ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

มู่ลี่จ้องหน้าอัศวินคาดคั้นขอเหตุผลทำไมต้องโกหกตน อัศวินหน้าซีดเผือดถามว่าถ้าบอกแล้วป้าจะโกรธไหม พอมู่ลี่บอกว่าโกรธก็พูดไม่ออก มู่ลี่เดินหนีไปอย่างหัวเสีย

“เฮ้ยป้า...เดี๋ยวก่อน พูดแล้ว...พูดแล้ว ยอมบอกความจริงทุกอย่าง บอกแล้วจะยังโกรธก็ช่างเถอะ แต่ถ้าไม่โกรธก็ดี อยากให้เข้าใจ อยาก...”

“พอ! ฉันจะใจเย็นฟังเหตุผลของนาย”

“มันตกกระไดพลอยโจน ไม่ได้ตั้งใจจะโกหกป้า แต่ตอนนั้นพราวฟ้าอยู่ด้วย ผมอยากให้พราวฟ้าเลิกสนใจผม ก็เลย...โกหกว่าเป็นเกย์”

มู่ลี่บอกว่าเข้าใจแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าเขามีโอกาสจะบอกความจริงกับตนแต่ทำไมไม่บอก อัศวินอ้างว่าลืม มู่ลี่ถามว่าแล้วคนอื่นรู้ไหมว่าเขาไม่ได้เป็นเกย์ อัศวินบอกว่ารู้ มู่ลี่ยิ่งเสียความรู้สึกที่ถูกหลอก อัศวินพยายามขอแก้ตัว แก้ไข จะให้ตนทำยังไงก็ได้ให้บอกมา

“รู้ไหม...ตอนนี้ฉันคิดอะไรอยู่” อัศวินเดาว่าอยากฆ่าตน “ไม่ใช่...ฉันเหนื่อย...เหนื่อยมาก เหนื่อยเกินกว่าจะมีปัญหากับใครอีกแล้ว” อัศวินตกใจขอร้องอย่าคิดสั้น ป้ายังมีน้องปลื้มอีกคนนะ “ใช่...ลูกคือคนที่ฉันต้องแคร์มากที่สุด ไม่ใช่คนอื่น โอเค...ขอบใจที่ทำให้ฉันได้คิด”

อัศวินถามว่าแล้วป้ายังโกรธตนไหม มู่ลี่บอกว่า “ไม่โกรธหรอก เข้าใจ แต่คงไม่เหมือนเดิม” พูดแล้วเดินออกไปเลย อัศวินมองมู่ลี่ที่เดินห่างออกไปทุกทีอย่างรู้สึกสูญเสีย...คอตก...เศร้า...

เวลาเดียวกันนั้น เจมส์กำลังจะกลับบ้านเห็นพราวฟ้ากับอั๋นกำลังเม้าท์กันมันหยดจึงแอบฟัง ได้ยินพราวฟ้าบอกอั๋นว่า วันก่อนเห็นมู่ลี่ซ้อนจักรยานอัศวินกอดเอวแน่นเลย อั๋นให้เล่าอีกตนจะได้ไปเม้าท์ต่อ ประจานให้ไม่มีที่ยืนเลย

“ตอนนี้ที่นึกออกก็มีแค่นี้แหละ กอดเอวซ้อนจักรยาน”

อั๋นบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวเจ๊ไปขยาย แล้วคนฟังก็ไปมโนต่อเอง แล้วเดินผละไปอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ พราวฟ้าหันกลับมาเจอเจมส์มองอยู่ด้วยความผิดหวัง พราวฟ้าทำเชิดถามว่าอะไร

“เลิกกันเถอะ” เจมส์พูดอย่างเจ็บปวดผิดหวัง พราวฟ้าทำหน้างงเพราะเจมส์ไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย เจมส์เดินจากมาด้วยหัวใจที่แตกสลายผิดหวังกับคนที่ตนแอบรัก

เดินออกมาเจออัศวินที่เดินซึมมาเหมือนกัน เจมส์บอกว่า “กูอกหัก...ขอกูกอดแป๊บ” อัศวินยืนนิ่งให้เพื่อนกอด ตัวเองก็เจ็บแปล๊บหัวใจสลายเหมือนกัน...

ooooooo

เย็นนี้ ขณะมู่ลี่ขึ้นแท็กซี่กลับ ได้รับไลน์จากชิษณุ “สู้ๆครับ” มู่ลี่ถามว่ารู้ไหมว่าตอนนี้ตนคิดอะไรอยู่ เขาบอกว่า “เหนื่อย??” เธอถามว่ารู้ได้ไง “รู้สึกได้ครับ”

ชิษณุถามว่านอกจากตนแล้วเธอจับโกหกใครได้อีกใช่ไหม มู่ลี่ไม่ตอบ เขาสารภาพว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นทำไมตนถึงไม่กล้าพูดความจริงกับเธอ คงกลัว แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว มู่ลี่ถามว่าทำไม?

“เพราะไม่ได้คาดหวัง เลยไม่มีอะไรจะเสียหรือได้ ...เลยไม่กลัว ความกลัวมีแต่ทำให้ทุกอย่างแย่ลง”

มู่ลี่อ่านแล้วถอนใจ เก็บโทรศัพท์ตั้งสติ พยายามจะไม่กลัว

คืนนี้ต้องตามาอยู่เป็นเพื่อนมู่ลี่ด้วยความเป็นห่วงที่เจอแต่เรื่องเครียดๆ บอกเพื่อนว่าให้ใช้สติเยอะๆ มู่ลี่บอกว่าที่ตนต้องใช้สติเยอะก็เพราะลูก ตนจะเดินหน้าต่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองกับลูก ต้องตาดักคอว่าพูดเหมือนจะคืนดีกับพงศ์พิสุทธิ์

มู่ลี่บอกว่าตนมาไกลมากแล้ว ไม่มีการคืนดี ตนหมดรักแล้วที่ทนอยู่ก็เพื่อลูก ส่วนคนใหม่ที่ต้องตาถามมู่ลี่บอกว่าไม่ต้องพูดถึง ไม่คิด เพราะเข็ดแล้ว ฝากต้องตาไปบอกพี่ยักษ์ด้วยว่าเลิกชงได้แล้ว

คืนเดียวกันนี้ พงศ์พิสุทธิ์ไปหาแม่ที่บ้าน ขอร้องแม่อย่าเกลียดมู่ลี่ได้ไหม ตนจะพาลูกเมียกลับบ้าน

บริสุทธิ์ถามว่าฝันไปหรือเปล่า ย้ำว่าให้พาหลานกลับมาแต่แม่มันไม่เอา

“งั้นผมคงทำให้แม่ไม่ได้” พงศ์พิสุทธิ์แข็งข้อจนบริสุทธิ์ชะงักจ้องหน้าถามว่ากล้าเหรอ! “ผมขอโทษครับ แต่นี่เป็นชีวิตผม ไม่ใช่ชีวิตแม่ ช่วยปล่อยผม ให้ผมมีชีวิตของตัวเองได้ไหมครับ” บริสุทธิ์ถามว่าถ้าตนไม่ยอมล่ะ “แม่ก็จะไม่ได้เห็นหน้าผมอีก”

บริสุทธิ์อึ้งพูดไม่ออก พงศ์พิสุทธิ์หันเดินออกไปทั้งเสียใจเจ็บใจแต่ไม่ยอมแพ้ เขาเดินจากแม่มาอย่างโล่งใจที่ได้สลัดพ้นจากการครอบงำบงการของแม่เสียได้ เดินไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง...

ooooooo

คืนนี้ชิษณุนัดอัศวินออกมากินอะไรกัน อัศวินพาไปนั่งกินบะหมี่เกี๊ยวข้างทาง ชิษณุที่แต่งลำลองสบายๆ แต่ดูดีนั่งกินด้วยอย่างสนิทใจ เขาบอกอัศวินว่านอกเวลางานคุยกันสบายๆ เรียกตนว่าลุงก็ได้

ชิษณุถามอย่างรู้กันว่าทุกอย่างโอเคไหม เคลียร์กับมู่ลี่หรือยัง อัศวินถอนใจเฮือกใหญ่บอกว่าเคลียร์แล้วแต่ก็ไม่เคลียร์ ชิษณุทำหน้างง อัศวินชี้แจงว่า

“เคลียร์เรื่องที่ทะเลาะกันที่ต่างจังหวัดแล้ว แต่มาเจอเรื่องใหม่ ป้าจับได้ว่าผมโกหกเรื่องเป็นเกย์”

“นั่นไง” ทั้งชิษณุและอัศวินต่างถอนใจออกมาพร้อมกัน ชิษณุถามว่าตนควรทำยังไงดี ปากป้าก็บอกว่าไม่โกรธแต่มันไม่เหมือนเดิม

“ผมจะช่วยให้คุณสองคนกลับมาเหมือนเดิม ผมไม่อยากให้มู่ลี่เสียเพื่อนที่ดีอย่างคุณไป ชีวิตของเขาต้องมีเพื่อนช่วยประคับประคอง ไม่อย่างนั้นคงเหนื่อยกว่านี้”

อัศวินมองชิษณุอย่างประทับใจ เอ่ยอย่างซึ้งใจว่าเขาดีกับป้าจริงๆ พี่ดอลลี่พูดถูก ชิษณุถามว่าดอลลี่พูดอะไร

“อ๋อ...พี่ดอลลี่ชมลุงว่าดี ส่วนผมน่ะ...” อัศวินก้มมองชามบะหมี่แล้วเปลี่ยนเรื่องไม่มีปี่มีขลุ่ยว่ากากหมูอร่อยดี แล้วกินต่อหน้าตาเฉย

มู่ลี่ตัดสินใจไปพบจิตแพทย์โดยมีต้องตาไปเป็นเพื่อน ออกจากห้องให้คำปรึกษาแล้วต้องตาถามว่าเป็นไงมั่ง มู่ลี่บอกว่าเหมือนยกภูเขาออกจากอก ขั้นต่อไปก็คือลงมือทำ ทั้งสองเดินออกไปอย่างสบายโล่งโปร่งใจ ในสมองของมู่ลี่ ยังแว่วเสียงคุณหมออยู่ตลอดเวลาว่า...

“คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จ จิตใจต้องเข้มแข็ง พลังใจจากใครก็ไม่สำคัญเท่ากับพลังใจของตัวเอง”

ส่วนกับน้องปลื้มนั้น หมอแนะนำว่า

“คุณแม่ต้องคุยกับลูกให้รับรู้ว่า ถึงคุณพ่อกับคุณแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ความรักที่มีให้เขายังเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ยังอยู่พร้อมหน้ากันไม่ได้เท่านั้น...ต้องร่วมมือกันทั้งคุณพ่อคุณแม่นะคะ ลูกจะได้ไม่สับสน ให้เห็นแก่ลูกให้มากที่สุด แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังไม่ยอมให้ความร่วมมือ คุณแม่อาจจะต้องทำหน้าที่แทนคุณพ่อไปก่อน”

กลับมาที่คอนโดแล้ว มู่ลี่ตัดสินใจว่าตนต้องคุยกับพงศ์พิสุทธิ์ก่อน เราควรคุยกับลูกพร้อมกัน แต่ต้องตาเห็นว่าอย่างแรกมู่ลี่ต้องอโหสิกรรมพงศ์พิสุทธิ์ก่อนไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ไม่สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ ถ้าเธอยังเกลียดเขาอยู่อย่างนี้

“อืม...” มู่ลี่ทำเสียงตอบรับต้องตา มองน้องปลื้มที่นั่งทำการบ้านอยู่อย่าง...สงสารลูกจับใจ
เมื่อต้องตากลับบ้านแล้วพยายามโทร.หาพี่ยักษ์ แต่เขาไม่รับสาย ต้องตาร้อนใจกดโทร.ไม่หยุด

ที่แท้ที่ยักษ์จงใจไม่รับสายต้องตา แต่กลับโทร.หามู่ลี่บอกว่า “พี่จะเลิกกับต้องตา” มู่ลี่ตกใจ แต่พี่ยักษ์ชี้แจงว่าคบกับต้องตามานานมากแล้ว แต่เธอไม่ยอมแต่งงานสักที จึงจะทำตัวเหินห่างเพื่อให้ต้องตาหันมาสนใจและคิดเรื่องนี้ ทำนอง...แกงจืด จึงรู้คุณเกลือ โดยมีมู่ลี่ร่วมมือคอยกระตุ้นต้องตาอีกทาง

ได้ผล เพราะต่อมาพอพี่ยักษ์โทร.มาต้องตาก็รีบรับสายทันที...

ooooooo

ฝ่ายพงศ์พิสุทธิ์ ความโหยหาลูกและชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองที่จะเลิกเหล้าเด็ดขาด เขาให้บุปผาช่วย บุปผาจะช่วยแต่มีเงื่อนไขว่า

“ต้องสัญญากับแม่ก่อนนะ ว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดทั้งฐานะผัวและพ่อ เพราะถ้าเหลวไหลอีกแม่คงช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้วนะ” เมื่อพงศ์พิสุทธิ์สัญญา บุปผาวางแผน “งั้นก็ทำตามแผนแม่ มู่ลี่มันฉลาด หลอกยาก...แม่จัดการเอง”

จู่ๆวันนี้บุปผาก็ขนกระเป๋าหลายใบขึ้นแท็กซี่ไปที่คอนโดมู่ลี่บอกว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อน มู่ลี่จะได้ไม่เหนื่อย แต่ให้พงศ์พิสุทธิ์มาส่งและช่วยขนกระเป๋าให้ พอมู่ลี่เห็นพงศ์พิสุทธิ์ก็สั่งให้เขาอยู่แค่ล็อบบี้

“อ้าว ทำไมล่ะ พ่อเขาอยากเจอลูก” บุปผาทำหน้าตายถาม มู่ลี่บอกว่าตนมีเหตุผลของตน ก็ถูกแม่ด่าว่า “แกอย่าใจดำนักเลยน่ะ”

“ไม่เป็นไรครับแม่”

ทั้งสามตึงเครียดกันอยู่ ต้องตาเห็นดังนั้นจึงขอปลีกตัวขึ้นไปดูน้องปลื้มบนห้อง ปล่อยให้ทั้งสามคนแก้ปัญหากันเอง

บุปผาด่ามู่ลี่ว่าใจดำ พ่ออุตส่าห์มาหาจะให้ลูกเจอกันสักหน่อยก็ไม่ได้ มู่ลี่บอกว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ บุปผาพยายามบอกมู่ลี่ว่าพงศ์พิสุทธิ์เปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่เหมือนเดิมแล้ว

“หนูไม่ได้กีดกันพ่อไม่ให้เจอลูก แต่มันต้องมีการปรับปรุงตัวเพื่อลูกบ้าง ที่สำคัญ หนูต้องมั่นใจว่า แม่กับพงศ์ไม่ได้มีนอกมีในกัน”

“ไม่มี้...” บุปผาปฏิเสธเสียงสูง มู่ลี่มองแม่อย่างไม่ไว้ใจ บุปผาจึงเปลี่ยนเรื่องคุย

ooooooo

อัศวินเคลียร์กับมู่ลี่แล้ว ผลคือเข้าใจแต่ไม่เหมือนเดิม อัศวินซึมๆเศร้าๆจนดวงใจถามว่าทะเลาะกับมู่ลี่หรือเปล่า อัศวินปดว่าเปล่า

“เมื่อวานเขามาบอกว่ากำลังจะหาคนไปรับลูกแทนอาสม แล้วก็...อาจจะยกเลิกปิ่นโตด้วย”

“ก็...คงตามนั้น” อัศวินตอบอย่างยอมรับสภาพ ดวงใจถามว่าทะเลาะกันใช่ไหม อัศวินย้อนถามว่าเขาว่ายังไงล่ะ ดวงใจบอกว่าเขาบอกว่าเกรงใจกับสงสารลูก ลูกเหนื่อยจะหาทางใหม่

“ก็...ตามนั้นแหละ” อัศวินตอบเซ็งๆ

เจ๊สมกับอาม่าแอบดูการล้วงความลับของดวงใจอยู่ เมื่อไม่ได้ผลก็มองกันเซ็ง แต่เจ๊สมเชื่อว่าอาการซึมของอัศวินต้องเกี่ยวกับมู่ลี่แน่ๆ อัศวินบอกดวงใจว่าวันนี้ให้เฮียตู่เอาปิ่นโตไปส่งให้มู่ลี่แทนตนที ดวงใจถามว่าทำไม อัศวินไม่ทันตอบก็ถูกเจ๊สมเข้ามาล็อกคอ

อัศวินถามว่าจะทำอะไร เจ๊สมสั่งให้เงียบแล้วลากอัศวินเข้าข้างใน ดวงใจกับอาม่ารีบตามเข้าไป

พอเข้าไปข้างใน อาม่าก็ทำท่าราวกับนักสืบยกขาพาดเก้าอี้เรียกเสียงเข้ม

“ไอ้ตี๋!!!”

“ม่า...ไม่เจ็บเข่าหรือไง” อัศวินพยายามทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย แต่ไม่มีใครเล่นด้วย ทุกคนปรามว่าห้ามถาม ให้ตอบอย่างเดี่ยว แล้วตั้งหลักซักฟอกทันที

“ลื้อเป็นอะไร ทำไมซึม” อาม่าถาม อัศวินบอกว่านอนดึก ถูกอาม่าดีดหูเผียะ “โกหก อั๊วเห็นลื้อเข้านอนเร็วทุกวัน” อัศวินบอกว่าเข้านอนเร็วแต่ไม่หลับ กว่าจะหลับก็เกือบเช้า อาม่าถามว่าทำไมไม่หลับ เขาบอกว่าคิดงานไม่ออก เจ๊สมแทรกว่าโกหกเพราะเจมส์บอกว่าเขาคิดงานได้ลื่นปื๊ดๆ อาม่าดีดหูอีกเผียะ ถามว่าทะเลาะกับมู่ลี่ใช่ไหม

อัศวินรีบเอามือปิดหูบอกว่าไม่ได้ทะเลาะ ดวงใจบอกว่างั้นก็เอาปิ่นโตไปส่ง อาม่าตั้งท่าจะดีดหูอีก อัศวินเลยบอกว่าไปก็ได้ แล้วคว้าปิ่นโตเดินอ้าวไปเลย พออัศวินออกไป ทั้งม้า อาม่า และเจ๊สมก็ปรารภกัน เจ๊สมไม่เชื่ออัศวิน อาม่าก็เห็นว่าอัศวินไม่ปกติ

“สม...ม้าอยากรู้ ตี๋เป็นอะไร คิดอะไร ม้าไม่อยากเห็นตี๋เป็นแบบนี้ ม้าใจไม่ดี”

ทุกคนมองหน้ากันอย่างเป็นห่วง เพราะตี๋ไม่ยอมบอกอะไรเลย...

ooooooo

พอบุปผาเข้าไปในห้อง น้องปลื้มวิ่งมาสวัสดีและกอดยาย บุปผากอดหอมน้องปลื้มด้วยความรักต้องตาถามมู่ลี่ว่าโอเคไหม มู่ลี่บอกว่าไม่รู้ เพราะต้องตาก็รู้อยู่แล้วว่าตนอยู่กับแม่ได้นานที่ไหน

“แต่อย่างน้อยก็ไว้ใจยายได้มากกว่าคนอื่นแหละ หมอบอกไว้ไม่ใช่เหรอว่าให้ขอความช่วยเหลือได้ไม่ต้องอาย แม่แกมาก็ดีเหมือนกันจะได้มีคนช่วยหลาน แคนเซิลบ้านไอ้ตี๋ไปแล้วนี่”
มู่ลี่สับสนบอกไม่รู้สิ...ต้องตางง ถามอะไรก็ว่าไม่รู้เลยตัดบทว่ารู้แล้วโทร.ไปบอกก็แล้วกัน ตนจะต้องไปตรวจสาขา มู่ลี่ถามว่าแล้วเรื่องพี่ยักษ์ล่ะ

“ไว้ก่อน ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ฉันเลือกงานก่อน” มู่ลี่กระทุ้งว่าพี่ยักษ์เขาจะบอกเลิกอยู่แล้วนะ
ต้องตาบอกว่าไม่รู้ ลาบุปผากับน้องปลื้มแล้วรีบไปเลย

น้องปลื้มคุยกับยายกะหนุงกะหนิงน่ารัก มู่ลี่ดูแล้วรู้สึกดีที่แม่มาอยู่ด้วยทำให้น้องปลื้มสดชื่นขึ้น

พอต้องตาลงมาที่ล็อบบี้ก็ชะงักรีบหลบแว้บออกไปเพราะเห็นพงศ์พิสุทธิ์ยังตั้งหลักนั่งอยู่ เขาคิดถึงที่บุปผาบอกขณะนั่งแท็กซี่มาด้วยกันว่า

“เดี๋ยวมันจะต้องไล่เรากลับบ้าน ไม่ยอมให้เจอลูก ไม่ต้องกลับนะ นั่งรออยู่ที่ล็อบบี้แหละ แม่จะทำให้มู่ลี่ใจอ่อนเอง” พงศ์พิสุทธิ์ถามว่าจะไม่ยิ่งโกรธหรือ “ก็ต้องยกลูกมาอ้าง รับรองใจอ่อนทุกราย จำไว้ว่าต้องอดทน โอกาสครั้งที่...จริงๆก็ไม่รู้ว่าครั้งที่เท่าไหร่นะ เอาเป็นว่าโอกาสครั้งสุดท้าย มันยากนะตาพงศ์ รู้ใช่ไหม”

“ครับแม่” พงศ์พิสุทธิ์รับคำบุปผาอย่างยอมแล้วทุกอย่าง และนั่งรอต่อไปอย่างอดทน

แต่พอต้องตาออกจากคอนโดแล้วก็รีบโทร.บอกมู่ลี่ว่าพงศ์พิสุทธิ์ยังอยู่ที่ล็อบบี้ มู่ลี่คิดหนักว่าจะเอายังไงดี มู่ลี่เดินเข้าไปหาแม่กับน้องปลื้มที่กำลังฉอเลาะกันอยู่ เรียกแม่ออกมาขอคุยกัน

บุปผานกรู้ ไม่อยากจะคุยด้วย อิดออดว่าคุยกันตรงนี้ก็ได้ ข้างนอกมันร้อน มู่ลี่บอกว่าเดี๋ยวลูกได้ยินบุปผาบ่นกะปอดกะแปดว่า มีอะไรต้องเป็นความลับนักหนา

พอออกมานอกห้อง มู่ลี่มองหน้าแม่เต็มตาถามว่า

“พงศ์กับแม่ตกลงอะไรกันไว้ หนูขอความจริง”

ooooooo

อัศวินหิ้วปิ่นโตไปให้มู่ลี่ที่คอนโด เจอพงศ์พิสุทธิ์นั่งอยู่ที่ล็อบบี้ เขาทำใจกล้ายิ้มเข้าไปบอกว่าเอาปิ่นโตมาส่งป้า พงศ์พิสุทธิ์มองนิ่งถามว่า “แล้วไง”

“ไม่แล้วไงครับ” อัศวินตอบ ทันใดก็ผงะเมื่อพงศ์พิสุทธิ์ลุกพรวดขึ้น ตะคอกใส่ว่า

“อย่ามายุ่งกับเมียพี่ให้มาก”

“ขอโทษครับ ผมกับป้าไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่พี่คิดนะครับ” พงศ์พิสุทธิ์บอกว่าก็ดี “พี่กับป้ากลับมาดีกันแล้วเหรอครับ”

“เออ จะฝากไหม ปิ่นโตน่ะ”

อัศวินส่งปิ่นโตให้พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น แล้วเดินออกไปอย่างโล่งอก นึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจึงรู้สึกสับสนปั่นป่วนหวั่นไหวอย่างนี้ อีกด้านหนึ่ง มู่ลี่เดินเข้ามาจะเรียกอัศวิน แต่ถูกพงศ์พิสุทธิ์ตัดหน้าเข้าไปหาเสียก่อน

เมื่อเจรจากันอย่างเคร่งเครียดแล้ว มู่ลี่บอกให้โทร.หาแม่เขาเลยตนอยากคุยด้วย บริสุทธิ์เห็นเบอร์ของพงศ์พิสุทธิ์ก็ถามว่าโทร.มาขอโทษหรือไง? แต่ปลายสายกลับเป็นเสียงของมู่ลี่บอกว่า

“เขามาง้อหนูค่ะ”

“อะไรนะ!!” บริสุทธิ์แหวทันทีถามว่า “เธอทำของใส่ตาพงศ์ใช่ไหมมันถึงได้หน้ามืดกล้ากบฏกับฉัน” มู่ลี่ถามว่ากบฏยังไง? “ยังจะมีหน้ามาถาม! หลอกลูกชายฉันด้วยอะไร มันถึงได้กลับไปกินของเก่ากลับอย่างเธอจนไม่เห็นหัวฉัน บอกมันด้วยนะ อย่าซมซานกลับมานะ ให้ฉันตายสักแดงก็จะไม่ให้ จะบริจาควัดให้หมดเลย คอยดู...”

บริสุทธิ์ด่าไฟแลบ แต่ด่าไม่ทันจบมู่ลี่ก็ตัดสายทิ้งไปแล้ว เลยยิ่งโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง ส่วนมู่ลี่บอกพงศ์พิสุทธิ์ ให้ตามตนมา เธอพาไปสาบานกับศาลพระภูมิ เขาสาบานว่า

“ผมขอสาบาน ผมจะทำหน้าที่ดูแลมู่ลี่กับลูก...”

มู่ลี่ขัดทันทีว่าเฉพาะลูกไม่ต้องมาดูแลตนเพราะระหว่างเราจบไปแล้ว แต่เราต้องช่วยกันทำหน้าที่พ่อกับแม่ให้ลูก และบอกความจริงกับลูกว่าเกิดอะไรขึ้น เขามองแปลกใจว่าวันนี้เธอใจเย็น มู่ลี่บอกว่า

“ฉันไม่อยากทะเลาะกับคุณอีกแล้ว ฉันไปปรึกษาจิตแพทย์มา ลูกกำลังมีปัญหา ฉันต้องรีบแก้ไขก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...ฉันรู้ว่าคุณรักลูก เราเลิกทะเลาะกันและช่วยกันเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดได้ไหม”

พงศ์พิสุทธิ์รีบตอบว่าได้ มู่ลี่ให้เขาสาบานต่อ เขาสาบานว่าจะทำหน้าที่พ่อดูแลลูกให้ดีที่สุด มู่ลี่ถามว่าถ้าผิดคำสาบานล่ะ เขาบอกว่าแล้วแต่เธอ ตนจะไม่ร้องขออะไรอีก มู่ลี่บอกว่าจะคอยดู

“ขอบคุณมากนะมู่ลี่ที่ให้โอกาสผม จะให้ผมช่วยอะไรบ้างบอกมาเลย”

มู่ลี่โล่งใจที่คุยกับพงศ์พิสุทธิ์รู้เรื่องดี พงศ์พิสุทธิ์เองก็หัวใจพองโตอย่างมีความหวัง

สามพ่อแม่ลูกนั่งคุยกัน มู่ลี่บอกน้องปลื้มว่าตอนนี้พ่อกับแม่จะไม่ได้กลับไปอยู่ด้วยกันแล้วเพราะอยู่ด้วยกันแล้วทะเลาะกันมันไม่ดี น้องปลื้มถามว่าแล้วไม่ทะเลาะกันได้ไหม พงศ์พิสุทธิ์บอกว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักพักจนกว่าแม่จะสบายใจและพ่อจะสบายใจไม่ทะเลาะกันแล้วอาจจะกลับมาอยู่ด้วยกันได้

“แต่ตอนนี้ปลื้มอยู่กับแม่แล้วแม่จะให้พ่อมาช่วยดูแลปลื้มระหว่างที่แม่ไปทำงานดีไหม”

น้องปลื้มบอกพ่อว่าไม่ต้องห่วง พ่อไม่อยู่ตนจะไม่งอแง ไม่ดื้อ ไม่ฉี่รดที่นอนด้วย ตนจะดูแลแม่เอง มู่ลี่โล่งใจ ดึงลูกไปกอด “ชื่นใจจัง ซุปเปอร์ฮีโร่ของแม่”

หลังจากคุยกันสามคนแล้ว มู่ลี่ปรามพงศ์พิสุทธิ์ว่าทำตามที่พูดให้ได้ นี่คือโอกาสสุดท้ายแล้ว

“ผมรู้...คุณเองก็ใจเย็นๆกับผมหน่อยแล้วกัน อาจจะยังทำไม่ได้ดี ไม่ถูกใจคุณ ก็ให้อภัยผมด้วยแล้วกัน แต่ผมจะทำให้ดีที่สุด”

มู่ลี่มองเขาด้วยสายตาที่อ่อนลง คิดว่าอย่างน้อย... เขาก็เป็นพ่อของลูก

ooooooo

บุปผาเอาอาหารจากปิ่นโตจัดกินกันสามคน ชมว่าอาหารอร่อยผูกปิ่นโตแถวนี้หรือ น้องปลื้มช่างเจรจาบอกว่าของพี่วิน บุปผาถามว่าวินไหน

ทั้งมู่ลี่กับน้องปลื้มช่วยกันเล่าถึงพี่วินอย่างชื่นชมและอารมณ์ดีจนบุปผาเอะใจมองมู่ลี่อย่างสงสัย
ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า แล้วบอกว่าตนจะดูแลเรื่องอาหารเอง และให้พงศ์พิสุทธิ์ไปรับน้องปลื้มที่โรงเรียน

มู่ลี่บอกว่าไม่มี ไม่ใช่ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงตอนนี้ความรักทั้งหมดของตนมีให้ลูกคนเดียว บุปผาฟังแล้วยิ้ม มีความหวังที่จะให้พงศ์พิสุทธิ์กลับมาคืนดีกับมู่ลี่อีก

เมื่อแม่จะมาทำอาหารและช่วยกันดูแลน้องปลื้มแล้วเช่นนี้ มู่ลี่ตัดสินใจจะยกเลิกการช่วยเหลือทั้งหมดจากบ้านอัศวิน ทั้งเรื่องผูกปิ่นโตและให้เจ๊สมไปรับน้องปลื้มที่โรงเรียน

ooooooo

ฝ่ายอาม่า ม้าและเจ๊สมเห็นอัศวินยังซึมเศร้าไม่ยอมพูดจาอะไรกับใคร จึงอาศัยพี่แสดให้ช่วยแซะพี่แสดทั้งแซะแคะไค้อย่างไรอัศวินก็ปฏิเสธลูกเดียวว่าไม่มีอะไร

จู่ๆเจมส์ก็โผล่มาโพล่งว่า “ไอ้วินอกหักเพราะรักป้าครับ” ดวงใจถามว่าป้าไหน “ป้ามู่ลี่ครับ”

ทุกคนตกใจอึ้งกันหมด อัศวินด่าเจมส์ว่าพูดอะไรของมึง เจมส์บอกว่าสันนิษฐานเอา ไม่ใช่หรือ?

“ไม่ใช่!” อัศวินเสียงแข็ง ทั้งอาม่า ม้า เจ๊สมร้องพร้อมกันว่าไม่เชื่อ! “ไอ้เจมส์ มึงปากพากูซวยแล้วไง!” อัศวินเข้าไปฟัดเจมส์ ทุกคนช่วยกันแยกอัศวินออกมา

อัศวินกับเจมส์เข้าไปคุยกันในห้อง อาม่า ม้า เจ๊สม และพี่แสด ต่างออกันอยู่หน้าห้องเงี่ยหูฟังว่าสองคนจะคุยอะไรกัน แต่ก็เงียบเพราะอัศวินรู้ทันบอกเจมส์ว่ามีอะไรจะคุยก็ให้เขียนเอา

แต่เงี่ยหูฟังจนแทบกลั้นหายใจก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร ทันใดนั้นอัศวินเปิดประตูผลัวะออกมา ทุกคนหงายเงิบทำหน้าไม่ถูก ใครนึกอะไรได้ก็พูดไปตามเรื่อง อัศวินรู้ทันทำเสียงเข้มบอกว่า

“ทุกคนหยุด! ขอร้องทุกคนเลิกคิดในสิ่งที่คิดผมไม่ได้คิดอะไรกับป้าแกเลย” พี่แสดแหยมว่าทำไมไม่คิดนางออกจะสวย “ไม่เคยคิด และไม่มีทางคิด จะให้ผมผิดศีลหรือไง ป้าเขาคืนดีกับผัวเขาแล้ว จบ!”

“อะ...ได้ๆ ตี๋ว่าไงพวกเราว่างั้น ไป แยกย้ายๆ” ดวงใจตัดบททุกคนกำลังจะแยกย้าย หันไปเห็นเฮียตู่ยืนทะมึนอยู่ต่างตกใจ ถามว่ามีอะไร

“มีคนมาหาตี๋” เฮียตู่เพิ่งพูดเป็นประโยคแรกนับแต่มาช่วยงานที่นี่ ทุกคนสงสัยว่าใครมา?

อัศวินกับเจมส์เดินไป เห็นมู่ลี่ยืนรออยู่ อาม่า ม้าและเจ๊สมเดินตามมา มู่ลี่สวัสดีทุกคน เจมส์สวัสดีมู่ลี่แล้วถอยไปยืนรวมกับพวกอาม่า มู่ลี่บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับอัศวิน เขาจึงพาไปนั่งคุยกัน ต่างพยายามยิ้มเป็นปกติแต่ก็ไม่สนิทนัก

มู่ลี่เลิกผูกปิ่นโตและเลิกให้เจ๊สมไปรับน้องปลื้ม เพราะแม่และพงศ์พิสุทธิ์มาช่วยแล้ว อัศวินแสดงความยินดีขอให้แฮปปี้

เมื่อไปลาอาม่า ม้าและเจ๊สม ทุกคนชวนให้มาเที่ยวและพาน้องปลื้มมาด้วย ล่ำลากันไม่เสร็จสักที จนอัศวินแซวว่า บ้านอยู่ใกล้กันแค่นี้ทำเหมือนลาไปตายเลย มู่ลี่ลืมตัวตบปากอัศวินปราม

“ยังไม่วายนะไอ้ตี๋!”

“โอ๊ย!! ใช้ความรุนแรงอีกแล้ว” อัศวินจับมือมู่ลี่หมับ

วินาทีนั้นทั้งสองต่างชะงักงันเหมือนถูกไฟช็อต ทุกคนที่ยืนอยู่ต่างมองค้าง พอทั้งสองรู้สึกตัวต่างก็เด้งออกมา มู่ลี่รีบเอ่ย

“เจอกันที่ออฟฟิศนะ” แล้วรีบออกไปเลยคืนนี้ อัศวินนั่งซึมในห้องมืดๆ ฟังพี่แสดจ้อ

“คืนนี้ พี่แสดขอให้กำลังใจทุกคนที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่บนโลกเหงาๆใบนี้ จำไว้นะคะ ปลาที่ตายแล้วเท่านั้นที่ว่ายตามน้ำ ชีวิตยังต้องก้าวต่อไป สู้ๆ!”

อัศวินฟังแล้วฮึดขึ้นมาลุกขึ้นตะโกนก้อง “ใช่ยังไม่ตาย สู้ๆเว้ยป้า!!”

ฝ่ายมู่ลี่กลับไปเห็นแม่กล่อมน้องปลื้มนอนอยู่ในห้องแล้วอดยิ้มสบายใจไม่ได้ และเมื่อเข้าห้องนอนตัวเอง ก็ได้รับไลน์จากชิษณุถามว่า วันนี้โอเคไหม เธอตอบไปว่าทุกอย่างกำลังจะลงตัว ขอบคุณมาก ทั้งสองไลน์คุยกันอย่างสนิทสนมด้วยบรรยากาศแจ่มใส

เมื่อวางโทรศัพท์ ชิษณุยิ้มอย่างมีความสุข ทำงานต่อ แต่อดแว้บๆคิดถึงมู่ลี่ไม่ได้...

ooooooo

เพื่อเตรียมรับน้องปลื้มกลับจากโรงเรียนตามที่ตกลงกับมู่ลี่ พงศ์พิสุทธิ์เอามอเตอร์ไซค์ไปขายและซื้อรถยนต์มาใช้แทน หวานสาวใช้มองงงๆ เขาบอกหวานว่า

“เอามอเตอร์ไซค์ไปขายแล้วเปลี่ยนเป็นคันนี้มา เวลาไปรับไปส่งลูก แม่เขาจะได้ไม่ต้องห่วง” แล้วสั่งหวาน “เย็นนี้หาอะไรให้กินด้วยนะ ฉันไม่ได้ออกไปไหน”

หวานอึ้ง ทึ่งกับการเปลี่ยนแปลงของเจ้านายเช้านี้ ด้วยการรู้เห็นเป็นใจของบุปผา พงศ์พิสุทธิ์เอารถคันใหม่ไปรับน้องปลื้มที่คอนโด มู่ลี่ไม่พอใจบอกแม่ว่าตนให้ไปรับน้องปลื้มไม่ได้ให้ไปส่ง บุปผาถามว่า

“แล้วจะให้เขาทนดูแกลำบากกระเตงลูกไปได้ยังไง รถราก็มี” มู่ลี่บอกว่าก็ไปกันมาได้ตั้งนานแล้ว

“มู่ลี่ ขอเถอะ ถือว่า...เพื่อลูก” พงศ์พิสุทธิ์เอ่ย บุปผาผสมโรงเร่งยิกๆ บอกว่าเดี๋ยวสาย กระซิบให้
พงศ์พิสุทธิ์อดทนสู้ๆ เดี๋ยวก็ใจอ่อน พอเขาขับรถออกไป บุปผามองตามพึมพำอย่างสะใจ...

“แหม้...อยากให้นังคุณนายบริสุทธิ์มาเห็นช็อตนี้จริงๆ หึๆ”

บริสุทธ์ไม่เห็น แต่ได้รับรายงานจากหวานแล้ว สั่งหวานให้คอยรายงานเรื่อยๆ ว่าพงศ์พิสุทธิ์ทำอะไรบ้าง แล้วโทร.สั่งการทันที “ฮัลโหล...หาทางติดต่อคนที่ชื่อกีวี่ให้ฉันที ด่วน!!”

วันนี้น้องปลื้มไปโรงเรียนอย่างร่าเริงแจ่มใสจนครูนกน้อยชมว่าไม่ได้เห็นน้องปลื้มร่าเริงแบบนี้มานานแล้ว มู่ลี่ฟังแล้วอึ้งส่งน้องปลื้มแล้ว พงศ์พิสุทธิ์ไปส่งมู่ลี่ที่ออฟฟิศ เขาขอบคุณที่ให้โอกาสตนได้ทำหน้าที่ดูแลเธอและลูก มู่ลี่บอกว่าตนไปเองได้ เขาอ้อนว่า

“อย่างน้อยก็ขอให้มองผมเป็นเพื่อน อย่ามองเป็นศัตรูเลย ไม่งั้นเราจะช่วยกันดูแลลูกอย่างราบรื่นได้ยังไง ไม่ต้องห่วง ผมไม่ล้ำเส้น”

พอรถพงศ์พิสุทธิ์เข้าไปจอดหน้าออฟฟิศ อัศวินขี่จักรยานมาเห็นพอดี ชิษณุที่มาจากอีกมุมหนึ่งก็เห็นเต็มตา สองหนุ่มต่างวัยใจแป้ว

มู่ลี่เดินเข้าที่ทำงานด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลายกว่าทุกวัน คิกขุกับสายฝนมาสวัสดีชมว่าวันนี้เดินยิ้มเข้ามาเลยสงสัยมีข่าวดี

ดอลลี่ปรี่เข้ามากระซิบถามว่าคืนดีกับพงศ์พิสุทธิ์แล้วหรือ มู่ลี่ถามว่าไปเอามาจากไหน

“ยัยตาโทร.มาเม้าท์เรียบร้อย ตกลงจริงไหม” พอมู่ลี่บอกไม่จริง ก็ทำท่าโล่งอก “ขอบคุณสวรรค์ ที่เพื่อนฉันไม่กลับไปตกนรก จบข่าว ทำงานเถอะ”

ต้องตาระแวงพี่ยักษ์ที่หมางเมิน ถึงกับลางานจอดรถซุ่มติดตามการเคลื่อนไหวของพี่ยักษ์

ooooooo

ดอลลี่ตรงไปที่ห้องทำงานของชิษณุที่กำลังนั่งคิดเรื่องที่เห็นพงศ์พิสุทธิ์มาส่งมู่ลี่อย่างยิ้มแย้มแจ่มใสกัน บอกชิษณุว่า สบายใจได้โกออนต่อเถอะ เพื่อนตนไม่ใช่คนโง่ไม่มีทางกลับไปเดินทางเก่า

ชิษณุบอกว่าตนเลิกหวังแล้ว ดอลลี่จับมือให้กำลังใจว่า

“คีพโกอิ้ง ด้อนแคร์ จัสบีแวร์ซัมวันไลค์...”

จังหวะนั้นเอง ตรีดาวโผล่พรวดเข้าพร้อมกับแพตตี้ เห็นเข้าเต็มตาถามไม่พอใจว่าทำอะไรกัน! ดอลลี่มองอย่างไม่แคร์ ค่อยๆปล่อยมือชิษณุลง

ตรีดาวที่ขอแพตตี้จากชิษณุมาเป็นเลขาของตนเข้ามาบอกว่าแพตตี้มาเริ่มงานวันนี้แล้ว แนะนำแพตตี้ให้รู้จักดอลลี่เอ็มดีของว้าว สั่งดอลลี่จัดโต๊ะให้เลขาของตนและพาไปแนะนำทุกแผนกด้วย ดอลลี่เหวอที่ถูกตรีดาวจิกสั่ง จ้องจิกคืนเงียบๆ

แพตตี้มาเจอมูลี่ที่มุมกาแฟ ทำเป็นทักทายยินดีบอกว่าตนมาเป็นเลขาตรีดาวที่นี่แล้ว แพตตี้บอกพราวฟ้าที่เดินเข้ามาด้วยกันว่ารู้จักมู่ลี่มาก่อนแล้ว พูดกันท่าว่า

“คุณมู่ลี่น่ารักโดยเฉพาะเวลาอยู่กับลูก คุณมู่ลี่รักลูกมาก ยังคิดเลยว่าถ้าหาพ่อใหม่ให้ลูกคงต้องคิดหนักว่าจะเข้ากับลูกได้ไหม ใช่ไหมคะ” พอมู่ลีบอกว่าไม่ใช่เพราะตนไม่เคยคิดหาพ่อใหม่ให้ลูก ก็ตอกย้ำกับพราวฟ้าว่า “เชื่อค่ะ คุณมู่ลี่เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น” พราวฟ้าจิกว่าตนไม่เชื่อเพราะพฤติกรรมไม่ใช่

“ฉันมาทำงานหาเงินไม่ได้มาหาผัว! จบนะ ถ้าไม่จบ เปิงแน่!” มู่ลี่โพล่งออกไปอย่างเหลืออด ทำเอาทั้งสองเหวอไปเลย

แพตตี้เก็บข้อมูลได้ว่าพราวฟ้าคิดอย่างไรกับมู่ลี่ เพราะตรีดาวกำชับก่อนมาทำงานว่าให้เก็บข้อมูลว่าใครเป็นศัตรูกับมู่ลี่บ้างแล้วหาทางใช้เป็นเครื่องมือกดดันทำให้มู่ลี่ออกไปจากที่นี่ให้ได้ เมื่อรู้ว่าพราวฟ้าไม่ถูกกับมู่ลี่ แพตตี้ใช้พราวฟ้าเป็นหมากตัวหนึ่งในเกมทันที

พราวฟ้าพาแพตตี้ไปแนะนำตัวที่ฝ่ายผลิต เจออัศวินนั่งทำสคริปต์รายการเครียดเพราะเขียนไม่ออก ก็ทักทายอย่างคุ้นเคย พราวฟ้าถามว่ารู้จักกันมาก่อนหรือ แพตตี้บอกว่าเคยไปเที่ยวด้วยกัน แต่เรื่องมันยาวไว้ค่อยเล่าให้ฟัง อ่อยอัศวินว่าตนมาทำงานที่นี่แล้วต่อไปคงได้คุยกันบ่อยขึ้น พอดีมือถือแพตตี้มีสายเข้าเธอจึงเลี่ยงไปรับสาย พราวฟ้าซักอัศวินว่าไปรู้จักกับแพตตี้ตอนไหน ทำไมตนไม่รู้เลย

“พราว...พอเถอะ! รู้นะว่าเจ็บ แต่อย่ายื้อเพราะมันจะยิ่งเจ็บ พี่จะพูดเป็นครั้งสุดท้าย พอเถอะ!”
อัศวินเสียงดังแล้วเดินออกไปเลย ทุกคนในห้องอึ้ง พราวฟ้าถึงกับน้ำตาคลอเบือนหน้าหนีอย่างไม่อยากให้ใครเห็น จู่ๆก็มีมือยื่นกระดาษทิชชูมาให้ พราวฟ้าหันไปดู เจมส์นั่นเอง...

“คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง” เจมส์พูดแล้วเดินออกไป พราวฟ้ามองตามอยากตามไปแต่ก็อายทุกคนเลยเดินย้อนกลับไปทางเดิม ลูกพีชมองความรักของคนรอบข้างที่ไขว้กันไปไขว้กันมาอย่างเห็นใจ

ต้องตาถูกพี่ยักษ์จับได้ว่ามาซุ่มดูตน ถามว่าต้องทำถึงขั้นนี้เลยหรือ ถามว่ามู่ลี่ไม่ได้บอกอะไรหรือ ต้องตาไม่เชื่อ พี่ยักษ์เดินเกมต่อบอกว่าตอนนี้กำลังเช็กให้แน่ใจว่าเราควรจะมีกันและกันอยู่อีกหรือไม่ถ้ามีแบบมีไปงั้นๆ ก็อย่ามีเลยดีกว่า เอาเป็นว่าเราห่างกันสักพัก

ต้องตาตกใจมากเมื่อได้ยินพี่ยักษ์พูดเช่นนั้นกับหูตัวเอง จากที่ไม่แคร์กลายเป็นมือสั่นใจหวิวทันที

อัศวินเดินหนีพราวฟ้าออกมาแล้ว เขายิ่งหดหู่เมื่อมองไปเห็นชิษณุกับมู่ลี่เดินคุยกันมา ช่างดูดีและเหมาะสมกันเหลือเกิน มองเงาตัวเองในกระจกสะท้อนแล้ว รู้สึกช่างกะโหลกกะลากระจอกสิ้นดี

อัศวินค่อยๆถอยห่างออกมาเหมือนถอยมาอยู่ในโลกของตัวเองที่ต่างกับมู่ลี่และชิษณุลิบลับ...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.