ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันนี้อัศวินลางานเพื่อพาอาม่าไปหาหมอแต่ก็ได้รับโทรศัพท์เรียกตัวให้ไปประชุม เขารับปากจะรีบไป

เวลาเดียวกัน มู่ลี่ก็กำลังเดินเครียดอยู่หน้าออฟฟิศ WOW คิดถึงที่เพิ่งคุยกับดอลลี่ ดอลลี่เสียใจกับเรื่องของมู่ลี่และรับปากจะช่วยทุกเรื่องยกเว้นเรื่องเงิน

มู่ลี่ขอให้ช่วยเรื่องงานและวันนี้ก็ติดโปรไฟล์มาแล้วด้วย ดอลลี่ชมว่าดีมากแล้วพลิกดูอย่างรวดเร็วบอกว่าได้ยินเรื่องของมู่ลี่จากเพื่อนๆคนอื่นอยู่บ้าง เขาบอกว่าเธอเก่งเอาลูกค้าอยู่ เป็นการตลาดที่มีความคิดสร้างสรรค์ สู้งานแม้จะมีลูกมีภาระก็ไม่เคยทำให้งานเสียและตกลงรับมู่ลี่ไว้ทำงานทันที แต่...เธอต้องรับเงื่อนไขของตนได้ด้วย มู่ลี่ตั้งใจฟังเต็มที่

ดอลลี่เสนอข้อที่หนึ่ง ให้นั่งตำแหน่ง MM การตลาดและเลือกสินค้ามาขาย เงินเดือนสองหมื่น มู่ลี่ร้องฮ้า?? ดอลลี่บอกว่า ให้ทดลองงานสามเดือน ถ้าผ่านขึ้นให้อีกสองพัน

“ข้อสอง...วางแผนกลยุทธ์หรือเรียกง่ายๆว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ให้ได้ภายในสามเดือนไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน”

“ฮะ!!!???”

“ได้หรือไม่ได้”

“ไม่ได้!”

“ฉันก็ว่างั้น ใครจะมาทำ...ไม่ได้จริงๆเหรอฉันอยากได้คนเก่งและถูก”

“มันไม่มีในโลก!” มู่ลี่ตอบทันทีอย่างไม่ลังเล

มู่ลี่ออกมาเดินอยู่แถวหน้าว้าว ต่อสู้กับความคิดของตัวเองว่าจะทำหรือไม่ทำ พานคิดน้อยใจว่าทำไมดวงตกอย่างนี้ เดินคิดเหม่อลอยจนผ่านหน้าออฟฟิศไป...

อัศวินขี่จักรยานผ่านมาถูกแมววิ่งตัดหน้าเขาหักหลบแล้วหันมองแมวอย่างโล่งใจแต่พอหันกลับมาอีกทีก็ต้องตกใจเมื่อเห็นมู่ลี่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วเขาหักหลบไม่ทัน มู่ลี่เองก็ตกใจหลบไม่ทันถูกชนโครมล้มไปทั้งคนทั้งจักรยาน!

พอลุกขึ้นมาได้ทั้งที่ยังมึนๆเยินๆ มู่ลี่ก็รัวระเบิด ความคับแค้นออกมาเป็นชุด...

“ทำไมต้องเป็นฉันที่โดนหา!! ฉันอยู่ของฉันดีๆ มั่นใจว่าเป็นคนดี ไม่เคยทำตัวเหลวไหล ตั้งใจทำงาน เลี้ยงลูก ดูแลบ้าน ว่างๆก็ไปทำบุญสร้างพระประธานมันยังไม่พอเหรอ! ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไม! หา!!!”

“เอ่อ...นี่เมนส์มาหรือถูกสามีทิ้งเนี่ยป้า!!!” อัศวินถามอึ้งๆ

มู่ลี่จ้องหน้าเขาด้วยสายตาอำมหิต! ไม่ใช่เพราะเจ็บที่ถูกจักรยานชนล้มแต่เพราะถูกจี้ใจดำว่าถูกสามีทิ้ง!! มันจี๊ดเข้าไปในหัวใจ เอากระเป๋าระดมฟาดอัศวินตะโกนลั่น

“ฉันไม่ใช่คนถูกทิ้ง ฉันเป็นคนทิ้งมัน ทิ้งไอ้เลวที่ดีแต่ทำให้คนอื่นเจ็บแล้วชอบเดินหนีเหมือนกับที่นายเป็นอยู่!!”

อัศวินปัดป้องถามว่าตนพูดจี้ใจดำหรือ มู่ลี่ตะโกนว่าไม่ใช่แค่จี้เรียกว่ากระทืบเลยล่ะ! อัศวินขอโทษ มู่ลี่บอกว่ามันไม่ได้ทำให้ตนรู้สึกดีขึ้นเพราะเขาทำร้ายความรู้สึกของตนไปแล้ว อัศวินพยายามชี้แจง ถูกตวาดว่า “ไม่ต้องแก้ตัวเลย!!”

“ก็เป็นซะยังงี้ ถึงถูกทิ้ง” อัศวินทำหน้าหน่ายบ่นงึมงำ

“ไอ้!!!” มู่ลี่พุ่งเข้าเอากระเป๋าฟาดไม่ยั้งอีก อัศวินเลยยับเยินทั้งเสื้อผ้าหน้าผม จนเมื่อเข้าไปในออฟฟิศ ลูกพีชสาวแซ่บฝ่ายประสานงานเห็นสภาพถามว่าไปโดนหมาที่ไหนฟัดมา

“ไม่ได้ฟัดกับหมา แต่เป็นมนุษย์เมนส์ถูกผัวทิ้ง” อัศวินตอบหน้าตาเฉยจนลูกพีชอึ้ง เลยแนะนำให้ทำบุญบ้าง เตือนว่า อีกสิบนาทีถึงเวลาประชุมรับมอบนโยบายใหม่จากผู้บริหาร เข้าเฉพาะหัวหน้าฝ่าย อัศวินทำเสียงอือรับรู้เนือยๆ ลูกพีชทำท่าจะไป แต่แล้วถอยกลับมาอ่อยถามว่าจะให้กอดปลอบไหม อัศวินส่ายหน้า ลูกพีชตื๊ออีกถามว่าเป่ากระหม่อมไหม

“เจ๊ ผมรักเจ๊นะ แต่...เดี๋ยวต่อยเลย”

ลูกพีชตั้งการ์ดร้องว่าสู้นะเว้ย! อัศวินเลยยิ้มออก ลูกพีชถามว่าอารมณ์ดีแล้วใช่ไหม ขณะนั้นอั๋นเกย์ช่างหน้าผมประจำว้าวถือกระเป๋าผ่านมา เห็นลูกพีชหยอกอยู่กับอัศวินตี๋หล่อเกาหลีก็ตาร้อน จิกด่าลูกพีชกับนุ่นสาวทีมงานที่นั่งทำงานอยู่

ลูกพีชได้ยินหันมองอั๋นตาเขียวปั้ด อัศวินกระซิบให้ใจเย็นๆ ลูกพีชเลยแค่ด่า “เก้ง!”

เป็นเรื่อง! ทั้งลูกพีชและอั๋นกระโจนเข้าหากันทันที อัศวินร้องห้าม เข้าแยก แต่สู้แรงทั้งสองไม่ไหว ทั้งคู่เลยตบทึ้งจิกกัดกันนัวเนีย

ooooooo

ชิษณุเดินมาลานจอดรถ วันนี้เขาจะขับรถสปอร์ตหรูเอง สุจินต์เดินมาเปิดประตูรถให้พลางบอกว่า บุคลากรที่ว้าวมีแค่เท่าทีเห็น ถ้าจะเพิ่มกำไรอาจต้องเพิ่มกำลังงบในการจ้างบุคลากรที่เก่งๆอีก ชิษณุสวนไปทันทีว่า

“ไม่...เก่งต้องทำให้ได้” สุจินต์อึ้ง แล้วติงว่าแต่คุณดอลลี่ไม่น่า...“อย่าประเมินคนที่พยายามดิ้นเพื่อเอาชีวิตให้รอดต่ำไปนะคุณสุจินต์ เวลาที่คนเราไม่มีทางเลือกจะทำในสิ่งที่คาดไม่ถึงได้เสมอ ผมต้องการเห็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย!”

“เข้าใจแล้วครับ” สุจินต์โค้งให้ รอจนชิษณุขึ้นรถเรียบร้อยแล้วจึงปิดประตูรถให้แล้วเดินออกไป

ชิษณุขึ้นสตาร์ตรถ เช็กความพร้อม ขยับกระจกหลังให้ได้ที่ พลันก็เห็นมู่ลี่ในสภาพยับเยิน หน้าซีดยืนพิงเสาอยู่ ชิษณุตกใจลงจากรถวิ่งไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า มู่ลี่บอกว่าไม่เป็นไร แต่ทำท่าเหมือนจะเป็นลม ชิษณุรับร่างเธอไว้ก่อนที่จะล้มลง เธอเอามือทำวนๆวิ้งๆบอกว่าเวียนหัว ชิษณุจึงพาไปนั่งที่รถตนแล้วจะตามคนมาช่วย

มู่ลี่ทำมือบอกว่าไม่เป็นไรขอพักตรงนี้แป๊บเดียว เขาจึงให้เธอนั่งพักสบายๆ มู่ลี่เวียนหัวจนซบหน้ากับไหล่เขา ชิษณุรู้สึกแปลกๆที่มีผู้หญิงแปลกหน้ามาซบไหล่...

ชิษณุปล่อยให้มู่ลี่ซบไหล่อยู่อย่างนั้นเขามองเธออย่างเป็นห่วงเห็นปอยผมที่หน้าผากตกลงมาก็เขี่ยให้อย่างเบามือ นั่งกันอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งมู่ลี่รู้สึกตัวลืมตาขึ้น พอเห็นตัวเองอยู่ในสภาพนั้นก็ผละออก บอกว่าตนไม่เป็นอะไรแล้ว ขอโทษและขอบคุณก่อนที่จะพยายามเข้มแข็ง ลุกขึ้นเดินออกไป

ชิษณุมองมู่ลี่ที่เดินออกไปอย่างพยายามเข้มแข็ง เขามองอย่างประทับใจความพิเศษของผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้

ooooooo

ที่ฝ่ายโปรดักชั่นออฟฟิศว้าว ดอลลี่ พราวฟ้าและทีมงานเดินอ้าวเข้ามาตรงไปหาลูกพีชกับอั๋นที่จิกตีกันนัวเนีย ดอลลี่บอกให้พราวฟ้าห้าม พราวฟ้าเกี่ยงว่าใครจะฟังตน ดอลลี่เป็นเจ้านายเขาก็ห้ามเลย

ดอลลี่ใช้หน้าที่เจ้านายสั่งพราวฟ้าที่เป็นเลขาให้ไปห้าม พราวฟ้าจำต้องห้ามแต่ไม่มีใครฟัง ขณะทั้งสองกำลังเกี่ยงกันอยู่นั้น อั๋นเพลี่ยงพล้ำเลยกอดอัศวินไว้เป็นตัวประกัน ลูกพีชตะโกนว่า “ถ้าแกไม่หยุด!! ไอ้วินท้องกับฉันแน่!!”

อัศวินตกใจร้องเฮ้ย! อั๋นด่าลูกพีชว่าแม่ไม่ได้ส่งเรียนหนังสือหรือไงถึงไม่รู้ว่าทำไมถึงท้องได้ ลูกพีชฉุนขาดที่อั๋นลามปามถึงแม่ เลยพุ่งเข้าฟัดกันอีก ดอลลี่เหลืออด ตะโกนลั่น

“ถ้ายังไม่หยุดตีกัน ฉันจะแช่งให้ไม่มีผู้ชายตกถึงท้องพวกแกไปตลอดชีวิต!!”

ได้ผลชะงัด ทั้งสองหยุดกึก ดอลลี่รีบปั้นหน้ายิ้มหวานชมว่า

“ดีมาก...”

เมื่อเข้าห้องประชุมแล้ว ดอลลี่ปรามลูกพีชกับอั๋นว่านี่เป็นการเตือนครั้งสุดท้ายถ้าคราวหน้าสะกดจิตตัวเองไม่ได้ก็ให้ลากกันไปตบข้างนอก ไม่อย่างนั้นจะไล่ออกทั้งคู่ แล้วถามว่ามากันครบหรือยัง

พราวฟ้าบอกว่ายังขาดพี่นก เอ็มเอ็มกับพี่เจมส์ตัดต่อ รัชนกร้องบอกว่าตนมาแล้ว ดอลลี่บ่นว่าเจมส์ช้าตลอด บอกให้ใครไปช่วยตามหน่อย อัศวินอาสาจะไปตามให้เพราะรู้นิสัยเอ้อเร้อเอ้อเต่อของเจมส์ดี

อัศวินไปห้องตัดต่อของว้าว เจมส์ยังนั่งตัดต่อรายการอยู่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว อัศวินแกล้งถามแซวเจมส์เรื่องพราวฟ้าที่เจมส์หมายตาอยู่เพื่อให้ได้คิด แต่เจมส์ก็ยังไม่รู้สึกตัว จนอัศวินบอกว่าวันนี้บ่ายสองพี่ดอลลี่นัดประชุมทุกฝ่าย เจมส์จึงนึกได้ อัศวินเร่งให้ลุกและพากันออกไป

ooooooo

มู่ลี่เครียดที่ตกงานพร้อมกับต้องหย่ากับสามี ต้องตาชวนไปกินส้มตำของโปรดกันก็กินไม่ลง ต้องตาเตือนว่ายังไงก็ต้องกิน ให้จำไว้ว่า “แกต้องรอด! สู้ๆ!!!”

ต้องตาถามว่าแม่รู้เรื่องหรือยัง มูลี่บอกว่ายังหย่าเสร็จค่อยบอกไม่อย่างนั้นไม่ได้หย่าแน่ ต้องตาถามว่าแล้วจะหย่าเมื่อไหร่ มู่ลี่บอกว่าจะโทร.ไปถามอยู่เหมือนกันแต่ยังไม่อยากได้ยินเสียงเลยยังไม่โทร.

มู่ลี่พูดไม่ทันขาดคำ ก็มีโทร.เข้าหน้าจอโชว์ชื่อ “สลัด” เธอบ่นว่าตายยากจริงๆ แล้วรับสายเนือยๆ

วันนี้...ตรีดาว สาวไฮโซยโสหุ้นส่วนของ M-ONE และว่าที่คู่หมั้นของชิษณุ โทรศัพท์ติดต่อชิษณุไม่ได้ จึงโทร.ถามแพตตี้เลขาสาวทั้งแสบและแซ่บของชิษณุว่า ทำไมตนติดต่อชิษณุไม่ได้ เขาไม่รับสาย ตอนนี้เขาอยู่ไหน

แพตตี้โทร.รายงานชิษณุ เขาถามว่าแล้วเธอตอบตรีดาวไปยังไง

“แพตตี้รู้ค่ะว่าวันนี้ ช่วงนี้ บอสต้องการความเป็นส่วนตัว ก็เลยแจ้งคุณดาวไปว่าบอสกำลังติดประชุมอยู่ที่ว้าวออฟฟิศค่ะ”

ชิษณุขอบใจ บอกว่าตนใกล้ถึงพัทยาแล้วจะไปเทสต์คันใหม่หน่อย แพตตี้อ้อนอยากไปดูที่สนามแข่ง เขาบอกว่าว่างๆก็มา แข่งวันไหนแล้วจะบอก ถามว่าแล้วนัดดินเนอร์กับตรีดาวคืนนี้กี่ทุ่ม พอรู้ว่าสองทุ่ม เขาบอกว่าจะพยายามกลับให้ทันไม่งั้นเดี๋ยวจะงอนอีก ฝากบอกตรีดาวด้วย

พอวางสายจากแพตตี้ ชิษณุมองกระจกหลัง ภาพมู่ลี่ที่ยับเยินก็ปรากฏขึ้นในความนึกคิดด้วยความประทับใจมู่ลี่อยู่ลึกๆ เขาสลัดความนึกคิดนั้นทิ้ง เร่งความเร็วบ่ายหน้าไปพัทยา...

ฝ่ายแพตตี้ พอวางสายจากชิษณุก็เช็ดและจัดโต๊ะทำงานของชิษณุอย่างพิถีพิถันดูแลเจ้านายอย่างดีเยี่ยม

ตรีดาวเปิดประตูเข้ามาเห็นแพตตี้ก็ถามอย่างไม่พอใจว่าเจ้านายไม่อยู่แล้วเข้ามาในห้องทำไม

แพตตี้ตอบอย่างนอบน้อมทั้งที่ใจผ่าวๆว่าจัดโต๊ะให้เจ้านาย ถูกตรีดาวพูดใส่หน้าว่า “อย่ามาสนิท!” แล้วถามว่าติดต่อชิษณุได้หรือยัง

“ติดต่อได้เมื่อกี๊นี้เองค่ะ บอสโทร.กลับมาบอกว่ายังประชุมไม่เสร็จ แล้วก็...ไม่แน่ใจว่าจะกลับมาทันดินเนอร์ไหม”

“งั้นแคนเซิลเลย ฉันมีธุระด่วนต้องไปรับเพื่อนที่สนามบิน ช่วยจัดการบอกคุณชิษณุให้ที อ้อ...คอนเฟิร์มเวลาประชุมบอร์ดของวีกนี้ให้ฉันอีกทีนะ อย่าเสร่อลืมล่ะ”

แพตตี้รับคำอย่างอ่อนน้อม เห็นตรีดาวเดินออกไปก็เอ่ยสวัสดี แต่ตรีดาวไม่แม้แต่จะหืออือ แพตตี้มองตามยิ้มแบ๊วแต่เก็บกดอยู่ในใจ

ooooooo

ดอลลี่เรียกประชุมหัวหน้าฝ่าย ทั้งอัศวิน รัชนก เจมส์ และลูกพีช ต่างนั่งฟังดอลลี่อ้าปากค้างเหวอ เมื่อดอลลี่รวบรัดสรุปว่า

“เข้าใจตรงกันนะ สามสิบเปอร์เซ็นต์ ภายในสามเดือน”

รัชนกกับลูกพีชมีความเห็นต่าง รัชนกบอกว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นไม่ได้อยู่ที่ตน ถ้ารูปแบบรายการน่าสนใจกว่านี้ ลูกพีชโวยว่ามาโบ้ยให้ฝ่ายผลิตรายการได้ไง ทั้งสองเลยโต้เถียงกัน ดอลลี่ตัดบทว่า

“พอๆๆๆ ทำไมคะทำไม ทำไมพนักงานว้าวของอิฉันมันถึงได้ไม่มีความสมัครสมานสามัคคีกันเลย ทะเลาะกันทุกวัน แบบนี้แล้วเรือสำเภาที่เราช่วยกันโล้ช่วยกันพายมันจะไปถึงฝั่งได้ยังไง...ตอบ!!!” ทุกคนเงียบกริบ “ฉันไม่สนใจหรอกว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นได้มันต้องที่ใคร แต่มันต้องเพิ่มขึ้น นั่นแปลว่าทุกคนต้องช่วยกัน”

รัชนกให้ดอลลี่ที่เป็นผู้บริหารบอกวิธีมา ดอลลี่โต้ว่าผู้บริหารทำงานระดับนโยบาย ส่วนเรื่องวิธีเป็นหน้าที่ของพวกเธอ ไม่งั้นจะจ้างมาทำไม เงินเดือนตั้งเยอะ” รัชนกถามว่าเยอะตรงไหน ดอลลี่เบรกทันที “จบการประชุม แยกย้าย!!”

พอออกจากที่ประชุม ดอลลี่เรียกอัศวิน ถามว่าทำได้ไหม อัศวินบอกว่า “ได้ครับ”

“พี่เชื่อมือเรานะ ส่วนไอ้เจมส์...ช่วยแสดงความแตกต่างของคำว่าได้และไม่ได้ให้ฉันเห็นหน่อยได้ไหม ขอร้อง” เจมส์นิ่งยิ้มนิดๆที่มุมปาก อัศวินเลยตอบแทนว่า แปลว่าได้ครับพี่ ดอลลี่ขอบใจแล้วนั่งเครียดต่อไป

คนอื่นพากันเดินออกไป พราวฟ้าให้กำลังใจอัศวินให้สู้ๆ ตนเอาใจช่วย ยอว่าเขาเป็นครีเอทีฟที่เก่งที่สุดเท่าที่ตนเจอมา อัศวินเรียกฟ้าเสียงนิ่งๆ พอฟ้าหือ ก็พูดหน้าตาเฉยว่า “เยอะไป” ทำเอาพราวฟ้าอึ้ง

เจมส์มองอัศวินอย่างไม่ชอบใจนัก เพราะตนหมายตาพราวฟ้าอยู่แต่เธอกลับมีท่าทีให้อัศวิน ขัดตาขัดใจนักเลยเดินตามอัศวินไปถามว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน อัศวินถามว่าถามทำไม เจมส์ตอบห้วนๆว่า “แค่นี้แหละ”

“อะไรของมัน?” อัศวินไม่สนใจ เข็นจักรยานออกไป

ฝ่ายชิษณุแข่งรถได้รับแชมป์อีกตามเคย เพื่อนแสดงความยินดีและชวนไปกินข้าวกัน เขาบอกว่านัดตรีดาวไว้แล้ว

“เมื่อไหร่จะยอมแต่งสักที ผมรอกินโต๊ะจีนที่แพงที่สุดในประเทศอยู่นะ” ชิษณุบอกว่าไม่รีบ “มีแต่เรื่องนี้ที่เห็นพี่ไม่รีบ ทีเรื่องอื่นน่ะเร็วปรู๊ดปร๊าด” เขาบอกว่ารอความ มั่นใจ ดูนาฬิกาแล้วขอตัว

เพื่อนจึงขอชมรถหน่อย เขาบอกตามสบายแล้วผละไป แต่พอมาถึงรถ มือถือก็มีข้อความไลน์เข้า เขาเปิดอ่าน “คุณตรีดาวแคนเซิลดินเนอร์ค่ะ ต้องไปรับเพื่อนที่สนามบิน” ชิษณุถอนใจโล่งอกตอบกลับไปว่า “โอเค”

เมื่อมีเวลาเหลือ ชิษณุยังไม่รู้จะไปไหน ยืนมองไปรอบๆ เหงาอยู่ลึกๆ

ooooooo

คืนนี้มู่ลี่พาน้องปลื้มในชุดนักเรียนไปเดินห้างเพราะนัดกับพงศ์พิสุทธิ์ไว้ น้องปลื้มบอกแม่ว่าเราอยู่ได้ไม่นานเพราะต้องกลับไปทำการบ้าน เมื่อเจอกันน้องปลื้มวิ่งไปกอดป๊าด้วยความดีใจ มู่ลี่ยืนมองภาพนั้นด้วยความสะเทือนใจ

น้องปลื้มบอกว่าคิดถึงป๊าจัง เขาบอกว่างั้นต้องอยู่กันนานๆ น้องปลื้มบอกว่านานไม่ได้เพราะต้องกลับไปทำการบ้าน พงศ์พิสุทธิ์เห็นมู่ลี่ยืนมองอยู่ แกล้งพูดดังๆ เหน็บว่า นึกว่าต้องรีบกลับเพราะแม่รีบไปหาที่สมัครงาน มู่ลี่ได้ยินเหน็บกลับไปว่าตนไม่ได้มีเงินถุงเงินถังหรือแม่คอยเลี้ยงก็ต้องรีบ พงศ์พิสุทธิ์หน้าชาแต่กดกลั้นไว้

ฉีกยิ้มบอกน้องปลื้มว่า

“โอเค แป๊บเดียวก็แป๊บเดียว ไป ป๊าพาไปเล่นบ้านบอล” แล้วพาน้องปลื้มไปเล่นที่บ้านบอล

น้องปลื้มดีใจได้เจอพ่อ มองแล้วชมว่า “วันนี้ป๊าหล่อ”

“หล่อทุกวันอยู่แล้วแต่หล่อสู้ลูกป๊าไม่ได้หรอก” สองพ่อลูกชมกันไปมาอย่างร่าเริง

มู่ลี่แอบมองแล้วไม่สบายใจ รู้สึกไม่ไว้ใจพงศ์พิสุทธิ์อยู่ลึกๆ

ooooooo

ขณะที่น้องปลื้มเล่นบ้านบอลอยู่นั้น มู่ลี่ถามพงศ์พิสุทธิ์ว่าจะไปหย่าได้เมื่อไหร่

“ไม่ต้องห่วงผมหย่าแน่ แต่ถ้าภายในสามเดือน คุณยังหางานทำที่มั่นคงไม่ได้ ผมจะฟ้องเอาลูกมาเลี้ยงเอง”

มู่ลี่อึ้งถามว่านี่เป็นแผนแม่เขาใช่ไหม เขาด่ามู่ลี่ว่าปากอย่างนี้ไงตนถึงไม่เอา มู่ลี่ประกาศว่าใครก็เอาลูกตนไปไม่ได้ พงศ์พิสุทธิ์เชื่อว่าเธอไม่มีทางชนะตนได้ ถามเย้ยว่ามีเงินค่าทนายความหรือเปล่า ตนจะยื้อสู้จนเธอหมดตัวหมดแรง อยากเสียเวลาก็เอา แล้วตัดบทว่า อีกสามเดือนเราค่อยมาดูกัน

มู่ลี่จ้องพงศ์พิสุทธิ์ด้วยความแค้น ยิ่งเห็นเขาหัวเราะกับน้องปลื้มอย่างร่าเริงก็ยิ่งแค้นอกแทบระเบิด ซ้ำแม่บุปผายังโทร.เข้ามาอีก แม่ยังไม่รู้เรื่องการหย่าพยายามพูดให้มู่ลี่ทำอะไรให้รักษาหน้าสามีกับตระกูลเขาบ้าง เตือนให้โอนเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือน แล้วจะหาโอกาสมานอนกับหลานบ้าง มู่ลี่บอกว่ากำลังซ่อมบ้านฝุ่นเยอะ ซ่อมเสร็จค่อยมาแล้ววางสายเครียด

ฝ่ายพงศ์พิสุทธิ์เล่นกับน้องปลื้มไม่ทันไร กีวี่สาวคู่ขาก็โทร.มาอ้อน มู่ลี่แกล้งใช้น้องปลื้มเอาขยะไปทิ้ง แล้วปรามเขาว่า

“ฉันบอกลูกว่าเราซ่อมบ้าน เลยต้องแยกกันอยู่ ยังไม่ได้บอกเรื่องจะหย่า ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น ฉันจะค่อยๆ บอกเรื่องนี้ลูกเอง ถ้าไม่ทำตามที่ฉันบอก ฉันจะด่าพ่อให้ลูกฟังทุกวัน ลูกจะเกลียดคุณกับแม่ของคุณไปทั้งชาติ พูดเลย! ว่าฉันทำได้!”

พงศ์พิสุทธิ์อึ้ง เหวอ กีวี่โทร.มาอ้อนอีก เขาบอกว่าจะออกไปเดี๋ยวนี้ แล้วถือเป็นข้ออ้างเดินไปอีกทาง

คืนนี้มู่ลี่คิดหนัก คิดถึงคำเตือนของต้องตาที่จะทำอะไรให้คิดถึงลูกให้มาก รักษาตัวเองให้รอด เรื่องงานนั้นถึงไม่ชอบแต่กำขี้ดีกว่ากำตด เพราะอายุขนาดนี้แล้วจะไปเริ่มต้นใหม่ที่ไหนคงยาก อะไรทำได้ก็ทำไปก่อน พูดให้มีกำลังใจว่า

“บางทีอาจจะได้อะไรดีๆจากที่นั่นก็ได้”

มู่ลี่ทบทวนคำพูดของต้องตาแล้วหันมองน้องปลื้มที่นั่งทำการบ้านอยู่...สงสารลูกจับใจ พอน้องปลื้มเข้านอน มู่ลี่มองลูกที่กำลังหลับ บอกว่า “นับจากวินาทีนี้ แม่สัญญา แม่จะเข้มแข็งนะลูก”

คืนนี้ขณะมู่ที่กำลังหาคลื่นวิทยุฟังอะไรไปเรื่อยๆ ได้ยินเสียงน้องปลื้มฝันร้ายร้องเรียกแม่ เธอรีบวิ่งไปดู วิทยุหยุดที่คลื่นรายการของพี่แสดพอดี เมื่อกลับมาก็ได้ยินเสียงพี่แสดคุยจ้อ ในรายการ “Single Lady’s Club” คุยเป็นเพื่อนคนโสดขี้เหงา พูดอย่างสดชื่นมีชีวิตชีวาว่า

“ไม่ว่าคุณจะโสดเพราะอะไร แต่ขอให้จำไว้...ถึงจะโสดแต่ชีวิตก็แซ่บได้ ถ้าคุยกับดีเจพี่แสด...เหตุผลของความโสดเป็นไปตามทฤษฎีความหลากหลายทางชีวภาพค่ะ อย่างพี่ โสดเพราะเลือกเอง แบบว่าอยู่คนเดียวก็แซ่บ...ฟินได้...ฮ่าๆๆๆ”

พี่แสดบรรยายถึงชีวิตโสดที่ไม่ต้องมีใครมาแย่งกินแย่งใช้แย่งพูด แล้วตอบผู้ฟังที่เพิ่งหย่ากับสามีและอีเมลมาปรึกษาว่า “ทำถูกแล้วค่ะ จะทนทำไม ถ้ายิ่งทนยิ่งทำให้ศักดิ์ศรีความเป็นคนของเราหดหายลงไปเรื่อยๆ” มู่ลี่หยุดฟังเหมือนถูกตรึง “มนุษย์ต้องเดินหลังตรง การถูกเหยียบย่ำดูถูกแบบนี้เหมือนถูกทุบกระดูกสันหลังให้ยุบลงทีละข้อๆ...ก่อนที่เราจะสูญเสียความเป็นมนุษย์เราต้องหยุดทำร้ายตัวเองด้วย

การไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นอีก คุณทำถูกแล้ว!!! ฟื้นฟูกระดูกสันหลังเราให้ตั้งตรงให้ได้เร็วๆ แล้วต่อจากนั้นก็เดินหน้าต่อ”

“ใช่!!” มูลี่โพล่งอย่างถูกใจ สีหน้ามุ่งมั่นมาก ฟังพี่แสดพูดต่ออย่างโดนใจ ใช่เลย

“เดินหลังตรง หน้าเชิด ดวงตาเปิด ใจเปิดมองให้เห็นว่า ในวิกฤติยังมีโอกาสว่าถ้าพลาดมันจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ส่วนข้างหน้าคือคำว่าชีวิตใหม่...ที่โลกทั้งโลกจะอยู่ในมือเรา ท่องไว้ค่ะ เราทำได้!!”

แรงบันดาลใจจากพี่แสด ทำให้มู่ลี่ฮึดสู้ ให้กำลังใจกับตัวเองว่า

“เราต้องทำได้”

ooooooo

รุ่งขึ้น มู่ลี่ไปหาดอลลี่ที่ว้าว บอกอย่างเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวว่า มาสมัครงานตำแหน่งที่ดอลลี่เคยเสนอให้ แต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมถ้ารับได้ก็จะทำงานให้อย่างเต็มที่

เงื่อนไขเพิ่มเติมคือ ข้อหนึ่งเงินเดือนหกหมื่น

ถ้าผ่านการทดลองงานก็ขอเปอร์เซ็นต์ตามที่บริษัทกำหนด ข้อสองคือจะมาตอกบัตรทำงานเช้าได้ แต่ขอเวลาไปรับลูกที่โรงเรียนตอนเย็นแล้วจะกลับมาทำงานชดเชยเวลาที่เสียไป

ดอลลี่มองตาค้างแบบ...เยอะ...เยอะไป...มู่ลี่

มองลุ้นแล้วพูดเองว่าดอลลี่คงรับไม่ได้ ไม่เป็นไร ตน ต้องตา กับดอลลี่ค่อยนัดกินข้าวกันเหมือนก่อน แล้วลุกไป ดอลลี่รีบเรียกไว้ นอกจากตกลงตามที่มู่ลี่ขอแล้วยังอนุญาตให้เอาลูกมาเลี้ยงที่นี่ได้ด้วย แต่...เรื่องเงินมันมากไป ต่อรองว่า

“สองหมื่นสามเดือนในช่วงทดลองงาน ถ้าผ่านไปได้ค่อยขึ้นตามที่ขอ รวมทั้งเปอร์เซ็นต์”

แม้จะรู้สึกว่าดอลลี่โหด เขี้ยว แต่เมื่อนึกถึงลูก มู่ลี่ก็ตอบตกลง ดอลลี่ดีใจมากบอกว่า

“ฝากความหวังไว้ที่แกนะ เราจะต้องรอดไปด้วยกัน”

มู่ลี่ถอนใจเฮือกใหญ่ บอกตัวเองว่า นับแต่นี้ไปต้องท่องคำว่าอดทนไว้ให้ขึ้นใจ เมื่อกลับมาโทร.คุยกับต้องตาก็บอกเพื่อนว่ายังไงก็เอางานนี้ไว้ก่อน สามเดือนนี้คงต้องประหยัดหน่อย แล้วปลุกใจตัวเองว่า “เอาน่ะ!!ลองดู!!”

เมื่อมู่ลี่ตกลงทำงานกับว้าวแล้ว ดอลลี่ก็พาทัวร์ ออฟฟิศให้เห็นว่าเขาทำงานกันยังไง มีใครที่เธอจะต้องทำงานด้วย

บรรดาพนักงานรวมทั้งพราวฟ้า ลูกพีช รัชนก บ้างก็ชื่นชม บ้างก็มองขวางๆ บ้างก็ว่าเข้ามาได้เพราะ อาศัยเส้นเป็นเพื่อนกับผู้บริหาร
จนกระทั่งมาถึงสตูดิโอที่อัศวินกำลังบรีฟพิธีกรที่กำลังจะอัดรายการขายเครื่องออกกำลังกายอยู่ มาถึงหน้าห้องดอลลี่แนะนำว่า

“นั่นอัศวิน หัวหน้าฝ่ายผลิตครีเอทีฟมือหนึ่ง” ชมว่าเขาเป็นคนเก่ง เป็นมืออาชีพ ใจกว้างรับฟังความเห็นของทุกคน รับรองว่า “เธอทำงานกับมันได้อย่างสบายใจ” มู่ลี่เห็นการทำงานของอัศวินแล้วบอกว่าน่าสนุกดี

แต่เพราะพิธีกรทั้งสองเป็นคู่จิ้นที่กำลังงอนกัน จึงพูดแกนๆเหมือนอ่านสคริปต์ อัศวินบ่นหัวเสียอยู่ที่มุมคอนโทรล

“ไหนอะสนุก ไหนอะพลัง ไหนอะความเป็นมืออาชีพ”

มู่ลี่ยืนดูอยู่หลุดขำออกมา อัศวินหันมองที่มาของเสียงอารมณ์เสีย พลางลุกจะมาเตือนให้เงียบๆ แต่ ในความมืดกว่าจะเห็นหน้ากันชัดก็พักหนึ่ง พอเห็นหน้ากันชัดๆ ทั้งอัศวินและมู่ลี่ต่างร้องเหมือนถูกผีหลอก

“ไอ้!!!”

“คุณ!!!”

ต่างเข่นเขี้ยวใส่กันจนทุกคนในสตูดิโอตกใจ ชะงักงันไปตามกัน ดอลลี่ได้สติก่อนบ่นเบาๆ

“กำลังออกอากาศ จะบ้าเหรอ!! ทำอะไรกันเนี่ย!!!”

อัศวินแก้สถานการณ์วิ่งไปแย่งปากกาและไวท์บอร์ดขนาดเล็กของสเตจเขียน “กลับมา!!!” แต่พิธีกรทั้งสองยังอึ้งอยู่ มู่ลี่ตัดสินใจคลานต่ำหลบวิถีกล้องไปบอกทั้งสองว่า “ตื่น!!” ทั้งสองจึงรู้สึกตัวทำงานเข้ารายการต่อไปทันที

การแก้ปัญหาด้วยเชาว์ไวของมู่ลี่ครั้งนี้ทำให้ดอลลี่พอใจมาก บ่นอัศวินว่าต่อมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าวันนี้ของเขาใช้การไม่ได้เลย สู้มู่ลี่ MM คนใหม่ของตนก็ไม่ได้ อัศวินรู้ตำแหน่งของมู่ลี่ถึงกับเซ็ง

ooooooo

ชิษณุที่เช็กรายการของว้าวอยู่ที่บ้าน เขาอึ้งกับรายการที่ชะงักงันสงสัยว่าเป็นอะไร ก็พอดี

มณฑาทิพย์เข้ามาถามว่า

“ทำอะไรอยู่ลูก” เขาบอกว่าเช็กรายการของว้าวอยู่ “หยุดเรื่องงานก่อน ป๊าเรียกหาแน่ะ รีบออกไปหรือเปล่าไปคุยกับแกหน่อย”

ชิษณุไปหาเจ้าสัวอำนาจตามที่แม่บอก ถูกพ่อเร่งรัดเรื่องตรีดาว บอกว่าพ่อแม่เธอถามว่าจะให้ลูกสาวเขารอถึงเมื่อไหร่ แม่ก็บอกว่าถ้าเขาเปิดใจสักนิด ก็จะรักตรีดาวได้ไม่ยาก เขาบอกว่า “ถ้ารักได้ ผมคงรักไปนานแล้วครับ”

“ก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าแกจะเลือกใครมา และถ้าลูกสาวเจ้าสัวเจ้าของธุรกิจน้ำมันรายใหญ่ของประเทศอย่างหนูตรีดาวเขาจะไม่รอแก...ป๊าคงช่วยอะไรไม่ได้”

“ช่วยเข้าใจผมก็พอครับ ว่าผมไม่เห็นด้วยกับการที่ต้องเอาเงินของใครมาต่อเงินของเราที่มีมากมายมหาศาลอยู่แล้วด้วยกาแต่งงาน...การแต่งงานควรจะเกิดขึ้นเพราะความรัก ไม่ใช่ธุรกิจ ผมไม่อยากจบชีวิตครอบครัวด้วยการหย่า”

ชิษณุพูดสั้นๆ ชัดเจนจนทั้งพ่อและแม่อึ้ง แล้วขอตัวไปทำงาน แล้วโทรศัพท์สั่งเลขาว่า

“แพตตี้ผมจะเข้าไปที่ว้าว ให้คุณสุจินต์ไปพบผมที่นั่นด้วย...อีกหนึ่งชั่วโมง”

ทั้งแพตตี้ สุจินต์ และตรีดาวต่างสงสัยว่ามีอะไรที่ว้าว ชิษณุถึงต้องไปที่นั่นอีก?

เวลาเดียวกัน ที่ว้าว เรื่องราวยุ่งเหยิงยังไม่จบ อัศวินรายงานดอลลี่ว่าตอนนี้จับตัวทั้งสองให้นั่งสงบและไล่ให้กลับบ้านสั่งเบรกรายการที่คู่นี้เป็นพิธีกรทั้งเดือนโดยไม่จ่ายเงินเดือนเป็นการลงโทษ

ดอลลี่บอกว่าอัศวินทำถูกแล้วเพราะสองคนนั้นชอบเอาเรื่องส่วนตัวไปทะเลาะกันในรายการบ่อยๆสมควร ลงดาบ

“อะ ถ้างั้นก็มาว่ากันถึงต้นเหตุของเรื่องวุ่นวาย โกรธเกลียดอะไรกันจนทำให้ขาดสติขณะที่กำลังถ่ายรายการสด ตอบ!!”

ดอลลี่ทำเสียงดุดันตีหน้ายักษ์ มู่ลี่กับอัศวินจ้องหน้ากันเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ แล้วอัศวินก็เมินไปไม่อยากมีเรื่อง

หลังจากดอลลี่ฟังมู่ลี่กับอัศวินเล่าปัญหาของทั้งสองแล้ว รอมชอมว่า

“เอางี้ ที่ผ่านมาให้มันผ่านไป มันเป็นเรื่องที่ไอ้วินเข้าใจเธอผิด ไม่ได้ตั้งใจจะดูหมิ่นทำร้ายจิตใจอะไร”

อัศวินบอกว่าตนจะไม่พูดเรื่องถูกสามีทิ้งกับป้าอีก มู่ลี่ยังฮึดฮัด ดอลลี่กล่อมให้ปรองดองกันเสีย เพราะเธอ ต้องทำงานกับอัศวิน อย่าให้มีเรื่องมาบั่นทอนบรรยากาศการทำงานเลย หว่านล้อมด้วยเหตุผลดีๆที่เป็นประโยชน์ อีกมากแล้วสรุปว่า

“อย่ากัดกันอีก ที่นี่คือออฟฟิศ ไม่ใช่สนามมวยประลองอีโก้ปะทะอารมณ์ รู้เมื่อไหร่ อย่าหาว่าดอลลี่โหด!”

ทั้งสองรับคำ ดอลลี่ย้ำตอนท้ายว่า “ยังไม่จบ ยังไงเธอสองคนก็ต้องถูกลงโทษ ไอ้วินฉันจะไม่เสียเงินจ้างใครมาเป็นพิธีกรแทน ไม่ใช่เรื่องที่ออฟฟิศต้องมาเสียเงินเพราะความผิดของแก”

“อ้าว...แล้วให้ผมทำยังไงล่ะ”

“ให้มู่ลี่ทำ”

ทั้งสองตกใจ มู่ลี่บอกว่าตนไม่เคยเป็นพิธีกร ถูกดอลลี่อบรมเป็นฉากๆว่า

“ใครเคยเป็นพิธีกรตั้งแต่ออกจากท้องแม่มั่ง! ก็ ให้ไอ้วินมันเทรน ทำไม่ได้เลิกจ้าง จบ!” สั่งเสร็จก็เรียกหายาหอม ทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง ฝ่ายอัศวินกับมู่ลี่มองหน้ากันอย่างหนักใจ

พอออกจากห้องประชุม มู่ลี่เรียกอัศวินว่าตี๋ อัศวินมองอย่างไม่ชอบใจบอกว่าชื่อตี๋สงวนไว้เรียกเฉพาะคนในครอบครัวครับป้า มู่ลี่บอกว่าตนชื่อมู่ลี่ไม่ใช่ป้า ตกลงกันด้วยดีว่าต่างจะเรียกชื่อเป็นทางการกัน มู่ลี่เสนอว่า เพื่อความมั่นคงในหน้าที่การงานตนทำได้ทุกอย่าง ถามว่าต้องทำอะไรบ้าง

“โอเค...พรุ่งนี้รายการสดตอนบ่ายสอง มือใหม่อย่างคุณต้องมาทำความเข้าใจก่อนเยอะๆ อีกสิบนาทีเจอกัน ผมจะออกไปซื้อของกินบำบัดตัวเองก่อน”

มู่ลี่บอกว่าตนไม่มีเวลามาก ต้องไปรับลูก ไม่เกินบ่ายสามต้องออกจากที่นี่ อัศวินบอกว่าไม่มีปัญหาให้เธอไปเปิดไฟล์สคริปต์เก่าๆอ่านทำความเข้าใจก่อน พอดีมือถือมู่ลี่ดัง เธอรับสายแล้วหน้าเสีย เพราะครูนกน้อยโทร.มาบอกว่าน้องปลื้มหอบ! มู่ลี่บอกว่าจะรีบไป อัศวินบอกให้เธอไปรับลูกก่อนเรื่องงานเดี๋ยวค่อยว่ากัน

มู่ลี่ขอบใจแล้วหมุนออกไปไม่ทันมองเลยชน

เข้ากับชิษณุที่เดินเข้ามาอย่างจัง มู่ลี่เซจะล้ม ชิษณุประคองไว้ทันมองหน้าเธออึ้ง ความตกใจกลายเป็นบรรยากาศฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งไปอย่างน่าอัศจรรย์...

“คุณนั่นเอง” ชิษณุพึมพำจำได้ แต่มู่ลี่จำเขาไม่ได้รีบผลักเขาออกเอ่ยขอโทษงงๆ อัศวินบอกชิษณุว่าอย่า ไปถือเขาเลยพอดีลูกเขาไม่สบายต้องรีบไปรับที่โรงเรียนขอโทษแทนเธอด้วย

ชิษณุพึมพำเบาๆว่ามีลูกแล้ว...และเมื่ออัศวินขอโทษแทนก็ถามว่าเป็นอะไรกัน อัศวินบอกว่าเพื่อนร่วมงาน ชิษณุยิ่งงงถามว่าทำงานที่นี่หรืออัศวินบอกว่าชิษณุหน้าคุ้นๆ แล้วร้องอ๋อว่าเป็นดาราเก่า ก็พอดีสุจินต์มาบอกว่า

“ท่านครับ...คุณดอลลี่แกมีเรื่องจะขอคุยกับท่านพอดีครับ” ชิษณุเดินออกไป อัศวินถามสุจินต์ว่าหน้าคุ้นๆ และลุงก็เรียกว่าท่าน?

“ท่านประธานบริหารเครือ M-ONE ไง”

อัศวินร้องอ๋อ แล้วตาเหลือกหน้าเจื่อน พึมพำ

“ซวยแล้ว...”

ฝ่ายชิษณุเมื่อเจอมู่ลี่และรู้เรื่องของเธอ เขายืนคิดถึงเธออยู่หน้าลิฟต์จนสุจิตน์ถามว่าผิดหวังอะไรบางอย่างหรือเปล่า

“ผมกำลังนึกถึงคำพูดของพ่อเมื่อเช้า...ไม่มีอะไร สมบูรณ์แบบ หรือไม่ก็น้อยมากที่จะเข้ามาในจังหวะที่ถูกต้อง...ใช่ของเราแต่ไม่ใช่ของเขา”

สุจินต์ฟังแล้วเงียบไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ถาม มองชิษณุอย่างแปลกใจที่กดลิฟต์รัวอย่างหงุดหงิด

ฝ่ายอัศวินมาเจอมู่ลี่รอรถแท็กซี่อยู่แต่รถไม่มีผ่านมาเลย เขาจึงอาสาไปส่ง มู่ลี่ถามว่าปั่นจักรยานจะไปถึงกี่โมง ในที่สุดก็เรียกแท็กซี่ได้

ชิษณุไม่อนุมัติให้รับมู่ลี่เข้าทำงาน ดอลลี่ชี้แจงว่าตนเลิกไม่ได้เพราะเราสองคนต้องพึ่งพากัน ตนต้องการคนทำงานที่เก่งถึงขั้นเก่งมาก ส่วนมุลิลาเพิ่งออกจากงานและต้องหาเงินเลี้ยงลูกตามลำพังเพราะเขากำลังหย่าจากสามี

ชิษณุเปลี่ยนใจทันทีเมื่อรู้ว่าดอลลี่แชร์เงินเดือนตัวเองให้เพื่อนกับลูกน้อง และขอดูเงื่อนไขสัญญาจ้าง

“พราวฟ้า เอาแฟ้มของมุลิลาเข้ามาที” ดอลลี่ดีใจร้องสั่งพราวฟ้า

ชิษณุเปิดแฟ้มเห็นรูปของมู่ลี่แปะอยู่ ดอลลี่ปล่อยให้เขาดูพลางเล่าให้ฟังว่า

“มุลิลาถูกให้ออกจากงานด้วยเหตุผลนายทุนงี่เง่าบอกว่าเงินเดือนเยอะไป สู้เด็กใหม่ๆไฟแรงที่ทุ่มเทให้งานมากกว่าก็ไม่ได้ โอย...ทำไมไม่ให้ค่ากับประสบการณ์ที่เด็กใหม่ๆ มันไม่มี...นายทุนหน้าเลือด ว่ามะ” ดอลลี่ถามสุจินต์ที่นั่งฟังอยู่ด้วย แล้วด่าต่อ “เห็นแก่ได้ ว่ามะ แค่เงินเดือนพนักงาน ขนหน้าแข้งมันจะร่วงนักหรือไงวะว่ามะ”

ดอลลี่ด่าทีก็ถามสุจินต์ทีว่า ว่ามะ...สุจินต์นั่งนิ่งอย่างสงวนท่าที ดอลลี่ก็ยังด่าติดลมขณะที่ชิษณุก็ดูแฟ้มของมุลิลา

“ตัวเองก็รวยจนไม่รู้จะรวยยังไง จะเก็บเอาไว้กินถึงชาติหน้าหรือ โอ๊ย...ตาย แม้แต่เงินเหรียญที่เขายัดปากแค่เหรียญเดียวยังเอาไปไม่ได้เลย ว่ามะ” สุจินต์กระแอมพลางมองชิษณุที่ยังดูแฟ้มอยู่ ดอลลี่รู้ตัวรีบกลับลำ “ซึ่งคุณชิษณุไม่มีทางเป็น...ว่ามะ”

“เอาเป็นว่า ผมอนุมัติ” ชิษณุเอ่ยขึ้น ดอลลี่ดีใจจนโผกอดสุจินต์

ชิษณุยิ้มพอใจ คิดถึงมู่ลี่จนเผลอยิ้มออกมา สุจินต์มองอาการของเจ้านายอย่างแปลกใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.