ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    คลื่นชีวิต

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    คำขอของชยันต์คงไม่เป็นจริงเวลานี้แน่ เพราะแยกจากเขาไม่นาน จีราวัจน์ก็เจอโจทย์เก่าเจ้าเดิม... สาธิตนั่นเองที่มาดักรอที่รถ พร้อมกับคำเย้ยหยันเมื่อเห็นสายตาตกใจสุดขีดของเธอ

    “นอกจากผมจะเป็นแฟนของผู้หญิงที่คุณฆ่าแล้ว ผมยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้หญิงที่คุณคิดจะแย่งสามีด้วย เข้าใจรึยังว่าทำไมผมถึงอยู่ที่นี่”

    “ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงโผล่ที่นี่ได้ แต่ที่ฉันไม่เข้าใจคือคุณเข้ามาในรถฉันทำไม”

    “ผมแค่จะมาบอกว่าผมจะไม่ปล่อยให้คุณเพ่นพ่านทำลายชีวิตใครอีก”

    “ถ้าเอาคำขู่คุณทำเป็นแสตมป์ ป่านนี้ฉันแลกเก้าอี้เซเว่นได้เต็มบ้านแล้ว”

    “ตอนนี้ตำรวจได้ตัวพนักงานดูแลรถของโรงแรมแล้วหนึ่งคน”

    จีราวัจน์หน้าซีด เริ่มวิตกเพราะหากความจริงเปิดเผยจะมีคนเดือดร้อนหลายคน แต่สาธิตก็ไม่ยี่หระ

    “ถ้าพนักงานดูแลรถคนนี้เห็นเหตุการณ์คืนนั้นว่าใครเป็นคนขับรถ...ระหว่างสเตฟานหรือคุณ และถ้า พนักงานบอกเป็นคุณ...อย่าลืมเปิดประตูรอผมจับคุณด้วยล่ะจีราวัจน์!”

    ฝ่ายชยันต์...หลังได้กำลังใจจากจีราวัจน์ ก็ฮึดสู้ทำความดีเอาใจภรรยาจอมหึงด้วยการซื้อขนมร้านโปรดไปให้ แต่ปียากุลที่หึงไม่ลืมหูลืมตาไม่สนใจ คว้าจานขนมไปเททิ้งอย่างไม่ไยดี

    ชยันต์อ้าปากค้าง ก่อนจะถึงบางอ้อเมื่อภรรยาจอมหึงค่อนแคะถึงจีราวัจน์

    “ทำงานละครมากก็ไม่ต้องทำชีวิตตัวเองน้ำเน่าอย่างในละครก็ได้นะเปี๊ยก ดีแล้วที่คุณไม่ดื่มชา เพราะคนอย่างคุณควรดื่มนม ถึงมันจะช่วยเพิ่มความสูง แต่อย่างน้อยก็อาจเพิ่มรอยหยักในสมองได้”

    “ชยันต์...นี่คุณด่าเปี๊ยกโง่เหรอ”

    “อย่างคุณ...ไม่โง่หรอกเปี๊ยก แต่คุณมันหมกมุ่น คิดเองเออเอง ไม่สนใจฟังคนอื่น...เอาเลย! ต่อไปคุณจะคิดบ้าบออะไรก็ตามสบาย...ผมจะไม่ยุ่งอีกแล้ว”

    “เสียดายนะที่คุณพลาดเจอกับพี่ธิตไปนิดเดียว ไม่อย่างนั้น...คุณจะได้รู้ข่าวดีของพี่ธิต”

    ข่าวดีของสาธิตก็คือพยานที่เป็นพนักงานดูแลรถในวันงานแฟชั่นโชว์นั่นเอง ชยันต์ร้อนใจแทนจีราวัจน์จนต้องโทร.บอกสุกี้ และตัดสินใจขอร้องให้พัฒนะช่วยพูดกับสาธิตเพื่อยุติการสืบคดีของดาราสาว

    แต่คำขอร้องของพัฒนะไม่ได้ทำให้สาธิตใจอ่อน เช่นเดียวกับปียากุลที่รู้เรื่องจากญาติหนุ่ม และไม่รอช้าจะบึ่งรถไปเอาเรื่องจีราวัจน์ถึงกองถ่ายในเวลาต่อมา

    ooooooo

    จีราวัจน์ที่กำลังถ่ายละครกระโดดหลบแทบไม่ทัน เมื่อจู่ๆรถคันหรูของปียากุลภรรยาจอมหึงของชยันต์พุ่งมาอย่างเร็วและแรง ทีมงานต่างมองหน้ากันอึ้งๆ คงมีเพียงชยันต์ที่โวยใส่ภรรยาเสียงดัง

    แต่ปียากุลก็ไม่สะทกสะท้าน “ขอโทษที เปี๊ยกไม่เห็นว่ามีคนนอนอยู่กลางถนน เสียดาย...ถ้ารู้ว่าคุณจีราวัจน์นอนอยู่ เปี๊ยกอาจไม่เบรก...เราได้เจอหน้ากันสักทีนะ แต่เสียดาย...ฉันคงได้เห็นหน้าเธอนอกคุกเป็นครั้งสุดท้าย!”

    พูดจบก็ผละไปดูงาน ทิ้งจีราวัจน์ให้ยืนกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจที่ทำอะไรไม่ได้ ชยันต์สงสารจะปลอบ แต่ดาราสาวก็โบกมือห้ามและปลีกตัวไปตั้งสติตามลำพัง

    ชยันต์เลยไปเล่นงานภรรยาจอมหึงแทน แต่ปียากุลก็ไม่สำนึก แถมตอกย้ำให้เครียดกว่าเดิมอีกต่างหากว่าสาธิตเป็นทนายความตงฉินที่เชื่อในความถูกต้องและยุติธรรม ต้องไม่ยอมจบเรื่องติวดีแค่นี้แน่!

    วันเดียวกันนั่นเอง...สาธิตว่าความเสร็จก็แวะมาหานวดี พร้อมระบายความอึดอัดใจที่ถูกพัฒนะเกลี้ยกล่อมให้ยุติการสืบคดีของติวดี นวดีเห็นดีด้วยเพราะไม่อยากให้ก่อเวรก่อกรรมไม่จบไม่สิ้น

    “อย่าบอกนะครับว่าคุณน้าก็เห็นด้วยกับคุณลุง”

    “ธิต...ลูกของน้าทั้งคน น้าคลอดเขามา พ่อเขาตาย น้าก็เลี้ยงของน้ามาคนเดียว ลำบากสายตัวแทบขาด จนวันนี้พอจะสบายลูกก็จากไป ธิตคิดว่าน้าไม่เจ็บเหรอ”

    “เพราะอย่างนั้น...ผมถึงต้องเอาความถูกต้องคืนคุณน้า ผมทนเห็นคนผิดอย่างผู้หญิงคนนั้นอยู่อย่างมีความสุขบนน้ำตาคุณน้าไม่ได้หรอกครับ”

    นวดีตั้งท่าจะกล่อมต่อแต่พิเชษก็โทร.มาแจ้งข่าวเสียก่อนว่าตำรวจปล่อยพนักงานดูแลรถที่เป็นพยานปากเอกไปแล้ว สาธิตรีบไปที่บ้านของพนักงานคนนั้นและหว่านล้อมให้เขายอมพูดความจริง แต่อำนาจเงินของสิทธาก็ปิดปากพนักงานดูแลรถได้ดีจนสาธิตต้องกลับไปพร้อมความผิดหวัง

    สิทธารู้จากลูกน้องคนสนิทว่าสาธิตกัดไม่ปล่อย ตามสืบตามค้นคดีของจีราวัจน์จนวุ่นวายไปหมด หนุ่มใหญ่เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์และพ่อเลี้ยงจอมหื่นของจีราวัจน์เลยส่งคนไปดักตีหัว!

    จีราวัจน์ไม่รู้วีรกรรมของพ่อเลี้ยง มัวปลอบชยันต์ไม่ให้คิดมากเรื่องปียากุลแกล้งขับรถเหมือนจะชนเธอ

    “ไม่ต้องห่วงหรอก...จีซวยจนชิน จะเจอฤทธิ์คุณเปี๊ยกอีกคนก็คงไม่ระคายอะไร”

    “แต่เรื่องนี้จีไม่เกี่ยว พี่เป็นคนคุยกับคุณพ่อเอง”

    ดาราสาวถอนใจยาว “มันก็เกิดจากเรื่องของจี นั่นแหละ ใครอยู่ใกล้จี...ติดเชื้อซวยไปด้วยทั้งนั้น ทางที่ดี...พี่อยู่ห่างๆจีดีกว่า ก่อนที่ชีวิตครอบครัวพี่จะพังเพราะจี”

    ลางสังหรณ์ของจีราวัจน์ไม่เกินจริงเลย เพราะเพียงไม่นานหลังจากนั้น ชยันต์ก็ได้รับโทรศัพท์จากปียากุลว่าสาธิตถูกตีหัวจนสลบและเพิ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล!

    ooooooo

    ข่าวการเข้าโรงพยาบาลของสาธิตทำให้สิทธาสะใจมาก และประกาศต่อหน้าลูกน้องให้จัดการขั้นเด็ดขาดหากทนายหนุ่มไม่หยุดสืบคดี จริยาไม่สบายใจนักแต่เพื่อลูกสาวคนเดียวเลยต้องบากหน้ามาขอบคุณ

    สิทธาเบ้หน้า ก่อนจะแหวเสียงเข้มเรื่องที่จีราวัจน์ไม่ยอมมาขอบคุณเขาด้วยตัวเอง

    “จีกำลังยุ่งน่ะค่ะท่าน ทั้งถ่ายละคร ทั้งงานอีเวนต์”

    “ตอนมันจะติดคุก เธอให้ฉันช่วยทันที ทีอย่างนี้...

    ฉันต้องรอเหรอ ไปตามมันมา!”

    จริยาตั้งท่าจะบ่ายเบี่ยง แต่สิทธาก็โพล่งออกมาเสียก่อน

    “ถ้าพรุ่งนี้เธอไม่พามันมา ฉันจะสั่งคนไปลากมันมาเอง!”

    กว่าสาธิตจะรู้สึกตัวอีกครั้ง นวดีกับพิเชษก็ไปเฝ้าข้างเตียงไม่ห่างแล้ว นายตำรวจไม่รอช้าซักใหญ่เรื่องถูกดักตีหัวของเพื่อนรักว่าเกี่ยวกับคดีใดในความดูแลของเขา สาธิตส่ายหน้าไม่รู้

    “ฉันไม่รู้ว่าใคร...รู้แต่ว่ามันต้องการให้ฉันหยุดสืบคดี”

    “คดีที่แกทำมีแต่ขัดผลประโยชน์เขาทั้งนั้น มีคดีไหนที่แกสงสัยเป็นพิเศษบ้างไหมวะ”

    “ฉันโดนตีหลังจากคุยกับพนักงานดูแลรถมา แล้วแกคิดว่าฉันควรสงสัยคดีไหนที่สุดล่ะ...”

    พิเชษรู้ดีว่าเพื่อนสงสัยจีราวัจน์ แต่ก็ต้องดับความหวังเพื่อนเพราะคดีของติวดีได้ตัวผู้ต้องหาแล้ว

    “การสืบของแกไม่มีผลอะไรกับคุณจีแล้ว พนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้อัยการ และอัยการสั่งฟ้องว่าสเตฟานคือคนขับรถชนติว ยอมรับเถอะ...เราหาหลักฐานไม่ได้ เราไม่มีอะไรจับคุณจี มันจบแล้วธิต”

    “ไม่จริง...ฉันไม่ยอม!”

    ปียากุลกับชยันต์แวะมาเยี่ยมสาธิตพอดี ทันเห็นเหตุการณ์ยื้อยุดระหว่างสาธิต นวดีและพิเชษ สองสามีภรรยาเลยต้องช่วยรั้งด้วยเพราะเห็นอาการของสาธิตยังไม่ค่อยดี

    นวดีไม่อยากเห็นสาธิตเป็นทุกข์เพราะความแค้นเรื่องติวดีอีกต่อไป เอ่ยปากขอร้องเสียงอ่อน

    “ธิต...เราทำอะไรไม่ได้แล้ว ธิตอย่าดันทุรังต่อไปอีกเลย...หยุดเถอะ”

    “ผมหยุดไม่ได้ ผมต้องทำเพื่อติว...ผมต้องทำเพื่อเขาให้ถึงที่สุด”

    “ธิต...ติวไม่อยู่แล้ว ต่อให้ธิตพยายามทำมากแค่ไหน ติวก็ไม่กลับมาหาเรา”

    สาธิตถึงกับจุก พูดไม่ออก นวดีเลยสำทับ “น้ารู้ว่าธิตรักติว อยากหาความจริงเพื่อติว...แต่ตอนนี้น้าอยากให้ธิต...รักตัวเอง หันมาดูตัวเองว่าต้องเจออะไรบ้าง ถ้า ติวยังอยู่เขาก็ต้องขอให้ธิตหยุด น้าเสียลูกสาวไปคน แล้ว อย่าให้น้าต้องเสียลูกชายไปอีกคนเลยนะ วันนี้ไม่มีติว...น้ายังมีธิต แต่ถ้าต่อไปน้าไม่มีธิต...น้าจะอยู่ต่อไปยังไงลูก”

    สาธิตฮึดฮัดจะไม่ยอม นวดีเลยคุกเข่าดื้อๆ

    “น้าขอร้อง...จะให้น้าคุกเข่าตรงนี้น้าก็ยอม”

    ทุกคนอ้าปากค้าง โดยเฉพาะสาธิต พยายามจะรั้งตัวนวดีไว้แต่เธอก็ไม่ยอม ยืนยันให้ถอนตัวจากคดี

    “เชื่อน้าเถอะนะ...อย่าไปยุ่งกับเรื่องนี้อีก ถือว่าทำเพื่อน้า ทำเพื่อติว ถ้ายังรักติว...หยุดทุกอย่างไว้แค่นี้นะลูก”

    คำขอร้องของนวดีทำให้สาธิตใจอ่อนยวบ ยอมรับปากในที่สุด ชยันต์ลอบถอนใจโล่งอก แต่ปียากุล

    ก็ได้ยินจนได้ และไม่ลังเลจะกระแนะกระแหนสามีทันทีที่ได้อยู่ตามลำพัง

    “อย่าดีใจไป ถึงพี่ธิตจะหยุดแต่เปี๊ยกไม่หยุด ถ้านางเอกคุณยังยุ่งกับคนในครอบครัวเปี๊ยก...เปี๊ยกไม่เอาไว้แน่!”

    ooooooo

    หลังทำแผลและให้หมอตรวจจนแน่ใจว่าไม่มีอาการน่าเป็นห่วง สาธิตก็กลับบ้าน ทนายหนุ่มนั่งเหม่อมองรูปของติวดีในมือถือ พลางคิดถึงอดีตตอนเขาว่าความชนะเป็นครั้งแรก...

    สาธิตจำได้ดีถึงปฏิกิริยาของติวดีเมื่อรู้ว่าเขาว่าความชนะในคดีฟ้องหย่าและแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร

    “ติวสงสารคนแพ้ค่ะ ติวเข้าใจนะว่าคดีฟ้องหย่า คนชนะได้ลูกไปเลี้ยง แต่พอเห็นเด็กร้องไห้อยากให้พ่อแม่อยู่ด้วยกัน ติวก็ไม่อยากให้มีฝ่ายไหนแพ้หรือชนะเลย ธิตแกล้งล้มคดีไม่ได้เหรอ จะได้ไม่ทำร้ายจิตใจเด็ก”

    “กฎหมายไม่ได้ทำร้ายใครนะติว แต่การกระทำของคนต่างหากที่ทำร้ายตัวเอง ถ้าพ่อเด็กไม่นอกใจแม่ แม่เด็กก็ไม่ฟ้องหย่า ธิตรู้ว่าติวรักและสงสารเด็ก ธิตก็รู้สึกไม่ต่าง แต่กฎก็คือกฎ ธิตเป็นคนรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ถ้าธิตละเมิดเอง แล้วต่อไปใครจะเคารพกฎหมายล่ะติว”

    “ธิตพูดถูก...หน้าที่ของธิตคือช่วยคนให้ได้รับความยุติธรรม ติวเป็นแฟนธิต ควรสนับสนุนไม่ให้ธิตลำเอียงถึงจะถูก ไม่อย่างนั้นคนหวังพึ่งธิตจะไปพึ่งใคร...เนอะ”

    “เพราะฉะนั้น...ติวจะไม่ผิดหวัง ถ้าติวฝากชีวิตติวไว้กับธิต เพราะถ้าใครทำร้ายติว ธิตไม่มีทางปล่อยไว้แน่!”

    สาธิตดึงตัวเองจากอดีต โทร.เข้าเครื่องติวดีเพื่อฟังเสียงรับฝากข้อความของเธอ ก่อนจะพึมพำฝากบ้าง

    “ธิตรักษาความยุติธรรมให้คนอื่นได้ แต่ธิตรักษาความยุติธรรมให้ติวไม่ได้...ธิตขอโทษ”

    จีราวัจน์ก็ทรมานใจไม่แพ้สาธิตแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากพยายามทำดีกับนวดีเพื่อไถ่โทษ และอารีครูสอนร้องเพลงหนุ่มใหญ่ก็เป็นตัวแทนนำสิ่งของเหล่านั้นไปให้นวดี วันนี้ก็เช่นกัน ดาราสาวหอบข้าวของมากมายมาถึงที่เพื่อให้ครูสอนร้องเพลงนำไปมอบให้อีก

    “ขับรถมาได้ตั้งไกล พอถึงที่นี่...อยู่ๆเป็นง่อยเดินไม่ได้ซะงั้น”

    “ไม่ได้เป็นง่อย แต่ครูก็รู้ว่าถ้าจีเอาไปให้ คุณนวดีคงไม่รับ”

    “ไม่รู้กรรมของแกหรือกรรมของฉัน แกรู้ไหมว่าฉันเอาของไปให้จนชาวบ้านเม้าท์ว่าฉันจีบคุณนวดีแล้ว”

    “อันนี้กรรมของครู ถ้าครูมีเมียซะก็ไม่โดนนินทาหรอก”

    “อ้าว...ลุกลามมาโทษการขยายพันธุ์ของฉันอีก”

    จีราวัจน์ออดอ้อนจนอารีใจอ่อนยอมหอบข้าวของไปให้แทนอีกครั้ง นวดีเลยจะตอบแทนด้วยการนำผลไม้ไปให้ สาธิตที่แวะมาเยี่ยมเหมือนเคยอาสานำไปให้แทน เลยได้เจอเซอร์ไพรส์เมื่อเห็นจีราวัจน์ที่บ้านอารี!

    ooooooo

    อารีผละไปทำงานบ้านอื่นๆ ทิ้งจีราวัจน์ให้ซ้อมร้องซ้อมเต้นตามลำพัง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสาธิตแบบไม่ทันตั้งตัว ดาราสาวก็ถึงกับพูดไม่ออก ก่อนจะตั้งสติได้ถามถึงแผลที่โดนตีหัว

    สาธิตปักใจว่าเธอเป็นคนบงการ แขวะกลับอย่างร้อนแรงจนดาราสาวต้องเดินหนี

    “คนอย่างคุณ...มันถนัดเรื่องหนีอยู่แล้วนี่”

    จีราวัจน์ชะงัก หันขวับมาโต้กวนๆ “คุณจะด่า จะถากถางอะไรฉันก็ว่ามา ฉันทำบุญให้ทานอาหารหมาแมวมาเยอะ ถ้าทนฟังคุณด่าแล้วทำให้จิตใจคุณดีขึ้น ฉันก็จะทำทานให้!”

    “คนอย่างคุณ ผมไม่อยากด่า แต่ผมอยากจะฆ่าให้ตายตามติวไป”

    ภาพที่เขาปล่อยให้เธอเกือบจมน้ำตายผุดขึ้นอีกครั้ง จีราวัจน์กัดฟันแน่น ก่อนสวน

    “อยากฆ่าก็ทำสิ ครั้งนี้จะใช้วิธีไหนดีล่ะ จะปล่อยให้ฉันจมน้ำตายอย่างครั้งก่อน หรือจะบีบคอฉันให้ตายตรงนี้ ถ้าคิดว่าชีวิตฉันแลกกับชีวิตแฟนคุณได้ก็เอาเลย...ทุกอย่างจะได้จบสักที!”

    พูดจบก็กระชากมือเขามาจับคอตัวเอง สาธิตตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นดุดัน ออกแรงที่มือมากขึ้น

    “ผมทำแน่ ถ้าคุณน้าวดีไม่ขอให้ผมหยุด อย่าคิดว่าที่คุณลอยนวลอยู่ได้เป็นเพราะอำนาจเงินของคุณ

    แต่เป็นเพราะหัวใจที่มีเมตตาของผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่ต้องเสียลูก ร้องเพลงต่อสิ...มีความสุขแทนคนที่ต้องกินน้ำตาแทนข้าว คนที่ไม่มีลูกไว้ให้กอด ทำไมคนที่ตายคืนนั้นถึงไม่เป็นคุณ!”

    จีราวัจน์หน้าซีด สะเทือนใจสุดขีด อารีโผล่มาขัด จังหวะทันเวลาแต่สาธิตก็ไม่จบง่ายๆ ทิ้งท้ายเสียงเข้ม

    “แต่ก็ดีแล้วที่คุณยังอยู่ ต่อไปจะได้รู้จักความเดียวดาย ได้รู้จักว่าการไม่มีคนรักอยู่ข้างๆมันเป็นยังไง จำเอาไว้นะจีราวัจน์...ถึงผมจะใช้กฎหมายเอาผิดคุณไม่ได้แต่ยังมีกฎแห่งกรรมอยู่ มันทรมานยิ่งกว่าการติดคุก มันเจ็บปวดยิ่งกว่าโดนประหาร...รอชดใช้ได้เลย!”

    สาธิตปล่อยแขนแล้วผละไป ทิ้งจีราวัจน์ให้ยืนจับคอตัวเองด้วยความเจ็บช้ำใจอย่างหนัก อารีมาช่วยพยุงและปลอบขวัญ ดาราสาวเลยหมดความอดทน โผกอดครูสอนร้องเพลงที่เคารพมาแต่เล็กแต่น้อยแน่น

    “คนไม่มีค่าอย่างจี ไม่สมควรได้รับความเมตตาจากคุณนวดีเลย”

    “คนที่ไม่มีค่าคือคนที่ทำผิดแล้วไม่รู้จักสำนึกเว้ย แต่อย่างแกมันไม่ใช่ แกคิดเหรอว่าคุณนวดีจะไม่รู้ว่าของที่ฉันหอบไปให้เขากับเด็กๆทุกวัน...เป็นของใคร”

    จีราวัจน์มองหน้าครูหนุ่มใหญ่อึ้งๆ อารีส่ายหน้าน้อยๆก่อนพูดต่อ

    “คุณนวดีคงต้องการให้ทุกคนลืมทุกอย่างแล้วเดินต่อไปข้างหน้า เพราะต่อให้แก้แค้นเอาเป็นเอาตาย หนูติวก็ไม่ฟื้น แล้วเท่าที่ฉันรู้จักหนูติว จิตใจหนูติวเหมือนแม่ หนูติวก็คงอภัยให้แก ไม่ต่างจากคุณนวดี...เชื่อครูนะจี”

    แต่ถึงจะได้กำลังใจดีแค่ไหน จีราวัจน์ก็ยังจมกับความรู้สึกผิด จนต้องนำดอกไม้ไปวางตรงจุดที่เกิดอุบัติเหตุ

    “ฉันเสียใจ ฉันไม่เคยอยากให้เรื่องจบแบบนี้

    คนอื่นอาจคิดว่าฉันดีใจที่พ้นผิด ไม่ใช่เลย...ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่รู้สึกผิด ฉันเองก็เสียใจไม่น้อยกว่าคนอื่น ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะเป็นคนตายเอง แต่ในเมื่อฉันทำไม่ได้...ฉันสัญญาว่าจะชดใช้ทุกอย่างเท่าที่ฉันจะทำได้ จะเป็นคนดูแลแม่และเด็กๆแทนคุณเอง มันอาจไถ่โทษกับสิ่งที่ฉันทำไม่ได้แต่ฉันก็จะทำให้ดีที่สุด ฉันสัญญา...ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วย”

    ooooooo

    ขณะที่จีราวัจน์พยายามไถ่โทษตัวเองด้วยการทำดีกับนวดี จริยาก็วิ่งเต้นแทบตายเพื่อตัวเลขงานประมูลที่สิทธาอยากได้นักหนา เพื่อแลกกับชีวิตและความปลอดภัยของลูกสาวคนเดียว

    “ดิฉันจะมอบให้ท่าน ถ้าท่านจะกรุณายกโทษให้จี”

    “นี่เธอกล้าเรียกร้องข้อแลกเปลี่ยนกับฉันเหรอ”

    “ดิฉันรู้ว่าสิ่งที่จีทำกับท่านไม่น่าให้อภัยได้ แต่แค่คำขอโทษจากเด็กเมื่อวานซืน...ท่านคงไม่เอามาแลกกับเงินพันๆล้านหรอก...ใช่ไหมคะ...”

    สิทธาไม่มีทางเลือก แม้จะหื่นกระหายและเสียดายจีราวัจน์มากแค่ไหน แต่ก็ต้องตัดใจเพราะเวลานี้ผลประโยชน์ของบริษัทเป็นเรื่องสำคัญกว่า

    หลังจากนั้นไม่นานจีราวัจน์ก็ได้ฟังข่าวดี เมื่อสุกี้โทร.บอกผลการพิจารณาคดีของติวดีว่าสเตฟานไม่ต้องติดคุก แต่รับโทษลงอาญาเป็นเวลาสองปี ดาราสาวโล่งใจมากและให้สัญญากับผู้จัดการว่าจะเป็นคนเดิมเสียที...

    สาธิตถึงกับสติแตกเมื่อรู้เรื่องโทษของสเตฟาน เจ็บใจมากที่เอาผิดกับจีราวัจน์ไม่ได้จนต้องหมกตัวกับงานเพื่อลืมเรื่องทุกอย่าง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับดาราสาว ปียากุลเห็นญาติหนุ่มใช้ชีวิตแบบซังกะตายก็อดไม่ได้จะลากตัวไปร้องเพลงแก้เครียด เหมือนที่เขาเคยทำให้เธอตอนกลุ้มใจเรื่องชยันต์

    และเสียงร้องไม่เป็นเพลงของเธอก็ทำให้เขายิ้มได้จริงๆ

    “นี่จะร้องให้พี่ซึ้งหรือร้องให้พี่ขำ”

    “ร้องให้พี่มีกำลังใจต่างหาก พี่จะอยู่กับความทุกข์ทั้งชีวิตไม่ได้ ติวคงไม่มีความสุขถ้าเห็นพี่เป็นอย่างนี้”

    “พี่พยายามอยู่แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่พี่จะลืมติว ติวคือหัวใจพี่ พอไม่มีติว...มันเหมือนชีวิตพี่ตายไปแล้ว”

    “พี่ชายของเปี๊ยกเป็นคนดี สักวัน...ต้องมีคนดีๆมาทำให้พี่ธิตมีความสุขอีกครั้ง...เชื่อเปี๊ยกนะ”

    สาธิตมีพลังใจจะดำเนินชีวิตต่ออีกครั้ง แม้จะลืมติวดีไม่ได้แต่เขาก็คิดว่าจะมีความสุขกับสิ่งที่มี และงานก็คืออีกอย่างที่เขารัก ชายหนุ่มทุ่มเทให้กับงานจนแทบไม่สนใจใคร จนกระทั่งได้เจอกับเจนจิรา ทนายความสาวหน้าใหม่ที่มาดักรอที่ศาลหวังขอเข้าไปเก็บคดีกับทนายความมืออาชีพ

    เจนจิราเป็นน้องสาวคนเดียวของเจตร เธอเพิ่งได้ใบอนุญาตให้ว่าความไม่นาน และวันนี้เธอก็ตั้งใจแล้วจะขอเข้าไปเก็บคดีกับทนายรุ่นพี่สักคน แต่ก็โชคไม่ดีเมื่อไม่มีใครยอมให้เธอเข้าร่วมด้วยเหตุผลต่างๆนานา

    สาธิตก็คงจะมองข้ามเธอเช่นกัน ถ้าไม่เห็นภาพน่ารักๆของเธอที่ทำให้เขาคิดถึงติวดี ทนายหนุ่มตัดสินใจยอมให้เธอทำคดีร่วม เจนจิราตื่นเต้นและประหม่าจนเกือบจะทำพลาดอยู่แล้ว ถ้าเขาไม่ยื่นมือมาช่วยและให้กำลังใจ

    “ถ้าอยากชนะ เราต้องชนะตัวเองก่อน มีสติ...ควบคุมตัวเองให้ได้ อย่าทำให้พี่ผิดหวังที่ให้เราทำคดีนี้”

    การว่าความผ่านพ้นไปด้วยดี เจนจิราประทับใจสาธิตมากจนอยากจะขอฝึกงานต่อกับเขา แต่ก็ต้องคลาดกันโดยไม่ตั้งใจเพราะเขาดันมีธุระด่วนต้องรีบไปเคลียร์ที่สำนักงาน

    ooooooo

    เจตรหัวเราะเบาๆกับความโก๊ะกังของน้องสาว เมื่อเธอโทร.มาเล่าวีรกรรมของตัวเองในศาลวันแรก วิศวกรหนุ่มไม่ได้สนใจทนายหนุ่มรุ่นพี่ที่น้องสาวบ่นเสียดายมากนัก มัวแต่สนใจหนังสือเล่มโปรดในมือที่เขามาทำเรื่องยืมต่อเพราะยังอ่านไม่จบ โดยไม่รู้ว่ามีบัตรคอนเสิร์ตที่รับปากน้องสาวว่าจะพาไปดูสัปดาห์หน้าเสียบคาไว้

    ดารากาก็แวะมายืมหนังสือที่ห้องสมุดเดียวกัน หนุ่มสาวคลาดกันไปมา ก่อนที่ครูสาวคนสวยจะยืมหนังสือเล่มโปรดของวิศวกรหนุ่มไปเสียก่อน เพราะมันดันถูกวางบนกองหนังสือคืนแล้ว

    เจตรเสียดายมากแต่ก็คิดว่าจะมายืมใหม่ พลันก็ได้ยิ้มกว้างหลังจากนั้น เมื่อพนักงานห้องสมุดโทร.มาแจ้งว่ามีคนนำหนังสือเล่มนั้นมาคืนพร้อมบัตรคอนเสิร์ตที่เสียบคาในนั้น

    “ขอโทษที่ยืมหนังสือที่คุณจองไว้ ดูคอนเสิร์ตให้สนุกนะคะ”

    เจตรยิ้มบางๆกับข้อความนั้น ก่อนจะตัดสินใจคืนหนังสือและฝากให้ผู้ขอยืมอีกคน

    “ขอบคุณที่เก็บตั๋วให้ หนังสือเล่มนี้สนุกมาก ผมอ่านไม่ถึงครึ่งเล่มยังติดเลย ขอให้สนุกนะครับ”

    ดารากายิ้มรับกับข้อความนั้น และก็เหมือนโชคชะตาจะเป็นใจ เมื่อสองหนุ่มสาวได้เจอหน้ากันจนได้ในร้านอาหารไม่ไกลจากห้องสมุด ทั้งสองบังเอิญสั่งอาหารเมนูเดียวกันเลยได้พูดคุยกันอย่างถูกคอเป็นครั้งแรก ดารากาปลื้มใจมาก และถึงกับหน้าแดงที่ถูกเย้าขำๆว่าเขากับเธอเหมาะจะอยู่ด้วยกัน...

    ชีวิตฟู่ฟ่าของจีราวัจน์กลับมาอีกครั้ง แต่ก็ไม่วายถูกลอบกัดและขัดแข้งขัดขา โดยเฉพาะจากพิมนางเอกจอมลวงโลกคู่ปรับคนสำคัญ และครั้งนี้สุกี้ก็แทบเต้น

    เมื่อรู้จากผู้ช่วยว่าพิมแย่งงานจากจีราวัจน์ดื้อๆ

    พิมกระหยิ่มใจมาก คิดว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้สวย แต่ก็ต้องสะอึกหน้าเสีย เมื่อสุกี้โผล่มาบอกว่างานโชว์ตัวอื่นๆของเธอถูกยกเลิกกะทันหัน นางเอกสาวจอมลวงโลกเบิกตาโพลงจะเอาเรื่อง แต่สุกี้ก็ไม่ยี่หระ ตีหน้าซื่อ

    “อย่ามามองพี่อย่างนั้น พี่ไม่รู้เรื่องอะไร”

    พูดจบก็โทร.หาผู้ช่วยเช็กเรื่องให้เด็กในสังกัดเสียบงานแทน พิมถึงกับปรี๊ดแตก

    “พี่ทำอย่างนี้ได้ยังไง”

    “แกทำยังไงกับจี ฉันก็ทำอย่างนั้นแหละ โถ... แหกปากบอกใครต่อใครว่าเกิดเป็นดาว แต่ดันมาเจอจี

    ที่เป็นดาวตั้งแต่ยังไม่เกิด เลยต้องดิ้นหนีตายใช้วิธีสิ้นคิด เป่าหูผู้จัดป้ายสีจี...น่าสังเวช!”

    “อย่างนางเอกพี่ ไม่ต้องเป่าหูใครให้เสียปากหรอก เรื่องเน่าก็ส่งกลิ่นโชยไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”

    “จีอาจจะเน่านอกแต่งามข้างใน ไม่เหมือนชะนีบางตัว เน่าใน...อยากโกอินเตอร์จนยอมขึ้นห้องนายทุน”

    “พี่สุกี้รู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ”

    “เพราะฉันฉลาด ไม่ได้โง่อย่างแกไงนังลูกกรอก จำไว้!...ฉันคือคนปั้นแกมา ช่องไหน รูไหนแกเน่า ฉันรู้หมด! เพราะฉะนั้น...อย่าบังอาจใช้วิธีเลวๆกับฉัน ไม่อย่างนั้นไส้แกมีกี่ขดๆ แม่จะแฉให้หมด...ไม่เชื่อก็ลองดู!”

    ooooooo

    การขัดแข้งขัดขาของพิมทำอะไรจีราวัจน์ไม่ได้เพราะมีสุกี้เป็นด่านหน้า แต่กระนั้น...ดาราสาวก็โชคไม่ดี เมื่อดันรับงานพรีเซ็นเตอร์ที่มีงานโชว์ตัว แล้วเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคเกือบตกจากสลิง!

    ชยันต์ที่ตามมาเก็บภาพเพื่อนำไปใส่ในละคร

    อยู่ใกล้เวทีที่สุดเลยถลาไปรับ แต่จีราวัจน์ก็บาดเจ็บที่ขาจนต้องเดินกะเผลก ปียากุลที่บังเอิญแวะมางานพร้อมกับสาธิตเห็นภาพสามีอุ้มดาราสาวก็ถึงกับพูดไม่ออก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด และไม่รอช้าจะตามไปเอาเรื่อง

    สุกี้สังหรณ์ใจอยู่แล้วว่าจะมีเรื่อง แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นปียากุลที่บุกมาอาละวาดถึงหลังเวที ชยันต์เห็นท่าไม่ดี กลัวเรื่องจะลุกลามด้วยความเข้าใจผิดเลยจัดการลากตัวภรรยาจอมหึงไปคุยข้างนอก

    “ทำไม...กลัวนางเอกคุณจะโดนเปี๊ยกด่าต่อหน้าคนอื่นหรือไง ถึงต้องลากออกมาเคลียร์กันข้างนอก”

    “เปล่า...แต่ผมต้องการลากให้คุณออกมาตั้งสติ แล้วฟัง...”

    “ไม่ฟัง! คุณทำอย่างนี้กับเปี๊ยกได้ยังไงชยันต์ บอกกับเปี๊ยกว่าถ่ายละครแต่กลับมาเฝ้านังนั่นที่นี่”

    พูดจบก็ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ชยันต์ขบฟันแน่น พยายามข่มอารมณ์อย่างมาก

    “คุณรู้ไหมว่าทำไมผู้ชายมันถึงนอกใจเมีย...ก็เพราะมีเมียแบบนี้ไง”

    ปียากุลผงะ หลายปีที่แต่งงานกัน เขาไม่เคยยอกย้อนแบบนี้ แต่ชยันต์ก็หมดความอดทนเสียแล้ว

    “ทีกับคนอื่น คุณคุยได้เป็นชั่วโมง คุณถามได้เป็นสิบๆคำถาม แต่ทีกับผม...คนที่เป็นสามีคุณ คุณไม่เคยคิดจะถามแม้แต่คำถามเดียวว่าผมมาที่นี่ทำไม”

    “มันเห็นอยู่แล้วว่าคุณมาทำไม”

    “งั้นผมจะบอกในสิ่งที่คุณไม่เห็นให้ฟัง...ผมมาที่นี่เพื่อมาเก็บภาพงานอีเวนต์ไปใส่ในละคร”

    “หาคำโกหกที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วเหรอ”

    ขาดคำหนึ่งในทีมงานก็โผล่มาแจ้งเรื่องยกเลิกการบันทึกภาพเพราะจีราวัจน์บาดเจ็บ ก่อนจะหันไปสวัสดีภรรยาผู้กำกับหนุ่ม ปียากุลถึงกับหน้าเสียที่ไม่เชื่อสามี แต่ก็ทิฐิไม่ยอมขอโทษ ชยันต์หัวเสียมาก ประกาศเลิกกองทันที!

    จีราวัจน์ไม่มีเวลาปลอบชยันต์ ต้องค่อยๆแอบกองทัพนักข่าวไปลานจอดรถด้านหลัง แต่ก็ไม่พ้นสายตาของสาธิตที่โมโหแทนญาติสาวจนไม่ทันสังเกตว่าดาราสาวเจ็บที่ขาจริงๆ

    “เชื่อหรือยังว่ากฎแห่งกรรมมันมีจริง แถมยังทำงานได้รวดเร็วและเที่ยงตรงมากๆ”

    จีราวัจน์จะเดินหนี ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขาให้รำคาญใจ แต่สาธิตก็ตามตอแย

    “เอ...หรือว่าจริงๆแล้วไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่ตั้งใจตกลงมา สามีคนอื่นจะได้เข้าไปช่วย ได้เป็นข่าว แถมยังได้สร้างความแตกแยกให้ครอบครัวคนอื่น ลงทุนเจ็บตัวนิดหน่อย...แต่ก็คุ้ม!”

    ถ้อยคำถากถางและดูถูกของเขาทำให้จีราวัจน์เหลืออด หันไปตอกเสียงเข้ม

    “ถ้าจะมโนเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้ เลิกเป็นทนายแล้วไปเขียนนิยายดีกว่านะ คนอย่างฉัน...ถ้าจะลงทุนเจ็บตัว มันต้องได้กลับคืนมากกว่านี้ แค่สามีคนอื่นฉันไม่ต้องการ!”

    “แล้วต้องการอะไร หรือต้องการแย่งของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง”

    “ถ้าผู้ชายอยากมาเอง ฉันก็ช่วยไม่ได้”

    “อย่ามายุ่งกับพี่ชยันต์!”

    “คุณไปบอกเขาเองก็แล้วกัน อย่ามายุ่งกับฉัน!”

    “คุณนี่มันเห็นแก่ตัวจริงๆ อยู่ที่ไหนมีแต่คนเดือดร้อน”

    “ถ้าคุณไม่อยากเดือดร้อนอีกคน ก็อยู่ห่างๆฉันไว้แล้วกัน”

    “ผมไม่กลัวคุณ ผู้หญิงอย่างคุณทำอะไรผมไม่ได้หรอก”

    พูดจบก็กระชากเธอมาใกล้ ประกาศกร้าว “อยากจะมั่วกับผู้ชายคนไหนก็ไป แต่อย่ามายุ่งกับคนในครอบครัวผม ถ้าน้องสาวผมต้องเจ็บเพราะคุณ ครั้งนี้จะไม่มีใครหยุดผมทำลายคุณได้อีก!”

    ooooooo

    ปฏิกิริยาเกรี้ยวกราดของชยันต์เมื่อวันก่อนทำให้ปียากุลช้ำใจมาก แต่ไม่คิดโทษตัวเอง กลับโยนความผิดทุกอย่างให้จีราวัจน์ และวันนี้เธอก็จะทำให้อีกฝ่ายได้เห็นฤทธิ์เดชบ้าง ด้วยการจ้างนักแสดงสาวตัวประกอบเล็กๆมาสร้างสถานการณ์และตบจีราวัจน์แบบไม่ออมมือ

    ชยันต์เคืองภรรยาคนสวยไม่หาย แต่ก็ไม่อยากผูกใจเจ็บให้บรรยากาศในการทำงานเสีย เลยปล่อยให้เธอลอยหน้าลอยตาเข้าไปตรวจงาน โดยไม่คิดเลยว่าหลังจากนั้นกองถ่ายจะวุ่นวายไปหมดเพราะตัวประกอบสาวที่เธอจ้างมาจะหาเรื่องตบจีราวัจน์จนช้ำไปทั้งหน้าและหัวแตกเลือดออกซิบๆ

    จีราวัจน์เห็นสายตาสาแก่ใจของปียากุลก็พอรู้สาเหตุ แต่ก็ไม่อยากตอบโต้ให้ชยันต์เพื่อนรุ่นพี่ที่ดีกับเธอเสมอต้องลำบากใจ ผู้กำกับหนุ่มเสียอีกที่เป็นฝ่ายทนไม่ได้ ต้องลากภรรยาจอมหึงไปต่อว่า

    ปียากุลไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ทำแม้แต่น้อย ตอกสามีเสียงเขียว

    “อย่างน้อยเปี๊ยกก็ทำให้จีราวัจน์รู้ว่าเหนือกว่ามันก็คือเปี๊ยก คนที่ตบมันได้โดยไม่ต้องใช้มือตัวเอง!”

    ชยันต์ผิดหวังในตัวภรรยามาก แววตาเปลี่ยนจากแข็งกร้าวเป็นเย็นชา “คุณเปลี่ยนไปมากนะเปี๊ยก... เปลี่ยนไปจนผมเริ่มสงสัยแล้วว่าถ้าผมรู้ตั้งแต่แรกว่าคุณเป็นผู้หญิงแบบนี้ผมยังจะแต่งงานกับคุณหรือเปล่า”

    “ชยันต์! พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงหะ”

    “ปียากุลที่ผมเคยรู้จัก...เคยรัก...หายไปไหน ผู้หญิงที่ทำให้ผมยิ้ม หัวเราะได้ในวันที่ผมเครียดที่สุด...ผู้หญิงคนนั้นหายไปไหน แล้วผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้เป็นใครกันแน่...ผมไม่รู้จริงๆ...”

    เหตุการณ์วุ่นวายในกองถ่ายทำให้ทุกคนป่วนไปหมด ไม่เว้นแม้แต่เวลาเลิกกองที่ชยันต์พาจีราวัจน์ไปดื่มเพื่อขอโทษ ส่วนปียากุลร้องไห้จะเป็นจะตายจนสาธิตต้องพาไปร้องเพลงแก้เครียดที่บ้าน

    จีราวัจน์ไม่ถือสาหาความปียากุลเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต แต่ชยันต์ไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่า

    ปียากุลทำเกินกว่าเหตุและควรจะต้องได้บทเรียนเสียบ้าง

    ปียากุลไม่ได้สำนึกผิด แต่ตีโพยตีพายกับสาธิตที่ชยันต์เปลี่ยนไปเพราะจีราวัจน์ สาธิตพอจะเข้าใจสถานการณ์ แต่ก็ไม่เห็นด้วยที่ญาติสาวจะใช้อารมณ์ตัดสินทุกเรื่อง โดยเฉพาะความรู้สึกของชยันต์

    “เปี๊ยกร้องเพลงให้คอแตก พี่ชยันต์ก็ไม่เข้าใจความรู้สึกเปี๊ยกหรอก ต้องกลับไปคุยกันที่บ้านโน่น ไปบอกเขาว่าเปี๊ยกคิดอะไร รู้สึกยังไง เขาถึงจะเข้าใจ”

    “ไม่! เปี๊ยกพูดอะไรเขาก็ไม่ฟังหรอก ตอนนี้เปี๊ยกในสายตาชยันต์เป็นนางมาร...ถ้าเปี๊ยกฉลาดตามทัน เปี๊ยกก็เป็นนางมาร ถ้าเปี๊ยกแกล้งโง่ เปี๊ยกก็เป็นควาย คนอย่างเปี๊ยก...ทำอะไรไม่เคยดีเลย”

    “ใครบอก...เปี๊ยกทำดีแล้ว เพียงแต่บางครั้งอาจทำเยอะเกินไป ความรักก็เหมือนน้ำตาล ถ้าไม่ใส่ก็จืดชืด แต่ถ้าใส่มากไปก็แสบคอ ต้องใส่ให้พอดีถึงจะหอมหวานอร่อย”

    “ตอนนี้เปี๊ยกจะเติมหรือไม่เติมน้ำตาล ชยันต์ก็ไม่สนใจหรอก เพราะตอนนี้ใจเขามันไปอยู่ที่จีราวัจน์แล้ว”

    “แต่ตัวพี่ชยันต์ยังอยู่กับเปี๊ยกนี่ มันยังไม่สายไปที่เปี๊ยกจะรีบแก้ไข ก่อนที่จีราวัจน์จะได้ทั้งตัวและหัวใจ”

    สาธิตเห็นญาติสาวเมาจนไม่ได้สติเลยพากลับบ้าน เช่นเดียวกับจีราวัจน์ที่พาชยันต์มาส่ง ทั้งสองเลยต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง และก็เป็นทนายหนุ่มที่อดไม่ได้ตามไปค่อนแคะ

    “มาทำไม! หรือได้กลิ่นว่าเมียเขาไม่อยู่เลยมาหาผัวเขาถึงในบ้าน คุณนี่มันจมูกไวดีนะ”

    จีราวัจน์เบื่อมากแต่ก็ไม่อยากอ่อนข้อให้ หันไปประชดกลับด้วยท่าทางและน้ำเสียงยียวน

    “มันเป็นความสามารถพิเศษของฉันอยู่แล้ว ก็ในตัวฉันมันมีสารพัดสัตว์ ทั้งจมูกไวเหมือนหมา ทั้งชอบวิ่งเข้าหาตัวผู้เหมือนแรด นี่ยังไม่รวมที่คิดจะเกาะเป็นปลิงเพื่อให้ได้คนที่อยากได้เร็วขึ้นด้วยนะ”

    “ผมอุตส่าห์พูดให้เปี๊ยกใจเย็นแต่คุณกลับไม่หยุด ผู้ชายในโลกนี้มันแห้งแล้งรึไงถึงต้องยุ่งกับพี่ชยันต์ หรือว่าคุณต้องการผลประโยชน์ บอกมาว่าต้องการละครอีกกี่เรื่อง เดี๋ยวผมบอกคุณลุงให้ จะได้ไม่ต้องเอาตัวแลกอย่างนี้!”

    “นี่ไม่ใช่เพราะคุณ ฉันคิดไม่ได้เลยนะ แทนที่จะเข้าทางพี่ชยันต์ ทำไมไม่เข้าทางคุณพัฒนะเลยน้า”

    สาธิตโกรธมาก คว้าแขนเธอมาบีบแน่น แต่จีราวัจน์ก็ไม่หวั่น สะบัดแขนออกแล้วสบตาเย้ยๆ

    “พูดกับฉันดีๆหน่อยสิคะ เพราะไม่แน่อีกหน่อย...ฉันอาจต้องดองกับคุณ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งก็ได้นะ”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 18:05 น.