ข่าว

วิดีโอ



คุณหนูเรือนเล็ก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์

กำกับการแสดงโดย: คณวัชร สังวริบุตร

ผลิตโดย: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร,เกศรินทร์ น้อยผึ้ง

ครู่ต่อมาวัชรีพารังสรรค์มาที่ตึกใหญ่ เขาแจ้งให้ท่านทราบว่าวันนี้เขารับพนักงานสาวคนใหม่เข้าทำงาน คุยอวดว่าเธอคนนี้ไม่เหมือนคนก่อนๆ ทั้งสวยทั้งเก่งจบจากอเมริกา นันทิยามาทันได้ยินพอดีหมั่นไส้พี่ชายที่ชื่นชมกิ๊กใหม่ออกนอกหน้าคอยแขวะตลอด เขาหันมาตวาดน้องสาว

“เราอย่ายุ่งได้ไหมยัยนัน คนนี้พี่จริงจัง”

วัชรีฟังแล้วก็รู้ถึงจุดประสงค์ของเขา รับปากจะไม่มีใครไปยุ่งวุ่นวายกับเด็กใหม่ของเขาเด็ดขาด แล้วจะบอกเหิมให้รับรู้ด้วย เขาขอบคุณท่านมากที่เข้าใจ นันทิยาปรามาสกิ๊กใหม่ของเขาสวยอึ๋มอินเตอร์ขนาดไหนกันเชียว เขาสวนทันที สวยขนาดไหนไม่รู้ รู้แค่ว่าเทวัตเห็นแล้วน้ำลายไหลก็แล้วกัน

“ก็ลองมายุ่งกับคุณเทวัตของฉันสิจะตบประจานตั้งแต่ชั้นหนึ่งยันชั้นยี่สิบเลย”...

ดึกแล้วเทวัตยังข่มตาหลับไม่ลง นอนเอามือก่ายหน้าผากเหมือนคนครุ่นคิดหนัก รู้สึกว่าเหิมเปลี่ยนไปมากตั้งแต่ภิมุขเสียชีวิต คำพูดต่างๆของท่านทำร้ายความรู้สึกของเขาสุดๆ คิดไปคิดมาเขาผล็อยหลับไป มีเสียงซอสามสายดังลอยมาตามลม เสียงไพเราะของมันเหมือนจะปลอบประโลมให้ความทุกข์ใจของเขาคลาย เขาฝันว่าได้กลับไปที่รูปวาดของพิมพัตราหรือหนูเล็ก มือของเธอในภาพนั้นขยับสีซอพลางเงยหน้ามองมาที่เขา

คิ้วที่ขมวดเพราะคิดมากของเทวัตค่อยๆคลายออก เสียงซอสามสายทำให้ใจเขาสงบ หายใจสม่ำเสมอ หลับลึกในที่สุด เสียงซอไม่ได้ดังแค่ในฝันของเขาเท่านั้น แต่เสียงดังมาจากห้องเก็บของที่บ้านนี้อีกด้วย ภายในห้องนั้นมีข้าวของวางกองระเกะระกะฝุ่นที่จับหนาทำให้รู้ว่าร้างผู้คนแวะเวียนเข้ามา ซอสามสายคันหนึ่งเหมือนกับซอของหนูเล็กในรูปวาด แต่หักเป็นสองท่อนถูกวางทิ้งไว้มีฝุ่นและหยากไย่จับ

ooooooo

รุ่งสาง แม่บ้านถือตะกร้าใส่ผ้าที่ซักรีดเรียบร้อยเดินขึ้นบันไดไปถึงโถงชั้นบนต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเทวัต ยืนอยู่ ร้องเอะอะว่ามายืนทำอะไรตรงนี้ตอนตีสี่ตีห้า

“ผมได้ยินเสียงเพลงซอสามสาย ป้าได้ยินไหมครับ” เทวัตว่าพลางเงี่ยหูไปทางห้องเก็บของ แม่บ้านมึนตึบไม่เห็นได้ยินเสียงอะไรสักอย่าง เขาละเมอหรือเปล่า เทวัตเงี่ยหูฟังอีกครั้งเสียงนั้นหายไปแล้ว สงสัยจะหูฝาดไปเอง แม่บ้านเลิกสนใจเรื่องเสียงซอ หยิบเสื้อกับกางเกงของภิมุขที่รีดเรียบร้อยออกมาจากตะกร้า

“ป้าซักรีดชุดนี้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ เห็นคุณว่าจะเอาไปคืนเขา”

เทวัตยิ้มดีใจที่มีข้ออ้างไปหาดาญ่า...

ที่เรือนเล็ก ดาญ่ายังไม่ตื่นคุณหนูเรือนเล็กต้องเข้าไปปลุก เธอลุกพรวดนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ไปทำงานวันแรก ขอบอกขอบใจเด็กน้อยยกใหญ่ แกไม่ได้จะปลุกให้ไปทำงานแต่ปลุกเพราะผู้ชายคนออกแบบเรือนหลังนี้มาหา เธอใจเต้นโครมครามจนต้องเอามือจับอกข้างซ้ายไว้ บ่นอุบเขามาทำไมแต่เช้า เด็กน้อยมองสงสัยว่าเธอเป็นอะไรไปกลัวเขาหรือ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ใจเต้นแรงมาก เด็กน้อยอาสาจะไปไล่เขาให้ เธอคว้าตัวไว้

“ตัวเองเก็บแรงไว้ทำอย่างอื่นดีกว่า นะๆ ตานี่ไว้เค้าจัดการเอง”...

เทวัตรออยู่หน้าเรือนเล็กพักใหญ่กว่าที่ดาญ่าในชุดไปทำงานจะเปิดประตูออกมา เขาทำเป็นหลับหวังแกล้งเธอเล่น เธอเอานิ้วจิ้มๆที่หน้าผากเพื่อปลุก เขาลืมตาโพลงคว้ามือเธอไว้ เธอโวยวายมาจับมือทำไม เขาจับเธอข้อหาทำร้ายร่างกายเขา ที่สำคัญไม่ใช่แค่ทำร้ายร่างกายแต่ยังทำร้ายหัวใจเขาด้วยแล้วเอามือเธอมาทาบไว้ที่อกด้านซ้ายของตัวเอง ความใกล้ชิดทำให้ดาญ่าหวั่นไหวใจเต้นไม่เป็นส่ำ...

อีกมุมหนึ่งบนตึกใหญ่ อำไพกับอุ่นวิ่งไปปลุกนันทิยาที่ยังนอนอุตุอยู่ในห้อง ให้รีบลงไปเรือนเล็กก่อนที่ดาญ่าจะคาบเทวัตไปกิน เธอกลัวเขาจะถูกกินไปเสียก่อนก็เลยลงไปทั้งชุดนอนเซ็กซี่...

ฝ่ายดาญ่าฝืนใจตัวเองดึงมือออกจากมือเทวัตแต่เขาจับไว้แน่น เธอขอร้องให้เขาปล่อยเดี๋ยวยัยนันทิยามาเห็นเข้าเป็นเรื่องแน่ๆ จะมาหาว่าเธอให้ท่าเขาอีก เขารับรองหากนันทิยามาเห็น จะยอมรับผิดว่าเป็นฝ่ายอ่อยเธอเอง แล้วยื่นหน้าเข้าไปจะจุ๊บ เธอเอามือดันอกเขาไว้ไม่ให้เข้าใกล้ เขาก็เลยจับมือเธอมาจูบแทน เธอสะบัดมือเต็มแรงจนเป็นอิสระแล้วเดินหนี เขาวางชุดของภิมุขที่จะเอามาคืนไว้หน้าเรือนแล้วเดินตามจนทันกันตรงสวนสวย

“เดี๋ยวครับดาญ่า คุณได้งานทำที่ไหน”

“คุณจะถามไปทำไม คุณน่าจะรู้ว่าฉันไม่บอกคุณหรอก”

เทวัตไม่เข้าใจทำไมเธอเคยไว้ใจตนอยู่ดีๆมาวันนี้กลับเห็นเป็นศัตรู ทีกับรังสรรค์เธอดันเอาตัวเข้าไปสนิทชิดเชื้อ รู้จักเขาดีแค่ไหน เขาบอกเธอหรือเปล่าว่าเป็นใครทำงานอยู่ที่ไหน ดาญ่าไม่อยากให้เทวัตรู้ว่าตัวเองได้งานทำที่บริษัทเอกธนกิจกับรังสรรค์ จึงปฏิเสธว่าไม่ได้สนใจรังสรรค์จนอยากจะรู้เรื่องส่วนตัวของเขาขนาดนั้น ขอร้องให้ปล่อยจะรีบไปทำงาน เทวัตไม่ปล่อยจนกว่าเธอจะบอกก่อนว่าทำงานที่ไหน แล้วดึงเธอมากอด

“ไม่งั้นผมจะกอดคุณอยู่อย่างนี้ให้นันเขามาเห็น”

“บอกก็ได้ ที่ฉันต้องเว้นระยะห่างจากคุณเพราะมีคนเตือนฉันว่าฉันมีศัตรูอยู่ใกล้ๆให้ระวังคนหน้าเนื้อใจเสือ ทำเป็นหวังดีที่แท้หวังขย้ำ คนคนนี้อาจเป็นคนที่ฆ่าคุณพ่อฉันก็ได้” ดาญ่าตอบไม่ตรงคำถามหวังเบนความสนใจ

“เอ่อ ใครครับที่เตือนคุณอย่างนั้น”

“ก็คนที่หวังดีกับฉันมากที่สุดในโลกไง คุณ

ไม่รู้จักหรอก ปล่อยฉันได้แล้ว” ดาญ่าพยายามแกะมือเขาออกจากเอว ทันใดนั้นมีเสียงแปดหลอดของนันทิยาด่าดาญ่าลั่นว่าหน้าด้านดังขึ้น สั่งให้ปล่อยมือจากเทวัตของตน แล้วเข้าไปกระชากเธอออกมา โดยมีอำไพ ฝนและอุ่นแอบดูเหตุการณ์อยู่ไม่ห่าง เทวัตกลัวดาญ่าจะโดนเล่นงานรีบเอาตัวเองขวางไว้ นันทิยาสั่งให้เขาหลีกไป ตนจะตบนังนี่ล้างน้ำให้รู้จักอายบ้าง วันๆอ่อยเขาอยู่ได้

“อยากตบล้างน้ำฉันนักเหรอ นี่ เอาน้ำไปล้างปากเน่าๆของตัวเองก่อนเถอะ” พูดจบดาญ่าวักน้ำจากอ่างบัวข้างๆใส่นันทิยาที่ร้องกรี๊ดๆราวกับผีถูกน้ำมนต์ เธอรำคาญก็เลยลากสาหร่ายในอ่างโยนใส่ซ้ำ นันทิยาอ้อนให้เทวัตช่วยเอาสาหร่ายสกปรกพวกนี้ออกให้หน่อย

ดาญ่าหมั่นไส้เชิญดูแลกันให้พอแล้วเดินหนีไปที่รถ

เทวัตจะตาม แต่นันทิยากอดเอวไว้ไม่ให้ไป ขอร้องเขาช่วยอุ้มเธอที่เปียกปอนไปส่งตึกใหญ่ที เขาไม่ยอมทำตามบอกให้เดินไปเอง แค่ตัวเปียกขาไม่ได้เดี้ยง แล้ววิ่งตามดาญ่าแต่ไม่ทันเธอขับรถออกไปเสียก่อน

ooooooo

นันทิยาฟ้องวัชรีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ไม่เข้าใจว่านังดาญ่ามีดีอะไรนักหนาเทวัตถึงแหกขี้ตามาหามันแต่เช้า วัชรีแก้ตัวแทนว่าเขาคงมีธุระ

“ธุระบ้าบออะไรมายืนกอดมันอยู่กลางสวนแบบนั้น นันไม่ยอมๆ”

วัชรีแนะถ้าไม่ยอมก็ต้องหาวิธีเอาชนะใจเทวัตให้ได้ ไม่ใช่เอาแต่โวยวายแบบนี้ นันทิยาขอให้ท่านช่วยสอนยุทธวิธีมัดใจชายให้หน่อย เอาแบบเดียวกับที่ท่านมัดใจภิมุข วัชรีไม่มียุทธวิธีอะไรแค่ทำตัวเป็นคนแสนดีแล้วใช้ความใกล้ชิดพิชิต แค่นี้ผู้ชายก็เสร็จตนแล้ว ขืนกรี๊ดกร๊าดด่ากราดปากตลาดอย่างเธอผู้ชายหนีหมด เธอห้ามใจตัวเองไม่ได้มันเหลืออดจริงๆ วัชรีอยากรู้ว่าตอนนี้นังดาญ่าออกไปข้างนอกแล้วหรือ รู้ไหมว่าไปไหน

“ไปไหนก็เรื่องของมัน ไปตายเลยได้ยิ่งดี อย่ากลับมาร่วมโลกกันอีก” นันทิยากระแทกหวีลงกับโต๊ะเครื่องแป้ง ลุกไปเปิดตู้หยิบชุดสวยออกมา วัชรีร้องทักจะออกไปไหน เธอจะไปพัทยา มีนัดปาร์ตี้โฟมวันเกิดเพื่อน แล้วค่อยกลับมาเอาคืนนังดาญ่า วัชรีพยักหน้ารับรู้ ลุกไปที่หน้าต่างมองไปทางเรือนเล็กพึมพำในใจนังดาญ่าไม่อยู่ ไม่มีโอกาสไหนเหมาะที่จะเข้าไปรื้อค้นเท่าวันนี้อีกแล้ว...

ที่ตึกเอกธนกิจ ดาญ่ากำลังเดินไปที่ลิฟต์เพื่อ

ขึ้นไปแผนกบัญชี เห็นเนตรสุดาหอบแฟ้มพะรุงพะรังเดินอยู่ข้างหน้า เธอหวังจะตีซี้ด้วยปรี่เข้าไปหา อาสาจะถือแฟ้มให้แล้วคว้ามันไปจากมือเนตรสุดา

“เอ่อ ขอบใจจ้ะ หนักนะนั่น ถือคนเดียวไหวเหรอแบ่งมาให้พี่ถือด้วย”

“ไม่เป็นไรค่ะ น้องถือไหว เฮ่อ...มาทำงานวันแรกนึกว่าจะมาสายซะแล้ว”

“แหม คุณน้องมาสายนิดนึงคงไม่เป็นไรมั้ง บอสรังสรรค์คงไม่แคร์” เนตรสุดาไม่วายเหน็บ ดาญ่าไม่คิดอย่างนั้น  ต่อให้เจ้านายเมตตาแต่ถ้าเราทำผิดกฎของบริษัท เราก็ต้องละอายแก่ใจตัวเอง เนตรสุดามองเธอแวบหนึ่ง แปลกใจที่เธอไม่ได้หลงว่าตัวเองเป็นเด็กเส้นเหมือนกิ๊กรายก่อนๆของรังสรรค์

ไม่นานนักเนตรสุดาเดินนำดาญ่าที่หอบแฟ้มตามมาด้านหลัง เหิมเดินมาจากอีกด้านหนึ่งกำลังจะไปห้องทำงานตัวเอง ดาญ่าเหลือบไปเห็นรีบยกแฟ้มขึ้นบังหน้า แอบมองยังเห็นเขาเดินตรงมาทางที่ตัวเองอยู่ เธอเล็งแล้วจะต้องจ๊ะเอ๋กันแน่ ตัดสินใจชิ่งหลบไปจากตรงนั้น เนตรสุดาตะโกนไล่หลังนั่นจะเอาแฟ้มของตนไปไหน เธอไม่สนใจเสียงร้องเรียกยังคงจ้ำพรวดๆ

ต่อไป เหิมเดินมาถึงเนตรสุดาเป็นจังหวะที่ดาญ่าเลี้ยวพ้นมุมตึกไปแล้ว

“มีอะไรกัน” เหิมว่าพลางมองตามสายตาเนตรสุดาแต่ไม่เห็นใคร

“สวัสดีค่ะคุณเหิม ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พนักงานใหม่น่ะ อยู่ๆก็วิ่งไปไหนไม่รู้ สงสัยจะปวดห้องน้ำ วันนี้คุณเหิมมาแต่เช้า” เนตรสุดาทักทายตามมารยาท เหิมไม่อยากคุยยืดยาวได้แต่พยักหน้ารับแล้วเดินต่อไป

ooooooo

ดาญ่ามายืนหลบอยู่มุมหนึ่งอย่างใจหายใจคว่ำ รังสรรค์เข้ามาทักว่ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้ เธอตกใจสะดุ้งโหยงแฟ้มในมือร่วง เขากระเซ้าหน้าตาเขาน่าเกลียดน่ากลัวนักหรือเธอถึงตกใจขนาดนี้

“เปล่าค่ะ มาทำงานวันแรก ฉันคงตื่นเต้นกับสถานที่น่ะค่ะ” ดาญ่าโกหกหน้าซื่อตาใส แล้วนั่งลงเก็บแฟ้ม รังสรรค์นั่งข้างๆช่วยเธอเก็บแต่คอยหาโอกาสแต๊ะอั๋งเธอตลอด เธอทำได้แค่ค่อยๆขยับออกห่างพลางขอบคุณ

“ผมสั่งให้คนเตรียมโต๊ะทำงานไว้ให้คุณแล้ว”

“ไม่เห็นต้องเตรียมให้ฉันเลยค่ะคุณรังสรรค์ ฉันเพิ่งเข้ามาทดลองทำงานนั่งตรงไหนก็ได้”

รังสรรค์ยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ เขาเป็นคนรับเธอเข้าทำงานที่บริษัทนี้เพราะฉะนั้นเธอคือคนพิเศษที่เขาต้องดูแลแล้วมองเธออย่างหลงใหล เธอยิ้มตอบหวานหยด ขอบคุณที่ดูแลเธออย่างดี

“ไปครับ ผมจะพาไปที่โต๊ะทำงาน” ว่าแล้วรังสรรค์เดินนำดาญ่าออกไป สักพักเขาพาเธอมาที่แผนกบัญชี ถามเนตรสุดาว่าอำนวยอยู่ไหน คนที่เขาถามหาวิ่งปรู๊ดเข้ามา รังสรรค์อยากรู้ว่าโต๊ะทำงานของดาญ่าหรือภัทศาอยู่ไหน อำนวยรีบพาเธอไปดู ดาญ่ากำลังจะเดินตามแต่เนตรสุดาเบรกไว้ รังสรรค์หันขวับมองคนร้องห้ามเขม็ง

“มีปัญหาอะไรเหรอคุณเนตรสุดา”

“ปัญหา? โอ้โน ใครจะกล้ามีปัญหาคะ ฉันแค่อยากจะขอแฟ้มฉันคืนจากพนักงานสาวคนใหม่เท่านั้นเองค่ะ” เนตรสุดาคว้าแฟ้มไปจากมือดาญ่า “ขอบใจนะจ๊ะคุณน้องที่ช่วยถือ”

“ไม่ต้องขอบใจหรอกค่ะพี่เนตร มีงานอะไรใช้น้องได้เลยนะคะเต็มที่ น้องพร้อมที่จะเรียนรู้งานจากพี่ค่ะ”

รังสรรค์ไม่อยากให้ดาญ่าไปยุ่งกับเนตรสุดานักจึงรีบตัดบท “เอ่อ คุณภัทศาครับ เรื่องเรียนรู้งานไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวผมจะสอนคุณเอง ไปดูโต๊ะทำงานดีกว่าครับ”

ดาญ่าจำต้องเดินตามรังสรรค์ไป เนตรสุดากระแทกแฟ้มลงบนโต๊ะ พึมพำเบาๆ “เชอะ...ทำไปได้ ยังกับตัวเป็นเจ้าของบริษัทซะเอง”...

ในเวลาเดียวกัน วัชรีสั่งให้อุ่น อำไพและฝนนำเครื่องทองเหลืองในบ้านทั้งหมดมาทำความสะอาดและขัดให้ขึ้นเงา หวังจะให้ทั้งสามคนง่วนอยู่กับการทำงานระหว่างที่เธอแอบไปยังเรือนเล็กเพื่อค้นหาพินัยกรรมโดยไม่ลืมสวมสร้อยพระเครื่องติดคอไปด้วย วัชรีมาหยุดตรงพุ่มไม้ใกล้สวนสวยชะเง้อมองไปยังเรือนเล็ก เหลียวซ้ายแลขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นจึงหยิบพระที่ห้อยคอขึ้นมาไหว้ท่วมหัว

“เจ้าประคู้ณ คุ้มครองลูกช้างด้วยเถอะ อย่าให้วิญญาณผัวเมียตายโหงโผล่จากหลุมมาหลอกมาหลอนลูกช้างเลย สาธุ” วัชรีไหว้ปลกๆ แล้วเก็บสร้อยพระไว้อย่างเดิม สูดลมหายใจเรียกความกล้าก่อนจะเดินตรงไปที่เรือนเล็ก ระหว่างเดินผ่านสระว่ายน้ำ เธอเห็นภาพหลอนว่ามีศพภิมุขลอยขึ้นอืดหน้าคว่ำอยู่ในน้ำ พยายามกะพริบตาถี่ไล่ภาพนั้นทิ้ง เบือนหน้าหนีไปทางอื่น

“ไปๆซะเถอะนะคุณภิมุข อย่ามาจองเวรกันเลย ถือซะว่าชาติที่แล้วคุณติดหนี้ฉันไว้เยอะ ชาตินี้คุณถึงมาชดใช้ฉันแบบนี้” วัชรีว่าแล้วจ้ำพรวดๆต่อไปยังเรือนเล็ก ค่อยๆเปิดประตูเข้าไปข้างในที่เงียบกริบ แม้จะกลัวจับใจแต่เพื่อทรัพย์สมบัติแล้ว เธอยอมข่มความกลัวปิดประตูไว้อย่างเดิมแล้วเดินไปค้นตามโต๊ะ ตามตู้รวมทั้งลิ้นชักทั้งหมดที่อยู่ชั้นล่าง แต่ไม่เจอสิ่งที่มาหาโดยไม่รู้ว่าคุณหนูเรือนเล็กจ้องมองอยู่ รอเวลาที่จะเล่นงานผู้บุกรุก

ค้นหาอยู่สักพัก วัชรีเจอซองสีน้ำตาลซุกอยู่ดีใจมากคิดว่าเป็นพินัยกรรม รีบเปิดดูต้องหุบยิ้มแทบไม่ทัน

เมื่อเห็นว่าเป็นแค่เอกสารบริษัทเก่าๆของภิมุข

ooooooo

วัชรียังคงค้นหาพินัยกรรมของภิมุขบริเวณชั้นล่างของเรือนเล็กต่อไป แล้วนึกถึงกุญแจที่เจอในห้องทำงานของเขาที่เอาติดตัวมาด้วย ล้วงออกมาดูพลางก่นด่าเจ้าของกุญแจด้วยความแค้น

“แล้วนี่มันกุญแจอะไรห้ะไอ้ภิมุข แกถึงเอาไปเก็บไว้ที่บริษัท ฉันล่ะข้องใจจริงๆ” วัชรีมองสำรวจไปรอบๆว่ากุญแจดอกนี้จะไขอะไรได้บ้างแต่ไม่พบโต๊ะหรือตู้ไหนที่มีรูกุญแจให้ไข เดินหากระทั่งมาเจอนาฬิกาตั้งพื้น เห็นบานกระจกมีรูกุญแจ ลองเสียบกุญแจในมือตัวเอง มันไขประตูเปิดได้ เธอยิ่งแค้นหนักด่าภิมุขสาดเสียเทเสียที่หลอกสลับกุญแจตู้เซฟกับกุญแจไข

ตู้นาฬิกา ทันใดนั้นเข็มนาฬิกาตั้งโต๊ะหมุนติ้วอยู่ข้างหลังโดยเธอไม่เห็น

“ฝันไปเถอะว่าแกจะซ่อนสมบัติพ้นมือฉันได้ ต่อให้แกขุดหลุมฝังกลบไว้  ฉันก็จะตามขุดหามันให้เจอ”

พลันมีเสียงนาฬิกาตีบอกเวลาดังลั่นบ้าน วัชรีตกใจร้องกรี๊ดสนั่นหันไปด่านาฬิกาที่อยู่ๆก็ดัง เสียงนาฬิกาเงียบกริบเหมือนจะตกใจที่ถูกด่า เธอเงยหน้ามองขึ้นไปชั้นบนแล้วเดินไปที่บันได ต้องสะดุ้งสุดตัวอีกครั้งเมื่อมือถือในกระเป๋ากางเกงสั่น เธอหยิบขึ้นมาดูเห็นเหิมโทร.มา

“โธ่พี่เหิม โทร.มาทำไมตอนนี้ วัชหัวใจจะวาย...ก็อยู่ที่เรือนผีสิงน่ะสิ”

“คุณเข้าไปในเรือนเล็กแล้วเหรอ...เก่งมากวัชเจออะไรหรือยังจ๊ะที่รัก”

วัชรียังไม่เจอ หาชั้นล่างจนทั่วแล้วไม่เห็นมีอะไร เหิมตั้งข้อสังเกต ของสำคัญแบบนั้นนังดาญ่าน่าจะเก็บไว้ในห้องนอนชั้นบน วัชรีบ่นอุบแค่คิดว่าจะต้องเข้าไปในห้องนอนของภิมุขกับดารินก็ขนหัวลุกแล้ว เขาปลอบว่าไม่มีอะไรในห้องนั้น ถ้ามีเธอคงเจอตั้งแต่เปิดประตูเข้าบ้านแล้ว

“พูดอย่างนี้พี่เหิมจะให้วัชเข้าไปหาในห้องนอนเหรอ เกิดนังดาญ่ากลับมาเจอเข้า วัชตายคาบาทามันเลยนะ”

“มันยังไม่กลับมาหรอก ตาวัตบอกว่าช่วงนี้นังนั่นกำลังหางานทำอยู่ ป่านนี้มันคงเที่ยวตะลอนๆไปตามบริษัทข้างนอก วัชรีบขึ้นไปค้นเลย มีอะไรโทร.หาผม” พูดจบเหิมวางสาย...

ฝนหลบออกมาจากตึกใหญ่เนื่องจากไม่ต้องการขัดหม้อไหทองเหลือง จะกลับมาเก็บกวาดทำความสะอาดเรือนเล็ก มองเข้าไปในบ้านเห็นวัชรีเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนก็ตกใจ กลัวดาญ่าจะกลับมาเจอต้องเกิดเรื่องแน่ๆ ครุ่นคิดหนักจะทำอย่างไรดี นึกถึงเทวัตขึ้นมาได้ หยิบมือถือขึ้นมาโทร.ไปฟ้องว่าวัชรีเข้าไปวุ่นวายในเรือนเล็ก นี่ถ้าคุณดาญ่ากลับมาเจอได้บ้านแตกแน่ เทวัตบอกให้เธอเฉยไว้ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นเดี๋ยวจะเดือดร้อนแล้ววางสาย


ชายหนุ่มไม่ได้กังวลว่าดาญ่าจะกลับมาเจอวัชรี แต่กลัววัชรีจะเข้าไปรื้อค้นเจอกุญแจตู้เซฟหรือสมุดบัญชีเงินฝาก คิดได้อย่างนั้นเขาคว้ากุญแจรถออกไปทันที

ooooooo

ในเวลาเดียวกันที่บริษัทเอกธนกิจ แม้จะเพิ่งรู้จักกัน แต่ดาญ่าเดาออกว่าเนตรสุดาเป็นพวกบ้ายอ หลังจากเข้าไปขอให้เธอช่วยอธิบายงาน ดาญ่าชมไม่หยุดปากว่าฟังคนเก่งๆอย่างเธอสอนงานทุกอย่างดูง่ายไปหมด

“อุ้ย ไม่มั้ง พี่ไม่เก่งหรอก แค่ใกล้เคียงอัจฉริยะเท่านั้นเองหนู” เนตรสุดาอวยตัวเองอย่างไม่อายปาก ดาญ่าต้องการตีซี้ด้วยจึงขอเลี้ยงข้าวกลางวันเพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยสอนงาน

“แหม พี่ลำบากใจนะเนี่ย แต่ก็...อื้อๆ” เนตรสุดาทำเป็นจำใจรับเลี้ยง...

ขณะดาญ่าพยายามตีสนิทกับเนตรสุดา วัชรีข่มความกลัวก้าวเข้าไปในห้องนอนของภิมุขตรงไปค้นตู้ ค้นโต๊ะเครื่องแป้ง ใต้ที่นอนก็ไม่เจออะไร คุณหนูเรือนเล็กซึ่งรอท่าอยู่แล้วใช้พลังทำให้ผีภิมุขปรากฏตัวขึ้นมาหลอกหลอน วัชรีกลัวจัดกรีดร้องลั่น หนีลนลานออกจากห้อง แต่เหมือนหนีเสือปะจระเข้ เธอออกมาเจอผีดาริน

ในสภาพหน้าซีดเผือด ขอบตาช้ำเหมือนศพที่ถูกวางยา นั่งวีลแชร์เข้ามาหา วัชรีถึงกับผงะหงายหลัง

“ฉันตายเพราะแก” ผีดารินคร่ำครวญทั้งน้ำตา

“ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้ทำอะไร แกป่วยตายของแกเอง” วัชรีละล่ำละลัก ผีดารินต่อว่าเธอว่าแย่งผัวของตนไปไม่พอยังคิดร้ายลูกของตนอีก สั่งห้ามเธอมายุ่งกับดาญ่าเด็ดขาด น้ำตาใสๆของผีดารินเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเลือดไหลอาบแก้ม วัชรีกลัวแทบสิ้นสติวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ผีภิมุขกับผีดารินแท็กทีมหลอกหลอนวัชรีจนหนีเตลิดลงบันได อารามรีบร้อนสะดุดขาตัวเองร่วงบันไดสามขั้นลงไปกองกับพื้น

เทวัตเปิดประตูบ้านเข้ามาพอดีตกใจที่เห็นวัชรีนอนฟุบอยู่ที่พื้นปรี่เข้าไปประคองถามว่าเป็นอะไร เธอผวาสุดๆหลับหูหลับตาร้องลั่นว่าอย่าทำอะไรเธอเลย เธอกลัวแล้ว เทวัตต้องเขย่าแขนให้รู้สึกตัว ครั้นเธอเห็นหน้าเขาชัดๆโผกอดไว้แน่นขอร้องให้ช่วยเธอด้วย เธอถูกผีหลอก เทวัตถึงกับร้องเอะอะผีที่ไหนหลอก

“จะผีที่ไหนอีกล่ะ ก็ผีคุณภิมุขกับเมียเขาไง”

“เอ่อ บ้านหลังนี้มีผีด้วยเหรอครับ” เทวัตมองวัชรีสีหน้าไม่อยากเชื่อ เธอขอร้องเขาให้ช่วยพากลับตึกใหญ่ อยู่ในบ้านผีสิงต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาช่วยพยุงเธอที่ขาเดี้ยงเพราะตกบันไดออกไป ที่โถงบันไดชั้นบน ผีภิมุขเข็นรถวีลแชร์ที่ผีดารินนั่งมาหยุดมองเห็นเทวัตประคองวัชรีไปพ้นแล้วเสกให้ประตูเรือนเล็กค่อยๆปิดเข้าหากัน

ทั้งผีภิมุขและผีดารินสลายร่างกลายเป็นควัน

สีขาวหมุนอยู่ในอากาศก่อนจะรวมกันเป็นร่างคุณหนูเรือนเล็ก ยืนเท้าเอวมองตามวัชรีสีหน้าโกรธเกรี้ยว

“ถ้าเค้าเป็นผีจริงๆล่ะก็ป่านนี้จับหักคอตายไปแล้ว เค้าเป็นรุกขเทวดาย่ะ รุกขเทวดาไม่ฆ่าใคร มีแต่สั่งสอน รู้จักสำนึกซะบ้างนะ” เด็กน้อยทำท่าขึงขัง ด้วยความที่ใช้พลังไปเยอะร่างกายของแกค่อยๆจางลง...

ที่ตึกใหญ่ อุ่นกับอำไพที่ช่วยกันบีบนวดแขนขาให้วัชรีถึงกับหน้าตาตื่นเมื่อเธอเล่าเรื่องที่ถูกผีภิมุขกับผีดารินที่เรือนเล็กหลอกเอา สองสาวใช้เชื่อเรื่องผีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงเชื่อสนิทใจ อำไพตั้งข้อสังเกตที่วัชรีตกบันไดอาจเป็นเพราะถูกผีเมียเก่าผลัก ฝนหาว่าอำไพดูหนังผีมากไป เธอไปทำงานที่เรือนเล็กทุกวันไม่เคยเจอผีสักตน

“อ้าวนังฝน พูดอย่างนี้แกก็หาว่าคุณผู้หญิงตอแหลน่ะสิ”

ฝนปฏิเสธเป็นพัลวันว่าเปล่า เทวัตเห็นเธอเสียท่าให้อำไพ ช่วยพูดว่าวัชรีอาจจะตาฝาดไปเอง วัชรียืนยันว่าเห็นผีภิมุขกับผีดารินจริงๆ ไม่เข้าใจทำไมทั้งคู่ถึงไม่ไปผุดไปเกิดสักที สิงสู่ที่เรือนเล็กทำให้คนอื่นกลัวอยู่ได้ น่าจะเผามันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เทวัตร้องห้ามเสียงหลงว่าไม่ได้ แล้วนึกได้ว่าไม่ควรแสดงออกมากไปรีบกลบเกลื่อน

“ผมว่าคุณน้าอย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยนะครับ พักผ่อนก่อนเถอะ”

“ใครจะไปพักลง ถูกผีหลอกจนหัวตั้งขนาดนี้ ช่วยโทร.ตามพ่อเราให้น้าที”

ooooooo

ดาญ่ากำลังจะออกไปกินข้าวกลางวัน เห็นเหิมหิ้วกระเป๋าเอกสารรีบร้อนจะออกจากบริษัท รีบหลบมุมแอบมองด้วยความแปลกใจ ขณะแอบมองอยู่เพลิน เนตรสุดาเดินเข้ามาทางด้านหลังถามว่า ไปกันหรือยัง ดาญ่าสะดุ้งโหยงหันมายิ้มให้ “ไปค่ะ น้องขอเลือกร้านเองนะคะ”

เนตรสุดาไม่ขัดข้อง แล้วแต่เจ้ามือเลย สองสาว

พากันออกไปได้สักพัก รังสรรค์ออกจากห้องทำงานกวาดตามองหาดาญ่าไม่เห็นแม้เงา จึงร้องถามอำนวยที่เดินผ่านมาพอดีว่าเห็นคุณภัทศาไหม พอรู้ว่าออกไปกินข้าวแล้วจอมเจ้าชู้ถึงกับถอนใจเซ็ง

“โธ่เว้ย ทนายเหิมมัวแต่เรียกคุยอยู่ได้ สั่งโน่นสั่งนี่ พลาดสวีตมื้อเที่ยงเลย”...

นวดให้คุณผู้หญิงเสร็จ อุ่น อำไพและฝนกลับมายังกองเครื่องทองเหลืองที่ขัดค้างไว้ อุ่นกับอำไพวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องผีที่คุณผู้หญิงเล่าให้ฟัง แปลกใจทำไมท่านถึงเจอผีอยู่คนเดียว พวกตนไม่เคยเจอสักครั้ง ฝนแดกดันว่าผีคุณผู้ชายคงไม่อยากเจอแม่ครัวกับคนรับใช้ก็เลยไม่ออกมาให้เห็น อำไพฉุนขาดหาว่าเธอหลอกด่าว่าตนเป็นขี้ข้า ผีเจ้านายก็เลยไม่อยากเจอ ฝนปฏิเสธว่าไม่ได้หลอกด่า แค่พูดตามเนื้อผ้า

“ขนาดฉันเข้าออกเรือนเล็กทุกวันยังไม่เคยเจอผีสักกะตัว สงสัยผีคงไม่อยากเจอคนใช้มั้ง แต่ไม่เป็นไรฉันจะช่วยสงเคราะห์ไปบอกให้นะว่าป้ากับนังอุ่นอยากเจอผีท่านกับเมียเก่า” ฝนป้องปากตะโกน “ผีคุณผู้ชายขา ป้าอำไพกับนังอุ่นเขาอยากเจอผีท่านตัวเป็นๆค่าคืนนี้ช่วยมาหาที่ห้องหน่อยนะคะ”

“อ๊าย อีฝนอีปากปีจอ แกหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ” อำไพชี้หน้าอย่างเอาเรื่อง อุ่นไม่ชี้หน้าให้เสียเวลาถลกผ้านุ่งวิ่งใส่ฝนจะตบล้างน้ำให้รู้แล้วรู้รอด ฝนไม่อยู่รอให้เจ็บตัววิ่งหนี...

ไม่นานนักเหิมมาถึงคฤหาสน์วศวงศ์ ตรงไปหาวัชรีที่นอนพักอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอลุกขึ้นร้องไห้โฮ เขาปรี่เข้าไปกอดลูบหน้าลูบหลังอย่างปลอบโยนถามว่าเกิดอะไรขึ้นไปเจออะไรกันแน่ถึงอยู่ในสภาพนี้ วัชรีแปลกใจตอนเทวัตโทร.ไปไม่ได้บอกหรือว่าเธอถูกผีหลอก เหิมเพิ่งนึกได้หันไปเห็นเทวัตจ้องอยู่รีบคลายอ้อมกอดวัชรีออก ยอมรับว่าลูกบอกแต่นี่มันกลางวันแสกๆ ผีออกมาหลอกเธอได้อย่างไร

วัชรีเล่าเรื่องที่ถูกผีสองผัวเมียหลอกไปทั่วเรือนเล็กให้เหิมฟัง แล้วโผกอดเขาปล่อยโฮขวัญผวาสุดๆ ครั้นตั้งสติได้เธอออดอ้อนให้เหิมจัดการรื้อเรือนเล็กทิ้ง ขืนเก็บเอาไว้แบบนี้ผีภิมุขกับเมียคงวนเวียนไม่ยอมไปไหน เทวัตตกใจมองลุ้นพ่อว่าจะเอาอย่างไร เหิมไม่บ้าจี้ตามวัชรีขอให้รอไปก่อนให้เปิดพินัยกรรมก่อนถึงตอนนั้นเธออยากทำอะไรกับไอ้เรือนบ้านั่นก็เชิญตามสบาย

เทวัตทนนั่งฟังต่อไปไม่ไหวขอตัวไปรอข้างนอก วัชรีตกใจ

“ตายจริง วัชมัวแต่กลัวจนลืมไปว่าลูกชายพี่เหิมไม่รู้เรื่องของเรา”

“แต่ตอนนี้มันรู้เรื่องหมดแล้วล่ะ” เหิมบอกอย่างไม่สะทกสะท้าน วัชรียิ่งตกใจแล้วนี่เขาไม่ห่วงหรือว่าเทวัตจะเอาเรื่องของเราไปบอกนังดาญ่า เหิมเชื่อว่าลูกไม่กล้าขัดคำสั่งตนที่ให้เลิกยุ่งกับนังนั่นเด็ดขาด

“พี่แน่ใจได้ไงว่าเทวัตจะทำตามที่พี่สั่ง ก็เมื่อเช้าลูกชายพี่ยังมาหานังดาญ่าที่เรือนเล็กอยู่เลย”

“ว่าไงนะ” เหิมมองวัชรีสีหน้าทั้งตกใจและไม่พอใจ

ooooooo

ดาญ่านั่งกินข้าวกับเนตรสุดาไปพลางหลอกถามความเป็นไปในบริษัทเอกธนกิจไปด้วย การพูดคุยกันครั้งนี้ทำให้เธอรู้ว่าเหิมกับวัชรีไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ คนในบริษัทรู้กันหมดว่าหล่อนเป็นกิ๊กกับเหิมมานานแล้ว ดาญ่าตกใจถึงกับทำช้อนร่วงจากมือ เนตรสุดาแปลกใจทำไมเธอถึงตกใจอะไรขนาดนั้น

“เอ่อ...จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงกันคะ คุณเหิมคนนี้เป็นทนายประจำบริษัทไม่ใช่เหรอคะ”

“อือ แล้วยังเป็นคนที่คุณภิมุขไว้ใจที่สุดในโลกด้วย ไว้ใจจนไม่รู้ว่าขี้ข้ากำลังตีท้ายครัว”

ดาญ่าท้องไส้ปั่นป่วนทนฟังต่อไปไม่ไหว ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วรีบลุกออกไปเลย...

ทางฝ่ายเหิมไม่พอใจตามมาเล่นงานลูกชายที่ยืนหน้าเครียดอยู่ระเบียงหน้าตึกใหญ่ ถามเสียงเข้มว่าเมื่อเช้าเขามาเรือนเล็กทำไม เขากลับย้อนถามแล้วคุณน้าวัชรีไปทำไมที่เรือนเล็ก เหิมยิ่งขัดใจที่เขาดันมายอกย้อน

“พ่อครับพ่อเป็นทนาย พ่อก็รู้ว่าการที่คุณน้าวัชรีแอบเข้าบ้านคนอื่นไปรื้อค้นข้าวของเขามันผิดกฎหมาย”

“บ้านคนอื่นที่ไหนกัน ทุกตารางนิ้วในเขตรั้วบ้านหลังนี้เป็นของคุณวัชเขา”

เทวัตเถียงเสียงเข้มเป็นของคุณน้าวัชรีแล้วหรือ พินัยกรรมยังไม่ทันเปิดมีหลักฐานอะไรมายืนยันว่าอาภิมุขยกบ้านหลังนี้ให้เป็นของเธอ เหิมฉุนขาดก้าวมาประจันหน้ากับลูกชาย ตวาดลั่นว่าเดี๋ยวนี้เขากล้าต่อปาก ต่อคำกับตนแล้วหรือ เขาแก้ตัวที่พูดไปแบบนั้นก็ด้วยความเป็นห่วงพ่อ เหิมหาว่าเขาเป็นห่วงดาญ่ามากกว่า เขายังไม่ทันจะอธิบาย เหิมชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“แกหุบปากของแกไว้เลยนะ ถ้าแกไม่คิดจะช่วยฉันที่เลี้ยงแกมา แกก็อย่ามาเนรคุณ ไม่อย่างนั้น...”

เหิมชี้หน้าลูกชายอย่างเอาเรื่อง เทวัตได้แต่ยืนตะลึงไม่เคยเห็นพ่อโกรธขนาดนี้มาก่อน...

ผ่านไปพักหนึ่ง ดาญ่าถึงได้กลับมาที่โต๊ะกินข้าว ขอโทษเนตรสุดาด้วยพอดีปวดท้องกะทันหันเกือบไปเข้าห้องน้ำไม่ทัน แล้วหลอกถามเพิ่มเติมว่าการที่เหิมแอบมายุ่งกับวัชรีแบบนี้ เมียที่บ้านไม่ระแคะระคายหรือ เนตรสุดาเล่าว่าเขายังโสดมีแต่ลูกชายบุญธรรมหนึ่งคน เห็นว่าเป็นลูกของญาติๆที่พ่อแม่ตายเลยเอามาเลี้ยงเป็นลูก ชื่อเทวัต ดาญ่าอยากรู้ว่าลูกชายของเหิมคนนี้เป็นคนดีหรือเปล่า

“ก็ดีหลายอย่างนะ หน้าตาดี ทำงานก็ดี เป็นสถาปนิกมือรางวัล นี่ๆๆพี่เคยเจอเขามารับทนายเหิมที่บริษัทหลายครั้ง อูย พูดจาดีเว่อร์ มีสัมมาคารวะดีมาก ท่าทางเป็นคนจริงใจไม่เหมือนทนายเหิมสักนิด”

“แต่ยังไงเขาก็เป็นพ่อลูกนะคะ ลูกไม้มันจะหล่นไกลต้นเหรอคะพี่เนตร”

“อ่ะ ก็ไม่แน่นะ ลูกไม้หล่นไกลต้นยังมีเลยคุณน้อง แล้วนี่เขาไม่ใช่พ่อลูกกันจริงๆด้วย พี่คอนเฟิร์ม ฟันธงอะไรไม่ได้หรอกว่าเขาจะเหมือนพ่อที่เก็บเขามาเลี้ยงหรือเปล่า”

ดาญ่าคิดตามที่เนตรสุดาพูด ยิ่งทำให้ลังเลหรือเธอควรจะกลับไปไว้ใจเทวัตเหมือนเดิมดี

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เหิมตัดสินใจโทร.ถามอาณัติจำได้ไหมว่าวันที่ดาญ่าไปเปิดตู้เซฟที่ธนาคาร ตอนกลับออกมาถืออะไรติดมือมาด้วยหรือเปล่า อาณัติยอมรับว่าเธอถือซองเอกสารบางอย่างกลับไปด้วย แต่ไม่รู้ว่าในซองนั้นเป็นเอกสารอะไร เหิมโกรธมาก ต่อว่าเขาว่าทำไมไม่รู้จักรายงานเรื่องนี้ให้ตนทราบแล้ววางสาย...

ฝ่ายเทวัตเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าเรือนเล็ก นึกถึงที่วัชรีเล่าให้ฟังว่าถูกผีภิมุขกับผีดารินหลอก หวนนึกถึงตอนที่ตัวเองเจอเด็กหัวจุกโผล่มาขวางทางตอนจะวิ่งตามดาญ่าเมื่อวันก่อน จากที่ไม่เคยเชื่อเรื่องผีสาง เขาชักไม่แน่ใจหรือเรือนเล็กจะมีผีสิงอย่างที่ใครต่อใครว่า ตัดสินใจหันหลังจะกลับตึกใหญ่ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเจอฝนยืนอยู่

“คุณตกใจคิดว่าฝนเป็นผีเหรอ ถ้างั้นเรือนเล็กมีผีจริงๆอย่างที่คุณผู้หญิงพูดเหรอคะ” ฝนหน้าตาตื่นทันที

“เปล่า ผีไม่มีในโลกหรอก” เทวัตปลอบ ฝนยังคาใจไม่หายถ้าผีไม่มีจริงแล้วทำไมคุณผู้หญิงถึงเป็นอย่างนั้น เขาสันนิษฐานว่าคุณน้าอาจจะเข้าไปเจอรูปของอาภิมุขกับอาดารินเข้าก็เลยตกใจนึกว่าเห็นภาพวิญญาณออกมาหลอกหลอน ฝนสรุปถ้าอย่างนั้นคุณผู้หญิงคงตาฝาดไปเอง เพราะเธอมาทำงานที่นี่ทุกวันไม่เคยเจอผีสักตน คุณดาญ่านอนที่นี่คนเดียวทุกคืน ถ้าผีมีจริงต่อให้เป็นผีพ่อผีแม่คงจะจับไข้หัวโกร๋นไปนานแล้ว

“เพราะฉะนั้นฝนอย่าไปกลัว แล้วก็ไม่ต้องไปเล่าเรื่องเหลวไหลให้คุณดาญ่าฟังด้วย”

“นั่นสิคะ ถ้าคุณดาญ่ารู้ว่าคุณผู้หญิงแอบเข้ามาเรือนเล็กแล้วเจอผีล่ะก็ ต้องตามไปแหกอกคุณผู้หญิงถึงเรือนใหญ่แน่ๆ” ฝนทำหน้าสยอง ขณะที่เทวัตเองก็อดหวั่นใจไม่ได้...

ทางด้านเหิมทรุดตัวลงนั่งข้างๆวัชรี ยังหัวเสียไม่หายที่อาณัติไม่ยอมรายงานว่าดาญ่าเอาซองสีน้ำตาลที่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไรจากตู้เซฟในธนาคารกลับบ้านมาด้วย เขาน่าจะรู้ว่าเลี้ยงอาณัติไว้เปลืองข้าวสุกเปล่าๆ ในเมื่อพึ่งมันไม่ได้เราสองคนคงต้องช่วยตัวเองหาทางแย่งทั้งกุญแจตู้เซฟธนาคารทั้งสมุดบัญชีเงินฝากและซองสีน้ำตาลมาจากดาญ่าให้ได้ วัชรีหน้าเครียด จะให้ไปหาที่ไหนหรือ จะให้กลับไปที่เรือนเล็ก ได้ถูกผีหลอกอีกแน่

“โธ่วัช อย่าเพิ่งยอมแพ้มันสิ ผมว่าบางทีที่คุณหาอะไรไม่เจอเพราะนังดาญ่ามันฉลาดมันไม่ยอมเก็บของสำคัญไว้ในเรือนเล็กแต่มันเก็บเอาไว้กับตัว”

“ฉลาดแค่ไหนแกก็สู้ฉันไม่ได้หรอกอีลูกเลี้ยง” วัชรีขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ...

ที่บริษัทเอกธนกิจ ดาญ่าอยากสืบความจริงเกี่ยวกับบริษัทของพ่อให้ได้โดยเร็ว พอถูกรังสรรค์ตัดพ้อว่าเธอมาทำงานวันแรกแต่เขาพลาดโอกาสเลี้ยงข้าวเที่ยงเธอ ดาญ่าจึงเสนอให้เขาเปลี่ยนไปเลี้ยงมื้อเย็นแทน เขา

ดีใจมากเย็นนี้เลยใช่ไหม เธอแสร้งลังเล อ้างว่าเย็นนี้จะไปซื้อของที่ห้างฯเนื่องจากไม่มีเสื้อผ้าใส่มาทำงาน

“ไม่มีปัญหาครับ ผมจะไปช่วยถือของให้คุณเอง คุณซื้อของเสร็จแล้วเราค่อยไปดินเนอร์กัน โอเคไหมครับ”

ดาญ่าทำเป็นคิด ก่อนจะตอบตกลง รังสรรค์ดีใจแทบโดดตัวลอย เธอแอบยิ้มพอใจที่เขาติดกับง่ายดายต่อไปคงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้เขาลุ่มหลงจนสามารถล้วงความลับทางการเงินของบริษัทออกมาได้

ooooooo

เทวัตพยายามสอบถามฝนรู้หรือเปล่าว่าดาญ่าได้งานทำที่ไหน ฝนงงมากนี่เธอได้งานทำแล้วหรือทำไมถึงเร็วนัก ทั้งที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกไม่รู้จักใคร เส้นสายก็ไม่มี คำพูดของฝนทำให้เทวัตฉุกคิดขึ้นมาได้ หรือเธอจะแอบไปทำงานที่บริษัทเอกธนกิจ วันก่อนนั้นถึงได้เจอเธอมากับรังสรรค์

คิดได้ดังนั้นเทวัตยิ่งเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เดินลิ่วไปขึ้นรถ ฝนได้แต่มองตามงงๆ...

เป็นอย่างที่เทวัตคาดไว้ไม่มีผิด เขามาถึงหน้าบริษัทเอกธนกิจเห็นดาญ่าเดินเคียงคู่ออกมากับรังสรรค์ ท่าทางสนิทสนมของทั้งคู่ทำให้เขาเจ็บปวดใจ ไม่เข้าใจว่าเธอคิดจะทำอะไรกันแน่...


ในเวลาต่อมา ดาญ่ากับรังสรรค์มาเดินช็อปปิ้งอยู่ในห้างฯหรูแห่งหนึ่ง ทั้งคู่เดินคุยกันกะหนุงกะหนิงราวกับคู่รักที่เพิ่งจีบกันใหม่ๆ กระทั่งเดินมาถึงเคาน์เตอร์ขายเครื่องประดับ ดาญ่ามีแผนจะหว่านเสน่ห์ทำให้รังสรรค์ลุ่มหลงตัวเองมากขึ้นทำทีเข้าไปเลือกซื้อต่างหู แล้ววานให้เขาช่วยใส่แป้นต่างหูให้ ความใกล้ชิดทำให้เขาหวั่นไหวใจเต้นโครมคราม ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับสาวคนไหนมาก่อน

ดาญ่าเห็นท่าทางของรังสรรค์ทางกระจกเงาของร้านแอบยิ้มพอใจที่แผนล่อให้ลุ่มหลงสำเร็จตามเป้าโดยไม่รู้ว่าเทวัตที่สะกดรอยตามมาด้านหลังหึงหวงสุดๆอยากเข้าไปกระชากรังสรรค์ออกห่างจากหญิงคนรักของตัวเอง...

เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้น ดาญ่าชวนรังสรรค์ดูหนังรอบค่ำ โชคไม่ดีเหลือเพียงที่นั่งเดียว เธอบ่นอุบมีแค่ที่เดียวจะดูได้อย่างไร รังสรรค์เสนอให้เธอนั่งตัก เธอเดินหนีจากเคาน์เตอร์ขายตั๋วหนังมาแอบขำคนเดียว เขาตามมาถามว่าหัวเราะอะไรเขาพูดเรื่องจริง เธอร้องเอะอะขืนทำอย่างนั้นก็ไปบังคนข้างหลังได้ถูกปาหัวแตกแน่ รังสรรค์ไม่สนแตกก็แตกถ้าได้เธอมานั่งบนตัก เขายอมทุกอย่างแล้วคว้ามือเธอมากุมไว้

เทวัตที่แอบมองอยู่เห็นภาพบาดตา ทนดูต่อไปไม่ไหวหันหลังเดินหนี

ooooooo

ไม่ได้มีแต่เทวัตเท่านั้นที่ทนไม่ไหว ดาญ่าเองก็เลี่ยนกับการกระทำของรังสรรค์ต้องขอตัวเข้าห้องน้ำ เอาสบู่ฟอกมือทุกซอกทุกมุม ตรงไหนที่โดนมือรังสรรค์ก็จะฟอกสองถึงสามครั้ง

“ทนเอาหน่อยดาญ่ายอมให้เขาแต๊ะอั๋งจับมือนิดๆหน่อยๆเพื่อให้การสืบเรื่องทุกอย่างง่ายเข้า”

มีเสียงมือถือของดาญ่าดังขึ้น รังสรรค์โทร.มา เธอสูดลมหายใจเรียกพลังก่อนจะปั้นเสียงหวานรับสาย

“ฮัลโหล ค่ะคุณรังสรรค์ ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องรอหรอก ฉันออกจากห้องน้ำมาแล้วกำลังจะขึ้นรถขับออกจากห้างฯน่ะค่ะ...ค่า ขอบคุณนะคะที่พามาเลี้ยงข้าว พรุ่งนี้เจอกันที่ออฟฟิศค่ะ” ดาญ่าวางสายอย่างโล่งอก รอสักพักจึงเดินออกมาที่ลานหน้าห้างฯ ไม่อยากกลับไปเหงาคนเดียวที่บ้าน เดินดู display window สวยๆของห้างฯคลายเหงา เธอนึกย้อนไปถึงวันที่อยู่กันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูกถึงกับน้ำตาไหลพรากต้องปาดมันทิ้ง

เทวัตตามมาทางด้านหลังจนทันกุมมือดาญ่าไว้ “เดินคนเดียวมันเหงานะครับ”

เหมือนถูกจี้ใจดำ ดาญ่าปล่อยโฮ เทวัตเชิญเธอร้องไห้ตามสบายเขารู้ว่าเธออดทนเก็บมันมานานแล้ว ระบายออกมาให้หมดจะได้สบายใจขึ้น แล้วส่งผ้าเช็ดหน้าให้ ดาญ่าร้องไห้จนหนำใจจึงเช็ดน้ำหูน้ำตาจนแห้งสนิท  เห็นเทวัตจ้องอยู่ถามว่าไม่เคยเห็นคนร้องไห้หรือถึงจ้องเอาๆ เขา เคยเห็นแต่ไม่เคยเห็นใครร้องไห้สวยขนาดเธอมาก่อน ดาญ่าสงสัยอยู่ๆก็โผล่มาทำปากหวานตกลงต้องการอะไรกันแน่

“ต้องการมาอยู่เป็นเพื่อนคุณ เวลาที่คุณต้องการใครสักคนที่อยู่เคียงข้าง คอยเป็นคู่คิดคุณ”

ดาญ่าตัดบัวไม่เหลือเยื่อใยว่าคนคนนั้นคงไม่ใช่เขา เทวัตไม่เข้าใจทำไมเธอถึงก่อกำแพงกั้นเขาไว้ แต่กับคนอื่นที่เธอควรระแวงกลับไปไว้ใจ เธอจะไว้ใจใครย่อมมีเหตุผล และเหตุผลที่ไม่ไว้ใจเขาเธอเคยบอกเขาแล้ว

“ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ฉันไปซักให้แล้วจะคืนทีหลังนะคะ” ดาญ่าชูผ้าเช็ดหน้าให้ดูแต่เทวัตคว้าไปจากมือจะเอาไปจัดการเอง แล้วแกล้งร้องยี้ขยะแขยงที่ผ้ามีแต่น้ำมูก เธออายมากแย่งคืนจะเอาไปซักให้ สองคนผลัดกันแย่งผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไปตามทางเดิน ครั้นมาถึงรถเข็นขายบะหมี่ เทวัตขอแวะกินบะหมี่ก่อนอ้างหิวแล้วเดินเข้าไปนั่ง กลิ่นหอมของก๋วยเตี๋ยวทำให้เธอพลอยหิวไปด้วยสั่งบะหมี่เกี๊ยวเสร็จเดินไปนั่งโต๊ะเดียวกัน

พ่อค้าเอาก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟ แต่เทวัตห้ามดาญ่าอย่าเพิ่งกินชวนอธิษฐานด้วยกันก่อน เธอเชิญเขา

อธิษฐานตามสบาย เธอขอกินก่อน แล้วก้มหน้าก้มตากินไม่สนใจอะไร...

อิ่มท้องกันแล้ว เทวัตเดินมาส่งดาญ่าที่รถ เขายังพยายามคาดคั้นให้เธอบอกว่าได้งานทำที่ไหน เธอไม่เข้าใจทำไมเขาถึงอยากรู้เรื่องนี้นักหรือว่ามีใครส่งเขามาสอดแนมเธอ เขาถึงกับอึ้งยิ่งทำให้เธอสงสัยตกลงมาสอดแนมกันใช่ไหม เขายังไม่ทันอธิบาย เธอเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งแล้วปิดล็อก เขารีบหยิบปากกาขึ้นมาเขียนรูปหัวใจบนฝ่ามือจากนั้นทาบไปที่กระจกข้างคนขับ ดาญ่าเห็นแล้วใจแทบละลายแต่ต้องฝืนใจเคลื่อนรถออกไป

เทวัตมองรูปหัวใจที่เขียนไว้บนฝ่ามือตัวเอง แม้จะสื่อเป็นทำนองว่าเขาให้ใจเธอทั้งดวงและจริงใจด้วย แต่เธอยังคงตั้งแง่ไม่ไว้ใจเขาเหมือนเดิม

ooooooo

จากนั้นไม่นานดาญ่ากลับถึงเรือนเล็ก เห็นประตูกระจกของนาฬิกาตั้งพื้นเปิด มีลูกกุญแจเสียบคารูกุญแจอยู่ บ่นพึมพำกุญแจมาได้อย่างไร มีเสียงคุณหนูเรือนเล็กดังขึ้นฟ้องว่าแม่เลี้ยงของเธอเอามาเสียบไว้แถมเข้ามารื้อค้นข้าวของในนี้อีกด้วย ดาญ่าตกใจแล้วยัยนั่นได้อะไรไปบ้าง

“ไม่ได้สักอย่างเพราะพ่อกับแม่ตัวเองออกมาไล่จนยัยนั่นเผ่นหัวตั้งออกไปซะก่อน” คุณหนูเรือนเล็กหัวเราะสนุกสนานที่ได้แกล้งคน ดาญ่าเอะใจถ้าเป็นวิญญาณพ่อกับแม่จริงทำไมไม่เคยออกมาให้เห็น เสียงเด็กน้อยเงียบไป เธอร้องถามทำไมเงียบนักหรือว่าเป็นฝีมือเด็กน้อยเอง เงียบไม่มีเสียงขานตอบ เธอขึ้นไปที่ห้องนอนตัวเองซึ่งปิดไฟมืด ร้องเรียกคุณหนูอยู่ในนี้ใช่ไหม เสียงแกตะโกนสวนว่าอย่าเปิดไฟ

ดาญ่าไม่สนใจกดสวิตช์ไฟ ห้องสว่างขึ้น เห็นร่างคุณหนูเรือนเล็กจางๆเหมือนสัญญาณภาพไม่ชัดนั่งขดอยู่บนเตียง เธอตกใจทำไมถึงเป็นแบบนี้ เด็กน้อยใช้พลังปลอมเป็นพ่อแม่ของเธอมาหลอกผีวัชรี แต่หลอกเพลินไปหน่อยแบตเตอรี่ก็เลยหมด ดาญ่าซาบซึ้งใจมากเข้าไปกอดขอบใจพร้อมกับชมแกว่าเป็นเหมือนเทพธิดาน้อยคอยปกป้องเธอจากแม่เลี้ยงใจร้าย พูดถึงแม่เลี้ยงขึ้นมา ดาญ่าวางกระเป๋าจะไปเอาเรื่องแล้วเดินออกไปเลย

“ดาญ่า อย่าไป แม่เลี้ยงตัวไม่ได้อยู่คนเดียวนะ อันตรายดาญ่า” เด็กน้อยร้องเตือนแต่ดาญ่าเดินลิ่วไปแล้ว...

ที่ตึกใหญ่ วัชรีอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนเซ็กซี่ ลงไปหาเหิมที่นั่งหน้าเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่น ลูบไล้ไปทั่วตัวเขาอย่างยั่วยวน ชวนให้ค้างด้วยกันที่นี่ นันทิยาไม่อยู่ไปพัทยากับเพื่อน เธอทั้งเหงาทั้งกลัวไม่กล้านอนคนเดียว เขาไม่เห็นด้วย เราสองคนอุตส่าห์ประคองตัวมาอย่างดีไม่ให้ใครจับได้ เธอไม่ฟังพยายามออดอ้อนให้เขานอนค้างเป็นเพื่อน อย่าทิ้งเธอให้อยู่คนเดียวเธอกลัวผีภิมุขกับเมีย เหิมดึงเธอมานั่งข้างๆ

 “อดทนอีกหน่อยน่าวัช อีกไม่นานก็ถึงวันเกิดนังดาญ่าแล้ว พอเปิดพินัยกรรมเสร็จผมจะเฉดหัวมันไปให้พ้นจากที่นี่ แล้วจัดการรื้อเรือนเล็กทิ้งซะ ไม่เอาไว้เกะกะสายตาคุณอีก”

 “นั่นมันแน่อยู่แล้วล่ะ ยังไงๆพี่เหิมก็ต้องทำเพื่อวัช แต่คืนนี้ พี่เหิมอย่าเพิ่งกลับเลยนะ อยู่เป็นเพื่อนวัชจนกว่าวัชจะง่วงซะก่อน วัชกลัวจริงๆ” วัชรีพูดพลางโอบรอบคอเหิม ความใกล้ชิดทำให้อารมณ์ของทั้งคู่กระเจิดกระเจิง

ดาญ่าเดินตามเสียงคนคุยกันมาถึงหน้าห้องนั่งเล่น เห็นประตูปิดไม่สนิท ค่อยๆแง้มดู ตกตะลึงที่เห็นเหิมกับวัชรีกอดจูบลูบไล้กันนัวเนีย และยิ่งช็อกหนักเมื่อได้ยินคำพูดจากปากชายที่ตัวเองเคารพ

“ฟังผมนะที่รัก ไอ้ภิมุขกับนังดารินมันตายโหงไปแล้ว ไม่ว่าจะตัวเป็นๆหรือวิญญาณของมันทั้งคู่ก็ไม่มีวันจะกลับมาได้อีก แต่ถ้าคุณยังไม่สบายใจผมจะหาหมอผีหาพระมาทำพิธีไล่ผีให้ จับมันใส่หม้อถ่วงน้ำเลยดีไหม”

วัชรีเห็นดีด้วย จะได้แน่ใจว่าผีสองผัวเมียไม่มาวนเวียนเป็นมารเราสองคนอีก แล้วยื่นหน้าไปจูบเหิม สองคนจูบกันอย่างดูดดื่ม ดาญ่าตกใจยกมือปิดปากกลัวตัวเองจะร้องออกมา รีบผละไปจากตรงนั้น แต่เดินไม่กี่ก้าวก็ซวนเซทรุดลงไปกอง เหิมได้ยินเสียงผิดปกติหน้าห้อง ผละจากวัชรีชะโงกไปดูเห็นประตูแง้มอยู่ก็ตกใจ หยิบปืนในกระเป๋าเอกสารปรี่ไปที่ประตู เตรียมเก็บทุกคนที่รู้มากเกินไป

ดาญ่ายันตัวเองจะลุกขึ้น แต่ได้ยินเสียงเหิมผลักประตูออกมาพลางตะโกนถามว่าใคร เธอกลัวมากเพราะเห็นปืนในมือเขา ได้แต่อ้าปากค้างไม่รู้จะทำอย่างไร แต่แล้วคุณหนูเรือนเล็กใช้พลังเสกให้เขาเห็นดาญ่าเป็นฝน

“แกเองเหรอฝน มาทำอะไรตรงนี้”

“หนูมาดูว่าคุณผู้หญิงดีขึ้นหรือยังค่ะ” เสียงคุยโต้ตอบกับเหิมก็เป็นเสียงฝนโดยที่ดาญ่าไม่ได้ขยับปากแม้แต่น้อย ทั้งเหิมและวัชรีที่ตามมาทีหลังไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรเพราะถูกมนตร์สะกดของคุณหนูเรือนเล็กเช่นกัน ได้แต่กำชับฝนทีหลังอย่ามาทำลับๆล่อๆแบบนี้อีก ระวังจะถูกเฉดหัวออกจากที่นี่ เธอรับปากจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้วเดินตัวแข็งทื่อออกไป เหิมกับวัชรีกลับเข้าห้องนั่งเล่น คราวนี้เขาล็อกประตูแน่นหนา

ooooooo

อีกมุมหนึ่งหลังคฤหาสน์ อุ่นลากอำไพที่งัวเงียให้มาเป็นเพื่อนเข้าห้องน้ำเนื่องจากกลัวผี อำไพเหลือบไปเห็นฝนเดินผ่านไปแวบๆที่สวนสะกิดเรียกอุ่นให้ดู

“เหมือนมันจะเดินไปที่เรือนเล็กนะป้า” อุ่นชะเง้อมองสนใจชวนอำไพตามไปดู ฝ่ายหลังส่ายหน้าดิกขอผ่านเชิญอุ่นไปดูตามสบาย แล้วสะบัดมือเธอออกเดินลิ่วกลับห้อง...

เมื่อใกล้ถึงเรือนเล็ก คุณหนูร้องเรียกดาญ่าที่เดินทื่อๆเหมือนต้องมนตร์สะกดทำให้เธอตื่นจากภวังค์ หันมาถามคุณหนูว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อครู่นี้เธอขยับตัวไม่ได้พูดก็ไม่ได้ แล้วทำไมเหิมถึงเรียกเธอว่าฝน คุณหนูเล่าว่าถ้าตนไม่ช่วยไว้ เธออาจถูกเชือดไปแล้วที่ไปรู้ความลับของวัชรีกับเหิม นี่ยังดีที่บ้านอยู่ในบริเวณเดียวกันไม่อย่างนั้นตนคงช่วยอะไรเธอไม่ได้ พูดไปร่างคุณหนูค่อยๆจางลงเรื่อยๆเพราะแบตฯจะหมด “เค้าคงต้องไปแล้วตัวเอง”

“ไม่นะคุณหนูอย่าทิ้งเค้าไป” ดาญ่าร้องเอะอะ คุณหนูบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ตนแค่ไปสะสมฌานแล้วจะกลับมาใหม่ ตนห่วงก็แต่เธอ ทีหลังอย่าทำอะไรวู่วามอย่างนี้อีกระหว่างที่ไม่มีตนอยู่จะไม่มีใครช่วย สั่งเสร็จร่างคุณหนูเรือนเล็กจางหายไป ดาญ่าพยายามคว้าได้แต่อากาศ ขอโทษแกด้วยที่เอาแต่ใจทำให้ต้องลำบากไปด้วย...

ดาญ่าไม่รู้จะระบายความคับแค้นใจเรื่องที่เหิมเป็นชู้กับวัชรีให้ใครฟังเพราะคุณหนูเรือนเล็กก็ไม่รู้หายไปไหน จึงเดินมาที่ริมสระว่ายน้ำ พึมพำเหมือนภิมุขอยู่ตรงนั้นด้วย

“คุณพ่อคะ อาเหิมกับนังวัชรีแอบสวมเขาให้คุณพ่อมานานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่ที่ดาญ่ารู้แน่ๆมันสองคนรวมหัวกันเล่นละครหลอกคุณพ่อ หลอกคุณแม่ หลอกพวกเราทุกคน มันไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆอย่างที่มันบอกหรอก”

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของดาญ่า ตอนนั้นเธอเรียนอยู่ไฮสกูล ภิมุขเพิ่งไปรับมาจากสนามบินโดยที่ดารินรอต้อนรับลูกอยู่ที่คฤหาสน์วศวงศ์ และนั่นเป็นครั้งแรกที่ดาญ่าได้เจอกับวัชรีในฐานะพยาบาลพิเศษของแม่ วัชรีปากหวานชมเธอเว่อร์วังจนเธอรู้สึกได้ว่าไม่จริงใจ นับแต่นั้นเธอก็ไม่ถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้

อีกทั้งเวลาที่ดาญ่า ดารินและภิมุขอยู่กันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก วัชรีมักจะคอยแอบมอง

ดาญ่ายังจำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างเดินเล่นอยู่ในสวนเห็นวัชรียืนคุยกับใครท่าทางลับๆล่อๆ ครั้นเธอเข้าไปใกล้ๆ ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าคนที่คุยกับวัชรีคือเหิมนั่นเอง พอเขาหันมาเห็นเธอก็ตกใจแต่รีบยิ้มกลบเกลื่อน

“อาเหิมมายืนคุยอะไรกับพยาบาลของคุณแม่ตรงนี้คะ ไม่เข้าไปนั่งคุยเย็นๆในบ้านล่ะคะ”

“เอ่อ...คืออามีข่าวไม่ค่อยดีมาบอกวัชรีเขาน่ะ ยายของเขาป่วยหนักมาก หมอว่าคงไม่รอดให้เตรียมใจ อาก็เลยไม่อยากให้คุณแม่หนูได้ยินน่ะ” เหิมโกหกเอาตัวรอดได้เนียนมากจนดาญ่าที่สงสัยท่าทางของทั้งคู่

เมื่อครู่นี้เปลี่ยนเป็นเห็นใจทันที ขอเอาใจช่วยให้คุณยายของวัชรีหายป่วยไวๆ วัชรีขอบคุณเธอมาก

“แล้วหนนี้คุณดาญ่ากลับมาอยู่บ้านนานแค่ไหนครับ”

“อยากอยู่นานๆสักเดือน เป็นห่วงคุณแม่แต่ยังไม่รู้เลยค่ะ ห่วงเรื่องเรียน ปีหน้าดาญ่าก็จะเข้ายูนิเวอร์ซิตี้แล้ว”

“ห่วงเรื่องเรียนเถอะครับ เรื่องคุณแม่ไม่ต้องห่วง อารับรองว่าวัชรีจะดูแลคุณแม่แทนหนูอย่างดีที่สุด” เหิมยิ้มมั่นอกมั่นใจเช่นเดียวกับวัชรี ดาญ่ายังจำรอยยิ้มของทั้งคู่ได้ดีเหมือนเหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

“มันสองคนคงวางแผนเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก เริ่มตั้งแต่ส่งนังวัชรีเข้ามาอยู่ในบ้านตีสนิทคุณพ่อ ต้องใช่แน่ๆ การตายของคุณพ่อ อาเหิมต้องมีส่วนรู้เห็น” ดาญ่าสีหน้ามุ่งมั่นจะต้องรู้ความจริงให้ได้

ooooooo

ขณะที่ดาญ่าล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ลับๆระหว่างเหิมกับวัชรี นันทิยากำลังเต้นรำกับเพื่อนซี้สองคนอย่างเมามันอยู่ที่แดนซ์ผับในเมืองพัทยา ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธอเข้าไปเต้นนัวเนียกับชายหนุ่มคนหนึ่ง

เพื่อนของเธอเห็นท่าไม่ดีเข้าไปลากตัวออกมาก่อนที่เธอจะไปประกบปากกับชายหนุ่มที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ สามสาวยื้อกันไปฉุดกันมาสนุกสนาน ดันเซไปชนโต๊ะนักเที่ยวสาวอีกกลุ่มหนึ่งจนข้าวของบนโต๊ะล้มระเนระนาด สาวกลุ่มนั้นจะเอาเรื่อง หนึ่งในเพื่อนของนันทิยาไม่อยากให้เรื่องบานปลายจึงขอโทษสาวๆกลุ่มนั้น แต่เรื่องไม่จบง่ายๆ พวกนั้นทวงเหล้าที่หกคืน แล้วพุ่งเข้าไปจะเล่นงานสามสาว นันทิยามือไวหันไปตบอีกฝ่ายล้มคว่ำ

“พวกมึงจะเอาเงินค่าเหล้าใช่ป่ะ” นันทิยาหยิบเงินปาใส่หน้าคนโดนตบ “กูแถมค่ารักษาพยาบาลให้ด้วยพอใจหรือยัง” โวยจบนันทิยาเดินนำเพื่อนซี้สองคนออกจากผับ เพื่อนบ่นอุบนี่จะกลับจริงๆหรือ แล้วหนุ่มคนนั้นไม่เสียดายเลยหรือ นันทิยายกให้ถ้าเพื่อนสนใจก็เอาไปเลย ตนมีตัวจริงอยู่แล้ว

“นายเทวัตน่ะเหรอ เห็นแกพูดมาตั้งนานแล้ว แต่ขอโทษเถอะ ฉันไม่เห็นแกเคยควงเขามาให้พวกฉันเห็นเลย”

“ก็เขางานยุ่งไม่ว่าง”

“เขางานยุ่งหรือว่าเขาไม่อยากยุ่งกับแก”

นันทิยาคุยโว คนแค่เทวัตเห็นเธอก็วิ่งใส่น้ำลายหกแล้ว เพื่อเป็นการยืนยันคำพูดของตัวเองเธอจึงชวนเพื่อนๆไปหาเทวัตวันพรุ่งนี้จะได้เห็นกับตาว่าเขาคลั่งไคล้เธอขนาดไหน เห็นแล้วก็อย่าอิจฉาตาร้อนก็แล้วกัน

ooooooo

ดาญ่าเรียกฝนมาถามรู้หรือเปล่าว่าเมื่อวานวัชรีแอบเข้ามาในเรือนเล็ก เธอรู้ดีเพราะคุณผู้หญิงกรีดร้องลั่นบ้านว่าถูกผีคุณผู้ชายกับผีแม่ของคุณดาญ่าหลอก แล้วนี่คุณดาญ่ารู้ได้อย่างไรว่าท่านแอบเข้ามาคุณเทวัตโทร.บอกหรือ ดาญ่าสงสัยเขารู้เรื่องนี้ด้วยหรือ

“แหม รู้สิคะ ก็คุณเทวัตเป็นคนมาเจอคุณผู้หญิงหนีผีกลิ้งตกบันไดก็เลยช่วยพาคุณผู้หญิงกลับไปที่ตึกใหญ่” คำบอกเล่าของฝนทำให้ดาญ่าอยากเจอเทวัตขึ้นมาทันที อยากรู้ว่าเขารู้เห็นกับเรื่องที่พ่อตัวเองกับวัชรีทำหรือเปล่า คิดได้ดังนั้น เธอคว้ากระเป๋าถือกับกุญแจรถเดินลิ่วออกไป ไม่นานนักดาญ่ามานั่งรอเทวัตที่ห้องทำงาน เขาเปิดประตูเข้ามาเห็นเธอทั้งแปลกใจทั้งดีใจปนกัน

“แปลกใจเหรอคะที่เห็นฉันบุกมาหาคุณถึงที่ทำงาน”

“แปลกใจสิครับ แต่ไม่ถึงครึ่งของความดีใจที่เห็นคุณเป็นฝ่ายมาหาผม”

“ฮึ อย่าเพิ่งดีใจมากไปเลยค่ะ เพราะคุณอาจจะตกใจก็ได้ถ้ารู้เหตุผลที่ฉันต้องเป็นฝ่ายมาหาคุณ” แววตาเอาเรื่องของดาญ่าเวลาที่พูดทำให้เทวัตหวั่นใจว่าเธออาจรู้เรื่องของเหิมกับวัชรีแล้วก็ได้...

ระหว่างที่ดาญ่าแวะมาคุยเรื่องสำคัญกับเทวัต รังสรรค์เดินถือดอกไม้ช่อสวยตรงไปที่โต๊ะทำงานของดาญ่า แต่ไม่เห็นเจ้าของโต๊ะนั่งอยู่ กวาดตามองหาทั่วแผนกก็ไม่เห็น จึงตะโกนเรียกอำนวยมาสอบถามว่าเธออยู่ไหน อำนวยยังไม่เห็นเธอมาทำงานเลย รังสรรค์โวยนี่มันเก้าโมงแล้วทำไมยังไม่มา อำนวยได้แต่ยิ้ม เนตรสุดาแอบเม้าท์กับพนักงาน สงสัยเด็กใหม่อาจจะไม่มาทำงานอีกแล้วก็ได้ พนักงานงงทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

“เมื่อวานคงเจอฤทธิ์เดชของโจรล่าสวาทเข้าน่ะสิ” เนตรสุดาไม่วายแขวะรังสรรค์...

ในเวลาไล่เลี่ยกันเหิมขับรถมาจอดยังริมถนนเปลี่ยวชานกรุงสายหนึ่ง สักพักมีมอเตอร์ไซค์ของมือปืนสองคนซึ่งซ้อนท้ายกันมาแล่นมาจอด ลูกพี่มือปืนเดินนำสมุนเข้ามาหาเหิม

“ไหนล่ะงานที่จะให้เราทำ”

เหิมหยิบรูปพร้อมซองเล็กๆออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทส่งให้ ลูกพี่รับมาดูถามว่าคนนี้หรือ เขาพยักหน้า

“รายละเอียดต่างๆของผู้หญิงคนนี้อยู่ในซองนั้นทั้งหมด งานง่ายๆไม่มีอะไรยากแลกกับค่าเหนื่อยอย่างงาม ลงมือให้เร็วที่สุด” เหิมกำชับ

มือปืนทั้งสองคนรับคำ สมุนคว้ารูปจากลูกพี่มาดู ปรากฏว่ามันเป็นรูปของดาญ่า

ooooooo


ละครคุณหนูเรือนเล็ก ตอนที่ 5 อ่านคุณหนูเรือนเล็กติดตามละครคุณหนูเรือนเล็ก ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร,เกศรินทร์ น้อยผึ้ง 28 พ.ย. 2561 06:56 2018-12-03T00:11:24+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ