นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ขุนกระทิง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1



    อัลบั้ม: 'ซี-ตูน ออย-กรีน' พาบู๊ระห่ำ 'ขุนกระทิง' ทางช่อง 7


    เครื่องบินแล่นลงแตะรันเวย์สุวรรณภูมิในเวลากลางวัน เมฆินมาถึงแล้วโดยมีเลกงวินสมุนคนสนิทขับรถมารับพร้อมด้วยเอมมี่ ลูกสาวคนสวยของเมฆิน

    เอมมี่พูดถึงข่าวที่รู้เห็นเมื่อวานแล้วเปรยว่ามันเกินไป เมฆินทำไก๋บอกว่าพ่อเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกไหนทำ เอมมี่สีหน้าไม่เชื่อนัก ถามให้แน่ใจว่าใช่คนของเราหรือเปล่า

    “มันไม่กล้าหรอก พ่อสั่งให้จับเป็น”

    เอมมี่เบนสายตามาที่เลกงวิน ถามเขาว่าระแคะ ระคายบ้างไหมว่าเป็นแก๊งไหน เลกงวินส่ายหน้าแทนคำตอบ เมฆินรู้สึกว่าลูกสาวจะอยากรู้มากเกินไปจึงเปลี่ยนเรื่องถามเธอว่าแวะไปดูร้านเพชรบ้างหรือเปล่า

    หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนชี้แจงว่าปลาน่าจะฮุบเหยื่อเร็วๆนี้ เห็นมาด้อมๆมองๆอยู่

    “สนุกดีนะ...ชีวิต”

    “หนูไม่สนุกด้วยหรอก ร้านหนูอุตส่าห์ทำมา หนูยังไม่รู้เลยพ่อคิดอะไรอยู่”

    “เดี๋ยวก็รู้” ตอบแล้วเมฆินสบตาเลกงวินนิ่งๆ แค่นั้นสมุนก็รู้ใจเร่งความเร็วฉิวไป

    ooooooo

    ขวัญตากลับมาที่บ้านสวนของตน เปิดไอแพดดูคลิปข่าวของมหาชาติซ้ำไปซ้ำมาด้วยความรู้สึกสงสารและหดหู่ใจ

    ขณะนั้นใครคนหนึ่งเดินเข้ามาทางด้านหลังเอามือปิดตาเธอด้วยท่าทีหยอกล้อ ส่งเสียงหวานๆว่า

    “ใคร? ให้ทาย”

    “น้องเจิม”

    คำตอบนั้นถูกเผง สาวเจิมจึงปล่อยมือเดินมานั่งข้างๆขวัญตา บอกว่าเห็นรถพี่จอดอยู่เลยเอาขนมทำเองมาฝาก จากนั้นเลียบเคียงถามอีกฝ่ายว่ามีวันว่างบ้างไหม เย็นนี้พาตนไปดูเพชรได้ไหม

    “เราเนี่ยนะจะใส่เพชร”

    “เปล่าๆ แม่เขาอยากรู้ราคาประเมิน เผื่อจะเอาของที่มีไปขาย”

    “ก็ไม่เอาไปให้ที่ร้านเขาตีราคาเลยล่ะ”

    เจิมคล้อยตาม แต่ขวัญตายังแบ่งรับแบ่งสู้ว่าถ้าว่างจะโทร.หา เจิมเลยยิ้มรับหน้าบาน...

    ทางด้านมหาชัย หลังจากเยี่ยมดูอาการน้องชายที่โรงพยาบาลก็มุ่งหน้ากลับสำนักงาน หารือกับลูกน้องเรื่องหนอนบ่อนไส้

    “ไม่น่าเป็นไปได้ ที่ทางมาเลเซียจะรู้การเคลื่อนไหวของพวกเราได้เร็วขนาดนั้น”

    “รู้กระทั่งชื่อขวัญ มันส่งคนมารับที่สนามบินเลยทีเดียว”

    “เพราะเท่าที่ท่านเร่งดำเนินการมันก็ด่วนมาก แทบไม่มีใครรู้เลยนอกจากผม...ว่าแต่ท่านคงไม่คิดว่า เป็นผมหรอกนะครับ ที่เป็นหนอนบ่อนไส้”

    “ไม่ๆๆ เราอยู่ด้วยกันมานานจนผมรู้จักคุณดี”

    “มีใครอีกที่เข้าออกห้องนี้ได้”

    “ไม่มีนะ” พูดแล้วหมวดเฮี้ยวเดินสำรวจรอบห้อง เขาสะดุดตากับแสงแดงๆมุมหนึ่ง เพ่งดูจนแน่ใจว่าเป็นเครื่องดักฟังแต่ยังไม่กระโตกกระตาก ทำทีเปลี่ยนไปชวนเจ้านายคุยเรื่องตีกอล์ฟ

    แรกๆ มหาชัยก็ไม่เข้าใจ จนกระทั่งเฮี้ยวชี้ชวนให้ดูไฟแดงกะพริบเป็นจังหวะก็ถึงบางอ้อ บ่นพึมพำว่าเลวจริงๆ เฮี้ยวรีบส่งสัญญาณบอกเจ้านายให้ใจเย็น อย่าพูดอะไรที่เป็นข้อมูลให้มัน

    เมฆินรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ คาดว่าฝ่ายโน้นรู้ตัวแล้ว แต่เอมมี่ไม่เชื่อ เขาจึงพิสูจน์ด้วยการทำทีเป็นผู้หวังดีโทร.เข้าไปให้เบาะแสเรื่องผู้กองมหาชาติ ก่อนที่ต่างฝ่ายจะจับพิรุธของกันและกันได้แล้วเมฆินก็รีบตัดสายปิดเครื่องทันที

    มหาชัยเชื่อว่าวายร้ายกลุ่มนี้ไม่ธรรมดา ขณะที่เฮี้ยวค่อนข้างเชื่อว่าเอมมี่แอบติดเครื่องดักฟังในวันที่เธอนำโทรศัพท์มือถือของมหาชาติมาให้ มหาชัยยังไม่ปักใจเพราะไม่มีหลักฐาน แต่ต้องเพิ่มความรอบคอบและเห็นสมควรว่าหน่วยล่าทรชนของเราควรจะมีคนเพิ่ม ซึ่งเรื่องนี้ไว้ตนจัดการเอง แต่ตอนนี้หมวดต้องไปหาเพื่อนของตนคนหนึ่งที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ

    หมวดเฮี้ยวรับรูปถ่ายเพื่อนเจ้านายที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสรรพากร ซึ่งเขากำลังมีปัญหากับเกลียว แสงโสม มาเฟียรุ่นเก๋าแต่ยังมีอิทธิพลล้นเหลือ ขณะเดียวกันนั้นสวินซึ่งรับงานปล้นร้านเพชรเอาไว้ก็กำลังเตรียมความพร้อม แต่ไม่ยอมบอกให้เจ๊สองเมียอารมณ์ร้าย และปากจัดล่วงรู้

    เช้าวันรุ่งขึ้น ขวัญตาได้รับคำสั่งจากวิญญูให้ไปดูอาการมหาชาติแล้วคอยรายงานตน เมื่อหญิงสาวเข้าไปในห้องไอซียูก็พบว่ามหาชาติลืมตารู้สึกตัวแต่ยังคงมีอาการเบลอๆ เห็นเธอเป็นดุจดาว ไม่เชื่อว่าเธอตาย สิ่งที่เห็นเขาแค่ฝันไป ขวัญตาสงสารเขาจับใจ ยอมให้เขาจับต้องเนื้อตัวและเออออว่าดุจดาวยังไม่ตาย

    หลังจากได้พูดคุยกับหมอแล้วขวัญตาโทร.รายงานวิญญูว่ามหาชาติรู้สึกเป็นพักๆ ความดันคงที่ อาการดีขึ้น น่าจะออกจากห้องไอซียูได้ภายในสองวันนี้ วิญญูฟังแล้วโล่งใจ หวังว่าเพื่อนรักจะฟื้นตัวโดยเร็ว แต่สำหรับ เรื่องดุจดาวคงยากที่เขาจะยอมรับความจริงได้

    สายวันเดียวกัน เฮี้ยวเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่สรรพากรตามคำสั่งของมหาชัย การมาครั้งนี้ทำให้เขาได้ข้อมูลเรื่องพวกฟอกเงินรายใหญ่ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเกลียว แสงโสม อย่างที่มหาชัยคาดไว้จริงๆ

    ไม่ทันที่ทั้งคู่จะแยกจากกันตรงลานจอดรถ คุง คนสนิทของเกลียวก็ปรากฏตัวพยายามจะทำร้ายเจ้าหน้าที่สรรพากรให้ถึงตาย แต่ไม่สำเร็จเพราะถูกเฮี้ยวขัดขวาง สองคน ฝีมือพอฟัดพอเหวี่ยง สุดท้ายคุงเป็นรองต้องล่าถอยไป

    แม้ไม่ตายแต่เจ้าหน้าที่สรรพากรก็บาดเจ็บไม่น้อย เฮี้ยวรีบพาเขาส่งโรงพยาบาลและรายงานมหาชัยว่าเขาพ้นขีดอันตราย ก่อนหน้านี้มหาชัยเพิ่งไปขอคนเพิ่มจาก พ.ต.ท.ถาวร ผู้บังคับบัญชา ซึ่งท่านอนุมัติมาแต่ขอให้ย้าย ที่สั่งการออกจากสำนักงานตำรวจเพื่อให้การดำเนินงานเป็นความลับ

    มหาชัยตกลงตามนั้น และเมื่อเจอหมวดเฮี้ยวก็มอบหมายให้เขานำโทรศัพท์เครื่องที่เอมมี่เอามาให้ไปส่งคืนเธอเพื่อจับพิรุธ

    เฮี้ยวเดินทางไปหาเอมมี่ถึงร้านเพชรของเธอ เป็นช่วงเวลาที่เจิมกำลังรอขวัญตาอยู่หน้าร้านเพชรหลังจากนัดแนะกันไว้ เฮี้ยวไม่ได้นำแค่โทรศัพท์มาคืนแต่มีเครื่องดักฟังมาด้วย เอมมี่ชะงักเล็กน้อยก่อนพูดจาเฉไฉไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น

    หน้าร้าน ขวัญตามาพร้อมวิญญูที่ดันทุรังจะมาส่งเธอให้ได้ ขณะที่สวินกับลูกน้องก็ถึงแล้วเช่นกัน ทุกคน ใส่หน้ากากพรางหน้า เพื่อเตรียมปล้นร้านเพชร

    เจิมเข้ามาพร้อมขวัญตาและวิญญู เจิมนำตุ้มหูเพชร มาให้เอมมี่ตีราคาแต่ยังเจรจากันไม่ลงตัว กลุ่มของสวินก็บุกเข้ามาประกาศปล้นอย่างอาจหาญ บรรดาลูกค้าและ พนักงานพากันหวีดร้องก่อนจะหมอบลงด้วยความหวาดกลัว

    “ลูกค้าและพนักงานทุกท่าน อย่าเพิ่งวู่วาม ชีวิตเป็นของพวกท่าน เพชรเป็นของนอกกาย แถมไม่ใช่ของส่วนตัวเราด้วย จะไปตายแทนมันทำไม...อยู่ในความสงบ”

    ว่าแล้วสวินก็ส่งสัญญาณให้ลูกน้องกวาดเพชร ระหว่างนี้พนักงานคนหนึ่งจะกดปุ่มนิรภัยแต่เอมมี่ส่ายหน้าห้าม เฮี้ยวเห็นเข้าพอดี กระซิบถามเอมมี่ว่าทำไม?

    “ชีวิตคนสำคัญกว่า”

    “เป็นคำพูดจากผู้ต้องสงสัยอย่างคุณเนี่ยนะ”

    เจิมนั่งอยู่ตรงกลาง บ่นไม่พอใจว่าคุยอะไรกันข้ามหัว ตนอยู่ได้ ส่วนวิญญูครุ่นคิดจะเอายังไงดี แล้วอ้าปากร้องเรียกโจร เอมมี่เริ่มหนักใจ ไม่อยากให้มีการขัดขวางเกิดขึ้น

    สวินสั่งทุกคนให้อยู่นิ่งๆ แล้วอีกไม่กี่อึดใจต่อมาสวิน ก็กระโดดข้ามที่กั้นไปยังจุดที่ตั้งเซฟ เขาหมุนรหัสอย่างแม่นยำและรีบเร่ง ทุกอย่างอยู่ภายใต้การสังเกตของหมวดเฮี้ยว

    ooooooo

    เวลาเดียวกันนั้น คุงลูกน้องของเกลียวแอบเข้ามาในโรงพยาบาลเพื่อสังหารเจ้าหน้าที่สรรพากรที่นอนรักษาตัวด้วยการปลอมเป็นหมอ

    ไล่เลี่ยกันมหาชัยตั้งใจมาเยี่ยมมหาชาติ ส่วนเมฆินก็มาปรากฏตัว สอบถามพยาบาลจนทราบว่ามหาชาติย้ายจากห้องไอซียูไปอยู่ห้องพักฟื้น

    มหาชัยกับเมฆินขึ้นลิฟต์มาด้วยกัน สองคนไม่เคย รู้จักกันมาก่อน ได้แต่มองกันไปมานิ่งๆ แต่แล้วลิฟต์ขัดข้อง ต้องรอช่างมาแก้ไข กว่าลิฟต์จะใช้ได้ตามปกติก็นานพอดู

    มหาชาติอยู่ในห้องพักฟื้น เขาได้สติและคิดทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ก่อนจะพาตัวเองลงจากเตียงเดินโซเซออกจากห้องไปทางหน้าลิฟต์ แล้วไปเจอคุงกำลังรัดคอสรรพากรในชุดคนป่วย มหาชาติพยายามช่วยเหลือทั้งที่ตัวเองก็แย่ คุงไม่ละมือตั้งใจเอาให้ตาย กระทั่งเห็นชายถือปืนมาทางบันไดหนีไฟจึงรีบหนีไป

    มหาชัยนั่นเอง เขามองไปสุดทางเดินไม่เห็นมีใคร นอกจากร่างเจ้าหน้าที่สรรพากรที่หมดลมแล้วนอนอยู่ข้างมหาชาติที่เกือบขาดใจ

    มหาชัยพุ่งสู่ร่างน้องชาย กอดเขาไว้พร้อมกับตะโกนเรียกหมอดังลั่นไปหมด ด้านคุงมือสังหารกำลังลงลิฟต์มาพร้อมเมฆิน สองคนไม่รู้จักกัน แต่ท่าทีมีพิรุธด้วยกันทั้งคู่ พอลิฟต์เปิดพวกเขาก็เดินแยกไปคนละทาง เป็นเวลาที่ตำรวจในเครื่องแบบวิ่งกรูเข้ามา แต่ไม่มีใครสนใจมือสังหารที่สวนออกไป

    พวกสวินปล้นเพชรร้านเอมมี่ไปได้จำนวนมากอย่างง่ายดายเกินไปในความรู้สึกของหมวดเฮี้ยวที่พยายามจะขัดขวางแต่ไม่สำเร็จ

    แต่แล้วขณะที่หมวดเฮี้ยวกำลังขับรถกลับออกมาก็ฉุกใจนึกถึงหน้ากากที่พวกโจรใส่มาเหมือนกันหมด

    ทุกคน มันเป็นรูปใบหน้าสวินนั่นเอง หมวดเฮี้ยวจึงเปลี่ยนทิศทางรถมุ่งหน้าไปยังอู่รถของสวิน โดยติดต่อขอกำลังเสริมให้รีบตามมา

    ทางด้านมหาชาติที่โดนทำร้ายเกือบตายอีกครั้งด้วยฝีมือไอ้คุง สมุนของเกลียวทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง กันมาก่อน เพียงเพราะมหาชาติเป็นพลเมืองดีเข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่สรรพากร เวลานี้เขาฟื้นขึ้นมาและจำอะไรแทบไม่ได้ นอกจากร่ำร้องหาดุจดาวแฟนสาวตลอดเวลา หลอกตัวเองว่าเธอยังไม่ตาย

    ที่สำคัญก่อนหน้านี้เขาได้เจอและพูดคุยกับเธอ แต่เมื่อเขารู้แน่ชัดว่าผู้หญิงที่ได้กอดรัดและเออออหลอกลวงเขานั้นคือขวัญตาก็ทำให้เกิดความไม่พอใจต่อว่าเธอหลายคำจนบานปลายกลายเป็นมีปากเสียงกันเพราะขวัญตาเองก็อัดอั้นตอบโต้เขาทั้งน้ำตา อยากรู้ว่าเขาจะให้เธอทำยังไง มหาชาติอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะไล่ทั้งขวัญตาและวิญญูออกจากห้องผู้ป่วย แล้วตัวเองจมอยู่กับความเศร้าไม่เสื่อมคลาย

    ฝ่ายไอ้คุงที่สังหารเจ้าหน้าที่สรรพากรสำเร็จก็กลับไปรายงานเกลียว แต่ไม่ทันไรเกลียวซึ่งล่วงรู้ว่าสวินปล้นร้านเพชรจึงมอบหมายงานใหม่ให้คุงไปเอาเพชรมาให้หมด

    ขณะที่คุงมาช่วงชิงเพชรจากสวิน เป็นเวลาที่หมวดเฮี้ยวกำลังมุ่งหน้ามาที่อู่รถของสวิน แต่ก่อนจะมาถึงเพียงเล็กน้อย เลกงวิน สมุนมือขวาของเมฆินซึ่งรับคำสั่งจากเจ้านายมาเอาเพชรที่โดนปล้นกลับคืนก็บุกเข้ามา

    กลายเป็นสามฝ่ายแย่งชิงเพชรกันอย่างเอาเป็น เอาตาย กระทั่งหมวดเฮี้ยวปรากฏตัวพยายามจะสยบทุกคน แต่เลกงวินชิงเพชรมาได้รีบหนีไปก่อน ขณะที่คุงก็พยายามเอาตัวรอดเพราะมีกำลังตำรวจเพิ่มเติมเข้ามา สวินจึงเป็นคนเดียวที่หนีไม่ทัน ถูกหมวดเฮี้ยวควบคุมตัวได้โดยละม่อม

    ooooooo

    เมฆินพอใจมากที่เลกงวินทำงานสำเร็จ ได้เพชรกลับคืนมา เอมมี่คาดไม่ถึง เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า ที่แท้พ่อให้คนปล้นร้านเพชรตัวเองเพราะต้องการเงินค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัย

    “ทุกอย่างกลับไปยังจุดเริ่มต้น” เมฆินเอ่ยอย่างลำพองใจ ขณะจ้องมองเพชรที่เลกงวินเอากลับมากองอยู่ตรงหน้า

    “เพียงแค่เรามีเงินในธนาคารเพิ่มขึ้นมาอีกเท่านั้นเองค่ะพ่อ”

    “ทำงานดีมาก” เมฆินชมลูกน้องพลางมองดูร่องรอยการต่อสู้บนใบหน้าก็เดาได้ว่าท่าทางจะหนัก

    “ครับ...ไม่รู้แก๊งไหน แต่ฝีมือใช้ได้เลยทีเดียว”

    “ไอ้แก่แบเบาะมันไม่น่าจะเก่งกาจขนาดนั้น”

    “เจ้านายคงจะต้องเหนื่อยเพิ่ม ถ้าคิดจะทำอะไร”

    “คนฉลาดเขาไม่ต้องเหนื่อยหรอก...ไม่ได้ว่าอะไรนะ”

    เลกงวินไม่ติดใจคำพูดเจ้านายที่ฟังดีๆคล้ายดูถูก... เอมมี่อยากรู้ว่าเรื่องที่เมฆินคิดโยกย้ายฐานกำลังมาประเทศไทย ยังจะทำต่อไปหรือไม่

    “ทำสิ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยนะ อาเซียนมันเป็นของพ่อแน่ๆ”

    “กรุงเทพฯเป็นแค่จุดเริ่มต้นใช่ไหมคะ”

    เมฆินพยักหน้าและขยายความต่อไปว่า “เริ่มจากควบคุมแก๊งใหญ่ๆในท้องถิ่นให้ได้ก่อน สุดท้ายมันไม่ไปไหนหรอก เจงกิสข่านก็เริ่มต้นแบบพ่อนี่แหละ”

    เอมมี่ฟังแล้วไม่สบายใจนัก ท้วงว่าเจงกิสข่านฆ่าคนไปไม่น้อย เมฆินกลับตอบอย่างไม่แคร์ว่า นั่นแหละคือไอดอลของพ่อเลย...

    ooooooo

    ภายในห้องพักฟื้น มหาชาติกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดคนไข้เป็นชุดปกติ แต่ยังไม่เสร็จดี ก็เห็นวิญญูเดินเข้ามาส่งเสียง

    “จะทำอะไรน่ะ”

    “ให้ทาย” มหาชาติตอบหน้านิ่งแต่ในใจขุ่นเคือง

    “อย่าเอาความโกรธเป็นตัวตั้งสิวะเพื่อน”

    “ให้โกรธยังดีกว่านะ แค้นมันห่างไกลจากคำว่าโกรธมาก”

    “ทุกคนเขาหวังดีกับแกนะ” วิญญูหมายถึงตัวเอง

    และขวัญตาที่ร่วมมือกันหลอกลวงเขาเรื่องดุจดาว

    จังหวะนั้นขวัญตาเข้ามาพอดี เธอชะงักเล็กน้อยที่เห็นมหาชาติเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว พูดลอยๆว่าอีกสักพักกว่าจะอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้

    “ผมต้องขออนุญาตใคร คุณงั้นเหรอ”

    มหาชาติตีรวน ขวัญตาตอบไม่ได้ โบ้ยไปที่วิญญู แต่รายนั้นก็ยักไหล่ แสดงสีหน้าหนักใจ

    “ผมเด็กเจ็ดเดือน ธรรมชาติยังห้ามไม่ให้ผมออกจากท้องแม่ได้เลย คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร” มหาชาติรุกไล่ขวัญตาด้วยสีหน้าเอาเรื่อง จนวิญญูต้องเบรกอารมณ์เพื่อน ถามว่ายังเห็นตนเป็นเพื่อนอยู่หรือเปล่า

    มหาชาติค่อยเย็นลง พยักหน้าน้อยๆแล้วนิ่งไป

    “ไม่ห้ามนะ ถ้าแกจะออกจากโรงพยาบาล แต่ถ้าเห็นเป็นเพื่อนอยู่ ขออย่างเดียว...สัญญาก่อนว่าแกจะยอม”

    มหาชาติเหลือบมองขวัญตาแล้วถามวิญญูว่าตนยังเหลืออะไรให้ขออีกหรือ

    “สัญญามาก่อน แล้วเพื่อนจะไม่ขัดเลย ถ้าแกต้องการความช่วยเหลืออะไร”

    “ได้ ฉันสัญญา แกต้องการขออะไร”

    “แกยังไม่สมประกอบ สามวันนี้ให้ขวัญดูแลแกไปก่อน”

    คำขอของวิญญูเล่นเอาขวัญตาอ้าปากหวอ ขณะที่มหาชาติเซ็งสุดขีด แต่รับปากเพื่อนไปแล้วต้องเลยตามเลย...ขวัญตาทำตามคำสั่งเจ้านายทั้งที่ไม่ค่อยเต็มใจ เธอทำหน้าที่สารถีให้มหาชาติที่ให้ข้อมูลสั้นมากว่าต้องการไปหางานทำ

    ooooooo









    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 19:57 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์