ข่าว

วิดีโอ



เกมเสน่หา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: คนปั้นฝัน

กำกับการแสดงโดย: ชุดาภา จันทเขตต์

ผลิตโดย: บริษัท ละครไท จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: จิรายุ ตั้งศรีสุข,ณฐพร เตมีรักษ์

คำพูดเตือนสติของพิมลแขทำให้เหมือนชนกคิดได้ไปอ้อนวอนขอพ่อแม่ให้ช่วยกล่อมลัคนัย

“คุณพ่อคุณแม่คะ...นกขอโทษนะคะที่ทำให้ต้องเป็นทุกข์กันเพราะนก พอมีลูกแล้วนกถึงได้รู้ว่ารักของพ่อกับแม่มันยิ่งใหญ่แค่ไหน...รักลูกมันรักเหมือนว่าเขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง มันรักมากซะจนอธิบายยังไงก็ไม่หมด ที่ผ่านมานกไม่เคยเข้าใจ ไม่คิดพยายามจะเข้าใจใคร คอยสร้างแต่ปัญหาให้พ่อกับแม่สนใจ ตามแก้ไข นกเป็นลูกที่ไม่ดีเลย”

ธวัชกับวิสาขาน้ำตาคลอพร่ำบอกไม่ให้ลูกสาวโทษตัวเอง แต่เหมือนชนกก็พรั่งพรูไม่หยุด

“นกคิดถึงแต่ตัวเอง เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง และที่ต้องเสียทุกอย่างก็เพราะตัวเอง ตอนนี้นกเข้าใจคุณพ่อแล้วค่ะ ถึงอะไรๆจะเปลี่ยนไปมันก็

เปลี่ยนความรักของพ่อไม่ได้ พ่อยังรักนกเหมือนที่นกยังรักนนท์”

น้ำตาของลูกสาวทำให้คนเป็นพ่อแม่หัวใจปวดแปลบ เหมือนชนกร่ำไห้คิดว่าลัคนัยหมดรักแล้ว

วิสาขาส่ายหน้า “นัยเขาไม่ได้เกลียดนก...เขาก็แค่อยากปกป้องตานนท์ กลัวว่าลูกจะไปทำร้ายจิตใจนนท์เหมือนที่เขาเคยโดน...ถ้านกรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราแล้ว เชื่อแม่...อย่ายอมเสียมันไป”

“แต่นัยเขาจะยอมให้อภัยนกเหรอคะ”

“ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้หรอก แม้กระทั่งตัวนัยเอง เพราะนกก็ยังไม่เคยขอให้เขาให้อภัย แค่มีใจจะทำพ่อเชื่อว่าลูกสาวพ่อทำได้ แล้วก็เชื่อด้วยว่าความรักของนกกับนัยยังไม่หายไปไหน แค่หลงทางอยู่รอให้นกไปตามกลับ”

เหมือนชนกตามพ่อแม่ไปเยี่ยมนนทพัทธ์วันต่อมา คุณหนูขี้วีนหอบหิ้วน้ำนมใส่กล่องเย็นไปให้ลูกชายด้วยตัวเอง ลัคนัยแปลกใจที่เห็นภรรยา เกือบจะไม่ให้เยี่ยมถ้าธวัชกับวิสาขาไม่ขอร้อง

วินาทีแรกที่ได้สัมผัสนนทพัทธ์ เหมือนชนกมีความสุขมาก ความรู้สึกหวิวๆเหมือนขาดอะไรบางอย่างจางหาย กระนั้นเพราะไม่เคยใกล้ชิดลูกชายทำให้นนทพัทธ์งอแง ลัคนัยต้องคว้าตัวมาอุ้ม

เหมือนชนกมองตามพ่อลูกจ๋อยๆ ก่อนกุลีกุจอช่วยเขาหยิบโน่นจับนี่จนลัคนัยอดเหน็บไม่ได้

“พ่อแม่คุณท่านเกลี้ยกล่อมให้คุณมาใช่ไหม”

“ทำไมนายพูดแบบนี้”

“ก็ที่ผ่านมาผมไม่เห็นว่าคุณจะต้องการนนท์เขามาก่อน”

“แล้วถ้าฉันบอกว่าตอนนี้ฉันต้องการลูกแล้วล่ะ”

“ตลกดีนะ...เดี๋ยวไม่ต้องการ เดี๋ยวต้องการ แล้วพรุ่งนี้คุณจะมาอารมณ์ไหนอีก”

“นายใจร้ายเกินไปแล้วนะ นี่ฉันอุตส่าห์...”

ลัคนัยไม่รอให้ภรรยาอธิบายสวนโพล่ง “ใช่...ผมใจร้าย แต่นั่นก็เพราะว่าผมแคร์ความรู้สึกลูก เลยอยากจะแน่ใจว่าที่คุณมาเนี่ยเพราะอยากจะเจอนนท์จริงๆหรือเพราะอะไรกันแน่”

ธวัชกับวิสาขาเห็นท่าไม่ดีช่วยกันพูดว่าเหมือนชนกอยากมาหานนทพัทธ์จริงๆ ลัคนัยไม่เชื่อ เหมือนชนกเลยขอร้องด้วยตัวเองว่าขอโอกาสดูแลลูกชายสักครั้ง...

ooooooo

ลัคนัยยังไม่ตอบตกลงให้โอกาสเหมือนชนก คุณหนูขี้วีนหงุดหงิดมากแต่ไม่ยอมแพ้กลับไปฝึกอุ้มเหมือนขนิษฐ์จนคล่องมือและหวนมาเยี่ยมนนทพัทธ์อีก

เหมือนชนกตั้งใจมากสอบถามทุกเรื่องเกี่ยวกับนนทพัทธ์จนลัคนัยอดทึ่งไม่ได้ กระนั้นก็ให้ข้อมูลแต่โดยดี อยากรู้เหมือนกันว่าคุณหนูขี้วีนอย่างภรรยาคนสวยจะทนได้นานแค่ไหน

เพราะช่วยกันดูแลนนทพัทธ์ทำให้ลัคนัยกับเหมือนชนกใกล้ชิดกันอีกครั้ง ความรู้สึกอ่อนหวานและหวั่นไหวค่อยๆคืบคลานสู่หัวใจทั้งสองโดยไม่รู้ตัว

ธวัชกับวิสาขาลุ้นตัวโก่งอยากให้ลูกสาวกับลูกเขยคืนดี ทุกอย่างดีขึ้นเรื่อยๆยกเว้นเรื่องวิสาขากับวงศ์เวศน์ที่อึมครึม ธวัชรู้ทันอดีตภรรยาทุกอย่างและอยากให้เธอเปิดโอกาสให้ตัวเอง

วิสาขาอายมากแต่ฝืนโกหกตัวเองต่อไม่ไหว 

ธวัชจึงอาสาไปพูดกับวงศ์เวศน์ หมอหนุ่มแปลกใจที่เห็นอดีตสามีของวิสาขามาหาถึงโรงพยาบาล ก่อนจะหน้าเครียดเมื่ออีกฝ่ายเปิดฉากถามเรื่องอดีตภรรยาตรงๆ

วงศ์เวศน์ไม่ปฏิเสธเรื่องมีใจให้วิสาขาและยอมรับว่าอุปสรรคสำคัญไม่ใช่หัวใจของเธอแต่เป็นพัชราแม่ของเขา และเพื่อพิสูจน์ความจริงใจที่มีต่อเธอ เขาจึงตัดสินใจจะเปิดใจกับแม่...

อาชีพในวงการบันเทิงของเพ็ญพรรณีไปได้ดี

ที่เมืองจีนจึงกลับมาเยี่ยมไพพรรณ อยากให้ย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่ไพพรรณปฏิเสธเพราะเป็นห่วงเหมือนชนก

“เรื่องของเธอกับคุณนัยยังไม่ลงตัว แม่อยากอยู่เป็นกำลังใจให้เธอก่อน”

“แล้วถ้าชาตินี้ชีวิตนังนกมันไม่ลงตัว มันโดนผัวทิ้ง แม่ก็ต้องอยู่กับมันจนตายใช่ไหม เคยถามเพนบ้างไหมว่ากว่าจะตะเกียกตะกายถึงจุดที่รับแม่ไปอยู่ด้วยได้ เพนต้องลำบากแค่ไหน ต้องเจอกับอะไรเลวร้ายแค่ไหน เคยถามลูกตัวเองบ้างไหม แม่ห่วงแต่นังนก อยากอยู่เป็นกำลังใจให้มัน แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่าลูกตัวเองก็ต้องการเหมือนกัน!”

แหวแม่จบก็ผลุนผลันจากไป เหมือนชนกได้ยินเสียงเอะอะจึงตามไปดู เห็นเพ็ญพรรณีวิ่งร้องไห้ไปในสวน

เหมือนชนกรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก ความเป็นแม่ทำให้เธอมองเพ็ญพรรณีแตกต่างจากเดิม ยิ่งเห็นไพพรรณร้อนใจก็ทนไม่ไหวต้องช่วยให้สองแม่ลูกได้ปรับความเข้าใจ

เพ็ญพรรณีของขึ้นทันทีที่เห็นหน้าเหมือนชนก ประชดแดกดันเสียงแข็ง

“หัวเราะสิ...หัวเราะให้ลูกโง่ๆอย่างฉันที่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่เคยสู้เธอได้ ฉันมันขี้แพ้ โง่ที่สู้ทั้งที่รู้ว่าไม่มีวันชนะเธอได้เลย สะใจแล้วใช่ไหมล่ะที่แย่งแม่ฉันไปได้”

“ฉันไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นเลยเพนนี เรื่องของเธอกับแม่...ฉันเองที่เป็นคนผิด”

ท่าทางของเหมือนชนกทำให้เพ็ญพรรณีอึ้งไม่น้อยแต่ยังไม่วางใจ

“เสแสร้ง! เธอสมเพชฉันใช่ไหมถึงมาพูดแบบนี้”

“ไม่ใช่เธอหรอกที่น่าสมเพช เธอทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ความรัก ในขณะที่ฉันไม่เคยพยายามอะไรเลยจนต้องเสียทุกอย่างไป...ฉันต่างหากที่น่าสมเพช”

“ด่าตัวเองทั้งที่ฉันทำร้ายเธอมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเนี่ยนะ”

“เธอจะไม่ทำฉันถ้าฉันไม่ทำเธอก่อน เธอแย่งฉันเพราะฉันแย่งเธอก่อน ฉันขอโทษนะเพนนี... ขอโทษจริงๆ”

เพ็ญพรรณีร่ำไห้อย่างหมดอาย เหมือนชนกวางมือบนไหล่อีกฝ่ายเพื่อปลอบใจ

“น้าไพแค่ตามใจฉันในฐานะลูกเจ้านายก็เท่านั้น ต่อให้เอ็นดูฉันแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันรักฉันแบบที่รักเธอได้ ไม่มีใครที่ไหนแทนที่ลูกแท้ๆได้หรอกเพนนี...ในใจแม่เธอก็เหมือนกัน”

“ไม่จริง...ฉันไม่เชื่อ!”

เหมือนชนกส่ายหน้าอ่อนใจบุ้ยใบ้ให้เพ็ญพรรณีฟังคำยืนยันจากแม่ตัวเอง ไพพรรณแอบยืนฟังนานแล้ว น้ำตาไหลพรากที่ทำให้ลูกสาวเก็บกดขนาดนี้

“แม่ปกป้องลูกในแบบของแม่ อ่อนข้อให้คนอื่นเขาเมตตา เผื่อว่าเขาจะได้เผื่อแผ่ความเมตตานั้นไปถึงลูกของแม่ด้วย แต่แม่ไม่รู้เลยว่าสุดท้ายมันจะกลายเป็นทำร้ายลูกด้วยน้ำมือของแม่เอง”

ไพพรรณร้องไห้ด้วยความเสียใจ พร่ำโทษตัวเองจนเพ็ญพรรณีใจอ่อนยวบ

“แม่ไม่ดีเอง แม่ละเลยความรู้สึกลูกมาตลอด ไม่เคยเข้าข้าง ไม่แม้แต่จะถามว่าลูกเป็นยังไง รู้สึกไม่ปลอดภัยแค่ไหน แม่ขอโทษนะลูก ขอโทษจริงๆ แม่ไม่สมควรเป็นแม่ของเพนเลย ถ้าไม่มีแม่ ชีวิตลูกต้องดีกว่านี้...แม่ขอโทษ”

“ไม่ต้องขอโทษแล้วแม่ เพนเข้าใจแล้ว เพนก็ไม่เคยทำอะไรให้แม่ภูมิใจ มีแต่สร้างเรื่องสร้างปัญหา...เพนต่างหากที่ต้องขอโทษ เพนจะแก้ตัวใหม่ ต่อจากนี้เพนจะทำตัวให้ดี ให้แม่ภูมิใจในตัวเพน เพนรักแม่นะ...รักแม่ที่สุดเลย”

“แม่ก็รักลูกเพน เพนของแม่ แม่ไม่เคยไม่รักหนู...เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะลูก”

ooooooo

เหมือนชนกเดินหน้าง้อลัคนัย ทั้งหมั่นไปดูแลลูกชายและแอบไปตกแต่งบ้านเวลาเขาไม่อยู่ ลัคนัยเห็นอาหารเหนือในบ้านก็เดาได้ว่าเป็นฝีมือเหมือนชนกแต่แกล้งไม่รู้เพราะอยากดูปฏิกิริยาของเธออีกระยะ

วงศ์เวศน์ทำตามที่ตั้งใจคือพาพัชรามาเจอผู้หญิงที่เขารัก พัชราตื่นเต้นมากแต่เมื่อเจอหน้าวิสาขาก็โกรธจัดรับไม่ได้ที่ว่าที่ลูกสะใภ้จะเป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง

“ทำไมเธอทำกับฉันแบบนี้ นี่มันลูกชายคนเดียวของฉันนะวิ!”

วิสาขาหน้าเสีย ตั้งท่าจะอธิบายแต่ช้ากว่าวงศ์เวศน์

“ไม่ใช่ความผิดของน้าวิหรอกครับ เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรเลย ผมต่างหากที่เป็นฝ่ายไปรักเขา”

“ตาเวศน์! แต่นี่มันเพื่อนรักของแม่นะ”

“ผมทราบครับ แล้วผมก็รักเพื่อนแม่ด้วยเหตุผลเดียวกัน...ให้โอกาสผมได้รักเขาในแบบที่แม่เองก็รักเถอะครับ”

พัชรารับไม่ได้ผลุนผลันออกจากร้านอาหาร วิสาขาจะตามแต่วงศ์เวศน์ขวางไว้

“ถอยไปเวศน์ น้าจะไปตามแม่เธอ เธอไปพูดแบบนั้นกับแม่ได้ยังไง!”

“ผมทราบดีครับว่าไม่ควรพูดแต่ถ้าผมไม่พูดเรื่องของผมกับน้ามันจะไม่มีทางเป็นจริง”

“มันไม่มีทางเป็นจริงอยู่แล้ว ลืมแล้วรึไงว่าเธอเป็นลูกยัยพัชและฉันก็เป็นเพื่อนแม่เธอ”

“ผมไม่เคยลืมแต่แค่สงสัยว่านอกจากเหตุผลนี้มีเหตุผลอื่นอีกไหมที่บอกว่าเราไปกันไม่ได้”

วิสาขาอ้าปากจะเถียงแต่ต้องหุบฉับหลังตระหนักได้ว่าไม่ควรโกหกตัวเอง วงศ์เวศน์จับมือเธอแน่น

“เราไปกันได้ครับน้าวิแล้วก็ไปกันได้ดีมากด้วย เรื่องทำความเข้าใจกับคุณแม่ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของผม...แต่ก่อนที่ผมจะตามท่านไปผมมีบางอย่างอยากขออนุญาตน้าวิครับ”

วงศ์เวศน์กระชับมือเธอก่อนเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจ

“ผมรู้ว่าน้าวิเองก็ลำบากใจกับเงื่อนไขระหว่างเราแต่ผมไม่ได้รวบรัดจะเอาคำตอบในตอนนี้...ขอแค่จากนี้อย่าปิดโอกาสผมก็พอ ถ้าตัดสถานะที่เราเป็นออกไปผมก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่หลงรักผู้หญิงคนหนึ่งหมดใจ”

วิสาขาหน้าแดงไม่คิดว่าจะถูกเด็กจีบตอนอายุเท่านี้ วงศ์เวศน์ชอบใจมากอ้อนเสียงหวาน

“อย่ารีบร้อนตัดโอกาสผู้ชายคนนี้นะครับ...คุณวิสาขา”

สรรพนามเรียกขานที่เปลี่ยนไปทำให้วิสาขาเขินจัด วงศ์เวศน์ยิ้มกว้างยกมือเธอมาจูบ

“ถ้าไม่ตอบผมถือว่าอนุญาตแล้วนะ...”

ooooooo

เหมือนชนกชะล่าใจคิดว่าหลอกลัคนัยสำเร็จ แอบเข้านอกออกในบ้านเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมาโดยมีแม่บ้านที่เขาจ้างคอยดูต้นทาง ลัคนัยรู้ทุกอย่างแต่แกล้งโง่แถมแอบดูเธอจากนอกหน้าต่าง

ความตั้งใจจริงของเหมือนชนกทำให้ลัคนัยใจอ่อนได้เสมอ ที่สุดเขาก็ยอมแพ้ใจให้เธออีกครั้ง

“แอบเข้าบ้านคนอื่นแล้วคิดว่าเจ้าของบ้านเขาไม่รู้เหรอครับ ผมรู้ตั้งแต่วันก่อนโน้นแล้วที่คุณมาจัดบ้าน มาเตรียมอาหารเอาไว้ พอถามพี่แม่บ้านเขาก็ยอมสารภาพว่าสงสารคุณเลยช่วยโกหก”

“ลัคกี้...ฉันขอโทษ อย่าเพิ่งโกรธนะ ฉันก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดี”

“แต่คุณก็ทำไม่ถูก”

“แต่ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้จะได้อุ้มได้ใกล้ชิดลูกไหมล่ะ ก็นายเล่นคุมลูกแจอยู่คนเดียว ฉันคิดถึงลูกใจจะขาด นายเองก็รักลูกก็น่าจะเข้าใจ...ช่างเถอะ...ยังไงฉันก็ผิดอยู่ดี!”

เหมือนชนกสะบัดหนีงอนๆ ลัคนัยลอบยิ้มก่อนตีหน้าขรึม

“วันหลังห้ามทำอย่างนี้อีก ถ้าจะมาก็มาแบบปกติไม่ต้องแอบต้องซ่อน”

“นี่ยอมให้ฉันมาหาลูกได้แล้วเหรอ”

“คุณคงไม่ลืมที่บอกว่าจะทำหน้าที่แม่และต่อไปนี้จะไม่มีคำว่าไม่ต้องการลูกอีก”

“ฉันจะไม่มีวันพูดคำนั้นอีก”

“งั้นคุณก็มาเยี่ยมนนท์ได้ นนท์เขามีสิทธิ์ได้รับความรักความใส่ใจจากแม่ของเขา”

“ขอบใจนะลัคกี้”

“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก...ถึงเราจะไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแต่คุณก็ยังเป็นแม่ของนนท์”

ลัคนัยแกล้งพูดเหมือนไม่ยี่หระ เหมือนชนกอึ้งไปอึดใจก่อนโพล่งอย่างร้อนรน

“ทำไม...นายก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่ได้ต้องการแค่ลูก เป็นคนไม่ฉลาดตั้งแต่เมื่อไหร่ ต้องให้ฉันง้อนายอีกแค่ไหน”

“นี่คุณง้อผมอยู่หรือหาเรื่องผมกันแน่”

เหมือนชนกอ้าปากค้าง อยากขอโทษและสารภาพความในใจแต่ก็พูดไม่ออก

“คุณจะให้ผมรู้อะไร ฉลาดอะไรเหรอครับ ที่ผมจำได้คือคุณบอกว่าอยากให้ผมออกไปจากชีวิตคุณและคุณก็ยังไม่เคยเปลี่ยนคำพูด ลูกน่ะยังไงเขาก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ ไม่แปลกที่คุณจะตัดไม่ขาด แต่อย่าลืมว่าผมกับคุณ เราไม่ได้เป็นอะไรกันเลยถ้าเราไม่ได้รักกัน!”

พูดจบก็ผลุนผลันเข้าบ้านทิ้งเหมือนชนกให้ยืนมองเซ็งๆ พึมพำไล่หลัง

“ก็ฉัน...รักนายไง”

ooooooo

จนแล้วจนรอดเหมือนชนกก็ไม่ยอมบอกความในใจกับสามี ลัคนัยตีมึนทำไม่รู้ไม่ชี้จนธวัช วิสาขาและมาลินีอ่อนใจมากต้องช่วยกันเตือนสติเหมือนชนกไม่ให้ฟอร์มจัดแบบนี้

“คนเราควรมีฟอร์มแบบรู้เวลานะลูก...ว่าเวลาไหนเราควรจะแข็ง เวลาไหนเราควรจะอ่อน แข็งไว้เพื่อให้คนเกรงใจ อ่อนก็เพื่อให้เขารักและเอ็นดู ถ้าเราหนักทางแข็งเกินไปคนที่เรารักก็จะบาดเจ็บกันไปหมด”

มาลินีพูดเตือนด้วยความหวังดี ธวัชพยักหน้าเห็นด้วย

“คุณยายพูดถูกนะ ลูกจะไม่ทำให้นัยเขาได้เห็นบ้างเลยเหรอว่าเขาน่ะมีค่าสำหรับลูกแค่ไหน”

วิสาขามองหน้าธวัชกับมาลินีแล้วคิดแผนช่วยเหมือนชนกด้วยการเรียกตัวลัคนัยกับนนทพัทธ์มาที่บ้าน พิมลแขร่วมแผนนี้ด้วยการรับสมอ้างว่าอยากเจอหน้าหลานชายแต่เป็นแม่ลูกอ่อนเลยไปไหนมาไหนไม่สะดวก

ลัคนัยเต็มใจพานนทพัทธ์มาเยี่ยมทุกคนที่บ้านธวัช กระนั้นก็เก็บอาการไม่แสดงออกให้เหมือนชนกรู้ว่าเขาตื่นเต้นดีใจแค่ไหนที่ได้เจอเธอ เหมือนชนกอึกๆอักๆ สุดท้ายก็ตัดสินใจขอคุยกับสามีเป็นการส่วนตัว

เหมือนชนกใจฝ่อไม่น้อยที่เห็นท่าทีมึนตึงของสามี ไม่รู้เลยว่าลัคนัยต้องเก๊กหน้าขรึมแค่ไหน ยิ่งเห็นเธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ยิ่งอยากแกล้ง เปิดฉากเสียงเข้ม

“ถ้าจะคุยเรื่องแบ่งกันดูแลลูก ตามกฎหมายเรามีสิทธิ์กันคนละครึ่งคุณไม่ต้องห่วง”

“ฉันไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น ฉันรู้ว่านายแฟร์แต่ว่าฉันหมายถึง...”

“ถ้าไม่ใช่เรื่องลูก ถ้างั้นผมก็ไม่มีอะไรจะคุย”

“แต่ฉันมี...ที่ผ่านมาฉันทำให้นายต้องเสียใจหลายเรื่อง...ฉันเองก็เสียใจ นายจะให้โอกาสฉันแก้ตัวบ้างได้ไหม”

“คุณนกจะลำบากไปทำไมครับ ตอนนี้คุณก็ไม่เสียลูกไปแล้ว”

“ก็...ก็ฉันไม่อยากจะเสียพ่อของลูกไปนี่!”

ลัคนัยถึงกับไปไม่ถูกเมื่อเจอภรรยาโพล่งตรงๆ เหมือนชนกเขินจัดแต่ไม่หยุดความตั้งใจ

“ฉันรู้นะว่านายยังโกรธแต่นายก็ไม่ได้เกลียดฉัน เพราะงั้นต่อให้นายตั้งกำแพงเย็นชาใส่ฉันสักหมื่นๆชั้นฉันก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก อย่าคิดว่ากำแพงของนายจะสกัดกั้นฉันได้ นายก็รู้จักฉันดีว่าคนอย่างเหมือนชนก...เป้าหมายน่ะมีไว้พุ่งชน นายอย่าเสียเวลาปฏิเสธฉันเลย”

เหมือนชนกตัวจริงกลับมาแล้ว...ลัคนัยพอใจมาก เกือบหลุดยิ้มแต่ต้องทำเข้ม “ไม่นึกว่าจะได้ยินคุณพูดแบบนี้ แต่อย่างน้อยคุณก็พูดถูกอยู่อย่าง...ใช่...ผมไม่ได้เกลียดคุณ แต่ก็ไม่ได้ความว่าผมไม่รู้จักเข็ดจักจำ!”

“ทำไม...นายไม่เห็นเหรอว่าตอนนี้ฉันไม่ใช่เหมือนชนกคนเดิมแล้ว ให้โอกาสฉันพิสูจน์สิ ให้ฉันแก้ตัว”

“สิ่งที่เกิดขึ้นคุณก็ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้วเราจะแก้ไขด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำ...ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอครับ...”

ooooooo

ลัคนัยอยากลองเชิงภรรยาคนสวยจึงแกล้งไม่ตอบรับข้อเสนอ เหมือนชนกเต้นผางโกรธจัดที่สามีเล่นตัว มาลินีเลยแนะให้หลานสาวใช้แผนนางร้ายบ้างเพราะทำตัวเป็นนางเอกมานานเขาก็ไม่แล

เหมือนชนกตลบหลังสามีด้วยการแอบตัดสายไฟรถ ลัคนัยเลยต้องค้างบ้านธวัช สมาชิกทุกคนในบ้านสมรู้ร่วมคิดด้วยไม่เว้นแม้แต่พิมลแขที่อยากเห็นอดีตคนรักคืนดีกับภรรยา

ลัคนัยเลือกไปพักเรือนหลังเล็ก เหมือนชนกไปป่วนจนเขาเกือบหลุดฟอร์มคืนดีด้วย สองสามีภรรยาช่วยกันดูแลนนทพัทธ์ตามประสาพ่อแม่มือใหม่ซึ่งกว่าลูกชายตัวน้อยจะนอนทั้งคู่ก็แทบหมดสภาพ

ความรักที่มีต่อนนทพัทธ์ทำให้ลัคนัยใจอ่อนยกโทษให้ภรรยาคนสวย แต่กว่าจะยอมก็แสร้งทำเหมือนไม่แคร์จนเหมือนชนกเกือบถอดใจยอมให้เขากลับ ลัคนัยส่ายหน้าหน่ายๆ

“อุตส่าห์ช่วยกันเตี๊ยมแผนให้ผมอยู่ที่นี่ตั้งวันกับคืน...ตกลงอยากพูดอยากทำแค่นี้”

เหมือนชนกสะดุ้ง สีหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ ลัคนัยกลั้นยิ้มก่อนเย้า

“ไหนบอกว่าต่อให้ตั้งกำแพงหมื่นๆชั้นก็สกัดกั้นคุณไม่ได้ ทำท่าเหมือนจะบุกตะลุยเต็มที่...ทำผมผิดหวังนะเนี่ย”

“นาย...รู้อยู่แล้วเหรอ”

“ดูยากนักนี่บ้านคุณน่ะ”

“ร้าย! รู้แล้วยังทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วก็ทำหยิ่งอย่างงั้นอย่างงี้...แกล้งฉันเหรอ”

พูดพลางทุบอกสามี ลัคนัยยุดมือเธอแล้วดึงตัวมาใกล้

“ถ้าคราวนี้ไม่พูดอะไรที่คิดจะพูด ผมจะกลับดีๆตามที่คุณบอกแล้วนะ”

ลัคนัยแกล้งบ่นงอนๆก่อนผละไป เหมือนชนกถลาตามกอดจากด้านหลัง

“ห้ามหันหลังให้ฉันอีก!”

เหมือนชนกกอดสามีแน่น ภาวนาสุดใจอย่าให้เขา สะบัดตัวออก ลัคนัยสัมผัสได้ถึงน้ำตาอุ่นๆของภรรยาก็ใจอ่อนยวบ ยอมหันกลับมากุมมือเธอแล้วปลอบเสียงอ่อน

“ไม่ต้องร้องครับคุณนก ผมอยู่นี่แล้ว”

ลัคนัยโอบกอดภรรยาไว้หลวมๆก่อนสารภาพความจริงจากใจ

“ผมเคยคิดว่าการได้ฟังคำคำนึงจากคุณมันสำคัญแต่ตอนนี้มันไม่จำเป็นแล้ว”

เหมือนชนกรีบพูดแทรกกลัวเขาเปลี่ยนใจ

“ฉันรักนาย...ฉันอยากจะบอกนายมาตั้งนานแล้ว”

ลัคนัยอึ้งมากก่อนยิ้มกว้างเมื่อได้ยินน้ำเสียงกระเง้ากระงอดของภรรยา

“ฉันรักนายและไม่อยากให้ไปไหนทั้งนั้น...ห้ามไปไหนอีก”

“ครับ...รับทราบแล้ว”

จบคำก็โน้มตัวจูบรับขวัญภรรยาคนสวยอย่างดูดดื่มเหมือนจะชดเชยเวลาที่ห่างหายกันไป เหมือนชนกมี ความสุขมากก่อนหน้าแดงก่ำเมื่อเขาบอกว่าตอนนี้

ฝากลูกชายไว้บ้านธวัชให้ตายายเลี้ยงแทน

แววตากรุ้มกริ่มของลัคนัยทำให้เหมือนชนก

ใจเต้นแรงเสไปจัดผ้าปูเตียงในห้องนอน

“ไม่ต้องจัดหรอกครับ...เดี๋ยวก็รกอีก!”

“บ้า! นี่มันกลางวันแสกๆ”

“กลางวันแล้วนอนไม่ได้เหรอครับ นี่คุณคิดจะทำอะไรเนี่ย ผมแค่ชวนคุณนอนหลับพักผ่อนเฉยๆ”

“ไม่จริงอ่ะ ก็ท่าทางนาย...”

“ท่าทางผมทำไม”

ลัคนัยแกล้งแหย่ เหมือนชนกหันหน้าหนีกลบเกลื่อนความอาย

“ไม่มีอะไร นอนก็นอน”

“แต่ผมไม่ง่วงแล้ว เราอย่านอนเลยนะ”

“จะนอน!”

“ไม่ให้นอนหรอก!”

ooooooo

ครอบครัวกลับมาเป็นครอบครัวหลังผ่านบทเรียนสำคัญ เหมือนชนกกับลัคนัยได้เรียนรู้ว่าทิฐิไม่ได้ช่วยให้ใครมีความสุข มีแต่จะสร้างความทุกข์ให้แก่คนถือและคนรอบตัว...โดยเฉพาะคนตัวเล็กไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างนนทพัทธ์

มาลินีภูมิใจในตัวเหมือนชนกที่คิดได้ และปลื้มใจที่นนทพัทธ์...เหลนชายคนแรกเกิดมาพร้อมความสุขความสมหวังของคนในครอบครัว ธวัช วิสาขาและพิมลแขพลอยสุขใจ คนรอบตัวไม่ตั้งแง่ใส่กันอีก หลังจากนี้ครอบครัวใหญ่คงมีแต่ความรื่นรมย์เพราะทุกคนรักและเข้าใจกันดี

เพ็ญพรรณีถือโอกาสขอขมาและลากลับเมืองจีน แต่กลับได้เซอร์ไพรส์น้ำตาไหลเมื่อไพพรรณตัดสินใจลาออกไปอยู่ด้วย เหมือนชนกอาลัยแม่บ้านเก่าแก่มากแต่คิดว่าถึงเวลาต้องคืนแม่ให้เพ็ญพรรณีเสียที

วิสาขาโล่งใจกับเรื่องราวของลูกสาวกับลูกเขยแต่เรื่องตัวเองยังไม่มีทางออก มาลินีเห็นท่าทางซึมๆของลูกสาวก็รำคาญ ดุให้เลิกคิดมากและทำตามหัวใจตัวเอง ไฮโซสาวตื้นตันใจที่แม่เลิกเผด็จการและยอมให้เธอทำตามใจ เรื่องราวระหว่างเธอกับวงศ์เวศน์หมอหนุ่ม คราวลูกเลยลงเอยด้วยดี

ลัคนัยจะกลับไปเก็บของที่บ้าน เหมือนชนกงอแงอ้อนไม่อยากให้เขาไป

“รีบกลับมานะ...อย่าปล่อยฉันไว้คนเดียว นายกับลูกเป็นครอบครัวฉันนะ”

“ผมเปลี่ยนใจละ ทิ้งลูกไว้นี่แล้วพาแม่ไปเปลี่ยนบรรยากาศดีกว่า”

“เปลี่ยนบรรยากาศอะไร”

“อะไรคุณ...ผมแค่จะขอแรงไปช่วยเก็บข้าวของ... คิดลึกนะเนี่ย”

“ไม่ต้องมาทำโยนให้ฉันเลย ฉันรู้จักสามีฉันดี”

“รู้จักสามีดีก็ดีครับ จะได้รู้ด้วยว่า...สามีภรรยาเขาเล่นกันแบบนี้”

เหมือนชนกหน้าแดงเพราะรู้ความนัยของสามี ลัคนัยจูบขมับเธอด้วยความรัก ถามเสียงพร่า

“ตกลงไปไหม”

“ไปก็ได้แต่ต้องไปกันสามคนนะ เราสามคน... พ่อ แม่ แล้วก็ลูก”

“ครับ...ครอบครัวเราจะไปด้วยกัน...ไม่ทิ้งกัน”

ลัคนัยทำตามสัญญาไปไหนไปกันทั้งครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก จวบจนวันเวลาผ่านไปหนึ่งปีความรักและความผูกพันไม่ลดน้อยแต่แน่นแฟ้นและมั่นคง วันนี้พวกเขาสามคน ธวัช วิสาขา พิมลแข เหมือนขนิษฐ์และวงศ์เวศน์เดินทางมาเที่ยวทะเลด้วยกัน

เหมือนชนกถ่ายภาพครอบครัวกับลัคนัยและนนทพัทธ์ตามธรรมเนียม ความรักที่มีให้สามีกับลูกมากมายขึ้นทุกวันจนเธออยากใช้คำว่าตลอดไป

บนผืนทรายที่เธอบรรจงวาด

ลัคนัยมองงานศิลปะของภรรยาบนผืนทรายก็อดเย้าไม่ได้ เหมือนชนกไม่โกรธแต่แกล้งงอน

“หนึ่งปีที่ผ่านมาฉันยังไม่ทำให้นายแน่ใจอีกรึไง”

“ไม่แน่ใจครับ...จนกว่าคุณจะตกลงเล่นเกมเกมนึงกับผมก่อน”

“เกม...นี่ยังไม่เข็ดเล่นเกมอีกเหรอ”

“ฟังให้จบก่อนสิครับ เกมนี้ชื่อว่าเกมรักกัน ตลอดไป กติกามีข้อเดียว...ถ้าใครเลิกรักก่อนคนนั้นแพ้!”

เหมือนชนกยกมือจะยอมแพ้ ลัคนัยต้องยุให้เธอฮึดสู้เพื่อเขา

“นายคิดว่าสำหรับเรา...ตลอดไปมันยากรึเปล่า”

คำถามของภรรยาทำให้ลัคนัยนิ่งไปอึดใจ เหมือนชนกสีหน้าขรึมลงเมื่อคิดถึงอดีต

“ขนาดพ่อกับแม่ก็ยังเปลี่ยนไป ส่วนฉันกับนายเราก็...เกือบไปไม่รอด”

“ถ้าไม่มีอุปสรรคก็ไม่เรียกว่าเกมสิครับ แถมพอเราผ่านมันมาเราก็ได้รับรางวัลเป็นความเข้าใจกัน ผมถึงไม่ให้คุณยอมแพ้ผมไง เพราะอุปสรรคที่เราเจอทำให้เรารักกันมากขึ้น”

ลัคนัยปลอบเสียงหวานก่อนเอื้อมไปจับมือเธอขอสัญญา

“แข่งกับผมนะครับ เชื่อสิถ้าเราสองคนแข่งกันรัก ความรักของเราจะไม่มีคำว่าน้อยลงอีกเลย”

“โอเค...ฉันตกลงเล่น จับมือกันนะ ผ่านด่าน ยากๆไปด้วยกัน รับรางวัลจากเกมนี้ด้วยกันตลอดไปนะ”

ooooooo

–อวสาน–


ละครเกมเสน่หา ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านเกมเสน่หา ติดตามเกมเสน่หา ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย จิรายุ ตั้งศรีสุข,ณฐพร เตมีรักษ์ 28 ก.ค. 2561 07:33 2018-07-31T01:32:18+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ