ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    คลื่นชีวิต

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    การสูญเสียยายจันทร์ทำให้จีราวัจน์แทบยืนไม่อยู่ แต่ก็พยายามตั้งสติขอปลีกวิเวกเพื่อทำใจ แต่หน้าตาและชื่อเสียงของเธอก็ทำให้มีคนกวนตลอด โชคดีที่สาธิตซึ่งแอบตามห่างๆช่วยพาหลบได้ทันเวลา

    จีราวัจน์ตกใจมากที่เห็นสาธิต แต่ความกดดันที่สั่งสมมานานก็ทำให้กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ดึงตัวเขามากอดแน่นหวังเป็นที่พักใจ ทนายหนุ่มไม่เคยเห็นดาราสาวเป็นแบบนี้ ใจอ่อนยวบด้วยความสงสารและเห็นใจ ยอมให้เธอกอดด้วยไม่อาจทำใจแข็งปล่อยให้เธออยู่ตามลำพัง

    สองหนุ่มสาวกอดกันครู่ใหญ่ กว่าจะพากันเดินกลับไปศาลาเพื่อสมทบกับดารากา เจตรและชยันต์

    “ขอบคุณที่มา”

    “แกเป็นลูกความของผม...ผมต้องมา”

    “ยายโชคดีที่ได้เจอคุณ”

    “ส่วนคุณโชคร้ายที่เจอผม”

    “ไม่หรอก คุณต่างหากโชคร้ายที่เจอฉัน”

    “ผมโชคร้ายตรงไหน มีแต่คุณที่โชคร้ายทุกครั้งที่ใกล้ผม ผมคงอยู่ไม่ถึงวันนี้ ถ้าไม่มีคุณ...ขอบคุณนะจีราวัจน์”

    คำขอบคุณจากสาธิตทำให้จีราวัจน์หัวใจเต้นแรง ตัวลอยด้วยความรู้สึกบางอย่างที่บรรยายไม่ถูก แต่ไม่ทันได้แสดงอะไรออกไป มือปืนสองคนของสิทธาก็โผล่มาขัดจังหวะ!

    เจตร ดารากาและชยันต์เห็นจีราวัจน์หายตัวไปนานเลยแยกกันตามหา และทั้งหมดก็มาทันเห็นเหตุการณ์ลอบยิงแบบทันเวลา โดยที่เจตรตัดสินใจเอาตัวเข้าขวางกระสุนเพราะคิดว่ามือปืนจะลอบยิงจีราวัจน์

    กระสุนถากที่แขนเจตร ดารากาตกใจมากถลาไปประคอง มือปืนเห็นว่าพลาดเป้าเลยเล็งใหม่ และครั้งนี้สาธิตก็ไม่รอช้า กระโจนไปรวบตัวจีราวัจน์ให้หมอบกับพื้นเพื่อหลบกระสุน

    เจตรถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้น ดารากาเฝ้าดูอาการเขาอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับจีราวัจน์ แต่เมื่อถึงโรงพยาบาล ดาราสาวกลับละล้าละลังเมื่อสาธิตจะแยกไปจอดรถคนเดียว

    “ฉันจะไปกับคุณด้วย”

    “ไม่ต้อง! เข้าไปอยู่ข้างใน ผมโทร.บอกพิเชษแล้ว มันกำลังถึง คุณอยู่ใกล้เจ้าหน้าที่ไว้ อย่าไปไหนเด็ดขาด”

    จีราวัจน์ยังขืนตัว ไม่ยอมให้ชยันต์พาเข้าด้านใน จนสาธิตต้องเอ่ยเสียงอ่อน

    “เข้าไปข้างในซะ ผมไปไม่นานหรอก...เดี๋ยวผมมาหาคุณ”

    พูดจบก็ขับรถออกไป ทิ้งจีราวัจน์ให้มองตามจนลับตา โดยไม่รู้เลยว่าชยันต์เฝ้ามองทุกอย่างด้วยความสงสัย แต่ไม่อยากพูดอะไรเพราะคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้

    ooooooo

    พิเชษมาถึงโรงพยาบาลหลังจากนั้นไม่นานและความเห็นของเขาก็ทำให้ชยันต์หน้าเครียด เพราะระแวงว่าเหตุการณ์ลอบยิงวันนี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่สาธิตหรือเจตร แต่เป็นจีราวัจน์!

    และผู้ต้องสงสัยสำคัญก็คือปียากุล เพราะเขาเคยได้ยินเธอขู่เมื่อไม่กี่วันก่อน ชยันต์โมโหและรู้สึกผิดมาก ขอตัวไปเคลียร์บางอย่างตามลำพัง โดยทิ้งจีราวัจน์กับดารากาให้อยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาคอยอารักขา

    ไม่ใช่แค่ชยันต์ที่อยากปกป้องจีราวัจน์ จริยาก็เป็นเดือดเป็นร้อนใจไม่แพ้กัน เพราะแอบได้ยินสิทธาด่า ลูกน้องที่ทำงานพลาด และถูกสั่งให้ไปตามเก็บสาธิตอีกรอบ

    จริยารีบโทร.หาลูกสาวคนเดียวเพราะกลัวจะอยู่กับสาธิต แต่จีราวัจน์กลับไม่ห่วงตัวเอง วางสายจากแม่ได้ก็แล่นไปตามหาเขาทั่วโรงพยาบาล จนกระทั่งพบเขาที่อาคารอีกด้าน

    แต่ก่อนจะพบจีราวัจน์ก็ต้องประสาทเสียแทบแย่ ทั้งรอยเลือด เสียงดังจากลูกโป่งของคนไข้เด็ก ทำให้สติแทบแตกเพราะเป็นห่วงสาธิต และเมื่อเขามาให้เห็นตัวเป็นๆพร้อมกับเหตุผลที่หายไปนานเพราะเจอลูกความ ดาราสาวก็ทนไม่ไหว ถลาไปผลักอกเขาอย่างแรง!

    “มันใช่เวลาไปหาลูกความไหม ไม่เห็นเหรอว่าตอนนี้มันอันตรายขนาดไหน รู้ไหมว่าคนอื่นเป็นห่วง!”

    พูดพลางร้องไห้อย่างไม่อายใคร สาธิตรู้สึกดี อย่างประหลาดจนอดเย้าไม่ได้

    “คุณร้องไห้เพราะห่วงผมเหรอ”

    จีราวัจน์ชะงัก แปลกใจความรู้สึกตัวเองแต่ยังไม่อยากยอมรับ พลันก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อเห็นมือปืนพวกเดิมเล็งปืนมาทางนี้ สาธิตถูกดึงหลบข้างทางอีกรอบ แต่ครั้งนี้เขาจะสู้ด้วยการเรียกคนมาช่วย จีราวัจน์ต้องห้ามไว้

    “จะออกไปให้พวกมันยิงคุณอีกรึไง”

    “ตกลงพวกมันไม่ได้ตั้งใจยิงคุณเจตรแต่จะยิงผมใช่ไหม...คนของนายสิทธาใช่ไหม”

    แววตาดุดันของเขาทำให้จีราวัจน์นึกกลัว และท่าทางนั้นก็เหมือนเป็นคำตอบรับให้สาธิต

    “ดี...ผมจะได้จับพวกมันไปเป็นพยานเอาเรื่องนายสิทธาให้ดิ้นไม่หลุด”

    พูดจบก็จะผละไปเผชิญหน้ามือปืน จีราวัจน์เลยตัดสินใจล็อกตัวเขาจากด้านหลัง

    “ก่อนคุณจะจับพวกมัน พวกมันจะฆ่าคุณก่อน”

    “ผมไม่กลัว ถึงยังไงพวกมันก็ไม่เอาผมไว้อยู่แล้ว ผมยอมสู้จนตายดีกว่าหลบแบบนี้”

    “แต่ฉันไม่อยากให้คุณตาย ฉันไม่อยากเห็นน้าวดีต้องเสียใจอีก คุณลืมไปแล้วเหรอว่าคุณน้าวดีมีคุณเป็นที่พึ่งสุดท้าย ถ้าไม่มีคุณ แล้วคุณน้าจะอยู่ยังไง นี่ไม่ใช่การหนี...แต่เราไปตั้งหลักสู้ ถ้านายสิทธากล้าสั่งฆ่าคุณ แปลว่าคุณกำลังสืบถูกจุดสำคัญของมัน แล้วคุณจะมาโง่ยอมตายตอนนี้แทนที่จะจับนายสิทธาเข้าคุกเหรอ”

    สาธิตถึงกับอึ้ง จีราวัจน์พูดถูกทุกอย่าง แต่กระนั้นก็ตั้งท่าจะเถียง เธอเลยตัดบท

    “ไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้น อยู่เงียบๆให้พวกมันไปก่อน แล้วเราค่อยไปบอกคุณพิเชษว่าพวกมันอยู่ที่นี่!”

    ooooooo

    แต่ก่อนจะได้บอกพิเชษ จีราวัจน์ก็ต้องช่วยสาธิตหลบอีกหลายรอบ โดยไม่รู้เลยว่าเจนจิราที่รีบมา ดูอาการพี่ชายแอบเห็นเหตุการณ์ใกล้ชิดของทั้งสองและเข้าใจผิดคิดว่าทั้งคู่อาจมีความรู้สึกบางอย่างต่อกัน

    สาธิตหัวใจเต้นแรงมากที่ได้ใกล้ชิดดาราสาว แต่ไม่ทันจะได้แสดงอารมณ์ลึกซึ้ง จีราวัจน์ก็บอกให้เขา โทร.บอกพิเชษเสียก่อน เพราะเห็นว่ามือปืนเข้าไปค้นหาพวกเขาด้านในอาคารโรงพยาบาลแล้ว

    พิเชษอาสาจะดักจับมือปืนและจะส่งคนไปคุ้มกันสาธิตกับจีราวัจน์ แต่ทนายหนุ่มก็ไม่ยอม รั้นจะอยู่เผชิญหน้ากับมือปืน จีราวัจน์ทนไม่ไหว ต้องแย่งมือถือมาคุยกับพิเชษแทน

    “ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจะพาคุณสาธิตไปอยู่ที่ปลอดภัยเอง แล้วฉันจะโทร.หาคุณพิเชษอีกทีนะคะ”

    เจนจิราตามมาสมทบทั้งสองหลังจากนั้น จีราวัจน์เลยถือโอกาสยืมรถอีกฝ่ายเพราะไม่อยากให้พวกสิทธาตามตัวสาธิตง่ายๆ ทนายสาวรับปากเพื่อความปลอดภัยของทนายหนุ่มรุ่นพี่ แต่กระนั้นก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุการณ์บ้าๆนี่เกิดจากอะไรและเพราะใครกันแน่!

    ระหว่างที่เจนจิราฟังเรื่องราวจากจีราวัจน์และสาธิต ชยันต์ก็กำลังคลั่งเมื่อกลับบ้านแล้วได้ยินภรรยาจอมหึงคุยมือถือกับใครบางคนเรื่องเงินค่าจ้าง เหตุการณ์สดๆร้อนๆ ที่เกิดกับสาธิต จีราวัจน์และเจตร ทำให้ผู้กำกับหนุ่มโกรธมาก ตวาดลั่นเพราะมั่นใจว่าคนว่าจ้างมือปืนคือปียากุล

    “ผมบอกแล้วไงว่าผมจะทำยิ่งกว่านี้ถ้าคุณยุ่งกับจี”

    “คำก็จีราวัจน์ สองคำก็จีราวัจน์ ทำไมนังนั่นมันไม่ตายๆไปสักที”

    “ผมรู้ว่าคุณเกลียดจี ทั้งๆที่ผมยืนยันมาตลอดว่าผมกับจีไม่เคยเป็นอะไรกันนอกจากเพื่อนพี่น้อง แต่ผมไม่เคยคิดว่าคุณจะเกลียดจนจ้างคนไปยิงจีได้”

    ปียากุลอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเขาจะมองเธอในแง่ร้ายขนาดนี้ แต่ก็ไม่คิดจะแก้ตัว ยียวนกลับ

    “แล้วคุณคิดว่าคนอย่างเปี๊ยกทำอย่างนั้นได้ไหมล่ะ”

    “คุณตอบผมมาสิ”

    “จะตอบทำไม ในเมื่อคุณมีคำตอบอยู่แล้ว ในเมื่อคุณคิดว่าเปี๊ยกเลวขนาดนั้น ทำไมไม่พาตำรวจมาลากคอเปี๊ยกเข้าคุกเลยล่ะ หรือว่ากลัวคนประณามว่าเป็นผัวใจร้ายจับเมียเข้าคุก คิดจะทำการใหญ่ต้องไม่รู้จักคำว่ากลัว ดูเปี๊ยกสิ...เพื่อเอาผัวคืน เปี๊ยกยังจ้างมือปืนยิงนังจีได้เลย”

    ชยันต์ถึงกับช็อก แต่ปียากุลก็ไม่สนใจ ท้าทายเสียงเข้ม “ถ้าคุณไม่แจ้ง เดี๋ยวเปี๊ยกแจ้งตำรวจให้เอง เปี๊ยกไม่กลัวติดคุกหรอก เพราะชีวิตเปี๊ยกทุกวันนี้มันก็เป็นทุกข์ไม่ต่างจากติดคุกหรอก”

    คำพูดตัดพ้อของปียากุลทำให้ชยันต์สะเทือนใจมาก นึกโทษตัวเองที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้

    “ผมไม่แจ้งตำรวจหรอก และถ้าตำรวจจะจับคุณ ผมจะเป็นคนรับผิดทุกอย่างเอง”

    ปียากุลไม่อยากเชื่อหู แต่แล้วก็ต้องพูดไม่ออกเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของเขา

    “เพราะผมทำให้คุณต้องเป็นอย่างนี้ ไม่ว่าผมจะยืนยันว่าผมไม่เคยนอกใจคุณ ผมก็ไม่เคยทำให้คุณเชื่อใจได้ ผมไม่เคยทำให้คุณมีความสุข มีแต่ทำให้คุณเป็นทุกข์จนคิดฆ่าคนบริสุทธิ์ได้”

    “พอ! เลิกพูดคำสวยงามสักที เปี๊ยกไม่ได้โง่ ไม่ใช่พวกโลกสวย ถ้าอยากเลิกก็พูดมาคำเดียวว่าเลิก พูดมา...คุณอยากเลิกกับเปี๊ยกใช่ไหม”

    “ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าเราควรเลิกกันไหม...แต่เราควรแยกกันอยู่ อย่างน้อย...เราจะได้มีเวลาคิดว่าการอยู่ด้วยกัน มันทำให้เรามีความสุขกันจริงรึเปล่า ถ้าไม่...เราก็คงต้องเลิกกัน!”

    ชยันต์ฮึดฮัดจากไปแล้ว ทิ้งปียากุลให้เต้นผางคนเดียวเพราะเข้าใจว่าเขาเลือกข้างจีราวัจน์

    “อยากเลิกกับเปี๊ยกเพื่อไปอยู่กับนังจีก็บอกมา ไปเลย...ถึงไม่มีคุณ เปี๊ยกก็อยู่ได้!”

    ooooooo

    สถานที่ปลอดภัยของจีราวัจน์คือบ้านของอารี ครูเพลงหนุ่มใหญ่เข้าใจสถานการณ์ดี แต่ที่ข้องใจคือเหตุใดดาราสาวถึงพาทนายหนุ่มที่เกือบฆ่ากันตายหลายรอบมาลี้ภัยที่นี่

    จีราวัจน์อธิบายทุกอย่างแบบใจเย็น ทั้งปลอบแกมขู่จนอารีไม่มีทางเลือกยอมให้สาธิตอยู่ด้วย แต่ทนายหนุ่มกลับไม่อยากอยู่เฉย ตั้งท่าจะโทร.หาพิเชษเรื่องคดี จีราวัจน์ต้องแย่งมือถือเขามาเก็บไว้เพื่อความปลอดภัย

    สาธิตยอมแบบไม่เต็มใจนัก และเมื่อจีราวัจน์จะกลับไปเยี่ยมเจตร ก็ตามไปรั้งไว้

    “ผมรู้ว่าคุณห่วงคุณเจตร แต่นี่มันมืดแล้ว จะขับรถไปยังไงคนเดียว”

    “ปกติฉันก็ขับรถคนเดียว”

    “แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน คุณเพิ่งพาผมมา พวกนั้นอาจเห็นคุณมากับผมแล้วดักตามคุณก็ได้”

    “ดี! ฉันจะได้ล่อมันไปส่งตำรวจ”

    “ดี! งั้นผมไปด้วย”

    “ฉันบอกให้คุณอยู่ที่นี่”

    “ถ้าคุณอยากให้ผมอยู่ คุณก็ต้องอยู่ด้วย!”

    อารีลอบมองอาการของสาธิตกับจีราวัจน์ด้วยแววตาอึ้งๆ ตระหนักได้นาทีนั้นเองว่าทั้งคู่อาจมีความรู้สึกบางอย่างต่อกันโดยไม่รู้ตัว และเพื่อยุติสงครามน้ำลาย ครูเพลงหนุ่มเลยตัดสินใจให้พักที่บ้านทั้งคู่

    จีราวัจน์โทร.บอกดารากาที่เฝ้าเจตรอยู่โรงพยาบาลไม่ให้เป็นห่วง ครูสาวเลยเล่าให้เจนจิราฟังด้วย พร้อมกับเสนอตัวไปส่งบ้านเพราะจีราวัจน์เอารถไปค้างคืนด้วย เจนจิราไม่มีปัญหาเรื่องรถ แต่คาใจเรื่องจีราวัจน์กับสาธิตมากกว่า เพราะรู้ดีว่าเจตรชอบจีราวัจน์มากแค่ไหน

    สถานการณ์ระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ไม่น่าไว้ใจ เจนจิราเลยตัดสินใจถามดารากาถึงความรู้สึกของเธอที่มีต่อพี่ชายคนเดียว ครูสาวถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดมาก่อนว่าจะถูกจู่โจมแบบนี้

    “เจนรู้มานานแล้วว่าพี่ดาวชอบพี่เจตร ตอนแรกเจนไม่อยากยุ่ง อยากให้พี่เจตรกับพี่ดาวตัดสินใจกันเอง แต่วันนี้ทำให้เจนเห็นแล้วว่าชีวิตมันไม่แน่ไม่นอน”

    ดารากาหน้าแดง ตั้งท่าจะเถียงแต่ก็ช้ากว่าเจนจิราที่โพล่งออกไปด้วยความเป็นห่วงพี่ชาย

    “เจนเคยบอกพี่เจตรว่าอยากทำอะไรก็รีบทำ เพราะเราไม่รู้หรอกว่าจะมีพรุ่งนี้อีกนานเท่าไร เจนก็อยากบอกพี่ดาวด้วย โอกาสมันมีไม่มากนะคะพี่ดาว อีกไม่นานพี่เจตรจะกลับแท่นแล้ว ถ้ารู้สึกอะไรก็รีบบอกพี่เจตรนะคะ เจนอยากให้พี่เจตรคบกับผู้หญิงที่รักพี่เจตรจริงๆ”

    คำพูดของเจนจิราทำให้ดารากาคิดหนัก ลังเลว่าควรบอกความในใจของตนหรือไม่ และขณะที่ใคร่ครวญนั่นเอง เจตรก็ละเมอเพ้อถึงจีราวัจน์ แถมจับมือเธอเพราะเข้าใจว่าเป็นมือจีราวัจน์อีกต่างหาก ทำให้ครูสาวช้ำใจและตัดสินใจได้ในตอนนั้นเองว่าจะไม่บอกเรื่องความรู้สึกของเธอให้เขารู้เด็ดขาด!

    ไม่ใช่แค่ดารากาที่ถูกรู้ทัน อาการเป็นห่วงแบบออกนอกหน้าของจีราวัจน์ก็ถูกอารีจับผิดเช่นกันจนรู้ว่าเธอรู้สึกเช่นไรกับสาธิต แต่กระนั้น...ดาราสาวก็ไม่อยาก ยอมรับ ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึก แต่คิดว่าเป็นไปไม่ได้มากกว่า

    สาธิตก็ตกที่นั่งลำบากไม่แพ้กัน สับสนหัวใจอย่างหนัก ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรกันแน่กับจีราวัจน์และคืนนั้นเอง สองหนุ่มสาวก็ได้พิสูจน์ใจตัวเอง เมื่อสาธิตนอนไม่หลับและลงมาหาของกิน แต่ดันทำเสียงดังจนจีราวัจน์สะดุ้งตื่น ดาราสาวเป็นห่วงทนายหนุ่มเลยแอบมาดู ก่อนจะแจ้นกลับห้องแทบไม่ทันเพราะดันไปช่วยตบยุงที่หน้าเขา!

    จีราวัจน์กลับเข้าห้องไปแล้ว สาธิตที่แกล้งละเมอเพื่อกลบเกลื่อนอาการรู้ตัว ได้แต่มองตามยิ้มๆ ปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นว่าดาราสาวเป็นห่วงเขามากแค่ไหน

    ooooooo

    สิทธาโกรธมากเมื่อรู้จากมือปืนที่ส่งไปว่าสาธิตหนีรอดไปได้อีกครั้ง และยิ่งหัวเสียหนักเมื่อระแคะระคายว่าทนายหนุ่มอาจรู้ตัวแล้วเรื่องที่ถูกสั่งเก็บ!

    และผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นหนอนบ่อนไส้ก็คือจริยา สิทธาไม่รอช้าบุกหาเธอถึงห้อง จริยาที่รู้ตัวก่อนจากภาพของกล้องวงจรปิดบนไอแพดเลยรีบไปแช่ตัวในห้องน้ำเพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่ว่าเธอแอบไปดักฟังและสังเกตการณ์ทุกอย่างตลอด เพราะกลัวเขาจะส่งคนไปถล่มสาธิตกับจีราวัจน์ซ้ำ

    จริยาถอนใจโล่งอกที่รอดตัวไปได้ และรีบส่งข้อความบอกจีราวัจน์ โดยไม่รู้เลยว่าสิทธาแอบเห็นทุกอย่างจากภาพของกล้องวงจรปิดเช่นเดียวกันว่าเธอเป็นหนอนบ่อนไส้ ศิริลักษณ์สะใจมาก อาสาจะจัดการคุณหญิงคู่ปรับให้เอง แต่เจ้าพ่ออสังหาฯจอมหื่นก็ห้ามไว้ ไม่อยากให้รู้ตัวก่อนเวลาอันควร

    “คนที่หักหลังความไว้วางใจของฉัน ฉันจะไม่ให้มันเจ็บธรรมดา แต่จะทำให้มันเจ็บแบบตายทั้งเป็น!”

    จีราวัจน์ยังไม่ทันได้อ่านข้อความจากแม่มัววุ่นวายแต่เช้าเพราะสายจากคนใช้บ้านปียากุลที่โทร.บอกว่าเจ้าของบ้านสาวจัดปาร์ตี้ที่บ้านพาผู้ชายมากหน้าหลายตามาฉลองทั้งคืน!

    เมื่อสาธิตรู้เรื่องก็ตั้งท่าจะกลับไปหาญาติสาวที่บ้าน และจะให้คนตามชยันต์มาช่วยปราม แต่จีราวัจน์ที่เป็นห่วงความปลอดภัยของเขาไม่อยากให้เสี่ยง เสนอตัวจะไปจัดการเคลียร์ทุกอย่างให้เอง

    “คุณอยู่ที่นี่แหละ ถ้าสาเหตุการทะเลาะมาจากฉัน ฉันก็ต้องจัดการเอง”

    “แต่ถ้าพวกนายสิทธา...”

    “คุณไม่ต้องห่วงอะไรหรอก ถ้าฉันเป็นอะไรก็ยังดีกว่าคุณเป็น...เพราะชีวิตฉันไม่มีใคร แต่ชีวิตคุณยังมี ดังนั้นชีวิตคุณมีค่ามากกว่าชีวิตฉัน”

    พูดจบก็ผละไป ทิ้งสาธิตให้มองตามอึ้งๆ อารีเห็นดังนั้นเลยแกล้งพูดยิ้มๆ

    “ไม่ต้องสนใจไอ้จีหรอก ไอ้นั่นมันเดนตาย ตั้งแต่เล็กจนโต...โดนตบโดนด่าจนชิน คุณก็เคยเห็นนี่... ใช่ไหม”

    สาธิตหน้าเจื่อน เข้าใจความนัยจากคำพูดของอารีที่ตั้งใจแขวะเรื่องที่เขาเคยทำกับจีราวัจน์ และวันนี้ก็เหมือนกรรมตามสนองเพราะใจเขาร้อนรนเหลือเกินด้วยความเป็นห่วงเธอ

    จีราวัจน์ไม่รู้ตัวว่ามีคนคอยห่วง บุกถึงบ้านปียากุลในเวลาต่อมาและไล่ผู้ชายที่มาปาร์ตี้กลับหมด!

    สาวใช้ที่โทร.ตามถึงกับประสาทเสีย เพราะไม่คิดว่าดาราสาวจะมาด้วยตัวเองแบบนี้ แต่น่าจะตามชยันต์มาจัดการ แต่จีราวัจน์ก็ไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาเคลียร์ทุกอย่างจนปียากุลปรี๊ดแตก

    “นังจี! แกมาที่นี่ทำไม”

    “คุณรู้ตัวรึเปล่าว่าคุณทำอะไรอยู่”

    “ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉัน แกได้ชยันต์ไปแล้วก็ไปอยู่ด้วยกันสิ จะมาที่นี่อีกทำไม และฝากบอกผู้ชายที่เลวยิ่งกว่าหมาไม่มีความซื่อสัตย์คนนั้นด้วยว่าขอให้มันโชคดีกับผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอ ถึงฉันไม่มีมัน ฉันก็มีคนอื่นได้เพราะเงินของฉัน นอกจากซื้อชยันต์ได้ ก็ซื้อคนอื่นได้เหมือนกัน!”

    อาการบ้าคลั่งของปียากุลทำให้จีราวัจน์ทนไม่ไหว คว้ากระติกน้ำใกล้มือมาสาดเรียกสติ

    “คุณว่าคนโน้นต่ำ คนนี้สกปรก แล้วดูตัวคุณทำสิ ก็ต่ำ สกปรก ไม่ต่างกันหรอก คนเป็นเพื่อนกันก็ยัดเยียดให้เขาเป็นชู้อยู่ได้ คนที่เอาแต่คิดแบบนี้ไม่ใช่แค่คิดต่ำอย่างเดียวกัน แต่จิตใจยังต่ำด้วย!”

    ปียากุลโกรธมาก เงื้อมือจะตบ แต่จีราวัจน์ก็จับมือไว้

    “ฉันบอกแล้วว่าคนอย่างฉัน ถ้าไม่ผิด...ฉันไม่ยอมให้ใครมาด่าฟรี อยากเห็นฉันต่ำใช่ไหม ได้...ฉันจะต่ำให้ดู!”

    ขาดคำก็ลากตัวปียากุลไปโยนสระน้ำ ก่อนจะแหวอย่างเหลืออด

    “อย่ามาโทษว่าฉันทำคุณล้มนะ คุณล้มของคุณเอง ก็เหมือนความรักของคุณนั่นแหละ เพราะไม่มีสติ มัวเมากับความหึงหวงโง่ๆ ถึงทำให้ชีวิตครอบครัวตัวเองโซเซล้มไม่เป็นท่าแบบนี้!”

    “มันไม่ใช่เพราะฉัน แต่เป็นเพราะชยันต์ไม่รักฉัน เขาคิดว่าฉันเลวจนจ้างคนไปยิงเธอได้ ในสายตาชยันต์ตอนนี้ เธอคือนางฟ้า ฉันเป็นนางมาร ต่อให้ฉันถวายสังฆทาน เขายังคิดว่าฉันทำคุณไสยใส่เธอ”

    “แล้วคุณเจ็บไหม...การโดนด่าในสิ่งที่ไม่ได้ทำ มันทำให้คุณเจ็บใช่ไหม มันก็เหมือนที่คุณด่าว่าพี่ชยันต์มีอะไรกับฉันนั่นแหละ พี่ชยันต์อาจผิดที่กล่าวหาคุณรุนแรง แต่จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะคุณก็กล่าวหาในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำเหมือนกัน จนทำให้คุณกับพี่ชยันต์เริ่มต้นไม่เชื่อใจกันแบบนี้!”

    คำพูดของจีราวัจน์แทงใจดำอย่างแรง แต่ปียากุลก็ไม่อยากยอมรับ ตั้งท่าจะเถียง แต่ก็ช้ากว่าดาราสาว

    “หัวใจของคนมันก็เหมือนแท่งหิน ต่อให้รักและมั่นคง แต่ถ้าโดนทุบซ้ำๆมันก็พังได้ ตอนนี้พี่ชยันต์ยังรักคุณ คุณยังมีโอกาสรักษาความรักของคุณไว้ คนเราถ้ารักใครมันไม่หมดรักกันง่ายๆ แต่ถ้ามันหมด...ต่อให้อยากได้มันกลับมา ของที่มันหมดไปแล้ว ยังไงมันก็ไม่มีอีก ฉันหวังว่าคุณจะแก้ไขทุกอย่างได้ก่อนที่จะถึงจุดนั้นนะคุณเปี๊ยก”

    ooooooo

    จัดการเรื่องปียากุลเรียบร้อย จีราวัจน์ก็หอบดอกไม้ช่อโตไปเยี่ยมเจตรที่โรงพยาบาล ดารากาเห็นเพื่อนรักมาถึงก็แอบเอาดอกไม้เล็กๆของตนไปซ่อน และหยิบช่อดอกไม้ใหญ่ของอีกฝ่ายไปประดับหัวเตียงแทน

    เจนจิราก็แวะมาเยี่ยมพี่ชายเช่นกัน และอดไม่ได้จะถามถึงสาธิตเมื่อเห็นหน้าจีราวัจน์ ดาราสาวอึกอัก ไม่อยากบอกเพื่อความปลอดภัยของทนายหนุ่ม

    “พี่จีแน่ใจนะคะว่าพี่ธิตอยู่ในที่ปลอดภัยเพราะขนาดในโรงพยาบาล สถานที่ที่ขนาดมีสงคราม เขายังห้ามฆ่าคนในนี้ พวกมันยังตามมายิงพี่ธิตเลย”

    “จีรับรองได้ค่ะว่าคุณสาธิตอยู่ในที่ปลอดภัย พวกมันตามหาคุณสาธิตไม่เจอแน่นอน”

    “พวกมัน...คือพวกของพ่อเลี้ยงคุณจีใช่ไหมคะ”

    จีราวัจน์ชะงัก รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายระแวงการกระทำของเธอ แต่เจนจิราก็ไม่ยี่หระ ไล่ต้อนต่อ

    “พี่จีรู้ใช่ไหมคะว่าพี่ธิตกำลังสืบเรื่องทุจริตเพื่อจับพ่อเลี้ยงพี่อยู่...ขอโทษนะคะ แต่เจนสงสัยจริงๆ ทำไมพี่ถึงช่วยพี่ธิต แทนที่จะช่วยพ่อเลี้ยงตัวเองคะ...”

    ไม่ใช่แค่เจนจิราที่สงสัย พิเชษก็อดคิดไม่ได้เช่นกันว่าทุกอย่างอาจเป็นแผนของสิทธา ส่งจีราวัจน์มาล่อลวงสาธิตให้ตายใจและแย่งหลักฐานชิ้นสำคัญจากเวทิตก็เป็นได้...

    เจตรยังไม่ฟื้น เหล่าคนเยี่ยมเลยต้องกลับก่อน

    จีราวัจน์กลับพร้อมดารากาเหมือนเคย แล้วก็ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นว่ามีใครมารออยู่หน้าคอนโดหรูของดาราสาว

    ชยันต์นั่นเองที่เมาแทบยืนไม่ไหว นั่งพิงผนังคอนโดแบบหมดสภาพรออยู่ จีราวัจน์กับดารากาช่วยกันพยุงผู้กำกับหนุ่มเข้าไปนอนในห้อง และปรับทัศนคติเขาใหม่ว่าปียากุลไม่ใช่คนบงการมือปืน แต่เป็นคนของสิทธา!

    ความจริงจากปากจีราวัจน์ทำให้ชยันต์ตะลึง แต่ไม่ทันได้กลับไปหาปียากุลก็เมาพับหลับไปเสียก่อน

    จีราวัจน์กับดารากาเลยช่วยกันแบกร่างใหญ่โตของเขาไปนอนโซฟา และจังหวะเดียวกันนั่นเองก็มีสายจากอารีโทร.เข้ามา

    แต่คนโทร.มาไม่ใช่ครูเพลงหนุ่มใหญ่ กลายเป็นสาธิตที่แอบเอาโทรศัพท์ของฝ่ายนั้นมาใช้ เพื่อถามเรื่องชยันต์ ปียากุลและเจตร จีราวัจน์บอกเล่าทุกอย่างตามจริง ก่อนจะบอกว่าคืนนี้จะค้างที่คอนโด

    สาธิตไม่ชอบใจนัก และหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเมื่อรู้ว่าชยันต์อยู่ที่นั่นด้วย

    “ทำไมคุณไม่พาไปส่งที่บ้าน”

    “ลุกขึ้นนั่งเองยังทำไม่ได้เลย ทำไม...คิดว่าฉันอยากเก็บพี่เขยคุณไว้รึไง ฉันไม่ทำอะไรพี่ชายคุณหรอกน่า”

    “ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น ผมเชื่อใจคุณ แต่ผมไม่เชื่อใจคนเมา ผมอยากให้คุณส่งพี่ชยันต์กลับบ้าน เพราะคนเมาน่ะ ต่อให้เป็นคนดียังไง ถ้าเหล้าเข้าปาก มันก็ทำอะไรขาดสติได้ ยังไงคุณเป็นผู้หญิง ผมไม่อยากให้อยู่กันสองคน!”

    จีราวัจน์ลอบยิ้ม ส่ายหน้าอ่อนใจให้กับความคิดมากของทนายหนุ่ม

    “ฉันไม่ได้อยู่กับพี่ชยันต์สองคน ดาวอยู่ด้วย แล้วพี่ชยันต์ก็นอนข้างนอก ฉันนอนในห้อง ไม่ต้องห่วงหรอก”

    “งั้นก็เข้าห้อง...ล็อกประตูแล้วนอนเลย”

    “นี่สั่งฉันเหรอ”

    “เปล่า...ผมก็แค่เห็นว่ามันดึกแล้ว”

    “งั้นคุณก็นอนเถอะ แล้วอย่าลืมตรวจดูว่าครูล็อกประตูหน้าต่างดีรึเปล่า ครูแก่แล้ว...ขี้ลืม”

    สาธิตรับปาก ตั้งใจจะตรวจให้อยู่แล้ว แต่กว่าทั้งสองจะวางสายกันได้ก็เถียงกันอีกหลายประโยคว่าใครจะเป็นฝ่ายวางก่อน อารีลอบสังเกตเหตุการณ์ทุกอย่าง แล้วก็ได้แต่รำพึงเบาๆว่าคงมีใครบางคนกำลังมีความรัก...

    ooooooo

    สถานการณ์ระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ดีขึ้นมาก แทบไม่เหลืออคติและความแค้นเดิมๆ ทั้งสองพูดคุยกันมากกว่าเคย และยิ้มให้กันมากกว่าแต่ก่อนจนคนรอบข้างสัมผัสได้

    คืนเดียวกันที่โรงพยาบาล...เจตรฟื้นกลางดึก คิดถึงจีราวัจน์ด้วยความเป็นห่วงจนอดไม่ได้จะโทร.หา ดารากาแอบได้ยินเพื่อนรักคุยกับวิศวกรหนุ่มก็ช้ำใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากแยกไปนอนเงียบๆ

    จีราวัจน์ไม่รู้ว่าเพื่อนรักน้อยใจ มัวพูดปลอบเจตรที่กังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอ

    “ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง ดาวบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าพวกมันไม่ได้จะยิงจีแต่ยิงคุณสาธิต แต่ยังไงจีขอโทษที่คุณเจตรต้องเจ็บเพราะจี และขอบคุณที่ช่วยจี”

    “ผมเต็มใจ ขอแค่คุณจีปลอดภัยก็พอ”

    “อือหือ...พูดซะเป็นพระเอกขนาดนี้ จีดูเป็นตัวร้ายไปเลยที่ไม่ดูแลคุณเจตร พรุ่งนี้จีว่าง จีจะไปเป็นนางแจ๋วดูแลรับใช้คุณเจตร คุณเจตรอยากได้อะไร แค่นอนชี้นิ้วสั่ง...โอเคป่ะ จียอมทำทุกอย่างเพื่อคุณเจตรเลยค่ะ”

    ดารากาไม่ใช่คนเดียวที่ต้องปิดประตูห้องร้องไห้ ปียากุลก็นอนไม่หลับทั้งคืนเพราะคิดถึงชยันต์ พัฒนะแวะมาดูอาการลูกสาวแต่เช้าของวันต่อมา แล้วก็ได้ถอนใจยาวเมื่อเห็นสภาพลูกสาว

    “คุณพ่อ...เปี๊ยกผิดเอง เปี๊ยกรู้แล้วว่าการโดนกล่าวหาในสิ่งที่ไม่ได้ทำ มันเจ็บยังไง เปี๊ยกทำชยันต์เจ็บ”

    พัฒนะยินดีมากที่ลูกสาวคนเดียวได้สติและคิดได้ จนแทบอยากจะจุดพลุฉลองให้ชยันต์

    “นี่เปี๊ยกร้ายกาจจนคุณพ่อต้องพึ่งไสยศาสตร์เลยเหรอคะ”

    “เปี๊ยกไม่ได้ร้าย แต่เปี๊ยกรั้น”

    “เปี๊ยกเอาแต่ใจตัวเอง เอาแต่ชนะ ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง”

    “ในเมื่อเปี๊ยกรู้ตัวว่าผิดพลาดอะไร แล้วก็คงรู้ใช่ไหมว่าต้องแก้ไขยังไง”

    ปียากุลมองหน้าพ่อนิ่งๆ ลังเลเพราะยังทิฐิ จนพัฒนะต้องเตือนสติเสียงอ่อน

    “ถ้ารัก...เราจะต้องรู้จักคำว่ายอมนะลูก”

    “แต่ครั้งนี้เปี๊ยกไม่ผิดนะคะคุณพ่อ เปี๊ยกไม่ได้ส่งคนไปยิงจีราวัจน์นะคะ”

    “เวลาพ่อมีปัญหากับแม่ พ่อไม่เคยถามตัวเองว่าใครผิด แต่พ่อจะถามตัวเองว่ายังรักแม่เปี๊ยกไหม ถ้ายังรัก...พ่อจะยอมง้อก่อน พ่อรู้ว่าครั้งนี้ชยันต์ผิด ชยันต์พูดเกินไป บางทีครั้งนี้อาจเป็นบททดสอบระหว่างเปี๊ยกกับชยันต์ก็ได้ว่าสิ่งที่ชยันต์ทำมันมากเกินกว่าความรักของเปี๊ยก หรือความรักของเปี๊ยกยังมีให้ชยันต์มากกว่าอะไรทั้งนั้นอยู่...”

    ooooooo

    ดารากาตัดสินใจแล้วจะทำทุกทางให้เจตรสมหวังกับจีราวัจน์ เช้าวันต่อมาเลยเตรียมอาหารไปเยี่ยมและคะยั้นคะยอให้เพื่อนรักนำไปมอบให้วิศวกรหนุ่มด้วยตัวเอง แต่ก็ต้องผิดแผน เมื่อชยันต์เมาค้างอาเจียนเลอะห้องไปหมด จีราวัจน์จึงอาสาทำความสะอาดและส่งเธอไปดูแลเจตรแทน

    เจตรผิดหวังมาก แต่จีราวัจน์ก็ไม่รับรู้ เพราะต้องรับมือกับปียากุลที่บังเอิญแวะมาหาถึงคอนโด แล้วพบว่าสามีสุดรักสุดหวงเมาค้างและอยู่ในสภาพเปลือยเกือบทั้งตัว!

    ภาพที่เห็นทำให้ปียากุลโมโหหึงจนขาดสติ คิดเอาเองทุกอย่างว่าชยันต์กับจีราวัจน์ลักลอบเป็นชู้ลับหลังเธอ และทันทีที่เห็นหน้าดาราสาว ก็ไม่รอช้าจะถลาไปตบเต็มแรง

    “แค่นี้ยังน้อยไปสำหรับคนตอแหลอย่างแก สร้างภาพ ทำเป็นหวังดีกับฉัน แต่ลับหลังก็พากันมากิน คนที่ทำให้ครอบครัวฉันพัง...ไม่ใช่ฉันแต่เป็นพวกแก ไอ้พวกตอแหล!”

    จีราวัจน์ถูกผลักหัวชนโต๊ะจนมีรอยแตกเลือดซิบ แต่ปียากุลก็ไม่หยุด ตั้งท่าจะซ้ำ ชยันต์เลยจับเหวี่ยงไปอีกทาง

    “นี่คุณกล้าทำร้ายฉันเหรอชยันต์”

    “ใช่...แล้วถ้าคุณยังทำจีอีก ผมจะทำคุณยิ่งกว่านี้!”

    ปียากุลมองสามีด้วยแววตาคับแค้นใจ ตวาดท้าให้เขาเลือกจะอยู่ข้างใคร ขยันต์โกรธมาก ประกาศกร้าว

    “ผมไม่อยากอยู่กับคุณ อยากอยู่กับจี ผมเลือกจี รักจี คุณอยากได้ยินคำนี้ใช่ไหม...นี่ไงผมพูดแล้ว...จบไหม!”

    จีราวัจน์ส่งสายตาตำหนิไปให้ผู้กำกับหนุ่มที่ประชดจนงานเข้าเธออีกรอบ และก็ไม่ต้องรอนานเลย เมื่อปียากุลได้ยินเสียงมือถือของดาราสาวดัง เลยคว้ามารับสายแทน

    “นังจีไม่ว่างรับสาย มันกำลังนอนกับผัวคนอื่นอยู่!”

    แหวจบก็ตัดสายและปามือถือใส่กำแพงจนแตกกระจาย สาธิตคือคนปลายสาย ได้ยินเสียงปียากุลอาละวาดหนักก็เป็นห่วงจีราวัจน์ และไม่รั้งรอจะลากตัวอารีออกจากบ้านเพื่อไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเอง

    ปียากุลกลับไปแล้ว ทิ้งจีราวัจน์ให้นั่งกุมขมับกับชยันต์ที่คอนโด พร้อมกับความกังวลที่ถาโถมเกี่ยวกับสาธิต เพราะหากเขารู้เรื่องนี้ เขาจะต้องออกจากบ้านอารีมาเป็นเป้านิ่งให้พวกสิทธาอีกแน่

    การคาดการณ์ของจีราวัจน์ไม่เกินจริงเลย เพราะสาธิตบุกถึงบ้านปียากุลหลังจากนั้นพร้อมกับอารี และทันเห็นเหตุการณ์วุ่นวายที่ญาติสาวจะจุดไฟเผาข้าวของของสามี ทนายหนุ่มพยายามห้ามแต่ก็ไม่ค่อยได้ผล เลยตัดสินใจใช้ไม้แข็ง หยิบเหยือกน้ำบนโต๊ะมาราดเพื่อสยบความคลั่ง ปียากุลหัวเสียมาก แหวเสียงเขียว

    “พี่ธิตมาทำอย่างนี้กับเปี๊ยกได้ยังไง พี่ธิตต้องไปจัดการนังจีถึงจะถูก พี่รู้ไหมว่าพวกมันทำอะไรกับเปี๊ยก เมื่อวานนังจีมันมาด่าเปี๊ยกถึงในบ้าน มันด่าเปี๊ยกโง่ เปี๊ยกควาย เปี๊ยกเป็นคนทำให้ชยันต์ไปจากเปี๊ยก ไม่ใช่เลย! พวกมันรวมหัวหลอกเปี๊ยก เมื่อคืนมันนอนด้วยกัน นังผู้หญิงชั้นต่ำ โรคจิต ชอบแย่งผัวคนอื่น!”

    อารีทนไม่ไหวจะตอบโต้เพื่อปกป้องจีราวัจน์ แต่ก็ช้ากว่าสาธิต

    “แล้วที่เปี๊ยกว่าคนอื่นอย่างนี้ มันเป็นสิ่งที่คนดีเขาพูดกันเหรอ”

    ปียากุลชะงัก ไม่อยากเชื่อหูว่าจะถูกญาติหนุ่มตอกกลับ

    “ที่เปี๊ยกพูดมา เปี๊ยกได้ถามพี่ชยันต์กับจีราวัจน์สักคำรึยังว่าเขาเป็นอย่างที่เปี๊ยกคิดรึเปล่า”

    “นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอยู่ในห้อง พี่คิดว่ามันแคะขนมครกกันเหรอ”

    “พอได้แล้วเปี๊ยก! เพราะเปี๊ยกชอบขาดสติอย่างนี้ไง พี่ชยันต์ถึงไป!”

    น้ำเสียงกราดเกรี้ยวและคำพูดแทงใจดำของเขาทำให้ปียากุลอ้าปากค้าง

    “พี่เคยเตือนเปี๊ยกแล้วใช่ไหม ถ้าเปี๊ยกทำตัวดีและมีเหตุผลมากพอ เรื่องแบบนี้จะไม่เกิด”

    “พี่ธิตโทษว่าเปี๊ยกผิดเหรอ”

    “พี่พูดเพราะรักเปี๊ยก ไม่อยากเห็นเปี๊ยกเป็นแบบนี้ หยุดโทษคนอื่นแล้วมองข้อบกพร่องตัวเอง ก่อนจะสายไป”

    พูดจบก็พาไปอาบน้ำและสงบสติอารมณ์ ปียากุลอ่อนลงมาก แต่ก็ไม่วายถามเสียงเครียด

    “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่ธิตด่าเปี๊ยกและเข้าข้างจีราวัจน์...พี่ธิตเปลี่ยนไปนะ”

    “พี่ไม่เปลี่ยนอะไรเลย”

    “งั้นมองตาเปี๊ยกแล้วบอกเปี๊ยกสิว่าพี่ยังเกลียดจีราวัจน์เหมือนเดิมรึเปล่า...”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 05:38 น.