ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายธราธร

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อีกไม่กี่วันจะถึงวันจัดงานแล้ว คุณชายทั้ง 5 นั่งดื่มกาแฟและนํ้าผลไม้ปรึกษาปรารภกันประสาหนุ่มๆ ที่จะได้เจอสาวๆ ชายเล็กเปิดการสนทนาขึ้นก่อนว่า

“อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานเลี้ยงแล้ว สาวๆเทวพรหมคงจะเตรียมมาเปิดตัวในงานแน่ เห็นทีพวกเราจะหนีกันไม่รอด”

ชายพีร์เสนอให้เรารีบหาคู่ควงมางาน อย่างน้อย คราวนี้ ให้รอดตัวไปก่อน อาสาจะหาสาวๆมาให้พี่ๆคัดตัว

“ของ พี่ไม่ต้อง เพราะไม่ว่าจะมีคู่ควงหรือไม่มี พี่ไม่มีวันยอมโดนบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงที่พี่ไม่รัก” ชายภัทรขัดขึ้น ชายเล็กหันไปกระซิบกระซาบกับชายพีร์ว่า “ถ้าเหตุผลนี้ สงสัยพี่ชายภัทรคงไม่มีวันได้แต่ง”

ชายรุจที่จัดเครื่องดื่มบริการทุกคน แล้ว ถือของตัวเองมานั่งสมทบ ถามชายใหญ่ว่าต้องการให้ชายพีร์หาคู่ควงให้ไหม หรือมีอยู่แล้ว ชายใหญ่ตอบนิ่งๆว่าไม่มีและไม่ต้องการ พูดอย่างตรึกตรองว่า

“พี่ มาคิดดู บางทีคุณเกษอาจจะเหมาะสมกับพี่ก็ได้ พี่ไม่ควรปิดโอกาสหรือปฏิเสธ คุณเกษเป็นคนดี หน้าตาก็สะสวย เก่งการบ้านการเรือน ใครได้เป็นภรรยาถือว่าโชคดี”

“ถ้าพี่ชายใหญ่แต่งกับคุณเกษจริงๆ...” ชายเล็กตาโตวาว

“พวกเราก็รอด!” ชายพีร์ต่อให้อย่างรู้ใจกัน แล้วทั้งสองก็พากันเฮชอบใจ

“ให้ถึงเวลานั้นแล้วค่อยดีใจน้องชาย พี่พูดว่า ‘อาจจะ’ เพราะฉะนั้นยังไม่มีอะไรแน่นอน” ชายใหญ่เบรกน้องๆ ถูกชายเล็กถามดักคอว่า

“พี่ชายใหญ่บอกว่าใครได้คุณเกษเป็นภรรยาถือว่าโชคดี แล้วพี่ชายใหญ่อยากเป็นคนโชคดีคนนั้นหรือเปล่า”

ชายใหญ่มองหน้าชายเล็กนิ่ง เหมือนงงๆกับตัวเองว่า...นั่นสินะ

ooooooo

ฝ่ายเกษราที่วังเทวพรหม ฟังป้าแย้มลุ้นเรื่องชายใหญ่ก็พูดอย่างถ่อมตัวว่า ตนคงไม่มีวาสนา บางทีชายใหญ่อาจจะพอใจมารตีหรือชายพีร์อาจจะพึงใจวิไลรัมภา แต่ชายใหญ่คงไม่สนใจตน

ป้าแย้มติงว่าอย่าพูดแบบนี้ ยุว่าให้ตัดชุดไปงานสักชุดดีไหม เกษราเกรงจะสิ้นเปลือง เก็บเงินไว้ซ่อมประตูดีกว่า ตนใส่ชุดเก่าของมารตีไปก็ได้

“ไม่ได้นะคะ งานนี้คุณเกษต้องสวยสู้น้องๆให้ได้นะคะ คุณชายใหญ่จะได้รู้ว่าเธอคิดผิดที่ไม่รีบส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอ ส่วนเรื่องประตูเอาไว้ก่อน เดี๋ยวพอเราปิดร้านแล้วไปซื้อผ้าแล้วก็ไปร้านตัดผ้านิภาหน้าปากซอยตลาดบางรัก มีคนบอกว่าตัดเก่งมาก ป้าจะขอให้คุณนิภาตัดให้สุดฝีมือ คุณเกษจะได้สวยที่สุดในงาน นะคะคุณเกษ ครั้งนี้ป้าขอร้อง”

ตกเย็น เมื่อปิดร้านแล้ว เกษราขอไปดูผ้าที่ร้าน ให้ป้าแย้มไปซื้อของที่จะทำขนมพรุ่งนี้แล้วมาเจอกันที่หน้าตลาด ป้าแย้มยํ้าว่าต้องซื้อผ้าตัดชุดให้ได้เพราะตนนัดคุณนิภาไว้แล้ว เกษราก็ยังบอกว่าถ้าแพงเกินงบก็จะไม่ตัด ป้าแย้มถึงกับคราง

“โธ่...คุณเกษ...”

ขณะเกษราไปที่ร้านขายผ้านั้น เธอทำกระเป๋าถือตกของหล่นจากกระเป๋าจึงก้มลงเก็บ เป็นจังหวะที่ชินกรเดินมาเจอผ้าที่ต้องการซื้อตรงนั้นพอดี เขาพุ่งเข้าเขย่งหยิบผ้าที่อยู่ชั้นบน แต่เพราะเนื้อผ้าลื่น เลยไหลลงมาใส่ร่างเกษราที่กำลังเก็บของ ผ้าบางๆจากหลายพับคลุมร่างเธอไว้หลายชั้น เกษราตกใจร้องขอความช่วยเหลือ

ชินกรตกใจยิ่งกว่า บอกให้เธออยู่นิ่งๆ แล้วช่วยดึงผ้าออกทีละชิ้น...ทีละชิ้น จนถึงผืนสุดท้ายเขาถึงกับตะลึงงันกับใบหน้าสวย ตากลมโตปากอวบอิ่มของเกษรา เขามองตาค้างพูดไม่ออก เกษรารู้สึกตัวเธอรีบขอบคุณ เก็บของแล้วผละไปด้วยความเขินอาย ชินกรจะตามไปแต่ยังเก็บผ้าเข้าที่ไม่หมดจึงรีบเก็บ พอวิ่งตามออกไปก็ไม่เห็นเกษราแล้ว ได้แต่บ่นตัวเอง

“ยังไม่ได้ขอโทษเลย...เฮ้ออออ”

ooooooo

เมื่อมาพบกับป้าแย้มตามนัดพากันไปที่ร้านตัดเสื้อนิภา ขณะเดินออกมาเจอชายใหญ่แฉลบรถมาจอดถามว่ามาซื้อของหรือ จะกลับเลยหรือเปล่าจะได้ไปส่ง

“ใช่ค่ะ คุณหนูเกษกำลังจะกลับค่ะ” ป้าแย้มรีบตอบแทน ชายใหญ่ลงมาช่วยรับของใส่รถ เกษราได้แต่ยิ้มเอ่ยขอบคุณเบาๆ ส่วนป้าแย้มตื่นเต้นดีใจแทนเกษราจนเกือบเก็บอาการไม่อยู่

เมื่อมาถึงหน้าวังเทวพรหม ชายใหญ่ถามอย่างมีอัธยาศัยว่าขนมขายดีไหม ป้าแย้มชิงตอบว่าดีมาก ขนมของคุณเกษอร่อย บางทีต้องสั่งล่วงหน้ากันเป็นอาทิตย์ ชายใหญ่จึงสั่งจองสำหรับงานวันศุกร์หลายอย่าง เกษราบอกว่าอย่าสั่งซื้อเลยตนทำให้เอง

“่ไม่ได้หรอกจ้ะ ของซื้อของขาย ไข่ฟองหนึ่งก็หลายสลึง  ข้าวของแพงขึ้นทุกวัน  จะมาทำให้ฟรีๆไม่ได้หรอก”

“งั้นเกษคิดแต่ค่าไข่กับผลไม้นะคะ เพราะเกษตั้งใจอยากจะทำให้พี่ชายใหญ่ทานค่ะ”

“ได้ครับ...งั้นพี่ก็ขอขอบคุณแทนน้องๆด้วย”

เกษราขอบคุณที่ขับรถมาส่ง ชายใหญ่นัดเจอกันวันศุกร์แล้วต่างลากัน

ป้าแย้มนั่งฟังอยู่เบาะหลังแอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาตลอดทาง

เกษราลงจากรถก็ถอนใจเบาๆ รู้สึกเหนื่อยใจจนบอกไม่ถูก...

ooooooo

ก่อนจัดงานหนึ่งวัน ย่าเอียดลงมาตรวจการเตรียมงาน ท่านดูรายละเอียดทุกขั้นตอน ทุกแง่ทุกมุม สั่งการ จัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เมื่อเจอย่าอ่อนก็ถามเรื่องอาหาร ย่าอ่อนบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย พรุ่งนี้เพียงแต่ปรุงก็ได้แล้ว

“ดี...แม่อ่อนคุมใกล้ชิดแบบนี้  ฉันจะได้ไม่ต้องห่วง วังจุฑาเทพไม่ได้จัดงานกันบ่อยๆ จัดแต่ละทีมีแต่คนสนใจ เราจะทำให้เสียชื่อไม่ได้ ทุกอย่างจะต้องพร้อมและดีที่สุด!”

วันงานมาถึงแล้ว...ย่าเอียดถามย่าอ่อนว่าพวกคุณชายแต่งตัวกันเสร็จหรือยัง

ปรากฏว่าคุณชายทั้ง 5 แต่งตัวอย่างพิถีพิถัน ทุกอย่างเนี้ยบกริบ คุณชายธราธรหล่อสง่างาม คุณชายปวรรุจหล่ออบอุ่น คุณชายพุฒิภัทรหล่อนิ่งเนี้ยบ คุณชายเล็กหล่อเข้มแกมกรุ้มกริ่ม และที่หล่อสดใสขี้เล่นคือคุณชายรณพีร์

คุณชายทั้ง 5 พากันเดินเข้ามาในงานอย่างสง่างาม เท่ เป็นที่สนใจของแขกที่มาร่วมงานทุกคน

ไม่นาน เทวพันธ์ก็เดินนำเกษรา มารตี และวิไลรัมภาเข้ามา มารตีและวิไลรัมภาแต่งสวยบาดตาเปรี้ยวจี๊ด ส่วน เกษราอยู่ในชุดสวยหวานเข้ากับหน้าตาและบุคลิก ดูดีมีสง่า

“วันนี้ลูกสาวของพ่อสวยมากๆ พ่อมั่นใจว่าลูกของพ่อจะต้องสวยที่สุดในงาน สวยจนคุณชายทั้ง 5 ต้องตก ตะลึง!” เทวพันธ์มองดูลูกสาวทั้งสาม พูดอย่างมั่นใจภูมิใจมาก

ย่าเอียดเห็นคุณชายทั้ง 5 เข้ามาในงานแล้วจึงชวนย่าอ่อนเข้าไปรอแขกของตนในบ้านดีกว่า ทางนี้ปล่อยให้พวกคุณชายดูแลแขกกันเองตามประสาเด็กๆ ไม่ต้องเกร็งที่มีผู้ใหญ่มานั่งคุม

ooooooo

คุณชายทั้ง 5 ยิ้มแย้มมองสามสาวจากเทวพรหมอย่างตื่นเต้น ชื่นชมในความสวยเปรี้ยวและสง่างาม ส่วนสามสาวก็มองคุณชายทั้ง 5 อย่างสนใจมาก มารตีและวิไลรัมภาถึงกับตะลึง พึมพำ

“พี่ชายภัทร...ตัวจริงสมาร์ตกว่าที่คิดไว้อีก” มารตีแทบเพ้อ

“พี่ชายพีร์ก็น่ารักกว่าที่เขาร่ำลือ...” วิไลรัมภามองชายพีร์ตาเป็นประกาย

“หลังจากนี้ก็หมั่นมาหาพี่เขาสิ จะได้เจอกันบ่อยๆ” เทวพันธ์ย้ำกับลูกๆแล้วชวน “เราไปทักทายพวกคุณชายกันดีกว่า พวกเขาจะได้รู้ว่าเรา...มาแล้ว”

“ค่ะคุณพ่อ” วิไลรัมภากับมารตีเดินประกบเทวพันธ์ไปอย่างภูมิใจ เกษราแอบถอนใจเดินตามไปอย่างเสียไม่ได้

ชายรุจบอกพี่น้องว่าบ้านเทวพรหมมาแล้ว ชายใหญ่เดินไปต้อนรับยกมือไหว้เทวพันธ์ เทวพันธ์รับไหว้ทักชายภัทรกับชายเล็กว่าเปลี่ยนไปเยอะ ระหว่างนั้นชายพีร์ยิ้มกรุ้มกริ่มมองวิไลรัมภาไม่วางตา จนเทวพันธ์รู้สึกบอกลูกๆให้สวัสดีคุณชายเสีย

สามสาวยกมือไหว้พร้อมกัน คุณชายทั้ง 5 รับไหว้ พร้อมกัน แล้วธราธรก็เชิญเทวพันธ์เข้าไปพบหม่อมย่า

“ฝ่ายสาวๆนั่งทางโน้นครับ” ชายพีร์รีบเข้าแทรกตัดตอน โดยจัดตัวเอง ชายภัทร กับชายเล็กดูแลสาวๆ ชายรุจเห็นดังนั้นเข้าไปอาสาพาเทวพันธ์ไปพบหม่อมย่าและให้ชายใหญ่ต้อนรับเกษรา

ชายรุจเดินพาเทวพันธ์เข้าข้างใน ตรงนั้นจึงเหลือเพียงชายใหญ่และเกษรายืนคุยกันเพียงสองคน...

เทวพันธ์เห็นเกษราคุยกับชายใหญ่ก็แอบหวังว่า คืนนี้ต้องเป็นคืนของเทวพรหมแน่ๆ

ขณะนั้นเอง อาทิตยรังสี กัลยา และระวีรำไพ ก็เดินเข้ามาในงาน ชายใหญ่ละล้าละลัง ชายรุจอีกนั่นแหละที่เข้ามาอาสาพาเกษราไปนั่งและให้ชายใหญ่ไปต้อนรับคุณอาหม่อมกับคุณอากัลยาและระวีรำไพ

ระวีรำไพใจเต้นแรง พยายามระงับความตื่นเต้น ยกมือไหว้ชายใหญ่ที่เข้ามาสวัสดีอาทิตยรังสีกับกัลยา ยิ่งเมื่อชายใหญ่ชมว่าวันนี้น้องมะปรางสวยจัง ก็ทำเอาเธอเขิน ส่วนกัลยาก็ชมว่า

“งานจัดได้หรูหรามากค่ะคุณชาย ไม่เสียชื่อวังจุฑาเทพจริงๆ”

เมื่อชายใหญ่พาอาทิตยรังสี กัลยา และระวีรำไพเข้าไปพบคุณย่าในห้อง ย่าอ่อนมองระวีรำไพชมว่ายิ่งโตก็ยิ่งสวย

“เป็นดรัมเมเยอร์ของมหาวิทยาลัย 3 ปีซ้อน ไม่สวยได้ยังไงครับ” ชายใหญ่อวดย่าอ่อน ระวีรำไพยิ่งเขิน ทำให้ยิ่งน่าเอ็นดู ย่าเอียดบอกอาทิตยรังสีกับกัลยาให้นั่ง ส่วนชายใหญ่ให้พาระวีรำไพออกไปร่วมสนุกกับเพื่อนวัยเดียวกัน

ระวีรำไพกับชายใหญ่มองหน้ายิ้มให้กัน อาทิตยรังสีเห็นพอดี ยิ้มนิดๆอย่างพอใจ ผิดกับเทวพันธ์ที่นั่งอึดอัดตลอดเวลา ในใจคิดถึงแต่เรื่องแต่งงานของลูกๆกับคุณชายแห่งจุฑาเทพ ร้อนใจอยากจะรีบพูดแต่ยังไม่สบโอกาส

ooooooo

ที่กลุ่มหนุ่มสาวในบริเวณงาน สาวๆจากเทวพรหมกับหนุ่มๆแห่งจุฑาเทพ นั่งคุยกันเป็นคู่ๆตามอัธยาศัย

มารตีฉอเลาะชวนชายภัทรไปทำงานที่โรงพยาบาลเดียวกับตน ชายภัทรเพียงแต่ยิ้มๆไม่ตอบ

ส่วนวิไลรัมภาคุยจ้อกับชายพีร์อย่างสนุกสนาน เธอคุยเยอะคุยยาวเสียจนชายพีร์แอบบ่นในใจว่าพูดเยอะจัง จนเมื่อเธอทักว่าเขาพูดน้อยจังหรือว่าตนพูดมากเกินไป ชายพีร์ก็เผลอตอบไปว่า

“ครับ!” พอนึกได้รีบแก้ตัวว่าไม่ใช่ แล้วหัวเราะแหะๆกลบเกลื่อน

ส่วนเกษราที่ชายรุจพาแยกจากชายใหญ่มานั่ง ต่างก็นั่งกันเงียบๆจนเกษราขอไปล้างมือ ชายรุจชี้ทางไปห้องน้ำให้เธอขอบคุณ พอลุกพ้นจากโต๊ะก็ถอนใจเบาๆ

ระหว่างนั้น ชินกรเข้ามาในงานคนเดียว ชายใหญ่ร้องเรียก เขาหันมองเห็นชายใหญ่กับระวีรำไพกำลังเดินมาหา

“สวัสดีค่ะอาจารย์ชินกร” ระวีรำไพไหว้อย่างสวยงาม

เกษราออกจากห้องน้ำเดินกลับมาที่โต๊ะ เธอต้องหายใจลึกๆเตรียมใจเข้ามาในงานอีกครั้ง

ooooooo

ชายใหญ่เชิญชินกรไปนั่งด้วยกันเพื่อแนะนำให้รู้จักกับน้องๆ ชินกรเห็นเกษรากำลังเดินมา ทั้งชินกรและเกษรามองเห็นกันตะลึง ชินกรถึงกับเหมือนตกอยู่ในความฝัน ต่างทักกันอึ้งๆ

“คุณ...”

ชายใหญ่ถามว่ารู้จักกันด้วยหรือ ทั้งสองตอบพร้อมกันว่า ไม่รู้จัก ทำเอาชายใหญ่งง ชินกรจึงชี้แจงว่า

“คือเราสองคนเจอกันโดยบังเอิญเมื่อสามสี่วันก่อน มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นน่ะครับ แต่ยังไม่ได้คุยกัน ก็เลยยังไม่รู้จักกัน”

ชายใหญ่จึงแนะนำให้รู้จักกันเป็นทางการ ทั้งสามแสดงความยินดีต่อกัน โดยเฉพาะมะปรางกับเกษราต่างยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร ชินกรปลื้มปีติกว่าเพื่อนเฝ้ามองเกษราอย่างตื่นเต้นชื่นชมตลอดเวลา ชายใหญ่พาทั้งสามเดินไปที่โต๊ะน้องๆ

เสียงดนตรีเต้นรำเริ่มขึ้น ชายพีร์โพล่งขึ้นอย่างตื่นเต้นว่า “ผมขอเปิดฟลอร์นะครับ”

ชายภัทรติงว่าเราเป็นเด็กรอก่อนต้องให้ผู้ใหญ่มาเปิด มารตีที่เกาะแจชายภัทรอยู่ถามอย่างอยากเต้นด้วยว่า

“แล้วอย่างพี่ชายภัทรเป็นผู้ใหญ่พอหรือเปล่าคะ”

“ก็พอ...แต่พี่ไม่ชอบเต้นรำ”

คำตอบของชายภัทรทำเอามารตียิ้มเซ็งๆไป พอดีชายเล็กบอกว่าผู้ใหญ่ตัวจริงมาโน่นแล้ว ทุกคนหันไปเห็นชายใหญ่กำลังเดินมากับมะปรางและเกษรา เมื่อชายใหญ่มาถึงถามว่าคุยอะไรกันทำไมมองตนแปลกๆ ชายรุจรายงานทันทีว่า

“ชายภัทรยังไม่อนุญาตให้ชายพีร์เต้นรำ ให้รอพี่ชายใหญ่มาเปิดฟลอร์น่ะครับ”

“ว่าแต่บิ๊กบอส...รู้หรือยังว่าจะเลือกใครเป็นคู่เต้นรำ” ชายพีร์เข้ามาถามอย่างอยากรู้

ชายใหญ่ชะงัก เกษรากับมะปรางก็ชะงัก สองสาวแอบคิดว่าอาจเป็นตัวเอง ชายใหญ่มองสองสาวอย่างตัดสินใจ ในที่สุดก็เลือกเกษรา ทิ้งให้มะปรางกับชินกรมองอย่างผิดหวังนิดๆ เสียดายหน่อยๆ เพราะชินกรกะไว้แล้วว่าถ้าชายใหญ่เลือกมะปราง ตนก็จะขอเต้นกับเกษรา...

ชายใหญ่เต้นรำกับเกษราต่างเกร็งๆ พูดคุยกันแต่พอรักษามารยาท ช่างเป็นเวลาหรรษาที่น่าอึดอัด

มารตีนั่งคุยจ้ออยู่กับชายภัทร จนชายภัทรบอกชายเล็กให้ไปเต้นรำกับมารตี แต่พอชายเล็กเชิญ มารตีเอ่ยขอโทษขอนั่งคุยกับชายภัทรเรื่องงานที่โรงพยาบาลดีกว่า ทำเอาชายภัทรเซ็ง ส่วนชายเล็กแอบกระซิบกับชายภัทรว่า

“ผมช่วยไม่ได้แล้วนะครับ” แล้วตัวเองก็เดินไปโค้งขอเต้นรำกับอุบลสาวโต๊ะข้างๆแทน

วิไลรัมภาเต้นรำกับชายพีร์ เธอช่างเจรจาเสียจนบรรยากาศการเต้นรำกร่อย เมื่อชายพีร์คุยด้วยอย่างประหยัดถ้อยประหยัดคำ เธอก็ยิ่งคุยยิ่งถาม ว่าชอบเต้นรำจังหวะอะไร เต้นรำที่ไหน เต้นกับใคร และ “วันหลังพารัมภาไปบ้างได้ไหมคะ” ทำเอาชายพีร์ตอบไม่ถูก พูดไม่ออกไปเลยทีเดียว

หนุ่มสาวเต้นรำกันเกือบเต็มฟลอร์ คุณชายเนื้อหอมทั้ง 5 ต่างมีคู่เต้นของตัวเอง ชายใหญ่จับคู่กับเกษรา ชายรุจกับมะปราง ชายภัทรกับมารตี ชายเล็กกับอุบล และชายพีร์กับวิไลรัมภา แม้ทุกคนจะมีคู่เต้นของตัวเองแต่มะปรางก็แอบมองไปที่ชายใหญ่บ่อยๆ ชายใหญ่เองก็เหลือบมองมะปรางหลายครั้ง ชายรุจที่เต้นกับมะปรางสังเกตเห็น ก็นึกสงสัยในใจ...

ดังนั้น เมื่อเริ่มเพลงใหม่ ชายรุจจึงลุ้นให้ชายใหญ่ได้เต้นรำกับมะปราง ส่วนตัวเองจะไปเต้นกับเกษราแต่ถูกชินกรตัดหน้าไปก่อนเลยยืนเก้อ ชายภัทรเห็นดังนั้นจึงชวนมานั่งด้วยกันแก้อึดอัดที่ต้องนั่งฟังมารตีจ้ออยู่คนเดียว

ooooooo

ชายใหญ่เต้นรำกับมะปรางอย่างสนิทสนมสบายใจ เขาแกล้งทำเป็นถูกมะปรางเหยียบเท้า จนมะปรางพูดงอนๆ ว่าเห็นตนเป็นเด็กอยู่เรื่อย

“ใครบอก พี่เห็นน้องปรางโตแล้ว น้องสาวของพี่โตเป็นสาวสวย มีหนุ่มๆหมายปองมากมาย ดีนะที่ปรางมีคุณพ่อดุหนุ่มๆเลยไม่กล้า”

ชายใหญ่ถามว่าอีกไม่นานต้องไปเรียนต่อที่อังกฤษรู้หรือยังว่าจะไปเรียนต่อสาขาอะไร มะปรางเล่าแกมบ่นว่า คุณพ่ออยากให้เรียนต่อสาขาเดิม ที่จริงตนชอบประวัติศาสตร์ แต่คุณพ่อบอกว่าผู้หญิงเดินทางออกนอกพื้นที่ลำบากท่านเลยไม่อนุญาต ชายใหญ่เห็นด้วยเพราะจากประสบการณ์ของตนเห็นว่าไม่เหมาะกับน้องมะปรางเลย

“นั่นแหละค่ะ ปรางอยากเกิดเป็นผู้ชายให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ตามคุณพ่อกับพี่ชายใหญ่ไปในป่าได้ไม่มีใครห้าม”

“ถ้าน้องปรางเกิดเป็นชายจริงๆคงมีหนุ่มหลายคนบ่นเสียดาย ที่โลกใบนี้ขาดสาวสวยไปคนหนึ่ง”

ชายใหญ่มองหน้ามะปรางอย่างจริงใจเยี่ยงพี่ชาย แต่ทำเอามะปรางสะเทิ้นเขินอาย...

ชินกรเต้นรำกับเกษราอย่างมีความสุขมาก ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอ จนเมื่อจบเพลงกลับมาที่โต๊ะ มารตีไม่พอใจที่ชินกรออกไปเต้นรำกับเกษราพูดขึ้นอย่างขัดใจว่า

“คืนนี้มารตีอยากให้พี่เกษเต้นรำกับพี่ชายใหญ่คนเดียว คนกำลังจะเป็นคู่หมั้นคู่หมายกันอยู่แล้ว จะไปเต้นรำกับคนอื่นได้ยังไง” พูดแล้วปรายตาไปทางชินกรเหยียดในที

ชินกรถามเพื่อความแน่ใจว่าชายใหญ่กับเกษราเป็นคู่หมั้นคู่หมายกันหรือ มารตีได้ทีย้ำชัดๆว่า

“ใช่ค่ะ ท่านลุงประสงค์ให้พี่ชายใหญ่แต่งงานกับพี่เกษค่ะ”

ทุกคนในโต๊ะช็อกกับคำบอกเล่าของมารตี  วิไลรัมภารีบเสริมกรุยทางให้ตัวเองในทีว่า

“ตอนแรกที่เราสามคนทราบเรื่องตกใจมาก แต่ก็ยินดีที่จะทำตามพระประสงค์ของท่านลุงค่ะ อ้อ...คุณพ่อ ยังบอกอีกว่า ท่านลุงไม่ได้ระบุว่าต้องแต่งแค่คู่เดียว แต่ง หลายๆคนได้ยิ่งดี” พูดแล้วยิ้มหวานทิ้งสายตาไปทางชายพีร์

คนอื่นๆยังฟังแบบไม่ใช่เรื่องของตัว แต่ชินกรฟังแล้วมองเกษราอย่างเจ็บปวด ผิดหวังและเสียดาย คนที่นิ่งเงียบแต่สีหน้าแววตาเศร้าคือมะปราง...
ชายรุจที่ช่างสังเกต แน่ใจว่า ระหว่างชายใหญ่กับมะปรางมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในใจ...

ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่ที่นั่งทานอาหารและคุยกันในห้อง ก็ไม่พ้นเรื่องลูกหลานของตัวเอง โดยมีย่าอ่อนที่ช่างเล่า ก็เล่าเรื่องคำสัญญาของท่านชายวิชชากรกับคุณชายเทวพันธ์ที่จะให้ลูกมาดองกัน เป็นที่ถูกใจของเทวพันธ์จนได้จังหวะถามว่าหาฤกษ์ไว้แล้วหรือยัง

“ยังหรอกจ้ะ” ย่าเอียดตอบแทน “ป้าปล่อยให้หลานเป็นคนตัดสินใจเอง เขาพร้อมเมื่อไหร่คงจะมาบอก คุณชายไม่ต้องเป็นห่วง ชายใหญ่เป็นคนมีความรับผิดชอบ เขาไม่ลืมพระประสงค์ของท่านพ่อ ป้าอยากให้เด็กๆพูดคุยให้ถูกใจกันเอง ไม่ต้องคลุมถุงชน ใครจะรักชอบใคร ใครพร้อมก็แต่ง ก็ค่อยมาคุยกัน เราผู้ใหญ่คอยดูห่างๆจะงามกว่า”

เทวพันธ์จำใจต้องแสดงท่าทีเห็นด้วย สร้างภาพตัวเองให้ดูดี แต่ไม่พอใจ ร้อนใจอยู่ลึกๆ

เมื่อเลิกงาน มะปรางนั่งรถกลับหงอยๆ เธอนั่งเงียบมาตลอดทาง จนกัลยาถามว่าเป็นอะไร เธอบอกว่าคงเหนื่อยเพราะคืนนี้เต้นรำมากไปหน่อยแล้วขอตัวขึ้นนอน
แต่ที่วังเทวพรหม เกษราบ่นมารตีกับวิไลรัมภาที่พูดเรื่องสัญญาของสองตระกูลต่อหน้าคนอื่น เพราะเราเป็นฝ่ายหญิงพูดเช่นนั้นดูไม่งาม

มารตีชี้แจงว่าตนพูดไปเพื่อให้คนที่คิดจะมาแย่งพี่เกษไปจากชายใหญ่จะได้รู้ เทวพันธ์ก็เตือนเกษราว่าไปเต้นรำกับคนอื่นอาจทำให้ชายใหญ่ไม่พอใจได้ วิไลรัมภาแทรกขึ้นทันทีว่า ถ้าชายใหญ่ไม่พอใจจะพาลกีดกันชายพีร์กับตนด้วย พูดเสียงแข็งว่าตนไม่ยอมเด็ดขาด เทวพันธ์จึงย้ำกับเกษราให้เอาใจชายใหญ่ให้มาก ผู้ชายคนอื่นไม่ว่าใครเข้ามาไม่ต้องสนใจทั้งนั้น

ส่วนที่วังจุฑาเทพ หลังวันงานย่าเอียดกับย่าอ่อนเรียกชายใหญ่เข้าไปคุยถามว่าคิดว่าเกษราเป็นอย่างไร สอบผ่านไหม

“เธอสวยดีครับและเพียบพร้อมทุกอย่าง” ชายใหญ่ตอบเลี่ยงๆ แต่พอถูกคาดคั้นก็เกี่ยงว่า อยากขอเวลารู้จักกันให้มากกว่านี้ รอให้ตนกลับจากทำงานภาคสนามก่อนได้ไหม คงใช้เวลาสักสองสามเดือน

ย่าอ่อนโวยวายว่านานไป ส่วนย่าเอียดบอกว่าไม่เป็นไรค่อยเป็นค่อยไป เพราะเรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล็กต้องให้แน่ใจเสียก่อน ย่าอ่อนจึงเสียงอ่อนลง แต่ก็กำชับชายใหญ่ว่าครบสามเดือนแล้วต้องรีบมาบอกทันที

ooooooo

งานภาคสนามที่ชายใหญ่บอกนั้น จะเริ่มต้นเดือนหน้าโดยคณะสำรวจของไทยจะไปพร้อมกับตัวแทนสมาคมอิสระจากฝรั่งเศสที่สนับสนุนงบประมาณสำหรับบูรณะตัวปราสาทที่เพิ่งค้นพบใหม่ งานนี้มีอาทิตยรังสีเป็นหัวหน้าโครงการ

แต่เพราะเมื่อสองคืนก่อน อาทิตยรังสีเกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอกจนต้องตามหมอมากลางดึก กัลยาจึงไม่อยากให้ไป ครั้นตนจะตามไปดูแล ก็ติดต้องไปประชุมต่างประเทศ

ชายใหญ่รับปากว่าจะดูแลคุณอาอย่างดี กัลยาก็ยังไม่สบายใจ แต่เห็นทีจะหยุดคุณชายไม่ได้จึงเงียบไป

เมื่อชายใหญ่ออกมาจะกลับ ก็เจอมะปรางมาดักพบ เธอขอร้องไม่อยากให้คุณพ่อไป ชายใหญ่จึงเสนอว่า ถ้าเช่นนั้นก็ให้มะปรางตามไปดูแลท่านด้วยเพราะปิดเทอมพอดี

“พี่ชายใหญ่รู้ใจปรางที่สุดเลย ตกลงพี่ชายใหญ่ให้ปรางไปด้วยใช่ไหมคะ” มะปรางดีใจคว้ามือเขาไปกุมไว้แน่น พอชายใหญ่พยักหน้า เธอร้องไชโยด้วยความดีใจสุดๆ พลันก็ชะงักเมื่อเห็นชายใหญ่หน้าแดงจัด ถามว่าไม่สบายหรือเปล่า ชวนเข้าไปนั่งคุยข้างในดีกว่า

ที่แท้ชายใหญ่ถูกมะปรางกุมมือแน่น เขินจนหน้าแดงเพราะในหัวใจเริ่มมีอะไรแอบแฝงขึ้นแล้วนั่นเอง...

ooooooo

ชายใหญ่อนุญาตให้มะปรางไปด้วย แต่พอรู้ภายหลังว่าอาทิตยรังสีไม่ให้ไป ก็จะเปลี่ยนใจ มะปรางอ้อนวอนบอกว่า ตนเป็นห่วงคุณพ่อขอให้เห็นแก่คุณพ่อสักครั้ง เสนอว่าจะปลอมตัวเป็นผู้ชาย เมื่อไปถึงแล้วท่านคงไม่ใจไม้ไส้ระกำไล่กลับ เธออ้อนวอนจน ชายใหญ่ใจอ่อน แต่มีข้อแม้

นั่นคือ นอกจากต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายแล้ว ยังต้องหาเพื่อนไปด้วยหนึ่งคน ไม่อย่างนั้นไม่อนุญาต!

แต่ชายใหญ่ก็ช่วย นอกจากให้เบอร์โทรศัพท์ของเกษราให้มะปรางโทร.ไปชวนแล้ว ตัวเองก็ชวนเกษราไปเที่ยวด้วย เกษราที่ไม่เคยไปเที่ยวไหนเลยรับปากทันที

แต่พอรู้ว่าต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายก็คิดหนัก จนเมื่อมะปรางโทร.มาคุย จึงตกลงยอมรับเงื่อนไขจะไปด้วยกัน จากนั้นการปลอมตัวก็เริ่มขึ้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากโสภิตาที่คุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อผ้าและดาราฉายที่คุณแม่เป็นช่างทำผม

หลังจากตัดเสื้อผ้าและใส่วิกผมแล้ว ปัญหาสำคัญอีกอย่างคือ กิริยามารยาทต้องเป็นแบบผู้ชาย จึงต้องให้ชะม้อยเพื่อนสนิทของคุณแม่ดาราฉาย ซึ่งเป็นคนหานางงามส่งเข้าประกวดมาสอนให้ ชะม้อยย้ำว่าห้ามร้องกรี๊ดวี้ดว้ายเด็ดขาด

ทั้งสองตั้งใจฝึกเต็มที่เพื่อจะผ่านการทดสอบให้ได้ ชะม้อยทดสอบด้วยการแกล้งปัดแก้วตกแตกตอนสองสาวเผลอ ทั้งสองร้องเสียงห้าวพร้อมกัน

“เฮ้ยยยยย!”

ทุกคนมองหน้ากันอย่างพอใจกับเสียงร้องนั้น โดยเฉพาะชะม้อยถึงกับร้อง เย้!!! อย่างโอเค

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม
12 พ.ย. 2562
09:01 น.