ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    คลื่นชีวิต

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ความจริงคือชยันต์แอบเห็นปียากุลมาดักรอเขาที่ออฟฟิศตั้งแต่ต้น และคิดจะดัดหลังภรรยาจอมหึงเลยหลอกให้เธอขับรถตามมาถึงโรงแรมม่านรูด!

    กว่าปียากุลจะรู้ความจริงว่าถูกหลอก ก็เห็นสามีสุดรักสุดหวงเดินหน้านิ่งมาหา

    “เที่ยวจับผิดผม...ไม่เข็ดหรือไง”

    “หลอกเปี๊ยกมาเหรอ”

    “อยากจับผิดนัก ผมก็ช่วยสนองไง กี่ครั้งแล้วที่คุณระแวงกลัวผมนอกใจ เข้าใจผิดมาไม่รู้กี่ครั้งก็ยังคิดไม่ได้!”

    “แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้ง เปี๊ยกไม่ได้เข้าใจผิดเสมอไป”

    “คุณมโนตุตะคิดไปเองทั้งนั้น ดูอย่างครั้งนี้ก็เหมือนกัน พอรู้ว่าเข้าใจผิด...แทนที่จะโล่ง คุณเอาแต่เจ็บใจที่ผมไม่ได้เลวอย่างที่คุณคิดไว้ ถ้าเป็นอย่างนี้...ต่อให้ผมซื่อสัตย์ให้ตายก็ไม่มีประโยชน์ เพราะยังไงคุณก็ไม่เคยเชื่อใจผม!”

    “มันก็เลยเป็นข้ออ้างให้คุณไปอยู่กับนังจีงั้นสิ”

    “แสดงว่าหลายวันมานี่ คุณก็ยังคิดไม่ได้ ถ้าคุณยังคิดว่าทุกคนบนโลกรุมทำร้าย คุณก็จะไม่รู้ตัวซะทีว่าตัวคุณร้ายกับคนอื่นเขายังไง”

    “จะหนีหน้าไปจนตายเลยรึไง”

    “คิดได้เมื่อไหร่ ค่อยมาขอโทษผมละกัน”

    พูดจบก็ผละขึ้นรถ ปียากุลแค้นใจมาก ตะโกนไล่หลังอย่างไม่ยอมแพ้

    “ขอโทษเหรอ...ไม่มีวัน!”

    สถานการณ์ระหว่างชยันต์กับปียากุลร้อนระอุเพราะแรงหึง ไม่ต่างจากสถานการณ์ของเวทิตที่เกือบหาหลักฐานแฉสิทธาได้แล้วจากแหล่งข่าวในบริษัท แต่ก็ถูกฆ่าปิดปากด้วยการถูกรถชนตายเสียก่อน!

    สาธิตเป็นคนสุดท้ายที่พูดโทรศัพท์กับเวทิต และไม่รอช้าจะบุกไปถึงบ้านของนักข่าวหนุ่มเพื่อนรักเพื่อหาหลักฐานที่อาจซ่อนในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของอีกฝ่าย ส่วนเรื่องคดีก็ปล่อยให้พิเชษจัดการ

    เจนจิราเป็นห่วง ไม่อยากปล่อยสาธิตไปคนเดียวเลยไปเป็นเพื่อน จนเกือบเอาชีวิตไปทิ้งเพราะลูกน้องของสิทธาไปดักรอเผาบ้านของเวทิตทั้งหลังเพื่อทำลายหลักฐาน

    สาธิตพาเจนจิราออกมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมคอมพิวเตอร์ของเวทิต เขาคิดจบทุกอย่างในคดีด้วยตัวเองแต่เจนจิราก็ไม่ยอม อยากขอมีส่วนช่วยทำด้วย

    “ทั้งฆ่าคน ทั้งเผาทำลายหลักฐานขนาดนี้ มันไม่ใช่คดีคอร์รัปชันธรรมดาๆแล้ว คดีนี้มันเสี่ยงเกินไปนะคะพี่ธิต”

    “ยังไงพี่ก็ปล่อยให้เวทิตตายฟรีไม่ได้”

    “เจนก็ปล่อยให้พี่ธิตเป็นอะไรไปไม่ได้เหมือนกัน”

    ท่าทางจริงจังของเธอทำให้สาธิตทึ่งมาก แต่เจนจิราก็ไม่สนใจ มัวร้อนรนด้วยความเป็นห่วงเขา

    “เจนจะช่วยพี่เองค่ะ เราสองคนจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้พี่เวทิตด้วยกันนะคะ”

    พูดพลางยกนิ้วขอเกี่ยวก้อยสัญญาเหมือนเด็กๆ สาธิตลังเลเลยถูกเร่ง

    “สัญญาว่าเราจะกอดคอทำคดีนี้ด้วยกัน...แล้วรอดมาด้วยกันอย่างวันนี้”

    สองทนายหนุ่มสาวคงคุยเรื่องคดีต่อ ถ้าเจตรจะไม่โผล่มาเคาะกระจกรถ เจนจิราเลยต้องออกไปแก้ตัวกับพี่ชายเก้อๆว่าไม่ได้คิดอะไรกับทนายหนุ่มรุ่นพี่จริงๆ...แค่เป็นห่วงเรื่องงานเท่านั้น

    ooooooo

    เหตุการณ์เผาบ้านของเวทิตทำให้สาธิตตระหนักถึงอันตรายและคิดว่าสิทธาคงรู้ตัวว่าจะถูกเปิดโปงในไม่ช้า เขาเลยคิดตอบโต้ตามประสาทนายความตงฉินด้วยการแกล้งใช้มือถือของเวทิตโทร.หาสิทธาในคืนเดียวกัน

    สิทธาตะลึงมาก ไม่เชื่อว่าคนทางปลายสายจะเป็นเวทิต แต่สาธิตในคราบบุรุษนิรนามก็ตอกย้ำให้เชื่อ

    “รู้ได้ยังไงว่าตาย ในเมื่อยังไม่มีข่าวออกเลย”

    “นั่นมึงเป็นใคร”

    “ทำเลวอะไรไว้ระวังตัวให้ดี กฎหมายไม่ปล่อยให้คนชั่วอย่างแกลอยนวลแน่!”

    แต่ก่อนจะได้สะสางคดีของเวทิต สาธิตก็ต้องรับมือกับชยันต์ที่ปักหลักลี้ภัยที่บ้านเขาไม่ไปไหน

    “ผมให้พี่อยู่พักใจวันสองวัน ไม่ใช่ให้หนีย้ายสำมะโนครัวมาที่นี่ หนีหน้ากันอย่างนี้ แล้วจะได้เคลียร์กันเมื่อไหร่”

    “จนป่านนี้เขาก็ยังคิดไม่ได้ ถ้าฉันยอมกลับ เปี๊ยกก็ยิ่งได้ใจ”

    “ก็เพราะพี่หายหัวมาอย่างนี้ เปี๊ยกถึงยิ่งคิดฟุ้งซ่านเข้าใจผิดไปกันใหญ่...จะรอให้ตายจากกันอย่างผมกับติวรึไง ไปอยู่กับเมียซะตอนที่เขายังมีใจ ถ้าเขาหมดใจเมื่อไหร่จะรู้สึก!”

    ชยันต์ต้องกลับแบบไม่มีทางเลือก เช่นเดียวกับเจตรที่อุตส่าห์มาดักรอจีราวัจน์ถึงคอนโดแต่เช้าเพื่อขอไปร่วมตั้งแคมป์ต่างจังหวัดกับพวกเด็กๆด้วย แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อดารากาบอกว่าจีราวัจน์เปลี่ยนใจเพราะมีธุระสำคัญ วิศวกรหนุ่มเลยต้องเข้าป่ากับครูสาวคนสวยแทน

    ธุระสำคัญของจีราวัจน์คือไปเอาเรื่องจริยาถึงบริษัทเรื่องที่อีกฝ่ายแอบจัดการประมูลที่ดินของนวดีตัดหน้าเธอ แต่ไม่ทันเผชิญหน้ากัน ดาราสาวก็ต้องอึ้งเสียก่อน เมื่อเห็นว่าแม่เป็นที่ยอมรับนับหน้าถือตาแค่ไหนจากพนักงานในบริษัท และวันนี้จริยาก็กำลังหน้าบานเพราะบริษัทได้รับรางวัล

    จีราวัจน์ปลื้มใจแทนแม่ แต่ก็เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น ดาราสาวก็แกล้งประชด ถลาไปแสดงความยินดีด้วย

    “ยินดีด้วยนะคะ แม่เก่งที่สุดในโลกเลย”

    พูดพลางหอมแก้มแม่ซ้ายขวา จริยามัวงง เช่นเดียวกับเหล่าพนักงานที่แปร่งๆหูกับคำชมของจีราวัจน์

    “ดีใจจังค่ะ ในที่สุดก็มีคนเห็นความพยายามดิ้นรนทำดีแทบตายของแม่ ไม่เสียชาติเกิดเลยที่จีได้เป็นลูกแม่”

    จริยาเห็นท่าไม่ดี ลากตัวลูกสาวคนเดียวไปคุยในห้อง จีราวัจน์ไม่รอช้าเปิดฉากเอาเรื่อง

    “แม่ฮุบบ้านสวนของคุณนวดีทำไม แม่ตั้งใจจะบีบให้เขาออกไปจากชีวิตจีใช่ไหม”

    “ก็แกอยากไปเกี่ยวข้องกับพวกมันทำไม แกรวมหัวกับไอ้ทนายนั่นจะมาเปิดโปงท่านใช่ไหม”

    “คิดอยู่แล้ว...การที่แม่ไปประมูลที่ดินคุณน้ามันต้องมีแผน”

    “ใช่...ฉันจะสั่งสอนแกโทษฐานที่เห็นคนอื่นดีกว่าแม่คนนี้ไง”

    “หนูเห็นแก่คนอื่นก็เพราะไม่อยากเห็นแก่ตัวเหมือนแม่น่ะสิ”

    “โดนเขาหลอกใช้แล้วยังไม่รู้ตัวอีก คิดว่าคนพวกนั้นมันจะรักแกลงเหรอ”

    “หนูก็ไม่คิดว่าโลกนี้จะมีคำว่าความรักอยู่แล้ว เพราะขนาดแม่แท้ๆยังไม่เคยให้คำนั้นกับหนู แล้วหนูจะไปหวังจากที่ไหนได้ แต่สิ่งที่หนูทำ หนูทำเพราะจิตสำนึก ซึ่งคนเห็นแก่ตัวอย่างแม่คงไม่มี”

    จริยาโมโหจัด อยากตบสั่งสอนแต่ไม่ทันได้เงื้อมือ จีราวัจน์ก็ประกาศกร้าว

    “แม่อยากปกป้องคนของแม่ หนูอยากปกป้องคนของหนู ที่ผ่านมา...หนูไม่แตะต้องแม่ แต่ถ้าแม่มาแตะต้องคนของหนูก่อน แล้วจะมาหาว่าหนูเนรคุณไม่ได้!”

    พูดจบก็ผละไป ทิ้งจริยาให้มองตามเครียดๆ พึมพำตามหลังลูกสาว

    “เมื่อไหร่แกจะรู้สักทีว่าคนที่ฉันต้องการปกป้องคือใคร...”

    ooooooo

    จีราวัจน์ไม่ใช่คนเดียวที่บุกถึงบริษัทของสิทธา สาธิตก็เป็นอีกคนที่ปลอมตัวมาสอดแนมเพื่อหาหลักฐาน แต่ก็เหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก เมื่อดาราสาวดันเจอเขาโดยบังเอิญ หลังจากได้ยินคำสั่งของพ่อเลี้ยงจอมหื่นให้ลูกน้องตามไปเก็บเขาโทษฐานกัดไม่ปล่อย!

    สองหนุ่มสาวเผชิญหน้ากันหน้าลิฟต์ จีราวัจน์เห็นพวกสิทธาอยู่ไม่ไกลเลยผลักเขาไปด้านใน จะพาหนี แต่เขาก็ขืนตัวไว้ เธอเลยแหวเสียงเข้ม

    “ฉันเตือนคุณแล้ว อยากตายรึไง”

    “ผมก็บอกคุณแล้วว่าผมไม่กลัวตาย”

    “ถ้าไม่ออกไปตอนนี้ ระวังจะไม่มีชีวิตกลับไป”

    “ปกป้องเขาทำไม รู้รึเปล่าว่าเขาฆ่าเพื่อนผม!”

    เสียงเถียงกันของสองหนุ่มสาวทำให้พวกสิทธาสงสัย และในที่สุดก็รู้จนได้ว่าสาธิตบุกมาล้วงคองูเห่าถึงที่ สิทธาไม่รอช้าสั่งลูกน้องให้ตามจับตัว แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะจีราวัจน์เป็นคนพาหนี

    สาธิตถลาตามแรงดึงของดาราสาวไปจนถึงลานจอดรถ จีราวัจน์ร้อนใจมาก เอ็ดเขาเสียงเขียว

    “ทำบ้าอะไร รู้รึเปล่าว่าถ้าฉันไม่มาช่วยเอาไว้ ตอนนี้คุณคงกลายเป็นศพ!”

    “จะต้องมีกี่คนสังเวยชีวิตฝังกลบความลับพวกคุณ เพื่อนผม...ไอ้เวทิตต้องตายเพื่อเปิดโปงความชั่วของพ่อคุณ”

    “คุณก็เลยจะเอาตัวเองไปตายบ้าง ชีวิตคุณกับชีวิตเขามันเทียบกันไม่ได้”

    “ปกป้องกันเข้าไป กลัวว่าผมจะขุดไปเจอว่าเขาช่วยคดีคุณไว้ด้วยรึไง”

    “ถ้าคุณอยากเปิดโปงฉัน ก็รักษาชีวิตคุณไว้ เพื่อดูความล่มจมของฉัน แต่ไม่ใช่เอาชีวิตมาแลกกับความจริงพวกนั้น เพราะถ้าคุณตาย ความจริงพวกนั้นก็จะตายไปกับคุณ!”

    สองหนุ่มสาวคงจะเถียงอีกยาว ถ้าลูกน้องของสิทธาจะไม่โผล่มาล้อมจับ จีราวัจน์รีบพาเขาวิ่งหนีจนพลาดถูกยิงถากที่แขนอย่างจังแต่สาธิตก็ไม่ทันสังเกต ดาราสาวข่มความเจ็บปวดไว้อย่างสุดความสามารถและฉวยโอกาสช่วงชุลมุนพาทนายหนุ่มไปหลบในรถบรรทุกสินค้า

    รถบรรทุกสินค้าเคลื่อนตัวออกไปแล้ว ภายในรถค่อนข้างมืด สาธิตเลยไม่เห็นว่าจีราวัจน์อาการไม่ปกติ และคิดว่าท่าทางสั่นๆของเธอเป็นเพราะอากาศหนาว ทนายหนุ่มสละเสื้อนอกคลุมให้ ดาราสาวเลยกระชับเสื้อคลุมตัวนั้นแนบลำตัวมากขึ้นเพื่อปิดบังบาดแผลจากการถูกยิงนั้นไว้...

    เวลาเดียวกันในป่า...ดารากากับเจตรพาเด็กๆมาตั้งแคมป์พร้อมครูคนอื่น ความใกล้ชิดสนิทสนมของวิศวกรหนุ่มที่มีต่อครูสาวคนสวยทำให้พวกนักเรียนสงสัยและเข้าใจผิดคิดว่าทั้งสองเป็นแฟนกัน

    เจตรไม่คิดมาก ปฏิเสธเพื่อให้เกียรติดารากา แต่กระนั้นความใกล้ชิดระหว่างทางก็ทำให้ครูสาวอดหวั่นใจไม่ได้ และเมื่อความอดทนใกล้สิ้นสุด เธอก็ขอให้เขาแยกไปรวมกลุ่มกับครูคนอื่น

    “ดาวกลัวคุณจะอึดอัด ขนาดเด็กๆยังคิดว่าคุณเจตรกับดาว...”

    “อ๋อ...เรื่องนั้นผมไม่อึดอัดหรอกครับ เพราะผมรู้ว่าคุณดาวคงไม่ได้คิดอะไรกับผมอยู่แล้ว...ใช่ไหมครับ”

    ดารากาสะท้อนใจมาก และตัดสินใจพูดบางอย่าง

    “แล้วถ้าดาวบอกว่าคิดล่ะคะ”

    เจตรถึงกับอึ้ง ท่าทางอึกอักจนดารากาสะเทือนใจ ต้องแสร้งยิ้มแล้วพูดกลบเกลื่อน

    “ดาวพูดเล่นค่ะ หน้าคุณเจตรเวลาตกใจตลกมากจริงๆนะคะ”

    รอยยิ้มเย้าๆของเธอทำให้เจตรโล่งใจ แต่ไม่ทันพูดอะไรต่อ ดารากาก็โพล่งออกมาเสียก่อน

    “ดาวจะบอกความลับของจีให้คุณเจตรฟังเรื่องหนึ่ง แต่คุณเจตรอย่าบอกจีนะคะว่าดาวเป็นคนบอก”

    “ด้วยเกียรติลูกเสือสามัญเลยครับ”

    “ความลับของจีก็คือ...จีมีคนรักแล้วค่ะ!”

    ooooooo

    การหายตัวไปของสาธิตพร้อมกับจีราวัจน์ทำให้สิทธาหัวเสียมาก นอกเหนือจากเสียดายลูกเลี้ยงสาวแล้ว เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์จอมหื่นยังกลัวถูกแฉจนต้องพาลไปลงกับจริยา

    “ลูกเธอมันคิดจะเปิดโปงธุรกิจฉัน ฉันช่วยมัน แต่ดูว่ามันทรยศฉันยังไง”

    จริยาหน้าเสีย ก้มหน้านิ่ง “ขอโทษแทนยัยจีด้วยค่ะ”

    แต่สิทธาก็ไม่เห็นใจ คาดโทษและขู่เสียงเข้ม “เธอขอโทษแล้วมันจะสำนึกรึไง ถ้าฉันต้องเข้าคุก มันเองก็เตรียมตัวเข้าไปจบชีวิตในคุกได้ ส่วนเธอก็เตรียมตัวกลับไปอดตายได้เลย!”

    พูดจบก็จะผละไป จริยาถลาไปจับแขน

    “ขอร้อง...ท่านอย่าทำอะไรเราเลยนะคะ”

    “มันสายไปละ เตรียมรับกรรมของพวกเธอได้เลย!”

    รถบรรทุกสินค้าแล่นไปนานนับชั่วโมง จีราวัจน์ปวดแผลและเงียบลงเรื่อยๆแต่สาธิตก็ยังไม่สังเกตเห็นอาการผิดปกตินั้น จนเมื่อรถแล่นถึงสวนดอกไม้ในต่างจังหวัด สองหนุ่มสาวเลยตัดสินใจค้างในบ้านคนงานเพราะไม่มีทางเลือก

    จีราวัจน์หน้าซีดมาก พยายามข่มความเจ็บปวดที่แผลและขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างแผล สาธิตเห็นเธอเข้าไปนานเลยไปตาม แต่กลับได้อึ้งแทนเมื่อดันได้ยินข้อความเสียงของจริยาที่ส่งหาดาราสาว

    “แกหายหัวไปไหน หาเรื่องใส่ตัวอีกใช่ไหม ต้องให้ฉันบอกแกกี่ที แกถึงจะรู้ว่าท่านมีบุญคุณกับเราขนาดไหน!”

    สาธิตหน้าเครียด ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจีราวัจน์จะมีปัญหากับแม่ขนาดนี้

    “จำเอาไว้นะ ถ้าไม่มีท่านคุ้มกะลาหัว เราแม่ลูกจะมีหน้าสู้คนอื่นได้อย่างวันนี้ไหม ถ้ายังเห็นว่าฉันเป็นแม่ที่เบ่งแกออกมา แกก็เลิกเข้าข้างไอ้สาธิตซะ แกจะปกป้องมันไปเพื่ออะไร มันเคยปกป้องแกอย่างที่ท่านทำรึไง เราไปเป็นหนี้บุญคุณมันตอนไหน แกหักหลังท่านก็เท่ากับว่าแกอกตัญญูกับฉัน ไอ้ทนายคนนั้นมันไม่ได้หวังดีกับแก คนอย่างมันไม่มีวันซาบซึ้งในสิ่งที่แกทำ มันกำลังหลอกใช้แกรู้เอาไว้ อย่าทรยศท่าน ไม่งั้นชีวิตแกนั่นแหละที่จะพังรู้เอาไว้!”

    จีราวัจน์ทนฟังต่อไม่ไหว กดปิดเสียงข้อความดื้อๆ พร้อมเสียงสะอื้นอย่างสุดกลั้นเพราะความเสียใจสุดขีด สาธิตก็ตะลึงงันไม่แพ้กัน ความจริงที่เพิ่งได้ยินทำให้สับสนในใจอีกรอบ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าตนจะเป็นสาเหตุให้แม่ลูกต้องมีเรื่องขัดแย้งกันมากมายขนาดนี้

    สาธิตตั้งใจจะให้เวลาส่วนตัวกับดาราสาว แต่ไปได้ไม่ไกลก็ต้องกลับมาใหม่เมื่อได้ยินเสียงโครมดังจากในห้องน้ำ ทนายหนุ่มพยายามเคาะเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เลยตัดสินใจพังประตู!

    สภาพของดาราสาวที่หน้าซีดเผือดเพราะพิษบาดแผลที่แขนทำให้สาธิตตกใจมาก รีบช้อนตัวเธอพาไปพักในบ้านคนงาน และดึงตัวมากอดอย่างอ่อนโยนเมื่อเธอละเมอเพราะพิษไข้จากบาดแผล

    “ทำแบบนี้ทำไม คุณจะมาตายเพราะผมทำไม...ผมไม่ยอมให้คุณตาย คุณจะเป็นอะไรไปไม่ได้ ผมไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรเด็ดขาด”

    ทนายหนุ่มใช้ผ้าทำความสะอาดแผลให้จีราวัจน์ช้าๆ พลางคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะคำเตือนของเธอที่อยากให้เขาวางมือจากคดีของสิทธาและเวทิต และระหว่างที่คิดเพลินๆนั่นเอง พันก็โทร.เข้ามือถือจีราวัจน์

    สาธิตตัดสินใจรับสายแทน แล้วก็ต้องหน้าเสียเมื่อได้ยินข่าวร้ายจากพัน

    “ถ้าไอ้จีมันอยากมาลาก็ให้มันรีบมาโรงพยาบาล เพราะยายกำลังจะไป...ยายคงจะอยู่รอมันไม่ไหวอีกแล้ว”

    ooooooo

    สาธิตรับปากจะพาจีราวัจน์ไปหายายจันทร์ให้ทันเวลา พันถอนใจยาว ก่อนจะพาตัวเองไปนั่งดูอาการของยายจันทร์ใกล้ๆ พลางขอร้องให้อดทนรออีกนิด

    “รอก่อนนะ ห้ามเป็นอะไร ไอ้จีกำลังมา ฉันรู้ว่ายายรอมันใช่ไหม ยายต้องอยู่รอมัน เราจะได้อยู่พร้อมหน้ากันแล้วนะยาย เราต้องได้อยู่ด้วยกันอีก แข็งใจเอาไว้”

    สาธิตเข้าใจสถานการณ์ดี แต่อาการของจีราวัจน์ก็หนักหนาเอาการไม่น้อย ดาราสาวไม่ได้สติอีกเลย เพราะพิษไข้ แต่เขาก็ต้องตัดใจพาเธอส่งโรงพยาบาลและเยี่ยมยายจันทร์ในคราวเดียวกัน

    ด้านเจตร...ใจลอยไม่อยู่กับเนื้อตัวเมื่อรู้จากดารากาเรื่องจีราวัจน์มีคนรัก ดารากาช้ำใจมาก แต่ยังแข็งใจตีหน้าซื่อไปคุยกับเขา เจตรไม่มีแก่ใจจะหยอกล้อด้วย แต่แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเธอบอกว่าอำเรื่องจีราวัจน์มีคนรัก

    “จริงๆดาวเป็นคนตลกและชอบอำคนอื่นด้วยค่ะ”

    “จริงเหรอครับ...ไม่อยากจะเชื่อ”

    “แต่คุณเจตรก็เชื่อไปแล้วนี่คะ”

    “นี่คุณดาวเคยอำผมด้วยเหรอครับ”

    “ไม่ใช่เคย แต่กำลังอำอยู่ค่ะ”

    เจตรมองมาแบบไม่อยากเชื่อ แล้วก็ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้

    “หรือว่าเรื่องคุณจี...ตกลงคุณจีไม่ได้มีคนรักแล้วเหรอครับ”

    “มีแล้ว...และก็หวงจีมากด้วยค่ะ”

    “คุณชยันต์เหรอครับ”

    “ไม่ใช่ค่ะ...คนรักของจีตัวเล็กกว่าพี่ชยันต์ ขาวกว่า หน้าหวานกว่า และที่สำคัญ...จีกับเขาอยู่ด้วยกันค่ะ”

    “อยู่ด้วยกัน...ตัวเล็กกว่าคุณชยันต์ ขาวกว่า หน้าหวานกว่า แล้วยังอยู่กับคุณจี...เท่าที่เห็นก็มีแต่...คุณดาว!”

    ท่าทางมึนสุดขีดของเจตรทำให้ดารากาอดขำไม่ได้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจังเมื่อพูดถึงเพื่อนรัก

    “คุณเจตรกลัวหนอนไหมคะ”

    “ทำไมอยู่ๆคุณดาวถึงถามเรื่องนี้ล่ะครับ...หรือจะอำอะไรผมอีก”

    “เปล่าค่ะ...แต่ดาวจำได้ว่าตอนเจอจีครั้งแรก จีถามดาวเป็นคำแรกว่ากลัวหนอนไหม”

    “คุณจีเอาหนอนมาแกล้งคุณดาวแน่ๆ”

    “ตอนแรกดาวก็คิดอย่างนั้น แต่ไม่ใช่หรอกค่ะ ที่จีถามเพราะจีกลัวดาวรังเกียจเขา”

    “หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เข้าใจ”

    “จีเคยบอกว่าชีวิตจีเหมือนผีเสื้อ ที่ก่อนจะมาเป็นผีเสื้อที่สวยงาม มันเคยเป็นหนอนที่ใครๆรังเกียจมาก่อน ดาวไม่ได้อำคุณเจตรนะคะเรื่องจีมีคนรักแล้ว เพราะดาวรักจีมาก...รักเท่าที่เพื่อนคนหนึ่งจะรักเพื่อนคนหนึ่งได้ ดังนั้น ถ้าจะมีใครสักคนเข้ามาในชีวิตจี...ดาวอยากให้เขารับจีได้ทุกอย่าง...ไม่ใช่แค่ความสวยฉาบฉวย”

    ooooooo

    เจตรรับรู้ว่าดารากาต้องการสื่ออะไร และเขาก็ยินดีอย่างยิ่งจะเป็นคนนั้น โดยไม่รู้เลยว่าเวลานี้ ดาราสาวที่เขาหลงรักแทบยืนไม่ไหวเมื่อมาถึงโรงพยาบาลพร้อมสาธิตแล้วค้นพบความจริงจากพัน

    “แกหายหัวไปไหน ทำไมไม่รู้จักมาให้มันไวกว่านี้ แกมาไม่ทันแล้ว ยายไปแล้ว!”

    จีราวัจน์หน้าถอดสี ก่อนร้องไห้โฮแบบไม่แคร์สายตาใคร สาธิตได้แต่เฝ้ามองด้วยความรู้สึกผิดที่เขาพาเธอมาไม่ทันดูใจยายจันทร์ พันสะเทือนใจมากและพาจีราวัจน์ไปลายายที่เตียงคนไข้

    “ฉันบอกยายแล้ว ฉันไม่ได้โกหก ไอ้จีมันต้องมา มันไม่ทิ้งเราหรอก ยายไม่น่าใจร้อน รอมันอีกนิดก็ไม่ได้!”

    ยายจันทร์ไม่ตอบโต้ จีราวัจน์ยิ่งสะท้านใจ ค่อยๆก้าวไปกอดยายด้วยความอาลัยถึงขีดสุด

    “ยาย...จีอยู่นี่ จีมาหายายแล้ว ทำไมยายไม่รอจี ยายทิ้งจีทำไม จีขอโทษ ยายตื่นมาเจอจีก่อนได้ไหม ยายจ๋า...อย่าเพิ่งไป ลุกขึ้นมาหาจีก่อน!”

    แต่ไม่ว่าร้องเรียกเท่าไหร่ ยายจันทร์ก็ไม่ฟื้น จีราวัจน์ปวดใจมาก ต้องออกไปชกกำแพงระบายความเสียใจจนมือเริ่มแตก สาธิตเห็นท่าไม่ดีรีบห้าม แต่จีราวัจน์ก็เป็นลมหมดสติคาอกเขาก่อน

    ชยันต์ไม่ได้รับรู้เรื่องจีราวัจน์ มัวจมปลักกับความทุกข์ใจที่ทะเลาะกับปียากุล สาธิตก็ไม่ยอมให้ลี้ภัยที่บ้าน ผู้กำกับหนุ่มเลยต้องหอบสังขารโทรมๆมานอนที่ออฟฟิศ พัฒนะมาเจอตอนเช้าก็อดไม่ได้จะเตือนสติ

    “ทำไมไม่กลับไปเคลียร์กัน”

    “ผมอยากให้เปี๊ยกเขาคิดได้ด้วยตัวเองบ้าง ถ้าเขายังไม่เชื่อใจผมแบบนี้ กลับไปก็เจอแต่ปัญหาเดิมๆ”

    “ครอบครัวไม่ใช่ศาล หาคนถูกผิดไปก็เท่านั้น ถ้าไม่รู้จักให้อภัย เอาแต่ลงโทษกันแล้วจะอยู่กันต่อไปยังไง”

    “ขอโทษนะครับ คุณพ่อไม่ใช่ผม...คุณพ่อก็พูดได้”

    “ขอโทษนะครับคุณชยันต์ ผมนี่เจอระดับแม่เปี๊ยกเลยครับผม แล้วรู้ไหมว่าผมปราบแม่เปี๊ยกยังไง...ตบเลย!”

    “คุณพ่อตบคุณแม่เลยเหรอครับ”

    “เปล่า...ตบมือพนมวันทาแล้วกราบที่บ่าเมียงามๆ พ่อรู้ว่าผู้ชายต้องมีศักดิ์ศรี แต่การยกโทษให้ก่อนไม่ได้แปลว่าไม่มีศักดิ์ศรีนะ แต่นี่แหละวิถีของลูกผู้ชายตัวจริงที่มองข้ามความงี่เง่าของมนุษย์เมียไปได้ อย่าปล่อยให้ผู้หญิงคิดเอง เพราะจากประสบการณ์ตรงของพ่อ...ผู้หญิงไม่เคยคิดถูกได้ มีแต่คิดผิดไปกันใหญ่”

    ชยันต์ถอนใจเหนื่อยหน่าย เห็นจริงด้วยทุกอย่าง พัฒนะเลยถือโอกาสทิ้งท้าย

    “ถ้าไม่อยากมีเมียเป็นก็อตซิลล่า รีบกลับบ้านไปเคลียร์ซะ ก่อนที่ทีมงานจะอดตายเพราะรอแกสองคนง้อกัน!”

    ooooooo

    จีราวัจน์ต้องพักฟื้นและทำแผลที่โรงพยาบาล โดยมีสาธิตนั่งเฝ้า จริยาเป็นเดือดเป็นร้อนมากที่ลูกสาวคนเดียวหายตัวไป สุกี้เลยต้องรับภาระหนักตามหาจนพบว่าดาราสาวในสังกัดนอนป่วยที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด

    ความเสียใจเรื่องยายจันทร์ทำให้อาการของจีราวัจน์ยิ่งทรุด ดาราสาวไม่มีแก่ใจจะเจอหรือพูดคุยกับใคร จนหมอต้องให้ยานอนหลับเพื่อพักผ่อน และระหว่างที่นอนหลับเพราะฤทธิ์ยานั่นเอง เธอก็ฝันถึงยายจันทร์

    ยายจันทร์มาหาเพื่อปลอบขวัญและปลอบใจไม่ให้คิดมาก เป็นธรรมดาของชีวิตที่มีเกิดก็มีตาย แต่จีราวัจน์ก็ยังทำใจไม่ได้ ฟูมฟายถึงชะตาชีวิตที่ไม่เคยสมหวังหรือมีความสุขเหมือนคนอื่นๆ

    “ทำไมชีวิตจีไม่เคยมีคนที่รักอยู่ใกล้ๆ คนที่อยู่ใกล้กลับเป็นคนที่เกลียดจี ฟาดฟันจี เหมือนอยากให้จีตายตรงหน้าเขา ไม่ว่าจะเป็นแม่หรือคุณสาธิต จีคงผิดมากที่เข้ามาในชีวิตพวกเขา”

    เสียงร่ำไห้ของหลานสาวนอกไส้ทำให้ยายจันทร์สงสาร ดึงตัวไปกอดปลอบ

    “จีเหนื่อยเหลือเกินยายจ๋า จีไม่รู้จะมีชีวิตเพื่อให้คนเกลียดต่อไปทำไม”

    “อย่าพูดแบบนี้นะจี จำได้ไหมว่ายายเคยสอนแกว่ายังไง ใครเห็นเราเลว เราชั่วก็ช่างเขา เรารู้ตัวเราว่าเราเป็นยังไงก็พอ ทำความดีไม่จำเป็นต้องให้ใครเห็น ถ้าไม่มีคนติดทองหลังพระ พระจะงามทั้งองค์ได้เหรอจี”

    “แต่ถ้าทำความดีแล้วไม่มีคนรัก จะทำไปเพื่ออะไรยาย”

    “จำไว้...ถ้าความดีมีจริง ความรักก็มีจริง และความรักที่แท้จริงมันจะมาจากผลความดีของแก...จำคำยายไว้”

    ภาพยายจันทร์หายวับไปแล้ว พร้อมสติของจีราวัจน์ที่ฟื้นตัวอีกครั้ง สาธิตนอนเฝ้าเธอไม่ห่าง พร้อมๆ กับสุกี้ที่โผล่มาทันได้ยินเรื่องสำคัญพอดีว่าพันย้ายศพยายจันทร์ไปตั้งทำพิธีที่วัดแล้ว

    จีราวัจน์ไม่สนใจสภาพร่างกายของตน รั้นจะไปร่วมงานศพของยายจันทร์ให้ได้ สาธิตกับสุกี้เลยต้องพาไป พันเห็นดาราสาวที่โตมาด้วยกันก็ดุเพราะรู้ดีว่าเธอไม่สบายหนักแค่ไหน แต่จีราวัจน์ก็ไม่สนใจ ถลาไปคุกเข่าต่อหน้าโลงศพยายจันทร์และร้องไห้แบบไม่อายใคร พันต้องตามไปปลอบ

    “แกอย่าร้องสิจี ยิ่งแกร้อง ยายก็ยิ่งห่วงแกกับฉัน ไม่ต้องห่วงนะยาย พวกฉันอยู่กันได้ พวกเราจะไม่ทิ้งกัน”

    จีราวัจน์ปาดน้ำตา “ใช่...ไอ้พันพูดถูก ยายไม่ต้องห่วงนะ หลับให้สบาย จีจะเข้มแข็ง ยายจ๋า...หลายครั้งที่จีทำให้ยายโกรธ หลายครั้งที่จีบอกยายว่าจะมาหาแต่ไม่มา ทำให้ยายต้องรอเก้อ แม้แต่วันสุดท้ายของยาย จียังปล่อยให้ยายรอ จีขอโทษ อโหสิให้หลานเลวๆคนนี้ด้วยนะ จีสัญญาจะเป็นคนดี...จะใช้ความดีชนะทุกอย่าง...”

    กว่าจีราวัจน์จะกลับถึงคอนโดก็หลายชั่วโมงต่อมา ดาราสาวสลบไสลตลอดทางจนสาธิตนึกเป็นห่วง ต้องแอบตามมาส่ง พร้อมกับถุงยาของเธอที่ลืมไว้ สุกี้เห็นท่าทีอ่อนโยนและทะนุถนอมของเขาที่มีต่อดาราสาวในสังกัดก็อดนึกถึงคำพูดของจริยาเมื่อวันก่อนไม่ได้

    “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยัยจีต้องเจ็บตัวเพราะนายสาธิต ถ้าเธอไม่อยากเสียตัวสร้างเงินสร้างทองอย่างยัยจีไป เธอต้องไล่นายสาธิตออกไปจากชีวิตของยัยจีเร็วที่สุด”

    และก็เพราะคิดถึงคำพูดนั้นนั่นเอง สุกี้เลยตัดสินใจถามสาธิตตรงๆ

    “ขอโทษเถอะนะครับ ที่ผมต้องพูดเพราะผมห่วงจี อยู่ๆจากคนที่โกรธเกลียดจีมากๆ เปลี่ยนเป็นดีมากๆ ถ้าไม่ได้เป็นบ้าเพราะโลกร้อน ก็คงคิดจะทำอะไรจีอยู่”

    “คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ที่ผมทำเพราะเขาช่วยผม เลยเจ็บตัวแทนผม ผมเลยตอบแทนเขา”

    สุกี้ไม่อยากจะเชื่อหู แต่คำสั่งของจริยาก็ทำให้ต้องยื่นคำขาดกับสาธิต

    “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีเจ็บตัวเพราะคุณ ถ้าคุณอยากตอบแทนจีจริงๆ คุณอย่ามายุ่งกับจีอีกดีกว่า”

    สาธิตจะโต้เพราะเป็นห่วงดาราสาว แต่ก็ถูกสุกี้ดักคอ

    “คุณก็เห็นว่าชีวิตจีมีแต่เรื่องมากพออยู่แล้ว ไหนจะเรื่องยาย เรื่องคุณชยันต์ ถ้าคุณเปี๊ยกเห็นคุณมายุ่งกับจีอีก คุณคงรู้นะว่าจีต้องเจออะไร...หรือคุณรู้อยู่แล้ว คุณถึงมายุ่งกับจี เพื่อให้ชีวิตจีบรรลัย!”

    ooooooo

    ระหว่างที่สุกี้พยายามเคลียร์สถานการณ์ของจีราวัจน์ตามคำสั่งจริยา ชยันต์ก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อกลับบ้านมาหาปียากุลตามคำแนะนำของพัฒนะแล้วพบว่าภรรยาจอมหึงส่งนักสืบตามจับผิดจีราวัจน์

    และภาพที่นักสืบส่งมาวันนี้ก็คือภาพสาธิตอุ้มจีราวัจน์ไปส่งคอนโด ปียากุลยังไม่เห็น แต่เขาก็ไม่คิดจะบอก นอกจากจะเอาเรื่องที่เธอทำเกินกว่าเหตุอีกครั้ง

    “เปี๊ยกจ้างนักสืบตามจีด้วยเหรอ ทำแบบนี้ทำไม”

    “ก็จะเอาไว้แฉมันไง ใครที่มันทำลายครอบครัวเปี๊ยก เปี๊ยกก็พร้อมจะดับอนาคตมัน”

    “คุณไม่มีสิทธิ์ทำกับใครแบบนี้ นี่มันเข้าข่ายคุกคามแล้วรู้ตัวไหม”

    “นี่มันยังน้อย ถ้ามันยังหน้าด้าน เปี๊ยกก็พร้อมจะทำยิ่งกว่านั้น”

    “เลิกรังควานจีซะ ถ้ายังไม่เลิกบ้า ผมนี่แหละจะเลิกกับคุณเอง!”

    ปียากุลอ้าปากค้าง ไม่คิดมาก่อนว่าสามีจะกล้าขู่แบบนี้ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ แหวกลับ

    “เลิกเหรอ...มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกชยันต์ คุณก็รู้ว่าคนอย่างเปี๊ยกไม่เคยแพ้ใคร โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่มีค่าพอมาเทียบกับเปี๊ยกอย่างจีราวัจน์ ถ้าเปี๊ยกต้องแพ้มัน เปี๊ยกยอมเป็นฆาตกรฆ่ามันซะยังดีกว่า”

    ชยันต์อยากจะเป็นบ้าตาย แต่ไม่ทันโต้ ภรรยาจอมหึงก็ประกาศกร้าว

    “เลือกเอาว่าคุณจะหยุดเลิกกับมันเอง หรือจะให้เปี๊ยกเป็นคนหยุด”

    แววตาเอาจริงของปียากุลทำให้ชยันต์แทบคลั่ง โกรธจนพูดไม่ออก ต้องผละไปดื้อๆ ทิ้งปียากุลให้หัวฟัดหัวเหวี่ยงคนเดียว และยิ่งของขึ้นหนักเมื่อเห็นภาพจากนักสืบที่ส่งไปตามจีราวัจน์

    “แกอ่อยผัวฉันคนเดียวไม่พอ ยังมายุ่งกับพี่ชายฉันอีก ฉันไม่ปล่อยแกไว้แล้วนังจี!”

    จีราวัจน์ไม่ได้สำเหนียกถึงอันตรายจากลมเพชรหึงของปียากุล มัวฟูมฟายกับสุกี้เรื่องยายจันทร์

    “ทำไมไม่เป็นจี ทำไมต้องเป็นยาย คนเลวๆอย่างจีไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปทำไม”

    “อย่าพูดอย่างนี้ ยังมีคนที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีจี”

    “มีด้วยเหรอพี่สุกี้ ในชีวิตนี้ยังมีใครที่รักจีเหลืออยู่อีกเหรอ ขนาดแม่แท้ๆยังเกลียดจีจะตาย”

    สุกี้สงสารมาก เข้าใจความเจ็บปวดของดาราสาวในสังกัดดี ดึงตัวมากอดปลอบ

    “คนที่แคร์จีก็อยู่นี่ไง พี่จะอยู่ตรงนี้กับจี ถึงไม่เหลือใครแต่จีก็มีพี่เสมอ จีก็ต้องสัญญาว่าจะไม่ทิ้งพี่เข้าใจไหม”

    “ขอบคุณนะพี่สุกี้ ขอบคุณที่ยังอยู่กับจีทั้งๆที่จีสร้างแต่ปัญหาให้พี่ตามแก้ตลอด”

    “ถ้ารู้ตัวว่าสร้างปัญหาให้พี่ ต่อไปก็ช่วยฟังในสิ่งที่พี่ห้ามสักที โดยเฉพาะเรื่องคุณสาธิต...ที่พี่พูดเพราะพี่ห่วงจี จะให้พี่กราบก็ได้ แต่ได้โปรดเลิกยุ่งกับเขาสักที”

    “ถ้าพี่สุกี้เห็นคนกำลังจะโดนยิงตรงหน้า พี่สุกี้จะยืนมองดูเขาตาย โดยไม่ทำอะไรเลยได้เหรอ”

    “ถ้าครั้งเดียว...พี่พอเข้าใจ แต่นี่มันมากกว่าหนึ่งครั้งแล้วนะจี”

    “ต่อให้มีครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ ที่ห้า จีก็จะปกป้องเขา เพราะจีไม่อยากเห็นคุณน้านวดีต้องเจอการสูญเสียอีก”

    ooooooo

    ท่าทางดื้อดึงของจีราวัจน์ทำให้สุกี้สงสัยว่า ระหว่างเธอกับสาธิตน่าจะมีความรู้สึกบางอย่างต่อกัน ซึ่งก็ไม่ได้เกินจริงเลย เพราะคืนเดียวกันนั่นเอง สาธิตก็นึกเป็นห่วงจีราวัจน์จนต้องโทร.หา

    จีราวัจน์อุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก และอดไม่ได้จะถามถึงเหตุผล

    “คุณเจ็บเพราะผมจะไม่ให้รับผิดชอบได้ยังไง คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว งั้นแค่นี้แหละ”

    สาธิตจะวางสาย แต่จีราวัจน์ก็โพล่งขึ้นก่อน “ขอบคุณที่คุณช่วยดูแลเรื่องยาย แต่หลังจากนี้...ทางที่ดี คุณไม่ควรออกไปไหนอีกแม้แต่มางานของยาย อย่าลืมว่านายสิทธารอเล่นงานคุณอยู่ ฉันจะเตือนคุณเท่านี้แหละ”

    จีราวัจน์จะวางสายบ้าง แต่สาธิตก็ขัดขึ้น

    “คุณช่วยผม คุณก็อาจจะโดนนายสิทธาจ้องเล่นงานเหมือนกัน”

    “ถ้าคุณกำลังจะห้ามฉันไปงานของยาย เพราะนายสิทธา อย่าห้าม...เพราะคุณไม่มีทางห้ามได้”

    “คุณเพิ่งห้ามผม แต่พอผมห้ามคุณ คุณกลับบอกว่าอย่าห้ามงั้นเหรอ”

    น้ำเสียงตัดพ้อของสาธิตทำให้จีราวัจน์ยิ้มบางๆ ก่อนจะรู้สึกดีมากๆเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของเขา

    “ผมไม่ได้จะห้ามคุณ แต่ผมจะบอกว่าถ้าพรุ่งนี้คุณจะไปงานยายจันทร์ก็โทร.มา...ผมจะพาไป”

    พูดออกไปแล้ว สาธิตก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ และเพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์อ่อนไหวเลยโพล่งออกไป

    “เอ้อ...คืออย่างน้อยมันปลอดภัยกว่าให้คุณไปคนเดียว ผมจะบอกคุณแค่นี้แหละ พักผ่อนเถอะ”

    เช้าวันรุ่งขึ้น...สาธิตเตรียมตัวออกจากบ้าน ปียากุลที่ร้อนใจเรื่องเขากับจีราวัจน์พุ่งรถไปขวาง พร้อมกับยื่นชุดภาพในมือถือที่นักสืบส่งมาให้เขาดู สาธิตพยายามจะอธิบายถึงเบื้องหน้าเบื้องหลัง แต่ญาติสาวก็ไม่สนใจจะฟัง

    “เปี๊ยกเสียชยันต์ไปแล้ว พี่ธิตก็หลงมัน เปี๊ยกไม่เหลือใครแล้ว พี่ไปยุ่งกับมันทำไม มันฆ่าแฟนพี่จำไม่ได้รึไง!”

    อาการคลุ้มคลั่งของญาติสาวทำให้สาธิตต้องดุเสียงเข้ม “พอได้แล้วเปี๊ยก เห็นตัวเองในกระจกไหม บอกพี่สิว่าคนที่อยู่ในกระจกเป็นใคร อย่าบอกนะว่าเป็นน้องสาวพี่ เพราะน้องสาวพี่เป็นคนน่ารักกว่านี้ อยู่ด้วยแล้วมีความสุขมากกว่านี้ ต่อให้เป็นคนพูดตรงแต่น้องสาวพี่ก็รักษาน้ำใจ ไม่ใช่พูดจาทำร้ายจิตใจคนอื่นแบบนี้”

    “พี่ธิต...เปี๊ยกขอโทษ”

    “ที่พี่พูดเพราะพี่รักเปี๊ยก พี่ไม่อยากให้ชีวิตเปี๊ยกพังเพราะตัวเปี๊ยกเอง เชื่อพี่...เลิกตาม เลิกสงสัยแล้วกลับบ้านไปรอพี่ชยันต์ แล้วคุยกับเขาด้วยสติ อย่าใช้อารมณ์นำ เชื่อพี่...จีราวัจน์ไม่มีอะไรกับพี่ชยันต์ทั้งนั้น”

    คำพูดปกป้องจีราวัจน์แบบที่ไม่เคยได้ยินทำให้ปียากุลถึงกับอึ้งไป ก่อนจะพึมพำถามเสียงเครียด

    “ถ้าเป็นเมื่อก่อน...พี่ธิตคงเข้าข้างเปี๊ยกและต่อว่าจีราวัจน์ ไม่ใช่พูดเข้าข้างแบบนี้ มีอะไรเปลี่ยนไปรึเปล่าพี่ธิต”

    ooooooo

    เรื่องของจีราวัจน์ยังไม่ได้เคลียร์ สาธิตก็งานเข้าอีกรอบเมื่อมาถึงสำนักงาน สิทธาส่งลูกน้องมาอาละวาดรื้อข้าวของเพื่อหาหลักฐานจากเวทิต แต่ก็ไม่ได้ไปแม้แต่ชิ้นเดียว

    สาธิตตอบโต้ด้วยการแจ้งความและเรียกตำรวจมาเก็บรอยนิ้วมือ ทำให้สิทธาโกรธมาก แต่ไม่ทันได้เล่นงานกลับ พิมที่คิดจะล้างแค้นสุกี้ที่ตัดทางทำมาหากินเธอทุกทางก็โผล่มาเสนอตัวให้เขาถึงที่เสียก่อน

    ด้านชยันต์...เป็นห่วงจีราวัจน์ ไม่อยากให้ถูกนักสืบของปียากุลตามจับผิด เลยไปเฝ้าหน้าคอนโด จีราวัจน์ที่กำลังจะไปงานศพของยายจันทร์และจะโทร.บอกสาธิต เลยต้องยั้งมือไว้เมื่อเจอชยันต์มาดักหน้า

    สาธิตที่แวะมารับจีราวัจน์เห็นเธอขึ้นรถไปกับชยันต์ก็ถอยฉาก แต่ก็แอบตามไปถึงงานศพเพื่อเฝ้าดูเธอจากมุมห่างๆ เลยได้เห็นว่าเธอมีคนดูแลแทนเขาแล้วคือชยันต์กับสุกี้

    ปียากุลพยายามสงบจิตสงบใจไม่ยี่หระเรื่องชยันต์ แต่เมื่อเห็นหน้าจีราวัจน์บนทีวีก็อดไม่ได้จะไปเอาเรื่อง พัฒนะมาถึงพอดีพร้อมถุงดีวีดีซีรีส์เกาหลีหอบใหญ่ พยายามรั้งไว้แต่ลูกสาวคนเดียวก็สติแตกเสียแล้ว

    “ถ้าเหนื่อยก็หยุดตาม หยุดหนีความจริง แล้วรอเขากลับมา”

    ปียากุลอึ้งไปอึดใจ ตั้งท่าค้านเต็มที่แต่ก็ถูกพ่อขัดเสียก่อน

    “พ่อเชื่อว่าชยันต์ไม่ได้หนีเปี๊ยกไปไหน เขาแค่ต้องการเวลา คนรักกัน ยังไงก็ต้องกลับมาหากัน ลูกต้องอดทนและเข้าใจ การวิ่งไล่จับเขากลับมามันไม่ใช่เรื่องยาก การรอเขากลับมาสิยากกว่า ทำให้ชยันต์เห็นว่าเปี๊ยกทำได้ทุกอย่างเพื่อเขา แม้แต่สิ่งที่เปี๊ยกไม่เคยทำเพื่อใครอย่างการ...รอ”

    คำเตือนของพ่อแทงใจดำอย่างแรง แต่ปียากุลก็ยังรั้น จนเขาต้องย้ำเสียงเข้ม “เชื่อพ่อ...แล้ววันที่ชยันต์กลับมา ทั้งเปี๊ยกและชยันต์จะได้รู้ว่าวันที่ได้เจอคนที่รอ มันมีความสุขและคุ้มค่ากว่าวิ่งไล่ตามขนาดไหน...”

    สาธิตเดินหน้าเปิดโปงสิทธาเต็มที่ โดยมีเหล่า ลูกน้องในสำนักงานและเจนจิราเป็นผู้ช่วย เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์จอมหื่นโกรธมากและตัดสินใจเด็ดขาดจะส่งคนไปตามเก็บทนายหนุ่ม!

    จริยาได้ยินทุกอย่างโดยบังเอิญ รีบส่งข้อความไปบอกสุกี้ แต่ผู้จัดการดาราคนดังก็ไม่อยู่ไปดูงานต่างจังหวัด โชคดีที่ดารากากลับจากตั้งแคมป์พอดี เลยมาอยู่เป็นเพื่อนจีราวัจน์ได้

    ดาราการู้สึกผิดมากที่มาไม่ทันตั้งแต่วันแรกเพราะในป่าไม่ค่อยมีสัญญาณมือถือเลยปิดเครื่อง เช่นเดียวกับเจตร แต่กระนั้นจีราวัจน์ก็ไม่ถือสา และคิดว่าโชคดีเท่าไหร่แล้วที่เพื่อนรักกับวิศวกรหนุ่มมาทันวันเผา

    พิธีการดำเนินไปถึงช่วงเผา จีราวัจน์กับพันเดินไปที่เมรุเพื่อลายายจันทร์ สองพี่น้องนอกไส้ก้มกราบโลงศพและวางดอกไม้จันทน์ ก่อนที่พันจะผละไปก่อน ทิ้งจีราวัจน์ให้ลายายจันทร์เป็นครั้งสุดท้าย

    “จีขอกราบขอบพระคุณยายที่เลี้ยงดูจีมา ทั้งๆที่จีไม่ใช่หลานแท้ๆแต่ยายก็รักจี ดูแลจี ทำให้จีเป็นผู้เป็นคนได้อย่างทุกวันนี้ ถ้าชาติหน้ามีจริง...จีขอเกิดเป็นลูกแท้ๆ ของยาย จีจะเลี้ยงดูและทดแทนบุญคุณของยาย ชดเชยที่ชาตินี้จียังไม่ได้ตอบแทนคุณของยาย หลับให้สบายนะยายจ๋า แล้ววันหนึ่ง...เราจะเจอกันอีก”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 17:55 น.