ข่าว

วิดีโอ



คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ต้นรัก

กำกับการแสดงโดย: ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ

ผลิตโดย: บริษัท มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จิตตาภา แจ่มปฐม, วิลลี่ แมคอินทอช, จิรายุ ละอองมณี, คริน สุธรรมสมัย,

ดอลลี่ประชุมทีมงานแล้วเสนอให้สายฝนกับคิกขุเป็นคนรับผิดชอบงานนี้ ทั้งสองขอบคุณที่ให้โอกาส ดอลลี่บอกว่าต้องขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมแพ้ ตั้งใจเรียนรู้ มีความพยายาม ใครๆก็อยากสนับสนุน

พอสายฝนกับคิกขุออกไป ตรีดาวก็มาเคาะประตู หอบเอกสารมาให้ บอกดอลลี่ว่า

“ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่าฉันทำงานดีกว่าที่เธอคิด” ดอลลี่ถามว่าสู้ใช่ไหม ตนจะคอยดู

ประชุมเสร็จดอลลี่บอกแยกย้ายกันได้แล้ว มู่ลี่ขอบคุณชิษณุ เขาบอกว่าเราช่วยกัน ถามว่าเสร็จแล้วเธอจะไปไหน มู่ลี่บอกว่าจะไปรับปลื้ม เขาบอกว่าจะผ่านทางนั้นพอดีติดรถตนไปก็ได้ รอตนเซ็นเอกสารสักสิบนาที

ดอลลี่เข้าไปแซวมู่ลี่ว่า “ท่านประธานเอาใจแกเป็นพิเศษเลยนะ” มู่ลี่บอกว่าท่านเป็นคนใจดี ช่วยใครได้ก็ช่วย “ใจอ่อนยัง? ถ้าเป็นฉัน กระโจนใส่ตั้งแต่แรกแล้ว”

“โอ๊ยยยย...ปัญหาฉันเยอะ ยังไม่คิดเรื่องนี้หรอก”

ดอลลี่ย้ำว่าคนดีๆอย่างท่านประธานไม่ควรปล่อยไป ถ้าจะให้ดีให้ท่านประธานจัดการเรื่องพงศ์พิสุทธิ์ สบถว่ากล้ามาฟ้องจะเอาปลื้มไปเลี้ยง ข้ามศพตนไปก่อน มู่ลี่เอะใจว่าดอลลี่รู้เรื่องพงศ์ได้ยังไง ดอลลี่บอกว่าอัศวินบอก เพราะห่วงเธอ แล้วก็แซวอีกว่า

“นี่ก็อีกคน ช่วยแกตลอด ระหว่างหนุ่มน้อยแสนดีกับท่านประธานรูปหล่อครบเครื่อง คนไหนจะพิชิตใจเพื่อนฉันได้นะ...”

“บ้าเหรอดอลลี่!” มู่ลี่เขิน ทั้งที่ปากบอกว่าไม่มีอะไร

ooooooo

มู่ลี่ขอบคุณชิษณุที่มาส่งและบอกให้ปลื้มขอบคุณคุณลุง ปลื้มขอบคุณที่มาส่งและเลี้ยงไอติมด้วยชิษณุบอกว่าวันหลังลุงเลี้ยงอีกดีไหม

“ครับ” ปลื้มยิ้มถูกใจ มู่ลี่บอกว่าลุงสปอยล์ปลื้ม เขาหัวเราะบอกว่านิดหน่อยไม่เป็นไร มู่ลี่ขอบคุณเขาเรื่องงานด้วย

“ครับ สำหรับคุณ ผมเต็มใจทำให้เสมอ”

เป็นคำตอบที่ทำให้มู่ลี่ยิ้มเขินอีก พลันเธอก็หน้านิ่งเมื่อเห็นพงศ์พิสุทธิ์ยืนอยู่อีกทาง ปลื้มเห็นพ่อก็ร้อง “ป๊า...” แล้ววิ่งเข้าไปกอด พ่อลูกกอดกันด้วยความดีใจ ชิษณุเห็นดังนั้นจึงขอตัวไป

มู่ลี่ พงศ์พิสุทธิ์และปลื้มเดินมาด้วยกัน พงศ์พิสุทธิ์บอกมู่ลี่ว่าตนจะไม่ฟ้องศาล เพราะถ้าฟ้องศาลคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือปลื้มอย่างที่เธอพูด ตนทำร้ายลูกไม่ได้ มู่ลี่ถามว่าคุณแม่เขายอมหรือ

“ไม่ยอมก็ต้องยอม ผมอยากเป็นพ่อที่ดีของปลื้ม ไม่ว่าแม่ผมจะทำยังไงผมก็จะปกป้องลูก ผมอยากให้ปลื้มภูมิใจในตัวผม เหมือนที่เขารักและภูมิใจในตัวคุณ”

พงศ์พิสุทธิ์บอกว่าตนไว้ใจว่าเธอเลี้ยงลูกให้ออกมาดี แต่ตนขอมาเยี่ยมลูกบ้างเท่านั้น พูดอย่างรู้สึกผิดว่า “ที่ผ่านมาผมขอโทษ ที่เป็นสามีที่ไม่ดี”

“เรื่องของเรามันจบไปแล้ว ต่อจากนี้เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ช่วยกันดูแลลูก คุณอาจเป็นสามีที่ไม่ดี แต่คุณเป็นพ่อที่ดีได้นะ หลังจากนี้เรายังมีเรื่องที่ต้องทำเพื่อปลื้มอีกเยอะ สิ่งแรกคือทำให้ปลื้มเข้าใจว่าเรากลับไปเหมือนเดิมไม่ได้”

มู่ลี่กับพงศ์พิสุทธิ์ทำตามที่จิตแพทย์แนะนำ คือบอกปลื้มพร้อมกันถึงเหตุผลที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ด้วยท่าทางสงบไม่มีความโกรธเคืองหรือความรู้สึกผิด และถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ปลื้มก็ยังเป็นความรักของพ่อกับแม่ เราก็ยังเป็นพ่อกับแม่ของปลื้ม รักปลื้มเหมือนเดิม

ปลื้มเข้าใจที่พ่อกับแม่พูด พงศ์พิสุทธิ์สบายใจที่ตัดสินใจถูกไม่ฟ้องแย่งลูกกับมู่ลี่

เมื่อกลับไปคุยกับบริสุทธิ์ว่าตนได้คุยกับมู่ลี่แล้ว ตนจะพาปลื้มมาหาแม่วันหยุด ปลื้มบอกว่าดีใจที่จะได้เจอคุณย่า และขอโทษที่พูดกับแม่ไม่ดี แต่ถ้าไม่พูดตนก็รู้สึกผิด ยังไงตนก็รักแม่ บริสุทธิ์ทำมึนตึงแต่เมื่อฟังพงศ์พิสุทธิ์แล้วท่าทีก็อ่อนลง พูดอย่างไว้ฟอร์มนิดๆว่า

“เออ...รู้แล้ว พาปลื้มมาหาฉันบ้าง อย่ามัวแต่พาไปเล่นนอกบ้าน”

“ครับ” พงศ์พิสุทธิ์รับคำ เข้ากอดแม่ด้วยความปีติ บริสุทธิ์กอดตอบ...ยังไงก็โกรธลูกไม่ลง...

ooooooo

มู่ลี่ ต้องตา ดอลลี่ และบุปผา ทำอาหารไปให้ที่บ้านดวงใจเพื่อบอกเรื่องจะย้ายไปอยู่กับแม่ด้วย อัศวินใจหายแต่บอกว่ายังไงตนก็ยังจะส่งปิ่นโตให้ป้าตามเคย แต่แล้วก็ยิ่งใจหายเมื่อดอลลี่บอกว่า

“คงไม่ต้องแล้ว อีกสองสามวันปิ่นโตแม่ของมู่ลี่จะทดลองขายที่ร้านเอ็ม-วัน สาขาใกล้โรงเรียนก่อนพรุ่งนี้จะถ่ายรายการของมู่ลี่แล้วด้วย ออกอากาศเมื่อไหร่คนคงซื้อเยอะขึ้น

เจ๊สมบอกว่ามีอะไรให้ช่วยไหม ให้ตี๋กับเฮียตู่ไปช่วยขนของไหม ดอลลี่บอกว่าชิษณุสั่งให้ติดต่อบริษัทขนย้ายให้เรียบร้อยแล้ว ดวงใจบอกว่าย้ายไปแล้วก็อย่าลืมแวะมาหาบ้าง มีปัญหาอะไรก็บอก

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณทุกคนนะคะ แล้วหนูกับปลื้มจะมาเยี่ยมบ่อยๆ” มู่ลี่เอ่ยด้วยความซึ้งใจ อัศวินถามมู่ลี่ว่าพงศ์พิสุทธิ์ฟ้องไหม พอมู่ลี่บอกว่าไม่ฟ้องและปลื้มอยู่กับตน อัศวินก็โล่งใจ

วันนี้อั๋นกับลูกพีชเป็นพิธีกรให้กับรายการแนะนำปิ่นโตแม่ แม้ทั้งสองไม่ถูกกัน กัดจิกกันตลอดเวลาแต่เมื่อทำงานต่างก็ตัดความรู้สึกส่วนตัว ทำงานกันอย่างร่าเริง รักใคร่จนมู่ลี่ที่ควบคุมการอัดรายการพอใจ ชิษณุที่มาดูด้วยก็ยิ้มพอใจแต่แอบดูมู่ลี่บ่อยจนอัศวินและทุกคนดูออกว่าเขาชอบมู่ลี่

“งานนี้ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานอย่างเดียวละมั้ง” สายฝนกระซิบกับคิกขุ

เมื่อชิษณุมาส่งมู่ลี่ที่บ้านบุปผา เธอขอบคุณสำหรับทุกอย่างจนไม่รู้จะตอบแทนเขาอย่างไร

“ขอแค่โอกาสให้ผมเท่านั้น อย่างอื่นไม่ต้อง” ชิษณุมองหน้าเธอเต็มตา มู่ลี่เขินแต่ไม่ตอบ “แต่ถ้าไม่สะดวกตอนนี้ ผมรอ...ผมจะไม่ถอดใจโดยที่ยังไม่ได้โอกาสลองทำ”

“เอ่อ...ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีค่ามาก”

“คุณทำตัวเองให้ผมรู้สึกว่ามีค่ามากต่างหาก จนผมต้องพยายามให้ถึงที่สุดแบบนี้ไง”

ทั้งคู่ยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกดี...

รุ่งขึ้นมณฑาทิพย์ถามชิษณุที่โต๊ะอาหารว่าตรีดาวเป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกว่าเธอตั้งใจทำงานขึ้น

อำนาจบอกว่าแม่เขาหมายถึงเป็นไปได้ไหมที่จะเป็นได้มากกว่าพี่น้อง ชิษณุตอบทันทีว่า “ไม่ครับ” มณฑาทิพย์ถามว่าแม่บังคับไม่ได้ใช่ไหม เขาตอบ ไม่ลังเลว่า “ครับ”

“ตามใจ จะเลือกใคร ก็พามาให้พ่อแม่รู้จักก่อนแล้วกัน” อำนาจตัดบท

ชิษณุยิ้มออก เขานึกถึงมู่ลี่ทันที

ooooooo

อัศวินเข้าร้านเอ็ม-วัน เห็นปิ่นโตแม่ยังวางอยู่ไม่เยอะ เขาเศร้าพึมพำกับตัวเอง “ลุงนี่เปย์หนักมาก” เขาคิดถึงมู่ลี่เลยซื้อปิ่นโตมาหลายเถา มาถึงออฟฟิศก็นั่งกินเงียบๆ

เจมส์เห็นถามว่าหิวมากหรือ อัศวินบอกว่าคิดถึงมู่ลี่ เพราะตั้งแต่ย้ายไปก็ไม่เคยเจอ บ่นว่า

“บอกว่าจะมาซื้อซาลาเปาก็ไม่มา ปิ่นโตเนี่ย กูก็ช่วยขายมาก่อน พอลุงช่วย ป้าก็ลืมกูไปเลย”

เจมส์ฟังแล้วฟันธงว่าอัศวินชอบมู่ลี่ พอมู่ลี่สนิทกับท่านประธานก็รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีความสำคัญ อิจฉาล้วนๆ แบบนี้เรียกว่าหึง ถามว่าตนพูดถูกไหม

“ถูก” อัศวินตอบอย่างเลื่อนลอย เจมส์ฟันธงว่าเป็นไปได้ที่ความหวังของเขาจะเป็นศูนย์ อัศวินขอร้องว่า “อย่าบอกใครนะ”

แต่เจมส์กลับบอกเพื่อนร่วมงานทุกคน ลูกพีชยุว่าชอบก็จีบเลย สายฝนติงว่าถ้าจะจีบก็ต้องข้ามศพท่านประธานไปก่อน

แล้วทุกคนก็แทบช็อกเมื่อหันไปเห็นชิษณุยืนยิ้มอยู่ เขาทักอารมณ์ดีว่า เช้านี้ครึกครื้นดีนะ แล้วบอกอัศวินว่า

“รู้ใจตัวเองแล้ว อยากทำอะไรก็ทำ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสนะ”

ทุกคนทึ่งร้องว้าว...ส่วนอัศวินยืนอึ้งแล้วอึ้งอีก...

ooooooo

เมื่อชิษณุกลับไปห้องทำงานแล้ว เขาโทรศัพท์ถามมู่ลี่ที่อยู่บ้านแม่ว่าเย็นนี้ว่างไหม อยากชวนกินข้าว กับพ่อแม่ อยากให้ท่านได้รู้จักเธอจริงๆและให้เธอพิจารณาด้วยว่าจะให้โอกาสตนไหม

มู่ลี่บอกว่าตนยังไม่พร้อม เขาไม่ฝืนบอกว่าจะรอจนกว่าเธอจะพร้อม

ฝ่ายอัศวินวุ่นวายใจไปปรึกษาดอลลี่ว่าถ้าตนจีบป้าจะมีโอกาสไหม

“ไม่มี แกแพ้!” อัศวินไม่ยอมแพ้ บอกว่าคนเราต้องมีความหวัง “แล้วแกจะมาถามทำไม อยากทำอะไรก็ทำ แต่แกแพ้แน่”

ที่โต๊ะอาหารเย็นวันนี้ มณฑาทิพย์ถามชิษณุว่าผู้หญิงคนนั้นลาออกแล้วไปทำงานอะไร พอชิษณุบอกว่าทำอาหารปิ่นโตขาย ก็พึมพำว่า “เป็นแม่ค้า”

ชิษณุบอกว่าตนให้ลองทำและปิ่นโตก็ส่งมาลองวางขายที่ร้านดู ทั้งมณฑาทิพย์และอำนาจถามว่าถ้าเขาไม่ช่วยจะทำอย่างไร เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน แล้วลูกเขาสบายดีหรือ

ชิษณุบอกว่าตนเต็มใจช่วยมู่ลี่ ลูกเธอสบายดีและตนอยากให้พ่อกับแม่รู้จักตัวตนของเธอเพราะเธอเป็นคนดี น่ารัก เป็นแม่ที่ทุ่มเทเพื่อลูกมาก เชื่อว่าถ้าพ่อแม่ได้รู้จักเธอ แล้วจะรักเธอได้ไม่ยาก

“เอาสิ พามาเจอหน่อยก็ดี จะได้ลองคุยกันดู” อำนาจเปิดทางแต่มณฑาทิพย์วางเฉย

ooooooo

เย็นนี้ อัศวินกลับถึงบ้านก็ขอซาลาเปาเจ๊สมจะเอาไปฝากป้ากับปลื้ม พี่แสดถามว่านึกยังไงเอาไปตอนนี้ อัศวินบอกว่าเพิ่งนึกได้ว่าชอบป้า จะเอาซาลาเปาไปจีบ

ทุกคนตกใจ อึ้ง เจ๊สมถามว่า “ไอ้ตี๋ แกชอบมู่ลี่เหรอ” อัศวินบอกว่าใช่ แล้วเอาซาลาเปาไปเลย

“กลับมาต้องถามให้รู้เรื่อง” ดวงใจพึมพำ แต่อาม่าชอบใจบอกว่า ไอ้ตี๋ได้ใจอาม่าจริงๆ

แต่พออัศวินเอาซาลาเปาไปถึงหน้าบ้านบุปผา เห็นมู่ลี่ออกมายืนคอยชิษณุที่บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย พอชิษณุมาถึงลงจากรถ เขาบอกว่าเล่าเรื่องเธอให้คุณพ่อคุณแม่ฟังแล้วท่านอยากคุยกับเธอ มู่ลี่บอกว่าถ้ามีโอกาส

ชิษณุบอกอย่างตื่นเต้นว่ามีแน่ อย่าคิดนานเพราะตนอายุมากแล้ว อย่าให้รอนานเลย ตัดสินใจบอก

“ผมรักคุณครับ”

มู่ลี่อึ้ง อัศวินที่ขี่จักรยานมาได้ยินอึ้งยิ่งกว่า ใจเต้นไม่เป็นส่ำอยากรู้ว่ามู่ลี่จะตอบยังไง แต่แล้วก็กลัวขึ้นมาอย่างประหลาด หักจักรยานตีวงเลี้ยวฉับพลันจนจักรยานล้มโครม

มู่ลี่กับชิษณุรีบไปดู มู่ลี่ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า อัศวินบอกว่าที่บ้านเป็นห่วงเลยแวะมาดู เอาซาลาเปามาด้วยแต่มันหล่นหมดแล้ว ถามว่าป้าสบายดีนะ มนุษย์ซาลาเปาเป็นไงบ้าง มู่ลี่บอกว่าถามถึงเขาตลอด ถามว่าจะไปหาไหม

“เอ่อ...ค่ำแล้ว เดี๋ยวไว้มาใหม่ ไปล่ะ ไปนะครับลุง สวัสดีครับ” อัศวินปั่นจักรยานออกไปหน้าจ๋อยลงทันที

ที่ร้านซาลาเปา ทุกคนรอฟังข่าวอยู่อย่างใจจดจ่อแต่พออัศวินกลับมาก็ทำเป็นไม่สนใจ แต่พี่แสดเห็นเขาเศร้ามากเลยถามว่า “ไอ้ตี๋ แกเป็นไรวะ...เหมือนโดนหักอกมา”

“ไม่รู้เหมือนกัน” อัศวินตอบเสียงสะท้าน ดวงใจทนไม่ได้ ลากไปนั่งคุยให้รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น

อัศวินบอกม้าว่าชิษณุบอกรักมูลี่ ถามว่าทุกคนจะว่าอะไรไหมถ้าตนชอบป้า พี่แสดบอกว่าถ้าตนเป็นมู่ลี่จะเลือกชิษณุ เพราะเขามีเป็นร้อยล้าน หน้าตาดี สุขุม เป็นผู้ใหญ่ พึ่งพาได้ เจ๊สมก็บอกให้ตัดใจเสียเถอะ

แต่ดวงใจบอกว่า ถ้าแน่ใจว่าชอบก็อย่าไปกลัว

“ประเด็นคือ ป้าชอบใครมากกว่า” อัศวินกังวล ไม่แน่ใจว่ามู่ลี่รู้สึกยังไงกับชิษณุ

วันต่อมาอัศวินถามเจมส์ว่าถ้าเขาเป็นผู้หญิงจะเลือกใคร เจมส์บรรยายว่าชิษณุดีทุกอย่างแต่เขาไม่มีอะไรเลย แถมอายุน้อยกว่า อัศวินถามว่าสรุปแล้วป้าจะเลือกใคร

“ถามพี่มู่ลี่เองเถอะวะ กล้าๆหน่อยเว้ย”

“กลัวคำตอบนี่หว่า” อัศวินเสียงอ่อย

พี่ยักษ์คุยกับชิษณุเรื่องไม่กล้าขอต้องตาแต่งงานกลัวเธอไม่อยากแต่งกับตน ชิษณุถามว่าถ้าไม่บอกแล้วสองคนจะเดินต่อไปได้ยังไง หรือจะย่ำอยู่กับที่อย่างนี้ไปเรื่อย พี่ยักษ์บอกว่าอยากเดินหน้าต่อ

“ลุยไปเลย!” ชิษณุบอกพี่ยักษ์ ขณะเดียวกันตัวเองก็มีความหวังกับมู่ลี่

ต้องตาเองก็บอกมู่ลี่ว่ากลัวแต่งงานไปแล้วพี่ยักษ์จะไม่เหมือนเดิม มู่ลี่บอกว่าปล่อยทุกอย่างให้มันเป็นไปไม่ต้องคาดหวังจะได้ไม่ผิดหวัง ถามว่าพี่ยักษ์คือคนที่เธอรักและเธอก็รักเขา ชีวิตขาดเขาไม่ได้ แล้วจะกลัวอะไรอีก

ooooooo

วันนี้พงศ์พิสุทธิ์พาปลื้มไปหาย่า ทั้งปลื้มและบริสุทธิ์ต่างโผกอดกันดัวยความดีใจ ปลื้มมีผ้าคลุมไหล่มาฝากย่า บอกให้ย่าคลุมไหล่ให้อุ่นจะได้ไม่เป็นหวัด

บริสุทธิ์ชมว่าสวยเข้าใจเลือก ปลื้มบอกว่าแม่เป็นคนเลือกและตนช่วยด้วย ปลื้มเล่าว่า

“แม่บอกว่าย่าอายุมากแล้ว ปลื้มต้องคอยดูแลย่า ย่าใจดีและรักปลื้มมากครับ แม่คุยถึงทั้งพ่อทั้งย่า ปลื้มรักพ่อกับย่าครับ”

บริสุทธิ์ฟังแล้วรู้สึกดี บอกว่า “ย่ารักปลื้ม กอดที นี่ย่าก็มีของให้ปลื้มเหมือนกัน ย่าให้เป็นรางวัลเพราะปลื้มเป็นเด็กดีนะครับ”

ปลื้มดีใจได้ของเล่น พงศ์พิสุทธิ์ติงแม่ว่าอย่าสปอยหลานมาก

“เออ...รู้แล้วน่า ถ้าไม่ให้หลานฉัน แล้วจะให้หลานใคร” บริสุทธิ์ทำเสียงขุ่นเมื่อถูกขัดคอ

ooooooo

อัศวินนับวันก็ไม่กล้าเผชิญหน้ามู่ลี่ เจมส์ถามว่าทำไม เขาบอกว่ารู้สึกเหมือนแพ้ เจมส์ยุให้บอกมู่ลี่ไปเลยว่าชอบ อัศวินก็ยังไม่กล้า อ้างว่าไม่รู้จะบอกยังไง ตัดบทว่าทำงานกันเถอะ

วันนี้มีถ่ายทำรายการเมนูไข่ตุ๋นแครอท มู่ลี่นั่งดูมอนิเตอร์หันไปมองอัศวิน เขาหลบหน้าทันที เมื่อถ่ายทำเสร็จอัศวินออกไปข้างนอกอย่างอึดอัด มู่ลี่เดินตามไปถามว่าเป็นอะไรไม่คิดจะทักกันบ้างหรือ ไม่สบายหรือเปล่า อัศวินใจเต้นแรงหลบสายตาบอกว่าไม่เป็นอะไร แค่เหนื่อย แล้วเดินหนี

มู่ลี่ตามไปดัก “มองตาแล้วตอบ ไม่งั้นไม่เชื่อ” อัศวินพยายามบ่ายเบี่ยง “ไอ้ตี๋ แน่จริงก็บอกมา เคลียร์ๆ แมนๆ”

“เออ...บอกก็ได้ ผมชอบป้า ชอบแบบผู้หญิงผู้ชายชอบกัน พอใจยัง”

มู่ลี่ตกใจ อึ้ง อัศวินบอกว่าตนไม่รู้ว่าป้ารู้สึกยังไงกับตนแต่ก็รู้ไว้ด้วยว่า “บนโลกนี้นอกจากลุงแล้ว ก็มีผมนี่แหละที่ชอบป้า แต่ถ้าจะปฏิเสธก็บอกได้ ผมจะได้ทำใจ แต่ตอนนี้ไปก่อนล่ะ ยังไม่พร้อมฟัง”

อัศวินเดินอ้าวไปเลย ชิษณุได้ยินอัศวินบอกชอบมู่ลี่ เขามองนิ่งรับรู้อย่างสงบว่ามีอัศวินเป็นคู่แข่งและมู่ลี่ก็รับรู้แล้วด้วย

ฝ่ายอัศวินกลับมาบอกเจมส์ ถูกเจมส์ด่าว่าป๊อดไม่กล้าอยู่รอคำตอบจากมู่ลี่ เจมส์โวยจนทุกคนรู้ สายฝนถามว่าพี่วินจะเอายังไงต่อ ลูกพีชก็สงสัยว่างานนี้พี่มู่ลี่จะเลือกใคร

“ก่อนจะเลือกใคร ทำงานค่ะทุกคน” ดอลลี่ตัดบท ทุกคนสลายตัวทันที แล้วดอลลี่ก็ถามมู่ลี่บ้างว่าตกลงจะเลือกใคร มู่ลี่บอกว่ายังไม่ได้คิด

ดอลลี่เสนอให้เลือกชิษณุแต่งงานเอาสมบัติไว้ก่อน พอชิษณุตายค่อยมาหาอัศวิน ถูกต้องตาด่าว่า

“โคตรเลว เลือกตี๋เหอะ ชีวิตแกจะได้ไม่เครียด ที่บ้านเขาก็ดูต้อนรับแกดี บ้านคุณณุดูไฮโซ เผลอๆอาจจะมีปัญหาแบบพ่อแม่หวงลูก ไหนจะทายาท มรดก ทรัพย์สมบัติ แม่ผัวลูกสะใภ้”

ดอลลี่กับต้องตาเถียงกันตามความเห็นของตัวเองจนมู่ลี่บอกให้พอ ใจเย็นๆ ดอลลี่กับต้องตาเห็นบุปผามาแอบฟังอยู่เลยถามว่าแม่เชียร์ใคร

“เอิ่ม...ฉันอยู่ข้างไอ้มู่ลี่ ลูกเลือกใครก็เลือกคนนั้น ฉันเข็ดแล้ว ตอนนั้นเชียร์ไอ้พงศ์แล้วเป็นไงล่ะ งานนี้ไม่เกี่ยว กลัวถูกถอนหงอก”

พอดีพงศ์พิสุทธิ์พาน้องปลื้มกลับมาได้ยินชื่อตนถามว่า “ใครเรียกผม” ส่วนน้องปลื้มวิ่งเข้าไปกอดมู่ลี่บอกแม่ว่ากลับมาแล้ว พงศ์พิสุทธิ์มองทุกคนอย่างขอคำตอบว่าใครเรียกตน ทุกคนปิดปากเงียบกริบ!

พงศ์พิสุทธิ์เล่าว่าแม่ฝากขอบคุณเรื่องของขวัญและเรื่องที่ไม่ว่าแม่ให้ปลื้มฟัง มู่ลี่บอกว่าเราพูดแต่สิ่งดีๆให้กันดีกว่า ถึงครอบครัวจะไม่สมบูรณ์ แต่ฉันอยากให้ปลื้มเต็มไปด้วยความรัก

“ขอบคุณค่ะ ต่อไปเราจะเป็นเพื่อนกันเพื่อลูกและเพื่อตัวเราเองด้วย”

มู่ลี่กับพงศ์พิสุทธิ์ยิ้มให้กันอย่างไม่มีอะไรติดค้างคาใจ

ฝ่ายชิษณุเมื่อรู้ว่าอัศวินชอบมู่ลี่จึงนัดมาเปิดใจคุยกัน ต่างก็รับว่าชอบมู่ลี่แต่ไม่รู้ว่ามู่ลี่จะชอบใคร เราจึงเป็นคู่แข่งกัน ฉะนั้นให้กล้าๆหน่อยตนชอบแข่งขันกับคู่ต่อสู้ที่สูสีจึงจะสนุก ถามว่ากล้าไหม

“กล้า” อัศวินฮึดขึ้นมา แต่มีข้อแม้ว่าถ้าลุงผิดหวังอย่าไล่ตนออก ชิษณุตอบทันทีเช่นกันว่า ถ้าเขาแพ้ก็อย่าหนีลาออกไปก็แล้วกัน

คืนนี้มู่ลี่คิดหนักถามปลื้มว่าระหว่างลุงกับตี๋จะเลือกใคร ปลื้มถามว่าทำไมต้องเลือก ลุงก็ใจดีพี่วินก็เพื่อนตน บุปผาเห็นมู่ลี่เครียดก็เข้ามาให้ข้อคิดว่า

“ฉันว่าแกไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองมากกว่าอย่าเอาความรู้สึกไปผูกติดกับคนอื่น ถามใจตัวเองดูว่าคิดอะไรอยู่ บางทีแกอาจต้องการเวลาอยู่กับตัวเอง อาจได้คำตอบที่ดีกว่านี้...ชีวิตแกวุ่นวาย จิตแกฟุ้งซ่านไม่โฟกัสสักเรื่อง ให้เวลากับตัวเองหน่อย...หยุดพัก ทำใจให้สบายๆค่อยคิด”

“ขอบคุณนะแม่” มู่ลี่ฟังแม่แล้วสบายใจขึ้น ตัดสินใจว่าจะต้องหาทางออกปัญหานี้ให้ได้

เช้าวันรุ่งขึ้น มู่ลี่นัดคุยกับอัศวิน จากนั้นโทรศัพท์นัดพบชิษณุบอกว่าจะให้คำตอบเรื่องที่เขาบอกรักตน

เมื่อคุยกันอย่างเปิดใจตรงไปตรงมาแล้ว มู่ลี่ขอบคุณชิษณุที่ให้ความรู้สึกดีๆกับตน แต่ตนยังไม่พร้อมที่จะมีใคร อนาคตไม่รู้แต่ตอนนี้เลือกที่จะทุ่มเทความรักทั้งหมดให้กับลูก แม้ชิษณุจะผิดหวังแต่เขารับได้ ถามว่า “เรายังเป็นเพื่อน ยังคุยกันได้ใช่ไหมครับ”

“แน่นอนค่ะ ฉันโชคดีที่มีคุณเป็นเพื่อน”

ก่อนหน้านี้ มู่ลี่คุยกับอัศวิน ขอบคุณความรู้สึกดีๆที่มีให้ตน แต่สิ่งที่ตนให้ได้คือความเป็นเพื่อน ตน

ยังไม่พร้อมที่จะมีรักครั้งใหม่ และขอทุ่มความรักทั้งหมดให้ปลื้ม ถามว่าเขาเข้าใจนะ

“เข้าใจสิป้า...งั้นเรายังคุยกันเหมือนเดิมได้ไหม”

มู่ลี่ยิ้มรับแต่มีอะไรขอให้พูดกันตรงๆ ห้ามโกหก ห้ามกั๊ก ตนไม่ชอบผู้ชายโกหก อัศวินรับปากบอกว่าเพื่อป้าคนเดียวนะเนี่ย แล้วต่างไปทำหน้าที่ของตัวเอง มู่ลี่ไปส่งปลื้มที่โรงเรียน ส่วนอัศวินไปส่งซาลาเปา

แม้อัศวินจะผิดหวัง แต่ก็รู้สึกดีที่มู่ลี่ยังพูดคุยกันเหมือนเดิม

ooooooo

เมื่อดอลลี่รู้ว่ามู่ลี่ปฏิเสธทั้งชิษณุและอัศวิน และพี่ยักษ์ขอแต่งงาน แต่ต้องตาก็ขอหมั้นไว้ก่อนเพราะยังไม่พร้อมจะแต่ง ดอลลี่เตือนให้ระวังจะเป็นโรค Philophobia คือโรคกลัวการตกหลุมรัก

ต้องตาบอกว่าตนไม่กลัวเพราะตนรักพี่ยักษ์ มู่ลี่ก็ไม่กลัวเพราะตนแค่มีลูกคนเดียวให้รักก็พอแล้ว มู่ลี่เล่าให้ทั้งสองฟังว่า ตอนนี้นอกจากออเดอร์ปิ่นโตแล้วยังมีถามปัญหาเกี่ยวกับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวด้วย

ต้องตาเสนอให้เปิดเพจพูดคุยปรึกษาปัญหาชีวิตคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเลย ถ้ามีอะไรหนักเกินก็ให้โทร.ปรึกษา ส่งให้พี่จิตแพทย์ที่เราไปหากัน

รุ่งขึ้นเมื่อไปทำงาน ทุกคนทำงานตามปกติ พูดคุยกันเหมือนไม่มีอะไรไม่สบายใจต่อกันเลย บรรยากาศคึกคัก ร่าเริง เอาการเอางานเหมือนเดิม

มู่ลี่มีความสุขที่ได้ทุ่มเทความรักทั้งหมดให้ปลื้ม บอกว่าวันนี้ส่งปลื้มไปโรงเรียนแล้วแม่มีถ่ายรายการใหม่ ปลื้มกอดและให้กำลังใจแม่ให้สู้ๆ บุปผาเองก็มีความสุขที่ได้อยู่กับลูกและหลานสบายใจอย่างไม่เคยมีมาก่อน

รัชนกถูกออกจากงานแล้วไปสมัครงานที่ใหม่ วันนี้ฝ่ายบุคคลบริษัทนั้นโทร.มาถามดอลลี่ว่ารัชนกทำงานเป็นอย่างไรบ้าง ดอลลี่ตอบตามความจริงอย่างไม่มีอคติว่า

“เป็นคนทำงานเก่ง มีความสามารถนะคะ ส่วนการร่วมงานกับคนอื่นก็แล้วแต่ว่าคนคนนั้นมีผลประโยชน์กับคุณรัชนกมากแค่ไหน ถ้าสนใจจะรับเข้าทำงาน อาจจะต้องระวังเรื่องมาสาย กับการทำงานเป็นทีม เล่นพรรคเล่นพวกหน่อยนะคะ ฉันบอกได้แค่นี้ คุณลองพิจารณาเอาเองค่ะ”

รัชนกได้รับโทรศัพท์ที่ไปสมัครงานว่าไม่ผ่าน...

เธอเชิดใส่ว่า ไม่ง้อก็ได้ แต่พอนึกถึงความจริงก็สบถอย่างหัวเสีย “โอ๊ย...สมัครกี่ที่ก็ไม่รับ แล้วจะเอาอะไรกิน”

เฮียตู่มาช่วยงานที่ร้านซาลาเปาเป็นประจำ แม้เจ๊สมจะมีท่าทีเขินๆแต่ก็ปากร้ายตามประสา บ่นเฮียตู่จนอัศวินเตือนว่า อย่าไปดุเฮียมาก เดี๋ยวเฮียไม่ทนจะหาว่าไม่เตือน เจ๊สมโวยใส่ถามว่าเฮียจะทนไหม รักไหม เฮียตู่ทำสัญลักษณ์รักแบบเกาหลีและรักมากด้วยให้ เจ๊สมเขินจนเดินไปทุบเฮียตู่แก้เขิน ทุกคนพลอยมีความสุขที่เจ๊สมมีความรักสักที...

ooooooo

วันนี้มู่ลี่ไปรับปลื้มตามปกติ แต่ปลื้มยังไม่ออกมา จึงนั่งรอ คิดเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาในชีวิต ที่พี่แสด สรุปให้บทเรียนแก่แฟนรายการว่า

“คุณผู้ฟังคะ ความรักมีหลายรูปแบบ อาจจะมีจุดเริ่มต้นจากความใกล้ชิด ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันและความเห็นใจ ความรักที่เกิดจากความเป็นเพื่อน ที่ปรึกษา ใช้ความเข้าใจคุยกันจากเพื่อนก็กลายเป็นความรักที่ผูกพันลึกซึ้งมากกว่าคำว่าเพื่อน แต่ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่ต้องการ จากความรักก็จะกลายเป็นความเจ็บปวด ถ้าเป็นไปได้ ทุกคนอยากจะรักโดยที่ไม่ต้องเจ็บ จริงไหมคะ?”
พี่แสดได้เชิญมู่ลี่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ยังสาวยังสวยมาให้บทเรียนแก่แม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีมากขึ้นทุกทีว่า “เหนื่อยมากค่ะ เป็นแม่อย่างเดียวก็เหนื่อยแล้ว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวนี่เหนื่อยเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าเลย ร้องไห้ไม่รู้กี่ครั้งกว่าจะมาถึงวันนี้ แต่โชคดีที่มีคนรอบข้างเข้าใจคอยช่วยเหลือ”

“มีอะไรอยากจะฝากถึงผู้ฟังที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่กำลังฟังเราอยู่สักหน่อยไหมคะ”

“คืออยากจะฝากว่า...ถ้าคุณกำลังท้อ กำลังทุกข์ อยากให้ปรับความคิดใหม่ ว่าคุณโชคดีแค่ไหนที่คุณมีสิ่งที่มีค่าที่สุดอยู่กับคุณ จงทำหน้าที่ตรงนี้ และใช้ชีวิตใหม่ให้มีความสุขกับคนที่คุณรัก ถ้าชีวิตดี สุขภาพจิตดีลูกเราก็จะได้รับสิ่งดีๆไปด้วย อะไรที่มันผ่านไปแล้ว ขอให้ ‘ช่างมัน’ เราทำวันนี้ของเราให้มีความสุขดีกว่าค่ะ”

คืนนี้มู่ลี่พาปลื้มเข้านอน มองปลื้มที่หลับปุ๋ยน่ารัก เธอยิ้มอย่างสุขใจ บอกตัวเองว่า ชีวิตนี้ แค่มีปลื้มให้รักก็พอแล้ว

ooooooo

–อวสาน–


ละครคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ติดตามคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หัวใจฟรุ้งฟริ้ง ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย จิตตาภา แจ่มปฐม, วิลลี่ แมคอินทอช, จิรายุ ละอองมณี, คริน สุธรรมสมัย, 16 ส.ค. 2560 08:53 2017-08-18T02:49:39+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ