ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

บุปผาเอากุญแจรถกับกระเป๋าตามต้องตาที่อุ้มน้องปลื้มลงมาที่รถ แต่สตาร์ตไม่ติดเพราะน้ำมันหมด บุปผาจะไปเรียกแท็กซี่ ต้องตาอุ้มน้องปลื้มวิ่งตามไป

“ไปรถพี่เร็ว!” เสียงพี่ยักษ์เร่งด้วยความเป็นห่วง

ที่แท้พี่ยักษ์มานั่งอยู่ที่ล็อบบี้คอนโดตั้งแต่เย็นแล้ว ตั้งใจจะโทร.หาต้องตาแต่ไม่กล้าพอ จึงนั่งปลุกใจตัวเองอยู่จนเจอเหตุการณ์นี้เข้า

ต้องตาทิฐิ ปฏิเสธไปทันที บุปผาบอกว่ามันไม่ไปก็เรื่องของมัน แล้วเข้าไปอุ้มน้องปลื้มไปกับพี่ยักษ์ ต้องตาจึงได้สติรีบตามไป

ที่ห้องแคสติ้ง ลูกพีชหมดแรงเพราะเรียกมาแคสหมดแล้วแต่ไม่ได้สักคน ขณะลูกพีชกับเจมส์กำลังปวดหัวอยู่นั่นเอง อัศวินเดินเข้ามาคนเดียว ดอลลี่ถามว่าแล้วมู่ลี่ล่ะ

อัศวินเล่าว่า...มู่ลี่เป็นห่วงน้องปลื้มแต่ก็เป็นห่วงงาน กลุ้มใจละล้าละลัง ตนจึงบอกว่า...

“งาน...ถ้าไม่มีป้า ยังมีพี่ดอลลี่ มีผมทำแทน แต่จะให้ใครมาเป็นแม่ให้มนุษย์ซาลาเปาแทนป้า ผมว่าไม่มีนะ...อันนี้เสนอเฉยๆนะ” มู่ลี่จึงตัดสินใจขึ้นแท็กซี่ไปหาน้องปลื้มที่โรงพยาบาลทันที

ดอลลี่คิดหนักว่าจะทำอย่างไรดี เพราะแคสจนหมดสต๊อกแล้วยังคัดไม่ได้ อัศวินถามว่าจะเอายังไงดี ดอลลี่มองหน้าเจมส์นิ่งแล้วหัวเราะหึๆๆ เหมือนคิดออกแล้ว...

ooooooo

มู่ลี่ไปถึงโรงพยาบาล เจอแม่ ต้องตา และพี่ยักษ์ นั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน รีบเข้าไปถามแม่ว่าน้องปลื้มเป็นยังไง บุปผาบอกว่าโอเคแล้ว เข้าไปหาหมอแล้ว จึงค่อยเบาใจ

ฝ่ายต้องตาพอหายเครียดเรื่องน้องปลื้ม ก็ถามพี่ยักย์ว่ามาได้ยังไง พี่ยักษ์เล่าให้ฟังว่าอยากคุยด้วยเลยไปหาแต่ไม่กล้า ต้องตาถามว่าจะคุยเรื่องอะไร

“พี่จะมาเตือนว่าอย่าลืมเติมน้ำมันรถด้วย”

“ถูกแม่ด่าใหญ่เลย ขับรถยังไงปล่อยให้น้ำมันหมด ที่ผ่านมามีพี่คอยเตือนให้เลยไม่ได้สังเกต”

“ตาต้องหัดดูแลตัวเองบ้างแล้วนะ ไม่มีพี่คอยทำให้แล้ว”

ต้องตาน้ำตาไหลทันที พี่ยักษ์ถามว่าตัดสินใจดีแล้วหรือที่เลือกจะไม่มีตน คราวนี้ต้องตาปล่อยโฮอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้ พี่ยักษ์โอบปลอบ ต้องตากอดพี่ยักษ์แน่นบอกว่า “โคตรทรมานเลย”

“เหมือนกัน” พี่ยักษ์กอดตอบ แล้วต่างก็ขอโทษกัน พี่ยักษ์กอดต้องตาไว้อย่างอบอุ่น

ooooooo

เช้านี้ดวงใจจัดซาลาเปาใส่ถุงให้อัศวินไปเยี่ยมน้องปลื้ม ฝากอวยพรให้หายเร็วๆด้วย

แต่พออัศวินจูงจักรยานออกมา ก็เห็นพี่แสดที่เพิ่งใส่บาตรเสร็จกำลังไล่ตามเฮียตู่ พลางร้องให้อัศวินช่วยจับไว้ด้วย กว่าจะปล้ำจับเฮียตู่ร่างยักษ์ได้ก็เล่นเอาเหนื่อยหอบทั้งสองคน จับได้แล้วพาเฮียตู่เข้าไปนั่งในร้าน เจ๊สมตีหน้ายักษ์ย่างสามขุมเข้ามาถามว่า

“มึงหายไปไหนมา!!” เฮียตู่ขยับจะพูดก็ถูกเจ๊สมถามว่า “ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วทำไมไม่ออกมาพูด”

เจ๊สมถามจนเฮียตู่ไม่มีจังหวะจะพูด อัศวินบอกให้เจ๊หยุดก่อน ดวงใจถามเสียงอ่อนว่า

“ตู่ ไหนเล่ามาซิ หายไปไหนมา”

เฮียตู่จึงเล่าว่าวันนั้นขี่จักรยานหนีอัศวินออกมาไม่ทันดูรถ ถูกมอเตอร์ไซค์ชนอย่างแรง จนขาหัก แขนหัก เลือดคั่งในสมอง เจ๊สมอุทานเบาๆว่า

“โคม่าเลยเหรอ...”

ทุกคนหันมองเจ๊สมที่เป็นห่วงเป็นใยเฮียตู่อย่างลืมตัว เจ๊สมรู้สึกตัวถามว่ามองอะไร อาม่าบอกว่ามองคนปากแข็งแต่ใจอ่อน เจ๊สมพูดแก้เกี้ยวงอนๆว่า

“ก็เป็นเงี้ย!! ใครไม่ชอบก็ช่างสิ”

“ชอบ!!!” เฮียตู่ตอบอย่างเร็ว แล้วต่างมองหน้ากันเขินไปมา

“อ่ะ ยกน้ำชา ไหว้ฟ้าดิน” พี่แสดดีใจ เจ๊สมทำเสียงแข็งถามว่าอะไรอีแสด พี่แสดทำหน้าเมื่อยถามว่า “ตกลงมึงจะเขินหรือมึงจะโกรธ”

พอเจ๊สมบอกว่าเขิน อัศวินบอกพี่แสดว่า จะได้กินโต๊ะจีนงานแต่งเจ๊แล้ว

“ป้า ม่า ตัดชุดรอเลย เฮีย! มึงไปจัดการเรื่องมาสู่ขออีนี่เลยนะ รีบๆให้มันมีผัวเผื่อมันจะหายสะบัดสะบิ้ง” พี่แสดสั่งการ

ทุกคนดีใจ ยิ้มแย้มมีความสุขที่มีข่าวมงคลแต่เช้า...

ooooooo

แพตตี้เอาคลิปเสียงที่ตรีดาวสั่งรัชนกให้ทำตามแผนการของตนยั่วจนอริศราหึงจอห์นจนพังรายการงานเสียหาย บอกชิษณุว่า “ทุกอย่างเป็นแผนการของคุณตรีดาวค่ะ”

ชิษณุรู้ความจริงนี้แล้วคิดว่าต้องจัดการกับตรีดาว แต่เมื่อออกมาเจออำนาจกับมณฑาทิพย์ ทั้งสองเข้ามาหาชิษณุด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ บอกว่าเพิ่งรู้ข่าวว่าบ้านตรีดาวถูกฟ้องล้มละลาย!

“ทรัพย์สินทั้งหมดรวมถึงหุ้นต่างๆถูกขายไปหมดแล้ว รวมทั้งหุ้นกับเรา เพื่อไปใช้หนี้ เขาปกปิดเรามาตลอด” อำนาจบอก มณฑาทิพย์เสริมว่าตนก็แปลกใจว่าทำไมถึงเร่งรัดเรื่องแต่งงานนัก

ชิษณุตกใจถามว่าตรีดาวรู้เรื่องนี้หรือยัง มณฑาทิพย์ส่ายหน้า อำนาจบอกว่าเขาบอกให้ชิษณุเป็นคนบอก ชิษณุถามว่าทำไม ตรีดาวควรเข้าใจและให้กำลังใจพ่อกับแม่เธอด้วย

“เราต่างก็รู้ว่าหนูดาวเป็นคนนิสัยยังไง มีแต่ณุคนเดียวที่น้องเชื่อ”

มณฑาทิพย์บอก ชิษณุอึ้ง นึกสงสารตรีดาวว่าจะรับได้ไหม...

ooooooo

เช้านี้มู่ลี่ตื่นมานั่งมองน้องปลื้มคิดหนัก บุปผาถามว่าไม่ไปทำงานหรือ มู่ลี่บอกว่าไป ฝากน้องปลื้มไว้แป๊บนึงแล้วจะรีบกลับ บุปผาสงสัยกับท่าทางแปลกๆของมู่ลี่วันนี้

ที่สตูดิโอว้าว ดอลลี่กำลังแคสพิธีกรอยู่ เพราะคนนอกมาแคสแล้วไม่ผ่าน จึงเกณฑ์เอาคนในมาแคสกัน คู่แล้วคู่เล่าก็ไม่ผ่าน ดอลลี่กลุ้มมากไม่รู้จะหาพิธีกรที่ไหนมา

มู่ลี่มายืนดูเห็นความยากลำบากของดอลลี่ก็รู้สึกผิดที่ทิ้งภาระให้ดอลลี่รับแทน ตรีดาวเข้ามาพูดเหน็บว่า

“เห็นหรือยังว่าทิ้งภาระไว้ให้คนอื่นมากขนาดไหน โชคดีจังนะ มีเพื่อนคอยแก้ปัญหาให้” มู่ลี่พยายามอดกลั้นไม่โต้ตอบ ตรีดาวได้ทีเลยด่า “แบบนี้เขาเรียกคนเห็นแก่ตัว เอาแต่เรื่องตัวเอง จนคนอื่นต้องเดือดร้อนวุ่นวาย”

“โอ๊ย!!! เขาก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้วค่ะ พูดไปก็เท่านั้น ไม่มีสำนึกหรอก” รัชนกสอดเข้ามาซ้ำ ตรีดาวถามว่าหรือต้องให้จัดการดอลลี่ก่อนเธอถึงจะสำนึก

“ถ้าไม่สำนึกฉันจะโผล่มาที่นี่ไหม!” มู่ลี่สุดทน ตรีดาวท้าว่าถ้าสำนึกก็แสดงความรับผิดชอบ

สายฝนกับคิกขุมาแอบฟังอยู่ สายฝนเอาโทรศัพท์มาถ่ายคลิปไว้เผื่อจะช่วยมู่ลี่ได้บ้าง

ชิษณุมาตามหาตรีดาวเพื่อจะบอกเรื่องครอบครัวของเธอ เดินมาสตูดิโอกับสุจินต์ เพราะแพตตี้บอกว่า ตรีดาวไปดูการแคสติ้งพิธีกร แต่ถ้าไปเจอมู่ลี่ไม่รู้จะมีเรื่องอะไรหรือเปล่า

มู่ลี่ถามตรีดาวว่าจะให้ตนทำยังไงเธอถึงจะพอใจ เธอต้องการอะไรแน่

“ลาออกซะ! จะได้หาคนที่พร้อมกว่ามาทำแทน และหาได้ไม่ยาก มีคนอยากทำงานนี้เยอะแยะ ถ้าอยากพิสูจน์ตัวเอง ไปพิสูจน์ที่อื่น”

ระหว่างที่ตรีดาวพูดกับมู่ลี่นั้น รัชนกก็สอดแทรกเป็นระยะ มู่ลี่นิ่งเพราะเป็นไปอย่างที่ตนคิดไว้แล้ว ตัดสินใจว่าจะต้องพิสูจน์ตัวเองจริงๆแต่ไม่ใช่ที่นี่! หันเดินออกไปทันที

“พูดขนาดนี้ไม่ลาออกก็หน้าด้านแล้ว” รัชนกพูดกับตรีดาวอย่างสะใจ

“ถ้ายังจะอยู่ต่อ ฉันจะทำให้มันโดนไล่ออกเอง” รัชนกถามว่าจะทำยังไง “ทำอย่างที่เคยทำ สร้างปัญหาแล้วให้มันรับไป”

รัชนกพยักหน้าอย่างรู้กัน แล้วพากันเดินไปดูว่ามู่ลี่จะทำยังไง คิกขุกระซิบถามสายฝนว่า

“ทำอย่างที่เคยทำ หมายความว่ายังไง ที่ผ่านมา แสดงว่าพี่มู่ลี่ไม่ได้ทำ ฉันเข้าใจถูกไหม”

“เราต้องหาความจริง” สายฝนเก็บมือถือ มองหน้ากันอย่างต้องหาทางเปิดโปงเรื่องนี้ให้ได้

ooooooo

ดอลลี่ให้อั๋นกะเทยช่างแต่งหน้าทำผมแคสคู่กับลูกพีช ทีแรกก็ใส่อารมณ์ส่วนตัวจิกกัดกันจนเกือบพัง แต่พอดอลลี่บอกว่าจะเอาสองคนนี้เป็นพิธีกร จะได้เงินพิเศษและถ้าขายได้เยอะก็จะได้เปอร์เซ็นต์อีก

พอเอาผลประโยชน์เข้าล่อ ทั้งสองก็ดีใจ ร่วมมือกันเล่นจนดอลลี่พอใจประกาศว่า

“ได้พิธีกรแล้ว แยกย้ายกัน เจอกันเมื่อถึงเวลา”

พอทีมงานกลับไปแล้ว มู่ลี่จึงเข้าไปบอกดอลลี่ว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ดอลลี่จึงพาเข้าไปคุยกันในห้องทำงาน มู่ลี่บอกว่าตนจะลาออก อยากจบปัญหาที่นี่ และน้องปลื้มก็ต้องการแม่ ตนคนเดียวที่ทำหน้าที่นี้ได้ ดอลลี่ถามว่าแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงลูก

“ไม่รู้ ไว้ค่อยคิด”

“ฉันปล่อยให้แกลาออกแบบไม่มีแผนไม่ได้ ไปคิดให้ดีก่อน ตอนนี้ถ้าเหนื่อยก็ลากิจลาป่วยหรือจะลาพักร้อนไปดูแลลูก ลูกหายแล้วค่อยกลับมาทำงาน แกเคยดิ้นรนหางานแทบตาย ฉันไม่ยอมให้แกกลับไปใช้ชีวิตดิ้นรนแบบนั้นอีก”

มู่ลี่ฟังคำท้วงติงของดอลลี่ก็หยุดคิด ลังเล

เป็นจังหวะที่ชิษณุกับสุจินต์เดินเข้ามาในสตูดิโอพอดี เขามองมู่ลี่เครียดอยู่กับดอลลี่อย่างสนใจ ส่วนตรีดาว รัชนกก็เดินเข้ามาดูว่ามู่ลี่จะทำยังไงต่อ

ฝ่ายอั๋นกับลูกพีช พอทำงานเสร็จอารมณ์ก็กลับมาจิกกัดกันเหมือนเดิม อั๋นบอกลูกพีชว่ายังไงตนก็ยังเกลียดเธอเหมือนเดิม ลูกพีชสวนไปว่าที่ตนเฟคก็เพื่อเงิน

“ถ้ารู้ว่าจะต้องมาเฟคเป็นผัวอีนี่ จะไม่ยอมร่วมมือกับยัยรัชนกเลยจริงจริ๊ง...” อั๋นระบายอารมณ์

ลูกพีชสะดุดหูถามว่าร่วมมืออะไรกับรัชนก อั๋นรู้ตัวว่าเผลอพลั้งปากไปก็ปฏิเสธเสียงสูงว่าไม่มี้...ไม่มี

สายฝนกับคิกขุที่แอบฟังพรวดไปขวางหน้าบอกว่าพวกตนได้ยินหมดแล้ว ถามอั๋นว่าร่วมมือกับยัยรัชนกทำอะไร อั๋นปากแข็งว่าไม่มี เลยถูกสายฝนกับคิกขุล็อกตัวไปสอบสวน

สายฝนกับคิกขุล็อกตัวอั๋นเข้าไปในห้องแต่งตัวที่มืดสนิท ใช้ไฟฉายส่องใส่หน้าอั๋นสอบสวนเครียด สายฝนบอกให้สารภาพความจริงมาแล้วจะปล่อยตัวไป

“บอกความจริงมา เธอร่วมมือกับรัชนกใส่ร้ายมู่ลี่ใช่ไหม” ลูกพีชร่วมมือกับสายฝนและคิกขุ แต่อั๋นก็ยังปากแข็ง ลูกพีชจับจุดอั๋นได้ขู่ว่า “ถ้าไม่พูดความจริง กะเทยต้องเดินออกไปจากห้องนี้แบบหน้าสด ถ้าไม่ตอบ จะเช็ดหน้าให้เกลี้ยง คิดดู หน้าที่ไม่มีคิ้ว ไม่มีอายไลเนอร์ สภาพหนังหน้าแกจะเป็นยังไง”

อั๋นกรี๊ด ยอมตายเสียดีกว่าเปิดหน้าสดให้ใครๆเห็น ในที่สุดก็ยอมสารภาพว่า

“ฉันก็แค่หาโอกาสทำให้รัชนกเข้าไปเป็นบ่างยุให้อริศราเข้าใจผิดยัยมู่ลี่” เล่าว่าตนทำตามแผนของรัชนกเปลี่ยนสคริปต์และยุให้อริศราเข้าใจผิดมู่ลี่ งานจะได้พังและมันก็จะโดนไล่ออก

ฟังแล้วสายฝนวิเคราะห์ว่ารัชนกคงถูกตรีดาวสั่งมาอีกที คิกขุโวยว่ามันไม่ยุติธรรมเพราะมู่ลี่ไม่ได้ทำผิดอะไร อั๋นพยายามเกลี้ยกล่อมให้ปล่อยผ่านไปเพราะตรีดาวเป็นบอร์ดบริหาร ใครก็ทำอะไรไม่ได้ รู้จักเอาตัวรอดในสังคม ทำงานไปวันๆก็พอ ลูกพีชไม่ยอม บอกว่ารับวิธีการสกปรกแบบนี้ไม่ได้ อั๋นถามว่าแล้วเธอจะทำอะไร

“หึ! เหนือตรีดาวยังมีท่านประธาน เรื่องนี้ถึงหูท่านประธานแน่!”

ชิษณุเดินไปหาตรีดาวบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ชวนไปคุยกันที่อื่น พอดีลูกพีชเดินลิ่วมาบอกว่า

“ท่านประธานคะ พวกเรามีความจริงจะแจ้งให้ทราบ” อั๋นตามมามองรัชนกบอกด้วยสายตาให้รู้ว่าความลับแตกแล้ว รัชนกร้อนตัวขึ้นมาทันที

ชิษณุมองอากัปกิริยาของเหล่าคนรอบข้างแล้วอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น?

ooooooo

มู่ลี่ออกมาเจออัศวิน เขาถามว่าป้ามาทำอะไรดูเครียดๆ มู่ลี่บอกว่ามาลาออก แต่ดอลลี่ไม่ให้ออก อัศวินติงว่าถ้าป้าออกไปป้าก็เดือดร้อน งานก็มีปัญหา

มู่ลี่ขอเวลาคิดก่อน อัศวินจึงเดินแยกไป ดอลลี่เปิดประตูออกมาจะไปคุยกับชิษณุเรื่องมู่ลี่ พอดีแพตตี้วิ่งมาบอกว่า

“ท่านประธานเรียกพบคุณดอลลี่กับคุณมูลี่ด่วนค่ะ!”

ในห้องประชุมของว้าว บรรยากาศตึงเครียด และยิ่งตึงเครียดเมื่อสายฝนกับคิกขุเอาคลิปที่ตรีดาวกับรัชนก วางแผนบีบให้มู่ลี่ออกจากงาน

เมื่อมีหลักฐานมัดตัวเช่นนี้ ทั้งรัชนกและอั๋นต่างก็เอาตัวรอดบอกว่าตนทำตามคำสั่งตรีดาว เมื่อฟังคลิปและไต่สวนผู้เกี่ยวข้องทุกคนแล้ว ชิษณุเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบขรึมว่า

“การกดดันคนทำงานด้วยกันให้ลาออก คิดวางแผนทำให้เกิดปัญหา ถือว่าเราไม่ได้ทำงานเป็นทีมเดียวกัน! ดาวคิดว่าพี่ควรจะเก็บคนแบบนี้ไว้ในบริษัทหรือ”

รัชนกเอาตัวรอดอ้างว่าตนทำเพราะถูกตรีดาวบังคับ ตนตกเป็นเหยื่อ

“แต่สิ่งที่ผมเห็นคือการสร้างปัญหาร่วมกันและไม่มีการสำนึก ผมจำเป็นต้องให้คุณสองคนออกจากบริษัท คุณสุจินต์จัดการเรื่องเงินชดเชยและทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับคุณตรีดาวและคุณรัชนกด้วย”

ตรีดาวโวยวายว่าจะไล่ตนออกไม่ได้เพราะตนเป็นบอร์ดบริหาร ไม่มีใครทำอะไรตนได้ และตนจะจัดการกับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ชิษณุตัดบทว่าจบเรื่องแล้ว และขอคุยส่วนตัวกับเธอ

ชิษณุบอกความจริงแก่ตรีดาวว่าคุณพ่อเธอขายหุ้นบริษัทว้าวไปใช้หนี้หมดแล้วและตอนนี้ศาลกำลังฟ้องคุณพ่อเธอเป็นบุคคลล้มละลาย ฉะนั้น เธอไม่ใช่บอร์ดบริหารอีกต่อไป มีสภาพเป็นพนักงานของเอ็ม-วันกรุ๊ป และตนก็กำลังสั่งให้เชิญออก

ตรีดาวช็อก ทุกคนตกใจกับชะตากรรมของเธอ

ooooooo

รัชนกเอาโทษตรีดาวว่าบังคับให้ตนทำแต่เมื่อเอาตัวรอดไม่ได้ก็ด่าว่าอยู่ที่นี่ไปก็ดักดานเพราะผู้บริหารประสาทโรคจิต อารมณ์แปรปรวน เลยถูกดอลลี่ไล่ไปให้พันก่อนที่จะถูกแหกอก

รัชนกจำต้องออกไปแต่อาฆาตไว้ว่า “จำเอาไว้ สักวันฉันจะเอาคืน!”

ลูกพีชถามว่าแล้วอั๋นที่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดล่ะ ดอลลี่ที่เลือกอั๋นเป็นพิธีกรแล้วบอกว่าให้ทำงานเป็นพิธีกรชดใช้ฟรีสิบเทป ไม่งั้นก็จะแบล็กลิสต์ไปทั้งวงการและจะไม่มีที่ยืน อั๋นตกใจรีบรับคำ

“สำหรับคุณมุลิลา ถือว่าไม่มีความผิด ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น” ชิษณุสรุป มู่ลี่บอกว่าตนมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับเขา ชิษณุบอกว่าได้ แต่ตนขอคุยกับตรีดาวก่อน

ชิษณุบอกให้ตรีดาวยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นและทำใจให้เข้มแข็งก็จะผ่านไปได้ แต่ตรีดาวยืนกราน
ไม่ยอมออก ชิษณุจึงให้เธอทำงานในตำแหน่งพนักงานทั่วไป เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งล่างสุด ถ้าทำได้ก็ไม่ต้องออกตรีดาวช็อก แต่ก็ยอมบอกว่าอยากจะพิสูจน์ว่าตนทำได้ ชิษณุบอกก่อนออกไปว่าถ้าทนไม่ได้ก็ให้บอก

พอชิษณุออกไป ตรีดาวก็ร้องไห้ออกมาอย่างคับแค้นใจ

ooooooo

พอมู่ลี่กลับถึงคอนโด ต้องตาบอกว่าดอลลี่โทร.มาโวยเรื่องเธอจะลาออก บอกว่าเข้าใจว่ามู่ลี่อยากอยู่กับลูกแต่ตนจะไม่ยอมให้มู่ลี่ตกงานตอนนี้เพราะยังหางานใหม่ไม่ได้

มู่ลี่ขอบใจ บอกว่าต้องตาเองก็ควรมีความสุข ให้โอกาสพี่ยักษ์เถอะ ต้องตากังวลว่าช่วงที่พี่ยักษ์ห่างไปนั้นไปทำอะไรบ้างก็ไม่รู้ มู่ลี่จึงเล่าความจริงว่าพี่ยักษ์แค่อยากลองใจเธอเท่านั้น พอดีเดินมาเจอพี่ยักษ์เดินมาหา บอกว่ามีเรื่องจะอธิบาย

พี่ยักษ์บอกต้องตาว่าที่หายไปก็แค่อยากลองใจตัวเองดู เพราะคนเราพอเจอกันทุกวันมันก็เคยชิน ลืมห่วงใยกันบ้าง คบกันไปนาน ก็อาจมีงอนกันมากขึ้น ไม่เข้าใจกันมากขึ้น...อยู่ด้วยกันไปนานๆ วันดีๆอาจจะไม่เป็นที่จดจำเท่ากับวันที่เรามีปัญหากัน...เราอาจจะมีทะเลาะกันบ้าง ไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ที่สำคัญคือเราจะคุยกัน ปรับความเข้าใจกัน ให้อภัยกันและไม่ปล่อยมือจากกัน

เล่าความคิดของตนให้ฟังแล้ว พี่ยักษ์ขอโทษต้องตาที่ต้องทำอย่างนี้ แต่ตอนนี้ตนมั่นใจแล้วว่าเราต่างก็คิดถึงกันมาก

เมื่อคุยความในใจกันแล้ว ทั้งต้องตาและพี่ยักษ์ต่างโผกอดกันด้วยความเข้าใจและรักกันมากขึ้น
ดอลลี่เป็นห่วงมู่ลี่มาก บอกชิษณุว่าอย่าให้มู่ลี่ลาออกเพราะตนไม่อยากเสียคนเก่งๆไป ชิษณุยึดหลักการของผู้บริหารว่าถ้ามู่ลี่หมดใจที่จะทำงานตนก็ห้ามไม่ได้ ดอลลี่บอกว่ามู่ลี่ลาออกเพราะอยากมีเวลาอยู่กับลูกให้มากขึ้น

“เป็นเหตุผลส่วนตัว ผมไม่แน่ใจว่าจะห้ามได้ไหม ...ผมจะลองดู แต่คุณดอลลี่ก็ต้องเข้าใจนะ การลาออกก็คือการเปลี่ยนงาน และงานไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ถ้าการเปลี่ยนแปลงทำให้ชีวิตดีขึ้น ก็ควรปล่อยเขาไป”

ชิษณุมองการลาออกจากงานของมู่ลี่ด้วยทัศนะและสายตาของหัวหน้าของผู้บริหารที่กว้างและรอบด้านกว่าแค่กลัวการตกงาน

ooooooo

สายฝนกับคิกขุอารมณ์ดีที่กำจัดรัชนกไปได้ เดินคุยกันว่าในที่สุดคนผิดก็ได้รับกรรม และพี่มู่ลี่ก็พ้นผิด พราวฟ้าได้ยินถามว่า ได้ยินว่ารัชนกกับตรีดาววางแผนแกล้งมู่ลี่จริงหรือ

คิกขุกับสายฝนชื่นชมมู่ลี่ที่ถูกแกล้งสารพัดแต่ไม่ว่าอะไรสักคำ มู่ลี่สอนงานพวกตนเหมือนพี่สอนน้องน่ารักมาก พราวฟ้าฟังแล้วเริ่มเปิดใจรับมู่ลี่ได้ รู้ตัวว่าที่ไม่ชอบมู่ลี่ทุกวันนี้เพราะใกล้ชิดกับอัศวิน

พราวฟ้าไปแสดงความยินดีกับมู่ลี่และขอโทษที่ผ่านมาตนทำท่าไม่ดีโวยวายใส่บ่อยๆ สารภาพว่า

“จริงๆหนูแค่หมั่นไส้ที่พี่สนิทกับพี่วินก็แค่นั้นแหละ แต่หนูก็ไม่เห็นว่าพี่ร้ายหรือทำอะไรคนอื่นเลย หนูก็เลยแค่อยากจะเริ่มต้นใหม่ดีๆ...แต่ขอเวลาปรับตัวนิดนึง สบายใจแล้ว หนูไปทำงานก่อนนะ”

“พี่ไม่เคยโกรธเธอหรอก จะเริ่มต้นใหม่ก็ได้นี่” มู่ลี่เอ่ยยินดี มองพราวฟ้าเดินออกไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มที่อย่างน้อยวันนี้ก็มีเรื่องดีๆเข้ามา

เจมส์กับอัศวินเดินผ่านมาเห็นและได้ยินพราวฟ้าคุยกับมู่ลี่ เจมส์มองพราวฟ้าดีใจที่ทำตามคำแนะนำของตน อัศวินเห็นมู่ลี่เดินออกไป จึงเดินตามไปถามว่าจะกลับแล้วหรือ มู่ลี่บอกว่าเป็นห่วงน้องปลื้ม ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ฝากบอกมนุษย์ซาลาเปา ค่ำๆจะไปหา” อัศวินบอก แต่พอหันกลับก็เจอชิษณุยืนมองมู่ลี่อยู่เหมือนกัน ชิษณุถามอัศวินว่ารู้เรื่องมู่ลี่จะลาออกแล้วใช่ไหม คิดยังไง อัศวินว่า

“ห่วง...ไม่มีงาน ไม่มีเงิน”

“มันก็แค่ตอนนี้ ต่อไปถ้าหางานที่เหมาะสม มีเวลาก็ทำให้มีความสุขได้นะ” อัศวินถามว่าเขาอยากให้มู่ลี่ลาออกหรือ? “ไม่อยาก ว่าจะลองคุยก่อน...ผมอยากให้มู่ลี่มีความสุข ถ้าทางไหนทำให้เขายิ้มได้เต็มที่ เราก็ไม่ควรไปขวาง”

“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าทางที่ป้าเลือกจะทำให้เขามีความสุข”

“คนเรามีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดนะ คงมีแต่คุณมู่ลี่ที่รู้ว่าเลือกทางไหนแล้วจะมีความสุข เราคงต้องเชื่อสัญชาตญาณคนเป็นแม่ด้วย”

อัศวินฟังชิษณุที่พูดอย่างสงบเยือกเย็นแล้วนิ่ง อึ้ง ผิดกับตัวเองที่กลัวแต่มู่ลี่จะตกงาน

พอมู่ลี่กลับมาถึงคอนโด บุปผาถามว่าคิดดีแล้วหรือที่จะลาออกจากงาน มู่ลี่บอกว่างานมันกินชีวิตตนมากกว่าที่คิด กลัวว่าต่อไปมันจะทำให้ตนห่างลูก บุปผาเตือนว่าอยากทำอะไรก็ทำ แต่ชีวิตต้องมีแผนสำรองไว้ด้วย ไม่ใช่ลาออกมาแล้วเคว้ง คนที่ลำบากที่สุดคือลูก

มู่ลี่มองน้องปลื้มที่หลับปุ๋ยอยู่อย่างครุ่นคิด...

ooooooo
ตรีดาวถูกย้ายมาเป็นลูกน้องในแผนกของดอลลี่ ดอลลี่บอกว่าต่อไปตนสั่งอะไรเธอต้องทำ ตรีดาวดักคอว่าหวังว่าเธอจะไม่ใช้อำนาจสั่งงานกลั่นแกล้งตน

“ฉันแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ ไม่เหมือนคุณ ทุกอย่างที่ฉันสั่งเป็นผลดีต่องานบริษัททั้งนั้น” แล้วดอลลี่ก็ชี้ไปที่แฟ้มกองสูง “ไปจัดเรียงเอกสารทั้งหมดให้เรียบร้อย เอาภายในวันนี้ รีบทำให้เสร็จ ไม่อย่างนั้นฉันจะรายงานท่านประธาน” ตรีดาวเดินหน้าง้ำไปที่แฟ้มกองสูง ดอลลี่แอบยิ้มสะใจ

ขณะตรีดาวขนแฟ้มออกมานั้น รัชนกเดินดุ่มมาแกล้งชนจนแฟ้มร่วง ทั้งสองโทษกันว่าอีกฝ่ายทำให้ชีวิตตนพัง ด่าทอสาปแช่งกันอย่างเจ็บใจและอาฆาตจะเอาคืนกัน

พงศ์พิสุทธิ์คิดหนักเรื่องที่บริสุทธิ์สั่งให้ฟ้องเรื่องลูก เขาตัดสินใจโทร.หามู่ลี่ โทร.แล้วจึงรู้ว่าน้องปลื้มไม่สบายเข้าโรงพยาบาล เขาไปโรงพยาบาลคืนนี้เลย

พงศ์พิสุทธิ์ไปเจอชิษณุที่จะมาเยี่ยมน้องปลื้มเหมือนกัน เขาคิดถึงคำพูดของบริสุทธิ์ที่ว่า ทำใจได้หรือที่เห็นคนอื่นมาเลี้ยงลูกและเรียกว่าพ่อแทนเขา พงศ์พิสุทธิ์ บอกชิษณุว่าน้องปลื้มหลับแล้วไว้ค่อยมาตอนเช้า เขาก็ควรกลับไปเหมือนกันแล้วเดินนำไป

แต่ชิษณุเดินไปที่หน้าห้องพัก เห็นน้องปลื้มกับมู่ลี่หลับไปแล้ว จึงเดินออกมาเงียบๆ

รุ่งขึ้นอัศวินเอาซาลาเปาตี๋ตาโตไปเยี่ยมน้องปลื้ม น้องปลื้มดีใจหยิบกินทันที อัศวินถามว่าแม่ไปไหน ต้องตาเอาน้ำมาให้น้องปลื้มได้ยิน บอกว่า “มู่ลี่บอกว่าจะไปยื่นใบลาออกที่บริษัท”

อัศวินตกใจรีบปั่นจักรยานไปที่ออฟฟิศว้าว ขึ้นไปที่ห้องทำงานอย่างรีบร้อน เป็นเวลาที่ชิษณุเดินมาเห็นมูลี่ เขาตรงไปหาจะคุยด้วย มู่ลี่เห็นชิษณุกำลังจะสวัสดี อัศวินก็โผล่มาพอดี

ชิษณุ มู่ลี่ อัศวิน ต่างมองกันงงๆ พอดีดอลลี่โผล่จากห้องเห็นทั้งสามยืนเผชิญหน้ากันก็อุทาน

“คิวทองแต่เช้า!”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.