ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คมพยาบาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เช้าวันรุ่งขึ้น น้อยไปชะโงกดูที่ห้องเย็นไม่เห็นฝ้าย ร้องเรียกก็ไม่มีเสียงขานรับ ถูกเย็นเหน็บว่าตื่นมาก็เรียกหาฝ้ายเลย

“คิดถึงน่ะค่ะ เมื่อคืนว่าจะเข้าไปเอาฝ้ายกับน้าเย็น แต่เกรงใจ กลัวน้าเย็นจะตื่น”

เย็นบอกว่าฝ้ายไม่ได้มานอนกับตน น้อยกังวลขึ้นทันที เย็นว่าคงไปเที่ยวเล่นที่ไหนกระมัง แมวไม่ใช่หมาชอบเที่ยวเล่นไปทั่ว

“แต่ฝ้ายไม่เคยหายไปไหนนานขนาดนี้นะคะ น้าเย็น น้อยสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้ กลัวว่าฝ้ายจะเป็นอะไร”

เย็นประชดว่ามันจะไปไหน ดีไม่ดีอาจจะไปเดินเล่นอยู่แถวบ้านเก่าก็ได้ น้อยจึงรีบไปที่บ้านอุทัย วณีบอกว่าฝ้ายไม่ได้มาที่นี่ น้อยยิ่งซีด ในขณะที่เปียยิ้มกริ่ม คุยว่ามันอาจจะไปเดินเล่นที่ไหนสักแห่งก็ได้เพราะ “บ้านเปียออกกว้างขวาง”

“งั้นน้อยไปตามหาเปียในสวนก่อนนะคะ” น้อยบอกวณีแล้วรีบออกไป วณีบอกให้เปียไปช่วยหา

“ไม่ได้หรอกค่ะคุณแม่ น้อยมาส่งเสียงเอะอะโวยวายตามหาฝ้ายแต่เช้า จนเปียต้องตื่น เดี๋ยวเปียต้องกลับไปนอนต่อให้ครบ 12 ชั่วโมง ไม่งั้นเดี๋ยวเปียไม่สวย”

นมแสมองเปียอย่างหมั่นไส้ บอกวณีว่าเดี๋ยวตนไปช่วยน้อยหาเอง แต่พอเปียเห็นเลอสรรเดินมาบอกน้อยว่าเดี๋ยวตนจะช่วยหาอีกคน เปียก็แด๊ะแด๋ขึ้นมาทันทีว่า

“เปียไปด้วยอีกคนดีกว่านะคะ” พอถูกวณีกับนมแสดักคอก็แก้เกี้ยวว่า “เดินตามหาฝ้ายออกกำลังกายดีกว่าค่ะ ไปค่ะพี่เลอสรร” พูดแล้วคล้องแขนเขาหมับ เลอสรรแกะมือเปียออก หันไปชวนน้อยไปกันเถอะแล้วเดินนำออกไปเลย

“พี่เลอ...รอเปียด้วยค่ะ” เปียวิ่งแด๊ะๆๆ ตามไป

ooooooo

ทุกคนเดินไปในสวน ร้องเรียกฝ้ายไปตามทาง ยกเว้นเปียวุ่นวายอยู่แต่จะเกาะเลอสรรแจ

นมแสเปรยๆ ว่าฝ้ายไม่เคยออกมาเที่ยวเล่นไกลขนาดนี้ น้อยสีหน้าไม่ดีบ่นว่าน่าตีนัก เปียแสยะพูดว่า

“จะไปตีฝ้ายทำไม ฝ้ายเป็นแมว ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก ป่านนี้ฝ้ายอาจจะไป ‘ที่ชอบๆ’ แล้วก็ได้ นะคะพี่เลอ” เปียฉอเลาะจนเลอสรรทนไม่ได้แกะมือที่เกาะแขนออก บอกเปียว่าอย่าพูดเป็นลางไม่ดี น้อยยิ่งใจไม่ดีอยู่

“ลางอะไรคะ เปียเป็นคนพูดตรง พูดตรงๆ ‘ที่ชอบ’ ของฝ้ายก็อาจจะเป็นต้นไม้ ดอกไม้ ทุ่งหญ้า หรือน้อยคิดว่าฝ้ายจะ ‘ตาย’ จ๊ะ” เปียตะแบงไปเรื่อย

เลอสรรบอกเปียให้ไปพักผ่อนดีกว่า พวกตนจะตามหาฝ้ายเอง แล้วบอกน้อยให้แยกกันตามหา น้อยแยกไปอีกทาง เปียรีบประกบพยายามดึงน้อยไม่ให้ไปทางที่ตนโยนร่างฝ้ายไปในพงหญ้า น้อยร้องเรียกฝ้ายก็ถูกเปียบ่นว่ารำคาญ เสนออย่างหมั่นไส้ว่าถ้าห่วงมากก็ไปแจ้งความตำรวจให้มาช่วยตามหาดีไหม

เปียทั้งกลัวทั้งหมั่นไส้ เลยจับมือน้อยบีบอย่างแรงจนน้อยเจ็บบอกให้ปล่อย เปียหาว่าน้อยเรียกร้องความสนใจจากเลอสรร พอน้อยบอกว่าตนเปล่า เปียปรามว่า

“ดี! เพราะพี่เลอสรรเป็นของฉัน ห้ามแกยุ่งกับพี่เลอสรรเป็นอันขาด ไม่งั้นแกตาย! ตายเหมือนกับ...” เปียหยุดกึกบีบคางน้อยถลึงตาใส่อย่างร้ายกาจ

นมแสเดินหาไปในสวนลึก ในสายตาเห็นเชือกสีแดงแว้บๆในกองหญ้า นึกสงสัยว่าเคยเห็นเชือกนี้ที่ไหนแล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เดินเข้าไปดู นมแสผงะร้องลั่น “ฝ้าย! ฝ้าย!!” น้อยได้ยินผลักเปียออกวิ่งไปตามเสียงนมแส

“หยุดนะนังน้อย หยุด!” เปียตะโกนรีบวิ่งตามน้อยไปหน้าซีดเผือด

น้อยวิ่งจะเข้าไปดูฝ้าย ถูกเลอสรรพยายามกันไว้ไม่อยากให้น้อยเห็นภาพสยดสยองนั้น เลอสรรกอดน้อยไว้ เอามือกดหน้าน้อยไว้แนบอก

“พี่เลอสรร! นังน้อย!!” เปียเห็นภาพนั้นเต็มตาแค้นพุ่งทันที

น้อยดิ้นผลักเลอสรรออกวิ่งเข้าไปเห็นภาพฝ้ายถูกเชือกแดงรัดคอตัดกับขนสีขาวปุย น้อยร้องไห้โฮๆ แทบเป็นบ้า ร้องเรียกฝ้าย...ฝ้าย ไม่ขาดปาก

เปียกลัวความลับแตกรีบเลี่ยงกลับไปที่ห้อง ปิดประตูยืนตัวสั่น ส่งเสียงเหมือนคนเป็นโรคจิต...

“เราไม่ได้ทำ...เราไม่ได้ทำ...จำไว้นะเปีย แกไม่ได้ทำ นังฝ้ายมันเดินเข้าไปให้เชือกรัดคอมันตายเอง...”

ooooooo

น้อยกลับถึงบ้านก็ยังร้องไห้คร่ำครวญถึงฝ้าย ในขณะที่เลอสรรกำลังขุดหลุมฝังฝ้ายอยู่ใกล้บ้าน

เย็นปลอบน้อย ให้ถือเสียว่าฝ้ายไปดีแล้ว

“ฝ้ายถูกรัดคอตายอย่างนั้น จะไปดีได้ยังไงน้าเย็น ก่อนตาย ฝ้ายคงเจ็บปวดทุกข์ทรมานมาก เป็นเพราะน้อย...เพราะน้อย...” เย็นถามว่าโทษตัวเองทำไม “ก็ถ้าน้อยไม่ขอฝ้ายมาเลี้ยง ฝ้ายก็คงไม่ต้องตายแบบนี้”

ทั้งเย็นและเลอสรรต่างสงสัยว่าใครที่ใจคอโหดเหี้ยมฆ่าฝ้ายได้ลงคอ เย็นฉุกคิดถึงเชือกสีแดงที่รัดคอฝ้ายขึ้นมา

นมแสเองก็เอาเชือกเส้นนั้นไปให้วณีดู วณีพึมพำขณะหยิบเชือกดู...

“ใครกันนะฆ่าฝ้าย ทำไมถึงได้จิตใจโหดเหี้ยมขนาดนั้น”

“ดิฉันก็ว่าคนทำต้องเป็นพวกโรคจิตวิปริต ดิฉันคุ้นๆเชือกถักเส้นนี้ยังไงไม่รู้ เหมือนเคยเห็นที่ไหน แต่ดิฉันจำไม่ได้” แต่พอเย็นเดินขึ้นบ้านเห็นกองเชือกที่ถักค้างอยู่ก็นึกออกทันทีว่าเคยเอาเชือกนี้ไปรัดคอเปีย เย็นอึ้งพึมพำกังวล

 “อย่าบอกนะว่าเป็นยัยเปีย...”

ไวเท่าความคิด เย็นลิ่วไปที่บ้านอุทัย เจอเปียกำลังเดินร้องเพลงสบายอกสบายใจลงมา เลอสรรมองเย็นกับเปียไปมาอย่างสงสัยว่ามีอะไรกัน เปียถามเย็นว่ามาหาตนทำไม

“แมวตัวโปรดของยัยน้อยถูก ‘ฆ่ารัดคอตาย’  ตอนนี้ยัยน้อยยังร้องไห้เสียใจหนัก คุณหนูเปียจะไม่ไปปลอบใจบ้างหรือคะ” เย็นพูดหวานแต่ตาจ้องจิกจนเปียกลัว หาทางเลี่ยงว่าเวลาอย่างนี้ปล่อยน้อยให้อยู่เงียบๆ คนเดียวดีกว่า

“อ้าว...น้องเปียรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าฝ้ายตายแล้ว” เลอสรรดักคอ

“ก็...น้าเย็นบอกตะกี๊นี้ไงคะ” เปียกลบเกลื่อน บอกว่า “ก็ได้ค่ะ ถ้าน้าเย็นอยากให้เปียไปปลอบใจน้อย เปียก็จะไป ไปค่ะน้าเย็น ไปดูใจน้อยกัน” ว่าแล้วทำทีลากแขนเย็นไป

“ไม่ต้อง ‘ดูใจ’ น้อยมันหรอกค่ะ น้อยไม่ได้ใกล้ตาย ‘ดูใจ’ คุณหนูเปียดีกว่า ว่าจะ ‘ปลอบ’ น้อยยังไง”

เปียกับเย็นจ้องหน้าวัดใจกัน เลอสรรมองทั้งสองอย่างสังเกต สงสัย

ooooooo

พอออกจากบ้านพ้นสายตาเลอสรร เย็นจับคอเปียลากถูลู่ถูกังไป นมแสตกใจ วณีมาเห็นนมแสถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ นมแสอึกอัก ถูกวณีถามเสียงเข้มจึงบอกว่า

“ตะกี๊ดิฉันเห็นเย็นลากคอคุณหนูเปียออกไป ไม่รู้มีเรื่องอะไรกันค่ะ”

วณียกมือถือขึ้นกดดูกล้องวงจรปิด เห็นภาพเปียนัวเนียเลอสรรก็ไม่ชอบใจ กดต่อไปเห็นเย็นเดินอ้าวมา

“มีเรื่องอะไรกัน??” วณีพึมพำ รีบไปเคาะประตูห้องเลอสรร ถามว่า “เย็นมาทำไม” เลอสรรอึกอัก วณีบอกว่ามีอะไรให้บอกมา ตนเห็นหมดแล้วจากกล้องวงจรปิด

“น้อย...น้อยเสียใจเรื่องฝ้ายมาก น้าเย็นเลยมาตามน้องเปียไปปลอบใจน้อยครับ” วณีถามว่าแค่นั้นเองหรือ “ครับ...คุณน้ามีอะไร?”

“น้าสงสัย ท่าทางของเย็นเหมือนมีอะไรมากกว่านั้นน่ะสิ”

เปียถูกเย็นลากคอไปที่บ้าน ผลักหัวคะมำไปที่กองเชือกถักที่เย็นทำค้างไว้ “แกดูเชือกตรงหน้าแกซินังเปีย มันคุ้นตาแกบ้างไหม” เปียบอกว่าไม่คุ้นแต่จำได้ว่าเป็นเชือกแบบเดียวกับที่เย็นเคยใช้รัดคอตน “แกก็เลยเอาไปรัดคอนังฝ้าย ฉันถามแกหน่อย นังคนใจดำ ยัยน้อยมันไปทำอะไรให้แก แกถึงต้องฆ่านังฝ้าย หา!”

“อย่ามาใส่ร้ายเปียนะ ถามทีเถอะ น้าเย็นเห็นตอนเปียรัดคอนังฝ้ายเหรอ ถึงได้มาปรักปรำเปียแบบนี้” เย็นตะคอกว่าถึงไม่เห็นก็รู้ ในบ้านนี้จะมีใครสันดานชั่วอย่างนี้ “ก็น้าเย็นไง เปียเป็นหลานน้าเย็น สันดานเปียก็ชั่วเหมือนน้าเย็นนั่นแหละ”

เย็นกระชากเปียเข้าไปอีก เปียไม่เพียงปากแข็ง ยังขู่เย็นอย่างผยองว่า

“อย่ามาใส่ร้ายเปีย ไม่อย่างนั้น จะหาว่าเปียไม่เตือน” เลยถูกเย็นจิกผมจะโขกหัวกับพื้นถามว่ากล้าขู่กันหรือ “เปียไม่ได้ขู่ แต่เปียกำลังให้สติน้าเย็น น้าเย็นไม่ได้เห็นกับตาแล้วมาใส่ร้ายเปียอย่างนี้ เขาเรียกว่า ‘พาล’ แล้วคนพาลน่ะ ก็สมควรไปอยู่ที่อื่น ไม่ใช่ที่นี่” ด่าแล้วผลักเย็นอย่างแรงจนล้มหงายแล้ววิ่งหนีไป

“นังเปีย!! ถึงฉันไม่เห็นกับตา ฉันก็รู้ว่าแกเป็นคนฆ่านังฝ้าย นังใจดำ! นังสารเลว!!” เย็นตะโกนด่าอย่างคลั่งแค้น

“คิดเหรอว่าคนอย่างนังเปียจะกลัวน้าเย็น มีแต่จะเอาคืนเป็นร้อยเท่าพันเท่าล่ะไม่ว่า” เปียฮึดฮัดเดินเหวี่ยงลงมา เห็นน้อยกำลังเอากลีบดอกไม้โรยที่หลุมฝังฝ้าย ก็เข้าไปแสดงความเสียใจด้วยจนน้อยร้องไห้โฮออกมาอีก

“เปียเสียใจด้วยจริงๆ ไม่เข้าใจเลย ทำไมน้าเย็นถึงต้องฆ่าฝ้ายตายแบบนี้” เปียใส่ไฟเย็น น้อยผงะถามว่าอะไรนะ เปียจุ๊ปากให้น้อยเบาๆ ขู่ว่า “ถ้าน้าเย็นได้ยิน ตายคู่แน่ๆ มานี่!” เปียลากน้อยออกไป

น้อยถามว่าทำไมเปียถึงบอกว่าน้าเย็นฆ่าฝ้าย เปียอ้างเชือกสีแดงที่ผูกคอฝ้ายว่าเป็นเชือกถักของเย็น ทำให้น้อยถึงกับหน้าซีดเผือด เปียยิ้มสะใจ พูดก่อนเดินไปว่า

“เปียว่า น้าเย็นต้องโกรธต้องแค้นคุณแม่ของเปียแน่ๆเลย พอน้อยเอาฝ้ายไปเลี้ยง น้าเย็นเลยถือโอกาสฆ่าฝ้าย แก้แค้นคุณแม่ไงล่ะ”

น้อยไม่เชื่อ ก็ถูกเปียสมเพชว่าไร้เดียงสาจริงๆ เป่าหูน้อยว่า “ไม่เคยได้ยินรึไง ความแค้นของผู้หญิงน่ากลัวมาก คิดดูสิ ขนาดทำผิดศีลธรรมขโมยเปียไปจากคุณพ่อคุณแม่ พรากลูกพรากแม่ น้าเย็นยังทำได้ นับประสาอะไรกับฆ่าแมวตัวนึง”

พอเห็นน้อยเริ่มคล้อยตามก็ยุต่อ “เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากให้น้าเย็นเดือดร้อน น้อยต้องลืมเรื่องนี้ไปเลยนะ อย่าพูดถึงฝ้ายอีก เพราะถ้าเรื่องฝ้ายถูกขุดคุ้ยขึ้นมา คุณพ่อกับคุณแม่เอาเรื่องน้าเย็นตายแน่” พูดแล้วเปียยิ้มสะใจก่อนเดินไป

เมื่อน้อยกลับขึ้นบ้านจึงไม่กล้าสบตาเย็นจนเย็นถามว่าเป็นอะไร คิดว่าน้อยยังเสียใจเรื่องฝ้ายก็บอกให้หักอกหักใจเสียถือว่าฝ้ายไปดีแล้ว และถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากให้น้อยพูดถึงฝ้ายอีก ทำให้น้อยนึกถึงคำพูดของเปียเมื่อครู่ว่าเหมือนกัน แต่ไม่พูดอะไรก้มหน้าเดินร้องไห้เข้าห้อง เย็นมองตามนึกในใจว่า

“เพราะถ้าแกยังอาลัยอาวรณ์ฝ้าย เรื่องมันต้องแดงขึ้นมาสักวันแน่ๆ ว่านังเปียเป็นคนทำ”

ooooooo

นมแสคิดจนนึกออกว่าเคยเห็นเชือกสีแดงเส้นนี้ที่ไหน รีบไปดูที่พุ่มไม้ปรากฏว่าหายไปแล้ว พึมพำกับตัวเองว่า

“ไม่มี...แปลว่าเชือกเส้นนี้กับเส้นนั้นน่าจะเป็นเส้นเดียวกัน...อย่าบอกนะว่าคนที่ฆ่าฝ้ายคือคุณหนูเปีย” พลันก็สะดุ้งเมื่อเสียงอุทัยถามจากข้างหลังว่า ว่าอะไรนมแส นมแสอึกอัก เลอสรรเดินออกมาเห็นนมแสกับอุทัยพอดีก็มองอย่างสงสัย

เปียใส่ชุดนอนค่อนข้างโป๊ไปเคาะประตูห้องเลอสรร เห็นเงียบจึงเปิดประตูเข้าไป เปิดไฟ เห็นรูปของน้อยใส่กรอบวางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ริษยาคว้าคัตเตอร์จะกรีด พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงอุทัยจากข้างล่างจึงโผล่ไปดู

เห็นอุทัยกำลังซักไซ้นมแสว่ามีอะไร พอรู้จากนมแสว่าฝ้ายตายแล้ว เขาตกใจถามว่าฝ้ายตายได้อย่างไร นมแสบอกว่าตนไม่ทราบว่าทำไมฝ้ายถึงตายเพราะที่เห็นคือฝ้ายถูกฆ่ารัดคอ เลอสรรเข้าไปสมทบเล่าถึงความเหี้ยมโหดของคนฆ่าฝ้ายและฝ้ายก็ตายในบริเวณบ้านเราด้วย

เปียเห็นท่าปล่อยให้คุยกันเรื่องต้องลุกลามแน่ๆ วางคัตเตอร์บนโต๊ะแต่ผิดที่ วิ่งพรวดออกไปไฟก็ไม่ปิด ลงไปเบนความสนใจจากอุทัย โผเข้ากอดออดอ้อนว่าคิดถึงคุณพ่อจัง ถูกอุทัยตำหนิว่าใส่ชุดไม่เหมาะสมลงมาและโป๊มากด้วย

เปียดึงเสื้อตรงโน้นตรงนี้ให้โป๊ยิ่งขึ้น แอ๊บถามว่าโป๊ตรงไหน อุทัยเลยไล่ให้ขึ้นไปนอนเสีย เปียหันไปกอดแขนเลอสรรอ้อนให้เขาไปส่ง เลอสรรบอกว่าจะคุยกับคุณน้า เปียก็ทำท่าหวาดกลัวไม่ยอมให้คุยอ้อนให้พาตนไปนอน แม้อุทัยจะดูขัดตาแต่ก็ตัดบทให้เลอสรรพาขึ้นไปเสีย อุทัยมองตามเปียที่กอดแขนเลอสรรนัวเนียไปอย่างเหนื่อยใจ

ระหว่างเดินขึ้นห้องนอน เปียอ่อยเลอสรรเต็มที่แต่เขาก็ระวังตัวและติเตือนเปียให้วางตัวให้เหมาะสมเพราะเราไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ เลอสรรเดินมาถึงหน้าห้องตัวเองก็แปลกใจที่เห็นประตูห้องเปิด ไฟในห้องก็เปิด พอเดินเข้าไปก็เห็นทั้งรูปของน้อยและคัตเตอร์วางผิดที่ไปหมด เขาหันถามเปียว่าเข้าห้องตนหรือ

“ก็กำลังจะเข้าเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” เปียทำหน้าซื่อตาใส พอเขาบอกว่าหมายถึงก่อนหน้านี้ เปียก็ทำไก๋ว่าไม่ได้เข้า แถมยังทำเป็นพูดว่าถึงเราจะเป็นพี่น้องกันแต่ตนเป็นผู้หญิง มันไม่เป็นการสมควรที่ตนจะเข้าห้องผู้ชาย

“ดีมากจ้ะ ที่น้องเปียคิดอย่างนี้” เลอสรรแกะมือเปียออก “งั้นน้องเปียกลับห้องนะจ๊ะ”

“อ้าว...พี่เลอไม่ไปส่งเปียที่ห้องเหรอคะ” เปียถามทำหน้าอ้อน

“ห้องน้องเปียเดินอีกหน่อยก็ถึง ที่สำคัญ เราสองคนไม่ใช่พี่น้องแท้ๆกัน พี่เดินไปห้องน้องเปียมันจะน่าเกลียด ราตรีสวัสดิ์จ้ะ” พูดแล้วเข้าห้องปิดประตูเลย

เปียยืนเหวออยู่ตรงประตู กลับห้องตัวเองก็บ่นกระเง้ากระงอด

“ผู้หญิงให้ท่าขนาดนี้แล้วยังไม่รู้สึก พี่เลอสรรบ้าที่สุดเลย...” แล้วพาลแค้นนมแส “นังนมแสอีกคน ถ้าฉันรู้ว่าแกคิดจะทำร้ายฉัน...” เปียหยิบลิปสติกมาวาดรูปกะโหลก คำราม “แกเดือดร้อนแน่!”

ooooooo

เพราะเมื่อคืนถูกเปียมาทำให้การซักถามเรื่องการตายของฝ้ายต้องยุติ เช้านี้อุทัยจึงเข้าครัวแต่เช้าถามนมแสจนรู้เรื่อง เขาขึ้นไปเคาะประตูห้องเปียทันที

เปียงอแงว่ายังไม่ถึงเที่ยงเลยมาปลุกทำไม อุทัยไม่ยอมตามใจ เรียกออกมาจนได้ แล้วเอาเชือกแดงเส้นนั้นให้ดูถามว่านี่เป็นเชือกของเปียใช่ไหม เปียปฏิเสธลนลานปากคอสั่นว่าไม่ใช่ ตนไม่ได้ทำไม่ได้ฆ่าฝ้าย

อุทัยเห็นลิปสติกวาดรูปหัวกะโหลกที่กระจกถามว่านั่นอะไร ลูกทำอะไร เปียก็ยังคงปฏิเสธลนลานว่าตนไม่ได้ทำ จนอุทัยต้องจับตัวไว้เรียกให้ได้สติ ถูกเปียปัดมือออกแผดเสียงกรี๊ดๆ คว้าขวดน้ำหอมบนโต๊ะขว้างใส่อุทัยจนหัวแตกเลือดไหลก็ยังไม่หยุดแผดเสียงและปาข้าวของ จนเลอสรรกับวณีได้ยินเสียงพากันออกมาดู

เปียเหมือนคนเสียสติ ขว้างปาของใส่อุทัยแล้วโผเข้ากอดเนื้อตัวสั่น วณีมาเห็นก็โกรธอุทัยหาว่าทำอะไรลูก เปียผละจากอุทัยมากอดวณี ครู่เดียวก็เป็นลมไป อุทัยจะอุ้มพาไปเตียง ก็ถูกวณีไล่ไม่ให้เข้าใกล้เปีย เลอสรรจึงมาอุ้มเปียแทน

“ขอบใจมากจ้ะเลอ แม่อยู่นี่แล้ว เปียของแม่ไม่ต้องกลัวนะลูก”

อุทัยยังมีเลือดไหลจากแผลบนหัว เขามองเปียอย่างสงสัย กังวล ก่อนเดินออกไป เลอสรรเดินตามไป

อุทัยกลับไปทำแผลเองที่ห้อง มีนมแสคอยส่งอุปกรณ์ทำแผลให้ พอเลอสรรเข้ามาอุทัยบอกว่าตนไม่ได้ทำอะไรเปียจริงๆ ปรารภว่า

“น้าไม่เข้าใจ จู่ๆ ยัยเปียถึงอาละวาด คลั่งได้ขนาดนั้น” นมแสถามว่าเปียกลบเกลื่อนเรื่องเชือกสีแดงหรือเปล่า พอดีหวานยกสำรับอาหารผ่านมาได้ยินแต่ทำเป็นไม่ได้แอบฟังเดินผ่านไปที่ครัวแต่ยังเงี่ยหูฟัง ได้ยินอุทัยพูดว่า

“ฉันไม่รู้...แต่ทันทีที่เห็นเชือก เปียก็ร้องทันทีว่า ไม่ได้ฆ่าฝ้าย...ไม่ได้ฆ่าฝ้าย”

หวานได้ยินถึงกับตะลึง ในขณะที่เลอสรรถามอุทัยว่าบอกเปียหรือเปล่าว่าเจอเชือกเส้นนั้นที่คอฝ้าย

“น้ายังไม่ทันได้พูดอะไรเลย พอยัยเปียเห็นก็อาละวาด บ้าคลั่งอย่างที่เลอเห็นนั่นแหละ”

อุทัยกับเลอสรรมองหน้ากัน แม้ไม่ได้พูดแต่สายตาบอกกันว่า เปียมีพิรุธ

 ooooooo

เปียยังว้าวุ่น วุ่นวาย แก้ตัวกับวณีว่าตนไม่ได้ฆ่าฝ้าย ตนไม่ได้ทำ ตนไม่รู้เรื่อง วณีเข้าข้างเปียตามเคยถามอย่างไม่พอใจว่า

“แม่เชื่อ แล้วมันเรื่องอะไรกัน คุณพ่อถึงได้มาปรักปรำเปียของแม่”

“เปียก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ จู่ๆคุณพ่อก็เอาเชือกสีแดงมาชูใส่หน้าเปีย แค่เห็นเปียก็กลัวแล้วค่ะคุณแม่ขา...” วณีทวนคำงงๆว่า...กลัว?... “ค่ะ...แค่นึกสภาพว่าเชือกเส้นนั้นมันรัดคอฝ้าย เปียก็กลัวแล้วค่ะ”

วณีใจเต้นไม่เป็นส่ำถามว่าเปียรู้เรื่องฝ้ายถูกฆ่ารัดคอด้วยหรือ เปียชะงักไปนิดหนึ่งรู้ตัวว่าหลุด รีบแก้ว่า

“ก็...คุณพ่อบอก... คุณแม่ขา เปียบอกคุณแม่ คุณแม่ห้ามบอกต่อใครนะคะ ว่าน้าเย็นเป็นเจ้าของเชือกเส้นนั้น”

“แปลว่าเชือกเส้นนั้นเป็นของเย็น!?”

“ค่ะ...เชือกเส้นนั้นเป็นของน้าเย็น...” เปียจิกตาร้าย

เวลาเดียวกัน ขณะน้อยนั่งร้อยมาลัยอยู่บนบ้าน เห็นเย็นเดินหัวเราะขึ้นมา น้อยถามว่าน้าเย็นไม่คิดถึงฝ้ายแล้วหรือถึงหัวเราะได้แล้ว เย็นบอกว่าคิดถึง แต่คิดถึงส่วนคิดถึง หัวเราะก็ส่วนหัวเราะ

“แล้วน้าเย็นหัวเราะเรื่องอะไรคะ” น้อยถามกลัวๆกล้าๆ

“หัวเราะคนบ้านโน้น ป่านนี้คงกำลังบ้าคลั่งกันทั้งบ้าน ที่ลูกสาวคนเดียว มีอาการเป็นบ้า เหมือนคนเป็นโรคประสาท”

“ใครคะ มีอาการเป็นบ้าเหมือนคนเป็นโรคประสาท” น้อยถามงงๆ

“ลูกสาวของคุณอุทัยคุณวณีมีคนเดียว คือคุณหนูเปียไม่ใช่เหรอ หรือเธอคิดว่าใครยัยน้อย” เย็นย้อนถามยิ้มเยาะสะใจในที เมื่อน้อยเอามาลัยไปวางที่หลุมศพฝ้าย ยังคิดถึงคำพูดของเย็นที่ว่า “ตะกี้...ฉันไปที่โรงครัว ได้ยินพวกขี้ข้ามันเม้าท์กันว่า ตอนนี้นังเปียมันเป็นบ้า เพราะพ่อแม่มันรู้ มันเป็นคนฆ่านังฝ้ายตาย”

น้อยน้ำตาคลอ วางพวงมาลัยลง พึมพำเหมือนถามฝ้ายว่า

“น้อยงงไปหมดแล้ว...ตกลง ใครเป็นคนฆ่าเธอกันแน่ฝ้าย???”

ที่ข้างหลังน้อย เลอสรรยืนมองอยู่ ทั้งสงสาร เห็นใจ จับมือน้อยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

“พี่เสียใจด้วยนะน้อย...เสียใจจริงๆ”

น้อยมองหน้าเลอสรร น้ำตาไหลอย่างสุดที่จะอดกลั้น เมื่อมีคนรู้ใจ เห็นใจในยามที่เจ็บปวด อัดอั้น....

ooooooo

แม้น้อยจะได้ยินได้ฟังมาบ้างว่าใครเป็นคนฆ่าฝ้าย แต่เมื่อเลอสรรถาม น้อยกลับร้องไห้บอกว่าตนไม่รู้ พออยู่กับตัวเอง น้อยก็ได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญในใจอย่างอัดอั้นว่า

“น้อยไม่รู้จะบอกยังไง ในเมื่อคนที่น้อยสงสัยว่าฆ่าฝ้าย เป็นคนที่น้อยรักทั้งสองคน...”

ส่วนอุทัยก็โทรศัพท์คุยกับหมอที่เป็นเพื่อนว่ากลับเมืองไทยเมื่อไรจะพาลูกไปหา วณีมาได้ยินถามประชดว่าจะพาลูกไปหาหมออีกหรือ

“มันจำเป็นนะวณี ลูกมีอาการเหมือนคนเป็นโรคประสาท” วณีโต้ทันควันว่าลูกไม่ได้เป็นบ้า “พี่ก็ไม่ได้ว่าอย่างนั้นพี่เพียงแค่คิดว่า เปียไม่เหมือนคนทั่วๆ ไปเท่านั้นเอง” แล้วอุทัยก็พูดเหมือนปรึกษาว่า “ตระกูลของเราไม่เคยมีใครมีอาการทางโรคประสาท ถ้าจะผิด มันก็คงอยู่ที่การเลี้ยงดู พี่อยากคุยกับเย็น” พอได้ยินชื่อเย็น ใจวณีก็ร้อนวูบขึ้นมามองอุทัยอย่างน้อยใจ ระแวงในที แต่ปากพูดประชดว่า

“ไปคุยก็ดีค่ะ เพราะลูกบอก...เชือกสีแดงเส้นนี้ไม่ใช่ของลูก แต่เป็นของเย็น” วณีพูดพลางชูเชือกสีแดงให้ดู อุทัยมองอึ้ง แล้วเดินออกไปอย่างเร็ว

วณีกำเชือกสีแดงเส้นนั้นแน่น ร้องไห้อย่างอัดอั้น เลอสรรถามอย่างห่วงใยว่า “คุณน้าร้องไห้ทำไม?”

“มันน่าเสียใจไหมล่ะตาเลอ เปียเป็นลูกของน้า แต่มีอะไรน้ากับพี่อุทัยต้องไปถามเย็นคนที่ทำร้ายน้าอย่างเลือดเย็นคนที่ทำร้ายน้าอย่างแสนสาหัส” วณีพยายามระงับความรู้สึกจนตัวสั่น สะอื้นในอกขณะพูดต่อ “คนที่ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต คงไม่มีค่าอะไรที่จะให้น้านับถือเลย”

อุทัยตกใจเพราะไม่เคยเห็นวณีในอารมณ์นี้ วณียังพรั่งพรูความอัดอั้นต่อไปว่า...

“น้าต้องแสร้งยิ้ม แสร้งหัวเราะ ทั้งที่ใจจริงแล้วน้าอยากจะแก้แค้นเย็น ให้สาสมกับที่เย็นทำกับน้า แต่สำนึกส่วนดีบอกว่า “เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร” น้าต้องเอาความดีชนะความชั่ว แต่พอเห็นเปีย...น้าก็แค้นเย็นขึ้นมาอีก...”

วณีร้องไห้สะอื้นจนพูดไม่ออก หยุดไปครู่หนึ่งจึงพูดต่อ...

“เย็นทำให้ลูกที่น่ารักของน้ากลายเป็นเด็กบ้าอะไรก็ไม่รู้ น้าไม่เข้าใจ ผลของการทำดี ทำไมเป็นแบบนี้...  เลอรู้แล้วใช่ไหม ตอนนี้น้าหัวเราะไม่ออก น้าหัวเราะไม่ออกแล้วจริงๆ เพราะเย็น...เย็นคนเดียว!!”

เลอสรรฟังแล้วพูดไม่ออก ได้แต่มองวณีอย่างเห็นใจ และไม่ไกลนัก นมแสยืนมองวณีอย่างสงสารเห็นใจเป็นที่สุด

 ooooooo

เย็นนั่งถักด้ายอยู่ลำพัง ร้องเพลงรำพันชีวิตรักที่ผิดหวัง ถูกทอดทิ้งและเหงาเศร้าเฝ้าคิดถึงแต่เขายามอยู่คนเดียว...

อุทัยได้ยินเสียงเพลงที่เศร้าสร้อยนั้น ความรู้สึกวูบหนึ่งรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของผู้ที่ถูกทอดทิ้ง มองเย็นอย่างเห็นใจและรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง... แต่พอสายตาเหลือบเห็นด้ายสีแดงในมือเย็นก็ขนลุกเกรียวเสียวสยอง

พอดีเย็นเงยหน้าเห็นถามว่า มาถึงนี่มีเรื่องอะไรหรือ

อุทัยถามว่าเธอรู้ใช่ไหมว่าฝ้ายตาย? เธอคิดอย่างไร? ใครฆ่าฝ้าย!

เย็นอุทานขำๆ ว่า “โถๆๆ คุณอุทัยขา แค่แมวตายตัวเดียวอย่าทำให้เป็นมหากาพย์ถึงกับต้องตามล่าหาความจริงเลย จะสืบเสาะหาความจริงกันไปทำไม ในเมื่อ ‘ความลับ’ บางอย่าง บางทีอาจจะต้องเป็น ‘ความลับ’ตลอดไป” พูดแล้วเย็นหัวเราะน่ากลัว

เย็นเหลือบเห็นนมแสมาแอบฟังอยู่ แววตาวาวโรจน์แต่ทำเป็นไม่เห็น อุทัยถามงงๆว่าเธอพูดเรื่องอะไร?

“อย่าสนใจเลยค่ะ สนใจดีกว่าว่า ที่คุณมาที่นี่เพื่อจะบอกฉันว่ายัยเปียเป็นคนฆ่านังฝ้าย ฉันไม่เชื่อค่ะ เพราะฉันเลี้ยงยัยเปียมาตั้ง 18 ปี ที่ผ่านมายัยเปียก็ไม่ใช่เด็กที่ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต แกน่ารักน่าเอ็นดู ที่สำคัญ มีเหตุผลอะไรคะแกถึงจะต้องฆ่านังฝ้าย”

อุทัยมองเย็นอย่างจับพิรุธ ในขณะที่เย็นปรายตาไปทางนมแสที่แอบฟังอยู่ พูดกับอุทัยกระแทกไปถึงนมแสว่า

“ต้องมีคนใส่ร้าย ฉันมั่นใจต้องมีคนใส่ร้ายยัยเปีย เพราะต้องการโยนขี้มาให้ว่าเป็นเพราะฉัน ยัยเปียถึงได้มีจิตใจอำมหิตโหดเหี้ยมอย่างนั้น” อุทัยฟังแล้วงง ถามว่าเธอหมายถึงใคร “สักวันคุณก็จะรู้เองค่ะ” เย็นตัดบท แล้วทำทีไปล้างมือตรงมุมที่นมแสแอบฟังอยู่ เทน้ำราดลงไปจนนมแสสะดุ้ง เย็นหัวเราะสะใจ เดินกลับมาพูดต่อ

“ปกติฉันชอบใช้น้ำร้อนล้างมือ แต่วันนี้ฉันยังไม่ได้ต้ม ไม่อย่างนั้น ฮ่ะๆ พวกเห็บหอยไรเรือดที่มันซุกตัวอยู่ด้านล่าง โดนน้ำร้อนลวกแน่”

อุทัยยิ่งฟังยิ่งงง บอกเย็นว่า “วันนี้เธอพูดเยอะนะ ทั้งที่ความจริงแล้ว ฉันแค่จะมาบอกเธอสั้นๆ ว่า เปียบอกวณีว่าเชือกสีแดงที่รัดคอฝ้าย เป็นเชือกของเธอ”

เย็นมองไปยังกลุ่มเชือกที่ตัวเองถักค้างอยู่หน้าเผือด

ooooooo

เปียกลับมาที่ห้อง นั่งแต่งหน้าไปใจก็นึกถึงเรื่องที่วณีเล่าให้ฟังขณะปลอบเปียที่กำลังคลั่งเพราะถูกอุทัยเอาเชือกสีแดงมาจับผิด

วันนั้น...เปียออดอ้อนวณีว่าคุณพ่อดุเหมือนไม่รักตน วณีรีบแก้ต่างให้อุทัย เล่าถึงวันที่เปียถูกเย็นขโมยไปว่า

“พ่อกับแม่รักหนูยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ ยิ่งกว่าชีวิต รักยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด หนูรู้ไหมเวลานึกถึงตอนที่หนูถูกขโมยไปพ่อกับแม่ใจจะขาดทุกครั้ง”

“แล้วทำไมคุณพ่อกับคุณแม่ถึงปล่อยให้น้าเย็นขโมยเปียไปได้คะ”

“วันนั้นพ่อกับแม่ไปทำธุระ นมแสเลี้ยงหนูอยู่คนเดียว เย็นแอบเอายานอนหลับใส่ในโอเลี้ยงให้นมแสกิน พอนมแสหลับเย็นก็ขโมยลูกไป”

เปียทำเป็นด่าเย็นว่าร้ายกาจและสงสารนมแสคงทุกข์ใจมากที่ดูแลตนไม่ดี วณีบอกว่าจนป่านนี้นมแสก็ยังรู้สึกผิดอยู่เลย

คิดถึงอดีตที่วณีเล่าให้ฟังแล้ว เปียโทร.ไปหาประวิทย์ นัดมาพบกัน ใช้มารยาหลอกล่อออดอ้อนบอกประวิทย์ว่าตนนอนไม่ค่อยหลับวานไปซื้อยานอนหลับปากซอยให้หน่อย ประวิทย์พาซื่อรีบจะไปซื้อยามาให้ เปียหยิกแก้มประวิทย์อย่างมันเขี้ยวขอบคุณที่เขาอยู่ข้างตนตลอด นัดว่าเดี๋ยวพบกันใหม่ในสวนแล้วผละไป

 ooooooo

วณียังคุยอยู่กับเลอสรร เขาให้กำลังใจว่าอะไรที่ทำให้ทุกข์ใจก็อย่าไปจำ ตอนนี้เปียก็กลับมาอยู่ด้วยแล้ว

“ลืมอดีตให้หมดแล้วสร้างความทรงจำที่ดีมีความสุขระหว่างคุณน้ากับน้องเปียนะครับ” เลอสรรเอ่ย

ระหว่างนั้น วณีเห็นเปียแต่งหน้าสวยสดใสเดินออกจากบ้านไปอย่างร่าเริง วณีมองอย่างสงสัย เลอสรรหันหลังให้จึงไม่เห็น ถามวณีว่า “อะไรครับคุณน้า”

“เปล่าจ้ะ เอาเป็นว่าน้าจะเข้มแข็ง ขอบใจอีกครั้งนะเลอ” แล้ววณีก็รีบลุกเดินตามเปียไป เลอสรรมองตามงงๆ

ประวิทย์ซื้อยาเอามาให้เปียตามที่นัดกันในสวน ถามเปียว่าคุณหนูเป็นอย่างไรบ้าง เปียอ่อยจับมือประวิทย์แนบแก้มตัวเองบอกว่าคิดถึง แล้วชวนไปคุยกันที่อื่นดีกว่าเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า

วณีรีบเดินตามมา จึงไม่เห็นเปียแล้ว บ่นงง ว่า “เปียเดินไปทางไหน เร็วจริงๆ”

เปียลากประวิทย์ไปคุยที่อีกมุมหนึ่งในสวน ประวิทย์พูดอย่างน้อยใจว่าคิดว่าคุณหนูจะไม่มาคุยกับตนอย่างนี้อีกแล้วเปียทำเป็นถามว่าทำไมคิดอย่างนั้น ประวิทย์เสียงอ่อยๆว่าเพราะคุณหนูมีคุณเลอสรรแล้ว เปียใส่จริตหัวเราะ บอกว่าเลอสรรเป็นพี่ชาย คุณพ่อคุณแม่อยากให้สนิทกันตนจึงต้องสนิทด้วยเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจเท่านั้น แล้วทำเป็นหนักใจว่าที่ตนต้องห่างประวิทย์เพราะเขาเป็นคนใช้

เปียอ่อยจนประวิทย์เคลิ้มจะจับมือ เปียพลิ้วตัวหลบทันทีบอกว่าต้องกลับแล้ว ทิ้งประวิทย์ให้ยืนเหวออารมณ์ค้างมองเปียตาละห้อยอยู่ตรงนั้น

เอายานอนหลับกลับมาถึงแถวบ้านพักนมแส เปียแอบปีนเข้าบ้านทางหน้าต่าง เอายาบดเทใส่เหยือกน้ำของนมแส พึมพำอย่างสะใจก่อนกระโดดหน้าต่างหนีออกไปว่า

“คราวนี้ถึงทีแกแล้ว นังนมแสจอมแส่!!”

ส่วนนมแสที่ยังแอบดูเย็นอยู่ก็ถูกเย็นแกล้งเอาน้ำสาดจนต้องรีบหลบออกมากึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปทางบ้าน เจอเปียที่เพิ่งออกจากบ้านนมแสมาดัก นมแสตกใจถามว่า

“คุณหนูไม่สบายไม่ใช่เหรอคะ แล้วลงมาที่นี่ได้ยังไง”

เปียเดินเข้าหานมแสอย่างคุกคาม กระชากนมแสเข้าไปตะคอกว่า “กล้าดีมากนะที่ไปฟ้องคุณพ่อเรื่องนังฝ้าย สงสัยแกจะได้ตายเหมือนนังฝ้าย”

“คุณหนูฆ่าฝ้ายจริงๆด้วย” นมแสอุทาน เปีย หัวเราะร่าบอกว่าตนไม่ได้ฆ่าแค่รัดคอแล้วมันไม่หายใจเอง

วณีเดินตามหาเปียมาได้ยินเปียขู่นมแสพอดีว่า “ถือว่าฉันเตือนแล้วนะ ถ้านมแสมายุ่งเรื่องฉันอีก นมแสคงรู้ว่าจะเจออะไร” พูดแล้วสะบัดไป พลันก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อเจอวณียืนอยู่ “คุณแม่...คุณแม่มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“ก็ตั้งแต่เห็นลูกอยู่กับนมแสจ้ะ” วณีพยายามเก็บความรู้สึก แต่ระหว่างเดินกลับวณีนึกในใจว่า“มีเรื่องอะไรกัน ทำไมลูกเปียเป็นเด็กแบบนี้” คิดแล้วแทบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ พลันก็ใจหวิวเซจะล้มดีที่น้อยเดินมาเจอรีบประคองไว้ วณีบอกว่าตนเวียนหัว น้อยจึงประคองพากลับไป วณีมองน้อยที่อ่อนโยนมีน้ำใจอย่างเอ็นดู

ooooooo

เลอสรรเห็นวณีเดินไปในสวนเขาจึงยืนรออยู่หน้าบ้าน เห็นเปียเดินยิ้มมาก็รีบหลบ จนเปียเข้าบ้านไปแล้วจึงออกมา

เปียขึ้นบ้านก็ไปร้องเรียกเลอสรรที่หน้าห้อง เห็นเงียบ เปียเปิดประตูเข้าไปดูไม่เห็นเลอสรรก็เอะใจระแวงว่าเขาอาจไปหาน้อย คิดแล้วพรวดออกไปเลย

เลอสรรเห็นน้อยประคองวณีมาก็รีบไปรับ พอรู้ว่าจะเป็นลมก็ประคองเข้าไปนั่ง บอกนมแสให้หายาดมมา ทั้งน้อย เลอสรร และนมแสต่างเฝ้าปรนนิบัติดูแลวณีอย่างห่วงใย นมแสถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง วณีมองหน้าทุกคนตอบยิ้มๆว่า

“ดีขึ้นมากเลยจ้ะนม ที่เห็นตาเลอ กับหนูน้อยห่วงฉัน”

เปียเดินอ้าวลงมาเห็นสามคนยิ้มแย้มกันอย่างอบอุ่นก็ปรี๊ดขึ้นมาทันที แว้ดใส่น้อยว่า

“น้อยไม่ใช่ลูกแม่สักหน่อยทำไมต้องห่วงคุณแม่ด้วย” แล้วกระแทกตัวเบียดน้อยจนต้องถอยไปแล้วตัวเองก็เข้านั่งประกบวณีอ้อน “คุณแม่ขา...เปียดื้อร้อนอยากไปนั่งรถเล่นจัง พี่เลอพาเปียไปนั่งรถเล่นนะคะ”

เลอสรรอ้างว่าคุณน้าไม่สบายต้องอยู่ดูแล เปียมองหน้าวณีบอกว่าคุณแม่ไม่เป็นอะไรสักหน่อยหาว่าเขาแช่งคุณแม่ วณีเลยตัดบทให้เลอสรรพาเปียไปนั่งรถเล่นบอกให้น้อยไปด้วยจะได้เป็นเพื่อนเปีย เลอสรรก็รีบชวนน้อยไปด้วยกัน เปียจิกค้อนน้อยตาแทบกลับนึกเจ็บใจ “ฉันไม่อยากได้เพื่อนโว้ย อยากได้แฟน!”

กว่าจะออกไปได้ เปียอ้อนให้เลอสรรขึ้นไปช่วยเลือกเสื้อผ้าให้ เขาจำต้องขึ้นไปชี้ส่งๆ ให้เสร็จๆไป แต่เปียไม่ชอบใจเลือกเองเอาชุดที่คิดว่าน่ารักแต่แอบเซ็กซี่ใส่ไป

 ระหว่างเปียขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า นมแสปรารภกับวณีว่าถึงเลอสรรจะไม่คิดอะไรแน่ตนว่าไม่ค่อยเหมาะนัก

“ฉันรู้ แต่ฉันไม่กล้าพูดไม่กล้าตำหนิลูกต่อหน้าคนอื่น เดี๋ยวแกจะน้อยใจ นมแสก็รู้เวลาเปียน้อยใจเป็นยังไง”

วณีถอนใจคิดหนัก

ในที่สุดน้อยก็จำต้องไปนั่งรถเล่นด้วย น้อยนั่งเบาะหลังรถสปอร์ตมีประทุนคันหรู เปียนั่งคู่เลอสรรที่ทำหน้าที่ขับ เลอสรรเอาใจใส่ห่วงใยน้อยถามว่าแอร์ถึงไหม เปียหมั่นไส้ดูถูกว่าน้อยเคยนั่งแต่มอเตอร์ไซค์ รถกะป๊อ ได้นั่งรถแบบนี้ก็บุญแล้ว ค้อนน้อยนึกด่าในใจ “กระแดะ คิดจะแย่งความสนใจของพี่เลอไปจากฉันเหรอ ไม่มีทาง!!”

 ooooooo

เลอสรรขับรถไปถึงสี่แยกไฟแดง เปียเห็นผู้คนจอแจรถติดยาวเหยียดก็อยากอวด สั่งเลอสรรให้เปิดประทุนรถ ทั้งเลอสรรและน้อยติงว่าแดดร้อนมากเดี๋ยวจะไม่สบาย

เปียฉุนที่เลอสรรเปิดประทุนไม่ทันใจก็เปิดเองแล้วยืนขึ้นชูสองมือโชว์เรือนร่าง เมื่อผู้คนพากันมองก็ระริกระรี้ว่าใครๆ ก็มองตน เลอสรรอายมากพอไฟเขียวเขาออกรถอย่างเร็ว เปียก็ยังยืนโชว์สุดเหวี่ยง มอเตอร์ไซค์ที่มองเพลิน ขับชนกันเป็นระนาว เปียยิ่งชอบใจหัวเราะคิกคักว่ารถชนกันเพราะมองตน

เลอสรรอับอายขายหน้ามากขับรถกลับทันที เปียโวยวายว่าตนยังไม่หายสนุกเลย เลอสรรบอกว่าตนหมดสนุกแล้ว

“ไม่ใช่แค่หมดสนุกนะ น้อยไม่เข้าใจเปียทำอย่างนั้นทำไม เห็นรึเปล่าว่ารถชนกันคนอื่นเขาเดือดร้อนนะ” น้อยติง

“แล้วไง! ฉันผิดตรงไหน อยากมองฉันเอง ช่วยไม่ได้ เปียไม่ผิดนะคะพี่เลอ” เปียไม่สลดแม้แต่น้อย

พอลงจากรถเลอสรรจะไปส่งน้อย ถูกเปียมองตาขวางถามว่าบ้านอยู่แค่นี้ทำไมต้องไปส่ง น้อยไม่อยากมีเรื่องบอกเลอสรรว่าตนกลับเองได้แล้วเดินไปเลย เลอสรร จึงหยิบมือถือขึ้นมา เปียถามประชดว่าจะโทร.ไปง้อน้อยหรือ

“โทร.หาพ่อของเปีย” เลอสรรตอบห้วนๆ แล้วเดินหนีไปอย่างรำคาญ ทำเอาเปียยืนเหวอ

อุทัยได้รับโทรศัพท์จากเลอสรรเล่าเรื่องที่เปียทำพิเรนทร์วันนี้ เขาบอกว่าจะรีบกลับ ฝากเลอสรรให้ดูแลเปียให้ด้วย

เย็นหัวเราะสะใจสมน้ำหน้าอุทัยกับวณีที่เปียบ้าบอมากขึ้นทุกวัน น้อยบอกว่าสงสารอุทัยกับวณีที่ต้องทุกข์ใจมาก

“ไปเอาอะไรกับน้ำตาจระเข้ มันก็เสแสร้งแกล้งทำ สร้างภาพไปอย่างนั้นเอง ดีไม่ดีจะไม่ได้รักยัยเปียเลยก็ได้” น้อยถามว่าทำไมจะไม่รักในเมื่อเปียเป็นลูกท่าน “นั่นเป็นเรื่องที่เราต้องรอดูกันต่อไป แต่สักวันฉันนี่แหละจะถลกหนังจระเข้เอามาทำรองเท้า ฮ่ะๆๆ

น้อยมองเย็นกลัวๆ สยองๆ เมื่อนึกถึงที่เปียบอกว่าเย็นเป็นคนฆ่าฝ้าย เย็นมองน้อยถามว่า

“แกกลัวฉันเหรอยัยน้อย หรือนังเปียมันเสี้ยมจนแกคิดว่าฉันฆ่านังฝ้าย!”

น้อยอึกอักหน้าซีดไม่กล้าตอบ

ส่วนเปียพอขึ้นห้องก็ไปนอนแช่ในอ่างท่ามกลางแสงเทียนอย่างสะใจ สมใจ ที่ตนทำตัวเด่นกว่าน้อยได้ แล้วก็คิดถึงนมแส จิกตานึกในใจ “ส่วนแก...นังนมแส อีกสักครู่ แกจะได้เจอดี”

 ooooooo

นมแสรู้สึกไม่ค่อยสบายกลับไปกินยา รู้สึกน้ำในเหยือกขมจึงเอาไปเททิ้งที่หน้าต่าง ล้างเหยือกคว่ำ รู้สึกง่วงงุนจึงนอนพักหลับผล็อยไปอย่างเร็ว

เปียแต่งชุดดำไปแถวหน้าต่างบ้านนมแส เหยียบถูกดินที่นมแสเทน้ำเฉอะแฉะจนลื่นเซ เปียเปลี่ยนที่ยืน จุดเทียนเผาละลายเพื่อให้ลามไปไหม้บ้าน แล้วรีบหนีไป นึกกระหยิ่ม “แกตายในกองไฟแน่ นมแส!”

ถึงเวลาอาหารพวกในครัวเห็นนมแสหายไป หวานบอกว่าตอนหัวค่ำนมแสบ่นปวดหัวสงสัยจะไข้ขึ้น อาจเข้านอนเร็วกว่าปกติก็ได้

น้อยจัดสำรับอาหารเสร็จเรียกเย็นมากินข้าว ปรากฏว่าเย็นไม่อยู่ไม่รู้หายไปไหน

ที่แท้ เย็นถือเชือกสีแดงไปเจอเปียกลับจากไปวางเพลิงบ้านนมแสพอดี เย็นพรวดไปขวางหน้า  เอาเชือกสีแดงในมือชูให้ดู เปียสะดุ้งเฮือกลนลานบอกว่าเชือกเส้นนี้เป็นของน้าเย็น ถูกเย็นสวนเสียงเข้มว่า

“ใช่...เชือกเส้นนี้เป็นของฉัน แต่เชือกที่ฆ่ารัดคอนังฝ้ายเป็นของแก!”

เปียเจอเย็นที่ตัวเองรู้ฤทธิ์ดีถึงกับหน้าซีดเสียงสั่นปฏิเสธว่าตนไม่ได้ฆ่าฝ้าย เย็นตบหน้าเปียถามว่าเปียบอกอุทัยกับวณีใช่ไหมว่าเชือกแดงเป็นของตนจนน้อยกลัวตน

“แกรู้ไว้ คนอื่นฉันไม่แคร์ แต่คนที่ฉันแคร์คือยัยน้อย ฉันรักยัยน้อยเพราะฉันเลี้ยงมันมา มันดีกับฉัน มัน รักฉัน แต่แกแว้งกัดฉันได้ตลอด นังงูพิษ เลว! เลวเหมือนพ่อแม่แกไม่มีผิด”

“เอะอะก็เลว เอะอะก็ชั่ว ใช่สิ เปียมันลูกโจร ไม่ใช่ลูกผู้ดี ลูกคุณอุทัยสุดที่รักของน้าเย็นอย่างนังน้อยนี่” เย็นตะคอกถามว่ากล้าย้อนตนหรือ “เปียไม่ได้ย้อน เปียพูดความจริง น้าเย็นทำเหมือนไม่รักเปีย รักแต่น้อย เปียเกลียดน้าเย็น”

เปียผลักเย็นออกแล้ววิ่งอ้าวไป เย็นตกใจ กังวลใจกับคำพูดของเปีย

ooooooo

เปียกลับถึงบ้านวิ่งผ่านวณีขึ้นบันไดไป วณีจะตามก็ชะงักเมื่อเห็นรอยรองเท้าเปื้อนดินที่บันได นึกสงสัยว่าเปียไปไหนมา

ไม่ทันไรวณีก็ได้ยินเสียงร้องตะโกน “ไฟไหม้ๆ” วณีวิ่งไปตามเสียง ส่วนพวกในครัวพากันวิ่งอ้าวไปที่บ้านนมแสเลอสรรโทร.เรียกรถดับเพลิง ส่วนน้อยวิ่งไปช่วยดับไฟเกือบถูกไม้ที่ไฟลุกโชนหล่นทับ ดีแต่เลอสรรวิ่งเข้าไปพาออกมาทัน แต่น้อยก็เจ็บเท้าจนเดินไม่ได้ เลอสรรจึงอุ้มน้อยไป

เปียมาแอบดู  เจ็บใจมากที่เลอสรรอุ้มน้อย คำราม “ฉันเกลียดแกนังน้อย ฉันเกลียดแก!!”

คุณหญิงอนุรักษ์แม่ของอุทัยก็มาที่บ้านนมแส เห็นน้อยเจ็บเท้าจึงบอกเลอสรรให้พาไปพักที่บ้านก่อน ส่วนคุณหญิงเฝ้าดูและเร่งให้รีบเข้าไปช่วยนมแส จวนวิ่งเข้าไปในห้องบอกคุณหญิงว่าไม่รู้นมแสเป็นอะไรปลุกอย่างไรก็ไม่ตื่น คุณหญิงสั่งให้รีบพาออกมาก่อน ประวิทย์กับนายเอิบจึงช่วยกันพานมแสออกมา

เปียซุ่มดูอยู่ที่มุมหนึ่ง มองทุกคนที่กำลังช่วยกันดับไฟใจระทึก

อีกมุมหนึ่ง เย็นยืนมองไฟไหม้โดยไม่ได้เฉลียวใจแม้แต่นิดว่าเป็นฝีมือของเปีย

เลอสรรอุ้มน้อยไปถึงทางเข้าบ้านเย็น น้อยบอกว่าตนเดินเองได้แล้ว พูดจนเลอสรรต้องยอมให้ลองดู

แต่พอเลอสรรวางลง น้อยก็ทรุดฮวบเพราะเจ็บเท้าจนยืนไม่ได้ เลอสรรรีบคว้าตัวน้อยกอดไว้ บ่นยิ้มๆ

“บอกแล้วไงว่าน้อยยังเดินไม่ได้ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

พูดแล้วเลอสรรช้อนร่างน้อยอุ้มพาตรงไปที่บ้าน เปียตามมาดู น้ำตาไหล...นาทีนี้ เปียไม่ได้อิจฉาริษยาน้อย แต่เจ็บปวดที่เห็นเลอสรรห่วงใยน้อยมาก...มากจนเปียทนไม่ได้ ร้องไห้โฮออกมา...

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม
12 พ.ย. 2562
09:01 น.