สมาชิก

คลื่นชีวิต

ตอนที่ 5

ความโกรธแค้นของสาธิตทำให้จีราวัจน์รู้สึกผิด ยิ่งได้เห็นข้อความในบันทึกของติวดียิ่งสะเทือนใจที่เป็นตัวทำลายความรักของทั้งสอง ดาราสาวหมกมุ่นกับความเครียดตัวเองจนไม่สนใจคนรอบข้าง ไม่ว่าดารากาจะเอาใจใส่แค่ไหน หรือเจตรที่พยายามส่งไลน์ไปแนะนำตัวก็ตาม

เรื่องของสาธิตยังไม่ได้เคลียร์ จีราวัจน์ก็ต้องปลอมตัวออกจากบ้านแต่เช้าของวันต่อมา เมื่อได้รับสายจากพันว่ายายจันทร์โดนไล่ที่ สาธิตที่ตัดสินใจรับว่าความให้ยายจันทร์แวะมาในเช้าเดียวกัน สองหนุ่มสาวเลยต้องปะทะคารมกันอีกรอบ จีราวัจน์ไม่อยากให้เขายุ่งเพราะระแวงว่าเขาจะแฉเรื่องเธอ แต่สาธิตก็ประกาศกร้าว

“ผมมาที่นี่เพราะมาช่วยทำคดี ส่วนความลับคนอื่น ถ้าไม่เกี่ยวกับผม...ผมไม่สนใจ!”

แต่กระนั้น...จีราวัจน์ก็ไม่ไว้ใจ พยายามขอให้เลิกยุ่ง แต่สาธิตก็ยืนกรานตามความตั้งใจเดิม

“คุณไม่อยากยุ่งกับฉันไม่ใช่เหรอ แล้วคุณจะมาทำคดีให้ยายฉันทำไม”

“เพราะผมเป็นคนมีความรับผิดชอบ รับปากใครแล้วก็ต้องทำให้ได้ ซึ่งข้อนี้...คนไม่มีความรับผิดชอบอาจไม่เข้าใจ และถ้ากลัวผมแฉที่คุณทิ้งยายอยู่สลัมล่ะก็ไม่ต้องห่วง ผมไม่เสียเวลาเอาความเน่าของใครไปพูดให้เสียปาก”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งจีราวัจน์ให้มองตามด้วยความกระวนกระวายใจ ก่อนจะตัดสินใจโทร.หาชยันต์ให้ช่วยคิด แต่ผู้กำกับหนุ่มก็กำลังวุ่น เพราะปียากุลที่ตามมาดูโลเกชั่นถ่ายละครด้วยมีเรื่องตบตีกับผู้ดูแลสถานที่

ชยันต์หัวเสียมาก ไล่ภรรยาจอมหึงกลับบ้าน โดยไม่สนเลยว่าเธอจะโดนหยามจากพนักงานสาวผู้ดูแลสถานที่ คู่กรณีที่ยั่วยวนสามีเธอตลอดการดูงานอย่างไรบ้าง

ปียากุลมองสามีด้วยสายตาผิดหวังอย่างแรง “คุณจะให้เปี๊ยกเชื่อใจ ไว้ใจคุณได้ยังไง ในเมื่อไม่ว่าเกิดอะไร คุณไม่เคยอยู่ข้างเปี๊ยก คุณไม่เคยทำให้เปี๊ยกเห็นเลยว่าคุณรักเปี๊ยก!”

เพราะอารมณ์โมโหแท้ๆทำให้ปียากุลขับรถเกิดอุบัติเหตุ สาธิตที่พูดโทรศัพท์กับญาติสาวรีบโทร.บอกชยันต์ให้ไปช่วย สองสามีภรรยาเลยได้เคลียร์ใจกันเป็นครั้งแรก หลังจากใจหายใจคว่ำเพราะกลัวจะไม่ได้เจอกันอีก

“คุณรู้ไหม นอกจากคุณจะไม่ค่อยบอกรัก คุณยังไม่เชื่อใจผมด้วย!”

“ก็คุณมีแต่ผู้หญิงมารุมล้อม จะให้เปี๊ยกเชื่อยังไง”

“ก็เชื่อว่าผมไม่เคยรักใคร นอกจากคุณคนเดียวไง ผมรู้ว่าคุณพยายามง้อผม แต่ที่ผมทำเฉยๆ ผมไม่ได้ทำเพราะหมดรักคุณ แต่ผมแค่อยากให้คุณเห็นคุณค่าความรักของเรา ไม่ใช่เอะอะก็ใช้อารมณ์ทำลายมัน”

“จำไว้นะเปี๊ยก...ผมมีแค่สองแขน แขนหนึ่งไว้ทำงาน อีกแขนไว้ให้คุณเกาะ ผมก็ไม่เหลือแขนไว้ไปจับใครแล้ว”

ooooooo

ชยันต์กับปียากุลกลับมาหวานชื่นอีกครั้ง ต่างจากจีราวัจน์ที่วิ่งวุ่นหาทนายมาช่วยยายจันทร์ เจตรยื่นมือมาช่วยโดยขอให้เจนจิราช่วยหาอีกแรง และคนที่ทนายสาวหน้าใหม่คิดถึงเป็นคนแรกก็คือสาธิต

สาธิตไม่ลังเลจะรับงานเมื่อได้ยินว่างานของเพื่อนเจนจิราเป็นชาวบ้านตาดำๆที่ถูกเอาเปรียบ แต่เมื่อเขาไปคุยตามนัดและได้รู้ว่าคนกลางที่มาติดต่อคือจีราวัจน์ ทนายหนุ่มก็เปลี่ยนใจไม่ยอมเจอหน้า แต่แผนสูงกว่านั้น ด้วยการโทร.ยกเลิกการนัดคุยกับเจตรเพราะมีธุระด่วน แล้วเขาจะนัดกับลูกความเองภายหลัง...

ข่าวการได้เล่นละครเรื่องใหม่ของจีราวัจน์รู้ถึงหูพิม และนางเอกจอมลวงโลกก็ไม่รอช้าจะขนกระเช้าของขวัญไปกำนัลผู้บริหารสถานีเพื่อขอเล่นบทนางเอก แต่ก็ต้องเบรกหัวทิ่มเมื่อเจอกับสุกี้ระหว่างทาง

สุกี้เห็นข้าวของในมืออดีตนางเอกในสังกัดและลูกน้ำอดีตลูกน้องก็รู้ทัน แกล้งแขวะและแดกดันจนอีกฝ่ายแทบคลั่ง ตอกกลับจนผู้จัดการดาราคนดังโกรธจัดโพล่งลั่น

“หยุดนะ! ถ้าไม่มีฉันก็ไม่มีแกวันนี้”

“ไม่จริง ที่พิมมีวันนี้ได้ก็เพราะความสามารถของพิมเอง”

“แต่เท่าที่ฉันเห็น...ตั้งแต่แกออกจากฉันไปพร้อมนังลูกกรอก ชีวิตแกก็มีแต่ตกต่ำ ละครหด โฆษณาหาย เมื่อก่อนต้องมีราชรถเอาบทไปเสนอ เดี๋ยวนี้ต้องหิ้วของมาติดสินบนผู้ใหญ่ แต่เสียใจนะ...ผู้ใหญ่เขาฉลาดรู้ว่าควรจะเลือกเก็บใครไว้และเลือกเขี่ยใครทิ้ง!”

“อย่ามั่นใจไปหน่อยเลย นังจีมันมีแต่ข่าวมั่ว ผู้ใหญ่ไม่ตาต่ำเลือกมันเป็นนางเอกหรอก”

“บังเอิ๊ญที่ฉันมาที่นี่เพราะผู้ใหญ่เลือกจี คนเนรคุณ ...ไม่มีวันเจริญ!”

ข่าวร้ายจากสุกี้ทำให้พิมแก้เผ็ดด้วยการไปฟ้องปียากุล เพราะรู้ว่าเธอไม่ถูกกับจีราวัจน์ที่สนิทกับชยันต์สามีสุดรักสุดหวง ปียากุลเก็บอารมณ์พลุ่งพล่านไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยอย่างดี แม้ไม่พอใจมากที่ทุกคนในบริษัท โดยเฉพาะพ่อกับสามีที่รู้เรื่องนี้แต่ไม่ยอมบอก

สุกี้ก็พอเดาทางได้ว่าพิมจะมาไม้ไหน รีบไปกล่อมให้จีราวัจน์ถอนตัวเพื่อตัดปัญหา โดยมีดารากาเป็นลูกคู่ แต่ดาราสาวไม่ยอมเพราะไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ และเธอก็คิดว่ามันเป็นงาน ไม่อยากเอาปัญหาส่วนตัวมาวุ่นวาย

ทั้งสุกี้และดารากากลุ้มใจมาก กลัวจีราวัจน์จะมีเรื่องกับปียากุลเหมือนที่ผ่านมา แต่ไม่ทันทักท้วงมากกว่านั้น จีราวัจน์ก็ผลุนผลันออกจากคอนโดเมื่อทนายความที่จะรับว่าความให้ยายจันทร์ส่งข้อความมานัดพบ

ooooooo

สาธิตรอคอยเวลานี้มานานแล้ว เขาแกล้งให้เธอหัวหมุน ทั้งส่งข้อความมาเร่งและทิ้งให้เธอรอเก้อเป็นชั่วโมงๆ โดยไม่สนใจเลยว่าเธอจะต้องเจอกับเรื่องปวดหัวอะไรบ้าง

จีราวัจน์อยากจะกรีดร้องเมื่อเห็นข้อความล่าสุดของทนายหนุ่มทันทีที่เธอมาถึงที่นัดหมาย ว่าเขาขอยกเลิกนัดกะทันหันเพราะมีปัญหาด่วน ดาราสาวต้องระงับอารมณ์อย่างมาก ก่อนจะส่งข้อความกลับ

“ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้ยกเลิกไปก่อนก็ได้ แล้วคุณโอเคหรือเปล่าคะ มีอะไรให้ฉันช่วยไหม”

ข้อความของจีราวัจน์ทำให้สาธิตแปลกใจมาก นอกจากจะไม่วีนและเหวี่ยง เธอยังเสนอตัวช่วยเหลืออีก แต่กระนั้นอคติในใจก็ทำให้เลิกคิดและเล่นงานเธอต่อด้วยการส่งข้อความไปเรียกตัวเธอกลับมา เมื่อเห็นว่าเธอตั้งท่าจะกลับ และสถานที่ที่เขานัดพบก็คือบนดาดฟ้าของตึกเดียวกัน!

จีราวัจน์ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นหน้าทนายหนุ่มที่ป่วนเธอทั้งวัน สาธิตเหยียดยิ้มสะใจแล้วแย่งมือถือจากมือเธอ เพื่อยืนยันให้เห็นว่าข้อความในนั้นถูกส่งมาจากมือถือของเขา

“เรานี่มีวาสนาต่อกันจริงๆ หรือว่าบางทีมันอาจจะเป็นเวรเป็นกรรมที่ตามคนบางคนมาทัน”

“คุณ...คือคุณทนายที่คุณเจตรติดต่อให้ฉันงั้นเหรอ”

“เพื่อนชายคุณนี่ไม่รู้อะไรซะเลย อุตส่าห์อยากจะช่วยแต่กลายเป็นส่งระเบิดเวลาให้”

“คุณสนุกมากใช่ไหมที่หลอกให้ฉันหัวปั่น ทั้งรถติด ทั้งฝ่าด่านผู้คนมาสารพัด แล้วก็ยังหลอกว่าจะไม่มาด้วย แกล้งฉันมันสนุกมากใช่ไหม ฉันน่าจะเอะใจว่าไม่น่าจะมีทนายที่ไหนเขามารยาทแย่กับลูกความขนาดนี้!”

“แต่ก็ยังไม่เลวเท่ากับดาราที่หลอกลวงตบตาประชาชนก็แล้วกัน”

“ถ้าสนุกพอแล้ว ฉันขอตัว”

พูดจบก็หมุนตัวจะกลับ แต่สาธิตก็ตามไปกระชากแขนรั้งไว้

“ยัง! แค่นี้มันจะสนุกอะไร ผมนัดเสี่ยเม้งเจ้าของที่แล้ว พรุ่งนี้เราจะตกลงกันเรื่องที่ดินในสลัม”

จีราวัจน์หน้าเสีย ขอร้องให้เขาเลิกยุ่งกับยายจันทร์ “คุณสาธิต...คุณเกลียดฉันก็เอาความเกลียดมาลงที่ฉันคนเดียว ทั้งยายทั้งไอ้พันและชาวบ้านเขาไม่เกี่ยว...เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ดินตรงนั้นถึงไม่ใช่ของพวกเขา เขาก็รักเหมือนบ้าน อย่าเอาความรักความหวังของพวกเขามาเป็นเครื่องมือระบายความเกลียดของคุณ!”

“เป็นห่วงใครเป็นเหมือนกันเหรอ ก็ดี...จะได้เข้าใจสักทีว่าเวลาคนที่เรารักไม่ได้รับความยุติธรรม มันรู้สึกยังไง”

“คุณจะให้ฉันทำยังไงคุณสาธิต คุณถึงจะยอมหยุดเรื่องบ้าๆนี่”

“คุณถามผมเหรอจีราวัจน์ คนอย่างคุณพร้อมจะรับผิดชอบจริงๆเหรอ ผมไม่เคยต้องการอะไรจากคุณ ถ้าจะมีก็มีแค่เรื่องเดียว...ความจริงไงจีราวัจน์ สิ่งที่เกิดขึ้นกับติว ถ้าไม่ต้องการให้คนที่คุณรักเจ็บปวดก็พูดความจริง หยุดทำร้ายคนที่ผมรักด้วยความมักง่ายของคุณ...พูดมา!”

สิ่งที่เขาต้องการบีบคั้นใจเธอมาก จีราวัจน์อยากจะเป็นบ้าตาย แต่สุดท้ายก็เอ่ยเสียงเรียบ

“ศาล...ตัดสินไปแล้ว”

“เหมือนอย่างที่ผมคิดไว้ไม่ผิด คุณรักแต่ตัวเองคนเห็นแก่ตัว!”

“อยากว่าอะไรก็เชิญ แต่ถ้าคุณทำร้ายยายฉัน คุณก็ไม่ใช่ทนาย ทนายมีไว้ช่วยคน ให้ความเป็นธรรมกับคน”

“อย่ามาพูดคำนี้นะ คนที่ปล้นความเป็นธรรมไปจากคนอื่นอย่างคุณไม่มีสิทธิ์พูดคำนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับยายคุณหรือพวกชาวบ้าน ถ้าจะมีคนผิด...คนคนนั้นก็คือคุณ เพราะความเห็นแก่ตัวของคุณ คิดแต่จะปกป้องตัวเอง!”

คำพูดแทงใจดำของเขาทำให้จีราวัจน์เจ็บปวด แต่ยังพยายามหน้านิ่ง สาธิตโมโหมาก แหวลั่น

“ผมอยากรู้นักว่าภาพลักษณ์ชื่อเสียงที่คุณปกป้องเอาไว้จนยอมทำร้ายคนอื่นๆมันจะช่วยอะไรคุณได้ไหม ถ้าสุดท้ายคนที่คุณรักเขาต้องเดือดร้อนและหายหน้าไปจากคุณจนหมด”

จีราวัจน์ถึงกับสะดุ้งกับน้ำเสียงและอาการเกรี้ยวกราดของเขา แต่สาธิตก็ไม่ยี่หระ ตวาดทิ้งท้าย

“คนเห็นแก่ตัวอย่างคุณ ผมมั่นใจว่าต้องได้เห็นสภาพคุณในวันนั้น!”

ooooooo

นอกจากทำร้ายจิตใจจีราวัจน์ด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อน สาธิตยังแกล้งขังเธอบนดาดฟ้า โดยนำมือถือของเธอที่แย่งมาก่อนหน้าทิ้งไว้ด้านนอก กว่า รปภ.จะไปพบจีราวัจน์ก็แทบถอดใจ

จีราวัจน์ไม่รู้ว่า รปภ.รู้ได้อย่างไรว่าเธอติดอยู่บนนี้ แต่ก็พยุงร่างหมดแรงของตนกลับคอนโดหลังจากนั้น โดยไม่รู้เลยว่าเป็นสาธิตนั่นเองที่แอบแจ้งกับ รปภ.ให้ลองไปดูเพราะได้ยินเสียงขลุกขลักจากบนนั้น!

สาธิตเฝ้ามองตลอด ทันทีที่จีราวัจน์ออกจากตึกก็ไม่รอช้าจะถาม รปภ. อยากรู้ถึงปฏิกิริยาของเธอ แล้วก็ต้องผิดคาด เพราะนอกจากดาราสาวจะไม่โวยวายเรียกร้องค่าเสียหายจากเจ้าของสถานที่แล้ว ยังกลับบ้านเฉยๆอีกต่างหาก

ความแปลกใจของสาธิตไม่จบแค่นั้น เช้าวันต่อมา...จีราวัจน์ก็ทำให้เขาทึ่งอีกรอบ เมื่อเธอปลอมตัวไปสังเกตการเจรจาระหว่างเจ้าของที่กับยายจันทร์ ตัวเขาเองในฐานะทนายฝ่ายยายจันทร์ไม่ได้ยี่หระสายตาและท่าทางไม่ไว้ใจของเธอนัก ตั้งหน้าตั้งตาเจรจากับเสี่ยเม้งเจ้าของที่จนผลเป็นไปตามต้องการ

ยายจันทร์ พันและพวกชาวบ้านต้องย้ายออกก่อนสัญญาก็จริง แต่ก็ไม่ได้ไปตัวเปล่า สาธิตเรียกร้องจนได้ค่าเสียหายและค่าขนย้ายจำนวนหนึ่ง สร้างความพอใจให้แก่พวกชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะยายจันทร์

“ขอบคุณอีกครั้งนะคุณทนาย ถึงพวกเราจะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อจนครบตามสัญญา...อย่างน้อยคุณทนายก็ช่วยยืดเวลาให้พวกเราได้เก็บบ้าน ไหนจะเรียกเงินให้สมน้ำ สมเนื้อกันทุกบ้านอีก”

“ไม่เป็นไรครับ...ผมต้องทำตามหน้าที่อยู่แล้ว”

“สิ่งที่คุณทนายทำมันไม่ใช่แค่หน้าที่นะ แต่คุณทนายทำให้ชาวบ้านมีความสุขอีกครั้ง ถึงที่ดินตรงนี้ไม่ใช่ของพวกเรา...เราก็รักเหมือนบ้าน”

ประโยคหลังเหมือนที่เขาเคยได้ยินจากจีราวัจน์ แต่ไม่ทันสรตะความคิด ยายจันทร์ก็พูดต่อ

“นี่ถ้าฉันอ่อนกว่านี้สักสิบปี ฉันจะยอมพลีตัวเป็นเมียตอบแทน หรือรุ่นนี้คุณทนายก็ไม่รังเกียจ”

“ผมบอกแล้วว่าผมทำตามหน้าที่ไม่ได้หวังอย่างอื่น”

“ไม่หวังไม่ได้ ยังไงต้องให้พวกฉันตอบแทนบ้าง วันนี้ฉันขอเลี้ยงข้าวคุณทนายและชาวบ้านทุกคนฟรี!”

บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานหลังจากนั้น จีราวัจน์เฝ้ามองเหตุการณ์จากมุมห่างๆ ก่อนจะสบโอกาส ลากยายจันทร์กับพันมาคุยในบ้าน เพราะไม่เชื่อว่าสาธิตจะเต็มใจช่วยจริงๆ

ยายจันทร์ส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนบอกว่าตนกับพวกชาวบ้านทุกคนตกลงใจแล้วว่าจะย้ายออก แค่อยากได้เงินเพื่อชดเชยค่าเสียหายและต่อลมหายใจเท่านั้น

จีราวัจน์อ้าปากค้างและถึงกับพูดไม่ออกเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าจะย้ายไปต่างจังหวัด ไปอยู่กับญาติพร้อมพัน

“งั้นให้จีไปส่งนะ ให้จีไปส่งยายเถอะนะ จีจะได้รู้ว่ายายอยู่ที่ไหน อยู่ยังไง จีจะได้ไปหา”

จีราวัจน์น้ำตาคลอ ใจจะขาดให้ได้เมื่อรู้ว่าคนที่ตนนับถือเป็นครอบครัวจะจากไป

“ก็เพราะรู้ไงว่าเอ็งต้องตามไปหา ยายถึงไม่ให้แกไปส่ง อย่าให้ฉันกับไอ้พันต้องอยู่เป็นภาระแกอีกเลย”

“ต้องให้จีบอกกี่ครั้งว่ายายกับไอ้พันไม่ใช่ภาระอะไรทั้งนั้น แต่ยายกับไอ้พันคือครอบครัวเดียวที่จีมี”

ยายจันทร์สะเทือนใจมาก แต่ไม่ทันปลอบ จีราวัจน์ก็โพล่งออกมาทั้งน้ำตา

“ยายคือคนเดียวที่นั่งรอจีกลับจากโรงเรียน คอยแกะปลาทูคลุกข้าวให้ เอาหม้อข้าวใบเดียวที่มีไปจำนำเพื่อซื้อชุดนักเรียนใหม่ให้จี ยายคือคนเดียวที่ทำให้จีบอกตัวเองได้ว่าจียังมีครอบครัว ถ้าไม่มียาย...แล้วใครจะคอยกอดจี”

“งั้นตอนนี้ก็กอดยายให้แน่นๆ กอดเยอะๆ ก่อนที่...เราจะไม่ได้กอดกันอีก”

พันมองภาพยายกับดาราสาวที่ตนรักเหมือน น้องสาวเพราะโตมาด้วยกันอย่างหดหู่ใจ ก่อนจะตามไปกอดด้วย ยายจันทร์โอบหลานทั้งสองแน่น น้ำตาไหลอย่างช่วยไม่ได้

“ยายไปน่ะดีแล้ว แกจะได้ไม่ต้องมาที่นี่อีก จำ ไม่ได้เหรอตอนเด็กๆแกอยากมีเงินเยอะๆจะได้ไปจากที่นี่ ตอนนี้แกก็ทำได้แล้ว แกมีชื่อเสียงเงินทอง เป็นคุณจีราวัจน์ดาราดัง ไม่ใช่ไอ้จีเด็กสลัมอีกต่อไป”

“ใช่ๆ ถ้าไม่มีฉันกับยายก็จะไม่มีใครรู้อดีตของแกอีกต่อไป”

“ไปใช้ชีวิตที่มีความสุขอย่างที่แกฝัน ไม่ต้องห่วงยาย อะไรที่เป็นความลับ ยายก็จะเก็บมันไว้จนตาย ไปกับยาย”

ooooooo

จีราวัจน์ปาดน้ำตาทิ้งเศร้าๆ ใจหายมากเมื่อ

คิดว่าจะไม่ได้เจอยายจันทร์กับพันอีก สาธิตที่แอบเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างโดยบังเอิญไม่รอช้าตามไปแดกดัน

“เจ็บไหม...กับการเห็นคนที่เรารักต้องจากไป”

ดาราสาวชะงักแล้วเลือกเดินหนี ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย แต่ทนายหนุ่มก็ตามไปดักหน้า

“จีราวัจน์คนเก่งหายไปไหนแล้วล่ะ”

“คุณต้องการอะไรจากฉัน”

“สิ่งเดียวที่ผมอยากได้จากคุณ คือเห็นคุณเจ็บปวดทรมานเวลาที่ต้องสูญเสียคนที่คุณรักไป”

“คิดว่าแค่นี้จะทำฉันเจ็บได้เหรอ”

“เท่าที่เห็น...ผมก็ทำได้อยู่”

จีราวัจน์เจ็บใจมาก ตีหน้านิ่งเพราะไม่อยากให้เขาเห็นความหวั่นไหว

“คุณนี่เหมือนเป็นคนฉลาดนะ แต่ความจริงโง่กว่าที่ฉันคิด”

ถึงคราวสาธิตพูดไม่ออกบ้าง แล้วก็แทบคลั่งเมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“คุณก็รู้ว่าฉันไม่อยากให้ใครรู้กำพืด และคุณช่วยกำจัดคนเก็บความลับฉัน คุณคิดว่าฉันควรเสียใจงั้นเหรอ”

“คุณนี่เลวกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะจีราวัจน์ ขนาดยายแท้ๆคุณยังไม่เว้น ผมไม่น่าลืมว่าคนที่สามารถโยนความผิดให้คนอื่นติดคุกแทน มันจะรักใครเป็น”

“คุณจะคิดอะไรก็คิดไป แต่อย่าพยายามทำให้ฉันเจ็บปวดในสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำ เพราะฉันไม่รู้สึกอะไร”

ทนายหนุ่มขบกรามแน่น ตอกเสียงเข้ม “ก็ดี...ผมจะได้ไม่ต้องยั้งมือที่จะจัดการคุณ ถึงไม่มียายจันทร์...แต่ยังมีผมที่รู้กำพืดคุณ ผมจะแฉให้สังคมรู้เองว่าคุณมันเกิดจากหลุมไหน”

“เอาเลย...จะทำอะไรก็รีบทำนะคุณสาธิต อย่าเอาแต่ขู่ เดี๋ยวฉันจะกลัวคุณเก้อ”

พูดจบก็สะบัดหน้าเดินหนี แต่สาธิตก็คว้ามือเธอไว้ ขู่เสียงกร้าว

“ไม่ต้องกลัวจีราวัจน์...มันกลับมาแน่ๆ ผลกรรมที่คุณทำไว้ เตรียมตัวไว้ให้ดี เพราะนี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น!”

ภาพสองหนุ่มสาวถกเถียงกันหน้าดำหน้าแดงทำให้ยายจันทร์สงสัยตามไปแอบฟังใกล้ๆและตัดสินใจปรากฏตัวหลังจากจีราวัจน์กลับไปแล้ว เพื่อแก้ไขความเข้าใจของสาธิต

“ฉันไม่ใช่ยายแท้ๆของไอ้จีหรอก ฉันแค่ยาย

ข้างบ้านที่เคยเลี้ยงดูมันมา แต่มันก็ไม่เคยทอดทิ้ง คนอย่างมัน...ถ้าใครอยากรู้กำพืด มันพร้อมจะเปิดเผยกำพืดมันทุกเมื่อ แต่ที่มันไม่ทำ...เพราะต้องปกป้องคนอื่น”

สาธิตนิ่วหน้า อยากรู้ว่าใครแต่ยายจันทร์ก็ส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันบอกคุณไม่ได้ แต่ที่ฉันบอกได้คือจีมันเป็นคนดี ฉันไม่รู้ว่าคุณกับมันมีปัญหาอะไร แต่ฉันขอ...อย่าทำร้ายมันเลย เท่านี้ชีวิตมันก็น่าสงสารพอแล้ว...ฉันขอนะคุณทนาย”

ooooooo

ไม่มีใครรู้ใจสาธิตว่าเชื่อคำพูดของยายจันทร์แค่ไหน เช่นเดียวกับท่าทีนิ่งเฉยของปียากุลเมื่อรู้เรื่องจีราวัจน์จะได้เป็นนางเอกละครค่ายของเธออีกรอบ คงมีเพียงชยันต์กับพัฒนะเท่านั้นที่เริ่มเครียด เพราะรู้จักนิสัยปียากุลดี

เจตรก็ทำตัวน่าสงสัยไม่แพ้กัน เพราะไม่กล้าจีบจีราวัจน์ตรงๆ เลยพยายามเข้าทางดารากา และความใกล้ชิดที่ว่าก็ทำให้คนรอบข้าง ทั้งจวงจันทร์ผู้เป็นแม่ เจนจิราน้องสาว หรือแม้แต่ดารากาก็เข้าใจผิด คิดว่าวิศวกรหนุ่มมีใจและอยากสานสัมพันธ์ฉันคนรักด้วย

หลังจากรักษาท่าทีอยู่นาน ปียากุลก็เริ่มแผนการลับๆด้วยการแอบไปเสนอผู้บริหารสถานีถึงการเรียกเรตติ้งให้ละครเรื่องใหม่จากค่ายเธอ ชยันต์ยังไม่รู้เรื่อง คิดว่าที่ภรรยาจอมหึงนิ่งเฉยเพราะเคลียร์ใจกันแล้วเมื่อคราวก่อน ต่างจากพัฒนะที่คิดว่าลูกสาวคนเดียวน่าจะมีแผนบางอย่างในใจ

“นี่คุณพ่อยังไม่ไว้ใจเปี๊ยกเหรอครับ”

“เอาความจริงไหม...พ่อจะได้ตอบว่าใช่ ยิ่งเปี๊ยกรู้ว่าหนูจีเป็นนางเอกละครเรื่องใหม่แล้วเปี๊ยกยิ่งนิ่ง พ่อยิ่งเสียวยิ่งกว่ากินน้ำแข็งกระทบเส้นประสาทฟันอีก”

“เราจะตั้งรับยังไงดีครับ”

“ไม่ต้องห่วง พ่อโทร.เรียกกำลังเสริมมาแล้ว เป็นคนเดียวที่คุมระเบิดเคลื่อนที่อย่างเปี๊ยกได้”

สาธิตนั่นเองที่ถูกพัฒนะเรียกตัวมาร่วมงานปิดกล้องละครในอีกหลายวันต่อมา จีราวัจน์ก็มาร่วมงานในฐานะนางเอกของเรื่องพร้อมสุกี้ แต่ก็โชคร้ายเจอสิทธาที่มาร่วมงานในโรงแรมเดียวกันเสียก่อน

“จะรีบไปไหน...ไม่เจอพ่อตั้งนาน ไม่คิดจะยกมือไหว้ที่อกพ่อหน่อยเหรอ”

จีราวัจน์สะบัดตัวออก แล้วถอยหลังห่างจากพ่อเลี้ยงจอมหื่น

“ต่อให้แกตาย ฉันยังไม่ไหว้ศพแก”

“ผู้หญิงทุกคนก็เล่นตัวเพื่อเรียกราคา...เธอต้องการเท่าไร”

“ต่อให้เอาเงินทั้งหมดที่แกมีมากองตรงหน้า ฉันก็ไม่เอา”

สิทธาโกรธมาก ถลันไปลากตัวลูกเลี้ยงสาวมากอด โลมเลียด้วยสายตาหื่นกระหาย

“คิดให้ดีนะ วงการนี้มันไม่จีรัง เดี๋ยวคลื่นลูกใหม่มาก็ไม่มีใครจ้างเธอ สู้มาเป็นผู้หญิงของฉัน กอบโกยเงินอย่างที่แม่เธอทำดีกว่า ยอมฉันตั้งแต่เธอยังมีราคา...ก่อนที่ฉันจะให้คนของฉันลากเธอมาอย่างหมาตัวหนึ่ง!”

“ฉันยอมเป็นหมาดีกว่าเป็นเมียแก!”

ขาดคำก็ดิ้นหนี แต่ไม่หลุด เลยกัดหูของพ่อเลี้ยง สิทธารีบผละออก มองมาด้วยแววตากราดเกรี้ยว ตั้งท่าจะถลันเข้าหาอย่างไม่ยอมแพ้ จีราวัจน์เลยชี้หน้าขู่จะแฉต่อหน้านักข่าว

“อย่าลืมว่าตอนนี้ฉันคือจีราวัจน์...นางเอกเบอร์หนึ่ง ไมค์ทุกตัวพร้อมจะจ่อปากฉัน ไม่ว่าฉันจะพูดว่าพระเป็นโจร นักข่าวก็พร้อมจะเสนอข่าวอยู่แล้ว ถ้าฉันบอกโดนพ่อเลี้ยงข่มขืน...ดูสิว่าใครจะพัง!”

“เธอไม่กล้าหรอก”

“ใครกันแน่ที่ไม่กล้า ไม่อย่างนั้นคงไม่กลัวฉันนับตั้งแต่วันที่ฉันเป็นดาราหรอก!”

ooooooo

สิทธาไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไรลูกเลี้ยงสาว ไม่กลัวคำขู่แต่ก็ไม่ไว้ใจความบ้าระห่ำของเธอ จีราวัจน์เลยผละตัวหนี แต่ไม่ทันไปไกลนักข่าวที่มาร่วมงานก็รุมสัมภาษณ์ สองพ่อลูกเลยต้องเล่นละครร่วมกัน

“จะพูดอะไรก็แล้วแต่เธอ...แต่ระวังหน่อย ถ้าฉันพัง...แม่เธอก็พัง!” สิทธากระซิบขู่

“แกก็รู้ว่าฉันไม่แคร์แม่” จีราวัจน์ตอกเสียงเบา

“อย่าคิดว่าเธอรู้จุดอ่อนฉันคนเดียว ถ้าเธอไม่รักแม่ เธอหนีฉันไปนานแล้ว แต่ที่ยังอยู่เพราะห่วงแม่...จริงไหม”

จีราวัจน์แค้นใจที่เขารู้ทันจุดอ่อนเธอ จำต้องร่วมเล่นละครเป็นลูกสาวแสนดีแบบเสียไม่ได้ จริยาที่มาร่วมงานที่เดียวกันโดยบังเอิญเห็นฉากพ่อลูกรักกันก็ถึงกับพูดไม่ออก แต่ก็แสดงท่าทีแปลกใจไม่ได้ ต้องปั้นหน้าระรื่นเป็นครอบครัวสุขสันต์และเดินตามไปร่วมวงด้วย

นอกจากเรื่องสิทธาแล้ว จีราวัจน์ก็ต้องรับศึกหนักอีกรอบ เมื่อปียากุลเชิญผู้บริหารสถานีมาร่วมงานเลี้ยงปิดกล้องและประกาศกลางงานถึงละครเรื่องใหม่ของเธอว่าต้องประชันบทบาทคู่กับพิมนางเอกจอมลวงโลกคู่ปรับ!

ชยันต์เป็นห่วงความรู้สึกของจีราวัจน์มาก ตามไปคุยด้วย แต่สาธิตที่ลอบสังเกตการณ์อยู่แล้วก็ตามไปแขวะ

“รู้ไหมว่ามนุษย์อยู่เหนือกว่าสัตว์ตรงไหน ตรงที่ยังมีสำนึก ไม่เที่ยวมั่วเรี่ยราด”

“พอเถอะไอ้ธิต”

“พี่นั่นแหละพอ เมียพี่อยู่ในนั้น แต่พี่กลับมากอดผู้หญิงอื่นตรงนี้เหรอ ถ้าพี่ไม่แคร์เมียพี่ ก็แคร์สายตาคนอื่นบ้าง อย่าให้ตัณหาทำให้ตาบอด!”

ผู้กำกับหนุ่มโมโห ตั้งท่าจะเอาเรื่องแต่จีราวัจน์ก็ถลันมาขวาง ก่อนจะหันไปพูดเย้ยๆกับทนายหนุ่ม

“คุณสาธิตพูดถูก เราควรมีสำนึก จะทำอะไรต้องไปทำลับๆ วันนี้มีคนรู้แล้ว งั้นค่อยนัดกันลับๆวันอื่นนะ”

พูดจบก็ยิ้มหวานแล้วผละไป ทิ้งให้สาธิตโกรธจนตัวสั่นและเกือบตามไปเอาเรื่องแล้ว ชยันต์ต้องตามไปรั้งไว้

“มันไม่ใช่อย่างที่แกคิด จีเขาแค่ยั่วโมโหแก”

“แบบพี่ชยันต์คงไม่ทำให้คุณอิ่ม ผมว่าผู้หญิงที่ดูไม่เลือกแบบคุณไปหาพวกกลัดมันเหมือนกันน่าจะเหมาะกว่า”

“ไอ้ธิต! แกจะดูถูกจีเขามากไปแล้ว”

“ขอบคุณที่มีน้ำใจ แต่ยี่ห้อจีราวัจน์...ถ้าไม่ได้แย่งใครมา ไม่ได้ทำให้ครอบครัวใครแตกแยก...มันก็ไม่ฟิน!”

จีราวัจน์หมดอารมณ์จะร่วมงาน โทร.ขอสุกี้จะกลับก่อน แต่ไม่ทันพ้นประตูก็เจอจริยาที่มาดักรอต่อว่าที่เธอมีเรื่องฉาวไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะเรื่องแย่งผัวชาวบ้าน ดาราสาวเสียใจที่แม่ไม่เคยเข้าข้าง โต้กลับกวนๆ

“ความจริงแม่น่าจะดีใจนะถ้าหนูอยากได้ท่าน เพราะแม่ก็แก่แล้ว วันหนึ่งท่านก็ต้องเบื่อ แต่ถ้าได้หนูเป็นตัวตายตัวแทน แม่ก็ยังได้อยู่บนบัลลังก์ ส่วนหนูขอแค่ความสนุกกับเงินก็พอ!”

“แกคิดเหรอว่าฉันจะให้แกไปยุ่งกับท่าน”

“เราเถียงกันไปก็ไม่มีประโยชน์ ต้องให้ผู้ชายตัดสินว่าสุดท้ายเขาจะเลือกใคร”

“แม้แต่ผู้ชายของแม่ แกก็ยังไม่เว้นเหรอ แกได้นิสัยต่ำๆกินไม่เลือกว่าผัวใครเป็นผัวใครมาจากไหน”

“ส่องกระจกดูสิคะ แม่จะรู้ว่าหนูได้เชื้อมาจากใคร”

จริยาทนไม่ไหว ตบหน้าลูกสาวคนเดียวเต็มแรง

“ใช่! ฉันมันต่ำ! เคยนอนกับผู้ชายไม่เลือกหน้า แต่ก็เพื่อหาเงินมาเลี้ยงแก ถ้าไม่เคารพฉันก็สำนึกบุญคุณฉันบ้าง ฉันเตือนแกเป็นครั้งสุดท้าย...อย่ายุ่งกับท่าน ต่อให้แกเป็นลูก ถ้าแกมาทำลายสิ่งที่ฉันมี ฉันก็ไม่เอาแกไว้!”

ooooooo

จริยากลับไปแล้ว จีราวัจน์ยังยืนที่เดิม ชาหนึบไปทั้งหัวใจที่ต้องทะเลาะกับแม่ สาธิตแอบยืนฟังและอัดคลิปเก็บไว้ทุกอย่าง ก่อนจะตัดสินใจปรากฏตัวและขู่จะเอาคลิปนี้ไปแฉ

“คุณจะทำบ้าทำบออะไรก็ได้แต่อย่ายุ่งกับแม่ฉัน”

“ทำไมผมจะยุ่งไม่ได้ ก็คุณเป็นคนสอนผมเองไม่ใช่เหรอ ตอนที่ผมทำให้ยายจันทร์ไปจากคุณ...คุณด่าว่าโง่ที่ไม่ยอมเก็บคนที่รู้ความลับมาแฉคุณ ตอนนี้ผมรู้ความลับคุณอีกเรื่อง ผมคงไม่ทิ้งโอกาสนี้ให้คุณมาด่าผมโง่อีกหรอก!”

สาธิตทำตามที่พูดจริงๆ ด้วยการส่งข้อความเรียกเธอมาพบวันต่อมา เมื่อเห็นเธอไปกินข้าวกับชยันต์ จีราวัจน์กลัวเขาเอาเรื่องเธอไปแฉ เลยรีบไปพบ แล้วก็ต้องพูดไม่ออกเมื่อเขายื่นข้อแลกเปลี่ยนให้พูดความจริงเรื่องคดีของติวดี

“เราคุยกันหลายรอบแล้ว คดีจบไปแล้ว คุณจะให้ฉันทำยังไง จะให้ชดเชยก็ได้ แต่สิ่งที่คุณขอ ฉันให้ไม่ได้”

“ตลกดีนะ คนไม่ได้ทำผิดแต่ยอมชดเชยยังไงก็ได้”

“ยังไงมันก็เป็นความผิดของคนของฉัน...ที่ประมาท”

“พอที! ผมเอียนคำพูดที่เหมือนคนอื่นเขาโง่เต็มทีแล้ว ถ้าคุณยืนยันแบบนั้นแปลว่าคลิปเสียงนี่มันคงไม่สำคัญ!”

จีราวัจน์หน้าเครียด ใจเต้นรัวด้วยความหวาดระแวง แต่ก็ต้องข่มใจตีหน้านิ่ง ไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอ

“ได้...ฉันถือว่าฉันให้โอกาสคุณแล้ว อยากจะเอามันไปทำยังไงก็เชิญ แต่ทันทีที่คุณปล่อยคลิปนั้นออกไปก็เตรียมเจอฟ้องกลับได้เลย...ข้อหาสร้างหลักฐานเท็จมาทำลายชื่อเสียงฉัน!”

สาธิตโกรธมาก แก้เกมคืนด้วยการวางมือถือทิ้งไว้ตรงระเบียงไม่ใกล้ไม่ไกล

“มือถือแพงๆแบบนี้คงมีคนมาเก็บไป อ้อ...ผมตั้งชื่อไฟล์แล้วนะ ชื่อว่าความลับของจีราวัจน์!”

จีราวัจน์หน้าซีด ถลาไปเอาคืน และเกือบตกตึกตายไปแล้ว ถ้าสาธิตจะไม่รั้งตัวไว้

“มันเร็วเกินไปที่คนอย่างคุณจะตาย คุณต้องอยู่... อยู่ให้ถึงวันที่ทุกคนได้รู้ความจริง วันที่ทุกคนรังเกียจคุณ”

มือถือของสาธิตตกตึกแตกกระจาย ความลับของจีราวัจน์เลยยังเป็นความลับ แต่กระนั้น...ทนายหนุ่มก็ไม่ถอดใจ ตั้งท่าจะหาเรื่องใหม่อีกครั้ง หวังให้เธอเจ็บปวดที่สุดเหมือนที่เขาเป็น!

ooooooo

เจตรกับดารากาใกล้ชิดกันเรื่อยๆ สร้างความรู้สึกที่แตกต่างสำหรับทั้งสอง วิศวกรหนุ่มใจมาเป็นกองเมื่อคิดว่าจะมีโอกาสใกล้ชิดจีราวัจน์มากขึ้นในไม่ช้า ส่วนดารากาก็คิดว่าเขาคงมีใจให้ตนแน่ๆ

ความใกล้ชิดสนิทสนมของทั้งสอง ไม่รอดพ้นจากสายตาของจีราวัจน์ อย่างวันนี้ที่เขามาส่งเพื่อนรักถึงคอนโดเธอ ซึ่งความจริงก็คือดารากาได้รับอุบัติเหตุถูกลูกบอลของนักเรียนอัดเต็มหน้า เจตรเป็นคนพาเธอส่งโรงพยาบาลและพามาส่ง โดยถูกขอร้องไม่ให้บอกจีราวัจน์เพราะไม่อยากให้เป็นห่วง

จีราวัจน์ไม่รู้เรื่องเพื่อนรักถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ตัดสินใจถามเจตรตรงๆว่าจีบดารากาหรือไม่ วิศวกรหนุ่มถึงกับเขิน แต่ก็ไม่ยอมบอกความจริงว่าดาราสาวต่างหากที่เขาคิดอยากจีบ...

แม้จะมีเรื่องทะเลาะกับจีราวัจน์ไม่หยุดหย่อน สาธิตก็ห่วงยายจันทร์ แวะไปเยี่ยมและจะนำเงินค่าชดเชยไปให้ แต่กลับต้องพาส่งโรงพยาบาลแทน พร้อมกับได้รู้ว่ายายจันทร์เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

สาธิตพยายามกล่อมให้ยายจันทร์รักษาตัว แต่ก็ไม่ค่อยได้ผล ยืนยันจะปล่อยไปแบบนี้ เพราะไม่อยากเป็นภาระใคร ทนายหนุ่มเข้าใจว่าใครคนนั้นก็คือจีราวัจน์ แต่ยายจันทร์ก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

“ความตายมันไม่น่ากลัวหรอกคุณทนาย การทำใจรอการตายของคนที่เรารักต่างหากที่มันทรมาน ปล่อยให้หลานยายมีความสุขในทุกวันที่ยายยังอยู่เถอะนะ”

ทนายหนุ่มหนักใจเรื่องยายจันทร์มาก และเมื่อได้เจอกับเจนจิราในตอนเย็น เพราะเธอมาดักรอให้เขาตรวจสำนวนที่บ้าน เลยอดเล่าให้ฟังไม่ได้ ทนายความสาวผู้ช่วยเลยตัดสินใจจะไปช่วยกล่อมยายจันทร์อีกแรง

ความดีและการเอาใจใส่ของเจนจิราทำให้สาธิตพูดไม่ออก ทั้งงานบ้านงานเรือนและความร่าเริงของเธอทำให้เขาคิดถึงติวดีในวันวานอย่างบอกไม่ถูก แต่กระนั้นก็ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากรุ่นน้องและลูกน้องที่เอ็นดูเท่านั้น

ด้านจีราวัจน์...ไม่ได้คิดถึงเรื่องเจตรกับดารากาอีก จนเมื่อได้เจอหน้าเขาอีกครั้งโดยบังเอิญที่หน้าคอนโด และเขาก็อาสาจะไปช่วยเธอบริจาคหนังสือให้เด็กๆที่บ้านนวดี และก็เพราะอัธยาศัยแสนดีของเขา ทำให้เธออดไม่ได้จะพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับดารากาเพื่อนรักของเธอ

“ฉันพอเห็นแล้วว่าคุณมีอะไรที่เข้ากับดาวได้”

“จะมาเปิดทางให้ผมกับคุณดาวทำไม” เจตรนิ่วหน้าไม่เข้าใจ

“อ้าว...แล้วที่มาเอาใจฉันอยู่นี่ ไม่ใช่เพราะอยากทำคะแนนรึไง”

“เผอิญว่าผมถนัดเล่นของสูง แล้วก็ไม่ชอบแหงนมองเครื่องบินอยู่เฉยๆด้วยสิครับ”

จีราวัจน์รู้สึกแปลกๆกับคำพูดของเขา แต่ไม่ทันคิดมาก ก็ต้องไปวิ่งเล่นกับเด็กๆเสียก่อนจนกระทั่งเสียหลักตกน้ำตูมใหญ่ เจตรเห็นท่าไม่ดีกระโดดลงไปช่วย และเมื่อนวดีรู้เรื่องก็รีบบอกให้ทั้งสองเปลี่ยนเสื้อผ้า

แต่คงเป็นโชคไม่ดีของจีราวัจน์ เมื่อเสื้อผ้าที่นวดีนำมาให้เปลี่ยนเป็นของติวดี สาธิตที่คิดถึงติวดีมากและมาเยี่ยมนวดีเหมือนเคยเห็นเข้าก็ของขึ้น เอ็ดลั่น

“บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้แตะต้องของของติวอีก”

“ฉันรู้...คือฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“คุณตั้งใจ...โรคจิต คุณสนุกกับการทำแบบนี้มากใช่ไหม!”

จีราวัจน์อยากตัดปัญหาจะเปลี่ยนให้ แต่สาธิตก็โวยวายไม่หยุดจนเธอต้องพึมพำ

“ก็แค่ชุด...ทำไมจะต้องโวยวายขนาดนี้ด้วย”

“เพราะคุณสกปรกเกินกว่าที่จะใส่ไง คุณไม่มีค่าพอที่จะมาแตะต้องของของติว ถอดชุดคืนมา!”

ooooooo

คลื่นชีวิต

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด