ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    คลื่นชีวิต

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    การหายตัวไปของจีราวัจน์สร้างความวุ่นวายให้แก่ใครหลายคนมาก รวมทั้งดารากากับเจตร โดยเฉพาะฝ่ายหลัง เดือดเนื้อร้อนใจอย่างเห็นได้ชัดและอยากให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยตามหา แต่สุกี้ก็ยับยั้งไว้เพราะไม่อยากให้เป็นข่าวฉาวก่อนจะได้รู้ความจริงทั้งหมด

    ชยันต์ก็เป็นอีกคนที่ประสาทเสีย เสียงสุดท้ายที่ได้ยินว่าจีราวัจน์อยู่กับสาธิตทำให้เป็นห่วงจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อตั้งสติได้ก็จะไปตามหา ปียากุลหมั่นไส้เลยหลุดปากว่าเห็นจีราวัจน์นั่งรถไปกับใครบางคนจากกองถ่าย

    “คุณเป็นคนปล่อยข่าวลือเรื่องจีกับเสี่ยรถสปอร์ตเหรอเปี๊ยก”

    “หลักฐานคาตาอย่างนี้เรียกว่าข่าวลือได้เหรอ เปี๊ยกรู้แล้วด้วยว่าเสี่ยเจ้าของรถคันนี้เป็นใคร คนที่มัน หายหัวไปมั่วอยู่ด้วยก็คือนายสิทธา...พ่อเลี้ยงมันไง เอาตัวเข้าแลกแม้กระทั่งผัวแม่ เสื่อมขั้นสุดขนาดนี้ คุณยังจะห่วงอะไรมันอีก”

    ผู้กำกับหนุ่มส่ายหน้า ถอนใจยาวกับอคติของภรรยา เอ่ยเสียงเรียบ

    “ผมรู้ว่าจีอยู่กับใคร แล้วก็รู้ด้วยว่าไม่ใช่คนที่เปี๊ยกสงสัย!”

    ด้านจีราวัจน์ไม่อยากให้ใครเดือดร้อนเพราะเธออีก เลยพยายามหาเรือกลับฝั่ง แต่ไม่ทันไปไหนก็เปลี่ยนใจกะทันหันเมื่อบอดี้การ์ดและลูกน้องของสิทธาบุกมาจับตัวสาธิตกับเวทิตถึงเกาะ!

    ภาพบรรยากาศที่ชาวบ้านต้องหนีห่ากระสุนและการคุกคามจากคนของสิทธา ทำให้จีราวัจน์ร้อนใจมาก ดาราสาวตัดสินใจโดยไม่ลังเลเอาตัวเข้าขวางทางกระสุนและผลักสาธิตล้มลง ทนายหนุ่มไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง และตกกระไดพลอยโจนพาจีราวัจน์หนีขึ้นเรือไปเกาะร้างที่เขามีความหลังอันหวานชื่นกับติวดี

    สิทธาหัวเสียมากเมื่อรู้จากลูกน้องว่าสาธิตกับจีราวัจน์หนีไปได้ สั่งขาดให้ตามหาตัวจนกว่าจะเจอ และหากไม่พบ ก็ไม่ต้องโผล่หน้ามาให้เห็น!

    สาธิตก็สติแตกไม่แพ้สิทธา ไม่ใช่เพราะโกรธแค้น แต่สับสนอย่างหนัก ไม่รู้อะไรดลใจให้ลากตัวจีราวัจน์ขึ้นเรือมาด้วย จีราวัจน์ก็งงเหมือนกัน แต่เพราะไม่มีที่พึ่งเลยตัดสินใจขอหลบบนเกาะกับเขาด้วย

    “ทำไม...คุณมากับนายสิทธาไม่ใช่เหรอ จะหนีพวกนั้นทำไม”

    จีราวัจน์ไม่อยากเล่าปัญหาของตัวเอง พยายามบ่ายเบี่ยง ทนายหนุ่มเลยเข้าใจไปอีกทาง

    “ผมไม่รู้ว่าหรอกนะว่าคุณมีเรื่องอะไรกับนายสิทธา แต่...ไม่อยากกลับ แล้วจะมาติดเกาะอยู่อย่างนี้เหรอ แล้วที่หมู่บ้านนั่น...คิดจะทำอะไร คิดจะชดใช้ให้ด้วยชีวิตงั้นเหรอ ผมอยากให้คุณรับผิดเรื่องฆ่าติว ไม่ใช่ให้มาตายแทน”

    คำพูดของสาธิตเหมือนสายแส้ฟาดบนแผลในใจของจีราวัจน์ ดาราสาวเสียใจมากและสุดท้ายก็ทนไม่ได้ ต้องโพล่งระบายความอึดอัดใจออกไปว่าอยากทำอะไรเพื่อติวดีบ้าง

    “เรื่องที่เกิดขึ้น...ฉันกลับไปแก้ไขมันไม่ได้ แต่ฉันเสียใจจริงๆ ไม่มีวันไหนที่ฉันลืมว่าคนดีๆอย่างคุณติว... ต้องมาตายอย่างไม่ยุติธรรม อย่างน้อย...ก็ขอให้ฉันได้ทำอะไรเพื่อเขาบ้าง ฉัน...ฉันเชื่อว่าคุณติวอยากให้คุณมีชีวิตอยู่”

    สาธิตถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าเธอจะมีเหตุผลแบบนี้ แต่จีราวัจน์ก็ตอกย้ำทั้งน้ำตา

    “เขาต้องอยากให้คุณรอด แล้วไหนจะคุณน้านวดีกับพวกชาวบ้านที่คุณต้องดูแลอีก คนอย่างฉัน...มันเป็นคนไม่มีค่า ถึงจะตายไปก็ไม่น่าเสียดายหรอก ถ้าคุณไม่อยากเห็นหน้าฉัน...ฉันจะไปเอง!”

    ooooooo

    จีราวัจน์ผละไปแล้ว สาธิตได้แต่มองตามเธอเดินเข้าป่าภายในเกาะด้วยแววตาสับสนสุดขีด ทำใจเชื่อไม่ได้ว่าเธอจะทำทุกอย่างด้วยความสำนึกผิดจริงๆ แต่เมื่อคิดถึงท่าทางจริงจังของเธอ ทนายหนุ่มก็ต้องยอมรับแบบเสียไม่ได้ว่าเธอไม่ได้เสแสร้งและทำจากหัวใจจริงๆ

    บรรยากาศวังเวงรอบตัวทำให้จีราวัจน์หูแว่ว ได้ยินเสียงแปลกๆจนกลัวจับขั้วหัวใจ และเมื่อทนไม่ไหวก็เดินกลับไปชายหาดอีกครั้ง สาธิตรออยู่ที่เดิมและตัดสินใจยอมให้เธอซ่อนตัวด้วย

    แต่หนทางจะซ่อนตัวไม่ใช่เรื่องง่าย จีราวัจน์ต้องข่มความเจ็บปวดที่แขนเพราะช่วยสาธิตจากการกราดยิงตอนอยู่บนเกาะและพยายามเดินตามเขา ทนายหนุ่มสังเกตเห็นเลยช่วยเอาเสื้อนอกของเขาทำผ้าคล้องแขนให้

    จีราวัจน์ทึ่งและแปลกใจในความอ่อนโยนของเขามาก แล้วก็ใจชื้นไม่น้อยเพราะเขาไม่ปฏิเสธคำขอบคุณของเธอเหมือนเคย สาธิตก็หัวใจเต้นแรงเมื่อได้อยู่ใกล้ดาราสาว จนต้องพยายามเก็บอารมณ์ไม่ให้เธอรู้ว่าหวั่นไหว และเมื่อต้องพาเธอลงน้ำข้ามไปชายหาดอีกด้าน ก็แทบตบะแตกเพราะขำอาการเกร็งจนตัวแข็งของเธอ

    “อย่าเกร็งสิ แบบนี้เดี๋ยวก็จมกันทั้งคู่!”

    “มัน...มันจะจม ไม่! งั้นฉันไม่ไปแล้ว”

    “โธ่เอ๊ย...ตั้งสติก่อนสิจีราวัจน์ ใจเย็นๆ มันไม่จมหรอก ปกติเวลาแสดงทำยังไง”

    “ก็...ต้องคิดและรู้สึกแบบตัวละครตัวนั้น”

    “งั้นลองคิดว่าตัวเองเป็น...ทุ่นลอยน้ำ”

    “ฉันเป็นนักแสดงนะ ไม่ใช่แม่มด จะได้แปลงร่างได้”

    “เฮ้อ...งั้นก็คิดว่านี่เป็นชูชีพ คุณกำลังเกาะชูชีพลอยตัวอยู่ ยังไงมันก็ไม่จม ลองดู...เร็ว ไม่งั้นจะปล่อยไว้ที่นี่”

    จีราวัจน์กลัวมาก แต่พยายามข่มอาการสติแตกเพราะกลัวน้ำ พาตัวเองลอยคอไปกับเขาจนได้ สาธิตก็แปลกใจตัวเองไม่น้อยที่ความเกลียดชังในใจที่มีต่อเธอแทบไม่มีเหลือ แถมยังร้อนรนลึกๆอีกต่างหากด้วยความเป็นห่วงเธอ

    แต่ถึงหวั่นไหวแค่ไหน สาธิตก็ไม่ลืมภาพเก่าๆ ความทรงจำแสนหวานบนเกาะนี้ที่เคยมีร่วมกับติวดี

    และบรรยากาศโรแมนติกรอบตัวก็ทำให้เขาสะเทือนใจมาก ไม่อยากเชื่อที่ต้องสูญเสียเธอ

    สาธิตปัดความรู้สึกอ่อนแอทิ้ง และตั้งหน้าตั้งตาหาเสบียงอาหารเท่าที่ได้ไปให้ดาราสาว จีราวัจน์เห็นหอยนางรมสดๆก็นิ่งไปอึดใจ ทนายหนุ่มเลยเข้าใจว่าเธอไม่ชอบกิน

    “ทำไมไม่กิน อยู่เกาะแบบนี้หาของกินได้เท่านี้แหละ ถ้าอยากกินหรูๆไว้กลับไปกินที่บ้าน”

    “ฉันคิดถึงยายน่ะ...ครั้งแรกที่ยายพาฉันมาทะเล...ยายซื้อหอยนางรมให้ฉันกับไอ้พันกินด้วย”

    น้ำเสียงและสีหน้าของเธอไม่ได้บอกว่าโกหกสาธิตถึงกับอึ้ง คิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดถึงยายจันทร์ แต่จีราวัจน์คงยังไม่รู้ตัว เอ่ยถึงอดีตด้วยแววตามีความสุขและเศร้าคละเคล้ากันไป

    “ยายจะมีกระปุกอยู่อันหนึ่งไว้เก็บตังค์ ยายประกาศเลยว่าจะขโมยเงินยายกระเป๋าไหนก็ได้ แต่ห้ามขโมยจากกระปุกนี้เพราะยายจะเอาเงินในนี้พาพวกฉันไปเที่ยว เงินจะกินจะใช้ยังไม่ค่อยจะมี แต่ยายก็พาฉันกับไอ้พันไปเที่ยวทะเลจนได้...ฉันกับไอ้พันได้กินหอย กินอาหารทะเล...ส่วนยายได้แต่นั่งมองแล้วบอกว่าไม่หิว”

    จีราวัจน์น้ำตาไหลอย่างช่วยไม่ได้ สาธิตใจอ่อนยวบ ตัดสินใจพูด

    “ถ้ายายจันทร์หรือพันติดต่อมา....ผมจะบอกคุณว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน”

    ooooooo

    สถานการณ์ระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์เป็นไปในทางที่ดีขึ้นมาก สองหนุ่มสาวไม่มีท่าทางโกรธเคืองหรือต่อล้อต่อเถียงกันเหมือนเคย ต่างจากสถานการณ์ของสิทธากับจริยาที่ร้อนระอุขึ้นเพราะยังหาตัวจีราวัจน์ไม่พบ

    สิทธาโมโหลูกน้องมาก ประกาศกร้าวให้ตามหาตัวจีราวัจน์ จริยาไม่ยอม โผล่มาขวาง

    “ลูกฉันอยู่ที่ไหน ท่านเป็นคนพาจีไปใช่ไหมคะ”

    “ปัดโธ่เว้ย...ใครเป็นใครตายทำไมต้องมาโบ้ยฉัน”

    “ถ้ายัยจีเป็นอะไร ฉันจะไม่ยอมอยู่เฉยๆแน่”

    “เธอกล้าเหรอ อยากเจอดีใช่ไหม”

    “ดิฉันยอมท่านได้ทุกเรื่อง แต่ถ้ายัยจีไม่กลับมาแบบปลอดภัย เรื่องเอกสารสัมปทานบนเกาะที่ท่านยุทธกำลังจะเซ็นอนุมัติให้ท่าน ดิฉันเกรงว่าท่านยุทธจะเปลี่ยนใจ”

    คำขู่ของจริยาทำให้สิทธาคิดหนัก เอกสารสัมปทานก็สำคัญ แต่ก็เสียดายจีราวัจน์จนไม่อยากปล่อยไป...

    บรรยากาศบนเกาะทำให้สาธิตแทบคลั่ง ไม่ว่ามองทางไหนก็คิดถึงติวดี ภาพความทรงจำเก่าๆทำให้ความเสียใจพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ จีราวัจน์นึกเป็นห่วงเพราะเขาหายตัวไปนานเลยออกตามหา แล้วก็อดอึ้งไม่ได้เมื่อเห็นสภาพเหมือนคนหัวใจสลายของเขา

    จีราวัจน์อุทิศไหล่ให้เขาพิงจนถึงเช้า เหตุการณ์ทำท่าจะสงบระหว่างกันและกันอีกยาว ถ้าหากว่าสองหนุ่มสาวจะไม่เห็นว่ามีเรือแปลกๆกำลังพุ่งมาทางเกาะ!

    เวทิตนั่นเองที่รอจนสถานการณ์กราดยิงบนเกาะสงบ ถึงตัดสินใจออกเรือตามหาเพื่อนรักกับดาราสาว

    จีราวัจน์ไม่มีท่าทางโกรธขึงเพราะถูกลากมาเกี่ยวกับเรื่องบ้าๆพวกนี้ ท่าทีสงบนิ่งเสียอีกจนเวทิตอดไม่ได้ขอร้องให้เธอช่วยเรื่องสิทธา เพราะเข้าใจว่าเธอมีความสัมพันธ์พิเศษกับพ่อเลี้ยงจอมหื่น

    สาธิตไม่อยากดึงจีราวัจน์มายุ่ง และไม่คิดว่าเธอจะยอมช่วย แต่คำตอบของดาราสาวกลับทำให้เขาทึ่ง

    “ฉันคงเปลี่ยนใจเขาไม่ได้ แต่ถ้ามีอะไรจะเป็น ประโยชน์กับพวกคุณ ฉันจะติดต่อไป...โอเคไหมคะ”

    หลังจากตกลงกันได้ จีราวัจน์ก็โทร.ติดต่อสุกี้ ผู้จัดการคนดังดีใจมาก รีบส่งคนไปรับดาราสาวในสังกัดและเตรียมความพร้อมกับดารากาจัดฉากหลอกนักข่าวกับขาเม้าท์ว่าจีราวัจน์ป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลด่วน ไม่ได้แอบหนีกองไปมั่วกับพ่อเลี้ยงตัวเองอย่างที่เป็นข่าวใหญ่เวลานี้

    ชยันต์เป็นคนแรกที่เชื่อแผนการสุกี้ ต่างจากปียากุลที่คิดว่าเป็นการสร้างภาพและเป็นเดือดเป็นร้อนมากเมื่อสามีสุดรักสุดหวงจะออกไปเยี่ยมดาราสาวที่โรงพยาบาล

    “มันไม่ได้ป่วยจริง จะไปให้มันออเซาะทำไม”

    “ผมก็ต้องไปรับผิดชอบที่คุณปล่อยข่าวใส่ร้ายเรื่องเสี่ยรถสปอร์ตนั่นไง”

    “ถ้าคุณไป ฉันก็จะแฉเรื่องเขาใช้ผัวร่วมกับแม่!”

    “ก็แล้วทำไมไม่แฉเรื่องที่เขาใช้ผัวร่วมกับคุณไปด้วยซะเลย!”

    ปียากุลถึงกับหน้าหงายเมื่อถูกสามีตอกกลับแบบนั้น แต่กระนั้นก็ไ่ม่ยอมแพ้ ตามติดจะไปดูให้เห็นกับตาว่าจีราวัจน์ป่วยจริงหรือแค่สร้างภาพ!

    ooooooo

    จีราวัจน์นัดแนะกับสุกี้เรียบร้อยก็ไปรอที่จุดนัดพบ โดยมีสาธิตกับเวทิตไปส่ง กลัวพวกสิทธาจะส่งคนมาหลอกจับตัวเธอไปอีก ดาราสาวซาบซึ้งใจมาก และอดมองทนายหนุ่มด้วยความรู้สึกสงสารและเห็นใจไม่ได้ เพราะได้รู้เรื่องจากเวทิตก่อนหน้านั้นว่าเขาต้องสะเทือนใจแค่ไหนที่ต้องกลับมาที่เกาะแห่งความทรงจำกับติวดีอีกครั้ง...

    นอกจากปียากุลที่อยากไปกระชากหน้ากากของจีราวัจน์ถึงโรงพยาบาล พิมกับลูกน้ำก็อยากไปพิสูจน์ความจริงด้วยเช่นกัน สุกี้ที่มาดักหน้ารอรีบมารับหน้าพยายามขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้นางเอกจอมลวงโลกและผู้จัดการสาวเข้าไปเยี่ยมจีราวัจน์ แต่ก็รับมือได้ลำบากเต็มที

    รับมือกับพิมและลูกน้ำว่ายากแล้ว สุกี้ต้องปวดหัวเป็นสองเท่าเมื่อเห็นว่าปียากุลกับชยันต์ก็มาโรงพยาบาลเช่นเดียวกัน ผู้จัดการคนดังเกือบจะหยุดหายใจแล้ว ถ้าจีราวัจน์ ดารากาและเจตรจะไม่โผล่มาที่ห้องพักทันเวลา

    จีราวัจน์อยู่ในสภาพมีผ้าคาดปาก พร้อมสาย น้ำเกลือระโยงระยาง สุกี้เลยรีบสำทับตามบทที่เตรียมไว้

    “เพราะแบบนี้ไง หมอถึงห้ามเยี่ยม ถ้าไม่เชื่อว่าจีป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่จริงก็เข้าไปดูดเชื้อใกล้ๆได้นะ”

    จีราวัจน์แกล้งไอใส่พิม นางเอกจอมลวงโลกรีบถอยหนี ก่อนจะถามเพราะไม่เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นเรื่องจริง

    “แล้วจีป่วยตั้งแต่เมื่อไหร่ วันก่อนยังเห็นดีๆ ไม่มีวี่แววว่าจะป่วยเลย ที่พิมถามเนี่ย...ไม่ได้จับผิดนะ แต่เผื่อจะช่วยแก้ข่าวให้ เพราะทางโซเชียลปั่นกระแสว่า...จีแกล้งป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจจากใครอยู่รึเปล่า”

    เจตรทนไม่ได้ออกตัวว่าเป็นคนพาดาราสาวมาโรงพยาบาลเองในฐานะบอดี้การ์ดคนใหม่ โดยมีสุกี้ช่วยยืนยัน ชยันต์ไม่อยากเชื่อ เช่นเดียวกับปียากุล พิมและลูกน้ำ แต่ก็ยังหาหลักฐานพิสูจน์ความจริงไม่ได้...

    ข่าวการกลับมาของจีราวัจน์ทำให้หลายคนโล่งใจ โดยเฉพาะจริยา ดีใจมากที่ลูกสาวคนเดียวปลอดภัย คงมีเพียงสิทธาที่โกรธแค้นมากเมื่อรู้ว่าลูกเลี้ยงสาวหลุดมือไปอีกรอบ และพาลไประบายอารมณ์กับภรรยา

    จริยาถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อถูกสามีจอมหื่นบีบคออย่างแรง

    “เธอเห็นไหมว่าถ้าฉันจะฆ่าเธอ มันช่างง่ายจะตาย”

    แรงบีบที่มากขึ้นทำให้จริยาหายใจติดขัด พยายามดึงมือออกแต่ไม่ได้ผล แถมโดนขู่อีกต่างหาก

    “เพราะฉะนั้น...ไปจัดการสั่งสอนลูกสาวเธอให้ดี อย่าคิดรวมหัวกับไอ้สาธิตยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของฉัน”

    “ท่านเอาที่ไหนมาพูด จีไม่ทำอย่างนั้นหรอกค่ะ”

    “มันคงคิดว่าฉันโง่...ไม่รู้ไม่เห็นว่ามันทำอะไรอยู่สินะ”

    “ยัยจีไม่มีวันทำลายท่านหรอกค่ะ มันรู้ดีว่าใครเป็นคนชุบเลี้ยงดิฉันกับมันมา ถ้ามันทำอะไรท่าน ก็เหมือนกับมันทำดิฉันด้วย ดิฉันไม่มีวันยอมให้เป็นอย่างนั้น”

    “โอกาสมันไม่ได้มีเยอะเหมือนอากาศ แล้วยิ่งโอกาสจากฉัน...เธอก็รู้ว่าฉันไม่เคยให้ใครเป็นครั้งที่สอง!”

    ooooooo

    ชยันต์ ปียากุล พิมและลูกน้ำกลับไปแล้ว จีราวัจน์เลยหายใจคล่องขึ้นบ้าง แต่ต้องมาอึ้งแทนเมื่อเจตรประกาศตัวเป็นบอดี้การ์ดของเธออย่างเป็นทางการ โดยมีสุกี้กับดารากาสนับสนุน

    “จีไม่อยากได้...”

    จีราวัจน์จะพูดต่อแต่ก็ถูกสุกี้ขัดเสียงเรียบ

    “นาทีนี้จีไม่มีสิทธิ์จะพูดอะไรทั้งนั้น จีไม่รู้ตัวเหรอว่าระหว่างที่จีหายไป...ทำคนอื่นเป็นห่วงขนาดไหน”

    “แต่จีก็กลับมาปลอดภัย ไม่มีแผลเลยสักนิด พี่สุกี้อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยน่า”

    “เพราะชีวิตของจีมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับพี่ไง พี่รู้ว่าจีเคยมีชีวิตที่ไม่มีใครแคร์ ไม่มีใครรัก จนจีไม่เชื่อว่าความรักมีจริง แต่ขอให้รู้ไว้เถอะว่าช่วงเวลาที่จีเอาตัวเองไปเสี่ยงกับความเป็นความตาย คนที่ยืนในห้องนี้มันโคตรห่วงจีเลย ทั้งห่วง ทั้งโกรธ ทั้งกลัวจนแทบจะเหมือนคนบ้า!”

    ท่าทางอัดอั้นของสุกี้ รวมทั้งดารากากับเจตรทำให้จีราวัจน์คิดได้ โถมตัวกอดผู้จัดการคนดัง

    “จีขอโทษ...บางทีการโตมาคนเดียวก็ทำให้จีลืมความเป็นห่วงคนอื่นไป”

    ดารากาเห็นเพื่อนรักอ่อนลงก็เตือนให้ระวังตัวกว่านี้ และที่สำคัญอย่ายุ่งกับสาธิตอีก จีราวัจน์หน้าเสียก่อนจะพึมพำตอบเสียงเบา

    “จีก็ไม่อยากยุ่ง ถ้าเขาไม่มายุ่งกับจี!”

    คืนเดียวกัน...คนที่จีราวัจน์ไม่อยากยุ่งก็สับสนในใจไม่เลิก ในหัวมีแต่ภาพเหตุการณ์บนเกาะ ทั้งเรื่องที่จีราวัจน์เอาตัวขวางทางกระสุนแทนเขา และเรื่องที่เธอระบายความอัดอั้นว่าอยากทำอะไรเพื่อติวดีบ้าง

    คำพูดของจีราวัจน์ลอยวนเวียนในหัวสาธิตจนนอนไม่หลับทั้งคืน เช่นเดียวกับชยันต์ที่คาใจทุกอย่าง จนต้องบุกมาถึงโรงพยาบาลแต่เช้าเพื่อคาดคั้นความจริงจากจีราวัจน์

    “ตกลงไอ้ธิตมันลักพาตัวจีไปหรือเปล่า”

    “เขาไม่ได้พาจีไป เราแค่บังเอิญเจอกัน จีดันรู้ว่าเขากำลังเข้าไปยุ่งกับธุรกิจของท่านสิทธา จีถึงต้องไปขวาง”

    “แล้วจีไปขวางไอ้ธิตทำไม”

    “เพราะเขายังไม่รู้จักธาตุแท้ท่านสิทธาไง ถ้า คุณสาธิตสืบเรื่องธุรกิจจนเจอเรื่องทุจริต เขาอาจตายก่อน ขึ้นศาล!”

    “ใจเย็นๆจี นี่ไม่ใช่คดีแรกที่สาธิตเอาชีวิตไปเสี่ยงแบบนี้”

    “แต่อาจเป็นคดีสุดท้าย จีถึงอยากให้พี่ช่วยไปสืบทีว่าคุณสาธิตกำลังคิดทำอะไร”

    “พี่ไม่เข้าใจ”

    ท่าทางร้อนใจของจีราวัจน์ทำให้ชยันต์สงสัย และสายตาของเขาก็ทำให้ดาราสาวรู้สึกตัว กลบเกลื่อนเสียงอ่อย

    “ไม่เข้าใจตรงไหน พี่ก็แค่แอบดูว่าคุณสาธิตมีเอกสารอะไรและคิดวางแผนอะไรบ้าง...เท่านั้นเอง”

    “พี่ไม่เข้าใจ จีบอกว่าไม่อยากยุ่งกับสาธิต และสิ่งที่สาธิตทำตอนนี้มันเป็นเรื่องของสาธิตกับท่านสิทธา ไม่ได้เกี่ยวกับจี แล้วจีจะไปยุ่งกับสาธิตอีกทำไม”

    คำถามของชยันต์ทำให้จีราวัจน์พูดไม่ออกไปอึดใจ ก่อนจะให้เหตุผลด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุด

    “เพราะคุณน้าวดีเหลือคุณสาธิตแค่คนเดียว มันเลยเป็นหน้าที่ของจีที่ต้องช่วยรักษาสิ่งสุดท้ายของน้าวดีไว้!”

    ooooooo

    จริยาเป็นคนต่อมาที่มาเยี่ยมจีราวัจน์ ชยันต์ขอตัวก่อนเลยได้เห็นกับตาว่าปียากุลสะกดรอยตามเขามาด้วย ผู้กำกับหนุ่มส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย ก่อนจะคิดหาทางแก้เผ็ดภรรยาจอมหึง

    ปียากุลโกรธแทบคลั่งเมื่อเห็นว่าสามีสุดรักสุดหวงแอบมาหาจีราวัจน์แต่เช้า และความหึงหวงก็ทำให้ขาดสติ คิดว่าทั้งสองมีอะไรกันมากกว่าความเป็นพี่น้องอย่างที่สามีใช้เป็นข้ออ้างมาตลอด และครั้งนี้เธอจะไม่ยอมปล่อยผ่าน และคิดหาทางแกล้งดาราสาวในกองละครวันรุ่งขึ้น...

    จีราวัจน์ยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกประทุษร้าย มัวรับมือกับอารมณ์ร้อนแรงของแม่ที่บุกมาเอาเรื่องเธอถึงโรงพยาบาล เพราะอยากรู้ความจริงทุกอย่างบนเกาะ ทั้งเรื่องสิทธาและสาธิต

    “แกรู้ไหมว่ากำลังรนหาที่ตาย”

    “คนที่กำลังจะตายคงไม่ใช่หนูหรอกมั้ง ไม่อย่างนั้น...ท่านคงไม่ไล่แม่ให้รีบมาขู่หนูถึงที่นี่”

    จริยาโมโหที่ถูกยียวน แต่จีราวัจน์สะใจ ต่อปากต่อคำจนถูกแม่ตบหน้าหัน

    “ฉันถามว่าแกกับนายสาธิตไปเจออะไร”

    “หนูไม่บอก มันทำให้ชีวิตหนูเจ็บปวดยังไง ถึงเวลาที่มันต้องรับกรรมนั้นบ้างแล้ว”

    “ลองแกทำอะไรท่านดูสิ ฉันนี่แหละจะไม่ปล่อยแกไว้”

    “แม่จะฆ่าหนูเพื่อคนอื่นเหรอ”

    “ฉันให้ชีวิตแกได้ ฉันก็เอาชีวิตแกคืนได้”

    “งั้นก็เอาชีวิตหนูไปตอนนี้เลยสิ เพราะหนูมันลูกแม่ เลยมีสันดานยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากทำ!”

    ท่าทางท้าทายของลูกสาวคนเดียวทำให้จริยาสติหลุด เงื้อมือจะตบอีกรอบ แต่คราวนี้เจตรเข้ามาขวางทันเวลา พร้อมกับการประกาศของจีราวัจน์ว่าเขาคือผู้ชายอีกคนของเธอ!

    จริยากลับไปแล้วอย่างหัวเสีย ทิ้งเจตรให้ยืนอึ้งพร้อมกับดารากาที่มาถึงพร้อมกัน จีราวัจน์เลยพูดกลบเกลื่อนบรรยากาศ และขอโทษที่ใช้วิศวกรหนุ่มเป็นเครื่องมือกวนประสาทแม่

    เจตรไม่ได้ถือสา มองเป็นเรื่องน่ายินดีจนอยากรับสมอ้างด้วยซ้ำ ดารากาสะเทือนใจมาก ยิ่งเห็นเขาเอาใจใส่และทำดีกับเพื่อนรักเท่าไหร่ ยิ่งเจ็บปวดใจจน ต้องขอตัวไปโรงเรียนก่อนดื้อๆ

    ดารากาแยกไปโรงเรียนแล้ว เจตรเลยมีเวลาส่วนตัวกับจีราวัจน์ แต่ไม่ทันได้ทำสมใจก็ต้องถูกขัดจังหวะ เมื่อเจนจิราโทร.มาตามเขาเอาคอมพิวเตอร์ที่ลืมไว้ที่บ้านไปให้ที่ออฟฟิศ จีราวัจน์ได้ยินก็หูผึ่ง นึกอยากเจอสาธิตเลยแกล้งบอกให้เขาแวะไปหาน้องสาวก่อนได้ เธอไม่ได้รีบหรือรู้สึกเสียเวลา

    ooooooo

    เมื่อถึงออฟฟิศ เจตรก็แยกตัวไปหาน้องสาว จีราวัจน์เลยหาทางแอบไปเจอสาธิตถึงในห้องทำงาน เห็นเขาหมกมุ่นกับเอกสารเพื่อแฉและเปิดโปงสิทธาเลยเตือนด้วยความหวังดีให้วางมือจากคดีนี้

    สาธิตเงยหน้าจากงานมาตอบกวนๆ “ฟังดูเหมือนการข่มขู่มากกว่าเตือนนะ”

    “อยากจะแก้แค้นฉันก็มาลงที่ฉัน ไม่ต้องไปโยงคนอื่นเข้ามา”

    “ห่วงพ่อเลี้ยงคุณมากสินะ”

    “ฉันห่วงแต่คุณต่างหากล่ะ...ฉันกลัวคุณจะไม่ตายดี”

    สาธิตถึงกับอึ้งที่ได้เห็นสายตาเป็นห่วงของเธอ แต่ก็ยังรั้นปฏิเสธ จีราวัจน์ถึงกับเต้นด้วยความโกรธจัด

    “นี่มันเป็นเรื่องความเป็นความตายของคุณเลยนะ”

    “ตายก็ตายสิ...ตราบใดที่ผมไม่ตายฟรี มันก็คุ้ม!”

    “คุณไม่เข้าใจ”

    “คุณแหละที่ไม่เข้าใจ คุณก็น่าจะรู้ว่ารักตัวกลัวตายมันไม่ใช่ผม”

    “ก็แล้วมันคุ้มเหรอที่จะเอาชีวิตไปแลกกับคนพวกนั้น คุณตายก็ทำอะไรเขาไม่ได้ อย่าเอาชีวิตคุณมาทิ้งเพราะแก้แค้นฉัน...คิดถึงคนที่อยู่ไม่ได้โดยไม่มีคุณบ้าง”

    จีราวัจน์ไม่ทันอธิบายถึงเหตุผลของเธอ เจตรกับเจนจิราก็โผล่มาขัดจังหวะ สองหนุ่มสาวเลยต้องผละจากกันแบบเสียไม่ได้ พร้อมความแปลกใจของสองพี่น้องว่าทั้งสองมีปัญหาอะไรกัน...

    เรื่องสาธิตยุ่งกับคดียังไม่คืบหน้า จีราวัจน์ก็ต้องได้ข่าวร้ายจากอารีที่โทร.มาถามข่าวคราวของเธอว่านวดีกำลังเดือดร้อนเพราะที่ดินบ้านหลุดจำนองและจะต้องย้ายออก!

    จีราวัจน์ตัดสินใจทันที ให้สุกี้รีบไปดำเนินการประมูลที่ดินของนวดีอย่างลับๆ แต่ทุกอย่างก็ช้าเกินไป เมื่อผู้จัดการคนดังได้ข่าวในเวลาต่อมาว่าจริยาเป็นคนประมูลและจัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

    สถานการณ์กลับสู่ปกติอีกครั้ง จีราวัจน์ไปถ่ายละครแต่เช้าที่ต่างจังหวัด โดยมีเจตรมาส่งและตามประกบในฐานะบอดี้การ์ดคนใหม่ ปียากุลเตี๊ยมกับทีมงานแล้ว และจัดฉากทำให้จีราวัจน์เกือบจมน้ำตายแต่เช้า ส่วนพิมที่ตั้งหน้าตั้งตาจะแกล้งจีราวัจน์ตลอดการถ่ายทำก็แพ้ภัยตัวเองล้มขาพลิก!

    จีราวัจน์มีสติตลอด เห็นกับตาว่าปียากุลมองมาทางเธอด้วยสายตาเย็นชา ปล่อยให้เธอเกือบจมน้ำตายถึงได้เรียกทีมงานมาช่วย เจตรก็ถูกทีมงานขอแรงไปช่วยพยุงพิมเข้าห้องพัก จีราวัจน์เลยต้องรับมือทุกอย่างตามลำพัง

    กว่าจะขึ้นมาได้ จีราวัจน์ก็แทบหมดแรง เจตรรีบพาเธอเข้าห้องพัก พร้อมกับหนึ่งในทีมงานที่นำผ้าขนหนูมาให้ ดาราสาวคลี่ผ้าออกแบบไม่คิดมาก ก่อนจะตะลึงเมื่อเห็นมีดโกนซ่อนในนั้น

    ปียากุลรอจังหวะอยู่แล้ว โผล่หน้ามาหาพร้อมคำขู่

    “สิ่งที่ภายนอกดูนุ่มนิ่มเหมือนไม่มีอะไร แต่ข้างในมันมีอันตรายอยู่นะ”

    สองสาวจ้องหน้ากันเงียบๆแต่ไม่มีใครยอมใคร โดยไม่รู้เลยว่าลูกน้ำแอบเห็นและได้ยินคำพูดทุกอย่าง เลยคิดวางแผนกระพือลมเพชรหึงของปียากุลให้มอดไหม้ ด้วยการแอบสลับคีย์การ์ดห้องพักของโรงแรมของชยันต์กับเจตร

    เจตรที่ไปส่งจีราวัจน์ที่ห้อง แล้วไปนั่งรอสุกี้ที่จะมาผลัดเวรเฝ้าดาราสาวกับเขาในล็อบบี้ กว่าจะรู้ตัวว่าคีย์การ์ดถูกสลับก็เมื่อปียากุลที่ถูกพิมกับลูกน้ำปั่นหัว บุกไปถึงห้องพักของจีราวัจน์ พร้อมกับชยันต์ในสภาพเกือบเปลือย!

    ooooooo

    จีราวัจน์พยายามปะติดปะต่อเหตุการณ์ รู้ในทันทีว่าต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง เช่นเดียวกับสุกี้ที่มั่นใจว่าทุกอย่างต้องเป็นฝีมือของพิมกับลูกน้ำ คงมีเพียงปียากุลที่หึงจนเลือดขึ้นหน้า ไม่มีสติมากพอจะคิดถึงความเป็นไปได้ ภาพชยันต์ในสภาพเกือบเปลือยและจีราวัจน์ในชุดคลุมอาบน้ำทำให้คลั่ง ถลาไปตบหน้าดาราสาวแบบไม่ยั้ง

    ชยันต์ตกใจกว่าคนอื่น รีบไปกระชากตัวภรรยาจอมหึง เช่นเดียวกับสุกี้ที่เข้าไปถึงตัวดาราสาว ปียากุลยังคลั่งไม่เลิก ตั้งท่าจะไปตบอีกรอบ แต่กลับต้องหน้าหันแทน เมื่อถูกจีราวัจน์ตบคืนฉาดใหญ่

    “มีสติรึยัง ถ้ามีแล้ว...ฟังนะ...คนอย่างคุณไม่มีทางชนะฉันได้หรอก ต่อให้คุณมีงานที่ใหญ่กว่าฉัน มีทุกอย่างเหนือกว่าฉัน คุณก็ไม่มีวันชนะฉัน คนอย่างคุณมีแต่คำว่าแพ้ แพ้ แพ้...แพ้ไปทั้งชาติ เพราะขนาดใจ ตัวเองยังเอาชนะไม่ได้ หลงอยู่กับความหึงหวงโง่ๆ อย่าหวังจะชนะคนอื่นเลย”

    “ถ้าฉันไม่ชนะก็อย่าหวังว่าชีวิตแกจะอยู่อย่างเป็นสุขเลย ฉันจะถอดแกออกจากละครทุกเรื่อง ฉันจะทำลายทุกอย่างจนแกไม่มีอนาคตในอาชีพนี้อีก!”

    “เอาเลย...ต่อให้คุณฆ่าฉัน คุณก็รักษาผู้ชายไว้ไม่ได้ เพราะเหตุผลที่ผู้ชายเดินออกจากชีวิตคุณ ไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนอื่น แต่เป็นเพราะเบื่อความอ่อนแอของคุณนั่นแหละ!”

    ปียากุลโกรธมาก ประกาศกร้าวจะถอดจีราวัจน์ออกจากละครทุกเรื่อง จีราวัจน์ไม่ได้สะทกสะท้าน ต่างจากสุกี้ที่ร้อนรนแทบนั่งไม่ติด และร่วมมือกับเจตรหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเพื่อเอาผิดพิมกับลูกน้ำ

    ชยันต์ก็โมโหไม่แพ้กัน และยิ่งของขึ้นเมื่อปียากุลตบหน้าระบายความแค้นเพราะคิดว่าเขานอกใจ

    “คุณไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ”

    “คุณต่างหากที่ไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าฉันจะพยายามทำดียังไง คุณก็อดไปกินของโสมมอย่างนังจีราวัจน์ไม่ได้ แล้วฉันจะเป็นคนดีทำไม ในเมื่อคุณชอบคนเลว ฉันก็เป็นคนเลวให้คุณได้”

    ขาดคำก็คว้ากระเป๋าสัมภาระของเขามาเปิด ดึงทึ้งและโยนทุกอย่างที่เธอเป็นคนซื้อทิ้ง

    “ชีวิตคุณมีวันนี้ได้ก็เพราะฉัน ถ้าไม่มีฉัน... ทั้งเนื้อทั้งตัวของคุณก็มีแค่กางเกงในตัวเดียว ดูสิใครมันจะเอาคุณ!”

    “แต่ครั้งหนึ่ง...คุณเลือกผมนะ ผมจำได้ว่าวันที่ผมเข้ามาในชีวิตคุณ...ผมมาตัวเปล่า...วันนี้ผมก็จะไปตัวเปล่า”

    ชยันต์จะเดินหนี ปียากุลทนไม่ได้รีบมาขวาง

    “ถ้าฉันไม่ได้สั่ง...คุณก็ไปไหนไม่ได้!”

    น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของภรรยาจอมหึง ทำให้ชยันต์ประสาทเสีย ควักบัตรพนักงานมาวางตรงหน้าเธอ

    “เพราะชีวิตผม...มันอยู่บนปลายปากกาคุณใช่ไหม งั้นผมลาออก!”

    ooooooo

    หลังจากเคลียร์เรื่องกล้องวงจรปิด สุกี้ก็ไปบอกความจริงแก่ปียากุล ซึ่งถึงกับหน้าซีดเผือดที่เข้าใจผิดสามี แต่กระนั้น...ทิฐิก็ทำให้ปากหนักไม่อยากขอโทษ

    สุกี้ไม่ได้สนใจเรื่องผัวๆเมียๆ เจรจาจนได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ และไม่รอช้าจะไปเย้ยพิมกับลูกน้ำที่กำลังหลงละเลิง คิดว่าแผนร้ายที่สร้างสถานการณ์ระหว่างชยันต์ กับจีราวัจน์จะทำให้หมดคู่แข่ง

    “ฉันอยากทำปริญญาให้แกจริงๆ จบจากคณะมโนศาสตร์ เอกเพ้อเจ้อ โทหลงตัวเอง คิดได้ยังไงว่าจะขึ้นมาเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งแทนจี”

    “พิมก็อยากทำปริญญาให้นางเอกของพี่จริงๆ จบจากคณะมหกรรมด้านเพศศาสตร์ เอกกลเม็ดแย่งผัวชาวบ้าน โทด้านหน้าหนาระดับเปลือกโลกยังต้องเรียกแม่ ได้ข่าวว่าโดนปลดจากละครเพราะหิ้วผัวผู้จัดไปกิน ถ้าหน้าไม่ด้านจริงมาเดินลอยชายอย่างนี้ไม่ได้นะ”

    “ก่อนแกจะปล่อยควายไปมากกว่านี้ ฉันมีของที่ระลึกบำรุงสมองให้แก”

    พูดพลางยื่นแผ่นซีดีบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดให้ แต่ลูกน้ำกลับเข้าใจว่าเป็นคลิปอำลาวงการของจีราวัจน์

    สุกี้เหยียดยิ้มเย็น ก่อนตอก “ไอเดียดี...เก็บไว้ใช้กับหัวหน้าแกนะ จะได้ยิ่งย้ำเตือนว่าเวลาจะทำลายใคร ช่วยใช้คนฉลาดๆหน่อย อย่าเอาอีหง่าวไปสลับคีย์การ์ดห้องคนอื่นต่อหน้ากล้องวงจรปิด!”

    พิมหน้าเสีย ก่อนกรีดร้องด้วยความไม่พอใจ สุกี้สะใจมาก ประกาศลั่น

    “ฉันบอกแล้วไง...ต่อให้แกสองคนกินโอเมก้าสามจากปลาแซลมอนทั้งอ่าวก็ไม่มีวันที่แกจะมาล้มฉันกับจีได้!”

    “ไม่จริง! ใครๆก็ได้ยินว่าคุณเปี๊ยกปลดนังจีไปแล้ว”

    “งั้นฉันช่วยอัพเดตข่าวล่าสุดประดับรอยหยักสมองแกให้ คุณเปี๊ยกไม่ปลดจีแล้ว...แต่ปลดแกแทน!”

    “ไม่จริง!”

    “ถ้าไม่เชื่อ...ก็เสนอหน้าที่เป็นถังโบท็อกซ์ของแกไปถามคุณเปี๊ยกสิ ขอแสดงความยินดีกับแกที่ได้ฌาปนกิจอนาคตด้วยแผนชั่วของแกเอง...ลาก่อน...บ๊าย”

    จีราวัจน์กลับไปพักที่คอนโดโดยมีเจตรตามไปส่ง ดาราสาวซาบซึ้งใจมากที่เขาคอยดูแลและอยู่ข้างเธอตลอด แม้ว่าข้อกล่าวหาที่เธอโดนจะหนักหนาแค่ไหนก็ตาม เจตร ได้แต่ยิ้มรับและฟังคำขอบคุณจากเธอหลายรอบ จนเมื่อถึงคอนโด เธอก็จะพูดอีกครั้ง เขาเลยต้องดักคอขำๆ

    “คุณจีขอบคุณผมแบบนี้มาตลอดทางแล้วนะครับ แล้วผมก็บอกแล้วว่า...”

    จีราวัจน์ยิ้มเขินๆ ก่อนจะแกล้งพูดดักแบบเขาบ้าง

    “ผมเป็นบอดี้การ์ด ถ้าคุณภาพงานผมเลิศสามารถ จ้างให้ดูแลได้ตลอดชีวิต...คุณพูดแบบนี้ทั้งวันเหมือนกัน”

    “การตอกย้ำเป็นวิธีการโฆษณาอย่างหนึ่ง ที่ทำให้คนฟังจดจำและตัดสินใจซื้อบริการในระยะยาว”

    “ตกลงเป็นวิศวกรปิโตรหรือเป็นนักการตลาดกันแน่คะ”

    “ผมเป็นผู้ชายแบบร้านสะดวกไง มีทุกอย่างที่คุณต้องการและเปิดบริการยี่สิบสี่ชั่วโมง”

    “บอดี้การ์ดคนนี้เป็นได้สารพัดจริงๆ เดี๋ยววันนี้ต้องให้ทิปก้อนโต...เอาเท่าไรดีคะ”

    คำถามของเธอทำให้เจตรยิ้มกว้าง ตัดสินใจหยอดแบบทีเล่นทีจริง

    “ผมไม่ได้คิดทิปเป็นเงินแต่คิดเป็นรอยยิ้ม...และตอนนี้ผมก็ได้ทิปแล้วครับ”

    สองหนุ่มสาวคงจะหยอกล้อกันอีกนาน ถ้าคอนโดของจีราวัจน์จะไม่ได้ต้อนรับใครบางคนเสียก่อน...

    ooooooo

    ใครคนนั้นก็คือชยันต์ที่หลบมาลี้ภัย แต่จีราวัจน์ไม่อยากมีปัญหากับปียากุล เลยไล่เขากลับไปสงบสติอารมณ์ที่อื่น ซึ่งก็ถือเป็นความโชคดี เพราะสาธิตที่เพิ่งวางสายจากปียากุลตัดสินใจบุกมาตามพี่เขยกลับ แต่ก็ต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง เพราะชยันต์ไม่ได้อยู่กับดาราสาว

    การเผชิญหน้ากันระหว่างสาธิตกับจีราวัจน์ครั้งนี้แตกต่างไปอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกหวาดระแวงและเกลียดชังที่เคยมีเหือดหายแทบไม่มีเหลือ จนแม้แต่ดารากาก็สัมผัสถึงบรรยากาศนั้นได้ แต่ก็ไม่อยากปักใจนัก เพราะระหว่างคนสองคนที่มีความแค้นต่อกันมาตลอดไม่น่าจะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นได้

    หลังออกจากคอนโดจีราวัจน์ สาธิตก็พยายามสงบใจที่ฟุ้งซ่าน ก่อนจะโทร.บอกปียากุลเรื่องหาชยันต์ไม่พบและตรงกลับบ้านทันทีเพราะไม่อยากเจอใคร แต่กลับต้องเซอร์ไพรส์แทนเมื่อเห็นว่าใครมานั่งรอหน้าบ้าน...

    ชยันต์นั่นเองที่ตัดสินใจมาขอลี้ภัยด้วย สาธิตพอจะเข้าใจสถานการณ์ แต่ก็อดเตือนสติไม่ได้

    “คืนนี้ผมให้พี่สงบสติอารมณ์อยู่ที่นี่ แต่ยังไงพี่ก็ต้องกลับไปเคลียร์กับเปี๊ยกให้เข้าใจ หายมาอย่างนี้...เปี๊ยกก็ยิ่งคิดว่าพี่หอบผ้าหอบผ่อนหนีไปกับทางนั้น”

    “ฉันกับจีไม่ได้เป็นอะไรกัน เราเป็นแค่พี่น้องกัน... เหมือนฉันกับแก”

    “ผู้หญิงดีๆ...ไม่มีใครเขายอมเป็นแค่พี่น้องกับสามีคนอื่นหรอกพี่”

    ชยันต์หน้าตึง ก่อนจะปกป้องจีราวัจน์เหมือนเคย

    “แกไม่รู้จักจี ต่อให้ฉันอยากจะเป็นมากกว่านี้ คนอย่างจีก็ไม่มีวันเอาฉัน”

    “นี่ไง...เมื่อไหร่จะตาสว่างซะที เขาสร้างภาพให้พี่เห็นแต่ด้านดีๆ...ก็แค่นั้น”

    “สร้างภาพเหรอ...ขนาดแกเกลียดเขายังกะตัวอะไร แต่รู้ไหมลับหลังแก เขามาขอร้องให้ฉันเตือนแก เขากลัวแกจะเกิดอันตราย ขนาดแกเอามีดจ่อเขา เขายังกลัวแกจะเดือดร้อน ถ้าเขาร้ายเขาจะมีแก่ใจมาห่วงแกทำไม”

    ท่าทางอึ้งๆของสาธิต ทำให้ชยันต์ถอนใจยาว ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม

    “แกจะคิดว่านี่เป็นแผนซื้อใจของเขาก็ได้ แต่ถามหน่อยนะ...เขามีความจำเป็นอะไรต้องห่วงคนที่เห็นเขาเป็นศัตรูตลอดเวลาวะ ถ้าเขาไม่พูด...ฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแกตกอยู่ในอันตรายยังไง ฉันกล้ายอมรับอย่างไม่อายว่าฉันนับถือน้ำใจผู้หญิงอย่างเขามากกว่าผู้ชายอย่างแก”

    สาธิตรู้สึกเหมือนถูกตีหัว สับสนในใจอีกรอบ ชยันต์เลยฉวยโอกาสนี้ทิ้งท้ายให้คิด “ในเมื่อแกจงใจมองเขาแค่ด้านเดียวและปักใจเชื่อไปแล้วว่าเขาไม่ดี ก็คงไม่เหลือที่ในใจให้แกมองเขาตามความจริงแล้วล่ะไอ้ธิต”

    สถานการณ์ของจีราวัจน์คลี่คลาย ต่างจากสถานการณ์ของพิมที่ถูกนักข่าวรุมทึ้งอย่างหนักเพราะถูกปลดจากละครฟอร์มยักษ์กลางอากาศ นางเอกจอมลวงโลกพยายามบ่ายเบี่ยงเลี่ยงประเด็นว่าเป็นเพราะเหตุผลเรื่องงาน แต่ก็ถูกนักข่าวสายซุบซิบรุกหนักว่าอาจเป็นเพราะเรื่องพฤติกรรมของเธอ

    พิมไม่มีทางเลือก ต้องหลบนักข่าวให้วุ่น สิทธาที่มาคุยงานในสถานที่เดียวกันเรื่องจัดการปิดปากสาธิตกับเวทิต เลยช่วยเธอไว้โดยบังเอิญ พร้อมกับข้อตกลงแลกผลประโยชน์แบบถึงเนื้อถึงตัว...

    การหายตัวไปของชยันต์ทำให้ปียากุลแทบคลั่ง พัฒนะอ่อนใจกับอาการหึงหวงของลูกสาว อยากจะเพิกเฉยแต่ก็อดไม่ได้ต้องพูดเตือนสติตามประสาพ่อที่ดีและคนกลาง

    “ถ้าไม่คิดจะขอโทษจี อย่างน้อยก็ไปขอโทษชยันต์มันหน่อยไม่ได้รึไง ในเมื่อเราผิดจริง ง้อเขาก่อนจะเป็นไรไป”

    “เรื่องอะไรคะ ที่ชยันต์กู่ไม่กลับอยู่นี่ก็ไม่ใช่เพราะจีออดอ้อนไว้รึไง”

    “เห็นกับตาเหรอว่าเขาไปหาทางนั้น...มโนไปเอง ไม่กลัวเงิบอีกรึไง”

    “เปี๊ยกไม่ได้มโน! เปี๊ยกแค่รู้ทันมารยาเขาเท่านั้น”

    “เขาใช้มารยาแล้วทำไมเปี๊ยกไม่ใช้บ้าง ทำผิดแล้วขอโทษ ต่อให้ผิดก็ยังจะได้ใจ...ได้ยินว่าชยันต์จะเข้าไปประชุมบทที่ออฟฟิศวันนี้ โอกาสมาแล้วนะ ไม้ตายมีเท่าไหร่ก็งัดมา”

    ปียากุลลังเลนิดเดียว ก่อนจะตัดสินใจไปดักรอสามีที่ออฟฟิศ แต่กลับได้ยินว่าเขาจะนัดพบใครบางคน เธอรีบสะกดรอยตามด้วยความสงสัยและหวาดระแวง แล้วก็ได้หน้าเสียเมื่อเห็นรถเขาเลี้ยวเข้าโรงแรมม่านรูด!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 05:40 น.