ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายธราธร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันของตัวเองตามสภาพ แต่ธราธรกับก้องเกียรติและตะวัน พากันนั่งรถเข้าตลาด โดยธราธรสะพายกระเป๋าใส่เงินสำหรับใช้ในโครงการนี้ทั้งหมดติดตัวไปจ่ายตลาดด้วย

ก้องเกียรติกับตะวันช่วยกันซื้อของสดของแห้งไว้ทำอาหาร 3 มื้อ ในเวลา 3 วัน สำหรับประมาณ 20 คน โดยธราธรเป็นคนเดินตามคอยจ่ายเงิน เมื่อซื้อเสร็จช่วยกันขนมาขึ้นรถของโครงการ

ระหว่างนั้น ธราธรบอกกับเกษราและมะปรางให้รู้หน้าที่และทำตัวให้สอดคล้องว่า

“พี่ให้เราสองคนมาทำอาหารแทนแม่ครัวที่ป่วย อาหารวันละ 3 มื้อ ทำเสร็จแล้วถ้าอยากจะออกภาคสนามก็บอก พี่จะพาไป แต่ถ้าวันไหนไม่ไหวอยากพัก พี่จะบอกคนอื่นว่าเราสองคนอยู่เตรียมอาหาร คนจะได้ไม่สงสัย”

ทั้งสองรับคำ “ค่ะ” แล้วรีบเปลี่ยนเป็น “ครับ” อย่างสับสนกับตัวเอง ธราธรเร่งให้รีบขึ้นรถกลับไปทำอาหารเช้า

มะปรางขอไปนั่งข้างหลังเพื่อให้เกษราได้นั่งหน้าคู่กับธราธร ว่าแล้ววิ่งไปกระโดดแผล็วขึ้นนั่งอยู่กับกองผักและอาหารแห้งมากมายที่ซื้อมา

ตอนบอกเกษราและวิ่งมาขึ้นรถก็ยิ้มสดชื่น

หน้าบาน แต่พอขึ้นนั่งรถอยู่ตามลำพัง หน้าก็ค่อยๆเศร้าลง...เศร้าลง...หันมองไปที่หน้ารถเห็นเกษรานั่งคู่กับ

ธราธรก็ใจหาย สุดท้ายดึงหมวกมาปิดหน้านั่งพิงกองอาหารมองไปทางอื่นจ๋อยๆ

ooooooo

อีริคกับสมุน 2 คนไปที่ตลาด เห็นธราธรกับเกษราและมะปรางก็เดาได้ว่าเป็นพวกมาจากพระนคร ถามสมุนว่าแล้วพรานสมไปถึงเป้าหมายหรือยัง

“เห็นบอกว่าจะไปแต่เช้านะพี่ ป่านนี้คงจะถึงแล้ว” สมุนคนหนึ่งรายงาน

พรานสมอยู่หน้าบ้านพักของอาทิตยรังสีแล้วจริงๆ

อาทิตยรังสีกำลังเอาแผนที่ที่อ่อนศรีให้เมื่อคืนออกมาดู พลันก็ต้องรีบเก็บเมื่อได้ยินเสียงลูกบิดประตูดังกุกกักเพราะมีคนมาบิดพยายามจะเปิด ทันใดก็ได้ยินเสียงพรานอ่อนศรีเหมือนกำลังคาดคั้นใครบางคนว่าเป็นใคร เข้ามาทำอะไรที่นี่!

พรานอ่อนศรีมาเจอพรานสมกำลังพยายามจะเข้าไปในบ้านพัก จึงเอาปืนจี้ พรานสมเองก็เอามือแตะปืนที่เอวอย่างพร้อมปะทะ พอดีอาทิตยรังสีเปิดประตูออกมา พรานอ่อนศรีบอกว่าชายคนนี้กำลังทำท่าจะงัดเข้าไปในบ้าน คาดคั้นถาม

“เฮ้ย...ว่าไง ข้าถามว่าเอ็งเป็นใคร ทำไมไม่ตอบ เป็นใบ้หรือไง!”

“พรานสมเป็นคนของผมเอง” เอ็ดเวิร์ดเดินมาบอก “ผมจ้างพรานสมเป็นการส่วนตัว ให้มาเป็นผู้ช่วยผมโดยเฉพาะ”

พรานอ่อนศรีไม่เห็นความจำเป็นต้องจ้างเพราะคนทำงานมีครบแล้ว ถูกเอ็ดเวิร์ดชักสีหน้าพูดอย่างไม่พอใจว่า

“ฉันจะจ้างมาทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน ไม่จำเป็นต้องมาชี้แจงกับพรานป่าอย่างแก”

พรานอ่อนศรีชะงักอย่างไม่พอใจ แทนจึงเข้ามาชี้แจงแกมกระหนาบอีกคน ทั้งยังปัดกระบอกปืนของพรานอ่อนศรีไปทางอื่นบอกให้เก็บเสีย มีหน้าที่อะไรก็ไปทำ ไม่ต้องมายุ่งเรื่องอื่น แล้วบอกอาทิตยรังสีว่า จะพาเอ็ดเวิร์ดไปที่ปราสาทก่อน ว่าแล้วก็พากันไปเลย

“เราไปที่ปราสาทกันเถอะ คนอื่นๆคงรออยู่ที่โน่นแล้ว” อาทิตยรังสีบอกพรานอ่อนศรีแล้วเดินนำไป

ooooooo

เมื่อไปถึงบริเวณปราสาท อาทิตยรังสีกับพรานอ่อนศรีลงมือทำงานทันที ส่วนเอ็ดเวิร์ดไปนั่งในเต็นท์ใต้ต้นไม้ มีชุดน้ำชาอย่างหรูวางอยู่ข้างๆ โดยมีแทนคอยดูแลอย่างเอาอกเอาใจ ส่วนพรานสมยืนมองไปรอบๆ อย่างเก็บข้อมูล

ธราธรมาถึงก็จัดงานทันทีโดยให้สามหนุ่มจอมซ่า อุดม ปิติ และมานะ ช่วยกันตัดกิ่งไม้และถางบริเวณรอบๆปราสาท วัดความกว้างของตัวปราสาทจากด้านนอกทั้งหมด อุดมฟังงานแล้วปากเปราะพึมพำว่างานนี้วัดใจกันด้วย

“แค่ผมสามคนเหรอครับ” อุดมถามหน้าแหยๆ ชินกรถามว่าอยากจะวัดใจไม่ใช่หรือ ไปวัดใจเพื่อนอีกสองคนได้แล้ว ทั้งสามรับคำเสียงอ่อย ถือเครื่องมือถางหญ้าตัดต้นไม้เดินคอตกตามกันไป

ชินกรเอ่ยขอนายก้องเกียรติกับธราธรให้ไปช่วยตนจดบันทึก เกษราเหลือบมองชายใหญ่อย่างขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับบอกว่าไปเถอะ แล้วสั่งมะปราง

“ส่วนนายตะวัน มาช่วยครูก็แล้วกัน”

เกษรากล้ำกลืนรับคำสั่ง ส่วนมะปรางยิ้มแก้มแทบปริรีบเดินตามธราธรไป

สามหนุ่มที่เหมือนขมิ้นกับปูนกับสองสาว มองอย่างอิจฉาที่ทั้งสองได้ทำงานสบาย

ooooooo

วันนี้ 4 คุณชายที่วังจุฑาเทพ คุยกันไปอ่านหนังสือไป และทำกิจกรรมส่วนตัวไป แล้วทุกคนก็ชะงักเมื่อรู้ว่าหม่อมย่าเชิญเกษรามากินข้าวที่วัง

ชายพีร์ให้บอกท่านไปเลยว่าเกษราไม่อยู่ ชายภัทรไม่ให้บอกเพราะหม่อมย่าต้องไม่ชอบใจแน่ๆ ถ้ารู้ว่าเกษราไปออกงานภาคสนามกับผู้ชายทั้งคณะ ซํ้ายังแต่งเป็นผู้ชายด้วย

“บอกความจริงก็ไม่ได้ แต่เราก็พาตัวคุณเกษมากินข้าวกับหม่อมย่าไม่ได้ แล้วจะทำยังไง” ชายพีร์ถาม ชายรุจเสนอว่า เราก็ขายผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆแล้วกัน บอกว่า เกษราไม่ว่างบ้าง ตนไม่ว่างบ้าง ส่วนคนอื่นๆ ก็หาคำตอบกันเองแล้วกัน

“แล้วถ้าท่านไม่ได้รู้จากพวกเราล่ะ? อย่าลืมสิ ไม่ใช่แค่เราสี่คนที่รู้เรื่องนี้ คนที่วังเทวพรหมก็รู้เหมือนกัน แล้วถ้าพวกนั้นมา เราจะทำยังไง” ชายภัทรตั้งประเด็น
แล้วก็เป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที เมื่อจู่ๆ มารตีก็บอกวิไลรัมภาว่าตนจะไปเยี่ยมหม่อมย่าเอียดกับคุณย่าอ่อน และอาจจะอยู่กินข้าวเย็นด้วย แอบหวังว่าจะได้เจอชายภัทร วิไลรัมภาก็อยากไปเจอชายพีร์เหมือนกัน สองสาวเลยดี๊ด๊าสั่งป้าแย้มให้เตรียมขนมไทยชุดใหญ่จะเอาไปวังจุฑาเทพ!!

ooooooo

ที่ปราสาท...เกษราทำงานกับชินกร ถูกเขาถามเรื่องเรียนก็จำต้องปดไปตามเรื่อง จนเมื่อถามว่าเรียนจบแล้วจะทำอะไร เธอบอกว่าจะกลับไปต่างจังหวัด
ครั้นชินกรถามว่าจังหวัดอะไร ก็โมเมไปว่าจังหวัดเพชรบุรี ชินกรเลยพึมพำเคลิ้มเตลิดไปไกล...

“อ้อ...เมืองเพชร ขนมอร่อย... แต่ก็สู้ฝีมือคุณเกษ ไม่ได้...คุณเกษทำขนมอร่อย...สวยก็สวย...เฮ้อ...”

เกษราชะงักมองงงๆ ไม่รู้ว่าชินกรมาอารมณ์ไหน?

ผิดกับมะปราง ทำงานอย่างขยันขันแข็งอยู่กับ

ธราธร เธอเพลิดเพลินและทำอย่างมีความสุขจนชายใหญ่ยิ้มกับความตั้งใจจริงของเธอ ระหว่างนั้นชายใหญ่ยังอธิบายเรื่องราวของปราสาทอย่างเป็นวิชาการอย่างรู้จริง จนถึงปราสาทหลังสุดท้าย เขาอธิบายว่าเป็นที่พักคนเดินทาง ผนังด้านหนึ่งปิดทึบ สลักเป็นหน้าต่างหลอกแต่อีกด้านเป็นหน้าต่างจริง เคยมีคนพบทับหลังรูปพระพุทธรูปปางสมาธิในซุ้มเรือนแก้ว 2-3 ชิ้น

มะปรางสนใจจริงจังถามว่า “เคยมี” แปลว่าตอนนี้ไม่มีแล้ว ธราธรบอกว่าคาดว่าถูกขโมยไป พวกขโมยก็มีหลายกลุ่ม ฟังแล้วมะปรางเป็นห่วงพ่อขึ้นมา เกรงจะไปเจอพวกโจรอาจได้รับอันตราย

ระหว่างที่ทำงาน มะปรางเห็นอาทิตยรังสีและพรานอ่อนศรีเดินเข้าป่าเพื่อไปดูปราสาทหลังที่โดนขโมย จึงแอบตามไป ด้วยความเป็นห่วงพ่อ แต่เพราะความไม่เคยทำให้พลัดหลง เธอกลัวมากยืนอ้างว้างอยู่กลางป่าไม่รู้จะไปทางไหน โชคดีที่ธราธรเห็นเธอหายไป จึงแกะรอยตามมาเจอ เธอโผเข้ากอดชายใหญ่ไว้ร้องไห้โฮๆ

“พี่ชายใหญ่อยู่นี่แล้วครับ ไม่ต้องร้องนะ พี่ชายใหญ่มาช่วยแล้ว” ชายใหญ่กอดมะปรางไว้ลูบผมเบาๆ ปลอบโยน แต่พอเธอหายตกใจ ชายใหญ่ก็ตำหนิที่เดินมาคนเดียวจนหลงป่า ปรามว่าทีหลังอย่าทำ ถ้าพูดแล้วไม่ฟังจะส่งกลับพระนคร

ฝ่ายเกษราเมื่อใกล้เที่ยงเธอต้องรีบกลับไปทำอาหาร ชินกรขับรถไปส่งแต่ไม่เห็นมะปรางมา เขาจึงลงมือช่วยทำ

ระหว่างทำอาหารตาฝาดมองนายก้องเกียรติเป็นเกษราจนเกือบเผลอใจ พอดีมะปรางกลับมาร้องทักต่างจึงผละจากกัน เมื่อมะปรางขอโทษที่ตนมาช้าทำให้ยุ่งยากกันไปหมด ชินกรอบรมเรื่องให้ตรงต่อเวลาเล็กน้อย แล้วออกไปแบบเก้อๆเขินๆ บอกว่าอาหารเสร็จแล้ว จะไปรับพวกนักศึกษามากินข้าวกัน

ooooooo

ที่วังจุฑาเทพ...สถานการณ์ตึงเครียด เมื่อมารตีและวิไลรัมภาไปถึงหน้าวังโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า คุณชายทั้ง 4 ต้องรวมตัวแก้สถานการณ์กันอย่างเร่งด่วน

“ผมรู้แล้ว!” ชายพีร์เจ้าความคิดโพล่งขึ้น แล้วแผนการก็ถูกกำหนดเป็นขั้นเป็นตอนและแบ่งงานกันทำอย่างเร่งด่วน โดยให้ชายรุจไปสกัดย่าเอียดกับย่าอ่อนที่หน้าเรือนไม่ให้ออกมา ส่วนชายพีร์ ชายภัทรและชายเล็กรีบไปรับหน้าสองสาวที่หน้าวัง พอเห็นชายภัทรกับชายพีร์ สองสาวก็ปลื้มจนลืมเรื่องอื่นหมด
เมื่อไปเจอสองสาว ชายเล็กรีบชงเรื่อง บอกว่าวันก่อนมีหนังดีเข้าฉาย ชายภัทรกับชายพีร์อยากดูแต่ไม่มีเพื่อน ขอให้สองสาวไปดูเป็นเพื่อนได้ไหม สองสาวตอบพร้อมกันทันทีว่า “ได้ค่ะ!”

อึดใจเดียว ชายพีร์กับชายภัทรก็นั่งรถไปกับมารตีและวิไลรัมภาเพื่อไปดูหนังกัน สองสาวคุยจ้อหัวเราะกันอย่างมีความสุข ในขณะที่สองคุณชายมองกันอย่างอึดอัดที่ตกที่นั่งต้องรับหน้าสองสาวกันอีกหลายชั่วโมง!

ooooooo

นายก้องเกียรติไม่สบายใจกับอาการเพ้อถึงเกษราของชินกร ปรึกษากับมะปรางว่าต่อไปเห็นทีตนต้องห่างๆ ชินกรไว้ดีกว่า

เวลาเดียวกัน ชินกรที่มองก้องเกียรติว่าเหมือนเกษราก็เคอะเขินทุกครั้งที่อยู่ใกล้ เพื่อไม่ให้เคอะเขิน ชินกรบอกตัวเองว่าต้องอยู่ใกล้ก้องเกียรติให้มากกว่านี้ ใกล้ให้เคยชินจะได้ไม่เขินไม่คิดเป็นอย่างอื่น

เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามความต้องการของใคร เพราะตกบ่ายเมื่อได้เวลาทำงาน เกษรากับมะปรางกำลังจะขึ้นรถไปกับธราธร มะปรางเปิดทางให้เกษรากับชายใหญ่ไปนั่งหน้าด้วยกันอย่างเต็มใจด้วยความเศร้าตามเคย แต่จู่ๆ ชินกรก็วิ่งอ้าวมาขอไปด้วยคน ซํ้าร้ายยังขอเป็นคนขับรถด้วย ชายใหญ่เลยต้องไปนั่งข้างหลังกับมะปราง

เกษราอึดอัดใจมาก นั่งหันหน้าไปทางหน้าต่างรถตลอดเวลา มะปรางมองไปที่หน้ารถด้วยความเป็นห่วงความรู้สึกของเกษรา ธราธรเองก็มองไปที่หน้ารถด้วยแววตาที่เหมือนหึงในที ทำให้มะปรางเห็นแล้วใจหาย

มะปรางไม่มีความสุขเลย เวลาที่ให้เกษราไปนั่งรถคู่กับธราธรก็เศร้า ครั้นธราธรมานั่งหลังด้วยกันเห็นสายตาเขาที่มองเกษราที่ข้างหน้าแล้วก็ใจหาย งานนี้เลยทั้งเศร้าทั้งใจหาย...

ooooooo

ขณะที่สามหนุ่มจอมซ่ากำลังง่วนกับการตัดต้นไม้ดายหญ้านั้น แทนเดินตามหาเอ็ดเวิร์ดผ่านมาพอดี เห็นคณะของธราธรกับชินกรก็เข้าไปถามว่าเห็นเอ็ดเวิร์ดไหม

ทั้งสองบอกว่าไม่เห็น แทนกวาดตามองหาบ่นอุบอิบ

“เอ...หายไปไหนของเขานะ ผมเดินหาทั่วไซต์ แล้วก็ไม่เจอ หายไปทั้งมิสเตอร์เอ็ดเวิร์ดทั้งพรานสม

ไม่รู้หายไปไหน” แล้วหันไปบอกธราธร “งั้นผมขอตัวไปเดินหาต่อก่อนนะครับ” แล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง

เกษราขอไปช่วยพวกอุดมตัดต้นไม้เพื่อหลีก

ให้ห่างจากชินกร ส่วนชินกรก็ไปดูนักศึกษาอีกทางหนึ่ง มะปรางเห็นธราธรสีหน้าไม่สบายใจถามว่า

“พี่ชายใหญ่มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ”

“พี่แค่สงสัยว่ามิสเตอร์เอ็ดเวิร์ดทำตัวแปลกๆ อยู่ๆ

ก็หายตัวไป...หายไปไหนของเขา...” ชายใหญ่สังหรณ์ใจบางอย่าง

ที่แท้ พรานสมพาเอ็ดเวิร์ดเดินไปทางหน้าถ้ำที่อีริคกับสมุนส้องสุมกันอยู่ พอไปถึงหน้าถ้ำอีริคก็

ถือปืนออกมาพร้อมสมุน ทำเอาเอ็ดเวิร์ดตกใจ แต่แล้วก็กลับเก็บปืนยื่นมือออกไปขอเช็กแฮนด์

“ผมอีริค หลังจากที่ติดต่อทำธุรกิจกันมานาน เพิ่งจะได้เจอกันเป็นครั้งแรก ยินดีที่ได้รู้จัก”

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน...หวังว่าเจอกันครั้งนี้นายจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง” เอ็ดเวิร์ดยื่นมือไปเช็กแฮนด์

อีริคไม่ตอบแต่ยักคิ้วยิ้มร้ายเป็นการยืนยันว่า แน่นอน!

เมื่อพากันเข้าไปในถ้ำ อีริคโชว์วัตถุโบราณมากมาย บอกเอ็ดเวิร์ดว่าถ้าเขาโอเค ตนจะจัดส่งไปให้ตามที่อยู่ที่ให้ไว้

“ส่งไปได้เลย คนของฉันเตรียมเงินส่วนที่เหลือไว้แล้ว ว่าแต่...ไม่มีปัญหาเรื่องการขนออกจากประเทศไทยแน่นะ”

อีริคพูดอย่างลำพองใจว่า ตนไม่ใช่มือใหม่ เส้นสายตนแข็งพอ ไม่มีปัญหาแน่ เอ็ดเวิร์ดถามว่า นอกจากของชุดนี้แล้วมีอะไรที่น่าสนใจอีก

“ผมได้ยินมาว่า ไม่ไกลจากนี้ มีปราสาทอีกชุดอยู่กลางป่า มีอยู่ 5 หลัง ทางการยังไปไม่ถึง มีชาวบ้านแค่ไม่กี่คนที่รู้ แต่เราต้องใช้เวลาในการค้นหา”

“แต่ฉันไม่มีเวลา!”

“ผมรู้ ผมถึงแนะนำให้คุณแฝงตัวมากับคณะสำรวจของทางการ เพราะเราสงสัยว่าไอ้พรานอ่อนศรีมันจะรู้ว่าปราสาทชุดนี้อยู่ที่ไหน และมันอาจจะบอกกับไอ้อาจารย์แก่ที่มากับคณะ”

พรานสมแทรกขึ้นว่าให้รีบหาทางเอาที่ตั้งของปราสาทชุดใหม่มาให้ได้และรีบเข้าไปก่อนที่คณะสำรวจจะไปถึง อีริคเห็นด้วย เพราะถ้าทางการเข้าไปบูรณะเมื่อไรเราก็จะแตะต้องอะไรไม่ได้เลย เอ็ดเวิร์ดฟังแล้วเห็นด้วย แนะว่า

“พวกมันไว้ใจฉัน พวกแกก็ใช้ความไว้วางใจที่ฉันมี เข้าไปหาข้อมูลมาให้เร็วที่สุด แต่อย่าทำให้ฉันต้องเดือดร้อนเพราะเรารู้ว่าปราสาทชุดใหม่อยู่ที่ไหน ฉันจะแยกตัวออกจากคณะแล้วไปสำรวจกับพวกแก”

อีริคเดินไปรินวิสกี้มาสองแก้ว บอกเอ็ดเวิร์ดว่าสิ่งที่เขาต้องเตรียมคือเงินเท่านั้น แล้วชวนดื่มเพื่อมิตรภาพและความสำเร็จกัน

ooooooo

ที่วังจุฑาเทพ...หลังจากชายภัทรกับชายพีร์ต้องกล้ำกลืนพามารตีกับวิไลรัมภาไปดูหนังกลับมา ทั้งสองบ่นกันงึมงำ ชายพีร์ประกาศเลยว่าคราวหน้าตนกับชายภัทร์ไม่ไปดูหนังกับสองสาวเทวพรหมอีกแล้ว ใครต้นคิดก็ไปดูเอง

“น้องรัมภาก็เอาแต่พูดไม่หยุด ฉันฟังจนหูชา ดูหนังไม่สนุกเลย” ชายพีร์บ่น

“ส่วนมารตีก็เอาแต่ตื๊อให้ฉันไปทำงานกับเธอ

ที่โรงพยาบาลเอกชน ขนาดฉันบอกว่าได้งานที่โรงพยาบาลรัฐแล้วก็ยังไม่ยอมหยุด ฟังจนเหนื่อยจริงๆ” ชายภัทร์ทำหน้าเซ็งๆ

ชายรุจปลอบใจว่าอย่ากังวลไปเลย ถ้ามารตีกับวิไลรัมภามาคราวหน้า พวกเราก็คิดหาทางออกกันได้เองแหละ

“เฮ้อ...กว่าพี่ชายใหญ่กับคุณเกษจะกลับมา ไม่รู้ว่าสองสาวจะมาที่นี่อีกกี่รอบ แล้วเราจะปิดคุณย่าไปได้อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้” ชายพีร์หนักใจ
คุณชายอีก 3 คนฟังแล้วก็มองหน้ากันแบบ...

นั่นสิ!

ooooooo

กว่าเอ็ดเวิร์ดจะออกจากถ้ำกลับถึงที่พักก็ค่ำมืดแล้ว มาถึงเห็นอาหารเย็นจืดชืดก็โวยวายอย่างวางอำนาจสั่งพรานอ่อนศรีให้ไปทำมาใหม่

พรานอ่อนศรีบอกว่าตนทำอาหารไม่เป็น เอ็ดเวิร์ดไสจานอาหารออกไปจนน้ำแกงกระฉอกตวาดสั่ง

“เย็นชืดแบบนี้ใครจะไปกินได้!! ไปทำมาใหม่ ฉันอยากกินอะไรร้อนๆ” พรานอ่อนศรียืนกรานว่าตนทำไม่เป็น “ทำไม่เป็นก็ไปตามคนทำเป็นมาทำสิ นี่เป็นคำสั่ง!”

พรานสมทำกร่างสำทับเสียงเข้ม “นายฝรั่งสั่ง ไปทำสิ!” เมื่อพรานอ่อนศรีบอกว่าดึกแล้วและคนที่ทำก็ไม่ได้มีหน้าที่มารับใช้พวกเขา พรานสมสั่งให้ไปเอาตัวมา ถ้าไม่ไปตนจะไปเอง ตะคอกถาม

“บอกมา ใครเป็นคนทำอาหาร!”

มะปรางกับเกษราที่แอบฟังอยู่ มะปรางทนไม่ได้ก้าวออกไปบอกว่าตนเป็นคนทำ เกษรายืนแอบอยู่ข้างหลังอึ้งๆเรียกเตือนมะปรางเบาๆแต่มะปรางไม่สนใจ ยืนเผชิญหน้าจ้องเอ็ดเวิร์ดและพรานสมแบบ เป็นไงเป็นกัน!

“มาก็ดีแล้ว นายฝรั่งอยากกินอะไรร้อนๆ” พรานสมสั่ง

“ถ้าอยากกินร้อนๆก็ต้องมากินให้ตรงเวลา มากินเอาป่านนี้ ถ้าอยากกินร้อนก็ต้องไปอุ่นเอง” มะปรางเสียงเข้มพรานอ่อนศรียิ้มอย่างพอใจ “พรานอ่อนศรีพูดถูก พวกเราไม่มีหน้าที่มารับใช้ใคร พวกคุณไม่รักษาเวลา มากินข้าวช้าเอง ถ้าทุกคนทำแบบคุณ เราคงต้องทำอาหารให้กินกันทั้งวัน”

“อย่ามาใช้คำว่า ‘ทุกคน’ กับฉัน เพราะฉันไม่เหมือนคนอื่น คนพวกนั้นไม่มีเงินมาให้แก...แต่ฉันมี!!”

“แต่เงินของคุณไม่ได้ทำให้คุณอยู่เหนือคนอื่น!! เงินอาจจะซื้อทุกอย่างในประเทศของคุณได้ แต่มันซื้อ ‘แกงจืดร้อนๆ’ ของที่นี่ไม่ได้ ถ้าคุณอยากจะกิน...ต้อง ทำเอง!”

มะปรางโต้อย่างเผ็ดร้อน จนเอ็ดเวิร์ดทั้งแค้นทั้งเสียหน้า ถามเสียงสั่น

“ไอ้เด็กนี่มันเป็นใคร!? บังอาจมาพูดแบบนี้กับฉันได้ยังไง!!!” เอ็ดเวิร์ดดันโต๊ะที่มีอาหารวางอยู่อย่างแรงจนทั้งอาหารและจานชามตกหกแตก

อุดมที่ได้ยินเสียงเอะอะมาแอบดู เห็นบรรยากาศตึงเครียดก็ตกใจรีบวิ่งไปที่บ้านพักธราธร

มะปรางกับเอ็ดเวิร์ด เผชิญหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

อุดมวิ่งทะเล่อทะล่าไปร้องเรียกอาจารย์ธราธรที่หน้าบ้านพัก เมื่อธราธรออกมาถามว่ามีอะไร อุดมหอบจนพุงกระเพื่อมแต่ยังพยายามบอก

“ไอ้ตะวันครับ...ไอ้ตะวัน...ไอ้ตะวันมันทะเลาะกับนายฝรั่งใหญ่เลยครับ”

ooooooo

บริเวณที่กินอาหารในแคมป์ จานชามแตกเกลื่อนอาหารหกเลอะเทอะ พรานสมก้าวสวบๆเหยียบผ่านไปอย่างไม่สนใจ เข้าไปจ้องหน้ามะปรางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ตะคอกขู่

“ไอ้หนู แกคิดผิดแล้ว ที่มาต่อปากต่อคำนายฝรั่ง”

“เป็นผู้ใหญ่แล้ว อย่ารังแกเด็ก” พรานอ่อนศรีเดินเข้าไปขวาง

พรานสมตวาดให้พรานอ่อนศรีหลบไป ผลักจนพรานอ่อนศรีกระเด็นล้มไปดังพลั่ก เกษราทนไม่ได้วิ่งไปประคอง

เอ็ดเวิร์ดยืนมอง ยิ้มอย่างสะใจ มะปรางจะตามไปพยุงพรานอ่อนศรีอีกคน ถูกพรานสมกระชากคอเสื้อไว้ขู่ว่า

“แกกับฉันยังคุยกันไม่เสร็จ...ปากเก่งนักนะมึง!”

“ปล่อยมือจากนักศึกษาของผมเดี๋ยวนี้!!” เสียงธราธรดังขึ้น ทุกคนหยุดนิ่ง ธราธรเดินเข้ามาหน้าเครียด “ผมบอกให้ปล่อย!!”

พรานสมจำต้องปล่อย แต่ผลักมะปรางจนเซไปชนโต๊ะล้มลง ร้องอย่างเจ็บปวด

ooooooo

ธราธรพูดกับเอ็ดเวิร์ดด้วยสีหน้าตึงเครียดหลังจากเจรจากันว่า

“ผมทำตามความต้องการของคุณไม่ได้ จะให้ผมลงโทษคนที่ไม่ผิดผมทำไม่ได้”

“ทำไมจะไม่ผิด คนของคุณไม่มีมารยาท พูดจาดูถูกผม ยังไม่ผิดอีกหรือ” เอ็ดเวิร์ดแข็งกร้าว

“ที่ผมพูดว่าไม่ผิด เพราะคุณเองก็ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถ้าคุณทำตามกฎระเบียบมากินอาหารให้ตรงเวลา เรื่องนี้ก็ไม่เกิดขึ้น”

“คุณชายกำลังจะบอกว่าผมเป็นต้นเหตุของปัญหา ไม่ใช่ไอ้เด็กบ้านั่น”

“ใช่ครับ...คุณเข้าใจไม่ผิด” ธราธรตอบเรียบๆ

“มันจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว ผมไม่เคยเห็นใครโง่อย่างนี้มาก่อน...ฟังไว้เลยนะ ถ้าประเทศไทยจะไม่ได้รับเงินบริจาคจากฉัน มันก็เพราะความไม่มีมารยาท ไม่ รู้จักที่ต่ำที่สูงของพวกแก จำไว้” เอ็ดเวิร์ดชี้หน้าด่ากราดทุกคน แล้วเดินออกไปอย่างหัวเสีย พรานสมพูดใส่หน้าธราธรก่อนเดินตามเอ็ดเวิร์ดไปว่า

“คุณชาย...คุณตัดสินใจผิดครั้งยิ่งใหญ่มาก รู้ไว้ซะด้วย!”

มะปรางมองชายใหญ่อย่างซึ้งใจ ชายใหญ่เองก็มองเธอด้วยความห่วงใย

อุดมยืนมองทั้งสองไปมา เห็นสายตาทั้งคู่ที่มองกันแล้ว นึกในใจ “ชัวร์เลย...ว่าแล้ว!”

พอกลับไปถึงเต็นท์นอน สามเกลอตัวแสบก็สุมหัวกัน อุดมเล่าอย่างตื่นเต้นด้วยเสียงกระซิบกระซาบ แต่มานะตกใจจนร้องถามเสียงดังว่า อาจารย์หม่อมเนี่ยนะ! อุดมด่าไอ้บ้า บอกให้เบาๆ เดี๋ยวใครได้ยินเข้า ปิติยังไม่แล้วใจบอกให้อุดมบอกอีกทีให้ชัดๆ อุดมยื่นหน้าเข้าไปพูดเบาๆ แต่ย้ำชัดๆ

“อาจารย์หม่อม-ชอบ-ไอ้...ตะวัน!!!”

ชินกรถือไฟฉายเดินตรวจตราผ่านมาได้ยินพอดี อุทานทวนได้ทุกคำที่อุดมพูดงงๆ แล้วเงี่ยหูฟัง

ปิติกับมานะไม่อยากเชื่อเพราะทั้งสองเป็นผู้ชาย อุดมยังยืนยันว่าใช่แน่ มานะติงว่าไม่มีหลักฐานอย่ามา พูดลอยๆ

อุดมเลยสาธยายยาวเหยียดนับแต่เดินทางมาตนเห็นอาจารย์หม่อมดูแลปกป้องตะวันอย่างกับดูแลผู้หญิง ขนาดตะวันทะเลาะกับนายฝรั่ง อาจารย์หม่อมก็ยังเข้าข้างจนฝรั่งโกรธประกาศจะไม่ให้ทุนเลย แล้วทำเสียงตื่นเต้นย้ำว่า

“นี่ๆที่สำคัญนะ ข้าเคยแอบเห็นอาจารย์หม่อมลูบหัวไอ้ตะวันด้วยนะเว้ย”

“เฮ้ย!!” มานะกับปิติร้องพร้อมกัน

“เฮ้ย!!!” อีกเสียงหนึ่งดังอยู่นอกเต็นท์ ปิติถามทั้งสองว่าเมื่อกี้ได้ยินเสียงใครอีกคนหรือเปล่า แล้วลุกเดินไปดูนอกเต็นท์ แต่ชินกรชิ่งไปก่อนแล้ว เมื่อปิติกลับเข้ามา อุดมท้าว่าถ้าไม่เชื่อ พรุ่งนี้ให้คอยสังเกตดูเอาเองแล้วจะเห็นว่า “อาจารย์หม่อม-ชอบ-ไอ้ตะวัน! แน่นอน” อุดมฟันธง

ฝ่ายชินกร หลบออกมาแล้วเดินตรวจต่อไปแต่ใจคิดสับสน พึมพำออกมาอย่างไม่สบายใจ...

“คุณชายใหญ่กับไอ้ตะวันเนี่ยนะ???? มันยังไงกัน!!!”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"
17 พ.ย. 2562
07:01 น.