นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ขุนกระทิง

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: 'ซี-ตูน ออย-กรีน' พาบู๊ระห่ำ 'ขุนกระทิง' ทางช่อง 7




    เสี่ยซ้งเต้นผางหลังรู้ว่าเจ๊สองตายกลายเป็นข่าวครึกโครม ทั้งที่เขาอุตส่าห์ให้เอาไปฆ่าหมกป่าแล้วกำชับลูกน้องว่าเรื่องต้องเงียบที่สุด

    เมื่อกลายเป็นข่าวดัง เสี่ยซ้งกลัวเหลือเกินว่าสวินต้องมาล้างแค้นแทนเมีย จึงสั่งยกเลิกงานวันเกิดและให้จัดเวรยามเพิ่มเติมทั่วบ้าน อาวุธต้องครบมือ สัญญาณกันขโมยตรงไหนอับให้ติดเพิ่ม

    เอมมี่หายวันหายคืนเกือบเป็นปกติ วันนี้เธอเข้าไปที่ร้านเพชรหลังจากห่างหายไปหลายวัน แต่ไม่คิดว่าจะเจอเมฆินคุณพ่อจอมปลอม

    เมฆินยังเล่นละครแสดงความรักและห่วงใยเอมมี่ด้วยการชวนเธอไปอยู่ด้วยกันที่บ้าน แต่เอมมี่ปฏิเสธและพยายามโทร.หาวิญญูเพราะคิดว่าตัวเองไม่ปลอดภัย เมฆินเห็นรูปวิญญูขึ้นหน้าจอมือถือก็ชักสีหน้าไม่พอใจ ถามว่ามั่นใจแล้วเหรอ

    “คุณพ่อพูดเรื่องอะไรคะ”

    เมฆินไม่ตอบแต่เดินอ้อมไปด้านหลัง จับคอเธอเบาๆแต่ดูน่ากลัว

    “พ่อเลี้ยงหนูมาตั้งแต่เด็ก เคยตีหนูซักทีมั้ย” เอมมี่หลับตาส่ายหน้าอย่างหวั่นหวาด “มีอะไรก็พูดมา อย่ากลัวพ่อ”

    ทันใดเลกงวินปรากฏตัว เมฆินแววตาดุดัน ต่างจากเอมมี่ที่เรียกชื่อเขาด้วยความดีใจ

    สามคนมองหน้ากัน ต่างมีเรื่องในใจแต่ไม่พูดออกมา ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ทุกคนสีหน้าเคร่งเครียด

    “ฉันคุยกับลูกสาวอยู่”

    “ผมมีเรื่องปรึกษา”

    “เอาสิ...พ่อไปจัดการธุระก่อนนะลูก”

    “เล...อย่าไปไหนไกลนะ”

    “ผมอยู่แถวๆนี้ตลอดแหละ”

    เมฆินยิ้มเยาะทั้งสองคนแล้วเดินนำเลกงวินออกไป ปลายทางคือลานจอดรถด้านหลังร้านเพชร

    “บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าให้เจออีก” เมฆินเปิดฉากเสียงแข็ง หน้าเข้ม แล้วด่าเลกงวินที่พุ่งเข้าใส่เตือนไม่ให้ยุ่งกับเอมมี่ว่า “ทรพีจริงๆ”

    สองคนต่อสู้กันด้วยมือเปล่า พอตกเป็นรองเมฆินก็ใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าเล่นงานเลกงวินแล้วกระทืบซ้ำก่อนลากร่างไปยังแอ่งน้ำขัง

    เลกงวินยังมีสติ เขารวบรวมพละกำลังที่มีอยู่ใช้สนับมีดปักกลางอกเมฆินจนร่างสะท้านแล้วจะเข้าต่อยตีกันอีกครั้ง แต่เอมมี่ที่มาพร้อมวิญญูและขวัญตาเข้ามาตะโกนห้าม

    “หยุดนะ!”

    สองคนชะงัก แล้วเมฆินก็โซซัดโซเซขึ้นรถหนีไป เช่นเดียวกับเลกงวินที่ประคองตัวขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปอย่างยากลำบาก

    “ผมให้คุณอยู่คลาดสายตาไม่ได้แล้วล่ะ” วิญญูเอ่ยอย่างเป็นกังวล

    “เล...เขาช่วยเอมมี่”

    วิญญูพยักหน้ารับรู้ ขณะที่ขวัญตายืนนิ่งหวั่นใจ แอบบ่นว่าเวลาแบบนี้มหาชาติไปอยู่ไหน?

    ooooooo

    เมื่อขวัญตากลับมาที่ออฟฟิศได้ไม่นาน มหา-ชาติก็เข้ามาถามหาวิญญู พอรู้ว่าเพื่อนไม่อยู่เขาก็จากไปอย่างเงียบๆ

    ขวัญตาไม่เข้าใจว่าเขาเป็นอะไร จนเมื่อไปบ่นให้เอมมี่ฟังก็โดนแซวว่าเธอกับมหาชาติกุ๊กกิ๊กกัน ขวัญตาปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่เลย เขาไม่เคยห่วงใยหรือแสดงความอ่อนโยน

    “ผู้ชายบางคนเขาไม่แสดงออก จนกว่าเขาจะรู้ว่าเราต้องการเขาจริงๆ”

    “โหย...แล้วเมื่อไหร่ล่ะ เขาถึงจะรู้ว่าเราต้องการ เฮ้อ! ที่พูดนี่ไม่ใช่ยอมรับนะ”

    “ก็เวลาที่เราอ่อนแอ ดูแลตัวเองไม่ได้ อาจจะเกิดอันตราย...นั่นแหละที่ผู้ชายอย่างผู้กองเขาถึงจะแสดงธาตุแท้ออกมา”

    “พระเอกเกินไปนะ” บ่นแล้วขวัญตาแยกตัวไปนั่งเงียบๆคนเดียว คิดทบทวนคำพูดของเอมมี่แล้วใจร้อนอยากพิสูจน์ในคืนนี้เลย

    ขวัญตาออกจากบ้านวิญญูไปพร้อมรถยนต์ จุดหมายคือผับแห่งหนึ่ง ทำทีไปเที่ยวแล้วโทร.หามหาชาติด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ราวคนเมา

    มหาชาติตกใจและเป็นห่วง ซักถามเป็นการใหญ่ก่อนจะรีบร้อนออกจากบ้านมาทั้งชุดเสื้อผ้ากางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้าม

    มหาชาตินั่งแท็กซี่มารับขวัญตาที่แกล้งเมามายจนขับรถเองไม่ได้ ชายหนุ่มดุเธอหลายคำก่อนจะขับรถพาไปส่งบ้านแล้วแยกย้ายกลับมาทั้งที่ยังเป็นห่วงเธอ

    จากท่าทีและคำพูดของมหาชาติทำให้ขวัญตาสัมผัสได้ว่าเขาห่วงใยแต่คงยังไม่ใช่รัก...

    ด้านสวินที่ต้องสูญเสียเมียรักในวันถัดมา นักเลงเก่าอย่างเขาไม่มีวันให้เมียตายฟรีแน่ สวินตัดสินใจทำเรื่องบริจาคร่างกายให้โรงพยาบาลก่อนจะล่าตัวคนฆ่าเจ๊สอง แต่แล้วมหาชาติล่วงรู้จึงรีบยับยั้งและเตือนสติสวินว่าควรอยู่ด้วยความหวัง...ดีกว่าตายเพราะความเกลียด

    “ผมกำลังจะตายด้วยความหวังต่างหาก ผมจะได้ไปเจออีเจ๊ ผมจะกลับไปดูแลมันให้ดีกว่าที่เคยทำ ผมจะกลับไปรักมันให้มากกว่าที่เคยรัก ผมจะกอดมันให้แน่นกว่าที่เคยกอด”

    “มันไม่ทันแล้ว ห่างกันแค่ฝาโลงกั้นก็หากันไม่เจอแล้ว...ยอมรับเหอะ เราแพ้เเล้ว”

    “ถึงผมแพ้ ผมก็จะแพ้ในท่าที่ชนะ ได้ยินมั้ยชะตากรรม ถึงมันจะชนะ มันก็ชนะในท่าที่แพ้ผม ผมคือไอ้แก่ แบเบาะ คือนักเลงควายๆที่ไม่มีใครห่วงใยนอกจากเมีย ผมเหลืออยู่แค่นั้นมันยังมาเอาของผมไปอีก เพราะฉะนั้น อย่าขวางทางผม ไม่ว่าหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น”

    มหาชาติอ่อนใจ ส่งปืนให้สวินพร้อมกล่าวประชดว่าจะไปตายที่ไหนก็ไป สวินรับปืนมาและชำเลืองมองขวัญตาที่ยืนอยู่ด้วย

    “รักกันให้มากๆนะ พวกคุณไม่มีวันรู้หรอกว่าเมื่อไหร่จะเป็นห้านาทีสุดท้ายในชีวิต ผมชอบนะ แค่ฝาโลงกั้นก็หากันไม่เจอแล้ว...คุณสองคนหากันให้เจอก่อนจะมีอะไรมากั้น”

    สวินกล่าวทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป มหาชาติกับขวัญตามองหน้ากันอย่างเก้อเขิน แล้วพอออกจากโรงพยาบาลมาด้วยกัน ขวัญตาอดถามมหาชาติไม่ได้ว่าทำไมถึงเป็นห่วงสวินมากนัก เขาต่างจากสายคนอื่นๆ ตรงไหน

    “ผมแค่ไม่อยากเห็นคนที่อยู่ใกล้ผมต้องตายลงไปอีก”

    “โกหก คุณแค่มองเห็นตัวเองในตัวแก คนที่สูญเสียคนรักไปแล้วพยายามดิ้นรนอย่าง...หมาจนตรอก”

    “ไม่ใช่หมาจนตรอกธรรมดา จนตรอกแล้วยังถูกรถทับอีกด้วย เคยเห็นหมาที่ถูกรถทับไหม มันไม่หยุดดิ้น จนกว่าจะสิ้นใจตาย” พูดแล้วมหาชาติถอนใจยาว ขวัญตาเลยเงียบไป

    ooooooo

    สวินไปพบเกลียวที่น่าจะรู้เบาะแสว่าใครยิงเจ๊สอง เกลียวได้โอกาสยืมมือสวินจัดการพวกเสี่ยซ้งจึงให้ข้อมูลว่าไอ้หาญสมุนของเสี่ยเป็นคนยิง

    เวลานี้สวินไม่สนแล้วว่าใครจะยืมมือใคร รู้แต่ว่าเขาต้องการแก้แค้นให้เมียโดยเร็ว เกลียวจึงวางแผนให้สวินเข้าถึงตัวพวกเสี่ยซ้งด้วยการทำทีเอาตู้เย็นขนาดใหญ่ไปเป็นของขวัญวันเกิดเสี่ยถึงบ้าน โดยให้สวินซ่อนตัวอยู่ในตู้เย็น

    ในวันเดียวกัน ถาวรให้ข้อมูลมหาชาติว่ามียาเสพติดจำนวนมากถูกนำมาเก็บที่บ้านเสี่ยซ้ง ให้เขาเลือกตำรวจที่ไว้ใจได้สักคนไปตรวจสอบความจริง แต่มหาชาติไม่ไว้ใจใครสักคนในทีม ไม่ว่าจะเป็นเฮี้ยว ตุ๊ก สาธิต โสภณ และเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคนด้วยการให้ทำงานเรื่องอื่น ส่วนตัวเองขอเลือกถาวร ทั้งที่ลึกๆก็ไม่ได้ไว้ใจเขาสักเท่าไหร่

    แผนการของเกลียวเริ่มขึ้นแล้วในคืนนี้ เขามาพร้อมสมุน นำตู้เย็นมามอบให้เสี่ยซ้งที่จัดเวรยามรอบบ้านอย่างเข้มงวด เสี่ยไม่ได้เอะใจกับของขวัญชิ้นใหญ่ แต่ก็ไม่ไว้ใจคนอย่างเกลียวแน่ๆ

    หลังจากแขกไม่ได้รับเชิญกลับไปแล้ว เกลียวเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น แต่ไม่มีใครรู้ว่าบัดนี้สวินกำลังแอบสอดส่องอยู่ในบ้านและไม่นานก็เข้าไปถึงห้องนอนของเสี่ยซ้งจนได้

    ภายในห้องมีคนนอนหันหลังกรนเสียงดัง สวินคิดว่าเป็นเสี่ยซ้ง แต่ดูดีๆกลายเป็นหาญ จึงคิดสังหารมันให้เจ็บปวดทรมานเพื่อแก้แค้นให้เจ๊สอง แต่ไม่ทันลงมือก็ได้เสียงเรียกจากภักดีด้วยวิทยุสื่อสารดังขึ้นตรงหัวเตียง

    หาญตื่นขึ้นมาไม่เห็นสวิน แต่มีสิ่งแปลกปลอมทิ้งไว้ทำให้รู้ว่าสวินแอบเข้ามา หาญลนลานจะออกจากห้องแต่เปิดไม่ได้ เวลาเดียวกันนั้นนอกบ้าน มหาชาติกับถาวรมาถึงแล้ว ทั้งคู่ลัดเลาะฝ่าด่านสมุนของเสี่ยซ้งเข้ามาและเกิดปะทะกันด้วยปืนเสียงดัง

    ภักดีตกใจวิ่งมาปลุกเสี่ยซ้งที่ปลอมตัวใส่ชุดยามนอนหลับอยู่ในบ้าน เสี่ยถามหาไอ้หาญ โดยไม่รู้ว่ามัน กำลังเข้าตาจนถูกขังในห้อง และกำลังจะโดนสวินเล่นงาน

    สวินจัดการหาญจนหมดลมหายใจไปอย่างทรมาน เป็นเวลาที่มหาชาติกับถาวรใกล้ถึงแหล่งเก็บยาเสพติดเข้ามาทุกที เสี่ยซ้งหัวเสียสั่งสมุนขัดขวางอย่าให้พวกมันเข้าถึงของของตน แล้วถามหาหาญอีกครั้ง ภักดีคาดว่าดูของอยู่ข้างใน แต่สมุนอีกคนบอกว่าพี่เขายังไม่ลงมาจากตัวตึกเลย

    “เวรเอ๊ย...นอนก็นอนที่นอนดีๆ ยังทำตัวเหลวไหล อีก เสียข้าวสุกจริงๆ”

    เสี่ยซ้งโวยวาย ภักดีหน้าเสีย รีบติดต่อหาญทางวิทยุสื่อสารว่าเกิดเรื่องแล้ว เสี่ยโมโหดึงวิทยุมาตะเบ็งเสียงใส่

    “ตื่นได้แล้ว ไอ้เวรเอ๊ย ไม่ได้ยินเสียงปืนเลยรึไง ไอ้หาญ”

    “มันตอบไม่ได้แล้วเสี่ย”

    เสียงตอบกลับมานั้นทำให้เสี่ยซ้งตกใจ อุทานชื่อสวินออกมาอย่างจำได้

    “เสียดายนะที่บนเตียงไม่ใช่แก”

    “เออสิวะ ถ้าใช่แล้วจะทำไม ไอ้แก่แบเบาะ”

    “มาครับ” พูดเสร็จสวินก็โยนวิทยุสื่อสารทิ้งแล้วลากศพหาญตามเสียงปืนไป

    เสี่ยซ้งหงุดหงิดลุกขึ้นยิงปืนรัวออกไปท่ามกลางความมืดที่มีตำรวจบุกเข้ามา แล้วเสี่ยกับภักดีก็หนีออกทางหลังบ้านที่ติดถนนมาเจอเมฆินอย่างคาดไม่ถึง

    “หนักหน่อยนะเสี่ย เที่ยวนี้...พอดีผมสแกนวิทยุตำรวจ มีอะไรให้ช่วยมั้ย”

    “คงไม่ใช่แกอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี่หรอกนะ”

    “โน...จรรยาบรรณโจรมันต้องมี”

    “โอกาสเป็นของแกแล้ว ไอ้ผู้กองมหาชาติมันพร้อมตกเป็นเป้ากระสุนแกแล้ว”

    เมฆินนิ่งคิด เสี่ยซ้งเร่งเร้าอย่างร้อนรน

    “ไม่รู้นะ แล้วแต่...ภักดี แกกลับเข้าไปสั่งการแทนฉันด้วย ถ้าจำเป็นอย่าให้หลักฐานตกถึงมือตำรวจ”

    ภักดีรับคำสั่งแล้วเดินย้อนกลับมาทางเก่า เสี่ยซ้งยั่วยุเมฆินว่าไม่กล้าเพราะกลัวผู้กองมหาชาติ เมฆินไม่พูดอะไรแต่มองอีกฝ่ายตาขวางอย่างไม่พอใจ

    ภักดีกลับเข้ามาถ่ายทอดคำสั่งเจ้านายให้จัดการผู้บุกรุกอย่าให้รอดไปได้ สวินโผล่มาพร้อมศพหาญ พวกภักดีระดมยิงไม่ยั้ง ถาวรกับมหาชาติซุ่มอยู่มุมหนึ่งแทบไม่เชื่อสายตากับความกล้าบ้าบิ่นของสวิน

    “นั่นมันไม่มีอะไรจะเสียรึไง”

    “เขาไม่เหลืออะไรแล้วมากกว่าครับ”

    สวินสู้อย่างไม่กลัวตาย ตะโกนเรียกเสี่ยซ้งว่าอยู่ไหน ใครไม่เกี่ยวอย่ายุ่ง มหาชาติเป็นห่วงสวิน พอสบโอกาสก็พุ่งเข้าไปลากเขามายังที่กำบัง

    “ผู้กอง”

    “ดื้อนะเรา”

    มหาชาติต่อว่าสวิน ถาวรมองรอบด้านเห็นพวกมันกระจายตัวโอบล้อม คิดว่าเดือดร้อนแน่ ภักดีเห็นเป็นโอกาสร้องบอกพรรคพวกให้หยุดยิง แล้วเร่งสวินให้ออกมา แต่กลับได้ยินเสียงมหาชาติตะโกนสวนว่า

    “พวกแกน่ะแหละ ยอมมอบตัวซะดีๆ ฉันมีหมายค้น”

    ภักดีเลิ่กลั่กไม่เสี่ยงกับพวกตำรวจ เขาวิ่งย้อนกลับไปทางโกดังหลังบ้าน สวินเห็นดังนั้นรีบวิ่งตาม หมายมั่นปั้นมือว่ายังไงงานนี้ต้องได้ตัวเสี่ยซ้ง ฝ่ายพวกเฮี้ยวที่โดนมหาชาติหลอกไปทำงานอื่น พอได้รับข่าวสารว่ามีการยิงกันที่บ้านเสี่ยซ้งก็รีบมาสมทบ

    ภักดีเทน้ำมันหน้าโกดังเพื่อเผาทำลายหลักฐานแต่ไม่สำเร็จเพราะสวินเข้ามาโจมตี สองคนซัดกันนัว ต่างฝ่ายต่างราดกันด้วยน้ำมันชุ่มตัว

    มหาชาติอยู่อีกด้านในโกดัง เขาเห็นกองยาเสพติดพร้อมๆกับเห็นเมฆินปรากฏตัว สองฝ่ายยิงตอบโต้กันไม่นานกระสุนปืนมหาชาติหมดก่อน เมฆินยิ้มเยาะรู้ทัน

    “ไง...กระสุนหมดเหรอผู้กอง ตามหาผมมานานแล้วไม่ใช่เหรอ ผมอยู่นี่ไง ยอมรับมาเหอะ ว่ากลัวผม”

    มหาชาติแค้นใจตะโกนออกไป “เรื่องเลวๆมีแกอยู่ทุกทีสินะ”

    เปรี้ยง! เมฆินยิงสวนไปทันที มหาชาติหลบทันและพยายามเอาตัวรอด แต่เมฆินไม่ปล่อยไปง่ายๆแน่ ไล่บี้อย่างเป็นต่อ

    ด้านสวินกับภักดีที่เกมยังไม่จบ เนื้อตัวทั้งคู่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำมัน สวินจุดไฟแช็กนั่งคร่อมภักดีที่เอาปืนจ่อ ท้าทายให้ยิง

    “พี่หวิน...พี่ใจเย็นๆก่อน ดับไฟแช็กก่อนพี่ ผมเพิ่งจะมีลูก เมียผมเพิ่งท้อง พี่ใจเย็นๆก่อนนะ”

    ภักดีกลัวโดนเผาไปพร้อมสวิน ถอดแม็กกระสุนปืนออกแล้วแต่งเรื่องเอาตัวรอด

    “พี่ช่วยผมให้พ้นเงื้อมมือไอ้เสี่ยด้วย มันจะฆ่าเมียผม ลูกผม ถ้าผมไม่ทำตามสั่ง”

    สวินชะงักและยอมดับไฟแช็ก ภักดีฉวยจังหวะนี้จู่โจมใช้มีดจ้วงแทงสวินหลายครั้งแล้วด่าซ้ำ

    “ไอ้แก่เอ๊ย...ถึงได้อยู่แค่นี้ไงล่ะ”

    แล้วภักดีก็หยิบไฟแช็กวิ่งพรวดออกไปในโกดัง ตั้งใจจะเผาทำลายหลักฐาน แต่มาเจอเมฆินกับมหาชาติกำลังสู้กันด้วยมือเปล่า

    เสียงปืนด้านนอกเงียบไปแล้ว ถาวรตะโกนก้องอยู่หน้าโกดัง

    “มอบตัวซะ ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว”

    ภักดีไม่รอช้าจุดไฟแช็กโยนใส่กองยาเสพติด ไฟลุกท่วมทันที มหาชาติกำลังจะพลาดท่าเสียทีเมฆิน จู่ๆ สวินกระเสือกกระสนมาช่วยทันเวลาแถมยังคว้าขาภักดีจนล้มลงด้วยกัน สองคนต่อสู้กันอีกยกก่อนที่สวินจะตัดสินใจตายพร้อมภักดีในกองไฟ

    ooooooo

    มหาชาติเศร้าสลดต่อการจากไปของสวิน สายวันรุ่งขึ้นเขามาที่บ้านวิญญู ถามหาเครื่องประดับโบราณจากขวัญตาว่ายังเก็บอยู่ใช่ไหม

    “ใช่ เจ้านายให้เก็บไว้”

    “นั่งก่อนสิชาติ”

    “อย่าอยู่ใกล้กันเลยเพื่อน คนใกล้ตัวพัวพันฉันตายไปอีกคนแล้ว”

    “ฉันอ่านข่าวแล้ว ไอ้แก่แบเบาะ”

    “เขาชื่อสวิน”

    “คุณจะเอาสร้อยเส้นนั้นไปทำอะไร”

    มหาชาติไม่ตอบคำถามของขวัญตา พอได้สร้อยมาเขารู้สึกปวดหัวจี๊ดจนเซ ส่งคืนขวัญตาช่วยห่อให้ที แล้วรับกลับมาใหม่ คราวนี้อาการดีขึ้นเพราะไม่ได้สัมผัสโดยตรง

    “ชาติ...แกยังไม่ได้บอกเลยว่าจะเอาสร้อยไปทำอะไร”

    “มันข้ามชาติตามฉันมา ภารกิจที่ยังทำไม่สำเร็จ”

    “คุณควรจะพักผ่อนบ้างนะ” ขวัญตาเตือนด้วยความเป็นห่วง มหาชาติพยักหน้าบอกว่า

    “กระสุนนัดสุดท้ายมันจะจบลงในชาตินี้แหละ อย่าตามกันไปถึงชาติหน้าเลย”

    ทุกคนแปลกใจในคำพูดของมหาชาติ จนกระทั่งตามเขาไปที่โรงหล่อแล้วเห็นเขาโยนเครื่องประดับชิ้นนั้นลงเตาหลอมก่อนจะนำมาใส่แม่พิมพ์เล็กๆ

    “นี่แกคงไม่ได้พยายามสานต่อภารกิจของขุนกระทิงจากชาติที่แล้วที่จะเอาโลหะเหล่านี้ไปหลอมทำอาวุธจัดการกับพวกขายชาติหรอกนะ”

    “ฉันแค่อยากยุติความแค้นไอ้คนที่มันฆ่าดุจดาวเอาไว้ในชาตินี้เท่านั้นเอง ด้วยกระสุนนัดสุดท้าย ตามที่สัญญาเอาไว้กับสวิน เขาช่วยชีวิตฉันเอาไว้...ฉันไม่ได้ทำอะไรยิ่งใหญ่อย่างที่ขุนกระทิงของพวกแกทำหรอก ฉันแค่อยากกำจัดคนที่มันฆ่าดุจดาว ฉันเหนื่อยที่จะต้องไปรู้ไปเห็นอะไร
    ข้ามภพข้ามชาติอีก”

    “ถ้าแกเหนื่อย แกควรจะหยุด”

    “ฉันจะหยุด เมื่อมันชดใช้ให้ดุจดาวแล้วเท่านั้น”

    “แล้วเกิดคุณเป็นอะไรไป คนที่ห่วงใยคุณในชาตินี้ล่ะ”

    มหาชาติหันมองขวัญตาแล้วตัดใจบอกว่าตนลืมดุจดาวไม่ได้ ขวัญตาน้อยใจพูดเสียงแผ่วว่า

    “ไม่ได้บอกให้ลืม แค่ให้เปลี่ยนวิธีจำ” ว่าแล้วเธอขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เกาะมหาชาติแน่น แม้โดนเขาไล่ให้ลงก็ไม่ยอม

    มหาชาตินำสร้อยโบราณมาหลอมทำเป็นกระสุนปืนใส่ร็อกเก็ตห้อยคอ ขวัญตาที่ดื้อรั้นซ้อนมอเตอร์ไซค์มาด้วยเฝ้ามองเขาด้วยความเป็นห่วง ย้ำว่าเขาคือขุนกระทิงจริงๆ

    “ไม่รู้...ผมไม่รู้อะไรเเล้ว”

    “ยอมรับมันเหอะ ไม่งั้นเครื่องโลหะที่คุณขนจากชุมพรขึ้นวิเศษไชยชาญเพื่อเอาไปให้บางระจันหลอมทำอาวุธมันจะมาเสร็จสิ้นเอาในชาตินี้เหรอ”

    “ถ้าผมคือขุนกระทิง ไหนล่ะวังรุ้งของผม เอาวังรุ้งของผมคืนมาสิ”

    ขวัญตาอึ้ง อยากพูดใจจะขาดว่าตนคือวังรุ้งในอดีต

    “คุณอยู่ใกล้คนรัก แต่เคยพูดอะไรไม่ได้ไหม อยากบอกเขาใจจะขาด แต่ก็ทำได้แค่เพียงมองดูเขาจากไปต่อหน้าต่อตา”

    หญิงสาวกล้ำกลืน จำใจโกหกว่าไม่เคย มหาชาติตัดบทไม่อยากให้เธออยู่ใกล้เขา เพราะไม่ต้องการให้มีจุดจบเหมือนหลายคนที่ต้องตาย!

    ooooooo

    เกลียวสะใจที่บ้านเสี่ยซ้งโดนตำรวจบุกทลายยาเสพติดและคิดว่าป่านนี้เสี่ยต้องหนีหัวซุกหัวซุน แต่หารู้ไม่ว่าเสี่ยซ้งแอบมาสอดส่องอยู่หน้าบ้านเกลียวในคืนนี้

    เสี่ยซ้งจับตามองโสภณหายเข้าไปในบ้าน โสภณมีข่าวมาบอกเกลียวว่าพวกหน่วยปฏิบัติการพิเศษอาจจะรู้ฐานะของตนแล้ว จึงฝากงานสำคัญให้เกลียวทำ โดยรับรองว่างานนี้สำเร็จจะไม่มีใครมายุ่งกับเขาอีก

    เมื่อโสภณกลับออกมาขึ้นรถก็ถูกเสี่ยซ้งจู่โจมเข้ามาเบาะหลังใช้ปืนจี้ท้ายทอย พูดอย่างแค้นใจว่าตนไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

    “เสี่ย...เปลี่ยนใจยังทันนะ”

    “เพราะงี้ใช่มั้ย ท่านถึงไม่บอกผมว่าจะนำกำลังเข้าบุกบ้าน”

    “มันกะทันหัน ฉันเองก็ถูกสงสัย”

    “สงสัยว่าจะจับขั้วกับไอ้เกลียวน่ะสิ”

    “ฟังนะ ฉันสามารถล้างผิดให้แกได้”

    “แลกกับอะไร”

    โสภณค่อยๆตะล่อม ที่สุดเสี่ยซ้งก็โอนอ่อน ยอมทำตามข้อเสนอของอีกฝ่าย

    ooooooo

    วันถัดมา มหาชาติและทีมงานก็ได้รับคำสั่งจากถาวรให้ทำลายฐานปฏิบัติการทิ้งเพราะระแคะระคายว่าที่ตั้งของหน่วยเราถูกเปิดเผย

    “ไปเก็บของส่วนตัวของพวกคุณจากที่นี่ออกให้หมด เราจะทำลายทุกอย่างที่เป็นหลักฐานถึงหน่วยงานคดีที่ไม่มีความปรานี แยกย้ายกันไป”

    ทุกคนพร้อมรับคำสั่ง แต่ก่อนแยกย้ายมีการพูดคุยกันถึงหนอนบ่อนไส้ที่เป็นสายให้โจร มหาชาติไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น แกล้งพูดว่าก่อนสวินตายบอกไว้ว่าตำรวจคนนั้นคือใคร แต่ตนต้องรอหลักฐานก่อน

    โสภณระแวงแต่พยายามเก็บพิรุธ ขณะที่เฮี้ยว สาธิต และตุ๊กต่างจับตามองกันไปมาแต่เดาไม่ได้ใครคือสายโจร แล้วทุกคนก็รีบปฏิบัติตามคำสั่งของถาวร

    ขณะทุกคนแยกย้ายกันเคลียร์เอกสารและสิ่งของภายในหน่วยงาน เมฆินบุกเข้ามาพร้อมอาวุธหนักยิงเจ้าหน้าที่ชั้นล่างตายเรียบ เกลียวกับสมุนมาทีหลัง แน่ใจว่ามีคนบุกเข้ามาก่อนพวกตน แล้วทั้งหมดก็กรูเข้ามาในตึก เกลียวให้สมุนกลุ่มหนึ่งแยกขึ้นไปทางบันไดหนีไฟ ส่วนตัวเองกับคุงและบิณยืนรอลิฟต์อย่างใจเย็น

    พวกมหาชาติเผาทำลายเอกสารและสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้งแล้วเตรียมกลับออกมาพร้อมถาวร

    “จากนี้ไปผมจะแจ้งให้ทราบอีกทีว่าเราจะเจอกันยังไง”

    “แล้วอาวุธในคลังที่นี่?” หมวดเฮี้ยวถาม

    “ค่อยขนย้ายอีกที”

    มหาชาติมองรอบด้านแล้วบ่นเสียดาย หมวดเฮี้ยวปลอบใจผู้กองมหาชาติและตนเองว่า

    “เอาน่าผู้กอง หน่วยเรามันอยู่ในนี้...ไม่ใช่สถานที่”

    หมวดเฮี้ยวชี้ที่หน้าอกข้างซ้ายตัวเอง มหาชาติพยักหน้า แล้วทั้งกลุ่มก็ชักแถวออกไป...

    เมฆินขึ้นลิฟต์มาคนเดียว จังหวะที่ประตูลิฟต์เปิดแล้วเขาก้าวออกมาเป็นจังหวะเดียวกับที่ถาวรเดินมากับพวกลูกทีม เมฆินเห็นทุกคนก่อน ใช้ปืนในมือยิงถาวรอกทะลุเลือดกระจายโดยไม่มีใครทันตั้งตัว เซไปทั้งกลุ่ม

    เมื่อเห็นเป็นโอกาสเมฆินไม่รีรอกระหน่ำยิงไปอีก พลันประตูหนีไฟเปิดพรวด สมุนของเกลียวทะลักออกมากระหน่ำยิงตำรวจที่พยายามลากร่างถาวรกลับเข้าไปด้านใน

    เมฆินฉากหลบตามไป ขณะที่ห่ากระสุนปลิวว่อน ประตูลิฟต์อีกตัวเปิดออก เกลียว คุง บิณ ยิงสวนออกมาก่อนและเห็นตำรวจไวๆ ทุกคนกรูกันตามเข้าไปในฟลอร์ที่โล่งทั้งชั้นมีเพียงโต๊ะทำงานตัวเดียว เลือดแดงฉานของถาวรที่ถูกลากไปตามพื้นเหมือนใครเอาสีมาทาบอกทางไว้

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 21:53 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์