ข่าว

วิดีโอ



คุณหนูเรือนเล็ก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์

กำกับการแสดงโดย: คณวัชร สังวริบุตร

ผลิตโดย: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร,เกศรินทร์ น้อยผึ้ง

เสร็จจากแจ้งความ เทวัตมาส่งดาญ่าถึงเรือนเล็ก หลังล่ำลากันด้วยความอาลัย เขาเดินกลับมาที่รถแต่ต้องชะงักเมื่อเจอเหิมดักรออยู่ คิดว่าพ่อมาเอาเรื่องที่ทำให้นันทิยาถูกตำรวจจับ รีบแก้ตัวแทนดาญ่าที่จำเป็นต้องแจ้งตำรวจเพราะนันทิยาคลุ้มคลั่งพยายามใช้มีดแทงดาญ่า

“ต้นเหตุมาจากใครล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะหึงแก ฉันเคยเตือนหลายครั้งแล้ว ความเป็นความตายของนังดาญ่าขึ้นอยู่กับแกแกก็ยังดื้อด้านมายุ่งกับมันอีก”

เทวัตพยายามอธิบายแต่เหิมไม่ฟัง หาว่าเขาไม่เคยเห็นหัวตนเองไม่ว่าจะเรื่องดาญ่าหรือเรื่องที่เขาไปกินอยู่ในบ้านวิจารณ์ เทวัตไม่อยากมีปัญหา หากพ่อจะให้ทำอะไรเพื่อชดใช้ที่ทำให้ท่านโกรธเขายินดีทำทุกอย่าง เหิมไม่ต้องการอะไรขอแค่เอาซอสามสายหักสองท่อนที่เขาเอาติดมือไปด้วยมาคืน เขารับปากจะคืนให้

“พรุ่งนี้เลย แกเอามาคืนให้ฉันกับมือ แต่จะเป็นที่ไหนแล้วฉันจะโทร.ไปบอก”

ชายหนุ่มรับปากโดยไม่รู้เลยว่าเหิมเตรียมแผนร้ายไว้รอเขาอยู่ จากนั้นเขาเดินตรงไปยังรถที่จอดอยู่ ยังไม่ทันสตาร์ตเครื่อง ผีภิมุขปรากฏตัวขึ้นที่หน้าต่างรถ เตือนไม่ให้ไป เขาตกใจสุดๆ ขยี้ตามองอีกครั้งภิมุขหายไปแล้วเหลียวมองไปรอบๆก็ไม่เจอใคร มองกระจกส่องหลังเห็นเหิมยืนมองอยู่อึดใจก่อนจะเดินเข้าตึกใหญ่ เขาขับรถจากมาอย่างงงๆไม่สามารถหาคำตอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

ooooooo

ที่ห้องนอนใหญ่บนเรือนเล็ก ดาญ่านั่งมองรูปพ่อกับแม่ด้วยน้ำตาคลอเบ้า บ่นกับท่านทั้งสองว่ามะรืนนี้จะเป็นวันเกิดของเธอแล้ว เมื่อพินัยกรรมเปิดเราจะได้รู้เช่นเห็นชาติคนชั่วกัน แต่เธอยังไม่มีหลักฐานเลยสักชิ้นเดียวว่าใครกันที่เป็นฆาตกรฆ่าคุณพ่อ

“ทั้งหมดเป็นความผิดของดาญ่าคนเดียว ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ วันนั้น...” พูดได้แค่นั้นมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เธอเหมือนถูกมนต์สะกดบางอย่างดึงให้ย้อนกลับไปสู่ความฝันในอดีต ลุกขึ้นไปเปิดประตู เจอดารินในสภาพป่วยหนักยืนอยู่ เธอไม่รู้สึกกลัวแม่แม้แต่น้อยกลับดีใจเสียด้วยซ้ำ ท่านขอร้องให้เธอช่วยด้วยแล้วยื่นมือมาหา ร่างของท่านกลับถูกกระชากลอยหายไปในความมืดด้านหลัง เธอจะตามแต่ประตูปิดปังใส่หน้า

ดาญ่าสะดุ้งตื่นขึ้นพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในหอพักของมหาวิทยาลัยในอเมริกา ก้มมองมือตัวเอง เห็นมีผ้าพันคอฝีมือแม่กับจดหมายที่แนบมาด้วย หยิบผ้าพันคอมากอดด้วยความคิดถึง แต่แล้วใจต้องสลายเมื่อพ่อโทร.ทางไกลมาบอกว่าแม่ตายแล้ว เธอทำใจให้เชื่อไม่ได้ แม่จะตายได้อย่างไรเธอเพิ่งได้รับผ้าพันคอที่แม่ส่งมาให้ ภิมุขยืนยันว่าดารินตายแล้วจริงๆ ให้ลูกรีบกลับเมืองไทย ดาญ่าปล่อยโฮกอดผ้าพันคอไว้แน่น...

ไม่กี่วันถัดมาดาญ่ากลับถึงคฤหาสน์วศวงศ์ เจอพ่อยืนกอดกับวัชรีนางพยาบาลของแม่อยู่ในสวนก็ไม่พอใจต่อว่าพ่อว่าแม่เพิ่งตายเธอจะต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ด้วยหรือ ภิมุขอ้ำอึ้ง ดาญ่าจึงเป็นฝ่ายเดินเข้าหาวัชรี

“เป็นแค่พยาบาลที่จ้างมาดูแลคุณแม่ คุณมากอดคุณพ่อฉันทำไมห๊ะ”

“ดาญ่าฟังพ่อนะ เรื่องนี้คุณวัชเขาไม่ผิด พ่อเองที่เป็นคนผิด” ภิมุขรีบกันลูกสาวไว้ เธอเห็นพ่อออกรับแทนก็ถึงบางอ้อว่าเกิดอะไรขึ้นทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่องนังผู้หญิงหน้าด้าน ภิมุขต้องดึงเธอออกมาคุยตามลำพัง อธิบายว่าไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น ดาญ่าต่อว่าท่านทั้งน้ำตา

“แต่มันก็เกิดขึ้นทั้งที่คุณพ่อยังมีคุณแม่อยู่ ทั้งๆที่คุณแม่กำลังป่วยอยู่ คุณพ่อทำอย่างนี้กับคุณแม่ได้ลงคอ”

“ก็อย่างที่พ่อบอก พ่อไม่ได้ตั้งใจพ่อยังรักแม่ลูกคนเดียว แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมาพ่อก็ดูแลแม่ลูกอย่างดี คุณวัชเขาก็ช่วยดูแลแม่ลูกอย่างดีที่สุด”

“ดูแลอย่างดีที่สุดแล้วทำไมคุณแม่ถึงตาย ตอบมาสิคะทำไมคุณแม่ถึงตาย”

ภิมุขอ้างว่าดารินป่วยหนักมาก สุดความสามารถจะเยียวยาได้ ดาญ่าไม่เชื่อว่าแม่ป่วยขนาดนั้น หาว่าพ่อมัวแต่หลงนังพยาบาลทำให้แม่ตรอมใจตาย ท่านพยายามชี้แจงแต่เธอไม่ฟังเดินหนีไปที่เรือนเล็ก เจอเหิมกำลังถือเสื้อผ้าข้าวของบางส่วนของดารินออกมา เขาถึงกับชะงัก พอตั้งสติได้ออกตัวว่ามาช่วยเก็บข้าวของเครื่องใช้ของดาริน เธอต่อว่าเขาทำไมไม่ช่วยห้ามพ่อไม่ให้ไปยุ่งกับยัยพยาบาลซึ่งเป็นญาติของเขา

“วัชรีเป็นญาติของอาก็จริง แต่เรื่องแบบนี้อาจะไปห้ามอะไรได้”

“แต่สิ่งที่ยัยวัชรีทำมันผิดนะคะ ตัวเองมีหน้าที่มาดูแลพยาบาลคุณแม่แต่ดันปล่อยตัวมีอะไรกับนายจ้าง”

“แต่ที่อารู้ วัชรีเขาไม่ได้เต็มใจนะ คุณพ่อหนู เอ่อ...คงจะเหงามากเพราะคุณแม่หนูป่วยมานานก็เลยเอ่อ...”

ดาญ่าทนฟังไม่ได้ยกมือปิดหูวิ่งหนีออกไป

ooooooo

เสร็จงานเผาศพแม่ ดาญ่าไล่วัชรีออกจากบ้านต่อหน้าพ่อ เห็นยัยนั่นยืนนิ่งจึงไล่ซ้ำอีกครั้งคราวนี้เสียงดังกว่าเดิมหลายเท่า วัชรีทำเป็นกลัวตัวสั่นเข้าไปเกาะแขนภิมุขอย่างต้องการคนปกป้อง ดาญ่ายิ่งโกรธสั่งให้ปล่อยมือจากพ่อของตนเดี๋ยวนี้ เธอไม่มีสิทธิ์มาวอแวกับท่าน

“ทำไมวัชจะไม่มีสิทธิ์ วัชก็เป็นเมียพ่อคุณเหมือนกัน”

“หน้าไม่อายพูดออกมาได้ ไหนว่าไม่เต็มใจจะเป็นเมียพ่อฉันไง ไม่เต็มใจก็ไปซะ ฉันให้โอกาสเธอแล้วไงทำไมยังไม่ไปจากพ่อฉันอีก”

ภิมุขพยายามไกล่เกลี่ยแต่ไม่สำเร็จ ดาญ่ายืนกรานให้วัชรีไปจากที่นี่ท่าเดียว แต่ถ้าท่านยังต้องการจะอยู่ร่วมเตียงกับผู้หญิงคนนี้ คนที่กินบนเรือนขี้บนหลังคามันมีอะไรกับพ่อทั้งๆที่คุณแม่ยังนอนป่วยอยู่น่าขยะแขยงที่สุด เชิญพ่อมีความสุขกับเมียใหม่ตามสบายแล้ววิ่งขึ้นบ้านไปเก็บข้าวของ ไม่นานนักเธอลากกระเป๋าเดินทางลงมาใส่รถแท็กซี่ซึ่งจอดรอยู่หน้าบ้าน ภิมุขรีบตามมาขอร้องให้คุยกันก่อน แต่เธอไม่สนใจขึ้นรถปิดประตู

“ลูกจะจากพ่อไปทั้งๆที่เรายังไม่เข้าใจแบบนี้ไม่ได้นะดาญ่า เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อนสิลูก พ่อมีลูกเพียงคนเดียวนะดาญ่า ต่อให้พ่อมีคนอื่น ลูกก็ยังเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของพ่อ”

ดาญ่าสั่งให้คนขับแท็กซี่ออกรถ ภิมุขตะโกนไล่หลังขอร้องเธออย่าลงโทษท่านด้วยวิธีนี้ ป่วยการจะร้องขอ รถแท็กซี่แล่นฉิวออกไปจนลับสายตา ทิ้งให้ภิมุขมองตามด้วยน้ำตาคลอเบ้า วัชรีกับเหิมที่ยืนมองอยู่ด้านหลังแอบยิ้มพอใจที่กำจัดดาญ่าไปพ้นทางได้...

ดาญ่านึกถึงเรื่องราวในอดีตครั้งนั้นแล้วอดเสียใจไม่ได้ ถ้าตอนนั้นตนเองมีสติมากกว่านี้ คงไม่ทิ้งพ่อไว้คนเดียวกับหมู่โจร ท่านก็คงไม่ต้องถูกฆ่าตายอย่างน่าสงสาร

“ดาญ่าขอโทษ...ขอโทษค่ะคุณพ่อ” ดาญ่าก้มกราบรูปภิมุขร้องไห้โฮ มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เธอเดินไปเปิดรับ ฝนยืนอยู่พร้อมกับถาดใส่แก้วกับขวดน้ำ เผื่อเจ้านายจะหิวน้ำกลางดึก แล้วถามว่าพวกตึกใหญ่กลับกันมาแล้วหรือ เธอพยักหน้าจะไม่กลับมาได้อย่างไรในเมื่อวันมะรืนจะเป็นวันเปิดพินัยกรรมของพ่อ ฝนเดาว่าถ้าวัชรีได้รับมรดกคงไม่คืนเรือนหลังนี้ให้เธอ

“เพราะอย่างนั้นฉันถึงต้องทวงคืนด้วยตัวเองไง”

“ฝนเอาใจช่วยให้คุณดาญ่าทำสำเร็จนะคะ คืนนี้ก่อนนอนฝนจะไหว้พระสวดมนต์ ขอให้วิญญาณคุณผู้ชายช่วยให้คุณดาญ่าทวงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของคุณมาจากพวกนั้นได้ทั้งหมด”

“ขอบใจมากจ้ะฝน” ดาญ่าจับแขนฝนซาบซึ้งในความห่วงใยที่มีให้

ooooooo

เทวัตหยิบซอสามสายที่หักออกมาดู มีคำถามเกิดขึ้นมากมายในใจ ทำไมซอตัวนี้ถึงหัก พ่อไม่เคยเล่นดนตรีเลยทำไมต้องเก็บมันไว้ วางซอลงแล้วจะออกจากห้องพลันมีเสียงแผ่วเบาราวกับมาจากที่ไกลๆ

“อย่า...ให้...ไป...อย่า”

ชายหนุ่มชะงักหันมองหาว่าเสียงมาจากไหน ก่อนจะมาหยุดมองที่ภาพวาดหนูเล็ก จังหวะนั้นเหิมส่งข้อความมาหา ว่าวันนี้จะไปหาลูกความที่อู่ซ่อมเรือเรืองขจรที่บางกอกน้อย ให้เขาเอาซอสามสายไปส่งให้ที่นั่นเที่ยงตรง เขามองนาฬิกาที่แขวนบนผนังบอกเวลา 9 โมงกว่าๆ กลับไปหยิบซอสามสายแล้วเปิดประตูออกจากห้อง เจอฤกษ์ยืนอยู่พอดี จะมาเชิญลงไปดื่มกาแฟ ท่านเศรษฐีรออยู่ เทวัตรับทราบขอเอาซอไปเก็บในรถก่อน

“นั่นคุณจะเอาซอสามสายไปไหนครับ”

“อ๋อ พ่อให้ผมเอาไปคืนน่ะครับ พ่อไม่พอใจมากที่ผมเอาของพ่อติดมือมา ผมก็ไม่รู้ว่าพ่อจะหวง เห็นว่าซอหักแล้ว คิดว่าพ่อคงทิ้ง ผมเสียดายก็เลยหยิบติดมือมา ไม่ได้คิดอะไร”

ไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจ ฤกษ์รู้สึกเป็นห่วงเทวัตอย่างบอกไม่ถูก อาสาจะเอาซอคันนี้ไปคืนเหิมให้เอง เทวัตเกรงใจบอกว่าไม่เป็นอะไร ตนเอาไปคืนเองได้

“เป็นสิครับ ผมได้ยินท่านสั่งแสงดีให้ทำกับข้าวเที่ยงนี้ท่านจะให้คุณโทร.เชิญคุณดาญ่ามากินข้าวเที่ยงด้วย อย่าให้ท่านผิดหวังเลยครับ ท่านเพิ่งจะเสียลูกชายไป ท่านคงอยากมีความสุขเพื่อลืมความทุกข์ด้วยการใช้เวลากับคุณสองคน แค่เอาซอไปคืนแล้วกลับ คุณไม่ต้องเสียเวลาไปเองหรอกครับ ให้เวลาที่มีค่าของคุณกับท่านเถอะครับ ส่วนซอนี่ผมจะทำหน้าที่ไปคืนแทนคุณเอง”

“ถ้าอย่างนั้นผมรบกวนลุงเกิดด้วยครับ”

ฤกษ์รับซอมาด้วยความเต็มตื้นเหมือนได้ทำอะไรเพื่อลูก รูปวาดของหนูเล็กมองลงมาคล้ายจะพอใจที่ลูกไม่ต้องไปหาเหิมตามนัด...

จากนั้นไม่นานเทวัตไปหาวิจารณ์ที่กำลังรอกินมื้อเช้าด้วย ครั้นท่านรู้ว่านายเกิดบอกเขาแล้วว่าท่านอยากเชิญดาญ่ามากินข้าวกลางวันที่บ้านจะได้คุยกันเรื่องรุกขเทวดาที่ยังคุยค้างอยู่ ไม่รู้เธอว่างหรือเปล่า เทวัตมั่นใจว่าเธอว่างแน่นอน เพราะเธอเองอยากคุยกับท่านเรื่องนี้เช่นกัน ท่านแปลกใจทำไมเธอถึงสนใจเรื่องนี้

“เรื่องมันยาวครับ ไว้ให้คุณดาญ่าคุยกับคุณตาเองจะดีกว่า ตอนนี้ผมรีบโทร.เชิญคุณดาญ่าก่อนนะครับ”

“เออ จริงสิ รีบโทร.เข้าเดี๋ยวหนูดาญ่าจะไปรับนัดใครซะก่อน”

เทวัตรีบโทร.ชวนดาญ่ามากินข้าวเที่ยงบ้านคุณตาด้วยกัน เธอตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา...

ที่บริษัทเอกธนกิจ เนตรสุดาเพิ่งมาถึงออฟฟิศเห็นอำนวยเปิดประตูห้องทำงานรังสรรค์สอดส่ายสายตาเข้าไปสำรวจข้างใน แกล้งร้องทักเสียงดังสอดแนมอะไรหรือ อำนวยถึงกับแต๋วแตกร้องว้ายลั่นก่อนแก้ตัวเป็นพัลวัน

“คุณรังสรรค์ยังไม่มาทำงานเลยเจ๊ ติดต่อไม่ได้โทร.ไปก็ไม่มีสัญญาณ มันดูแปลกๆวิเวกวังเวงยังไงก็ไม่รู้”

“ตกลงนี่แกเป็นห่วงเขาหรือว่าแช่งเขาอยู่ยะ”

“ก็ทั้งสองอย่างแบบทั้งรักทั้งเกลียดอ่ะ เฮ้ยเจ๊ อย่าชวนเป๋สิ เจ๊ว่ามันไม่แปลกเหรอ อยู่ๆคุณรังสรรค์ก็หายตัวไปซะเฉยๆอย่างนั้น ถ้าเขาป่วยเป็นอะไรไปเมืองนอกหรือไปธุระที่ไหนเขาก็น่าจะบอกนวยหรือใครไว้จริงป่ะ”

เนตรสุดาเห็นด้วยกับอำนวยแต่ไม่พูดอะไร เดินกลับมาที่โต๊ะทำงานตัวเองใช้บลูทูธโทร.หาอารยะ

“พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันเปิดพินัยกรรมของคุณดาญ่าแล้ว นายรังไข่หายไปแบบนี้แอบไปฟักไข่เป็นตัวรึเปล่าก็ไม่รู้”

อารยะงงฟักไข่อะไร ขอร้องให้ช่วยอธิบายให้เข้าใจด้วย เนตรสุดาคิดว่าที่รังสรรค์หายตัวไปเพื่อเตรียมแผนการบางอย่างร่วมกับวัชรีและเหิมเพื่อโกงพินัยกรรมดาญ่า เขากลับไม่คิดอย่างนั้น อาจจะเกิดบางอย่างไม่ดีขึ้นกับรังสรรค์ก็ได้ ตั้งแต่มันหายตัวไปไม่มีใครเป็นเดือดเป็นร้อนมาตามมาถามหาหรือยัง เนตรสุดารู้แค่ว่าวันก่อนเหิมเข้ามาที่แผนกบอกว่ามาเอาเอกสารในห้องรังสรรค์ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเดือดร้อนมาถามหาอีกเลย

“หลานชายสุดที่รักหายไปทั้งคน คนที่ร้อนใจที่สุดน่าจะเป็นคุณวัชรีเพราะรังสรรค์กุมความลับเรื่องสั่งซื้อยาอันตรายให้แม่คุณดาญ่า”

“เฮ้ย หรือว่ายัยวัชรีจะดีใจที่สุดที่นายรังสรรค์หายไป”

อารยะชมเธอว่าฉลาดมาก สมกับเป็นแฟนทนายอย่างเขา เนตรสุดาคุยโม้ต่อให้เป็นแฟนนายกฯเธอก็ฉลาดทันกันอยู่ดี อารยะไม่วายจิกกัดว่าใช่นายกสมาคมแก้ปัญหาหญิงขึ้นคานแห่งประเทศไทยไหม

“ใช่ ก็นายไงที่จะเป็นนายกฯในอนาคต...บ้าขึ้นคงขึ้นคานอะไร พรุ่งนี้เปิดพินัยกรรมถ้านายช่วย

คุณดาญ่าคว้ามรดกมาไม่ได้ล่ะก็ ระวังนายจะเจอคานตีหัว” เนตรสุดาหันมาเห็นอำนวยโผล่หน้ามาฟังก็ตกใจ “อุ้ย แค่นี้ก่อนนะมีคนมาขายเผือกแถวนี้” เธอวางสายแล้วหันไปดึงจมูกอำนวย โวยใส่มาแอบฟังอะไร ได้ยินอะไรบ้าง เขาได้ยินแค่เธอจะเอาคานตีผู้ชายเท่านั้น เนตรสุดาก็เลยไม่เอาเรื่องเขา

ooooooo

อุ่นกับอำไพหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้ากับของกินกลับมาถึงคฤหาสน์วศวงศ์ เจอดาญ่าที่กำลังจะออกไปบ้านวิจารณ์พอดี อุ่นตกใจปล่อยไหปลาร้าในมือร่วงลงพื้น โชคดีที่อำไพพุ่งไปรับไว้ทัน

“พอเจ้านายกลับก็เรียกบ่าวกลับมารับใช้เลยนะ” ดาญ่าแขวะ

“ระวังตัวให้ดีเถอะ นายว่าขี้ข้าพลอยกันนัก” ฝนโผล่มาจากอีกทาง อุ่นกับอำไพหันไปเห็นก็สะดุ้งโหยงพากันเผ่นแน่บ ฝนตะโกนไล่หลังกลับบ้านนอกไปแล้วไม่รู้จะเรียกกลับมาทำไมอีก ดาญ่าเชื่อว่าวัชรีคงคิดจะมาอยู่ที่นี่ถาวรหลังจากเขี่ยเธอออกจากบ้านไปได้แล้ว ฝนภาวนาให้คนที่ถูกเขี่ยเป็นฝ่ายวัชรี บ้านนี้จะได้สงบสุขสักที

“พรุ่งนี้ก็รู้...ฉันไปล่ะ ฝนอยู่ที่เรือนเล็กนะ ไม่ต้องย่างกรายไปตึกใหญ่ให้เขารังแกอีก”...

ด้านวัชรีเห็นอุ่นกับอำไพวิ่งหิ้วกระเป๋าหน้าตื่นเข้ามาก็เอ็ดใส่ กลับมาถึงก็ส่งเสียงเอะอะเลยหรือ อำไพอ้างว่าเจอผีดาญ่ากับผีนังฝนออกมาต้อนรับจึงต้องพากันวิ่งหนี วัชรียืนยันว่าสองคนนั้นไม่ใช่ผี อำไพกับอุ่นเห็นกับตาว่าสองคนนั่นเป็นผีจะไม่ให้กลัวได้อย่างไร

“พรุ่งนี้แกก็ไม่ต้องกลัวมันอีกแล้ว ฉันจะไล่พวกมันออกไปจากบ้านนี้ให้หมดแล้วต่อจากนั้นที่นี่ก็จะมีแต่ฉัน”

อุ่นไม่เข้าใจทำไมต้องเป็นวันพรุ่งนี้ วัชรีอธิบายว่าวันพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของดาญ่าซึ่งภิมุขกำหนดไว้ก่อนตายให้เปิดพินัยกรรมในวันเกิดของลูกสาว อำไพมองออกพูดแบบนี้แปลว่าคุณผู้หญิงมั่นใจว่าจะเป็นคนได้รับมรดกทั้งหมดใช่ไหม

“ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยมั่นใจอะไรเท่านี้มาก่อนเลย...กลับมาแล้วก็เริ่มงานบ้านได้เลยนะ เช็ดล้างกวาดถู เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้หมดเป็นการล้างบ้านรอฉลองวันสำคัญพรุ่งนี้”

“แล้วนี่คุณผู้หญิงจะออกไปข้างนอกเหรอคะ”

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันจะออกไปประกันตัวยัยนันซะหน่อย” พูดจบวัชรีเดินลิ่วไปขึ้นรถ ทิ้งให้อุ่นกับอำไพสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ถึงกับต้องไปประกันตัวนันทิยากันเลยหรือ...

ภายในห้องขังบนโรงพัก นันทิยาไม่พอใจที่เหิมส่งทนายผู้ช่วยมาเดินเรื่องประกันตัวเธอแทนที่จะมาด้วย ตัวเองแต่ก็บ่นอะไรมากไม่ได้ เพราะถ้าไม่ให้เขาเดินเรื่อง ประกันให้ เธอก็จะไม่ได้ออกจากห้องขัง...

ในขณะเดียวกัน วิจารณ์ ดาญ่าและเทวัตนั่งกินข้าวกลางวันกันอย่างมีความสุข มีเพียงเทวัตเท่านั้นที่ยังเป็นกังวลเล็กน้อยเรื่องที่ให้ฤกษ์เอาซอสามสายไปคืนเหิมแทนตัวเอง...

คนที่เทวัตเป็นห่วงเพิ่งมาถึงสถานที่ตามนัด เห็นสภาพไร้ผู้คนของอู่ซ่อมเรือพอเดาออกว่าต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เหิมที่ซุ่มดูอยู่แปลกใจทำไมฤกษ์ถึงมาปรากฏตัวแทนเทวัต แต่ไหนๆมันก็มาแล้วจะได้ฆ่าปิดปากไม่ให้เสียเที่ยว ค่อยๆก้าวออกมาจากที่ซ่อน ฤกษ์มองไม่พอใจ

“แกคิดจะทำอะไรถึงนัดคุณเทวัตเอาซอสามสายมาคืนในที่ปลอดสายตาคนแบบนี้”

“แกนี่มันคงจะติดคุกซะนานจนกลัวขี้ขึ้นสมองไปหมด”

ฤกษ์ไม่ได้กลัวแต่ไม่ไว้ใจฆาตกรอย่างเหิมต่างหาก เขาโวยว่าฤกษ์เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า คนที่ฆ่าหนูเล็กคือจักรินไม่ใช่เขา และตอนนี้จักรินก็มาชิงตายไปเสียก่อนที่ฤกษ์จะได้สะสางอะไรกับมัน ฤกษ์ไม่สนใจถึงจักรินตายแต่เหิมยังอยู่ให้ตนสะสางอีกคน แล้วถามว่าเอาลูกชายของตนไปไว้ไหน เขาจะตอบก็เมื่อฤกษ์คืนซอมาก่อน

อิ่มหนำสำราญจากมื้อเที่ยง วิจารณ์ ดาญ่าและเทวัตพากันไปนั่งจิบกาแฟที่ศาลากลางสวน ดาญ่าถือโอกาสถามวิจารณ์ถึงเรื่องที่คุยค้างจากครั้งก่อนว่ารุกขเทวดาตัวน้อยที่มาอยู่กับท่านขอให้ท่านช่วยอะไรหรือ

“อ๋อ เขาขอให้ฉันช่วยตามหาน้องสาวที่พลัดพรากให้เขา”

ดาญ่าตื่นเต้นดีใจจนออกนอกหน้า วิจารณ์อดสงสัยไม่ได้เธอดีใจเรื่องอะไรกัน เธอรู้ว่าน้องสาวที่พลัดพรากของเด็กผมจุกบ้านนี้อยู่ที่ไหน วิจารณ์ถึงกับตะลึงเนื่องจากตามหาน้องสาวของรุกขเทวดามานานแล้วแต่ไม่เจอตัวสักที พี่สาวคุณหนูเรือนเล็กวิ่งเข้ามาในศาลาสีหน้าตื่นเต้นดีใจไม่แพ้ดาญ่าเช่นกัน

“เจอน้องสาวของหลานแล้วเหรอคะคุณปู่ อยู่ที่ไหนคะ”

“อยู่ที่บ้านดาญ่าเองค่ะ” ดาญ่าตอบคำถามแทน วิจารณ์สงสัยว่าแกไปอยู่กับเธอได้อย่างไร ดาญ่าเล่าให้ฟังว่าพ่อของเธอได้ไม้เก่ามาจากทางเหนือมาสร้างเรือนเล็กให้คุณแม่พักรักษาตัวตอนที่ป่วย แล้วคนที่ออกแบบบ้านหลังนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือเทวัตนั่นเอง วิจารณ์อึ้งรอบสอง

“นี่โชคชะตาคงลิขิตไว้แล้วให้เรามาพบกัน ดีใจด้วยหลาน หลานหาตัวน้องสาวเจอแล้ว”...

ระหว่างที่บ้านท่านเศรษฐีกำลังมีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น ที่อู่ซ่อมเรือ ฤกษ์ไม่ยอมคืนซอสามสายให้ ถ้าเหิมไม่ยอมบอกก่อนว่าลูกของตนเป็นใคร อยู่ที่ไหน เหิมไม่พอใจชักปืนออกมาจ่อสั่งให้ส่งซอมา ฤกษ์ใช้ซอตีมือที่ถือปืน ทำให้ปืนลั่นปัง เฉี่ยวเขาไปนิดเดียว เหิมจะยิงซ้ำแต่เขาไวทายาดพุ่งเข้าไปคว้าปืน สองคนยื้อแย่งปืนกัน

จังหวะหนึ่งเหิมพลาดท่าถูกฤกษ์คว้าข้อมือบิดปืนร่วง แล้วต่อยซ้ำสองหมัดซ้อน ใช้ท่อนแขนทุบท้ายทอยจนทรุดลงไปกับพื้น เตะปืนกระเด็นไปไกล ก่อนจะล้วงมีดออกจากย่ามจี้คอเหิมไว้

“มึงเอาลูกกูไปเลี้ยงใช่ไหม แล้วคุณเทวัตก็คือลูกกู”

เหิมแกล้งยอมแพ้ รับปากจะบอกความจริงทุกอย่าง ฤกษ์หลงกลลดมีดที่จ่อคอเขาลง เหิมเจ้าเล่ห์ใช้ชะแลงที่อยู่แถวนั้นฟาดใส่ฤกษ์หัวแตกเลือดอาบ แย่งมีดไปจากมือแทงซ้ำ ฤกษ์สะดุ้งเฮือก

“อยากเจอลูกมึงนักเหรอ กูไม่ให้มึงเจอเว้ย แต่กูจะให้มึงรู้ว่าลูกมึงเป็นใคร ก็ไอ้เทวัตนั่นแหละ มึงเข้าใจถูกแล้ว ฮ่าๆๆ แต่เสียดายที่มึงต้องตายเสียก่อน

ที่จะได้ไปบอกความจริงกับมัน ได้กอดมัน เทวัตลูกรัก” เหิมหัวเราะชอบใจ พร้อมกับแทงฤกษ์อีกครั้ง คราวนี้ร่างเขาแน่นิ่งไป เหิมดึงมีดออกแล้วลากร่างเขาไปทิ้งไว้ใต้ท้องเรือที่จอดซ่อมอยู่ ปิดประตูแล้วเอาข้าวของมาบังๆทางลงไว้ จากนั้นเอามีดโยนทิ้งน้ำ แล้วกลับมาที่ตัวอู่ค้นหาปืนที่หาย

เหิมเจอปืนตกอยู่ใกล้ถังน้ำมันเก่ารีบเก็บขยับจะไป เหยียบย่ามของฤกษ์ที่ตกอยู่ เอาไปทิ้งลงถังน้ำมันจุดไฟเผา หยิบซอสามสายขึ้นมา ก่อนจะผละจากไปทิ้งให้ฤกษ์นอนจมกองเลือดไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย

ooooooo

วิจารณ์ดึงพี่สาวคุณหนูมากอดดีใจไปด้วยในที่สุดก็ตามตัวน้องสาวเจอสักที แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อแกถามว่าเมื่อไหร่แกจะได้พบหน้าน้อง ท่านส่ายหน้ายังพบไม่ได้จนกว่าบารมีของแกกับน้องจะแก่กล้าพอ

“หลานกับน้องต้องทำดีให้มากจะได้หลุดพ้นและสามารถไปที่ไหนก็ได้ที่ตัวเองตั้งใจจะไป วันนั้น หลานกับน้องถึงจะมาเจอกันได้”

“แต่ที่ผ่านมาคุณหนูที่อยู่กับดาญ่าก็ช่วยเหลือ

ดาญ่ามากนะคะ ครั้งล่าสุดคุณหนูต้องบาดเจ็บหลบไปเข้าฌานรักษาตัว”

ท่านเศรษฐีว่าแค่นั้นยังไม่พอต้องมีการช่วยเหลือครั้งใหญ่หลวงหรือเรียกว่ามีผลงานชิ้นโบแดงถึงจะมีฌานแก่กล้า ดาญ่าอดหวั่นใจไม่ได้หากเป็นอย่างนั้นแสดงว่าต้องมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นแล้วคุณหนูจะต้องมาช่วยเธอเป็นครั้งสุดท้าย เทวัตเห็นเธอสีหน้าไม่ดีโอบไหล่ไว้อย่างปลอบโยน

“ไม่เอาสิดาญ่า อย่าคิดอย่างนี้”

จังหวะนั้นบุญนำวิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งวิจารณ์

ว่ามีตำรวจมาขอพบ ครู่ต่อมาดาญ่ากับเทวัตช่วยกันประคองท่านเศรษฐีมาที่ห้องรับแขก เจอผู้กองกมล

นั่งรอท่าอยู่ เขาแจ้งกับท่านว่าทางตำรวจได้เบาะแสใหม่ทำให้รู้ว่าจักรินไม่ได้ตายด้วยอุบัติเหตุ แต่ถูกฆาตกรรม ทุกคนต่างตกใจ วิจารณ์คาดไว้แล้วไม่มีผิด ลูกชาย

ของตนแข็งแรงไม่มีทางเมาแล้วตายง่ายๆแบบนี้ ตกลงใครกันที่ฆ่าลูกชายของตน

“มีคนอยู่ในห้องกับคุณจักรินในวันเกิดเหตุครับ จากกล้องวงจรปิดของโรงแรมเห็นชายคนนั้นรีบร้อนออกไปจากห้องในช่วงเวลาที่เราสันนิษฐานว่าคุณจักรินได้เสียชีวิต”

“แต่คนที่คิดจะฆ่าคนไม่น่าทิ้งหลักฐานไว้มัดตัวเองนะครับ” เทวัตตั้งข้อสังเกต

ผู้กองกมลคาดว่าผู้ต้องสงสัยอาจจะเป็นเพื่อนของผู้ตายที่นัดมาเจอพูดคุยกันตามธรรมดาแต่เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันจนนำมาสู่เหตุฆาตกรรม วิจารณ์สงสัยแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้น

“โทรศัพท์มือถือของคุณจักรินได้บันทึกเสียงทุกอย่างเอาไว้หมดครับ แม้กระทั่งเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตที่คุณจักรินกับชายคนนั้นร่วมกันกระทำความผิดก็ถูกเปิดเผยด้วย” จากนั้นผู้กองกมลเปิดโน้ตบุ๊กให้ดูเป็นคลิปภาพของจักรินที่ใช้มือถือถ่ายเซลฟี่ตัวเองไว้

“เอ่อ...คุณพ่อครับ ผม...มีเรื่องอยากจะบอกคุณพ่อ...” จักรินถ่ายคลิปได้แค่นั้นก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขัดจังหวะเสียก่อน เขาหันมองไปทางประตู พับเคสมือถือลงทำให้ภาพมืดไปแต่ยังอัดเสียงไว้ได้ มีเสียงเปิดประตู สักพักมีเสียงสนทนาดังขึ้น จักรินถามแขกผู้มาเยือนว่าลูกชายของหนูเล็กไม่ได้อยู่บ้านเขาแล้วใช่ไหม ประโยคนี้ทำเอาวิจารณ์แทบช็อก เทวัตต้องเข้าไปนั่งข้างๆจับแขนไว้ มีเสียงแขกผู้มาเยือนตอบ

“เฮ้ย แกมาถามอะไรตรงนี้วะ เดี๋ยวใครก็มาได้ยิน เข้าไปคุยกันข้างใน” เสียงเหิมในคลิปทำให้เทวัตเป็นฝ่ายเกือบช็อกบ้างเพราะจำเสียงพ่อเลี้ยงตัวเองได้ ดาญ่าเองก็จำเสียงเขาได้เช่นกันพึมพำชื่อเขาออกมา

ooooooo

การเปิดคลิปเสียงซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในคดีการเสียชีวิตของจักรินช่วงแรก ทำให้ความลับที่เก็บงำมามากกว่ายี่สิบปีเปิดเผยความจริงว่าเทวัตคือลูกของหนูเล็กที่เกิดกับฤกษ์ วิจารณ์จับมือเทวัตร้องไห้ด้วยความดีใจ

“หลานชายของตา นี่คุณเป็นลูกชายของหนูเล็กจริงๆเหรอเนี่ย” วิจารณ์โผกอดเทวัตซึ่งยังงงๆไม่หาย ดาญ่ามองอย่างซาบซึ้งใจที่ตาหลานได้เจอกัน แต่แล้วเสียงเหิมในคลิปที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนตกใจหันมาฟังเสียงต่อ

 “พอทีเถอะไอ้สาม แกหยุดพล่ามสักที ฉันไม่ซึ้งด้วยนะเว้ย ต่อให้ไอ้เทวัตไปอยู่ใกล้พ่อแก พวกมันก็

ไม่มีวันรู้เด็ดขาดว่าเป็นตาหลานกัน ต่อให้ไอ้ฤกษ์ก็เหอะมันไม่มีทางรู้ว่าไอ้เทวัตเป็นลูกมันหรอก เราสองคนจะต้องช่วยกันปิดจนถึงที่สุด” คำพูดของเหิมทำให้

เทวัตเจ็บปวดใจมากที่เขาหลงเคารพรักคนที่พรากเขาไปจากพ่อแม่

เสียงจากคลิปทำให้ทุกคนรู้อีกว่าเหิมกับจักรินทะเลาะกันเพราะผู้ตายต้องการสารภาพทุกอย่างให้พ่อรับรู้รวมทั้งเรื่องที่พลั้งมือฆ่าหนูเล็กเนื่องจากตัวเองใกล้ตายเพราะเป็นมะเร็งระยะที่สี่ แต่เหิมไม่ยอมให้เปิดเผยความจริง กลัวตัวจะติดร่างแหติดคุกตอนแก่ จึงเกิดพลาดพลั้งทำให้จักรินเสียชีวิต ยิ่งได้ยินเสียงสุดท้ายของเหิมในคลิปยิ่งทำให้มั่นใจว่าเขาเป็นคนทำให้จักรินตาย

“ห๊ะ...แกตายจริงๆเหรอเนี่ยไอ้สาม ฉันไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าแกนะเว้ย”

แม้จะดีใจที่ได้เจอหลานชาย แต่การได้รับรู้ความจริงว่าลูกสาวที่ตัวเองรอคอยให้กลับมาหานานกว่ายี่สิบปีตายไปแล้วด้วยฝีมือพี่ชายของเธอเอง ทำให้หัวใจที่อ่อนแอของวิจารณ์รับสภาพไม่ไหวเป็นลมหมดสติ

พี่สาวคุณหนูเรือนเล็กถลาเข้ามาหา

“คุณปู่คะ คุณปู่อย่าเป็นอะไรไปนะคะ”

เทวัตตะโกนเรียกแสงดีกับบุญนำให้เอายาของท่านมาให้ท่านเป็นลมไปแล้ว ดาญ่าเห็นหน้าท่านซีดไม่มีสีเลือดแนะให้พาไปส่งโรงพยาบาล ไม่นานนัก วิจารณ์ที่นอนหลับไม่ได้สติบนเตียงผู้ป่วยถูกเข็นมาตามทางไปห้องฉุกเฉินโดยมีเทวัตเดินตามจับมือไว้

“คุณตาครับ เราได้เจอกันแล้ว ผมอยากได้ยิน

คุณตาเรียกผมว่าหลาน คุณตาต้องไม่เป็นอะไรนะครับ”

รถเข็นคนป่วยมาถึงหน้าห้องฉุกเฉิน พยาบาลขอร้องให้ญาติคนป่วยรอข้างนอก ดาญ่าเข้ามาจับมือเทวัตไว้อย่างเป็นกำลังใจให้ พลางปลอบว่าท่านถึงมือหมอแล้ว ต้องปลอดภัยแน่นอนให้เขาทำใจให้สบายแล้วดึงตัวไปนั่งรอที่เก้าอี้ญาติผู้ป่วย เขาทรุดตัวลงนั่งกุมขมับ พึมพำไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี

“คุณได้เจอครอบครัวแล้ว ได้รู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร ได้เจอคุณตาที่น่ารัก ฉันดีใจกับคุณด้วย แต่...ก็ต้องเสียใจกับคุณ คนที่เลี้ยงคุณมากลับเป็นคนที่ทำลายครอบครัวคุณซะเอง”

“ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับชีวิตผมจริงๆ พ่อเลี้ยงผมมามีส่วนทำให้แม่ผมถูกฆ่าตาย ทำให้พ่อผมติดคุกแล้วก็เก็บผมมาเลี้ยง” ว่าแล้วเทวัต

อดนึกถึงคำพูดของเหิมที่เคยตะคอกใส่หน้าเขาว่าท่านไม่ได้อยากเอาเขามาเลี้ยง แต่ดันไปอยู่ตรงนั้นพอดีก็เลยตกกระไดพลอยโจนต้องเก็บเขามาเลี้ยง

“คงคิดสินะว่ากูสงสารมึง เปล่าเลย เขาให้เงินกู กูก็อยากได้เงิน กูเลยต้องเอามึงมาเลี้ยง”

ยิ่งคิดถึงคำพูดของเหิม เทวัตก็ยิ่งเศร้า...

ขณะที่ความจริงเรื่องชาติกำเนิดของเทวัตถูกเปิดเผย เหิมขุดหลุมที่สวนหลังบ้านตัวเองเอาซอสามสายที่หักสองท่อนโยนลงหลุม ถอดเสื้อที่เปื้อนเลือดของฤกษ์โยนตามลงไป ใช้จอบกวาดดินกลบจนมิด จากนั้นเขาโกยใบไม้แห้งมาปิดร่องรอยหลุมที่ขุด ยกกระถางต้นไม้มาวางทับอีกที

“มึงสองพ่อลูกจะไม่ได้เจอกันชั่วชีวิต ไม่รู้กระทั่งว่าเป็นพ่อลูกกัน”

ooooooo

ดาญ่าได้ฟังคำพูดของเหิมที่เชือดเฉือนจิตใจจากเทวัตแล้วก็โกรธแทน นี่แสดงว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้รักเขาเลย แค่เลี้ยงเขาไว้ใกล้ตัวเพื่อความแน่ใจว่าความชั่วที่ตัวเองทำเอาไว้มันจะไม่แดงโร่ออกมา เทวัตเจ็บปวดใจจนจุกพูดอะไรไม่ออก ดาญ่าต้องโอบกอดเขาไว้อย่างเป็นกำลังใจให้

“เข้มแข็งไว้นะคุณ ถึงเวลาที่เราต้องเผชิญกับความจริงทุกอย่างแล้ว ดาญ่าจะอยู่เคียงข้างคุณค่ะ แล้วพ่อคุณล่ะในคลิปเสียงเราได้ยินนายสามบอกว่าพ่อคุณก็เข้ามาอยู่ในบ้านคุณตาด้วย แล้วใครล่ะใครคือพ่อคุณ”

เทวัตพยายามนึกว่าในบ้านคุณตามีใครบ้าง ลองไล่ดูก็มีอยู่ไม่กี่คนที่จะเป็นพ่อของเขาได้ มีลุงบุญนำกับลุงเกิด แล้วนึกถึงเรื่องที่ลุงเกิดเคยเล่าถึงชีวิตตัวเองให้ฟังว่ามีคนบุกเข้าไปฆ่าเมียของเขาถึงในบ้าน ส่วนลูกชายหายไป ตำรวจหาว่าเขาฆ่าเมียฆ่าลูก เขาพยายามอธิบายว่าไม่ได้ฆ่าแต่ไม่มีใครฟัง ในเมื่อไม่มีพยานก็เลยต้องติดคุกในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ ปล่อยให้ฆาตกรตัวจริงลอยนวลมายี่สิบกว่าปี

ชายหนุ่มมั่นใจว่าลุงเกิดต้องเป็นพ่อฤกษ์ของ

ตัวเอง ลุกพรวดขึ้นทันที ดาญ่าสงสัยนั่นเขาจะไปไหน เขาจะไปตามลุงเกิดพ่อของเขา ฝากเธอดูคุณตาให้ด้วยแล้วช่วยโทร.ตามอารยะมาที่นี่ด่วนที่สุด จากนั้นวิ่งปรู๊ด

ออกไป เจอผู้กองกมลมากับตำรวจอีกนายหนึ่งเดินสวนมาพอดี เทวัตชวนให้เขาไปช่วยพ่อของตนด้วยกัน ท่านกำลังตกอยู่ในอันตราย เดี๋ยวตนจะเล่ารายละเอียดให้ฟังบนรถ...

ไม่นานนักรถตำรวจมาถึงอู่ซ่อมเรือซึ่งเป็นที่นัดหมายกับเหิม เทวัตลงจากรถแทบไม่รอให้จอดสนิท ตะโกนขอร้องพ่ออย่าทำอะไรลุงเกิด แล้วเดินลึกเข้าไปในอู่

จังหวะนั้นมีไลน์เข้ามาที่มือถือของผู้กองกมล พอเปิดดูก็ร้องเรียกเทวัตให้กลับมาก่อน เนื่องจากได้แฟ้มประวัตินายเกิดตอนที่ยังเป็นนักโทษชาย มีรูปให้ดูด้วย เทวัตเดินกลับมาดูรูปนายเกิดในชุดนักโทษ แต่ใต้รูปเขียนชื่อกำกับไว้ว่า น.ช.ฤกษ์ นฤบดี

“ในรูปใช่นายเกิดคนสวนที่เพิ่งเข้ามาทำงานกับท่านเศรษฐีไหมครับ”

“ใช่ครับ แต่จริงๆแล้วเขาไม่ใช่นายเกิด แต่เป็นพ่อฤกษ์ พ่อแท้ๆของผม” เทวัตว่าแล้วเดินเข้าไปในอู่อย่างร้อนใจโดยมีผู้กองกมลกับตำรวจชักปืนขึ้นมากระชับในมือเดินตาม

ooooooo

หลังค้นอู่ซ่อมเรืออย่างละเอียด เทวัตกับตำรวจเจอรอยเลือดหยดเป็นทาง จึงเดินตามรอยนั้นไปจนถึงเรือที่จอดซ่อมอยู่ ครั้นขึ้นมาบนเรือรอยเลือดหายไป ทั้งสามคนจึงกระจายกำลังกันค้นหา ผู้กองกมลเห็นมีกองวัสดุวางสุมอยู่ดูแล้วเหมือนเพิ่งวางใหม่ๆ ก็เลยรื้อดูเจอประตูห้องใต้ท้องเรือ ตะโกนเรียกเทวัตกับลูกน้องให้มาช่วยกันเปิด

ครั้นประตูใต้ท้องเรือเปิดออกเผยให้เห็นร่างใครบางคนนอนแน่นิ่งอยู่ ผู้กองกมลเอาไฟฉายออกมาส่อง เทวัตต้องตกใจแทบสิ้นสติที่เห็นร่างฤกษ์นอนจมกองเลือดไม่ไหวติง รีบโดดลงไปดูอาการโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของตำรวจ ผู้กองกมลตามลงมาตรวจเช็กชีพจรของฤกษ์พบว่าเต้นอ่อนมากสั่งการให้ลูกน้องโทร.ตามตำรวจท้องที่กับรถพยาบาล เทวัตพยายามปลุกฤกษ์ให้รู้สึกตัว

“พ่อฤกษ์ อดทนไว้นะ พ่อต้องรอด ลูกของพ่อลูกของแม่หนูเล็กอยู่นี่” เสียงของเทวัตปลุกให้ฤกษ์รู้สึกตัวปรือตาขึ้นมองร้องเรียกเขาว่าลูก เทวัตดีใจมากที่ท่านรู้สึกตัว คว้ามือมาจับไว้ ปลอบว่ารถพยาบาลกำลังมา

“ถึงพ่อต้องตายตอนนี้ พ่อก็ไม่เสียดายชีวิตแล้ว ที่ได้รู้ว่าคุณเป็นลูกของพ่อจริงๆ พ่อภูมิใจเหลือเกินที่มีลูกดีขนาดนี้ จิตใจลูกงดงามเหมือนกับแม่” ฤกษ์เริ่มพูดลำบากเนื่องจากใกล้หมดสติเพราะเสียเลือดมาก

“พ่อไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วนะครับ นอนนิ่งๆ

เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว” เทวัตพูดไม่ทันขาดคำ ฤกษ์ตัวเกร็ง บีบมือลูกไว้แน่นก่อนหมดสติไป เทวัตกอดพ่อไว้แนบอกร้องไห้แทบขาดใจ...

ขณะที่ฤกษ์ตกอยู่ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน พยาบาลออกมาจากห้องฉุกเฉินแจ้งความคืบหน้าอาการป่วยของวิจารณ์ให้ดาญ่า อารยะกับเนตรสุดาที่เฝ้ารออยู่หน้าห้องอย่างใจจดจ่อว่าคนไข้พ้นวิกฤติแล้ว แต่ยังไม่รู้สึกตัว ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ตอนนี้กำลังจะย้ายคนไข้ไปที่ห้อง CCU รายงานเสร็จพยาบาลกลับเข้าข้างใน จังหวะนั้นเทวัตโทร.เข้ามือถือดาญ่าว่าเจอตัวพ่อแล้วตอนนี้กำลังอยู่บนรถกู้ชีพอีกสักพักจะถึงโรงพยาบาล

ครู่ต่อมารถกู้ชีพมาถึงโรงพยาบาล ดาญ่า อารยะกับเนตรสุดารีบออกมาดู เห็นเจ้าหน้าที่นำร่างฤกษ์ที่นอนอยู่บนเปลเสื้อผ้าเปรอะไปด้วยเลือดออกจากรถ เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเข็นเตียงมารับก่อนจะพาไปยังห้องฉุกเฉิน

เทวัตในสภาพเสื้อเปื้อนเลือดเดินหมดแรงตามเข้ามา ดาญ่าเห็นเขาโงนเงนจะล้มรีบเข้าไปประคอง อารยะถามเพื่อนรักว่าไหวไหม เขาส่ายหน้าอย่างสิ้นเรี่ยวแรง เนตรสุดาชี้ไปทางที่ฤกษ์ถูกพาตัวไป

“อย่าบอกนะคะว่านั่นฝีมือนายเหิม”

เทวัตไม่พูดอะไรพยายามกัดฟันเดินตามพ่อไป ดาญ่าเห็นท่าไม่ดีช่วยพยุงพาเดินเข้าข้างใน

ooooooo

กว่าจะเดินเรื่องประกันตัวนันทิยาออกจากห้องขังมาได้ ดวงอาทิตย์อ่อนแรงเต็มที ครั้นกลับถึงคฤหาสน์วศวงศ์ วัชรีไล่ให้นันทิยาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า อยากกินอะไรจะได้ให้อำไพทำให้ เธอไม่หิวไม่อยากกิน อยากทำอย่างเดียวคือเอาคืนนังดาญ่า แล้วขยับจะไปที่เรือนเล็ก วัชรีไม่ยอมให้ไปคว้าแขนไว้

นันทิยาดื้อดึงจะไปเอาเรื่องดาญ่าให้ได้ วัชรียื้อไว้สุดฤทธิ์ ในเมื่อเล่นงานอริไม่ได้เธอเลยพาลไปเล่นงานอุ่นแทน ตบตีอุ่นอุตลุด

“แกบ้าไปแล้วเหรอยัยนัน หยุดเดี๋ยวนี้นะ หยุด...มัวแต่ยืนตกใจอยู่นั่นแหละอำไพมาช่วยกันห้ามสิ”

วัชรีกับอำไพเข้าไปช่วยกันดึงนันทิยาซึ่งคร่อมร่างอุ่นที่ถูกตบสะบักสะบอมออกห่าง จากนั้นวัชรีจับนันทิยาไปขังไว้ในห้องนอนตัวเอง สั่งกักบริเวณให้อยู่แต่ในนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดจนกว่าจะเปิดพินัยกรรมพรุ่งนี้เสร็จ

“อะไรอ่ะ คุณน้าจะขังนันไว้จนพรุ่งนี้เลยเหรอ”

“ก็เออสิ แกอยู่บนห้องไม่ตายหรอกแต่ฉันสิจะตายถ้าแกลงไปป่วนทำให้เสียเรื่องที่อุตส่าห์วางแผนมาตั้งนาน”

นันทิยาอยากรู้คุณน้าแน่ใจได้อย่างไรว่าจะเอาชนะดาญ่าและได้สมบัติทั้งหมดมาเป็นของตัวเอง ตนดูท่ามันแล้วไม่เห็นมันจะทุกข์ร้อนอะไร ยังอ่อยคุณเทวัตอยู่เลย

วัชรีพอใจหากดาญ่าทำอย่างนั้นจริงๆ สั่งให้นันทิยาจำใส่หัวเอาไว้เราจะไม่กลับไปจนเหมือนโคตรเหง้าของเราอีก เราจะต้องมีกินมีฐานะ อยากได้อะไรต้องได้ เธออยากได้ร้อยเทวัตล้านเทวัตก็จะมีผู้ชายมาเข้าแถวให้เธอเลือก นันทิยาเถียงว่าผู้ชายพวกนั้นไม่ใช่ เพราะเทวัตมีแค่คนเดียว วัชรีหมั่นไส้ตบเธอหน้าหันเผื่อจะหายโง่ขึ้นมาบ้าง

“คำก็เทวัตสองคำก็เทวัต ฉันได้ยินจนเอียนจะแย่อยู่แล้ว สงบสติแล้วใช้สมองคิดไปนะ อย่าออกไปนอกห้องเด็ดขาด เดี๋ยวข้าวปลาจะให้นังคนใช้เอามาให้กินบนห้อง ถ้าแกอยากมีชีวิตสุขสบายไปกับฉันล่ะก็

ต้องเชื่อฉัน” ว่าแล้ววัชรีออกจากห้อง นันทิยาเขวี้ยงหมอนลงพื้นอย่างขัดใจ

“พรุ่งนี้ถ้าแกถูกเฉดหัวออกจากบ้านล่ะก็ ฉันจะเลี้ยงส่งแกชุดใหญ่ นังดาญ่า”

ooooooo

ที่หน้าห้องผ่าตัด...

ขณะหมอใช้ความพยายามอย่างหนักรั้งชีวิตฤกษ์เอาไว้ อารยะวางสายจากผู้กองกมลเดินมาหาเทวัตกับดาญ่าและเนตรสุดา บอกว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจหาหลักฐานอยู่ที่อู่ซ่อมเรือแต่ยังไม่เจออะไร ไม่ว่าจะเป็นอาวุธหรือหลักฐานที่จะยืนยันว่าเหิมไปที่นั่นและเป็นคนลงมือทำร้ายฤกษ์ ทางตำรวจขอให้พวกเราทุกคนทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปิดเรื่องนี้ไว้ก่อน อย่าให้คนร้ายไหวตัวทัน

“แต่พรุ่งนี้ก็จะเปิดพินัยกรรมแล้วด้วย ต้องยังไงล่ะคุณ” เนตรสุดาซัก

“ก็ทำตัวตามปกติเดินตามแผนที่พวกเราวางกันไว้นั่นแหละ ส่วนเรื่องคดีฆ่านายสามทำร้ายนายฤกษ์แล้วการฆาตกรรมคุณหนูเล็กเมื่อยี่สิบปีก่อน ตำรวจจะเร่งรวบรวมหลักฐานและประสานงานผ่านมาทางผม ถ้าต้องการความร่วมมืออะไรจากเรา”

ดาญ่าฝากอารยะจัดการให้ด้วย ทนายความหนุ่มเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเพื่อนถามว่ายังไหวใช่ไหม มาถึงขั้นนี้แล้วอะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้มันเกิดตามเวรกรรมของทุกคนที่สร้างกันไว้แล้วทุกอย่างก็จะคลี่คลายเอง

เป็นจังหวะเดียวกันกับพยาบาลคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่าใครเป็นญาติคนไข้ที่ชื่อฤกษ์บ้าง จากนั้น ทั้งสี่คนไปพบกับหมอเจ้าของไข้ซึ่งแจ้งให้ทราบว่าการผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี แต่เนื่องจากคนไข้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงและเสียเลือดมากอาจมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ขึ้นมาได้ จึงต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ครู่ต่อมาเทวัตกับดาญ่าเข้าไปเยี่ยมฤกษ์ในห้องไอซียู เขาเห็นสภาพของพ่อที่ใส่ท่อช่วยหายใจ มีผ้าพันแผลทั่วตัวอีกทั้งยังมีสายน้ำเกลือและสายให้เลือดระโยงระยางเต็มไปหมด ถึงกับน้ำตาซึม พึมพำในใจ

“พ่อ...พ่อต้องทนไหวนะครับ พ่อสู้ได้อยู่แล้ว 28 ปีในคุก พ่อยังรอดมาได้ไม่มีอะไรมาขัดขวางพ่อได้อีกแล้ว ผมจะรอนะครับพ่อ รอพ่อฟื้นขึ้นมาพร้อมคุณตา เราจะได้กลับบ้านด้วยกัน”

ดาญ่าเห็นเทวัตซึมจับแขนไว้อย่างปลอบโยน ภาวนาให้ฤกษ์รีบฟื้น ลูกชายของท่านรออยู่

ooooooo

วัชรีลุกขึ้นแต่งตัวสวยแต่เช้าด้วยอารมณ์เบิกบานเป็นพิเศษ ฮัมเพลงไปแต่งหน้าไปด้วย

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์...แฮปปี้เบิร์ธเดย์...แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยูนะนังดาญ่า วันเกิดปีนี้จะเป็นวันหายนะของแก แต่เป็นวันประกาศชัยชนะของฉัน ถึงวันนี้สักที วันที่ทุกสิ่งทุกอย่างของวศวงศ์จะอยู่ในกำมือของวัชรี”

ว่าแล้ววัชรีหลับตาฝันหวานกับทรัพย์สินที่กำลังจะได้ครอบครอง ครั้นลืมตาขึ้นอีกครั้งต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นเงาสะท้อนของภิมุขที่กระจกโต๊ะเครื่องแป้งยืนมองอยู่ด้านหลัง หันขวับไปมองไม่เห็นใครก็โล่งใจ

“ไอ้บ้าเอ๊ย ถ้าสามารถศัลยกรรมเอาแกออกไปจากความคิดฉันได้ ฉันจะไปเอาออกให้หมดเลย”

จังหวะนั้นเหิมเคาะประตูถามว่าพร้อมหรือยัง วัชรีเดินไปเปิดประตูรับ เขาชมว่าวันนี้เธอสวยมาก แล้วกอดเอวไว้ เธอหัวเราะชอบใจ ในที่สุดถึงวันที่เราฝันจะมีร่วมกันแล้ว วันที่เราจะได้อยู่ด้วยกันสุขสบายไปตลอดชาติ

“ผมรอวันนี้มานานแล้ว ไม่ต้องรออีกต่อไป”...

อีกมุมหนึ่งบนเรือนเล็ก ดาญ่าเอาพวงมาลัยดอกไม้สดมาวางไว้หน้ารูปถ่ายคู่ของพ่อกับแม่แล้วพนมมือไหว้

“ที่ผ่านมา ดาญ่ายังไม่เคยได้ตอบแทนอะไรคุณพ่อกับคุณแม่เลยจนคุณพ่อคุณแม่มาจากดาญ่าไปแล้ว วันนี้ถึงมันจะสายเกินไป แต่ดาญ่าจะทำให้ดีที่สุด กระชากหน้ากากคนชั่วที่ทำกับคุณพ่อคุณแม่ออกมาให้ได้อวยพรวันเกิดให้ดาญ่าด้วยนะคะคุณพ่อคุณแม่ ขอกำลังใจให้ดาญ่าทำสำเร็จด้วย”

อธิษฐานจบดาญ่าก้มลงกราบ แล้วลุกขึ้นเดินหาคุณหนูเรือนเล็กไปทั่วบริเวณ

“คุณหนู ดาญ่าเข้าใจ คุณหนูคงออกมาหาดาญ่าไม่ได้ตอนนี้ แต่คุณหนูจะไม่ทิ้งดาญ่าใช่ไหม”

คนที่ดาญ่าเรียกหายังคงนั่งหลับตาเข้าฌานอยู่ ตอนนี้เด็กน้อยสีหน้าดีขึ้น ร่องรอยบาดเจ็บจากน้ำมนต์อาคมหายไปแล้ว ออร่ารอบตัวเริ่มเรืองรองขึ้นมาอีกครั้ง...

ไม่กี่อึดใจ ดาญ่ามาถึงตึกใหญ่ อุ่นซึ่งยังมีร่องรอยฟกช้ำจากถูกนันทิยาตบกับอำไพที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ถึงกับผงะ ดาญ่าถามว่ากลัวตนหรือคิดว่าตนเป็นผีใช่ไหม ทั้งคู่สีหน้าหวาดหวั่นไม่กล้าตอบ

“อย่าดูละครมากไป ในโลกแห่งความเป็นจริงคนน่ากลัวกว่าผีซะอีก” ดาญ่าเดินผ่านหน้าทั้งคู่ไป อุ่นมองตาม

“ก็จริงอย่างเขาพูดนะป้า คนน่ากลัวกว่าผีอีกโดยเฉพาะคนอย่างคุณนัน ยังกับโรคจิตพูดไม่เข้าหูหน่อยเดียวตบฉันเกือบตาย”

อุ่นว่าแล้วคลำแก้มตัวเองป้อยๆ อำไพเตือนให้เบาเสียงหน่อยเดี๋ยวคุณนันมาได้ยินเข้าจะโดนตบเอาอีกจะพานให้ตนพลอยโดนเลขท้ายไปด้วย...

นันทิยาหงุดหงิดมากที่ถูกวัชรีขังไว้ในห้อง อยากให้เปิดพินัยกรรมเสร็จเร็วๆ อยากเห็นนังดาญ่าถูกเฉดหัว...

เมื่อดาญ่าก้าวเข้ามาในห้องรับแขก เจอเหิมกับวัชรีนั่งรอท่าอยู่พร้อมเอกสาร วัชรีอวยพรวันเกิดให้ลูกเลี้ยงด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี ขอโทษเธอด้วยที่ไม่ได้เตรียมเค้กไว้ให้เป่าเทียน เธอไม่ต้องการ ขนมเค้กวันเกิดของเธอมีไว้เป่ากับคนสนิทเท่านั้นไม่ใช่มาเป่ากับคนที่คิดจะแย่งมรดก วัชรีหุบยิ้ม ร้ายใส่ทันที

“มรดกของคุณหรือของฉัน เดี๋ยวก็ได้รู้กัน”

เหิมไม่อยากเสียเวลาชวนให้มาเปิดพินัยกรรมกันเลยแล้วชูเอกสารให้ดูว่านี่เป็นพินัยกรรมที่ภิมุขทำไว้ก่อนตาย ดาญ่ายกมือเป็นเชิงห้าม ก่อนเขาจะเปิดพินัยกรรม เธอเชิญคนสองคนมาเป็นสักขีพยานและร่วมฟังการเปิดพินัยกรรมครั้งนี้ด้วย วัชรีไม่พอใจจะเชิญใครมาทำไมไม่บอกกันก่อน แล้วนี่จะมาเมื่อไหร่ พูดยังไม่ทันขาดคำเทวัตกับอารยะเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าเอกสารโดยมีอุ่นกับอำไพเป็นคนพามา เหิมเห็นก็เบ้ปากใส่เทวัต

“ในที่สุดแกก็เปิดเผยธาตุแท้ ว่าแกเลือกผู้หญิงมากกว่าบุญคุณ”

อารยะขัดขึ้น ขอให้เก็บเรื่องบุญคุณไว้ก่อนรอให้เปิดพินัยกรรมแล้วค่อยว่ากัน วัชรีเล่นแง่บ้าง ในเมื่อดาญ่ามีพยานตนก็ขอมีบ้างแล้วเรียกอุ่นกับอำไพมานั่งดูเป็นสักขีพยาน ดาญ่าไม่ขัดข้อง เหิมเห็นว่าพร้อมกันแล้วจึงเปิดพินัยกรรมในซองเอกสารที่ตัวเองเอามา

ooooooo

เหิมอ่านพินัยกรรมปลอมในมือตัวเองซึ่งยกทุกอย่างที่เป็นของภิมุขให้วัชรี ดาญ่าไม่ได้ตื่นเต้นตกใจอะไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าจะออกมาแบบนี้ วัชรีทำเป็นปิดปากร้องไห้โฮ

“โธ่คุณภิมุข ตายไปแล้วยังจะห่วงเมีย ทำไมคุณถึงดีกับฉันขนาดนี้ หนูดาญ่า น้าเสียใจด้วยนะ ที่คุณพ่อไม่ได้ยกอะไรให้คุณเลย”

“ฉันว่าคนที่ควรเสียใจคือคุณกับชู้รักของคุณมากกว่า”

ทนายโฉดไม่พอใจสั่งให้ดาญ่าหุบปากไปเลย ไม่ได้มรดกก็อย่ามาพาล เธอไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่จะต้องพาลในเมื่อพินัยกรรมที่เหิมเพิ่งอ่านไปนั่นเป็นของปลอม พินัยกรรมฉบับจริงเขียนด้วยลายมือคุณพ่ออยู่นี่ พลางชี้ไปที่พินัยกรรมในมืออารยะ เหิมกับวัชรีถึงกับอ้าปากค้าง

“คุณพ่อเขียนจดหมายระบายความในใจพร้อมกับทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นมาแล้วเอาไปเก็บไว้ในเซฟธนาคารอย่างดีพร้อมเครื่องเพชรและสมุดบัญชีเงินฝากของคุณแม่ที่เก็บไว้ให้ฉัน”

อารยะอ่านพินัยกรรมฉบับจริงซึ่งผิดกับฉบับที่เหิมอ่านให้ฟังอย่างสิ้นเชิง ฉบับนี้ยกทุกอย่างให้ดาญ่าลูกสาวคนเดียวของเจ้าของมรดก แถมยังกำกับไว้ด้วยว่าพินัยกรรมทุกฉบับที่ได้ทำขึ้นก่อนหน้านี้ให้ถือว่าเป็นโมฆะ

“ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าขณะเขียนพินัยกรรมฉบับนี้ มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ปราศจากการบังคับและหลอกลวง ลงชื่อ นายภิมุข วศวงศ์”

เหิมโวยวายว่าอารยะกับดาญ่าร่วมมือกันทำพินัยกรรมปลอมฉบับนี้ขึ้นมา อารยะยืนยันว่าพินัยกรรมฉบับที่อยู่ในมือตัวเองเป็นฉบับจริงซึ่งเขียนด้วยลายมือคุณภิมุข เหิมยังกล้าหลับตาพูดว่าเป็นของปลอมอีกหรือ ยอมรับดีกว่าไหมว่าพินัยกรรมในมือเขาต่างหากที่เป็นของปลอม ทำขึ้นเพื่อฮุบมรดกของดาญ่าให้วัชรี แถมยังยักยอกเงินในบริษัทเอกธนกิจโดยทำเป็นเอาไปลงทุนตั้งบริษัทในอเมริกาทั้งที่ไม่มีบริษัทเหล่านั้นอยู่จริง

“พวกแกใส่ความฉัน มีหลักฐานอะไร” เหิมใช้เสียงดังข่ม เทวัตไม่เกรงกลัวพ่ออีกต่อไป หากถามหาหลักฐานพวกตนเตรียมไว้พร้อมหมดแล้วในกระเป๋าเอกสารใบนี้ ขอให้ท่านยอมรับจะดีกว่า

เหิมไม่ยอมรับอะไรทั้งนั้น อ้างไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ถูกกล่าวหา ดาญ่าไม่ได้มีหลักฐานแค่ยักยอกเงินบริษัทเท่านั้น ยังมีใบเสร็จสั่งซื้อยาที่เหิมกับวัชรีใช้วางยาแม่ของตนด้วย แล้วหยิบใบเสร็จปึกใหญ่ขึ้นมาวาง วัชรีร้อนตัวปฏิเสธลั่นว่าไม่ได้สั่ง

“ใช่ คุณไม่ได้สั่งแต่คุณใช้ให้นายรังสรรค์สั่ง เพื่อเอามาให้แม่ฉันกิน คุณฆ่าแม่ฉัน”

ดาญ่าปาใบเสร็จใส่วัชรี ทันใดนั้นผู้กองกมลพร้อมตำรวจอีกหลายนายกรูกันเข้ามาเชิญเหิมไปโรงพัก เนื่องจากพบหลักฐานว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของจักริน ร่วมมือกับจักรินสังหารพิมพัตราลูกสาวคนเล็กของวิจารณ์อีกทั้งยังสร้างหลักฐานเท็จโยนความผิดให้ฤกษ์จนต้องติดคุกนาน 28 ปี นอกจากนี้ยังลักพาตัวลูกชายของพิมพัตรากับฤกษ์เอามาเลี้ยง

“เท่านั้นยังไม่พอ พ่อยังพยายามฆ่าพ่อฤกษ์ของผมอีก ใจคอพ่อทำด้วยอะไรถึงโหดเหี้ยมขนาดนี้”

เทวัตต่อว่า เหิมเห็นท่าไม่ดีคว้ากระเป๋าเอกสารวิ่งหนี วัชรีจะหนีตามแต่ถูกตำรวจรวบตัวไว้เสียก่อน ส่วนผู้กองกมล เทวัต ดาญ่าและอารยะรวมทั้งตำรวจอีกสองนายวิ่งตามเหิมออกไป

ooooooo

เหิมวิ่งหนีออกมาทางประตูหน้าแต่ต้องเบรกหัวทิ่มเมื่อเจอรังสรรค์ในสภาพบาดเจ็บทั่วตัวใบหน้าข้างหนึ่งถูกพันด้วยผ้าพันแผลยืนขวางอยู่ ทุกคนที่ตามมาต่างตกใจกับสภาพของเขาโดยเฉพาะวัชรีเข่าแทบอ่อน

“มึงตกใจมากใช่ไหมไอ้เหิมอีวัชรีที่ฆ่ากูแล้วกูยังไม่ตาย”

ดาญ่าตกใจไม่แพ้คนอื่นเช่นกัน นี่อาเหิมพยายามฆ่ารังสรรค์ด้วยหรือ เขาไม่ได้ถูกแค่เหิมที่พยายามฆ่า

นังน้าตัวดีของเขาก็พยายามฆ่าเขาเช่นกัน มันทั้งคู่หลอกเขาไปที่บ้านแล้วช่วยกันทั้งยิงทั้งตีจับถ่วงน้ำเพื่อจะฆ่าปิดปากเพราะเขารู้ความลับของพวกมันทุกอย่างทั้งเรื่องโกงบริษัททั้งเรื่องที่มันสั่งซื้อยามาให้แม่ของดาญ่ากินทุกวันจนตาย วัชรีชี้หน้าสั่งให้เขาหยุดพล่าม เขาไม่หยุดจะเปิดโปงความชั่วของทั้งคู่ให้หมดว่าทำเลวอะไรบ้าง

“คุณดาญ่าครับ การตายของพ่อคุณมันไม่ใช่อุบัติเหตุ พ่อคุณไม่ได้จมน้ำตาย”

“ไอ้สรรค์มึงหุบปากนะ” โวยวายจบเหิมพุ่งเข้าหา รังสรรค์ชักปืนขึ้นมาเล็งใส่ทำให้เขาหยุดกึก

“มึงนั่นแหละหยุด ไอ้ตัวบงการ มึงสั่งให้กูฆ่าพ่อคุณดาญ่า” รังสรรค์กล่าวหาจบ เล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีต วันนั้นภิมุขจับได้ว่ารังสรรค์ยักยอกเงินบริษัทไปใช้ 5 ล้านบาท ต่อว่าเขาไม่พอด่าไปถึงวัชรีอีกด้วยที่เลี้ยงไม่เชื่องทั้งน้าทั้งหลาน น้าสาวแอบมีชู้ ส่วนหลานชายแอบเป็นโจร เขายกมือไหว้ขอโทษภิมุข แต่ท่านไม่อยากได้คำขอโทษ แต่จะเอาเงินคืนสั่งให้เขาไปหามาใช้ให้ครบจำนวน ไม่อย่างนั้นจะให้ตำรวจเข้ามาสอบสวน

“สาวไปถึงไหน ใครมีส่วนร่วมมือกับคุณโกงบริษัทผม ผมจะให้ตำรวจลากคอเข้าคุกให้หมด ผมไม่เอาไว้”

การที่ภิมุขขู่จะเอาเรื่องรังสรรค์กับพวกครั้งนี้เท่ากับออกคำสั่งตายให้ตัวเอง เหิมรู้เรื่องที่ภิมุขขู่จะเล่นงานรังสรรค์หากไม่หาเงินมาคืน จึงยุให้เขากำจัดเสี้ยนหนามอย่างภิมุขให้พ้นทาง ทีแรกเขาไม่ยอมทำตามแต่เหิมเสี้ยมหากไม่ทำก็ติดคุก ถ้าเขาเข้าคุกตนคงช่วยอะไรไม่ได้ แต่ตนช่วยเขากำจัดภิมุขได้

“แกต้องทำตาสรรค์ ไม่มีอะไรยากหรอก น้าจะเตรียมการทุกอย่างให้เอง เตรียมทางหนีทีไล่ไว้ให้ด้วย รับรองว่าแกลงมือได้สะดวกไม่ทิ้งหลักฐานร่องรอยไว้เลย” วัชรีช่วยกล่อมอีกแรงหนึ่ง

“แล้วนายต้องรีบลงมือเลยก่อนที่มันจะไปแจ้งตำรวจมาเล่นงานนาย”

วันรุ่งขึ้น ขณะที่ภิมุขกำลังจะลงไปว่ายน้ำในสระหน้าเรือนเล็ก วัชรีพยายามขอร้องให้เขาฟังรังสรรค์อธิบายก่อนว่าเงิน 5 ล้านบาทหายไปได้อย่างไร เขาไม่ต้องการฟัง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เงินของบริษัทหาย เธอแก้ตัวแทนหลานชายว่าเรื่องบัญชีการเงินผิดพลาดกันได้เขาน่าจะเข้าใจ

“พอเถอะคุณวัช คุณไปบอกหลานชายคุณดีกว่าว่าผมจะให้เวลาหนึ่งเดือนเอาเงิน 5 ล้านมาคืนเข้าบัญชีบริษัทซะให้เรียบร้อย แล้วเงินก้อนเก่าๆที่หายเข้ากลีบเมฆไปผมจะยอมยกให้” ภิมุขพูดจบ ถอดเสื้อคลุมอาบน้ำออก วัชรีรีบเข้าไปรับเสื้อมาถือไว้ รับปากจะบอกเรื่องนี้ให้รังสรรค์รับรู้ ภิมุขไม่พูดอะไรอีกโดดลงสระว่ายน้ำ

วัชรีมองตามแค้นมาก ถือเสื้อคลุมกลับไปที่เก้าอี้สนามริมสระ เห็นรังสรรค์ยืนแอบๆอยู่แถวพุ่มไม้ มองลุ้นว่าหลานชายจะยอมทำตามแผนฆ่าภิมุขทิ้งหรือไม่ สุดท้ายเขาพยักหน้าส่งสัญญาณบอกเธอเป็นทำนองว่าพร้อมจะลงมือ วัชรียิ้มรับอย่างรู้กัน แล้วเดินกลับไปที่ริมสระว่ายน้ำ เป็นจังหวะที่ภิมุขว่ายมาเกาะขอบสระพอดี

“คุณว่ายไปก่อนนะคะ เดี๋ยววัชจะไปทำน้ำผลไม้ปั่นมาให้” วัชรีผละจากมาเพื่อให้รังสรรค์จัดการกับภิมุข ที่สำคัญเธอจะได้มีข้ออ้างว่าตอนภิมุขตายเธออยู่ในครัวกับพวกคนใช้ เขารอจนเธอไปแล้วจึงเดินไปที่สระว่ายน้ำ

ด้านภิมุขว่ายไปมาอยู่ในสระได้พักเดียวเป็นตะคริวที่ขาทั้งสองข้างพยายามใช้มือตีน้ำพยุงตัวไว้ เหลือบเห็นรังสรรค์ยืนมองอยู่ร้องเรียกให้ช่วย ตะคริวกินขาสองข้าง เขารีบถอดรองเท้าหย่อนตัวลงน้ำว่ายมาหาประคองภิมุขจากด้านหลัง แต่แทนที่จะลากไปที่ขอบสระกลับใช้แขนล็อกคอดึงลงใต้น้ำ ภิมุขดิ้นรนขัดขืนได้พักเดียวก็หมดแรงถูกรังสรรค์ดึงลงไปก้นสระจนหมดลมหายใจ เขาทิ้งร่างไร้วิญญาณของภิมุขไว้อย่างนั้นแล้วว่ายไปเกาะขอบสระ

จังหวะที่รังสรรค์ปีนขึ้นจากสระ วัชรีเดินถือแก้วน้ำผลไม้กลับมาพอดี มองเขาแล้วมองไปที่สระเห็นร่างภิมุขจมอยู่ใต้น้ำ รีบเอาแก้วน้ำผลไม้วางไว้แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวของภิมุขโยนให้หลานชาย

“เช็ดตัวเร็วๆเข้าแล้วรีบไปจากที่นี่ อย่าให้มีร่องรอยน้ำหยดจนเป็นหลักฐานได้”

รังสรรค์เช็ดตัวให้แห้งที่สุดแล้วสวมรองเท้าวิ่งออกไปจากตรงนั้นโดยไม่ลืมเอาผ้าเช็ดตัวติดไปด้วยไม่ทิ้งไว้เป็นหลักฐาน วัชรีรอจนหลานไปพ้นระยะจึงโทร.แจ้งเหิมว่าทุกอย่างเรียบร้อย ภิมุขตายแล้ว...

ดาญ่าถึงกับร้องไห้โฮเมื่อรู้ว่าพ่อถูกฆ่าตายอย่างทรมาน เทวัตดึงเธอมากอดปลอบใจ รังสรรค์เสียใจกับการกระทำของตัวเอง ขอโทษเธอด้วยที่ฆ่าพ่อของเธอ ยอมรับผิดที่โกงเงินบริษัทไปใช้แต่ไม่เคยคิดจะฆ่าภิมุข แต่เป็นเพราะคนชั่วสองคนนี่ครอบงำจิตใจ ยืมมือเขาฆ่าท่านเพื่อหวังสมบัติ

“ผมถึงต้องเป็นคนมาเอาพวกมันเข้าคุกเพื่อล้างบาปที่ทำไว้กับคุณ”

“มึงพล่ามจบหรือยัง” ไม่พูดเปล่าเหิมชักปืนยิงรังสรรค์เข้าอกซ้ายล้มตึง นันทิยามาทันเห็นพอดีตกใจมากรีบเข้าไปหาพี่ชาย เหิมเห็นทุกคนมัวแต่สนใจรังสรรค์พุ่งไปล็อกตัวดาญ่า แต่เทวัตรั้งไว้ไม่ยอมให้เอาเธอไป ขอร้องท่านให้หยุดทำร้ายครอบครัวคนอื่นสักที เหิมไม่พอใจหันปืนมาทางเทวัต แต่เขาไวทายาดจับมือข้างที่ถือปืนดันขึ้น ตำรวจทุกนายเล็งปืนใส่เหิมเป็นจุดเดียวกัน ผู้กองกมลสั่งให้ทนายโฉดทิ้งอาวุธ

อารยะรีบเข้าไปดึงตัวดาญ่าหลบออกมา ปล่อยให้เทวัตกับเหิมยื้อแย่งปืนกัน เหิมเจ้าเล่ห์ใช้หัวโขกหน้าเทวัตซึ่งไม่ทันตั้งตัวจนหน้าหงายปล่อยมือจากยื้อแย่งปืน เหิมเป็นอิสระลั่นกระสุนใส่ถูกไหล่เทวัตเต็มๆ วัชรีหัวเราะสะใจ บอกให้ชู้รักฆ่ามันเลย เหิมจะยิงเขาซ้ำแต่ถูกตำรวจระดมยิงใส่เสียก่อนร่างพรุน วัชรีกรีดร้องลั่น

“พี่เหิม...พวกแกฆ่าเขาทำไม ปล่อยฉันนะ ฉันจะไปหาพี่เหิม” วัชรีดิ้นรนจะไปหาเหิมแต่ตำรวจล็อกตัวไว้

เทวัตฝืนความเจ็บปวดเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าร่างไร้วิญญาณของพ่อเลี้ยง ร้องไห้เสียใจที่ท่านต้องมาตายในสภาพนี้ ดาญ่าเข้าไปกอดเขาไว้อย่างปลอบใจ นันทิยามองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นด้วยน้ำตานองหน้า แล้วมองไปที่ดาญ่าแค้นสุดๆ ก่อนจะค่อยๆถอยหลังหลบออกมา โดยไม่มีใครทันสังเกตเห็น จากนั้นตรงไปยังเรือนเล็กอย่างคนเสียสติ

“ฝันของพวกฉันสลายหมดแล้ว เพราะแกคนเดียวอีดาญ่า พี่สรรค์ต้องตาย คุณน้าต้องติดคุก ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว แกรักอีเรือนผีสิงนี่มากใช่ไหม ฮึ”

ooooooo

นันทิยาสติแตกเข้าไปทำลายข้าวของในเรือนเล็กป่นปี้ ฝนกำลังทำความสะอาดอยู่ชั้นบนได้ยินเสียงโครมครามลงมาดู เห็นเธอกำลังพังข้าวของเข้าไปห้าม พร้อมกับขู่ถ้าไม่หยุดจะไปตามคุณดาญ่ามาจัดการ

“ฟ้องนังนั่นเหรอ นี่” นันทิยาจับฝนเหวี่ยงจนเซชนผนัง ตามเข้าไปตบซ้ำล้มคว่ำแล้วเอาข้าวของปาใส่จนสาแก่ใจ จากนั้นเดินเข้าไปในครัวเปิดเตาแก๊สจะเผาที่นี่ให้สิ้นซาก แต่จุดไฟเท่าไหร่ก็ไม่ติดต้องเปลี่ยนแผนใหม่ ลองค้นดูตามลิ้นชักเจอไฟแช็ก คว้าผ้าเช็ดจานที่แขวนอยู่มาจุดไฟเผา

“ไอ้เรือนผีสิง ต่อจากนี้ไปก็จะเหลือแค่ตอตะโก ฮ่าๆๆ” นันทิยาโยนผ้าติดไฟใส่ผนังไม้ของบ้าน ฝนค่อยๆยันตัวลุกขึ้นเห็นควันโขมงรีบวิ่งออกจากเรือนไปตามดาญ่าที่กำลังให้ปากคำกับตำรวจอยู่หน้าตึกใหญ่

“คุณดาญ่าคะ คุณนันกำลังเผาเรือนเล็กแล้วค่ะ ตอนนี้ควันคลุ้งไปหมดเลย”

ดาญ่าวิ่งปรู๊ดไปที่เรือนเล็กทันที เทวัตกับอารยะตามไปติดๆ ผู้กองกมลสั่งให้ลูกน้องโทร.เรียกรถดับเพลิงมาด่วน แล้ววิ่งตามไปอีกทอดหนึ่ง อุ่นกับอำไพขอเผือกด้วยคนจะลุกตามแต่ตำรวจไม่ให้ไป...

เมื่อมาถึงหน้าเรือนเล็กเห็นควันโขมงแทบมองไม่เห็นอะไร ดาญ่าจะวิ่งเข้าไปข้างในแต่เทวัตที่ตามมาด้านหลังคว้าแขนเอาไว้ห้ามไม่ให้เข้า ข้างในอันตรายเกินไป เธอจะเข้าไปดับไฟ ข้าวของของพ่อกับแม่อยู่ในนั้นรวมทั้งคุณหนูด้วย เขาไม่ยอมปล่อยมือขอร้องเธอให้รอรถดับเพลิงก่อน ทันใดนั้นมีเสียงนันทิยาร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น ดาญ่าเป็นห่วงความปลอดภัยของอีกฝ่าย สะบัดมือหลุดจากมือเทวัตวิ่งฝ่าควันจะเข้าบ้าน

คุณหนูเรือนเล็กปรากฏตัวขึ้นขวางทางไว้สั่งห้ามเข้าไปเด็ดขาด ราวกับมีพลังมหาศาลผลักเธอลอยละลิ่วหงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้า ขณะที่เทวัต อารยะกับพวกตำรวจพากันหยุดนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด ดาญ่ายันตัวลุกขึ้นดีใจที่เห็นคุณหนูกลับมา แต่ไม่เข้าใจจะมาขวางตนไว้ทำไม

“เค้ากำลังช่วยตัวเองไง นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ที่เค้าจะช่วยตัวเองเพราะชีวิตต่อจากนี้ตัวเองจะหมดจากเคราะห์กรรมทุกอย่างแล้วดาญ่า อย่าไปยุ่งกับคนเลวที่กำลังเผาเรือนเราเลย”

ดาญ่าทำอย่างนั้นไม่ได้ ขอร้องคุณหนูช่วยนันทิยาด้วย เธอไม่อยากเห็นใครต้องตายต่อหน้า คุณหนูช่วยคน มาเยอะแล้วช่วยนันทิยาเอาบุญอีกสักครั้งได้ไหม ถ้าเธอมีบุญที่สั่งสมมาขอให้บุญนั้นไถ่ชีวิตนันทิยาด้วย คุณหนูใจอ่อนในที่สุด หากดาญ่าอยากจะเข้าไปช่วยนันทิยาก็เชิญตามสบาย ตนจะไม่ห้ามอีกแล้ว ดาญ่ารีบวิ่งเข้าบ้าน คุณหนูเห็นเธอไปผิดทาง ร้องบอกว่านันทิยาอยู่ที่ครัว

ครั้นดาญ่ามาถึงครัวพบว่าไฟลุกไหม้เกือบหมด นันทิยานอนหายใจพะงาบๆ ใบหน้ากับเนื้อตัวซีกหนึ่งถูกไฟลวกแดงเถือก เธอคว้าผ้าใกล้มือชุบน้ำเอามาปิดจมูกตัวเองแล้ววิ่งฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปช่วยนันทิยาที่หมดสติพอดี หันรีหันขวางไม่รู้จะออกไปได้อย่างไร จังหวะนั้นคุณหนูปรากฏตัวขึ้นช่วยกันไฟให้เธอพานันทิยาออกไปจนได้ พอเธอเดินพ้นประตูเรือนเล็ก เทวัต อารยะกับพวกตำรวจเหมือนถูกถอนจากมนตร์สะกดพากันรู้สึกตัว เทวัตตกใจ

“ดาญ่า นี่คุณฝ่าไฟเข้าไปช่วยคุณนันออกมาเหรอ”

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ ช่วยคุณนันก่อน เขาหมดสติแล้วโดนไฟลวก”

เทวัตปลื้มใจกับความดีของเธอแม้นันทิยาจะร้ายกับเธอแค่ไหนแต่เธอไม่คิดเล็กคิดน้อยด้วย ยอมเข้าไปช่วยนันทิยาออกมาจนได้แล้วเช็ดแก้มที่เปื้อนเขม่าควันไฟให้ คุณหนูเรือนเล็กมองเรือนที่ไฟไหม้สีหน้าเศร้าสร้อย

“ดาญ่า เรือนเล็กของเราถูกไฟไหม้แล้ว ทีนี้เค้าจะอยู่อย่างไร”

“ก็ไปอยู่บ้านใหม่สิครับ บ้านที่มีพี่สาวคุณหนูอยู่ด้วย” เทวัตเสนอแนะ คุณหนูนึกขึ้นได้ตอนนั่งสมาธิได้ยินแว่วๆที่ดาญ่าพูดถึงพี่สาวของตน ดาญ่าประคองแก้มทั้งสองข้างของคุณหนูไว้ บอกให้ฟังดีๆ เธอเจอพี่สาว คุณหนูแล้ว อยู่ที่บ้านวิจารณ์คุณตาของเทวัต คุณหนูขอบใจเธอมากที่ช่วยตามหาพี่สาวจนเจอ ดาญ่าออกตัวว่าไม่ได้ตามหาแต่มันเป็นโชคชะตาที่นำพาเธอไปเจอพี่สาวคุณหนูเข้า

“ผมว่ามันคงถึงเวลาแล้วนะครับที่คุณหนูกับพี่สาวจะได้เจอกัน ก็รอแค่ให้คุณตาผมฟื้นซะก่อน”

ดาญ่าดึงเทวัตมากอดปลอบใจเรื่องคุณตายังป่วยไม่หาย มองไปยังเรือนเล็กที่มีควันไฟคลุ้งไปหมด

ooooooo

การที่ได้เห็นคนรักถูกตำรวจวิสามัญฯตายต่อหน้าทำให้วัชรีสติแตกกู่ไม่กลับถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้า

ส่วนนันทิยาก็ได้รับผลกรรมของตัวเอง นอนหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียงผู้ป่วยในสภาพใบหน้าและร่างกายซีกหนึ่งถูกไฟลวกอย่างรุนแรงจนเสียโฉม เท่านั้นไม่พอใจเธอยังถูกตำรวจตามมารวบตัวไปดำเนินคดีข้อหาวางเพลิงบ้านดาญ่า นันทิยาถึงกับปล่อยโฮ...

ระหว่างฤกษ์นอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียงคนไข้ ฝันว่าตัวเองเดินไปหยุดหน้ารูปวาดของหนูเล็ก บอกข่าวดีว่าเจอลูกชายของเราแล้ว ทำให้เขาหมดห่วงต่อจากนี้ไปตาหลานจะได้อยู่ดูแลกัน ส่วนเขาคิดถึงเธอเหลือเกิน พร้อมจะไปอยู่กับเธอแล้ว แต่อยู่ๆหนูเล็กเอื้อมมือมาแตะแขนเขาจากด้านหลัง ฤกษ์หันขวับไปเห็นเมียรักยืนอยู่ดีใจมากคว้ามือนั้นมากุมไว้น้ำตาลูกผู้ชายไหลริน เธอปาดน้ำตาให้

“อย่าร้องไห้สิคะ คุณต้องยิ้มรับความสุขที่กำลังรออยู่ ความสุขที่จะได้อยู่ใกล้ๆลูก ได้ดูแลลูกแทนฉัน คุณต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อเล่าเรื่องความรักของเราทั้งคู่ให้ลูกฟังว่าพ่อกับแม่รักกันมากขนาดไหน คุณไม่ต้องมาอยู่กับฉันหรอกค่ะ เพราะฉันอยู่ในใจคุณตลอดเวลา แต่ถ้าคุณคิดถึงฉันมากเมื่อไหร่เล่นซอสามสายให้ฉันฟังนะคะ” พูดจบ หนูเล็กลูบไล้ใบหน้าเขาอย่างแสนรัก พลางกระซิบข้างหูว่าเธอรักเขา

สัมผัสนั้นทำให้ฤกษ์รู้สึกตัวลืมตาขึ้น พยาบาลที่กำลังปรับอุปกรณ์ช่วยชีวิตเห็นเขาฟื้นรีบไปตามหมอ...

การที่คุณหนูเรือนเล็กช่วยดาญ่ากับนันทิยาให้รอดตายจากกองเพลิงมาได้ ทำให้บารมีของแกแก่กล้าขึ้นสามารถออกจากเรือนเล็กไปหาพี่สาวที่บ้านวิจารณ์ได้ สองพี่น้องดีใจที่ได้เจอกันสักทีโผกอดกันกลม

จากนั้นพี่สาวคุณหนูจูงมือน้องสาวพากันหายตัวไปหาวิจารณ์ที่ยังนอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงผู้ป่วย เข้าไปปลุกท่านในความฝันให้ลืมตาขึ้นมารู้จักกับน้องสาวของเธอ และขออนุญาตให้น้องมาอยู่ด้วยกันที่บ้าน ของท่านเนื่องจากเรือนเล็กไฟไหม้หมดแล้ว ท่านยินดีต้อนรับ ไม่ใช่แค่คุณหนูเท่านั้นแต่ยินดีต้อนรับรุกขเทวดาทุกตน บ้านของท่านต้นไม้เยอะมาอยู่ได้ตามสบาย

“ถ้าอย่างนั้นคุณปู่ตื่นได้แล้วนะคะ มาอยู่กับคุณเทวัตหลานที่รักของคุณปู่ อย่านอนอยู่อย่างนี้เลย อย่าทิ้งเราไปนะคะ” พี่สาวคุณหนูเอื้อมมือไปกุมมือวิจารณ์ไว้ ท่านยิ้มทั้งที่ยังหลับตาอยู่...

หลังเมฆหมอกร้ายผ่านพ้นไปแล้ว ดาญ่าเข้ามารับตำแหน่งประธานบริษัทเอกธนกิจคนใหม่โดยมีเนตรสุดาทำหน้าที่กล่าวต้อนรับท่านประธานแทนพนักงานทุกคน ดาญ่าประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังจะเดินตามนโยบายที่คุณพ่อวางไว้ ขอให้พนักงานทุกคนร่วมมือร่วมใจกันทำงานเพื่อให้บริษัทกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง นอกจากนี้เนตรสุดายังแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับอารยะที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายคนใหม่ของบริษัท

ทุกคนตบมือให้การต้อนรับ อารยะก้าวออกมาขอบคุณทุกคนและขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย เขาไม่ดุมีอะไรปรึกษาได้ตลอด อำนวยเห็นคนหล่อเป็นไม่ได้ ถามว่าไม่ดุแล้วยังโสดด้วยไหม เนตรสุดามองเหล่

“แฮ่ม อำนวย นี่ไม่ใช่เวลามาสปีกเรื่องในใจนะคะ”

“แต่ผมมีเรื่องในใจอยากจะบอกกับทุกคนครับ ได้หรือเปล่าครับคุณเนตร อนุญาตให้พูดหรือเปล่า”

ทันทีที่เนตรสุดาอนุญาต อารยะหยิบกล่องแหวนขึ้นมาคุกเข่าตรงหน้าขอเธอแต่งงาน เธออึ้งไปอึดใจก่อนจะตอบตกลง เขาจับมือเธอมาสวมแหวนหมั้นให้ ทุกคนตบมือแสดงความยินดี เทวัตกับดาญ่ายิ้มดีใจไปกับทั้งคู่ด้วย จังหวะนั้นโรงพยาบาลโทร.มาแจ้งข่าวดีสองเรื่องซ้อนว่าวิจารณ์กับฤกษ์ฟื้นจากโคม่าแล้ว

ไม่นานนักเทวัตกับดาญ่ามาถึงห้องพักฟื้นผู้ป่วย เห็นวิจารณ์ฟื้นแล้วแถมมีสีหน้าดีขึ้น เทวัตโผเข้าไปกอด ดาญ่ายืนมองตาหลานสวมกอดกันพลอยสุขใจไปด้วย สักพักพยาบาลเข็นรถเข็นพาฤกษ์เข้ามาแม้จะฟื้นแล้วแต่อาการบาดเจ็บยังมีให้เห็น เขายกมือไหว้ขอโทษวิจารณ์ด้วยที่พรากหนูเล็กไปจากท่าน แต่เพราะเราสองคนรักกันจนไม่อยากถูกพราก ท่านไม่เคยคิดพรากทั้งคู่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฤกษ์กับหนูเล็กรักกัน กว่าจะรู้ทุกอย่างก็สายไปแล้ว

“มานายฤกษ์ มาเล่าให้ฉันฟังสิว่าตอนที่แกพาลูกสาวฉันไป ชีวิตลูกสาวฉันเป็นอย่างไรบ้าง”

“ถึงเราจะอยู่กันอย่างไม่ร่ำรวยอะไรแต่เราก็มีความสุขครับ” จากนั้นเรื่องราวชีวิตรักของฤกษ์กับหนูเล็กก็พรั่งพรูออกจากปากฤกษ์ แม้จะอยู่ด้วยกันเพียงสั้นๆ แต่เธอกับเขามีความสุขมาก ยิ่งตอนเทวัตเกิด เด็กน้อยมาช่วยเติมเต็มชีวิตของทั้งคู่ วิจารณ์ยิ้มดีใจเมื่อได้รู้เรื่องราวของลูกสาวสุดที่รัก...

ด้วยความที่ดาญ่าบอกว่าจะใช้เรือนเล็กเป็นเรือนหอ ทำให้เทวัตเร่งซ่อมแซมมันทั้งวันทั้งคืน

จนในที่สุดเรือนเล็กก็กลับมาอยู่ในสภาพเดิม เธอหอมแก้มเขาหนึ่งฟอดแทนคำขอบคุณ เทวัตตัดพ้อแค่ขอบคุณเองหรือ ที่เคยสัญญาเอาไว้ไม่ใช่แบบนี้สักหน่อย เธอทำไขสือจำไม่ได้ว่าไปสัญญาอะไรกับเขาเอาไว้ เทวัตหน้าเศร้าขึ้นมาทันที  จำไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไร ดาญ่ายื่นช่อดอกเดซี่ให้พร้อมกับขอเขาแต่งงาน เทวัตยืนอึ้ง คุณหนูปรากฏตัวขึ้นกระเซ้า

“เอ้า ใบ้รับประทานเลย ว่าไงล่ะ แต่งหรือไม่แต่ง”

“ดาญ่าเหลือตัวคนเดียวแล้วมันสำคัญมากที่ดาญ่าต้องตัดสินใจว่าจะฝากชีวิตไว้กับใคร ดาญ่าเลือกคุณค่ะ”

“ขอบคุณที่เลือกผมครับ ผมจะแต่งงานกับคุณครับ” เทวัตรับดอกไม้ไปถือไว้แล้วดึงดาญ่ามากอด คุณหนูเรือนเล็กตบมือกระโดดโลดเต้นดีใจ ดาญ่าหัวเราะทั้งน้ำตา นี่เธอกำลังขอผู้ชายแต่งงานหรือนี่

“ใครขอก่อนไม่สำคัญหรอกครับในเมื่อเรามีหัวใจเดียวกันแล้ว ผมสัญญาว่าจะรักและดูแลคุณตลอดไป” เทวัตบรรจงหอมแก้มดาญ่าแล้วพากันเดินจูงมือไปโดยมีคุณหนูโปรยดอกไม้ตามทางเดินเหมือนในพิธีแต่งงาน

ooooooo

–อวสาน–


ละครคุณหนูเรือนเล็ก ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านคุณหนูเรือนเล็ก ติดตามคุณหนูเรือนเล็ก ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร,เกศรินทร์ น้อยผึ้ง 1 ม.ค. 2513 07:00 2019-01-05T02:24:38+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ