศันบอกผมคุณเป็นลูกคนเดียว”

    “ผู้ชายที่ฉันรอเขาออนไลน์...เขาเป็นแฟนฉัน!”

    ชินภัทรนิ่งเหมือนถูกน็อก ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าชนิกาจะมีคนรักแล้ว

    “แฟนฉันอยู่อเมริกา ฉันคิดถึงเขาเลยเฟซไทม์ไปหา”

    “คุณ...มีแฟนแล้ว”

    “ค่ะ...ฉันมีแฟนแล้ว คบกันมานานแล้วด้วย”

    “คุณไม่เคยบอกว่ามีแฟน”

    “ถึงคุณจะเป็นเจ้านายฉัน แต่นี่มันเรื่องส่วนตัว ฉันไม่จำเป็นต้องบอกคุณนี่คะ”

    ooooooo

    ความจริงที่ว่าชนิกามีแฟนแล้วเลวร้ายกว่าการที่เธอจะลาออกไม่รู้กี่เท่า แต่ชินภัทรก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยให้เธออยู่ตามลำพังและเฝ้ามองตามด้วยแววตาปวดร้าว

    พัธนินทร์ไม่ได้รับรู้ว่าแฟนสาวคิดถึงและเป็นห่วง มัวฝังใจว่าเธอโกรธเพราะไม่ให้ยืมเงินและกลุ้มเรื่องกิจการเลยไม่ยอมรับสายหรือโทร.หา และศันสนีย์ก็รู้ดีเลยฉวยจังหวะนี้เสนอเงินก้อนให้เขายืมเพื่อพยุงกิจการ

    “ศันรู้...พัธกำลังลำบาก คาร์แคร์ทำกำไรเมื่อไหร่ พัธค่อยใช้คืนศันค่ะ”

    “ที่พัธไปกินข้าวกับศันบ่อยๆเพราะเห็นศันเป็นเพื่อน ไม่ได้ทำดีเพื่อจะยืมเงิน”

    “ยืมเงินเพื่อน ผิดตรงไหนคะ”

    “ตั้งสามหมื่นเหรียญนะศัน เป็นเงินไทยก็ร่วมล้าน มันมากเกินไป”

    “นิยังลงหุ้นทำคาร์แคร์กับพัธตั้งห้าแสน”

    “นิเป็นแฟน มันไม่เหมือนกัน แล้วศันก็บอกเอง ศันเบิกมาเกือบหมดบัญชี พัธเอาเงินศันไม่ได้”

    “แต่ศันอยากช่วยพัธ”

    “เงิน...ทำลายมิตรภาพมาเยอะแล้วนะศัน”

    พัธนินทร์ไม่ยอมรับเงินเพราะเกรงใจ ศันสนีย์เลยต้องหอบเงินกลับด้วยความผิดหวัง ไม่ต่างจากชนิกาที่เริ่มใจไม่ดีเมื่อติดต่อแฟนหนุ่มไม่ได้เลย ชินภัทรที่เพิ่งอกหักแต่เห็นเธอทำหน้าเศร้าเลยอดถามไม่ได้

    “เมื่อคืน...คุณได้คุยกับแฟนไหม”

    “แฟนฉันเข้ามาอ่านข้อความในเฟซบุ๊กแต่ไม่ยอมตอบค่ะ ไม่รู้ทำไม”

    “ยุ่งอยู่ล่ะมั้ง คุณอย่าคิดมาก”

    “เขาเพิ่งเปิดคาร์แคร์ที่อเมริกา คงยุ่งมากจริงอย่าง ที่คุณว่า แต่แหม...แค่พิมพ์ตอบจะเสียเวลาสักกี่นาที”

    “แล้วทำไมแฟนคุณ เขาไม่ช่วยเรื่องพ่อคุณ”

    “พัธกำลังหาเงินส่งมาให้ค่ะ ถ้าพัธมีเงินช่วยแต่แรก ฉันก็ไม่ต้องลงมาทำงานที่สุราษฎร์กับคุณ”

    คำบอกเล่าของชนิกาทำให้ชินภัทรเข้าใจเหตุผลที่เธอมาทำงานกับเขามากขึ้น แต่กระนั้น...ความจริงที่เธอมีแฟนแล้วก็ทำให้เขาดูดายไม่ได้และตัดสินใจไปบอกปานธง แต่เมื่อเผชิญหน้ากันเขากลับเริ่มไม่ถูก

    “ธง...แกชวนชนิกาไปทำงาน ให้เงินเดือนเป็นแสน ชอบเขาใช่ไหม”

    “ถ้าแกคิดอย่างนั้น แกก็ต้องชอบเขาด้วยเพราะฉันให้เงินเดือนเท่ากับที่แกให้”

    “ฉันช่วยเขาเพราะญาติขอร้อง ไม่ได้ชอบเขาโว้ย ฉันอยากเตือนว่าตัดใจซะเถอะ อย่ายุ่งกับชนิกาเลย”

    “คุณนิเขาเป็นลูกจ้างแกนะชินภัทร ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ย แกไม่มีสิทธิ์ห้ามเขาคุยกับใคร”

    พูดจบก็เดินหนี ชินภัทรมองตามเครียดๆก่อนจะตะโกนไล่หลัง

    “ไอ้ธง...ที่ฉันมาเตือนเพราะฉันหวังดีนะโว้ย”

    แต่ปานธงก็ทำเป็นไม่ได้ยิน ชินภัทรเลยต้องตามไปย้ำ

    “ธง...ฉันไม่อยากให้แกเสียใจทีหลัง”

    “เสียใจงั้นเรอะ อะไรที่ฉันเสียใจที่สุดรู้ไหม...มีแกเป็นเพื่อนไงล่ะ ถ้ารู้ว่าเพราะแกจะทำให้ศิต้องจบชีวิตแบบนั้น ฉันจะไม่มีวันคบแกเป็นเพื่อนแต่แรก!”

    “เลิกพูดถึงผู้หญิงคนนั้นซะที เขาตายไปแล้ว”

    สรรพนามที่ดูห่างเหินเหมือนศิริกัญญาไม่ใช่เพื่อน ทำให้ปานธงโมโหผลักชินภัทรตกน้ำ

    “ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่ฉันรัก เขาเป็นว่าที่เจ้าสาวของฉัน! ชั่วชีวิตนี้...ฉันไม่มีวันลบชื่อศิริกัญญาไปจากใจ แล้วที่สำคัญฉันไม่มีวันลืมว่าแกทำอะไรไว้!”

    ooooooo

    ชินภัทรปีนขึ้นจากน้ำ หอบสภาพเปียกทั้งตัวกลับไปรถ แต่ก็ถูกปาไข่ใส่จนเลอะเทอะทั้งตัวอีกรอบ ด้วยฝีมือของศรีจันทร์ที่มาดักรอ แถมตะโกนด่าจนชาวบ้านแถวนั้นอดมุงไม่ได้

    “ไอ้ฆาตกร! ลูกสาวฉันไว้ใจแกแต่แกข่มขืนลูกฉัน แกทำให้ลูกฉันต้องฆ่าตัวตาย!”

    นายหัวหน้าเข้มขบกรามแน่น ไม่ยอมตอบโต้ แต่ก็เหมือนจะยิ่งทำให้ศรีจันทร์ยิ่งโมโห สาปแช่ง

    “คนอย่างแกต้องไม่ตายดี! กฎหมายเอาผิดแกไม่ได้ แต่เวรกรรมมันต้องตามทันแกแน่!”

    ปานธงได้ยินเสียงเอะอะก็วิ่งมาดูแล้วรีบแยกศรีจันทร์ออกมา เมื่อชินภัทรขับรถออกไปแล้วจึงพยายามปลอบให้อดีตว่าที่แม่ยายของเขาสงบสติอารมณ์ แต่ศรีจันทร์ก็หัวเสียไม่เลิก

    “ไอ้คนชั่วนี่มันไม่มีความละอายจริงๆ มันยังกล้าลอยหน้าอยู่ที่นี่”

    “ปล่อยมันไปเถอะครับ ให้เวรกรรมเล่นงานมัน น้าศรีจันทร์มาทำอะไรแถวนี้ครับ”

    “น้าไปจ่ายกับข้าว ซื้อขนมมาฝาก ไม่คิดว่าจะเจอชินภัทร เห็นทีไรก็แค้น คิดถึงศิ อยากฆ่ามันให้ตายตามไป”

    ปานธงพาศรีจันทร์ไปนั่งคุยที่อื่น โดยไม่รู้เลยว่าคำสาปแช่งของอีกฝ่ายตามหลอกหลอนชินภัทรจนถึงบ้าน แม้ว่าเขาจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว คำพูดเหล่านั้นก็สะเทือนใจเขาไม่เลิก ไม่รู้เมื่อไหร่เรื่องบ้าๆพวกนี้จะจบสักที...

    ชนิกาไปเที่ยวในตัวเมืองกับปาริฉัตรเลยไม่รู้เรื่องวุ่นวายของเจ้านายหนุ่ม มัวเพลิดเพลินกับบรรยากาศสวยงามรอบตัวจนถึงเวลาบ่าย เมื่อเจอหน้าปานธงก็ชวนคุยอย่างอารมณ์ดี

    “ขอบคุณคุณปานธงมากนะคะ ชวนนิไปทำงานด้วย ให้เงินเดือนตั้งเยอะ”

    “เงินเยอะ งานก็เยอะนะครับ”

    “ไม่เยอะเท่างานคุณชินภัทรหรอกค่ะ นั่นเหมาจ่าย ทำทุกอย่างตามสั่ง”

    “หมอนั่นมันขึ้นชื่อเรื่องโหดกับพนักงานอยู่แล้วครับ เมื่อกี้หมอนั่นก็มาหาเรื่องผมที่นี่”

    “เขาหาเรื่องอะไรคุณปานธงคะ ตอนนิบอกลาออก เขาก็เฉยๆ ไม่เห็นโกรธ”

    “ต่อมโกรธหมอนั่นอยู่ตื้นครับ สะกิดโดนเบาๆก็ควันออกหู ตอนยังเป็นเพื่อนกัน ผมก็หยวนๆยอมให้ หมอนั่น แต่ตอนนี้ชินภัทรแรงมา ผมก็แรงไปครับ”

    “บอกได้ไหมคะ คุณปานธงกับเขาเลิกคบกันเพราะอะไร”

    “เรื่องผู้หญิงครับ...”

    ปานธงเอ่ยแค่นั้นก็ผละไป ทิ้งชนิกาให้ยืนอึ้ง แต่เพียงไม่นานเธอก็ได้คำอธิบายจากปาริฉัตร

    “ตอนเด็กๆพี่ธงกับพี่ชินภัทรสนิทกันมาก ปาจำได้ ทุกปิดเทอมพี่ธงรอให้พี่ชินภัทรลงมาบ้านพ่อที่นี่ พี่ชินภัทรแสบตั้งแต่เด็ก พี่ธงเล่นด้วยแล้วสนุก พอเข้ามหาลัยพี่ธงขึ้นไปเรียนที่กรุงเทพฯ ไปนอนบ้านพี่ชินภัทรประจำ”

    “เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กแบบนี้ เรื่องที่แตกคอกันต้องเป็นเรื่องใหญ่มากนะคะ”

    “พอเรียนจบก็กลับบ้าน ช่วยพ่อทำสวนยาง พี่ศิย้ายจากหาดใหญ่และเป็นเพื่อนพี่ชินภัทรกับพี่ธงตั้งแต่เด็กค่ะ”

    “เกิดรักสามเส้าเหรอคะ”

    “พี่ธงชอบพี่ศิมาก จีบจนได้เป็นแฟน สามคนสนิทกันมาก พี่ธง พี่ศิ พี่ชินภัทร พวกเขาไปไหนด้วยกัน ตลอด พี่ธงกับพี่ศิคบกันได้สองปีกว่าก็จะแต่งงานกัน เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น พี่ศิยิงตัวตายในสวนยางพี่ชินภัทร”

    “ยิงตัวตาย! ทำไมคะ เกิดอะไรขึ้น”

    “พี่ศิ...ถูกพี่ชินภัทร...ข่มขืน!”

    ชนิกาถึงกับผงะ แม้รู้ดีว่าเจ้านายหนุ่มโมโหร้ายและปากไม่ดีแต่ก็ไม่คิดว่าจะทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้

    “เขาข่มขืนว่าที่เจ้าสาวเพื่อนตัวเอง”

    “ตามที่พี่ศิเขียนในจดหมายลาตาย พี่ศิท้องกับพี่ชินภัทรด้วย พี่ศิไม่กล้าบอกพี่ธงเลยยิงตัวตายในสวนยาง”

    “สงสารเธอจังนะคะ กำลังจะแต่งงานแท้ๆ”

    “อีกคนที่ตายทั้งเป็นคือพี่ธง ผ่านมาเกือบปีแล้ว พี่ธงยังรู้สึกผิดที่ปกป้องพี่ศิไม่ได้ กฎหมายก็เอาผิดพี่ชินภัทรไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานเรื่องข่มขืน และพี่ศิฆ่าตัวตายเอง”

    “ผู้หญิงคนหนึ่งตายเพราะความทุกข์ ผู้ชายคนหนึ่ง ก็คงเหมือนตายทั้งเป็น เขาเลวมากเลยนะคะ”

    ooooooo

    เรื่องราวความจริงจากปาริฉัตรทำให้ชนิกานึกรังเกียจชินภัทร ไม่อยากทำงานด้วยแล้ว แต่เพราะรับเงินล่วงหน้าเลยต้องยอมทน ปานธงเข้าใจดีแต่ไม่วายเตือนด้วยความเป็นห่วงตอนขับรถมาส่งในเวลาต่อมา

    “คุณนิอย่าวางใจหมอนั่นนะครับ”

    “นิไม่เคยเปิดโอกาสให้เขาค่ะ ไม่จำเป็นจริงๆนิก็ไม่อยู่ด้วยตามลำพังเด็ดขาด”

    “แต่เพื่อความสบายใจ รีบย้ายออกเถอะครับ อย่าเสี่ยงอยู่กับหมอนี่อีกเลย”

    “อยู่อีกไม่กี่วันเองค่ะ คุณปานธงไม่ต้องลงจากรถนะคะ เดี๋ยวโดนเขาหาเรื่อง...ไว้เจอกันค่ะ”

    “ระวังตัวให้ดีนะครับคุณนิ”

    ชินภัทรที่ได้ยินจากอนันต์ว่าชนิกาเที่ยวไปไหนต่อไหนกับปานธงและปาริฉัตรทั่วเมืองก็หมั่นไส้ ออกมาต้อนรับกลับบ้านหน้าเคร่ง ปานธงเป็นห่วงเลยลงจาก รถมาขู่

    “จำไว้นะว่าห้ามแกแตะต้องคุณนิ”

    “เขาเป็นรูปปั้นในพิพิธภัณฑ์รึไง แตะไม่ได้”

    “แกอย่ามากวนโมโห!”

    ชนิกาไม่อยากให้ปานธงมีเรื่องกับคนพาลเลยขอให้เขากลับ ปานธงยอมแบบเสียไม่ได้ ส่วนชินภัทรเห็นท่าทีมึนตึงของเธอก็นึกเคือง ตามไปกระชากแขนตอแย

    “มโนว่าผมจับคุณแก้ผ้ารึไง”

    “จิตใจต่ำ! คุณมันเป็นผู้ชายที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จักมา”

    “ผมเลวยังไง ไหนคุณบอกมาสิ”

    “เลวที่ข่มขืนว่าที่เจ้าสาวเพื่อนไง! น่าสงสารคุณปานธง คุณศิริกัญญา”

    ชื่อของศิริกัญญาทำให้ชินภัทรตาลุกวาว ตวาดลั่นไม่ให้พูดถึงเรื่องนี้

    “ทำไมคะ ทนฟังไม่ได้ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณรู้สึกผิดจนทนฟังชื่อศิริกัญญาไม่ได้”

    “บอกว่าอย่าพูด!”

    น้ำเสียงจริงจังของเขาไม่ได้ทำให้ชนิกากลัว ตอกย้ำเสียงกร้าว “คุณข่มขืนคุณศิริกัญญาเพราะผู้หญิงคนนั้นไม่เลือกคุณ ไปเลือกเพื่อนสนิทคุณ ผู้ชายก้าวร้าวไม่ยอมใครอย่างคุณ ยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้”

    “หยุดเดี๋ยวนี้!”

    เสียงเอะอะโวยวายของหนุ่มสาวทำให้วาดกับปาหนันวิ่งมาดู ทันได้ยินประโยคเด็ดของชนิกา

    “ฉันไม่แปลกใจเลยที่คุณศิริกัญญาเลือกคุณปาน–ธง ผู้ชายคนหนึ่งดีแต่ใช้กำลัง ขณะที่ผู้ชายอีกคนอ่อนโยนแสนดี คุณศิริกัญญาเธอเลือกผู้ชายถูกแล้ว”

    ชินภัทรทนฟังต่อไม่ไหวเดินหนี ทิ้งชนิกาให้มองตามด้วยความสะใจ ก่อนจะได้สะดุ้งเมื่อถูกวาดดุและถูกปาหนันเตือนให้เก็บปากเก็บคำ เพราะชินภัทรมีกฎเหล็กไม่ให้ใครในบ้านพูดถึงผู้หญิงชื่อศิริกัญญาเป็นอันขาด!

    ooooooo

    คำพูดต่อว่าและประจานของชนิกาทำให้ชินภัทรหัวเสียมาก นอนไม่หลับกระสับกระส่ายทั้งคืน และเมื่อได้เจอหน้ากันในเช้ามืดของวันต่อมาเลยเหวี่ยงใส่ จนชนิกาต้องยอมผิดกฎเหล็กของเขาอีกรอบ

    “ฉันทำอะไรก็ไม่ถูกใจคุณ เพราะฉันไม่น่ารักเหมือนคุณศิริกัญญาสินะคะ”

    ชินภัทรกัดฟันแน่น พยายามข่มอารมณ์อย่างมาก แต่ชนิกาก็ยั่วโมโหไม่หยุด

    “คุณปาเล่าว่าคุณศิริกัญญาเป็นคนอ่อนหวาน ช่างเอาใจ ใครอยู่ใกล้ก็รักคุณศิริกัญญา”

    “อย่าต้อนผมจนหลังชนฝานะชนิกา”

    “หลังชนฝาแล้วคุณจะทำอะไรฉันคะ รังแกฉันเหมือนที่ทำกับคุณศิริกัญญาเหรอคะ คุณไม่ทำหรอก คุณเกลียดฉัน ที่คุณทำเพราะคุณหลงรักคุณศิริกัญญา”

    แหวจบก็ผละหนี ทิ้งชินภัทรให้วิ่งวุ่นเรื่องงานเอกสารในสำนักงานตามลำพัง โดยมีอนันต์มาช่วย แต่ก็ไม่ได้เรื่องได้ราวนักเพราะหัวหน้าคนงานหนุ่มถนัดงานในสวนมากกว่า

    “ไม่ไหวหรอกครับ เราต้องมีคนช่วยในสำนักงาน ไปขอคุณชนิกาให้อยู่ต่อเถอะครับ ผมพูดให้ก็ได้”

    “พรุ่งนี้อนันต์เอาประกาศรับสมัครงานไปติดในเมือง”

    “ใครมาทำก็ไม่ทนครับ อยู่เดือนสองเดือนก็ลาออก คุณชินภัทร...เอ่อ...ลดๆดีกรีความโหดลงหน่อยสิครับ”

    “ฉันด่าเพราะกระตุ้นให้ตั้งใจทำงาน ทนไม่ได้ก็ลาออกไป”

    “คุณชนิกามีน้ำอดน้ำทนดีนะครับ น่าจะทำงานกับคุณชินภัทรได้นาน”

    “เลิกพูดถึงเขาเหอะอนันต์ ใจเขาไปแล้ว รั้งยังไงก็ไม่อยู่”

    “ก็ใช้ใจรั้งกลับมาสิครับ”

    “เขาเป็นลูกจ้างฉัน ไม่ใช่เจ้าของหัวใจ”

    แต่ถึงจะบอกลูกน้องไปแบบนั้น เมื่อชินภัทรเห็นว่าชนิกาแต่งตัวสวยไปเที่ยวกับปานธงก็อดไม่ได้จะแดกดัน โดยเฉพาะกับอดีตเพื่อนรักที่วันนี้แต่งหล่อเต็มที่ราวกับจะไปออกเดต

    “แต่งตัวขนาดนี้ ธุระที่แกว่าเนี่ยไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนหรือเต้นรำสโลว์ซบริมทะเลล่ะ”

    “ฉันจะพาคุณนิไปไหน แกก็ไม่เกี่ยว”

    “แกชอบชนิกาจริงๆใช่ไหมวะไอ้ธง”

    “ถ้าฉันตอบว่าใช่แล้วแกจะทำไม แกมีปัญหาอะไรเหรอ”

    “ธง...ชนิกาเขามีแฟนแล้ว”

    ooooooo

    ความจริงที่ถูกโยนใส่หน้าทำให้ปานธงถึงกับตัวชา ความหวังจะได้เริ่มต้นรักครั้งใหม่กับชนิกาต้องพังทลายในพริบตา แต่กระนั้นก็ไม่แสดงออกถึงอาการอกหัก นอกจากเซื่องซึมจนชนิกาแอบสงสัย

    ปาริฉัตรก็สังเกตเห็นอาการนั้น และเมื่อรู้เรื่องจากพี่ชายก็ไม่รอช้าจะถามเพื่อความแน่ใจ ชนิกาไม่ได้ คิดจะปิดบัง เล่าอย่างเปิดเผยว่าแฟนหนุ่มอยู่ที่อเมริกาแต่ไม่ได้คุยกันหลายวันแล้วเพราะติดต่อไม่ได้

    แต่ที่ชนิกาไม่รู้ คือพัธนินทร์ตั้งใจไม่รับสายเธอเพราะละอายแก่ใจ ไม่อยากเล่าเรื่องกิจการที่ล้มเหลว พลันก็คิดถึงใครอีกคนที่เป็นกำลังใจให้เขามาตลอด...

    ศันสนีย์นั่นเองคือคนคนนั้น หญิงสาวไม่ได้มาหาเขาอีกเลยหลังจากวันที่เขาปฏิเสธจะยืมเงินของเธอ แต่วันนี้เขาอยากมีเพื่อนสักคนเพื่อระบายความอึดอัดใจเลยตัดสินใจแวะไปหาเธอถึงอพาร์ตเมนต์

    “คิดว่าพัธไม่อยากเจอศันแล้วซะอีก”

    “เพื่อนดีๆ เจอแล้วต้องรักษาไว้ พัธขอโทษที่พูดกับศันแรงไป”

    “ศันผิดเองค่ะ เอาเงินไปให้พัธ ไม่ทันคิดว่าเป็นการดูถูกพัธ”

    “ลืมเรื่องนั้นไปเถอะ เราต่างคนต่างก็กลุ้ม มาแก้กลุ้มกันดีกว่า”

    พูดพลางชูขวดไวน์ที่ซื้อมา ศันสนีย์ดีใจมากรีบเชิญเขาไปนั่งในห้อง พัธนินทร์สบายใจขึ้นมากที่ได้เจอเพื่อนสาวคนสนิทและไม่รอช้าจะระบายเรื่องกิจการที่ขาดทุนย่อยยับ

    “ใจเย็นๆนะคะพัธ ทำธุรกิจบริการต้องใช้เวลากว่าลูกค้าจะรู้จัก กว่าจะเชื่อใจมาใช้บริการอีก”

    “นี่พัธไม่กล้าคุยกับนิเลย นิโทร.มาพัธก็ไม่กล้ารับ นิทิ้งข้อความไว้ในเฟซบุ๊ก ในไลน์ พัธก็ไม่กล้าตอบ พัธยังไม่มีเงินช่วยพ่อนิ ถ้าคุยกันตอนนี้นิก็ต้องหาว่าพัธไม่อยากช่วย”

    “ศันเห็นด้วยนะคะว่าช่วงนี้พัธไม่ควรติดต่อกับนิ ขืนคุยกันตอนนี้ รับรองว่าทะเลาะกันแน่ พัธก็เครียดเรื่องงาน นิก็เครียดเรื่องพ่อ อีกอย่างนิเป็นคนเอาแต่ใจ อะไรที่ไม่ได้ดั่งใจก็ไม่เคยยอมเข้าใจคนอื่น พัธก็รู้”

    “มีศันคนเดียว...ที่เข้าใจ เห็นใจพัธ”

    “ศันพร้อมจะอยู่เคียงข้างพัธ เป็นกำลังใจให้พัธเสมอค่ะ เพราะศันเป็นห่วงพัธ...ห่วงพัธมาตลอด”

    เอ่ยจบก็โผกอดและจูบเขา พัธนินทร์ที่เริ่มมึนเพราะดื่มไวน์ไปหลายแก้วเริ่มเคลิ้ม สายตาของศันสนีย์ที่มองมาไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคิดเช่นไรกับเขา แต่เขาล่ะ...คิดอย่างไรกับเธอ...

    ooooooo

    ปาริฉัตรสืบเรื่องแฟนหนุ่มของชนิกาและนำไปเล่าให้ปานธงฟัง ก่อนจะปลอบไม่ให้คิดมาก เพราะถึงชนิกาอาจเป็นคนที่เขาชอบ แต่มาในเวลาที่ผิดก็ไม่น่าจะใช่คนที่รอคอย

    ปานธงยังทำใจไม่ได้นัก แผลอกหักยังสดใหม่จนยากจะทำใจ ไม่ต่างจากอมีนาที่ต้องเห็นรจนาแม่แท้ๆ เอาของเก่าและเครื่องเพชรของสะสมมาขายเพื่อพยุงสถานะของครอบครัว

    “แหวนวงนั้นคุณพ่อซื้อให้วันครบรอบแต่งงานนี่คะ คุณแม่รักมาก”

    “แม่เข้าตาจนน่ะลูก ให้ไปขายร้านเพชร แม่ก็อาย ต้องให้คนรู้จักมาซื้อถึงบ้าน”

    “เราถึงกับต้องขายของเก่ากินแล้วหรือคะคุณแม่ นี่ทั้งบ้านมีเงินเหลือเท่าไหร่”

    “เหลือไม่เท่าไหร่แล้วลูก เรากำลังจะหมดตัวแล้วนะมีน!”

    อมีนาตกใจแต่ก็ไม่มาก เพราะคิดว่าแม่ยังมีของเก่าอีกเยอะ

    “แม่ทยอยขายไปตั้งแต่หลังพ่อเสีย ตอนนี้เหลือนิดเดียวแล้วลูก”

    “ขายอย่างอื่นได้ แต่ห้ามขายรถขายบ้านนะคะคุณแม่ มีนรับไม่ได้ถ้าคนอื่นรู้ว่ามีนจน...มีนอาย!”

    “แม่ก็ไม่ยอมเสียหน้าหรอกลูก”

    รจนาย้ำให้ลูกสาวคนเดียวจับชินภัทรเป็นสามีให้ได้ จะได้ไม่ต้องขายของเก่าให้อายอีก

    “แม่ไม่ต้องห่วง มีนจะฉกพี่ชินภัทรให้ได้ ทั้งหล่อรวยเก่ง ครบเครื่องขนาดนี้ มีนไม่ปล่อยให้หลุดมือหรอกค่ะ”

    แต่การจะเข้าถึงตัวชินภัทรไม่ใช่เรื่องง่าย อมีนาพยายามหลายวิธีแล้ว แต่ความสวยและสาวของเธอก็ใช้กับเขาไม่ได้ผลเหมือนกับคนอื่นๆ รจนาเลยต้องช่วยด้วยการปั่นหัวอาภาในวันต่อมา

    “เธออยากจับคู่ลูกเราจริงๆเหรออาภา”

    “เรื่องแบบนี้ใครเขาพูดเล่นกันจ๊ะ ฉันกับเธอเป็น เพื่อนกันมานาน ถ้าได้เป็นครอบครัวเดียวกัน ฉันจะดีใจมาก”

    “แหม...แต่ผู้ชายที่จีบลูกสาวฉันอยู่ เทียวไปบ้านจนหัวบันไดไม่แห้ง ฉันล่ะกลัวลูกใจอ่อน”

    “เธอก็บอกหนูมีนสิ เลือกคนผิดคิดจนตัวตาย ลูกชายฉันน่ะ ไม่เจ้าชู้ นิสัยเหมือนพ่อเขา รักครอบครัว”

    “แต่ฉันก็ไม่กล้าวางใจนะอาภาว่าลูกจะเชื่อฉัน ผู้หญิงเรียบร้อยแบบลูกสาวฉันมักหลงคารมผู้ชายเจ้าชู้ เราเป็นแม่ก็ได้แต่เตือนลูก ส่วนเขาจะรักใคร อันนั้นคงไปห้ามเขาไม่ได้”

    อาภาตามเล่ห์กลของสองแม่ลูกไม่ทัน ตกปากรับคำจะเร่งรัดลูกชายคนเดียวให้ อมีนาย่ามใจมากและพยายามโทร.จีบชินภัทรอีกหลายครั้งแต่เขาก็สงวนท่าทีไม่ยอมสานสัมพันธ์ด้วย

    แต่กระนั้น...สองแม่ลูกก็ไม่ท้อใจ รจนาเสนอให้อมีนาต่อยอดแผนร้ายของเธอ

    “มีนแต่งเรื่องต่อจากแม่ว่ามีนสนใจผู้ชายที่มาจีบ อาจจะลองคบเป็นแฟน ดูสิอาภาจะวิ่งแจ้นไปลากชินภัทรขึ้นกรุงเทพฯมาหามีนหรือไม่...”

    ooooooo

    เพราะไวน์ขวดนั้นแท้ๆทำให้พัธนินทร์ขาดสติเผลอมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับศันสนีย์ และผลจากความผิดพลาดครั้งนี้ก็ทำให้ศันสนีย์สะใจมาก ไม่รอช้าจะใช้มือถือเขาส่งภาพเขานอนเปลือยท่อนบนส่งไลน์ให้ชนิกาพร้อมข้อความ

    “ฉันเอามือถือแฟนคุณส่งรูปมาให้ เมื่อคืนเรามีความสุขกันมาก เลิกติดต่อพัธได้แล้ว พัธเป็นของฉัน!”

    ชนิกาเบิกตาโพลง พูดอะไรไม่ออกไปอึดใจ ก่อนจะตั้งสติได้ต่อสายทางอินเตอร์เน็ตไปหาศันสนีย์

    “มันจริงใช่ไหม ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เขาส่งรูปมาให้นิ...เขามีอะไรกับพัธ ศันรู้เรื่องนี้รึเปล่า”

    ศันสนีย์แสยะยิ้มร้าย ก่อนจะแกล้งทำเสียงตกใจ “นิใจเย็นๆนะ ศันไม่ได้คิดจะปิดบังนิ แต่ศันเห็นว่าบ้านนิกำลังมีปัญหา ศันเลยไม่โทร.ไปเล่าให้ฟัง พัธเขา...มีคนอื่นตั้งแต่นิกลับเมืองไทย”

    “แต่นิเพิ่งกลับมาแค่เดือนกว่าเอง พัธไม่น่ามีคนใหม่เร็วขนาดนี้”

    “ผู้ชายก็แบบนี้แหละนิ อยู่ใกล้ใครก็หวั่นไหว เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนพัธที่ยู”

    “ชื่ออะไร นิรู้จักเพื่อนพัธทุกคน”

    น้ำเสียงร้อนรนของชนิกาทำให้ศันสนีย์สาแก่ใจมาก แต่ยังแกล้งทำเป็นเห็นใจ “คือ...เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกทีน่ะ ศันไปสืบมา ผู้หญิงแอบรักพัธมานานแล้ว พอนิกลับเมืองไทยก็เข้ามาเสียบ เข้าสูตรเดิม...รักแท้แพ้ระยะทาง”

    “นี่ถ้าไม่เห็นรูป นิไม่เชื่อเด็ดขาด คบพัธมาสามปี พัธไม่เคยนอกใจนิสักครั้งเดียว”

    “ยอมรับความจริงเถอะนิ พัธเป็นของคนอื่นไปแล้ว!”

    ชนิการ้องไห้คร่ำครวญ ศันสนีย์แสร้งทำตัวเป็นเพื่อนแสนดี รับฟังด้วยความเข้าอกเข้าใจและวางสายในเวลาต่อมา สีหน้าไม่ได้มีความรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อยที่แย่งแฟนของเพื่อนสนิทมาเป็นของตัว

    ชินภัทรโผล่มาทันได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของชนิกา สงสารแต่ก็อดไม่ได้จะค่อนแคะตามประสาคนปากเสีย

    “ผู้หญิงนี่นะ แค่แฟนไม่รับโทรศัพท์ก็ทึกทักว่าแฟนทิ้ง เป็นน้ำหูน้ำตาเชียว”

    “ฉันไม่ได้ทึกทัก พัธมีคนอื่น ผู้หญิงคนนั้นส่งรูปตอนนอนกับเขามาให้ดู ฉันคิดไม่ถึงเลยนะคะว่าพัธจะทำกับฉันแบบนี้ได้ เราเคยวางอนาคตไว้ด้วยกัน เราเคยสัญญาว่าจะดูแลกันและกันไปตลอดชีวิต”

    อาการเศร้าซึมของเธอทำให้ชินภัทรใจอ่อน ยอมตามใจตัวเองด้วยการเอาอกเอาใจเธอเพราะอยากให้เธอคลายความเสียใจ ชนิการู้สึกดีและมองเจ้านายหนุ่มในแง่ดีขึ้น ก่อนจะต้องอึ้งเมื่อจู่ๆเขาก็ยกเลิกคำสั่งไม่ให้เธอทำงานบ้านและขอให้อยู่ทำงานในสำนักงานด้วยกัน

    “ไอ้ธงให้เงินเดือนเท่าไหร่ ผมให้เพิ่มอีกหนึ่งหมื่น”

    “ฉันมีค่ามากขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

    “ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน คุณทำงานดี นายจ้างคนไหนก็อยากได้ตัวไว้”

    “แต่คุณปานธงเตรียมตำแหน่งไว้ให้ฉันแล้ว ฉันจ่ายค่ามัดจำอพาร์ตเมนต์ไปแล้วด้วย ตั้งหลายพัน”

    “ผมชดเชยค่าเสียหายให้ ว่าไง...จะทำงานกับผมต่อไหม หมื่นหนึ่งไม่น้อยนะคุณ”

    ooooooo

    ข้อเสนอของชินภัทรทำให้ชนิกาต้องคิดหนัก เงินเดือนที่มากขึ้นหมายถึงค่ารักษาพยาบาลพ่อที่มากขึ้นด้วย และเพื่อให้การตัดสินใจง่ายขึ้น อดีตคุณ หนูขาปาร์ตี้เลยไปคุยกับปานธงเรื่องหน้าที่ของเธอ

    แต่ไม่ทันเจอปานธง ชนิกาก็ถอยกลับแทบไม่ทันเพราะดันไปได้ยินเหล่าพนักงานในบริษัทเขาพูดถึง

    เธอด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจว่าเธอได้เงินสูงมากกว่าของทุกคนรวมกัน

    ชนิกาได้คำตอบแล้วว่าจะทำงานกับชินภัทรต่อเพราะถึงจะน่ากลัวแค่ไหน แต่ก็คงดีกว่าถูกตราหน้าจากเพื่อนร่วมงานตั้งแต่ยังไม่เจอหน้าว่าเป็นเด็กเส้น!

    แต่ถึงจะตัดสินใจแล้ว ชนิกาก็อดเซ็งไม่ได้ เพราะนอกจากต้องทนทำงานกับผู้ชายโรคจิตอย่างชินภัทรแล้ว คุณหนูตกยากอย่างเธอยังอกหัก ถูกแฟนหนุ่มนอกใจแบบไม่ทันตั้งตัวอีก

    และเพื่อเป็นการผ่อนคลาย ชนิกาเลยไปดูหนังและเดินเล่นคนเดียว ชินภัทรกับปานธงไม่รู้เรื่อง ตามหากันให้วุ่นจนหวิดจะมีเรื่องกัน โชคดีที่ชินภัทรตัดสินใจโทร.หาวาดเลยได้รู้ว่าชนิกากลับถึงบ้านแล้ว

    ปานธงหายห่วงแต่ก็อยากเจอหน้าชนิกาให้อุ่นใจเลยตามไปหาถึงบ้านชินภัทร อดีตคุณหนูขาปาร์ตี้

    ขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง ก่อนจะแจ้งข่าวร้ายต่อปานธงว่าเธอเปลี่ยนใจไม่ไปทำงานด้วยแล้ว เมื่อปาริฉัตรทราบเรื่องก็แปลกใจมาก มั่นใจว่าชนิกาต้องมีเหตุผลอย่างอื่นและเธอก็ต้องรู้ให้ได้

    การกลับมาทำงานของชนิกาทำให้บรรยากาศอึมครึมในสำนักงานตลอดหลายวันดูสดใสขึ้นจนทุกคนสัมผัสได้ โดยเฉพาะชินภัทรยิ้มง่ายมากกว่าทุกวันเพราะจะได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชนิกาอีกครั้ง

    ooooooo

    ชนิกามีพัฒนาการดี พิมพ์งานคล่อง เรียนรู้เนื้องานอื่นได้ดีและสามารถร่างสัญญาว่าจ้างตัวเองได้แล้ว ชินภัทรปลื้มมากแต่ก็ไม่วายระแวง กลัวเธอเปลี่ยนใจไปหาปานธงอีก

    “ถ้าธงสู้เงินเดือนให้คุณมากกว่าที่ผมให้ คุณจะไปไหม”

    ชนิกาไม่ตอบ ตัดบทขอตัวไปดูงานอื่นแต่ชินภัทรก็ตามไปคาดคั้น

    “ผมถามคุณว่า...ถ้าธงมันเสนอขึ้นเงินค่าจ้างให้อีก คุณจะไปอยู่กับมันไหม”

    “ฉันไม่ใช่สินค้านะคะ จะได้ใช้เงินซื้อ”

    “อ้าว...ก็เห็นอยากได้เงินเยอะๆ แต่ผมบอกไว้เลยนะ ผมสู้ไม่ถอย ไอ้ธงให้เท่าไหร่ ผมให้มากกว่า ถ้ามันเสนอเงินมาอีก คุณก็มาบอกผมนะ”

    ชนิกาปรี๊ดแตกกับคำพูดแบบไม่คิดของเขามาก ตอกเสียงเข้ม

    “ใช้เงินซื้อผู้หญิงมากี่คนแล้วคะ กับคุณศิริกัญญา คุณซื้อด้วยเงินไม่ได้เลยใช้กำลังรังแกเธอสินะคะ”

    “อย่าพูดชื่อนี้!”

    “คุณก็อย่าดูถูกฉันสิ ฉันก็เหมือนคุณศิริกัญญา จำไว้นะคะ ฉันซื้อไม่ได้ด้วยเงิน!”

    “บอกว่าอย่าพูด!”

    “ผู้หญิงแบบฉันกับคุณศิริกัญญา ต้องใช้ใจซื้ออย่างเดียวค่ะ”

    “จะหยุดไหม!”

    “หยุดพูดถึงคุณศิริกัญญาน่ะเหรอคะ”

    ชินภัทรหมดความอดทน ดึงตัวมาจูบ ชนิกาเกือบเคลิ้มแต่เมื่อรู้สึกตัวก็ผลักเขาออกแล้ววิ่งหนี

    แต่ก็เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเพราะรอยลิปสติกติดบนปากชินภัทร อนันต์ตาดีเลยแซวขำๆแต่กลับ

    ทำให้ชนิกาอายจัด เดินหนีแทบไม่ทัน ทิ้งให้ทุกคนมองตามยิ้มๆ โดยเฉพาะนายหัวหน้าเข้ม ปลื้มมากๆที่ได้จูบเธอ

    อาภายังไม่รู้ว่าชนิกาเปลี่ยนใจไม่ลาออก เดินหน้ายุลูกชายเต็มที่ให้ทำความรู้จักกับอมีนา แต่ชินภัทรก็บอกปัดทุกครั้งจนอมีนาเริ่มเอะใจ...หรือว่าเขาจะมีใครอยู่ที่สุราษฎร์

    ชนิกาไม่ได้สนใจชินภัทรมากนัก ยังเคืองที่เขาจูบเธอเมื่อวันก่อน แต่กระนั้นก็อดสับสนไม่ได้ เพราะเธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจเขามากเท่าที่คิด เลยตัดสินใจออกไปคุยกับปาริฉัตรตามประสาผู้หญิงๆ

    กว่าปาริฉัตรจะมาส่งชนิกาที่บ้านก็หลายชั่วโมงต่อมา ชินภัทรมารับหน้าและอดไม่ได้จะแขวะ

    “ไอ้ธงมันเจ้าเล่ห์ รู้ว่าผมเอ็นดูน้องสาวมันเลยให้น้องออกหน้ารับส่งสาวให้”

    “อย่าเอาบรรทัดฐานตัวเองตัดสินคนอื่นเลยค่ะ คุณปานธงไปวางปะการังเทียม เขาไปทำประโยชน์ให้ส่วนรวม”

    “เป็นคนดีของสังคม...ว่างั้นเถอะ”

    “ใช่ค่ะ...ไม่เป็นคนเลวแบบบางคน”

    “คุณด่าใคร!”

    ชนิกาไม่ตอบแต่สะบัดหน้าหนี แต่ก็ถูกชินภัทรตามไปรั้งตัวและบังคับให้ขอโทษ

    “ฉันพูดอะไรผิดเหรอคะ แค่ฉันพูดว่าคนบางคน...เลว จะร้อนตัวทำไมคะ”

    “ในสายตาคุณ ผมมีดีมั่งไหม”

    “โอเคๆ ไม่ชอบคำว่าเลว งั้นฉันมีออปชันให้เลือก ไม่เอาเลว งั้นก็...น่ารังเกียจ น่าขยะแขยง ชั่ว!”

    ท่าทางลอยหน้าลอยตาของเธอทำให้ชินภัทรฟิวส์ขาด ดึงตัวเธอมาจูบอีกครั้ง...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.1 มุทิตา ช็อก อานนท์ ที่เธอช่วยไว้เป็นผีไม่ใช่คน
    19 ต.ค. 2564

    13:08 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 15:47 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์