ข่าว

วิดีโอ



คุณหนูเรือนเล็ก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์

กำกับการแสดงโดย: คณวัชร สังวริบุตร

ผลิตโดย: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร,เกศรินทร์ น้อยผึ้ง

กุญแจที่ดาญ่าเอามาให้อาณัติดูเป็นกุญแจไขตู้เซฟดอกจริง เขาอดถามไม่ได้ว่าเธอไปเจอที่ไหน

“คุณพ่อฝากคนคนหนึ่งให้ดูแลกุญแจไว้ให้ฉันค่ะ แต่ฉันบอกไม่ได้หรอกนะคะว่าคนคนนั้นเป็นใคร”

“อ๋อครับ ถ้างั้นเชิญครับ ตามผมมาผมจะพาคุณไปยังตู้เซฟดิพอสอิตบอกซ์”...

ระหว่างที่อาณัติพาดาญ่าไปไขตู้เซฟ วัชรีโทร.ไปบ่นกับเหิมว่าถูกภิมุขหลอกให้หลงดีใจเก้อ นั่นไม่ใช่กุญแจตู้เซฟ และที่สำคัญตอนนี้นังดาญ่าอยู่ที่ธนาคารด้วย คงไม่ได้มาถอนเบิกเงินแน่ๆ

“ไอ้ผู้จัดการธนาคารมันพวกคุณไม่ใช่เหรอ โทร.ถามจากมันสิ ได้เรื่องยังไงโทร.บอกวัชด้วย แค่นี้นะ”วัชรีวางสายอย่างหัวเสีย เหิมเริ่มใจคอไม่ดี

“หวังว่านังเด็กนั่นคงจะยังไม่เจอกุญแจตู้เซฟนะ ในเซฟมันต้องมีอะไรสำคัญแน่ๆ โธ่เว้ย ไอ้ภิมุขแกเล่นอะไรกับฉันเนี่ย ตายไปแล้วยังไม่วายทิ้งปัญหาไว้ให้ปวดหัวอีก ขอให้วิญญาณแกตกนรกอย่าได้ไปผุดไปเกิดเลย”...

ด้านเทวัตที่นั่งรอดาญ่าอยู่ในธนาคารชะเง้อมองเข้าไปด้านใน ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยคำถาม ทำไมเธอหายไปนานนัก มาทำอะไรที่นี่กันแน่ แล้วทำไมต้องปิดบังเขาด้วย...

อาณัติไขกุญแจตู้เซฟเสร็จก็ออกมาจากห้องนิรภัยปล่อยให้ดาญ่าเปิดดูของในตู้ตามลำพัง เมื่อเธอเห็นของที่อยู่ข้างในถึงกับน้ำตาไหลพราก เป็นเครื่องเพชรของแม่ที่พ่อสั่งทำให้นับสิบชุดราคาแพงระยับ เครื่องเพชรเหล่านี้เป็นสมบัติแสนรักของแม่ที่พ่ออุตส่าห์เก็บไว้ให้เธอหลังจากหยิบเครื่องเพชรชุดสุดท้ายขึ้นมาจากกล่องเหล็กของตู้เซฟดาญ่าพบซองเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่ หยิบขึ้นมาดูพบว่าถูกปิดผนึกไว้แน่นหนา...

เสียงสายเรียกเข้าจากเหิมทำให้อาณัติต้องรีบเดินหลบๆออกมายังมุมปลอดคนก่อนจะกดรับสาย เหิมโทร.มาถามว่าดาญ่ามาหาเขาที่ธนาคารหรือ เขารายงานว่าเธอมาพร้อมกับกุญแจตู้เซฟดอกจริง  ตอนนี้กำลังเช็กของที่ภิมุขฝากไว้ในตู้เซฟ เหิมอยากรู้ว่าเธอได้บอกเขาไหมว่าได้กุญแจมาจากไหนอย่างไร

“คุณดาญ่าบอกว่าคุณภิมุขฝากคนคนหนึ่งให้ดูแลกุญแจเซฟไว้ให้ครับ”

“อะไรนะ...ฝากไว้กับใคร”

“ผมไม่ทันจะถามคุณดาญ่าก็ดักคอซะแล้วว่าบอกไม่ได้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร”

เหิมแค้นมากพาลเล่นงานอาณัติยอมให้ดาญ่าเปิดตู้เซฟง่ายๆได้อย่างไร เขาโวยกลับว่ามีหน้าที่แค่แจ้งข่าวดาญ่าให้รู้เท่านั้น นอกเหนือจากนี้เหิมต้องไปจัดการเอาเอง แล้วขอตัวไปทำงานต่อ ก่อนจะวางสายไป เหิมโกรธแทบจะขว้างมือถือทิ้ง แต่นึกขึ้นได้ว่าต้องโทร.บอกเรื่องนี้ให้วัชรีรู้ รีบกดเบอร์

“ฮัลโหลคุณวัช นังเด็กเวรนั่นหากุญแจไปเปิดเซฟได้แล้ว...ทำยังไงน่ะเหรอ ผมยังคิดอะไรไม่ออก ไปเจอกันที่คอนโดฯนะ แล้วค่อยคุยกัน” เหิมวางสายอารมณ์บูดสุดๆ

ooooooo

ดาญ่าไม่ได้เอาเครื่องเพชรกลับยังคงฝากไว้ในตู้เซฟเหมือนเดิม ที่เอาติดมือออกมามีเพียงซองเอกสารสีน้ำตาลซองนั้น อาณัติมองซองเอกสารเขม็งรู้ว่าเธอเพิ่งเอาออกมาจากเซฟ อยากรู้ว่าในนั้นคืออะไรแต่ไม่กล้าถาม

ที่เก้าอี้ซึ่งก่อนหน้านี้เทวัตนั่งซุ่มรอดาญ่าอยู่ตอนนี้มันว่างเปล่าแล้ว เธอออกจากห้องทำงานอาณัติจึงไม่เห็นเขา ระหว่างเดินมาที่รถซึ่งจอดอยู่หลังธนาคาร ดาญ่ารู้สึกเหมือนมีคนเดินตาม ไม่กล้าหันมองกลัวคนสะกดรอยตามจะรู้ตัว กอดซองเอกสารกระชับแนบอก เร่งฝีเท้าเร็วขึ้น คนเดินตามเร่งฝีเท้าตาม ครั้นเลี้ยวพ้นมุมตึก เธอคว้ากระถางต้นไม้ใกล้มือจะทุ่มหัวคนเดินตามแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเต็มสองตาว่าคือเทวัต

“นี่คุณสะกดรอยตามฉันมาที่ธนาคารเหรอ”

“ผมยอมรับว่าตามคุณมา แต่ตามมาด้วยความเป็นห่วง เห็นคุณออกจากบ้านมาคนเดียว”

ดาญ่าแดกดันห่วงแบบนั้นเหมือนสอดแนมกันมากกว่า เทวัตตัดพ้อทำไมถึงคิดกับเขาแบบนี้ หรือมีใครมาพูดอะไรให้เธอเข้าใจเขาผิดจนระแวงไม่เชื่อใจกันเธอนึกถึงคำเตือนของคุณหนูเรือนเล็กแต่ไม่กล้าพูดอะไรได้แต่อึกๆอักๆ แถมหลบสายตาเขาอีกต่างหาก เขาเห็นอย่างนั้นก็เลยแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เธอต้องเอนตัวหนียัดกระถางต้นไม้ใส่มือเขา ฝากคืนให้ด้วย จากนั้นจ้ำพรวดๆไปที่รถ...

ขณะที่ดาญ่าจำต้องตัดใจจากเทวัตเพราะเชื่อคำเตือนของคุณหนูเรือนเล็กที่ว่าเขาอาจเป็นหนึ่งในชายสามคนที่เป็นอันตรายกับเธอ เหิมมาพบกับวัชรีที่คอนโดฯตามนัด เล่าแผนการที่จะจัดการกับดาญ่าให้ฟังว่าจะใช้เทวัตไปทำให้มันหลงเสน่ห์จนถอนตัวไม่ขึ้น วัชรีร้องเอะอะ

ทำอย่างนั้นได้อย่างไร ในเมื่อตนจองเขาไว้ให้หลานรัก

ของตัวเองแล้ว เหิมไม่ได้จะให้เทวัตจริงจังกับเด็กนั่น แค่จีบเล่นๆเพื่อจะสอดแนมเธอได้ง่ายขึ้น

“ตอนนี้นังดาญ่ามันไม่เหลือใครอีกแล้ว มีอะไรมันต้องปรึกษาตาวัตแน่ๆ”

“แล้วพี่เหิมแน่ใจเหรอว่าตาวัตจะยอมช่วยเรา”

เหิมแน่ใจว่าเทวัตจะทำตามคำสั่งเพื่อทดแทนบุญคุณที่ตนเลี้ยงมันมา...

ทางฝ่ายดาญ่าเดินหงอยๆมาตามทางเดินริมน้ำ ไล่เทวัตไปแล้วใจตัวเองกลับหายไปพร้อมกับเขาด้วย บ่นพึมพำนี่ตนจะไม่เหลือเพื่อนสักคนให้ไว้ใจได้เลยหรือ มีเสียงเทวัตดังขึ้นจากด้านหลัง

“มีสิครับ ผมยังเป็นเพื่อนของคุณอยู่ แต่ดูเหมือนว่าคุณต่างหากที่ไม่ต้องการผมเป็นเพื่อนอีกแล้ว” เทวัตเห็นดาญ่าจะเดินหนีคว้าแขนไว้ “คุณมีเรื่องอะไรในใจที่ไม่อยากให้ผมรู้เหรอครับถึงพยายามหนีผมขนาดนี้”

ดาญ่าอ้างเทวัตเป็นคนเตือนเธอเองว่าเรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร แม้แต่ตัวเขาเองเธอก็ไม่ควรไว้ใจ

“งั้นให้ผมเดานะครับ ที่คุณมาธนาคารในวันนี้คุณหากุญแจเซฟของพ่อคุณเจอแล้วและคุณไม่อยากให้ผมรู้” เทวัตเห็นเธอนิ่งเงียบนั่นก็แสดงว่าตนเดาถูก ดาญ่าหวังว่าเรื่องเจอกุญแจตู้เซฟคงไม่รู้ถึงหูวัชรี เขารับรองหากท่านรู้ก็ต้องไม่ได้มาจากปากเขา แต่เมื่อครู่นี้เธอเจอท่านที่ธนาคารไม่ใช่หรือ คิดว่าท่านจะไม่รู้หรือว่าเธอไปทำอะไร

“รู้ก็รู้ไปสิ ทำไมฉันต้องกลัว”

“ผมดีใจที่เห็นคุณแข็งแกร่งขึ้น กลับบ้านดีๆนะครับดาญ่า ต้องการผมเมื่อไหร่ คุณยังไม่ลบเบอร์โทร.ผมใช่ไหมครับ” ว่าแล้วเทวัตผละจากไป ดาญ่าได้แต่มองตามใจหาย

ooooooo

ในเวลาต่อมา ที่ร้านอาหารใกล้บริษัทเอกธนกิจ รังสรรค์เข้ามาหาอะไรกินเจอดาญ่านั่งกินข้าวเพียงลำพัง ปรี่เข้าไปขายขนมจีบตามประสาหนุ่มเจ้าชู้ เธอไม่มีอารมณ์จะเสวนาด้วย เรียกบริกรมาเช็กบิลแล้วลุกหนี เขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆตามมาชวนคุยว่ามาทำอะไรแถวนี้ เธอตอบอย่างเสียไม่ได้ว่ามาดูทำเลเผื่อได้งานทำแถวนี้

“อ่า งั้นแปลว่าคุณสมัครงานไว้แถวนี้สิครับ บริษัทอะไรเอ่ย ผมช่วยบอกได้นะครับว่าบริษัทไหนดีไม่ดี”

ดาญ่าอยากได้ความเห็นของคนอื่นเรื่องบริษัทของพ่ออยู่พอดีจึงยอมบอกว่าเขียนใบสมัครออนไลน์ไว้กับบริษัทเอกธนกิจ รังสรรค์อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงอะไรจะบังเอิญขนาดนั้น ถามย้ำว่าสมัครที่บริษัทนั้นจริงหรือ

“ค่ะ ทำไมล่ะคะ บริษัทนี้ไม่ดีเหรอคะ หรือว่ากำลังจะเจ๊ง”

รังสรรค์หัวเราะขำ บริษัทนี้จะเจ๊งได้อย่างไร ออกจะใหญ่โตมั่นคงขนาดนั้น ชมดาญ่าว่าตาถึงมาก แล้วนี่ทางบริษัทเรียกเธอไปสัมภาษณ์หรือยัง เธอส่ายหน้า

ยังเงียบกริบอยู่เลย ได้แต่หวังว่าบริษัทแห่งนี้จะตาถึงเลือกเธอเข้าไปทำงาน ขอบคุณเขาสำหรับความคิดเห็น แล้วขอตัวกลับก่อน

“คุณไปจากผมได้ไม่นานหรอกครับ เราต้องได้เจอกันอีก” รังสรรค์มองตามดาญ่าที่เดินจากไป ดีใจสุดๆ

ไม่อยากจะเชื่อว่าฟ้าดินเป็นใจให้ขนาดนี้...

ครั้นกลับถึงบริษัทเอกธนกิจ รังสรรค์สั่งให้อำนวยเอารายชื่อคนสมัครงานบริษัทของเราทางออนไลน์พร้อมประวัติมาให้ รีบเปิดดูรูปผู้สมัครเจอรูปดาญ่าซึ่งใช้ประวัติปลอมทั้งหมด

“ภัทศา รักวงศ์ จบมาจากอเมริกาซะด้วย โปรไฟล์สวยไม่แพ้รูปร่างหน้าตา” ว่าแล้วรังสรรค์ส่งแฟ้มของดาญ่าคืนให้อำนวย สั่งให้เรียกผู้หญิงคนนี้มาสัมภาษณ์วันพรุ่งนี้เลย เขารับคำรีบไปปฏิบัติตามคำสั่ง...

ดาญ่าวางสายจากอำนวยด้วยความดีใจที่แผนการแฝงตัวเข้าไปในบริษัทของพ่อสำเร็จด้วยดี ร้องเรียก

คุณหนูเรือนเล็กให้ออกมาหา ขอบใจที่ช่วยให้เธอหากุญแจตู้เซฟเจอ คุณหนูว่าแค่นี้เรื่องจิ๊บๆไม่ต้องขอบใจ ดาญ่ายืนยันนี่เป็นเรื่องใหญ่มากในชีวิตของเธอที่ได้รู้ว่าพ่อเก็บสมบัติของแม่ไว้ให้ ทั้งบัญชีเงินฝาก ทั้งเครื่องเพชรและยังมีซองเอกสารนี่อีก แล้วชูซองนั่นให้ดูถามว่ารู้ไหมว่าในนี้มีอะไร

“ฮึ...เขารู้มากก็จริงอยู่แต่เขาไม่รู้ทุกเรื่องหรอกนะ ตัวเองอยากรู้ก็แกะดูเอาเองสิ”

หญิงสาวเปิดซองเอกสารออกดู เจอจดหมายเขียนด้วยลายมือพ่อถึงตัวเอง เป็นทำนองว่าขอโทษที่ท่านอาจจะอยู่ไม่ถึงวันเกิดปีนี้ของเธอ ท่านตระหนักแล้วว่าไม่มีใครอีกแล้วที่จะรักท่านได้มากเท่าดารินกับเธอ แต่กว่าท่านจะเข้าใจก็เกือบสายเกินไป สิ่งที่แนบมาในซองเป็นหลักฐานยืนยันว่าท่านไม่เคยลืมว่ารักและห่วงใยลูกสาวคนเดียวของท่านแค่ไหน ดาญ่าหยิบเอกสารสำคัญอีกชุดหนึ่ง

ในซองออกมาดูถึงกับปล่อยโฮ

คุณหนูเรือนเล็กสงสารเธอจับใจโผกอดร้องไห้ไปด้วยกัน

ooooooo

ที่รังรักของวัชรี หลังจากเสร็จกิจ วัชรีลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าพลางบ่นอยากรู้จริงๆว่าดาญ่าเปิดตู้เซฟธนาคารเจออะไรในนั้นบ้าง เหิมเดาว่าน่าจะเป็นเครื่องเพชรทั้งหมดของดาริน ภาวนาให้มีแค่นั้น อย่าให้มีพินัยกรรมก็แล้วกัน เธอถึงกับหน้าตาตื่นเข้ามาเขย่าแขนเขา

“ถ้างั้นพี่เหิมก็รีบทำอะไรสักอย่างสิ ก่อนที่นังนั่นจะฮุบสมบัติไปหมด”

“อย่าเพิ่งตีโพยตีพายน่าวัช ผมก็แค่คิดๆไป มันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ ก่อนตายไอ้ภิมุขมันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองจะต้องตายโหงก่อนเวลาอันควร มันคงไม่ได้เตรียมการอะไรไว้หรอก” คำพูดปลอบใจของเหิมไม่ได้ทำให้วัชรีสบายใจขึ้นแม้แต่น้อย...

แม้จะปลอบวัชรีให้ใจเย็นๆ แต่เหิมเองกลับเครียดเรื่องพินัยกรรมของภิมุขเสียเอง ทันทีที่กลับถึงบ้าน เขาขึ้นไปหาเทวัตที่ห้องนอน ได้ยินเสียงคนอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ เดินไปดูที่โต๊ะทำงานเห็นแบบพิมพ์เขียวบ้านไม้ที่เพิ่งเขียนเสร็จกางอยู่ มองผ่านๆไม่ได้สนใจอะไรนักเทวัตเดินเช็ดผมออกจากห้องน้ำเห็นพ่อยืนหันหลังมองแบบบ้านที่เพิ่งเขียนเสร็จอยู่ เดินเข้าไปหา เหิมอดสงสัยไม่ได้

ยุคนี้แล้วยังมีคนมาจ้างลูกออกแบบบ้านโบราณอีกหรือ

“เขาชอบสะสมไม้เก่าน่ะครับพ่อ เหมือนอาภิมุข

...เอ่อ พ่อมาหาผมมีอะไรหรือเปล่าครับ”


“ฉันมีเรื่องดาญ่าจะคุยกับแก แต่งตัวเสร็จแล้วลงไปคุยกับฉันข้างล่าง”...

ไม่นานนักเทวัตมายืนอยู่ตรงหน้าเหิมซึ่งถาม

ไม่อ้อมค้อมว่าดาญ่าได้บอกอะไรเขาหรือเปล่าว่าไปธนาคารทำไม เขาส่ายหน้า เหิมรู้มาว่าเธอแอบเอากุญแจไปเปิดตู้เซฟธนาคารที่ภิมุขเช่าเก็บของเอาไว้ เขาสงสัยทำไมพ่อถึงใช้คำว่าแอบ เธอเป็นลูกสาวย่อมมีสิทธิ์จะจัดการกับทรัพย์สินของพ่อได้อยู่แล้ว

“ใครบอกแก ตราบใดที่พินัยกรรมยังไม่เปิดยัยเด็กนั่นไม่มีสิทธิ์จะมาแตะต้องสมบัติอะไรทั้งนั้น มันไม่ยุติธรรมกับคุณวัชเขาเป็นเมียที่จดทะเบียนสมรสกับคุณภิมุขถูกต้องตามกฎหมาย แกจะไปรู้ใจคนตายได้ยังไงว่าเขาอยากยกสมบัติให้เมียใหม่หรือลูกเมียเก่ากันแน่”

“เราก็ไม่รู้พอๆกันแหละครับพ่อ ว่าอาภิมุขอยากยกสมบัติให้ใคร”

เหิมคุยอวดว่าตัวเองรู้ดีกว่าเทวัตว่าภิมุขอยากจะยกสมบัติให้ใคร แต่ห้ามเขาถามอะไรมากกว่านี้เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ที่เขาต้องรู้ เขามีหน้าที่ช่วยตนล้วงเอาคำตอบจากดาญ่ามาให้ได้ว่าภิมุขเก็บอะไรไว้ในตู้เซฟธนาคาร

ooooooo

วันรุ่งขึ้นเทวัตนำแบบบ้านเรือนไม้ไปให้วิจารณ์ดูถึงคฤหาสน์ แม่บ้านพาเขาไปนั่งรอที่ศาลากลางสวน ครู่ต่อมา วิจารณ์เดินมากับพี่สาวคุณหนูเรือนเล็กเห็นเทวัตนั่งหน้าหมองรอท่าอยู่ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“เอ่อ เปล่าครับ สวัสดีครับ  ผมมารบกวนท่านแต่เช้า พอดีผมออกแบบบ้านท่านเสร็จแล้ว ลองดูสิครับว่าแบบตรงกับใจท่านหรือเปล่า” เทวัตเอาแบบบ้านยื่นให้วิจารณ์ตรวจสอบ ท่านดูเสร็จก็บอกว่าถูกใจแล้ว  แต่ยังขาดอะไรบางอย่าง เขาอยากรู้ว่าขาดอะไร วิจารณ์บอกเขาไม่ได้

“คุณคงจะรู้ด้วยตัวเองว่าแบบบ้านนี้ขาดอะไรถ้าได้เจอกับคนที่จะเป็นผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนี้”

“ท่านหมายถึงลูกสาวคนเล็กของท่านน่ะเหรอครับ แล้วผมจะเจอตัวได้ยังครับในเมื่อลูกสาวท่านยังหายสาบสูญอยู่” พูดไปแล้วเทวัตนึกขึ้นได้ “เอ่อ ขอโทษครับท่าน ผมไม่ควรพูดทำให้ท่านไม่สบายใจ”

วิจารณ์ไม่ถือสา ทุกวันนี้ท่านอยู่กับความจริงว่าลูกสาวของท่านยังหายสาบสูญอยู่แต่ก็ยังอยู่ได้เพราะยังมีความหวังว่าสักวันเธอจะต้องกลับมาหา แล้วชวนเทวัตให้ตามท่านมามีอะไรจะให้ดู...

จากนั้นไม่นาน วิจารณ์พาเทวัตมายังห้องนอนของใครบางคน มาหยุดยืนตรงหน้ารูปวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ของหญิงสาวในชุดไทยกำลังนั่งพับเพียบสีซอสามสาย

“นี่ไงหนูเล็ก ลูกสาวที่น่ารักของฉัน” วิจารณ์เสียงสั่นน้ำตาคลอคิดถึงลูกสาวจับใจ

การที่วิจารณ์พาเทวัตมาที่ห้องของหนูเล็กซึ่งยังคงสภาพไว้เหมือนเดิมทุกอย่างก่อนเธอจะหายตัวไป เพื่อให้เขาได้รู้จักเธอมากขึ้น จะได้รู้ว่าแบบบ้านเรือนไม้ที่ยังไม่สมบูรณ์ขาดอะไรไป นอกจากนี้ท่านเล่าประวัติคร่าวๆของลูกสาวให้ฟังว่าชอบซอสามสายมาก แถมมีพรสวรรค์สามารถสีเป็นเพลงได้เองโดยไม่ได้ไปเรียนจากที่ไหน ท่านกับประยงค์น้องสาวของท่านต้องการสนับสนุนเธอจึงพาครูเฉื่อยมาสอนสีซอให้ถึงบ้าน

ทั้งจักราชและจักรณพี่ชายคนโตกับคนรองไม่ได้ปลื้มที่น้องสาวมีพรสวรรค์ด้านนี้ มีเพียงจักรินเท่านั้นที่ชื่นชอบ เมื่อไหร่ที่เธอสีซอสามสาย เขาจะชมไม่หยุดปากว่าไพเราะเหลือเกิน

ด้วยความรักในเครื่องดนตรีชนิดนี้ทำให้หนูเล็กใช้เวลาฝึกฝนกับครูเฉื่อยไม่นานก็สามารถบรรเลงเพลงไทยเดิมได้หลายเพลง ทั้งเพลงเชิดนอก เพลงบุหลันลอยเลื่อนและเพลงนกขมิ้น การเล่าเรื่องราวของวิจารณ์เหมือนดึงเทวัตย้อนอดีตเข้าไปร่วมในเหตุการณ์ทำให้เขาได้ยินเสียงซอสามสายฝีมือเธอไปด้วย

“ทุกๆวันหลังกลับมาจากโรงเรียน หนูเล็กจะตั้งใจเรียนซอสามสายกับครูเฉื่อยจนสามารถเล่นซอสามสายได้อย่างคล่องขึ้น ไพเราะจับใจ ฉันไม่เคยลืมเสียงซอของหนูเล็กเลย เสียงนั้นยังคงดังอยู่ทั่วบ้านหลังนี้” น้ำเสียงของวิจารณ์อาวรณ์ยิ่งนัก เทวัตซึมซับความรู้สึกของท่านได้ พึมพำชื่อเพลงซอสามสายออกมาโดยไม่รู้ตัว

“เชิดนอก ทะแยสามชั้น บุหลันลอยเลื่อน นกขมิ้น”

“คุณรู้จักเพลงพวกนั้นด้วยเหรอ” วิจารณ์มองเทวัตแปลกใจ ชายหนุ่มยืนนิ่งเหมือนต้องมนตร์สะกด ท่านต้องเอื้อมมือไปแตะไหล่เรียก เขาถึงตื่นจากภวังค์ ท่านถามซ้ำว่ารู้จักเพลงซอสามสายพวกนั้นด้วยหรือ เขามองงงๆ

เพลงอะไรหรือ วิจารณ์ถึงกับร้องอ้าวก็ที่เขาพูดชื่อเพลงพวกนั้นออกมาเมื่อครู่นี้

“ผมพูดเหรอครับ” เทวัตครุ่นคิดหนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง พลันมีเสียงซอสามสายดังก้องในหู “คลับคล้ายคลับคลาว่าตอนเด็กๆผมเคยได้ยินเสียงเพลงเดี่ยวซอสามสายพวกนั้นน่ะครับ”

“ได้ยินจากที่ไหน หรือว่าคุณแม่คุณเล่นซอสามสายเป็น” วิจารณ์มองคู่สนทนาอย่างสนใจ เขาส่ายหน้าสีหน้าหม่นหมอง ไม่ทราบว่าท่านเล่นเป็นหรือเปล่าเพราะพ่อกับแม่ของเขาตายตั้งแต่เขายังจำความไม่ได้ พ่อบุญธรรมเป็นคนเลี้ยงดูเขามาจนโต เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าท่านทั้งสองคนตายอย่างไร เขาเคยถามพ่อบุญธรรมแต่ท่านไม่อยากจะเล่าอะไรให้ฟังมากนัก เขาเองก็ไม่อยากกวนใจถามอะไรท่าน

“งั้นเหรอ ฉันเสียใจด้วยนะคุณ ฉันไม่น่าจะพูดสะกิดใจให้คุณคิดมากเลย”

“ไม่คิดมากหรอกครับท่าน เรื่องมันนานมาแล้วผมเองจำหน้าพ่อแม่ไม่ได้ด้วยซ้ำ”

วิจารณ์แปลกใจไม่มีรูปพวกท่านไว้ให้ดูต่างหน้าเลยหรือ เทวัตส่ายหน้าไม่มีเลยสักใบ เขาไม่เคยรู้เลยว่าหน้าตาพ่อกับแม่ตัวเองเป็นอย่างไร สีหน้าเศร้าสร้อยของเขาทำให้วิจารณ์สงสารจับใจ

ooooooo

ที่ห้องพักในโรงแรมหรูกลางกรุง จักรินตาแดงก่ำจากฤทธิ์เหล้า บ่นพึมพำว่าถ้าไม่ใช่เพราะซอสามสาย เรื่องเลวร้ายทุกอย่างคงไม่เกิดขึ้น ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเคียดแค้น โทษว่าที่ตัวเองต้องกลายเป็นฆาตกรฆ่าน้องสาวก็เพราะการเรียนซอสามสายของเธอนั่นเอง

ไม่นานนัก เหิมหิ้วกระเป๋าเอกสารเข้ามาในห้อง จักรินที่ยังหมกมุ่นกับเรื่องของหนูเล็กบ่นเสียงเครียดว่า

“ถ้าเลิกพูดถึงเลิกคิดถึงหนูเล็กซะ คุณพ่อกับฉันคงไม่ต้องมาเจอวิบากกรรมร่วมกันแบบนี้”

“ถ้าจะให้เลิกก็คงต้องรอจนกว่าพ่อแกตายโน่นแหละซึ่งก็คงอีกนานเพราะพ่อแกดูยังสุขภาพดีมาก”

จักรินคงไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่นยืนยันให้ฟ้องได้เลย เหิมยิ้มพลางตบกระเป๋าเอกสาร ตนเตรียมมาพร้อมแล้ว พี่ชายของเขาสองคนเซ็นเอกสารไว้ให้แล้วเหลือแค่เขาคนเดียวที่ยังไม่ได้เซ็น แล้วหยิบเอกสารจากกระเป๋ามาวางตรงหน้าจักรินพร้อมกับชี้จุดที่จะให้เซ็นชื่อซึ่งมีรายชื่อต่อจากที่พี่ชายสองคนของเขาเซ็นเอาไว้ก่อนหน้า เหิมบอกอีกด้วยว่านัดคุยกับทีมทนายของพ่อเขาที่ล็อบบี้ข้างล่าง

“ฉันจะไปดูมันด้วย อยากรู้ว่ากระดูกมันเบอร์ไหน สู้แกได้ไหม”...

เมื่อถึงเวลาตามนัด เหิมเดินนำจักรินลงมาที่ล็อบบี้ ต้องตกใจปนหนักใจเมื่อเห็นว่าทนายฝ่ายวิจารณ์คืออารยะเพื่อนสนิทของเทวัตนั่นเอง...

ในขณะที่จักรินโทษโชคชะตาที่ดึงเทวัตเข้ามาใกล้ทั้งที่ต้องการกันเขาออกไปจากชีวิต วิจารณ์ยิ่งถูกชะตากับเทวัตมากขึ้น เพราะชีวิตของทั้งคู่ช่างคล้ายกันเหลือเกิน ท่านสูญเสียลูกสาวที่รักไป ส่วนเขาสูญเสียพ่อกับแม่

“แต่สำหรับท่านยังมีความหวังอยู่นะครับว่าลูกสาวจะกลับมาหาท่านอีก ส่วนผมน่ะหมดหวังที่จะได้เจอพ่อแม่แล้ว ผมถึงอยากเอาใจช่วยท่านครับ จะรีบเอาแบบบ้านนี้ไปแก้ไข ท่านจะได้สร้างบ้านทันวันที่คุณหนูเล็กกลับมา” คำพูดของเทวัตทำให้วิจารณ์มีกำลังใจขึ้นมาทันที จับไหล่เขาพลางขอบใจกับคำพูดดีๆของเขา ทั้งสองคนยิ้มให้กัน ต่างรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด...

หลังการพูดคุยจบลง อารยะสรุปว่าลูกชายของวิจารณ์ทั้งสามคนตัดสินใจจะฟ้องท่านให้เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถและร้องขอต่อศาลเพื่อขอเป็นผู้พิทักษ์ท่าน จักรินยื่นข้อเสนอ

“ถ้าไม่อยากไปเจอกันในศาล คุณช่วยไปกราบเรียนคุณพ่อให้ทีสิว่าเรื่องนี้มันง่าย ถ้าคุณพ่อยินดีให้ผมเข้าไปดูแลท่าน พูดจาตกลงกันดีๆตามประสาพ่อลูก ผมยินดีจะยกเลิกการฟ้องร้องทุกอย่าง”

อารยะพูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่าตัวเองเป็นทนายของวิจารณ์จะช่วยพูดแทนจักรินได้อย่างไร ในเมื่อตกลงกันไม่ได้ เหิมบอกให้อารยะเตรียมตัวรับหมายแล้วไปเจอกันที่ศาลได้เลย

ooooooo

ทันทีที่กลับถึงห้องพัก จักรินเครียดจัดที่ถูกโชคชะตาเล่นตลก ทนายในโลกนี้มีเป็นล้านๆคนทำไมพ่อของตนถึงจ้างทนายที่ดันเป็นเพื่อนรักของเทวัตมาสู้คดีกับตน เหิมเองก็เพิ่งรู้เรื่องนี้พร้อมๆกับเขา

“แล้ว...แล้วแกแน่ใจนะว่าไอ้เทวัตลูกเลี้ยงแกมันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ...”

“เฮ้ย ฉันบอกว่าไม่รู้ก็ไม่รู้สิ เทวัตมันเคยสนใจอะไรที่ไหนนอกจากเรื่องงานออกแบบบ้านของมัน”

“แต่ไอ้ทนายเพื่อนมันมาเจอแกเป็นทนายให้ฉันแบบนี้ มันต้องเอาไปเล่าให้ไอ้เทวัตฟังแน่ๆ”

เหิมเห็นท่าทางร้อนใจของจักรินต้องปลอบให้ใจเย็นๆอย่าเพิ่งร้อนตัวไป ถึงตนจะปิดปากอารยะไม่ได้แต่กับเทวัตตนปิดปากปิดหูปิดตามันด้วยบุญคุณได้แน่นอน จักรินย้ำไม่ว่าจะอย่างไรต้องกันไม่ให้เทวัตรู้จักกับพ่อของเขาเด็ดขาด...

เป็นอย่างที่จักรินคาดไว้ไม่มีผิด อารยะโทร.บอกเทวัตที่กำลังเดินมาขึ้นรถที่จอดอยู่ในบ้านวิจารณ์เรื่องที่เหิมเป็นทนายให้ลูกชายของวิจารณ์ เขาถึงกับร้องเอะอะอะไรจะบังเอิญได้ขนาดนั้น อารยะนัดให้เขามาเจอกันหน่อย

“โอเคๆ แค่นี้ก่อนนะเดี๋ยวไปเจอกันแล้วค่อยคุย ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้” เทวัตวางสายพลางถอนใจ หนักใจ ทำไมพ่อของเขาถึงไปว่าความให้คนเลวๆที่คิดจะฟ้องเอาสมบัติจากพ่อบังเกิดเกล้าด้วย บ่นเสร็จเขาสตาร์ตรถค่อยๆขับออกมา พลางมองทางกระจกส่องหลังเห็นวิจารณ์ยืนจูงมือเด็กหญิงผมจุกอยู่

“ฮะ...เด็กผมจุกอีกแล้ว” เทวัตขยี้ตาตัวเองมองไปอีกครั้งเด็กผมจุกก็ยังอยู่ จ้องมองอย่างนั้นจนลับสายตา...

ฝ่ายพี่สาวของคุณหนูเรือนเล็กที่จูงมือวิจารณ์ มองจนรถของเทวัตไปพ้นประตูรั้ว จึงหันมาบอกท่านว่าพี่ชายคนนั้นมองเห็นเธออีกแล้ว วิจารณ์ยิ้มปลื้มคงเป็นเพราะเขาเป็นคนพิเศษถึงได้มองเห็นเธอ

“ยังงี้คุณปู่ก็ชอบพี่ชายคนนี้เข้าแล้วสิ เขารูปหล่อ ดีนะคะ” เด็กน้อยกระเซ้า

วิจารณ์ไม่ได้ชอบเทวัตที่หน้าตาแต่ท่านสัมผัสได้ว่าข้างในจิตใจของเขาดีมาก ถ้าไม่ใช่เพราะถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดี สายเลือดของพ่อแม่เขาก็ต้องดีมากๆถึงได้ถ่ายทอดมาถึงลูก โชคร้ายที่เขาต้องมากำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็ก พูดถึงเรื่องโชคร้ายของเทวัตแล้ว วิจารณ์รู้สึกเศร้าใจไปด้วยราวกับเป็นเรื่องของตัวเอง

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ดาญ่ามาถึงบริษัทเอกธนกิจตามนัด เนตรสุดาแปลกใจที่รู้ว่าเธอมาเพื่อสัมภาษณ์งาน ตะโกนเรียกอำนวยมาสอบถามว่านัดสัมภาษณ์ใครไว้หรือเปล่า เขานัดไว้หนึ่งรายแล้วก้มดูแฟ้มในมือ

“คุณภัทศา รักวงศ์  ใช่ไหมครับ กำลังรออยู่พอดี   เอ่อ...สักครู่นะครับ” อำนวยเดินไปที่โต๊ะข้างๆหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดสายภายใน “คุณรังสรรค์ครับ คนที่ให้นัดสัมภาษณ์มาแล้วครับ”

เนตรสุดาที่ยืนฟังอยู่ถึงกับเบ้ปาก “มิน่าถึงนัดมาสัมภาษณ์แค่คนเดียวเดี่ยวๆ” พูดจบเธอผละจากไป ดาญ่ามองตามไม่เข้าใจทำไมเธอถึงแสดงท่าทีไม่พอใจ...

ด้านรังสรรค์บอกกับอำนวยว่าจะสัมภาษณ์เองให้เขาพาไปรอในห้องได้เลย วางสายแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิดกล้องหน้าสำรวจความเรียบร้อยของหน้าตาและทรงผม นันทิยาที่อยู่ในห้องด้วยพอเดาเหตุการณ์ออก นี่เขาจะเอากิ๊กมาทำงานอีกแล้วหรือ คราวที่แล้วไม่เข็ดอีกหรือหล่อนทำอะไรไม่เป็นสักอย่างจนถูกอาเหิมไล่ออก


“คนนี้รับรองไม่เหมือนคนนั้น จบนอกเนื้อเกรดเอ ขนาดยังไม่ได้ชิมยังอิ่มเลย”

นันทิยาอยากรู้ว่าผู้หญิงที่ไหน รังสรรค์เกือบจะบอกว่าเป็นผู้หญิงที่เคยเห็นเทวัตควงแต่ยั้งปากไว้ทัน ได้แต่บอกว่าอย่าเพิ่งรู้เลยจะดีกว่า  เดี๋ยวไปทำให้ไก่ตื่นหมด ไว้เขาชัวร์เมื่อไหร่จะพามาโชว์ตัว นันทิยาบอกให้เขารีบเซ็นเช็คให้ จะรีบไปใช้เงิน ครั้นได้เช็คสมใจเธออวยพรพี่ชายให้จับไก่สาวตัวใหม่สำเร็จ...

ดาญ่าเดินตามอำนวยไปที่ห้องสัมภาษณ์ นันทิยาเดินมาอีกทางหนึ่งกำลังจะจ๊ะเอ๋กัน วัชรีโทร.มาเสียก่อน เธอก้มหามือถือที่อยู่ในกระเป๋าเป็นจังหวะที่อำนวยเดินนำดาญ่าเลี้ยวไปอีกทาง ทำให้คลาดกันเฉียดฉิว...

นอกจากแคล้วคลาดกับโจทก์เก่าแล้ว ดาญ่ายังโชคดีที่ได้รังสรรค์เป็นคนสัมภาษณ์งาน เพราะเขารับเธอเข้าทำงานตั้งแต่รู้ว่าเขียนใบสมัครงานที่นี่ ที่เรียกมาสัมภาษณ์ก็แค่พอเป็นพิธี ดาญ่ามีเรื่องขอร้องเขาอยากให้เรียกเธอว่าภัทศามากกว่า อ้างว่าชอบชื่อจริงของตัว  รังสรรค์ต้องการเอาใจเธอจึงรับปากจะทำตามที่เธอต้องการ...

ด้านวัชรีรู้จากนันทิยาว่ารังสรรค์แอบให้กิ๊กใหม่มาสัมภาษณ์งานที่บริษัทก็ไม่ได้ว่าอะไร เนื่องจากเขาช่วยเป็นหูเป็นตาทำงานแทนตนเองในบริษัท ให้เขามีอะไรซู่ซ่าเวลาทำงานบ้างจะได้ไม่เบื่อ และหากเบื่อขึ้นมาเมื่อไหร่เขาคงไล่แม่นั่นออกเอง...

สัมภาษณ์เสร็จ รังสรรค์พาดาญ่ามาพบกับพวกพนักงานในแผนกบัญชี เพื่อแจ้งให้รู้ว่าภัทศาคือพนักงานคนใหม่ของแผนกนี้ เธอรีบฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคน เนตรสุดายิ้มเยาะเพราะเดาเหตุการณ์ออกตั้งแต่แรกแล้ว มองเธอไม่ค่อยจะชอบใจนักแต่ต้องข่มอารมณ์ไว้...

หลังจากรังสรรค์เดินแยกไปกับอำนวย ดาญ่าพยายามตีซี้เนตรสุดาเพราะเห็นเธอไม่ค่อยจะปลื้มตัวเองนัก รับปากว่าจะไม่เป็นตัวถ่วงของแผนกจะตั้งใจทำงานให้สมกับโอกาสที่ได้เข้ามาทำงานบริษัทดีๆอย่างที่นี่ หากมีอะไรขอให้เธอช่วยแนะนำตนด้วย  แล้วขอตัวกลับก่อน ยกมือไหว้ลาอย่างอ่อนน้อม

“เชิญจ้า เดินออกไปถูกนะจ๊ะ คงไม่หลง” เนตรสุดาไม่วายจิกกัดเพราะเจอกิ๊กที่รังสรรค์พามาทำงานที่นี่ไม่ได้เรื่องสักราย กลัวจะเข้าอีหรอบเดิมอีก ครู่ต่อมาระหว่างที่ดาญ่าก้าวเท้าออกจากลิฟต์ รังสรรค์ที่รอท่าอยู่ขอให้เธอเลี้ยงข้าวสักมื้อ แม้จะรู้ดีว่าเขามาจีบแต่เนื่องจากต้องพึ่งพาเขาสืบเรื่องในบริษัทนี้เธอจำใจพาไปเลี้ยงข้าว

โชคร้ายที่ดาญ่าดันพามากินร้านอาหารร้านเดียวกับที่เทวัตนัดอารยะมาคุยเรื่องที่เหิมรับเป็นทนายให้จักริน เธอจัดแจงจะชวนรังสรรค์ไปกินร้านอื่นแต่เขาเหลือบไปเห็นคู่เพื่อนซี้เสียก่อนก็เลยไม่ยอมเปลี่ยนร้านแถมพาไปนั่งโต๊ะใกล้ๆหวังจะโชว์เทวัตว่าเหนือกว่าจับแขนดาญ่าไว้มือหนึ่ง อีกมือหนึ่งแตะเอวเบาๆ พาไปที่โต๊ะเจตนาให้อีกฝ่ายเห็น เทวัตหันมาพอดีทั้งแปลกใจทั้งเสียใจปนกันที่เห็นเธอมากับรังสรรค์ อารยะมองตามสายตาเพื่อนรัก

“เฮ้ย รังสรรค์นี่ควงใครมาวะสวยดูดีมีสกุลมาก”

“นั่นแหละคุณดาญ่า”

“ว่าไงนะ คุณดาญ่าของแกน่ะเหรอ...เอาแล้วไง ทำไมมากับไอ้จอมฟันนั่นได้วะ”

ooooooo

รังสรรค์ขยับเก้าอี้ให้ดาญ่านั่ง ตัวเองนั่งตามแล้วทำเนียนว่าเพิ่งเห็นเทวัต ยกไม้ยกมือทักทาย เธอถึงกับถอนใจเซ็ง รังสรรค์แกล้งทักเธอทำไมถึงไม่หันไปเซย์ไฮกับเทวัตสักหน่อย เธอจำใจหันไปมอง แม้จะคิดถึงเขาแค่ไหนแต่ต้องฝืนใจทำหมางเมิน แล้วหันกลับมาบอกกับรังสรรค์ว่ามีเรื่องจะขอร้อง

“เรื่องที่ฉันได้เข้าไปทำงานที่บริษัทเอกธนกิจ อย่าบอกคุณเทวัตนะคะ ฉันไม่อยากให้เขารู้”

“อ๋อ นี่คุณสองคนมีเรื่องผิดใจกันเหรอครับ” รังสรรค์มองคู่สนทนาอย่างลิงโลด เธอไม่ตอบแต่ขอร้องซ้ำจะช่วยเธอเก็บเรื่องเข้าทำงานไว้เป็นความลับได้ไหม เขายินดีช่วย ต่อให้ทำมากกว่านี้ก็ย่อมได้...

ขณะที่รังสรรค์วางแผนจะปั่นหัวเทวัตเล่น เหิมบ่นให้วัชรีฟังเรื่องที่อารยะเพื่อนซี้ของเทวัตดันมาเป็นทนายสู้กับตนเองในคดีแพ่งที่ลูกจะฟ้องเอาสมบัติจากพ่อ เธอไม่เห็นจะต้องเป็นกังวลอะไรแค่ทนายเด็กเมื่อวานซืนจะมาสู้อะไรกับทนายเขี้ยวลากดินอย่างเขาได้ เหิมไม่ได้กังวลเรื่องนั้นแต่ไม่อยากให้เทวัตรับรู้เรื่องในครอบครัวที่กำลังฟ้องร้องกันนี่ต่างหาก วัชรีงงถ้าเทวัตรับรู้แล้วจะทำไมหรือ เขานิ่งไม่ยอมตอบ

วัชรีคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ เหิมเริ่มไม่พอใจสั่งให้พอได้แล้วอย่าถามอะไรต่อ  เรื่องนี้มันผ่านมานานมากแล้ว ตนไม่อยากพูดถึงมันอีก แล้วชวนเปลี่ยนเรื่องไปพูดถึงดาญ่าแทน...

ทางฝ่ายอารยะเห็นสายตาที่รังสรรค์จ้องมองดาญ่า ต่อว่าเพื่อนรักว่าปล่อยให้แม่กวางเนื้ออ่อนอย่างเธอไปรู้จักกับเสือโหยแบบมันได้อย่างไร แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ ถ้าเธอจะรู้จักรังสรรค์ก็ไม่เห็นแปลกอะไรเพราะมันเป็นหลานวัชรี เทวัตยืนยันว่าแปลก หากเธอรู้ว่ามันเป็นอะไรกับวัชรี ไม่มีทางไปรู้จักมันเด็ดขาด อารยะถึงกับร้องอ้าว แล้วที่นั่งคุยกะหนุงกะหนิงกันอยู่ตรงนั้นแปลว่าเธอไม่รู้ว่ารังสรรค์เป็นหลานแม่เลี้ยงตัวเองอย่างนั้นหรือ

เทวัตได้แต่ถอนใจมองไปทางดาญ่าเห็นกำลังเปิดเมนูเลือกอาหารกับรังสรรค์อย่างเป็นกันเอง...

ท่าทางสนิทสนมของดาญ่ากับรังสรรค์ทำให้เทวัตทนดูต่อไปไม่ไหวเดินเข้าไปหา รังสรรค์ร้องเอะอะถึงกับสละโต๊ะตัวเองมานั่งโต๊ะนี้เลยหรือ แล้วเชิญให้นั่งด้วยกัน เขาอิ่มแล้วแค่จะแวะมาทักทายเฉยๆ

“ส่วนฉันคงอีกนานกว่าจะอิ่มเพราะมื้ออาหารแสนอร่อยเพิ่งเริ่มต้นและกำลังไปได้ดีจริงไหมครับคุณภัทศา”

“ภัทศา?” เทวัตแปลกใจที่รังสรรค์เรียกดาญ่าแบบนั้น อารยะเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน รังสรรค์เห็นหน้าตางงๆของทั้งคู่ก็ยิ่งสนุกปาก เตือนเทวัตอย่าไปเรียกชื่อเธอแบบนี้ที่ไหน ถ้าไม่ใช่คนพิเศษจริงๆ ดาญ่าเห็นท่าไม่ดีชวนรังสรรค์กินข้าวกันต่อเดี๋ยวจะเย็นชืดหมด  ไหนบ่นว่าหิว

อารยะรำคาญชวนเทวัตกลับกันดีกว่าอย่ามาเสียเวลายืนดูคนอื่นกินข้าวอยู่เลย เทวัตเห็นดีด้วยลาทั้งคู่แล้วออกจากร้านไปกับเพื่อนรัก ดาญ่ามองตามปวดใจจี๊ดที่ต้องทำหมางเมินกับเทวัตเพราะความระแวงแท้ๆ...

ระหว่างเดินไปที่รถ อารยะอดถามไม่ได้ว่าทำไมดาญ่าของเทวัตถึงกลายเป็นคุณภัทศาของรังสรรค์ไปได้ เขาอธิบายว่าภัทศาเป็นชื่อจริงของเธอ อารยะสรุปจากประสบการณ์การเป็นทนาย คนที่ใช้ชื่อโน้นชื่อนี้มักจะมีวาระแอบแฝง เทวัตหาว่าเพื่อนคิดมาก เธออาจจะอยากให้รังสรรค์เป็นคนพิเศษก็ได้ถึงได้ให้เรียกชื่อจริง

ooooooo

ดาญ่าพยายามหลอกถามรังสรรค์เรื่องบริษัทของพ่อ แต่ไม่ได้อะไรมากนัก รู้แค่ว่าอีกไม่นานจะมีประธานคนใหม่แทนภิมุขที่เสียชีวิตไป แถมเขายังคุยให้ฟังอีกว่าว่าที่ท่านประธานคนใหม่ต้องรักเขามากกว่าคนเก่า เธออดสงสัยไม่ได้ทำไมเขาถึงได้มั่นใจขนาดนั้น เขาคุยอวดว่าหากใครได้อยู่ใกล้เขาต้องรักเขาทุกคน

“ระหว่างนี้คุณภัทศาก็ทดลองทำงานทั่วไปในแผนกไปก่อนตามกฎระเบียบของบริษัท แล้วผมจะเตรียมตำแหน่งใหม่ไว้ให้” ไม่พูดเปล่ารังสรรค์จับมือดาญ่าที่วางอยู่บนโต๊ะ เธอแก้ลำด้วยการแกล้งจาม ดึงมือจากที่เขากุมไว้มาปิดปาก ยิ่งทำให้เขาถูกใจที่เธอเอาตัวรอดได้เก่ง...

รังสรรค์ขายขนมจีบให้ดาญ่าตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มกินอาหารจนกระทั่งเดินมาส่งที่รถ เธอจำต้องยิ้มรับแม้จะเอียนกับความเจ้าชู้ไก่แจ้ของเขาก็ตามเพราะจะเก็บเขาไว้ใช้งาน รอจนเขาไปที่รถตัวเองเธอจึงสตาร์ตรถ แต่ยังไม่ทันขับออกไปเทวัตเปิดประตูเข้ามานั่งข้างๆ บอกให้

เธอออกรถ มีเรื่องจะคุยด้วย สายตาจริงจังของเขาทำเอาเธอหวั่นไหวยอมทำตามที่เขาต้องการ

จอมเจ้าชู้ไก่แจ้กำลังจะเคลื่อนรถออกไป หันมาเห็นเทวัตนั่งอยู่ในรถดาญ่าหรือภัทศา รีบขับรถตาม

แต่ดันมีรถอีกคันมาขวางทางทำให้เสียเวลาไปพักใหญ่...

ไม่นานนักดาญ่าขับรถมาจอดที่ริมบึงแห่งหนึ่ง ลงจากรถสีหน้ามุ่งมั่นจะให้เทวัตรู้เรื่องที่ไปทำงานในบริษัทของพ่อไม่ได้กลัวจะเสียแผน จึงพยายามกันเขาให้อยู่ห่างตัวเอง แต่พอถูกคาดคั้นเรื่องไปกินข้าวกับรังสรรค์ เธอดันหลุดปากว่าบังเอิญเจอกับรังสรรค์ตอนที่มาหางานทำก็เลยมานั่งกินข้าวปรึกษาเรื่องหางานกับเขา

เทวัตซักเป็นการใหญ่ได้งานที่ไหน บริษัทอะไร เธอแกล้งโวยวายแล้วเขาจะรู้ไปทำไม เขาคว้าแขนเธอไว้ขอร้องให้เลิกล้อเล่นกับความห่วงใยของเขาเขาสัญญา

เอาไว้แล้วว่าจะช่วยดูแลเธอแทนอาภิมุข

“อย่าลำบากแบกสัญญาไว้เลยค่ะ ถ้าคุณไม่ทำฉันก็ไม่ว่าอะไรคุณหรอก ปล่อยค่ะ”

เทวัตไม่ยอมปล่อย ตัดพ้อต่อว่านี่เธอไม่ไว้ใจเขาแต่กลับไว้ใจรังสรรค์อย่างนั้นหรือ รู้ไหมว่ามันเป็น

ลูกหลานใคร เธอไม่สนว่ารังสรรค์จะเป็นลูกหลานใคร หากเธอจะไว้ใจใครก็เป็นสิทธิ์ของเธอ สั่งให้เขาเลิกยุ่งเรื่องของเธอแล้วกลับไปได้แล้ว เขาจะทิ้งเธอให้อยู่ตัวคนเดียวแก้ปัญหาคนเดียวได้อย่างไร ดาญ่าใจอ่อนยวบแต่ต้องฝืนทำใจแข็งว่าทำไมจะทิ้งเธอไม่ได้ เขาดึงเธอมาจูบอย่างดูดดื่มแทนคำตอบ เธอปล่อยใจไปกับเขาด้วย

รังสรรค์ที่แอบตามมาเห็นภาพบาดตาพุ่งเข้าไปกระชากเทวัตออกจากดาญ่าแล้วประเคนกำปั้นใส่ ก่อนจะตามไปถีบซ้ำ เทวัตไม่ทันตั้งตัวเซเป็นนกปีกหัก ครั้นตั้งหลักได้ก็สู้กลับ สองหนุ่มเปิดศึกชิงนางต่อยตีกันอุตลุด ต่างฝ่ายต่างประกาศห้ามอีกฝ่ายมายุ่งกับผู้หญิงของตน ดาญ่าต้องเข้ามาห้าม จะมาชกต่อยกันทำไม รังสรรค์อ้างว่าเป็นเพราะเทวัตมาล่วงเกินเธอก่อน ทำเหมือน

ไม่ให้เกียรติกัน ชวนเธอกลับแล้วคว้าแขนจะไป

เทวัตไม่ยอมให้ไป ดึงแขนอีกข้างของเธอไว้ สองหนุ่มดึงแขนเธอคนละข้างอย่างไม่มีใครยอมใคร ดาญ่าต้องการให้แผนสืบความเป็นไปในบริษัทของพ่อสำเร็จจึงเลือกไปกับรังสรรค์ สร้างความเจ็บช้ำใจให้เทวัตเป็นอย่างมาก เธอเองก็เจ็บช้ำใจไม่แพ้เขาเช่นกันที่ต้องทำเหมือนไม่แคร์ทั้งที่ตกหลุมรักเขาเต็มๆ

ooooooo

เทวัตกลับถึงบ้านทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาอย่างหมดแรงทั้งหึงทั้งหวงและห่วงดาญ่าสารพัดจนร้อนรุ่มไปหมด คิดถึงคำพูดของเธอและของรังสรรค์แล้วฟันธงว่าดาญ่ายังไม่รู้ว่ารังสรรค์เป็นหลานชายแม่เลี้ยงตัวเอง

“รังสรรค์เองก็ไม่รู้ว่าดาญ่าเป็นใคร แล้วถ้ารู้

เมื่อไหร่...อะไรจะเกิดขึ้น” เทวัตยิ่งเป็นกังวลหนัก...

คุณหนูเรือนเล็กปรากฏตัวขึ้นเห็นดาญ่านั่งซึมกระเซ้าว่าท่าทางแบบนี้ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าป่วยเป็นไข้ใจ เธอต่อว่าว่าเป็นเพราะคำเตือนของเด็กน้อยที่ไม่ให้เธอไว้ใจผู้ชายสามคน เธอก็เลยไม่กล้าไว้ใจเทวัต ต้องทำตัวเหินห่างและคอยผลักไสไล่ส่งเขาไปให้ไกลๆ เด็กน้อยโวยกลับนี่เธอกำลังโทษว่าตนเป็นต้นเหตุทำให้เธอเลิกกับแฟนหรือ

“เว่อร์แล้ว เค้ากับคุณเทวัตไม่ใช่แฟนกันสักหน่อย ยัยรุกขเทวดาแก่แดด เลิกๆๆไม่คุยเรื่องนี้แล้ว” ดาญ่าสะบัดหน้าใส่ ลุกหนีไปอีกทาง...

ในขณะเดียวกันเหิมกลับถึงบ้านเจอเทวัตรอท่าอยู่ ต่างฝ่ายมีเรื่องที่อยากจะคุยด้วย เหิมให้ลูกพูดก่อน เขาเล่าให้ท่านฟังว่าดาญ่าบอกเขาว่ากำลังหางานทำ เขาก็เลยคิดว่าพ่อน่าจะให้เธอเข้าไปทำงานที่บริษัทเอกธนกิจ 

นั่นเป็นบริษัทพ่อของเธอ ต่อไปมันก็ต้องเป็นของเธออยู่ดี เหิมของขึ้นทันที นี่เขาไปเอาอะไรมาพูด

“ฉันจะบอกอะไรให้นะ บริษัทของพ่อก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตกเป็นของลูกเสมอไปหรอก อีกไม่ถึงสองเดือนก็ถึงวันเกิดบรรลุนิติภาวะของดาญ่าแล้วพินัยกรรมจะต้องถูกเปิดตามที่คุณภิมุขสั่งเอาไว้ และเมื่อถึงวันนั้น ประธานคนใหม่ของบริษัทเอกธนกิจอาจจะไม่ต้องการลูกสาวเจ้าของคนเก่าอีกก็ได้”

“พ่อหมายถึงใครครับประธานคนใหม่ คุณน้าวัชรีน่ะเหรอครับ”

“แล้วแกคิดว่าจะเป็นใครได้อีกถ้าไม่ใช่คุณวัชรี” คำพูดของเหิมทำเอาเทวัตตะลึง นี่ท่านกำลังจะบอกว่าอาภิมุขหลงเมียใหม่จนไม่เหลืออะไรให้ลูกสาวเลยหรือ เหิมไม่พอใจตวาดลั่น พูดแบบนี้เท่ากับไม่ให้เกียรติวัชรี จากนี้ไปห้ามเขาไปยุ่งกับดาญ่าอีกเด็ดขาด เทวัตโวยไหนพ่อจะให้เขาจีบเธอเล่นๆจะได้รู้ความเคลื่อนไหว

เหิมไม่ต้องการให้เขาทำอย่างนั้นแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือยืนข้างตนกับวัชรี ปล่อยให้ดาญ่าไปตามทาง เทวัตขอเหตุผลทำไมถึงให้เขาเลือกข้าง แบบนี้ เหิมยกเหตุผลเป็นข้อๆว่าข้อที่หนึ่ง ถ้าเขายังคิดว่าตนเป็นพ่อที่เลี้ยงดูมาก็ต้องทำตามที่ตนสั่ง และข้อสอง ตนกับวัชรีจะแต่งงานกันในทันทีที่เรื่องนี้จบ แล้วลุกออกไปทิ้งให้เทวัตนั่งมึนตึบเหมือนถูกของแข็งทุบหัว...

ดาญ่าหยิบรูปถ่ายของพ่อกับแม่ขึ้นมาดู พึมพำกับรูปราวกับท่านยืนอยู่ตรงหน้าว่าเธอได้ทำงาน

ที่บริษัทของพ่อแล้ว เธอจะใช้โอกาสที่ได้ทำงานที่นั่นสืบหาความจริงทั้งหมด คุณหนูเรือนเล็กโผล่มาพร้อมยื่นช่อดอกมะลิให้ ดีใจด้วยในที่สุดดาญ่าก็ทำสำเร็จ ปลอมตัวเข้าไปทำงานจนได้ เธอรับช่อดอกมะลิมาอย่างงอนๆ ตัดพ้ออย่ามาตบหัวแล้วลูบหลังหน่อยเลย เด็กน้อยเห็นเธอไม่พอใจจัดแจงจะไป

“เดี๋ยวสิคุณหนู เค้าแซวเล่น ถ้าตัวทิ้งเขาไป เขาก็ไม่เหลือใครอีกแล้วในโลกนี้ที่จะไว้ใจได้”

เด็กน้อยปลอบอย่าได้ท้อแท้ว่าตัวเองไม่มีใคร ตนสัญญากับพ่อของดาญ่าไว้แล้วว่าจะคอยอยู่เป็นเพื่อนปัดเป่าทุกข์เท่าที่จะทำได้ และถ้าวันไหนที่ตนสะสมบารมีได้เต็มแบตเตอรี่แล้ว วันนั้นตนอาจจะมองเห็นฆาตกรและบอกได้ว่ามันคนไหนคือคนที่ฆ่าพ่อของเธอ ดาญ่าให้คำมั่นจะรอจนกว่าจะถึงวันนั้น...

ด้านรังสรรค์แวะมาที่คฤหาสน์วศวงศ์ มองไปทางเรือนเล็กที่อยู่ท่ามกลางต้นไม้ร่มรื่น เห็นแสงไฟสะท้อนสระว่ายน้ำอยู่ลิบๆ อดนึกถึงวันนั้นที่เขาต้องลงมือฆ่าภิมุขตามแผนการของเหิมกับวัชรีไม่ได้ แม้จะรู้สึกสยดสยองอยู่บ้าง แต่เขาไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดอะไรเพราะคนอย่างเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด หากวันนั้นเขาไม่ฆ่าภิมุข ป่านนี้เขาถูกจับยัดคุกข้อหายักยอกเงินบริษัทไปแล้ว

ความคิดของรังสรรค์สะดุดหยุดลงเมื่อมีเสียงของวัชรีดังขึ้น “ตาสรรค์”


ละครคุณหนูเรือนเล็ก ตอนที่ 4 อ่านคุณหนูเรือนเล็กติดตามละครคุณหนูเรือนเล็ก ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร,เกศรินทร์ น้อยผึ้ง 26 พ.ย. 2561 08:00 2018-11-27T23:55:11+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ