ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    คลื่นชีวิต

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    จีราวัจน์หาทางไปงานศพของติวดีจนได้ โดยกดดันชยันต์ให้พาไป ผู้กำกับหนุ่มไม่มีทางเลือก ไม่อยากให้เธอบุกเดี่ยวกลัวจะฉาวและเป็นที่จับตามากไปกว่านี้ แต่เขาก็ต้องคิดผิด เพราะการมาถึงของดาราสาวสร้างความตกตะลึงให้แก่คนทั้งงาน รวมทั้งข้อสงสัยว่าเขามีความสัมพันธ์เช่นไรกับเธอกันแน่

    แต่ถึงจะถูกจ้องจับผิดแค่ไหน จีราวัจน์ก็ไม่สนใจ มุ่งหน้าไปเคารพศพติวดีพร้อมภาวนาจิต

    “ฉันขอโทษ...ขอให้รู้ไว้ว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ ขออโหสิกรรมต่อกัน ขอให้คุณติวไปที่สุขสงบ ส่วนเรื่องแม่ของคุณ ฉันสัญญา...ฉันจะดูแลท่านให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้”

    โชคดีที่สาธิตผละไปคุยกับเจ้าอาวาสเรื่องวันฌาปนกิจศพติวดี จีราวัจน์เลยมีโอกาสคุยกับนวดี

    “จีเสียใจเรื่องคุณติวดีด้วยจริงๆนะคะ...หนูกราบขอโทษ”

    “หนูจะมาขอโทษฉันทำไม หนูไม่ใช่คนทำ คนทำคือคนขับรถหนูไม่ใช่เหรอ”

    “จี...เอ่อ...ขอโทษแทนคนขับรถของจีน่ะค่ะ”

    “ไม่เป็นไรหรอก ป้าไม่อยากถือโทษโกรธใครให้เป็นบาปกับลูกป้า คิดซะว่าลูกของป้าทำบุญมาได้แค่นี้”

    ท่าทางเย็นชาเหมือนยอมรับสภาพของนวดีทำให้จีราวัจน์ยิ่งรู้สึกผิด ชยันต์ไม่อยากให้เธอกลายเป็นเป้าสายตามากไปกว่านี้เลยพาไปนั่งฟังสวดเงียบๆ แต่พิธีกรรมก็ต้องชะงักไม่นานหลังจากนั้น เมื่อสาธิตเห็นว่าใครมาร่วมงาน

    “ติวคงฟังเสียงสวดอย่างไม่เป็นสุข ตราบใดที่ผู้หญิงคนนี้ยังนั่งอยู่ในนี้!”

    สาธิตจัดการไล่ดาราสาวออกจากงาน โดยมีชยันต์ตามมาห้ามทัพ แต่ก็ห้ามอารมณ์พลุ่งพล่านด้วยความแค้นของทนายหนุ่มไม่ได้ จีราวัจน์ไม่ได้โกรธแต่พยายามขอโทษเขาจากใจจริง

    แต่กระนั้น...สาธิตก็ไม่เชื่อ แหวกลับเสียงเข้ม “ไม่ต้องแสดงละคร ผมรู้...คนอย่างคุณไม่มีคำว่าเสียใจ ถนัดอยู่แล้วนี่...หนีปัญหาแล้วโยนให้คนอื่นรับผิดชอบ คุณมันเลือดเย็น เห็นแก่ตัว!”

    ชยันต์เห็นท่าไม่ดี พยายามไกล่เกลี่ยแต่สาธิตไม่ยอมจบ “ถ้าฉันใจร้อน...ฉันทำมากกว่านี้แน่! คุณคงคิดว่าเงินจัดการทุกอย่างได้เหมือนครั้งแรกที่คุณขับรถชนรถผมแล้วใช้เงินซื้อความผิดชอบ...แต่สำหรับผม...”

    สาธิตควักเงินของเธอเมื่อวันก่อนปาใส่หน้า ประกาศกร้าว

    “นี่เงินคุณ...เงินคุณซื้อผมไม่ได้!”

    จีราวัจน์ได้แต่ยืนนิ่ง ความรู้สึกหลายอย่างถาโถมจนพูดไม่ออก แต่สาธิตก็ไม่ยี่หระ ตวาดไล่

    “กลับไปเลยและไม่ต้องมาอีก ไม่ว่าคุณจะพยายามบิดเบือนความจริงมากแค่ไหน แต่คุณหลอกผมไม่ได้ ผมจะทำให้คุณเห็นว่าความถูกต้องอยู่เหนือทุกอย่าง!”

    อารมณ์เกรี้ยวกราดของสาธิตทำให้จีราวัจน์สะเทือนใจมาก แต่ก็อยากให้เขาเปิดใจบ้าง

    “ฉันก็หวังว่าระหว่างที่คุณสอนความถูกต้องให้ฉัน คุณก็สอนตัวเองให้มีความยุติธรรมกับฉันด้วย โดยเฉพาะคุณเป็นทนายไม่ควรตัดสินใครดีหรือเลว ถ้ายังไม่รู้ความจริงทั้งหมด”

    “แค่ครั้งแรกที่ผมเจอคุณ...ผมก็รู้หมดแล้วว่าความจริงมันคืออะไร!”

    ooooooo

    จีราวัจน์คงยืนเถียงกับสาธิตถึงเช้า ถ้ากองทัพนักข่าวจะไม่มาขอสัมภาษณ์เธอถึงเรื่องอุบัติเหตุเสียก่อน โชคดีที่สุกี้รู้ทันมารับเธอกลับคอนโดทันเวลา แต่กระนั้นพวกนักข่าวก็กวนไม่เลิก และชยันต์ก็เป็นแหล่งข่าวที่น่าสนใจ ปียากุลรู้เข้าก็เดือดเนื้อร้อนใจมากถึงขั้นจะปลดจีราวัจน์จากการเป็นนางเอกเพื่อจบปัญหา

    พัฒนะร้อนใจมาก ไม่อยากเสียผลประโยชน์พยายามจะรั้งตัวลูกสาวไว้

    “แล้วคุณพ่อคิดว่าจะขวางเปี๊ยกได้ไหมคะ”

    “ถ้าขวางได้ นางเอกที่เล่นละครให้บริษัทเราไม่ถูกปลดเป็นว่าเล่นอย่างนี้หรอก”

    “งั้นคุณพ่อก็หานางเอกใหม่มาเสียบแทนจีราวัจน์ได้เลย เปี๊ยกไม่เอามันไว้แน่!”

    “แต่พ่อไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น ละครของเรากำลังไปได้สวย ถ้าเปี๊ยกจะฟาดงวงฟาดงาก็ไปจัดการกับผัวตัวเอง ห้ามยุ่งกับจีราวัจน์เด็ดขาด นี่ไม่ใช่คำขอร้องนะเปี๊ยก...แต่เป็นคำสั่ง!”

    เมื่อลงกับจีราวัจน์ไม่ได้ ปียากุลก็พุ่งเป้ามาที่สามีโทษฐานพัวพันกับดาราสาวจนโดนหางเลขถูกนักข่าวไล่ล่าสัมภาษณ์แบบนี้ ชยันต์เครียดเพราะเป็นห่วงจีราวัจน์อยู่แล้ว เห็นภรรยาปรี๊ดใส่ก็ยิ่งประสาทเสีย

    “คุณไม่เห็นรึไงว่าคุณกำลังทำคนอื่นเดือดร้อน”

    “จะต้องแคร์ทำไม ทีคนอื่นทำเปี๊ยกเดือดร้อนใจยังไม่มีใครแคร์เลย เห็นไหม...นักข่าวโทร.มาหาเปี๊ยกเป็นร้อยสายว่าผัวไปงานศพกับนางเอก แล้วเปี๊ยกอยู่ไหน...นั่งโง่รอผัวอยู่บ้านไง คุณทำได้ยังไง คุณพาฆาตกรไปงานศพติวดี คุณเหยียบหน้าเปี๊ยกไม่พอ คุณยังเหยียบย่ำความรู้สึกพี่ธิตด้วย”

    “เอาเป็นว่าที่ผมทำ...ผมพยายามช่วยทุกฝ่าย”

    “ฝ่ายเดียวที่คุณควรช่วยคือพี่ธิต พี่ธิตคือคนที่สูญเสีย พี่ธิตคือญาติของเรา...ไม่ใช่สาระแนพาจีราวัจน์ไปแสดงบทโศกที่วัด และต่อให้ทั้งคุณพ่อ ทั้งคุณ ทั้งสุกี้ป่าวประกาศว่าจีราวัจน์ไม่ใช่คนฆ่าติวดี แต่พี่ธิตไม่มีวันเชื่อ ต่อให้มันมีแม่เป็นคุณหญิง มีพ่อเลี้ยงเป็นนักธุรกิจใหญ่ช่วยเก็บกวาดหลักฐาน มันก็ไม่มีทางหนีพ้นมือพี่ธิตไปได้...ไม่เชื่อก็คอยดู!”

    สาธิตกัดไม่ปล่อยตามที่ปียากุลคาดทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่ตรวจสอบหลักฐานชิ้นสำคัญ ไม่เว้นแม้แต่รถสปอร์ตของจีราวัจน์ที่ถูกตำรวจยึดเป็นของกลาง ดาราสาวก็รู้ดีแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนิ่งเฉยตามคำขอของสุกี้ แต่เพียงไม่นานก็แทบเต้นผาง เมื่อสิทธาต้นเรื่องตัวจริงโทร.มากวนประสาท

    “แก...ไอ้โรคจิต!”

    “เรียกผู้มีอุปการคุณให้ไพเราะหน่อย ฉันช่วยเหลือเธอตั้งหลายอย่าง ถ้าไม่ได้ฉัน...เธอเข้าคุกไปนานแล้ว”

    “แกไม่ได้ปกป้องฉัน แกปกป้องตัวแกเอง เพราะแกรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะความชั่วช้าของแก แกมอมยาฉัน! ทำให้ชีวิตคนที่เขาไม่รู้เรื่องต้องตาย คนที่จะติดคุกไม่ใช่ฉันแต่เป็นแก!”

    เพราะคำพูดท้าทายของสิทธาแท้ๆ ทำให้จีราวัจน์ผลุนผลันคว้ากุญแจรถของดารากาไปหาหลักฐานเพื่อมัดตัวพ่อเลี้ยงจอมหื่น แต่ก็โชคไม่ดีเจอสาธิตที่มาตามหาภาพจากกล้องวงจรปิดเช่นกัน

    จีราวัจน์เกือบจะจับตัวพนักงานเฝ้ารถมาเป็นพยานได้แล้ว แต่การปรากฏตัวของสาธิตก็ทำให้เขาหนีไปก่อนเพราะไม่อยากพัวพันคดีความ สาธิตโกรธมาก เข้าใจผิดคิดว่าดาราสาวมาข่มขู่พยาน จีราวัจน์พยายามจะอธิบายแต่เขาก็ไม่เปิดโอกาส หลับหูหลับตาเชื่อว่าเธอเป็นคนผิดจนเธอต้องประชด

    “เอาเลย! เชิญหาหลักฐานมาลากฉันเข้าคุก ถ้าทำแล้วคุณจะมีความสุข โดยไม่แคร์เลยว่าความจริงคืออะไร!”

    ooooooo

    สาธิตคงต่อปากต่อคำกับจีราวัจน์อีกนาน ถ้าพิเชษที่ตามเพื่อนมาหาหลักฐานจะไม่ห้ามไว้ ดาราสาวเลยได้บึ่งรถไปงานโชว์ตัวทันเวลา หลังจากที่ปล่อยให้สุกี้โทร.หามือแทบหงิก

    พิมที่ได้โชว์ตัวในงานนี้เช่นกันคอยค่อนแคะและแดกดัน แต่จีราวัจน์ก็ไม่สนใจ ปล่อยให้สุกี้รับหน้าตามลำพัง สร้างความเจ็บแค้นให้แก่นางเอกจอมลวงโลกมาก และวางแผนจะเอาคืนด้วยการแอบบอกนักข่าวให้ตามไปดักหน้ารอสัมภาษณ์จีราวัจน์ เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องไม่อยากเจอนักข่าวรุมทึ้ง

    แต่ก็ต้องผิดคาด เมื่อจีราวัจน์ตั้งรับได้ดี ตอกกลับนักข่าวจนหน้าหงายเมื่อถูกคาดคั้นเรื่องอุบัติเหตุ

    “ใครถามว่าจีเสียใจหรือเปล่า ถ้าเป็นพี่...รู้ว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น มีคนเสียชีวิต พี่จะรู้สึกยังไง พี่จะเสียใจไหม”

    นักข่าวที่ตั้งคำถามหน้าเสีย จีราวัจน์เลยสำทับ

    “จีก็เป็นคนไม่ต่างจากพี่ ทำไมถึงคิดว่าจีจะไม่รู้สึกเหมือนพี่คะ”

    แต่กระนั้น...บรรดากระจอกข่าวก็ไม่ยอมจบ ถามเรื่องที่เธอเป็นคนขับรถว่าจริงหรือไม่

    “ขอชื่อแหล่งข่าวหน่อยค่ะ ใครคะ...เขาเห็นกับตารึเปล่า”

    นักข่าวหลุดชื่อพิม จีราวัจน์เลยถึงบางอ้อว่าเรื่องทั้งหมดคงเป็นแผนของนางเอกคู่ปรับ สวนเสียงเรียบ

    “อยากรู้ว่าจริงไหมก็ต้องไปถามพี่พิมนะคะ เพราะ จีไม่ได้พูด ข้อมูลที่พี่ได้มาอาจ...มั่วก็ได้นี่คะ”

    พิมที่แอบฟังอยู่กับลูกน้ำหัวเสียมากที่ถูกแขวะ และเกือบจะโผล่ไปเอาเรื่องจีราวัจน์อยู่แล้ว ถ้านักข่าวจะไม่โพล่งถามเสียก่อนเรื่องที่ดาราสาวเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเอง

    “จีพูดหมดแล้ว...ผิดหรือไม่ผิดอยู่ที่ปลายปากกาของพวกพี่ค่ะ ไม่ใช่จากปากจี...ขอบคุณทุกคนนะคะ”

    จีราวัจน์รอดพ้นจากการรุมสัมภาษณ์ของนักข่าวไปได้ ปียากุลที่เกาะติดข่าวของดาราสาวถึงกับของขึ้น และอดพาลกับชยันต์ไม่ได้ที่เชื่อว่าจีราวัจน์เป็นผู้บริสุทธิ์

    “คนเล่นละครเก่งแค่ไหน...แต่สุดท้ายคนผิดก็ต้องทิ้งหลักฐาน ขนาดเปี๊ยกไม่ใช่ทนาย เปี๊ยกยังจับผิดได้ แล้วพี่ธิตล่ะจะทำไม่ได้เหรอ ใครๆอาจจะช่วยกันปกป้องจีราวัจน์ แต่กรรมไม่เคยปกป้องใคร ถ้าทำเลวก็ต้องชดใช้!”

    แหวจบก็สั่งลูกน้องให้ลงคิวจีราวัจน์ ไม่ยอมให้เลื่อนถ่ายละครอีก ชยันต์จะค้านแต่ก็ถูกภรรยาจอมหึงดักคอ

    “ถ้านางเอกคุณติดคุก ไม่ต้องห่วงนะคะ...เปี๊ยกเปลี่ยนนางเอกให้ได้ คุณรู้อยู่แล้วว่าเปี๊ยกถนัดเปลี่ยนนางเอก!”

    แรงกดดันของปียากุลทำให้ชยันต์ทนเฉยต่อไปไม่ไหว บุกไปหาสาธิตเพื่อขอร้องเรื่องจีราวัจน์

    “ตั้งแต่ผมเห็นพี่แต่งงานกับเปี๊ยก ผมไม่เคยเห็นพี่มาพูดแทนเปี๊ยกเลยสักครั้ง”

    “มันไม่เหมือนกัน ถึงเปี๊ยกไม่มีฉันแต่เปี๊ยกก็มีนายกับคุณพ่อปกป้อง แต่จีไม่มีใคร”

    “ไม่แปลกใจหรอกที่ผู้หญิงเห็นแก่ตัวคนนั้นจะไม่มีใครในชีวิต”

    “ธิต...ฉันอยากให้นายรู้จักจี แล้วนายจะรู้ว่าจีไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิด”

    “ผมไม่ต้องการรู้จักผู้หญิงคนนั้น ถ้าเป็นไปได้...ไม่ต้องเจอหน้าเลยยิ่งดี เพราะผมกลัวใจตัวเองว่าจะอดทนรอกฎหมายลงโทษเขาไม่ได้แล้วใช้กฎอื่นลงโทษแทน!”

    ooooooo

    จริยาก็เป็นอีกคนที่อยากจบเรื่องทุกอย่าง ตัดสินใจส่งสุกี้ไปเจรจากับนวดี เสนอเงินก้อนโตเพื่อปิดปาก แต่ครูสาวเจ้าของบ้านเด็กกำพร้าก็ไม่ยอมรับเงินสักบาท จนสุกี้ต้องกลับพร้อมกับความผิดหวัง

    จีราวัจน์ไม่รู้เรื่อง หนีความวุ่นวายในเมืองมาหาอารีครูสอนร้องเพลงหนุ่มใหญ่ที่เธอรู้จักตั้งแต่เล็กแต่น้อย เวลาเดียวกับที่สาธิตแวะมาหานวดีเพื่อเยี่ยมเยียนเหมือนเคย

    “น้าว่าจะเก็บของของติวไปบริจาค”

    “บริจาค...ทำไมล่ะครับ ของนี่มันของผมกับติว ผมอยากเก็บของติวไว้ให้เหมือนว่าติวยังอยู่”

    “เอาไปบริจาคเถอะธิต เผื่อผลบุญจะส่งให้ชาติหน้าติวจะมีชีวิตที่ดี อย่าเจอคนที่ไม่เห็นคุณค่าชีวิตเขา”

    เพราะคำพูดแปลกๆของนวดีทำให้สาธิตติดใจ คาดคั้นจนรู้ว่าสุกี้แวะมาก่อนหน้านี้เพื่อเสนอเงินก้อนใหญ่ปิดปากนวดี ทนายหนุ่มโกรธมากและสัญญาจะทำทุกอย่างเพื่อเอาเรื่องให้ถึงที่สุด!

    จีราวัจน์ไม่รู้ตัวจะถูกเอาเรื่อง ปรับทุกข์กับอารีเซ็งๆเรื่องคดีความที่ตนยอมรับผิดไม่ได้

    “จีอยากขับรถไปสถานีตำรวจแล้วบอกความจริงให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยนะครู จีอยากเดินเข้าคุกอย่างมีเกียรติ ไม่ใช่อยู่เชิดหน้าในสังคมอย่างไร้เกียรติแบบนี้”

    “แต่ทำไม่ได้เพราะติดที่ยังมีคนอีกเป็นร้อยที่ต้องพัง ถ้าแกยอมรับความจริงสินะ”

    “เพราะอย่างนั้น...จีถึงได้เหมือนคนน้ำท่วมปากอยู่นี่ไงครู”

    “กรรมของแก”

    อารีไม่อยากให้ลูกศิษย์สาวเครียดเลยเปลี่ยนเรื่องคุย หวังให้เธอหัวเราะ แต่เพียงไม่นานจีราวัจน์ก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อครูสอนร้องเพลงหนุ่มดันหลุดปากเรื่องเขาเป็นเพื่อนบ้านของนวดี

    สาธิตมัวหมกมุ่นกับข้าวของของติวดีจนไม่ทันสังเกตว่ามีคนบุกรุกเขตบ้านนวดี จนเมื่อได้ยินเสียงขลุกขลักจากด้านนอก ถึงตามไปดูจนรู้ว่าเป็นจีราวัจน์ที่มาทำท่าลับๆล่อๆ

    “มารอฟังผลการเจรจารึไง”

    “ผลเจรจาอะไร”

    ท่าทางเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ของจีราวัจน์ทำให้สาธิตหมั่นไส้มาก แกล้งเหน็บ

    “มีกล้องเหรอ...ตรงนี้ไม่เห็นมีกล้องนี่ หรือว่ามีกล้องตรงนั้น...เอ๊ะหรือว่าตรงโน้น”

    “คุณพูดเรื่องอะไร ไม่มีกล้องตรงไหนทั้งนั้นแหละ”

    “ถ้าไม่มีกล้อง ก็ไม่ต้องมาแสดง! เมื่อคืนไปงานศพ...ทำเป็นว่าเสียใจเสียเต็มประดา แต่วันนี้ส่งผู้จัดการมาเสนอเงินให้ปิดคดี ทำอย่างนี้...ยังจะหน้าด้านออกสื่อว่าไม่ได้ฆ่าคนอีกเหรอ”

    “ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม...แต่ฉันไม่รู้เรื่อง”

    พูดจบก็จะผละหนี แต่สาธิตก็ตามไปดักหน้า ค่อนแคะเสียงเข้ม

    “คงเห็นว่าเราจนเลยโยนเศษเงินตั้งสามล้านมาให้ คิดว่าเราต้องตาโตกับเงินล้านจนลืมชีวิตหนึ่งไป”

    จีราวัจน์นิ่วหน้าไม่เข้าใจ แต่สาธิตก็ไม่ทันสังเกตเพราะกำลังโมโหที่นวดีโดนดูหมิ่นและดูถูก

    “ถึงเราจะจนแต่เราไม่บูชาเงิน! ผมเคยบอกแล้วว่าเงินอาจซื้อทุกอย่างได้ยกเว้นผมและความถูกต้อง”

    สาธิตต้อนดาราสาวไปถึงริมตลิ่ง จีราวัจน์เห็นน้ำก็ใจเต้นแรงด้วยความกลัวสุดขีด และไม่ทันระวังจนเกือบตกน้ำ ถ้าทนายหนุ่มจะไม่คว้าข้อมือเธอไว้ ก่อนจะแขวะเสียงหยัน

    “คุณคงว่ายน้ำไม่เป็นสินะ ถึงได้กลัวจนมือเย็นขนาดนี้”

    “คุณไม่เข้าใจ คุณไม่รู้อะไร”

    “รู้สิ...รู้ว่าตอนนี้คุณคงรู้สึกเหมือนตอนติวเห็นไฟรถคุณส่องหน้า วินาทีของความกลัว วินาทีของความตาย!”

    จีราวัจน์พยายามส่งสายตาอ้อนวอนแต่เขาก็หน้ามืดเพราะความโกรธแค้นเสียแล้ว

    “คุณตีค่าหนึ่งชีวิตด้วยเงินสามล้าน งั้นดูสิว่าเวลาคุณจะตาย...เงินมันซื้อชีวิตคุณจากความตายได้ไหม”

    ขาดคำก็ปล่อยมือ ร่างบางของจีราวัจน์ตกน้ำ เธอตะเกียกตะกายอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เขาก็ไม่ยี่หระ

    “เป็นยังไง ความใกล้ตายมันน่ากลัวไหม...การยืนมองคนใกล้ตายมันรู้สึกอย่างนี้นี่เอง!”

    ooooooo

    จีราวัจน์เกือบจะหมดแรง แต่ก็ใจแข็งไม่ปริปากขอความช่วยเหลือ สาธิตมองมาด้วยความสะใจ แต่ไม่กี่อึดใจต่อมาก็เริ่มเครียด แอบกลัวลึกๆว่าดาราสาวจะจมน้ำตายเพราะน้ำมือเขาจริงๆ

    แต่สาธิตก็ไม่ต้องกังวลนาน เพราะมีชาวบ้าน ผ่านมาช่วยดาราสาวไว้ได้อย่างหวุดหวิด จีราวัจน์ไม่ได้โกรธเคืองหรือผูกใจเจ็บทนายหนุ่มแม้แต่น้อย แต่หัวเสียมากกว่าเมื่อรู้จากเขาว่าสุกี้เอาเงินมาฟาดหัวนวดี

    สุกี้แทบทำมือถือตกพื้นเมื่อจีราวัจน์โทร.มาต่อว่าเรื่องเสนอเงินให้นวดี ก่อนจะหลุดปากสารภาพว่าจริยาเป็นคนต้นคิด ดาราสาวเลยไม่รอช้าบุกไปเอาเรื่องแม่ถึงบ้าน

    ศิริลักษณ์เป็นคนรับสาย และคิดแผนร้ายจะเอาใจสิทธาและแก้แค้นจริยาด้วยการหลอกล่อจีราวัจน์ให้มาที่บ้าน ทั้งที่จริยาไม่อยู่ ออกไปงานข้างนอก สิทธาคอยอยู่แล้วและเมื่อลูกเลี้ยงสาวมาถึงก็รวบตัวมากอดอย่างหื่นกระหาย

    “อย่าเข้ามานะ ฉันตีแกตายแน่!”

    แจกันในมือจีราวัจน์ไม่ได้ทำให้สิทธาครั่นคร้าม พูดจายียวนกวนประสาท

    “อะไรกัน...เธอมาหาฉันถึงบ้าน แทนที่จะพูดขอบคุณดีๆ กลับก้าวร้าวกันอย่างนี้เหรอ”

    “ฉันไม่ได้มาหาแก ฉันมาหาแม่...ถอยไป!”

    พูดจบก็ถลาไปที่ประตูแต่ก็ถูกพ่อเลี้ยงจอมหื่นคว้าตัวกลับมาจนได้

    “ทำกับพ่อให้ดีๆหน่อยสิ แต่ลืมไป...เธอไม่เคยนับถือฉันเป็นพ่อเลี้ยงอยู่แล้ว แต่ไม่เป็นไรเพราะตั้งแต่ฉันเห็นเธอ ฉันก็ไม่เคยอยากเป็นพ่อ...แต่อยากเป็นผัวเธอ!”

    สิทธาจะซุกไซ้แต่จีราวัจน์ไม่ยอม สะบัดตัวหนีและตั้งท่าจะทุ่มแจกันใส่จนพ่อเลี้ยงจอมหื่นต้องตะล่อม

    “ไม่เอาน่าจีราวัจน์...เธอก็รู้ว่าขัดขืนฉันไปก็ไม่มีประโยชน์ ฉันมีเงิน มีอำนาจ ถ้าฉันอยากได้อะไรมันต้องได้...เธอไม่ชอบแม่เธอไม่ใช่เหรอ แม่เธอไล่เธอไปอยู่เมืองนอก ไม่เคยเหลียวแลเธอ เธอเลยรู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนไม่มีใคร ถ้าเธอยอมเป็นของฉัน ฉันจะให้เธออยู่เหนือกว่าแม่เธอ แม่เธอก็จะโดนทิ้งเหมือนที่เธอเคยโดน”

    จีราวัจน์ยืนนิ่ง ยอมให้เข้าใกล้จนพ่อเลี้ยงจอมหื่นตายใจ แต่กำแจกันในมือแน่น

    “แล้วคุณจะไม่ทิ้งฉัน...เหมือนที่คุณทิ้งแม่เหรอคะ”

    “ไม่มีทาง ฉันอยากได้เธอกว่าใคร ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ตามเธอตั้งแต่วันแรกที่แม่เธอพาเธอมาให้ฉันรู้จักหรอก”

    ยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยของสิทธาทำให้จีราวัจน์สะอิดสะเอียน แหวกลับเสียงเขียว

    “แต่ฉันไม่มีวันเอาแก!”

    ขาดคำก็ฟาดแจกันบนต้นคอสิทธาเต็มแรง ก่อนจะด่าทิ้งท้าย

    “นี่คือผลที่แกทำกับฉันคราวที่แล้วกับความเลวของแกวันนี้!”

    จีราวัจน์ฟาดแจกันบนหัวสิทธาอีกรอบแล้ววิ่งออกจากห้อง ศิริลักษณ์เข้าใจว่าเจ้านายเสร็จกิจเร็วก็รีบมาดักหน้าเย้ยหยัน เลยถูกดาราสาวด่ากราดแบบไม่ไว้หน้า แต่กระนั้น...สาวใช้เก่าแก่ก็ไม่หวั่น ตอกกลับและโยนความผิดทุกอย่างให้เป็นของจริยา ยิ่งแทงใจดำทำให้จีราวัจน์ยิ่งโกรธแม่

    ความโกรธทำให้จีราวัจน์ขับรถเร็ว ก่อนจะเบรกหน้าทิ่มเมื่อเจอรถของแม่กลางทาง จริยาที่เห็นสายเรียกเข้าของลูกสาวก่อนหน้าก็นึกสงสัย รีบกลับบ้านเพราะลางสังหรณ์บางอย่างเกี่ยวกับสามี แล้วก็ถึงกับผงะเมื่อเห็นหน้าลูกสาว

    แต่จีราวัจน์ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว แหวใส่หน้าแม่อย่างเหลืออด

    “หนูรู้ว่าแม่รักเงิน แต่ไม่เคยคิดว่าแม่จะใจดำผลักไสหนูตกนรกอย่างนี้ได้!”

    “แกพูดบ้าอะไร...เกิดอะไรกับแก”

    “ถ้าหนูบอกว่าผัวแม่จะทำหนูเป็นเมีย...แม่จะเชื่อไหม”

    จริยาอึ้งไปอึดใจ รู้แก่ใจว่าสิทธาหลงใหลในตัวลูกสาวแค่ไหนแต่ก็ทำเป็นไม่รับรู้ จีราวัจน์มองแม่ด้วยความผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่เคยเชื่อใจหรือเห็นความสำคัญของเธอเลย จริยาอ่านสายตานั้นออกแต่ก็จำต้องเพิกเฉยเพราะยังหลงติดกับอำนาจที่สิทธาปรนเปรอให้ เธอตัดสินใจบอกลูกสาวให้เลิกคิดมาก

    “ถ้าแกไม่อยากมีปัญหาก็กลับไปอยู่เมืองนอกอย่างที่ฉันบอกซะ!”

    “ขอบคุณสำหรับคำตอบของแม่ ต่อไปนี้...ถ้าแม่ยังเห็นหนูเป็นลูกอยู่บ้าง อย่ามายุ่งกับหนูอีก ออกไปจากชีวิตหนู ไปใช้ชีวิตอยู่บนกองเงิน อยู่บนบัลลังก์คุณหญิงที่แม่ใช้ตัวแลกมันไปซะ ไม่ต้องเอาเงินสกปรกมาให้หนูหนูก่ออะไรไว้...หนูจะจัดการจบเรื่องทุกอย่างด้วยตัวของหนูเอง!”

    ooooooo

    จีราวัจน์ผลุนผลันจากไปแล้ว จริยามองตามด้วยความกังวลใจ จนต้องโทร.บอกสุกี้ให้ตามจิกลูกสาว กลัวจะบุกไปสารภาพความผิดทั้งหมดแล้วจะพังกันทั้งคณะ

    เรื่องจีราวัจน์ปล่อยให้สุกี้จัดการ ส่วนเรื่องสิทธา แม้จะพูดทำร้ายจิตใจลูกสาวไปแบบนั้นแต่จริยาก็อยากได้ความจริงเลยแอบไปสังเกตการณ์ท่าทางของสามี แล้วก็ได้เห็นว่าเขามีแผลฟกช้ำที่คอ

    จริยาพยายามจับผิดและหลอกถาม แต่สิทธาก็แกล้งโวยวายกลบเกลื่อน

    “นี่ลูกสาวเธอโทร.ไปฟ้องหรือไง มันบอกว่าอะไร บอกว่าฉันปล้ำมันใช่ไหม”

    “แล้วมันจริงไหมล่ะคะ”

    “เธอเห็นฉันเป็นคนแบบนั้นหรือไงจริยา”

    “ดิฉันไม่อยากเชื่อว่าท่านจะทำอะไรต่ำทรามอย่างนั้นได้ เพราะยังไงยายจีก็มีศักดิ์เป็นลูกท่านเหมือนกัน”

    “ใช่...เพราะฉันเห็นมันเป็นลูก ฉันถึงยังไม่แจ้งตำรวจ ที่มันบ้าเอาแจกันมาฟาดคอฉัน แต่มันต้องมาขอโทษฉัน เธอก็รู้ว่าคนอย่างฉันไม่ยอมให้ใครทำเจ็บฟรีๆ แต่ถ้ามันไม่มา...หลักฐานอะไรที่ฉันเก็บไว้อาจจะหลุดออกไปก็ได้!”

    คำขู่ของสามีทำให้จริยาเครียดหนัก คับแค้นใจเหลือเกินที่ปกป้องลูกสาวคนเดียวไม่ได้ แต่กระนั้น...อีกคนที่ต้องชำระความก็ลอยหน้าลอยตาให้แสลงใจ ศิริลักษณ์นั่นเองที่ตามถากถางเธอไม่หยุดที่จีราวัจน์เกือบเสียทีสิทธา

    จริยาไม่รอช้า ตามไปดักตบสาวใช้เก่าแก่จนหน้าหัน ก่อนจะควักมือถือมาโชว์ภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้าน ทำให้เห็นว่าศิริลักษณ์พูดอะไรบางอย่างกับจีราวัจน์ ก่อนที่ลูกสาวเธอจะเข้าห้องไปเจอสิทธา

    ศิริลักษณ์ปากแข็ง ไม่ยอมสารภาพและไม่สำนึกผิดจนจริยาต้องโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

    “ถ้าฉันโง่กว่าเธอ ฉันคงไม่ยืนอยู่เหนือหัวเธออย่างนี้ อย่าบังอาจมาทำลายลูกสาวฉัน!”

    “ทำลายเหรอคะ...บางทีคุณจีราวัจน์อาจชอบก็ได้นะคะ ไหนๆก็มีข่าวมั่วกับผู้ชายไปทั่ว นอนกับคนอื่นไม่ได้เงินแต่นอนกับท่านได้เงิน คุณหญิงยังชอบเลย ลูกก็คงไม่ต่างกัน”

    จริยาโมโหมาก จับหัวศิริลักษณ์ให้ก้มมองเท้าเธอ พลางเอ่ยเสียงเย็น “เธอคิดต่ำกับฉัน ฉันยังพอทน แต่ถ้าเธอคิดต่ำกับลูกฉัน...ฉันจะเหยียบขยี้เธอให้ต่ำอย่างที่เธอไม่คิดว่าคนอย่างฉันจะทำได้...จำไว้!”

    จีราวัจน์ไม่รู้เรื่องว่าแม่ล้างแค้นให้ตนอย่างไรบ้าง มุ่งหน้าไปหาสาธิตถึงสำนักงานของเขาเพื่อสารภาพความจริงทุกอย่าง แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อสเตฟานที่เพิ่งได้ประกันตัวโทร.มาหาตามคำขอร้องของสุกี้

    “ผมได้ข่าวว่าคุณจีจะไปบอกความจริงกับตำรวจเพราะไม่อยากให้ผมรับผิดแทน คุณจีอย่าทำอย่างนั้นเลยนะครับ...คุณสุกี้ช่วยจัดการเรื่องหลักฐานและพยาน ยืนยันว่ามันเป็นอุบัติเหตุแล้ว โทษหนักก็คงเป็นเบา”

    จีราวัจน์จะค้านเพราะอยากจบปัญหา แต่ก็ต้องยั้งปากไว้เมื่อเจอคำขอทิ้งท้ายของสเตฟาน

    “ถ้าคุณจีบอกความจริง...ผมจะโดนทั้งข้อหาแจ้งความเท็จ จงใจร่วมกันปกปิดความผิด สร้างพยานเท็จ คุณสุกี้ก็จะมีโทษไปกับผมด้วย จากที่ผมไม่ต้องติดคุก ผมอาจจะต้องติดหลายปี แล้วลูกเมียผมจะอยู่ยังไง...ได้โปรดเถอะครับคุณจี อย่าบอกความจริงกับใครนะครับ...”

    ooooooo

    คำขอร้องของสเตฟานทำให้จีราวัจน์คิดหนัก อยากสารภาพความจริงเพื่อจบเรื่องแต่ก็เป็นห่วงทุกคนที่พยายามปกป้องเธอ โดยเฉพาะสุกี้กับสเตฟานที่ทำเพื่อเธอตลอด แต่สาธิตไม่ได้สนใจท่าทางแปลกๆของเธอ เปิดเครื่องบันทึกเสียงบนโต๊ะแล้วคาดคั้นให้เล่าความจริงทุกอย่าง

    จีราวัจน์ลังเลชั่วอึดใจ ก่อนจะโพล่งออกไปเป็นอีกเรื่อง

    “ฉันไม่ได้เป็นคนสั่งให้พี่สุกี้เอาเงินปิดปากใครทั้งนั้น...นี่คือความจริง”

    พูดจบก็หมุนตัวกลับ แต่สาธิตไม่เชื่อ ตามไปรั้งไว้และผลักเธอหลังชนกำแพง

    “ฉันพูดความจริง คุณก็ไม่เชื่อ แล้วจะให้ฉันพูดอะไร พูดสิ่งที่คุณอยากได้ยินใช่ไหม คุณถึงจะพอใจ เอาเข้าจริงๆคุณก็ไม่ได้สนใจความถูกต้องเท่ากับความถูกใจ ถ้าสิ่งที่คุณเห็นหรือได้ยินมันไม่เป็นอย่างที่คุณตั้งใจ คุณก็ไม่พอใจ พยายามหาสิ่งที่คุณต้องการมาต่อสู้เพื่อพิสูจน์ว่าคุณถูก”

    “แต่ผมเชื่อว่าผมคิดถูก คุณเป็นคนขับรถชนติว”

    “ไหนล่ะหลักฐาน มีแต่คุณพูดปาวๆ หลักฐานอะไรก็ไม่มี”

    “เสียงคุณไง ตอนติวโดนรถชน ผมได้ยินเสียงคุณจากมือถือติวกับหู”

    “แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นเสียงฉัน...พิสูจน์ได้ไหม”

    สาธิตชะงัก รู้ดีว่านั่นคือสิ่งเดียวที่เขาพิสูจน์ไม่ได้ แต่ก็ยังเถียงหน้าดำหน้าแดง

    “ถึงมันพิสูจน์ไม่ได้ แต่ผมรู้ว่าเป็นเสียงคุณ”

    “ไหนตอนคุณเจอฉันครั้งแรก คุณทำเป็นไม่รู้จักฉันไง แล้วทำไมทีนี้...แค่ได้ยินเสียง คุณถึงรู้ว่าเป็นฉันล่ะ หรือความจริงคุณรู้จักฉัน อยากใกล้ชิดฉันเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ...แผนสูงนะ”

    จีราวัจน์ลอยหน้าลอยตากวนประสาท สาธิตโกรธมาก ชกกำแพงข้างเธออย่างแรง

    “อย่างคุณ...ต่อให้แก้ผ้าอยู่ตรงหน้า ผมยังไม่มอง”

    “ฉันมันไร้ค่าขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วคนที่ยืนมองคนกำลังจะตายต่อหน้าต่อตาได้ จิตใจคงสูงค่านักสินะ”

    “ผมยอมเป็นคนจิตใจต่ำ ถึงคุณจะตายต่อหน้า ผมก็ไม่สน ผมทำแบบนั้นได้จริงๆ...คุณก็รู้!”

    “ถ้าเกลียดฉันขนาดนี้ ก็เลิกยุ่งกับฉันซะที”

    “ผมไม่เลิก...จนกว่าผมจะจับฆาตกรอย่างคุณเข้าคุกให้ได้!”


    “อย่าเสียเวลาเลยคุณสาธิต คุณทำอะไรฉันไม่ได้หรอกเพราะฉันไม่ผิด”

    ท่าทางแข็งกร้าวเหมือนไม่กลัวของจีราวัจน์ทำให้สาธิตยิ่งโกรธ กระชากแขนเธอมาใกล้

    “จำไว้นะจีราวัจน์...ต่อให้คุณมีคนหนุนหลังผมจะหาหลักฐานเอาคุณเข้าคุกให้ได้!”

    “เอาเลย...ถ้าเก่งจริงหาหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่าใครกันแน่ที่ผิด แล้วฉันจะเปิดประตูรอให้คุณมาจับนะคะ”

    ooooooo

    คำท้าของจีราวัจน์ทำให้สาธิตเร่งหาหลักฐานเพิ่มเติมอย่างหนัก โดยมีสรวิทย์กับทานตะวันผู้ช่วยทั้งสองเป็นลูกมือ ส่วนจีราวัจน์ที่แสร้งทำตัวเข้มแข็งต่อหน้าเขา กลับทรุดตัวร้องไห้กับพื้นลานจอดรถอย่างหมดท่า พร่ำรำพันกับลมฟ้าถึงโชคชะตาที่ทำร้ายเธอไม่หยุดหย่อน

    เจตรวิศวกรหนุ่มหล่อบังเอิญผ่านมาแถวนี้และได้ยินเสียงร้องไห้ของใครบางคนไม่ใกล้ไม่ไกลจากรถ แล้วพบว่าเธอคือผู้หญิงที่สวยมาก จีราวัจน์คิดว่าเขาเป็นพวกโรคจิตเลยต่อยหน้าเขาอย่างจัง กว่าจะเคลียร์กันได้ วิศวกรหนุ่มก็มีแผลช้ำตาบวมที่หน้าแล้ว

    สองหนุ่มสาวแปลกหน้าได้พูดคุยอย่างเป็นกันเองหลังจากนั้นบรรยากาศตึงเครียดค่อยๆจางหาย เจตรเห็นเธอกำลังเศร้าเลยให้กำลังใจ จีราวัจน์ซาบซึ้งใจแต่ก็ได้แค่ขอบคุณในน้ำใจของเขาเท่านั้น

    ก่อนจากกัน เจตรมอบนามบัตรของเขาให้จีราวัจน์และแอบเดินตามไปส่งเธอที่รถ แต่ดาราสาวก็ทำนามบัตรของเขาหาย เพราะดารากาเผลอหยิบเสื้อเธอไปซักและนามบัตรคงติดในนั้น จีราวัจน์ไม่คิดมาก เชื่อว่าคงไม่ได้เจอกันอีก แต่ที่เธอไม่รู้คือโชคชะตามักเล่นตลกกับเราเสมอ...

    สุกี้วิตกกังวลมากกลัวจีราวัจน์จะไปสารภาพเรื่องคดีความกับตำรวจเลยไปดักรอที่คอนโด แต่เมื่อเจอหน้าก็ต้องผละหนีแทบไม่ทัน เพราะดาราสาวปั้นปึ่งใส่ พร้อมกับต่อว่าเขาอย่างรุนแรงที่เอาเงินไปฟาดหัวนวดี

    ถ้อยคำต่อว่าของจีราวัจน์ทำให้สุกี้น้อยใจมาก ตัดพ้อขอติดต่อกับดาราสาวเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น จีราวัจน์หน้าเสีย เริ่มได้สติและตามง้องอนจนผู้จัดการคนดังยอมคืนดีด้วย พร้อมข้อแลกเปลี่ยนให้เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม

    จีราวัจน์พยายามทำใจให้สงบและใช้ชีวิตตามปกติ เริ่มต้นด้วยการนำดอกไม้ช่อใหญ่ไปให้พัฒนะถึงบริษัทเพื่อขอโทษที่ทำให้กองถ่ายวุ่นวาย โดยไม่รู้เลยว่าปียากุลก็นัดสาธิตมาที่บริษัทเช่นกันเพื่อคุยเรื่องทำสัญญากับต่างประเทศตามคำสั่งของพัฒนะ

    ooooooo

    เช้าวันเดียวกัน...ดารากาเพื่อนรักของจีราวัจน์ก็แต่งตัวสวยไปงานโรงเรียนให้สมฐานะกับคุณครูขวัญใจเด็กๆ จวงจันทร์ครูใหญ่และเจนจิราลูกสาวคอยต้อนรับผู้ปกครองอีกด้าน ส่วนอีกด้านเจตร...วิศวกรหนุ่มและลูกชายคนโตของจวงจันทร์ก็แวะมาช่วยงานเช่นเดียวกันในชุดมาสคอตตัวการ์ตูน

    งานโรงเรียนจบลงด้วยดี นักเรียนและผู้ปกครองมีความสุข สร้างความพอใจให้แก่จวงจันทร์ครูใหญ่และเจ้าของโรงเรียนอย่างมาก เจนจิราเห็นเจตรพี่ชายถูกชะตากับดารากาเลยถือโอกาสจับคู่ วิศวกรหนุ่มยิ้มบางๆ ไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น ต่างจากดารากาที่เขินจัด ตกหลุมรักเขาโครมใหญ่เพราะชอบใจในความอ่อนโยนของเขา...

    พัฒนะตกใจมากเมื่อเห็นปียากุลมากับสาธิต รีบซ่อนนามบัตรของจีราวัจน์และช่อดอกไม้ให้พ้นสายตาลูกสาว ไม่อยากให้มีเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้ที่ดาราสาวออกไปคุยเรื่องเพิ่มเติมบทกับชยันต์

    แต่ก็ปิดได้ไม่นาน ปียากุลก็เห็นนามบัตรของจีราวัจน์และไม่รอช้าจะลากสาธิตให้ช่วยตามหา หวังจับให้ได้คาหนังคาเขาว่าสามีสุดรักสุดหวงนอกใจไปกิ๊กกับดาราสาว!

    สาธิตไม่อยากให้ญาติสาวใช้แต่อารมณ์แต่ก็ท้วงไม่ได้มาก ต้องช่วยตามหา และดันผ่านไปเห็นฉากเด็ดชยันต์ช่วยเช็ดปากจีราวัจน์ในร้านกาแฟแถวบริษัทของพัฒนะ แต่ที่เขาไม่รู้คือหลังจากที่เขาผละไปอย่างหัวเสีย จีราวัจน์ก็ดึงกระดาษมาเช็ดเองและเริ่มต้นเตือนสติ ชยันต์ที่จิตตกเพราะมีเรื่องระหองระแหงกับปียากุลไม่เว้นแต่ละวัน

    “คิดถึงวันแรกที่พี่เจอคุณเปี๊ยกสิ พี่เคยเล่าว่าคุณเปี๊ยกเป็นถึงดาวคณะ แต่พี่แค่หมาวัด”

    “เรียกว่าเด็กบ้านนอกก็พอมั้ง”

    “นั่นแหละ...พี่จำได้ไหมว่าพี่ทำอะไรบ้างเพื่อให้คุณเปี๊ยกรักพี่ แล้วทำไมวันนี้ทำอีกไม่ได้ล่ะ”

    “พี่อยากให้เปี๊ยกมาได้ยิน จะได้รู้ว่าความจริง...จีไม่คิดจะแย่งพี่แต่ช่วยรักษาความรักของพี่กับเขาขนาดไหน”

    “มันไม่เหมือนกันหรอกพี่ชยันต์ คุณเปี๊ยกมีชีวิตกับความสมบูรณ์ ทุกคนเอาใจได้รับความรักตลอดจนเป็นเรื่องปกติ ไม่เหมือนจี...จีโตมากับการขาด จีถึงรู้ว่าความรัก...มันสำคัญสำหรับเรายังไง”

    น้ำเสียงจ๋อยๆของจีราวัจน์ทำให้ชยันต์สงสาร เข้าใจความเจ็บปวดที่ผ่านมาของเธอดีในฐานะที่รู้จักกันมานาน

    “เชื่อพี่...สักวัน...ต้องมีคนมาเติมความรักให้จี”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 05:48 น.