ตอนที่ 9
อัลบั้ม: เคลลี่ ธนะพัฒน์ ประกบ จั๊กจั๋น อคัมย์สิริ ละครพะบู๊ด้วยแม่ไม้มวยไทยใน "คาดเชือก"
ละไมขับรถเอาอาหารมาให้ธนูที่บ้านเพราะรู้สึกผิดที่ชกเบ้าตาเขาจนบวมปูด มาถึงสตางค์รีบรายงาน แม่ทำอาหารสุดฝีมือ ธนูกินแล้วเอ่ยปากอร่อยที่สุด
ละไมจะรีบเก็บจานไปล้างเมื่อเห็นว่าเขาอิ่มแล้ว ธนูคว้าข้อมือเธอไว้เร่งให้กลับเมื่อเห็นสตางค์ผล็อยหลับอยู่บนโซฟา ขณะพูดยังคงกุมมือของเธออยู่ ละไมเขินรีบดึงมือตัวเองออกก่อนหันหลังไปล้างมือแล้วเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ธนูอุ้มสตางค์มาที่รถ พูดกับหนูน้อยทั้งที่ยังหลับว่าแม่พามาลำบากแท้ๆ
“สตางค์ฟังไว้นะลูก ปากพ่อเสียขนาดนี้ วันหลังแม่จะไม่ทำอะไรมาให้กินอีกแล้ว ยิ้มอะไร ถึงนายจะรับเป็นพ่อให้สตางค์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านายจะ ...นายก็รู้ว่าฉันมีคนรักอยู่แล้ว”
ธนูไม่ตอบกำชับให้เธอขับรถดีๆ ก่อนจะชะโงกหน้าเข้ามาในรถพูดอย่างนุ่มนวล “ฝันดีนะคุณ”
ละไมพยักหน้ารู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก ในขณะที่มุมมืดอีกด้าน ทองดีจอดรถซุ่มมองสีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ooooooo
รุ่งเช้าทองดีเอาแต่อาละวาดขว้างปาข้าวของในบ้าน สำลีเดินผ่านมาหวีดร้องตกใจหลบแทบไม่ทัน เมื่อแจกันดอกไม้บนโต๊ะถูกทุ่มผ่านหน้าสาวใช้ไปอย่างเฉียดฉิว
“ดีแล้วที่เมื่อคืนเอ็งระงับเลือดร้อนในตัวเอ็งได้ ไม่อย่างนั้นแผนที่เราวางไว้ตั้งนานอาจเสียหายก็ได้ ขืนเอ็งโวยวายอาละวาดไป หนูละไมเกิดโกรธเลิกคบกับเอ็งขึ้นมาจะยุ่ง”
ทองคำเอ่ยปลอบลูกชายอย่างใจเย็น ศรีไพรซึ่งนั่งฟังอยู่ข้างๆหงุดหงิดที่คนรักของเธอไม่รู้จะเนื้อหอมไปถึงไหน ศรีวรรณรีบชี้นำน้อง
“แกต้องรีบเผด็จศึกแล้วล่ะศรีไพร ขืนช้ามีหวัง ซดแห้วเป็นอาหารหลักแน่ๆ”
“แหม! พี่ศรีวรรณพูดอะไรก็ไม่รู้ ศรีไพรเป็นกุลสตรีจะให้เสนอหน้าไปอ่อยผู้ชายก่อนได้ไงอ่ะ”
ทองคำบอกให้ลูกๆสบายใจ เดี๋ยวเขาจะเรียกธนูมาเตือนให้อยู่ห่างๆจากละไม แล้วกำชับให้ทองดีรีบรวบหัวรวบหางคนรัก ขืนยื้อไว้คงไม่ได้แต่งงานแน่ๆ
ทางด้านกรองแก้วกับพ่อซึ่งอาศัยอยู่บ้านของครูจรัล ขณะกรองแก้วเดินออกมาจากห้อง เห็นพ่อกำลังรื้อค้นข้าวของของครูจรัลจึงถามอย่างสงสัยพร้อมออกปากจะช่วยหา ทองก้อนยกมือเป็นเชิงปราม กรองแก้วจึงลงไปเดินเล่นในสวนหลังบ้าน เมื่อทองก้อนไม่พบตำรามวยที่เคยฝากไว้กับครูจรัล เขานิ่งคิดก่อนจะตรงดิ่งไปยังห้องพระ แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงหวีดร้องของลูกสาว ดังมาจากสวนด้านหลัง
ทองก้อนรีบวิ่งไปดูด้วยความเป็นห่วง พบเจอร์ราร์ด ยืนยิ้มรออยู่ ส่วนเสือยิ่งรวบตัวกรองแก้วไว้พลางเอามือไล้ไปที่แก้มเธออย่างย่ามใจ
“สบายดีนะไอ้แก่ ข้านึกว่าเอ็งจะตายอยู่ในคุกซะแล้ว ไม่นึกว่าจะได้พบกันอีก แถมเอาลูกสาวสวยๆมาฝากข้าด้วย ฮ่าๆๆ”
“ไอ้เสือยิ่ง! วันนี้ถ้าข้าไม่เอาเลือดหัวเอ็งออก ไม่ต้องเรียกข้าว่าทองก้อนโว้ย!”
เสือยิ่งผลักร่างกรองแก้วไปให้เจอร์ราร์ดแล้วพุ่งใส่ทองก้อนทันที ทั้งคู่ต่างปล่อยหมัด เตะ ต่อย ตอบโต้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร จังหวะหนึ่งทองก้อนเพลี่ยงพล้ำถูกเสือยิ่งตีศอกขณะกำลังโต้คารมกันอยู่
“ถุย! ลอบกัดจนได้นะมึง”
“ในเรือนจำข้ายังไม่ชอบเคารพกฎเลย แล้วนอกเรือนจำอย่างนี้ จะมีกฎกติกาอะไรมาบังคับข้าได้วะ ไอ้แก่ ฮ่าๆๆ”
กรองแก้วหวีดร้องเป็นห่วงพ่อ ในขณะที่เธอเองพยายามดิ้นรนให้พ้นจากการเกาะกุมของเจอร์ราร์ดแต่สู้แรงเขาไม่ได้ เสือยิ่งย่ามใจเงื้อหมัดใส่ทองก้อนทันที บุญสมโผล่พรวดออกมาใช้เท้ายันหน้าอกเสือยิ่งจนกระเด็นออกไป
“นี่ฝีมือตกขนาดต้องมารังแกผู้หญิงกับคนแก่แล้วเหรอวะ ไอ้เสือยิ่ง ถุย!”
“เฮ้ย! เอ็งว่าใครแก่วะไอ้บุญสม ข้ายังไม่แก่นะโว้ย! นี่...แล้วเอ็งทำไมไม่บอกวะว่าไอ้เวรนี่มันมาอยู่ที่นี่ด้วย”
ทองก้อนกำลังบ่นไปเรื่อย แล้วร้องลั่นเมื่อเห็นเสือยิ่งปรี่เข้าชกหน้าบุญสมอย่างจัง เสือยิ่งย่ามใจหมายเข้าซ้ำ บุญสมใช้ท่า ‘มอญยันหลัก’ ถีบเสือยิ่งกระเด็นไปกองกับพื้น เสือยิ่งลุกขึ้นตั้งหลักใช้ท่า ‘เถรกวาดลาน’ เตะขาบุญสมจนล้มทั้งยืน
“ไม่มีอะไรที่มึงทำได้แล้วกูทำไม่ได้หรอกไอ้บุญสม เจอกันวันนี้ก็ดีแล้ว กูจะได้ชำระรอยแผลเป็นบนหน้ากูซะที”
ทั้งคู่ตรงเข้าโรมรันกันโดยมีสายตาตื่นเต้นของเจอร์ราร์ดจ้องมองแทบไม่กะพริบ กระทั่งเสือยิ่งเพลี่ยงพล้ำให้กับบุญสมด้วยแม่ไม้ ‘หักคอเอราวัณ’ เจอร์ราร์ดกำลังมองอย่างตื่นตะลึงจนไม่ทันระวังตัว ทองก้อนซึ่งย่องมาทางด้านหลังถามเสียงเรียบ
“ที่บ้านเอ็งไม่มีล่ะสิ”
แล้วเตะเจาะยางที่ต้นขาเข้าอย่างจัง เจอร์ราร์ดถึงกับร้องแทบไม่เป็นเสียง กรองแก้วสบโอกาสสะบัดตัวออกจนเป็นอิสระแล้วชักศอกกลับเข้าอย่างจังที่ใบหน้าจนมันทรุดลงไปกองกับพื้น เสือยิ่งกับเจอร์ราร์ดพ่ายแพ้ไม่เป็นท่า สองโจร พยายามชันกายลุกขึ้นแต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก...
ทองก้อนเดินบ่นบุญสมมาตลอดทาง ตั้งแต่ในสวนจนถึงบ้านที่ยอมปล่อยเสือยิ่งกับพวกไปง่ายๆ บุญสมว่ารอเช็กบิลทีเดียวพร้อมกับนายทองคำ กรองแก้วสงสัย บุญสมอธิบายให้สองพ่อลูกผู้มาอยู่ใหม่เข้าใจ
“ชาวบ้านหลายคนบอกว่านายทองคำเป็นลมหายใจของที่นี่ก็แล้วกันกรองแก้ว ก็ไอ้นี่แหละที่มันทำให้พี่ต้องติดคุก”
เดินคุยกันจนขึ้นมาบนเรือน บุญสมชะงักแปลกใจที่เห็นข้าวของถูกรื้อออกมากองเต็มพื้น ทองก้อนแถไปเรื่อยอ้างกำลังจัดให้ถูกหลักฮวงจุ้ย บุญสมมองหน้ากรองแก้วแล้วยิ้มขำคำพูดทองก้อน
เสือยิ่งกับเจอร์ราร์ดพาร่างสะบักสะบอมกลับมาบ้านทองคำ เมื่อทองคำรู้เขาใช้ไม้ตะพดกระทุ้งท้องเสือยิ่งอย่างโมโห จ่อยและลูกสมุนคนอื่นๆเห็นถึงกับสะดุ้งเฮือก
“ไอ้เสือยิ่ง! เสือมันเวลาจะล่าเหยื่อมันยังต้องรอโอกาส ไม่ใช่แส่ไปให้เหยื่อตะปบกลับมาอย่างนี้”
ยอดหันมาปรามพี่ชายให้เชื่อฟังนายทองคำดีที่สุด ทองดีหันมากำชับลูกสมุนทุกคนช่วงนี้ให้พยายามทำตัวดีๆ อย่าไปหาเรื่องใคร เพราะในอีกไม่ช้าเขาจะมีงานมงคล ทองดียิ้มออกมาอย่างใจเย็นเมื่อนึกถึงความสุขกำลังรอเขาอยู่ข้างหน้า
ooooooo
ละไมกับละเมียนแปลกใจที่จู่ๆเช้านี้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดของเธอต่างหายหน้ากันไปหมด ปล่อยทิ้งแผงให้ว่างเปล่า แป๊ะชองทำท่าทางบอกใบ้ให้รู้ ละเมียนคอยเป็นล่ามถ่ายทอดให้พี่สาวฟังอยู่ข้างๆ
“หรือพ่อค้าแม่ค้าจะไปประท้วงที่เราไม่ยอมปรับปรุงตลาด หลังคาก็รั่ว พื้นก็สกปรก ไฟก็ติดๆดับๆ ตั้งแต่ป๊ากับม้าสร้างตลาดมา ยังไม่เคยปรับปรุงเลยนะพี่ละไม แป๊ะชองบอกว่า หนูกับแมลงสาบมีเป็นกองทัพ พี่ละไมต้องรีบปรับปรุงตลาดอย่าขี้เหนียว โอเคป่ะ”
“นี่...ที่แป๊ะชองพูดน่ะฉันเข้าใจ แต่ไอ้เรื่องขี้เหนียวเนี่ย แกพูดเองแน่นอน นี่แน่ะ!”
แล้วเขกหัวน้องสาวอย่างหมั่นไส้ เสียงดังลั่นมาจากคลองด้านหน้า เรียกให้ทุกคนหันไปมอง สองพี่น้องรวมทั้งสตางค์ เบียบและแป๊ะชองรีบวิ่งไปดูเห็นสองฝั่งคลองถูกประดับไปด้วยผืนธงและลูกโป่งหลากสี
สตางค์เรียกแม่แล้วเร่งให้ไปดูอีกด้านอย่างตื่นเต้น ทุกคนรีบวิ่งตามสตางค์กับละไม ละเมียนวิ่งรั้งท้ายรีบร้อนจนชนเข้ากับบุญสม ละเมียนเห็นเขาอยู่ในชุดข้าราชการจึงถามอย่างอยากรู้
“เออ...นี่นายเป็นปลัด นายรู้รึเปล่าว่าเขามีงานอะไรกัน”
เขาไม่ตอบแต่พาเธอไปยังริมน้ำ ละเมียนสะกิดให้พี่สาวดูขบวนเรือที่มีทั้งเรือเล็ก เรือหางยาว และเรือเอี้ยมจุ๊นคล่อยๆเคลื่อนมายังท่าน้ำ บนเรือมีนายทองคำกับลูกๆ
ผู้กองเพชร นายอำเภอปรีชาและธนูที่อยู่ในชุดข้าราชการนั่งมาด้วย ส่วนเรือเล็กกำไลกับจีและบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างวาดลวดลายเต้นอย่างสนุกสนานไปตามจังหวะของแตรวง ที่แท้ทองดีจัดขบวนใหญ่โตเพื่อเร่งรัดขอละไมแต่งงาน
ธนูคว้าโทรโข่งมาพูดถึงพิธีแต่งงานที่จะมีขึ้นในอนาคตขณะเรือเคลื่อนจอดเทียบท่า ละไมยืนอึ้งตั้งตัวไม่ทัน ทองดีแต่งตัวหล่อเนี้ยบเดินมาหยุดยืนตรงหน้า แล้วยื่นช่อดอกไม้ขอเธอแต่งงานท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของชาวบ้าน เสียงจากแตรวงเร่งประโคมปลุกเร้าให้ครื้นเครง ละเมียนรีบพูดแทรกด้วยน้ำเสียงอันดัง
“ถ้ายังจับฆาตกรที่ฆ่าป๊ากับม้าไม่ได้ ต่อให้โหนคาน พี่ละไมก็ไม่แต่ง”
“คนที่ฆ่าป๊ากับม้าของละไมยังลอยนวล ละไมมีความสุขไม่ได้หรอกนะคะคุณทองดี”
ละไมยืนกรานหนักแน่น ทองคำรีบบอกพอจะรู้ตัวคนร้ายแล้ว เมื่อเห็นผู้กองเพชรอ้ำอึ้ง นายอำเภอปรีชาชิงอธิบาย
“ที่ผ่านมายังจับตัวคนร้ายไม่ได้เพราะว่ากำลังตำรวจไม่ค่อยพอ คราวนี้โชคดีที่คุณทองดีช่วยอีกแรง เอ็งควรจะขอบใจคุณทองดีเขานะละไม ไม่มีใครทำให้เอ็งได้เท่านี้อีกแล้ว”
“ลำบากกว่านี้ผมก็ทำให้คุณได้นะละไม”
“แล้วตอนนี้ตัวฆาตกรอยู่ไหนคะคุณทองดี ละไมอยากเห็นมัน อยากถามมันว่าเราไปทำอะไรให้มันมันถึงได้...”
“อีกไม่กี่วัน คุณก็จะได้เห็นหน้ามันแล้ว แล้วมันก็จะได้ใช้เวรใช้กรรมที่มันทำไว้ ปลดความทุกข์ออกจากใจได้แล้วนะละไม เรามาแต่งงานกันนะ”
ธนูรีบพูดผ่านโทรโข่งสั่งทุกคนปรบมือให้กับคู่บ่าวสาวแห่งปี ศรีวรรณกับศรีไพรยักย้ายส่ายสะโพก ชิ้นกับจีร้องไชโยขึ้นพร้อมกัน ละไมมีสีหน้ากังวลเริ่มสับสนหัวใจตัวเอง ก่อนจะค่อยๆดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของทองดีจนเขาชะงักถามอย่างสงสัย ธนูแกล้งพูด
“คบกันมานานขนาดนี้ จะต้องลังเลอะไรอีกล่ะคุณ วันนี้วันดี ฟ้าดินรับรู้ ชาวบ้านโพธิ์ทองรับรู้ นี่คุณ...ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างคุณทองดีหาไม่ได้อีกแล้วนะ”
“นี่! นายไม่ต้อง...”
“ถ้าไม่เซย์เยสวันนี้ อาจต้องเซย์โนไปตลอดชาติเลยนะคุณงกจนไข่เค็มเรียกพี่ น้ำทะเลเรียกแม่อย่างนี้ ฮิๆ แถมทองให้ผมลำเรือหนึ่ง ผมยังคิดดูก่อนเลย ฮ่าๆๆๆ”
ธนูพูดจบก็หัวเราะร่วน ในขณะที่ละไมเริ่มรู้สึกเครียดจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
ooooooo
ละเมียนเห็นไฟในห้องนอนพี่สาวเปิดอยู่จึงเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง ละไมยังคงนั่งนิ่งอย่างใช้ความคิด
“ถ้าไม่แน่ใจ แล้วไปรับปากแต่งงานกับเขาทำไม ใจแข็งอยู่ตั้งนาน จู่ๆวันนี้ก็รับปากเขาซะงั้น”
“ถึงคุณทองดีจะใจร้อนไปบ้าง แต่เขาไม่เคยโกหกพี่นะ ละเมียน”
“โอย! ไม่เคยโกหก หรือไม่เคยบอกความจริงกันแน่ เฮ้อ! เราก็นึกเป็นห่วงจะแย่ที่แท้ก็เข้าข้างกันเหมือนเดิม จะทำให้ตาสว่างก่อนแต่ง จะทันมั้ยเนี่ย”
ขณะจะหมุนตัวออกจากห้องเห็นพี่สาวยังนั่งซึมอยู่จึงเอ่ยปาก ถ้าไม่อยากแต่งให้บอกเพราะยังพอมีเวลาแก้ไข ละไมพยักหน้าเนือยๆ ละเมียนเห็นอาการของพี่สาวถึงกับถอนใจเซ็ง
สองฝั่งคลองเต็มไปด้วยต้นไม้รกทึบ ละเมียนนั่งอยู่ในเรือสองตอนมองเหม่อไปยังจุดที่ป๊ากับม้าเสียชีวิต ด้านหลังมีบุญสมคอยถือท้ายเรืออยู่
“เรือของป๊ากับม้าจมตรงนี้ ต่อให้ผ่านไปอีกกี่ปี ฉันก็ไม่มีวันลืม”
“เสียชีวิตทั้งๆที่ป๊ากับม้าของคุณโตมากับน้ำ และว่ายน้ำแข็งด้วยกันทั้งคู่”
“นายจะให้ฉันทำยังไง หลักฐานสักชิ้นก็ไม่มี”
“ถ้าวันนั้นคุณเชื่อผมสักนิด”
บุญสมบ่นอย่างน้อยใจ เมื่อนึกถึงครั้งที่ตัวเองเห็นเหตุการณ์เรือของพ่อแม่ละเมียนล่ม แต่ไม่มีใครเชื่อเขาเลย
คืนนั้น...ขณะบุญสมกำลังนั่งตกกุ้งก้ามกรามอยู่ในเรือ เฮียเช็งกับน้ามะลิซึ่งเป็นพ่อแม่ของละไมและละเมียน สองผัวเมียเป็นคนใจดีเห็นบุญสมขยันทำมาหากินจึงเอ่ยปากเหมาซื้อกุ้งทั้งหมด กำชับเขาให้เอาไปให้ละเมียน ขายที่ร้านในวันรุ่งขึ้น เพราะทั้งคู่กำลังจะไปกรุงเทพฯเพื่อ เอาของมาขาย ก่อนไปเฮียเช็งยังชี้แนะเขาอย่างเมตตา
“เอ็งต้องรู้จักรอเวลานะบุญสม เรื่องบางเรื่องถ้ายังไม่ถึงเวลาแล้วเอ็งไปแตะมันเข้า ก็ไม่ต่างอะไรกับที่เอ็งยื่นมือเข้าไปในกองไฟ”
บุญสมรับคำแม้ขณะนั้นเขาจะไม่ค่อยเข้าใจ ความหมายที่เฮียเช็งพูดเท่าใดนัก ขณะกำลังตกกุ้งเพลินๆ ได้ยินเสียงแตรเรือดังอย่างผิดสังเกตมาจากคุ้งน้ำด้านที่เรือเฮียเช็งเพิ่งแล่นผ่านไป เขาขับเรือผ่านคุ้งน้ำเข้าไปดูกลับต้องชะงัก เมื่อพบว่าเรือเฮียเช็งกับน้ามะลิกำลังจะจมน้ำ ที่หัวเรือกับท้ายเรือมีร่างของลูกน้อง 2 คนนอนเสียชีวิตอยู่
บนเรือมีชายลึกลับ 2 คนสวมหมวกไหมพรมกำลังเร่งเจาะท้องเรือ เมื่อเห็นบุญสม สมุนอีกคนหันมาหยิบปืนเตรียมเล็งยิงใส่ แต่บุญสมไวกว่าคว้าไม้พายใกล้มือพุ่งใส่กลางลำตัวจนมันกระเด็นตกลงไปในน้ำ ก่อนจะรีบไสเรือเข้าเทียบเรือเฮียเช็งแล้วโดดขึ้นไปทันที
ทองดีซึ่งสวมหมวกไหมพรมพรางใบหน้าปล่อยหมัดเข้าสกัดบุญสมไว้ บุญสมชะงักมองคู่ต่อสู้ตรงหน้าอย่างคุ้นตา การต่อสู้ด้วยแม่ไม้มวยไทยของทั้งคู่เริ่มขึ้น ผลัดกันรุกผลัดกันรับอยู่หลายครั้ง ลูกสมุนเร่งใช้ค้อนปอนด์ ทุบในที่สุดพื้นเรือทะลุจนน้ำทะลักพุ่งเข้ามา บุญสมหันมาเห็นถึงกับตะลึง ทองดีพร้อมลูกสมุนฉวยจังหวะนั้นโดดลงเรือสองตอนที่มีลูกสมุนอีกคนติดเครื่องรออยู่
บุญสมรีบเข้าไปเขย่าตัวสองผัวเมียที่นอนหมดสติ แต่ปลุกเท่าไรก็ไม่รู้สึกตัวในขณะที่น้ำไหลทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาพยายามหาทางพาคนทั้งคู่ออกไป แต่เมื่อเหลียวดูเรือตัวเองกลับพบว่ากำลังลอยห่างไกลออกไปทุกที
บุญสมกระหืดกระหอบยืนทุบประตูหน้าร้านละไมตะโกนเรียกให้เปิด สองพี่น้องพร้อมเบียบต่างตกใจเมื่อเห็นเขาอยู่ในสภาพเปียกปอน...แล้ววันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นจากน้ำ ละเมียนและละไมร่ำไห้กอดศพพ่อกับแม่เป็นที่เวทนาแก่ชาวบ้าน พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา บุญสมหงุดหงิดที่หมวดเพชรสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ
“แล้วจะให้ข้าทำยังไง ในเมื่อไม่มีหลักฐานอย่างที่เอ็งพูดเลยสักชิ้น”
“ตรงจุดที่เรือเฮียเช็งจมเจอแต่ตอไม้ดุ้นเบ้อเริ่ม เรือจม เรือแตกเพราะชนตอเป็นเรื่องปกติ” นายอำเภอปรีชาตั้งข้อสังเกต
“เรื่องปกติเหรอนายอำเภอ เรือกำลังจะจม แต่เฮียเช็งกับน้ามะลิไม่ยอมหนีทั้งๆที่ว่ายน้ำเป็น แล้วนี่อะไร ผมคงไม่บ้าชกหน้าตัวเองหรอกนะครับ แล้วยังจะ...”
“ฟังนะไอ้บุญสม คดีจะเดินหน้าต่อไปได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเท่านั้น ส่วนรอยช้ำบนหน้าเอ็งกับคำบอกเล่าของเอ็ง...ข้าไม่นับ!”
หมวดเพชรบอกเหตุผลของเขา แต่บุญสมยังดึงดันจะให้มีการพิสูจน์ พุดพาจวงเข้ามาพอดี เธอรีบปรามเกรงความเลือดร้อนของลูกจะยิ่งสร้างปัญหา แต่บุญสมยังไม่ยอมเลิกราง่ายๆ จนผู้หมวดเพชรฉุนขู่จะจับเข้าคุก บุญสมท้าทายเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด จวงตกใจรีบยกมือไหว้ผู้หมวดน้ำตาคลอ
ooooooo
บุญสมมองไปยังคลองด้านหน้าแล้วแค่นหัวเราะออกมา เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น
“สุดท้ายก็พบว่า คนงานบ้านคุณคนหนึ่งถูกปาดคอ คนหนึ่งถูกทุบหัวแล้วจากนั้นคดีก็เงียบ เงียบเหมือนหลายๆศพที่ตายที่โพธิ์ทองนี่”
“โดยเฉพาะคนที่ขัดแย้งกับนายทองคำ แต่นายแน่ใจเหรอว่าโจรที่ฆ่าพ่อแม่ฉันคือไอ้ทองดี”
“คุณไม่ต้องเชื่อผมก็ได้ แต่ผมกับมันเรียนมวยคาดเชือกมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก เชิงมวย แววตา ผมจำได้ดี”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ พี่ละไมต้องตกนรกทั้งเป็นแน่ ถ้าแต่งงานกับคนคนนี้ ไม่รู้จะรักพี่ละไมจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ เห็นตัวพ่ออยากได้ตลาดของป๊าฉันจนตัวสั่นมาตั้งนานแล้ว”
“ใจเย็นๆ ยังพอมีเวลาแก้ไข อย่างน้อยงานแต่งก็ไม่ได้จัดวันสองวันนี้แน่ๆ ยังไงผมจะช่วยหาทางออกให้”
“ยังไงฉันก็ขอบใจนายมาก อย่าน้อยก็เป็นเพื่อนคุยพอให้หายเครียดเรื่องนี้ได้บ้าง”
“ผมก็แค่ตอบแทนป๊ากับม้าคุณที่ดีกับผมมาตลอดหรอกน่า อย่าสำคัญตัวผิดว่าผมจะต้องทำอะไรให้เพื่อคุณ”
“ไอ้หมาบ้าบุญสม ไอ้ปลัดขี้คุก”
ละเมียนหงุดหงิดที่เขายังไม่วายยั่วโทสะ จึงล้อฉายาเขาที่เธอเคยตั้งให้แล้วแกล้งวักน้ำใส่อย่างหมั่นไส้ เขาเอื้อมมือไปคว้ามือเธอจับไว้แน่น ละเมียนพยายามดึงมือตัวเองกลับแต่ก็ไร้ผล
“ฉันไม่น่าชวนนายออกมาปรึกษาเรื่องพี่ละไมเลย คุยดีๆอยู่ไม่เท่าไหร่ก็ทำฉันอารมณ์เสียอีกแล้ว ปล่อย!”
เธอออกแรงสะบัดเต็มที่ แต่สู้แรงเขาไม่ได้จนตัวเองเสียหลักเกือบพลัดตกน้ำ บุญสมรีบรวบร่างบางเข้ามากอดทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปนอนที่พื้นเรือ
เขารีบถามเธอว่าเจ็บตรงไหน ละเมียนเห็นสายตาและน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความห่วงใยยิ่งทำให้รู้สึกสับสน ทั้งคู่สบตากันนิ่งเนิ่นนานใบหน้าค่อยๆเคลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน เธอสะดุ้ง! เมื่อตั้งสติได้รีบดันร่างเขาออกไปทันที
“ฉันจะกลับบ้าน”
“เออ...ผม ผมขอโทษ”
บุญสมอึกอักสับสนจนทำอะไรไม่ถูก แล้วขยับไปสตาร์ตเครื่องขับเรือออกไปด้วยอารมณ์ที่หวั่นไหว
ooooooo
รุ่งเช้า บุญสมพาทองก้อนกับกรองแก้วมาซื้อของในตลาด กำไลเห็นรีบแซวอย่างอยากรู้
“คุณคนสวยนี่เสน่ห์แรงจังเลยนะจ๊ะ วันก่อนก็ควงคุณธนู ระวังนะจ๊ะ ปลัดเนี่ยคุณศรีวรรณลูกนายทองคำเขาตีตราจองไว้แล้วนะ”
“วันนี้ก็ควงปลัดบุญสม เตือนไว้ก่อน เดี๋ยวจะมีเรื่องมีราวกันอีก” จีเอ่ยปากเหมือนเป็นห่วง
“ข้าไม่สนหรอกโว้ย! ว่าจะเป็นลูกนายทองคำทองเหม็นที่ไหน แต่ขืนมาแตะลูกสาวนายทองก้อนอีกล่ะมึง ขวาตาย ซ้ายสลบ ศพไม่สวยนะโว้ย”
บุญสมบอกสองแม่ค้าไม่มีใครตีตราจองเขาทั้งนั้น กรองแก้วสำทับทุกคนล้วนนับถือกันเหมือนพี่น้อง ชิ้นซึ่งขายลูกชิ้นปิ้งอยู่ใกล้ๆได้ทีหันมาตำหนิจีกับกำไลที่ชอบแส่ยุ่งเรื่องของชาวบ้าน สองแม่ค้าถึงกับหน้าเจื่อน
ชิ้นชี้ให้ทุกคนดูเมื่อเหลือบเห็นเสือยิ่งกับเจอร์ราร์ดเดินออกมาจากด้านหนึ่งของตลาดอย่างร้อนรน บุญสมเห็นเสือยิ่งกับพวกท่าทีมีพิรุธคาดคงกำลังทำเรื่องไม่ดี เสือยิ่งร้อนใจหันมาสั่งสมุนให้รีบไปก่อนเป้าหมายจะไหวตัวทัน แล้วขึ้นรถบึ่งออกไปทันที
บุญสมซึ่งซุ่มดักฟังอยู่ด้านหนึ่ง ออกจากที่ซ่อนเห็นคนรู้จักเพิ่งส่งของในตลาดเสร็จ จึงเอ่ยปากขอยืมรถกระบะแล้วขับสะกดรอยตามเสือยิ่งกับพวกโดยมีทองก้อนกับกรองแก้วนั่งไปด้วย ส่วนแป๊ะชองเมาเหล้าแล้วย่องมาแอบหลับอยู่ด้านท้ายกระบะ โผล่หน้าออกมาดูอย่างงุนงง เมื่อบุญสมหยุดรถกะทันหันแล้วบ่นอย่างหัวเสียที่คลาดกันกับรถของเสือยิ่ง แต่แล้วจึงตัดสินใจขับตามไปดูข้างหน้า
เสือยิ่งซึ่งจอดรถซุ่มรอจังหวะอยู่ เห็นรถบุญสมมาถึงจึงขับรถเข้าขวางหน้าไว้ บุญสมเบรกกะทันหันเมื่อเห็นเป็นรถเสือยิ่งจึงเปิดประตูลงมาอย่างหัวเสีย
เสือยิ่งจ้องบุญสมอย่างเอาเรื่อง
“เอ็งตามพวกข้ามาทำไมวะไอ้บุญสม”
“ก็ตามมาตีสกัด เผื่อหมาบ้าอย่างพวกเอ็งไปไล่กัดชาวบ้านไงวะ”
บุญสมตีฝีปากจนเสือยิ่งฉุนขาดกระโดดลงจากรถปรี่เข้าใส่เขาทันที แต่พลาดท่าถูกบุญสมซัดศอกย้ำเข้าที่แผลเป็นบนหน้า
“เฮ้ย...แผลเป็นแผลนี้คุ้นๆ ใช่ข้าเป็นคนจามไว้รึเปล่าวะ”
เสือยิ่งโกรธจัด ตั้งหลักได้ซัดหมัดเข้าใส่บ้างจนบุญสมเซเสียหลัก เจอร์ราร์ดปรี่เข้ามาล็อกตัวแล้วคว้าคอเขาไว้แน่น ยอดขยับจะชักปืน กรองแก้วคอยเฝ้าระวังอยู่โดดเตะตวัดปืนยอดกระเด็นไป เสือยิ่งเดินเข้าหาบุญสมอย่างมาดหมาย
“เฮ้ย! พวกเอ็งทำอะไรกันอยู่ มีอะไรก็ไปทำสิวะ”
ทองดีขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์มาจอด ตวาดลูกสมุนพร้อมส่งสายตาเตือน เสือยิ่งกับพวกชะงักก่อนแยกย้ายไปอย่างหงุดหงิด ทองดีฉวยโอกาสเตะบุญสมจนหงายหลังเมื่อเห็นว่าเขาเผลอ สองพ่อลูกขยับจะเข้าช่วยปลัดหนุ่ม แต่ทองดีชักปืนขึ้นขู่
“ปัง!”
ผู้กองเพชรยืนถือปืนที่เพิ่งยิงขึ้นฟ้า จ้องทองดีอย่างเอาเรื่อง ธนูยืนยิ้มพูดอยู่ด้านข้าง
“พอแล้วครับๆ ออกกำลังกายกันพอหอมปากหอมคอ”
“ถ้ายังไม่หยุด ข้าจะกวาดให้เข้าไปชกกันต่อในคุก ข้าไม่สนใจว่ายศอะไรหรือว่าลูกใคร”
ทองดีสบตาผู้กองเพชรอย่างไม่เกรงกลัวก่อนจะเก็บปืนแล้วบึ่งมอเตอร์ไซค์ออกไป
ooooooo
ละไมมารับสตางค์หลังเลิกเรียนในตอนเย็น แต่ไม่พบลูก เธอเดินหาจนทั่ว กระทั่งถึงด้านหลัง โรงเรียนพบลูกกำลังนั่งอยู่กับธนูที่เก้าอี้ใต้ต้นไม้ เธอรีบตรงเข้าไปตำหนิทันทีโดยไม่มองหน้าเขา เพราะยัง ขุ่นเคืองที่พูดเชียร์ให้เธอยอมรับคำขอแต่งงาน
“แม่บอกให้รออยู่ที่สนามหน้าโรงเรียนไม่ใช่เหรอสตางค์ แอบมาอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวคนแปลกหน้าลักพาตัวไปจะว่าไง”
สตางค์แย้งว่าพ่อธนูไม่ใช่คนแปลกหน้า ละไมว่าถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวถือว่าแปลกหน้าทั้งนั้น ธนูไม่ตอบโต้แต่ไล่ให้เธอกลับไปก่อนเดี๋ยวเขาไปส่งสตางค์ภายหลัง
ละไมไม่ยอม หันมาสั่งลูกเสียงเข้มระหว่างเดินมาขึ้นรถสตางค์บ่นมาตลอดทาง อยากให้แม่อยู่กับพ่อธนูเพราะนิสัยดีกว่าทองดี ละไมชะงักลูบหัวลูกเอ่ยอย่าง ลำบากใจ
“สตางค์ แม่จะอยู่กับพ่อธนูของสตางค์ได้ยังไง แม่กำลังจะแต่งงานนะลูก”
“เฮ้อ! พวกผู้ใหญ่นี่เข้าใจยากจัง เห็นแล้วไม่อยากโตเลย”
สองแม่ลูกเดินคุยกันกระทั่งถึงรถ ละไมมองจักรยานสีชมพูซึ่งจอดใกล้รถเธออย่างแปลกใจ ขณะควานหากุญแจรถอยู่กลับสะดุ้ง เมื่อธนูเปิดกระจกรถออกมายิ้มแฉ่ง
“ว้าย! นี่นายขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เข้าไปในรถฉันได้ยังไง แล้วยังขโมยกุญแจฉัน นายนี่มัน...”
“ทำตกอยู่ตรงโน้น อุตส่าห์เก็บมาให้ยังไม่มีความดีความชอบอีก อุตส่าห์ปั่นเจ้าหวานเย็นนี่มาดักรอเลยน้า แต่ลืมไปว่าขาคุณสั้นเลยเดินช้า”
“ว้าย! ปากเสีย ลงมาจากรถฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ สตางค์...”
ร้องเรียกลูกเห็นเงียบเสียง เธอมองหาเห็นสตางค์หลับปุ๋ยอยู่ที่เบาะหลัง
“ตายแล้วสตางค์ ขึ้นไปเมื่อไหร่ ทำไมหลับง่ายนักล่ะลูก สตางค์”
“สตางค์คงเพลียน่ะ คุณอย่าไปปลุกเลย คุณนั่นแหละขึ้นมาเร็ว เดี๋ยวผมขับไปส่งบ้าน”
“นายนั่นแหละลงมา รถฉัน ฉันขับเองได้ โน่นจักรยาน ต่างคนต่างไปทางใครทางมัน”
“จักรยานโซ่มันขาด ขอร่วมทางไปด้วยน่านะจ๊ะๆ”
ธนูยื่นหน้าทำออดอ้อน ละไมหน้าบึ้งจนเขาต้องถามย้ำให้แน่ใจว่าทางใครทางมันแน่หรือ เธอยืนกรานคำเดิม ธนูแกล้งเคลื่อนรถออก ละไมหน้าตาตื่นรีบวิ่งตามพลางร้องตะโกนให้จอด
ธนูขับรถมาอย่างช้าๆบนถนนลูกรัง สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาเขียวขจี ละไมนั่งอยู่ด้านข้างผมเผ้ากระเจิงบ่นมาตลอดทาง
“รถนี่ก็รถฉัน ทำไมฉันต้องยอมนายขนาดนี้ด้วยเนี่ย ชอบแกล้งผู้หญิง นายนี่ไม่เป็นลูกผู้ชายเลย”
“ผู้หญิงคนอื่นผมแกล้งที่ไหนล่ะคุณ รถสองแถว รถรับจ้างมีตั้งเยอะแยะ ติดรถคนรู้จักไปก็ได้ แต่คุณเลือกมากับผม อยากอยู่ใกล้ผมก็บอกเถอะน่า”
“นี่ พูดให้มันดีๆ ฉันจะแต่งงานกับคุณทองดีอยู่แล้วนะ”
“คุณอยากแต่งแน่เหรอ”
ธนูถามตรงๆโดยที่ไม่มองหน้า ละไมอึ้งไม่ตอบแสร้งพูดเรื่องอื่นปิดบังความรู้สึกลึกๆของตัวเอง
“โอ๊ย! ดูสิ นายแกล้งจนผมฉันหลุดหมดแล้ว”
ธนูจอดรถเอื้อมมือไปหยิบหวีจากมือเธอ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเขาทำให้เอง แต่ละไมยื้อฝืนไว้ ธนูหยิบหวีมาได้ค่อยๆแปรงผมให้เธออย่างเบามือ ทั้งคู่เผลอสบตาให้กันนิ่งนาน ต่างถ่ายทอดความรู้สึกลึกๆภายในใจของกันและกัน
“แหม! พ่อกับแม่หวานไม่อายมดกันเลยนะครับ”
เสียงสตางค์ดังขัดจังหวะกระชากความรู้สึกของทั้งคู่จนแตกกระเจิง
เมื่อธนูขับรถมาถึงร้าน เบียบรายงานละไมอย่างร้อนรนว่ายอดสมุนของทองคำมารอพบอยู่ ยอดว่านายให้มาตามเพราะจับตัวฆาตรกรที่ฆ่าพ่อแม่เธอได้แล้ว ละไมมีสีหน้าตื่นเต้นเพราะรอคอยวันนี้มาแสนนาน หากแต่ธนูกลับนิ่งฟังอย่างครุ่นคิด
ooooooo
ละเมียนร้อนรนรีบวิ่งขึ้นมาบนโรงพัก จึงไม่ทันระวังชนเข้ากับบุญสมอย่างจัง ทั้งคู่มองหน้าอย่าง แคลงใจในความรู้สึกของกันและกันในคืนที่นั่งเรือไปดูจุดเกิดเหตุ
เมื่อละเมียนกับบุญสมเข้ามาในห้องสอบสวน พบว่าละไมมาถึงก่อนแล้ว ทองคำตีหน้าเศร้าเล่นละครฉากใหญ่ได้อย่างแนบเนียน
“ฉันไม่นึกเลยว่าฆาตกรที่ฆ่าพ่อกับแม่ของหนูจะเป็นไอ้บุญกับไอ้ชู คนงานของฉันเอง พวกมันคิดว่าเป็นคนของฉัน แล้วทำเลวระยำแค่ไหนจะไม่มีใครกล้าทำอะไรพวกมัน แต่กูนี่แหละจะฆ่าพวกมันเอง”
ทองคำแสร้งฮึดฮัดใช้ไม้ตะพดฟาดไปยังคนงานทั้งสองจนเลือดกบปาก ทองดีรีบย้ำ
“พ่อผมสงสัยมาตั้งนานแล้วว่าทำไมหลังจาก เกิดเรื่อง สองคนนี่ถึงรีบชิงลาออก”
บุญกับชูได้แต่ก้มหน้าหลบตานายทองคำอย่างเกรงกลัวในอำนาจ ละไมสติหลุดพุ่งใส่สองคนงานละล่ำ ละลักถามอย่างอัดอั้น
“ฆ่าป๊ากับม้าฉันทำไม ฆ่าป๊ากับม้าฉันทำไม”
ทองดีรีบเข้ารั้งตัวเธอไว้แล้วกอดปลอบ ละเมียนเห็นรีบผลักทองดีออกห่างแล้วดึงพี่สาวมากอดแทนทองดีชักสีหน้าอย่างหงุดหงิด ธนูเห็นอาการทองดีแล้วลอบยิ้มแต่ชะงักเมื่อพบว่าบุญสมกำลังจ้องเขาอยู่เช่นกัน
ผู้กองเพชรเดินเข้ามาในห้องสอบสวนด้วยสีหน้าอึดอัด ขณะที่นายอำเภอปรีชาไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรเพราะลอยตัวอยู่เหนือปัญหามานานแล้ว
“แพะ!”
บุญสมกระแทกเสียงพูด ทุกคนหันขวับไปมอง นายอำเภอปรีชากับผู้กองเพชรงุนงง
“แพะอะไร อำเภอเราไม่มีใครเลี้ยงแพะนี่ปลัด”
“ไม่ได้เลี้ยง แต่จับแพะขังกรงบ่อยๆ เหมือนที่เคยจับแพะชื่อบุญสมไปแช่แข็งที่เรือนจำตั้งหลายปีไงครับ”
ผู้กองเพชรฉุนตรงเข้ากระชากคอเสื้อบุญสม นายอำเภอรีบเข้าไปห้ามแล้วไล่บุญสมกลับไปทำงาน
“ผมกำลังทำงานอยู่นี่ไงครับนายอำเภอ ผมจะ ไม่ยอมให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นแพะรับบาป สังเวยความต้องการบางอย่างของคนที่มีอำนาจเหนือกว่าอีกต่อไป ผู้กองเองก็รู้อยู่แก่ใจไม่งั้นหน้าผู้กองคงไม่บูดตั้งแต่อยู่ในห้องสอบสวนหรอก ใช่มั้ยครับ”
บุญสมย้อนถามเสียงหนักแน่น ผู้กองเพชรเอือมระอาพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองเต็มที่
“ทุกอย่างตามเนื้อผ้า ปลัดก็เห็นว่าไอ้สองคนนั่นมันสารภาพเองว่ามันฆ่าเฮียเช็งกับคุณมะลิแล้วมันก็เอาเงินที่ปล้นได้ไปตั้งตัว มันถึงลาออกจากนายทองคำไป”
“แต่แปลกที่วันดีคืนดีคนร้ายก็เกิดสำนึกผิด ให้เจ้านายเก่าลากคอมาส่งให้ตำรวจ”
“เรื่องนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องหาหลักฐานประกอบ ไม่ใช่หน้าที่ของปลัดอำเภอ แล้วผมขอเตือนไว้ก่อนเลยนะว่าอย่าแทรกแซงหน้าที่ผม ไม่งั้นจะหาว่าผมไม่เตือน”
ทั้งคู่จ้องหน้ากันอย่างท้าทาย นายอำเภอเห็นความขัดแย้งของคนทั้งสองแล้วได้แต่ถอนใจเบื่อหน่าย
ooooooo
บุญสมขี่มอเตอร์ไซค์แวะมาดูสองพ่อลูกที่บ้านของครูจรัลในตอนเย็น ได้ยินเสียงกรองแก้วร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากสวนหลังบ้านจึงรีบวิ่งไปดู
ธนูอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบนหันหลังให้ แล้วทำท่าขยับเหมือนกำลังทำอะไรบางอย่าง ปากก็สั่งให้กรองแก้วอยู่นิ่งๆ บุญสมซัดหมัดใส่เขาอย่างไม่รั้งรอ กรองแก้วรีบเอาตัวเข้าขวางแล้วอธิบายว่า เธอดายหญ้าแล้วถูกคมมีดบาด ธนูช่วยทำแผลให้ เสียงร้องโอดโอยของทองก้อน ปลุกให้ทุกคนรีบวิ่งเข้ามาในบ้าน พบว่าเขากำลังถูกกล่อง ขนาดใหญ่ทับอยู่ บุญสมเอ่ยอย่างสงสัย
“ถามจริงเถอะน้า น้ารื้อของหาอะไรของน้า หาทุกวัน หาจนพรุนบ้านไปหมดแล้ว นี่...ครูจรัลแกไม่มีสมบัติล้ำค่าอะไรหรอกน่า”
ทองก้อนด่าบุญสมที่กล่าวหาว่าเขาเป็นขโมย เมื่อ ธนูเสนอตัวจะช่วยหาให้เขารีบปฏิเสธทันที
“โอ๊ย! ไม่ต้องๆครับ เรื่องมันยาวครับคุณหนู”
บุญสมเค้นถามทำไมต้องเรียกคุณหนู ทองก้อนอึกอักก่อนจะนึกขึ้นได้
“ข้าเรียกตามผิวพรรณวรรณะโว้ย คุณธนูเนี่ยมองซ้ายขวาหน้าหลังยังไงก็ผู้ดีมีชาติตระกูลมาเกิด ส่วนเอ็ง...คิกๆๆๆ อย่าให้ข้าพูดเป็นมลทินปากเลยวะไอ้บุญสมดมขี้หมา ฮ่าๆๆๆ อูย!”
พูดจบก็ค่อยๆ เดินกระซ่องกระแซ่งออกไป กรองแก้วเอ่ยปากชวนทุกคนกินข้าวเย็นด้วยกัน บุญสมขอกลับไปดูแม่ก่อน ส่วนธนูสีหน้าระรื่นบอกเขามีนัดแล้ว กรองแก้วได้ยินถึงกับหน้าสลด
ooooooo
เย็นนี้ละเมียนเป็นเจ้ามือพาจวง พุดและเผือกมากินข้าวที่ร้านอาหารในตัวจังหวัด
พุดกับเผือกกินอย่างเอร็ดอร่อยจนจวงออกปากทักให้เกรงใจละเมียนบ้าง ขณะทั้งคู่กำลังยัดกุ้งใส่ปากกลับต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อถูกก้อนน้ำแข็งปาใส่หัวเข้าอย่างจังหันมาเห็นว่าเป็นลูกพี่ถึงยิ้มจ๋อย จวงทักอย่างแปลกใจเมื่อเห็นลูกชาย บุญสมตำหนิพุดกับเผือกที่พาแม่มาโดยไม่บอกกล่าว ละเมียนอ้างเธอเขียนกระดาษแปะไว้แล้วที่หน้าบ้าน
“ลักพาตัว แน่ใจนะว่าที่พูดน่ะปาก”
“แน่ใจสิ แล้วบอกเอาไว้เลยนะ ปากผมทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด”
บุญสมลอยหน้ายิ้มกวน พุดกับเผือกทำหน้าทะเล้นยื่นปากเข้าหากันทำท่าจุ๊บ...จุ๊บ...จุ๊บ ละเมียนฉุนเหวี่ยงหมัดใส่บุญสม เขาคว้าข้อมือเธอจับไว้แน่นไม่ยอมปล่อยจนละเมียนต้องขอให้จวงช่วย จวงเอ็ดลูกที่เล่นเป็นเด็กๆ ไม่รู้จักอายคนอื่นพร้อมกับชำเลืองไปรอบๆร้าน ละเมียนกับบุญสมชะงักเมื่อเห็นสายตาของคนในร้านกำลังจ้องมองอยู่
เมื่อกินข้าวเสร็จทุกคนเดินมายังรถปิกอัพที่ละเมียนจอดไว้หน้าร้าน จวงบอกลูกเธอรู้สึกสดชื่นเมื่อได้ออกมานอกบ้านบ้าง ละเมียนได้ทีทวงคำขอบคุณของเขา
“ขอบคุณมากนะจ๊ะคนสวย ผมคงต้องตอบแทนน้ำใจคุณบ้างแล้วล่ะ”
พลางแย่งกุญแจรถไปจากมือเธอแล้วโยนให้พุด กำชับให้ขับรถไปส่งแม่เขาที่บ้าน แล้วขับไปรอเขาที่ร้านละไม ส่วนเผือกให้อยู่เป็นเพื่อนแม่ จวงเห็นท่าทางลูกชายแล้วกังวล
“แม่ไม่ต้องห่วงน่า ผมไม่ทำมิดีมิร้ายแม่คนนี้หรอก ยั่วให้ตายผมยังไม่เคลิ้มเลย” แล้วรวบตัวเธอพาไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของเขาซึ่งจอดอยู่ใกล้กัน
จ่อยขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านนายทองคำโดยมียอดนั่งอยู่ด้านข้าง ศรีวรรณและศรีไพรที่นั่งอยู่เบาะหลังเหลือบเห็นละเมียนนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์บุญสมขณะกำลังเลี้ยวออกมาจากร้านอาหาร ศรีวรรณกรีดร้องอย่างขัดใจ ศรีไพรรีบออกความเห็น
“โอ๊ย! พามาดินเนอร์แล้วก็ไปต่อ ว้าย! พี่ศรีวรรณ ค่ำมืดดึกดื่นอย่างนี้ต้องเปิดซิงเสียผีกันแน่เลย พี่บุญสมของพี่เสร็จนังละเมียนมันแน่เลยอ่ะ”
“กรี๊ด! ไม่นะๆ พี่บุญสมต้องถนอมพรหมจรรย์ไว้ให้ฉันคนเดียวเท่านั้น ไอ้จ่อย ตามไปเร็ว!”
“นายต้องรีบใช้ของที่อยู่หลังรถ ขืนไปช้ามีหวัง...”
“ตามพี่บุญสมไปเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นไม่ต้องถึงมือพ่อฉันหรอก เพราะฉันจะด่าแกสองคนให้เฉาตายคารถนี่แหละ”
สองพี่น้องขู่ยอดกับจ่อยให้ทำตามคำสั่ง แต่จ่อยแอบขับรถกลับบ้านทองคำโดยที่สองสาวไม่รู้ตัวเพราะนั่งหลับกันมาตลอดทาง
บุญสมขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดบนลานกว้าง บริเวณโดยรอบเงียบสงบไร้บ้านพักอาศัย เธอมองอย่างหวาดระแวงเมื่อเขาชวนให้ลงจากรถ
“สมัยเรียนมวยคาดเชือกกับครูจรัล ดึกๆผมชอบแอบมาซ้อมมวยที่นี่ คุณเคยตื๊อขอให้ครูจรัลสอนมวยคาดเชือกให้ไม่ใช่เหรอ
“นี่นายอย่าบอกนะ ว่านายจะสอนมวยคาดเชือกให้ฉันอ่ะ” ละเมียนคาดคั้นอย่างตื่นเต้น
บนลานกว้างละเมียนสาวหมัดรุกไล่บุญสมอย่างเอาเป็นเอาตาย ในขณะที่เขาไม่ตอบโต้เพียงแค่หลบ แล้วหลอกล่อด้วยการผลักไหล่ ละเมียนเซเขารวบตัวเธอมากอดแล้วกระซิบเตือน ให้ใช้สติเล็งเป้าแล้วปล่อยหมัดให้แม่น ละเมียนเริ่มโมโห ตรงเข้าเตะกลับถูกเขาคว้าขาไว้จนเธอเสียหลักทรงตัวไม่ได้ทำท่าจะล้มลง บุญสมรีบพุ่งเข้าประคองเอาร่างตัวเองรองรับร่างของละเมียนไว้จนใบหน้าของเขาและเธอแนบชิดกัน
“จับขาดันคู่ต่อสู้จนเสียหลักล้มอย่างนี้ เขาเรียกว่าไถนา”
“แต่คงไม่นับที่กอดฉันอยู่ใช่มั้ย”
เธอตีมือเขาที่ยังคงกอดแน่นไม่ยอมปล่อย แล้วรีบลุกขึ้นเดินหนีด้วยความอาย บุญสมยิ้มชอบใจก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นเดินตาม
ooooooo
คืนนี้ละไมนอนไม่หลับ เธอนั่งเศร้าทอดสายตามองเหม่อออกไปยังนอกหน้าต่างห้อง เมื่อนึกว่าตัวเองจะต้องแต่งงานกับทองดีแน่แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ขณะเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง รู้สึกเหมือนมีเงาของใครคนหนึ่งแวบเข้ามา เมื่อชะโงกหน้าออกไปดูกลับไม่พบอะไร แต่พอหันกลับมาพบธนูกำลังนั่งยิ้มแฉ่งอยู่บนระเบียง เธอบอกเขาวันนี้ไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วยแล้วเดินลงมานั่งคุยกับเขาที่ม้านั่งหน้าร้านค้า ธนูรู้ว่าเธอกำลังไม่สบายใจ เขาเอื้อมมือประคองใบหน้าเธออย่างอ่อนโยน แล้วเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างนุ่มนวล ละไมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นนั้นจนเผลอสบตาเขา
บุญสมเดินมาถึงร้านโดยมีละเมียนขี่หลังมาด้วย ทั้งคู่อึ้งเมื่อเห็นธนูและละไมนั่งสบตากันนิ่ง ละไมเพิ่งรู้สึกตัวรีบเฉไฉหันมาคาดคั้นน้องสาวพอรู้ไปเรียนมวยคาดเชือกก็ตำหนิ ละเมียนถามถึงเรื่องแต่งงานกับทองดีอย่างเป็นห่วง ละไมได้ยินถึงกับทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง
เมื่อออกจากร้านละไม ธนูถามบุญสมหลังจากรู้ว่าเขาคิดจะพาผู้ต้องหาหนี บุญสมว่าเขาเคยเป็นแพะ รับบาปมาแล้ว รู้ดีว่าทรมานแค่ไหนจึงอยากให้ผู้บริสุทธิ์ได้พบกับอิสรภาพ
วันรุ่งขึ้น บุญสมพาละเมียนกับละไมมาพบผู้ต้องหาบนโรงพัก บุญกับชูไม่กล้าบอกความจริงจนผู้กองเพชรมีปากเสียงกับบุญสมเมื่อเขาพยายามคาดคั้นผู้ต้องหา
“ผมไม่ได้อยากมีเรื่องกับผู้กองหรอกนะ แต่ที่ตามมานี่ก็แค่อยากบอกว่าการตัดสินใจของผู้กองมันเปลี่ยนชีวิตคนได้ ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่มันรวมถึงพ่อแม่พี่น้อง ลูกเขา เมียเขา ผัวเขา ชาวบ้านที่เขาจ่ายภาษีมาเป็นเงินเดือนเลี้ยงดูผู้กองทั้งชีวิต”
“ผมทำตามหน้าที่ แล้วก็ไม่เคยลืมข้าวแดงแกงร้อนที่ได้มาจากภาษีอากรของประชาชน ผมทำตาม กรอบที่กฎหมายพึงมี หลักฐานที่พึงได้ และผมยอมไม่ได้ที่จะเป็นข้าราชการแหกกฎแหกคอกแบบที่คุณกำลังจะทำ”
“แต่บางครั้งถ้าเสือไม่แหกกรงก็ไปจับเหยื่อไม่ได้นะครับ หรือผู้กองชอบเป็นแมวเชื่องๆรอให้เจ้าของมาป้อนอาหาร คอยคลอเคลียเพื่อให้อิ่มท้องไปวันๆ”
ผู้กองเพชรฉุนปรี่เข้าหาบุญสม ละเมียนรีบขวางแล้วไล่ทุกคนกลับ บุญสมเดินออกไปแต่ผู้กองเพชรเรียกให้หยุด
“อีกสามวันจะย้ายผู้ต้องหาทั้งสองคนเข้าเรือนจำ เผื่อปลัดจะหาหลักฐานอะไรมาช่วยเหลือสองคนนั่นได้ ตอนนี้ผมช่วยปลัดได้เท่านี้”
บุญสมไม่ยอมนิ่งเฉย เมื่อออกจากโรงพักเขาบอกกับละไมและละเมียน จะพาทั้งคู่ไปพบครอบครัวของผู้ต้องหาเพื่อสอบถามเรื่องนี้ให้กระจ่าง
ทางด้านทองก้อน วันๆเอาแต่หมกมุ่นค้นหาตำรามวยพยัคฆ์ดำ จนในที่สุดพบว่าซ่อนอยู่ด้านหลังรูปครูมวย กรองแก้วกับธนูเพิ่งรู้ว่าทองก้อนเป็นเพื่อนรักครูจรัล
ทองก้อนว่าเพื่อป้องกันตำรามวยตกอยู่ในมือคนชั่วเขาจึงแยกออกเป็นสองส่วน โดยส่วนหนึ่งฝากไว้กับครูจรัล อีกส่วนฝากไว้กับธนู ธนูฟังแล้วหน้าเจื่อนไม่กล้าบอกความจริงว่าตำราส่วนนั้นตกไปอยู่ในมือของทองคำ ด้าน ทองคำมองตำรามวยในมืออย่างครุ่นคิดก่อนจะโยนเก็บเข้าตู้เซฟดังเดิม เขาถอนใจเหนื่อยหน่ายที่ลูกชายมีของดีอยู่กับตัวแต่กลับไม่สนใจ
ooooooo










