ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    คลื่นชีวิต

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    จีราวัจน์ไม่อยากมีปัญหา จะถอดชุดของติวดีคืนให้ แต่คงไม่ทันใจสาธิตที่กระชากเสื้อบนตัวเธออย่างใจร้อน กระดุมร่วงกราวจนเธอต้องตะครุบเสื้อไว้ นวดีได้ยินเสียงเอะอะเลยรีบมาดู ตกใจที่เห็นภาพตรงหน้า

    “ธิตทำอะไร หนูจีกับเพื่อนตกน้ำ น้าเป็นคนเอาชุดให้เขาใส่ ธิตมีเหตุผลหน่อยได้ไหม”

    “เหตุผลมันใช้ไม่ได้กับคนบางประเภทครับคุณน้า”

    เจตรยืนมองเหตุการณ์ทุกอย่าง ข้องใจอย่างมากที่สาธิตมีท่าทีรังเกียจจีราวัจน์อย่างเห็นได้ชัด แต่ดาราสาว ก็ไม่ยอมอธิบายอะไรและเข้าบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเงียบๆ

    นวดีเห็นทั้งสองฝ่ายแยกจากกันเลยลากตัวสาธิตมาเตือนสติ

    “ถ้าธิตไม่รู้จักปล่อยวาง ธิตนั่นแหละคือคนเดียวที่จะทรมาน”

    “ผมยอมทรมาน ผมอยากให้เขาไม่มีความสุข อยากให้เขาชดใช้ให้ติว”

    “งั้นที่น้าทำใจเรื่องติวได้ น้าคงบาปมากใช่ไหม”

    สาธิตถึงกับพูดไม่ออก นวดีเลยถือโอกาสสำทับ “ทุกคนมีสิทธิ์มีความสุขในแบบของเขา ธิตจะใจแคบเอาความสูญเสียไปตัดสินเขาแบบนั้นไม่ได้ ธิตอยากให้เขาเจ็บแบบธิตเจ็บ ธิตจะให้เขารับผิดชอบความรู้สึกของธิตไปถึงไหน ทุกอย่างมันขึ้นกับใจเรา ไม่ใช่ให้เขาต้องไปแบกความทุกข์ของเราเอาไว้”

    คำพูดของนวดีกระแทกใจจนจุก แต่กระนั้นสาธิตก็ทิฐิจนไม่อยากยอมรับความจริง ได้แต่ส่งสายตาคาดโทษ ไปทางจีราวัจน์ที่เพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าและมาลากลับพร้อมเจตร นวดีเห็นทุกอย่างและอดไม่ได้จะปราม

    “ที่น้าเห็น ธิตต่างหากที่จะฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็น ธิตนั่นแหละที่กำลังจะกลายเป็นฆาตกรเสียเอง ไม่ใช่เขา!”

    ท่าทางของนวดีทำให้สาธิตอึ้งมาก ไม่ต่างจากเจตรที่คาใจท่าทีของจีราวัจน์ที่มีต่อสาธิต

    “ทำไมเขาดูไม่ชอบใจที่คุณมา”

    “ต้องพูดว่าเขาไม่ชอบที่ฉันยังมีชีวิตอยู่มากกว่า”

    “มีคนเกลียดคุณจีลงคอได้ยังไง”

    “ถ้าคุณรู้จักฉัน สักวันคุณอาจจะรู้สึกกับฉันอย่างที่ผู้ชายคนนั้นรู้สึกก็ได้”

    “เอาเท่าที่รู้จักกัน ผมก็ยืนยันได้ว่าผมจะเป็นคนสุดท้ายในโลกที่คิดอย่างนั้นกับคุณ”

    น้ำเสียงจริงจังของเขาทำให้จีราวัจน์นิ่งไปอึดใจ สายตาแบบนั้นทำให้เธอเริ่มเครียด...หรือว่าเขาจะคิดอะไรกับเธอมากกว่าเพื่อนที่มีแต่ความหวังดีให้กัน...

    ooooooo

    พันมองยายจันทร์ที่เก็บของเตรียมย้ายออกจากสลัมด้วยสีหน้าไม่เห็นด้วยนัก เพราะยายไม่คิดจะบอกจีราวัจน์ เขาพยายามกล่อมให้เปลี่ยนใจแต่ยายจันทร์ก็ยืนกรานตามความต้องการเดิม แถมขู่อีกต่างหาก ถ้าเขาบอกจีราวัจน์ ความเป็นยายหลานก็ตัดกันตั้งแต่ตอนนี้!

    เจนจิราก็เพียรเกลี้ยกล่อมยายจันทร์ให้เข้ารักษาตัวหลายต่อหลายครั้ง แต่ยายจันทร์ก็ปฏิเสธเพราะไม่อยากเป็นภาระใคร แต่กระนั้น...ทนายสาว หน้าใหม่ก็ไม่ท้อ สัญญากับสาธิตเป็นมั่นเหมาะจะต้องทำให้สำเร็จ แต่แล้วงานก็เข้าเธอจนได้ เมื่อเธอไปหายายจันทร์ในวันรุ่งขึ้นแล้วค้นพบว่ายายจันทร์กับพันย้ายออกไปแล้ว

    สาธิตตกใจไม่แพ้เจนจิรา ทั้งสองรีบมุ่งหน้าไปหัวลำโพงทันทีที่สิืบรู้จากพวกชาวบ้านละแวกนั้นว่าสองยายหลานแบกถุงสัมภาระทำท่าเหมือนจะเดินทางขึ้นรถรับจ้างไปตั้งแต่เช้า

    จีราวัจน์ยังไม่รู้เรื่อง มัวรับมือกับพิมที่ค่อนแคะตลอดการถ่ายทำ สุกี้ทนไม่ไหวพยายามปกป้องดาราสาวในสังกัด ไม่อยากให้ตอบโต้ให้เสียอารมณ์ แต่พิมก็ไม่ยอม ยั่วประสาทจนจีราวัจน์เหลืออด

    “ที่สงบปากสงบคำอยู่นี่ กลัวหลุดความบ้าออกมาเหรอจ๊ะน้องจี”

    “พอดีจีไม่ได้แอ๊บจนเรียลเหมือนพี่”

    สุกี้สะใจมาก “ขนาดด่ายังเป็นผู้ดี เหมาะกับบทท่านหญิงเลยเห็นไหม”

    พิมไม่ยอมแพ้ สวนกลับยิ้มๆ “ผู้ดีที่ว่านี่หมายถึง ...ดีแต่แย่งผัวชาวบ้านรึเปล่าจ๊ะ”

    “ไม่ได้แย่งแค่ผัวหรอกค่ะ บทของพี่...จีก็แย่งได้ ขนาดพรีเซ็นเตอร์งานโฆษณาตัวแพงๆ...จียังแย่งพี่มาแล้วเลย แต่นี่...ก็ไม่เห็นจะมีดีอะไรให้จีแย่งแล้วนี่คะ”

    พูดจบก็ผละไป ทิ้งพิมเต้นผาง กรี๊ดสนั่นด้วยความขัดใจสุดขีด สุกี้เตรียมซ้ำอยู่แล้ว แต่ไม่ทัน ได้ทำก็ต้องหน้าเสียเมื่อรับสายจากพันว่ายายจันทร์จะขึ้นรถไฟหนีจีราวัจน์ไปแล้ว

    ลูกน้ำลอบเห็นท่าทางลับๆล่อๆของสุกี้ เหมือนมีเรื่องร้อนรนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับจีราวัจน์ก็ตามสืบ หวังจะเอาความลับไปแฉ เผื่อจะช่วยให้พิมได้ความดีความชอบขึ้นมาบ้าง แต่สุกี้ก็ฉลาด สลับสับขาหลอกจนรอดตัวไปได้

    สุกี้ตัดสินใจบอกจีราวัจน์เรื่องยายจันทร์ และอาสาจะไปช่วยรั้งตัวไว้แทนเพราะดาราสาวติดถ่ายละคร พิมเห็นดาราสาวคู่ปรับมีท่าทางแปลกๆก็อดสงสัยไม่ได้ และเมื่อลูกน้ำจัดการไม่ได้ดั่งใจ นางเอกจอมลวงโลกเลยลงมือเอง ด้วยการหาเรื่องทำร้ายจีราวัจน์ระหว่างการถ่ายทำจนกองแทบแตก!

    สาธิตกับเจนจิราไปช่วยตามหายายจันทร์ด้วย หลังจากทราบเรื่องจากพันที่โทร.มาแจ้งข่าวร้ายเพราะดันโทร.ไปบอกจีราวัจน์เรื่องย้ายออกไปต่างจังหวัด เจนจิราแยกตัวไปตามหาพร้อมพัน ส่วนสาธิตแยกไปตามหาเองรอบๆหัวลำโพงจนได้เห็นร่างของยายจันทร์นอนสลบไสลกลางสถานี

    ยายจันทร์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้น หมอกับพยาบาลพยายามตามหาตัวญาติเพื่อชี้แจงเรื่องอาการป่วย สาธิตเลยฉวยโอกาสนี้วัดใจจีราวัจน์ด้วยการแอบกระซิบพยาบาลว่าญาติของยายจันทร์อาจเป็นผู้หญิงในรูปถ่ายที่ยายจันทร์พกติดตัวตลอดเวลา

    จีราวัจน์คือผู้หญิงในรูปนั้น และทันทีที่นักข่าวทราบเรื่องก็รีบไปสัมภาษณ์ดาราสาวถึงกองถ่าย จีราวัจน์หน้าซีดเผือด อยากจะสารภาพให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็รู้ดีว่าทำไม่ได้เพราะอาจเสียหายไปถึงใครบางคน

    ใครบางคนคนนั้นก็คือจริยาที่ไม่รอช้าจะส่งสุกี้ไปเคลียร์ทุกอย่างที่โรงพยาบาล ก่อนที่จีราวัจน์จะโผล่มาเยี่ยมยายจันทร์ให้ฉาวไปทั้งเมือง สาธิตคอยดักจับผิดอยู่แล้ว แต่สุกี้ก็ปากแข็งและแถเอาตัวรอดไปจนได้

    ooooooo

    ท่าทางมีพิรุธของจีราวัจน์หลังถูกนักข่าวรุมสัมภาษณ์เรื่องคุณยายนอนป่วยหาญาติไม่พบทำให้พิมกับลูกน้ำเอะใจ ยิ่งปะติดปะต่อกับคำให้สัมภาษณ์เก่าๆของจริยาสมัยก่อนว่าเป็นผู้ดีเก่า ยิ่งทำให้สงสัยว่าจีราวัจน์อาจปกปิดความลับบางอย่างไว้ สองสาวเลยไม่รอช้าจะไปบอกปียากุล

    ปียากุลนิ่วหน้า ก่อนจะแสยะยิ้มร้ายแล้วแกล้งเดินไปบอกจีราวัจน์ที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าจะไปเยี่ยมคุณยายคนนั้นที่โรงพยาบาล ให้พาชยันต์ไปด้วย หวังให้ สามีเห็นธาตุแท้ของดาราสาวที่อาจมีบางอย่างปิดบังไว้ แต่ที่ร้ายกาจกว่านั้น คือไม่ใช่แค่ยุแยงให้สามีตามไปฉีกหน้าจีราวัจน์ ปียากุลยังแกล้งทำท่าเหมือนโทร.หาจีราวัจน์ให้นักข่าวได้ยิน

    “ไม่ต้องห่วงทางนี้นะจี อยู่ๆยายตัวเองมาน็อกไปอย่างนี้ ใครจะไปทนอยู่เฉยๆได้ จีไปดูแลน่ะดีแล้ว...แต่ระวังพี่ๆนักข่าวหน่อยนะจี ถ้าเกิดมีคนรู้ว่าจีเป็นหลานแท้ๆของยาย...คงได้ขุดคุ้ยกันมันแน่”

    เรื่องทำท่าจะวุ่นวายไปกันใหญ่ สุกี้รีบพายายจันทร์กับพันออกจากโรงพยาบาล กลัวจะเกิดเรื่องยุ่งหากจีราวัจน์โผล่หน้ามาเยี่ยมยายจันทร์จริงๆ แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เมื่อทุกคนดันมาเจอกันพอดี

    จีราวัจน์มาถึงโรงพยาบาลพร้อมชยันต์ สาธิตกับเจนจิรารอรับหน้าอยู่แล้ว และเมื่อทนายหนุ่มพยายามไล่เบี้ยถึงความเป็นมาของยายจันทร์กับจีราวัจน์ต่อหน้านักข่าว ยายจันทร์ก็ตัดสินใจออกมาแก้สถานการณ์

    “ฉันกับเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ฉันแค่เคยเป็นคนใช้ในบ้านคุณหญิงจริยา แค่เคยได้มีโอกาสเลี้ยงคุณจีมา ไม่แปลกหรอกที่เขาจะจำไม่ได้”

    นักข่าวกระหน่ำถ่ายภาพการเผชิญหน้า ยายจันทร์เห็นจีราวัจน์มัวยืนอึ้ง เลยถือโอกาสสำทับ

    “คุณหนูคงจำยายไม่ได้ ยายเป็นพี่เลี้ยงตอนคุณหนูเล็กๆเท่านั้น”

    จริยาก็แวะมาสังเกตการณ์ด้วย และตัดสินใจปรากฏตัวเพื่อให้เรื่องน่าเชื่อถือขึ้น

    “ดิฉันเห็นข่าวก็เลยมาหา เพราะอยากให้เขาสองคนได้เจอกัน จีจะได้มีโอกาสตอบแทนยายจันทร์ที่เคยเลี้ยงเขามา ถึงจะจำกันไม่ได้ก็เถอะค่ะ”

    จีราวัจน์อ้าปากค้างกับการโกหกหน้าตายของแม่กับยายจันทร์ และไม่ทันที่เธอจะโต้ ยายจันทร์ก็รีบโพล่ง

    “ฉันมันแค่คนใช้ จำกันได้ก็แปลกแล้วล่ะ คุณหนูไม่ผิดหรอกนะที่จะไม่รู้จักยายคนนี้”

    สาธิตไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าจะได้เห็นละครฉากใหญ่ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยืนมองจีราวัจน์จนมุมและให้สัมภาษณ์กับนักข่าวแบบขอไปทีว่ายายจันทร์คืออดีตคนรับใช้ที่เคยเลี้ยงเธอตอนเด็กๆ

    ยายจันทร์สวมบทบาทตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม เดินไปลูบหัวและดึงตัวจีราวัจน์มากอดแน่น จริยาเลยประกาศต่อหน้านักข่าว หวังให้ภาพลักษณ์ของตนกับลูกจะเป็นคนดีศรีสังคมเหมือนเดิม

    “ดิฉันกับลูกก็เพิ่งรู้ว่ายายจันทร์ลำบาก ดิฉันจะรับยายจันทร์มาอุปการะ แล้วตอบแทนให้สมกับที่เขาเคยทำอะไรๆให้ดิฉันกับลูก”

    นักข่าวเชื่อสนิท ไม่มีใครติดใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างยายจันทร์กับจีราวัจน์อีก ชยันต์ก็คิดเหมือนกันเลยถูกสาธิตที่เฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสมเพชแขวะ

    “นี่พี่แยกไม่ออกแล้วจริงๆเหรอว่าเรื่องจริงกับแอ็กติ้งต่างกันยังไง เขากำลังเล่นบทดารานางฟ้าจะอุปการะยาย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาอยู่อย่างสุขสบายแต่ปล่อยให้ยายอยู่ในสลัม ถ้าวันนี้ไม่มีนักข่าว...เขาก็ไม่มาดูดำดูดียายที่นี่หรอก”

    “แกเป็นศาลรึไงวะ ทำไมแกต้องคอยตัดสินคนอื่นตลอดเวลา”

    สาธิตถอนใจยาว เซ็งสุดขีดที่เรื่องกลับตาลปัตร “ที่ผมทำก็เพราะผมอยากพิสูจน์ว่าความยุติธรรมยังมีอยู่จริง ไม่งั้นผมก็ไม่รู้แล้วว่าจะใช้เวลาทั้งชีวิตสู้เพื่อสิ่งที่ มันไม่มีอยู่จริงทำไม”

    ooooooo

    เจนจิราก็เป็นอีกคนที่เชื่อว่ายายจันทร์เป็นอดีตพี่เลี้ยงของจีราวัจน์ เลยถูกสาธิตเอ็ดโทษฐานเชื่อคนง่าย แต่ทนายสาวก็ไม่คิดมาก เพราะคิดว่าเขาคงทักท้วงตามหน้าที่ ไม่ได้หมายความเช่นนั้นจริงๆ

    กว่านักข่าวจะสลายตัว จีราวัจน์กับยายจันทร์ก็ต้องเก๊กหน้าให้ถ่ายรูปแทบแย่ และเมื่อดาราสาวจะให้หมอตรวจอาการของยายจันทร์อย่างละเอียด สุกี้ก็ดันวางแผนพาตัวยายจันทร์กับพันออกจากโรงพยาบาลโดยไม่บอกจีราวัจน์ แต่ทิ้งจดหมายลาไว้หนึ่งฉบับ พร้อมกับอัลบั้มภาพถ่ายของเธอที่ยายจันทร์พกติดตัวตลอด

    “อย่าโกรธยายเลยนะที่ไปไม่ลา แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่ายายจะน้อยใจที่จีต้องโกหกนักข่าว ยายรู้ว่าเอ็งเสียใจ...เอ็งอึดอัด แต่อย่าลืมว่านอกจากกตัญญูกับยาย จีก็มีหน้าที่ต้องตอบแทนแม่ด้วยการปกป้องเกียรติของเขาเหมือนกัน”

    จีราวัจน์สะเทือนใจมาก น้ำตาคลอกับความรักและความห่วงใยของยายจันทร์ทั้งที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน

    “ยายกับไอ้พันตัดสินใจว่าเราสองคนควรจะอยู่ห่างจากเอ็งให้มากที่สุด ตอนนี้เอ็งมีทุกอย่างที่เอ็งเคยฝัน ทั้งเงิน ทั้งชื่อเสียง อย่าให้ยายกับไอ้พันเป็นต้นเหตุทำให้เอ็งต้องลำบากอีกเลยนะ ยายยกรูปเก่าๆพวกนี้ให้ จะได้ไม่มีหลักฐานอะไรหลุดมาแฉจีกับแม่ได้อีก จีจะอยู่กับยายแค่ในความทรงจำ ตราบใดที่ยายยังมีลมหายใจ ยายจะไม่มีวันลืมจี”

    อ่านจบก็ร้องไห้โฮอย่างไม่อายใคร ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตาลุกวาวเมื่อเห็นเช็คเงินสดสองล้านบาทหล่นจากอัลบั้มรูป สุกี้หน้าเสีย ละล่ำละลักจะอธิบายแต่จีราวัจน์ก็สติแตกไปแล้วเพราะรู้ดีว่าเช็คใบนั้นเป็นของใคร!

    จีราวัจน์บึ่งรถไปเอาเรื่องแม่ถึงบ้าน จริยาไม่ได้สะทกสะท้าน กลับคิดว่าเป็นเรื่องสมควรและเป็นบุญคุณด้วยซ้ำ เพราะหากปล่อยให้ยายจันทร์กับพันอยู่ที่นี่ ความลับเรื่องกำพืดที่ปกปิดมานานคงถูกแฉ

    “จีไม่เคยอายว่าตัวเองโตในสลัม ให้บอกกับใคร จีก็ไม่อายหรอกว่าไอ้จีคนนี้มันเคยเป็นหมาขี้เรื้อน แต่ที่จีอายจนไม่กล้าบอกใครก็ตรงที่มีแม่เห็นแก่ตัวอย่างนี้นี่ล่ะ”

    จริยาถึงกับพูดไม่ออก ตั้งท่าจะสวนแต่ก็ช้ากว่าลูกสาวคนเดียว

    “จีไม่เคยขอให้แม่แต่งประวัติปลอมๆนั่น ทุกอย่างแม่พูดเองทำเองทั้งนั้น อย่ามาอ้างว่าทำเพื่อจี แม่กลัวคนอื่นจะรู้กำพืดของตัวเองต่างหาก แม่เคยรักคนอื่นบ้างไหม หรือแม่รักแต่ตัวเอง”

    “ถ้าฉันรักแต่ตัวเอง ฉันจะปกป้องแกทำไม ทั้งเรื่องวันนี้ แล้วก็เรื่องที่ฉันวิ่งเต้นเรื่องคดีจนทำให้แกยังมีโอกาสมายืนชี้หน้าด่าฉันอยู่ตรงนี้ได้!”

    สิทธาได้ยินเสียงเอะอะก็เดินมาดู และยืนฟังเงียบๆเมื่อเห็นว่าสองแม่ลูกทะเลาะกันเสียงดัง จริยาไม่ได้แคร์ว่าจะมีใครแอบฟัง แหวลั่นใส่หน้าลูกสาวอย่างเหลืออด

    “ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เพราะบารมีผัวฉัน แกจะรอดมาได้อย่างนี้ไหม”

    “หนูไม่ได้ขอให้แม่ทำ”

    “เออ! เพราะความสาระแน ไม่อยากมีลูกขี้คุก ฉันมันหน้าบาง ฉันอาย...ถึงได้วิ่งเต้นให้แกรอดมาได้ฟรีๆ”

    “แน่ใจเหรอว่าผัวของแม่ช่วยหนูฟรีๆ...รักมันมากใช่ไหมผัวคนนี้ จีอยากจะรู้ว่าถ้าแม่เสียท่านแล้วจะเป็นยังไง”

    แววตาท้าทายของลูกสาวทำให้จริยาหน้าซีดรีบห้าม

    “แกอย่าทำบ้าๆนะจี ท่านเขาไม่จริงจังกับคนอย่างแกหรอก”

    “กลัวท่านติดใจ แล้วยกหนูขึ้นแท่นแทนแม่รึไง”

    รอยยิ้มเย็นๆของลูกสาวทำให้จริยาเครียดมาก แต่จีราวัจน์ก็ไม่ยี่หระ อยากเอาชนะและเอาคืนแม่ที่คิดจะพายายจันทร์กับพันหนีไปจากเธอ จึงขู่เสียงเรียบ

    “กลัวเอาไว้นะแม่ กลัวให้มากๆว่าแม่จะไม่เหลืออะไร ไม่เหลือใคร เหมือนที่แม่ทำกับหนูวันนี้!”

    พูดจบก็ผละไป ทิ้งจริยาให้ยืนนิ่งเป็นหุ่นด้วยความช็อกสุดขีด ไม่อยากเชื่อหูเลยว่าลูกสาวคนเดียวจะพูดแบบนี้ ต่างจากสิทธาที่ดีใจจนเนื้อเต้นที่จีราวัจน์คิดจะเข้าหาเขาเพื่อเอาชนะแม่

    ooooooo

    จีราวัจน์ขับรถจากไปแล้ว จริยาสติแตกมาก อยากจะตามไปเอาเรื่องลูกสาวคนเดียวแต่ก็ถูกสิทธาขวางไว้ แถมเยาะให้ช้ำใจอีกต่างหากว่าจีราวัจน์เต็มใจเป็นผู้หญิงของเขาเอง

    จริยาหน้าเสีย ก่อนจะปั้นหน้านิ่ง ตอกเสียงเรียบ “ท่านก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ดิฉันล่มหัวจมท้ายกับท่านมาตั้งเท่าไหร่ โครงการรีสอร์ตบนเกาะส่วนตัวนั่นก็ได้มาเพราะดิฉันวิ่งเต้นสินบนให้ทั้งนั้น ไม่มีใครสู้เคียงข้างท่านได้อย่างดิฉัน”

    “นี่เธอขู่ฉันเหรอ”

    “ดิฉันก็แค่ขอร้องไม่ให้ท่านปล่อยให้ใครมาแทงข้างหลังดิฉัน”

    “ขนาดลูกมันยังไม่เห็นหัวเธอ กล้าดียังไงจะมาสั่งฉัน!”

    ขณะที่สถานการณ์ของจีราวัจน์น่าเป็นห่วงสถานการณ์ของเวทิตนักข่าวหนุ่มเพื่อนสนิทของสาธิตก็ต้องหนีตายแทบเอาชีวิตไม่รอดเช่นเดียวกันเพราะดันไปสืบเรื่องการได้สิทธิ์ในที่ดินแถวภูเก็ตอย่างผิดกฎหมายของสิทธา

    เวทิตเป็นเดือดเป็นร้อนแทนชาวบ้านคนในพื้นที่มาก เพราะสมัยเป็นนักศึกษาเคยมาออกค่ายที่นี่ สาธิตก็เป็นอีกคนที่รู้สึกไม่ต่างกัน เลยตัดสินใจร่วมมือกับเพื่อนเพื่อเปิดโปงสิทธาทันทีที่ได้ทราบเรื่อง

    แผนการของสาธิตกับเวทิตในขั้นแรกคือสะกดรอยตามสิทธาเพื่อหาหลักฐานจะแฉ แต่ทั้งสองหนุ่มกลับได้อึ้งแทนเมื่อเห็นว่าเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์จอมหื่นมารับจีราวัจน์ดาราสาวคนดังที่กำลังเป็นข่าวฉาวถึงกองถ่าย!

    จีราวัจน์ที่เพิ่งจบศึกกับพิมที่ตั้งหน้าตั้งตาหาเรื่องเธอตลอดการถ่ายทำอยากจะเป็นบ้าตายเมื่อเห็นหน้าสิทธา แต่เมื่อเหลือบเห็นรถของจริยาแอบตามรถสปอร์ตคันหรูของสิทธามาห่างๆเลยตัดสินใจขึ้นรถ

    สาธิตกับเวทิตเห็นรถของจริยาขับตามสิทธาก็ถึงกับถอนใจยาว พอเดาสถานการณ์ได้ เวียนหัวไม่น้อยกับครอบครัวประหลาดนี้ที่มีเรื่องฉาวไม่เว้นแต่ละวัน

    ปียากุลก็เป็นอีกคนที่เห็นเหตุการณ์ตลอด โดยเฉพาะตอนที่จีราวัจน์ขึ้นรถไปกับสิทธา ทำให้เธอยิ่งเข้าใจผิดคิดว่าดาราสาวแอบเล่นชู้กับพ่อเลี้ยงตัวเอง

    ปียากุลไม่รอช้า แอบส่งภาพของจีราวัจน์ขึ้นรถหรูของสิทธาไปให้นักข่าว แม้ว่าจะเห็นหน้าฝ่ายชายไม่ชัดแต่ก็ทำให้เกิดเป็นข่าวซุบซิบสนุกปากขาเม้าท์ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา

    ด้านจีราวัจน์...พยายามกล้ำกลืนความขยะแขยงไว้อย่างสุดความสามารถ นึกรังเกียจความอยากเอาชนะและวัดใจแม่ตัวเองอย่างบอกไม่ถูก และทันทีที่สิทธาพาเธอมาถึงคอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา จริยาก็โผล่มาขัดจังหวะ

    “ดิฉันไม่ยอมให้ท่านเอายัยจีเป็นเมียเด็ดขาด!”

    “ลูกเธอยังไม่เดือดร้อน เธอจะมาสาระแนอะไร”

    “ยัยจีเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่ฉันมี”

    จีราวัจน์ถึงกับอึ้ง ไม่อยากเชื่อหูว่าจะได้ยินประโยคนี้จากปากแม่ แต่สิทธาก็ไม่ได้สนใจ

    “ก็เลยอยากจะมีเอี่ยวค่าตัวด้วยรึไง”

    “ถ้าฉันไม่อนุญาต ท่านก็ไม่มีสิทธิ์ได้ไป!”

    จีราวัจน์มองหน้าแม่นิ่ง ก่อนจะตัดสินใจท้าทาย

    “แต่จีโตแล้ว จีมีสิทธิ์ตัดสินใจ จีพร้อมจะเป็นของท่าน ขอแค่ท่านรับปากว่าจะเขี่ยผู้หญิงคนนี้ไปให้พ้นทาง!”

    สิทธายิ้มกว้างจะพาจีราวัจน์เข้าห้อง จริยาจะตามแต่ก็ถูกบอดี้การ์ดขวางไว้

    “ถ้าเข้าไป ฉันจะแฉ คอยดูแล้วกันว่าใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายไม่เหลืออะไร!”

    บอดี้การ์ดของสิทธาจำต้องล่าถอยเมื่อเจอฤทธิ์เดชของจริยา สิทธาได้แต่ส่ายหน้าเอือมๆ ก่อนจะตาลุกโพลงเมื่อเห็นข่าวซุบซิบเกี่ยวกับจีราวัจน์บนไอแพดที่บอดี้การ์ดส่วนตัวนำมาให้ เพราะเข้าใจว่าเป็นฝีมือจริยา

    “เธอนี่มันเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ ปล่อยข่าวทำร้ายลูกตัวเองก็ทำได้ หึงกระทั่งลูก กลัวมันจะได้ดีกว่าเธอหรือไง”

    จริยานิ่วหน้า ไม่ทันคิดเรื่องข่าว มัวเป็นห่วงลูกสาวคนเดียวจะต้องกลายเป็นเครื่องสังเวยของผัวจอมหื่น

    “ถ้ามันยังไม่ออกไป ฉันก็จะแฉที่ท่านพามันมาที่นี่ กล้องวงจรปิดก็มี อยากเอาอนาคตมาเสี่ยงก็ลองดู!”

    ooooooo

    จีราวัจน์ถูกบอดี้การ์ดของพ่อเลี้ยงพาตัวออกไปหลังจากนั้น ส่วนจริยาถูกสิทธาลากไปเคลียร์ในห้อง เสียงร้องโวยวายของแม่ด้วยความเจ็บปวดทำให้จีราวัจน์ละล้าละลัง กลัวจนหลอนและเก็บไปฝันร้ายในคืนเดียวกันนั่นเองว่าแม่จะถูกพ่อเลี้ยงจอมหื่นทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต

    ระหว่างที่จีราวัจน์ผจญเรื่องวุ่นวายจากแม่กับพ่อเลี้ยง ดารากา เจตรและเจนจิราก็ช่วยกันโทร.หาพันเพื่อตามหาตัวยายจันทร์ เจตรเห็นดารากาขะมักเขม้นช่วยจีราวัจน์มาก เลยอาสาจะช่วยด้วย แต่ไม่ใช่เพราะอยากช่วยครูสาวแต่อยากช่วยดาราสาวมากกว่า

    จีราวัจน์กลุ้มใจมาก ทั้งเรื่องแม่เรื่องยายจันทร์จนนอนไม่หลับ ต้องมานั่งพับเครื่องบินกระดาษและเขียนคำอธิษฐานขอให้แม่ไม่เป็นอะไรในนั้น ดารากาเห็นก็คุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก พลันก็คิดได้ว่าเหมือนที่เจตรเคยทำให้เธอเมื่อวันก่อนไม่มีผิด แต่ของเขานั้นเขียนบนกระดาษพับเครื่องบินว่าขอให้เจอกันทุกวัน

    “มีคนเคยบอกจีไว้ให้เขียนคำอธิษฐาน แล้วปาเครื่องบินออกไป เครื่องบินลำไหนปาไปโดนเป้าหมายที่ตั้งใจ คำอธิษฐานที่เขียนเอาไว้ก็จะเป็นจริง”

    “ถ้างั้นก็แปลว่าจีคิดถึงแม่อยู่น่ะสิ ไปเจอแม่มาวันนี้ มีอะไรไม่สบายใจอีกใช่ไหม”

    “จีทำเขาเสียใจ จีไม่อยากให้เขาเป็นอะไรเพราะจี”

    “แทนที่จะใช้เครื่องบินพวกนี้ ทำไมเราไม่พูดออกไปตรงๆ กับคนที่เราอยากให้เขาได้ยิน มันไม่มีประโยชน์หรอกถ้าเขาไม่ได้มารับรู้คำพูดพวกนี้จากจี...”

    จีราวัจน์ไม่ทันได้บอกแม่ถึงความเป็นห่วง ก็ต้องพลาดท่าถูกลูกน้องของสิทธาจับขึ้นรถตู้ในเช้าวันต่อมา เพราะดันเข้าใจผิดคิดว่ารถตู้คันนั้นเป็นของสุกี้ที่มารับเธอไปกองละคร สุกี้เป็นเดือดเป็นร้อนรีบตามติดแต่ก็คลาดกันจนได้ ร้อนถึงจริยาต้องออกโรงตามสืบด้วยตัวเอง โดยไม่รู้เลยว่าจีราวัจน์ถูกพาตัวไปถึงรีสอร์ตของสิทธาที่ภูเก็ต

    สิทธารอรับลูกเลี้ยงสาวอยู่แล้วด้วยท่าทางหื่นกระหาย จีราวัจน์มือเย็นเฉียบ รับรู้ได้โดยไม่ต้องเดาว่าตนกำลังตกในสถานการณ์ลำบาก แต่สิทธาก็ไม่ทันสังเกตท่าทางนั้น ดึงเธอไปใกล้และผายมือให้ชมวิวรอบเกาะ

    “เกาะนี้ทั้งเกาะจะถูกเปลี่ยนให้เป็นสวรรค์ และเธอจะได้สิทธิ์เป็นเจ้าของมันร่วมกับฉัน...แบบนี้น่าสนใจกว่าทะเบียนสมรสซะอีกนะ...ว่าไหม”

    พูดจบก็ส่งตาหวาน ตั้งท่าจะลวนลามเต็มที่ แต่จีราวัจน์ก็สะบัดตัวออกด้วยความรังเกียจ สิทธาเริ่มหงุดหงิด กระชากตัวเธอกลับมาอีกครั้ง พร้อมเอ็ดเสียงดัง

    “จะเอายังไง เลิกเล่นตัวได้แล้ว เห็นว่ามีดีกรีเป็นถึงนางเอกนะฉันถึงยอมจ่าย แต่มาขนาดนี้แล้ว ถึงฉันไม่ให้อะไร เธอก็ไม่รอดมือฉัน!”

    สิทธาผลักลูกเลี้ยงสาวลงเตียง โถมตัวหาอย่างใจร้อน จีราวัจน์ขนลุกซู่ กวาดตามองรอบห้องหาทางเอาตัวรอด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสนั้นไหม...

    ooooooo

    ไม่ใช่แค่พวกสิทธาที่มาภูเก็ต สาธิตกับเวทิตก็มาเก็บหลักฐานที่เดียวกัน และแอบลักลอบเข้ามาในเขตรีสอร์ตของสิทธาจนได้ บอดี้การ์ดของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์เห็นการเคลื่อนไหวแปลกๆก็รู้ทันทีว่ามีคนบุกรุก เลยส่งคนไปดักจับ สาธิตกับเวทิตเลยต้องหนีหัวซุกหัวซุน ก่อนจะไปเจอตัวช่วย!

    ตัวช่วยคนนั้นก็คือจีราวัจน์ที่หาทางหนีจากสิทธามาจนได้ เวทิตเลยตัดสินใจใช้เธอเป็นตัวประกัน

    “ถ้าไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไร...ถอยออกไป!”

    บอดี้การ์ดไม่กล้ายิงเพราะกลัวจีราวัจน์โดนลูกหลง สาธิตกับเวทิตเลยรอดไปได้ แต่กระนั้น...สิทธาก็ส่งลูกน้องกับบอดี้การ์ดไปตามจับ สองหนุ่มเลยต้องพาจีราวัจน์ไปซ่อนตัวในป่ายางไม่ใกล้ไม่ไกลกันนั้น ก่อนที่เวทิตจะเป็นฝ่ายเสียสละออกไปล่อพวกสิทธาให้แยกไปอีกทาง เปิดโอกาสให้สาธิตพาจีราวัจน์หนี

    กว่าพวกสิทธาจะรู้ว่าถูกหลอกให้หลงในป่ายาง เวทิตก็หนีไปไกลแล้ว เช่นเดียวกับสาธิตที่พาจีราวัจน์ออกจากป่ายางไปหมู่บ้านของคนพื้นที่ที่รู้จักดีตั้งแต่สมัยเรียนตามที่ตกลงกันกับเวทิต

    เวลาเดียวกันนั่นเอง...ชยันต์ที่เห็นว่าจีราวัจน์ผิดเวลาจากกองละครไปมากโทร.เข้ามือถือของสาธิตเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ก็ต้องอึ้งแทนเมื่อจีราวัจน์เป็นคนรับสาย สาธิตได้ยินว่าคนปลายสายคือชยันต์ก็ตกใจมาก แต่ไม่ทันได้อธิบายที่มาที่ไป ทั้งเขาและจีราวัจน์ก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุตกลงบ่อน้ำข้างทาง!

    สาธิตตั้งสติได้เร็วกว่ารีบพาตัวเองออกจากรถ แต่ก็ต้องหน้าเสียเมื่อเห็นว่าจีราวัจน์ไม่ยอมขยับตัว ทนายหนุ่มลืมอคติชั่วขณะ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจทำให้เขาลากตัวเธอขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัยในที่สุด

    แต่กระนั้น...จีราวัจน์ก็ไม่รู้สึกตัว สาธิตเลยช่วยผายปอด พลางตะโกนเรียกเสียงเข้ม

    “ผมจะไม่เป็นฆาตกรเหมือนคุณ! อย่ามาตายง่ายๆแบบนี้”

    จีราวัจน์ยังไม่ฟื้น สาธิตเริ่มใจไม่ดี สับสนอย่างหนักไม่รู้จะอยากให้เธอตายตามติวดีหรือควรช่วยให้รอดดี สุดท้ายเมื่อต้านสำนึกผิดในใจไม่ไหว เลยช่วยประกบปากผายปอดให้เธออีกรอบ

    ในที่สุดจีราวัจน์ก็สำลักน้ำออกมา สาธิตถอนใจโล่งอก แต่ไม่ทันได้ซักถามอะไร ดาราสาวก็หมดสติไปอีกรอบ ทนายหนุ่มเลยช้อนตัวเธอพาไปพักในหมู่บ้านของคนพื้นที่ที่รู้จักกันดี

    ooooooo

    ชยันต์รู้ว่าจีราวัจน์อยู่กับสาธิตก็ร้อนใจ กลัวดาราสาวจะเดือดร้อนและสาธิตจะก่อเรื่อง เขาตัดสินใจประกาศเลิกกองทันที ท่ามกลางความไม่พอใจของพิมกับลูกน้ำ โดยเฉพาะรายหลัง ถึงกับค่อนแคะจีราวัจน์อย่างสนุกปาก

    “พี่ลูกน้ำก็เพิ่งรู้วันนี้ว่ากองนี้ทำงานไม่โปร ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้ถ่าย ต่อไปไม่เทคิวให้แล้วนะคะ ให้น้องพิมมานั่งรอ แล้วปล่อยเด็กไปรับจ๊อบ แบบนี้มันไม่แฟร์!”

    ชยันต์ได้ยินก็ฉุนกึก หันขวับไปคาดโทษ “ผมจะไปตามตัวจี แล้วถ้าพิสูจน์ได้ว่าจีไม่ได้ไปกับเสี่ยที่ไหน คุณต้องขอขมาจีต่อหน้าทุกคนในกอง โทษฐานที่พูดจาใส่ร้ายให้เขาเสียหาย”

    พูดจบก็ผละไปขึ้นรถ ปียากุลรีบตามไปขวางด้วยความไม่พอใจและหึงหวงสุดขีด “คนที่คุณควรง้อคือพิม ไม่ใช่เด็กใจแตกคนนั้น ในเมื่อเขาไม่มาก็ปลดเขาออกจากนางเอกไปสิ เลิกลำเอียงเพราะหลงมันซะที”

    “คนที่ลำเอียงคือคุณต่างหาก ถ้าอคติไม่บังตา คุณก็ควรจะห่วงบ้างว่าจีจะเป็นตายร้ายดียังไง คราวนี้ถ้าจีเป็นอะไร เราจะรับผิดชอบกันไหวรึเปล่าก็ไม่รู้”

    ชยันต์ขับรถไปแล้ว ทิ้งปียากุลให้มองตามด้วยความไม่เข้าใจ สามีหมายความว่าอย่างไรกันแน่ แล้วทำไมเธอกับทุกคนในครอบครัวจะต้องรับผิดชอบคนอย่างจีราวัจน์ด้วย...

    จีราวัจน์ไม่รู้เรื่องว่าการหายไปของตนทำให้ใครต้องเดือดร้อนแค่ไหน เมื่อฟื้นและตั้งสติได้ก็นึกทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทั้งเรื่องที่ถูกพวกสิทธาพาตัวมาภูเก็ตและที่ต้องหนีตายพร้อมสาธิตจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

    ความทรงจำสุดท้ายก่อนหมดสติทำให้จีราวัจน์หนักใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่าสาธิตจะช่วยเธอไว้จากการจมน้ำ ดาราสาวตัดสินใจไปขอบคุณเขา แต่กลับถูกไล่ตะเพิดอย่างไม่ไยดี

    “จะไปไหนก็ไป แต่ขอเตือนเอาไว้ ถ้าบอกใครเรื่องที่นี่ แล้วทำให้ชาวบ้านต้องเดือดร้อน ความลับคาวๆ ของคุณกับนายสิทธา ก็จะถูกแฉเหมือนกัน!”

    จีราวัจน์หน้าเสีย เจ็บจี๊ดที่ถูกประณามอย่างสาดเสียเทเสีย แต่กระนั้น...บุญคุณของเขาก็ทำให้ต้องข่มใจ

    “ฉันไม่ได้จะมาแฉใคร ฉันแค่...อยากจะขอบคุณ ขอบคุณที่คุณช่วยชีวิตฉัน”

    “ผมไม่ได้ช่วยคุณ ผมไม่ได้ทำเพราะอยากช่วย ก็แค่ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นฆาตกร ทำให้ใครต้องตาย”

    “ถ้าฉันตาย มันก็เป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่ฆาตกรรม เพราะคุณไม่ได้ตั้งใจฆ่า แล้วคุณก็ไม่อยากให้ฉันตายด้วย”

    สายตาที่มองมาของจีราวัจน์ทำให้สาธิตทำหน้าไม่ถูก แต่ไม่ทันโต้ เธอก็โพล่งถามเสียก่อน

    “ทีนี้เข้าใจแล้วใช่ไหมการทำคนตายโดยไม่ตั้งใจ... มันเป็นยังไง”

    สาธิตถึงกับพูดไม่ออก คำพูดของเธอแทงใจดำ แต่กระนั้นก็เถียงอย่างคนมีทิฐิ

    “ผม...ผมไม่เหมือนคุณ!”

    “ทำไมจะไม่เหมือน ก็คนเหมือนกัน เห็นคนใกล้จะตายอยู่ตรงหน้าก็ช็อก ตกใจจนแทบเป็นบ้า แล้ว...ถ้าเรายื้อชีวิตของเขาเอาไว้ไม่ได้...ก็อยากให้คนที่ตายเป็นเรามากกว่าด้วยซ้ำ”

    “จะบอกว่าอยากตาย มากกว่าเป็นฝ่ายฆ่าติวให้ตายใช่ไหม”

    “ฉัน...ฉันแค่จะบอกว่า...บางทีคนเราก็ไม่ได้มีเจตนาฆ่าใคร เป็นใครก็ต้องเสียใจ อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้”

    “อุบัติเหตุคำเดียวมันแก้ตัวไม่ได้หรอกนะ ฆาตกรยังต้องใช้เวลาในการวางแผนเป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี หรือต่อให้ฆ่าคนเพราะบันดาลโทสะก็ยังต้องมีเหตุจูงใจเป็นนาที แต่เพราะความประมาทมันสามารถฆ่าคนที่ไม่รู้จักกันได้ในเสี้ยววินาที เห็นรึยังว่าฆ่าคนเพราะความประมาทมันเลือดเย็นมากแค่ไหน”

    ถึงคราวจีราวัจน์จะอึ้งบ้าง แต่สาธิตก็ไม่ยี่หระ ตอกย้ำถึงความผิดของเธอที่ผ่านมา

    “แต่ที่เลือดเย็นกว่าคือยังมาเล่นละครว่าเสียใจ คนเรา...ถ้ามันเสียใจจริงๆ ก็ไม่ไร้ความรับผิดชอบแบบนี้หรอก!”

    ooooooo

    สิทธาเจ็บใจที่ผู้บุกรุกพาตัวจีราวัจน์หนีไปจนได้ แต่ก็ไม่ละความพยายามส่งคนไปตามจับ ฝ่ายดารากา ...ยังไม่รู้เรื่องเพื่อนรักถูกจับตัว มัวช็อกเมื่อรู้ความจริงในเช้าวันเดียวกันว่าเจตรคือคนที่สอนจีราวัจน์พับเครื่องบินกระดาษและอธิษฐาน และข้อความที่เขาเคยเขียนว่าอยากเจอทุกวันก็หมายถึงจีราวัจน์...ไม่ใช่เธอ!

    จีราวัจน์มัวกลุ้มเรื่องสาธิต ตั้งใจจะหนีไปให้ไกล แต่ก็กลายเป็นภาระเขาอีกจนได้ เมื่อเธอดันเป็นลมกลางหมู่บ้าน ร้อนถึงพวกชาวบ้านต้องไปตามทนายหนุ่มมาดูแล

    สาธิตทำเป็นดูดายไม่ได้ ต้องพาเธอไปพักและหาอาหารมาให้ จีราวัจน์จะไม่กินเพราะไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณและสร้างปัญหา แต่กลับยิ่งทำให้เขาโกรธ หาว่าเธอประชดเพื่อเรียกร้องความสนใจ

    จีราวัจน์ส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย “ฉันเห็นด้วยกับคุณไง...ว่าคนเลือดเย็น ไม่มีค่าให้ใครเห็นใจ ไม่ต้องฝืนใจทำอะไรให้ ถ้าฉันตาย...จะไม่โทษว่าเป็นความผิดของคุณ คุณยังได้ชื่อว่าเป็นคนดี คนดีที่ไม่เคยแปดเปื้อน!”

    “รู้ตัวก็ดี...อยากจะทำอะไรก็เชิญ! อย่านึกว่าผมจะสนใจ คอยเอาอกเอาใจคุณเหมือนคนอื่นๆที่เขาติดกับคุณ”

    สาธิตผละไปแล้ว แต่ก็ต้องกลับมาอีกรอบ เมื่อจีราวัจน์ฝันร้าย ร้องละเมอเพราะไข้สูงกลางดึก ทนายหนุ่มอยากจะเป็นบ้า แต่ก็อดไม่ได้ต้องหาผ้ามาเช็ดตัวให้ จีราวัจน์รู้สึกตัวและพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ก็ถูกเขาสั่งแกมขู่

    “ถ้าไม่อยากจะถ่วงเวลาให้มันนานกว่านี้ก็อยู่นิ่งๆ อย่างคุณ...ถ้าไม่กลัวว่าจะมาป่วยมาตายให้ชาวบ้านเดือดร้อน ไม่ต้องห่วงเลยว่าอยากจะเข้าใกล้!”

    จีราวัจน์สะเทือนใจมาก ตัดสินใจหาเรือกลับวันรุ่งขึ้นเพื่อจบปัญหา แต่ก่อนไปก็อดไม่ได้จะบอกลาสาธิต

    “เรื่องเมื่อวานกับเมื่อคืน...ถ้าฉันพูดว่าขอบคุณ คุณก็คงไม่รับ งั้นฉัน...ขอให้เราไม่ต้องเจอหน้ากันอีก คุณจะได้ไม่ต้องเอือมระอากับคนอย่างฉัน”

    “ผมจะหายเอือมก็ต่อเมื่อได้รับความยุติธรรม”

    “ฉันก็อยากให้คุณ...ได้รับความยุติธรรม”

    สาธิตนิ่วหน้าไม่อยากเชื่อ แต่จีราวัจน์ก็ยืนยัน

    “แค่อยาก...มันจะมีประโยชน์อะไร! แค่พูดว่าเห็นใจ คนไม่รับผิดชอบคนไหนมันก็พูดได้ พิสูจน์สิจีราวัจน์ ยอมรับความจริงแล้วชดใช้ความผิดซะ!”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 05:42 น.