ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ขณะชิษณุกำลังคิดวิธีขอโทษมู่ลี่อยู่นั้น แพตตี้เข้ามาบอกว่าตรีดาวบอกว่าโทร.หาเขาไม่ติดจึงให้มาถามว่าคืนนี้จะไปงานกาล่าด้วยกันหรือจะไปเจอกัน...

“ไม่ไปครับ” ชิษณุขัดขึ้นก่อนที่แพตตี้จะพูดจบ ให้บอกตรีดาวว่าตนป่วย แต่ถามแพตตี้ว่าเย็นนี้ว่างไหมชวนออกไปด้วยกัน เขาพาแพตตี้เข้าห้างพาไปมุมเครื่อง ประดับหรู แพตตี้แอบดีใจนึกว่าเขาจะซื้อให้

“คุณคิดว่า...ต่างหูคู่นั้นจะทำให้ผู้หญิงหายโกรธได้บ้างหรือเปล่า” แพตตี้งงยังไม่ทันตอบ เขาก็พูดต่อ “ผมกำลังจะไปง้อเพื่อน เขาโกรธผมอยู่”

แพตตี้ตั้งสติได้ถามว่าเพื่อนสนิทแค่ไหน ชิษณุบอกว่าตนสนิทใจกับเขามาก ส่วนเขาตนไม่รู้ แต่อยากให้เขารู้ว่าเขามีค่ากับตนมาก แพตตี้ถามว่าไม่ใช่ตรีดาว? พอเขาส่ายหน้า

“งั้นก็เหมาะสมแล้วล่ะค่ะ มูลค่าของมันแสดงออกถึงคุณค่าของผู้ให้”

“ผมเชื่อคุณ” ชิษณุเรียกพนักงานทันที โดยมีแพตตี้ยืนชี้ชวนดูอยู่ข้างๆ ที่ใกล้ๆนั่นเอง ข้าวฟ่างเพื่อนของตรีดาวแอบดูอยู่ เธอใช้มือถือถ่ายรูปชิษณุกับแพตตี้ส่งให้ตรีดาว พอเห็นรูป ตรีดาวจิกตาพึมพำ “ไหนบอกว่าป่วย!!!”

ooooooo

อัศวินเอาปิ่นโตมาส่งมู่ลี่เป็นอาหารเย็นประเดิมการผูกปิ่นโต เขามารออยู่ที่ห้องโถงจนเห็นมู่ลี่จูงน้องปลื้มเข้ามาท่าทางเพลียๆ ส่งปิ่นโตให้มู่ลี่แล้วอัศวินหันหยอกน้องปลื้ม

“ว่าไง มนุษย์ซาลาเปา หิวยัง” น้องปลื้มบอกว่าตนไม่ได้ชื่อมนุษย์ซาลาเปา ชื่อเหมือนซุปเปอร์ฮีโร่เลยอัศวินบอกว่าดี เป็นซุปเปอร์ฮีโร่พิทักษ์รักษาแม่ไง บอกว่างั้นต้องคิดท่า แล้วทั้งสองก็คิดท่าแปลงร่างกันอย่างสนุกสนาน

หันดูอีกทีเห็นมู่ลี่เซจะเป็นลม อัศวินรีบเข้าประคองอุ้มไปที่ห้อง รปภ.เห็นจึงมาช่วยเปิดประตูให้ น้องปลื้มวิ่งตาม พอเข้าห้องแล้ว รปภ.จึงกลับไป อัศวินกับน้องปลื้มช่วยกันถอดรองเท้าและเก็บของติดตัว มู่ลี่รู้สึกตัว ชักเท้ากลับเขิน

อัศวินบอกให้น้องปลื้มไปเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาด่วน น้องปลื้มรู้ว่าแม่เก็บอะไรไว้ที่ไหนวิ่งไปหยิบมาให้อย่างเร็ว ไม่เพียงเท่านั้นยังหยิบยาดมมาด้วย

น้องปลื้มจำได้ว่าคุณยายเคยชงยาหอมตอนเป็นลม บอกอัศวินว่าขอยาหอมด่วนแต่ต้องชงน้ำร้อนเด็กชงไม่ได้อันตราย อัศวินจึงสอนวิธีกดน้ำร้อนจากกระติกให้อย่างปลอดภัยสอนแล้วบอกให้ฝึกไว้คราวหลังถ้าแม่เป็นลมอีกตนไม่อยู่จะได้ดูแลแม่ได้

มู่ลี่ดูอัศวินสอนน้องปลื้มใช้กระติกน้ำร้อนอย่างปลอดภัย เธอนอนดูอย่างเอ็นดูทั้งคนสอนและคนเรียน เมื่อชงยาหอมเสร็จ น้องปลื้มเอาไปให้แม่ดื่ม มู่ลี่กินยาหอมอย่างชื่นใจ

ค่ำแล้วแต่น้องปลื้มยังไม่ได้กินข้าว อัศวินบอกว่าตอนชุลมุนปิ่นโตหกหมดแล้ว แต่เดี๋ยวตนจะไปทำให้ ถามว่าใครจะไปเป็นผู้ช่วยบ้าง น้องปลื้มเริ่มสนุกกับการได้ทำอะไรแปลกๆ ถามแม่ว่าอยู่คนเดียวได้ไหม พอมู่ลี่บอกว่าได้ก็ไปช่วยอัศวินทำอาหารในครัว

มู่ลี่ดื่มยาหอมที่เหลือจนหมดถ้วยรู้สึกดีขึ้น นอนพักเพลียๆจนหลับไป

ฝ่ายดอลลี่ หลังจากคุยกับสุจินต์แล้วอยากลุ้นให้เพื่อนได้กับชิษณุ นัดต้องตาไปกินข้าวและคุยกัน แต่ต้องตาบอกว่ามู่ลี่ไม่มีทางสนหรอกมันเข็ดแล้ว

ดอลลี่เชียร์มู่ลี่จนต้องตาขอร้องว่าเข้าใจเจตนาดีของเพื่อน แต่ขอให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของมู่ลี่เองเถอะเราอย่าไปยุ่งเลย แล้วเร่งให้กินกันได้แล้ว ตนต้องกลับบ้านเองด้วย ไม่อยากกลับดึก
ดอลลี่กินอาหารแต่ใจยังคิดเรื่องมู่ลี่กับชิษณุอยู่

ooooooo

ตรีดาวโกรธที่ชิษณุปฏิเสธตนแต่ไปซื้อเครื่อง ประดับกับแพตตี้ ออกจากงานเลี้ยงก็โทร.คุยกับแพตตี้ กำชับว่าไม่ต้องบอกชิษณุว่าตนโทร.มา แล้วถามเรื่องไปซื้อของกับชิษณุวันนี้

“บอสให้บอกทุกคนว่าป่วยเพราะไม่อยากอธิบายยืดยาวค่ะ ว่าจริงๆแล้วบอสต้องการหาซื้อของขวัญไปขอโทษเพื่อน” ตรีดาวถามทันทีว่าใคร! “บอสไม่ได้บอกค่ะ เลยให้แพตตี้ช่วยเลือกไงคะ” ตรีดาวถามว่าผู้หญิงหรือ “ค่ะ...แต่ไม่น่าจะใช่ของคุณตรีดาวนะคะ เมื่อกี้แพตตี้แอบถามค่ะ”

ตรีดาวโกรธจนอยากจะขว้างโทรศัพท์ทิ้ง ผลุนผลันไปขึ้นรถที่คนขับจอดรออยู่สั่งเครียด

“ไปบ้านพี่ณุ!!!”

เมื่อไปพบชิษณุที่บ้าน ตรีดาวบอกว่าเขาซื้อของขวัญให้มุลิลา ตนเข้าใจและไม่โกรธแต่อยากทำความเข้าใจ ไม่อยากให้เขาเกลียดตน อย่างน้อยก็ขอให้เขาเอ็นดูในฐานะน้องสาวต่อไป ถามว่า

“พี่ณุคาดหวังมากแค่ไหนคะจากตัวมุลิลา” ชิษณุบอกว่าตอนนี้ขอให้เขาเข้าใจว่าตนไม่ได้หลอกเขาก็พอ “ดาวเอาใจช่วยอยู่ห่างๆนะคะ กลับแล้วล่ะค่ะ สวัสดี”

ตรีดาวยิ้มใสๆ แต่พอหันไปใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นโกรธ เกลียดมู่ลี่อย่างมาก แต่ชิษณุไม่รู้ตัว มองตามเธอไปด้วยความสบายใจ

ooooooo

อัศวินหาของที่มีในตู้เย็นทำข้าวต้มโดยมีน้องปลื้มคอยช่วยอย่างสนุกไปด้วย ทำเสร็จน้องปลื้มกินอย่างเอร็ดอร่อยมากจนอัศวินแซวว่าให้กินชามเข้าไปด้วยเลย

คืนนี้น้องปลื้มนอนง่ายเพราะเหน็ดเหนื่อย อัศวินบอกมู่ลี่ว่าเป็นเด็กนี่ก็ดีกินอิ่มแล้วก็หลับเลยไม่ซับซ้อน มู่ลี่บอกว่าบางทีก็อยากกลับไปเป็นเด็ก ไม่อยากเป็นผู้ใหญ่เลย

“ป้า...จากใจเลยนะ หาผู้ช่วยให้ชีวิตตัวเองหน่อย ไหม เช่นรับส่งลูก ไปส่งที่ออฟฟิศก็ได้” มู่ลี่เป็นห่วงลูกกลัวถูกลืมไว้ในรถบ้าง กลัวลูกถูกทำร้ายบ้าง “งั้นหาพี่เลี้ยงคอยดูลูก ไปรับไปส่ง”
มู่ลี่ก็ยังกลัว กังวลไปหมด อัศวินประชดว่า

งั้นสักวันก็คงเป็นลมตายขึ้นมาจริงๆ ถามว่าอยากเผาวัดไหนจะช่วยดูให้ เลยถูกด่าว่าปากเสียแช่งอีกแล้ว

“ช่วยเก็บไปคิดด้วย อย่าให้ความกลัวมาทำให้ใช้ชีวิตยาก” พูดแล้วได้ยินเสียงตุ๊กแกร้อง อัศวินหนาวเยือกขึ้นมา แต่พยายามทำผงาดเข้มแข็งเดินออกไป มู่ลี่ไปส่งที่ประตูมองดูอย่างแปลกใจ
ชิษณุพยายามโทร.หามู่ลี่หลายครั้งแต่เธอไม่รับสาย เขาจึงไลน์ฝากข้อความว่า “ให้โอกาสผมได้อธิบาย หลังจากนั้นก็แล้วแต่คุณ” มู่ลี่เปิดอ่านแต่ไม่ตอบ ปิดไฟนอนเลย

ooooooo

เพราะจักรยานยังซ่อมไม่เสร็จ อัศวินจึงจ้างเฮียตู่ช่วยส่งซาลาเปาตี๋ตาโตแทน

พี่แสดใส่บาตรเสร็จเดินมาถามว่าจ้างเฮียตู่ส่งซาลาเปาหรือ อัศวินบอกว่าจ้างอีกวัน พรุ่งนี้จักรยานก็ซ่อมเสร็จแล้ว พี่แสดยุให้จ้างเฮียตู่ต่อเผื่อเจ๊สมจะได้คู่เสียที อัศวินถามว่าทำไมถึงเชียร์เจ๊สมนัก พี่แสดบอกว่ามีคู่จะได้เลิกทะเลาะกับตนเสียที ยุให้จ้างเฮียตู่ต่อไปให้อยู่ใกล้ๆเจ๊สมไว้

อัศวินจ้างเฮียตู่ส่งซาลาเปา ทั้งม้า อาม่าและเจ๊สมถามว่าทำไมไม่ส่งเอง เขาปดว่าช่วงนี้งานเข้าต้องรีบเข้าออฟฟิศ แล้วรีบออกไปบอกว่าเดี๋ยวป้ามารับปากซอย เพราะมู่ลี่นัดขึ้นแท็กซี่ไปด้วยกัน

เจ๊สมสงสัยว่าป้าไหนจะมารับปากซอยจึงแอบตามไปดู เห็นอัศวินขึ้นแท็กซี่ไปกับมู่ลี่และน้องปลื้มก็สงสัยว่าทำไมอัศวินเรียกเธอว่าป้าทั้งที่ยังสาวและสวยมาก

ระหว่างนั่งแท็กซี่ไปด้วยกัน มู่ลี่บอกน้องปลื้มว่าอาทิตย์นี้อยู่กับแม่นะ น้องปลื้มบอกว่าไม่ชอบห้องใหม่ ไม่มีแม่ ตนไม่อยากไปนอนกับป๊า อัศวินฟังแม่ลูกคุยกันแล้วสงสัยว่าอะไรกัน มู่ลี่ตัดบทว่าเดี๋ยวเล่าให้ฟัง

แต่พอไปส่งน้องปลื้ม มู่ลี่บอกครูนกน้อยว่า นอกจากตนแล้วไม่อนุญาตให้ใครรับน้องปลื้มแม้แต่พ่อ ครูนกน้อยอึ้งๆ มู่ลี่จึงบอกว่าเราหย่ากันแล้วแต่ไม่ได้บอกน้องปลื้ม น้องปลื้มรู้แค่ว่าเราแยกกันอยู่จะได้ไม่ทะเลาะกัน

อัศวินนั่งฟังอยู่ด้วยโพล่งขึ้นว่าพ่อแม่มีปัญหากันก็คือปัญหาของพ่อกับแม่ลูกไม่เกี่ยว เสียงเข้มว่า

“พ่อแม่เลิกเป็นผัวเมียกันแต่ยังเป็นพ่อเป็นแม่ของลูกอยู่ เป็นไปตลอดชีวิต เลิกไม่ได้!”

“เอ่อ...ใช่ค่ะ ขอเพียงคุณพ่อคุณแม่คิดถึงความรู้สึกของลูกให้มากๆ โฟกัสไปที่หน้าที่ของตัวเองที่ต้องทำให้ลูก โดยที่ต่างคนต่างก็เคารพชีวิตส่วนตัวของกันและกัน น่าจะเป็นทางออกที่ดี” ครูนกน้อยเสริม

“ถูก!!! มันต้องคุยกัน ตกลงกันอย่างมีวุฒิภาวะ ใช้เหตุผล ไม่ใช้อารมณ์!!”

อัศวินเสียงดังจนมู่ลี่ถามว่าจะขึ้นทำไม เขาขอโทษบอกว่ามันอิน มู่ลี่หันไปขอบคุณครูนกน้อย มองเลยไปเห็นน้องปลื้มกำลังหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับเพื่อนๆก็สงสารลูกจับใจ ฝ่ายอัศวินมองมู่ลี่แล้วก็สะท้อนใจ...

ooooooo

มู่ลี่ยังถูกรัชนกที่อิจฉาตาร้อนมาตลอดยังจิกไม่เลิกกัดไม่ปล่อย เที่ยวโพนทะนาว่ามู่ลี่มีอภิสิทธิ์มาสายก็ได้ ออกไปรับลูกก่อนเวลาก็ได้ หาว่าดอลลี่เลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน

มู่ลี่ได้ยินได้ฟังมาเต็มสองหู ไม่อยากให้เพื่อนเสียการปกครองจึงคิดจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ปัญหานี้ จึงไปขอให้อัศวินช่วย เล่าเรื่องรัชนกให้ฟังแล้วขอให้อัศวินช่วยหาคนที่ไว้ใจได้และอยู่ใกล้บ้านช่วยรับส่งน้องปลื้ม

อัศวินจึงคุยกับเจ๊สม อ่อยว่าตนรู้ว่าเจ๊ชอบเด็ก อาม่าก็ลุ้นให้ช่วยไปก่อนเพราะเขากำลังเดือดร้อน พอดีเฮียตู่เข้ามาอัศวินบอกว่าตนจะจ้างเฮียยาวเลย เฮียตู่สบตาเจ๊สมอย่างพอใจ เจ๊เบือนหน้าแก้เขินแล้วเปลี่ยนเรื่องตอบตกลงกับอัศวิน จะลองเลี้ยงเด็กดู

ม้าจัดปิ่นโตเสร็จพอดี อัศวินเลยยืมจักรยานเฮียตู่ไปส่งปิ่นโต บอกให้เฮียกินข้าวที่บ้านเลยถือว่าเป็นค่าเช่าจักรยานก็แล้วกัน

มู่ลี่ไปรับน้องปลื้ม เอารูปถ่ายของเจ๊สมให้ครูนกน้อยดูบอกว่าต่อไปจะเป็นคนที่มารับส่งน้องปลื้มประจำ

อัศวินเอาปิ่นโตไปฝากให้ รปภ.ให้มู่ลี่ กำลังจะกลับก็เห็นชิษณุเดินเข้ามาพอดี อัศวินรีบหลบไปหลังเคาน์เตอร์ รปภ.ทันที

ชิษณุเดินมาถาม รปภ.ว่ามู่ลี่กลับหรือยัง พอรู้ว่ายังก็จะนั่งรอ แล้วเดินไปนั่งอย่างใจเย็น อัศวินว้าวุ่นใจว่าจะทำยังไง เลยไลน์บอกมู่ลี่

“ท่านประธานรอป้าอยู่ที่คอนโด ผมซ่อนตัวอยู่ แกยังไม่เห็น เอาไงดี”

พอมู่ลี่อ่านก็รีบตอบ “ฉันไม่อยากเจอเขา เอาไงดี” อัศวินตอบทันทีว่า “ไปที่อื่นก่อน” มู่ลี่ถามว่าไปไหนล่ะ ลูกหิวข้าว แต่มู่ลี่เสียดายเงินไม่อยากกินข้าวนอกบ้าน อัศวินเลยบอกว่า

“ไปเจอกันที่บ้านผม เดี๋ยวเอาปิ่นโตกลับไป” มู่ลี่ขอพิกัดบ้านเขา แล้วบอกน้องปลื้มว่าเรายังไม่กลับคอนโดนะจะพาไปหานางฟ้าวันนี้เลย พี่วินก็อยู่ น้องปลื้มจึงเดินตามแม่ไปแต่โดยดี

อัศวินไม่รู้จะออกไปยังไงเพราะชิษณุนั่งคอยมู่ลี่อยู่ จึงเรียก รปภ.มากระซิบ หลอกชิษณุว่ารถถูกขูดชิษณุจึงลุกไปดู ผ่านรถจักรยานเห็นโลโก้ซาลาเปาตี๋ตาโต แต่ไม่ได้ติดใจอะไร

พอชิษณุออกไป อัศวินก็ไปหยิบปิ่นโตปั่นจักรยานออกไปทันที

ชิษณุไปดูแล้วรถตนไม่เป็นอะไร หันมาเห็นหลังอัศวินกำลังปั่นจักรยานออกไปไวๆ จึงรู้ว่าตัวเองถูกหลอก รีบโทร.หาแพตตี้ขอที่อยู่ของร้านซาลาเปาติ่มซำตี๋ตาโตทันที

ooooooo

มู่ลี่ไปที่ร้านซาลาเปาตี๋ตาโตตามที่อัศวินบอก เจอเจ๊สมถือถุงดำจะไปทิ้งพอดี ต่างหยุดมองกัน น้องปลื้มเห็นหน้าเจ๊สมถึงกับหลบไปแอบหลังแม่

มู่ลี่แนะนำตัวเองกับเจ๊สม ให้น้องปลื้มสวัสดีเจ๊สม แล้วถามว่าอัศวินยังไม่กลับหรือ พอดีอัศวินปั่นจักรยานมาถึงแล้วหิ้วปิ่นโตหน้าตาตื่นเข้ามา มู่ลี่ถามว่า “เป็นไง คุณชิษณุเห็นนายไหม แน่ใจไหมว่ารอด”

“รอดสิ ถ้าไม่รอดป่านนี้ก็เห็นแกตามมาแล้วหรือไม่ก็โทร.ด่าผมแล้ว คงสงสัยว่าผมหลบแกทำไม ซึ่งก็ไม่ควรจะสงสัย เพราะแน่ใจได้เลยว่าต้องเกี่ยวกับป้าแน่ๆ” แล้วตัดบทว่าเอาไว้ค่อยคุยกัน พาลูกไปกินข้าวก่อน ตน โทร.บอกม้าแล้วว่าป้าจะมากินข้าวด้วย แล้วชวนน้องปลื้มเข้าไป น้องปลื้มขืนตัวยังกลัวๆเจ๊สม มู่ลี่ปลอบลูกว่า

“เข้าข้างในกันนะครับ เชื่อแม่นะ แม่ไม่มีทางทำให้ปลื้มเป็นอันตราย โอเคไหมครับ”

ooooooo

น้องปลื้มเดินแอบๆหลังแม่เข้าไปในบ้าน ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากดวงใจเรียกให้เข้าไปกินข้าวกัน เฮียตู่นั่งข้างมู่ลี่ อัศวินเข้าไปแทรกแยกเฮียตู่ไปนั่งติดเจ๊สม พูดออกตัวว่า

“ป้ากับน้องปลื้มเป็นแขกผม ผมต้องช่วยบริการ ขอโทษทีนะเฮีย”

อาม่าหัวเราะอารมณ์ดีบอกว่ามื้อนี้อุ่นหนาฝาคั่งครึกครื้นดี มู่ลี่ขอฝากท้องด้วยสักมื้อ อาม่าบอกทุกมื้อก็ได้ มู่ลี่บอกว่าเกรงใจ

“ไอ้หยา...เกรงจงเกรงใจอะไร คนกันเอง” อาม่าหัวเราะกันเอง

“ตี๋เขาพูดถึงหนูกับพวกเราบ่อย จนพวกเราคิดว่าหนูเป็นสมาชิกของครอบครัวแล้ว” ดวงใจพูดอย่างเมตตา มู่ลี่ขอบคุณ “ม้าก็เป็นแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวตั้งแต่เตี่ยเขาตาย ม้าคงแย่ถ้าไม่มีอาม่าคอยช่วย ม้าเข้าใจหนูนะมู่ลี่...ม้าอยากช่วย”

มู่ลี่ขอบคุณม้าอย่างตื้นตันใจ อัศวินชวนให้กินกันได้แล้ว ดวงใจบอกน้องปลื้มให้กินเยอะๆ บอกเฮียตู่ที่นั่งเกร็งอยู่ว่าตู่ด้วย กินเยอะๆ

จู่ๆอาม่าก็ถามมู่ลี่ว่า “แล้วแม่ลื้อล่ะ อีตายไปแล้วหรือ”

มู่ลี่บอกว่าแม่ยังอยู่แต่แม่ต้องดูร้านขายของชำ จู่ๆเจ๊สมก็โวยขึ้นว่าข้าวยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ด กินกันก่อนค่อยสัมภาษณ์ทีหลัง มู่ลี่บอกว่าตนชอบคุยกับอาม่า อาม่าเลยชวน เดี๋ยวกินเสร็จค่อยคุยกันต่อยาวๆเลย

“อ่ะๆๆ กินเยอะๆ ใครกินไม่หมด เจอกินหัว” เจ๊สมห้าวเสียจนน้องปลื้มมองกลัวๆ เจ๊เลยยิ้มให้พูดหวานตบท้าย “นะจ๊ะ...”

เฮียตู่ มู่ลี่ กับน้องปลื้มเลยรีบก้มหน้าก้มตากินกลัวถูกเจ๊สมกินหัว อาม่า ม้ากับอัศวินต่างมองมู่ลี่กับน้องปลื้มยิ้มๆ

ooooooo

เย็นวันนี้บุปผาแม่ของมู่ลี่ลุยไปที่บ้านพงศ์พิสุทธิ์ ต่อว่าที่เขาไม่ไปง้อเมียง้อลูกกลับบ้าน พงศ์พิสุทธิ์ย้อนถามว่าจะไปให้เจอผัวใหม่เขารึไง

บุปผาด่าว่าอย่ามาใส่ร้ายลูกสาวตน พงศ์พิสุทธิ์เลยเอาหลักฐานในมือถือให้ดู บริสุทธิ์มายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เห็นสองคนดูรูปในมือถือก็พูดแทรกเยาะว่า

“รูปที่แม่ยายแกดูอยู่คือไอ้เด็กคนนั้น...มันตามเมียเก่าแกไปรับลูกแก!!!”

รูปในมือถือคือมู่ลี่เดินคุยกับอัศวินในโรงเรียนของน้องปลื้ม บุปผาโต้ว่านี่คือน้องในออฟฟิศเห็นว่าสนิทกันจะตามไปด้วยมันแปลกตรงไหน บริสุทธิ์สั่งให้พงศ์พิสุทธิ์เลื่อนไปอีก พอเลื่อนไปกลายเป็นรูปแอบถ่ายที่ชิษณุนั่งรอมู่ลี่อยู่ที่โถงคอนโด

“อีกคนเป็นถึงประธานบริษัทที่มู่ลี่ทำงานอยู่มานั่งรอขึ้นห้องหลังเลิกงาน” บริสุทธิ์พูดอย่างสะใจ ถามบุปผาว่า “คราวนี้แปลกไหม เจอกันแค่ที่ทำงานไม่พอหรือไง ทำไมต้องมาต่อภาคสองที่คอนโดด้วย”

บริสุทธิ์ทั้งด่าและเยาะเย้ยบุปผาว่าเลี้ยงลูกยังไงถึงหัวกระไดไม่เคยแห้ง ปรามให้สั่งสอนลูกเสียบ้างไม่อย่างนั้นตนจะฟ้องเอาหลานมาเลี้ยงเอง บุปผาขออย่าให้ถึงกับฟ้องร้องกันเลยนี่อาจเป็นการเข้าใจผิดกันก็ได้ ถามพงศ์พิสุทธิ์ว่าอยากดีกับมู่ลี่ไหม

“ไม่อยาก!” บริสุทธิ์ชิงตอบ พงศ์พิสุทธิ์ขอให้บุปผากลับไปก่อน บุปผาโมโหท้าว่าอยากฟ้องก็เอา รูปแค่นี้ชนะไม่ได้หรอก แล้วปึงปังออกไป

พอบุปผากลับไป บริสุทธิ์ก็หันมองพงศ์พิสุทธิ์อย่างเอาเรื่อง แต่เขาไม่อยู่ให้เอาเรื่อง ออกไปขี่บิ๊กไบค์บอกว่าจะไปหาเพื่อน ถูกบริสุทธิ์ตะโกนไล่หลังว่า

“ทำเสียเรื่องจนมันไม่ยอมให้ลูกมานอนด้วยไม่คิดจะรับผิดชอบทำอะไรสักอย่างเลยรึไง ตาพงศ์!!!” พลางมองรูปมู่ลี่กับน้องปลื้มในมือถืออย่างเจ็บใจ

ooooooo

คืนนี้ชิษณุโทรศัพท์นัดพี่ยักษ์ออกมาพบกันที่ริมถนนที่มืดสลัวบอกว่าไม่อยากคุยแบบเห็นหน้าเห็นตากัน คุยสั้นๆเท่านั้น คุยเสร็จก็จะไปเลย

“ฝากบอกบอกมู่ลี่ด้วยว่าไม่ต้องหนีแล้ว ฉันจะไม่ตื๊อเขาอีก เอาที่เขาสบายใจ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยคุยกันเมื่อนั้น ฉันไม่อยากไปป่วนวิถีชีวิตเขาให้วุ่นวาย ที่เขาต้องรับมืออยู่ก็หนักหนาพอแล้ว”

ชิษณุพูดสั้นๆแค่นั้นจริงๆ จนพี่ยักษ์อึ้ง...เห็นใจ แต่เมื่อพี่ยักษ์โทร.บอกมู่ลี่ เธอถามว่าเขาพูดอย่างนั้นจริงหรือ แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน

“มันไม่ยอมบอก แต่ถ้าให้เดา คงไปที่ชอบ...ที่ชอบ เพราะเวลามันเครียด มันจะเข้าถ้ำ แล้วถ้ำของมันก็มีที่เดียว มู่ลี่...พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกมู่ลี่ตั้งแต่แรก” มู่ลี่ก็ขอโทษพี่ยักษ์ที่อารมณ์เสียใส่แต่รู้ว่าพี่ยักษ์ไม่มีทางทำร้ายตน “ให้โอกาสพี่ได้ขอโทษ แล้วก็อย่าลืมให้โอกาสเพื่อนพี่ด้วยนะ มีมิตรดีกว่ามีศัตรู และไอ้ณุไม่ได้ตั้งใจทำร้ายมู่ลี่”

“ค่ะ พี่ก็อย่าลืมไปง้อต้องตานะ รู้สึกผิดจัง ที่ทำให้มันกับพี่ทะเลาะกันเพราะเรื่องของหนู”

“ไม่เป็นไร บอกแล้วไง แฟนมีไว้ง้อ แล้วคุยกันนะมู่ลี่ จะรีบไปง้อแฟน”

“ค่ะ...” มู่ลี่วางสาย ถอนใจคิดว่าเรื่องชิษณุจะเอาอย่างไรดี...

ooooooo

กินข้าวแล้ว อัศวินไปส่งมู่ลี่กับน้องปลื้ม อาม่า ม้าและเจ๊สมต่างคุยกันถึงมู่ลี่และน้องปลื้ม สวนเฮียตู่ไปล้างจานงุดๆอยู่ในครัว

อาม่าบ่นสงสารมู่ลี่ ม้าบอกว่าสงสารทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหละ ไม่มีใครอยากให้ครอบครัวแตกแยก แต่ถ้ามันดีกว่าการต้องอยู่ด้วยกันก็คงต้องเลือกทางนี้ แล้วก็หาทางใช้ชีวิตต่อไปให้ดีที่สุดสำหรับทุกคน อาม่าบอกว่าคนสมัยนี้ความอดทนต่ำ สมัยก่อนอยู่กันจนตายไปข้าง หนักนิดเบาหน่อยทนได้ก็ทนกันไป

“แต่อั๊วก็ไม่เห็นด้วยนะ ถ้าต้องอยู่แล้วใช้คำว่าทน ทนเพื่อลูกมั่งอะไรมั่ง ลูกมันอาจจะอยากให้พ่อแม่เลิกกันก็ได้ มันไม่อยากเห็นพ่อแม่ทำสงครามกันทุกวันหรอก ประสาทเสีย” เจ๊สมโพล่งขึ้น ม้าแย้งว่า

“เฮ้อ!! พูดยากสมเอ๊ย ไม่มีใครเข้าใจปัญหาหรือแก้ปัญหาได้ดีเท่ากับคนในบ้านเองหรอก”

“เห็นแบบนี้ พูดเลยม้า...อั๊วอยู่บนคานแน่นอน!!” เจ๊สมพูดดังเหมือนตั้งใจให้ได้ยินไปถึงในครัว
พอดีเฮียตู่เดินออกมา ม้าขอบใจที่ช่วยล้างจาน บอกว่าที่จริงให้สมล้างก็ได้ เจ๊สมแย้งขึ้นทันทีว่าไม่มีของฟรีในโลกนี้หรอก แล้วจะไปเปิดประตูให้เฮียตู่กลับไปปรามลอยๆว่า

“พรุ่งนี้อย่ามาสายนะโว้ย กูหักเงินนับเป็นวินาทีเลย!!”

ดวงใจกับอาม่ามองหน้ากันแล้วส่ายหน้า ดวงใจพูดงึมงำ “ก็คงได้อยู่บนคานสมใจล่ะ”

อัศวินไปส่งมู่ลี่กับน้องปลื้ม น้องปลื้มบนง่วงอัศวินเลยให้ขี่หลังถามว่าจะให้เร็วระดับไหน น้องปลื้มบอกว่าระดับสูงสุด อัศวินวิ่งควบ ปากก็ร้องแว้นๆๆๆ น้องปลื้มหัวเราะชอบใจ มู่ลี่มองแล้วยิ้มพลอยสนุกไปด้วย

แต่ที่มุมหนึ่งแถวคอนโด พงศ์พิสุทธิ์จอดบิ๊กไบค์ซุ่มดูอยู่ เห็นความสนิทสนมสนุกสนานของทั้งสามแล้วยิ่งเสียดแทงใจ พึมพำเครียดก่อนสตาร์ตรถออกไปว่า

“มีความสุขกันแล้วสินะ”

ooooooo

ชิษณุหลบไปอยู่ที่พัทยา ตรีดาวให้แพตตี้โทร.เช็ก เขาบอกว่าอยู่พัทยาถ้ามีเรื่องด่วนพรุ่งนี้มาหาได้
พอแพตตี้โทร.บอกตรีดาว แล้วถามว่าพรุ่งนี้ตนยังต้องไปหาชิษณุอีกไหม ถูกตรีดาวด่าว่าจะโง่ไปถึงไหน จะไปทำไม แพตตี้ถามว่าไม่อยากรู้หรือว่าชิษณุอยู่คนเดียวหรืออยู่กับใคร

“งั้นก็ไป สร้างเรื่องให้เนียนๆล่ะ ว่ามาคุยเรื่องงานด่วนไม่ได้ถูกฉันส่งตัวไปจับผิด แล้วคอยรายงานฉันด้วยว่าคุณชิษณุอยู่กับใคร...ใช่นังมู่ลี่หรือเปล่า” แพตตี้ ถามว่ามู่ลี่คือใคร “มันชื่อมู่ลี่ ชื่อจริงชื่อมุลิลา ผู้หญิงที่คุณชิษณุสนิทด้วยมากจนต้องซื้อของแพงๆให้ เผื่อคนข้างๆ คุณชิษณุพูดถึงมันแสดงว่าต้องพามันไปเปิดตัวด้วยแน่”

“อ้อ...ได้ค่ะ แพตตี้จะทำให้ดีที่สุดค่ะ ให้สมกับที่คุณตรีดาวไว้ใจแพต...” แพตตี้พูดไม่ทันจบ ตรีดาวก็วางหูใส่ แพตตี้ชักสีหน้าไม่พอใจ ในใจนึกอยากเห็นหน้ามุลิลาขึ้นมาทันที

ฝ่ายมู่ลี่คืนนี้นอนคิดตัดสินใจว่าจะโทร.หาชิษณุดีหรือไม่ ในที่สุดตัดสินใจไม่โทร. วางโทรศัพท์แล้วเปิดเครื่องเสียงเจอคลื่นของพี่แสดพอดี ขณะนอนฟังพี่แสดเพลิน ๆก็ได้รับข้อความจากอัศวินถามว่าน้องปลื้มหลับหรือยัง กวนแม่หรือเปล่า มู่ลี่ขอบใจที่อัศวินให้เจ๊สมมาช่วยดูแลน้องปลื้ม

เลิกคุยกับอัศวินแล้ว มู่ลี่นึกขึ้นได้โทร.หาต้องตาที่กำลังร้องไห้งอนพี่ยักษ์ พี่ยักษ์โทร.ง้อก็เล่นตัวจนพี่ยักษ์วางสายไป มู่ลี่ขอโทษต้องตาที่ตนทำให้ทั้งสองทะเลาะกัน ต้องตาบอกไม่เป็นไรถึงไม่ทะเลาะกันเรื่องนี้ก็มีเรื่องอื่นทะเลาะกันอยู่ดี แล้วร้องไห้ไม่หยุด

“อืม...ร้องไห้ให้สาแก่ใจต่อไปเลยนะ บาย...รักแกนะ”

“รักแกด้วย...บาย” วางสายจากมู่ลี่แล้ว ต้องตางอนต่อ ร้องไห้ไปบ่นไป “จะรู้ไหมเนี่ย ไอ้พี่ยักษ์ ว่าเขาร้องไห้อยู่ ทำไมไม่โทร.มา หา...ทำไมไม่โทรมา!!!”

วางสายจากต้องตาแล้วมู่ลี่ฟังพี่แสดจ้อต่อ คืนนี้พี่แสดมีเคล็ดลับการเป็นคนโสดอย่างมีคุณภาพมาฝากกันว่า

“จงเป็นคนคิดบวก ออกกำลังกายทุกวัน กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ทำงานให้หนัก ทำใจให้เข้มแข็ง กังวลให้น้อยลง...” พี่แสดคุยอย่างสนุกมีสาระ แล้วตบท้ายว่า “บนโลกเหงาๆใบนี้ มีเพื่อนดีกว่ามีศัตรูนะคุณผู้ฟัง...”

มู่ลี่ฟังพี่แสดแล้วตัดสินใจโทร.หาชิษณุ เขาตื่นเต้นมากแต่ทำเสียงนิ่งๆรับสาย มู่ลี่ถามว่า เราควรคุยกันใช่ไหม ชิษณุตื่นเต้นดีใจตอบครับทันที มู่ลี่ถามว่าเขาอยู่ที่ไหนตนพร้อมแล้ว เขาบอกว่าอยู่พัทยาเธอคงไม่สะดวก

“ฉันไปได้ค่ะ...จะว่าไปฉันทำไม่ถูกที่หนีคุณ ทั้งๆ ที่คุณเป็นเจ้านายฉัน ฉันขอแก้ตัวได้ไหมคะ” พอชิษณุตอบว่าตนจะรอ “ได้ค่ะ เจอกันค่ะ สวัสดีค่ะ”

พอวางสาย มู่ลี่ถอนใจ เหมือนยกภูเขาออกจากอก...ฝ่ายชิษณุก็อารมณ์ดีขึ้นทันที ฟังเพลงคึกคักขยับมือเท้าตามจังหวะ คิดถึงพรุ่งนี้อย่างมีความหวัง...

แต่มู่ลี่โล่งอกไม่กี่นาทีก็มีสายเข้าเป็นเบอร์แปลกๆ พอรับสายเธอตกใจ เมื่อปลายสายบอกว่าเป็นเพื่อนของพงศ์พิสุทธิ์บอกว่าเขาเมาและมีเรื่องกัน ขณะนี้อยู่ที่สถานีตำรวจ และร้องหาเธอตลอดเวลา มู่ลี่รีบโทร.หาต้องตาให้มาอยู่เป็นเพื่อนน้องปลื้มแล้วโทร.ชวนอัศวินไปเป็นเพื่อน

ooooooo

เมื่อไปถึงสถานีตำรวจ เห็นพงศ์พิสุทธิ์ในสภาพเมาไม่ได้สติ หน้าตาฟกช้ำเพื่อนเขาเล่าว่า

“มันเมาแล้วไปหาเรื่องต่อยกับคนที่มาเที่ยว โดนซะเละ...” มู่ลี่ถามว่าทำไมไม่พาเขากลับบ้าน “มันไม่ยอมกลับ จะโทร.หาแม่มัน มันก็อาละวาด เรียกหาแต่คุณท่าเดียว...คุณจัดการต่อทีเถอะ ผมต้องรีบกลับแล้ว”

มู่ลี่มองพงศ์พิสุทธิ์อย่างสมเพช ในขณะที่เขาก็ยังเพ้อ “มู่ลี่...อยู่ไหน...ป๊าขอโทษ...ป๊าขอโทษ...”
อัศวินถามว่าป้าไม่ใจอ่อนบ้างหรือ เขาคงรักป้ามากนะ

“เมื่อมันสายเกินไป...มันจะมีประโยชน์อะไรอีกล่ะตี๋”

มู่ลี่ตัดสินใจล้วงมือถือของพงศ์พิสุทธิ์จากกระเป๋ากางเกงโทร.บอกแม่ของเขา บริสุทธิ์เห็นเป็นเบอร์ของลูก รับสายถามว่า “ว่าไงตาพงศ์”

“หนูเองค่ะ มู่ลี่...ช่วยมารับศพลูกชายคุณกลับไปด้วยนะคะ”

โทร.บอกแล้วมู่ลี่เดินออกไปแอบดูรอจนบริสุทธิ์มาถึงสถานีตำรวจ พอบริสุทธิ์มาถึง พงศ์พิสุทธิ์รู้สึกตัวก็ถามหามู่ลี่ มู่ลี่กับอัศวินขยับเข้ามาใกล้เพื่อฟังได้ถนัด

“มันกลับไปแล้ว มันมาเพราะถูกเพื่อนแกโทร.ตาม แต่มันไม่ได้ใจอ่อนอย่างที่แกอยากให้เป็น มันทิ้งแกไว้ให้ฉันมารับไปแทน”

พงศ์พิสุทธิ์ยังคร่ำครวญหามู่ลี่ บริสุทธิ์ด่าว่าโง่มันไม่กลับมาแล้ว

“แต่ผมยังรักมู่ลี่อะแม่...ผมยังรักมู่ลี่ อยากให้มู่ลี่กับลูกกลับมา ผมอยากให้เมียกับลูกผมกลับมา!”

บริสุทธิ์สั่งให้หยุดเพ้อเจ้อ มองความจริงได้แล้ว แต่พงศ์พิสุทธิ์ยังพร่ำเพ้อหามู่ลี่กับลูกไม่หยุด บริสุทธิ์โมโหจนลืมตัวตีไม่ยั้งตะโกนให้หยุด...หยุด!!

มู่ลี่ทนดูต่อไปไม่ได้หันเดินออกไป อัศวินตามไป ในขณะที่พงศ์พิสุทธิ์ยังเกลือกกลิ้งร่ำร้องหามู่ลี่กับลูกอย่างทรมานใจ บริสุทธิ์ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ยืนมองลูกชายทั้งโกรธทั้งอายสายตาผู้คน

มู่ลี่เดินออกมากับอัศวิน พยายามกลืนความสะเทือนใจลงไปไม่ให้ใจอ่อน อัศวินถามว่าไม่มีเยื่อใยเลยหรือ มู่ลี่บอกว่าตนโทร.ตามแม่เขามาในฐานะเพื่อนมนุษย์ แต่เห็นสภาพของเขาแล้วคิดว่าควรอยู่ห่างๆไว้ ชีวิตใครชีวิตมันดีกว่า อัศวินถามว่าถ้าเขายอมเปลี่ยนแปลงตัวเองป้าจะให้โอกาสเขาไหม

“หมดเวลาแล้ว” พูดแล้วปรามว่าถ้ายังไม่เลิกเซ้าซี้พรุ่งนี้อดมื้อใหญ่เพราะตนตั้งใจจะพาไปเลี้ยงที่พัทยา อัศวินถามว่าไปทำไม “ไปเคลียร์กับท่านประธาน ไปไหม เลี้ยงซีฟู้ด”

อัศวินโอเคเลิกเซ้าซี้ทันที มู่ลี่ด่าขำๆ ว่า “เห็นแก่กิน” แล้วพากันกลับไป

ooooooo

รุ่งขึ้น มู่ลี่เร่งน้องปลื้มให้รีบแต่งตัวเพราะน้าตาเกือบมาถึงแล้ว น้องปลื้มบอกว่าอยากให้พ่อไปด้วย มู่ลี่บอกว่าพ่อต้องทำงาน โทร.มาบอกคิดถึงน้องปลื้มและขอให้เที่ยวให้สนุก น้องปลื้มจึงยิ้มออก

เมื่อนัดกับมู่ลี่แล้ว ชิษณุโทร.บอกแพตตี้เลื่อนที่นัดพบกันเพราะพอดีมีนัดด่วน แพตตี้รับทราบด้วยความแปลกใจกับงานด่วนของเขา แล้วชิษณุก็สั่งพนักงานโรงแรม “สองที่ เมนูพิเศษของวันนี้เลยนะ แขกวีไอพี”

มู่ลี่ น้องปลื้ม ต้องตา และอัศวิน ทุกคนแต่งตัวไปเที่ยวทะเลกันเต็มที่ นั่งรถตู้บ่ายหน้าไปพัทยากัน ทุกคนร่าเริง ร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน ต้องตาที่ยังไม่หายเศร้าแผดเสียงร้องเพลงกับทุกคนด้วย น้องปลื้มก็สนุกสนานแม้จะแอบเศร้าคิดถึงพ่อ

อัศวินสังเกตเห็นต้องตาเศร้าๆ ถามมู่ลี่ว่าเพื่อนป้าโอเคหรือเปล่า มู่ลีบอกว่าไม่โอเค เลยเป็นอย่างนี้ อัศวินบอกว่าเดี๋ยวตนจะทำให้โอเคเอง แล้วตะโกนเพลงอย่างสนุกสนาน...

“แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว เอ้า...แจวมาแล้วจ้ำจึกน้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวเรือมาซื้อหมูเต๊ะ แจวเรือมาซื้อหมูเต๊ะ ขอเชิญป้าต้องตาหน้าเป๊ะ ลุกขึ้นมาแจว เอ้า!!!”

ต้องตาถูกแซวว่าหน้าเป๊ะก็เขิน มูลี่ลุ้นว่า

“แจวมาแจวจ้ำจึก...ตา อย่ายอมแพ้เด็กเมื่อวานซืน เร็ว!!!”

ต้องตารีบร้องต่อ “น้ำนิ่งไหลลึก นึกถึงคนแจว แจวเรือมาซื้อปลาเผา เชิญน้องปลื้มหน้าซาลาเปามาช่วยกันแจว”

มู่ลี่บอกน้องปลื้มให้ช่วยร้องรับ น้องปลื้มบอกว่าตนแจวไม่เป็น ทุกคนเลยหัวเราะกันสนุกสนาน

มู่ลี่เห็นน้องปลื้มยังซึมๆ ก็แอบเป็นห่วง...

เมื่อไปถึงโรงแรมที่พัทยาตามที่นัดกับชิษณุไว้ ชิษณุออกมารอรับ มู่ลี่ชี้แจงเมื่อพรรคพวกตามกันลงจากรถเป็นพรวนว่า

“พอดีเพื่อนมาช่วยดูลูกเมื่อคืน ก็เลยพามาด้วย พอดีติดหนี้อัศวินไว้หลายมื้อแล้ว ก็เลยพามาด้วย เดี๋ยวคุยกับคุณเสร็จจะไปเลี้ยงขอบคุณพวกเขาด้วย”

ชิษณุถามว่าจะไปไหนคิดไว้หรือยัง มู่ลี่บอกว่ายังแต่จากสภาพของพวกเราแล้ว...อัศวินเสริมว่าก็คงแถวๆนี้ ชิษณุนึกสนุกขึ้นมาเลยขอคุยกับมู่ลี่ที่หาดด้วยได้ไหม

ทุกคนอึ้ง ไม่คิดว่าคนระดับเขาจะลดตัวลงมาสนุกกับพวกตน

ที่มุมหนึ่งของชายหาด แพตตี้เห็นชิษณุยืนคุยกับพวกมู่ลี่กลุ่มใหญ่ก็แอบดู หยิบมือถือมาถ่ายรูป แล้วส่งไปให้ตรีดาวทันที

ทั้งห้าคนเดินไปตามชายหาดกันอย่างชื่นมื่น ชิษณุแอบสังเกตมู่ลี่กับอัศวินที่สนิทกันมากแต่เก็บความรู้สึกไว้ ร่วมขบวนกันไปอย่างร่าเริง โดยไม่รู้ว่าถูกแพตตี้มองตามยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้
17 ม.ค. 2563
17:47 น.