ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขณะเดินไปเป็นกลุ่มใหญ่ที่ชายหาดนั้น ชิษณุนึกได้บอกว่าตนนัดเลขาไว้ ก็พอดีแพตตี้เข้ามาทักถามว่ากำลังจะไปไหนกันหรือ ชิษณุบอกว่ากำลังจะออกไปกับคุณมู่ลี่พอดี

แพตตี้จึงรู้ว่านี่คือมู่ลี่ แพตตี้ยิ้มให้และทักทาย มู่ลี่รู้สึกถึงความไม่ปกติในน้ำเสียงแต่ยิ้มแย้มตามมารยาท ชิษณุยังแนะนำอัศวิน ต้องตาและน้องปลื้ม และแนะนำแพตตี้ว่าเป็นเลขาของตน พอดีมีเรื่องด่วนเลยต้องมาคุยกัน มู่ลี่เชิญตามสบายพวกตนขอไปรอที่หาด มีอะไรให้โทร.หากัน

ชิษณุชวนแพตตี้ไปคุยอีกมุมหนึ่ง แพตตี้นึกถึงก่อนหน้านี้ที่ตนขอไปเข้าห้องน้ำแล้วโทร.บอกตรีดาวว่าพบชิษณุและมู่ลี่กับลูกแล้ว ตรีดาวสั่งให้ตามไปและคอยรายงานตนอย่างละเอียด

แพตตี้เอาเอกสารให้ชิษณุเซ็น เขาบอกว่าจำได้ว่าเรื่องนี้ไม่รีบ แพตตี้อ้างว่าฝ่ายการตลาดอยากให้จบก่อนวันสงกรานต์กลัวจะดำเนินการไม่ทัน ชิษณุจึงเซ็นให้ ถามว่าจะกลับเลยหรือเปล่า แพตตี้บอกว่าจะหาอะไรกินก่อน ชิษณุจึงชวนไปกินด้วยกัน

แพตตี้ถามว่าคนนี้หรือเปล่าที่บอสซื้อของขวัญให้ ชิษณุบอกว่าใช่แต่ยังไม่ได้ให้ วันนี้คงจะได้ให้แต่เขาคงหายโกรธแล้วไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมมาหาตนถึงที่นี่

แพตตี้บอกว่ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลย

“ช่วยดูให้หน่อยว่า ผมพอจะมีความหวังไหม” ชิษณุยิ้มอย่างสบายใจ แพตตี้รับคำยิ้มสมใจ

ooooooo

มู่ลี่โทร.บอกพี่ยักษ์ว่าชวนต้องตามาพัทยา

พี่ยักษ์จึงเอาช่อดอกไม้พร้อมแหวนแต่งงานมาง้อต้องตาและขอแต่งงาน

ต้องตาดีใจที่พี่ยักษ์มาง้อแต่ปฏิเสธการแต่งงานบอกว่ายังไม่พร้อมไม่อยากตัดสินใจไปแล้วเลิกกันทีหลังเหมือนคู่ของมู่ลี่ พี่ยักษ์บอกไม่เป็นไรตนเตรียมใจไว้แล้ว แต่ลึกๆแล้วก็เริ่มรู้สึกเหนื่อย

หลังทานอาหารแล้ว มู่ลี่แยกไปคุยกับชิษณุ มู่ลี่ขอโทษที่ตนเคยวิ่งหนีเขาเพราะรู้สึกโกรธและผิดหวังมาก ชิษณุบอกว่าตนเข้าใจขอโทษและยอมรับผิดทุกอย่าง ยอมรับว่า...

“ผมเอาความเคยชินมาตัดสินคุณ มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย คุณทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า...อยากได้ความจริงใจก็ต้องแลกด้วยความจริงใจ ไม่ใช่การสร้างกำแพง ขอบคุณนะครับที่ให้โอกาสผมได้ขอโทษ”

“คุณก็ทำให้ฉันได้เรียนรู้...มีเพื่อนดีกว่ามีศัตรูค่ะ เราเป็นเพื่อนกันได้ค่ะ ถ้าบริสุทธิ์ใจ แต่ถ้าให้เป็นมากกว่านั้นฉันไม่พร้อม” ชิษณุบอกว่าตนเข้าใจและยอมรับ “อย่าหาว่าเยอะเลยนะคะ ฉันแค่อยากทำงานเลี้ยงลูก ไม่อยากมีปัญหากับใคร คุณคงจะรู้ว่าฉันหมายถึงใคร”

ชิษณุอึ้งไปอย่างรู้ว่าหมายถึงตรีดาว มู่ลี่ขอบคุณเขาที่เข้าใจ ชิษณุก็ขอบคุณที่เธอคุยกับตนอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาและจะให้ของขวัญแทนคำขอโทษ มู่ลี่บอกว่าไม่จำเป็นต้องมีอะไรมาทดแทน ขอโทษที่รับของขวัญของเขาไม่ได้ แล้วขอตัวไปหาลูก

ชิษณุยิ่งประทับใจในตัวเธอ มองกล่องของขวัญแล้วเก็บใส่กระเป๋าอย่างตัดใจ แล้วเดินตามมู่ลี่ไป

ooooooo

ตรีดาวไปหาเจ้าสัวอำนาจกับมณฑาทิพย์พ่อแม่ของชิษณุที่บ้าน ผู้ใหญ่ทั้งสองถามอย่างเอ็นดูว่าวันหยุดไม่ไปเที่ยวไหนหรือ เธอทำคะแนนให้ตัวเองว่าตนไม่ชอบเที่ยวไหนชอบทำงานมากกว่า

มณฑาทิพย์ติงว่าแต่งงานแล้วจะมัวแต่ทำงานไม่ได้ ต้องแบ่งเวลาดูแลครอบครัวด้วย

“จะแต่งกับใครล่ะคะ” ตรีดาวถามเสียงสะท้านเครือ แล้วหยิบมือถือเปิดให้ดูรูปชิษณุกับมู่ลี่ที่แพตตี้ส่งมาให้ทางไลน์ “พี่ณุคงจะติดใจแม่หม้ายลูกติดคนนี้มากกว่าแล้วล่ะค่ะ”

ผู้ใหญ่ทั้งสองตกใจและแปลกใจว่าเขาไปรู้จักกันได้ยังไง ตรีดาวในมาดนิ่งให้ดูน่าเชื่อถือ แล้วเชือดชิษณุอย่างเลือดเย็นให้พ่อกับแม่เขาฟัง เล่าแล้วสรุปว่า

“เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ อย่าหาว่าหนูเอามาฟ้องหรืออะไรเลยนะคะ หนูโอเค ถ้าพี่ณุจะมีใครที่ดีและพร้อมกว่าหนู แต่หนูทนไม่ได้ ถ้าพี่ณุจะจริงจังกับผู้หญิงคนนั้น เหมือนหนูกำลังโดนดูถูกค่ะ”

เห็นอำนาจกับมณฑาทิพย์ไม่พอใจและหาทางกันมู่ลี่ออกไป ตรีดาวก็แอบยิ้มสมใจ

เวลาเดียวกัน ที่พัทยา ต้องตา พี่ยักษ์กับแพตตี้ยังนั่งกินอาหารกันอยู่ แพตตี้เอาอกเอาใจพี่ยักษ์อย่างสนิทสนมเพราะพี่ยักษ์ไปหาชิษณุที่ออฟฟิศบ่อยๆ

ต้องตามองแพตตี้อย่างไม่พอใจนักแต่เก็บอาการ ครู่หนึ่งแพตตี้บอกให้ดูชิษณุกับมู่ลี่ที่กำลังเดินกลับมาที่โต๊ะ ชมว่าน่ารักจัง พอมู่ลี่มาถึงก็ถามต้องตาว่าไอ้ตี๋กับน้องปลื้มไปไหน ต้องตาบอกว่าไปเล่นน้ำทะเลกัน ก็พอดีได้ยินเสียงคนตะโกนว่า “เด็กจมน้ำ!! เด็กจมน้ำ!!!”

“น้องปลื้ม!” มู่ลี่ตกใจคิดถึงน้องปลื้มขึ้นมาทันทีลุกจะวิ่งไปลงทะเลที่มีหัวเด็กจมน้ำผลุบโผล่อยู่ ชิษณุรั้งไว้แล้วตัวเองก็วิ่งลงทะเลไป พี่ยักษ์ตามชิษณุไปด้วย

มู่ลี่เห็นรองเท้าน้องปลื้มถอดอยู่ที่ชายหาด ใจเสียจนยืนไม่ติดเฝ้าร้องขอให้น้องปลื้มปลอดภัยจนต้องตาต้องกอดปลอบให้ใจเย็น

แพตตี้ดูเหตุการณ์อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ถามยุแหย่ว่าแล้วอัศวินไปไหนปล่อยให้น้องเล่นน้ำคนเดียว

ที่ชายหาด ผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่ต่างเอาใจช่วยให้ชิษณุกับพี่ยักษ์ช่วยเด็กได้ แล้วทุกคนก็โล่งอกเมื่อเห็นชิษณุอุ้มเด็กขึ้นมาและเดินกลับฝั่ง

เมื่ออุ้มเด็กมาถึง มู่ลี่ปราดเข้าไปหา จึงรู้ว่าไม่ใช่น้องปลื้ม ชิษณุรีบปฐมพยาบาลจนเด็กสำลักน้ำและรู้สึกตัว แม่เด็กโผเข้ากอดลูกร้องไห้ดีใจที่ลูกปลอดภัย หันมาขอบคุณชิษณุ เขาบอกให้รีบพาเด็กไปหาหมอ มู่ลี่นึกขึ้นได้มองหาน้องปลื้ม

ไทยมุงเริ่มสลายตัวแหวกเป็นทาง ทำให้มู่ลี่เห็นน้องปลื้มขี่หลังอัศวินวิ่งห้อมา ในมืออัศวินถืออุปกรณ์การเล่นทรายของเด็ก ส่วนน้องปลื้มดื่มนมกล่องไปร้องเชียร์ไปอย่างสนุกสนาน

“มีอะไรหรือป้า” อัศวินถามเมื่อวิ่งมาถึง มู่ลี่ตรงเข้าอุ้มน้องปลื้มลงมากอดแน่น “ได้ยินว่ามีเด็กจมน้ำหรือ”

มู่ลี่มองอัศวินตาขวางแล้วอุ้มน้องปลื้มไปเลย อัศวินงงถามว่าโกรธอะไร พลางเอารองเท้าน้องปลื้มไปให้แต่มู่ลี่เดินอ้าวไปเลย ทั้งสามตามไปจนทัน ชิษณุบอกอัศวินว่า...

“คุณมู่ลี่เข้าใจผิด คิดว่านายทิ้งลูกเขาจนลูกเขาจมน้ำ เพราะเห็นรองเท้าคู่นี้วางอยู่”

“ผมพาน้องปลื้มไปซื้อนมกับที่เล่นทราย เขาจะขี่หลังผมเลยให้ถอดรองเท้าไว้เดี๋ยวมันจะหลุด...แค่นี้แหละ” มู่ลี่หันแหวใส่ว่ารู้ไหมว่าตนเกือบหัวใจวาย “ป้าจะตื่นตูมทำไมเนี่ย”

“ฉันเป็นแม่ ฉันต้องรู้สึก ไม่ใช่คนนอกอย่างนายถึงจะไม่รู้สึก”

อัศวินสะเทือนใจกับคำว่า “คนนอก” บอกมู่ลี่ว่าตนเป็นคนนอกทำอะไรก็ผิดแล้วเดินดุ่มออกไป มูลี่รู้สึกตัวถามว่า “ไอ้ตี๋ จะไปไหน”

อัศวินไม่ตอบและไม่แม้แต่จะชะงักฟัง เขาเดินดุ่มๆไป มู่ลี่ทั้งยังเคืองและเสียใจนั่งอยู่กับน้องปลื้ม น้องปลื้มเห็นแม่กับพี่วินเคืองกันก็ได้แต่มองตาปริบๆ

ชิษณุกับพี่ยักษ์มองหน้ากันแบบเงียบดีกว่า ปล่อยให้มู่ลี่ใจเย็นกว่านี้ก่อน แต่จู่ๆมู่ลี่ก็ลุกขึ้นตามอัศวินไป ไปถึงก็บอกอัศวินว่าเคลียร์กันก่อน อัศวินบอกว่าตนไม่มีอะไรจะเคลียร์ มู่ลี่ถามว่าโกรธหรือ?

“ใครไม่โกรธวะ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด จู่ๆก็มาถูกด่า ...ช่างเหอะ!”

มู่ลี่บอกว่าถ้าเขาเข้าใจอารมณ์ของตนเขาจะไม่โกรธ อัศวินย้อนถามว่าจะให้ตนเข้าใจป้าฝ่ายเดียวหรือ แล้วตนล่ะ โมโหจนด่า “ป้าเห็นแก่ตัวว่ะ”

พอโดนด่ามู่ลี่ก็ฉุนขาดไล่จะไปไหนก็ไป อัศวินบอกว่าตนจะกลับบ้าน

“เออ...เรื่องของนาย” มู่ลี่สะบัดเสียงแล้วต่างคนต่างเดินไปอย่างมีอารมณ์

ooooooo

มู่ลี่กับต้องตาและน้องปลื้มเดินทางกลับ ต้องตาอาสาเป็นคนขับรถเอง แพตตี้ ชิษณุกับพี่ยักษ์มาส่งที่รถ พี่ยักษ์บอกต้องตาว่าขับรถดีๆนะ มู่ลี่เห็นชิษณุเปียกหมดจึงเอ่ยขอบคุณอย่างเกรงใจและเห็นใจ

“ถึงไม่ได้เกิดกับลูกคุณ ผมก็ต้องช่วย เจอเหตุซึ่งๆหน้าจะทำเฉยๆ ก็ยังไงอยู่”

“คุณเป็นคนดีนะคะ ฉันโชคดีที่ยังมีคุณเป็นเพื่อนและได้ทำงานให้คุณด้วย”

“เราต่างคนต่างโชคดี คุณรีบไปเถอะ ลูกหลับแล้ว”

มู่ลี่ไหว้ลา ชิษณุบอกว่าไม่ต้องไหว้ก็ได้ มู่ลี่ย้ำว่าไม่ได้เขาเป็นรุ่นพี่และเป็นเจ้านายด้วย แล้วไหว้ลาพี่ยักษ์ บอกลาแพตตี้

ชิษณุมองตามมู่ลี่ที่นั่งรถออกไปด้วยสายตาอ่อนโยน แพตตี้สังเกตเขาทุกอิริยาบถ แล้วหาโอกาสโทร.รายงานตรีดาวทันที ตรีดาวฟังแล้วกัดฟันพึมพำ

“หึ...นังมู่ลี่ยิ่งประทับใจพี่ณุสินะ” แล้วกดตัดสายเลย แพตตี้ถือสายค้าง ถอนใจเหนื่อยหน่าย

ก่อนตรีดาวจะกลับ เธอถามมณฑาทิพย์ว่าคุณแม่จะคุยกับชิษณุวันไหน มณฑาทิพย์บอกว่าต้องรอให้เขากลับมาก่อน

“ระวังจะสายเกินไปนะคะ” ตรีดาวขู่ๆ ผู้ใหญ่ทั้งสองมองหน้ากันอย่างร้อนใจขึ้นมา

มณฑาทิพย์โทร.ตามชิษณุทันที เร่งให้รีบกลับมาเพราะมีเรื่องต้องคุยกัน

ooooooo

มู่ลี่ ต้องตากับน้องปลื้มกลับถึงคอนโดเจอพงศ์พิสุทธิ์นั่งรออยู่ท่าทางกรึ่มๆ เพราะเพิ่งแยกจากเพื่อนมา น้องปลื้มดีใจวิ่งเข้าไปหาพ่อ

พงศ์พิสุทธิ์กอดน้องปลื้มถามว่าไปไหนกันมา น้องปลื้มบอกว่าไปทะเลมา ก็ถามว่าสนุกไหม ไม่เห็นชวนพ่อบ้างเลย

มู่ลี่เห็นพงศ์พิสุทธิ์เมามาถามว่ามีอะไร เขาบอกว่าคิดถึงลูก เธอไล่ให้กลับไปเสียเพราะเมาแล้ว เลยทะเลาะกันอีก น้องปลื้มตกใจร้องไห้ลั่น มู่ลี่รีบอุ้มลูกเดินหนีไป พงศ์พิสุทธิ์จะตาม ต้องตาเข้าไปขวางขอร้องว่า

“อย่าเพิ่งคุยตอนนี้เลยค่ะ ไม่มีใครมีสติสักคน สงสารน้องปลื้ม”

มู่ลี่อุ้มน้องปลื้มขึ้นห้องแล้ว น้องปลื้มยังร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอปลอบให้หยุดร้องไห้บอกว่าแม่มีอะไรจะคุยด้วย น้องปลื้มยังสะอึกสะอื้นบอกว่าหยุดร้องไม่ได้

“ใจเย็นครับ...ค่อยๆนะลูก ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร” มูลี่กอดลูกไว้รู้สึกผิดและเสียใจไปกับลูกด้วย ต้องตาได้แต่ลูบไหล่เพื่อนด้วยความสงสาร...เห็นใจ...

ฝ่ายชิษณุถูกแม่เรียกตัวกลับด่วน เจอแม่กับป๊านั่งหน้าเครียดรออยู่ มณฑาทิพย์พูดทันทีว่า

“เราไม่ได้เป็นแค่คนธรรมดา มีคนรู้จักเต็มไปหมด ณุไปทำอะไรมีเหรอจะไม่มีใครพูดถึงจนมาเข้าหูแม่กับป๊า”

ชิษณุบอกว่าตนเป็นคนธรรมดา ก็ถูกอำนาจแทรกทันทีว่าคงเป็นไม่ได้แล้วเพราะมีทั้งหน้าที่การงาน หน้าตาในสังคม คนรู้จักเยอะแยะ ชิษณุเลยขอร้องว่าป๊ากับแม่จะพูดเรื่องอะไร พูดมาเลยดีกว่า

อำนาจถามว่ามุลิลาคือใคร เขาคิดจะจริงจังด้วยแค่ไหน ชิษณุบอกว่าตนจริงใจกับเธอ มณฑาทิพย์ถามว่าคิดไกลถึงขั้นแต่งงานด้วยหรือเปล่า

“ก็มีโอกาสครับ ถ้าเธอยอมเปิดใจ ผมไม่เคยคิดจะคบใครแค่เล่นๆนะครับ”

มณฑาทิพย์ย้ำว่าอย่าเอาแต่ถูกใจ ต้องเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมด้วย ชิษณุบอกว่าเธอไม่ได้มีอะไรเสียหาย ถูกแม่เสียงเข้มทันทีว่า “เป็นหม้าย มีลูกติด...ณุลองคิดดูว่าคนอื่นจะมองยังไง”

“ผมคิดว่าถ้าให้เลือกได้ ก็คงไม่มีใครอยากเป็นแบบนั้นหรอกครับ ทุกคนต่างก็เคยมีอดีต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือปัจจุบัน เขาเป็นคนดี ขยันทำงาน ดูแลเอาใจใส่ลูกดี ต้องการที่จะเริ่มต้นใหม่”

มณฑาทิพย์สบตากับอำนาจอย่างเหนื่อยใจ ในขณะที่ชิษณุยังคงพูดต่ออย่างมั่นใจว่า

“ผมยืนยันมาตลอดเวลาว่า ผมจะแต่งงานกับคนที่ผมรัก และผมก็มีวุฒิภาวะพอที่จะรักไม่ผิดคน คุณพ่อคุณแม่เชื่อใจผมเถอะครับ”

พูดแล้วชิษณุลุกเดินออกไป มณฑาทิพย์กับอำนาจได้แต่สบตากันอย่างหนักใจ

ooooooo

ค่ำคืนนี้...ทุกคนอยู่ในสภาพที่มีปัญหา ไม่สบายใจ น้องปลื้มร้องไห้จนหลับไป อัศวินกลับถึงบ้านก็ซึมเศร้าเหงาหงอยซ้ำยังเปิดเพลงอกหักฟัง เจ๊สม อาม่า และม้าได้ยินเสียงเพลงอกหักก็ซุบซิบกัน

เจ๊สมฟันธงว่าอกหกชัวร์ ดวงใจติงว่าไม่เห็นตี๋เคยรักใคร อาม่าบอกว่าแม่ของน้องปลื้มไง

ทันใดนั้นประตูเปิดผลัวะ อัศวินโผล่มาถามว่าจะนินทาตนอีกนานไหม ทุกคนยิ้มแหย อาม่ารีบไปชงโกโก้ร้อนให้กินจะได้ดีขึ้น อัศวินรับไปดื่มอึ้กๆ ถูกลวกปากจนร้องจ๊าก อาม่าเอาไปเป่าให้สองที พอรับมาดื่มอีกทีเขาดื่มอึ้กๆ บอกว่าเย็นแล้ว เย็นเจี๊ยบเลย

เจ๊สมบอกว่ามันบ้าไปแล้ว ดวงใจถามว่าสติสตัง ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย บอกม้ามาว่าเป็นอะไร

“เป็นกระโถน” อัศวินโพล่งไปอย่างไม่รู้จะตอบยังไงดี เห็นทุกคนอึ้งมองค้าง เขาบอกว่า “เดี๋ยวก็ดีเอง ราตรีสวัสดิ์ทุกคน” แล้วปิดประตูเลย ปล่อยให้ทุกคนยืนงงอยู่ตรงนั้น

มู่ลี่นอนไม่หลับจึงเปิดรายการของพี่แสดฟัง...คืนนี้พี่แสดบอกว่าเน้นให้คำปรึกษาสาวโสดที่นอนไม่หลับ แต่ตัวเองต้องครองสติฮาไม่ได้ แล้วเชิญชวนให้โทร.เข้ามาเลย

มู่ลี่โทร.แล้วถือสายรอ พอพี่แสดมารับสายก็ถามทันทีว่า

“ถ้าพี่แสดมีสามี มีลูก แล้วเลิกกับสามี ลูกอยู่กับพี่แสด แต่พี่แสดไม่อยากให้ลูกเจอพ่อ เพราะพ่อมีพฤติกรรมไม่ดี พี่แสดจะอธิบายให้ลูกฟังยังไงคะ”

พี่แสดมึน เงียบ นิ่ง งง ถามคะๆอยู่หลายครั้งจนมู่ลี่รู้ว่าพี่แสดไม่ได้สติ บ่นตัวเองว่าไม่น่าถามเลย เอ่ยสวัสดีแล้ววางสายทิ้งตัวนอนเลย แต่พี่แสดยังมึนๆ อึนๆ เอ๋อๆ ถามคะๆๆ

อัศวินฟังรายการนี้อยู่ รู้สึกเสียงโทร.เข้าคุ้นหู

ครู่ใหญ่พี่แสดได้สติ จ้อแก้สถานการณ์เนียนๆ “คุณผู้ฟังคะ จากคำถามเมื่อสักครู่...พี่แสดได้ทบทวนแล้วว่า...มันเป็นประโยคสมมติที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง และมันก็ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน อย่าให้พี่แสดตอบอะไรที่เป็นการมโนเลยค่ะ เพราะมโนไม่ออกจริงๆว่าตัวเองจะมีลูกมีสามีได้อย่างไร แนะนำให้ถามผู้เชี่ยวชาญดีกว่านะฮ้า...”

มู่ลี่ฟังแล้วสะดุดคิดว่า...ควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญไหม...

ooooooo

รุ่งขึ้นอัศวินเอาซาลาเปาตี๋ตาโตไปแขวนไว้ที่ประตูห้องมู่ลี่ตามปกติ มู่ลี่เปิดประตูเห็นถุงซาลาเปาก็นึกในใจว่า...โกรธกันแล้วแต่ยังทำหน้าที่อย่างรับผิดชอบ ความโกรธก็ผ่อนคลายลง...

อัศวินยังคงทำหน้าที่ส่งซาลาเปากับส่งปิ่นโตตามปกติแต่หลีกเลี่ยงที่จะพบกับมู่ลี่ เจอกันที่ทำงานก็เดินผ่านกันไปอย่างเย็นชา หมางเมิน

ดวงใจเป็นห่วง โทร.ฝากให้เจมส์ช่วยดูตี๋ให้ด้วย นอกจากนี้ก็บอกพี่แสดที่มาซื้อซาลาเปาตอนเช้าว่า

“หาจังหวะคุยกับมันหน่อย ปกติมีอะไรตี๋จะบอกพวกเรา แต่คราวนี้ปิดปากเงียบเลย ช่วยหน่อยป้า เป็นห่วง ซึมมาหลายวันแล้ว”

รัชนกไม้เบื่อไม้เมากับมู่ลี่เห็นอาการหมางเมินกันของทั้งสองก็นึกสนุกอยากแกล้ง

พอดีวันนี้สายฝนกับคิกขุพนักงานใหม่เข้ามาที่ห้องเมียงๆมองๆ ตื่นๆ รัชนกเสียงเข้มใส่ว่ามาขายแหนมหรือ ใครปล่อยให้เข้ามา สองคนบอกว่าพวกตนมาทำงานวันแรก รัชนกถามว่าตำแหน่งอะไร สายฝนบอกว่าทีมการตลาด

“ทำไมไม่มีใครบอกอะไรฉันเลย! ได้ไงเนี่ย! ใครรับเข้ามา!!!”

รัชนกถามแทบเป็นตวาด เด็กทั้งสองนิ่งเงียบ รัชนกตวาดซ้ำว่าถามแล้วทำไมไม่ตอบ คิกขุถามเสียงสั่นว่าทำไมไม่ถามดีๆ รัชนกตวาดว่าแล้วทำไมต้องถามดีๆ สายฝนกับคิกขุเงียบกริบ ถอยกรูด

“เพิ่งมาทำงานวันแรกหรือจ๊ะ” มู่ลี่ทนไม่ได้ถามอ่อนโยน

สายฝนกับคิกขุยิ้มออก บอกว่าเพิ่งเรียนจบเลยมาสมัครงานที่นี่ พี่ดอลลี่สัมภาษณ์แล้วรับเข้าทำงานเริ่มวันนี้เลย

“เออดีนะ ใครจะมาใครจะไปไม่บอกกันหรอก เห็นเป็นหัวหลักหัวตอรึไงก็ไม่รู้” รัชนกไม่พอใจ

มู่ลี่สังเกตเห็นว่าพราวฟ้ามึนตึงกับตนแต่ไม่อยากสนใจ หยิบกระเป๋าลุกเตรียมไปประชุม รัชนกเดินเชิดผ่านสายฝนกับคิกขุไป ทั้งสองรอจนมู่ลี่เดินมายิ้มให้อย่างรู้สึกดี มู่ลี่ยิ้มให้ทั้งสองอย่างเอ็นดู

ooooooo

วันนี้ชิษณุไปหาตรีดาวที่ห้องทำงาน เขานั่งมองหน้าเธอนิ่งจนเธอถามว่ามีอะไรทำไมไม่พูด

ชิษณุขอร้องเธอปล่อยให้มู่ลี่ทำงานตามปกติเถิด เพราะเธอปฏิเสธตนแล้วและตนก็เคารพการตัดสินใจของเธอ ไม่อยากให้ตรีดาวเอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวกับเรื่องงาน เอาเรื่องนี้มาบีบทำให้มู่ลี่ทำงานไม่ได้ สงสารเพราะเขาต้องเลี้ยงลูก แล้วหว่านล้อมว่า...

“เอาเป็นว่ามุลิลาไม่ใช่ศัตรู บางทีถ้าจะลองเปลี่ยนความคิดที่มีต่อมุลิลา ดาวอาจจะมีเพื่อนและลูกน้องที่ดีเพิ่มขึ้นอีกคนนึงก็ได้นะ”

ถูกตรีดาวสวนทันทีว่าตนไม่เป็นเพื่อนกับพนักงาน ชิษณุอึ้ง ตัดบทอย่างอ่อนใจก่อนพูดออกไปว่า

“ก็แล้วแต่ พี่มาเพื่อจะพูดแค่นี้แหละ ทำงานให้สนุกนะ”

ที่ห้องประชุมว้าว...เมื่อทุกคนมาพร้อมแล้ว ดอลลี่บอกรัชนกว่าสายฝนจะมาเป็นลูกทีมเธอ ส่วนคิกขุเป็นลูกทีมของมูลี่ สายฝนหน้าจ๋อย รัชนกมองไม่พอใจถามดอลลี่ว่าแค่นี้ใช่ไหมแล้วสั่งสายฝนให้ตามตนออกไป สายฝนหันมองหน้าคิกขุขณะเดินตามไป

“สู้ๆนะแก ท่องไว้ ตกงานไม่ได้ เราคือความหวังพ่อแม่” คิกขุปลุกปลอบใจ

“โอเค สู้โว้ย!”

มู่ลี่กับดอลลี่เห็นท่าทางบึกบึนของสายฝนก็อึ้ง เมื่อคิกขุออกไปกับมู่ลี่ ถามมู่ลี่ว่ารัชนกเป็นโรคจิตหรือเปล่า มู่ลี่บอกว่าไม่หรอก

“พี่มู่ลี่ดีจัง...พี่ไม่ด่าใครลับหลัง แต่ด่าต่อหน้าเลย”

มู่ลี่ยิ้มเอ็นดูความตรงของคิกขุ แล้วชวนไปทำงาน กัน ตนมีเรื่องจะให้ช่วยทำพอดี

ooooooo

หลังจากดวงใจบอกเจมส์ให้ช่วยดูอัศวินที่ช่วงนี้ซึมและไม่ยอมเล่าอะไรให้ฟังเหมือนเคย วันนี้อัศวินเข้าไปในห้องตัดต่อ เจมส์มองหน้าเขานิ่งจนอัศวินที่หงุดหงิดอยู่แล้วถามว่ามองอะไร ทำไมไม่มองจอ

เจมส์ถามว่าเครียดอะไร มีปัญหา?? อัศวินฉุนเลยพุ่งเข้าใส่ ทั้งสองเลยปลุกปล้ำกันนัวเนีย

ชิษณุออกมาเจอลูกพีช เขาถามหาอัศวิน ลูกพีชบอกว่า “มันก็อยู่กับเมียมันนั่นแหละ”

พอรู้ว่าอัศวินอยู่ห้องตัดต่อ ชิษณุไปถึงเจอเจมส์กับอัศวินกำลังฟัดกันนัวเนีย

ชิษณุหย่าศึกแล้วไปคุยกับอัศวินที่มุมหนึ่งถามว่ามีเรื่องอะไรกัน อัศวินบอกว่าเรื่องไร้สาระ ตนกับเจมส์ต่างคนต่างรู้ว่าหวังดีต่อกัน ที่ทะเลาะกันก็เพราะรัก เดี๋ยวก็ดีกัน

“ดีแล้ว...ที่ไม่มีอีโก้กัน ไม่งั้นก็น่าเสียดาย คนจะเป็นเพื่อนที่รู้ใจกัน สนิทกัน ช่วยเหลือกันได้ไม่ใช่ง่ายๆ มีแล้วก็รักษาไว้” ก่อนลุกไป ชิษณุยังฝากข้อคิดไว้เผื่อแก้ปัญหาที่กำลังเครียดว่า “เราเป็นผู้ชาย ควรเป็นฝ่ายขอโทษก่อนก็ดีนะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นฝ่ายผิดก็ตาม”

“ครับ” อัศวินตอบรับทั้งที่ยังงงๆว่าชิษณุพยายามจะบอกเรื่องอะไร? แล้วก็กลับมาคิดเครียดเรื่องมู่ลี่อีก

เมื่อกลับมาขอโทษเจมส์ เจมส์ถามว่าเขาเป็นอะไร อัศวินบอกว่าเรื่องไร้สาระ พอถูกซักก็บอกว่า

“กูแอบน้อยใจป้า” เจมส์บอกให้โทรศัพท์คุยกันเสีย “ช่างมัน กูกำลังใช้ความคิด เรื่องที่ท่านประธานพูดกับกู”

ระหว่างนั้นพราวฟ้าโทร.เข้ามาเพื่อจะคุยกันให้รู้เรื่องเพราะถูกรัชนกเป่าหูเรื่องมู่ลี่กับอัศวินแอบจุ๊กจิ๊กจู่จี๋กัน แต่อัศวินครุ่นคิดเรื่องที่ท่านประธานพูดอยู่เลยปล่อยสายเรียกจนเงียบไป

พราวฟ้าแค้นใจที่โทร.มาแล้วอัศวินไม่รับสาย จะป่าวร้องให้ทั้งโลกรู้ไปเลยว่ามู่ลี่กินเด็ก

ooooooo

น้องปลื้มนับวันซึมเศร้าเหงาหงอย จนครูนกน้อยเป็นห่วงคาดว่าต้องมีอะไรผิดปกติที่บ้านเป็นแน่

เช่นเดียวกับที่ร้านซาลาเปา ทั้งอาม่า ดวงใจและเจ๊สมเห็นน้องปลื้มซึมลงทุกวันก็เป็นห่วง

วันนี้เมื่อเจ๊สมรับน้องปลื้มกลับจากโรงเรียนแล้ว เห็นน้องปลื้มชะเง้อมองไปหน้าร้านบ่อยๆก็เดาว่าคิดถึงแม่

ที่ทางเดินออฟฟิศว้าว... อัศวินขี่จักรยานจะกลับบ้าน เจอมู่ลี่จะกลับบ้านพอดี ต่างหยุดมองกันอย่างดูท่าที อัศวินคิดถึงคำพูดของชิษณุที่ว่า

“คนจะเป็นเพื่อนที่รู้ใจกัน สนิทกัน ช่วยเหลือกัน ได้ไม่ใช่ง่ายๆ มีแล้วก็รักษาไว้” และ “เราเป็นผู้ชายควรเป็นฝ่ายขอโทษก่อนก็ดีนะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นฝ่ายผิดก็ตาม”

คิดคำพูดของท่านประธานแล้ว อัศวินตัดสินใจจะเข้าไปขอโทษ ก็พอดีพงศ์พิสุทธิ์แทรกเข้ามาเรียก

“มู่ลี่!!!”

อัศวินเห็นดังนั้นจึงขี่จักรยานเลยไปทั้งที่อยากอยู่เป็นเพื่อนมู่ลี่ พงศ์พิสุทธิ์มองตามอัศวินไปตาขวาง มู่ลี่ถามเขาว่ามาทำไม เขาบอกว่ามาขอโทษและขอเจอลูก เราพูดกันดีๆได้ไหม

มู่ลี่ถามว่าขอโทษมากี่ครั้งแล้ว และตนจะแน่ใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่เอาลูกไปจากตน เขาสัญญาว่าจะไม่ทำอีกแล้ว และขอกลับมาดีกันได้ไหม

“ถ้าจะมาแบบนี้อีก ฉันไปล่ะ” มู่ลี่เดินหนีไปเลย พงศ์พิสุทธิ์ตามไปอ้อนว่า

“ผมต้องการคุณกับลูก” มู่ลี่ขอให้เลิกตื๊อเสียทีตนเหนื่อยและเครียด “แต่ลูกก็ต้องมีพ่อ...คุณก็รู้ว่าลูกต้องการผม ผมก็รักลูกนะ ผมขอโอกาสอีกครั้งนะ”

“ลูกไม่ต้องการพ่ออย่างคุณ” มู่ลี่ถามว่าเขาขอโอกาสมากี่ครั้งแล้ว ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน แล้วจะเดินหนี พงศ์พิสุทธิ์ตามไปตื๊ออีก

อัศวินขี่จักรยานผ่านไป แต่เป็นห่วงมู่ลี่ที่ถูกพงศ์พิสุทธิ์ตามตื๊อ จอดรถแอบดู พอเห็นทั้งสองคุยกันไม่รู้เรื่องและมู่ลี่เดินหนีมาที่ประตูก็เจออัศวินเรียกแท็กซี่เปิดประตูรออยู่บอก “ป้า...รีบขึ้นไป” พอมู่ลี่ขึ้นรถ อัศวินปิดประตูรถสั่งแท็กซี่ให้ไปเลย

“เฮ้ย!! เรื่องผัวเมีย อย่ามายุ่ง” พงศ์พิสุทธิ์ตวาดพุ่งเข้าหา อัศวินบอกให้ใจเย็นๆ พงศ์พิสุทธิ์หันไปเห็น รปภ.สองสามคนกำลังมองอยู่ เลยมองหน้าอัศวินทำนอง ฝากไว้ก่อน แล้วผลุนผลันกลับไป

ooooooo

เย็นแล้วน้องปลื้มนอนหลับอยู่บนเตียงผ้าใบที่ร้านซาลาเปา มู่ลี่กลับมายืนมองลูกอย่างสงสาร ดวงใจเข้ามาบอกว่าน้องปลื้มกินข้าวนิดเดียว เจ๊สมบอกว่ามัวแต่...ถูกอาม่ากับม้าจุ๊ปากห้ามเสียงดัง

“ก็มัวแต่รอแม่น่ะสิ ถามอยู่นั่น เมื่อไหร่แม่จะมา... เมื่อไหร่แม่จะมา...”

มู่ลี่หน้าเสีย ดวงใจบอกให้คุยกับลูกเยอะๆ เหมือนเขาจะมีอะไรในใจ มู่ลี่ขอบคุณก็พอดีอัศวินกลับมา ม้าถามว่ากินข้าวหรือยัง มู่ลี่กับลูกกำลังจะกลับพอดี บอกให้ตี๋อุ้มน้องไปส่งหน่อย

“ครับม้า” อัศวินรับคำแล้วรีบก้มอุ้มน้องปลื้มขึ้นมา มู่ลี่มองภาพนั้นใจอ่อนยวบ หายโกรธเป็นปลิดทิ้ง มีแต่ความรู้สึกขอบคุณเข้ามาแทน...

ระหว่างเดินออกไป มู่ลี่ขอบใจและขอโทษอัศวินทุกเรื่องที่ผ่านมา อัศวินเองก็ขอโทษที่ด่าว่าป้าเห็นแก่ตัว มู่ลี่เอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า เขาช่วยตนทุกอย่างแต่ตนกลับทำกับเขาแบบนั้น

เมื่อต่างขอโทษกันความรู้สึกบาดหมางก็มลายหายไปสิ้น อัศวินถามว่าป้าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เธอบอกว่า “ไม่มีอะไรเสียหาย...แค่รู้สึก...เจ็บแปล๊บๆ”

“แข็งแรงไว้นะป้า ใจเย็นให้มากๆ”

มู่ลี่บอกว่าจะพยายามจนกว่าเรื่องนี้จะจบ แต่จบเมื่อไหร่ไม่รู้ อัศวินบอกว่าทั้งสองคนต้องใจเย็น ถ้าร้อนด้วยกันทั้งคู่คงพังแน่ มันต้องมีทางออก รีบๆหาทางออกเลย สงสารเด็ก

ฝ่ายพงศ์พิสุทธิ์กลับบ้านแล้วก็เครียด คิดหนัก ถูกคำด่าของมู่ลี่ลอยเข้าหูตลอดเวลาทั้งเรื่องเห็นแก่ตัว เรื่องเมาหัวราน้ำที่แก้ไขไม่ได้ เรื่องแบ่งเวลาอยู่กับลูกที่ขัดแย้งจนทะเลาะกันต่อหน้าลูก

คิดถึงอดีตที่ตัวเองปฏิบัติต่อลูกอย่างไม่ได้ให้ความใส่ใจดูแลให้ความอบอุ่น แม้แต่กำลังใจเมื่อลูกมีผลการเรียนดี กระทั่งลูกเข้าหาบ่อยๆก็รำคาญ จนความสัมพันธ์พ่อลูกนับวันห่างเหิน...

เมื่อคิดทบทวนตัวเองและมองแก้วเหล้าที่วางอยู่ข้างตัวแล้ว พงศ์พิสุทธิ์ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

คืนนี้น้องปลื้มนอนฉี่รดที่นอน มู่ลี่เอะใจว่าลูกไม่เคยเป็นอย่างนี้ จนเมื่อไปส่งที่โรงเรียน ครูนกน้อยขอเวลาคุยส่วนตัว บอกมู่ลี่ว่า

“คุณแม่คะ ช่วงนี้น้องปลื้มดูซึมๆไปนะคะ น้องไม่ค่อยมีสมาธิเรียนรู้เท่าไหร่ คุณแม่ได้ลองสังเกตน้องดูบ้างไหมคะ”

มู่ลี่ฟังครูนกน้อยแล้วอึ้ง หน้าเจื่อน กลับถึงคอนโดคืนนี้ ต้องตากับพี่ยักษ์มากินข้าวด้วย ต้องตาบอกให้มู่ลี่กินเยอะๆผอมจะแย่อยู่แล้ว พี่ยักษ์ถามว่าน้องปลื้มหลับแล้วหรือ

มู่ลี่สีหน้าวิตกบอกว่าหลับแล้ว แต่กว่าจะหลับได้...ต้องตาถามว่าจะเอายังไง มู่ลี่มั่นใจว่าลูกไม่ขาดอะไรเพราะตนเป็นได้ทั้งพ่อและแม่ แต่พี่ยักษ์ติงว่า

“ตอนนี้ต้องยอมรับว่าน้องปลื้มกำลังมีปัญหา และพี่ก็คิดว่ามันเกิดจากเรื่องที่มู่ลี่กับพงศ์เลิกกัน” มู่ลี่บอกว่าเดี๋ยวลูกก็ชิน “เราคิดจากมุมตัวเอง แต่กำลังลืมลูก ถึงจะเลี้ยงเขามา แต่ก็ไม่ได้รู้ความคิดเขาทั้งหมดว่าเขาคิดอะไร”

มู่ลี่ถามว่าตนควรทำยังไง? ควรปรึกษาคนที่รู้ไหม? พี่ยักษ์เห็นด้วยว่าควรปรึกษาคนที่มีประสบการณ์หรือผู้เชี่ยวชาญ ต้องตาเร่งให้มู่ลี่รีบทำเสีย สงสารหลาน มู่ลี่ฟังแล้วคิดเครียด

ooooooo

รุ่งขึ้น มู่ลี่เดินเข้าสำนักงานเห็นพนักงานต่างซุบซิบๆกันมองมาทางตนแล้วหัวเราะกันคิกคัก

ส่วนเจมส์ทำงานอยู่ในห้องตัดต่อ อัศวินเข้ามากำกับอย่างใกล้ชิด แล้วจู่ๆก็มีข้อความจากเพื่อนพนักงานฝ่ายสโตร์เด้งขึ้นมาว่า

“ปุ๋ยสโตร์...เฮ้ย!! พี่เจมส์ พี่วินถูกป้ามู่ลี่จัดการเรียบร้อยแล้วเหรอวะ”

เจมส์เรียกอัศวินมาดู พออัศวินมาอ่านก็สบถทั้งตกใจและหัวเสีย

รัชนกให้พวกใกล้ชิดปล่อยข่าวมู่ลี่กับอัศวินจนซุบซิบนินทากันไปทั้งสำนักงาน รัชนกเชื่อว่าเข้าหูมู่ลี่เมื่อไหร่เธอจะต้องอาละวาดจนพังแน่ แต่มู่ลี่กลับเฉยและมีสมาธิในการทำงานอย่างมั่นคง ดอลลี่โล่งใจที่มู่ลี่ควบคุมอารมณ์ได้ และอัศวินก็โล่งใจที่ป้าเย็นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เมื่อเจอกับมู่ลี่ที่ทางเดินในสำนักงาน ทั้งอัศวินและมู่ลี่ต่างหยุดมองหน้ากันอย่างรู้สถานการณ์

“ป้า...เขาเม้าท์ใหญ่แล้ว”

มู่ลี่นิ่ง คิดหาทางจัดการปัญหานี้แต่ยังมีสติเตือนตัวเองให้เยือกเย็น เมื่อเจอดอลลี่ที่เดือดร้อนกว่าก็กลับเป็นฝ่ายบอกว่าใครอยากเม้าท์ก็เม้าท์ไปเพราะมันไม่ใช่ ความจริง เสียเวลาทำงานเปล่าๆ

รัชนกกับพราวฟ้าที่เป็นตัวปล่อยข่าวเห็นมู่ลี่ไม่สะทกสะท้านก็ด่าว่าหน้าด้าน คนแบบนี้ต้องซ้ำ!! แต่ถูกดอลลี่กระหนาบเสียจนกลุ่มปากหอยปากปูแตกกระเจิง แต่พอดอลลี่เดินผ่านไปก็แถมารุมเม้าท์กันต่อ

สายฝนกับคิกขุเห็นใจมู่ลี่และไม่เชื่อว่าพี่มู่ลี่ของตนจะเป็นแบบนั้นจริง ให้กำลังใจมู่ลี่ให้สู้ๆ

เจมส์ถามอัศวินประสาเพื่อนห่วงเพื่อนว่า ตกลงเขายังงอนป้าหรือเปล่า? แล้วเรื่องนั้นจริงไหม? อัศวินบอกว่าหายงอนตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ส่วนเรื่องนั้นไม่จริง เจมส์บอกว่าเชื่อ ถามว่าในใจล่ะ ไม่คิดจริงหรือเพราะออกตัวเป็นห่วงป้าชัดมากนะ

“จูบปากพี่ดอลลี่ร้อยทียังง่ายกว่าคิดอะไรกับป้าว่ะ”

“ไอ้วิน!!!”

เสียงดอลลี่แผดลั่นเข้ามา ทั้งอัศวินและเจมส์ผงะหน้าเจื่อน แต่พอฟังทั้งสองชี้แจงแล้ว ดอลลี่ก็หัวเราะร่า “ฉันก็กะไว้อยู่แล้วว่าไม่มีทาง มู่ลี่กับแกน่ะ...อิมพอสสิเบิ้ล!” แล้วแจกแจงว่าที่ชัวร์เพราะหัวใจมู่ลี่ยังบอบช้ำและต้องเลี้ยงลูก ผัวที่เลิกไปก็ทำตัวยิ่งกว่าลูก อัศวินฟังแล้วบอกว่าก็จริง

“ถ้าจะมีใครมาดูแลหัวใจ มันต้องหาให้ได้ดีกว่าเดิม ไม่ใช่แย่กว่าเดิม อย่างท่านประธานงี้ จะมีผัวใหม่ทั้งที มันต้องปังแบบนี้!!”

ฝ่ายชิษณุก็เฝ้าติดตามเรื่องราวของมู่ลี่ห่างๆอย่างห่วงๆ สุจินต์บอกว่าแบบนี้ดีแล้วยุให้สู้ๆต่อไป

อัศวินกลับมาที่โต๊ะทำงานแล้วนั่งคิดทบทวนที่ดอลลี่พูดว่า

“ถ้าจะมีใครมาดูแลหัวใจ มันต้องหาให้ได้ดีกว่าเดิม ไม่ใช่แย่กว่าเดิม อย่าง...ท่านประธานงี้ จะมีผัวใหม่ทั้งทีต้องปังแบบนี้!!”

คิดถึงคำพูดของดอลลี่แล้ว อัศวินก็ถอนใจพึมพำ

“ยังเคลียร์เด็กเก่าไม่เรียบร้อยเล้ย...ป้า!”

“ถึงกับเพ้อถึงเลยเหรอวะแก!!” ลูกพีชโผล่มาแซว อัศวินตกใจ ลูกพีชเหน็บอีกว่า “ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ลอยไปหาป้าอยู่เหรอ”

ขณะนั้นเอง มู่ลี่เดินตามเข้ามายืนข้างหลังลูกพีช อัศวินตกใจอุทาน “ป้า!”

“เออ ก็ป้ามู่ลี่นั่นแหละ ตกลงแกชอบจริงเปล่า? สเปกผู้หญิงแกเลยนี่หว่า แกเคยบอกว่าชอบผู้หญิงเหมือนแม่” อัศวินบอกให้ลูกพีชหยุด แต่ลูกพีชติดลมถามว่า “แล้วป้าชอบแกเปล่า? แล้วนี่พวกมันเม้าท์กันจริงเปล่า?”

อัศวินพยายามหยุดลูกพีช แต่ลูกพีชยิ่งพูดยิ่งมัน เร่งให้อัศวินตอบเร็วๆ อัศวินเลยชี้ไปข้างหลังลูกพีช พอ หันไปเห็นมู่ลี่ ลูกพีชก็หน้าซีด ทำเป็นอวยพรให้กลับบ้านโดยสวัสดิภาพแล้วจะเดินหนี ถูกมู่ลี่กระชากคอเสื้อกลับมาบอกให้พูดใหม่!

“มันไม่ได้เป็นเกย์...ชายแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะมันโกหกว่าเป็นเกย์” ลูกพีชตอบรัวๆ

“จริงเหรอตี๋” มู่ลี่หันจ้องหน้าขวับ อัศวินอึกอัก มู่ลี่สำทับเสียงเข้มให้พูด!

“ชายแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมโกหกว่าเป็นเกย์” อัศวินหน้าซีดจ๋อยสนิท

มู่ลี่รู้สึกเหมือนถูกตบหน้า ลูกพีชค่อยๆถอยหายไป มู่ลี่จ้องหน้าอัศวินอย่างผิดหวัง...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ
20 ม.ค. 2563
08:10 น.