ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายธราธร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เกษรากลับมาท่ามกลางความดีใจของมะปรางและชินกร มะปรางยิ้มให้เกษราเหมือนเด็กที่ได้รับการยกโทษ รีบไปช่วยยกกระเป๋าลงจากรถ เพียงแค่เกษรา บอกว่าให้ยกใบเล็กใบใหญ่เดี๋ยวตนยกเอง มะปรางก็ปลื้มแล้ว

“ตะวันช่วยก้องหน่อยนะ ฉันจะรออยู่ที่นี่ เรียบร้อยแล้วจะได้ไปที่ไซต์”

“ครับ” ทั้งสองรับคำพร้อมกัน

ทั้งธราธร เกษรา และมะปรางต่างมองและยิ้มอย่างเข้าใจความรู้สึกกัน ชินกรที่จับสังเกตอยู่ ยิ่งสงสัย...

เมื่อพากันยกกระเป๋าเข้าห้อง มะปรางบอกเกษราว่าดีใจมากที่กลับมา พูดจากใจจริงว่า

“พี่เกษ...ปรางขอบคุณจริงๆ นะคะ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ปราง...พี่เกษบอกได้ไหมคะว่าทำไมพี่เกษถึงอยากกลับกรุงเทพฯ” ถามแล้วมองหน้ารอคำตอบ

เกษราเล่าความจริงให้ฟังรวมทั้งเล่าที่คุยกับชายใหญ่มาตามทางให้มะปรางฟังอย่างละเอียด มะปรางฟังแล้วชี้แจงอย่างร้อนใจว่าพี่ชายใหญ่ไม่ได้คิดอะไรกับตนแบบนั้นที่เห็นพี่ชายใหญ่ปฏิบัติต่อตนแบบนั้นเพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี พี่ชายใหญ่ก็ยังมองตนเป็นเด็กเหมือนเดิม

แต่พอเกษราบอกว่าชายใหญ่ก็พูดแบบเดียวกับมะปราง เจ้าตัวกลับใจหาย เศร้าขึ้นมาอย่างประหลาด สองสาวต่างชมว่าอีกฝ่ายเหมาะสมกับชายใหญ่มากกว่าตัวเอง แล้วเกษราก็อดพูดความไม่สบายใจให้มะปรางฟังไม่ได้ว่า

“พี่ไม่ค่อยสบายใจที่คนอื่นคิดว่าพี่ชายใหญ่เป็น เออะ...เป็นพวกชายรักชาย เราจะทำยังไงเพื่อให้พี่ชายใหญ่หลุดพ้นจากข้อครหานี้ได้คะ”

“ใครเป็นคนคิดแบบนั้นคะ” มะปรางถามเสียงเข้ม

เช่นเดียวกัน ชินกรถามธราธรที่รอทั้งสองอยู่ข้างนอกด้วยกันว่า

“คุณชายใหญ่ทำยังไงนายก้องถึงยอมอยู่ต่อ”

“ผมก็ปลอบใจ ไม่ให้คิดมาก แล้วก็บอกเขาว่าจะดูแลเขาให้มากกว่านี้ ผมคงจะมัวแต่ห่วงงานมากไปเลยลืมดูแล ก้องก็เลยรู้สึกไม่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้อีก ผมคงต้องดูแลก้องมากเป็นพิเศษ”

ชินกรถามว่าพิเศษเหมือนดูแลตะวันหรือ ธราธรตอบอย่างไม่คิดอะไรว่าใช่ จะได้ไม่ต้องน้อยใจเข้าใจผิดคิดว่าตนไม่สนใจ ชินกรฟังแล้วหน้าเสียคุยต่อไม่ออกเลย กลับนึกถามตัวเองวุ่นไปหมดว่าพูดอย่างนี้หมายความว่าไง????

พอดีเกษรากับมะปรางเดินออกมา ชินกรจึงชวนธราธรรีบไปกันดีกว่า ธราธรอาสานั่งที่กระบะหลังแล้วกระโดดขึ้นรถไปเลย เกษรากับมะปรางเลยต้องนั่งหน้าไปกับชินกรที่ทำหน้าที่คนขับ

ooooooo

ไปถึงไซต์งาน ธราธรจัดแจงแบ่งงานให้เกษราไปช่วยตน ส่วนมะปรางให้ไปช่วยชินกร เกษราดีใจแต่มะปรางรับคำเสียงอ่อยใจเซ็ง

ขณะเดินไปด้วยกัน มะปรางถามชินกรว่าจะให้ตนทำอะไร พอชินกรบอกว่าอยากทำอะไรก็ทำ มะปรางนึกสนุกขึ้นมา เห็นอุดมกับเพื่อนอยู่แถวนั้น เลยแถเข้าไปอย่างมีแผน

มะปรางยิ้มน่ารักเข้าไปเจ๊าะแจ๊ะกับอุดม ขอแรงอุดมช่วยยกก้อนหินให้ตนหน่อย อุดมต่อรองว่าก้อนเดียวนะ เธอรับคำ แต่พอยกจริงๆมะปรางก็ปะเหลาะชี้ให้แถมก้อนนั้นนิด ก้อนนี้อีกหน่อย แล้วก็ก้อนโน้น...

ก้อนโน้นนนน...

ไม่ว่ามะปรางชี้หินก้อนไหนอุดมก็ยกให้ แต่กลัวสายตาเพื่อนจะมองไม่ดีเลยแกล้งปรามเหี้ยมว่าอย่า

สะดีดสะดิ้งเดี๋ยวโดนเตะขาดสองท่อน มะปรางยิ้มน่ารักให้ ทำเอาอุดมเขินก้มหน้าก้มตายกก้อนหินงุดๆ

“ไอ้ดมมันเป็นอะไรวะ อยู่ๆก็ไปช่วยไอ้ตะวันเฉยเลย ดูสิ ชี้นิ้วให้ทำอะไรก็ทำ” มานะชี้ให้ปิติดู

“หรือว่า...อุดมจะเป็นเหมือนอาจารย์หม่อมไปแล้ว!!” พูดแล้วปิติก็ตกใจเอง

พอถูกเพื่อนๆถาม อุดมก็เหงื่อแตกพลั่ก ปฏิเสธวุ่นวายว่าไม่จริง ตนไม่ได้เป็นแบบนั้น ตนไม่ได้รักไอ้ตะวัน พอเพื่อนๆยกเรื่องเมื่อกี้ขึ้นมายัน อุดมเถียงไม่ออกเอาแต่ร้องว่า “ไม่จริง...ไม่จริงงงงง!!” จนใครๆพากันมองงงๆ

มะปรางแอบดูอยู่ เห็นอุดมปฏิเสธราวกับคนเสียสติ ก็หัวเราะคิกๆ อย่างสะใจ๊...สะใจ

ไม่เพียงเท่านั้น ตกเย็น มะปรางยังไปดักอุดมที่ทางไปอาบน้ำ ระหว่างนั้นก็ทำทีพอใจความหล่อล่ำบึ้กสมชายชาตรี มองไล่ไปทั้งเนื้อทั้งตัวจนอุดมเผลอยกมือปิดตัวตามสายตามะปราง พูดเหมือนถูกผีหลอกกลางวันว่า

“ไอ้ตะวันแก...แกอย่าพูดแบบนี้นะ ฉันไม่ใช่พวกเดียวกับแกนะเว้ย ฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย!!!”

มะปรางหัวเราะร่วนบอกว่าช้าไปแล้ว เพราะหลายคนคิดว่าเราสองคนมีความรู้สึกพิเศษต่อกัน แล้วขู่ว่า

“ถ้านายยังไม่หยุดพูดสร้างความเสื่อมเสียให้อาจารย์หม่อม ฉันจะทำให้ทุกคนเข้าใจว่านาย-รัก-ฉัน” เห็นขู่ได้ผล เลยขู่ต่อว่า “ถ้าไม่อยากให้ฉันทำ ต่อไปเลิกพูดเรื่องอาจารย์หม่อมกับฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เข้าใจผิดกันทั้งมหาวิทยาลัย ต่อไปจะไม่มีผู้หญิงมาสนใจนาย...

คอยดู!!”

“อย่านะไอ้ตะวัน อย่าทำแบบนั้นนะ ฉัน...ฉันสัญญา ฉันจะเลิกพูดเรื่องอาจารย์หม่อม แก...แกอยู่ห่างๆฉันเลยนะ ฉันไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว...” อุดมถอยกรูดแล้ววิ่งเตลิดไปเลย

“สมน้ำหน้า หึ ๆๆ” มะปรางหัวเราะชอบใจ พลันก็หยุดกึกหน้าเสียเมื่อเสียงชายใหญ่พูดจากข้างหลัง...

“สนุกใหญ่เลยนะ!”

แล้วมะปรางก็ถูกชายใหญ่ดุว่า ตัวเองเป็นผู้หญิงไปดักเจออุดม ซ้ำยังพูดจาสองแง่สองง่ามด้วย เห็นมะปรางหน้าจ๋อยเบะๆก็ขู่ว่า ถ้าร้องไห้ตนจะไปบอกความจริงกับอาทิตยรังสีแล้วส่งตัวกลับพรุ่งนี้เลย

มะปรางยอมรับว่าที่ตนทำเพราะต้องการให้อุดมหยุดพูดเรื่องชายใหญ่เป็นชายรักชายกับตน เพราะชายใหญ่ไม่มีทางเป็นแบบนั้น ตนเป็นแค่เด็กซนๆที่ชอบหาเรื่องให้ปวดหัวเท่านั้น แล้วฝืนยิ้มรับรองว่า

“แต่พี่ชายใหญ่ไม่ต้องห่วงนะคะ หลังจากวันนี้ อุดมคงเลิกพูดเรื่องนี้แล้ว สบายใจได้ คงไม่มีใครเข้าใจผิดเรื่องนี้อีกแล้วค่ะ...ปรางกลับก่อนนะคะ”

พอหันหลังเดินออกไป มะปรางก็หน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ooooooo

วันนี้ชินกรอยากได้รูปถ่ายที่ไซต์งาน มานิต บอกว่ามีเป็นชุดอยู่ที่ชายใหญ่ถ่ายไว้ตั้งแต่มาถึงน่าจะอยู่ในห้องมืด

ชินกรเข้าไปค้นหาในห้องมืด เจอรูปถ่ายของเกษรากับตะวันในอิริยาบถต่างๆหลายรูปก็เอะใจ กอปรกับเห็นความใกล้ชิดเอาใจใส่ดูแลเกษราและตะวันของธราธรก็อดรนทนไม่ได้

เมื่อพบกันจึงเรียกเกษราไปคุยส่วนตัว เตือน ติง และตำหนิทั้งเธอและตะวันว่า เธอเป็นน้องชายของเกษราก็อย่าทำร้ายพี่สาวตัวเองเพราะรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าเกษราเป็นคู่หมั้นคู่หมายของธราธร เตือนว่าถ้าเพิ่งรักอาจารย์หม่อมก็ถอนตัวเสีย อย่าทำให้พี่สาวตัวเองเสียใจจนอาจฆ่าตัวตายได้

เกษราแอบขำในใจ ทำเป็นรับรองแข็งขันว่าทั้งตนและตะวันไม่มีวันเป็นอย่างที่ชินกรว่าเด็ดขาด พูดแล้วเดินยิ้มสบายใจไป ชินกรมองตามพึมพำอย่างไม่เชื่อใจ

“ทำมาเป็นพูดดี...ทำให้ได้ก็แล้วกัน”

ooooooo

อีริคที่จับตาดูธราธรอยู่ ถามพรานสมว่าเห็นธราธรสะพายกระเป๋าใบนั้นติดตัวตลอดเวลา มันสำคัญมากหรือ

พรานสมบอกว่าธราธรเป็นคนดูแลเงินสำหรับใช้จ่ายในการออกสำรวจ จะเบิกเงินจากทางการมาครั้งละแสนสองแสนใส่กระเป๋าสะพาย เลยต้องสะพายกระเป๋าติดตัวตลอดเวลา

“ถ้าอย่างนั้น แผนที่ที่แกเห็นก็อาจจะเป็นแผนที่ของปราสาท 5 หลัง มันถึงได้เก็บใส่กระเป๋าติดตัวไว้อย่างดี” บอกพรานสมว่าให้หาทางขโมยกระเป๋านั้นมา ให้ได้ ย้ำว่า “ถ้าเราได้แผนที่ มิสเตอร์เอ็ดเวิร์ดจะได้เปลี่ยนใจไม่กลับกรุงเทพฯ”

“ผมก็อยากทำ แต่ไอ้คุณชายมันไม่เคยวางกระเป๋าไว้ห่างตัว หาจังหวะขโมยยากมาก ถ้าพลาดมันอาจจะไหวตัวและเราจะซวยกันหมด”

“ฉันมีวิธี” อีริคพูดอย่างมั่นใจ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อธราธรพาตะวันกับเกษราไป ซื้อของที่ตลาด แยกกันซื้อแล้วนัดมาพบกันที่รถ ธราธรถูกอีริคกับลูกน้องบุกทำร้ายแล้วชิงเอากระเป๋าใส่เงินและแผนที่ไป มะปรางกับเกษรากลับมาเจอพอดี เกษรารีบเข้าไปช่วยธราธร

มะปรางวิ่งไล่กวดคนร้ายไปแม้ไม่ทันแต่ก็เห็น หน้าคนที่รออยู่ในรถแว้บๆ คนร้ายขับรถหนี เอากระเป๋า

ไปส่งต่อให้พรานสมลอกแผนที่ไปอย่างชำนาญ เอาเงินไปหมด แล้วคืนกระเป๋าให้ลูกน้องเอาไปโยนทิ้งข้างรถของธราธร

ธราธรถูกรุมทำร้ายจนหมดสติ ชาวบ้านมาช่วยมะปรางกับเกษราพาธราธรขึ้นรถช่วยขับกลับแคมป์

เวลาเดียวกัน เอ็ดเวิร์ดก็เตรียมเดินทางกลับกรุงเทพฯ แทนอ้อนวอนอย่างไร้ศักดิ์ศรี ถูกเอ็ดเวิร์ดตวาดว่าตนเสียเวลากับคนที่นี่มากเกินไปแล้ว มีประเทศอื่นอีกมากมายที่ต้องการเงินของตน แทนยังพยายามอ้อนวอน จนอาทิตยรังสีออกมาเตือนสติว่า

“พอเถอะคุณแทน เราไม่ต้องการเงินของคนอื่นมากขนาดนั้น!!” อาทิตยรังสีเดินเข้ามาพูดกับเอ็ดเวิร์ด มีพรานอ่อนศรีตามมาติดๆว่า “ประเทศไทยอาจจะเป็นประเทศขนาดเล็กเมื่อเทียบกับประเทศของคุณ แต่เรามีรากวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ รากที่หยั่งลึกลงไปในประวัติศาสตร์... การบูรณะโบราณสถานแต่ละแห่ง เสมือนการขุดลงในจิตวิญญาณของบรรพบุรุษ”

เอ็ดเวิร์ดเชิดหน้าฟังอย่างยโสโอหัง แต่อาทิตยรังสียังคงพูดต่ออย่างทะนงในศักดิ์ศรีว่า

“เราต้องทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และใช้เวลายาวนานเป็นสิบปี สิบห้าปี...แค่ ‘เงิน’ อย่างเดียวมันไม่ทำให้ก้อนหินที่ทลายลงมากลับกลายเป็นปราสาทได้เหมือนเดิม...ถ้าคุณไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ เราก็ไม่อยากรับเงินคุณ เชิญ!”

แทนตกใจ ในขณะที่เอ็ดเวิร์ดพูดอย่างผยองว่าไม่ต้องไล่ตนไปแน่ พูดอาฆาตว่า

“พวกแกจำไว้ ไม่ใช่แค่ฉันที่จะไม่ให้เงิน ฉันจะส่งข่าวถึงมูลนิธิต่างๆ ไม่ให้การสนับสนุนพวกแก ฉันก็อยากรู้ แค่แรงกายแรงใจแต่ไม่มีเงิน พวกแกจะทำให้ก้อนหินพวกนั้นกลายมาเป็นปราสาทเหมือนเดิมได้รึเปล่า!!”

เอ็ดเวิร์ดเยาะเย้ยเหยียดหยามแล้วเดินไป แทนยืนเหวอหน้าเสีย พรานอ่อนศรีตะโกนเฉดหัวส่งว่า

“ไปแล้วไม่ต้องกลับมานะครับมิสเตอร์!!”

“มิสเตอร์เอ็ดเวิร์ดกลับแล้ว ผมก็ไม่มีอะไรต้องทำ... ผมขอตัวกลับกรุงเทพฯวันพรุ่งนี้ หวังว่าคุณชายคงไม่ว่า... ขอบคุณครับ” แทนเอ่ยยกมือไหว้แล้วเดินไปเลย อาทิตยรังสีมองตามอย่างไม่ถือเป็นอารมณ์

ooooooo

เมื่อชาวบ้านช่วยขับรถพาธราธรกลับมา ถึงแคมป์ พรานอ่อนศรีเอายาสมุนไพรแก้ช้ำในให้ดื่ม ส่วนรอยฟกช้ำทายาสักหน่อยก็ดีขึ้น

มานิตเล่าว่า ชาวบ้านที่ช่วยขับรถมาส่งบอกว่า ก่อนมาได้ถามชาวตลาดแล้ว พวกเขาบอกว่าไม่มีใครเคยเห็นหน้าคนร้ายมาก่อน มะปรางได้ยินโพล่งขึ้นว่า

“ผมเห็นครับ!” ทุกคนหันมองเป็นตาเดียว “ผมวิ่งตามมันไป ก็เลยเห็นหน้าพวกมัน แต่ไม่ชัดมาก รู้แต่ว่าคนที่ขับรถมารอที่หน้าตลาดคล้ายๆชาวต่างชาติ อาจจะเป็นลูกครึ่ง”

ทุกคนแปลกใจ ชินกรพูดลอยๆว่า “ลูกครึ่ง...มาเป็นโจรอยู่แถวนี้เนี่ยนะ”

เวลาเดียวกันนี้ ที่กลางป่า เอ็ดเวิร์ดพร้อมสัมภาระยืนรออยู่ ครู่เดียว อีริค พรานสม และสมุนก็เดินมา เอ็ดเวิร์ดถามทันทีว่า “เรียบร้อยหรือเปล่า”

อีริคเอาแผนที่ออกมากางให้ดูอวดๆ เอ็ดเวิร์ดยิ้มพอใจ ถามว่าแน่ใจนะว่าพวกที่แคมป์ไม่รู้ตัว อีริคเสนอให้รีบออกเดินทางตอนนี้ เราจะถึงปราสาทก่อนค่ำ ถึงพวกนั้นรู้ตัวก็ตามไปไม่ทัน

เอ็ดเวิร์ดสั่งเดินทางด้วยความกระหยิ่มว่า ปราสาทนี้จะมีของดีสมกับที่ตนรอคอย

“ถ้าไม่มีของดี ไอ้พวกนั้นมันคงไม่สนใจ ผมขอ รับประกัน ไม่เหนื่อยฟรีแน่นอน” อีริครับรอง

“เฮ้ย! ไปเว้ย!!” พรานสมสั่งลูกน้องออกเดินทางอย่างฮึกเหิม

ooooooo

ที่แคมป์ ยังวิเคราะห์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไปต่างๆ นานา หลายคนเชื่อว่าคงเป็นพวกฉกชิงวิ่งราวต้องการทรัพย์สิน มันจึงไม่เอาแผนที่ไป

“มันก็ไม่แน่...” อาทิตยรังสีติง

เพราะอาทิตยรังสีสังหรณ์ใจว่ามีอะไรไม่ชอบมา พากล จึงเปลี่ยนแผนการอย่างกะทันหัน พรุ่งนี้ให้ชินกรกับธราธร และพรานอ่อนศรีต้องรีบออกสำรวจแต่เช้า ส่วนพวกนักศึกษาก็ให้เรียกรถมารับกลับกรุงเทพฯก่อนกำหนด

“เกี่ยวกับเรื่องที่คุณชายใหญ่โดนทำร้ายหรือเปล่าครับ” ชินกรถาม

“มันอาจจะเป็นพวกเดียวกันกับคนที่เข้ามารื้อของในห้องนี้ แต่สร้างสถานการณ์อำพราง การที่แผนที่ยังอยู่ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่รู้ว่าปราสาท 5 หลังอยู่ที่ไหน”

“จริงครับ คนเดินป่ามืออาชีพ แค่เห็นแผนที่แว้บเดียวก็จำทางได้หมดแล้ว” พรานอ่อนศรีเอ่ยขึ้น ตั้งข้อสังเกตว่า พรานสมหายตัวไปไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับที่ชายใหญ่โดนทำร้ายหรือเปล่า

ชายใหญ่เริ่มหวั่นไหว หันบอกอาทิตยรังสีด้วยสีหน้าจริงจังว่า

“ได้ครับ ผมกับอาจารย์ชินกรจะรีบไปจัดของและเริ่มออกเดินทางตั้งแต่เช้า พวกเราจะพยายามไปถึงปราสาท 5 หลังโดยเร็วที่สุด”

เพราะพรุ่งนี้จะส่งเกษราและมะปรางกลับก่อน กลัวมะปรางจะงอแง ธราธรจึงพาไปเที่ยวน้ำตกใกล้ๆ แถวนั้นแต่มีข้อแม้ว่า วันนี้พามาเล่นน้ำตกให้ฉ่ำหัวใจแล้วจะบอกว่าต้องแลกกับอะไร แต่ถ้าบอกแล้วต้องไม่มีการต่อรอง

“ตกลงค่ะ” สองสาวตกลงทันที ดีใจที่จะได้ไปเล่นน้ำตกกัน

ธราธรบอกให้สองสาวไปเล่นน้ำกัน ตนจะรออยู่ตรงนี้ ทั้งสองเสียดายอยากให้ชายใหญ่ลงเล่นน้ำด้วย มะปรางยุเกษราว่า ถ้าอยากให้พี่ชายใหญ่เล่นน้ำด้วยเราก็ต้องช่วยกันลาก ดูซิว่าผู้ชายคนเดียวจะสู้แรงเราสองคนได้ไหม

ทั้งสองพากันไปฉุดลากชายใหญ่ให้ไปเล่นน้ำด้วยอย่างสนุกสนาน เป็นจังหวะที่ชินกรตามมาเห็นพอดี เขาตกใจ อุทาน

“คุณชายใหญ่!!”

ทุกคนชะงักผละจากกันเก้อๆ เขินๆ ชินกรแก้เกี้ยวว่าบังเอิญตนเดินผ่านมา ส่วนชายใหญ่ถึงกับทำหน้าไม่ถูกจำต้องปดว่าตั้งใจพาสองคนมาพักผ่อนก่อนส่งตัวกลับวันพรุ่งนี้ พูดออกตัวว่า

“แต่อย่างที่เห็น เด็กๆถึงจะร่ำเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้จักโต ชอบเล่นเป็นเด็กอยู่เรื่อย” แล้วดักคอแก้เกี้ยวว่า “อาจารย์คงไม่คิดว่าผมเป็นพวกชายรักชายอีกคนนะครับ”

ชินกรบอกเสียงสูงว่าไม่คิด ธราธรจึงเบนความสนใจ ทำทีว่า ชาวบ้านบอกว่าข้างบนนี้มีถ้ำ ชินกรผสมโรงว่าตนก็อยากเห็นถ้ำเหมือนกัน

เมื่อมะปรางกับเกษราเล่นน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ธราธรบอกทั้งสองว่าตนกับชินกรจะเดินไปที่ถ้ำข้างบนชวนไปด้วยกันนะ ทั้งสองรีบตอบรับทันที

ooooooo

พากันปีนขึ้นไปถึงถ้ำ ธราธรเอะใจ เมื่อเห็นกระป๋องอาหารของนอกถูกทิ้งไว้ ครั้นมองไปรอบๆเห็นวัตถุโบราณหักๆ ถูกทิ้งไว้อย่างไร้ค่า ธราธรบอกชินกรว่า

“ผมว่า...เราเจอร่องรอยของพวกล่าสมบัติเข้าแล้วล่ะครับ”

ไม่เพียงเท่านั้น มะปรางยังไปเจอกองไฟที่เพิ่งดับ ธราธรเดินไปเอามืออังยังมีไออุ่นอยู่ เชื่อว่าพวกนั้นคงเพิ่งไป

“ถ้าข้อสันนิษฐานของอาจารย์หม่อมอาทิตย์เป็นจริง...แสดงว่าพอพวกมันได้แผนที่ ก็รีบออกเดินทางไปปราสาท 5 หลัง ถ้าแบบนี้ เราออกเดินทางพรุ่งนี้เช้าจะทันพวกมันเหรอครับ” ชินกรถามธราธรอย่างกังวล

ทั้งมะปรางและเกษราฟังงงๆว่า แผนที่อะไร ครั้นถามธราธรก็อึกอัก ชินกรจึงชี้แจงว่า

“อาจารย์หม่อมกับฉันไม่ได้กลับไปกับพวกนาย เราสองคนมีงานต้องทำต่อ”

มะปรางถามว่างานอะไร ธราธรจึงต้องบอกความจริงว่า ตนกับชินกร และพรานอ่อนศรี จะไปสำรวจปราสาทชุดใหม่ เพื่อเตรียมบูรณะ คงต้องใช้เวลา 3-4 วัน ค่อยกลับกรุงเทพฯ

เมื่อมะปรางรู้ว่าอาทิตยรังสีก็ยังไม่ได้กลับพรุ่งนี้ ทั้งสองจึงรุมกันอ้อนขอไปสำรวจปราสาทกับเขาด้วย ธราธรไม่ยอมให้ไป เพราะในป่าอันตราย สองคนคงทนไม่ได้แน่ ให้กลับไปกับพวกนักศึกษาเสีย อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย พูดแล้วเดินไปเลย

มะปรางกับเกษรารีบตามไปเซ้าซี้ต่อ ชินกรหันไปหยิบวัตถุโบราณที่เหลืออยู่ถือติดมือตามไปด้วย

มะปรางกับเกษราตามไปเซ้าซี้อ้อนวอนธราธรขอไปด้วย ชินกรเองก็สนับสนุนบอกธราธรว่าให้สองคนไปด้วยจะได้ช่วยเก็บข้อมูล สองสาวรีบไชโยดีใจจนธราธรพูดไม่ออก

ทั้งหมดพากันออกมาหน้าถ้ำเพื่อเดินทางกลับแคมป์เตรียมข้าวของสำหรับการเดินทางไปสำรวจปราสาท

แต่พวกเอ็ดเวิร์ดเดินไปกันจนใกล้จะถึงปราสาทแล้ว โดยเอ็ดเวิร์ดใช้เงินล่อใจเร่งพรานสมกับลูกน้องให้เร่งฝีเท้า เอ็ดเวิร์ดเห็นพวกนั้นเร่งเดินเอาจริงเอาจังก็พูดอย่างลำพองว่า

“เงินนี่มันบันดาลได้ทุกอย่างจริงๆ หึๆๆ”

ooooooo

กลับถึงแคมป์ไม่นาน ชายใหญ่ก็เรียกมะปรางกับเกษราไปพบที่บ้านพักตามลำพัง ทั้งสองใจคอไม่ดีกลัวชายใหญ่จะเปลี่ยนใจ แต่แล้วก็โล่งใจเมื่อชายใหญ่เรียกทั้งสองไปแนะนำให้เตรียมของจำเป็นสำหรับการเดินป่าและดำรงชีวิตในป่า

ทั้งสองฟังอย่างตื่นเต้น ตั้งใจ จนสุดท้ายชายใหญ่สรุปว่า

“นอกจากของพวกนี้ก็ของใช้ส่วนตัว แต่ไม่ต้องเยอะ เพราะต้องแบกสัมภาระเอง ต้องรับผิดชอบตัวเองเข้าใจไหม”

“เข้าใจค่ะ” สองสาวตอบรับพร้อมกัน

“เข้าใจแล้วก็แยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางแต่เช้า” พอทั้งสองออกไป ธราธรมองตามพึมพำอย่างหนักใจ “เฮ้อ...จะไปตลอดรอดฝั่งรึเปล่านะ”

กลับถึงห้องพัก มะปรางยังอุตส่าห์บอกเกษราว่า ตนได้รับคำตอบแล้วว่าชินกรต้องชอบเกษราแน่ๆ เพราะเห็นคอยมอง  คอยห่วงตลอดทาง เกษราปฏิเสธพอมะปราง ยืนยันหนักแน่นก็เร่งให้นอนเสียเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไม่ทัน แต่พอล้มตัวลงนอนก็นึกถามตัวเองอย่างตื่นเต้นสับสนว่า จริงหรือนี่ แล้วก็แอบยิ้มเขินๆ

เมื่อเรื่องรู้ถึงอาทิตยรังสี แม้จะเป็นห่วงแต่ก็ให้เกียรติการตัดสินใจของธราธร ได้แต่ฝากพรานอ่อนศรีให้ช่วยดูแลทั้ง 4 คนให้ดีด้วย นึกหวั่นในใจเกรงว่าถ้า พวกนั้นเป็นกลุ่มเดียวกับที่บุกมาค้นห้องนี้ คงแย่แน่

ooooooo

เพียงเริ่มค่ำ พวกเอ็ดเวิร์ดก็ไปถึงปราสาท 5 หลังแล้ว เอ็ดเวิร์ดตาเป็นประกายเพ้อ “ปราสาทของฉัน” ส่วนอีริคกับพรานสมเห็นปราสาทแล้วตาลุกพึมพำ “เงินทั้งนั้น หึๆๆ”

เมื่อเข้าไปในปราสาท เอ็ดเวิร์ดเห็นซากเทวรูป หน้าบัน และหินสลักที่ผนัง ก็สั่งอย่างโลภ เหี้ยม

“ฉันเอาทุกอย่างที่เคลื่อนย้ายได้ อะไรที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ก็สกัดมันออกมา อย่าให้เหลือ!!”

อีริคหันไปพยักหน้าให้พรานสม พรานสมสั่งลูกน้องลงมือ พวกมันกระจายกำลังกันออกไปกระทำการอย่างชั่วช้ารวดเร็ว

เอ็ดเวิร์ดยืนดูการทำงานอย่างพอใจ เมื่อนึกถึงคำพูดของอาทิตยรังสีตอนที่เขาจะประกาศตัดเชือกแล้วก็พูดอย่างสะใจ

“อยากจะให้ไอ้พวกบ้าอุดมการณ์ปกป้องสมบัติชาติมาดูให้เห็นกับตา ว่าเงินของฉันซื้อได้แม้กระทั่งจิตวิญญาณบรรพบุรุษของพวกมัน แต่มันคงมาไม่ทัน... กว่าจะมาถึง ที่นี่ก็คงจะเหลือแต่ซาก ฮ่ะๆๆๆ”

พรานสมบัญชาลูกน้องกะเทาะวัตถุโบราณและขนออกไปกองรวมๆไว้อย่างพอใจ

ooooooo

วันนี้ที่แคมป์มีการเคลื่อนไหวแต่เช้ามืด นักศึกษาที่จะเดินทางกลับต่างพากันมาเตรียมพร้อม อุดมดูจะมีความสุขที่สุด ที่จะได้ไปจากที่นี่ จะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับตะวันที่แก้เผ็ดตนจนขนหัวลุก

ปิติกับมานะไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของอุดม วิพากษ์วิจารณ์กันเมื่อไม่เห็นธราธรกับตะวันออกมา มานะฟันธงว่า

“ก้องกับตะวันไม่ได้มาอยู่รวมกับเราแสดงว่าสองคนนั้นคงอยู่ด้วยกันต่อ เหมือนที่อุดมคิดไว้แน่ๆเลย”

“ฉันคิดอะไร!” อุดมกินปูนร้อนท้อง  มานะถามว่า ความจำเสื่อมรึไงก็ที่ตัวเองบอกว่าอาจารย์หม่อมกับตะวันชอบกันไง อุดมสวนเสียงเข้มทันที “ฉันไม่เคยคิดอะไรเว้ย อย่ามาหาเรื่อง อาจารย์หม่อมกับตะวันเป็นผู้ชายเหมือนกันจะชอบกันได้ไง ไอ้พวกนี้นี่คิดพิเรนทร์ เลิกคิดได้แล้ว อาจารย์หม่อมไม่ได้เป็นชายรักชาย และฉันก็ไม่ได้เป็นเหมือนกัน”

ทั้งมานะและปิติฟังแล้วร้องอ้าวววว...ทำหน้าเหวอ พอดีชินกรมาเร่งให้ขึ้นรถ อุดมก็ยังหันไปพูดเบาๆ กับเพื่อนว่า

“ไอ้ตะวันไม่กลับไปด้วย ดีใจจังเว้ย...พวกแกจำไว้เลยนะ ห้ามพูดว่าข้าคิดว่าอาจารย์หม่อมเป็นชายรักชายนะเว้ย เพราะข้าไม่เคยพูด และอาจารย์หม่อมก็ไม่ได้เป็น จำไว้!”

“ท่าทางไอ้ดมมันจะทำรายงานมากไป เครียด สมองฟั่นเฟือน จำคำพูดตัวเองไม่ได้  หึๆๆ” มานะส่ายหน้าขำๆ

ส่งนักศึกษากลับแล้ว มานิตมาถามชินกรว่าจะเดินทางไปสำรวจเลยหรือเปล่า ชินกรบอกว่าคุณชายใหญ่นัดว่าออกเดินทางตี 5 นี่ก็เกือบได้เวลาแล้วยังไม่เห็นมาเลย

“น่าจะกำลังคุยกับอาจารย์หม่อมอาทิตย์น่ะครับ เมื่อครู่เห็นอ่อนศรีมาเรียกตัวไป”

“เอ้อ...แล้วตะวันกับก้องเกียรติล่ะครับ อาจารย์เห็นรึเปล่า” ชินกรถามด้วยความเป็นห่วง กลัวจะตื่นไม่ทันกัน

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฝ้าย" อับอายหัวโล้นขี้เรื้อน "เบนซ์" แค้นกระชากวิกกลางงาน ใน "เล่ห์รัญจวน"

"ฝ้าย" อับอายหัวโล้นขี้เรื้อน "เบนซ์" แค้นกระชากวิกกลางงาน ใน "เล่ห์รัญจวน"
20 พ.ย. 2562
07:30 น.