ข่าว

วิดีโอ



คุณหนูเรือนเล็ก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์

กำกับการแสดงโดย: คณวัชร สังวริบุตร

ผลิตโดย: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร,เกศรินทร์ น้อยผึ้ง

เหิมบอกกับจักรินอย่างมั่นใจว่าความลับของเราจะยังคงเป็นความลับต่อไปตราบใดที่ฤกษ์ยังอยู่ในคุก แม้เหิมจะยืนยันหนักแน่นแต่จักรินก็ยังไม่วางใจจะปล่อยเทวัตไว้อย่างนี้ไม่ได้ เหิมอยากรู้ว่าจะให้ทำอย่างไร

“แกจะทำอย่างไรก็เรื่องของแก จะทำวิธีไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ให้ไอ้เทวัตไปหาพ่อฉันที่บ้านอีก แกกับฉันลงเรือลำเดียวกันแล้ว มีชนักติดหลังเหมือนกัน อย่าลืมสิ” จักรินขู่กลายๆ...

ภายในเรือนจำแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ฤกษ์กำลังทำงานไม้อยู่ที่แผนกเฟอร์นิเจอร์ของเรือนจำ สีหน้าเต็มไปด้วยความแค้น รอเวลาที่จะได้ออกจากคุกไปเอาคืนจักรินกับเหิม...

ในเวลาเดียวกันดาญ่ายืนจิบกาแฟมองไปรอบๆ แผนกการเงินเห็นพนักงานตั้งอกตั้งใจทำงาน รู้สึกดีใจแทนพ่อ เนตรสุดาเข้ามายืนด้านหลังแขวะว่ามายืนจับผิดว่า ใครอู้งานไปทำรายงานส่งบอสหรือคุณผู้ช่วยคนใหม่

“ถ้าน้องจับผิดจริงอย่างที่พี่ว่า เห็นทีจะไม่ได้งานเพราะไม่มีใครอู้งานให้เห็นเลยสักคน น่าดีใจแทนคุณภิมุข จริงๆนะคะ”

“จ้า...พี่ก็หวังว่าวิญญาณคุณภิมุขท่านจะดีใจที่ขุ่นน้องเข้ามาเป็นพนักงานในบริษัทของท่าน” พูดจบเนตรสุดายื่นแฟ้มเอกสารให้ดาญ่า “เอกสารรายรับรายจ่ายของฝ่ายขาย ช่วยเอาไปให้บอสด้วยนะจ๊ะ”

ดาญ่ามองแฟ้มที่เนตรสุดายื่นให้ ปิ๊งแผนบางอย่างขึ้นมาได้ “มีใครจะส่งเอกสารให้คุณรังสรรค์อีกไหมคะ”

จากนั้นไม่นานดาญ่าหอบแฟ้มเอกสารกองโตเข้ามาในห้องทำงานของรังสรรค์ รายงานว่านี้เป็นแฟ้มรายรับรายจ่ายของทุกแผนก เขาบอกให้วางไว้บนโต๊ะ เธอแกล้งทำเอกสารหล่นกระแทกแก้วกาแฟทำให้กาแฟกระเด็นใส่เสื้อเขา แล้วทำเป็นตกใจรีบเอาทิชชูมาเช็ดอกเสื้อที่เปื้อนให้ แทนที่จะโกรธเขากลับพอใจที่เธออยู่ใกล้แค่เอื้อม ปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวลไป เสื้อเขาสีเข้มมองแทบไม่เห็นคราบกาแฟ

“เดี๋ยวผมไปล้างๆที่ห้องน้ำก็ออก คุณไม่ต้องเช็ดหรอกครับภัทศา” พูดพลางรังสรรค์จับมือดาญ่ามาวางที่อกข้างซ้ายของตัวเอง “มาเช็ดหัวใจผมดีกว่า คุณทำให้หัวใจผมเลอะด้วยความรักหมดแล้ว”

“เอ่อ งั้นระหว่างที่คุณไปห้องน้ำ ให้ภัทศาไถ่โทษด้วยการช่วยคุณทำงานบนโต๊ะนี้ให้หมดดีไหมคะจะได้เสร็จเร็วๆ” ดาญ่าทำท่าเอียงอายราวกับเขินเสียเต็มประดา รังสรรค์ยินดีที่เธอจะช่วย แต่เย็นนี้เธอต้องไปกินมื้อค่ำกับเขา เลี้ยงฉลองตำแหน่งผู้ช่วยคนใหม่ของเขา แม้ไม่อยากไปแต่เพื่อให้มัดใจเขาเธอจึงตอบตกลง แต่มีข้อแม้ต้องทำงานให้เสร็จก่อน แล้วค่อยๆดึงมือออกจากมือเขา รังสรรค์จำใจปล่อยมือเธอแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้

“งั้นนั่งสิครับ ผมจะสอนว่าต้องทำอะไรบ้าง”

หญิงสาวนั่งเก้าอี้แทนรังสรรค์ แอบยิ้มพอใจที่สามารถทำให้เขาไว้ใจได้สำเร็จ เขาถือโอกาสโน้มตัวลงมาสอนงานเธอพยายามใกล้ชิดสุดๆเท่าที่จะทำได้ ครู่ต่อมารังสรรค์เข้าไปล้างเสื้อในห้องน้ำ นึกขอบคุณกาแฟที่ช่วยเป็นสื่อรักให้ ส่วนดาญ่าที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ขอบคุณกาแฟเช่นกันที่ช่วยให้เธอสืบข้อมูลสำเร็จทำให้เข้าถึงไฟล์รายรับรายจ่ายของบริษัทได้

ooooooo

ตัวเลขเงินรายรับรายจ่ายของบริษัทเอกธนกิจมีจำนวนมหาศาลทำให้ยากที่จะตรวจสอบความผิดปกติในระยะเวลาสั้นๆได้ ดาญ่าคิดหนักว่าจะทำอย่างไรดี ในที่สุดก็คิดออก

“แต่ถ้าเรารู้พาสเวิร์ดเข้าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้และบัญชีของบริษัทจะตรวจสอบเมื่อไหร่ก็ได้”

จังหวะนั้นรังสรรค์เปิดประตูกลับเข้ามาในห้อง ดาญ่ารีบคลิกออกจากไฟล์ข้อมูลแล้วทำหน้านิ่วคิ้วขมวดหันไปบ่นกับเขาว่าอยู่ๆไฟล์บัญชีรายรับรายจ่ายก็หายไปไม่รู้ไปกดโดนปุ่มอะไร หาอย่างไรก็ไม่เจอ เขาตกหลุมพรางที่เธอขุดไว้ บอกว่าต้องใส่พาสเวิร์ดก่อนถึงจะเปิดเข้าไปได้ และคอมพิวเตอร์ทั้งบริษัทมีเครื่องเขาเครื่องเดียวที่เปิดเข้าไปดูไฟล์นี้ได้ แล้วจัดการพิมพ์พาสเวิร์ดโดยไม่รู้ว่าเธอจดจำพาสเวิร์ดไว้เรียบร้อย

“ดีจังเลยค่ะ เป็นการป้องกันข้อมูลการเงินของบริษัทรั่วไหลได้เยี่ยมเลย”

สิ้นเสียงดาญ่าไฟล์รายรับรายจ่ายของบริษัทเด้งขึ้นมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเดิม...

หลังช่วยงานรังสรรค์เสร็จ ดาญ่าถือแฟ้มงานออกมาจากห้อง หยุดถอนใจไล่ความอึดอัดที่ถูกเขาฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งตลอด แล้วนึกขึ้นได้รีบดึงปากกาขึ้นมาจดพาสเวิร์ดของรังสรรค์กันลืม

“ตัวสุดท้ายเลขอะไรนะ มองไม่ถนัด”

เนตรสุดาผ่านมาได้ยินพอดีแค่คำสุดท้าย ถามว่าอะไรไม่ถนัดหรือคุณน้อง ดาญ่าสะดุ้งโหยงอยากเขกหัวตัวเองที่คิดดังไปหน่อย รีบบอกว่าเปล่าแล้วเดินลิ่วออกไป เนตรสุดาไม่วายมองโลกในแง่ร้าย หายเข้าไปอยู่ใน

ห้องบอสเป็นชั่วโมง แล้วกลับออกมาบ่นว่าไม่ถนัด หรือเด็กใหม่เข้าไปทำอะไรบัดสีมา หันมองดาญ่าอย่างไม่ไว้ใจ...

ตกเย็น เทวัตชวนอารยะมาตามดูดาญ่าถึงที่ทำงานเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ อารยะบ่นอุบถ้าเขาเป็นห่วงเธอมากขนาดนี้ทำไมไม่เตือนเธอไปตรงๆว่าแอบมาทำงานในบริษัทพ่อตัวเองมันเสี่ยง  เขาทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะเธอหวาดระแวงเขาอยู่ จังหวะนั้นดาญ่า

เดินออกมากับรังสรรค์ สองเพื่อนซี้รีบหลบมุมแอบมอง เห็นเธอเดินเคียงคู่ไปกับรังสรรค์ท่าทางสนิทสนม เทวัตทนไม่ไหวรีบสะกดรอยตาม

ooooooo

ไม่นานนัก รังสรรค์พาดาญ่ามาถึงแหล่งช็อปปิ้งและร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา เธอตื่นตากับสถานที่เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มา ชมไม่หยุดปากว่าสวยมาก รังสรรค์ชวนชมวิวไปพลางก่อนหาก

ยังไม่หิว เธอเห็นดีด้วยต่างชวนกันไปชมวิวที่ริมระเบียงติดแม่น้ำ เขาขอถ่ายภาพเธอกับวิวสวยๆไว้เป็นที่ระลึก ถ่ายเสร็จเช็กดูรูป

“สวยมากครับ สวยอะไรอย่างนี้ ดูตัวเองสิครับ” รังสรรค์ยื่นรูปในมือถือให้ดาญ่าดู พลางบอกรักเธอซึ่งหน้า เธอทนฟังไม่ไหวรีบตัดบทชวนเขาไปหาอะไรกิน หิวแล้ว รังสรรค์อยากดูวิวต่ออ้างยังไม่หิวแล้วเข้ามาโอบเอวเธอไว้ ดาญ่าได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าขัดขืน อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก เนตรสุดาซึ่งแอบตามมาตั้งแต่ออกจากออฟฟิศ เห็นทั้งคู่ท่าทางเหมือนคู่รักกันมองอย่างผิดหวังสุดๆเผลอบ่นที่ดาญ่ายอมเป็นของเล่นของรังสรรค์ อารยะเข้ามายืนข้างๆ

“คุณคิดอย่างนั้นหรือครับ”

“เห็นภาพชัดแจ๋วระดับ HD 4G ขนาดนั้นยังต้องคิดอะไรอีกเหรอ” เนตรสุดาพูดไปแล้วนึกขึ้นได้ว่าพูดกับใคร หันขวับมาเห็นอารยะยืนอยู่ข้างๆก็จำเขา

ได้ว่าคือไอ้หื่นผูกไท ตกใจอ้าปากจะร้อง เขาเอานิ้วแตะปากเธอไม่ให้ส่งเสียง เนตรสุดาปัดมือเขาออกหันกลับไปมองถึงกับตะลึงอ้าปากค้างเมื่อเห็นรังสรรค์กำลังจะจูบดาญ่า

“ว้าย จะผายปอดกันแล้ว”

รังสรรค์ไม่ทันได้ทำอะไร เทวัตกระชากดาญ่าออกมาเสียก่อน เตือนเธอให้ระวังจะติดเชื้อจากมัน เธอตกใจที่เห็นเขา ขณะที่รังสรรค์เคืองจัดที่ถูกขัดจังหวะตวาดลั่นให้คืนเธอมา เขาไม่คืนให้

“แกอย่ามั่วใช้คำว่าคืน เพราะเธอคนนี้ไม่ได้เป็นของของแก” ว่าแล้วเทวัตเอาตัวบังดาญ่าไว้

เนตรสุดาที่แอบมองอยู่กับอารยะอดสงสัยไม่ได้ว่าลูกชายนายเหิมรู้จักยัยเด็กใหม่ด้วยหรือถึงได้เข้าไปวอแวด้วย อารยะพยักหน้าไม่ใช่แค่รู้จักเฉยๆแต่รู้จักดีเลย เนตรสุดายิ่งงงหนักถึงขั้นรู้จักดีเลยหรือ

“ประมาณนั้นจ้ะที่รัก”

“ใครเป็นที่รักของนาย อย่ามาลามปาม” ไม่พูดเปล่าเนตรสุดากระชากเนกไทอารยะอย่างเอาเรื่อง...

เทวัตกับรังสรรค์เปิดศึกชิงนางกันอย่างชนิดไม่มีใครยอมใคร ฝ่ายหลังทนไม่ได้ที่เขามาขวางทางปล่อยหมัดตรงเข้าใส่ เทวัตเบี่ยงตัวหลบต่อยสวนเข้าท้องเต็มหมัดตามด้วยอัดหน้าหงายเงิบ แล้วลากแขนดาญ่าออกมา รังสรรค์สะบัดหัวไล่ความมึน ยันตัวเองลุกขึ้นวิ่งตามไปเอาของหวงคืน

ด้านอารยะเห็นรังสรรค์จ้ำพรวดๆมาทางที่ตัวเองอยู่คว้าแขนเนตรสุดาออกมาขวาง รังสรรค์มัวแต่รีบร้อนไม่ทันดูทางชนเข้าอย่างจังเนตรสุดาเซเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของอารยะ รังสรรค์โวยวายว่าเดินประสาอะไร

“เดินประสาคนนี่แหละเว้ย แกน่ะเดินประสาอะไรชนเขาแล้วยังมาโวยวายอีกเหรอ...เจ็บตรงไหนบ้างไหมครับ” อารยะว่าแล้วขยิบตาให้เนตรสุดา ทีแรกเธอยังงงๆ

แต่แล้วนึกขึ้นได้ รับมุกทันทีแกล้งร้องโอดโอยไม่รู้แขนหักหรือเปล่า รังสรรค์เพิ่งเห็นทั้งคู่ชัดๆก็จำได้ นี่รู้จักกันด้วยหรือ เนตรสุดาส่ายหน้าแต่อารยะพยักหน้ารับ รังสรรค์ไม่ได้สนใจจะฟังคำตอบผลักทั้งคู่พ้นทางแล้วเร่งฝีเท้าตามเทวัตกับดาญ่าไป...

ฝ่ายดาญ่าตกใจมากเมื่อรู้ว่าเทวัตแอบสะกดรอยตามมาตั้งแต่ออกจากบริษัทเอกธนกิจ นั่นเท่ากับเขารู้ว่าเธอแฝงตัวเข้าไปทำงานที่นั่นเอ็ดตะโรใส่ว่ารู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว เขารู้ไม่นานนี่เองเพราะเธอเพิ่งเข้าทำงาน แต่ไม่ทันไรก็ทำตัวสนิทสนมกับรังสรรค์เสียแล้วหรือ แล้วจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอสีหน้าจริงจัง

“คุณกำลังเล่นกับไฟรู้ตัวไหมครับ รังสรรค์มันเสือผู้หญิง มันขย้ำคุณได้ทุกเมื่อ”

“คุณไม่ต้องมาขู่ฉันเลยฉันไม่กลัว เสือกับไฟ

ยังไงมันก็ไม่เลวร้ายไปกว่ายัยวัชรีกับพ่อของคุณหรอก” ดาญ่ายอกย้อนอย่างเจ็บแสบเล่นเอาเทวัตหน้าม้าน แต่เขาไม่ละความพยายามยังคงทั้งเตือนและขอร้องให้เธอล้มเลิกความคิดที่จะเข้าไปสืบเรื่องราวในบริษัทเอก

ธนกิจแต่ไม่ได้ผล เธอไม่ยอมทำตามที่เขาขอร้อง ผลักเขาออกห่างแล้วขยับจะไป เทวัตรวบตัวเธอมากอดไว้ เธอสั่งให้ปล่อยทำแบบนี้ก็ไม่ได้ทำให้เธอใจอ่อนกับเขา

“ทั้งๆที่ผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย คุณก็ไม่ละเว้นผมไว้สักคนเหรอดาญ่า”

“ยังไงคุณก็เป็นเด็กที่เขาเลี้ยงมายอมรับเถอะว่าคุณเนรคุณเขาไม่ได้...ปล่อย” ดาญ่าแกะมือเทวัตออกแล้วเดินหนีไปอย่างรวดเร็วกลัวใจตัวเองจะหวั่นไหวไปกับความใกล้ชิด เทวัตได้แต่มองตามเสียใจ

ooooooo

อารยะตามถามเนตรสุดาว่าที่ตามสองคนนั่นมาเพราะเป็นกิ๊กของรังสรรค์ใช่ไหมถึงได้ตามจับผิดเขา เธอด่าสวนอย่ามาเดามั่วที่เธอแอบตามเพราะต้องการมาดูพฤติกรรมของพนักงานใหม่คนนั้นต่างหาก

“ดูเหมือนว่ายัยนั่นจะแปลงร่างเป็นกิ๊กใหม่ของนายรังสรรค์ไปซะแล้ว”

“เสียใจเหรอคุณที่ไม่ได้แปลงร่างเป็นกิ๊กซะเอง” อารยะพูดไปขำไป เนตรสุดาอยากจะตบคนปากเสียให้รู้แล้วรู้รอด แล้วนี่มันเรื่องอะไรของเขามาเที่ยวตามถามโน่นถามนี่เธอราวกับว่ารู้จักรังสรรค์ดี เขายอมรับว่ารู้จักดีเพราะเป็นเพื่อนตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน เธอถึงบางอ้อมิน่านิสัยไม่ต่างกัน แล้วย้อนถามเขาบ้างว่ามาสะกดรอยตามรังสรรค์ทำไม เขาเชิญให้เธอไปฟ้องศาลหากต้องการคำตอบแล้วผละจากไป

“อ้าว ตาบ้า อยู่ๆก็โผล่มา อยู่ๆก็ไป รมณ์เสีย”...

ในเวลาต่อมาขณะที่เนตรสุดากำลังเดินจะกลับบ้าน อดนึกถึงอารยะไม่ได้ แม้จะกวนโอ๊ยจนน่าโมโหแต่ก็เท่ไม่เบา แล้วเหลือบมองไปข้างหน้าเห็นคนที่

ตัวเองนึกถึงเดินยิ้มๆสวนมา รีบหลบหลังเสาไฟด้วยความตื่นเต้น สักพักจึงค่อยๆชะโงกมอง แต่เขาหายไปแล้ว หลังเสาไฟต้นไม่ห่างกัน อารยะหลบอยู่ด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้เธอเพราะแอบเห็นเธอเดินมาเหมือนกัน ค่อยๆชะเง้อคอยาวออกไปดู เป็นจังหวะเดียวกับเนตรสุดาโผล่หน้าออกมาต่างจ๊ะเอ๋กัน พากันตกใจรีบกลับไปหลบหลังเสาไฟอย่างเดิมทำอะไรไม่ถูก ทั้งคู่ดันใจตรงกันตัดสินใจจะเดินเข้าไปทักอีกฝ่าย จึงโผล่พรวดออกมาพร้อมกัน กลายเป็นเผชิญหน้ากัน ต่างฝ่ายไม่ทันตั้งตัวว่าจะได้เจอกันจังๆ พากันยืนอึ้ง เนตรสุดาเขินหันหลังจะไป เขาร้องเรียกไว้ถามว่าจะกลับอย่างไรถ้าไม่มีรถเขาจะไปส่ง...

ระหว่างอารยะขับรถไปส่งเนตรสุดาที่บ้าน ทั้งคู่เอาแต่นั่งเงียบไม่มีใครพูดอะไร อยู่ๆเธอกระแอมออกมา เขารอให้เธอเป็นฝ่ายพูดก่อนนานแล้ว หันไปถามว่าพูดอะไร เธอตกใจตะโกนลั่นว่าเปล่า เขาละสายตาจากถนนหันมองเธอเพราะเสียงดังมาก โดยไม่รู้ว่ารถของเขาเบนออกนอกเลนเลยเข้าไปในเลนฝั่งตรงข้าม รถที่แล่นสวนบีบแตรดังลั่นถนนทำให้เขารู้สึกตัวรีบหักพวงมาลัยดึงรถกลับเข้าเลนตัวเอง เนตรสุดาโวยวายนี่จะฆ่ากันหรือ

“ก็คุณนั่นแหละอยู่ดีๆก็ตะโกนอะไร” อารยะ

หันมองเธออีก เนตรสุดาต้องเตือนให้เขามองถนน ต่างฝ่ายต่างเงียบกันไปอีก กระทั่งเขาขับรถมาจอดหน้าบ้านเธอ เนตรสุดาลงจากรถแทบไม่รอให้รถจอดสนิท

“ขอบคุณนะที่พามาเกือบตาย” เนตรสุดาว่าประชด

“โห นี่ปากรึเปล่านั่นน่ะ หรือเป็น...” เขาละไว้ในฐานที่เข้าใจ เนตรสุดาปิดประตูรถกระแทกดังปัง อารยะกดกระจกรถทวงถามนี่จะไม่ขอบคุณสักคำเลยหรือ เธอตอบเสียงดังฟังชัดว่าไม่ แล้วเดินเข้าบ้าน เขามีงอน เร่งเครื่องรถออกไปอย่างรวดเร็ว แม้จะโมโหแต่อดยิ้มให้กับความแสบของเนตรสุดาไม่ได้ เธอเองก็ถูกใจเขาไม่น้อยเช่นกัน...

ฝ่ายรังสรรค์ตามหาเทวัตจนเจอเข้าไปกระชากไหล่ถามหาภัทศาของตนอยู่ไหน พอรู้ว่ากลับไปแล้วโกรธควันแทบออกหูด่าเขาลั่นว่าเป็นมารคอหอย เธอกำลังมีความสุขที่ได้อยู่กับตนแต่เขาดันมาขวางจนเธอต้องหนีกลับ แล้วประกาศกร้าวจะไม่ปล่อยผู้หญิงคนนี้หลุดมือ เทวัตก็ประกาศเช่นกันว่าจะไม่ปล่อยให้รังสรรค์ได้แตะต้องเธอคนนี้เด็ดขาด สองหนุ่มมองหน้ากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ooooooo

ดาญ่าเดินอย่างอ่อนล้ามาหยุดที่ริมสระว่ายน้ำหน้าเรือนเล็ก นึกถึงตอนที่เทวัตตัดพ้อเธอว่าทั้งๆที่เขาไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย เธอก็จะไม่ละเว้นเขาไว้สักคนหรือ ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งหนักใจ ความรักกับความไม่ไว้ใจตีกันอุตลุด

ระหว่างที่เจ้าของเรือนเล็กกำลังครุ่นคิดหนักอยู่นั้น นันทิยาแอบย่องมาทางด้านหลังจะผลักเธอตกน้ำ เธอไหวตัวทันเบี่ยงตัวหลบ นันทิยาเสียหลักหน้าคะมำจะตกน้ำแต่กลับตัวค้างเหนือสระน้ำอย่างน่าอัศจรรย์

“คิดเหรอว่าฉันจะเสียฟอร์มร่วงตกน้ำง่ายๆ” นันทิยาหัวเราะเยาะเย้ย ดาญ่ามองไปที่ด้านหลังเธอแปลกใจทำไมตัวเอนได้ขนาดนั้นแต่ไม่ตกน้ำ แล้วก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อเห็นคุณหนูเรือนเล็กดึงเสื้อนันทิยาเอาไว้

“คุณหนูกลับมาแล้ว” ดาญ่าร้องทักด้วยความดีใจ

“คุณหนูบ้าบออะไรของหล่อนยะ” นันทิยาซึ่งไม่เห็นคุณหนูเรือนเล็กโวยวาย คุณหนูไม่พอใจที่มาว่าตนเองเป็นคุณหนูบ้าบอก็เลยปล่อยมือที่จับเสื้อ นันทิยาร่วงตกน้ำตูม ดาญ่าโผมากอดคุณหนูด้วยความคิดถึง นันทิยาโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำร้องกรี๊ดๆด้วยความเจ็บใจ

ตีน้ำใส่ดาญ่าแถมด่าว่าต่างๆนานา เด็กน้อยหัวจุกหมั่นไส้จึงสั่งสอนด้วยการเสกงูเขียวให้ลงไปว่ายน้ำเป็นเพื่อน นันทิยากรีดร้องบ้านแทบแตกว่ายหนีโดยมีงูเสกว่ายตาม

จากนั้นดาญ่ากับคุณหนูเข้ามาคุยกันในเรือนเล็ก เธอตัดพ้อว่าหายไปไหนมานึกว่าจะไม่ได้เจอกันแล้ว เด็กน้อยไปปลีกวิเวกนั่งสมาธิเข้าฌานมา เพื่อสะสมบารมีเพิ่มแบตเตอรี่ให้กลับมาสวยเหมือนเดิมแล้วสะบัดบ๊อบราวกับเป็นเด็กสาวๆ ดาญ่ามันเขี้ยวหยิกแก้มแกเล่น แล้วสรุปคุณหนูกลับมาแบบนี้แสดงว่าพลังบารมีกลับมาเต็มที่แล้วใช่ไหม แกส่ายหน้า ยังสะสมได้ไม่เท่าไหร่แต่ที่ต้องกลับมาเพราะเป็นห่วงเธอ

“ตัวเองเป็นอะไรหรือเปล่า ท่าทางเหมือนคนอมทุกข์”

“เค้าทุกข์เพราะดันมีใจให้ลูกชายของคนที่เนรคุณพ่อเค้าน่ะสิ”

คุณหนูเรือนเล็กเตือนจะมีใจให้เทวัตก็ได้แต่อย่าไปไว้ใจแบไต๋บอกหมดก็แล้วกันว่าดาญ่ารู้เช่นเห็นชาติพ่อของเขาหมดแล้ว เธอสารภาพเสียงอ่อยว่าบอกทุกอย่างกับเขาไปหมดแล้ว คุณหนูตำหนิไปบอกทำไม ไม่กลัว

เขาจะเอาไปฟ้องเหิมหรือ ทำแบบนี้เท่ากับแหวกหญ้าให้งูตื่น ดาญ่ามั่นใจว่าเทวัตยังไม่ได้บอกอะไรเหิม


“ยังไม่ได้บอกไม่ได้แปลว่าจะไม่บอก วันนี้อาจจะบอกก็ได้ ตัวเองต้องระแวงไว้ก่อนก็อย่างที่เค้าเตือนอ่ะ มีผู้ชายสามคนที่เป็นตัวอันตรายสำหรับตัวเอง เค้าเข้าฌานเห็นเงาดำผู้ชายสามคนนั้นแต่ไม่เห็นหน้า”

ดาญ่าเชื่อว่าหนึ่งในชายสามคนจะต้องเป็นเหิม คนที่สองอาจเป็นเทวัตแต่คนที่สามยังไม่รู้เลยว่าเป็นใคร คุณหนูเรือนเล็กเตือนมือที่มองไม่เห็นอันตรายที่สุด อย่าประมาทเด็ดขาด

ooooooo

เทวัตเครียดเรื่องดาญ่าไม่พอ กลับถึงบ้านยังโดนพ่อเล่นงานเรื่องที่ไปด่าจักริน เขาอธิบายว่าไม่ได้ด่าแค่พูดเตือนสติให้จักรินเลิกล้มความตั้งใจฟ้องพ่อตัวเอง เหิมไม่พอใจตบเขาหน้าหัน อีกทั้ง

ด่าซ้ำว่าไปสอดเรื่องคนอื่นทำไม เรื่องในครอบครัวของวิจารณ์ไม่ใช่กงการอะไรของเขา ไม่ต้องไปสงสารเห็นใจมัน

“ฉันนี่ ฉันเป็นคนเลี้ยงแกมากับมือ ทำอะไรแกควรจะเห็นหัวฉันไม่ใช่เห็นหัวไอ้แก่เจ้าปัญหานั่น อย่านะ อย่าให้ฉันต้องสาปแช่งเรียกแกว่าไอ้ลูกเนรคุณ พ่อลูกเขาจะฟ้องแย่งสมบัติกันก็ช่างหัวเขาปะไร มันปัญหาครอบครัวของเขา แล้วแกเป็นใคร เฮอะ ลูกหลานก็ไม่ใช่ หาเรื่องใส่ตัวอย่าเข้าไปยุ่ง ฉันสั่งไว้ตรงนี้เลยนะ ห้ามแกไปเหยียบบ้านเศรษฐีวิจารณ์อีก”

“พ่อทำยังกับว่าผมอายุ 5 ขวบ สั่งสอนตบตี

ห้ามโน่นห้ามนี่ผมตามแต่ใจพ่อ”

เหิมทวงบุญคุณในเมื่อเป็นคนเลี้ยงเทวัตมาทำไมจะไม่มีสิทธิ์ตีหรือออกคำสั่งเขา เทวัตตัดพ้อเมื่อก่อนพ่อไม่เคยทำกับเขาแบบนี้ เหิมสวนทันทีเมื่อก่อนเขาก็ไม่เคยทำตัวเป็นปัญหาแบบนี้เหมือนกัน เทวัตถึงกับ

พูดไม่ออก

“แกเงียบฉันถือว่าแกยอมเชื่อฟังคำสั่งฉันทุกเรื่องรวมทั้งเรื่องนังดาญ่าด้วย มันจะได้มรดกของพ่อมันหรือไม่ได้ แกก็ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียจะไปเดือดร้อนอะไร แต่คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียคือคุณวัชถ้านังดาญ่าได้รับมรดกไป ฉันมั่นใจว่าคุณวัชจะไม่ได้อะไรเลยสักสตางค์แดงเดียว เพราะฉะนั้นเขามีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะแย่งชิงมรดกกับมันในฐานะแม่เลี้ยง” เหิมเสียงกร้าว...

คำพูดของเหิมทำให้เทวัตเป็นห่วงความปลอดภัยของดาญ่า ทันทีที่กลับถึงห้องตัวเองเขารีบโทร.หาเธอ แต่ไม่มีใครรับสาย ลองโทร.อีกหลายครั้งยังคงเหมือนเดิม เขาเปลี่ยนเป็นส่งข้อความไปแทน

“ผมอยากพบคุณมาก ถ้าพรุ่งนี้คุณไม่มาเจอผมเรื่องที่คุณแอบเข้าไปทำงานในบริษัทพ่อคุณอาจจะรู้ถึงหูพ่อผม” สิ่งที่เทวัตทำได้ผลดีเกินคาด ดาญ่าอ่านข้อความจบก็รีบโทร.กลับมาหา เขารู้ดีว่าเธอต้องไม่พอใจรีบขอโทษทันทีที่รับสาย ไม่ได้มีเจตนาจะส่งข้อความแบบนั้นไปหาแต่มันจำเป็นจริงๆที่เราต้องเจอกัน เพราะมีเรื่องสำคัญจะบอก ดาญ่าขอให้เขาบอกมาตอนนี้เลยในเมื่อเธอโทร.มาหาแล้ว

“ผมต้องเจอคุณไม่งั้นผมก็ไม่บอก”

“แล้วถ้าฉันไม่ไปล่ะ คุณจะฟ้องพ่อคุณเรื่องที่ฉันแอบไปทำงานที่บริษัทใช่ไหม”

เทวัตไม่ฟ้องแน่นอนเพราะเรื่องนั้นไม่สำคัญเท่ากับเรื่องที่เขาจะบอกเธอ แต่ถ้าเธอไม่อยากรู้ก็ไม่ต้องมา แล้วเขาก็จะไม่ไปให้เธอเห็นหน้าอีกเลย ดาญ่าลังเลใจหนึ่งอยากรู้ว่าเรื่องสำคัญอะไรแต่อีกใจก็ยังไม่ไว้ใจเขา

ooooooo

วัชรีรู้เรื่องที่นันทิยาหลานรักตกสระว่ายน้ำหน้าเรือนเล็ก ฟันธงว่าเป็นฝีมือผีภิมุขผลักไม่ใช่ดาญ่าทำ นันทิยาโวยวายผีมีที่ไหน มีแต่งูที่อยู่ๆร่วงลงมาให้สระ แถมว่ายน้ำไล่ตามเธออีกต่างหาก วัชรีปักใจเชื่อว่านั่นคืองูผี

นันทิยาทนไม่ไหวขอร้องให้พอได้แล้วเอะอะอะไรก็โทษผี สงสัยน้าจะกลัวผีจนขึ้นสมอง วัชรีชักโกรธ ยืนกรานว่าตนไม่ได้บ้า ตนเจอมากับตัวเองทำไมพูดไปไม่มีใครเชื่อสักคน นันทิยาเข้ามากอดเมื่อเห็นผู้เป็นน้าอารมณ์บูด

“โอ๋คุณน้า อย่าโกรธสิคะ นันเชื่อก็ได้ค่ะ”

“ไว้ให้เราเจอกับตัวก่อนเถอะแล้วจะรู้สึก...

เออนี่ยัยนัน ทนายเหิมโทร.มาหาน้าเมื่อครู่นี้ สั่งให้น้ามาบอกเราว่าถ้าไม่อยากเสียเทวัตให้นังดาญ่าไปล่ะก็ รีบๆเลยเราน่ะ”

“แหม ไฟเขียวให้ขนาดนี้ นันจะจัดให้เลยค่ะ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ทุกคนจะได้เห็นคุณเทวัตมีนันเป็นเงาตามตัว” นันทิยาหัวเราะชอบใจที่เหิมเปิดไฟเขียวให้...

เหิมต้องการกำจัดดาญ่าให้สิ้นซากและอยากได้ของที่อยู่ในกระเป๋าถือของเธอจึงจ้างวานมือปืนสองคนเดิมให้ไปจัดการ ลูกพี่มือปืนรับปากคราวนี้จะจัดการดาญ่าให้สิ้นซาก เหิมจะให้โอกาสพวกมันอีกครั้งเดียวเท่านั้น

“ภายในสองวันนี้ฉันต้องได้ยินข่าวดี แต่ถ้ายังไม่มีอะไรเกิดขึ้นพวกแกก็โบกมือลาค่าจ้างสามแสนที่รออยู่ได้เลย” ขู่จบเหิมวางสาย ลูกพี่มือปืนคุยโทรศัพท์เสร็จเดินกลับมาหาพรรคพวก สมุนถามว่าเหิมโทร.มาเร่งหรือ

“ก็เออดิ เงินตั้งสามแสนกูจะเอา กูต้องจัดการนังนั่นให้ได้”

ooooooo

เทวัตเดินถือโน้ตบุ๊กและเอกสารรีบร้อนเข้าไปในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เช้านี้เขามีนัดกับดาญ่าเอาไว้แต่ลูกค้าดันโทร.มานัดกะทันหันเขาเลื่อนไม่ได้จำเป็นต้องมาคุยงานด้วย อารามรีบร้อนเขาไม่ทันสังเกตเห็นนันทิยาที่แอบตามมาตั้งแต่เขาออกจากบ้าน

“ท่าทางรีบร้อน นัดใครเอาไว้ นังดาญ่ารึเปล่า ถ้าเจอนะฮึ่ม” นันทิยาเตรียมจัดหนักถ้าศัตรูหัวใจโผล่มา แล้วเดินตามเทวัตเข้าไปในร้าน นั่งหลบๆที่โต๊ะซึ่งมองไปเห็นโต๊ะที่เขานั่ง ปรากฏว่าคนที่นัดมาเจอไม่ใช่

ดาญ่าแต่เป็นลูกค้าสองสามีภรรยา เทวัตเปิดโน้ตบุ๊กให้ทั้งคู่ดูแบบบ้านที่ร่างไว้ ลูกค้าดูแบบจนพอใจก็ร่ำลาเทวัตแล้วลุกออกไป เขารีบปิดโน้ตบุ๊ก เก็บเอกสารใส่กระเป๋า ด้วยความรีบร้อนทำเอกสารหล่นจึงก้มไปเก็บ แต่มีมือมาจับมือเขาไว้

ครั้นเงยหน้ามองต้องแปลกใจที่เห็นนันทิยายิ้มหวานให้แถมตีเนียนว่าเราใจตรงกันถึงมาดื่มกาแฟที่เดียวกัน

“คงไม่ใช่ใจตรงกันหรอกมั้ง เพราะร้านนี้อยู่ไกลจากบ้านคุณมาก แต่ใกล้บ้านผม”

“ก็แหม เมื่อคืนนันฝันว่าได้เจอคุณที่ร้านกาแฟนี้นี่คะ เช้านี้ก็เลยมาแล้วก็เจอคุณเหมือนดั่งฝันจริงๆด้วย” ไม่พูดเปล่านันทิยายื่นหน้าเข้าไปใกล้เทวัตหวังอ่อยเต็มที่ เขาไม่เล่นด้วยจะคว้าแฟ้มที่อยู่ในมือเธอคืน 

มีธุระต้องรีบไปต่อ เธอไม่ยอมคืนให้เมื่อครู่นี้คุยงานกับลูกค้าเสร็จแล้วไม่ใช่หรือ เขาอ้างว่ายังมีงานอื่นต้องรีบไปทำขอแฟ้มคืนด้วย เธอยื่นข้อเสนอจะคืนให้ก็ต่อเมื่อเขาเลี้ยงมื้อเช้าก่อน หิวจะแย่แล้ว

“ถ้าคุณหิวก็สั่งกินเองสิครับ ผมรีบต้องไปแล้ว ส่งแฟ้มมาให้ผม”

นันทิยาแสบได้ใจในเมื่อเขาไม่ยอมกินข้าวด้วย วิ่งหนีออกจากร้านพร้อมแฟ้มในมือ เทวัตจะตามแต่ถูกบ๋อยเข้ามาขวางไว้ขอให้ชำระค่าอาหารก่อน เขารีบจ่ายเงินแล้ววิ่งตามเธอออกไปนอกร้านแต่ไม่เจอแม้เงา

ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเห็นใกล้เวลานัดกับดาญ่าก็ยิ่งร้อนใจ พลันนันทิยาโผล่มากอดเอวเขาทางด้านหลัง

“ดูเวลาอะไรนักหนา นัดใครไว้กันแน่”

“เอาแฟ้มเอกสารมาเถอะครับ คุณทำผมเสียเวลามากแล้ว” เทวัตเห็นนันทิยาไม่ยอมให้แฟ้มจึงเข้าไปแย่ง เธอเอาแฟ้มหลบไว้ข้างหลังทำให้เขาต้องเข้าไปโอบตัวเธอไว้ เธอยิ่งชอบใจที่เขามาถูกเนื้อต้องตัว

เทวัตรู้ทันจับแขนนันทิยาล็อกแย่งแฟ้มคืนมาได้ แล้วผลักเธอออกห่าง เธอแกล้งเสียหลักหงายหลังก้นจ้ำเบ้า ร้องโอดโอยราวกับเจ็บมากมายหวังให้เขาหันมาสนใจ แต่เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองจ้ำพรวดๆจากไปเลย นันทิยารีบยันตัวเองลุกขึ้น แล้วเร่งฝีเท้าตามแต่ช้าไปเขาขึ้นรถขับออกไปก่อนแล้ว เธอไม่ยอมแพ้โบกมือเรียกแท็กซี่ให้ขับรถตาม

ooooooo

ดาญ่าหิ้วกระเป๋าถือใบโตลงมาจากห้องนอนเจอคุณหนูเรือนเล็กรอท่าอยู่ที่โถงบันไดชั้นล่าง เตือนเธอออกไปข้างนอกให้ระวังตัวหน่อย ดาญ่าสงสัยว่ามีอะไรหรือเปล่า เด็กน้อยเองก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆก็รู้สึกเป็นห่วงเธอขึ้นมา ดาญ่าแนะถ้าห่วงมากนักก็ให้ขี่คอเธอออกไปด้วยกัน เด็กน้อยส่ายหน้า

“ออกไปได้ที่ไหนล่ะ เค้าเป็นรุกขเทวดานะไม่ใช่วิญญาณเร่ร่อน”

“จ้า แม่รุกขเทวดาตัวน้อย เค้าสัญญาว่าจะระวังตัว ไม่ต้องห่วงนะ นั่งสมาธิบำเพ็ญบารมีของตัวเองไป แล้วเย็นนี้เจอกัน บ๊ายบาย” ดาญ่าโบกมือให้เด็กน้อยแล้วเดินลิ่วออกไป เมื่อรถของเธอแล่นพ้นประตูรั้วบ้าน มือปืนสองคนที่ซุ่มรออยู่รีบขึ้นมอเตอร์ไซค์สะกดรอยตาม...

ณ สวนสาธารณะ เทวัตมานั่งรอดาญ่าอยู่ริมสระน้ำ แต่คนโผล่มาดันเป็นนันทิยา เข้ามาเกาะแขนเขาเหมือนปลิงไม่มีผิดเพี้ยน จังหวะนั้นมีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เทวัตดึงแขนตัวเองออกจากมือเธอ ขอตัวรับสายก่อนแล้วขยับออกมารับสายห่างๆ

ดาญ่าโทร.มาบอกเขาว่ามาถึงแล้วกำลังเดินไปหา แล้วหันมองไปด้านหลังต้องตกใจเมื่อเห็นมือปืนสองคนปรี่เข้าหา เธอร้องเสียงหลง เทวัตได้ยินเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกของเธอดังมาตามสายถึงกับตกใจ

“ดาญ่าร้องทำไม เกิดอะไรขึ้น”

นันทิยารู้ว่าปลายสายคือศัตรูหัวใจ ถึงกับปรี๊ดแตก เข้ามาจับแขนเทวัตไว้พลางต่อว่าว่านัดนังนั่นมาพลอดรักกันที่นี่หรือ เขาจะรีบตามไปช่วยดาญ่าจึงสะบัดมือนันทิยาออกวิ่งปรู๊ดไปทันที...

หนึ่งในมือปืนยื้อแย่งกระเป๋าถือกับดาญ่า พลางขู่ให้ปล่อย เธอไม่ยอมปล่อยแถมตะโกนขอความช่วยเหลือเสียงลั่นไปหมด สมุนต้องรีบตะครุบปากเธอไว้ไม่ให้ร้อง เธอฤทธิ์เยอะกัดมือเขาจมเขี้ยวแล้วเตะต่อยจนเขาจำใจปล่อยกระเป๋า ลูกพี่มือปืนเข้ามาช่วยยื้อแย่งกระเป๋าแทน เธอกลั้นใจเตะเข้ากล่องดวงใจเขาจนทรุด กระชากกระเป๋าไปจากมือคนร้ายแล้ววิ่งหนี มือปืนตั้งหลักได้ไล่ตาม...

ทางด้านเทวัตเดินหาดาญ่าได้ไม่กี่อึดใจ นันทิยาตามมาดึงแขนไว้ถามว่าเป็นอะไรไปถึงร้องเรียกแต่นังนั่น เขาได้ยินเสียงดาญ่าร้องดังมาในโทรศัพท์ เหมือนเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย นันทิยาหาว่าเธอแสดงละครตบตาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา ชวนเขากลับกันดีกว่า เทวัตเชิญเธอกลับไปคนเดียว เธอไม่ยอมไปไหนทั้งนั้นถ้าไม่มีเขาไปด้วย  เขาขอร้องอย่ามายุ่งกับเขาได้ไหม

“นันจะยุ่ง พ่อคุณอนุญาตนันแล้ว ต่อไปนี้นันจะเป็นเงาตามตัวคุณ”

“บ้าไปกันใหญ่แล้ว ผมบอกให้ปล่อย” เทวัตเห็นนันทิยายืนนิ่งจึงเป็นฝ่ายแกะมือออกเองแล้วสะบัดอย่างแรงจนเธอเซเสียหลักเกือบล้ม จากนั้นตามหาดาญ่าต่อไปไม่สนใจนันทิยาที่ร้องกรี๊ดๆอย่างขัดอกขัดใจ

จังหวะนั้นวัชรีโทร.หา เธอรีบรับสาย ฟ้องว่าดาญ่าแอบนัดเจอกับเทวัตที่สวนสาธารณะ

“ทำเป็นสร้างเรื่องร้องกรี๊ดกร๊าดเป็นอะไรก็ไม่รู้ของมัน ให้คุณเทวัตวิ่งพล่านไปช่วยมัน”

“ตามไปยัยนัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมีโอกาสฉกกระเป๋าถือนังดาญ่ามาให้น้า” วัชรีสั่งเสียงเข้ม

ooooooo

ดาญ่าวิ่งกอดกระเป๋าหนีมาตามทางเดินริมแม่น้ำโดยมีสมุนไล่ตามติด ทันใดนั้นลูกพี่มือปืนโผล่พรวดมาจากพุ่มไม้ข้างๆรวบตัวเธอไว้ เธอตกใจร้องลั่น เขาตบเธอหน้าคว่ำแล้วกระชากกระเป๋าไปจากมือ

“อย่าเอากระเป๋าฉันไป เอาคืนมา...เอามา” ดาญ่าขอร้องทั้งที่ยังมึนจากถูกตบ

ลูกพี่มือปืนชักมีดออกมาจะแทงเธอ แต่เทวัตมาช่วยไว้ทันกระโดดถีบมันเซถลากระเป๋ากระเด็นหลุดมือไปไกล สมุนจะตามไปเก็บก็ถูกเทวัตเตะตัดขาหงายหลังตึงแล้ววิ่งมาประคองดาญ่าที่ยังมึนไม่หาย ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอไม่ห่วงตัวเองห่วงแต่กระเป๋ากวาดตามองหา ต้องร้องลั่นเมื่อเห็นลูกพี่มือปืนถือมีดปรี่เข้าหา ตะโกนเตือนเทวัตให้ระวัง พลางผลักเขาพ้นทาง ขณะที่เธอเองก็พลิกตัวหลบทำให้มันแทงพลาด

สมุนย่องมาล็อกคอเทวัตแต่เขาไวทายาดเบี่ยงตัวหลบต่อยสวนสมุนหงายเงิบ พลางตะโกนบอกดาญ่าให้หนีไปก่อน เธอลุกขึ้นวิ่งหนี ลูกพี่มือปืนจะตามแต่เทวัตขวางทางไว้ มันเสือกมีดใส่เขาโดดหลบแต่ไม่พ้น

คมมีดถากสีข้างเลือดไหล ส่วนดาญ่าวิ่งไปจะคว้ากระเป๋า นันทิยาฉกไปได้ก่อนแล้ววิ่งหนี เธอไล่ตามทวงกระเป๋าคืน ปล่อยให้เทวัตต่อสู้กับมือปืนทั้งสองคนเพียงลำพัง เขารับมือกับพวกมันได้แค่พักเดียวก็เสียท่าถูกสมุนอัดล้มคว่ำ

ลูกพี่มือปืนสบช่องไล่ตามดาญ่ากับนันทิยาไป ทิ้งให้สมุนจัดการกับเทวัต...

ดาญ่าไล่ตามนันทิยาจนทันกระชากกระเป๋าคืน ยัยตัวแสบไม่ยอมให้ยื้อไว้สุดฤทธิ์ สองสาวตบตีกันอุตลุด แต่แล้วลูกพี่มือปืนตามมาสมทบตรงรี่เข้ามาหาสองสาว นันทิยาเห็นท่าไม่ดีปล่อยมือจากที่กำลังยื้อยุดกระเป๋ากับคู่อริทำให้เธอหงายเงิบไปตามแรงดึงชนเข้ากับลูกพี่มือปืนเต็มแรง มันรวบตัวเธอไว้

ขณะดาญ่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน เทวัตอัดสมุนไปสามหมัดซ้อนสลบเหมือด แล้วคว้าไม้หน้าสามที่มันจะใช้ตีเขาวิ่งไปยังทิศทางที่ดาญ่าไป...

ลูกพี่มือปืนตบตีดาญ่าไม่ยั้ง แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อยมือที่จับกระเป๋า มันเล่นบทโหดลากทั้งกระเป๋าทั้งเธอไปตามทางเดิน นันทิยาที่แอบมองอยู่ถึงกับยกมือปิดปากตกใจกับภาพตรงหน้า ก่อนที่ดาญ่าจะเสียทีไปมากกว่านี้ เทวัตตามมาช่วยไว้ทันฟาดไม้หน้าสามใส่โจรชั่วทรุดฮวบ แล้วประคองดาญ่าพาหนี นันทิยาจะตามแต่ลูกพี่มือปืนนอนขวางทางอยู่ เธอตกใจไม่กล้าตามหันหลังวิ่งหนีไปอีกทางหนึ่ง...

เนื่องจากเทวัตถูกคมมีดถากสีข้าง ส่วนดาญ่าถูกตบเลือดกบปาก ทั้งคู่ตัดสินใจจะไปหาหมอ รถของเทวัตอยู่ใกล้กว่า จึงตกลงใจใช้รถของเขาขับไปโรงพยาบาล

ooooooo

ระหว่างที่เหิมกับวัชรีรอฟังข่าวจากพวกมือปืนรับจ้างอย่างกระวนกระวายใจ นันทิยาโทร.เข้ามือถือของวัชรี เธอรีบรับสายถามว่าดาญ่าเป็นอย่างไรบ้าง นันทิยารายงานว่ายังไม่ตายแถมได้กระเป๋ากลับไปด้วย ตอนนี้มันอยู่กับเทวัตซึ่งมาช่วยมันไว้จากเงื้อมมือโจร หอบหิ้วกันหนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้

วัชรีวางสายหน้าเครียดหันมาบอกให้เหิมลองเช็กกับคนของเขาดูว่าได้กระเป๋าของนังนั่นมาหรือเปล่า เห็นนันทิยาว่าเทวัตช่วยมันหนีไป...

เทวัตได้ใจจากดาญ่าไปเต็มๆ เนื่องจากเอาตัวเข้าเสี่ยงช่วยเธอจากเงื้อมมือคนร้ายจนตัวเองต้องบาดเจ็บ...

เหิมไปพบกับมือปืนตามที่นัดกันไว้ พอเห็นสภาพสองมือปืนที่หน้าตาบวมปูดเขียวช้ำไปทั้งตัวก็รู้ทันทีว่างานไม่สำเร็จอีกแล้ว มือปืนอ้างมีคนมาช่วยเหยื่อเอาไว้ เหิมขี้เกียจฟังคำแก้ตัว ยื่นซองเงินให้พร้อมกับกำชับให้หายตัวไปเลย และเลิกติดต่อกับตนเด็ดขาด สองมือปืนรับเงินแล้วพากันออกไป เหิมมองตามหงุดหงิดใจ

“แผนล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะแกคนเดียวไอ้เทวัต ไอ้หอกข้างแคร่”...


ทั้งเทวัตและดาญ่าได้รับบาดเจ็บกันคนละนิด ละหน่อย หมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้หลังจากทำแผลเสร็จ เขาโทษตัวเองไม่น่านัดเธอออกมา ถ้าเธอเป็นอะไรไปเขาคงไม่ยกโทษให้ตัวเอง ดาญ่ากลับไม่คิดเช่นนั้น ถ้าเธอไม่นัดเขาไว้ แล้วใครจะช่วยเธอ ถ้าไม่มีเขาคนร้ายต้องจี้เอากระเป๋าของเธอไปได้แน่ๆ และเธออาจต้องตาย เทวัตดึงเธอมากอดไว้อย่างแสนรัก ให้สัญญาว่าเธอจะต้องไม่เป็นอะไร

“วันนี้ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะไม่ทิ้งคุณ ผมจะอยู่ข้างคุณ ปกป้องคุณ ไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับคุณเด็ดขาด”

ดาญ่ากอดเทวัตตอบน้ำตาไหลด้วยความตื้นตันใจ...

วัชรีเห็นหลานรักกลับมาครบสามสิบสองก็ดีใจที่ไม่ได้เป็นอะไร การได้คุยกันกับน้าสาวทำให้นันทิยารู้ว่าท่านมีเอี่ยวกับเรื่องที่ดาญ่าถูกทำร้าย ยิ่งสงสัยหนักว่าในกระเป๋าใบนั้นของดาญ่ามีอะไรกันแน่ ท่านถึงต้องส่งคนไปแย่งชิง วัชรียอมเล่าให้ฟังว่าในกระเป๋าใบนั้นมีทุกอย่างที่ท่านกำลังหาอยู่ ทั้งกุญแจตู้เซฟ สมุดบัญชีเงินฝาก

“คุณเหิมสงสัยว่ามันจะเก็บไว้กับตัว เราถึงหาที่เรือนเล็กยังไงก็ไม่เจอสักที”...

เนื่องจากเทวัตกับดาญ่ามาโรงพยาบาลในลักษณะถูกทำร้ายร่างกาย ทางนั้นจึงต้องโทร.แจ้งตำรวจ ไม่นานนักร้อยเวรตามมาสอบปากคำทั้งคู่ถึงโรงพยาบาล พบว่าเจ้าทุกข์ไม่ได้เสียทรัพย์ให้คนร้าย จะมีก็แค่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จึงอนุญาตให้ทั้งคู่กลับได้

เทวัตไม่ได้พาดาญ่ากลับบ้านแต่พาไปบ้านสวนของอารยะเพื่อจะได้คุยเปิดใจกัน เขายังไม่ได้บอกเรื่องสำคัญที่นัดเธอให้ออกมาเจอ แต่ถ้าเธอไม่อยากไป เขาก็ไม่บังคับแล้วปล่อยมือที่กุมมือเธอไว้ ดาญ่าคว้ามือเขา

“ฉันจะไปกับคุณค่ะ”

ooooooo

ที่บริษัทเอกธนกิจ รังสรรค์ไม่เป็นอันทำงาน เรียกอำนวยมาเล่นงานป่านนี้แล้วทำไมภัทศาหรือดาญ่ายังไม่มา อำนวยเองก็ไม่รู้ว่าเธอจะเข้ามาที่นี่หรือเปล่า รังสรรค์สั่งให้เขาโทร.ไปตาม อำนวยโทร.ไปหลายครั้งแล้วแต่เธอไม่รับสาย แถมตอนนี้ปิดเครื่องอีกด้วย รังสรรค์ไม่สนใจสั่งให้เขาโทร.จนกว่าจะติด

อำนวยรับคำเดินกลับไปที่แผนกการเงิน พยายามโทร.หาดาญ่า ไม่มีคนรับสายเหมือนเดิมถึงกับบ่นอุบเนตรสุดาได้ยินพอดีถามว่าบ่นอะไร วันนี้ผู้ช่วยใหม่ไม่มาทำงาน บอสเรียกเขาเข้าถวายงานเป็นว่าเล่นเลยหรือ

“ถวายงานไรล่ะเจ๊ เรียกไปเป็นกระโถนท้องพระโรงน่ะสิ ยัยพนักงานใหม่ไม่มาทำงานก็มาลงที่ผม ผมจะรู้ไหมว่าทำไมยัยนั่นถึงไม่มาทำงาน”

“นั่นสิ พี่ว่าคุณรังสรรค์เองน่าจะรู้ดีนะว่าทำไมภัทศาถึงไม่มาทำงาน” เนตรสุดาคิดถึงเรื่องเมื่อคืนตอนเห็นรังสรรค์จะจูบดาญ่าแต่เทวัตเข้ามาดึงเธอออกห่าง ทั้งคู่เปิดศึกชิงนางกัน แต่ท้ายสุดเทวัตได้ตัวหญิงสาวไป...

ไม่ได้มีแต่เนตรสุดาเท่านั้นที่นึกถึงเรื่องเมื่อคืน รังสรรค์เองก็นึกถึงเช่นกัน ทำให้ปักใจเชื่อว่าต้องเป็นเพราะเทวัตตามไปหาเรื่องเมื่อคืนภัทศาก็เลยไม่มาทำงาน

“ไอ้เทวัต ไอ้หมาหวงก้าง เพราะมึงคนเดียว” รังสรรค์ถีบโต๊ะทำงานปึงปังระบายอารมณ์...

บ้านสวนของอารยะตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ร่มรื่น บรรยากาศสวนป่าทำให้เทวัตกับดาญ่ารู้สึกผ่อนคลาย เขาก้มเก็บดอกไม้ที่ร่วงอยู่กับพื้นจะเอาให้เธอแต่เจ็บแผลที่สีข้างถึงกับร้องโอ๊ยออกมา เธอรีบเข้าไปประคอง ความใกล้ชิดทำให้เธอไม่อาจแกล้งทำเป็นไม่รักเขาอีกต่อไป สองคนมองสบตากันด้วยความรักเต็มหัวใจ จากนั้นก็พากันเข้ามานั่งคุยที่นั่งรับแขก เขาเห็นเธอหนีบกระเป๋าสะพายไว้กับตัวอย่างหวงแหนก็ถามขึ้นว่า

“คุณเก็บของมีค่าไว้ในกระเป๋าใช่ไหมครับ”

ดาญ่าไม่คิดจะปิดบังอะไรเขาอีกต่อไปยอมรับว่าใช่ ในนั้นเป็นของสำคัญสำหรับชีวิตของเธอที่พ่อเก็บไว้ให้ แล้วหยิบของในกระเป๋าออกมาวางบนโต๊ะ มีทั้ง กุญแจตู้เซฟธนาคาร สมุดบัญชีเงินฝากกับซองเอกสารบอกว่าในซองนี้เป็นจดหมายฉบับสุดท้ายที่พ่อเขียนถึงเธอ บรรยายถึงความรักที่มีให้เธอกับแม่ แม้จะสายเกินไปแล้ว กว่าที่เธอจะรู้ว่าพ่อรักเธอมากแค่ไหน พูดจบก็ร้องไห้ออกมา เทวัตยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้

“ความรักของพ่อไม่มีคำว่าสายหรอกครับดาญ่า ถึงตัวท่านจะไม่อยู่แล้วแต่ความรักของพ่อจะอยู่คุ้มครองคุณตลอดไป ขอให้คุณเก็บความรักของพ่อไว้เป็นกำลังใจ ต่อสู้กับปัญหาที่เข้ามาอย่างเข้มแข็งนะครับ” เทวัตจับแก้มดาญ่าไว้อย่างทะนุถนอม เธอแนบแก้มกับมือเขา

“ในใจฉันมีกำลังใจจากพ่อ แต่ข้างตัวฉันมีกำลังใจจากคุณ ขอบคุณมากนะคะ”

เทวัตยิ้มสุขใจสุดๆที่ดาญ่าเปิดใจให้ มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขาหยิบมาดูเห็นเหิมโทร.มาจึงขอตัวไปรับสายสักครู่แล้วเดินเลี่ยงออกมาที่ระเบียงบ้าน ยืนถือโทรศัพท์อยู่อย่างนั้นไม่ยอมรับสาย จนเสียงเรียกเข้าหยุดไปเอง อึดใจมันดังขึ้นอีก ชายหนุ่มกดดันสุดๆไม่อยากรับสายแต่ไม่กล้าตัดสายทิ้ง

เหิมถึงกับหัวเสียที่ลูกบุญธรรมไม่ยอมรับสาย เหวี่ยงกระเป๋าเอกสารในมือระบายแค้น

ดาญ่ายืนมองอยู่สักพักเห็นเทวัตปล่อยให้มือถือดังอยู่อย่างนั้นเข้ามาถามทำไมไม่รับสาย กลัวพ่อของเขาจะรู้หรือว่าอยู่กับเธอ เทวัตไม่กลัวท่านรู้เพราะป่านนี้นันทิยาคงเอาไปฟ้องแล้วว่าเราอยู่ด้วยกัน เธอสงสัยถ้าเขาไม่รับสายแบบนี้อะไรจะเกิดขึ้นหรือเปล่า เขาไม่สนใจอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เพราะตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องคือปกป้องเธอ แล้วตัดสายทิ้ง การกระทำของเขาทำให้เหิมโกรธจัด ลองโทร.ไปหาอีกครั้ง

คราวนี้เทวัตปิดเครื่องหนี เหิมด่าเขาสาดเสียเทเสียหยาบๆคายๆแถมอาละวาดคว้าของใกล้มือปาทิ้ง

ooooooo

ในเมื่อเลือกแล้วว่าจะอยู่ข้างดาญ่าและความถูกต้อง เทวัตเล่าให้เธอฟังว่าพ่อของเขารู้การเคลื่อนไหวของเธอทุกเรื่องไม่ว่าจะไปทำอะไรที่ธนาคารและคนที่นำเรื่องนี้ไปพูดไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นอาณัติผู้จัดการธนาคารนั่นเอง ทั้งคู่ติดต่อกันตลอดเวลาเพราะเขาเจอนามบัตรอาณัติบนโต๊ะทำงานของพ่อ

“ที่คุณน้าวัชรีแอบเข้าไปรื้อค้นเรือนเล็กวันนั้นก็คงอยากรู้ว่าคุณได้อะไรจากในเซฟธนาคารมาบ้าง”

“พ่อคุณกับยัยแม่เลี้ยงคงกลัวล่ะมังว่าฉันจะเจอพินัยกรรมของคุณพ่อเข้า นี่ใช่ไหมคะเรื่องสำคัญที่คุณอยากจะบอกฉัน ขอบคุณมากนะคะที่บอก”

“ไม่ใช่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ผมมีอีกหลายเรื่องที่รู้ว่าพ่อผมทำ” เทวัตพูดจบกุมขมับเครียด ดาญ่ามองอย่างเห็นใจเดินมานั่งข้างๆบอกว่านี่คือเหตุผลที่เธอไม่อยากให้เขามายุ่งเพราะถึงอย่างไรเหิมก็เลี้ยงเขามา ถ้าท่านรู้เข้าว่าเขาเอาเรื่องของท่านมาบอกเธอ เขาอาจถูกตัดพ่อตัดลูก...

หลังอาละวาดขว้างปาข้าวของจนเหนื่อยหอบ เหิมรินเหล้ามาดื่มดับอารมณ์แค้น นี่ถ้าตนรู้ล่วงหน้าว่าเทวัตโตขึ้นมาแล้วจะเป็นหอกข้างแคร่แบบนี้ วันนั้นไม่น่าเอาเขาขึ้นมาด้วยเลย น่าจะจับโยนทิ้งข้างทางให้รู้แล้วรู้รอด

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของเหิม ตอนนั้นเทวัตยังเป็นแค่ทารกตัวน้อย วัยเพียงสามเดือนเศษ เหิมกำลังขับรถท่ามกลางอากาศแปรปรวน ลมแรงฟ้าแลบแปลบปลาบตลอดทาง บ่งบอกว่าฝนกำลังตกหนัก ในที่สุดเขาขับรถมาจอดหน้าบ้านตัวเอง เหลียวไปมองเบาะหลังรถเห็นห่อผ้าขนาดใหญ่วางอยู่ข้างๆมีซอสามสายหักสองท่อนคันหนึ่ง เขาตวัดผ้าออก  เผยให้เห็นเด็กชายตัวน้อยหลับสนิทอยู่

“ฮึ โดนจับกรอกยานอนหลับไปคำหนึ่ง นิ่งตลอดทาง มึงหลับหรือตายวะไอ้หนู” เหิมมองสายตาเหี้ยมก่อนจะอุ้มเด็กน้อยกับซอสามสายเข้าบ้าน จากนั้นเอาซอที่หักไปโยนทิ้งในห้องเก็บของ ครั้นกลับมาที่ห้องรับแขกพบว่าทารกตัวน้อยตื่นจากฤทธิ์ยานอนหลับ ส่งเสียงร้องไห้จ้า ยิ่งเหิมตวาดให้หยุดร้องแกก็ยิ่งร้องเพราะตกใจเสียงดังของเขา เหิมรำคาญคว้าหมอนอิงจะปิดหน้าเด็กให้ตาย เด็กน้อยเห็นหมอนอิงก็มองสนใจหยุดร้องดื้อๆ

“เออ พูดง่ายๆอย่างนี้ค่อยน่าเก็บไว้เลี้ยงหน่อย แกฟังฉันนะไอ้หนู ถ้าอยากจะมีชีวิตอยู่ไปจนโต แกต้องทำตัวดีๆ เชื่อฟังฉัน ไม่อย่างนั้นแกได้ไปนอนอยู่ในหลุมเป็นปุ๋ยในสวนฉันแน่”

ooooooo

เทวัตเปลี่ยนไปสวมเสื้อของอารยะที่อยู่ในตู้เสื้อผ้า มองเสื้อเก่าของตัวเองที่เปื้อนเลือดแล้วจับสีข้างที่ถูกคมมีด มั่นใจว่าเหิมเป็นคนส่งคนร้ายมาแย่งกระเป๋าของดาญ่า ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด สะบัดหัวไล่ความขุ่นข้องหมองใจออกไปแล้วลงไปที่ห้องครัว ดาญ่าเตรียมอุ่นอาหารแช่แข็งไว้ให้

สองคนกินอาหารกันอย่างหิวโหย แม้จะเป็นแค่อาหารแช่แข็งแต่ก็อร่อยสุดๆเมื่อได้กินกับคนที่ตัวเองรัก...

ฝ่ายนันทิยาปรี๊ดแตกทันทีเมื่อได้ยินฝนรายงานให้วัชรีฟังว่าดาญ่ายังไม่กลับทั้งที่มืดค่ำแล้ว โวยวายลั่นว่า นังนั่นหนีบเทวัตไปสองต่อสอง ป่านนี้ไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วก็ไม่รู้ วัชรีปลอบคงไม่ถึงขนาดนั้น

“ไม่ถึงยังไงคะ ขนาดอยู่ที่นี่ มันยังลากคุณเทวัตเข้าไปในเรือนเล็กได้ หายหัวไปด้วยกันแบบนี้จะไปเหลืออะไร คุณเทวัตต้องเสร็จมันแน่” นันทิยาทำท่าจะร้องกรี๊ดๆ วัชรีไม่อยากให้เธอแผลงฤทธิ์ต่อหน้าสาวใช้จึงหันไปไล่อุ่น อำไพกับฝนที่นั่งฟังตาแป๋วมีอะไรทำก็ให้ไปทำ ฝนรับคำลุกออกไปแต่อุ่นกับอำไพไม่ขยับอยากฟังเรื่องเจ้านายต่อ

วัชรีต้องไล่ซ้ำทั้งคู่ถึงได้ถอยออกมา แล้วรอจนทั้งคู่ไปพ้นแล้ว จึงหยิบมือถือขึ้นมาโทร.ถามเหิมว่าเทวัต

กลับบ้านหรือยัง ปรากฏว่าเขายังไม่กลับเหมือนกัน เธอตั้งข้อสังเกตหรือมันทั้งคู่ไปนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาล

“ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดี กลัวแต่ว่ามันจะพากันหนีเหมือนแม่มันน่ะสิ”

“แม่ใครพากันหนี แม่ของเทวัตน่ะเหรอ”

เหิมไม่อยากพูดถึงจึงตัดบทว่าไม่ต้องไปสนใจชีวิตเด็กที่ตนเก็บมาเลี้ยง ให้สนใจเฉพาะลูกเลี้ยงของวัชรีก็พอ ไม่รู้ว่ามันจะสงสัยเราหรือเปล่า ถ้ามันกลับมาเธอต้องเก็บอาการให้เนียนๆอย่าให้มันจับได้ว่าเป็นฝีมือเราส่งคนไปเอากระเป๋าของมัน เธอสวนทันทีไม่ต้องมาสั่ง เรื่องแนบเนียนเธอทำเป็นมานานแล้ว แล้ววางสายอย่างหัวเสีย...

ระหว่างกินมื้อค่ำดาญ่าเล่าถึงเหตุผลที่แอบเข้าไปทำงานในบริษัทของพ่อให้เทวัตฟังก็เพื่อจะสืบความจริงว่าบริษัทจะล้มละลายอย่างที่เหิมบอกไว้หรือเปล่า แค่ทำงานที่นั่นไม่กี่วันเธอก็รู้แล้วว่าเป็นเรื่องโกหก บริษัทของพ่อทำรายได้มหาศาลทุกปี เขากับวัชรีปกปิดความจริงหวังจะปิดหูปิดตาเธอเพราะมีแผนจะฮุบบริษัทของพ่อ

“คุณมีหลักฐานเหรอว่าคุณน้าวัชรีจะทำอย่างนั้นจริงๆ”

ดาญ่ากำลังหาทางรวบรวมหลักฐานอยู่ เมื่อไหร่ที่มีทุกอย่างในมือจะเปิดหน้าสู้กับเหิมซึ่งไม่รู้ว่าฝ่ายไหนจะชนะ แต่ถ้าเธอแพ้จุดจบของเธอคงไม่ต่างจากพ่อ เทวัตขอร้องอย่าพูดอะไรเป็นลางร้ายแบบนั้น ดาญ่าตัดพ้อนี่เขายังคิดว่าเรื่องที่โดนโจรสองคนตามกระทืบเอากระเป๋าเป็นลางร้ายไม่พออีกหรือ ต้องมีคนส่งพวกโจรมาเล่นงานเธอ พูดไปเธอร้องไห้ไป เทวัตสงสารและเห็นใจเธอมากดึงตัวมากอดแนบอก

“ถ้าดาญ่าเป็นอะไรไป ดาญ่าขอคุณอย่างเดียวช่วยจัดการศพให้ดาญ่าด้วยเพราะดาญ่าไม่เหลือใครที่หวังดีอีกแล้ว นอกจากคุณ”

เทวัตประคองใบหน้าเธอไว้ สัญญาจะไม่ให้พ่อของเขาทำอะไรเธอเด็ดขาด บุญคุณก็ส่วนบุญคุณ เขาต้องเลือกข้างความถูกต้องและปกป้องคนที่เขารัก แล้วบรรจงจุมพิตเธอด้วยความรักเต็มหัวใจ...

เหิมยังบ้าไม่เลิกดื่มจนเมาได้ที่เข้าไปในห้องนอนของเทวัต ปัดข้าวของตกแตกกระจุยกระจาย รวมทั้ง

รูปถ่ายของลูกกับตนเองตอนรับปริญญา ประกาศกร้าวตนอาจจะเคยเป็นพระเจ้าให้ชีวิตกับเขา แต่วันนี้ วันที่เขาเนรคุณตนตนจะเป็นยมทูตให้ดู...

ดาญ่าเผลอหลับไปเพราะฤทธิ์ยาที่หมอให้บวกกับความอ่อนเพลีย เทวัตมาตามให้กลับแต่เห็นเธอหลับช่วยจัดหมอนหนุนให้เข้าที่ เธอรู้สึกตัวลุกขึ้นนั่งขอโทษทีที่เผลอหลับพอดีรู้สึกเพลียมากปวดเนื้อปวดตัวไปหมด แล้วขยับจะยืน เขากดไหล่ไว้หากเธอเพลียก็ให้หลับต่ออีกสักงีบ ตื่นแล้วค่อยกลับก็ได้ เธอเห็นดีด้วยถ้าอย่างนั้นขอนอนอีกสักพัก แล้วเอนตัวลงนอนหลับต่อ แต่เขาดึงตัวไว้ให้เธอเอนหัวซบไหล่เขาแทนหมอน

“คืนนี้จะเป็นคืนแรกที่ฉันนอนหลับได้อุ่นใจที่สุดหลังจากที่ไม่มีคุณพ่ออีกแล้ว”

ooooooo

เสียงโวยวายของนันทิยาปลุกคุณหนูเรือนเล็กที่กำลังนั่งสมาธิให้ตื่นขึ้น ก้าวจากเสาเรือนออกมายืนเท้าเอว

“ใครนะ มารบกวนสมาธิแต่เช้า เดี๋ยวเจอดี ฮึ่ม” บ่นจบคุณหนูหายวับไป

อีกมุมหนึ่งหน้าเรือนเล็ก วัชรีพยายามรั้งตัวนันทิยาไม่ให้เข้าไปข้างใน ขู่เดี๋ยวก็เจอผีเมียหลวงกับผีภิมุขรวมหัวกันอาละวาดใส่โดยมีอำไพกับอุ่นช่วยดึงเธอไว้อีกสองแรง ฝนได้แต่ยืนมองอย่างอ่อนอกอ่อนใจ นันทิยาไม่กลัวผีที่ไหนทั้งนั้น จะไปแหกอกนังดาญ่าฐานเอาผู้ชายของตนไปกกทั้งคืน วัชรีทักท้วงว่ามันไม่ได้เอา

มากกที่นี่สักหน่อย เอาไปกกที่สวรรค์ชั้นไหนก็ไม่รู้ นันทิยากรีดร้องเหมือนผีถูกน้ำมนต์สาดจะไม่ยอมให้ถูกกระทำฝ่ายเดียว

“นันจะเผาเรือนเล็กมันทิ้งซะ นันจะเอาคืน”

วัชรีเหลือบเห็นฝ่ามือโผล่มาเท้าที่กระจกหน้าต่างห้องชั้นบนแน่ใจว่าต้องเป็นผีกรีดร้องลั่นว่ามือผี อำไพกับอุ่นกลัวผีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ถามเสียงสั่นว่าผีอยู่ไหน คุณผู้หญิงชี้ขึ้นไปที่หน้าต่างชั้นบน ทุกคนมองตามมือเธอแต่ไม่เห็นอะไรมีเพียงเธอเท่านั้นที่เห็น นันทิยาคิดว่าวัชรีแกล้งหลอกผีเพราะไม่อยากให้เข้าไปข้างในประกาศลั่นว่าไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เธอยืนยันว่ามีมือผีจริงๆ พลันมีมืออีกข้างโผล่มาเท้าหน้าต่างอีกบาน

“มัน...มันโผล่มาอีกข้างแล้ว ไปเถอะยัยนัน ไป...นี่นังฝนยืนเซ่ออยู่ได้มาช่วยลากยัยนันกลับไปซี”

ฝนจำใจดันหลังนันทิยากลับตึกใหญ่ เธอไม่วายหันมาขู่อาฆาตดาญ่า กลับมาเมื่อไหร่จะได้เห็นดีกัน คล้อยหลังกลุ่มวัชรี มือที่หน้าต่างหายไป ปรากฏร่างคุณหนูเรือนเล็กขึ้นมาแทนที่ สีหน้าเป็นกังวลที่ดาญ่าหายตัวไป...

คนที่นันทิยาตามหาเพิ่งรู้สึกตัวตื่น พบตัวเองนอนซบอกเทวัตอยู่บนโซฟาที่บ้านสวน ค่อยๆดันตัวเองลุกขึ้นแต่เขาดึงเธอมากอดไว้อีก สารภาพความในใจที่มีต่อเธอและเรียกเธอว่าที่รักของเขา เธอทำไขสือ

ไม่รู้ตัวว่ากลายเป็นที่รักของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ตกลงนี่เราเป็นแฟนกันแล้วหรือ เขายืนยันว่าเป็นแล้วแต่ถ้าเธอยังไม่รู้ตัว ให้เรามาหลับกันต่อ แล้วดึงเธอมาซุกอก ดาญ่าฝืนตัวไว้ หลับต่อไม่ได้เราต้องกลับบ้านไปเผชิญกับความจริง

“ดาญ่าครับ ไม่ว่าทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคอะไรมีปัญหาหนักแค่ไหนขวางอยู่ ผมพร้อมจะฝ่ามันไปกับคุณ”

“ขอบคุณมากค่ะเทวัต” ว่าแล้วดาญ่ายื่นหน้าไปหอมแก้มเทวัต...

การที่ดาญ่าหายไปกับเทวัตทั้งคืน ทำให้อุ่นกับอำไพเม้าท์กันสนุกปาก ฝนทนไม่ไหวต้องปรามให้ทั้งคู่น้อยๆหน่อย จนเกือบจะมีเรื่องกัน...

ด้านรังสรรค์เป็นห่วงดาญ่าหรือภัทศาที่เมื่อวานหายตัวไปไม่มาทำงานแถมติดต่อไม่ได้ จึงบุกมาหาเธอถึงคอนโดฯที่พัก แต่กลับพบว่าไม่มีคนชื่อภัทศาพักอยู่ที่นี่ เขาเอารูปเธอที่ถ่ายกันตอนไปกินข้าวคืนก่อนให้เจ้าหน้าที่คอนโดฯดูก็ไม่มีใครรู้จัก เขาแปลกใจทำไมเธอมาสมัครงานด้วยข้อมูลปลอม

ระหว่างเขาเดินกลับไปขึ้นรถ วัชรีโทร.มาตามให้ช่วยไปดูน้องสาวของเขาหน่อย กำลังอาละวาดบ้านแตกที่เทวัตหายไปกับลูกสาวของภิมุขตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่กลับ แล้วกระซิบว่ายัยนันไม่รู้เรื่องที่พวกเราทำ ท่านกลัวว่าถ้าเธอเกิดบ้าเลือดไปตามหึงหวงลูกสาวของภิมุขล้ำเส้นขึ้นมา อะไรๆอาจจะแดงโร่ออกมาทำให้เราซวยกันแน่ๆ

“ยุ่งจริงยัยนี่ อ่ะๆเดี๋ยวผมจะไปที่บ้านครับ แค่นี้นะครับ”...

นับเป็นโชคร้ายของคู่รักหมาดๆ เมื่อกลับถึงคฤหาสน์วศวงศ์ดันมาเจอกับรังสรรค์ที่จะมาดูนันทิยา เขาเห็นทั้งคู่มาด้วยกัน นึกถึงคำพูดของวัชรีที่บอกว่า

เทวัตหายไปกับลูกสาวของภิมุข ถึงบางอ้อทันทีที่แท้คุณภัทศาของเขาคือลูกสาวของภิมุขนั่นเอง เขาโมโหมากเข้าไปขย้ำคอเสื้อเทวัตตะคอกใส่ทำไมไม่บอกว่าเธอเป็นลูกของภิมุข

“อย่าค่ะคุณรังสรรค์ คุณเทวัตไม่เกี่ยวนะคะ ฉันจงใจปิดบังคุณเอง” ดาญ่าพยายามเอาตัวกันไว้

“คุณจะปิดผมทำไมครับ ถ้าผมรู้ว่าคุณเป็น

ลูกสาวอาภิมุข ผมจะได้พาคุณเดินเข้าทำงานในบริษัทอย่างสง่าผ่าเผยไม่ต้องผ่านสัมภาษณ์ให้เสียเวลา ลูกสาวเจ้าของบริษัทมาเองต้องการตำแหน่งไหนแค่ชี้นิ้วบอกผม”

ดาญ่าโกหกหน้าตาเฉย “ก็เพราะฉันรู้ว่าคุณจะทำอย่างนั้นไงคะ ฉันถึงไม่บอก ฉันไม่อยากใช้เส้นสายเข้าทำงาน ฉันอยากจะเรียนรู้งานจากตำแหน่งเล็กๆไต่เต้าไปหาตำแหน่งสูงด้วยความสามารถของตัวเอง คุณพ่อสอนไว้ค่ะ” พูดจบดาญ่าหันไปสบตากับเทวัตอย่างรู้กัน


ละครคุณหนูเรือนเล็ก ตอนที่ 7 อ่านคุณหนูเรือนเล็กติดตามละครคุณหนูเรือนเล็ก ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร,เกศรินทร์ น้อยผึ้ง 6 ธ.ค. 2561 06:44 2018-12-09T01:12:17+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ