ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กลับมาถึงคอนโด ขณะมู่ลี่เช็ดหน้าเช็ดตาให้น้องปลื้มนั้น น้องปลื้มมองหน้าแม่นิ่งจนมู่ลี่ถามว่ามีเรื่องอยากถามแม่ใช่ไหม น้องปลื้มพยักหน้าถามว่า

“พ่ออยู่ไหนครับ” มู่ลี่จุก ฝืนยิ้มบอกว่าพ่อกลับไปทำงาน

“ปลื้มไม่ชอบคนทะเลาะกัน” มู่ลี่บอกว่าไม่มีใครชอบเหมือนกัน น้องปลื้มถามว่า “แล้วทำทำไมครับ”

มู่ลี่บอกว่าพ่อทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่าใช้ความรุนแรงไม่ดี น้องปลื้มร้อง อ๋อ...พ่อเล่นละคร มู่ลี่ผสมโรงว่าก็พ่อเป็นผู้กำกับหนัง น้องปลื้มยิ้มขำว่า “ปลื้มเลยตกใจจริงเลย”

“ตอนนี้หายตกใจหรือยัง” น้องปลื้มบอกว่าหายตั้งแต่ตอนที่พี่วินเอาซาลาเปาให้กินแล้ว มู่ลี่หัวเราะหยอกว่า “ปลื้มก็เลยกลายเป็นมนุษย์ซาลาเปาของพี่ตี๋ไปแล้ว”

น้องปลื้มหัวเราะชอบใจ มู่ลี่เห็นลูกหัวเราะก็สงสาร เศร้า แต่พอรู้สึกตัวก็หัวเราะไปกับลูกทั้งที่ใจอยากร้องไห้...

ooooooo

ที่ห้องประชุมออฟฟิศ M–ONE ชิษณุเครียด ตรีดาวบอกว่าก็แค่ซาลาเปา โปรดักส์ที่ดีของเรายังมีอีกเยอะ

“แต่ทุกอย่างที่อยู่ในบ้าน M-ONE ต้องดี ไม่มีข้อยกเว้น ถึงจะเป็นแค่ซาลาเปา พวกคุณเคยกินหรือเปล่า” ชิษณุถาม ทุกคนส่ายหน้า เขาจึงให้แพตตี้สั่งพนักงานถือถาดซาลาเปาเข้ามาสองถาด ถาดหนึ่งเป็นของ M-ONE อีกถาดเป็นของตี๋ตาโต ชิษณุบอกให้ทุกคนลองกินแล้วมาคุยกันว่ารสชาติเป็นยังไง ตนก็จะกินด้วย

ระหว่างนั้นตรีดาวมองรอยฟกช้ำที่หน้าเขา คิดถึงเหตุการณ์ที่สายสืบส่งคลิปที่ชิษณุชกหน้าพงศ์พิสุทธิ์
มาให้ดู เธอมองรอยช้ำที่หน้าชิษณุนิ่งเครียด

หลังจากทุกคนชิมซาลาเปาทั้งสองถาดแล้ว ชิษณุถามตรีดาวว่าเป็นยังไง เธอให้คนอื่นตอบก่อน ชิษณุจึงถามมานิตย์ผู้จัดการฝ่ายการตลาด มานิตย์บอกว่าของเราสู้ของอีกเจ้าไม่ได้เลย ชิษณุจึงถามสุจินต์ เขาเห็นด้วยกับมานิตย์

“แต่ดาวเห็นว่า...แต่ละสูตรก็มีลักษณะเฉพาะตัว” ตรีดาวแทรกขึ้น ชิษณุถามว่าแล้วแบบไหนน่าจะถูกปากลูกค้ามากกว่ากัน “ไม่ทราบสิคะ ดาวไม่ใช่คนชอบกินซาลาเปา”

“ยกเลิกการพัฒนาสูตรจากสูตรของซัพพลายเออร์เจ้าเดิมผมอยากได้สูตรนี้! คุณมานิตย์ขอข้อมูลจากแพตตี้ เลิกประชุม คุณตรีดาวไปพบผมที่ห้อง”

ชิษณุลุกออกไปเลย ตรีดาวเดินตามไปอย่างหงุดหงิด แพตตี้แอบสะใจลึกๆ สุจินต์มองอย่างนึกห่วงการตัดสินใจของชิษณุ พอตรีดาวตามชิษณุไปถึงห้องทำงาน เขาถามทันทีว่า “พูดอย่างนั้นออกไปได้ยังไงต่อหน้าลูกน้อง”

ตรีดาวถามว่าตนตอบอย่างที่คิดไม่ดีหรือ แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่าไปทำอะไรมาหน้าถึงได้ฟกช้ำ เขาบอกว่าลื่นล้มไม่ใช่เรื่องสำคัญ ตรีดาวบอกว่าทุกเรื่องของเขาสำคัญสำหรับตนเพราะเขาเป็นพี่ชายไม่ได้เป็นคนอื่น

ชิษณุเปลี่ยนเรื่องถามแต่ขอให้ตอบอย่างที่คิดว่า เธอยังอยากทำงานที่ M-ONE อีกไหม ตรีดาวบอกว่าไม่ ตนอยากทำงานที่ WOW เพราะรู้สึกท้าทายน่าจะทำให้ตนได้พัฒนาตัวเองได้มากกว่า

พอออกจากห้องทำงานของชิษณุ ตรีดาวสั่งแพตตี้ให้ดูแลชิษณุให้มากกว่าเดิมเพราะตนจะไปคุมงานที่ WOW ส่วนที่นี่จะคุยกับเธอแทน แพตตี้แกล้งทำเป็นตกใจ ทั้งที่ดีใจที่จะได้ใกล้ชิดกับชิษณุยิ่งขึ้น

ooooooo

วันนี้ต้องตาซื้ออาหารแช่แข็ง ไข่และขนมตามใบสั่งของมู่ลี่มาให้ ในขณะที่มู่ลี่เองทำงานบ้านผมยุ่งหน้ามันเสื้อผ้ามอมแมม พอต้องตาเอาอาหารมามู่ลี่บอกทั้งที่มือทำงานอยู่ว่าให้เวฟเลย

ต้องตาเอาอาหารแช่แข็งเข้าไมโครเวฟ ถามว่าให้ลูกกินทุกวันแบบนี้ไหวหรือ มู่ลี่บอกว่ามันสะดวกที่สุดแล้ว ต้องตาเสนอให้ทำเองบ้างก็ดีเราคุมเองได้ทั้งความสะอาดและเครื่องปรุงที่ไม่ทำร้ายสุขภาพ

“ทำอะไรดีล่ะ แกช่วยหน่อยฉันต้องไปเก็บผ้าก่อน”

ต้องตามองเพื่อนอย่างเหนื่อยแทน แล้วลงมือทำไข่ตุ๋น ทำเสร็จยกอาหารทั้งหมดไปตั้งโต๊ะ น้องปลื้มถือจานข้าวรออยู่แล้ว อาหารมื้อนี้จึงมีข้าวกล่องกินกับไข่ตุ๋นอร่อยเป็นพิเศษ

คืนเดียวกัน ที่บ้านอัศวิน อาม่า ม้า เจ๊สมและตี๋นั่งกินข้าวกันพร้อมหน้า มีกับข้าวสามสี่อย่างตั้งอยู่กลางโต๊ะมีทั้งผักและผลไม้ครบห้าหมู่ อัศวินมองอาหารแล้วถามม้าว่าทำกับข้าวใช้เวลานานไหม ม้าบอกว่านาน กว่าจะเตรียมของกว่าจะทำ เขาถามอีกว่าเหนื่อยไหม

“ไม่เหนื่อย ก็เป็นงานบ้านที่ต้องทำเป็นประจำ” อัศวินถามอีกว่าแล้วคนที่ทำงานนอกบ้านและทำกับข้าวด้วยก็ต้องเหนื่อยเป็นสองเท่าสิ? “คนที่ทำงานนอกบ้านเขาถึงไม่ค่อยทำกับข้าวกินเอง หรือทำงานบ้านเอง ถ้า
พอมีเงินจ้างได้เขาก็จ้างหรือไม่ก็ซื้อกับข้าวกินเอา”

อัศวินเล่าว่าป้าทำเองหมดทุกอย่าง เจ๊สมถามว่าป้าไหนอีกล่ะ พอรู้ว่าเป็นป้าที่ออฟฟิศก็บ่นว่าจะไปยุ่งกับเขาทำไม เขาเลือกที่จะทำเองก็แสดงว่าเขาไหว อัศวินบ่นงึมงำว่าจะไหวได้นานแค่ไหน

“ตี๋...ไหนๆก็อยู่ใกล้กันแถมทำงานที่เดียวกัน

ถามป้าของตี๋ดูนะว่าจะผูกปิ่นโตม้าไหมจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระ ไหนๆม้าก็ต้องทำกับข้าวอยู่แล้ว”

อัศวินนิ่งอย่างฉุกคิดขึ้นมาได้ คืนนี้เขามายืนที่หน้าบ้านที่มองไปเห็นห้องของมู่ลี่ โทร.หาเธอหลังจากน้องปลื้มหลับแล้ว มู่ลี่ออกมาคุยที่ระเบียง ต่างมองเห็นกันไกลๆ เป็นจุดดำๆ อัศวินถามว่าวันนี้ทำอะไรให้ลูกกิน เธอบอกว่าซื้อมา อัศวินถามว่าพรุ่งนี้เช้าล่ะ เย็นล่ะ คำตอบ เดิมคือซื้อและว่าจะซื้อ

อัศวินถามว่าไม่กลัวลูกขาดสารอาหารหรือ ไม่กลัวสารพิษที่เจือปนในอาหารหรือ มู่ลี่เงียบ เขาเลยเสนอให้ผูกปิ่นโตกับม้าตนไหม คุยว่าม้าทำกับข้าวอร่อยลูกก็จะได้โตขึ้นอย่างแข็งแรงแม่ก็จะได้ไม่เหนื่อยเกินไป มู่ลี่บอกว่าตนไม่อยากเพิ่มรายจ่าย อัศวินแจกแจงว่ายังไง ก็ต้องซื้อประจำวันอยู่แล้วและม้าก็ต้องทำให้ที่บ้านทุกวันรับรองม้าไม่คิดกำไรหรอก

อัศวินหว่านล้อมแล้วรวบรัดสรุปว่าโอเคนะ สวัสดี แล้ววางสายเลย นึกได้รีบโทร.กลับอีกทีบอกว่าจะเริ่มมื้อเย็นพรุ่งนี้เลยนะ ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ก็เพิ่มมื้อเช้ากับมื้อกลางวัน

มู่ลี่ไม่มีจังหวะจะแย้ง คิดไปคิดมาว่าไหนๆก็ต้องซื้อกินอยู่แล้ว เลยขอบใจ ยิ้ม รู้สึกเบาขึ้นตั้งแต่นาทีนี้เลย

พออัศวินคุยเสร็จจะเดินเข้าบ้านก็เจอทั้งอาม่า ม้าและเจ๊สมมายืนขวางเป็นแผงถามว่าคุยกับป้าเสร็จแล้วหรือ ป้าอายุเท่าไหร่ อัศวินบอกว่าไม่เคยถาม เจ๊สมบอกให้ชวนมาเที่ยวบ้านบ้าง ก็ปัดว่าอย่าเลยเกะกะแล้วจะเลี่ยงไปนอน

เจ๊สมถามม้ากับอาม่าว่าใช่อย่างที่คิดไหม อาม่ากับม้าบอกว่าเดี๋ยวก็รู้เอง อยู่กับปัจจุบันไปทุกวันดีกว่าจะได้ไม่ปวดหัว

“ได้ อั๊วจะจับตาสังเกตมันทุกๆวัน!” เจ๊สมจิกตาอย่างหมายมั่น

ooooooo

พอมู่ลี่วางสายแล้วปิดเครื่องเลย จากนั้นไปเปิดโน้ตบุ๊กทำงานตามที่ได้รับคำสั่งจากชิษณุมาหมาดๆพิมพ์หัวข้อ “แผนการตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือ M–ONE ในสื่อ SHOPPING ONLINE…WOW SHOPPING TV”

มู่ลี่พิมพ์รัวเป็นข้าวตอกแตก จากสามทุ่ม หยุดดื่มกาแฟและบิดตัวเป็นระยะจนสองยามกว่าจึงปิดพับโน้ตบุ๊กรีบออกไปจัดการตัวเอง ตั้งนาฬิกาปลุกตีห้าครึ่ง แล้วเข้านอน

ขณะกำลังหลับ น้องปลื้มเข้ามาจับขาเขย่า บอกว่าอยากนอนกับคุณแม่ เธอกอดลูกนอนอย่างมีความสุข แต่ปรากฏว่าทั้งคืนเธอเกือบไม่ได้นอนเพราะถูกน้องปลื้มเอาแขนพาดหน้าอกบ้าง นอนดิ้นขวางเตียงบ้าง เธอต้องคอยจับปรับให้เกือบทั้งคืน พอจะหลับนาฬิกาก็ปลุกแล้ว!

มู่ลี่ลุกสะโหลสะเหลจากเตียงไปทำธุระประจำวันก่อนไปทำงานอย่างอ่อนเพลีย...

ไปถึง WOW พร้อมแก้วกาแฟกับกระเป๋าโน้ตบุ๊กและกระเป๋าถือ จู่ๆตรีดาวก็เข้าประกบ หางตามองเธอเหยียดๆ มู่ลี่ถอนใจเฮือก นึกในใจว่าวันนี้ต้องเจออะไรอีกเนี่ย...

ตรีดาวเดินเชิดเข้ามาท่ามกลางสายตาของพนักงานที่มองกันอย่างแปลกใจ โดยเฉพาะรัชนกกับลูกพีช

มู่ลี่ตรงไปที่มุมกาแฟดื่มถ้วยที่ถือมาจนหมดทิ้งถ้วยแล้วชงถ้วยใหม่ พราวฟ้าเข้ามากระแซะแขวะประสาคนไม่ชอบหน้ากัน พอดีอัศวินมาถามว่าเม้าท์อะไรกันขอเม้าท์ด้วยคน พราวฟ้ายิ้มหวานบอกว่ามากู๊ดมอนิ่งพี่มู่ลี่อยู่ แล้วฉอเลาะจะชงกาแฟให้อัศวิน เขาบอกว่าไม่ต้องตนชงเองได้

“พี่ฟ้า พี่ดอลลี่เรียก ด่วน!!!งานเข้า” พนักงานวิ่งหน้าตาตื่นมาบอก พราวฟ้ารีบวิ่งไป อัศวินมองตามคิดว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่

ที่ห้องทำงานของดอลลี่...ตรีดาวเข้ามาในห้องอย่างยิ่งใหญ่ สั่งดอลลี่ให้จัดห้องทำงานให้ตนด้วย ดอลลี่รับปากทั้งที่งงๆ ตรีดาวกลับบอกว่าเอาห้องนี้แหละตนชอบ แล้ววางกระเป๋าถือบนโต๊ะ รื้อลิ้นชักเอาของของดอลลี่ออกมากองบนโต๊ะ ดอลลี่มองตะลึงแทบปรี๊ดแตกแต่ไม่กล้า พรวดพราดออกไปกระทืบเท้าดิ้นเร่าๆ ระบายอารมณ์

มู่ลี่เดินมาเจอถามว่าเป็นอะไร ดอลลี่ไม่กล้าพูดบอกใบ้ระบายอารมณ์ จนมู่ลี่เดาได้ว่าอยากฆ่าคนที่อยู่ในห้อง!

ขณะมู่ลี่งงๆว่าเป็นใครนั้น ตรีดาวก็ผลักประตูผลัวะออกมา ดอลลี่ปรับกิริยาอารมณ์ทันทีหันไปยิ้มหวานให้ ตรีดาวขอกาแฟสด มองถ้วยกาแฟในมือมู่ลี่บอกว่าไม่เอากาแฟสำเร็จรูปนะ ไม่ชอบ!

มู่ลี่สะอึกรู้สึกว่าถูกพูดกระทบ พอตรีดาวกลับเข้าห้องก็กระซิบถามดอลลี่ว่า “คืออะไรเนี่ย?!”

“อย่าเพิ่งถาม” ดอลลี่ลากมู่ลี่ออกไปอีกทางปลุกใจตัวเองให้สู้ๆ มู่ลี่ยิ่งงง

“มาแล้วค่ะ” พราวฟ้าวิ่งมาถึงพอดี ดอลลี่สั่งพราวฟ้าให้จัดห้องสำหรับผู้บริหารอีกห้องด่วน มู่ลี่ถามว่าให้คุณตรีดาวหรือ

“ให้ฉัน! ถูกยัยคุณนายนั่นไล่ออกมาเนี่ย”

ดอลลี่พูดได้แค่นั้นก็รีบปลุกใจตัวเองเพื่อสะกดอารมณ์ดูท่าทางอยากจะคลั่งจนมู่ลี่กลัวดอลลี่จะบ้าจริงๆ

ooooooo

ตรีดาวยึดห้องดอลลี่แล้ว ก็โทรศัพท์ถึงสุจินต์ที่อยู่กับชิษณุที่ห้องทำงานของ M–ONE สุจินต์ดูหน้าจอแล้วบอกชิษณุว่าตรีดาว ชิษณุบอกให้รับ เขาจึงรับฟังปลายสายแล้วบอกว่า

“ครับ...ผมจะรายงานให้ท่านทราบครับ สวัสดีครับ” พอสุจินต์วางสาย ชิษณุถามว่า ว่าไง? “คุณตรีดาวไปทำงานที่ WOW แล้วครับวันนี้ ตามที่คุยไว้คืออาทิตย์หน้า แต่เธอบอกว่าเธอใจร้อน อยากเริ่มงานเลย ไม่อยากรอ เลยเข้าไปทำความคุ้นเคยตั้งแต่วันนี้...อีกสักครู่ผมคงได้รับสายจากคุณดอลลี่”

สุจินต์บอกอย่างรู้ทาง พูดขาดคำสายจากดอลลี่ก็เข้ามาพอดี ดอลลี่ตีโพยตีพายตัดพ้อต่อว่าสุจินต์พูดจนแทบไม่หายใจว่าทำไมทำกับตนอย่างนี้!! บอกว่าตนต้องการคำอธิบาย!!

สุจินต์มองมือถือแล้วมองหน้าชิษณุอย่างหนักใจ ถามว่า

“เสียงคุณดอลลี่คงทะลุออกมาให้ท่านได้ยินหมดทุกคำพูดแล้วใช่ไหมครับ”

ชิษณุพยักหน้าเหนื่อยใจ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมตรีดาวถึงได้รีบไปที่ออฟฟิศ WOW นัก?

เมื่อพราวฟ้าจัดห้องทำงานใหม่ให้ดอลลี่อย่างรีบๆลวกๆแล้ว ดอลลี่สั่งให้ไปซื้อกาแฟสดไฮโซให้ยัย “ซอมบี้” ก่อน พราวฟ้างงๆ อึดใจเดียวก็รู้ว่าหมายถึงใคร พอพราวฟ้าออกไป ดอลลี่ตามไปปิดประตูห้องแล้วหันกลับมาแผดเสียง

“กรี๊ดดดดด...”

มู่ลี่มองเพื่อนด้วยความเห็นใจ ถามว่ายอมเขาทำไม

“ยอมเพื่อจะเอาคืนทีหลัง...นังเด็กเมื่อวานซืน!” ดอลลี่คำรามอาฆาต แล้วก็เปลี่ยนอารมณ์ฉับพลันเข้าโหมดทำงานทันที ถามมู่ลี่ว่า “ฉันให้ลูกทีมเธอเริ่มงานเร็วๆนี้นะ เมื่อไหร่จะบอกอีกที เดี๋ยวฉันจะประชุม ทำแผนมาเสนอแล้วใช่ไหม”

มู่ลี่บอกว่าทำแล้ว ดอลลี่เข้ามาถามอย่างห่วงใยว่าเหนื่อยมากเลยใช่ไหม มู่ลี่บอกไม่เลย

“แต่สภาพเธอ...ใกล้ตายมากเลยนะ” มู่ลี่บอกว่าตนตายไม่ได้ “การมีลูกมีผัวคือโศกนาฏกรรมแบบนี้นี่เอง ขอบคุณพระเจ้าที่ฉันเลือกเป็นโสด” มู่ลี่เปรยว่าใครจะรู้ว่ามันเป็นโศกนาฏกรรม “ถ้ารู้ล่วงหน้าแล้วเธอจะไม่มีผัวใช่ไหม”

“ก็จะมีอยู่ดี เพราะมันทำให้ฉันมีลูก แต่ผัว...คือบทเรียนราคาแพง ซึ่งฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก”

“มีผัวผิด SHIT! จนตัวตาย” มู่ลี่หัวเราะขำๆ “สู้ๆ เราอยู่ของเราเองได้ ไม่จำเป็นต้องง้อใคร เธอกับฉันจะเป็นตัวพิสูจน์ความเชื่อนี้ ขอตามตัวคุณสุจินต์ก่อน ฉันกำลังจะอกแตกตาย!”

มู่ลี่บอกว่างั้นตนจะไปเตรียมประชุม ดอลลี่จึงเลี่ยงไปโทรศัพท์

ooooooo

พอมู่ลี่เดินออกจากห้องดอลลี่ก็ถูกลูกพีชจูงไปอีกทาง รัชนกเห็นเลยแอบตามไปสวนกับเจมส์ที่เดินมา

ลูกพีชจูงมูลี่ไปที่มุมหนึ่งในสตูดิโอ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆดอลลี่จึงถูกเฉดหัวออกจากห้องทำงานตัวเอง และตรีดาวมาทำอะไรที่นี่ แล้ว...ลูกพีชถามไม่ทันจบก็ถูกมู่ลี่ขัดขึ้นว่า ไม่รู้ บอกว่าทำงานเลยไหม?

อัศวินที่นั่งอ่านสคริปต์อยู่ที่อีกมุมหนึ่งพูดแทรกขึ้นว่าเห็นด้วย ลูกพีชหาว่าอัศวินแอบฟัง เขาบอกว่าตนนั่งอยู่ก่อนแล้ว ลูกพีชสะบัดออกไปอย่างหงุดหงิดที่ไม่ได้ความอะไรซ้ำยังถูกอัศวินเห็นอีก

อัศวินมองหน้ามู่ลี่บอกให้เธอไปเติมหน้าหน่อยไหม พอมู่ลี่จะไปอัศวินเดินตาม แต่บังเอิญสะดุดล้มเลยคว้ามู่ลี่ล้มลงไปกองกับพื้นด้วย

ลูกพีชย้อนกลับมาตามครีเอทีฟที่จะทำหน้าที่แคสไม่รู้หายไปไหน มู่ลี่กับอัศวินยังล้มกันอยู่ที่พื้น อัศวินไม่ให้มู่ลี่ส่งเสียง แต่ลูกพีชชะโงกมาเห็นถามว่า “ทำอะไรกันอยู่เหรอ” ทำเอาทั้งสองที่แนบชิดกันอยู่มองลูกพีชเหวอ

มู่ลี่เล่าให้ลูกพีชฟัง ลูกพีชทำเป็นเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ พูดเป็นนัยว่านี่ดีว่าตนเจอนะถ้าเป็นพราวฟ้าเจอละก็...มีหวัง อัศวินถามว่ามีหวังอะไร ลูกพีชบอกว่าพราวฟ้าคงร้องลั่นกลัวฟ้าผ่าที่เกย์กับชะนีงุ้งงิ้งกัน มู่ลี่ฟังแล้วงง

“ค่ะ วินเป็นเกย์ ความลับที่ไม่กล้าบอกใคร อย่าเอ็ดไปนะคะพี่ น้องขอ” อัศวินเสียงเขียวว่าบอกทำไม “เขาจะได้ไม่คาใจไงว่าฉันเลิกคิดเรื่องแกกับเขาจริงๆ หรือเปล่า ฉันต้องบอก”

“ฉันเข้าใจ ไม่ต้องห่วงถ้านายยังไม่พร้อมจะเปิดตัวก็ยังไม่ต้องเปิดตัว” มู่ลี่ปลอบ อัศวินอึดอัดที่เรื่องไปกันใหญ่แต่ก็ไม่กล้าบอกความจริงกลัวพราวฟ้ารู้ “มันคงอึดอัดมากเนอะ ที่ต้องแอ๊บ” มู่ลี่พูดอย่างเข้าใจพูดอย่างเห็นใจว่า “ที่บ้านก็มีแต่ผู้หญิงเนอะ เข้าใจ”

อัศวินพูดไม่ออก ได้แต่ถอนใจอย่างหนักใจ

ooooooo

มู่ลี่เดินกลับมาที่โต๊ะ อัศวินเดินตามมาทำท่าจะพูดอะไร ก็พอดีพราวฟ้าเข้ามาบอกว่าดอลลี่ให้มาแจ้งว่าอีกครึ่งชั่วโมงมีประชุม มู่ลี่รับทราบ ถามอัศวินว่าเมื่อกี๊จะพูดอะไร

“จะบอกว่าผมไม่ได้เป็นผู้ชายอย่างที่ป้าเคยคิด”

“เออ รู้แล้วว่าเป็นเกย์” มู่ลี่ตัดบท พราวฟ้าดีใจว่านี่รู้กันแล้วหรือแล้วเดินออกไปเลย พราวฟ้ายิ้มดีใจที่กันมู่ลี่ออกไปได้ อัศวินเลยแกล้งแต๋วแตก พราวฟ้ามองหัวเราะกิ๊ก ชมว่า น่ารัก...

มู่ลี่ปริ๊นต์แผนการตลาดฯแล้วรีบออกไป รัชนกเห็นโน้ตบุ๊กของมู่ลี่เปิดอยู่ มองซ้ายมองขวาเห็นไม่มีใคร จึงแอบไปกดลบแล้วเอาเอกสารกับโน้ตบุ๊กของตัวเองออกจากห้องไป

ตรีดาวนั่งอยู่ในห้องที่ยึดจากดอลลี่รอสุจินต์อยู่ พอเขามาเธอบอกว่ามาเร็วดี ถามว่าชิษณุไม่มาหรือ สุจินต์บอกว่ามา จึงออกไปหาด้วยกัน เจอชิษณุกำลังช่วยมู่ลี่ปริ๊นต์เอกสารอยู่

“คุณชิษณุคะ” ตรีดาวเรียก มู่ลี่เคยเรียกแต่คุณณุ พอได้ยินตรีดาวเรียกเต็มๆก็อึ้ง ตรีดาวบอกว่า “ใช่...คุณชิษณุ ประธานบริหารกลุ่ม M-ONE”

มู่ลี่ตะลึงทั้งโกรธทั้งอาย ที่ตนถูกหลอกตลอดมา ชิษณุเร่งตรีดาวไปห้องประชุมก่อนเดี๋ยวตนตามไป

“ค่ะ ดาวจะให้เวลาคุณชิษณุกับมุลิลาทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนประชุม อย่าช้านะคะ ทุกคนรออยู่” เธอยิ้มเยาะนิดๆแล้วเดินไปกับสุจินต์

อัศวินเดินผ่านมาเห็นทั้งหมดยืนคุยกันท่าทีแปลกๆ ก็หลบแอบฟัง จึงรู้ว่ามู่ลี่รู้ความจริงแล้วว่าชิษณุเป็นใคร ได้มองมู่ลี่อย่างเห็นใจ

พอตรีดาวไป มู่ลี่ก็รีบกลบเกลื่อนแสดงความยินดีที่รู้จักท่านประธานอย่างเป็นทางการแล้วขอตัว ชิษณุพยายามจะชี้แจงแต่เธอไม่ฟังรวบรวมเอกสารแล้วเดินลิ่วไปเลย ชิษณุได้แต่มองตามอย่างหนักใจ

อัศวินตามมู่ลี่กลับไปที่ห้องทำงาน มู่ลี่โกรธที่อัศวินไม่บอกความจริงตนแต่แรก อัศวินชี้แจงว่า “ท่านประธานขอไม่ให้ผมบอกป้า เขาขอบอกป้าด้วยตัวเองว่าเขาเป็นใคร ผมคิดว่าเขาคงมีเหตุผลที่ทำอย่างนั้น” มู่ลี่ถามว่าเหตุผลอะไร “ก็ไปคุยกับเขาเองเถอะครับ” มู่ลี่บอกว่าได้ คุยแน่ อัศวินมองตามมู่ลี่ไปพึมพำสยอง “เฮ้ย!! ห้องประชุมจะแตกเปล่าวะ...”

ooooooo

ที่ห้องประชุม ดอลลี่ถามว่าเมื่อไหร่มู่ลี่จะมา รู้หรือเปล่าว่าท่านประธานมาประชุมด้วย

“รู้แล้วนะคะ เพราะฉันเห็นมุลิลายืนคุยกับท่านประธานก่อนเข้าห้องประชุม ทักทายกันตามประสาเพื่อน”

“เพื่อน???” ดอลลี่ทวนงงๆ

“แปลกใจเหรอคะดอลลี่” ดอลลี่สงสัยว่าท่านประธานไปเป็นเพื่อนกับมู่ลี่ตอนไหน “ตายจริง...นี่ไม่มีใครรู้เลยหรือคะว่ามุลิลากับท่านประธานรู้จักสนิทสนมกัน ใช่ไหมคะ คุณชิษณุ” ตรีดาวทำเสียงเย้ยในที

“ความเป็นเพื่อนของผมกับคุณมุลิลาไม่ใช่สิ่งที่ต้องประกาศบอกใคร” ชิษณุตอกหน้าจนตรีดาวเงียบไป

มู่ลี่เข้ามาพอดี เลยพูดเสียงดังให้รู้ทั่วกันว่า “งั้นประกาศให้ทุกคนทราบเลยตรงนี้แล้วกันนะคะ ว่าฉันกับท่านประธานไม่ได้เป็นเพื่อนกันค่ะ เราเคยคุยกันด้วยความบังเอิญเท่านั้น ไม่ได้สนิทสนม ใช่ไหมคะ ท่านประธาน”

ชิษณุพยักหน้า รู้สึกผิดหวังเสียใจ มู่ลี่พยายามตั้งสติ ถามดอลลี่ว่าพร้อมแล้วเริ่มประชุมเลยไหม ดอลลี่บอกให้เธอเริ่มก่อนเลย

มู่ลี่แจกเอกสารแล้วเปิดโน้ตบุ๊ก ปรากฏว่าไม่มีไฟล์งาน! รัชนกซ้ำเติมทันทีว่าเตรียมงานไม่พร้อม มู่ลี่มองขวับไปที่รัชนกอย่างรู้ทัน ตรีดาวก็แทรกว่าเราไม่มีเวลาให้ทั้งวันนะ ชิษณุเห็นดังนั้นบอกมู่ลี่ว่าใช้เอกสารที่มีอยู่ก็ได้ มู่ลี่เริ่มพรีเซนต์แผนงานของตนอย่างฉะฉานว่า

“ฐานลูกค้าของ WOW มีทุกระดับ แต่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือระดับล่างถึงกลาง ซึ่งเรียกว่า MASS” เธออธิบายว่า สินค้าที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายก็ควรเป็นสินค้าที่เข้าถึงง่ายใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ลืมตาตื่นจนถึงเข้านอน

“ผมเห็นด้วยครับ” ชิษณุสนับสนุนทันที

ถึงคราวรัชนกพรีเซนต์ เธอคาดการณ์ผลกำไรทั้งปีที่สูงขึ้นทุกเดือนจนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ในเดือนธันวาคม เธอคาดว่าผลกำไรจะเพิ่มขึ้นแปดสิบเปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่สี่ ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลของขวัญ ลูกค้ามีความต้องการสูง ยอดขายย่อมสูงตามไปด้วย

ปรากฏว่าพรีเซนต์เสร็จทั้งห้องเงียบกริบ รัชนกถามว่า “ทุกท่านว่ายังไงคะ”

“ผมว่าออกไปทางขายฝันนะครับ” ชิษณุติงบอกว่าของมู่ลี่น่าจะเป็นจริงได้มากกว่า แล้วสรุปว่า

“ผมต้องการเห็นผลงานของคุณรัชนก หลังจากนี้อีกสามเดือน ถ้ายอดขายไม่ได้ใกล้เคียงหรือมีแนวโน้มเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ ผมขอให้มีการพิจารณาตำแหน่งของทั้งคู่นะครับ”

ดอลลี่อึ้ง รัชนกซีด ทั้งห้องประชุมเงียบกริบกับความเด็ดขาดของชิษณุ

ooooooo

หลังการประชุม มู่ลี่สอบถามพนักงานในห้องว่าตอนที่ตนไปถ่ายเอกสารมีใครมายุ่งกับโน้ตบุ๊กของตนหรือเปล่า เพื่อนพนักงานบอกว่าเห็นรัชนกป้วนเปี้ยนที่โต๊ะทำงานของเธอ

มู่ลี่เดินอ้าวไปที่ร้านอาหารที่พวกอัศวินกินกันอยู่ รัชนกเห็นมู่ลี่เดินมาเลยรีบเข้าไปที่โต๊ะอัศวิน มู่ลี่ตามไปยืนจ้องหน้ารัชนกอย่างเอาเรื่อง รัชนกถามตนไปทำอะไรให้ อัศวินกลัวมีเรื่องบอกมู่ลี่ว่าอย่าทะเลาะกันเลยอายเขา

มู่ลี่ถามรัชนกว่าแกล้งลบไฟล์พรีเซนต์ของตนเพื่อให้ตนดูไม่เป็นมืออาชีพใช่ไหม! รัชนกปากกล้าหาว่ามู่ลี่มั่ว มีหลักฐานหรือเปล่า

“ไม่ยอมรับ กะอยู่แล้ว แต่พูดเลยฉันไม่ยอมเสียคนเดียวแน่ ต่อไปนี้ใครแรงมา ฉันแรงตอบ”

รัชนกไม่กล้าโต้แย้งเพราะตัวเองทำจริง เลยพานหาว่ามูลี่กร่าง เพราะสนิทกับท่านประธานขนาดไปไหนมาไหนด้วยกันถึงได้กล้าลุกขึ้นมากร่างใส่คนอื่น มู่ลี่สั่งให้หยุดความคิดสกปรกของเธอเดี๋ยวนี้ เมื่อรัชนกไม่หยุด มู่ลี่โกรธจนเอาน้ำปลาสาดหน้าซ้ำหยิบไก่ย่างยัดใส่ปาก ปรามก่อนเดินไปว่า

“จำไว้นะ อย่ามายุ่งกับฉันอีก เพราะถ้ามีคราวหน้า แกตายคามือฉันแน่!”

ทุกคนที่โต๊ะอาหารอึ้งกับความโหดของมู่ลี่ มีแต่รัชนกคนเดียวที่กรี๊ดอย่างแค้นใจ

ooooooo

อัศวินตามมู่ลี่ไปที่โต๊ะทำงานถามว่ารู้ตัวไหมว่าได้ประกาศสงครามกับรัชนกอย่างเป็นทางการแล้ว

“รู้ แต่ฉันจะไม่ยอมเป็นเหยื่อใครอีก นายรู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ได้เป็นอย่างที่ยัยนั่นพูด” อัศวินบอกว่ารู้

“ขอบใจนะ ที่ยังอยู่ข้างฉัน แต่ตอนนี้คนอื่นคงเม้าท์ฉันกระจาย” มู่ลี่เซ็ง อัศวินได้แต่มองอย่างเห็นใจ

มู่ลี่ขอร้องอัศวินให้อยู่ห่างๆ ตนจะได้ไม่ถูกเม้าท์ว่าเป็นเด็กของเธอ อัศวินไม่แคร์บอกว่าความจริงย่อมเป็นความจริง มู่ลี่ถามแซวๆว่า

“หรือจะให้ฉันบอกว่านายเป็นเกย์ นายจะได้รอด”

“ไม่ต้องเลย ไม่ต้อง!! อยู่เฉยๆเลยป้า ความจริงจะชนะทุกอย่างเอง เข้มแข็งไว้ ป้าต้องรอด ท่องไว้”

มู่ลี่ได้กำลังใจ บอกว่าทำงานดีกว่า มองอัศวินที่เดินออกไปอารมณ์ดีขึ้น

ตรีดาวหวังใช้รัชนกกีดกันกลั่นแกล้งกระทั่งบีบให้มู่ลี่ออกงานไปเลย วันนี้จึงโทร.หารัชนกให้เธอทำตามที่ตนต้องการและจะไม่ให้ใครมาเล่นงานเธอได้ รัชนกตอบตกลงแต่ต้องเลื่อนตำแหน่งให้ตนเป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดแทนดอลลี่ ขู่ว่าถ้าไม่ตกลงตนจะบอกเรื่องนี้ให้ชิษณุรู้

ตรีดาวจำต้องรับปาก เจ็บใจที่ถูกรัชนกดัดหลัง

ฝ่ายดอลลี่ยังคาใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมู่ลี่กับชิษณุ ถามสุจินต์ว่าเป็นยังไงกันแน่ ทำไมตรีดาวต้องหึง ชิษณุคิดอะไรกับเพื่อนตนหรือเปล่า

“ท่านประธานมีความรู้สึกที่ดีกับคุณมุลิลา แต่คุณมุลิลาคงไม่ได้คิด และท่านประธานก็ตั้งใจปกปิดตัวเองมาตั้งแต่แรก ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าทำไม ซึ่งคุณตรีดาวคงรู้ และไม่พอใจ และอาจเป็นไปได้ว่าที่เธอจงใจขอมาช่วยงานที่นี่ เพราะเหตุนี้...หึง”

คุยแล้วสุจินต์ขอให้เก็บเป็นความลับ ย้ำว่าเราจะช่วยกันดูแลทุกอย่างให้เป็นไปอย่างปกติ ความขัดแย้งต่างๆจะต้องไม่กลายเป็นปัญหา ดอลลี่รับปากแข็งขันแต่ก็คิดว่า...

“แต่มันคงจะดี...ถ้าเจ้าสาวของท่านประธานเป็นเพื่อนฉัน ไม่ใช่นังเด็กเมื่อวานซืน” พูดแล้วหัวเราะบอกตัวเองว่า “รู้สึกชั่ว แต่ดี๊ดี...”

แล้วดอลลี่ก็ไลน์นัดมู่ลี่ว่า “รับลูกเสร็จโทร.หาฉันด้วย ดินเนอร์กันตามประสาเกิร์ลแก๊ง ฉันชวนต้องตาแล้ว ซียู” มู่ลี่ตอบรับ แล้วทำงานต่อ นึกได้เหลือบมองที่โต๊ะรัชนก เห็นว่างเปล่า ก็ทำงานต่อไม่สนใจ

ooooooo

ชิษณุพยายามโทร.หามู่ลี่แต่เธอไม่รับสาย จึงปรึกษาพี่ยักษ์ให้โทร.หาแต่พอมู่ลี่รับสายก็บอกว่า

“ฮัลโหล...พี่ยักษ์ หนูยังโกรธพี่ แค่นี้นะ สวัสดี” พูดแล้ววางสายเลย

พี่ยักษ์จึงจะอาศัยต้องตาแต่โดนต้องตาโกรธอีกคน ชิษณุตัดสินใจจะลองเองอีกที

รถของมู่ลี่ที่เอาไปซ่อม ทางอู่แจงว่ายังไม่เสร็จ เครื่องพังทั้งยวง ยกเครื่องต้องแสนกว่า มู่ลี่ตัดสินใจฝากขาย และขึ้นรถเมล์ไปรับน้องปลื้มที่โรงเรียน แต่เพราะเพลียและง่วงนั่งหลับจนเลยป้ายต้องย้อนกลับมา

วันนี้พงศ์พิสุทธิ์ไปรอน้องปลื้มที่โรงเรียน จนโรงเรียนเลิกไม่เห็นมู่ลี่มารับ เขาจึงรับน้องปลื้มไป เมื่อมู่ลี่มาถึงโรงเรียน ครูนกน้อยบอกว่าคุณพ่อมารับน้องปลื้มไปแล้ว มูลี่ตกใจแต่ไม่กล้าเอะอะให้ครูรู้ปัญหาในครอบครัว รีบโทร.หาต้องตา ต้องตาปลอบให้ใจเย็น และให้โทร.หาพงศ์พิสุทธิ์เรื่อย แต่ก็ติดต่อไม่ได้

มู่ลี่ทนไม่ได้บอกต้องตาว่าจะไปตามที่บ้าน

ฝ่ายพงศ์พิสุทธิ์พาน้องปลื้มไปที่บ้าน เปิดให้ดูห้องที่ตบแต่งไว้ให้น้องปลื้มอย่างดี น้องปลื้มดูห้องแล้วถามว่าแม่จะมาตอนไหน

“อะไรเนี่ย! เอะอะก็ร้องหาแม่ๆ!”

พงศ์พิสุทธิ์ไม่พอใจดุจนน้องปลื้มตกใจวิ่งออกจากบ้าน พอดีมู่ลี่มาถึงจึงรับน้องปลื้มไป พงศ์พิสุทธิ์ตกใจที่ลูกหาย โทร.หามู่ลี่ เธอบอกว่า ลูกอยู่กับตนแล้ว

“อะไรนะ คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

มู่ลี่บอกพงศ์พิสุทธิ์ว่า วันของเขาคือวันเสาร์อาทิตย์ไม่ใช่วันธรรมดา พงศ์พิสุทธ์ตำหนิเธอว่ามารับลูกช้าปล่อยให้ลูกนั่งร้องไห้ ด่าว่ามัวแต่ไปบ้าผู้ชาย!

มู่ลี่อยากจะด่าแต่เห็นลูกมองอยู่จึงสะกดอารมณ์ บอกว่า

“ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรตอนนี้ เอาเป็นว่า ฉันรับลูกมาแล้ว ถึงคอนโดแล้วฉันจะโทร.หา แค่นี้นะ” แล้วขอโทษน้องปลื้มที่ไปรับช้า น้องปลื้มบอกไม่เป็นไรแต่ทำไมแม่ถึงมาช้านัก “แม่มีเรื่องจะบอก แม่ขายบุญช่วยแล้วนะ บุญช่วยเกเรจนแม่ซ่อมไม่ไหว แม่จะรีบเก็บเงินซื้อคันใหม่เล็กๆสักคัน”

น้องปลื้มบ่นง่วง มู่ลี่จึงจับให้นอนหนุนตัก เธอก้มมองลูกสงสารจับใจ ถอนใจโล่งอกที่เรื่องไม่ได้เลวร้ายมากไปกว่านี้

ขณะนั้นเองมีโทรศัพท์เข้า มู่ลี่เหลือบมอง เห็นชื่อ “คุณชิษณุ” แต่เธอเหนื่อยเกินกว่าจะสื่อสารกับใครแล้ว เลยกดปิด นั่งหลับตา...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.