นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ขุนกระทิง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'ซี-ตูน ออย-กรีน' พาบู๊ระห่ำ 'ขุนกระทิง' ทางช่อง 7




    ขวัญตาลุกมาทำอาหารเช้ากลิ่นโชยไปเตะจมูกมหาชาติที่ยังไม่ตื่น

    กลิ่นหอมของอาหารทำให้ชายหนุ่มงัวเงียลุกขึ้นในอีกไม่กี่นาทีถัดมา เขาเดินตามกลิ่นไปในห้องครัวเห็นด้านหลังขวัญตาใส่ชุดนอนของดุจดาว อารามดีใจเขาตรงดิ่งมาสวมกอดเธอและพูดเหมือนละเมอว่า

    “ทำอะไรกินน่ะ หอมเชียว...ดาว”

    ขวัญตากำลังจะเคลิ้ม แต่พอได้ยินชื่อ “ดาว” ก็ชะงัก หน้าสลดลงทันใด ในขณะที่มหาชาติเหมือนนึกได้ ค่อยๆปล่อยมือที่สวมกอดถอยออกมาพร้อมเอ่ยคำขอโทษเสียงแผ่วเบา หญิงสาวอึกๆอักๆเก้อเขิน ตอบกลับเบาๆเช่นกันว่า

    “ไม่เป็นไร คิดซะว่าเป็นค่าเสื้อผ้า”

    มหาชาติเขินแต่กลบเกลื่อนอาหาร เร่งเธอให้รีบกิน เสร็จแล้วจะได้ออกจากบ้านพร้อมกัน พอเขาหันหลังผละไป ขวัญตามองตามด้วยความน้อยใจ ก่อนทิ้งตัวลงนั่งกินอาหารอย่างเซ็งๆ

    เสร็จเรียบร้อย สองคนเตรียมออกจากบ้านด้วยรถของตนเอง แยกย้ายกันไปคนละเส้นทาง มหาชาติไปประสบเหตุพวกมูลนิธิกำลังกู้ศพผู้จัดการบริษัทประกันภัย สภาพศพใบหน้าแผลเหวอะหวะด้วยน้ำกรด เขาจอดรถลงไปทักหมวดตุ๊ก แต่ถูกหมวดแซวกลับยิ้มๆว่า

    “จมูกไวนะครับผู้กอง คงไม่ได้แอบฟังวิทยุตำรวจนะ”

    มหาชาติไม่ตอบ แต่ยื่นซองเอกสารที่ได้จากหมวดเฮี้ยวคืนไป “ผมเก็บเอกสารได้ อาจจะเป็นคดีที่หมวดดูแลอยู่”

    “หมวดเฮี้ยวเฝ้าเพื่อนคุณอยู่ เลยไม่ได้มานี่”

    “คดีเกี่ยวข้องกันเหรอ”

    “เป็นผู้จัดการบริษัทประกันภัยที่ดูแลสินไหมเรื่องปล้นเพชรนี่แหละ”

    หมวดตุ๊กชูซองเอกสารที่เพิ่งรับคืนมา มหาชาติคิดทบทวนแล้วสรุปว่า

    “มันวนๆอยู่ใต้จมูกนี่เอง”

    “อ้อ...ผลชันสูตรลวดเส้นที่รัดคอผู้กองจนเกือบขาดที่โรงพยาบาลนั่นน่ะเป็นสายเปียโน”

    ข้อมูลนี้ทำให้มหาชาติรู้ทันทีว่าเขาควรจะพุ่ง ประเด็นไปที่ใคร?

    ooooooo

    เวลาเดียวกันนั้น เกลียวกับสมุนอยู่พร้อมหน้าในร้านเปียโน และดูเหมือนว่าทุกคนจะรู้ว่าด้านนอกมีคนอยากบุกเข้ามา จึงพร้อมมากเพื่อรับมือ

    สวินส่องกล้องทางไกลเพื่อประเมินสถานการณ์ เขาไม่กล้าบุ่มบ่ามที่จะชิงตัวไอ้โหยคืนให้ได้ รอจนกระทั่งเห็นพวกเกลียวลากโหยขึ้นรถตู้ขับออกไป สวินออกรถตามทันที มหาชาติสวนมาพอดีจำรถสวินได้จึงวกกลับรีบตามอย่างกระชั้นชิด

    พวกเกลียวพาโหยไปยังโกดังห่างไกลผู้คน โหยถูกจับมัดนั่งคุกเข่ากับพื้น สมุนของเกลียวตั้งกล้องเตรียมถ่ายวีดิโอ เหงียนถือมีดวาววับน่ากลัว ส่วนเกลียวและคุงยืนหลังกล้องคอยกำกับ

    “มีอะไรจะฝากบอกลูกพี่บ้างมั้ย”

    เสียงเหงียนตั้งคำถาม สวินแอบซุ่มดูอยู่ทางหนึ่งหวั่นใจระคนกลัว ถามตัวเองว่าจะเอายังไงดี

    “ไหนบอกจะให้เวลาพี่เขาตัดสินใจสามวันไง”

    “พี่เอ็งคิดจะชิงลงมือก่อน ทำไงได้” เกลียวตะโกนตอบโต้โหยมาจากหลังกล้อง

    สวินชะงักกึก พึมพำด้วยความสงสัยว่ามันรู้ได้ยังไง

    “เอ้าเร็ว...” เหงียนพูดพร้อมกระชับมีดในมือ ทำให้โหยหวาดกลัวพูดละล่ำละลักว่าทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย

    “ก็บอกไปแล้วว่าให้ลูกพี่เอ็งเก็บข้าวของย้ายออกไปจากพื้นที่ แทนที่จะขยับขยาย หน็อย...คิดจะเปิดศึก”

    “รู้ได้ไง พี่เขาอาจกำลังตัดสินใจอยู่ก็ได้”

    “มันไม่ได้รักเอ็งมากขนาดนั้นหรอก” พูดแล้วเกลียวพยักหน้าให้เหงียนจัดการ

    “ถ้าไม่มีอะไรสั่งเสีย วีดิโอนี่จะถึงมือลูกพี่เอ็งในวันสองวันนี้แหละ”

    ขาดคำเหงียนเงื้อมีดขึ้นสุดแขน แต่จู่ๆมีกระสุนปืนพุ่งใส่มีดกระเด็นไป โหยวิ่งหลบแต่โดนลูกน้องเกลียวกดไว้ ขณะที่เกลียวกับคุงหลบวูบและมองหาไปรอบทิศ

    “พี่วิน นั่นพี่ใช่มั้ย” เกลียวตะโกน แต่ไม่มีเสียงตอบ “ยิงขู่แบบนี้ถือว่าปอดนะ”

    “กูยิงพลาดโว้ย” สวินสวนทันควันแล้วรัวกระหน่ำด้วยอาวุธหนัก เปิดศึกยิงทันที

    พวกลูกน้องโดนก่อน เกลียวกับเหงียนหาที่กำบังเพื่อตอบโต้ ส่วนคุงอ้อมไปอีกด้านจะยิงสวิน แต่โดนมหาชาติยิงปืนในมือกระเด็นไปเสียก่อน

    “มอบตัวซะ นี่ตำรวจ”

    เกลียวกับเหงียนได้ยินว่าตำรวจ แทนที่จะหยุด กลับยิงสู้ สวินยิงฝ่ากระสุนเข้าไปหาโหยแต่ถูกคุงซัดด้วยมือเปล่า ส่วนมหาชาติไล่ยิงเกลียวกับเหงียนที่พยายามออกไปด้านนอกจนกระสุนหมด จึงหันกลับมาจัดการ

    คุงที่กำลังซัดสวินเลือดอาบโดยที่โหยช่วยเหลือไม่ได้เพราะมือถูกมัดไว้

    มหาชาติกับคุงต่อสู้ด้วยมือเปล่า คุงเป็นรองแต่หลบหนีไปในที่สุด สวินจะลากโหยหนีแต่ไม่รอดมือมหาชาติ

    “อย่าดิ้น แกถูกจับแล้ว”

    สวินถูกมหาชาติจับกดไว้กับพื้น ขณะที่โหยก็ยอมจำนนเพราะสภาพตัวเองไม่อำนวยให้หลบหนี

    ooooooo

    ในขณะที่มหาชาติยังใช้สิทธิ์ความเป็นตำรวจจับกุมสวินกับลูกน้องทั้งที่เขาถูกพักราชการ มหาชัยกำลังพูดคุยกับถาวรในร้านอาหารแห่งหนึ่งด้วยเรื่องอาการวิญญูที่ทรุดลงอยู่ในขั้นโคม่า นั่นหมายความว่า มหาชาติต้องโดนปลดพ้นจากการเป็นตำรวจ ซึ่งมีคำสั่งออกมาแล้ว

    มหาชัยหนักใจแทนน้องชาย ถาวรเข้าใจและเตรียมหาคนมาเสริมหากมหาชาติไม่สามารถช่วยงานมหาชัยได้ เขาคือโสภณเป็นคนสนิทของถาวร วันนี้พามาแนะนำตัวและทำความรู้จักกับมหาชัยด้วย

    มหาชาติยังไม่รู้เรื่องคำสั่งปลด เขาควบคุมตัวสวินกับโหยขึ้นรถมุ่งหน้าไปวัดที่เก็บอัฐิของดุจดาว เพราะคิดว่าสองคนนี้ต้องมีส่วนรู้เห็นการตายของเธอ เมื่อถึงปลายทางก็ขังโหยไว้บนรถแต่ลากสวินลงมาสอบสวนว่าเคยไปมาเลเซียหรือไม่ แล้วชี้ที่รูปดุจดาวถามว่ารู้จักเธอหรือเปล่า

    สวินปฏิเสธทุกคำถาม มหาชาติไม่เชื่อ นำรูปสวินที่ถ่ายกับเกลียวและเสี่ยซ้งออกมาให้ดูก่อนคาดคั้นว่าคนไหนในรูปเป็นคนยิง

    “ยิงใคร ไม่รู้” ตอบแล้วสวินจะวิ่งหนีเลยโดนมหาชาติเตะขาล้มลงแต่ยังไม่หมดพิษสง เขากัดแขนมหาชาติที่เข้ามากระชากจนเป็นรอยเลือดซึมออกมา

    มหาชาติทั้งเจ็บและโกรธ สะบัดหลังมือตบสวิน

    พร้อมกับเร่งให้บอกมาว่าก่อนดุจดาวตายพวกเขาทำอะไรเธอบ้าง

    “ไม่รู้จริงๆ ปล่อยผมไปเหอะ”

    “คนที่ยิงดุจดาว ผู้หญิงที่อยู่ในเจดีย์นั่น...เอาโทรศัพท์ไปทิ้งไว้ที่ร้านเปียโน...แกเกี่ยวข้องกับมันยังไง”

    “เกี่ยวอะไร ก็เห็นอยู่มันจะยิงนี่ทิ้งอยู่ ไอ้เสี่ยซ้ง

    รึเปล่าเหอะ มาลงผิดคนแล้ว”

    “งั้นแกต้องช่วยฉันให้เข้าถึงตัวเสี่ยซ้ง”

    “ไม่เอา พาไปโรงพักเหอะ ขอยื่นประกันตัวดีกว่า”

    “แกต้องเป็นสายให้ฉัน”

    “คุณตำรวจ คุณอายุเท่าไหร่ ตอนผมเริ่มซ่าน่ะ คุณยังไม่ตายจากชาติที่แล้วเลยมั้ง คิดว่าผมกลัวเหรอ”

    สวินปฏิเสธเสียงแข็ง มหาชาติจ้องหน้าเขาเขม็งแล้วหันขวับไปสัญญากับรูปดุจดาวว่าตนต้องหาตัวฆาตกรมาให้ได้

    ooooooo

    สวินกับโหยถูกปล่อยตัว สองคนกลับถึงที่พักในตอนค่ำ สวินยังคิดหนักเรื่องมหาชาติต้องการให้เขาเป็นสายตำรวจเพื่อเข้าถึงตัวเสี่ยซ้ง หลังจากบวกลบคูณหารดูแล้วมีแต่เสี่ยงกับเสี่ยง สวินยืนกรานว่ายังไงก็ไม่ยอม

    ขวัญตาลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่บ้านมหาชาติจึงย้อนกลับมาอีกครั้งในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้โสภณคนสนิทของถาวรแอบเข้ามาแต่ไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย

    มหาชาติกลับมาเจอขวัญตาและเห็นว่ามืดค่ำจึงให้เธอนอนค้างที่นี่อีกคืน โดยเอาเสื้อผ้าของดุจดาวให้เธอเปลี่ยนเหมือนเดิม แล้วซักชุดที่เธอใส่มาสองวัน ตากไว้ พอรุ่งเช้าก็เอามารีดให้ใส่ ขวัญตาทั้งเขินทั้งซึ้ง ความรู้สึกดีๆที่มีอยู่ยิ่งพอกพูนแทบปิดไม่มิด

    คืนเดียวกัน มหาชัยไปที่โรงพยาบาลหลังทราบว่าวิญญูอาการทรุดลงอีก เขาไม่สามารถหายใจได้ด้วยตัวเอง ต้องใช้เครื่องช่วยปั๊มหัวใจ ในทางการแพทย์ถือว่าเขาตายแล้ว แค่รอเวลาดึงปลั๊กออก

    มหาชัยเศร้าใจ แต่อาการนอนนิ่งไม่ไหวติงของวิญญูเหมือนคนหลับมากกว่าคนป่วย ทำให้มหาชัยไม่กล้าฟันธงอย่างที่รับฟังข้อมูลมาจากหมอ

    มหาชาติไปส่งขวัญตาที่เกสต์เฮ้าส์ เธอยังไม่กล้ากลับไปนอนที่บ้าน บอกเขาว่าอีกสองสามวันถึงจะกลับ มหาชาติอดห่วงเธอไม่ได้ แต่พอเธอลงจากรถไปครู่เดียว หมวดตุ๊กก็ปรากฏตัว มหาชาติสบายใจขึ้นเมื่อรู้ว่าหมวดคอยดูแลความปลอดภัยให้ขวัญตา

    ในวันเดียวกันนี้ เกลียววางแผนปล้นอาบอบนวดของเสี่ยซ้ง โดยให้กำหนดให้คุงจัดการเรื่องทางหนีทีไล่ ส่วนเหงียนให้คอยทะลวงพร้อมกับตน คุงไม่พอใจตำแหน่งของตนจึงทักท้วง แล้วเลยมีเรื่องทะเลาะกับเหงียนจนเกือบจะวางมวย ถ้าเกลียวไม่ชักปืนออกมาปรามเสียก่อน

    ส่วนกองถ่ายหนังของเสี่ยซ้งที่เดินเรื่องไปครึ่งเรื่องแล้ว เจ้าของหนังกับผู้กำกับการแสดงกำลังหารือฉากปล้นอาบอบนวด เสี่ยซ้งต้องการเพิ่มดาราดังๆเข้ามาอีกเพื่อดึงดูดความสนใจคนดูและหนังจะได้ทำเงิน

    ผู้กำกับจึงรับปากจะหาดารารับเชิญมาให้ ทั้งที่ยังมืดแปดด้านว่าดาราดังที่ไหนจะมาเล่น

    ได้เวลาพักกอง เสี่ยซ้งเดินออกมาที่ลานจอดรถกับภักดีลูกน้องคนสนิท เลกงวินซุ่มจับตาดูเสี่ยซ้งด้วยความไม่พอใจที่ชอบเตะอั๋งเอมมี่ พอสบโอกาสก็โฉบมอเตอร์ไซค์เข้าใส่หมายทำร้ายแต่โดนภักดีตีนไวถีบตกรถแล้วคว้าโทรศัพท์ที่หล่นลงพื้นขึ้นมาดู จึงรู้ว่ามีการแอบถ่าย

    เสี่ยซ้งพาเอมมี่ขึ้นรถออกไป ทิ้งให้ภักดีจัดการสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ยังไม่เห็นหน้า สองคนชกต่อยกันอย่างไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายเลกงวินเป็นฝ่ายล่าถอยไป หลังจากทำให้ภักดีเจ็บตัวไม่น้อย

    ooooooo

    วันนี้หวยออก เจ๊สองรับหวยใต้ดินจากสายมือเป็นระวิง โดยมีสวินช่วยด้วย บ่นด้วย แต่แล้วเสียงบ่น เงียบลง ทันทีที่เห็นมหาชาติเข้ามาส่งโพยหวย สวินตาเหลือกกลัวเมียจะรู้เรื่องลับๆของตน รีบเชิญลูกค้าคนนี้ออกไปคุยห่างๆ

    สวินยืนยันกับมหาชาติว่าตนไม่เกี่ยวกับการตายของคนรักใคร แต่มหาชาติเชื่อว่าเกี่ยวแน่ๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

    “ยังไงผมเป็นสายให้ตำรวจไม่ได้ ผมอยู่มาได้จน

    อายุปูนนี้เพราะไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน”

    “กี่ครั้งแล้วที่ตัวเองโดนขาย”

    “อย่าบังคับให้ผมกินเนื้อเสือเลย”

    “การที่แกไม่กินเสือ ไม่ได้หมายความว่าเสือจะไม่กินแกนะ”

    สวินนิ่งไป มหาชาติตัดบทว่าไม่เป็นไร ให้เขาคอยดูเมียตัวเองเดินเข้าคุกก็แล้วกัน สวินโกรธจัดจะเอาเรื่อง แต่เพราะตัวเล็กเตี้ยจึงโดนมหาชาติขยุ้มคอจนขาลอยเหนือพื้น

    “รับของโจร เจ้ามือหวยเถื่อน ติดคุกหัวโตแน่ พวกรวยแบบนี้โดนยึดทรัพย์หมดตัวมาแล้ว อยากให้เมียอดตายก็เอา”

    “ตำรวจเขาทำกันอย่างงี้เหรอ”

    “ในกรณีที่แกไม่รู้...ฉันกำลังจะไม่ใช่ตำรวจแล้ว ซึ่งน่ากลัวกว่านะ จะว่าไปแล้ว”

    สวินท่าทีอ่อนลงเพราะอ่อนใจกับความดุดันของอีกฝ่าย ให้ข้อมูลสำคัญของเสี่ยซ้งว่า

    “ไอ้นี่มันจะยอมให้คนเข้าถึงตัวได้ก็มีอยู่แค่สองอย่าง ถ้าไม่เป็นคนดัง ก็ต้องเป็นผู้หญิงสวยๆเท่านั้น”

    “นั่นมันหน้าที่ของแกที่ต้องพาฉันเข้าไปอยู่วงในกับไอ้เสี่ยซ้งให้ได้”

    “จะไปเอาอะไรกะมัน ไอ้เสี่ยนั่นน่ะ”

    “พวกแกสามคนต้องมีใครพาฉันไปหาคนที่มันเป็นฆาตกรได้แน่ๆ”

    “ถามคำสิ ถ้าเกิดเจอตัวคนที่มันทำกับคนรักน่ะ จะทำอะไรมันได้ สถานภาพตำรวจมันค้ำคออยู่นะ”

    “เอาไว้ให้ถึงเวลานั้นก่อนเถอะ แล้วจะทำให้ดู... ว่าไง จะยอมเป็นสายให้มั้ย”

    “สภาพฉันนี่เหมือนผู้หญิงสวยๆที่ไอ้เสี่ยมันอยากจะให้เข้าใกล้ไหมล่ะ”

    “เป็นผู้หญิงสวยไม่ได้ ก็อย่างที่บอก...”

    “เป็นคนดัง?” พูดไปแล้วสวินกุมกบาล จะตัดสินใจยังไงดี เพื่อตัวเองหรือเมียสุดที่รัก

    ooooooo

    กองถ่ายหนังของเสี่ยซ้งกำลังจะเดินกล้องอีกครั้งหลังจากหยุดพักไปช่วงหนึ่ง ทีมงานเตรียมเซตฉากต่อสู้อย่างเร่งรีบ

    มุมหนึ่ง ภักดีคุยกับเสี่ยซ้งเรื่องชายลึกลับที่บุกเดี่ยวเข้ามาตรงลานจอดรถเมื่อตอนกลางวัน

    “มันมีฝีมือมากพอตัวเลยทีเดียว ผมเองยังเกือบแย่”

    “คิดว่ามันเป็นก๊กใคร ไอ้วินหรือไอ้เกลียว”

    “ไม่รู้จริงๆครับ”

    “มันกล้ามาก”

    “ถ้าเป็นไปได้ช่วงนี้เสี่ยเพลาๆออกสื่อมั่งก็ดี อยู่ที่แจ้งผมว่า...”

    ภักดีพูดไม่ทันขาดคำ ผู้กำกับเดินจ้ำอ้าวยิ้มกริ่มมาบอกเสี่ยซ้งว่า

    “เสี่ยต้องไม่เชื่อแน่ๆว่าใครผ่านมาเยี่ยมกองถ่ายเรา”

    “ใครวะ” เสี่ยซ้งสงสัย มองตามมือผู้กำกับที่ชี้ไปแล้วแทบไม่เชื่อสายตา แม้แต่เอมมี่กับภักดีก็ยังตะลึงคาดไม่ถึง!

    สวินกับมหาชาตินั่นเอง ทั้งคู่ปลอมตัวจนจำหน้าเดิมไม่ได้ เดินอาดๆเข้ามาในคราบตลกชื่อดังกับผู้จัดการส่วนตัว สร้างความประหลาดใจแก่ทุกคน โดยเฉพาะเสี่ยซ้งที่ไม่คิดว่าจะได้รับเกียรติจากตลกชื่อดังมาเยี่ยมเยียนกองถ่ายของตน

    สองฝ่ายทักทายกันด้วยดี แต่พอเอมมี่ก้าวเข้ามาร่วมวง มหาชาติแทบเก็บความโกรธแค้นไม่อยู่ เพราะจำได้ว่าเธออยู่ในกลุ่มคนร้ายที่เล่นงานเขากับดุจดาวก่อนถูกส่งตัวไปมาเลเซีย

    สวินไม่รู้ต้นสายปลายเหตุแต่พอเห็นมหาชาติแสดงอารมณ์แค้นก็แอบเตือน ก่อนดึงตัวตามเสี่ยซ้งไปร่วมโต๊ะอาหารแล้วพูดคุยกันเรื่องฉากปล้นในหนัง ซึ่งเสี่ยต้องการตลกคนดังมาร่วมเล่นรับเชิญ ปรากฏว่าสวินจะปฏิเสธ แต่มหาชาติชิงตอบรับด้วยความยินดี

    หลังอาหารมื้อนั้น เสี่ยซ้งกับภักดีออกมาส่งแขกทั้งสองและเกือบเห็นสติกเกอร์กรมตำรวจหน้ารถมหาชาติ ถ้าสวินไม่ตาไวรีบเอามือปิดไว้อย่างเนียนๆ

    เมื่อรถเคลื่อนออกมาได้สักพัก มหาชาติจอดริมทาง พูดเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันว่าพวกมันเกี่ยวพันกันจริงๆ สวินสีหน้าหนักใจ บอกตรงๆว่าถ้าเขาใจร้อนแบบนี้ตนไม่เอาด้วยแล้ว

    “อย่าอ้าง!” มหาชาติตวาดอย่างฉุนเฉียว

    “ไม่ได้อ้าง...ไปอยู่กลางกลุ่มแบบนั้นมีแต่ตายกับตาย”

    “ไม่ว่าจะยังไง แกต้องรับเล่นหนังเรื่องนั้น ฉันจะเข้าไปหาหลักฐานในรังมัน”

    “ถ้าเกิดผมไม่ตกลง”

    “บอกลาเมียของแกได้เลย”

    สวินอึ้งไปอึดใจก่อนตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่านางเอกหนังชื่อเอมมี่เกี่ยวอะไรด้วย เขาถึงกัดฟันกรอดๆเหมือนจะเล่นงานเธอเสียให้ได้

    “หล่อนเป็นคนส่งฉันกับดุจดาวไปมาเลเซีย”

    สวินชะงัก เดาว่าดุจดาวไม่ได้กลับมา มหาชาติพยักหน้าแล้วไล่สวินลงจากรถอย่างดุดัน

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น มหาชาติถูกตามตัวมาพบถาวรกับมหาชัยภายในห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานตำรวจ โดยมีโสภณกับหมวดเฮี้ยวรวมอยู่ด้วย

    “คงไม่ใช่เรื่องดีใช่ไหมครับ”

    คำถามของมหาชาติทำให้มหาชัยสีหน้าไม่สู้ดี ถาวรเหลือบมองเขาแวบเดียวก่อนเอ่ยปากกับมหาชาติว่า

    “คุณเป็นตำรวจที่ดีมากนะ สิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้...มีไม่กี่ครั้งนะที่ผมจะรู้สึกลังเล ไม่อยากทำตามคำสั่งเท่าครั้งนี้”

    “ผมเข้าใจครับ”

    “นั่งก่อนสิ”

    “ขออนุญาตยืนครับผม”

    “เนื่องจากเหตุการณ์ปะทะเดือดที่กลางเมืองในครั้งนั้น ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตาย เกือบทั้งหมดเป็นคนร้าย แต่ก็มีคนนึงซึ่งไม่ใช่กลุ่มคนร้ายโดนยิงสาหัส แม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นคนลั่นกระสุนเองก็ตาม แต่จาก

    รูปคดีมันเหมือนคุณพาคนไปตาย คดีนี้เป็นที่สนใจของสาธารณชนจำนวนมากในเรื่องความรุนแรง อันมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นผมจึงมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายมา”

    มหาชาติทำใจ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่แล้วทันใดนั้นมหาชัยก็ได้รับแจ้งว่าวิญญูหายไป พร้อมๆกับถาวรกำลังจะชี้แจงโทษของมหาชาติที่ต้องรับผิดชอบหากวิญญูตาย

    แต่กลายเป็นวิญญูเดินเข้ามาในห้องประชุมด้วยสภาพร่างกายปกติ ไม่เหมือนคนป่วยที่เพิ่งฟื้นตัวแต่อย่างใด สร้างความประหลาดใจให้ทุกคน

    มหาชาติดีใจมากที่เพื่อนรักเหมือนตายแล้วฟื้น วิญญูพูดติดตลกว่าต้องขอโทษทุกคนด้วยที่ตนหนีไปพักร้อนมา แต่ความจริงเขารู้สึกอย่างนั้น

    เมื่อวิญญูกลับมาเป็นปกติ ทุกคนโล่งอก ถาวรยังคาใจ พูดกับพวกมหาชัยหลังจากมหาชาติกับวิญญูแยกตัวไปแล้วว่า

    “นั่นเขาฟื้นมาจากโคม่าจริงเหรอ ผมว่าเหมือนคนนอนมาเต็มอิ่มมากกว่า”

    “หมอโทร.มาบอกว่าเขาหายออกมาจากโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้”

    หมวดเฮี้ยวแสดงความดีใจ หวังว่าผู้กองมหาชาติคงไม่โดนปลดจากการเป็นตำรวจ ถาวรให้สิทธิ์มหาชัยเป็นคนตัดสินใจ แต่โสภณบอกว่าพักราชการยังคงอยู่ ต้องดูความประพฤติกันอีกที

    ooooooo

    แม้จะดีใจนักหนาที่เพื่อนรักฟื้นขึ้นมา แต่มหาชาติก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นไปได้ยังไง ตั้งคำถามอย่างงุนงงว่า

    “แกหายไปไหนมา”

    “ฉันเองยังไม่อยากเชื่อ ในที่ที่ฉันไปมาเลย”

    “หมายความว่ายังไง”

    “ระหว่างที่ฉันคลื่นสมองไม่ทำงานในภพนี้ หรือที่หมอบอกตาย ฉันเป็นอิสระมาก ฉันไปเห็นเรื่องที่ควรเห็นรึเปล่าก็ไม่รู้”

    “หลอนอีกแล้ว ไม่เป็นไรหรอก กลับมาก็ดีเเล้วเพื่อน”

    “แกไม่อยากรู้เหรอว่าฉันไปเห็นอะไรมาบ้าง”

    “แกเห็นสิ่งที่อยากจะเห็นน่ะสิ”

    “เฮ้ย ฉันไม่ได้คิดฝันไปเองนะเว้ย”

    “ช่างมันก่อนเหอะ แกฟื้นตัวเร็วมากนะ”

    “ก็บอกแล้วว่าหนีไปพักร้อนมา”

    มหาชาติยิ้มหน้าบาน ยุติความสงสัย แล้วพากัน ไปที่ออฟฟิศของวิญญู พอขวัญตาเห็นเจ้านายตัวเป็นๆมาก็กระโดดเข้ากอดด้วยความดีใจสุดขีด

    “เจ้านาย...เจ้านายจริงๆด้วย...เขาเอาเจ้านายไปไหน หนูไปโรงพยาบาล เขาก็ไม่ให้ข้อมูลอะไรเลย”

    “เป็นคนสำคัญของทางราชการก็แบบนี้แหละ”

    วิญญูเล่นมุกอยู่เรื่อย อีกสองคนเลยอมยิ้ม จังหวะนี้เอมมี่ก้าวเข้ามา ทันทีที่มหาชาติเห็นเธอก็ตาขุ่นขวางราวกับเจอศัตรูตัวฉกาจ

    “บริษัทนี้เขามีความสุขดีนะคะ” พูดไปแล้ว

    เอมมี่ชะงัก มองมหาชาติรู้สึกคุ้นๆ “เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่าคะ”

    “ไม่น่านะครับ ผมผู้กองมหาชาติ”

    “เอมมี่ค่ะ ติดต่อธุรกิจกับคุณวิญญูอยู่”

    “ขวัญค่ะ เลขาคุณวิญญู”

    เอมมี่พยักหน้าน้อยๆ วิญญูจับจ้องมองเธอแปลกๆ แล้วเชิญทุกคนไปดื่มกาแฟ พูดคุยเชื่อมความสัมพันธ์เรื่องธุรกิจที่วิญญูกับเอมมี่กำลังจะทำร่วมกัน แต่มหาชาติจับตามองเอมมี่ด้วยใจที่กรุ่นไปด้วยความแค้น เปรยขึ้นมาดื้อๆว่า

    “เสียดายนะ คุณน่าจะเป็นผู้ชาย”

    “ทำไมเหรอคะ”

    “ส่วนมากนักธุรกิจเก่งๆ มักจะเป็นผู้ชาย”

    “ขวัญดูข่าวบันเทิง เหมือนว่าคุณเอมมี่ช่วงนี้มีไปเล่นหนัง”

    “ก็แค่พอไม่ให้ชีวิตน่าเบื่อน่ะค่ะ”

    “ผมเดานะ ชาติที่แล้วคุณสองคนเคยเจอกันมาแล้ว”

    คำพูดของวิญญูเล่นเอาขวัญตาสะดุ้ง สะกิดเตือนเจ้านายเบาๆ ก่อนยิ้มกลบเกลื่อนกับเอมมี่ บอกว่าเจ้านายตนเพิ่งออกจากโรงพยาบาล

    “เหรอคะ ถึงว่า...หายเงียบไป”

    “แกชอบบอกว่าคนที่เรามาเจอในชาตินี้ ยังไงก็ต้องเกี่ยวพันกันมาตั้งแต่ชาติก่อนภพก่อนอยู่แล้วนี่”

    “ถูก...เราเกิดมาตั้งกี่ชาติกันแล้ว จะไม่เจอกันเชียวเหรอ เชื่อมั้ย ทุกที่บนโลกใบนี้เราเหยียบไปตรงไหนไม่มีที่ที่เราไม่เคยตายนะ”

    เอมมี่ชักทะแม่ง ขวัญตาเกรงจะเลยเถิดไปกันใหญ่ เตือนวิญญูอีกครั้งด้วยคำพูดอำๆขำๆ ว่าเดี๋ยวเอมมี่จะเข้าใจว่าทำงานกับพ่อมดอยู่ กลายเป็นเข้าทางมหาชาติอย่างจัง ได้ทีแขวะเอมมี่ว่า

    “หรือไม่ เจ้านายคุณก็ทำงานกับแม่มดอยู่”

    “หมายถึงเอมมี่รึเปล่าคะ”

    “เปล่าๆค่ะ คุณมหาชาติเขาแซวหนูค่ะ”

    ขวัญตาแก้สถานการณ์ พยายามทำให้วงสนทนาผ่อนคลายแต่ไม่วายค้อนมหาชาติไปพร้อมกันด้วย

    เอมมี่บอกวิญญูว่าพรุ่งนี้ตนมีถ่ายหนัง ถ้าเขาอยากไปเชียร์ก็เชิญได้ วิญญูสนใจอยากรู้ว่าที่ไหน

    “แล้วจะแชร์โลเกชั่นไปให้แล้วกัน...เอกสารเรียบร้อย เอมมี่ไม่กวนแล้วนะคะ” เธอคว้าซองเอกสารแล้วหันมาทางมหาชาติ “ยินดีที่ได้เจอกันอีกนะคะผู้กองมหาชาติ”

    “อีก?” มหาชาตินิ่วหน้าสงสัย

    เอมมี่อึกอักยิ้มกลบเกลื่อน “ก็...คุณวิญญูบอกว่าเราเคยเจอกันมาในชาติที่แล้วไงคะ”

    มหาชาติพยักหน้าเล็กน้อยแต่พูดเน้นๆ หวังว่าคงได้เจอกันอีก...วิญญูกับขวัญตาจับสัญญาณได้ว่ามหาชาติต้องมีอะไรในใจกับเอมมี่แน่ๆ

    ตกเย็น มหาชาติพาขวัญตาไปเก็บสัมภาระที่เกสต์เฮาส์เพื่อกลับมาอยู่บ้านตัวเองเสียทีตามคำขอร้องของวิญญู มหาชาติให้เธอเร่งมือเพราะอยากทำหน้าที่นี้ให้เสร็จเร็วๆ แต่กว่าจะถึงบ้านขวัญตาก็มืดค่ำ หญิงสาวยังหวาดระแวงจึงขอให้เขาเข้ามาเป็นเพื่อนเพื่อความปลอดภัย...

    สายวันถัดมา มหาชาติเผชิญหน้ากับพี่ชายในบ้านตัวเอง มหาชัยเห็นกระดานแผนผังสามมาเฟียตัวเอ้ที่ประกอบไปด้วยเกลียว เสี่ยซ้ง สวิน พร้อมด้วยสมุนมือขวาและมีปากกาวงกลมหมายหัวแต่ละคนไว้ก็รู้สึกตระหนกกับความหมกมุ่นของน้องชาย

    ไม่ทันที่พี่ชายจะพูดอะไร น้องชายก็ถามประชดเสียก่อนว่าจะมาลงโทษอะไรตนอีก

    “นี่แกยังไม่เลิกหมกมุ่นอีกเหรอ คิดจะทำอะไร”

    “ไม่ใช่เรื่องของพี่”

    “ระหว่างนี้แกยังโดนพักราชการอยู่นะ”

    “รับทราบ” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ

    “ชาติ...พี่ทำแบบนี้เพราะพี่ห่วงแกนะ”

    “แล้วไงต่อ เพราะพี่รับปากพ่อกับแม่เอาไว้ว่าจะดูแลผม เพราะพี่รู้สึกว่าผมควรจะทำตัวเป็นน้องที่อยู่ในโอวาทมากกว่านี้”

    มหาชัยไม่ค่อยพอใจแต่ไม่รู้จะพูดอะไรดี ชี้มือไปที่กระดานและถามน้องชายว่าจะทำอะไรต่อ

    “คำสั่งพี่ใช้อะไรกับผมไม่ได้ ผมถูกพักราชการอยู่ จำได้ไหม ใครเป็นคนสั่ง อ้อ...ท่านผู้กำกับมหาชัยนั่นเอง เสียใจด้วยนะ ที่คำสั่งปลดผมจากการเป็นตำรวจไม่สัมฤทธิผล ผมคงจะอยู่เป็นตำรวจข้างแคร่พี่ต่อไปอีก”

    “ยังไงพี่ก็ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตแก”

    “เหมือนที่ผมต้องรับผิดชอบต่อชีวิตดุจดาวไง

    พี่มีเงื่อนไขของพี่ ผมก็มีเงื่อนไขของผม”

    “เอาล่ะ จะทำอะไรก็ดูแลตัวเองด้วย”

    มหาชัยพูดทิ้งทายแล้วเดินจากไป มหาชาติรู้สึกผิดต่อพี่ชายอยู่เหมือนกัน แต่ไม่มีวันเปลี่ยนใจสืบหาตัวคนร้ายที่ฆ่าดุจดาวอย่างแน่นอน

    ooooooo

    การถ่ายทำหนังของเสี่ยซ้งในวันนี้มีฉากปล้นอาบอบนวด แน่นอนว่าเมฆินไม่ปล่อยโอกาสทองที่จะปล้นเงินสดของเสี่ยซ้ง เช่นเดียวกับเกลียวที่พร้อมแล้วเหมือนกัน เขาวางแผนมาเป็นอย่างดี

    มหาชาติก็ไม่พลาดงานนี้ เพียงแต่จุดประสงค์ของเขาไม่ใช่เงินแต่เป็นหลักฐานที่จะสืบให้รู้ว่าเสี่ยซ้งเกี่ยวข้องอะไรกับคนร้ายฆ่าดุจดาวหรือไม่

    ใกล้ถึงเวลาถ่ายทำเข้ามาทุกที เสี่ยซ้งขอใช้ปืนจริงแทนของปลอมเพื่อความสมจริง แล้วโจรที่เข้าฉากปล้นก็ให้ใส่หน้ากากกันทุกคน ผู้กำกับและทีมงานรู้สึกแปลกใจที่เห็นตัวแสดงจำนวนมากภายใต้หน้ากากไม่รู้ใครเป็นใคร

    สวินมาในคราบตลกชื่อดังเหมือนเดิม ขณะที่มหาชาติเป็นผู้จัดการส่วนตัวพรางหน้าตาจนจำไม่ได้ ก่อนเข้ามาข้างใน มหาชาติกำหนดหน้าที่สวินให้ถ่วงเวลาพวกมันให้สนใจอยู่กับการถ่ายทำให้ได้นานที่สุด ส่วน

    ตัวเองจะพยายามขึ้นไปบนออฟฟิศเสี่ยซ้งหาหลักฐานว่าใครอยู่เบื้องหลังทั้งหมด

    เวลาเดียวกันนั้น วิญญูกับขวัญตากำลังเดินทางมาที่นี่หลังได้รับข้อมูลจากเอมมี่ที่แชร์โลเกชั่นถ่ายหนังมาให้ แก๊งของเกลียวมาถึงแล้ว ทุกคนอาวุธครบมือใส่หน้ากากคล้ายเป็นตัวแสดงในหนัง เดินเข้ามาปะปนจนแยกไม่ออก ผู้กำกับการแสดงถึงกับบ่นอุบว่าทำไมตัวประกอบเยอะจัง
    เสี่ยซ้งดีใจมากที่ตลกชื่อดังมาร่วมแสดง ต้อนรับอย่างดีด้วยการพาไปนั่งรอในออฟฟิศและให้ช่างแต่งหน้ามาบริการ สวินในคราบตลกจะปัดป้องเพราะกลัวหน้าปลอมหลุดลอก แต่ช่างไม่ยอม แต่งไปบ่นไปว่าผิวพี่แห้งมาก

    เสร็จสิ้นการแต่งหน้า ภักดีลูกน้องเสี่ยซ้งเชิญทั้งสองคนลงข้างล่าง มหาชาติอิดออดแต่ที่สุดก็ต้องยอมลงไปเพราะกลัวลูกน้องเสี่ยสงสัย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด

    Help Me คุณผีช่วยด้วย EP.2 เวลาของ อานนท์ หมดแล้ว แต่ยังห่วงลูก-เมีย ไม่ไปเกิด
    24 ต.ค. 2564

    10:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 13:05 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์