ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คมพยาบาท

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เปียวิ่งร้องไห้โฮออกมา ช้อยกับหวานประคองคุณหญิงที่หกล้มเท้าเจ็บตามหลังมา คุณหญิงร้องเรียกเปียอย่างรู้สึกผิด พาลโทษช้อยกับหวานหาว่าเป็นตัวการทำให้ตนเข้าใจหลานผิด

เลอสรรได้ยินเสียงคุณหญิงร้องเรียกเปียเหมือนมีเรื่อง เขาวิ่งไปถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ คุณหญิงตกใจที่เจอเลอสรร ชี้ไปข้างหน้าพูดได้แค่ว่าน้อง...น้อง...อึดใจจึงพูดต่อได้ว่า

“น้องโกรธย่า พาย่าไปหาน้องเร็ว” เลอสรรประคองคุณหญิงแทนช้อยกับหวาน คุณหญิงหันไปโทษทั้งสองว่า “ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน เพราะแกสองคนนั่นแหละ” คุณหญิงยกมือจะศอกใส่ เลอสรรรีบประคองไปเสียก่อน

เปียร้องไห้เข้าห้องปิดประตูปังด่า “บ้าที่สุด มาขัดจังหวะฉันทำไม!” พอดีคุณหญิงมาเคาะเรียกให้เปิดประตูออกมาคุยกับย่าหน่อย เปียแอ๊บเสียงสะอื้นร้องบอก “ไม่ค่ะ เปียไม่มีอะไรจะคุย”

คุณหญิงพยายามง้ออยู่หลายครั้งไม่สำเร็จ เลอสรรจึงทำเสียงขรึมบอก “เปีย ออกมาคุยกับคุณย่า”

“ไม่ คุณย่าดูถูกเปียไม่พอ คุณย่ายังให้คนมาข่มขู่เปียอีก เปียเกลียดคุณย่า!”

เกิดมาจนอายุปูนนี้คุณหญิงไม่เคยถูกใครก้าวร้าวขนาดนี้ คุณหญิงถึงกับหน้าซีด เลอสรรจึงประคองพาไปพัก คุณหญิงบอกเลอสรรให้สั่งนมแสโทร.บอกวณีกับอุทัยด้วย

เปียได้ยินชื่อเลอสรรก็ชะงัก นึกสงสัยว่ากลับมาได้ยังไง?

พอไปนั่งที่ห้องรับแขกเพื่อรออุทัยกับวณีกลับมา คุณหญิงก็ด่าช้อยกับหวานว่าฟังไม่ศัพท์จับไปกระเดียดจนตนเข้าใจหลานผิดๆ

พอดีจวนพาประวิทย์เข้ามาเพื่อชี้แจงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ประวิทย์เข้ามาขลาดๆ ประหม่าๆ ชี้แจงกับคุณหญิงว่าเปียไม่ได้ทำอะไรที่เสื่อมเสียจริงๆ เปียแค่เข้ามาดูตนผ่าข้าวหลามเท่านั้น คุณหญิงยิ่งหงุดหงิดยกมือห้าม บอกว่าไม่ต้องอธิบายให้ตนต้องอับอายกับความหูเบาของตัวเองมากกว่านี้ บ่นตัวเองว่าสมควรแล้วที่ถูกหลานโกรธ

“เดี๋ยวผมจะไปคุยให้น้องเข้าใจคุณย่านะครับ” เลอสรรอาสาเพื่อให้คุณหญิงสบายใจขึ้น

แต่พอเลอสรรไปเคาะประตูเรียกเพื่อคุยด้วยบอกว่าตนคือเลอสรรพี่ชายเธอเอง ก็ถูกเปียดูถูกด่าว่าอย่ามาสะเออะเพราะอุทัยและวณีมีลูกคนเดียวเท่านั้นคือตน เลอสรรถูกด่าจนโมโห บอกว่างั้นเอาไว้ให้คุณน้ามาคุยกับเปียเองก็แล้วกัน พอเปียได้ยินเสียงเดินไปก็เบ้ปากเยาะ

“เฮอะ! ทำมาอวดเบ่ง อ้างคุณพ่อคุณแม่ เดี๋ยวได้รู้ฤทธิ์ ‘ซีเปีย’ กันทั้งบ้านแน่” แล้วคว้ามือถือกดโทร.หาวณี แอ๊บเสียงเหมือนจะขาดใจคร่ำครวญว่า “คุณแม่ขา...เปียอยากตายค่ะ”

เพียงได้ยินเสียงเปียบอกว่าอยากตายเท่านั้น วณีก็แทบจะตายเดี๋ยวนั้นเลย ละล่ำละลักอ้อนวอนอย่าคิดสั้น เปียยิ่งฟูมฟายจนอุทัยทนไม่ได้คว้ามือถือไปพูดเอง

 “เปีย หยุดฟูมฟายไร้สติ ไม่งั้นพ่อจะยกเลิกการไปเที่ยวคืนนี้” แทนที่จะหยุดเปียกลับท้าว่าถ้าตายก็ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเหมือนกัน แล้ววางสายเลย วณีโกรธอุทัย เขาบอกว่าแค่วางสายไม่ตายหรอกน่า วณีฉุนถามว่าถ้าลูกตายไปจริงๆ จะทำอย่างไร “ไม่เผาก็ฝัง พี่เกลียดที่สุดเลย คนที่ชอบขู่จะฆ่าตัวตายน่ะ”

วณียังบ่นกระปอดกระแปดว่าลูกอาจไม่ขู่ก็ได้ จนอุทัยโพล่งอย่างทนไม่ไหวว่า “มันจะอะไรนักหนา... โฮ้ย!!” แล้วเร่งเครื่องให้เร็วขึ้น วณีนิ่งไปนั่งน้ำตาคลออยู่เงียบๆ

ooooooo

เลอสรรลงมาหาคุณหญิงบอกว่าเปียไม่ยอมออกมาคุยด้วย คุณหญิงก็หันไปลงกับช้อยและหวานอีก รำพึงว่าถ้าหลานตนเป็นอะไร  อุทัยกับวณีต้องโกรธตนแน่ๆ

จวนเสนอให้เย็นมาคุยกับเปียได้ไหม คุณหญิงมองขวับพูดอย่างไม่พอใจว่า

“น้ำหน้าอย่างนังเย็นมันจะมาช่วยอะไรได้” จวนติงว่าเย็นเลี้ยงเปียมา เปียอาจเชื่อเย็นก็ได้ คุณหญิงไม่วายสั่งอย่างไว้เชิงว่า “งั้นไปตามมันมาแล้วกัน บอกมันด้วย ที่ให้มาน่ะ เพราะฉันไม่อยากให้วณีกับอุทัยทุกข์ใจ”

เย็นรู้ทันหัวเราะเยาะว่าจะเรียกใช้ตนก็ยังอุตส่าห์มีฟอร์มเยอะ บอกจวนว่าเปียไม่ตายง่ายหรอก ทั้งสองมัวโต้เถียงกันจนเลอสรรร้อนใจขอความกรุณาเย็นเพราะเปียไม่ฟังใครเลย เย็นหันไปเรียกน้อยให้ไปด้วย น้อยเดินตัวลีบตามไปจนเลอสรรสงสารและแปลกใจ

เมื่อไปถึงห้องรับแขก เย็นไหว้คุณหญิง ถูกคุณหญิงถามประชดว่ามายกมือไหว้ตนได้แล้วหรือ เย็นสวนไปทันทีว่าตนรู้ว่าคุณหญิงไม่ได้อยากเห็นหน้าตน คุณหญิงไล่ให้รีบไปคุยกับเปียแล้วไสหัวไปเลย

กว่าเย็นจะขึ้นไปคุยกับเปียได้ก็ต่อปากต่อคำค่อนแคะกับคุณหญิงอยู่พักใหญ่ คุณหญิงโทษว่าถ้าเย็นไม่ขโมยเปียไปเลี้ยง หลานตนก็ไม่มีสันดานแบบนี้ เลอสรรตกใจเรียกติง “คุณย่า...” คุณหญิงจึงเสียงอ่อนลงบอกว่าลืมตัวไปหน่อย แต่ก็ยังด่าเย็นว่า

“ต่อให้จะผิดจะถูก ตระกูลของย่าไม่เคยมีลูกหลานคนไหนนิสัยเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่เป็นเพราะนังเย็นจะเป็นเพราะใคร”

“แต่ถ้าผู้ดีจริงๆ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ก็ต้องเป็นผู้ดีไม่ใช่เหรอคะคุณหญิง นอกเสียจากว่า ‘ผู้ดีจอมปลอม’เห็นแก่ได้”

“หึ...จะโยงเข้าเรื่องตัวเองสินะ อยากโง่ให้ผู้ชายมันหลอกเอง ช่วยไม่ได้”

“คนถูกหลอกไม่ได้โง่ ก็แค่รัก ส่วนคนหลอกก็ไม่ได้ฉลาด แต่แค่เลว!” ด่าแล้วเย็นถามว่า “คุณหนูเปียอยู่ไหน”

นมแสบอกว่าอยู่ข้างบน แล้วนำเย็นขึ้นไป ส่วนคุณหญิงบอกให้เลอสรรพากลับบ้านบอกว่าไม่อยากเห็นตัวเสนียด เย็นได้ยินหันขวับสั่งน้อยให้ไปขอน้ำมนต์ 9 วัดมา กลับบ้านตนจะเอาไปอาบล้างเสนียด

คุณหญิงหันขวับด่าเย็นว่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เลยถูกเย็นถอนหงอกว่า

“ถ้าคุณหญิงรู้ว่าตัวเองอยู่บนที่สูง ก็อย่าปล่อยใจให้มันไหลลงต่ำนะคะ ไม่ใช่อยู่ที่สูงแล้วยังมากดขี่ข่มเหงคนที่อยู่ต่ำกว่าเพียงเพราะเห็นว่าเป็นคนใช้แล้วมันเจ็บไม่เป็น” พูดแล้วเดินตามนมแสไป

คุณหญิงจิกตาตามอย่างเจ็บใจ เลอสรรจึงรีบพาไปพักผ่อน

ooooooo

พอเปียได้ยินเสียงเย็นมาเรียกที่ประตูก็เปิดออกมาแต่โดยดี เย็นถามเปียว่าเห็นแล้วใช่ไหมว่ามันเป็นอย่างไรแล้วจิกผมเปียกระชากไปด่า

“ฉันสั่งสอนแกมาตลอด เป็นผู้หญิงทำอะไรมันต้องรักเกียรติ รักศักดิ์ศรีตัวเอง แล้วแกไปให้ท่าไอ้เด็กประวิทย์นั่นทำไม หา?!” เปียบอกว่าตนไม่ได้ให้ท่า เย็นด่าว่าตนเลี้ยงเปียมาแต่อ้อนแต่ออกทำไมจะไม่รู้สันดานว่าเป็นยังไงไม่ต้องมาทำไร้เดียงสา

“น้าเย็น เปียขอโทษ แต่เปีย...ไม่ได้คิดอะไรกับประวิทย์จริงๆนะ”

“เอ้า ไม่ได้คิดก็ไม่ได้คิด แสดงว่าเปียหลานน้าเก่งจริงๆ ที่ทำให้พวกมันป่วนกันทั้งบ้านได้ เพราะฉะนั้นเปียดื้อต้องใช้ความ ‘ไร้เดียงสา’ สร้างประโยชน์ให้ตัวเองเยอะๆนะจ๊ะ แล้วทุกอย่างของอนุรักษ์ธานินก็จะเป็นของเปีย”

“ความไร้เดียงสาจะทำให้เปียได้ทุกอย่างของ อนุรักษ์ธานิน” เปียพึมพำ พอนึกได้ก็ตาลุก “ขอบคุณค่ะน้าเย็น ที่สั่งสอนเปีย เปียรักน้าเย็นที่สุดเลย” เปียโผเข้ากอดเย็น เย็นกอดตอบ นึกอย่างสะใจว่า...

“ตั้งแต่วินาทีนี้ เตรียมรับมือกับความย่อยยับได้แล้ว คุณอุทัย-คุณวณี!”

เย็นหัวเราะออกมาอย่างสาแก่ใจ เป็นหัวเราะที่เปียได้ยินมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยรู้เลยว่าหมายถึงอะไร

ooooooo

เมื่ออุทัยกับวณีกลับมาถึง รู้ว่าเย็นกำลังไปคุยกับเปียอยู่ อุทัยถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่าทุกคนในบ้านกำราบเปียไม่ได้เลยนอกจากเย็นใช่ไหม

วณีติงอุทัยว่าอย่าเพิ่งว่าเย็น ตนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจนลูกจะฆ่าตัวตาย จวนจึงเล่าให้ฟัง วณีฟังแล้วสงสารและเห็นใจเปียว่าถูกเข้าใจผิดแบบนี้คงอายมาก ส่วนอุทัยก็ลงโทษช้อยกับหวานด้วยการตัดเงินเดือนครึ่งหนึ่งโทษฐานให้ร้ายลูกตน จวนหันไปสมน้ำหน้าทั้งสอง

ช้อยตาเขียวใส่ปรามจวนว่าไม่ต้องมาสมน้ำหน้าวันนี้เปียเอาตัวรอดได้แต่วันหน้าไม่มีทาง หวานเห็นด้วยยืนยันว่าตนเห็นสายตาเปียที่มองประวิทย์เหมือนจะกินเลยทีเดียว บ้านนี้มีเรื่องงามหน้าแน่ แล้วทั้งสองก็ลากกันออกไป

“พวกปากเสีย” จวนด่า แต่ตัวเองก็ภาวนา “ขออย่าเป็นอย่างที่เขาว่านะคุณหนู”

เมื่อเย็นพาเปียลงมาพบอุทัยและวณี ทั้งสองขอเปียอย่าโกรธคุณย่าเลยเพราะคุณย่าเข้าใจผิด คุณย่าเองก็ไม่สบายใจกลัวเปียโกรธ ชวนไปหาคุณย่ากันจะได้เจอเลอสรรด้วย

เปียปฏิเสธขอไปเที่ยวกันเลยดีกว่า ส่วนกับเลอสรร ยิ่งไม่อยากเจอบอกว่า กลัวคุณพ่อคุณแม่จะรักเขามากกว่าตน ทั้งอุทัยและวณีเห็นเปียยังไม่สบายใจจึงตามใจ นัดกันว่ากลับมาค่อยไปหาคุณย่ากับเลอสรรก็แล้วกัน ฝากนมแสบอกคุณย่ากับเลอสรรด้วย

เย็นบอกวณีว่าถ้าไม่มีอะไรตนขอกลับเลย วณีขอบใจเย็นที่ช่วยพูดจนเปียเข้าใจ เย็นยิ้มพูดอย่างมีเลศนัยว่า

“ยินดีค่ะ และตอนนี้ดิฉันก็เชื่อว่าคุณหนูเปียจะยิ่ง ‘เข้าใจ’ ว่าต้องทำตัวยังไง ใช่ไหมคะคุณหนู”

“ค่ะน้าเย็น เปีย ‘เข้าใจ’ แล้วว่าเปียต้องทำตัวกับคุณพ่อคุณแม่คุณย่ายังไง”

พูดแล้วทั้งสองยิ้มอย่างรู้กัน เย็นหัวเราะก้องออกไป นมแสแอบดูอยู่เห็นท่าทางของทั้งสองแล้วไม่สบายใจ

เมื่อนมแสไปเล่าให้คุณหญิงฟัง คุณหญิงถามว่าคิดมากไปหรือเปล่า นมแสยืนยันว่าท่าทางสองคนนั้นมีเลศนัยจริงๆ คุณหญิงยังไม่สบายใจกับเรื่องที่เพิ่งผ่านมา บอกนมแสว่าไว้เห็นอะไรจังๆค่อยมาบอก ย้ำกับนมแสว่าอย่าบอกให้อุทัยกับวณีรู้ เดี๋ยวเขาจะคิดว่าตนเกลียดเย็นเลยมีอคติกับเปีย

“ผมดีใจจังเลยครับที่คุณย่าบอกนมแสไปอย่างนั้น” เลอสรรยิ้มสบายใจ

“ย่าไม่อยากถูกถอนหงอกตอนแก่น่ะเลอ นี่ก็ดีเท่าไหร่แล้วที่ตาอุทัยกับแม่วณีไม่ได้โกรธ เอาไว้หนูเปีย

กลับจากไปเที่ยว ย่าคงต้องทำดีกับน้องเยอะๆแล้วล่ะ” พูดแล้วคุณหญิงบอกเลอสรรว่า “แต่ต่อไปเลออย่าไปนับญาติเรียกน้าเย็นนะลูก เรียกมันว่า ‘นังเย็น’ ก็พอ”

แม้เลอสรรจะไม่พูดอะไรแต่ก็ไม่สบายใจ

เปียไม่ยอมไปหาคุณหญิง แต่ขณะจะออกเดินทางไปเที่ยวเห็นประวิทย์เดินผ่านไป เปียบอกอุทัยกับวณีว่าเดี๋ยวมาแล้ววิ่งจู๊ดไปเลย แต่ไปแล้วไม่เห็นประวิทย์ จึงตามไปที่บ้านก็ไม่เจอ

“ประวิทย์เดินไปไหนเร็วจัง” เปียบ่นพลางออกเดินหา...

ooooooo

ประวิทย์เดินไปเจอน้อยกำลังเก็บดอกมะลิใส่กระทง เขาเข้าไปทัก แสดงความเห็นใจน้อยที่ถูกดุเมื่อเย็นนี้ แนะนำตัวเองว่าเป็นคนอาศัยอยู่ที่นี่

“มีอะไรให้พี่ช่วยบอกได้นะ พี่อยู่เรือนทางด้านหลัง” น้อยบอกว่าตนก็เป็นคนอาศัย อยู่กับน้าเย็น “ดีใจที่ได้รู้จักนะ มาพี่ช่วย”

ขณะประวิทย์ช่วยน้อยเก็บดอกมะลินั่นเอง เปียตามมาเห็นโกรธจี๊ดทันที ตรงเข้าไปหลอกน้อยว่าน้าเย็น ให้กลับบ้าน น้อยกลัวเปียรีบเดินไปแต่ยังแอบดูอยู่แถวนั้น

เปียเข้าไปอ่อยประวิทย์ทันที  ประวิทย์ยังเข็ดขยาดกับเรื่องเมื่อเย็นนี้ บอกเปียให้กลับไปเสียเดี๋ยวใครมาเห็นจะเป็นเรื่องอีก เปียไม่กลับบอกว่าตนไม่แคร์แต่เป็นห่วงประวิทย์มากกว่าไม่รู้ว่าตนไม่อยู่หลายวันเขาจะเป็นอย่างไร ย้ำกับเขาว่า

“ประวิทย์อย่าไปเที่ยวแกะข้าวหลามให้ใครต่อใครกินนะ เปียหวง ไม่อยากให้ใครกิน เปียอยากกินข้าวหลามของประวิทย์คนเดียว ตอนที่เปียไม่อยู่ห้ามประวิทย์ไปยุ่งกับใคร โดยเฉพาะน้อย ไม่อย่างนั้นเปียกลับมา...เปียจะจิ้มประวิทย์กิน”

ประวิทย์ใจเต้นไม่เป็นส่ำ  เห็นสายตาท่าทีของเปียรู้ว่าเปียสนใจตนก็อดยิ้มดีใจไม่ได้  เปียเห็นท่าทางเขินๆของ ประวิทย์ก็จับคางเขาโยกอย่างมันเขี้ยวบอกว่า

“นี่อย่ายิ้มอย่างนี้ใส่เปีย เปียอดไม่ไหวเดี๋ยวก็ได้กินประวิทย์ตรงนี้จริงๆหรอก กลับมาแล้วเจอกัน” พูดแล้ววิ่งไปอย่างมีจริต ประวิทย์มองตามด้วยสายตาของคนที่ตกหลุมรักอย่างจัง ค่อยๆเดินตามไป

น้อยตกใจกับท่าทีของทั้งสอง เมื่อไปกันหมดแล้ว น้อยจึงเดินไปเก็บมะลิต่อ

เปียกลับไปหาอุทัยกับวณีอย่างร่าเริง  เอาดอกมะลิให้วณีบอกว่าเก็บมาฝากคุณแม่ ทำให้วณียิ่งหลงเปีย

ระหว่างนั้นเปียเห็นประวิทย์เดินมาด้อมๆมองๆ ก็ระริกระรี้ใส่  จวนมองตามสายตาเปียเห็นประวิทย์ก็ตกใจ นมแสมองตามจวนไปอีกคน  จวนรู้ทันแกล้งไปยืนบังสายตานมแสไว้

เมื่อออกเดินทาง เปียก็ยังเหลียวมองประวิทย์อย่างหลงใหล จวนเห็นอากัปกิริยาของเปียแล้วรำพึงอย่างผิดหวัง...

“คุณหนูเปียนะคุณหนูเปีย...ไม่น่าเลย...”

เพราะเปียหายไปนานวณีจึงให้เลอสรรไปตาม เลอสรรไปเจอน้อยกำลังเก็บมะลิอยู่ถามว่าเห็นเปียไหม น้อยตกใจรีบบอกว่าเปียไปนานแล้ว

 เลอสรรเห็นน้อยตกใจมากก็เอะใจว่าต้องมีอะไรแน่ๆ น้อยใจไม่ดีตัดสินใจกลับบ้านพัก ภาวนาในใจขออย่ามีใครเห็นเปียเลยไม่อย่างนั้นต้องมีเรื่องใหญ่แน่ๆ

ooooooo

รุ่งขึ้น ประวิทย์เข้าไปช่วยงานในครัวนึกถึงเปียเมื่อคืนแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่รู้ตัว แต่ไม่รอดสายตาจวน หวานและช้อยที่จับตาดูอยู่

ช้อยกับหวานแหย่ประวิทย์เรื่องข้าวหลาม จวนปรามว่าถ้าไม่หยุดพูดจะเฉาะปาก ทั้งสองก็ยังพูดเป็นนัยเรื่องกินข้าวหลามแล้วหัวเราะกันคิกคัก พอดีเลอสรรเข้ามา ประวิทย์ตกใจกลัวความแตก จวนถามเลอสรรว่าต้องการอะไร เขาบอกว่ามีเรื่องอยากคุยกับจวนหน่อย จวนรีบเดินออกไป

เลอสรรเรียกจวนไปถามอาการมีพิรุธของน้อย จวนเล่าให้ฟังแล้วกำชับอย่าบอกใคร ตนกลัวแต่ก็อดเป็นห่วงเปียไม่ได้

“ดีครับที่น้าจวนบอกผม เราสองคนจะได้ช่วยกันระวัง ผมสัญญาจะเก็บเรื่องที่น้าจวนเล่าเป็นความลับ” จวนปรารภว่าทำไมเปียถึงไม่เหมือนน้อยก็ไม่รู้ น้อยเรียบร้อยน่ารัก ส่วนเปียมีแต่เรื่องให้ปวดหัวทุกวัน “นั่นสิครับ ทำไมน้องเปียกับน้อยนิสัยไม่เหมือนกันเลย ทั้งๆที่คนที่เลี้ยงมาคือ ‘น้าเย็น’ คนเดียว” เลอสรรพึมพำ ครุ่นคิด

เช้าวันเดียวกันน้อยทำข้าวต้มให้เย็นแล้วไปเคาะประตูเรียกให้มากิน ถูกเย็นตวาดไม่ต้องมายุ่งกับตนจะไปไหนก็ไป น้อยจึงออกไปเพื่อไปหาน้ำมนต์ 9 วัดตามที่เย็นสั่งเมื่อวาน

น้อยเดินออกมาเจอเลอสรรพอดี เขาถามว่าจะไปไหน พอน้อยบอกว่าจะไปหาน้ำมนต์ 9 วัดมาให้น้าเย็น เขาตกใจถามว่าตั้ง 9 วัดน้อยจะไปอย่างไร น้อยบอกว่าไปรถเมล์ เลอสรรถามว่าแล้ววันนี้จะทันหรือ อาสาจะขับรถพาไป น้อยเกรงใจแต่พอเลอสรรบอกว่าถ้าน้อยไปเองน้าเย็นจะไม่ได้น้ำมนต์ครบ 9 วัดแน่ น้อยเอ่ยอย่างเกรงใจว่า

“งั้นน้อยขอบคุณมากนะคะ” พลางยกมือไหว้

เลอสรรพูดขำๆ ว่าน้อยทำให้ตนรู้สึกแก่ไปถนัดเลย เสนอว่าไหนๆ ตนก็อายุมากกว่าแล้วให้น้อยเรียกพี่เลยเพราะตนเป็นพี่ชายของเปียก็น่าจะเป็นพี่ชายของน้อยด้วย ต่อไปให้เรียกตนว่าพี่เลอสรร น้อยตกใจปฏิเสธว่าไม่ได้

“ต้องได้ ต่อไปน้อยต้องเรียกพี่ว่าพี่เลอสรร ไป” เลอสรรเดินนำไป น้อยเดินตามไปอย่างเสงี่ยมเจียมตัว

ooooooo

อาหารเช้าวันนี้ คุณหญิงนั่งทานคนเดียวบ่นว่าอยู่บ้านหลังใหญ่โตต้องนั่งกินข้าวคนเดียว มีลูกมีหลานก็เหมือนไม่มีแล้วนึกถึงเลอสรรบอกหวานให้จัดสำรับไปให้เขาที่บ้านด้วย

ระหว่างหวานยกสำรับไปนั่นเอง เห็นเลอสรรกับน้อยกำลังเดินไปที่รถด้วยกัน พอดีฝ้ายแมวที่เลอสรรซื้อให้วณีเลี้ยงแก้เหงาเดินผ่านมา น้อยจับลูบคลำอย่างรักใคร่ เลอสรรลูบบ้างไม่ทันระวังมือถูกกัน ต่างชะงักรีบเอามือออก หวานตาโตเท่าไข่ห่านมองตะลึง พอทั้งสองขึ้นรถไป หวานพึมพำอย่างเหลือเชื่อ

“คุณหนูเปียว่าแรงแล้ว ยัยน้อยติดเทอร์โบเลยหรือ แรงและเร็วจริงๆ!” หวานมองตามรถของเลอสรรไปอย่างอยากรู้อยากเห็น

 เย็นเห็นน้อยหายไปก็ออกตามหา ร้องเรียกไปบ่นไปว่าสงสัยไปสาระแนที่บ้านคุณๆ อีกแล้ว ถ้ามีเรื่องอะไรจะตีให้ตาย

เวลาเดียวกัน หวานแจ้นเข้าโรงครัวคาบข่าวไปเล่า อย่างออกรสว่า เห็นเลอสรรจับมือน้อยนั่งรถไป “กินขนมหวาน” กัน จวนฟังอยู่ถามอย่างจับผิดว่ายังไม่เข็ดเรื่องหนูเปียอีกหรือถึงได้ใส่ร้ายน้อยอีก หวานยืนยันว่าตนเห็นกับตาจริงๆ ถ้าคุณหญิงต้องการตนก็พร้อมจะพาไปพิสูจน์ว่าเลอสรรพาน้อยออกไปจริงๆ

“นังน้อยนี่มันแรงจริงๆ มันคงได้เชื้อแรงจากนังเย็น” ช้อยสอดขึ้น

“แรงหรือแรด” หวานถามแล้วหัวเราะคิกคัก “แรดบางตัวมันก็แรดเงียบ บางตัวก็แรดเปิดเผย บางตัวก็แรดขั้นรุนแรง แต่นังเย็น...”

“จะแรดหรือไม่แรดมันก็เรื่องของฉัน ตัวฉัน” เสียงเย็นแว้ดพลางเดินเข้าหา ทำเอาพวกปากหอยปากปูทั้งหลายพากันเงียบกริบ หวานกับช้อยตัวดีรีบบอกว่าตนไม่ได้ว่าเย็น

“ต่อให้พวกแกว่า ฉันก็ไม่สนใจ แต่อย่ามาใส่ร้ายหลานฉัน น้อยไม่มีทางเป็น ‘ขนมหวาน’ของใครเด็ดขาด”

คำยืนยันของหวานกับช้อยทำเอาเย็นกำมือแน่นลังเลขึ้นมาเหมือนกัน กลับถึงบ้านพักเห็นมือถือของน้อยวางอยู่ก็ยิ่งหงุดหงิด คอยอยู่อย่างกระวนกระวายใจจนถึงเย็นน้อยก็ยังไม่มา บ่นพลางพรวดออกจากบ้าน

“แกไปไหนของแกน้อย?!”

เลอสรรพาน้อยกลับมาพอดี น้อยขอบคุณที่เขากรุณา บอกว่าทุกครั้งที่ไหว้พระทำบุญก็จะเอาบุญมาฝากเขาด้วย เลอสรรขอบใจ ต่างยิ้มให้กันอย่างอ่อนโยน เย็นมาเห็นพอดี พุ่งเข้าไปจิกน้อยทันที

“นังน้อย!! นี่แกออกไปกับผู้ชายจริงๆด้วย” เย็นกระชากน้อยไปทุบตีไม่ยั้ง จนขวดน้ำมนต์หล่น เลอสรรตกใจรีบบอกเย็นว่า พวกตนไม่ได้ทำอะไรเสื่อมเสีย “มันเสื่อมเสียตั้งแต่มันออกไปกับคุณแล้ว นังเด็กไม่รักดี แกทำตัวอย่างนี้ได้ยังไง!”

เย็นทั้งทุบตีทั้งด่าน้อยลั่นไปหมด นมแสวิ่งออกมาดู เห็นเย็นทุบตีด่าน้อย น้อยร้องว่าเจ็บก็ยิ่งทุบตีด่าว่า

“เจ็บแค่นี้แกไม่ตายหรอก แต่ถ้าวันไหนแกถูกผู้ชายมันทิ้ง แกจะตาย มานี่ แกมานี่!!” เย็นลากน้อยไป เลอสรรตามไปห้ามด้วยความเป็นห่วงถูกเย็นหันมาผลักตวาด “อย่ามายุ่ง!!”

นมแสยกมือทาบอก พอตั้งสติได้ก็วิ่งไปรายงานคุณหญิงว่าเย็นจะฆ่าน้อยทั้งลากทั้งทึ้งไปที่บ้านแล้ว เลอสรรจะตามไปช่วยก็ถูกผลักออกมา จวนเล่าว่าเย็นคงโกรธเลอสรรที่พาน้อยออกไปข้างนอก คุณหญิงตกใจถามว่าพาไปทำไม จวนบอกว่าตนไม่ทราบ

“ตาเลอนะตาเลอ หาเรื่องจริงๆ” คุณหญิงลุกพรวดออกไปทันที นมแสกับจวนรีบตาม

ooooooo

เย็นลากน้อยไปที่บ้านพักทุบตีไม่ยั้ง เลอสรร

พยายามขอร้องให้ฟังตนก่อน เพราะตนกับน้อยไม่ได้ทำอะไรเสียหาย

“แรกๆ ผู้ชายมันก็พูดกันอย่างนี้ทั้งนั้น ไม่มีอะไร... ไม่ได้ทำอะไร แต่พอเผลอเท่านั้น มีอะไรทุกที”

เลอสรรขอร้องเย็นจะทำอะไรให้ทำกับตนอย่าไปด่าว่าทุบตีดูถูกน้อยเลย เย็นตวาดว่าตนจำเป็นต้องดูถูก เพราะน้อยทั้งเซ่อทั้งโง่ หน้าโง่อย่างนี้ผู้ชายชอบหลอกเสียด้วย

น้อยถูกทุบตีร้องบอกเย็นว่าเจ็บ เย็นตวาดว่าเจ็บวันนี้ดีกว่าต้องเจ็บเพราะโดนผู้ชายทิ้งในวันหน้า “เพราะถ้ามีวันนั้น แกจะเจ็บไปจนตาย!! จำใส่กะโหลกไว้นังน้อย แกอย่าใจง่ายเที่ยวไปไหนมาไหนกับผู้ชายอีก”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะนังเย็น!!” คุณหญิงตวาดเข้ามา “แกเป็นบ้าไปแล้วรึไง ถึงได้เฆี่ยนตีหลานขนาดนี้”

“ไม่ได้บ้าค่ะ ดิฉันกำลังสั่งสอนหลานของดิฉัน ไม่ให้ใจง่ายเที่ยวไปไหนง่ายๆกับผู้ชายอีก” คุณหญิงโต้ว่าหลานชายตนไม่ใช่คนเลวคนร้ายเขาเป็นคนดี เย็นหัวเราะลั่น พูดเย้ยอย่างสะใจและขมขื่นว่า “ผู้ดีแล้วมันทิ้งผู้หญิงไม่ได้เหรอคะ ดิฉันจำฝังใจว่า ลูกชายคุณหญิงที่เป็น ‘ผู้ดี’ ก็ ‘ทิ้ง’ ผู้หญิงไปเหมือนกัน”

แม้คำพูดของเย็นจะเจ็บแค้นแต่น้ำตาคลอหน่วยแววตาเย้ยหยัน เย็นพูดต่ออย่างเจ็บปวดว่า

“แล้วครั้งนั้น คุณหญิงก็ด่าดิฉันว่าเลวเอง ใจง่ายเอง แล้วอย่างนี้คุณหญิงจะไม่ให้ดิฉันสั่งสอนหลานได้ยังไงคะ!” เย็นหันไปทุบตีน้อยประชดคุณหญิง “จำไว้นะนังน้อย แกเป็นผู้หญิง ต้องรักเกียรติรักศักดิ์ศรีของตัวเอง โดยเฉพาะแกเป็นลูกหลานคนใช้ ‘อย่าใจง่าย’ เพราะวันไหนที่แกใจง่าย ทุกคนเขาจะซ้ำเติมแก!”

“นังเย็น!!” คุณหญิงแผดเสียง แต่หยุดเย็นไม่ได้ เย็นหันมาหัวเราะเยาะถามว่า

“ที่ดิฉันพูดมันแทงใจดำใช่ไหมคะ งั้นก็ฟังต่อนะนังน้อย แต่ถ้าแกเป็นลูกคนรวย ต่อให้แกไปแย่งผัวเขา มันก็จะเป็นเรื่องธรรมดา เรื่องถูกต้อง เพราะแกมันเป็นผู้ดี แกมันรวย”

ทั้งคุณหญิงและเลอสรรพยายามห้ามเย็นอย่าตีน้อย เย็นอ้างว่าน้อยเป็นหลานตนตนจะตีจะฆ่าย่อมได้ ใครจะทำไม

คุณหญิงจะแจ้งตำรวจ เย็นท้าว่าแจ้งเลยตนจะได้ฆ่าน้อยต่อหน้าตำรวจให้ดู

เมื่อห้ามอย่างไรก็หยุดเย็นไม่ได้ คุณหญิงขู่ว่าอุทัยกลับมาตนจะฟ้องว่าเย็นโกรธตนแล้วไปลงกับน้อย เมื่อเย็นท้าและตีเลอสรรที่เข้าไปห้าม คุณหญิงบอกเลอสรรให้กลับกันถ้าเย็นจะฆ่าหลานตัวเองได้ก็ให้มันฆ่าไปไม่ต้องไปยุ่ง แล้วลากเลอสรรไป

เย็นปิดประตูปังใส่จนทั้งสองสะดุ้ง

“นังโรคจิต” คุณหญิงด่าแล้วลากเลอสรรที่ยังละล้าละลังไป นมแสรีบตาม ส่วนจวนรีๆรอๆเพราะเป็นห่วงน้อย

ooooooo

พอปิดประตู เย็นก็เดินนิ่งๆ ไปที่อื่นไม่มีความเกรี้ยวกราดดุดันเหมือนเมื่อครู่ น้อยคลานไปกอดขาเย็นขอโทษ สาบานว่าตนไม่ได้ทำอะไรเสื่อมเสีย เลอสรรพาตนไปเอาน้ำมนต์ 9 วัดมาให้ตามที่เย็นสั่ง

 เย็นมองน้อย ทรุดนั่งลูบผมถามว่าเจ็บมากไหม น้อยพยักหน้าน้ำตาไหลพราก แต่บอกว่าตนเข้าใจว่าเย็นเป็นห่วง แต่ไม่ต้องกังวลตนจะไม่มีวันทำอะไรที่เสื่อมเสียเป็นอันขาด

“ไม่มีใครเกิดมาแล้วตั้งใจทำในสิ่งที่มันผิดๆ หรอกน้อย แต่เมื่อถึงคราวที่หลง อะไรๆ มันก็เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะเวลามีความรัก”

จวนที่เป็นห่วงน้อยย้อนกลับมาพยายามแอบดูแอบฟัง...

“น้อยจะไม่มีความรัก” น้อยบอก เย็นหัวเราะว่าตลก “น้อยพูดจริงค่ะ”

“ห้ามไฟไม่ให้มีควัน ห้ามใจไม่ให้รักทำไม่ได้หรอก แต่ถ้าน้อยจะรักใครสักคนอย่าไปมองคนที่เขาสูงกว่า... เพราะคนที่เขาอยู่สูงกว่าเขาไม่มีวันก้มหน้าลงมามองคนต่ำๆอย่างเราหรอก อย่างมากก็หลอกพอสมใจเขาก็ทิ้ง ตีค่าความรักของเราเป็นแค่เศษขยะ อย่าไปเชื่อคำหวาน คำสัญญาความรับผิดชอบของผู้ชาย”

น้อยบอกว่าจะจำไว้และจะไม่รักใครง่ายๆ เย็น บอกว่าถ้าทำได้ก็ดี ตนห่วงกลัวน้อยจะเจ็บ พูดอย่างเจ็บร้าวลึกว่า

“เพราะถ้าคนเรามันลองได้เจ็บ คนดีๆมันก็กลายเป็นคนบ้าได้เหมือนกัน”

น้อยซบหน้ากับเข่าเย็น เย็นลูบผมน้อยอย่างอ่อนโยน จวนแอบดู เห็นแล้วถอนใจโล่งอก

ฝ่ายคุณหญิงกลับถึงบ้านพักก็ยังด่าเย็น บอก เลอสรรว่าตนเกลียดเย็น แต่เลอสรรเข้าใจเย็น คุณหญิงมองหน้าเขาอย่างขัดใจ เลอสรรชี้แจงว่าเย็นพูดถูก ทุกอย่าง ผู้หญิงทำอะไรมีแต่เรื่องเสื่อมเสีย ผู้ชายเสียอีกที่เป็นฝ่ายได้เปรียบ

คุณหญิงโต้ว่า ผู้ชายจะได้เปรียบก็ต่อเมื่อผู้หญิงใจง่าย เพราะถ้าผู้หญิงดีๆเขาจะระมัดระวังตัวอยู่แล้ว

“แต่ไม่ว่ายังไง ผู้ชายก็ควรเป็นสุภาพบุรุษ ให้เกียรติผู้หญิงไม่ใช่เหรอครับ สำหรับผม...ถ้าผมไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบ ผมจะไม่มีวันเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนเป็น อันขาด ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเปิดโอกาสแค่ไหนก็ตาม...ผมขอกลับไปดูน้อยนะครับ ผมเป็นห่วงน้อย” เลอสรรบอกตรงๆ ค้อมศีรษะก่อนเดินออกไป

“อย่าบอกนะว่าประวัติศาสตร์มันจะซ้ำรอยตาอุทัย” คุณหญิงกังวลขึ้นมา

แต่เลอสรรเดินไปเจอจวนกำลังกลับจากบ้านเย็นพอดี จวนถามเขาว่าจะไปหาน้อยใช่ไหม บอกเขาว่าอย่า ไปเลยเดี๋ยวเย็นโกรธขึ้นมาอีก ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ที่เย็นทำลงไปเพราะเป็นห่วงน้อย จวนพูดอย่างเกรงใจว่า

“อย่าหาว่าน้าก้าวก่ายเลยนะคะ แต่คุณเลอก็ทราบ... เรื่องระหว่างคุณอุทัยกับเย็น...”

“น้าจวนเลยกลัวว่าผมกับน้อย...” เลอสรรเดา จวนก้มหน้าไม่กล้าพูดต่อ “ไม่ต้องห่วงครับ ผมกับคุณน้าอุทัยคนละคนกัน เรื่องราวของผู้ใหญ่ ผมเองไม่กล้าก้าวก่าย แต่สำหรับผม ผมจะไม่ทำความเสื่อมเสียให้เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนเป็นอันขาด”

น้ำเสียงที่หนักแน่นจริงจังของเลอสรร ทำให้จวนยิ้มโล่งใจ

ooooooo

ขณะเลอสรรเดินกลับเห็นขวดน้ำมนต์ 9 วัดหล่นอยู่ เขาเก็บไปที่ห้องเทรวมกันจะเอาไปให้น้อย แต่เดินไปใกล้บ้านน้อย พอดีน้อยจะไปเก็บดอกมะลิ พอเห็นเลอสรรก็วิ่งกลับขึ้นบ้านทันที

เย็นถามว่าไหนว่าจะไปเก็บมะลิ น้อยปดว่านึกได้ว่าตนเก็บมาหมดแล้ว แต่เย็นไม่เชื่อระแวงว่าน้อยนัดผู้ชายมาพบ ลงไปมองหาแต่ก็ไม่เห็น เพราะเลอสรรไปแอบอยู่หลังพุ่มไม้ จนเมื่อเย็นกลับขึ้นบ้านเขาจึงออกมา ยิ่งรู้สึกสงสารน้อยมากขึ้น

น้อยกลับมาเปิดดูรูปเปียที่แอ๊บท่าต่างๆในเฟซบุ๊ก เย็นมาดูด้วยทั้งขำทั้งหมั่นไส้ เลอสรรมาแอบดู อยากรู้ว่าเปียถ่ายรูปอะไรบ้าง กลับถึงห้องก็ค้นหาเฟซบุ๊กของเปียจนเจอ พอเห็นรูปต่างๆของเปียแล้วก็อึ้ง

คุณหญิงเอาของว่างมาให้ ถามว่าดูอะไรอยู่พอคุณหญิงเห็นรูปก็อุทานเสียงสยอง

“ต๊าย...ผู้หญิงสมัยนี้ทำท่าอะไรน่าเกลียด” แต่พอดูดีๆ เห็นเป็นเปียก็บ่น “ต๊ายแม่เปียนี่ ทำท่าทำทางแบบนี้เข้าไปได้ยังไง ย่าจะเป็นลม แม่วณีไม่ห้ามเลยรึไง” เอะใจถามว่า “แล้วพ่อเลอรู้ได้ไงว่าเป็นเฟซบุ๊กของเปียทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าน้องมาก่อน” เลอสรรอึกอัก ถูกคุณหญิงคาดคั้นหนัก พอเขาบอกว่าตนเคยเห็นเปีย น้อยและเย็น คุณหญิงก็งง

หวานแอบได้ยินทำตาโตสงสัยว่ารู้จักกันได้ไง??

แต่เมื่อฟังเลอสรรเล่าว่าเคยเห็นเย็นไปลากเปียลงจากเวทีพริตตี้ คุณหญิงยกมือทาบอกทำท่าจะเป็นลม เลอสรรบอกว่านั่นเป็นเรื่องก่อนที่เปียจะมาอยู่ที่นี่ คุณย่าอย่าคิดมากเลย

คุณหญิงทำใจไม่ได้ยิ่งปักใจเชื่อว่าการที่เปียกลับมาอยู่ที่นี่ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย โทษว่า “เพราะแม่เปียติดสันดานนังเย็นมาหมดแล้ว” คุณหญิงลุกพรวดออกไป เลอสรรรีบตาม

“มีเรื่องอะไรอีก” นมแสออกมาเห็นท่าทางของทั้งสองก็มองอย่างกังวล

ในโรงครัว ขณะทุกคนกำลังล้อมวงกินข้าวกันรวมทั้งประวิทย์ด้วย หวานก็แจ้นมาเล่าอย่างตื่นเต้นว่า หนูเปียแซ่บเว่อร์ แล้วหัวเราะคิกคัก ประวิทย์สงสัยว่าเปียไปทำอะไรถึงได้แซ่บเว่อร์?? พอได้จังหวะก็เดินอ้าวไปที่บ้านน้อยคิดว่าคงจะรู้

น้อยเดินออกมาหน้าบ้านเห็นขวดน้ำมนต์วางอยู่ก็ไปอุ้มไว้ใจเต้นรัวเพราะรู้ว่าต้องเป็นเลอสรรเอามาให้แน่ๆ

เย็นออกมาเห็นเป็นเรื่องทันที หาว่าน้อยนัดผู้ชายเอาน้ำมนต์มาให้จริงๆ บังคับให้เอาไปคืน น้อยกอดขวดน้ำมนต์บอกว่าตนไปหามาให้น้าเย็น เมื่อน้อยไม่ยอมปล่อย เย็นแย่งขวดน้ำมนต์เดินอ้าวไปที่บ้านคุณหญิง ประวิทย์มาเห็นพอดีตกใจชะงัก

ooooooo

เย็นไปเจอคุณหญิงเดินอ้าวมา คุณหญิงยังด่าเย็นไม่หยุดปากว่าสันดานของเย็นซึมเข้าไปในตัวเปียจนเสียเด็กหมดแล้ว

เย็นมาได้ยิน เกิดโต้เถียงกันอีกตามเคย คุณหญิง ด่าเย็นสั่งให้ “หุบปากของแกนังขี้ข้า” เย็นฉุนขาดสาด น้ำมนต์ใส่คุณหญิงทันที คุณหญิงตกใจร้องกรี๊ด เย็นหัวเราะเยาะว่าสงสัยมีผีอยู่ในตัวคุณหญิงเยอะถึงได้ร้องปากแทบฉีก

เลอสรรเตือนเย็นว่าอย่างไรเสียคุณหญิงก็มีบุญคุณกับเธอ ถูกเย็นสวนทันทีว่าบุญคุณหมดไปตั้งแต่คุณหญิงดูถูกเหยียดหยามข่มเหงน้ำใจตนแล้ว เลอสรรแย้งว่าบุญคุณก็คือบุญคุณทดแทนอย่างไรก็ไม่หมด

“หึๆ คุณเลอสรรกำลังจะด่าว่าฉันเป็นคนเลว” เลอสรรตอบว่านั่นเป็นสิ่งที่เย็นคิดเองตนไม่จำเป็นต้องตอบ แล้วประคองคุณหญิงกลับไป

น้อยตามเย็นมาด้วยความเป็นห่วง เลยกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของเย็นอีกตามเคย ถูกเย็นหาว่าถ้าน้อยไม่ไปเอาน้ำมนต์มันก็ไม่มีเรื่องแบบนี้ แล้วลากน้อยกลับไป

ประวิทย์แอบดูอยู่ กลัวเย็นจนไม่กล้าโผล่ออกไป พอรีบเดินกลับเจอจวน จวนถามว่ามีเรื่องอะไรเสียงเอะอะโวยวายไปหมด ประวิทย์บอกว่าเย็นทะเลาะกับคุณหญิง คุณหญิงด่าเย็น เย็นเลยตีน้อย จวนอึ้ง ส่วนนมแสฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา

เย็นลากน้อยกลับไปทั้งตีทั้งด่าแล้วไล่ไสหัวไปเลย เย็นยิ่งไล่น้อยก็ยิ่งกอดร้องไห้บอกว่าไม่ไปไหนทั้งนั้นจะอยู่กับน้าเย็น เลยถูกเย็นผลักออกไป ด่าตามหลังแล้วนั่งร้องไห้เสียใจว่า

“เพราะพ่อแม่ญาติโกโหติกาของแก บังคับให้ฉันต้องทำแบบนี้ แกเลยต้องรับกรรมไป นังน้อย!”

น้อยเดินร้องไห้ออกมาเจอนมแสที่มาด้อมๆมองๆ อยู่ นมแสเข้าไปถามน้อยอย่างเวทนาว่าเจ็บมากไหม? น้อยตอบอย่างปกป้องเย็นว่าเปล่าตนไม่เจ็บอะไร นมแสจึงชวนน้อยไปนั่งคุยกันอ้างว่าตนคิดถึงหลานเลยอยากคุยกับน้อยให้หายคิดถึง น้อยเห็นใจจึงไปคุยกันที่บ้านพักนมแส 

นมแสตะล่อมถามว่าน้อยเป็นหลานเย็นจริงๆ หรือ เห็นเย็นทุบตีน้อยมากเลยนึกว่าเย็นเก็บน้อยมาเลี้ยงเสียอีก

น้อยพาซื่อเล่าว่าเย็นเลี้ยงตนตั้งแต่เกิดเพราะพ่อแม่ตายหมด แม่ตนเป็นพี่สาวของเย็น เย็นจึงเป็นทั้งพ่อและแม่ของตน

นมแสคุยกับน้อยแล้วรำพึงออกมาว่า “เฮ้อ...ยิ่งมองยายก็ยิ่งคุ้น เหมือนเคยเห็นหนูน้อยมาก่อนยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก”

เมื่อน้อยกลับไปเล่าให้เย็นฟัง เย็นตกใจซักไซ้ อย่างละเอียด ยิ่งเมื่อได้ยินน้อยเล่าว่า นมแสบอกว่าคุ้น หน้าตนเหมือนเคยเห็นมาก่อนเย็นก็ยิ่งไม่พอใจ

ส่วนคุณหญิงก็ซักไซ้นมแสจนเลอสรรถามว่าคุณย่าอยากรู้เรื่องของน้อยไปทำไม

“ไม่รู้สิ ย่าแค่รู้สึกสนใจ ย่าว่าแม่น้อยเรียบร้อยน่ารักดี พูดก็พูดเถอะนะตาเลอ ถ้าแม่เปียได้นิสัยแม่น้อยมาบ้าง ย่าก็คงสบายใจ”

“หรือไม่ ถ้าหนูน้อยเป็นหลานของคุณหญิงจริงๆ ก็คงดีนะคะ” นมแสพูดแล้วตบปากตัวเองที่เผลอพูดไป หวานที่ทำความสะอาดอยู่แถวนั้นได้ยินก็หูผึ่ง ตาโต พอไปเล่าให้จวนกับช้อยฟัง ช้อยพูดอย่างสยองแทนว่า

“ยายแสนี่พูดแบบไม่กลัวชะตาขาดเลยนะ”

แล้วก็คุยกันไปตามประสาว่าเปียไม่อยู่บ้านเงียบดีจัง หวานบอกว่าเปียอยู่แล้วบ้านวุ่นวายทั้งวัน ตนไม่อยากให้เปียกลับมาเลย ช้อยเหลือบมองประวิทย์แซวว่าหวานไม่อยากให้กลับแต่มีคนแอบอยากให้กลับ ถามว่า “จริงไหมประวิทย์” ทำเอาประวิทย์ที่มีอะไรในใจอยู่แล้วถึงกับเขิน

ooooooo

แล้ววณี อุทัย และเปียก็กลับจากฮ่องกง ไปฮ่องกงไม่กี่วันกลับมาเปียก็กระแดะพูดไทยคำอังกฤษคำ ซ้ำยังบ่นว่านมแสเหม็นเหมือนส้วมแตก

อุทัยดุว่าทำไมพูดจาไม่น่ารัก เปียก็แก้ว่าแค่หยอกนมแสเล่นเท่านั้น  ว่าแล้วก็คว้าของที่ซื้อจากฮ่องกงออกไป นมแสก็ขอตัวไปอาบน้ำ

“อ้าวไปกันหมดเลย ตาเลอก็ไม่เห็นออกมาอยู่หรือเปล่าเนี่ย” วณีถาม นายเอิบบอกว่าเลอสรรออกไปอาร์ตแกลเลอรี่ อุทัยบ่นขึ้นว่าเสียดายเมื่อกี๊ก็ลืมบอกเปียเอาของไปฝากให้น้อยด้วย

“เย็นพาหนูน้อยออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้วครับ” นายเอิบรายงานต่อ อุทัยถามว่าไปไหนกัน ทำให้วณีแอบมองอย่างไม่พอใจ อุทัยชี้แจงว่าที่ถามเพราะกลัวเย็นจะพาน้อยหนีไป

เย็นพาน้อยไปส่งเครื่องประดับที่ถักด้วยด้าย เดินผ่านอาร์ตแกลเลอรี่ น้อยเห็นมีป้ายเขียนว่า “รับสมัครแบบ” ก็ดีใจขออนุญาตเย็นไปสมัครเพื่อจะมีรายได้ช่วยเย็น น้อยเล่าเพื่อให้เย็นอนุญาตว่า ตนเคยอ่านเจอที่นี่เป็นอาร์ตแกลเลอรี่ชื่อดังและยังสอนศิลปะด้วย เย็นจึงตามใจ บอกว่าไปส่งของก่อนแล้วจะกลับมารับ

น้อยดีใจมากเดินยิ้มเข้าไปขอสมัครเป็นแบบอาจารย์ มองน้อยอย่างแปลกใจ น้อยถามว่าตนเป็นแบบไม่ได้หรือ

“ได้...แต่หนูจะเป็นจริงๆหรือ”

“มีอะไรเหรอคะ??” น้อยมองหน้าอาจารย์งงๆ จนเมื่อเข้าไปข้างในน้อยเห็นผู้หญิงใส่ชุดคลุมและมีนักศึกษาชายหลายคนนั่งอยู่ น้อยยิ่งงง

พอดีเลอสรรถือกาแฟมาให้อาจารย์ เห็นน้อยเข้า เขาถามว่าน้อยมาทำอะไรที่นี่ พออาจารย์บอกว่าน้อยมา สมัครเป็นแบบเท่านั้น เลอสรรขอโทษอาจารย์แล้วคว้ามือน้อยพาออกไปอย่างเร็ว น้อยถูกลากถลาตามถามงงๆว่า

“อะไรคะคุณเลอสรร อะไร??!!”

ooooooo

ที่แท้นมแสตามไปแอบดูเปียเห็นเดินผ่านบ้านเย็นไปนึกรู้ทันทีว่าเปียไปหาประวิทย์จึงแอบตามไปอีก

นมแสตกใจเมื่อเปียไปร้องเรียกประวิทย์ไม่กี่ทีไม่มีเสียงตอบก็เดินเข้าบ้านไป หัวเราะคิกคักเดินเรียกประวิทย์ไปเรื่อย

ประวิทย์ตกใจเพราะกำลังอาบน้ำอยู่ เปียไปเคาะประตูห้องน้ำบอกให้ออกมาเอาสบู่ตนซื้อมาฝาก ประวิทย์ขออาบน้ำให้เสร็จก่อน  เปียทำเสียงอ้อนงอนเร่งให้ออกมาไม่อย่างนั้นจะเข้าไป นับหนึ่งถึงสามแล้วกระชากประตูเข้าไปเลย ดีที่ประวิทย์นุ่งผ้าขนหนูแล้ว

นมแสทำหน้าสยองบ่นว่าน่าเกลียดที่สุดเห็นกับตาแบบนี้เปียแก้ตัวไม่ได้แน่ๆ คิดแล้วรีบเดินอ้าวไป ทั้งตื่นเต้นทั้งรีบเลยสะดุดขาตัวเองล้ม กว่าจะลุกได้ก็ยักแย่ ยักยันอยู่นาน

อุทัยกับวณีไปสวัสดีและเอาของฝากไปให้คุณหญิง คุณหญิงถามว่าแล้วเปียล่ะ วณีรีบชี้แจงว่า

“เห็นบอกว่าจะไปหาเย็นกับน้อย แต่เย็นกับน้อยไม่อยู่ วณีว่าประเดี๋ยวก็คงมาที่นี่แหละค่ะ”

คุณหญิงเปรยๆว่า “อ้อ...เห็นย่าเป็นตัวสำรอง” อุทัยไม่สบายใจพูดเสียงอ่อยว่า เขาเลี้ยงกันมา คุณหญิงพูดอย่างทำใจว่า “แม่ก็พยายามบอกตัวเองนะ ว่านังเย็นมันเลี้ยงหลานแม่มาและหลานแม่ก็เป็นเด็กกตัญญูรู้คุณ”

ขณะที่ผู้ใหญ่ทั้งสามพูดถึงเปียกันอยู่นั้น นมแส กระหืดกระหอบเข้ามา พลันก็ชะงักเมื่อเห็นอุทัยกับวณีนั่งอยู่ด้วย เลยอึกอักไม่กล้าบอก แต่พยายามส่งสัญญาณให้คุณหญิง ทำทีชวนไปดูกล้วยไม้ที่เพิ่งออกดอก แต่คุณหญิงก็ไม่เอะใจ จนเวลาผ่านไปคุณหญิงเอะใจว่าในเมื่อเย็นกับน้อยไม่อยู่ทำไมเปียจึงไม่กลับมาสักที ฉุกคิดถึงนมแสก็ลุกเดินออกไปทันที

นมแสกระวนกระวายใจจนจวนสงสัยว่าต้องมีอะไรแน่ๆ จวนมองไปทางบ้านประวิทย์แล้วเดินอ้าวไป ได้ยินเสียงเปียกำลังระริกระรี้ยั่วประวิทย์อยู่ก็แกล้งร้องเรียกประวิทย์

ประวิทย์ตกใจหน้าซีด ทีแรกเปียก็ไม่แยแสบอกว่าจวนก็แค่คนใช้ แต่พอประวิทย์บอกว่าถ้าจวนเข้ามาเห็นเปียจะเสียหายและเราสองคนก็ต้องถูกดุอีกแน่ๆ จึงช่วยกันหาที่ซ่อน แต่ไม่มีที่ซ่อน เปียจะกระโดดหน้าต่างหนี ก่อนกระโดดหน้าต่างเปียโผหอมแก้มประวิทย์ฟอดใหญ่ แต่รีบไปหน่อยโดดลงไปถึงพื้นเลยเจ็บข้อเท้าแต่ก็รีบเดินกะเผลกหนีไป

ขณะที่ประวิทย์ทั้งตกใจทั้งตื่นเต้นที่โดนเปียขโมยจูบ จวนก็ผลักประตูผัวะเข้ามา ประวิทย์มองที่พื้นเห็นถุงที่เปียใส่สบู่หล่นอยู่ ประวิทย์ตื่นเต้นยืนเกร็ง จวนมองหาไม่เห็นเปีย เห็นถุงใส่สบู่ก็มองไปที่หน้าต่างรู้ทันทีว่าเปียหนีไปแล้ว

 “ร้ายจริงๆคุณหนูเปีย” จวนนึกในใจ

พอคุณหญิงนึกรู้ว่านมแสต้องการบอกอะไรก็ลุกพรวดลงมา พลางตะโกนเรียกนมแสบอกว่าอยากไปดูกล้วยไม้ที่นมแสบอกว่าเพิ่งบาน

แต่ไม่ทันที่นมแสจะพาคุณหญิงไป เปียก็กลับมาถึงแล้ว ส่งเสียงเจื้อยแจ้วแจ่มใสมาขอไปดูกล้วยไม้กับคุณย่าด้วยคน ทำเอานมแสอึ้ง เปียประจบคุณหญิงเอาสบู่ที่ไม่ทันให้ประวิทย์ให้คุณหญิงปะเหลาะว่าเอามาฝากคุณย่า แล้วหันไปถามนมแสว่าเห็นว่าจะพาไปดูกล้วยไม้ใช่ไหม นมแสกลบเกลื่อนว่า

“เอ่อ...คุณหนูเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนก่อนก็ได้ค่ะ คุณหญิงขาไว้วันหลังนะคะ พอดีดิฉันทำงานค้างมืออยู่”

บอกแล้วนมแสรีบเดินไปเลย เปียมองตามอย่างรู้ทันหมั่นไส้แล้วจึงหันไปประจบพวกผู้ใหญ่ต่อ

ooooooo

เลอสรรพาน้อยไปนั่งที่ร้านกาแฟ น้อยดื่มกาแฟจนหมดเขาก็ยังไม่พูดอะไร จนน้อยถามว่าทำไมเขาจึงไม่ให้ตนเป็นแบบ เลอสรรจึงอธิบายให้ฟังว่า

คำว่า “แบบ” ของการวาดคือผู้หญิงที่เป็นแบบต้องเปลือยหมดเป็นการฝึกสมาธิ สายตาและรายละเอียด น้อยตกใจปฏิเสธเสียงหลงว่าตนไม่เป็นแบบแล้ว ก็พอดีมือถือน้อยดังขึ้น เย็นโทร.มาบอกว่างานยังไม่เสร็จให้รอไปก่อนเสร็จแล้วจะรีบมาหาถ้าหิวก็หาอะไรกินไปก่อน น้อยก็บอกเย็นว่าน้าเย็นก็อย่าลืมกินด้วยหมู่นี้ไม่ค่อยเห็นกินอะไรเลยตนเป็นห่วง

เลอสรรเห็นถึงความเป็นห่วงกันและกันของน้อยกับเย็นก็นึกชื่นชม เขานั่งอยู่กับน้อยจนตะวันคล้อยต่ำ ก็ยังนั่งมองน้อยอยู่อย่างนั้นจนน้อยเขิน

นับวันอุทัยกับวณีก็ขัดใจกันมากขึ้น อุทัยเห็นถึงความไม่จริงใจกระทั่งการโกหกของเปีย ในขณะที่วณีก็เอาแต่ปกป้องเปียจนอุทัยตำหนิว่าวณีก็โกหกเหมือนกันเพราะจริงๆแล้ววณีก็มองเปียไม่ต่างกับตน ทำให้วณีทั้งโกรธและระแวงอุทัยเรื่องเย็นมากขึ้น

อุทัยคอยจนค่ำยังไม่เห็นเย็นกับน้อยกลับมา เขาไปที่บ้านเย็นด้วยความเป็นห่วงน้อย วณีแอบตามไปพอเห็นเขาไปที่บ้านเย็นก็กลับมาด้วยความเสียใจ

ส่วนเปียพอเห็นอุทัยกับวณีออกจากบ้านก็ยิ้มเจ้าเล่ห์วิ่งออกจากบ้านไปทันที นมแสแอบตามไปดูว่าเปียจะไปไหน

เปียรู้ทันแอบอยู่จนนมแสเดินผ่านๆไปจึงโผล่พรวดออกมาขู่ว่า รู้ว่านมแสติดตามตนอยู่ รู้กระทั่งว่านมแสไปบอกคุณหญิงให้ไปดูดอกกล้วยไม้เพื่ออะไร เปียคุกคามกระทั่งจะจับหนอนใส่ปากนมแสหาว่าปากไม่ดี และผลักนมแสล้มลงขู่ว่า

“ยายแสจำไว้นะ อย่ายุ่งเรื่องของฉันทุกเรื่อง ไม่งั้นยายแสจะไม่แก่ตาย ไป๊”

นมแสกลัวจะรีบเดินหนี เปียก็ยังสำทับว่า “รู้ใช่ไหมถ้ายายแสเอาเรื่องนี้ไปพูด จะเป็นยังไง?!”

พอไล่นมแสไปแล้ว เปียก็แรดไปหาประวิทย์ ยั่วยวนและบอกรักประวิทย์  พอประวิทย์ประหม่าเขินก็ดักคอว่าที่จริงประวิทย์ก็ชอบตนเหมือนกันใช่ไหม แล้วหยอกแหย่กัน เปียผลักประวิทย์ล้มและตัวเองก็ล้มทับ ต่างใจเต้นแรง เปียทำจริตตัดพ้อประวิทย์ว่า

“ประวิทย์บ้าที่สุด เปียเป็นผู้หญิง มาบอกรักประวิทย์ก่อนมันน่าอายรู้ไหม”

ประวิทย์ตกใจดันเปียออกลุกไปนั่งซุกตัวสั่นอยู่มุมห้อง

ooooooo

เย็นทำงานจนเสร็จ ก็พอดีมือถือดังขึ้นนึกว่าน้อย  แต่พอรับสายกลายเป็นอุทัย เขาบอกว่ามีเรื่องอยากจะคุย เย็นยิ้มนึกในใจคิดว่าอุทัยยังมีเยื่อใย

แต่พออุทัยพาเย็นไปนั่งที่ร้านอาหารเพื่อคุยกัน กลายเป็นทะเลาะโต้เถียงกันรุนแรง เมื่ออุทัยบอกว่าต้องการคุยเรื่องเปียเพื่อจะได้หาทางช่วยเปียเพราะรู้สึกว่าเปียเป็นเด็กไม่ธรรมดาดูแปลกๆ ออกจะล้นเกินเด็กสร้างเรื่องแอ๊บตลอดเวลา อุทัยปรารภว่าตนแปลกใจที่ทั้งตนและวณีก็ไม่ใช่คนแบบนั้นแต่ทำไมเปียถึงเป็นแบบนี้

เย็นของขึ้นทันที รื้อฟื้นความหลังมายันว่า เปียได้เชื้อจากอุทัยกับวณีนั่นแหละ เพราะอุทัยโกหกตนตลอดมา และวณีก็แอ๊บทำเป็นไม่รู้เรื่องแต่งงานกับเขาทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตนเป็นเมียเขาอยู่

การคุยยุติลงด้วยการโต้เถียง อุทัยหุนหันกลับไป เย็นโกรธจนน้ำตาแทบร่วง ยืนกำมือตัวสั่นบอกตัวเองว่า

“ฉันพยายามดับไฟแค้นในใจฉัน แต่คุณก็ยังมาสุมไฟใส่ใจฉันอีก ตกลงคนที่มันผิดคือฉันใช่ไหมหรือเพราะฉันมันเป็นคนใช้ ถึงได้มาด่าเอา...ด่าเอา!”

น้อยเห็นว่าค่ำแล้วจะไปซื้ออาหารให้เย็น เลอสรรอาสาพาไปซื้อ บังเอิญไปเจออุทัยกับเย็นนั่งคุยกันอยู่ ทั้งสองแอบดูพอเห็นเย็นเดินออกมา เลอสรรรีบพาน้อยกลับ ฉวยมือน้อยพาหลบไปทางอื่นเพื่อให้พ้นสายตาเย็น พากลับไปที่อาร์ตแกลเลอรี่ เลอสรรจับมือน้อยบอกให้ใจเย็นๆ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาปล่อยมือน้อยจะผละไป

เจ้ากรรม! เย็นเข้ามาเห็นตอนเลอสรรปล่อยมือน้อย พอดี เย็นตวาดแว้ด จนเลอสรรชะงัก น้อยตกใจตะลึง

เย็นด่าน้อยว่าเลวมากตรงเข้าลากน้อย เลอสรรปราดเข้าขวางกระชากแขนน้อยพาออกไปเลย เย็นมองตะลึงวิ่งตามไป                                                                                                         

“หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณเลอสรร หยุด!”

เลอสรรไม่หยุดเปิดประตูรถยัดน้อยเข้าไปแล้วขับออกไปอย่างเร็ว เย็นไม่ยอมแพ้ ตะโกนเรียกให้หยุด เมื่อเลอสรรไม่หยุด เย็นเรียกแท็กซี่ตามไป

ooooooo

 ที่บ้านอุทัย วณีผุดลุกผุดนั่งอย่างร้อนใจ เพราะคิดว่าอุทัยยังมีเยื่อใยกับเย็น พอเห็นอุทัยเดินหน้าบึ้งเข้ามาก็คิดว่าพอเย็นไม่อยู่ก็อารมณ์เสีย

 อุทัยเห็นวณีปั้นหน้าปึ่ง เขาถามว่า “นี่วณียังไม่หายโกรธพี่อีกเหรอ”

 “วณีไม่โกรธ ไม่รู้สึกอะไรกับใครหรอกค่ะ สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดในชีวิตของวณีคือลูกเปีย” พูดแล้วเดินหนีไป อุทัยมองเซ็งๆ แต่ไม่ตาม

วณีเดินไปเคาะประตูห้องเปีย ไม่มีเสียงจากข้างใน วณีเปิดประตูเข้าไปจึงรู้ว่าเปียไม่อยู่ พอดีเห็นนมแสเดินมา วณีถาม “นมแส เห็นลูกเปียไหมจ๊ะ”

นมแสอึกอักเพราะเพิ่งถูกเปียขู่มาหยกๆ จนวณีถามย้ำว่าเห็นเปียหรือเปล่า นมแสลนลานบอกว่าไม่เห็น

“เอ...ไปไหนกันค่ำๆมืดๆ” วณีเดินบ่นออกไป

“โธ่เอ๊ยคุณวณี ป่านนี้คุณหนูเปียกินข้าวหลามเพลินไปแล้วล่ะ” นมแสนึกอย่างเห็นใจ

เปียยังอยู่บ้านประวิทย์ มองประวิทย์ที่นั่งตัวสั่นอยู่มุมห้อง ขำๆบอกว่า

“เปียไม่แกล้งประวิทย์แล้ว กลับดีกว่า” ทำท่าจะกลับแต่หันกลับมาบอกว่ามีข้อแม้ แล้วเอามือประคองแก้มประวิทย์ขึ้นอ้อน “เราสองคนตกลงเป็นแฟนกันแล้ว ประวิทย์ห้ามมองใครอีกนะ ต้องมองเปียคนเดียว รักเปียคนเดียว ไม่อย่างนั้น เจอดีแน่ๆเลย”

“ครับ” ประวิทย์รับคำดีใจจนเนื้อเต้น เปียหยิกแก้มสองข้างของเขาพูดอย่างมันเขี้ยวว่า

“น่ารักที่สุดเลย เปียรักประวิทย์ที่สุด” พูดแล้วหอมแก้มฟอดหนึ่ง “แล้วเจอกันใหม่นะประวิทย์ รักนะ จุ๊บๆ”

เปียเดินไปอย่างมีจริต ประวิทย์มองตามยิ้มแก้มแทบปริ

ooooooo

เลอสรรพาน้อยกลับถึงบ้านก็พาน้อยลงจากรถ เย็นนั่งแท็กซี่ไล่ตามมาติดๆ พอรถจอดก็กระโจนลงมาตะเบ็ง

“หยุดนะคุณเลอสรร หยุด!”

ทั้งอุทัยและวณีได้ยินต่างชะงักมองหน้ากันแล้วรีบเดินตามกันไปดู

“มีเรื่องอะไรกัน” อุทัยถาม เย็นใส่ทันทีว่า

“เรื่องอะไรก็ถามคุณเลอสรรเองสิคะ” แล้วหันไปกระชากน้อย “น้อย มานี่! หูแตกรึไงฉันบอกให้มานี่!” วณีเดินมาขอให้ใจเย็นๆ อย่าทำอะไรน้อย

“ฉันไม่ทำอะไรหรอกค่ะ หยิกเล็บเจ็บเนื้อเปล่าๆ” พูดแล้วกระชากผมน้อยจนหน้าหงาย บอกวณีว่า “แค่จะพามันไปจากที่นี่ เพราะถ้านังน้อยมันยังอยู่ที่นี่ต่อไป สักวันมันก็คงจะท้องไม่มีพ่อ ไปนังน้อย” เย็นลากน้อยไป

เปียกลับมาเห็นพอดี เย็นหันไปบอกอุทัยกับวณีว่า “ไหนๆ คุณหนูเปียก็มาแล้ว ฉันขออนุญาตพาคุณหนูเปีย กลับไปด้วยนะคะ” เปียตกใจถามว่าน้าเย็นจะพาตนไปไหน “กลับบ้านของเราสิคะคุณหนู ในเมื่อคนที่นี่เขามองคุณหนูหลอกลวง ปลิ้นปล้อน กะล่อนตอแหล คุณหนู จะอยู่ให้เขาว่าทำไมล่ะคะ”

เปียหันมองหน้าอุทัยกับวณี ถามเกือบเป็นตวาดว่า

“ใครว่าเปียคะคุณพ่อคุณแม่ ใครว่าเปีย!!”

อุทัยอึ้ง วณีงง  ในขณะที่เย็นหัวเราะสะใจเย้ยหยันบอกเปียว่า “ก็คุณอุทัย คุณพ่อของคุณหนูน่ะสิคะ”

ทั้งเปียและวณีมองอุทัยขวับ อุทัยปฏิเสธว่าตนเปล่า เย็นแฉทันทีว่า

“แล้วใครกันที่นัดฉันออกไปคุยกันข้างนอก คุณนี่มันโกหกจริงๆคุณอุทัย แล้วไม่ต้องมาถามฉันอีกนะว่าคุณหนูเปียได้นิสัยโกหกมาจากใคร รู้ขนาดนี้แล้วจะอยู่ทำไมคะคุณหนู กลับไปอยู่กับน้าเถอะค่ะ นะคะ” พลางเย็นเข้าไปดึงแขนเปีย

วณีโผเข้ากอดเปียกระชากคืน ตวาดเย็น อย่าเอาลูกฉันไป อุทัยก็บอกเปีย “อย่าไปนะเปีย พ่อรักเปีย”

ระหว่างที่สองฝ่ายยื้อยุดเปียกันนั้น นมแสลุ้นในใจว่า “ไปเถอะ กลับไปอยู่กับนังเย็นเถอะ อยู่ที่นี่ต่อไป มีเรื่องเสื่อมเสียแน่ๆ” ส่วนเย็นก็ทำทีหว่านล้อมเปียว่า

“ถึงน้าจะจน แต่ที่ผ่านมา คุณหนูก็รู้ น้าทำทุกอย่างเพื่อคุณหนู และน้าก็มั่นใจว่า แม้กระทั่งคุณพ่อคุณแม่ ไม่มีใครทำเพื่อคุณหนูได้เท่าน้าแน่นอน”

เปียมองเย็น แม้ใจจะไม่อยากไปแต่รู้ความหมายในสายตาของเย็น ก็ผสมโรงเล่นละครด้วย...

“ค่ะ...น้าเย็น เปียจะกลับไปอยู่กับน้าเย็น ลาก่อนค่ะคุณพ่อคุณแม่” เปียแกะมือวณีกับอุทัยออก วณีคว้าไปกอดไว้ร้องไห้แทบขาดใจ

“ไม่...แม่ไม่ให้หนูไป แม่รักหนู แม่รักลูกเปียสุดชีวิต อย่าไปจากแม่นะลูก”

“ฉันขอโทษนะเย็น จะให้ฉันทำอะไรก็ได้ แต่ฉันขอร้อง อย่าพาลูกฉันไป” อุทัยอ้อนวอน

“โถๆๆ ยอมทำทุกอย่าง งั้นกราบดิฉันทั้งสองผัวเมียเลยดีไหมคะ” เย็นหัวเราะลั่น เห็นทั้งสองอึ้ง เย็นพูดต่อ

“ดิฉันไม่ได้โรคจิตขนาดนั้นหรอก เอาเป็นว่า แค่คุณอุทัยรับปากว่าจะไม่สงสัยคลางแคลงใจอะไรในตัวเปียอีก ดิฉันก็จะให้คุณหนูอยู่ที่นี่”

เปียมองลุ้น วณีพยักหน้ากับอุทัย เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “ฉันรับปาก”

“แต่ยังไง คำพูดของคุณอุทัยก็เชื่อไม่ได้อยู่ดี เพราะครั้งหนึ่งคุณอุทัยก็เคยสัญญาว่าจะรักฉันเพียงคนเดียว แต่แล้วก็หนีไปแต่งงานกับคุณวณี เอาเป็นว่า คุณหนูเปียชั่งใจเอาเองนะคะ ว่าจะอยากอยู่ที่ไหน เพราะยังไงน้าก็ยืนยันว่า น้าเป็นคนเดียวที่ทำทุกอย่างเพื่อคุณหนู จริงๆ”

เปียเล่นละครต่อ มองอุทัยตัดพ้อว่า “คุณพ่อไม่รักเปียเลย เปียเสียใจ เปียเกลียดคุณพ่อ” แล้ววิ่งเข้าบ้านไปเลย วณีวิ่งตามเปียเข้าไป อุทัยหันมองเย็นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ด่า “เธอนี่มันร้ายจริงๆเย็น”

“ผู้หญิงร้ายเพราะผู้ชายเลวค่ะ” เย็นพูดยิ้มๆนิ่งๆ อุทัยโมโหเดินเข้าบ้านไป เลอสรรเข้ามาพูดกับเย็นว่า

“งั้นถ้าผู้ชายดี ผู้หญิงก็พร้อมจะดีใช่ไหมครับ”

“ใช่ แต่มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เพราะผู้ชายดีๆ มันก็มีแค่ในละคร”

“ผมนี่แหละครับ จะเป็นผู้ชายที่ดี”

“น้ำเน่าแล้ว ตลก!! อย่ามายุ่งกับหลานฉันนะคุณเลอสรร ไม่งั้นนังน้อยตาย!” พูดจบเย็นก็ลากคอน้อยกลับบ้าน พอน้อยร้องว่าเจ็บ เย็นด่าซ้ำ “นี่ก็เหมือนกัน พ่อแม่เป็นจิ้งหรีดรึไงต่อหน้าผู้ชายน่ะร้องจั๊ง นังสำออย!”

เลอสรรได้แต่มองเย็นลากน้อยถูลู่ถูกังไป ฟังเสียงน้อยร้องแล้วสงสาร แต่ก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.