ข่าว

วิดีโอ



คุณหนูเรือนเล็ก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์

กำกับการแสดงโดย: คณวัชร สังวริบุตร

ผลิตโดย: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร,เกศรินทร์ น้อยผึ้ง

ดูบริเวณที่จะสร้างเรือนไม้เสร็จ เทวัตตัดสินใจถามวิจารณ์ว่าที่บ้านมีเด็กด้วยใช่ไหม เขาเห็นเด็กผมจุกวิ่งเล่นอยู่ที่สวนและยังเห็นท่านยืนคุยกับแกอยู่ใต้ต้นไม้อีกด้วย ท่านมองตะลึงนี่เขาเห็นเด็กคนนั้นด้วยหรือ ปกติแล้วแกจะไม่ยอมออกมาให้ใครเห็นนอกจากคนพิเศษจริงๆ นี่แสดงว่าเขาเป็นคนพิเศษเด็กถึงได้ออกมาให้เห็น

เทวัตยังไม่ทันจะพูดอะไร อารยะตามมาสมทบเสียก่อน จากนั้นวิจารณ์พาเทวัตกับอารยะมาปรึกษาหารือกันที่ศาลากลางสวน ท่านคิดว่าไอ้พวกลูกชายทั้งสามคนของท่านคงจะฟ้องท่านแน่นอน ให้อารยะเตรียมตัวสู้คดีได้เลย อารยะสงสัยทางนั้นส่งทนายมาเจรจากับท่านแล้วหรือ

“ฮึ...ไอ้สามมันอุตส่าห์บินตรงจากอเมริกามาคุยกับฉันด้วยตัวมันเองเลยล่ะ มันเพิ่งกลับไปเมื่อกี้”

เทวัตนึกถึงผู้ชายสวมหมวกที่ตัวเองเจอในสวนสงสัยจะเป็นคนเดียวกับที่วิจารณ์พูดถึง ท่านเล่าเพิ่มเติมว่าจักรินเป็นลูกชายที่ท่านเคยรักและไว้ใจที่สุด แต่แล้วมันกลับกลายมาเป็นลูกชายที่ทำให้ท่านช้ำใจที่สุด วิจารณ์สะเทือนใจมากถึงกับเซ เทวัตปรี่เข้าไปประคองมานั่งเก้าอี้ ท่านมองเขาแล้วรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อเห็นสมควรแก่เวลา อารยะกับเทวัตขอตัวกลับก่อน ทนายหนุ่มย้ำกับวิจารณ์ หากทนายของจักรินติดต่อมาให้รีบแจ้งตนด้วย ตนจะจัดการทุกอย่างให้เองท่านจะได้ไม่ต้องรำคาญใจ เทวัตดีใจที่มีโอกาสได้มาบ้านของท่าน รู้สึกประทับใจบอกไม่ถูก ท่านยื่นมือมาจับไหล่เขา ท่านเองก็ประทับใจในตัวเขาเช่นกัน ดีใจที่เรามีโอกาสได้รู้จักกัน เขารับปากจะรีบกลับไปเขียนแบบเรือนไม้ เสร็จเมื่อไหร่จะเอามาให้ท่านดู...

ในเวลาเดียวกัน ดาญ่าค้นหาทั่วเรือนเล็กแต่ไม่เจอ กุญแจตู้เซฟ ฝนเข้ามาเห็นเธอก้มๆเงยๆมองใต้ตู้เข้ามาถามว่าทำอะไรอยู่ เธอโกหกว่ากำลังหากุญแจไขลานนาฬิกาตั้งพื้นเรือนใหญ่ ฝนอาสาช่วยหาอีกแรง

“เอ่อฝน ไม่ว่าจะเจอกุญแจอะไรเอามาให้ฉันหมดเลยนะ ฉันจะได้รู้ว่าเป็นกุญแจไขอะไร”

จากนั้นสองสาวช่วยกันค้นหากุญแจ หาอยู่นานสองนานแต่ไม่พบ ดาญ่าเห็นว่าเย็นแล้วจึงบอกฝนให้เลิกหา พรุ่งนี้ค่อยมาหากันใหม่ ไปอาบน้ำกินข้าวพักผ่อนได้เลย ฝนเดินลิ่วออกจากเรือนเล็กได้ไม่กี่ก้าว อุ่นพรวดพราดเข้ามาบอกว่าคุณผู้หญิงให้มาตามไปพบ เรื่องที่ท่านต้องการเจอตัวฝนไม่พ้นเรื่องที่อยากรู้ว่าวันนี้ไปทำอะไรที่เรือนเล็กมาบ้าง เธอทำงานบ้านตามปกติ ส่วนที่กลับมาช้าเพราะดาญ่าสั่งให้หากุญแจไขลานนาฬิกาตั้งพื้น

วัชรีไม่ต้องเดาก็รู้ว่าสิ่งที่ลูกเลี้ยงต้องการหาไม่ใช่กุญแจนาฬิกาแต่เป็นกุญแจเซฟของภิมุข รีบหลบมาโทร.แจ้งเหิมถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เขามัวแต่คุยโทรศัพท์ไม่ทันเห็นเทวัตแอบฟังอยู่

“วันนี้มันหาไม่พบ พรุ่งนี้มันต้องพยายามหาให้พบจนได้ คุณต้องรีบแล้ววัช ทำยังไงก็ได้ จะพลิกบ้านหาก็ต้องหาให้เจอก่อนเข้าใจไหม” เหิมวางสายคว้าแก้วเครื่องดื่มขึ้นมากระดกอย่างหัวเสีย รู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ หันขวับไปทางที่เทวัตยืนแต่ไม่เจอใครเพราะเขาหลบออกมาได้ทัน...

ทางด้านดาญ่ายังคงนึกถึงคำเตือนของคุณหนูเรือนเล็กให้ระวังผู้ชาย 3 คนไว้ให้ดี เธอยังไม่รู้เลยว่าสามคนที่ว่าเป็นใคร ผู้ชายที่เธอเจอก็มีแค่เหิม เทวัตและอาณัติ และทั้งสามคนก็ดูจะช่วยเหลือเธอดี โดยเฉพาะเทวัต

ooooooo

ดาญ่าตื่นแต่เช้าลงมาว่ายน้ำออกกำลังที่สระหน้าเรือนเล็ก ว่ายไปว่ายกลับได้แค่สองรอบ คุณหนูเรือนเล็กหรือเด็กน้อยหัวจุกใช้พลังของรุกขเทวดาทำให้เธอดำดิ่งสู่อดีตในคืนที่ภิมุขถูกฆ่า

คืนนั้นเดือนมืดทำให้เห็นอะไรไม่ค่อยชัด มีชายคนหนึ่งก้าวมาหยุดยืนริมสระก่อนจะลงไปในน้ำช้าๆ ดาญ่าว่ายน้ำมาถึงกลางสระชนเข้ากับชายลึกลับ เงยหน้ามองต้องตกใจที่เห็นเขาเป็นแค่เงาทะมึน เหมือนเงาปีศาจ เธอกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดกลัวพยายามตะกายน้ำหนี ชายคนนั้นตามมาตะปบไหล่เธอไว้ ก่อนจะจับกดน้ำ เธอสะบัดตัวหนี ว่ายน้ำสุดกำลังไปเกาะขอบสระแล้วหันไปมองอีกครั้ง คราวนี้แทบช็อก

เมื่อเห็นภิมุขกำลังถูกชายลึกลับล็อกคอดึงตัวลงไปใต้น้ำ ดาญ่าตะโกนเรียกท่านสุดเสียงจะว่ายไปช่วยแต่ตัวไม่ขยับ ได้แค่จ้วงน้ำเท่านั้น ภิมุขดิ้นหนีสุดกำลังทะลึ่งพรวดขึ้นมาหายใจได้ แต่ชายลึกลับตามมาจับท่านกดน้ำอีกครั้ง ดาญ่ากรีดร้องลั่นอย่าทำอะไรพ่อของเธอ แล้วบอกให้ท่านรีบหนี ชายลึกลับไม่สนใจยังคงกดภิมุขไว้ใต้น้ำ

“อย่าทำคุณพ่อฉัน” ดาญ่าพยายามตะกายเข้าไปหาแต่เหมือนถูกตรึงไว้กับที่

เทวัตเดินมาตามทางจะไปเรือนเล็กเห็นดาญ่าตะกายน้ำกำลังจะหมดแรงรีบโดดลงไปช่วยพยุงขึ้นมาบนขอบสระ เธอยังคงพร่ำเพ้อเรียกหาพ่อไม่หยุดปาก เขาเห็นท่าไม่ดีเขย่าแขนให้รู้สึกตัว เธอลืมตาขึ้นมาได้

ก็ร้องหาพ่อเสียงลั่น เขาสงสัยพ่อไหนกัน เธอเล่าเรื่องที่เห็นพ่อถูกกดหัวจนจมน้ำอยู่ในสระให้ฟัง ขอร้องให้เขาไปช่วยท่านด้วย เทวัตปลอบว่าไม่มีใครอยู่ในสระว่ายน้ำนอกจากเธอ แล้วประคองใบหน้าเธอให้มองหน้าเขาเพื่อเรียกสติ

“คุณดาญ่าตั้งสติแล้วฟังผมให้ดีนะ อาภิมุขเสียไปตั้งแต่เดือนที่แล้วนะครับ คุณจำไม่ได้เหรอ”

“แต่...แต่เมื่อกี้ฉันเห็นจริงๆนะ เห็นคุณพ่อถูกจับกดน้ำต่อหน้าต่อตา ฉันได้แต่ดู ช่วยอะไรคุณพ่อไม่ได้เลย ฉันปล่อยให้คุณพ่อต้องตาย” ดาญ่าคร่ำครวญทั้งน้ำตา เทวัตเช็ดน้ำตาให้ปลอบว่าอย่าโทษตัวเอง การต้องเสียคนที่เรารักไปมันเจ็บปวดมากอยู่แล้ว มาโทษตัวเองอีกรังแต่จะทำให้ท้อแท้และทุกข์ใจมากขึ้น ขอให้เธอเข้มแข็งเข้าไว้ ไม่อย่างนั้นเธอจะผ่านความทุกข์นี้ไปไม่ได้เลย แล้วลูบหลังเธออย่างปลอบโยน

อีกมุมหนึ่งบนต้นไม้ใกล้ๆ คุณหนูเรือนเล็กหรือเด็กน้อยหัวจุกนั่งห้อยเท้าอยู่บนกิ่งไม้มองไปทางดาญ่าที่กำลังร้องไห้กอดเทวัตถึงกับเบ้ปาก เคยเตือนแล้วว่าให้ระวังผู้ชาย

“แล้วดูทำเข้าสิ เป็นน้องเป็นนุ่งจะตีให้หลังลายเลย” คุณหนูเรือนเล็กมองค้อนดาญ่าขวับ ส่วนเทวัตคว้าเสื้อคลุมจากเตียงข้างสระมาห่มตัวดาญ่าไว้ ปลอบให้เธอหยุดร้องไห้ ตัวก็เปียก แถมยังร้องไห้ขี้มูกโป่งเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้ แล้วชวนให้เข้าบ้าน เธอพยายามยันตัวเองลุกขึ้นแต่ขาอ่อนแรงจะทรุด เขารีบพยุงตัวไว้

“ให้ผมอุ้มไปดีกว่านะครับ” เทวัตช้อนตัวดาญ่าขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนอุ้มไปที่เรือนเล็ก เธอซบหน้ากับไหล่เขารู้สึกอบอุ่นใจเหลือเกิน อย่างน้อยตัวเองก็ไม่โดดเดี่ยว ยังมีเขาเป็นที่พึ่ง...

ขณะที่คุณหนูเรือนเล็กใช้พลังทำให้ดาญ่าเห็นเหตุการณ์ในคืนวันที่ภิมุขถูกฆ่า จักรินแวะไปหาเหิมที่ออฟฟิศปรึกษาเรื่องที่พ่อไม่ยอมยกสมบัติที่เหลือให้ แต่จะเก็บไว้รอหนูเล็กกลับ เหิมอดสงสัยไม่ได้ กิจการที่เมืองนอกของเขาไม่ดีหรือ สมบัติชิ้นสุดท้ายของวิจารณ์ถึงมีความหมายกับเขามากขนาดนี้ จักรินยิ่งหน้าเคร่งเครียดมากกว่าเดิม

ooooooo

เทวัตอุ้มดาญ่าเข้ามาวางที่เก้าอี้ในเรือนเล็ก

ฝนเห็นทั้งคู่เปียกปอนรีบวิ่งไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้คนละผืน ถามว่าเกิดอะไรขึ้น คุณดาญ่าจมน้ำหรือ เขาส่ายหน้า เธอแค่เป็นตะคริวไม่มีอะไรต้องห่วง ไล่ฝนไปทำงานที่ค้างต่อ เดี๋ยวเขาจะดูแลเธอเอง ดาญ่ายังคงจมอยู่กับความคิดเรื่องพ่อไม่ยอมขยับ เขาจึงเอาผ้ามาเช็ดผมให้

“คุณพ่อถูกฆ่าตาย ไอ้ฆาตกรมันจับพ่อฉันกดน้ำจนตาย” ดาญ่าคร่ำครวญไม่เลิก เทวัตต้องคอยเตือนสติ

“แต่ตำรวจเขาพิสูจน์และสรุปมาแล้วนะครับว่ามันเป็นอุบัติเหตุ”

ดาญ่ายืนยันว่าพ่อของเธอถูกฆ่าตาย ไม่ใช่ตายด้วยอุบัติเหตุ เทวัตเตือนจะกล่าวหาอะไรจะต้องมีหลักฐานไม่ใช่พูดลอยๆ เธอไม่พอใจที่เขาไม่เชื่อผลักมือที่กำลังเช็ดผมให้ออกแล้วลุกหนี เขาขอร้องให้เธอใจเย็นๆก่อน แต่เธอไม่สนใจยังคงเดินต่อไป เขาจึงต้องเดินตาม...

ในเวลาเดียวกันจักรินหนักใจกับเรื่องต่างๆที่รุมเร้า หยิบขวดใส่เหล้าใบเล็กๆที่ติดตัวขึ้นมาดื่มแก้เครียด ยอมรับกับเหิมว่าธุรกิจของตัวเองใกล้ล้มเต็มที ขาดทุนทุกเดือนก็เลยต้องการเงินเอาไปเคลียร์หนี้ ปิดกิจการแล้วกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองไทย เหิมทักท่าทางเขาจะดื่มหนักขึ้นกว่าเดิม เขาขอร้องไม่ต้องมาช่วยเตือนเรื่องเหล้า ช่วยทำเรื่องฟ้องเอาสมบัติมาให้เขาจะดีกว่าโดยเขาจะให้ค่าตอบแทนอย่างงามเหมือนที่เคยให้

“ตอบแทนฉันอย่างงามเหมือนกับที่เคยเหรอ ฮึๆๆ พูดเตือนความจำกันแบบนี้แกจะไม่ถามฉันสักคำเหรอว่าลูกชายฉันเป็นยังไงบ้าง ไอ้ลูกเลี้ยงฉันมันมีของดี ใครเจอมันเป็นรักมันเอ็นดูมันทุกคน สมองมันดี เรียนเก่ง มีฝีมือ คงเป็นเพราะเลือดผู้ดีในตัวมันถึงทำให้มันได้ดี”

จักรินโวยลั่นไม่ได้อยากรู้เรื่องเทวัตไม่ต้องมาเล่าให้ฟัง เราสองคนอยู่กันคนละโลก อย่าได้เจอะเจอกันดีกว่า เหิมแค่เล่าให้ฟังเฉยๆไม่เห็นต้องหัวเสีย ตนรับรองจะดูแลให้มันอยู่ในโลกของมัน ไม่มีวันจะมาบรรจบกับโลกของเขาแน่นอน จักรินย้ำอย่าให้มันได้มีโอกาสรู้ถึงกำพืดของมันเด็ดขาด...

ขณะที่จักรินชิงชังหลานชายแท้ๆของตัวเองเข้ากระดูกดำ เทวัตตามดาญ่าจนทัน อธิบายให้ฟังว่าที่พูดไปแบบนั้นเพราะเป็นห่วงไม่ได้มีเจตนาเป็นอื่น เธอเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจของเขาก็ได้คิด ขอโทษเขาด้วยที่อารมณ์เสียใส่ เธอตระหนักแล้วว่าเขาเป็นห่วงเธอจริงๆ ความใกล้ชิดทำให้เทวัตอดใจไม่ไหวยื่นหน้าไปจูบ เธอตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะหลับตารับจุมพิตจากเขาด้วยความเต็มใจ เขาจูบเสร็จประคองใบหน้าเธอไว้

“ผมสัญญาครับ ถ้าการตายของคุณพ่อคุณมีเงื่อนงำเป็นฆาตกรรมจริงๆไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่ใครๆเข้าใจล่ะก็ ผมจะอยู่ข้างๆคุณ ช่วยคุณเองครับ” พูดจบเทวัตดึงดาญ่ามากอด เธอกอดเขาตอบอบอุ่นใจสุดๆ

ooooooo

ดาญ่าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ หยิบกางเกงวอร์มกับเสื้อยืดของพ่อเอาลงไปให้เทวัต แล้วนึกถึงคุณหนูเรือนเล็กหรือเด็กน้อยหัวจุกขึ้นมาได้ สงสัยทำไมหายหน้าไปไม่เห็นออกมาป่วน

คุณหนูเรือนเล็กไม่โผล่มาป่วนดาญ่าเพราะแอบไปแกล้งเทวัต ที่กำลังค้นหาไปตามจุดต่างๆที่คิดว่าภิมุขจะซ่อนกุญแจตู้เซฟเอาไว้โดยเสกให้เขาลื่นหัวคะมำ ชายหนุ่มแปลกใจพื้นก็ไม่มีน้ำ เท้าเขาก็ไม่เปียกทำไมถึงเดินลื่นได้ ค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้น คุณหนูจอมป่วนแกล้งเอาอีก เสกให้เขาทรงตัวไม่อยู่ ดาญ่าเดินถือชุดเข้ามาเห็นพอดี รีบวิ่งไปโอบเอวเขาไว้ไม่ให้ล้ม เขาขอบคุณเธอมากที่ช่วยไว้ทัน เธอนึกได้ว่ากอดเอวเขาอยู่รีบปล่อยมืออย่างเขินๆ

“เดินระวังๆหน่อยสิคะคุณเทวัต” ดาญ่าว่าแล้วส่งชุดของพ่อให้ คิดว่าเทวัตน่าจะใส่ได้เพราะไซส์ใกล้เคียงกัน เขารับชุดแล้วเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ สีหน้าคาใจเรื่องที่ลื่นล้ม ทันทีที่เขาไปพ้นระยะ ดาญ่าหันไปต่อว่าคุณหนูเรือนเล็กว่าไปแกล้งเขาทำไม เด็กน้อยสะดุ้งโหยงหายวับเข้าไปในผนังบ้านไม่สนใจเสียงเรียกให้ออกมาคุยกันก่อนของดาญ่า แล้วโผล่ไปปรากฏตัวให้เทวัตที่กำลังเปลี่ยนชุดอยู่ในห้องน้ำเห็นภาพสะท้อนจากในกระจกเงา

ชายหนุ่มหันขวับไปมองให้แน่ใจ เด็กน้อยหายตัวไปแล้ว เขาขยี้ตาตัวเองหรือว่าตาฝาด รีบเก็บเสื้อผ้าเปียกของตัวเองพุ่งพรวดออกมาจากห้องน้ำ เกือบชนกับดาญ่าที่เดินไปห้องครัว เธอมองอาการร้อนรนของเขาถามว่าตกใจอะไร ในห้องน้ำมีอะไรผิดปกติหรือ เขาส่ายหน้าเป็นทำนองว่าไม่มีอะไร ดาญ่ากำลังจะทำมื้อเช้ากิน เชิญเขาไปร่วมวงด้วย จากนั้นสองคนพากันตรงไปที่ครัว

คุณหนูเรือนเล็กมองตามไม่ชอบใจ

“ดูสิ ยังไม่รีบไล่ไปอีก ผู้ชายคนนี้มองเห็นเราด้วย ไม่ธรรมดา...ไม่ธรรมดา” คุณหนูมองตามเทวัตไม่ไว้ใจ...

อีกมุมหนึ่งบนตึกใหญ่ นันทิยาเพิ่งตื่นนอนทั้งที่ตะวันโด่งฟ้าแล้ว ออกมาบิดขี้เกียจที่ระเบียงห้องเห็นรถของเทวัตจอดอยู่ไกลๆ นิ่วหน้าแปลกใจทำไมเขาไม่มาจอดรถที่ตึกใหญ่แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้

“มันทางไปเรือนเล็กของนังดาญ่านี่ อ๊ายยยย” นันทิยาแผดเสียงแปดหลอดด้วยความแค้นใจ

เสียงร้องดังไปถึงโต๊ะอาหารที่วัชรีกำลังนั่งดื่มกาแฟ โดยมีอุ่นกับอำไพคอยรอรับใช้ ทั้งสามคนสะดุ้งโหยง มองหน้ากันเลิ่กลั่กว่าเสียงใครร้อง เป็นจังหวะเดียวกับนันทิยาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาคว้ามือผู้เป็นน้าชวนไปเรือนเล็กไปเอาเรื่องนังดาญ่าที่บังอาจมายุ่งกับเทวัตของตน โดยไม่เปิดโอกาสให้วัชรีได้ปฏิเสธ...

คุณหนูเรือนเล็กยังคงตามป่วนเทวัตไม่เลิก ขณะทั้งคู่กำลังช่วยกันทำมื้อเช้าง่ายๆ ไข่ดาวขนมปังปิ้ง แกปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเทวัต ดาญ่าหันมาเห็นก็ถลึงตาใส่ เขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นพอดี ถามว่าทำไมต้องทำตาแบบนั้น เธอแต่งเรื่องว่าเคืองตาแล้วกะพริบตาถี่ๆให้สมบทบาท ก่อนจะชวนเขาไปที่โต๊ะอาหาร คุณหนูมองตามทั้งคู่

“ฮิๆๆ ได้แกล้งคน สนุกดีเหมือนกันอ่ะ” คุณหนูเรือนเล็กยังติดใจเรื่องแกล้งคนอื่นจึงตามไปป่วนดาญ่ากับเทวัตที่โต๊ะอาหารอีก จังหวะหนึ่งดาญ่าทนไม่ไหวเผลอต่อว่าแกออกมา เทวัตมองงงๆ

“เอ่อ ว่าอะไรนะครับ”

ดาญ่าใช้ความเจ้าเล่ห์แก้ตัวจนเอาตัวรอดไปได้ คุณหนูเรือนเล็กรับรู้ได้ว่ามีคนกำลังมาที่นี่หันขวับไปมอง

ooooooo

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างจากเรือนเล็กนัก นันทิยาลากแขนน้าสาวมาตามทางในสวน ปากด่าดาญ่ามาตลอดทางที่คิดจะแย่งเทวัตไปจากตนเอง ครั้นเดินพ้นพุ่มไม้มองไปเห็นเรือนเล็ก วัชรีหยุดกึกตาเบิกกว้างราวกับเจอผี นันทิยาร้อนใจจะรีบไปดูให้เห็นกับตาว่านังนั่นทำงามหน้าอะไรกับเทวัต พยายามลากแขนวัชรีให้เดินต่อแต่เธอขืนตัวไว้

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของวัชรี ตอนนั้นเหิมพาเธอมาสมัครงานเป็นพยาบาลพิเศษคอยดูแลดารินภรรยาของภิมุขที่เจ็บออดๆแอดๆ โดยแนะนำว่าเธอเป็นญาติห่างๆของตัวเอง ด้วยความไว้ใจเหิมเป็นทุนเดิม ภิมุขจึงรับวัชรีให้มาทำหน้าที่ดูแลดาริน และให้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยกันเพื่อความสะดวก...


ระหว่างที่ทำหน้าที่ดูแลดาริน วัชรีริษยาที่เธอมีสามีที่รักและคอยปรนเปรอทุกอย่างให้รวมทั้งเครื่องเพชรราคาหลายสิบล้านบาท จึงอยากได้ภิมุขมาเป็นของตัวเอง วางแผนกำจัดดารินไปพ้นทางโดยเอายาบางอย่างให้เธอกิน จากคนที่เดินเหินไปไหนมาไหนได้ ดารินเริ่มแขนขาไม่มีแรง ต้องนั่งรถเข็น

ภิมุขอยากให้ดารินได้อยู่ในบ้านที่มีสภาพแวดล้อมของสวนป่าจึงสร้างเรือนไม้ให้ หวังว่าอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางแมกไม้จะทำให้สุขภาพของเธอดีขึ้น และสร้างสระว่ายน้ำที่หน้าเรือนไว้ให้ดาญ่าเพราะรู้ว่าลูกชอบ

การแยกมาอยู่ที่เรือนเล็กแทนที่สุขภาพของดารินจะดีขึ้นกลับยิ่งถดถอย ร่างกายผ่ายผอม ผมหงอกทั้งหัว ต้องนอนติดเตียงไม่สามารถไปไหนได้ ดารินถามวัชรีอีกว่าเมื่อไหร่ตนจะหายสักที

“อยากได้คำตอบเหรอ ได้...ฉันจะตอบ แกไม่มีวันหายหรอก แต่แกกำลังจะตาย”

“เธอ...เธอว่าอะไรนะวัชรี ทำไมเธอถึงพูดกับฉันอย่างนี้ ทำไมๆ” ดารินตีมือวัชรีเท่าที่แรงจะอำนวย วัชรีปัดมืออีกฝ่ายออก โวยวายว่ามาตีมือตนทำไม อยากได้ยินคำตอบชัดๆไม่ใช่หรือ นี่ไงคือคำตอบ แล้วไล่ให้เธอรีบๆตาย อยู่ไปก็ทรมานเปล่าๆแถมเป็นภาระคนอื่นอีก

“ไม่ต้องห่วงผัวแก ไม่ต้องห่วงสมบัติทุกชิ้นในบ้านหลังนี้ ฉันจะช่วยดูแลแทนแกเอง”

“ที่ฉันไม่หายเพราะแกใช่ไหม แกทำอะไรกับฉัน แกทำอะไรฉัน” ดารินโวยวายพร้อมกับจับแขนวัชรีไว้

“ปล่อยฉันนะ ปล่อย มารู้ตัวตอนนี้ก็สายเกินไปซะแล้ว เพราะแกกำลังจะตาย”

ดารินตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน กรีดร้องอย่างเสียขวัญยิ่งทำให้ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วทรุดหนักหายใจติดขัด เริ่มชัก ภิมุขเปิดประตูเข้ามาพอดี เห็นสภาพตาเหลือกลานของภรรยาก็ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น วัชรีโกหกว่าไม่รู้

คุณผู้หญิงเป็นอะไร อยู่ๆก็ชักตาค้าง เขาปราดมาจับมือเธอกุมไว้

“ดารินที่รัก โธ่...คุณอย่าเป็นอะไรนะ ผมอยู่นี่ดาริน ได้ยินผมไหม”

“ฉันจะรีบไปโทร.เรียกรถกู้ชีพมานะคะ” วัชรีลุกออกมาแต่ไม่วายเหลียวกลับไปมอง สภาพชักตาค้างของดารินทำให้เธอสยองขวัญต้องเบือนหน้าหนี

วัชรียังจำภาพดารินช็อกตายได้ติดตาราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานทั้งที่ผ่านมาหลายปีแล้ว นันทิยาเห็นน้าสาวเอาแต่ยืนนิ่งไม่ขยับกระตุกแขนท่านอย่างแรงจนรู้สึกตัว พลางเสียงเขียวใส่มัวแต่คิดอะไรอยู่ยืนแข็งทื่อราวกับศพ

“นันร้อนใจจะระเบิดอยู่แล้วนะ งั้นน้าไม่เข้าก็ไม่ต้องเข้า นันจะเข้าไปลุยนังนั่นคนเดียวก็ได้” นันทิยาสะบัดมือวัชรีทิ้งเดินฉับๆไปยังเรือนเล็ก วัชรีจะตามแต่ยังผวาไม่หาย

“โธ่เอ๊ย ทำไมฉันต้องกลับมาเหยียบสุสานของนังดารินอีกเนี่ย”

ooooooo

หลังกินมื้อเช้าเสร็จ ดาญ่ากับเทวัตช่วยกันหากุญแจตู้เซฟแต่ไม่เจอ เธอนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ดูบนหลังตู้ใบหนึ่งจึงเขย่งปลายเท้าเอามือคลำดูแต่ทำได้ไม่ทั่วเพราะสูงไม่พอ เขาจึงช่วยจับเอวเธอยกตัวขึ้น เธอคลำไปทั่วหลังตู้เจอเพียงฝุ่นหนา เทวัตเริ่มหมดแรงทำเธอหลุดมือ แต่สุดท้ายเขาโอบตัวเอาไว้ได้ทัน

“เสียฟอร์มหมดเลยผม มือหมดแรงดื้อๆ เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าครับ”

ดาญ่าไม่เจ็บไม่ปวดตรงไหนแต่หายใจไม่ออกเพราะถูกเขากอดไว้แน่นแล้วก้มมองมือเขาที่โอบกอดเธอไว้แน่น ครั้นเงยหน้ามองเขาอีกทีแก้มชนจมูกเขาพอดี นันทิยาเข้ามาเห็นภาพบาดตาร้องกรี๊ดๆบ้านแทบแตก วัชรีที่ตามเข้ามาถึงกับอ้าปากค้างกับภาพตรงหน้า เสียงร้องของนันทิยาดังไปถึงเรือนครัว อุ่นกับอำไพที่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยพากันวิ่งมายังต้นเสียง...

ฝนซึ่งได้ยินเสียงแปดหลอดเช่นกันวิ่งมาแอบดูอยู่หน้าประตูเรือนเล็ก เห็นนันทิยาเข้าไปกระชากตัวเทวัตออกจากดาญ่า สั่งให้ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้ ดาญ่ายกมือทั้งสองขึ้นอย่างยียวน ตนไม่ได้จับอะไรเขาสักหน่อย เขาเป็นฝ่ายมากอดเอง นันทิยาหาว่าเธอไปอ่อยเขาก่อน ล่อหลอกผู้ชายเข้าบ้านกลางวันแสกๆ

ที่หน้าประตูทางเข้าเรือน อำไพกับอุ่นวิ่งมาแอบข้างๆฝนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ฉันน่ะเหรอล่อเขามา คุณเทวัตขา คุณมาหาฉันที่บ้านเองไม่ใช่เหรอคะ” ไม่ยั่วเปล่าดาญ่ายื่นมือไปแตะที่อกเสื้อเขาอีกต่างหาก นันทิยาปรี๊ดแตกอีกครั้งปัดมืออีกฝ่ายออกสั่งห้ามมายุ่งกับแฟนของตน ดาญ่าหมดสนุกทันทีมองหน้าเขาอย่างตัดพ้อ เขาพยายามอธิบายว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น วัชรีช่วยยืนยันคำพูดของนันทิยาอีกแรงว่าเหิมกับตนสัญญากันไว้ว่าจะให้เขาแต่งงานกับนันทิยาหลังดูใจกันครบสองปี นี่ก็ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว

“งั้นก็เชิญคุณพาแฟนออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว” ดาญ่าพูดจบสะบัดหน้าเดินออกไปเลย เทวัตไม่ยอมแพ้ แกะมือตุ๊กแกของนันทิยาออกรีบตามไปอธิบาย แต่เธอไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ยิ่งนันทิยาตามมาแสดงท่าทางเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกอดแขนเขาไว้อีกยิ่งทำให้เธอโกรธ รู้สึกเหมือนถูกเขาหลอก ไล่ตะเพิดทุกคนออกไปจากบ้านของเธอ เทวัตเห็นเธอกำลังโกรธ พูดอะไรไปตอนนี้เธอคงไม่ฟัง จึงขอตัวกลับก่อนไว้ค่อยคุยกันวันหลัง

ดาญ่าเมินหน้าไม่สนใจ เทวัตถอนใจแกะมือนันทิยาออกแล้วลงจากเรือนไป โดยมีนันทิยากับวัชรียิ้มอย่างผู้ชนะใส่เธอก่อนจะพากันผละจากไป ดาญ่ามองตามเจ็บใจแล้วเหลือบไปเห็นถุงใส่เสื้อเปียกของเทวัตลืมไว้ คว้าถุงวิ่งตามจนทัน ตะโกนเรียกว่าเขาลืมของ หยิบเสื้อเปียกปาใส่โดนนันทิยากับวัชรีเต็มๆ ก่อนจะขว้างถุงตาม เทวัตกลับมาเก็บเสื้อผ้าเปียกใส่ถุง นันทิยาแว้ดทันที

“นี่เสื้อผ้าคุณเทวัตจริงๆเหรอ ทำไมถึงเปียกยังงี้คะ ไปทำอะไรกันมา”

เทวัตไม่ตอบเดินลิ่วออกไปเลย นันทิยามองตามแค้นใจ

ดาญ่ากลับเข้ามาทิ้งตัวนั่งที่โซฟา เจ็บใจที่ดันหลงรักเทวัตเข้าให้แล้วโดยไม่รู้ว่ามีเจ้าของ มีเสียงคุณหนูเรือนเล็กหัวเราะคิกๆดังขึ้น ดาญ่ากำลังอารมณ์เสีย

ตวาดแว้ดขำอะไรนักหนา แน่จริงก็ออกมา เด็กน้อยปรากฏตัวมานั่งเท้าคางอยู่ข้างๆพร้อมกับหัวเราะคิกๆ เธอสะดุ้งโหยงถอยกรูด เด็กน้อยโวยเป็นคนเรียกให้มาหาจะตกใจทำไม

“ผีโผล่มาใครบ้างจะไม่ตกใจ”

เด็กน้อยตัดพ้อบอกจนปากจะฉีกถึงรูหูว่าไม่ใช่ผีแต่เป็นรุกขเทวดาทำไมไม่รู้จักฟังบ้าง ดาญ่าไม่สนจะเป็นอะไรก็ตามแต่ไม่มีสิทธิ์หัวเราะเยาะคนอื่น แกเคยเตือนเธอแล้วว่าอย่าไปไว้ใจผู้ชายสามคนทำไมไม่เชื่อ

“หมายความว่าคุณเทวัตก็เป็นหนึ่งในผู้ชายสามคนงั้นเหรอ” ดาญ่ารู้สึกผิดหวังในตัวเทวัต...

ฝนกำลังถือถาดใส่จานชามเพื่อเอาไปล้างได้ยินเสียงดาญ่าคุยกับใครบางคนดังมาจากห้องรับแขก นิ่วหน้าแปลกใจว่าคุยกับใครในเมื่อเทวัต นันทิยาและวัชรีกลับตึกใหญ่กันหมดแล้ว จึงวางถาดเดินไปดู ดาญ่ากำลังต่อว่าคุณหนูเรือนเล็กอยู่ ฝนถึงกับหน้าเสียคิดว่าด่าตัวเองเพราะไม่เห็นใครในห้องรับแขก ดาญ่ารีบบอกว่าไม่ได้ว่าเธอ

“แล้วว่าใครอยู่เหรอคะ”

ดาญ่าอึกอักไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเพราะฝนไม่สามารถเห็นคุณหนูเรือนเล็กได้...

อีกมุมหนึ่งบนตึกใหญ่ วัชรีเพิ่งสังเกตเห็นชุดที่เทวัตสวมจำได้ว่าเป็นของภิมุข ร้องเอะอะไปเอาชุดนี้มาใส่ได้อย่างไร เขาตกสระน้ำเสื้อผ้าเปียกหมด ดาญ่าก็เลยเอาชุดนี้มาให้เปลี่ยน นันทิยายังฟุ้งซ่านไม่เลิกหาว่านี่เป็นแผนของนังนั่นทำให้เขาตกน้ำเพื่อจะจัดฉากเลิฟซีนขึ้น เขาขี้เกียจฟังเรื่องไร้สาระขอตัวกลับก่อน วัชรีร้องเตือนว่าเหิมจริงจังกับเรื่องที่เทวัตจะแต่งงานกับนันทิยา ถ้าเขารู้เรื่องเทวัตกับดาญ่าวันนี้ต้องไม่สบอารมณ์แน่

“ไว้ผมจะอธิบายกับคุณพ่อเองครับ ผมลาล่ะครับคุณน้า” เทวัตยกมือไหว้ลาวัชรีเสร็จเดินลิ่วออกไป นันทิยารีบวิ่งตามมาวอแวอีกแต่เขาไม่สนใจขึ้นรถขับออกไปเลย...

ที่เรือนครัว อุ่นกับอำไพกำลังนินทากันอย่างสนุกปากเรื่องลูกหลานเจ้านายแย่งผู้ชายคนเดียวกัน พากันวิเคราะห์ตกลงเทวัตจะเลือกใครกันแน่ อำไพมั่นใจว่านันทิยาจะได้เขาไปเพราะคุณผู้หญิงกับคุณเหิมถือหางข้างเธอ ฝนมาทันได้ยินพอดีเชื่อว่าเทวัตต้องเลือกคุณดาญ่า อำไพตวาดแว้ดอย่ามาทำเป็นรู้ดี ฝนไม่ได้แค่รู้ดีแต่เห็นเต็มสองตาว่าเทวัตปิ๊งดาญ่า คอยดูแลเป็นห่วงเป็นใยในฐานะลูกสาวผู้มีพระคุณ

“ที่แกพ่นออกมานี่จะอวดใช่ไหมว่าแกเป็นขี้ข้าคนสนิทของคุณดาญ่าไปแล้ว”

“ถ้าตอบว่าใช่แล้วจะทำไม” ฝนลอยหน้าใส่ อุ่นเงื้อมือจะตบ สองสาวจะมีเรื่องกัน อำไพต้องเข้าไปห้าม

ooooooo

ชุดของภิมุขที่เทวัตสวมทำให้เหิมที่กลับจากทำงานซึ่งเห็นแค่ด้านหลังตกใจแทบช็อกคิดว่าภิมุขตามมาหลอกหลอนจะเอาชีวิต เทวัตหันมาเห็นท่าทางแปลกๆของพ่อก็ร้องเรียก เหิมตื่นจากภวังค์มองดูอีกครั้งเห็นเทวัตยืนอยู่แทนที่ภิมุขถึงกับถอนใจโล่งอกก่อนจะเอ็ดตะโรลั่นไปเอาชุดใครมาใส่

“ชุดของคุณอาภิมุขน่ะครับ พอดีผมไปที่เรือนเล็กมาแล้ว...”

“ไม่ต้องเล่า ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว และเราต้องคุยเรื่องนี้กันเดี๋ยวนี้ แต่แกรีบไปเปลี่ยนชุดนี้ออกซะก่อนไปๆ แกไม่รู้สึกขนหัวลุกบ้างหรือไง เอาเสื้อผ้าคนตายโหงมาใส่ อยากอายุสั้นตามมันเหรอ” เหิมมองอย่างรังเกียจ...

ไม่นานนักเทวัตในชุดของตัวเองลงมาหาพ่อที่รอท่าอยู่ในห้องรับแขก ท่านไม่รอช้าพูดถึงเรื่องที่วัชรีเล่าให้ฟังว่าเจอเขากอดกับดาญ่าที่เรือนเล็ก ทั้งที่รู้จักกันไม่นานเธอหลงเสน่ห์เขาขนาดนี้เลยหรือ สุดยอดจริงๆ เทวัตขอร้องอย่าใช้คำว่าหลง เขากับดาญ่ามีความรู้สึกที่ดีต่อกัน 

แล้วถามพ่อว่าต้องการอะไร เหิมต้องการให้เขามัดใจเธอให้อยู่หมัดแต่ห้ามจริงจังด้วย รับรองเด็กที่ใช้ชีวิตอยู่แต่เมืองนอกอย่างเธอต้องเสร็จเขาแน่นอน

“ดาญ่ากำลังทำตัวเป็นไอ้เข้ขวางคลอง ไม่ให้คุณวัชได้รับมรดกที่ควรจะได้รับจากคุณภิมุขในฐานะเมียที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย แกกับฉันเราต้องช่วยคุณวัช”

เทวัตยิ่งฟังยิ่งเครียด แต่ก็กลั้นใจถามว่าพ่อจะให้ช่วยอย่างไร เหิมต้องการให้เขาทำให้ดาญ่ารักและไว้ใจ ถ้าเธอคิดหรือจะทำอะไรให้เขารีบมารายงาน เทวัตทักท้วงนี่พ่อคิดจะหลอกลวงลูกสาวผู้มีพระคุณอย่างนั้นหรือ เหิมของขึ้นทันทีด่าลูกชายตัวเองว่าคนที่มีบุญคุณกับเขาคือตนต่างหากที่เอาเขามาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะจนได้ดิบได้ดี ภิมุขแค่ให้เศษเงินส่งเสียเขาเรียนทีหลังและที่ภิมุขยอมเสียเงินให้ก็เพราะเขาเป็นลูกของตนที่สร้างผลประโยชน์ให้

“ลองฉันไม่มีประโยชน์ให้เขาสิ เขามองไม่เห็นหัวแกหรอกเทวัต พ่อพูดแค่นี้แกคงเข้าใจลึกซึ้งนะ” พูดจบ เหิมเดินขึ้นข้างบนทิ้งให้เทวัตมึนตึบเพียงลำพัง...

ขณะที่เทวัตถูกเหิมบีบให้ทำสิ่งที่ไม่อยากทำ

ดาญ่าเปิดโน้ตบุ๊กค้นดูข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทเอกธนกิจเห็นประกาศรับสมัครพนักงานหลายอัตราก็ยิ่งมั่นใจว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล หากบริษัทใกล้ล้มละลายจะรับพนักงานใหม่ทำไม แถมบางอัตราให้เงินเดือนสูงอีกต่างหาก เธอตัดสินใจจะสืบหาความจริงให้ได้ โดยจะปลอมตัวเข้าไปทำงานที่นั่น เห็นมีตำแหน่งพนักงานบัญชีซึ่งตรงกับที่เรียนมารีบกรอกใบสมัครทางออนไลน์

ooooooo


ดาญ่าออกไปหาซื้อเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปทำงานที่ห้างฯหรูกลางกรุง ระหว่างเลือกซื้อชุดสวยอยู่ เทวัตโผล่มาจากไหนไม่รู้อาสาช่วยเลือกชุดให้ เธอยังงอนเขาเรื่องเมื่อวานไม่หายจึงไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา แต่เขาไม่สนใจคะยั้นคะยอให้ลองสวมชุดที่เขาเลือกให้ เธอตวาดเสียงเขียวจะลองทำไมในเมื่อเธอมาหาชุดใส่ไปทำงาน

“ใส่ไปทำงาน! คุณจะไปทำงานที่ไหนเหรอครับ”

หญิงสาวอยากเขกหัวตัวเองนักที่เผลอพูดเรื่องนี้ออกมา ทั้งคู่มัวแต่คุยกันไม่ทันเห็นเพื่อนของนันทิยาจ้องมองมาทางที่พวกตนยืนอยู่ ก่อนจะโทร.ไปฟ้องนันทิยาว่าเจอเทวัตพาสาวที่ไหนไม่รู้มาเดินช็อปปิ้ง เธอไม่รอช้าพุ่งออกจากบ้าน ขับรถราวแข่งกับพายุเพื่อจะไปดูหน้าสาวของชายที่ตัวเองหลงรัก...

เทวัตรู้ว่าดาญ่ายังงอนเรื่องนันทิยาไม่หาย พยายามง้อสุดฤทธิ์ทั้งช่วยหิ้วถุงใส่ของทั้งซื้อไอศกรีมเลี้ยงจนเธอเริ่มใจอ่อน ทั้งสองคนหยอกล้อกันไปกินไอศกรีมกันไปราวกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน กินไอศกรีมเสร็จเธอชวนเขาไปช่วยเลือกชุดต่อ เขาถือโอกาสถามเธอว่า จะไปทำงานที่ไหนหรือ เธอยังไม่ทันตอบ นันทิยาเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน พร้อมกับต่อว่าดาญ่าว่ารู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นคู่หมายของตนและจะต้องแต่งงานกันยังหน้าด้านมายุ่งอีก

“พูดดีๆนะ ฉันไปยุ่งอะไรกับเขา เขาเป็นคนตามฉันมาเอง”

“คุณนันครับ ผมเป็นคนตามคุณดาญ่ามาเองจริงๆ คุณดาญ่าไม่รู้เรื่องหรอกครับ” เทวัตออกหน้ารับผิดเองแต่นันทิยายังไม่หยุดหาเรื่องดาญ่า จนเธอทนไม่ไหวเดินหนีไปเลย เทวัตรีบเดินตามโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของนันทิยา จนทันกันที่ลานหน้าบันไดเลื่อน พยายามอธิบายว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรกับนันทิยา เรื่องจับแต่งงานเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่พูดกันเองเขาไม่เกี่ยว ยัยตัวแสบตามมาหาเรื่องดาญ่าอีกโวยวายเสียงลั่น

“นี่หล่อนไปให้พ้นนะ อย่ามายุ่งกับแฟนฉัน...ใครไม่เคยเห็นผู้หญิงหน้าด้านแย่งแฟนคนอื่นมาดูเร็ว”

ผู้คนเหลียวมองเป็นตาเดียวกัน ยิ่งเห็นคนสนใจนันทิยายิ่งด่าว่าดาญ่าต่างๆนานา เทวัตพยายามห้ามปรามแต่ไร้ผล จึงตัดสินใจลากแขนเธอออกห่างจากดาญ่า ครั้นมาถึงมุมปลอดคนเขาต่อว่าเธอว่ามีสิทธิ์อะไรมาห้ามดาญ่าไม่ให้ยุ่งกับเขา เราสองคนยังไม่ได้เป็นอะไรกันมากกว่าคนรู้จัก

นันทิยาเข้าไปกอดแขนเขาเสนอให้รีบเป็นอะไรกันเพราะรอมานานแล้ว เทวัตเซ็งสุดๆประกาศชัดเจนต่อให้รออีก 20 ปีจนแก่เขาก็ไม่มีวันเป็นอะไรกับเธอเกินกว่าคนรู้จัก

“เออ 10 ปี 20 ปีนันก็จะรอแล้วนังดาญ่าก็อย่าหวังจะได้คุณไปกก ถ้านันไม่ได้มันก็ต้องไม่ได้ ต่อให้นันตาย นันก็จะเป็นวิญญาณคอยหลอกหลอนชีวิตมัน”

เทวัตเหนื่อยใจกับผู้หญิงคนนี้ แกะมือเธอออกแล้วเดินหนี

ooooooo

ณ บริษัทเอกธนกิจ เนตรสุดาถือแฟ้มเอกสารออกมาจากห้องทำงานเห็นพนักงานหญิงยืนจับกลุ่มมองไปที่ประตูทางเข้าบริษัทพลางซุบซิบนินทา เข้าไปถามว่ามีเรื่องอะไร หนึ่งในพนักงานพยักพเยิดให้เธอดูว่าที่บอสคนใหม่ เนตรสุดามองตามสายตาพนักงานเห็นวัชรีเดินหน้าเชิดคอตั้งเข้ามากับนันทิยา

“บอสคนใหม่อะไรก็พูดกันไปเนอะ ท่านประธานยังมีลูกสาวเป็นทายาทอีกคนหนึ่งนะอย่าลืมสิ” เนตรสุดาติง

“แล้วไหนล่ะลูกสาว ขนาดงานศพท่านประธานยังไม่เห็นโผล่มาเลยค่ะพี่”

“ก็นั่นสินะพี่ก็แปลกใจ พ่อตายทำไมไม่มาหรือว่าไม่รู้ เขาอยู่เมืองนอกนี่นะ” เนตรสุดาแก้ตัวแทน

พนักงานกระเซ้าพูดเป็นละครลิงไปได้ พ่อตายทั้งคนลูกไม่รู้ได้อย่างไร แล้วหันไปหัวเราะคิกๆกับเพื่อนพนักงาน ทั้งสามคนมัวแต่เม้าท์แตกไม่ทันเห็นนันทิยาเดินเข้ามาหยุดยืนใกล้ๆ

“แหม ทำงานกันร่วนเชียวนะ”

ทั้งหมดหยุดหัวเราะแทบไม่ทัน วัชรีรู้ดีว่าเนตรสุดาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีที่ภิมุขไว้ใจจึงเบ่งใส่ว่าหลานชายของตนอยู่ไหม เนตรสุดารู้ทันว่าอีกฝ่ายต้องการวางอำนาจต่อหน้าพนักงานคนอื่นก็เลยยียวนกลับไปบ้าง สองน้าหลานไม่พอใจรุมเล่นงานเธอยกใหญ่ ก่อนจะพากันตรงไปที่ห้องทำงานรังสรรค์

การมาบริษัทเอกธนกิจของวัชรีครั้งนี้ มีจุดประสงค์หลักสามอย่าง ข้อแรกเธอมาเพื่อแสดงให้เหล่าพนักงานเห็นว่าจากนี้ไปเธอคือหมายเลขหนึ่งของที่นี่แทนที่ภิมุขที่เสียชีวิต ข้อสอง เธอต้องการให้รังสรรค์หาตำแหน่งงานที่เหมาะสมให้กับนันทิยา และข้อสาม เธอต้องการมาค้นห้องทำงานของภิมุขเพื่อหากุญแจไขตู้เซฟ

ทางด้านเนตรสุดาอดสงสัยไม่ได้ว่าวัชรีมาที่นี่ทำไมจึงเรียกอำนวยมาสอบถามเผื่อจะรู้อะไรมาบ้างเพราะเห็นเพิ่งกลับจากห้องทำงานรังสรรค์ ได้ความว่าวัชรีจะพานันทิยามาทำงานที่นี่ เนตรสุดาเก็บอาการสุดฤทธิ์ไม่ต้องการแสดงความไม่พอใจให้ใครเห็น รอจนอำนวยไปแล้วถึงกับบ่นอุบ

“จะพายัยนันมาทำงานที่นี่ ยัยหน้าเด้งนั่นทำอะไรเป็นนอกจากเหวี่ยงไปวันๆ มานั่งกินเงินเดือนบริษัทฟรีๆน่ะสิ เฮ้อ อีแร้งลงทึ้งชัดๆ” บ่นเสร็จเนตรสุดานึกถึงภิมุขเจ้านายผู้แสนดีของตัวเอง เสียดายคนดีๆอย่างท่านที่ต้องมาด่วนจากไปทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาอันควร...

รังสรรค์ยังนึกไม่ออกจะมอบตำแหน่งอะไรให้น้องสาวทำ เพราะไม่คิดว่าการทำงานเป็นเวลาจะใช่วิถีชีวิตของเธอ นันทิยายืนยันว่าทำได้ ขอแค่ไม่ต้องทำงานทุกวัน เข้าออกได้ตามใจเธอและไม่จำเป็นต้องนั่งโต๊ะทำงานทั้งวัน รังสรรค์นึกขึ้นได้ว่ามีตำแหน่งแบบที่ เธอต้องการไม่ผิดเพี้ยน เธอสงสัยตำแหน่งอะไร

“ก็แม่บ้านไง เดินเสิร์ฟน้ำกาแฟทั้งวันไม่ค่อยได้นั่ง”

“กวนโอ๊ย อีพี่สรรค์” ไม่ด่าเปล่านันทิยาคว้าปากกาใกล้มือปาใส่ รังสรรค์ยกมือป้องไว้ทัน วัชรีบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าไม่ได้พูดเล่น ตนอยากให้นันทิยาเข้ามาเรียนรู้งานที่นี่เพราะต่อไปพอตนเข้ามานั่งแท่นประธานของที่นี่ พวกเราทุกคนจะได้มาช่วยกัน นันทิยาทักท้วงนังดาญ่าคงไม่ยอมให้วัชรีได้บริษัทของพ่อมันไปง่ายๆแน่

“น้าถึงต้องรอให้เปิดพินัยกรรมซะก่อนไง”

“คุณน้ามั่นใจใช่ไหมคะว่าพ่อมันจะยกมรดกทั้งหมดรวมทั้งบริษัทนี้ให้กับคุณน้าเพียงคนเดียว”

วัชรีแอบสบตากับรังสรรค์อย่างรู้กัน แล้วพยักหน้าให้นันทิยา มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าจะเป็นอย่างนั้น ภิมุขคงไม่เห็นยัยลูกสาวที่ทิ้งเขาไปดีกว่าตนแน่นอน รังสรรค์สะดุดกับคำพูดของน้าสาว เหมือนกับว่าลูกสาวของภิมุขกลับมาแล้วอย่างนั้น นันทิยาชิงพูดขึ้นก่อน

“ก็กลับมาแล้วน่ะสิ ฉันล่ะหงุดหงิด นังนั่นมันอ่อยคุณเทวัตเบอร์แรงมาก”

“อ้าว ไอ้เทวัตไปรู้จักกับเขาซะแล้ว ไอ้นี่มันเสือปืนไวเหมือนกันแฮะ” รังสรรค์พูดไม่ทันขาดคำ  เหิมโทร.มาตามให้ไปพบที่ห้องทำงานตอนนี้ตนมาถึงแล้ว มีเรื่องด่วนจะคุยด้วย ไม่กี่อึดใจ รังสรรค์จ้ำพรวดๆผ่านหน้าเนตรสุดาเข้าไปในห้องทำงานของเหิม เธอมองตามเบ้ปากใส่

“ทนายตีท้ายครัวเข้าออฟฟิศทีไรเป็นต้องเรียกตาหลานชายยัยชู้รักไปพบทุกที ขยันทำงานเข้าขากันจริงๆ”

ooooooo

ในเวลาเดียวกันเทวัตไม่เป็นอันทำงานทำการครุ่นคิดถึงแต่เรื่องที่พ่อต้องการให้เขาหลอกให้

ดาญ่ารัก เพื่อคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเธอ เขาทนทำงานต่อไปไม่ไหวคว้ามือถือโทร.หาเธอด้วยความเป็นห่วง

คนที่เทวัตโทร.หากำลังค้นทุกซอกทุกมุมของเรือนเล็กแต่ไม่เจอกุญแจไขตู้เซฟ โดยมีคุณหนูเรือนเล็กมองตามแต่ไม่ช่วยอะไรเนื่องจากงอนที่เตือนเธอเรื่องเทวัตแล้วไม่ฟัง ปล่อยให้หาเองให้เข็ด จังหวะนั้นมือถือของเธอดังขึ้น ดาญ่าหยิบออกมาดูเห็นเทวัตโทร.มา ยังงอนเรื่องที่เกิดในห้างฯเมื่อวานไม่หายก็เลยไม่ยอม

รับสาย แต่สุดท้ายทนไม่ไหวคว้ามือถือขึ้นมากดรับถามว่าโทร.มาทำไม เขาอยากคุยเรื่องของเรา

“แต่ฉันอยากให้ลืมเรื่องของเราซะ แค่นี้นะ” ดาญ่าวางสายทันที คุณหนูเรือนเล็กตบมือดีใจที่เธอตัดใจจากผู้ชายคนนั้นได้ เทวัตไม่ยอมให้เธอลืมเรื่องระหว่างเราง่ายๆคว้ากุญแจรถออกจากห้องทำงาน...

ที่เหิมเรียกรังสรรค์มาพบเพื่อสั่งให้เก็บบัญชีเคลื่อนไหวของบริษัทไว้เป็นความลับอย่าให้ตัวเลขรั่วไหลออกมาแม้แต่หลักเดียว ให้มีแค่ตนกับเขาเท่านั้นที่รู้ ส่วนผลประกอบการกำไรไตรมาสนี้ก็ไม่ต้องรายงาน ตนจะแจ้งกับทุกฝ่ายเองว่าภิมุขเพิ่งเสียชีวิต เอกสารหลายอย่างเลยไม่เรียบร้อยให้รอจนกว่าจะมีการแต่งตั้งประธานบริษัทคนใหม่ก่อน รังสรรค์ยิ้มอย่างรู้ทัน นี่คงเป็นเพราะลูกสาวของภิมุขกลับมาทวงมรดกใช่ไหม

“นังเด็กนั่นไม่ได้กลับมาทวงมรดกอย่างเดียวหรอก ฮึ นายเองก็ระวังไว้ให้ดีเถอะ” เหิมพูดเป็นนัยๆ รังสรรค์ถึงกับยิ้มไม่ออกเพราะเขาคือมือสังหารภิมุขนั่นเอง...

คุณหนูเรือนเล็กเห็นดาญ่าค้นหากุญแจตู้เซฟจนเหงื่อท่วมตัวแต่ยังหาไม่เจอก็สงสาร ตัดสินใจบอกที่ซ่อนให้ว่าอยู่หลังนาฬิกาตั้งพื้นเรือนใหญ่ เธอรีบไปดูตรงจุดนั้นพบกุญแจซ่อนอยู่จริงๆ หยิบมาดูใกล้ๆไม่แน่ใจว่าเหมือนกับกุญแจที่อาณัติเอาให้ดูหรือเปล่า...

ไม่ได้มีแค่ดาญ่าเท่านั้นที่หากุญแจปริศนาเจอ วัชรีกับนันทิยาช่วยกันค้นห้องทำงานภิมุขจนเจอกุญแจซ่อนอยู่ในกล่องใส่ปากกา สองน้าหลานดีใจมากคิดว่าเป็นดอกที่ใช่ โดยเฉพาะวัชรีรีบโทร.บอกข่าวดีนี้ให้เหิมรู้

“คุณเจอกุญแจเซฟอยู่ในห้องทำงานคุณภิมุขเหรอ โชคอยู่ข้างคุณแล้วที่รัก” เหิมตื่นเต้นดีใจไปด้วย

“ไม่ใช่แค่โชคที่อยู่ข้างฉัน แต่รวมทั้งทรัพย์สมบัติทุกอย่างก็ต้องอยู่กับฉันด้วย ฉันกำลังจะรีบไปธนาคารแค่นี้นะคะ” วัชรีวางสาย รีบออกจากบริษัทเอกธนกิจไปพร้อมกับนันทิยา...

ฝ่ายดาญ่าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จคว้ากระเป๋าสะพายออกจากห้อง ฝนถือเสื้อผ้าที่รีดแล้วขึ้นบันไดมาเห็นก็ร้องทักจะรีบร้อนไปไหน เธอจะไปธนาคารแล้วนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดเรื่องนี้ให้ใครรู้ ฝนเหมือนจะอ่านใจเธอออกรีบบอกว่าจะเย็บปากตัวเองให้สนิทไม่บอกใครเด็ดขาด แล้วขออนุญาตเอาเสื้อพวกนี้ไปเก็บในห้องนอน

“เอาเลยจ้ะ” ว่าแล้วดาญ่าพุ่งลงบันได เมื่อมาถึงขั้นสุดท้ายดันก้าวพลาดหน้าคะมำ เทวัตเข้ามารวบตัวเธอไว้ได้ทัน ต่อว่าว่าจะรีบร้อนไปไหน ดาญ่าหวั่นไหวไปกับความใกล้ชิด แต่ต้องทำใจแข็ง เสียงกร้าวใส่จะไปไหนไม่ใช่เรื่องอะไรของเขา สั่งให้ปล่อยได้แล้ว เขาไม่ยอมปล่อย ถ้าไม่ได้คุยกันให้รู้เรื่องก่อน  เธอจำได้ว่าบอกเขาทางโทรศัพท์แล้วว่าให้ลืมเรื่องของเราสองคน

“ก่อนจะมาผมก็พยายามลืมคุณแล้วครับ แต่ผมลืมคุณไม่ได้จริงๆ ผมถึงต้องมาหา”

ดาญ่าใจเต้นไม่เป็นส่ำขืนอยู่ใกล้เขาต่อไปต้องใจอ่อนแน่ๆ ตัดสินใจผลักเขาพ้นทางแล้วเดินหนีออกจากบ้าน เขาไม่ยอมแพ้รีบเดินตาม คุณหนูเรือนเล็กไม่ไว้ใจเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วปรากฏตัวขึ้นขวางหน้า ห้ามเขาตามดาญ่า แล้วใช้พลังผลักเขาหงายเงิบ เขาถึงกับตะลึงที่เห็นเด็กหัวจุก ฝนออกมาเจอเทวัตก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่ทางเดินหน้าเรือนถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาเงยหน้ามองไปอีกทีเด็กน้อยหายไปแล้ว

ฝนเห็นเทวัตเหมือนมองหาใครอยู่คิดว่าเป็นดาญ่า รายงานว่าไปแล้ว ทีแรกฝนไม่ยอมบอกว่าเจ้านายคนใหม่ไปไหน แต่สุดท้ายทนเสียงรบเร้าของเขาไม่ไหวยอมเปิดปากบอกว่าเธอไปธนาคาร...

จากนั้นไม่นาน ดาญ่ามาถึงธนาคารแต่อาณัติติดคุยกับลูกค้าอยู่ พนักงานต้อนรับจึงขอให้เธอนั่งรอก่อน โดย

ที่ไม่รู้เลยว่าลูกค้าที่ว่าคือวัชรีกับนันทิยานั่นเอง ทั้งคู่

เอากุญแจที่เจอในห้องทำงานของภิมุขมาให้อาณัติเทียบกับกุญแจตู้เซฟอีกดอกปรากฏว่าไม่ตรงกัน

ดาญ่าที่นั่งรออยู่เห็นวัชรีเดินหัวเสียออกมาจากห้องทำงานอาณัติพร้อมกับนันทิยาแปลกใจว่าทั้งคู่มาทำไม เทวัตที่แอบตามดาญ่ามานั่งหลบๆปะปนกับลูกค้ารายอื่นเห็นสองน้าหลานรีบกางหนังสือพิมพ์บังหน้า พนักงานมาเชิญดาญ่าไปพบอาณัติทำให้เธอเผชิญหน้ากับแม่เลี้ยง สองฝ่ายเกือบจะมีเรื่องกันถ้าไม่ติดว่าอยู่ในธนาคาร

วัชรีมองตามดาญ่าที่เดินเข้าไปในห้องทำงานอาณัติด้วยสีหน้าร้อนใจว่าเธอมาที่นี่ทำไม


ละครคุณหนูเรือนเล็ก ตอนที่ 3 อ่านคุณหนูเรือนเล็กติดตามละครคุณหนูเรือนเล็ก ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร,เกศรินทร์ น้อยผึ้ง 24 พ.ย. 2561 08:40 2018-11-26T00:57:38+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ