ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันนี้พี่ยักษ์กับต้องตาไปเยี่ยมน้องปลื้มที่โรงพยาบาล ต้องตาถามว่ามู่ลี่ต้องเริ่มงานพรุ่งนี้แล้วใช่ไหม มู่ลี่บ่นว่ายังไม่ทันได้เริ่มงานเลยก็ต้องลาเสียแล้ว ต้องตาจึงอาสาจะมาเฝ้าน้องปลื้มตอนกลางวันให้

ระหว่างนั้นพี่ยักษ์ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนจึงเลี่ยงไปรับสาย ชิษณุนั่นเอง เขาเป็นเพื่อนกับพี่ยักษ์โทร.มาถามว่าขอเวลาหน่อยได้ไหม มีเรื่องจะปรึกษา ชวนไปกินข้าวด้วยกัน นัดอีกยี่สิบนาทีจะไปรับ

พอดอลลี่รู้ว่าน้องปลื้มเข้าโรงพยาบาลก็ห่วงงานของมู่ลี่ แต่พอมู่ลี่บอกว่าต้องตาจะช่วยเฝ้าน้องปลื้ม

ตอนกลางวันให้ก็โล่งอก แสดงน้ำใจให้อัศวินไปเยี่ยม

น้องปลื้ม ให้เงินไปหนึ่งร้อยบาทซื้อของเยี่ยม

เจมส์ยังไม่กลับ อัศวินจึงชวนไปหาซื้อของเยี่ยมด้วยกัน สองหนุ่มปรึกษากันว่าเงินหนึ่งร้อยบาทจะซื้ออะไรดี เพราะเท่าที่เดินสำรวจดูราคาเหยียบพันทั้งนั้น เดินหากันจนมืดเลยตัดสินใจกลับไปปรึกษาอาม่าดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยม

พี่ยักษ์คุยกับมู่ลี่รอเพื่อนมารับ พอเห็นรถเข้ามาพี่ยักษ์ยกมือทัก พอรถเข้ามาจอด ทั้งชิษณุและมู่ลี่ต่าง

ตะลึงอึ้งไม่คิดว่าจะเจอกันอีก พี่ยักษ์แนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน พอรู้ว่าทั้งสองเคยเจอกันมาก่อนแล้วก็หัวเราะชอบใจว่าโลกกลมจริงๆ แต่พอพี่ยักษ์จะแนะนำว่าชิษณุเป็นใครก็ถูกเขาส่งสัญญาณไม่ให้บอก มู่ลี่จึงรู้แต่ว่า

เขาเป็นเพื่อนกับพี่ยักษ์

แต่พอออกมา ชิษณุบอกพี่ยักษ์ว่าคนนี้แหละที่ตนอยากปรึกษา พี่ยักษ์บอกว่าคงยากเพราะเขาเจ็บมาเยอะแต่ก็ชมว่า

“แกมองคนไม่ผิดหรอกณุ และฉันดีใจนะถ้าโอกาสครั้งใหม่ของมู่ลี่คือแก”

เมื่อพี่ยักษ์แยกไปแล้ว มู่ลี่กลับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านเพราะรู้ว่าวันนี้พงศ์พิสุทธิ์ไม่อยู่ พอเข้าไปในห้องนอนทุกอย่างยังเหมือนเดิม เธอรีบเดินไปหยิบเสื้อผ้าในตู้ ทันใดนั้น พงศ์พิสุทธิ์มายืนข้างหลังกอดเธอไว้แน่น มู่ลี่ดิ้นสุดแรงแต่สู้ไม่ได้ เธอจึงแกล้งทำเป็นยอม พอได้จังหวะก็เตะผ่าหมากเขาอย่างจังจนตัวงอ เธอมองเขา พูดอย่างเจ็บปวด...

“ฉันชื่อมุลิลา...ที่เคยตาบอดหลงรักเปลือกนอกของผู้ชายคนนี้”

มู่ลี่คิดถึงความหลังอย่างเจ็บปวด ในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย พงศ์พิสุทธิ์ในวัยเดียวกันเป็นหนุ่มโก้ หรู และตามจีบจนเธอใจอ่อน แต่...

“เวลาผ่านไป เปลือกนอกของเขาก็ถูกลอกออกไปทีละชั้น...ทีละชั้น จนมาถึงแก่นข้างใน มันคือปิศาจร้ายชัดๆ”

ถึงวันนี้ที่เธอรู้เช่นเห็นชาติเขาแล้วเธอเลือกที่จะหย่า การต่อสู้กันจึงไม่มีการออมมือ พงศ์พิสุทธิ์จับเธอเหวี่ยงกระแทกมุมเตียงเลือดไหลเป็นทางจากหัวคิ้วทันที

“มู่ลี่ ผมขอโทษ” พงศ์พิสุทธิ์ตกใจ มู่ลี่ถอยไปชิดกำแพงและเอามือถือมาเซลฟี่หน้าโชกเลือดของตัวเองเพื่อเป็นหลักฐานสำคัญในการหย่าว่าเขาพยายามฆ่าตน พงศ์พิสุทธิ์ขอโทษแต่เมื่อมู่ลี่ยืนกรานจะเอาเรื่อง เขาเสียงอ่อนอ้อนว่า

“ถ้าผมติดคุกแล้ว ความรู้สึกของลูกล่ะจะเป็นยังไงที่มีพ่อเคยติดคุก”

พอพูดถึงลูก มู่ลี่ก็อึ้งนึกถึงน้องปลื้มขึ้นมาทันที... มโนไปสารพัดว่าน้องปลื้มต้องถูกเพื่อนล้อต่างๆนานา พงศ์พิสุทธิ์จับจุดอ่อนได้ยิ่งบิ๊วต์จนมู่ลี่บอกว่า

“พรุ่งนี้แปดโมงครึ่งไปเจอกันที่สำนักงานเขตหย่ากันให้จบๆเสียที...และถ้าคุณทำอะไรฉันอีก รูปนี้วางอยู่หน้าโต๊ะร้อยเวรแน่ อยากให้ตัวเองกับลูกพังก็เอา!!”

มู่ลี่พูดอย่างเป็นต่อ แต่พอออกมาถึงประตูก็ผงะ เมื่อเห็นแม่บุปผายืนมองบ้านหน้าเครียดอยู่ เพราะมู่ลี่บอกแม่ว่ากำลังซ่อมบ้านฝุ่นเยอะ แต่เห็นทุกอย่างปกติ ซ้ำได้ยินสองคนโต้เถียงและนัดไปหย่ากันพรุ่งนี้ด้วย

หัวเด็ดตีนขาดแม่บุปผาก็ไม่ยอมให้มู่ลี่หย่า เมื่อมู่ลี่ยืนยันจะหย่าก็ถามว่าแล้วคนเดียวจะเลี้ยงลูกยังไง ยืนยันยังไงก็ไม่ยอมให้หย่า จนมู่ลี่อ่อนใจเดินออกไปอ้างว่าน้องปลื้มรออยู่

ooooooo

เจ๊สมสาวทึนทึกพี่ของอัศวิน เป็นเพื่อนซี้กับพี่แสดมาตั้งแต่เด็ก รู้นิสัยใจคอกันทุกอย่างเหมือนไก่เห็นตีนงูงูเห็นนมไก่ สองคนโตมาด้วยกันและแข่งกันทุกเรื่อง

เจ๊สมมักเถียงทะเลาะกับพี่แสดหน้าวิทยุเสมอ วันนี้พี่แสดพูดถึงเจ๊สม แม้ไม่เอ่ยชื่อแต่บอกอาชีพจนเจ๊สมร้อนตัวเมื่อพี่แสดพูดถึงความรักว่า

“เพราะความกลัว กลัวว่าตัวเองไม่ดีพอเลยไม่กล้ารักคนอื่นก็เลยสร้างกำแพงทั้งยาวทั้งใหญ่พอๆกับกำแพงเมืองจีนขึ้นมาปิดตัวเอง ไม่ทำสิ่งที่อยากทำ รู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้ว น่าเสียดาย”

อัศวินผ่านมาเห็นเจ๊สมเครียดอยู่หน้าวิทยุจึงเดินไปปิด เจ๊สมบอกว่ามันไม่ได้หมายถึงเจ๊หรอก มันหมายถึงคนอื่น

“ความกลัว...มันมีอำนาจกับคนคนนึงได้ขนาดนี้เลยเหรอ” อัศวินพึมพำ

รุ่งขึ้น ก่อนมู่ลี่จะออกไป ต้องตาถามว่าต้องการเพื่อนไหม เธอทำท่าเข้มแข็งบอกว่าไม่ต้อง แต่พอพ้นสายตาของต้องตา สีหน้าก็กังวลทันที พอมู่ลี่เปิดประตูก็จ๊ะเอ๋กับอัศวินที่มาเยี่ยมน้องปลื้มโดยมีซาลาเปาตี๋ตาโตมาเป็นของเยี่ยม

อัศวินยื่นกล่องซาลาเปาตี๋ตาโตพร้อมการ์ดบนกล่องให้มู่ลี่บอกว่าพี่ดอลลี่ฝากมาเยี่ยมน้อง พอดีน้องปลื้มตื่นพอเห็นซาลาเปาตี๋ตาโตก็ร้องดีใจ “ได้กินแล้ว!!”

เพราะน้องปลื้มเคยเห็นและติดใจโลโก้ซาลาเปาตี๋ตาโตมานานแล้ว

“พี่ดอลลี่ให้พี่วินขี่จักรยานเอามาให้น้องปลื้มครับ” มู่ลี่บอกพลางยื่นกล่องซาลาเปาให้น้องปลื้มแต่มีข้อแม้ว่า “น้องปลื้มต้องแปรงฟันก่อนนะ โอเคไหม”

“ครับ ขอบคุณครับพี่วิน ขอบคุณพี่ดอลลี่ด้วยครับ”

“ครับ น่ารักอ่ะ พูดเพราะ มีมารยาทไม่เหมือนมะ...” อัศวินหยุดได้ทันก่อนที่จะหลุดคำว่า แม่ ออกไปเต็มๆ

ooooooo

เช้านี้ พงศ์พิสุทธิ์ตื่นขึ้นมาอย่างหม่นหมอง เขาไม่อยากไปหย่าเลยแต่ต้องไป บริสุทธิ์ผู้เป็นแม่มาโดยไม่บอกก่อนมองอย่างไม่พอใจ เขาตกใจและแปลกใจ

บริสุทธิ์บอกว่าบุปผาโทร.ไปฟูมฟายกับตนเรื่องเขาจะหย่ากับมู่ลี่เช้านี้ และเขาก็ยอมง่ายๆ พงศ์พิสุทธิ์บอกว่าไม่หย่าตนก็ต้องติดคุก ถูกแม่ด่าว่าก่อนทำทำไมไม่คิด ไม่หาทางต่อรอง โง่!

พงศ์พิสุทธิ์เสียงอ่อนว่าตนไม่อยากหย่าแต่ไม่รู้จะทำยังไง บริสุทธิ์สงสาร ท่าทีอ่อนลงแต่ไม่โอ๋

อัศวินถามมู่ลี่ว่าจะไปธุระแล้วจะกลับมาทำงานทันหรือ ให้เลื่อนไปก่อนได้ไหม หรือไม่ก็ให้คนอื่นไปทำแทน

“แล้วจะให้ใครไปเซ็นใบหย่าแทนฉัน ในเมื่อฉันเป็นเมีย หา ไอ้ตี๋” มู่ลี่ของขึ้นจนอัศวินอึ้ง บอกว่างั้นก็รีบไปและกลับมาให้ทันงาน

พออัศวินจะไป มู่ลี่นึกได้เรียกไว้บอกว่าตนมีทางออกจะได้ไม่เสียเวลา ทางออกของเธอคือซ้อนจักรยานอัศวินไปสำนักงานเขต ระหว่างทางอัศวินถามถึงแผลที่คิ้ว ทีแรกมู่ลี่ก็ไม่ยอมบอกความจริง ปดว่าตนลื่นหกล้ม แต่พอไปถึงสำนักงานเขต มู่ลี่นึกกลัวที่ต้องเข้าไปเผชิญปัญหาขึ้นมา ขอร้องให้อัศวินไปเป็นเพื่อนยอมรับว่าตนกลัวจึงบอกความจริงว่าแผลที่คิ้วชนขอบเตียงแต่ไม่ได้ล้มเอง

กระนั้นก็ยังบอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่ที่ตนกลัวคือกลัวจะอดใจไม่ได้จะมีเรื่องกันขึ้นมาอีก อยากมีใครสักคนคอยห้าม

“ผู้หญิง...น่ากลัวว่ะ” อัศวินพึมพำ

พอเข้าไปเจอกัน บริสุทธิ์มองมู่ลี่กับอัศวินอย่างดูถูกพูดเยาะว่า ทีแรกนึกว่ามีปัญหากับลูกชายตน แต่ที่แท้มีชู้นี้เอง!

มู่ลี่จิกคืนว่าอัศวินเป็นรุ่นน้องในที่ทำงานใหม่ เขามาเป็นเพื่อนคอยห้ามไม่ให้ตนถอนหงอกคนแก่ เลยเกือบปะทะกันกับพงศ์พิสุทธิ์ที่สะอึกออกมาปกป้องแม่จนคนมองกันเป็นตาเดียว พงศ์พิสุทธิ์จึงเร่งให้รีบไปจัดการหย่าให้จบๆจะได้รีบกลับ

เงื่อนไขข้อเดียวที่มู่ลี่ให้ระบุในการหย่าคือขอเป็นผู้เลี้ยงดูลูก เมื่อทำเอกสารเสร็จ บริสุทธิ์พูดอย่างสมใจว่า

“จองหอง อวดดี ก็ดี แกไม่ต้องเสียอะไรเลย”

“ใครบอกล่ะครับว่าผมไม่ต้องเสียอะไรเลย” พงศ์พิสุทธิ์เดินออกไปเลย บริสุทธิ์มองอย่างไม่พอใจแล้วตามไป

อัศวินพามู่ลี่เดินมาที่จอดจักรยาน ถามว่าป้าโอเคไหม เธอตอบว่าโอเคมากเลย ไม่เคยรู้สึกโอเคอย่างนี้มาก่อนเลย

อัศวินพยายามพูดให้เธอคิดว่าตนไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้เลย แล้วลูกล่ะ มู่ลี่บอกว่าตนไม่อยากให้ลูกโตมาเหมือนพ่อ อัศวินถามว่าป้าไหวนะกับการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว

“ไหวสิ ฉันจะเป็นให้ได้ทั้งพ่อและแม่” อัศวินจึงเอาใจช่วย “ขอบใจนะตี๋ ขอโทษด้วยที่ต้องลากเข้ามาเกี่ยว”

ฝ่ายบริสุทธิ์ตามพงศ์พิสุทธิ์ออกมาเห็นมู่ลี่ซ้อนจักรยานอัศวินออกไปพอดี ถามลูกชายว่า

“เมียเก่าแกมันไม่ยอมคืนลูกให้แกแน่ ถึงแกจะฟ้องมัน มันต้องสู้ยิบตา และเราก็จะไม่มีทางชนะ” เขาถามว่าแล้วแม่จะให้ทำยังไง บริสุทธิ์พูดเหี้ยมว่า “ก็ทำให้มันได้ชื่อว่า ไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ และไม่เหมาะที่จะเป็นแม่คน!”

ooooooo

วันนี้...ตรีดาวไปหาชิษณุที่บ้านแต่เช้า ถามว่าทำไมไม่รับสายตน เขาบอกว่ากำลังอยู่กับเพื่อน ถามว่าแล้วทำไมไม่โทร.กลับ เขาบอกว่าลืม ตรีดาวต่อว่าที่เขาเปลี่ยนไปเหมือนพยายามหลบหน้าตน

“ดาว...อย่าหาเรื่องพี่...ดาวต้องการอะไรจากพี่ มาคุยเรื่องแค่นี้เหรอ พี่ต้องรีบไปนะ” เธอถามว่าไปไหน “ก็ทำงานไง เข้าออฟฟิศ”

ตรีดาวซักไซ้จนชิษณุปรามว่าอย่าให้ตนต้องตัดสินใจตอนนี้เลย เธอถามเสียงเข้มว่าตัดสินใจอะไร?

“ตัดสินใจไปบอกผู้ใหญ่ว่า จะไม่มีทางมีงานแต่งงานของเรา อย่าเสียเวลารอเลย”

“พี่ณุ!?” ตรีดาวอุทานอึ้ง

พอดีสุจินต์โทร.เข้ามือถือชิษณุ ตรีดาวมองเขาอย่างร้อนใจ กระวนกระวายใจ เธอสั่งคนขับรถให้ไปที่ว้าว ติดตามการเคลื่อนไหวของชิษณุทันที

ชิษณุเข้าไปออฟฟิศถามแพตตี้ว่าตรีดาวยังไม่มาอีกหรือ แพตตี้บอกว่ายัง จะไปทำธุระที่อื่นก่อน ชิษณุถามว่าที่ไหน แพตตี้คิดทบทวนแล้วโทร.หาตรีดาว เธอบอกว่าจะเข้าช่วงบ่าย แพตตี้ถามว่าเธออยู่ไหน พอดีมีเอกสารเพิ่งเข้ามาจะให้เซ็นด่วน ตรีดาวเสียรู้บอกให้เมสเซนเจอร์เอามาให้ตนเซ็นที่ว้าว กำชับไม่ให้บอกชิษณุว่าตนไปไหนไม่งั้นได้ออกจากงานแน่!

แพตตี้รับคำ แต่พอชิษณุถามว่าตรีดาวไปไหน แพตตี้บอกว่าไม่ทราบเพราะคุณตรีดาวไม่ให้บอก ถ้าบอกจะถูกไล่ออก ชิษณุบอกว่าไม่มีใครไล่เธอออกได้นอกจากตน ถ้าเธอไม่บอกตนก็จะไล่ออก แพตตี้จึงบอกว่าคุณตรีดาวไปที่ว้าว

ชิษณุเอะใจ แปลกใจ โทร.เรียกสุจินต์ให้ไปว้าว กับตนทันที พอสุจินต์มาถึงก็ถามแพตตี้ว่าจู่ๆทำไมตรีดาวจึงไปออฟฟิศว้าว แพตตี้บอกว่าไม่ทราบ พอสุจินต์เดินออกไป แพตตี้ก็นั่งทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ooooooo

ตรีดาวไปถึงว้าวก็วางอำนาจบาตรใหญ่ เดินสำรวจทั่วออฟฟิศ โดยมีดอลลี่กับพราวฟ้าเดินตามต้อยๆ ตรีดาวถามว่าสตูดิโออยู่ไหน ดอลลี่ให้พราวฟ้าพาไปเพราะตนเมื่อยเต็มที ตรีดาวสั่งให้ดอลลี่พาไปเอง ซ้ำตำหนิที่ให้แค่เลขามารับรองตน

ตรีดาวเดินคอแข็งไปสำรวจออฟฟิศจนพราวฟ้าสงสัยว่าทำขนาดนี้เพื่ออะไร

มู่ลี่กับอัศวินมาถึงสตูดิโอต่างรีบจะเข้าไปทำงาน มู่ลี่ผลักประตูเข้าไปพอดีตรีดาวจะออกเลยชนหน้าตรีดาวเข้าเต็มๆ เป็นเรื่องทันที! มู่ลี่รีบขอโทษ ตรีดาวตวาดว่า

“จะรีบไปตายรึไง!”

สีหน้าแววตาของมู่ลี่เปลี่ยนไปทันที บอกให้ช่วยพูดประโยคเมื่อกี๊อีกทีได้ไหม พอตรีดาวพูดซ้ำ มู่ลี่ก็ว้ากใส่ทันที

“ฉันรีบเข้าไปทำงาน บังเอิญชนคุณโดยไม่ได้ตั้งใจ และก็ขอโทษจากใจจริง อันเป็นสิ่งที่ปัญญาชนสมควรทำ เป็นเด็กมีปมหรือไง ถึงได้พ่นน้ำลายออกมาอย่างไร้มารยาท!!”

ดอลลี่กับพราวฟ้าคอย่นสยองกับสถานการณ์นี้ ตรีดาวถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร มู่ลี่สวนทันทีว่า ตนควรถามมากกว่าว่าเธอเป็นใคร!

“เป็นเจ้านายยยย...” ดอลลี่ตอบทำหน้าสยอง มู่ลี่อึ้งถูกตรีดาวมองอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ มู่ลี่เลยหันไปมองอัศวินถามว่าทำไมไม่ห้ามตนตั้งแต่แรก อัศวินบอกว่าห้ามแล้ว

“ถ้าไม่ไล่ผู้หญิงคนนี้ออก ฉันจะเฉดหัวคุณออกไปแทน!” ตรีดาวหันไปจิกดอลลี่

ทุกคนอึ้งงัน มู่ลี่ไม่พอใจที่ตรีดาวเล่นงานดอลลี่ ได้แต่จ้องหน้าอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์

ooooooo

ชิษณุไปที่ว้าว สุจินต์ถามว่ามีธุระอะไรกับที่นี่หรือ เขาบอกว่าตนไม่ไว้ใจตรีดาว เพราะเมื่อเช้าเถียงกัน เธอสงสัยเรื่องไม่เป็นเรื่องเกี่ยวกับที่นี่

เมื่อมาถึงว้าว สุจินต์เห็นมู่ลี่ถามว่านั่นมาร์เกตติ้งคนใหม่ของว้าวหรือเปล่า

“ดูเรื่องนี้ให้ผมที ผมไม่อยากออกตัว...บ้าจริง!” ชิษณุบอกเซ็งๆ

ตรีดาวเข้าไปนั่งเชิดคอแข็งอยู่ที่โต๊ะทำงานของ ดอลลี่ ที่หน้าโต๊ะ ดอลลี่กับมู่ลี่ยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะ ในมือมู่ลี่มีมือถืออยู่ด้วยเพราะอัศวินบอกให้เอาติดมือเข้าไป

ตรีดาวนั่งจ้องมู่ลี่สายตาพิฆาต มู่ลี่ยืนนิ่ง ถอนใจ บรรยากาศตึงเครียด อึดอัด

อัศวินอยู่หน้าห้องทำงานของดอลลี่ เขาพิมพ์ไลน์ถึงมู่ลี่แล้วเดินพล่านไม่รู้จะช่วยมู่ลี่จากวิกฤตินี้ได้ยังไง มู่ลี่ได้รับไลน์จากอัศวิน “ใจเย็นนะป้า...นึกถึงหน้าลูกไว้” อ่านแล้วพยายามสูดลมหายใจยาวๆ ให้ใจเย็นๆ

ดอลลี่ขอร้องตรีดาวว่าอย่าถึงกับต้องไล่ออกเลย ถูกสวนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างตนกับผู้หญิงคนนี้ไม่ต้องการความเห็น ดอลลี่ยังพยายามจะพูดถูกตรีดาวตวาดให้หยุด ขู่ว่าอย่างเธอน่าจะไปขายของตามตลาดนัดมากกว่าที่นี่! ดอลลี่เกือบปรี๊ดแตกแต่พยายามสะกดกลั้นไว้

“ดอลลี่ ถ้าฉันจะต้องทำงานให้กับคน...” มู่ลี่พูดอย่างตัดสินใจแล้วว่าเป็นไงเป็นกัน แต่หยุดชะงักเพราะอัศวินเปิดประตูผลัวะเข้ามา บอกว่ามู่ลี่ต้องไปซ้อมสคริปต์แล้วเดี๋ยวไม่ทันออนแอร์สดตอนบ่ายสอง ดอลลี่ผสมโรงทันทีว่าลืมไปว่ามู่ลี่ต้องไปซ้อมก่อนออกอากาศรายการสด เร่งให้รีบไปเลย อัศวินรีบเข้าจูงมู่ลี่ออกไปเลย

“แต่ฉันยัง...” ตรีดาวโพล่งขึ้น พลันก็ชะงักเมื่อสุจินต์ผลักประตูเข้ามาขัดจังหวะ ตรีดาวเลยอึ้ง ดอลลี่ร้องดีใจเหมือนรอดตาย

“คุณสุจินต์ So glad to see you มากกกกก”

สุจินต์ยิ้มนิ่งๆ ตรีดาวอึดอัดเพราะเกรงใจสุจินต์ สถานการณ์เปลี่ยนไปทันที

ooooooo

ขณะเดินไปสตูดิโอ มู่ลี่ถามอัศวินว่ายังมีอารมณ์ไปซ้อมอีกหรือ อัศวินถามว่าอยากโดนไล่ออกจริงๆใช่ไหม ถ้าตนไม่ฉกตัวออกมาคงยืนด่าเจ้านายไฟแลบ ส่งข้อความเข้าไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย มู่ลี่บอกว่าตนทนไม่ได้ ไม่มีเหตุผลเลย

“เหตุผลก็คือ...เขาเป็นเจ้านาย รู้ไว้นะ พี่ดอลลี่ไม่มีทางยอมให้ป้าถูกไล่ออกแน่ แต่ถ้าป้าไม่ใจเย็น เอะอะก็ของขึ้น สิบพี่ดอลลี่ก็ช่วยป้าไม่ได้!” มู่ลี่นิ่งอย่างยอมรับ “ผมรู้ว่าป้าแบกเรื่องเครียดมา แต่ช่วยแยกแยะหน่อย อย่าเอาอารมณ์ส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน...อย่าแก่กะโหลกกะลา”

ทีแรกมู่ลี่ยังพอทนฟังได้ แต่พอโดนด่าแก่กะโหลกกะลา ก็ปรามว่าอย่าแตะเรื่องอายุ ตนยังไม่แก่ อัศวินเลยเสียงอ่อนลงบอกว่าก็แค่เตือนสติหน่อย ให้เวลาครึ่งชั่วโมงไปจัดการตัวเองให้พร้อมทำงานแล้วเจอกันที่สตู อัศวินเดินไป มู่ลี่ยืนถอนใจเซ็งตัวเอง แล้วเดินไปอีกทาง

ตรีดาวยังวางอำนาจอยู่ที่ห้องดอลลี่ แต่ถามสุจินต์เสียงอ่อนลงว่าแค่พนักงานระดับกลางทำไมเขาต้องมาจัดการแจ้งให้ชิษณุรู้ มันมีความสำคัญนักหรือ สุจินต์บอกว่ามันเป็นขั้นตอน ในช่วงฟื้นฟูตนกับชิษณุต้องดูแลอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะนิ่ง

“สต๊อกสินค้าทุกชิ้นแม้จะเป็นแค่กระปุกไม้จิ้มฟันผมก็ต้องรายงานให้ท่านทราบ รายงานตามความจริงแล้วให้ท่านเป็นผู้ตัดสินใจว่าคุณมุลิลามีความผิดจนถึงขั้นต้องถูกไล่ออกหรือไม่”
ดอลลี่พูดแทรกขึ้นว่าไม่เลย มู่ลี่ทำไปเพราะไม่รู้ ถูกตรีดาวแหวใส่ว่า อย่าสอด! บอกสุจินต์อย่างท้าทายว่า

“ก็ได้ เชิญรายงานตามความจริงไปได้เลย เดาว่าผลมันคงไม่ได้ออกมาอย่างที่ฉันคาดหวัง” แล้วสั่งดอลลี่ “ให้มันอยู่ให้ห่างๆฉัน อย่าเสนอหน้ามาให้ฉันเห็นอีก” พูดแล้วตะบึงตะบอนออกไป ดอลลี่กับสุจินต์มองตามแล้วต่างถอนใจ

มู่ลี่แยกจากอัศวินแล้วก็เดินดุ่มไปเหมือนหุ่น ชิษณุเดินตามห่างๆ อย่างเป็นห่วง เห็นเธอเดินลงจากทางเท้าก็จะไปคว้าตัวไว้ พอดีเธอหันมาป๊ะกันจังๆ ต่างตกใจ

“คุณ...อีกแล้วเหรอ” มู่ลี่พึมพำแล้วหันเดินไปอย่างไม่มีอารมณ์จะคุยด้วย ชิษณุเดินตามพยายามชวนคุย มู่ลี่ตอบอย่างขอไปที จนเขาถามว่าคิ้วไปโดนอะไรมา มู่ลี่ตัดบทว่า “คุณอย่าเพิ่งมายุ่งได้ไหม ขอฉันอยู่คนเดียว”

ระหว่างนั้นตรีดาวขับรถผ่านมา หางตาเห็นชิษณุยืนคุยกับมู่ลี่ก็จิกตามองไม่พอใจ แต่ขับรถผ่านไป

ชิษณุยังพยายามชวนคุย แต่จากคำตอบอย่างขอไปทีทำให้เขารู้ว่าเธอไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะคุยด้วยจึงไม่ตื๊อ เอ่ยลาแล้วเดินแยกไปอีกทาง พอมู่ลี่เห็นเขาเดินแยกไปก็เหลียวมองเอ่ยเบาๆ “ขอโทษด้วยนะคุณ”

ดอลลี่คุยกับสุจินต์ขอความเป็นธรรมให้มู่ลี่ด้วย สุจินต์บอกว่าข้อนี้ไม่ต้องห่วง ดอลลี่บอกว่าห่วงเพราะตรีดาวเป็นว่าที่เจ้าสาวของชิษณุ สุจินต์พูดทันทีว่า

“ไม่ใช่เจ้านายผมแน่ครับ” กระนั้นดอลลี่ก็ยังเครียด

พอรัชนกรู้จากอัศวินว่าดอลลี่ให้มู่ลี่มาแทนพิธีกรที่ถูกสั่งพักงานก็ไม่พอใจ ปรามาสว่างานนี้พังแน่ อัศวินปรามว่ามีแต่การคาดเดา ยังไม่เห็นผลงาน ต่างคนต่างทำหน้าที่ดีกว่าไหม ดูแลซัพพลายเออร์ไป ที่เหลือเป็นหน้าที่ของตน แต่จริงๆแล้วอัศวินก็กลัวพังเหมือนกัน มู่ลี่กระตุ้นว่าถ้ากลัวก็ทำให้ตนทำให้ได้สิ ตนสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว อัศวินฮึดขึ้นมา พากันเข้าไปในสตูดิโออย่างมั่นใจเกินร้อย

รัชนกที่เขม่นมู่ลี่อยู่แล้วไม่พอใจที่มู่ลี่มาเป็นพิธีกร ลิ่วไปหาดอลลี่ที่นอนให้พนักงานนวดให้อยู่ที่ห้องทำงาน ติติงเรื่องที่ดอลลี่ให้มู่ลี่มาเป็นพิธีกรว่าเอาคนไม่เคยทำมาทำมีแต่จะพัง ถูกดอลลี่ตอกหน้าว่าให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีอย่ามาสงสัยการตัดสินใจของผู้บริหาร รัชนกกลับไปอย่างเจ็บใจที่สกัดมู่ลี่ไม่สำเร็จ

อัศวินให้มู่ลี่ซ้อมสคริปต์รายการ “WHAT A WOW!!! ว้าว! สุดๆ!!” จนมั่นใจ ลูกพีชถามว่าจำสคริปต์ได้แล้วใช่ไหม มู่ลี่ตอบอย่างมั่นใจว่าเป๊ะมาก อัศวินจึงให้ลองดู นับถอยหลัง ห้า...สี่...สาม...สอง...ออนแอร์!!!

มู่ลี่ยืนขาตายอยู่กลางเวทียกมือไหว้สวัสดี ยิ้มกว้างแล้วนิ่งเงียบ!! อัศวินกับลูกพีชลุ้นให้พูดเธอก็ยังคงยิ้ม...อยู่อย่างนั้น สถานการณ์...เดดแอร์!!!

อัศวินสั่งคัต ถามมู่ลี่ว่าทำไมไม่พูด พิธีกรต้องพูดขายของไม่ได้ให้มายืนขายยิ้ม มู่ลี่หุบยิ้ม อึกอัก อัศวินถามว่าทำไม่ได้ใช่ไหม แล้วต่อว่ามากมายจนลูกพีชต้องบอกให้ใจเย็นๆ ป้าเขาอาจจะตื่นกล้อง

รัชนกได้ทียุให้รีบไปบอกดอลลี่หาพิธีกรมืออาชีพมาทำก่อนที่รายการจะพัง

“ด่ามา!” มู่ลี่ตะโกนขึ้น ทุกคนงง “ด่ามาเยอะๆ เอาให้เจ็บๆ แบบกรีดหัวใจ ด่ามา! ฉันต้องการความเจ็บปวด!!”

อัศวินบอกว่าตนด่าผู้หญิงไม่เป็น มู่ลี่ให้คิดว่าตนเป็นกะเทยเขาก็ยังด่าไม่ออก มู่ลี่เลยหยิบของเขวี้ยงใส่ คราวนี้ได้ผล อัศวินถามว่าบ้าหรือเปล่าป้า ด่าทันที

“ง่ายๆแค่นี้ก็ทำไม่ได้ ห่วยว่ะ!! ป๊อดว่ะ!! แค่นี้ยังทำไม่ได้ จะเลี้ยงลูกคนเดียวได้ไง ถ้าลูกรู้จะผิดหวังแค่ไหนวะเนี่ย!!”

ได้ผล!! มู่ลี่กำหมัดแน่น เงยหน้า พูดตามสคริปต์คล่องปรื๊ด หน้ายิ้มเป็นธรรมชาติจนทุกคนอึ้ง ดอลลี่เข้ามาเห็นพอดีพูดอย่างถูกใจจี๋ “มันต้องอย่างนี้!!!”

ooooooo

ชิษณุกลับไปถึงห้องทำงาน พบตรีดาวนั่งหน้าบอกบุญไม่รับรออยู่แล้ว เขาถามว่ามาถึงนานแล้วหรือ

“ถึงก่อนพี่ณุสักพักแล้วค่ะ แต่ถ้าไม่ชะลอรถดูพี่ณุคุยกับยัยมุลิลาที่ริมถนนคงถึงเร็วกว่านี้” เห็นชิษณุอึ้ง ก็ถามว่า “รู้จักกันแค่ไหนแล้วคะ”

ชิษณุตัดบทว่าเรื่องของพี่ เธอก็โมเมว่าก็เหมือนเรื่องของตนด้วย เขาแย้งว่าไม่ใช่ทุกเรื่อง

“จะบอกว่าเฉพาะเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยว งั้นก็แสดงว่าระหว่างพี่ณุกับผู้หญิงข้างถนนคนนี้ ส่วนตัวจนดาวเข้าไปยุ่งไม่ได้งั้นเหรอคะ”

“ใช่” เขาตอบนิ่งๆ แต่ตรีดาวโกรธแทบช็อก “พี่ขอร้องนะดาว อย่าให้ความไม่พอใจส่วนตัวของดาว ทำให้ภาพลักษณ์ของ M-ONE ต้องเสียหายอย่างที่เคยทำมา เพราะครั้งนี้พี่จะไม่ยอม!”

“แล้วพี่ณุจะทำอะไรดาว”

น้ำเสียงและท่าทีของตรีดาวท้าทายมาก ชิษณุพยายามใจเย็นกับท่าทีจะเอาชนะของเธอ

ที่หน้าห้อง แพตตี้เงี่ยหูแอบฟังอยู่ สุจินต์มาเจอ เขามองอย่างไม่สบายใจกับพฤติการณ์ของเธอ

ชิษณุพูดกับตรีดาวนิ่งๆ ขรึมๆ ว่าตนจะซื้อหุ้นของเธอคืนมาเป็นของโภคยสมบูรณ์ทั้งหมด เธอจะไม่มีสิทธิ์ทำงานอยู่ที่นี่อีกต่อไป ตรีดาวถามว่าเขาฉีกหน้าตนเพราะผู้หญิงข้างถนนคนนั้นหรือ ชิษณุบอกว่าเธอทำตัวเองต่างหาก สอนว่า

“ยิ่งเราอยู่ในตำแหน่งที่สูง เรายิ่งต้องมีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ มีวุฒิภาวะทางอารมณ์มากกว่าคนที่ทำงานให้เรา ไม่อย่างนั้นจะถือว่าไม่มีความเหมาะสม พี่คงให้ดาวทำงานต่อโดยไม่มีความเหมาะสมไม่ได้...แค่มีเงิน...คงไม่พอ”

ตรีดาวโกรธจนพูดไม่ออก ชิษณุพูดอย่างเยือกเย็นว่า “เก็บเอาไปคิดนะ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไง”

พูดจบชิษณุเดินออกไป ปล่อยให้ตรีดาวโกรธจนอยากจะกรี๊ดแต่ไม่กล้าเพราะอยู่ในออฟฟิศ ได้แต่เก็บกดเอาไว้

ชิษณุออกมาพบแพตตี้บอกว่าตนจะไม่เข้าออฟฟิศสักอาทิตย์ ขอลาพักร้อน แต่อยู่แถวนี้ถ้ามีอะไรสำคัญก็โทร.เข้ามือถือได้ตลอดเวลา

“บอสคะ พักผ่อนเยอะๆนะคะ มีอะไรโทร.หาแพตตี้ได้ตลอดเวลาเหมือนกันนะคะ” แพตตี้เป็นห่วงเป็นใย

“ขอบใจ” ชิษณุเดินออกไปด้วยความรู้สึกโล่งอกที่แก้ปัญหาไปได้เปลาะหนึ่งแล้ว...

ooooooo

มู่ลี่เป็นพิธีกรได้อย่างมืออาชีพจนทุกคนพอใจ แต่รัชนกแย้งให้เอามืออาชีพดีกว่า คนที่ต้องกระตุ้นด้วยวิธีประหลาดแบบนี้เหมือนคนเป็นโรคจิต ดอลลี่บอกว่าถ้ายังไม่ชัวร์ก็รอตอนออนแอร์แล้วค่อยว่ากันรัชนกจึงเงียบไป

เมื่อมู่ลี่ไปเตรียมตัว เปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าผมออกมาในชุดเจ้าหญิงสูงศักดิ์ ออกมาบอกอัศวินว่าจะให้แต่งชุดแบบนี้มาขายหม้อขายกระทะหรือ อัศวินบอกว่าซัพพลาย-เออร์เขาวางไว้ว่าสินค้าของเขาหรู ไฮ คลาสสิก ดูดีมีระดับ มู่ลี่ติงว่าใครจะใส่สุดแบบนี้ทำกับข้าว รุ่มร่ามอีกต่างหาก บ่นว่าจะสาธิตถนัดไหมเนี่ย รัชนกก็เสียงเขียวปรามว่า

“ช่วยทำงานของตัวเองอย่าข้ามไลน์กันได้ไหม”

มู่ลี่เลยเงียบ อัศวินบอกว่างานนี้คุณนกเขาเป็นคนดูแล รัชนกย้ำว่า “คนอื่นไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”

เมื่อได้เวลาออนแอร์ มู่ลี่ทำงานอย่างมืออาชีพจริงๆ ทั้งการสาธิตสินค้าและการพูดเชิญชวนลื่นไหลไหวพลิ้ว ทั้งลูกเล่นและหยอดมุกไม่มีที่ติจนซัพพลายเออร์พอใจชมว่าแคสติ้งได้ไม่เลว

แต่พอถึงเวลาสาธิตการทำอาหาร ชายเสื้อรุ่มร่ามก็ไปเกี่ยวขวดน้ำมันหกใส่เตาที่ยังไม่ได้ปิด ไฟลุกพึ่บทันที!

อัศวินวิ่งไปหิ้วถังดับเพลิง ส่วนเจมส์รีบสวิชการออกอากาศเข้า VTR พรีเซนเทชั่นแทนภาพสดทันที

อัศวินดับไฟได้แล้วโผกอดมู่ลี่ถามว่าป้าเป็นไงบ้าง มู่ลี่ยังตกใจอยู่ในอ้อมกอดของอัศวิน พราวฟ้าและดอลลี่ก็วิ่งเข้ามา เห็นมู่ลี่อยู่ในอ้อมแขนของอัศวินก็ชะงัก อึ้ง ทั้งสตูดิโอเงียบงัน ทุกคนยังไม่หายตกใจ

มู่ลี่ได้สติ มองทุกคนที่ตกใจหน้าเสียแต่รัชนกซ่อนความสะใจไว้ในหน้า มองมอนิเตอร์เห็น VTR ขายกระทะแทนภาพสด มู่ลี่เห็นสายตาผิดหวังตกใจของทุกคน มีแต่รัชนกที่ก้าวฉับๆออกมาเตรียมโวย เธอคิดแก้ปัญหาทันที

“ตี๋!! นับห้าเตรียมออนแอร์!”

อัศวินร้องหา! ยังเหวอๆ อึ้งๆ มู่ลี่สั่งให้เอาถังดับเพลิงมา อัศวินเข้าใจเจตนาของมู่ลี่สั่งให้ตามเจ๊อั๋นมาดูหน้าผม ฝ่ายเสื้อผ้าให้เช็กด้วย มู่ลี่ตะโกนสั่งเหมือนเตรียมออกศึกว่า

“รายการสด ทุกอย่างต้องสด!”

รัชนกพยายามขวางให้ถามซัพพลายเออร์ก่อน ซัพพลายเออร์บอกว่าไม่ต้องถามเอาแบบที่คุณพิธีกรว่าเลย

“ทุกฝ่ายพร้อม” อัศวินตะโกนขึ้นตั้งใจหยุดรัชนก “สเตจเตรียมพร้อมข้างๆป้ามู่ลี่ เริ่มที่กล้องหนึ่ง...ไอ้เจมส์เตรียมเฟด VTR เข้าภาพสด!”

“ฉันขอทำงานให้จบแบบศพสวยๆนะดอลลี่” มู่ลี่บอกดอลลี่ที่ยังอึ้งๆอยู่ ดอลลี่บอกว่าตนเชื่อว่าเธอทำได้ แล้วเดินไปยืนที่มุมหนึ่งของสตูดิโอกับพราวฟ้าด้วยความพอใจ

“เตรียมออนแอร์” อัศวินสั่งแล้วนับถอยหลัง “สี่...สาม...สอง...”

ในจอทีวี ภาพเปลี่ยนจาก VTR ขายกระทะเป็นรายการ WHAT A WOW!!! ทันที เป็นภาพมู่ลี่ยืนถือถังดับเพลิงยิ้มอยู่กลางฉากที่เละเทะ ผายมือไปที่กระทะบนเตาพูดคล่อง เนียน...

“และนี่คือ...ผลของความประมาทค่ะคุณผู้ชม รอบๆไหม้ แต่กระทะไม่ไหม้!!! ว้าว! มันยอดมากเลย!!!”

แล้วมู่ลี่ก็ชี้แจงว่าเหตุการณ์เมื่อกี๊เป็นสถานการณ์จำลอง อยากทำครัวต้องไม่ประมาท แล้วโฆษณากระทะต่อ อัศวินประสานงานได้ยอดเยี่ยมสั่งเพลงทันที

ทุกคนในสตูดิโอต่างอึ้งทึ่งกับความลื่นไหลไหวพลิ้วของมู่ลี่อย่างเหลือเชื่อ สายโทร.เข้ายอดวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จากหลักร้อยกลายเป็นพันและยังไม่มีทีท่าจะหยุด

กลับมาที่จอทีวี...มู่ลี่รับดัมเบลน้ำหนักห้ากิโลกรัมจากสตาฟฟ์ทุ่มลงกระทะสุดแรง แต่กระทะไม่บุบสลาย มู่ลี่ผายมือไปที่กระทะ เพลงดังขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ กระดาษเงินกระดาษทองปลิวว่อน

“คัต!!!” อัศวินสั่งท่ามกลางบรรยากาศฮึกเหิมของคนทั้งสตูดิโอ

ลูกพีชเข้ามาบอกมู่ลี่ว่าให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า มู่ลี่ขอเวลาอีกแป๊บ ลูกพีชบอกไม่ได้ต้องเดี๋ยวนี้ มู่ลี่มองสงสัยว่าจะมีเรื่องอะไรอีก??

ooooooo

ชิษณุคุยกับสุจินต์ในห้องทำงาน เขาบ่นว่าไม่ชอบที่ตรีดาวทำแบบนั้นเหมือนเจ้านายรังแกลูกน้องไร้เหตุผล สุจินต์บอกว่าเขาแจ้งดอลลี่ไปแล้วว่าให้มุลิลาทำงานต่อไปเหมือนเดิม ชิษณุขอให้สร้างภาพลักษณ์ซีอีโอ M–ONE ให้ดีด้วย

สุจินต์เปรยว่าจะต้องตามแก้ไขสิ่งที่ตรีดาวทำในลักษณะนี้อีกกี่ครั้ง ชิษณุถามว่าเขารู้อะไรมา สุจินต์ออกตัวว่าไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องหรือไม่ แต่แน่ใจว่าตนเห็นตรีดาวถูกชิษณุตำหนิและขอซื้อหุ้นคืนทั้งหมด ก็ขอคุยด้วย เธอขอโทษทำทียอมรับว่าตนไม่มีวุฒิภาวะอย่างที่เขาบอกแต่อยากจะขอโอกาส สัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด

ชิษณุรับฟังอย่างดี ตรีดาวขอบคุณที่เขาให้โอกาส แต่เมื่อคุยต่อไปตรีดาวก็อึ้งเหมือนตกสวรรค์เมื่อเขาบอกว่า

“พี่รักดาว...ดาวเหมือนน้องสาวของพี่” ชิษณุเล่าถึงอดีตที่เธอยังเดินเตาะแตะจนกระทั่งเติบโต ตนเอาใจช่วยในทุกเรื่องของชีวิตเธอ รวมถึงเรื่องที่จะช่วยให้เธอแข็งแรงที่สุดเพื่อเตรียมตัวรับช่วงงานของครอบครัว...

แม้จะรู้สึกฝันสลาย แต่ตรีดาวก็เก็บความรู้สึกสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด ไม่สนใจเรื่องอื่นไม่ว่าเรื่องอะไรกับใคร และอ้อนถามว่าตนทำให้เขาเสียเวลาหรือเปล่า ชวนเขาไปดินเนอร์กันไหม

“ช่างเถอะ พี่เพิ่งจะคิดได้...ว่าเรื่องบางเรื่องเราก็ไม่จำเป็นต้องลงมือทำเอง” ชิษณุตอบด้วยความยินดี

ตรีดาวแอบยิ้มดีใจที่ชิษณุใจอ่อนกับตน หลัง ดินเนอร์ ชิษณุไปส่งเธอที่บ้านแล้วกลับ ตรีดาวมองอย่างผิดหวัง

ooooooo

ทุกคนที่ว้าวเข้าห้องประชุมต่างคาดเดาไปต่างๆนานาว่าจะประชุมเรื่องอะไร จนกระทั่งสุจินต์มาถึง เขาบอกที่ประชุมว่า

“จากอุบัติเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้นกลางรายการสดวันนี้นั้น ทางผมได้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการเก็บข้อมูลจากทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ให้กับท่านประธานเรียบร้อยแล้วจึงมีคำสั่งออกมาดังนี้”

สุจินต์ถ่ายทอดคำสั่งที่ชิษณุโทร.สั่งขณะนั่งรถอยู่กับตรีดาวว่า

“ยกเลิกคำสั่งที่ให้มุลิลาเป็นพิธีกรแล้วจ้างพิธีกรมืออาชีพ ให้มุลิลาไปทำงานหน้าที่ของตัวเอง...ท่านประธานให้เหตุว่า แต่เพราะการแก้ปัญหาของมุลิลาทำให้เรตติ้งรายการสูงขึ้น ยอดโทร.สั่งซื้อสินค้าก็พุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ ถือว่าลบล้างความผิดพลาดได้”

อัศวินชมว่าท่านประธานเจ๋ง ส่วนรัชนกแม้จะผิดหวังแต่ก็จำต้องบอกดอลลี่ที่ถามว่าเคลียร์ไหมว่า...เคลียร์

“ท่านประธานกำชับมาอีกว่า ให้รีบเสนอแผนการตลาดและการขายสินค้าของ M-ONE ภายในเจ็ดวัน”

ดอลลี่สั่งปิดประชุมแล้วแยกย้ายกันไปทำงาน อัศวินถามมู่ลี่ว่าเป็นไงบ้าง มู่ลี่ขอบใจที่เขาช่วยตนแต่รู้ไหมว่ามันทำให้ตนมีศัตรูเพิ่มขึ้น

อัศวินบอกว่าถึงตนไม่ช่วยป้าก็มีศัตรูเพิ่มอยู่ดีเพราะความอิจฉาของคน แต่ตนเชื่อว่าป้าไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เพราะ...“ป้าหลังชนฝาอยู่แล้วนี่ ใช่ไหม”

มู่ลี่อึ้งแล้วพยักหน้ารับ ต่างยิ้มให้กันขณะเดินออกไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563
15:11 น.