ข่าว

วิดีโอ



คุณหนูเรือนเล็ก

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า-แฟนตาซี

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์

กำกับการแสดงโดย: คณวัชร สังวริบุตร

ผลิตโดย: บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: ธันวา สุริยจักร,เกศรินทร์ น้อยผึ้ง

ดาญ่ายืนถือซองเงินกับกุญแจรถมองรูปที่ผนังซึ่งเบี้ยวหมดทุกรูปอย่างแปลกใจ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ แล้วขยับรูปกลับเข้าที่ทีละรูปๆกระทั่งมาถึงรูปที่สามเห็นเงาสะท้อนของเด็กหัวจุกยืนอยู่ข้างหลัง หันขวับไปมองแต่ไม่เจอใคร จากที่ไม่เชื่อเรื่องผี หญิงสาวเริ่มใจคอไม่ดี

“คงตาฝาดเห็นเงาสะท้อนตัวเอง” ดาญ่าปลอบใจตัวเอง พลันมีเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น เธอสะดุ้งโหยง ครั้นตั้งสติได้เงี่ยหูฟังว่าเสียงดังมาจากไหนแล้วเดินหาไปทั่วบ้านในที่สุดก็เจอโทรศัพท์ไร้สายวางอยู่บนโต๊ะรีบรับสาย กลับไม่มีเสียงตอบ มีเพียงเสียงเด็กน้อยหัวเราะแบบล้อเลียน

“ใครน่ะโทร.มาล้อเล่นอะไร ฮัลโหลๆ ถามว่าใคร”

ไม่มีเสียงตอบ แถมตัดสายไปเลย ดาญ่าเริ่มหงุดหงิดคิดว่าเป็นพวกโรคจิตโทร.มาแกล้ง วางสายอย่างระอาใจก่อนจะเดินขึ้นห้อง เปิดตู้เสื้อผ้าหาที่ซ่อนเงิน กระจกเงาที่บานประตูตู้สะท้อนให้เห็นร่างเด็กน้อย หัวจุกค่อยๆขยับเข้าหาจนชิดตัว เธอเหลือบไปเห็นเด็กน้อยในชุดโบราณบนกระจกเงาตกใจถึงกับปล่อยซองเงินร่วงจากมือ หันขวับไปมองไม่เห็นใครเหมือนเดิม คราวนี้เริ่มมั่นใจแล้วว่าไม่ได้อยู่คนเดียวในบ้านหลังนี้

เดินหาทั่วห้องไม่เจอแม้แต่เงาของคน ดาญ่าเลิกสนใจเด็กน้อยกลับมาเก็บเงินที่ร่วงอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ครั้นเงยหน้ามองอีกที ต้องผงะแทบหงายหลังเมื่อเจอเด็กน้อยหัวจุกยื่นสมุดบัญชีธนาคารมาตรงหน้า

“นี่ของเธอ รับไปสิ”

ดาญ่ากรีดร้องลั่นบ้าน ก่อนจะวิ่งหนีโดยมีเด็กน้อยวิ่งตามพลางยื่นสมุดบัญชีธนาคารให้ เธอร้องห้ามเสียงหลงว่าอย่าเข้ามา ผีก็อยู่ส่วนผี เด็กน้อยตัดพ้ออย่ามาว่าตนเป็นผี ตนไม่ใช่สักหน่อย

“เธอจะเป็นผีสางเป็นต่างดาวหรือเป็นอะไรก็ช่างอย่ามายุ่งกับฉัน ออกไปนะ ไปให้พ้น ไป...”

“ไม่ไป พ่อตัวยังไม่เคยไล่เขาเลย ตัวจะมาไล่เขาได้ยังไง เขาไม่ไปไหนทั้งนั้น” เด็กน้อยหายตัวไปโผล่บนหลังดาญ่า “เขาจะอยู่กับตัวเอง ฮิๆๆ” เด็กน้อยหัวเราะชอบใจ ดาญ่ากลัวสุดๆ วิ่งหนีไปทั่วห้องพลางแหกปากร้อง

“เอาของตัวคืนไป” เด็กน้อยยัดสมุดบัญชีใส่ในอกเสื้อของดาญ่า ขณะที่เจ้าตัวตกใจสุดขีดเปิดประตูวิ่งหนีออกจากห้อง เด็กน้อยไม่ทันระวังหัวชนเข้ากับวงกบประตูหงายหลังลงไปนอนแผ่หลากับพื้นคลำหัวป้อยๆ

ทางฝ่ายดาญ่าวิ่งหนีลงมาชั้นล่าง ไล่เปิดไฟสว่างทั้งบ้าน ก่อนจะยืนหอบหันมองรอบตัวอย่างขวัญผวา ถอนใจโล่งอกที่ไม่เห็นเด็กน้อยหัวจุกตามมา ลองหยิกตัวเองถึงได้รู้ว่าไม่ได้ฝัน ไม่ได้ตาฝาด หรือคิดไปเองนี่เป็นเรื่องจริง มีบางอย่างอยู่ในบ้านหลังนี้ แล้วทิ้งตัวลงนั่งมือทาบอก ถึงได้รู้ว่ามีสมุดบัญชียัดอยู่ในเสื้อ ล้วงออกมาโยนทิ้งลงบนโต๊ะใกล้ๆหดขาขึ้นกอดไว้ขวัญหนีดีฝ่อ

ครั้นเธอตั้งสติได้หยิบสมุดบัญชีขึ้นมาเปิดดู เห็นชื่อบัญชีเป็นของนางดาริน วศวงศ์ เพื่อเด็กหญิง ภัทศา  วศวงศ์ รู้ทันทีว่านี่เป็นบัญชีเงินฝากของแม่ ทำไมผีเด็กถึงเอามาให้ แล้วเปิดไล่ดูจนถึงหน้าสุดท้าย ตกตะลึงที่เห็นยอดเงินจำนวนมากถึง 100 ล้านบาท

ooooooo

ที่ห้องพักในคอนโดฯหรูของภิมุข ขณะที่เหิมกับวัชรีกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก ภิมุขเปิดประตูพรวดเข้ามาเจอภาพบาดตา

โกรธควันแทบออกหู พุ่งไปกระชากวัชรีที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยออกมา เงื้อมือจะตบสั่งสอนนังแพศยาที่บังอาจสวมเขาให้ เหิมโผจับมือเขาไว้พลางร้องห้ามไม่ให้ทำอะไรเธอ

“มึง ไอ้เนรคุณ เสียแรงที่ฉันไว้ใจแก ช่วยเหลือแกกับลูกทุกอย่าง  แกกล้าทำเลวหักหลังฉันได้...ไอ้ชั่ว” ไม่ด่าเปล่าๆภิมุขปล่อยมือจากแขนวัชรีมาต่อยหน้าเหิมล้มคว่ำ วัชรีเข้ามาประคองชู้รักไว้ ขอร้องให้อภัยเราสองคนด้วย

ภิมุขเห็นเธอออกโรงปกป้องชายชู้ยิ่งโกรธ ตามเข้าไปกระชากคอมันพร้อมกับขู่อาฆาต “ฉันไม่มีวันยกโทษให้พวกแกสองคน หญิงชั่วชายเนรคุณ ฉันขอสาบานฉันจะทำทุกอย่างให้พวกแกฉิบหายด้วยมือของฉันเอง”

วัชรีตื่นจากภวังค์ลุกพรวดขึ้นจากเตียงสีหน้าตื่นตระหนก เหิมที่กำลังกอดจูบเธออยู่พลอยตกใจไปด้วยถามว่าเป็นอะไร คิดถึงเรื่องเก่าอีกแล้วหรือ เธอกุมขมับหน้าเครียด ถ้าวันนั้นภิมุขไม่มาเจอเธอกับเขา การฆ่ากันคงไม่เกิดขึ้น เหิมปลอบไม่ต้องคิดอะไรมาก มันตายโหงไปแล้วจะไปคิดถึงมันอีกทำไม ถ้ามันยังอยู่เราสองคนจะมีความสุขกันขนาดนี้ได้หรือ แล้วจูบไหล่เปลือยเปล่าของเธอ

“จิ๊...สุขตรงไหนเนี่ย นังลูกสาวมันโผล่มาเป็นมารคอหอยอยู่ทั้งคนแบบนี้”

เหิมไม่เห็นว่านังเด็กนั่นจะมีพิษสงอะไร ขอให้วัชรีทำเป็นยอมๆมันไปก่อน ไว้ถึงเวลาหักดิบค่อยเล่นงานมันให้แหลก เก็บกวาดสมบัติของพ่อกับแม่มันมาให้เกลี้ยง แต่ตอนนี้มีสองสิ่งที่เราต้องหาให้พบก่อนนั่นคือเครื่องเพชรของดารินกับสมุดบัญชีเงินฝาก เท่าที่เขารู้มาดารินฝากเงินไว้ให้ลูกสาวตั้งแต่ยังเล็กๆ

“พอมันตายไอ้ภิมุขก็ฝากต่อ จนตัวเลขในบัญชีตอนนี้เหยียบร้อยล้านเข้าไปแล้ว”

วัชรีหาจนทั่วทั้งที่ตึกใหญ่และเรือนผีสิงไม่เจอเลย เหิมเองก็หาจนทั่วห้องทำงานของภิมุขก็ไม่เจอเหมือนกัน เธอบ่นอุบไม่รู้ว่าภิมุขเอาของสองสิ่งนี้ไปซ่อนไว้ไหน ทั้งเงินและเครื่องเพชรควรจะเป็นของเธอไม่ใช่ของนังเด็กนั่น โดยเฉพาะเครื่องเพชรเธอเคยเห็นดารินสวมตอนไปออกงาน  แต่ละชิ้นเม็ดใหญ่เป้งทั้งนั้น เหิมรับปากจะต้องตามล่าหาเครื่องเพชรกับเงินมาให้เธอให้ได้ วัชรียิ้มพอใจเอนหัวพิงไหล่ชู้รัก แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้

“จริงสิ พี่เหิมรู้หรือเปล่าคะ วันนี้ลูกบุญธรรมของพี่แวะไปที่เรือนผีสิงนั่น”...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ดาญ่าไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับสมุดบัญชีเงินฝากที่เพิ่งพบจึงโทร.ไปปรึกษากับเทวัต โดยไม่ได้เอ่ยถึงการได้มาของมัน บอกเพียงว่าเป็นบัญชีเงินฝากที่แม่ของเธอฝากให้ตั้งแต่เธอเป็นเด็ก จำนวนเงินเยอะมากจนเธอไม่แน่ใจว่าเงินในนั้นจะยังมีเหลืออยู่ในบัญชีหรือเปล่า

“คุณดาญ่าอยากรู้ว่าสมุดบัญชีเล่มนี้ยังใช้ได้  หรือปิดบัญชีไปแล้วใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ ดาญ่าไม่รู้จะปรึกษาใครก็เลย...เอ่อ นึกถึงคุณเป็นคนแรก”

เทวัตยิ้มแก้มแทบปริ ขอบคุณเธอมากที่นึกถึง แต่เธออย่าเพิ่งบอกใครเรื่องนี้ ทางที่ดีและปลอดภัยที่สุดคือเขาจะพาเธอไปตรวจสอบที่ธนาคารเอง ดาญ่าร้อนใจอยากรู้เรื่องนี้เร็วๆ ขอให้เขาพาไปวันพรุ่งนี้เลยหากเขาว่าง

“ว่างสิครับ พรุ่งนี้ผมว่างพอดี  ผมจะไปเป็นเพื่อนคุณ”

ooooooo

วางสายจากดาญ่า เทวัตเดินยิ้มลงมาข้างล่างดีใจที่เธอนึกถึงเขาเมื่อต้องการคนช่วยเหลือ เหิมกลับมาพอดีร้องทักวันนี้ไปเจอยัยลูกสาวของภิมุขที่เรือนเล็กมาหรือ เขายอมรับว่าไปจริง แต่บอกพ่อแล้วนี่ว่าจะไป

“แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปวันนี้” น้ำเสียงไม่พอใจของเหิมทำให้เทวัตรับรู้ได้ ออกตัวว่าพอดีว่างก็เลยแวะไปที่นั่น คิดไม่ถึงว่าดาญ่าจะเป็นเธอคนนั้น เหิมชะงัก ทำไมเขาถึงพูดเหมือนรู้จักกันมาก่อน ไปสนิทกับเธอตอนไหน เขาเจอเธอบนเครื่องบินตอนกลับจากอเมริกา แถมนั่งที่นั่งติดกัน เหิมเห็นสายตาเป็นประกายของลูกบุญธรรมซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนว่าเขาแสดงอาการชื่นชมผู้หญิงคนไหนออกนอกหน้าขนาดนี้ก็เลยต้องเบรก

“อย่าไปสนิทสนมกับดาญ่ามาก เดี๋ยวหนูนันจะหึง”

“จะมาหึงผมเรื่องอะไรครับพ่อ ผมไม่ได้เป็นอะไรกับคุณนันสักหน่อย”

เหิมบอกอย่างไม่อ้อมค้อมว่าต้องการให้เทวัตแต่งงานกับนันทิยา วัชรีรักเธอเหมือนลูก อีกหน่อยมรดกทุกอย่างที่วัชรีได้ก็ต้องตกเป็นของเธอคนเดียว นั่นจะทำให้เขาสบายไปด้วย ตนหวังว่าเขาจะฉลาดคิดแล้วผละจากไป ทิ้งความอึดอัดใจให้เทวัต...

ฝ่ายดาญ่าค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปในห้องนอนไม่เห็นเด็กน้อยหัวจุกอยู่ในนั้น วิ่งพรวดเดียวไปนอนบนเตียงคว้าผ้าห่มมาคลุมโปงในมือถือสมุดบัญชีธนาคารมาด้วย ท่องพุทโธ ธัมโม สังโฆ ไล่เด็กน้อยหัวจุกไปที่ชอบๆอย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย เด็กน้อยปรากฏตัวขึ้น ตัดพ้อต่อว่าดาญ่าว่าไม่ต้องมาสวดมนต์ไล่ ตนไม่ใช่ผีใช่สาง ตนมาดี ดาญ่าไม่อยากเจอสักหน่อยจะมาทำไม แล้วสวดมนต์ไล่ให้ไปอยู่ที่อื่น

“ตัวเองใจร้าย มาไล่เขาได้ไง เขาพลัดพรากจากคนที่เขารัก เขาก็เหมือนตัวเองนั่นแหละ เขาไม่มีใครเขาเหลือตัวคนเดียว” เด็กน้อยหัวจุกคร่ำครวญ ดาญ่าถูกแทงใจดำถึงกับหยุดกึก ค่อยๆโผล่หน้าออกจากโปงเห็นหลังเด็กน้อยหัวจุกกำลังเดินเศร้าสร้อยไปที่มุมห้อง ก่อนร่างจะค่อยๆจางหายไป ดาญ่าตกใจรีบคลุมโปงไว้อย่างเดิม...

หลังจากหายอึ้งกับเรื่องที่พ่อจะจับแต่งงานกับนันทิยา เทวัตเดินตามขึ้นมาข้างบนหวังจะคุยเปิดอกกับท่านว่าไม่ต้องการแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ กำลังจะเปิดประตูห้องท่านเข้าไปแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินท่านพูดสายอยู่กับวัชรีลอดมาทางประตูที่แง้มไว้ว่าคุยกับเขาเรื่องดาญ่าแล้ว ทั้งคู่เคยเจอกันบนเครื่องบินระหว่างกลับจากอเมริกา

“คุณไม่ต้องกังวลไปน่าไม่มีอะไรยืดเยื้อหรอก พอถึงวันเกิดนังเด็กดาญ่าเปิดพินัยกรรมออกมา มันคงแทบช็อกที่พ่อมันไม่ทิ้งอะไรไว้ให้มันเลย แม้กระทั่งบ้านที่ซุกหัวนอน คุณอดใจรอหน่อยนะที่รัก ผมรับรองผมจะทำทุกสิ่งทุกอย่างไม่ให้คุณผิดหวังเลย”

เทวัตที่ยืนอยู่หน้าห้องตัวชาเมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อพูด เหิมมองไปที่ประตูห้องเห็นปิดไม่สนิทเดินมาเปิดดูแต่ไม่เจอใคร จึงปิดประตูห้องเข้ามาคุยสายกับวัชรีต่อ ขณะที่เทวัตที่เดินหนีลงมาข้างล่างผิดหวังอย่างแรงที่พ่อร่วมมือกับวัชรีโกงมรดกของดาญ่า ทรุดลงนั่งที่ตีนบันได กุมขมับหน้าเครียดไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ooooooo

วัชรีเห็นดาญ่าแต่งตัวสวยจะออกไปข้างนอกจัดแจงเข้ามาปะเหลาะถามจะออกไปไหน เธอบอกเพียงว่าจะไปธุระ และขอให้ช่วยบอกทีว่ากุญแจรถที่วัชรีให้ใช้กับรถคันไหน แล้วชูกุญแจให้ดู นันทิยาเดินนวยนาดเข้ามา

“คันที่เล็กที่สุดนั่นแหละ ไม่น่าถามเลยจริงไหมคะคุณน้า” พูดจบนันทิยาหัวเราะคิกๆชอบใจ ดาญ่าหมั่นไส้

“แล้วใครถามเธอ เป็นโรคหูแว่วหรือไงฮึ” ดาญ่าว่าแล้วหันไปกดรีโมต รถคันเล็กที่สุดหรูน้อยที่สุดในบรรดารถ 3-4 คันที่จอดเรียงรายกันอยู่ นันทิยาไม่วายด่าไล่หลัง

“ทำปากดีไปเถอะ พ่อก็ตายแม่ก็กลับบ้านเก่าไปนานแล้ว เหลือหัวเดียวกระเทียมลีบยังไม่เจียมตัว”

ดาญ่ากำลังจะเปิดประตูรถหยุดกึกหันมองเอาเรื่อง วัชรีทำเป็นเตือนนันทิยาไม่ให้พูดอะไรแบบนั้นอีก ดาญ่าเลิกสนใจคนปากเสียขึ้นรถสตาร์ตเครื่อง มองกระจกส่องหลังจะถอยเห็นนันทิยายืนมองรถที่เธอขับด้วยสายตาเย้ยหยัน หมดความอดกลั้นถอยรถเข้าหา ยัยตัวแสบตกใจโดดหลบแทบไม่ทัน ดาญ่าหัวเราะสะใจ เร่งเครื่องรถออกไป นันทิยามองตามเจ็บใจรีบลุกขึ้นสำรวจชุดของตัวเอง เบาใจที่ไม่เลอะเพราะจะต้องไปหาเทวัต

“อ้าว ก็ไหนว่านัดเทวัตมาทานข้าวที่บ้านแล้วจะไปหาเขาอีกทำไม”

“แหมคุณน้าขายุคนี้ผู้หญิงต้องขยันจัดโปรโมชันพิเศษแถมเซอร์ไพรส์ค่ะ  ขืนเอาแต่ตักข้าวนั่งรอให้ผู้ชายมากินเองคงไม่ทันนังชะนีหิวโหยอย่างนังดาญ่าแน่ ขนาดเพิ่งเจอกันนังนั่นยังล่อคุณเทวัตตามไปถึงเรือนผีสิงได้เลย”

“มันไวไฟเรียนอยู่เมืองนอกมาตั้งนาน คงกล้าได้กล้าเสียกับฝรั่งมาจนช่ำชองใครจะไปสู้ได้”

นันทิยาประกาศกร้าวหากมันมายุ่งกับคุณเทวัตของตนจะซัดให้เละไปเลย โดยไม่รู้เลยว่าดาญ่านัดเจอกับเทวัตที่ร้านอาหารใต้ถุนตึกบริษัทของภิมุขแถมเป็นเจ้าประจำที่ท่านมักจะพาเธอมากินบ่อยๆเวลากลับเมืองไทย ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ ดาญ่าเอาสมุดบัญชีที่เจอให้เทวัตดูเห็นจำนวนเงินมหาศาลในนั้นพลอยตื่นเต้นไปด้วย

หลังจากดูอย่างละเอียดเขาพบว่ามีเงินฝากเข้าบัญชีทุกเดือนอย่างต่อเนื่องทั้งที่แม่ของเธอตายไปหลายปีแล้ว แต่เงินฝากมาสะดุดหยุดไปเมื่อต้นเดือนที่ภิมุขเสียชีวิตนี่เอง ดาญ่าถึงบางอ้อที่แท้พ่อเป็นคนฝากเงินต่อจากแม่นี่เอง แต่ไม่เข้าใจทำไมพ่อต้องซ่อนสมุดเล่มนี้ไว้ที่เรือนเล็กไม่ให้ใครรู้เหมือนห่วงว่าเงินจะไม่ถึงมือเธอ

“และกลัวว่าจะมีใครมาเจอบัญชีนี้เข้าแล้วเอาเงินก้อนนี้ไป คุณเทวัตคงไม่คิดว่าดาญ่าคิดมากไปนะคะ”

เทวัตนึกถึงพ่อตัวเองขึ้นมาทันที แต่ไม่กล้าพูดอะไร “เอ่อไม่ครับ คุณดาญ่ามีสิทธิ์ที่จะคิดจะได้ไม่ประมาท”

พนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟพอดี เทวัตบอกให้เธอกินข้าวให้เสร็จก่อน ธนาคารเดินไปแค่สองช่วงตึกนี่เอง...

ระหว่างที่ดาญ่าเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้า วัชรีสั่งให้อำไพกับอุ่นไปค้นหาสมุดบัญชีเงินฝากกับเครื่องเพชรที่เรือนเล็กให้ทั่ว  โดยทำทีจะเข้าไปทำความสะอาด แม้จะกลัวผีที่นั่นจับใจแต่ไม่กล้าปฏิเสธเนื่องจากกลัวคุณผู้หญิงมากกว่า ฝนเข้ามาเจอทั้งคู่ทำลับๆล่อๆอยู่หน้าห้องนอนของดาญ่า ถามว่ามาทำไม

“เอ้า คุณผู้หญิงก็ให้ฉันกับนังอุ่นมาช่วยแกทำความสะอาดที่นี่ไง”


“ช่วยทำไม ฉันก็ทำของฉันคนเดียวได้ ที่ตึกใหญ่ไม่มีงานทำหรือไง” ฝนโวย อุ่นกับอำไพไม่สนใจเปิดประตูห้องเข้าไป ฝนโวยอีกจะเข้าไปในนั้นทำไมแล้วขยับจะตาม อำไพดึงแขนไว้ ไล่ให้เธอไปทำงานของตัวเอง ตนกับอุ่นจะทำความสะอาดห้องนายใหม่ของเธอให้เองไม่ต้องสาระแนตามเข้ามา  จากนั้นเข้าห้องปิดประตู ฝนมองตามไม่เชื่อว่าทั้งคู่มาทำความสะอาด ต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ

ooooooo

อุ่นกับอำไพค้นทั่วทั้งห้องเพื่อหาสมุดเงินฝากกับเครื่องเพชรแต่ไม่พบ โดยไม่รู้ว่าเด็กน้อยหัวจุกนอนเท้าคางมองอยู่บนหลังตู้อย่างเซ็งจัด

“เบื่อจริงๆเลย เมื่อไหร่จะเลิกค้นข้าวของซะทีนะ บ่าวไพร่พวกนี้นิสัยไม่ดีเพราะมีเจ้านายคอยชี้นิ้วสั่งให้ทำแต่เรื่องผิดๆ” เด็กน้อยบ่นแบบไม่ให้ทั้งคู่ได้ยิน แล้วคิดแผนสั่งสอนพวกนี้ขึ้นมาได้ ปรายตามองไปที่อุ่น

ใช้ฤทธิ์เดชทำให้เห็นสมุดบัญชีเงินฝากตกอยู่ใต้เตียง เธอดีใจมากรีบยื่นแขนเข้าไปหยิบ แต่ครั้นล้วงออกมา

กลับพบว่ามันไม่ใช่สมุดเงินฝากแต่เป็นซากหนูตายหนอนยั้วเยี้ย เธอโยนทิ้งไปที่อำไพซึ่งโยนกลับคืน

อุ่นขยะแขยงโดดหนีแต่เหยียบพลาดหน้าคะมำ เด็กน้อยหัวเราะชอบใจที่แกล้งทั้งคู่ได้ ฝนได้ยินเสียงเอะอะเปิดประตูเข้ามาถามว่าเป็นอะไร อุ่นกับอำไพชี้ไปที่ซากหนูตายที่พื้นอย่างพร้อมเพรียงกันร้องลั่นว่าหนูตาย ฝนมองตามมือเห็นถุงเท้าข้างหนึ่งตกอยู่หยิบขึ้นมาดู

“ไม่เห็นมีหนูตายที่ไหนเลยมีแต่ถุงเท้า” ว่าแล้วฝนหยิบถุงเท้าไปใส่ตู้เสื้อผ้า...

กินข้าวเสร็จเทวัตพาดาญ่าไปที่ธนาคารเพื่อเช็กบัญชีเงินฝาก ผู้จัดการธนาคารเชิญทั้งคู่ไปคุยกันที่ห้องทำงานตัวเอง ทักทายดาญ่าว่าเพิ่งกลับมาเมืองไทยหรือ เธอแปลกใจทำไมเขาถึงรู้จักเธอทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน เขาได้ยินภิมุขพูดถึงเธอให้ฟังบ่อยๆเวลามาที่นี่ก็เลยจำได้ แนะนำตัวเองว่าชื่ออาณัติ เป็นผู้จัดการที่นี่ แล้วถามว่าผู้ชายที่มาด้วยเป็นแฟนเธอหรือ เธอปฏิเสธว่าเปล่า เขาเป็นแค่เพื่อน แล้วแนะนำว่าชื่อเทวัต

“สวัสดีครับคุณเทวัต โทษทีผมต้องถามเพราะเรากำลังจะคุยเรื่องสำคัญกัน”

“อย่าห่วงเลยค่ะ คุณเทวัตเป็นคนที่คุณพ่อไว้ใจมากและดาญ่าก็ไว้ใจเขาค่ะ” ว่าพลางดาญ่ามองสบตาเทวัตที่ยิ้มตอบให้ แล้วถามอาณัติว่าสมุดเงินฝากเล่มนี้มีปัญหาอะไรหรือเปล่าถึงต้องเชิญมาคุยในนี้ เขาส่ายหน้าไม่มีปัญหาอะไร เงินในนี้อยู่ครบทุกบาททุกสตางค์แถมยังมีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกด้วย และได้อัปเดตบัญชีให้เรียบร้อย

“ที่เชิญคุณดาญ่าเข้ามาพบ ผมอยากแสดงความยินดีน่ะครับที่คุณหาสมุดเล่มสำคัญนี้พบ”

“ทำไมเหรอคะ คุณอาณัติพูดเหมือนมีคนอื่นกำลังหาสมุดเล่มนี้ด้วย”

“เปล่าครับ ผมไม่ได้หมายถึงว่าอย่างนั้น ใครจะมายุ่งกับสมุดเล่มนี้ได้ล่ะครับในเมื่อบัญชีนี้คุณแม่ของคุณฝากเงินไว้ให้คุณโดยเฉพาะ” อาณัติปฏิเสธหน้าตายแต่ไม่พ้นสายตาคมกริบของเทวัตที่จ้องจับพิรุธอยู่...

ด้านวัชรีรู้เรื่องที่อุ่นกับอำไพเจอผีเล่นงานก็ยิ่งขวัญผวา ตั้งใจมั่นหากได้ครอบครองที่นี่เมื่อไหร่จะรื้อเรือนผีสิงหลังนั้นทิ้งไม่ให้เหลือซาก แล้วบ่นอุบไม่รู้ว่าภิมุขเอาเครื่องเพชรกับสมุดบัญชีเงินฝากไปเก็บไว้ไหน...

การมาพบกับอาณัติครั้งนี้ทำให้ดาญ่ากับเทวัตได้รู้อีกว่าภิมุขมาเช่าตู้นิรภัยไว้กับธนาคาร และมาเปิดครั้งสุดท้ายเมื่อหนึ่งเดือนก่อนเสียชีวิต แล้วหยิบกุญแจไขตู้นิรภัยขึ้นมาถามว่าเธอมีกุญแจเหมือนดอกนี้ไหม

“ไม่มีค่ะ ทราบไหมคะคุณพ่อมาเช่าตู้นิรภัยเก็บของอะไรเอาไว้”

อาณัติไม่ทราบเพราะเป็นความลับของลูกค้า แนะให้ดาญ่ากลับบ้านไปหากุญแจไขตู้นิรภัยอีกดอกหนึ่งที่คู่กันกับดอกนี้ จะได้มาไขตู้พร้อมกันเพื่อดูว่าข้างในเก็บอะไรไว้

ooooooo

เสร็จธุระกับธนาคาร ดาญ่าขอให้เทวัตพาไปที่วัดซึ่งเก็บอัฐิของพ่อ โดยไม่ลืมซื้อของสำหรับถวายสังฆทานทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่านด้วย ขณะพระสงฆ์กำลังสวดให้พรหลังจากถวายสังฆทาน มือถือของเทวัตสั่นมีสายเรียกเข้า เขาหยิบขึ้นมาดูเห็นเป็นเบอร์ของนันทิยา จึงไม่สนใจอะไรเก็บใส่กระเป๋ากางเกงไว้อย่างเดิม

นันทิยาที่อุตส่าห์ทำเซอร์ไพรส์แวะมาหาเทวัตที่ออฟฟิศเริ่มหงุดหงิดที่โทร.หาเขาแต่ไม่มีใครรับสาย รอจนสายหลุดลองโทร.อีกครั้ง ยังคงเหมือนเดิม

“รับสายสิ จะให้นันมาเสียเที่ยวเหรอเนี่ย ทำไมไม่รับอ่ะ ไม่ยอมนะ ทำอะไรอยู่กับใครอ่ะ” นันทิยาบ่นอุบ...

คนที่นันทิยาพยายามโทร.หากำลังพาดาญ่ามายังเจดีย์เก็บอัฐิของภิมุข เธอวางพวงมาลัยดอกไม้สดตรงหน้าเจดีย์แล้วคุกเข่ายกมือไหว้พลางพูดกับท่านในใจ

“คุณพ่อคะ เด็กหัวจุกในเรือนเล็กเป็นใครคะเขาเก็บสมุดเงินฝากของคุณแม่ เขาเป็นผีหรืออะไรกันแน่คะ แล้วในตู้เซฟธนาคารคุณพ่อซ่อนอะไรเอาไว้คะ แล้วทำไมถึงต้องซ่อน มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณพ่อกันแน่คะ ตอนที่ดาญ่าไม่อยู่ ทำไมคุณพ่อไม่ส่งข่าวไปบอกดาญ่าคะ ดาญ่าจะได้รีบกลับมาช่วยคุณพ่อ คุณพ่อคงไม่ต้องตายแบบนี้” ดาญ่าร้องไห้สะอึกสะอื้นทรุดลงนั่งแปะกับพื้น

เทวัตรีบเข้าไปประคองด้วยความเป็นห่วง

“หักห้ามใจไว้บ้างเถอะครับ เดี๋ยวคุณจะไม่สบายเป็นอะไรไป”

ดาญ่าโทษตัวเองที่ไม่ได้ทำหน้าที่ลูก ไม่ได้อยู่ดูแลพ่อ ทอดทิ้งท่านไว้กับยัยวัชรีตามลำพัง ท่านถึงได้อายุสั้น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เธออยากกลับไปเป็นลูกที่ดี อยากกลับไปเห็นพ่อยังมีชีวิตอยู่ แล้วร้องไห้ตัวโยน เทวัตสงสารเธอจับใจดึงตัวมากอด พร้อมกับพูดให้กำลังใจจนเธอรู้สึกดีขึ้น จังหวะนั้นมือถือที่อยู่ในกระเป๋าของเขาสั่นอีกครั้งทำให้เธอรู้สึกตัวว่าอยู่ในอ้อมกอดเขารีบผละออกห่างอย่างเขินๆ

“คุณรับโทรศัพท์เถอะค่ะ” ดาญ่าปาดน้ำตาทิ้งปลีกตัวออกมา เทวัตหยิบมือถือขึ้นมาเห็นเป็นสายจากนันทิยาถอนใจเซ็ง ปล่อยจนสายหลุดไปเอง ฝ่าย

ดาญ่าเดินมายืนเช็ดน้ำตาที่ริมแม่น้ำ ยังเขินกับเรื่องเมื่อครู่นี้ไม่หาย

“จะอ่อนไหวอะไรเกินไปแล้วดาญ่า เพิ่งรู้จักเป็นเพื่อนกับเขาไม่นานไปรู้สึกดีอะไรกับเขาขนาดนี้”

เทวัตตามมาทันได้ยินพอดี “ผมก็แปลกใจครับที่รู้สึกดีกับคุณมากขนาดนี้”

หญิงสาวตกใจไม่คิดว่าเขาจะมาได้ยินหันขวับไปมอง สองคนสบตากันลึกซึ้งความรักเบ่งบานขึ้นในใจของทั้งคู่ เทวัตทำลายความเงียบด้วยการชวนเธอเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินซื้อของด้วยกัน เธอเพิ่งกลับจากเมืองนอกอาจจะยังขาดข้าวของเครื่องใช้บางอย่างที่จำเป็น ดาญ่าต้องการของใช้ในบ้านอยู่พอดีจึงตอบรับคำชวนของเขา

ooooooo

ไม่นานนักเทวัตพาดาญ่ามาที่ห้างฯแห่งหนึ่ง ช่วยกันเลือกซื้อเครื่องครัวอย่างมีความสุข จากนั้นพากันลงไปที่ซุปเปอร์มาร์เกตซื้อของสดของแห้งเตรียมกลับไปทำกินที่บ้านราวกับเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามัน

จังหวะหนึ่งดาญ่าเดินแยกไปดูเครื่องปรุงรสอีกโซนหนึ่ง รังสรรค์มาเดินซื้อของเช่นกันเห็นความสวยของเธอถึงกับหยุดกึกมองจนแน่ใจว่าเธอมาคนเดียวเร่งฝีเท้าตามไปจีบ แต่เธอไม่เล่นด้วยแถมเดินหนีอีกต่างหาก

เทวัตเดินเลือกซื้อของอยู่หันมองอีกทีดาญ่าไม่อยู่แล้ว เหลียวหาไปรอบๆเห็นเธอเดินอยู่อีกด้านหนึ่งของซุปเปอร์มาร์เกตโดยมีชายหนุ่มเดินตาม แค่มองด้านหลังเขาก็จำได้ว่าชายคนนั้นเป็นใคร อดแปลกใจไม่ได้รังสรรค์รู้จักดาญ่าด้วยหรือ เทวัตรู้จักนิสัยเจ้าชู้ของอีกฝ่ายดีอดเป็นห่วงเธอไม่ได้ รีบเดินตาม

รังสรรค์ยังคงตามตื๊อจะขอชื่อกับเบอร์โทร.จากดาญ่าแต่เธอไม่ยอมให้ เทวัตตามมาขัดคอได้ทันกาล รังสรรค์เห็นทั้งคู่มาด้วยกันกระซิบบอกเขาช่วยแนะนำให้รู้จักสาวสวยคนนี้หน่อย เขาจำใจแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน รังสรรค์จัดแจงยื่นมือไปจะขอจับมือด้วย ดาญ่าทำเป็นไม่เห็นหันไปทางเทวัต

“หาของที่คุณจะซื้อได้หรือยังคะคุณเทวัตฉันต้องรีบกลับแล้ว”

“ไว้วันหลังผมค่อยมาซื้อครับ คุณดาญ่ากลับเถอะครับ ไปก่อนนะรังสรรค์” พูดจบเทวัตเดินไปเอารถเข็นใส่ของที่ซื้อก่อนหน้าซึ่งฝากไว้ที่เคาน์เตอร์หน้าทางเข้าซุปเปอร์มาร์เกตกับดาญ่า รังสรรค์มองตามขัดใจ ไม่รู้ว่าเทวัตไปหาสาวสวยคนนี้มาจากไหนช่างโดนใจเหลือเกิน...

ระหว่างเข็นรถเข็นมายังที่จอดรถ เทวัตแหย่ดาญ่าว่าท่าทางเพื่อนของเขาจะสนใจเธอเข้าให้แล้วเห็นเดินตามไปทั่ว เธอแกล้งถามแล้วเธอควรให้ความสนใจเพื่อนของเขาหรือเปล่า เขาถึงกับสะอึกถามแบบนี้จะให้เขาตอบอย่างไร เธอขอแค่ตอบตามความจริงก็พอเพราะรังสรรค์เป็นเพื่อน เขาย่อมรู้ดีว่านิสัยใจคอเป็นอย่างไร

“ก็ไม่เป็นอย่างผม คุณดาญ่าตัดสินใจเอานะครับว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน” ว่าแล้วเทวัตส่งยิ้มหวานให้ทำเอาดาญ่าเขินพูดอะไรไม่ออก...

ช่วยขนข้าวของขึ้นรถเสร็จสรรพ เทวัตขอแยกตัวตรงนี้เลย ดาญ่าอาสาจะขับรถไปส่ง เขาไม่ยอมให้ไปส่ง รถติดเปล่าๆ นั่งรถไฟฟ้าแป๊บเดียวก็ถึงที่หมาย แล้วย้ำกับเธอถึงบ้านเมื่อไหร่ให้โทร.บอกด้วย...

ดาญ่ากับเทวัตอุตส่าห์นัดแนะกันอย่างดีจะไม่ให้แพร่งพรายเรื่องสมุดบัญชีเงินฝากให้ใครรู้ แต่อาณัติกลับโทร.ไปแจ้งเหิมหน้าตาเฉยว่าดาญ่าเจอมันแล้วและเอามันมาอัปเดตเรียบร้อยแล้ว และยังแจ้งเธอเรื่องกุญแจไขตู้เซฟที่ภิมุขเช่าไว้อีกด้วย เหิมตกใจถามว่าเธอมีกุญแจไขตู้อีกดอกมาด้วยหรือ

“เปล่าครับ คุณดาญ่าไม่รู้เรื่องตู้เซฟแล้วก็ไม่รู้ว่าคุณภิมุขเช่าเก็บอะไรไว้ในนั้น แต่ป่านนี้คุณดาญ่าคงจะกลับไปหากุญแจอีกดอกเพื่อมาเปิดเซฟแล้วล่ะครับ ผมก็เลยโทร.มาแจ้งคุณทนายให้ทราบเอาไว้ แค่นี้นะครับ”

เหิมวางสายสีหน้าเคร่งเครียด นังนั่นกลับมาบ้านแค่วันเดียวก็หาสมุดบัญชีเงินฝากเจอแล้วหรือ...

ฝ่ายเทวัตไม่ได้เข้าออฟฟิศแต่แวะไปหาอารยะที่ทำงานเนื่องจากนัดแนะกันจะไปพบกับเศรษฐีที่อยากสร้างบ้านด้วยไม้เก่า เขาถือโอกาสนี้เล่าเรื่องที่พ่อของเขาบอกกับลูกสาวคนเดียวของภิมุขที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกว่าบริษัทเอกธนกิจของภิมุขกำลังจะล้มละลาย อารยะมั่นว่าเป็นข่าวโคมลอย ไม่มีทางที่บริษัทเอกธนกิจกับบริษัทในเครือซึ่งทำกำไรปีหนึ่งมหาศาลจะล้มละลายได้ เทวัตเองก็ไม่เชื่อเช่นกัน

ooooooo

เหิมไม่รอช้ารีบโทร.แจ้งวัชรีว่าดาญ่าหาสมุดบัญชีเงินฝากเจอแล้ว เธอแทบปรี๊ดแตกอุตส่าห์หาทั่วบ้านหลายรอบไม่เจอแล้วนังนั่นเจอได้อย่างไร

“นี่แปลว่าเงินในบัญชีที่ควรจะเป็นของเราถูก

นังเด็กนั่นแย่งไปแล้ว เงินสดๆทั้งนั้น วัชไม่ยอมๆๆ”

“ตั้งสติหน่อยวัช ใจเย็นๆตอนนี้เงินก็คงอยู่ในบัญชี มันยังไม่ถอนหนีไปไหนหรอก แต่เรื่องที่คุณต้องรีบทำก็คือ หากุญแจตู้เซฟของธนาคารอีกดอกให้พบเพราะนังดาญ่ากำลังกลับไปหากุญแจแล้วรู้ไหม”

“รู้แล้วน่า จะรีบไปหาเดี๋ยวนี้” วัชรีวางสายไม่วายบ่น “อีดาญ่า แกกลับมาเป็นมารฉันทำไมนี่”...

เทวัตอยากช่วยดาญ่าสืบความจริงเรื่องบริษัทเอกธนกิจจึงขอคำแนะนำจากอารยะว่าจะทำอย่างไรดี เขาถึงกับร้องเอะอะทำไมถามเหมือนเขาเป็นนักสืบทั้งที่เขาเป็นทนายว่าความ เทวัตขู่ถ้าไม่ช่วยก็ให้หาคนอื่นไปออกแบบบ้านให้ลูกความของเขาก็แล้วกัน ตนขอตัวกลับก่อนแล้วขยับจะลุก อารยะรีบคว้าตัวไว้

“ก็ได้ๆ เรื่องเอกธนกิจสืบไม่ยากในเมื่อพ่อแกเป็นทนายประจำบริษัท เขาก็คือคนที่กุมความจริงทุกอย่างของบริษัทนี้ไว้ บริษัทกำลังจะล้มละลายจริง หรือไม่ ล้มละลายเพราะเหตุอะไร แกก็ไปสืบเอาจากพ่อแกนั่นแหละ”


“แต่ฉันไม่เคยยุ่งเรื่องงานของพ่อ ขืนฉันไปถามก็โดนด่าสิวะ เขาไม่บอกหรอก”

อารยะให้เขาไปสืบไม่ได้ให้ไปถามและต้องทำแบบเงียบที่สุดอย่าให้พ่อของเขารู้ตัว...

ฝ่ายวัชรีแทบจะรื้อทั้งคฤหาสน์แต่ก็หากุญแจตู้เซฟที่ว่าไม่เจอ แค้นใจมากมายืนด่าภิมุขที่หน้ารูปถ่ายซึ่งตั้งไว้เคียงข้างกับดารินระบายอารมณ์...

ในเวลาต่อมา ระหว่างเดินไปขึ้นรถ อารยะถามเทวัตแน่ใจแล้วหรือว่าจะยุ่งเรื่องของดาญ่า เขาต้องยุ่งไม่ยุ่งไม่ได้เพราะเธอเป็นลูกสาวของผู้มีพระคุณซึ่งส่งเสียเขาเรียนถึงเมืองนอก เขายังไม่ทันตอบแทนบุญคุณท่านก็มาด่วนจากไปเสียก่อน การช่วยเหลือและดูแลดาญ่าถือเป็นการตอบแทนพระคุณของท่าน อารยะชักอยากจะเห็นผู้หญิงคนนี้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไรเขาถึงดูเป็นห่วงเป็นใยเธอนัก

“หน้าตาเหรอ อืมก็เหมือนกับรักแรกพบของฉันที่เจอบนเครื่องบิน” คำพูดของเทวัตทำเอาอารยะถึงกับอึ้ง อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น...

รังสรรค์กลับถึงที่ทำงานต้องแปลกใจเมื่อเจอนันทิยาน้องสาวของตัวเองรอท่าอยู่ด้วยสีหน้าหงุดหงิดถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอฟ้องว่าไปรอเทวัตที่ออฟฟิศอยู่นานสองนานไม่โผล่หน้ามาให้เห็น โทร.หาก็ไม่รับสายแถมไม่โทร.กลับอีกต่างหาก วันนี้นัดกินข้าวที่บ้านน้าวัชรียังเงียบหายไม่รู้จะเบี้ยวนัดหรือเปล่า

“พี่ตอบแทนไอ้เทวัตได้เลยว่าเบี้ยวแน่เพราะพี่เพิ่งเจอมันเมื่อกี้ที่ห้าง มันควงสาวสวยคนหนึ่งไปซื้อของ”

“หา...คุณเทวัตไปคว้านังชะนีที่ไหนไปเดินห้างอ่ะ”

“ชะนีตรงไหน นางฟ้ามากกว่าเพราะเขาสวยกว่าเรามากนะยัยนัน”

นันทิยาฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าพี่ชายสนใจผู้หญิงคนนี้ เขาออกตัวไม่ใช่แค่สนใจแต่อยากได้มาเล่นปูไต่ด้วย เธอขอให้เขาได้นังนั่นสมใจอยากมันจะได้ไม่มาวอแวกับเทวัตของเธออีก รังสรรค์บอกให้น้องสาวสบายใจได้ ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่เขาอยากได้แล้วไม่ได้

ooooooo

วัชรีเห็นลูกเลี้ยงกลับมาพร้อมข้าวของมากมายโดยมีฝนมาช่วยขนของลงจากรถ ทำทีเข้ามาถามว่าไปธุระถึงไหนมาซื้อของมาเยอะแยะ ดาญ่าไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้เรื่องสมุดเงินฝากจึงบอกเพียงว่าไปไหว้อัฐิพ่อที่วัดมา แล้วก็แวะห้าง ถ้าไม่มีอะไรจะถามตนอีกขอตัวก่อน จากนั้นหิ้วถุงใส่ข้าวของเดินตามฝนไปเรือนเล็ก

“เชอะ นังตอแหล เก็บสมุดบัญชีธนาคารของแม่แกไว้ให้ดีก็แล้วกัน” วัชรีพึมพำไล่หลัง...

ระหว่างที่ฝนช่วยจัดของสดเข้าตู้เย็น ดาญ่านึกถึงเทวัตขึ้นมาได้ รีบโทร.ไปรายงานว่าตัวเองถึงบ้านแล้ว เขาอยู่บนรถกับอารยะพอดีก็เลยโดนแซวแถมยังตะโกนเข้าในสายแนะนำตัวเองว่าชื่อเรียงเสียงใดอีกต่างหาก เธอเห็นเขาอยู่กับเพื่อนก็เลยไม่อยากรบกวน ไว้ค่อยคุยกันทีหลังแล้วขยับจะวางสายแต่นึกอะไรขึ้นมาได้

“เรื่องสมุดบัญชีเงินฝากของคุณแม่ ฉันปรึกษาอาเหิมพ่อคุณได้ไหมคะ”

เทวัตได้แต่ตอบเลี่ยงๆว่าเรื่องเงินไม่เข้าใครออกใครแม้แต่ตัวเขาเองเธอก็ไว้ใจไม่ได้ ดาญ่าเก็ตทันทีว่าไม่ควรบอกใคร ขอบคุณเขาสำหรับคำแนะนำแล้ววางสายไป เป็นจังหวะที่อารยะขับรถมาถึงบ้านวิจารณ์เศรษฐีคนนั้น ครั้นรถแล่นมาตามทางสู่คฤหาสน์ บรรยากาศที่เต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นทำให้เทวัตถูกใจมาก รู้สึกเหมือนสวนป่ากลางกรุง ขณะที่เทวัตกวาดตามองไปรอบอย่างชมชอบ เห็นเด็กน้อยหัวจุกโผล่มาที่ต้นไม้ใหญ่

“เด็กผมจุก! ฉันเห็นเด็กผมจุกเหมือนกับที่เคยเห็นในรูปตอนที่แกเอารูปบ้านหลังนี้มาให้ฉันดู”

อารยะเหลียวหาว่าเพื่อนเห็นอยู่ตรงไหน เทวัตเห็นวิ่งเล่นอยู่แถวต้นไม้แล้วหันมองอีกทีไม่เห็นเด็กน้อยแล้ว อารยะโวยวายว่าอย่ามาหลอกผีกันตอนกลางวันแสกๆแบบนี้ ตนมาที่นี่ไม่รู้จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วไม่เคยเห็นเด็กสักคน ที่สำคัญที่นี่มีแต่คนแก่กับคนรับใช้ เทวัตถามย้ำแน่ใจหรือว่าไม่มีเด็ก

“แน่ใจสิวะ เศรษฐีวิจารณ์ท่านอยู่ตัวคนเดียวกับคนใช้สองสามคนมานานแล้ว พวกลูกหลานพอแบ่งสมบัติให้กันไปแล้วก็หายหัวไปหมดไม่เคยมาเหลียวแลท่าน มีแต่จะกลับมาเอาสมบัติท่านอีก”

เทวัตอดสงสารวิจารณ์ไม่ได้โดยไม่รู้ว่าตัวเองกับท่านเศรษฐีเกี่ยวพันกันทางสายเลือด...

เป็นอย่างที่อารยะเล่า วันนี้จักรินหรือสาม ลูกชายคนที่สามของวิจารณ์ถ่อจากอเมริกามาเพื่อบีบให้พ่อแบ่งสมบัติส่วนที่เหลือให้ พร้อมกับขู่ถ้าพ่อยังหัวดื้อ คิดจะโอนทรัพย์สมบัติส่วนนั้นให้กับคนที่หายสาบสูญไป 30 ปีอย่างหนูเล็กน้องสาวคนสุดท้อง เขากับพี่หนึ่งและพี่สองจะฟ้องร้องต่อศาลให้สั่งให้พ่อเป็นคนสติฟั่นเฟือน

วิจารณ์ด่าเขาว่าสมบัติที่แบ่งให้ทั้งสามคนยังเสวยสุขกันไม่พออีกหรือถึงต้องมาเอาส่วนที่เป็นของน้องสาวไปผลาญอีก จักรินเห็นพ่อเริ่มโกรธก็พยายามพูดอย่างนุ่มนวล

“ฟังผมนะครับคุณพ่อ...คุณพ่อต้องยอมรับความจริงสักที หนูเล็กไม่มีวันจะกลับมาหาคุณพ่ออีกแล้ว”

“ทำไม...ทำไม” วิจารณ์ทุบโต๊ะสนามอย่างปวดร้าว จักรินเองก็สะเทือนใจไม่น้อยเพราะตัวเองมีส่วนกับการหายตัวไปของน้องนุชสุดท้อง แต่พยายามไม่แสดงสีหน้าท่าทางใดๆให้มีพิรุธ...

ขณะที่สองพ่อลูกมีปากเสียงกันอยู่ที่ศาลาในสวน แสงดีสาวใช้ของบ้านพาอารยะกับเทวัตมานั่งรอที่ห้องรับแขก พร้อมกับแจ้งว่าคุณท่านกำลังมีแขกเชิญนั่งรอที่นี่ก่อน เดี๋ยวเธอจะไปจัดกาแฟกับของว่างมาให้

“ขอบคุณมากครับ” สองหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกัน

ooooooo

ระหว่างรอวิจารณ์คุยธุระกับแขก เทวัตอดสงสัยไม่ได้ว่าอารยะพามาที่นี่ทำไมในเมื่อบ้านหลังนี้ใหญ่ราวกับวัง แถมท่านเศรษฐีอยู่กับคนใช้แค่สองสามคนแล้วจะปลูกบ้านไม้อีกทำไม อารยะเล่าว่าท่านเสียดายไม้เก่าที่เก็บไว้ กลัวมันผุหมดก็เลยจะสร้างบ้านเก็บไว้อีกหลัง เทวัตได้ยินคำว่าไม้เก่าก็สะดุดใจขึ้นมาทันที

“ท่านก็เป็นนักสะสมไม้เก่าเหมือนอาภิมุขพ่อคุณดาญ่าเหรอเนี่ย”

“เอาเข้าไปดาญ่าอีกแล้ว แกนี่โยงเข้าเรื่องเขาจนได้สิน่า เป็นเอามากนะนี่”

เทวัตขี้เกียจอธิบายหันมองไปรอบๆบ้านอย่างสำรวจเห็นเด็กผมจุกแวบจากเสาออกไปทางประตูระเบียงด้านนอกที่เป็นสวน ชะเง้อมองตามโดยไม่ยอมบอกอะไรอารยะ แล้วถามถึงลูกสาวของวิจารณ์ว่าหายไปไหน อารยะฟังมาจากคนอื่นอีกทีว่าเธอหนีตามคนรักไปเพราะไม่มีใครที่บ้านยอมให้รักกันและหายตัวไปตั้งแต่วันนั้น

“งั้นก็เป็นไปได้ว่าลูกสาวท่านยังมีชีวิตอยู่เป็นฉันฉันก็รอ ลูกชายท่านจะหาเหตุผลอะไรไปฟ้องเอาสมบัติพ่อ”

“เขาก็รวมหัวกันฟ้องหาว่าพ่อตัวเองสติไม่ดีที่คิดจะยกสมบัติให้ลูกสาวที่หายสาบสูญไปเป็นชาติแล้ว”

จังหวะนั้นมีสายจากที่ทำงานโทร.มาหาอารยะ เทวัตไม่อยากกวนเพื่อนจึงบอกให้เขาคุยงานตามสบาย ตนขอไปเดินดูอะไรข้างนอกหน่อยแล้วเดินออกประตูเดียวกับที่เห็นเด็กผมจุกวิ่งออกไป...

ที่ศาลากลางสวน วิจารณ์กับจักรินยังคงมีปากเสียงกัน ฝ่ายหลังต้องการให้พ่อเลิกหวังว่าหนูเล็กจะกลับมาได้แล้ว ผ่านมาตั้ง 30 ปีแล้วที่เธอหายไปเหมือนตายจาก วิจารณ์ไม่พอใจสั่งให้เขาเลิกแช่งน้องสักที ตราบใดที่ยังไม่เห็นศพ ท่านไม่มีวันเชื่อว่าเธอตายไปแล้ว และท่านจะไม่ยอมตายจะรอเธออยู่อย่างนี้

“ฉันจะรอลูกสาวที่น่ารักของฉันกลับบ้าน ส่วนพวกแกสามคนไอ้ลูกชายอกตัญญู พวกแกไม่ต้องมาเหยียบบ้านนี้ให้ฉันเห็นหน้าอีก มีอะไรก็ติดต่อทนายของฉัน ไปซะ” วิจารณ์ว่าแล้วลุกออกไป จักรินมองตามไม่ยอมแพ้ ไหนๆก็ทำเรื่องนี้แล้วต้องไปให้สุด แล้วคว้าหมวกลุกเดินแยกไปอีกทาง

เทวัตเดินมาตามทางคดเคี้ยวลึกเข้าไปในสวนบ้านวิจารณ์เพลินกับบรรยากาศร่มรื่นสองข้างทาง รู้สึกดีกับที่นี่อย่างประหลาด คุ้นเคยกับมันทั้งที่เพิ่งมาเป็นครั้งแรก หยุดดมกลิ่นดอกไม้ไทยที่หอมชื่นใจ

เป็นจังหวะเดียวกับจักรินเดินผ่านมาจากอีกด้านหนึ่ง เทวัตรับรู้ถึงรังสีอำมหิตจากตัวผู้ชายคนนี้ได้แม้จะไม่รู้จักกันมาก่อน มองกระทั่งชายคนนั้นเดินผ่านไปก็เลิกสนใจ เดินชมสวนต่อไป จักรินต้องหยุดกึกเมื่อได้ยินเสียงซอสามสายของหนูเล็ก

ดังโหยหวนมาตามลม เหลียวมองไปยังต้นเสียงแต่ไม่เห็นอะไรนอกจากด้านหลังของเทวัตที่เดินลับสายตาไปในดงไม้รกครึ้มของสวน

“โธ่เว้ย นึกว่าฉันอยากจะมาเหยียบที่นี่นักเหรอ” จักรินเดินต่อไปไม่สนใจอะไรอีก

ooooooo

อีกมุมหนึ่งในสวน วิจารณ์มายืนซึมอยู่หน้าต้นไม้ใหญ่เอื้อมมือไปแตะมันสีหน้าเศร้าสร้อยคิดถึงหนูเล็ก พี่สาวของเด็กน้อยหัวจุกหรือคุณหนูเรือนเล็กปรากฏตัวขึ้นที่โคนต้นมะค่า ปลอบว่าอย่าเศร้าไปเลย ตนไม่อยากเห็นท่านป่วยไม่อยากเห็นท่านเป็นอะไรไป วิจารณ์รับรองจะไม่ยอมตายในเมื่อใจยังรอลูกสาวอยู่

“หลานก็เหมือนกันเจ้าค่ะ ใจหลานก็ยังร้อรอ แล้วคุณปู่ได้ข่าวน้องสาวของหลานบ้างหรือยังเจ้าคะ”

วิจารณ์ให้พรรคพวกช่วยตามหาท่อนไม้ที่มาจากต้นเดียวกับที่พี่สาวคุณหนูเรือนเล็กอยู่ แต่มันยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร อย่างไรเสียให้เธอนึกแล้วกันว่าหากมีบุญวาสนาร่วมกันคงจะได้เจอกัน แต่อย่าเพิ่งหมดหวังให้ดูท่านเป็นตัวอย่าง ลูกสาวของท่านที่หายสาบสูญไปเกือบ 30 ปีอย่างไร้ร่องรอยจนใครๆลืมไปหมดแล้ว แต่ท่านก็จะรอจนกว่าจะถึงลมหายใจสุดท้าย พี่สาวคุณหนูเรือนเล็กจึงชวนให้รอคนที่เรารักด้วยกัน

เทวัตเดินมาไกลๆเห็นชายชราผมขาวดูมีสง่าราศีกำลังยืนคุยกับเด็กผมจุก อดแปลกใจไม่ได้ ไหนอารยะว่าบ้านนี้ไม่มีเด็ก ตัดสินใจเดินไปหา พี่สาวคุณหนูเรือนเล็กเห็นเขาเดินมาทางนี้ บอกกับวิจารณ์ว่ามีคนมา ตนขอตัวก่อนแล้วหายวับไปก่อนที่เทวัตจะเดินมาถึง เขาพยายามกวาดตามองหาเด็กน้อยก็ไม่เจอ วิจารณ์ร้องถามว่าหาอะไรอยู่ เขาได้สติรีบยกมือไหว้โดยไม่รู้ว่าชายชราตรงหน้าคือคุณตาแท้ๆของตัวเอง

“สวัสดีครับ ท่านคงจะเป็นคุณวิจารณ์เจ้าของบ้าน ผมชื่อเทวัตครับ เป็นเพื่อนของอารยะ”

“อ๋อ เพื่อนคุณทนายที่เป็นสถาปนิกคนออกแบบบ้านใช่ไหม”

“ใช่ครับ ผมขอประทานโทษด้วยที่ถือวิสาสะเข้ามาชมสวนสวยของท่าน อารยะบอกผมว่าท่านชอบสะสมไม้เก่าเหรอครับ” เทวัตรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้คุยกับวิจารณ์ซึ่งก็รู้สึกไม่ต่างกับเขา

“อืมชอบมาก ฉันชอบไม้เก่า ตามมาสิฉันจะพาไปดู”

การได้พูดคุยกันครั้งนี้ทำให้วิจารณ์ได้รู้ว่าเทวัตชมชอบไม้เก่าเหมือนตัวเองไม่มีผิดเพี้ยน แถมเขายังรู้อีกด้วยว่าไม้ทุกต้นจะมีรุกขเทวดาอาศัยอยู่ พูดถึงรุกขเทวดาขึ้นมา วิจารณ์นึกถึงวันแรกที่ไม้เก่าเหล่านี้ถูกนำมาส่งที่บ้านทำให้ท่านได้เจอกับรุกขเทวดาตนน้อยและได้รู้อีกว่าพวกตัดต้นไม้เลื่อยไม้ออกเป็นชิ้นๆแยกเป็นกองๆทำให้เธอต้องพลัดพรากจากน้องสาวแถมไม่มีที่สิงสถิตอีกต่างหาก ท่านจึงอนุญาตให้เธออาศัยที่ต้นมะค่าในสวนได้...

วิจารณ์ถูกใจเทวัตมากยอมให้เป็นคนออกแบบเรือนไม้ที่ตั้งใจจะสร้างไว้รอลูกสาวกลับมา เทวัตถามว่าท่านอยากได้บ้านแบบไหน ท่านไม่ยอมบอก ในเมื่อเขาได้ทำความรู้จักกับท่านแล้วก็น่าจะออกแบบบ้านให้เข้ากับท่านและเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่นี่ได้

“ผมเจองานท้าทายเข้าแล้วสิครับ ตกลงครับผมจะออกแบบมาให้ท่านดูก่อนว่าจะโดนใจท่านไหม ว่าแต่ ท่านจะสร้างเรือนไม้ไว้ตรงไหนครับ”...

ระหว่างที่วิจารณ์พาเทวัตไปดูที่ดินติดคลองสำหรับปลูกเรือนไม้ เด็กน้อยหัวจุกหรือคุณหนูเรือนเล็กมาดักรอดาญ่าอยู่ในห้องนอน เธอกลัวมากถอยกรูด แกบอกว่าไม่ต้องกลัว แกไม่ใช่ผีแต่เป็นรุกขเทวดา ที่มาปรากฏตัวให้เห็นเพราะจะมาคอยช่วยเนื่องจากเธอยังอยู่ในอันตราย เธอเห็นอีกฝ่ายตัวนิดเดียวแบบนี้จะช่วยอะไรตนได้

“ก็ช่วยไม่ให้ตัวต้องตายเหมือนพ่อตัวไง”

ดาญ่าต่อว่าว่าเป็นเด็กเป็นเล็กเรื่องอะไรมาแช่งให้เธอจมน้ำตายเหมือนพ่อ เด็กน้อยยืนยันว่าภิมุขไม่ได้จมน้ำตายเองแต่มีคนกดน้ำ ตนไม่เห็นว่าเป็นใคร รู้แค่ เป็นผู้ชายเนื่องจากตอนนั้นมืดมากแถมฌานกำลังอ่อน และยังเตือนให้เธอระวังผู้ชายสามคนไว้ให้ดี เด็กน้อยบอกเธอได้แค่นี้ ยกมือบ๊ายบายแล้วหายวับไป

ooooooo


ละครคุณหนูเรือนเล็ก ตอนที่ 2 อ่านคุณหนูเรือนเล็กติดตามละครคุณหนูเรือนเล็ก ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย ธันวา สุริยจักร,เกศรินทร์ น้อยผึ้ง 21 พ.ย. 2561 08:13 2018-11-24T01:35:58+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ