ตอนที่ 6
อัลบั้ม: เคลลี่ ธนะพัฒน์ ประกบ จั๊กจั๋น อคัมย์สิริ ละครพะบู๊ด้วยแม่ไม้มวยไทยใน "คาดเชือก"
ทองคำยืนถือไมโครโฟน กล่าวต้อนรับปลัดอำเภอคนใหม่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอยู่บนเวทีซึ่งจัดขึ้นบริเวณลานบ้าน
“คืนนี้ผมมีความสุขมากที่ได้จัดงานต้อนรับปลัดคนใหม่ของเรา โดยเฉพาะปลัดคนนี้ เป็นลูกหลานของอำเภอโพธิ์ทองของเรา” หันไปมองบุญสมแล้วแสร้งยิ้มปลื้ม
ธนูซึ่งนั่งเก้าอี้ติดกับบุญสม โดยมีนายอำเภอปรีชาและผู้กองเพชรนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย เมื่อเขาเห็นรอยยิ้มของทองคำที่มองมายังบุญสม ธนูแกล้งพูดกระทุ้ง
“ท่าทางนายทองคำจะโปรดคุณมากนะปลัด ตอนผมย้ายมายังไม่เลี้ยงใหญ่ขนาดนี้เลย วันนี้ผมเห็นนายทองคำยิ้มไม่หุบเลย”
“ผมรู้ว่าคุณธนูพูดเล่น แล้วที่นายทองคำยิ้มอยู่เนี่ยอาจเป็นยิ้มประหารก็ได้นะครับ แต่...ผมคงไม่ได้เป็นคนโปรดนายทองคำเหมือนคุณธนูแน่นอน”
“แหม...ไม่ขนาดนั้นหรอกครับปลัด”
“แต่ยังไงคุณธนูก็อย่าลืมแล้วกันนะครับ ว่านายจ้างที่แท้จริงของเราคือใคร”
“อู้หู...แรงนะเนี่ย”
ธนูแกล้งทำหน้าตื่นเมื่อถูกบุญสมด่าทางอ้อม แต่เมื่อปลัดหนุ่มหันหน้ากลับไปมองยังเวที สีหน้าของธนูก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง อมยิ้มด้วยความชื่นชมในอุดมการณ์ของเขา
ละเมียนนั่งอยู่โต๊ะอีกด้านหนึ่ง เธอฟังทองคำพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยเพราะรู้ว่ากำลังเล่นละครเป็นคนดีในสายตาชาวบ้าน แป๊ะชองกับสตางค์ซึ่งนั่งอยู่ด้วยกันไม่สนใจอะไรเพราะกำลังเอร็ดอร่อยกับของกินตรงหน้า ละไมหันมาเตือนน้องสาว
“ฟังแล้วก็ดูไว้ นายทองคำน่ะมีน้ำใจกับทุกคน คิดแล้วก็เปลี่ยนทัศนคติได้แล้ว”
“ละครฉากใหญ่น่ะพี่ละไม คนระดับนี้ทำได้ทุกอย่าง เห็นยิ้มๆอยู่อย่างนี้ ใครจะไปรู้ เดี๋ยวอาจจะร้องไห้เรียกคะแนนสงสารจากชาวบ้านจนเชื่อกันทั้งบางก็ได้”
ละไมตั้งท่าจะแย้งจำต้องชะงัก เมื่อทองดีเดินเข้ามานั่งข้างเธอที่โต๊ะโดยมียอดกับจ่อยตามประกบ ละไมเห็นทองดีหันมายิ้มหวานให้แล้วตัดพ้อว่าเขาหายไปไหนตั้งนาน เขาบอกไปตรวจดูความเรียบร้อยแล้วทักว่าวันนี้เธอสวยเป็นพิเศษ ละไมถึงกับยิ้มเขิน
“แหม...ก็แต่งอย่างนี้ทุกวันแหละค่ะ”
“มิน่า...ผมถึงเห็นคุณสวยทุกวัน...ทุกวัน”
“โอ๊ย...เลี่ยนว่ะ กินไม่ลง”
ละเมียนวางช้อนลงทันทีอย่างรำคาญ ละไมหันมาเอ็ดน้องสาว ส่วนยอดยื่นหน้ามาพูดกับเจ้านายใกล้ๆ
“เสี่ยครับ ผมว่านังละเมียนมันว่าเสี่ยทำให้มันกินไม่ลง”
“แบบว่าน่ารังเกียจ สกปรกยิ่งกว่าเชื้อโรคน่ะครับผม”
จ่อยรีบเสนอความเห็นบ้าง ทองดีเก็บอาการเต็มที่หันมาจ้องลูกสมุนอย่างเอาเรื่อง
“กูรู้แล้ว...”
ยอดกับจ่อยหน้าเจื่อน แล้วค่อยๆขยับออกไปยืนไกลอีกหน่อย ละเมียนเริ่มเซ็งชวนพี่สาวกลับบ้านเอาดื้อๆ ละไมว่างานเพิ่งเริ่มจะรีบไปไหนแถมที่บ้านไม่มีอะไรให้กินด้วย สตางค์ทำหน้าเศร้าบ่น ให้เบียบไปเอาขนมมายังไม่ได้เลย
“เฮ้อ...ทำไมรอบตัวฉันมีแต่คนดื้อนะ” ละเมียนหงุดหงิดเมื่อเห็นสตางค์ขัดใจอีกคน
ooooooo
เจอร์ราร์ดกับเสือยิ่ง กำลังนอนสบายให้สาวนวดตัวอยู่ที่ห้องพักภายในบ่อนของทองคำ เสือยิ่งชมว่าเจอร์ราร์ดคิดถูกแล้วที่ตามเขามา เพราะที่นี่มีพร้อมทุกอย่างทั้งอำนาจบารมีและผู้หญิง
เจอร์ราร์ดหันมาทำตาเชื่อมตรงเข้ากอดรัดสาวสวยที่กำลังนวดตัวให้อย่างหื่นกระหาย เธอขืนตัวเล็กน้อยแล้วอ้อนเสียงหวานว่าเดี๋ยวจะปรนเปรอให้ถึงใจ แต่ตอนนี้รู้สึกหิวขอให้เขาพาเธอไปหาของกินในงานเลี้ยงที่บ้านนายทองคำก่อน
“เฮ้อ...ก็แค่งานเลี้ยงไม่เห็นมีอะไร ของที่นี่ก็มีกิน”
“แต่งานวันนี้นายทองคำจัดพิเศษนะพี่”
“ใช่...ต้อนรับปลัดบุญสม ธรรมดาที่ไหน”
สาวสวยอีกคนหนึ่งรีบพูดเสริม พอได้ยินชื่อบุญสม เสือยิ่งถึงกับหูผึ่งอย่างสนใจ
“ก็คนที่นี่แหละ เมื่อก่อนเป็นนักเลงเก่าคู่อรินายทองคำ ไปติดคุกอยู่ตั้งนาน กลับออกมาเป็นปลัดซะงั้น”
เสือยิ่งได้ยินถึงกับนั่งไม่ติด แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นพยาบาท
ooooooo
บนเวทีงานเลี้ยงฉลอง ทองคำยังคงถือไมโครโฟน พูดอย่างอารมณ์ดี
“เอาล่ะ ผมว่าเราเชิญพระเอกของเราวันนี้ขึ้นมากล่าวอะไรซะหน่อยดีกว่า...ปลัด”
แล้วใช้ไม้ตะพดชี้ไปยังบุญสม ศรีวรรณซึ่งนั่งอยู่ข้างๆบุญสมปรบมือยิ้มปลื้มจนออกนอกหน้า บุญสมขยับลุกจากเก้าอี้อย่างใจเย็น ธนูเอียงหน้ามากระซิบเตือน
“ใจเย็นนะปลัด อย่าเพิ่งหางานเพิ่มล่ะ”
บุญสมไม่ตอบแล้วลุกขึ้นเดินตรงไปยังเวทีอย่างไม่สะทกสะท้าน นายอำเภอปรีชากับผู้กองเพชรมองหน้ากันอย่างลุ้นๆ ขณะที่ละไมมีสีหน้ากังวลเกรงจะมีเรื่องตามมา
เมื่อปลัดหนุ่มก้าวขึ้นมาบนเวที ทองคำมองเขาด้วยสายตายิ้มเยาะในขณะที่บุญสมยืนประจันหน้าเขาแบบไม่เกรงกลัวเช่นกัน
“ข้าเปิดโอกาสให้เอ็งพูดวาทกรรมสวยๆให้ชาวบ้านฟัง เผื่อชาวบ้านเขาจะลบภาพปลัดขี้คุก ลูกนังแม่ขี้ยาออกไปได้บ้าง เอา...เอาเลย”
บุญสมพยายามข่มอารมณ์โกรธไว้เต็มที่ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ แล้วขยับไปยืนใกล้ไมโครโฟนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
“คำพูดสวยหรูของผมคงไม่สามารถลบอคติที่ทุกคนมีกับผมได้ แต่ผมสัญญาว่าจะทุ่มเทชีวิตทั้งหมดของผม เพื่อทำงานให้พี่น้องชาวโพธิ์ทองทุกคน”
ทุกอย่างเงียบงันไม่มีเสียงปรบมือจากชาวบ้าน ผู้กองเพชรกับนายอำเภอปรีชามองบุญสมอย่างดูแคลน ธนูนิ่งคิดเพียงครู่แล้วปรบมือรัวอย่างอารมณ์ดี ศรีวรรณกับศรีไพรเห็นดังนั้นต่างก็รีบปรบมือกันหน้าระรื่น ต่างจากทองดีที่จ้องบุญสมอย่างเกลียดชัง สตางค์กับแป๊ะชองปรบมือชอบใจ ละไมหันมาปรามลูก สตางค์กับแป๊ะชองหน้าเจื่อนหยุดปรบมือแทบจะทันที
ลูกน้องทองคำถือถาดเครื่องดื่มขึ้นบนเวทียื่นให้เขา 2 แก้ว ทองคำเข้ารับไว้แล้วส่งอีกแก้วหนึ่งให้กับบุญสม
“ฉลองกันหน่อย เรามีเรื่องสนุกๆให้เล่นกันอีกเยอะ”
“ไอ้บุญสม!”
คนในงานต่างตื่นตระหนกหันมองไปตามต้นเสียง เสือยิ่งเดินฝ่ากลุ่มชาวบ้านเข้ามายืนจังก้า จ้องมองบุญสมนัยน์ตาดุดัน
“เสือยิ่ง”
“ขอบใจที่เอ็งยังจำข้าได้ ข้าก็จำเอ็งได้ไม่ลืมเหมือนกัน”
เสือยิ่งพูดพลางลูบแผลเป็นบนใบหน้า ครั้งนั้นเขาต่อสู้กับบุญสมด้วยแม่ไม้มวยไทย ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างสูสี ก่อนที่เสือยิ่งจะรุกเข้าใส่ บุญสมฉวยจังหวะใช้แขนเขาปัดแขนของเสือยิ่ง ก่อนจะกระโดดคว้าคอเสือยิ่งโน้มเข้ามาอย่างแรงด้วยแม่ไม้ ‘หักคอเอราวัณ’แล้วตีเข่าเข้าอย่างจังบริเวณโหนกแก้มของเสือยิ่งจนเลือดสาด
“เสือยิ่ง เอ็งโดนขังอยู่เขตกักกันที่ชายแดน โทษก็หนักจนแทบจะแก่ตายในคุก แล้วนี่เอ็งออกมาได้ยังไง... ที่แท้ก็อำนาจพิเศษ เหมือนกับที่เอ็งถูกคนแถวนี้ส่งไปป่วนข้าถึงในคุกสินะ”
บุญสมหันไปมองทองคำอย่างเข้าใจทะลุปรุโปร่ง ทองคำทำเนียนเอ่ยเหมือนไม่รู้อะไรเลย
“อ้าว...โลกกลมจริงๆ เพิ่งรู้ว่าปลัดบุญสมกับเสือยิ่ง เป็นเพื่อนร่วมเรือนจำกันเหรอเนี่ย”
“ความจริงก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เสือยิ่งมันเป็นพี่ชายไอ้ยอด พ่อฉันเป็นคนให้โอกาสคน เสือยิ่งกับเพื่อนฝรั่งมันพ้นโทษมาก็เลยรับไว้ทำงานเอาบุญ” ทองดีรีบชิงพูดออกตัวอย่างชาญฉลาด
“เรื่องโอกาสในชีวิต ปลัดก็เคยติดคุก แต่ได้โอกาสร่ำเรียนหนังสือจนได้เป็นปลัด คงเข้าใจดี”
ทองคำเอ่ยกับบุญสมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไร ทว่าสายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยดูถูก บุญสมจ้องหน้าทองคำอย่างไม่สะทกสะท้าน
นายอำเภอปรีชากับผู้กองเพชรมองหน้ากันอย่างอึดอัด รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เริ่มตึงเครียดขึ้นทุกขณะ ธนูแก้สถานการณ์ด้วยการลุกขึ้นยืนปรบมือ
“เอ้า...ทุกคน ปรบมือให้นายทองคำ พ่อพระผู้ให้โอกาสคนหน่อยเร็ว เร็วๆรัวๆรัวๆ”
คนอื่นๆจึงพากันปรบมือตามอย่างเกรียวกราว ทองคำยิ้มชอบใจเมื่อทุกคนปรบมือให้ บุญสมตบะแตก ยกแก้วเครื่องดื่มในมือชูขึ้นพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว
“ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจ ผมจะไม่มีวันยอมให้ความอยุติธรรม และสิ่งผิดกฎหมายเติบโต งอกเงยอยู่ที่นี่เป็นอันขาด”
ชาวบ้านที่ได้ยินต่างร้องฮือ ตกตะลึง! เมื่อปลัดหนุ่มบอกจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจน แม้แต่ธนูเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน นายอำเภอเอามือกุมขมับก้มหน้าบ่น
“หาเรื่องให้ข้าอีกแล้ว”
“เดี๋ยวงานได้เข้าข้าอีกจนได้” ผู้กองเพชรพูดกับตัวเองอย่างหัวเสีย
ในขณะที่ทองคำจ้องหน้าบุญสมอย่างท้าทาย แล้วยกแก้วเครื่องดื่มชูขึ้น บุญสมยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาเช่นกัน แต่เขาไม่ดื่มกลับเทราดลงบนพื้นเวที ท่ามกลางความตื่นตะลึงของผู้ที่มาร่วมงาน ทองคำไม่พูดอะไรเดินลงจากเวทีแล้วแอบส่งสายตาให้เสือยิ่งอย่างรู้กัน
“เอ็งกับข้ามีเรื่องต้องสะสางกัน ไอ้บุญสม!”
เสือยิ่งปรี่เข้าหาบุญสม ปลัดหนุ่มซึ่งระวังตัวอยู่ก่อนแล้วขว้างแก้วน้ำในมือใส่ทันที แก้วพุ่งกระแทกหน้าอกเสือยิ่งแตกกระจาย ท่ามกลางส่งเสียงร้องเอะอะโวยวายของชาวบ้าน
ooooooo
จวงใจคอไม่ดี พยายามพาร่างที่อ่อนแรงเดินฝ่ากลุ่มชาวบ้านบางส่วนที่กำลังแตกฮือออกมาจากในงาน โดยมีเผือกคอยช่วยประคอง
เผือกสีหน้าไม่สู้ดีนักเพราะรู้อยู่เต็มอกว่าบุญสมสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด พุดเห็นเผือกเข้าก็ตำหนิอีก จวงหันมาดุพุดบอกว่าเธออยากมาเองแล้วถามหาลูกชาย เผือกเห็นเบียบกำลังรีบร้อนถือถาดใส่อาหารเดินมาพอดีจึงรั้งตัวถาม
“พี่เบียบๆ ข้างในมีอะไรกันอ่ะ”
“เขาว่ามีเรื่องกัน ข้าจะรีบเข้าไปดูนี่แหละ สงสัยแซ่บ!”
ความรีบร้อนทำให้เบียบเดินชนกับสำลีที่กำลังยกถาดอาหารไปให้นายสาว ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อจึงตบตีกันนัวเนีย เสียงเอะอะดังออกมาจากด้านในจวงยิ่งเป็นห่วงลูกเร่งพุดกับเผือกให้พาเธอเข้าไป
ooooooo
เสือยิ่งและบุญสมต่างประเคนแม่ไม้มวยไทยใส่กันไม่ยั้ง ปลัดหนุ่มหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับถอดเสื้อตัวเองออกตวัดล็อกแขนเสือยิ่งไว้แล้วประเคนแข้งเตะใส่เข้าที่ท้องหลายครั้ง จนเสือยิ่งร้องโอดโอย
เจอร์ราร์ดเห็นเพื่อนกำลังเสียเปรียบ หันไปหยิบส้อมบนโต๊ะอาหาร 3-4 อันปาใส่บุญสมทันที
“ระวัง!”
ละเมียนร้องเสียงหลง บุญสมเอี้ยวตัวหลบ ส้อมพุ่งตรงเข้าปักฉากหลังเวที ส่วนอีกคันบุญสมเตะสวนกลับพุ่งไปหาเจอร์ราร์ด เขาก้มตัวหลบอย่างเฉียดฉิว ส้อมพลาดเป้าพุ่งปักบนโต๊ะอาหารตรงหน้าสตางค์พอดี ละไมหวีดร้องโผเข้ากอดลูกชายไว้แน่น
ศรีวรรณและศรีไพรนั่งดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความหวาดเสียว เดี๋ยวปิดตาเปิดตากันวุ่นวาย ศรีไพรฉวยโอกาสโผเข้ากอดธนูไว้แน่น ละไมหันมาเห็นเข้า ธนูรีบลอยหน้ายิ้มอวดเมื่อถูกสาวกอด ผู้กองเพชรทนดูต่อไปไม่ไหวตั้งท่าจะชักปืนยิงขึ้นฟ้า นายอำเภอปรีชาแตะมือปรามให้รอดูไปก่อน
“ปัง!”
เสียงปืนดังขึ้น ทำให้ทุกคนชะงัก ทองดียืนนิ่งในมือถือปืนชูขึ้นฟ้าสายตาจับจ้องไปยังเวที
“เสือยิ่ง! พอได้แล้ว เอ็งกำลังทำให้งานคืนนี้ เสียคืนนี้ผมขอนะพ่อ ผมไม่ได้เปรียบมวยกับเพื่อนรักผมมานาน” แล้วหันไปทางบุญสม “ว่าไงวะไอ้บุญสม เอ็งไปติดคุกมาตั้งนาน กลับมาก็ยังไม่เคยคาดเชือก ฟาดปากกันจริงๆจังๆสักแอะ อยาก...”
“ไม่ต้องพล่ามมากหรอกไอ้ทองดี คนอย่างข้า ไม่เคยหนีคำท้าใครอยู่แล้ว”
หลังจากนั้น ลานกว้างบริเวณบ้านทองคำได้ถูกจัดให้เป็นสถานที่ประลองฝีมือในเวลาถัดมา
บุญสมเปลือยท่อนบนเผยให้เห็นแผ่นอกและมัดกล้ามซึ่งชโลมด้วยน้ำมันมวยจนเป็นมันเลื่อม ทองดียกหมัดทั้งสองคาดเชือกอย่างคล่องแคล่ว สายตาจ้องเขม็งไปที่บุญสมอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนบุญสมเมื่อคาดเชือกเสร็จ เขายกหมัดทั้งสองขึ้นประกบบริกรรมคาถา สายตาจับจ้องไปยังทองดีอย่างไม่วางตาเช่นกัน
จวงยืนมองลูกชายด้วยสีหน้าเป็นกังวล ละเมียนยืนอยู่ข้างๆ มองจวงอย่างเวทนาจึงเอ่ยปลอบ แค่เปรียบมวยคาดเชือกกันธรรมดาๆ คงไม่มีอะไร
“เอ็งยังไม่เคยเป็นแม่คน เอ็งไม่รู้หรอกว่าแค่ลูกเจ็บนิดเดียว แต่ความเจ็บนั้นจะสะท้อนกลับมาที่หัวอกคนเป็นแม่มากเท่าทวีคูณ” จวงกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้น
ผู้กองเพชรทนนิ่งต่อไปไม่ไปไหว เอ่ยปากพูดกับทองคำตรงๆ ไม่อยากให้เรื่องลุกลามใหญ่โต ทองคำแย้งไม่มีอะไรเพราะทั้งบุญสมและทองดีต่างเป็นศิษย์ครูเดียวกัน
“ตอนนี้สองคนนั่นไม่ถูกกัน มันจะฆ่ากันตาย”
“แล้วผู้กองคิดว่าผมจะยอมให้ลูกผมตายเหรอ!”
ผู้กองเพชรขยับจะโต้ นายอำเภอปรีชารีบสะกิดเตือน
“นั่นสิครับ ผมว่านั่งดูขำๆไปเรื่อยๆดีกว่า ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ค่อยแหย่เท้าเข้าไปตอนนั้น หล่อกว่าตอนนี้ตั้งเยอะนะครับ” ธนูแนะอย่างอารมณ์ดี
บนลานประลอง ขณะบุญสมกำลังหันหลังไหว้ครูอยู่นั้น ทองดีรีบฉวยโอกาสพุ่งเข้าใส่จากทางด้านหลังแล้วใช้ศอกฟาดลงกลางหลังจนสุดแรง บุญสมถึงกับหลังแอ่นทรุดลงไปนอนคว่ำกับพื้น
“บุญสม ลูกแม่!”
จวงเมื่อเห็นลูกเจ็บใจแทบสลายถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้น ละเมียนเข้าประคองร่างจวงอาสาพาไปส่งบ้าน
“ป้าจวงคงยอมหรอกคุณ ป้าจวงมานั่งนี่ก่อนมา เดี๋ยวผมมียาดมยี่ห้อ ‘ยายละไมใจดำ’ ให้ดมนะครับ” แล้วล้วงยาดมในกระเป๋าส่งให้จวง
“ตายแล้ว! นี่ยังจะเล่นอีกเหรอ” ละไมค้อนใส่ธนู แล้วหันกลับไปตะโกนเชียร์ทองดีต่อ
บุญสมและทองดีต่างงัดแม่ไม้มวยไทยเข้าต่อสู้กัน จังหวะหนึ่งทองดีพลาดท่าเสียหลักล้มลง บุญสมทำท่าจะเตะซ้ำ แต่ชะงักเท้าแล้วเอ่ยอย่างเหยียดหยาม
“ข้าไม่ซ้ำคนล้มเหมือนที่เอ็งชอบทำหรอก”
ละไมเมื่อเห็นคนรักล้มลงไปก็ใจเสีย ร้องตะโกนเร่งให้ทองดีลุกขึ้น
ooooooo
ครูจรัลกำลังเอื้อมมือมาปิดหน้าต่างบ้าน จำต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงฟ้าคำรามอย่างน่ากลัวพร้อมส่งประกายแลบแปลบปลาบ ครูมวยเพ่งสายตามองออกไปยังนอกหน้าต่างอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก
“เอ...ทำไมวันนี้รู้สึกใจคอไม่ดีเลยวะ งานต้อนรับไอ้บุญสมคงไม่น่ามีอะไร”
ครูจรัลถอนใจก่อนปิดหน้าต่างลง แล้วเดินมานั่งสมาธิตรงหน้าโต๊ะหมู่บูชา ทว่าเสียงฟ้าคะนองยังคำรามลั่นเข้ามาเป็นระยะ ครูจรัลลืมตาโพลงแล้วจ้องไปยังตำรามวยเล่มนั้นทันที
ooooooo
บนลานประลอง ทองดีชักสีหน้ามองบุญสมอย่างหมายมาด เมื่อลุกขึ้นได้ก็ตะบันหมัดเข้าใส่ไม่ยั้ง ทองดีไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดรอดรีบรุกซ้ำจนบุญสมจุกตัวงอ ทองคำระเบิดเสียงหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นลูกชายโชว์ฝีมือ ‘อิเหนาแทงกริช’
ส่วนละไมดี๊ด๊าเมื่อคนรักเป็นฝ่ายได้เปรียบ ธนูหันมาปรามให้เกรงใจป้าจวงบ้าง ละไมถึงกับหน้าเจื่อนเมื่อเห็นจวงนั่งหน้าซีดน้ำตาคลอ
เมื่อบุญสมตั้งหลักได้เขารุกเข้าหาทองดีอีกครั้ง ทั้งคู่คลุกวงในชิงเหลี่ยมกันอย่างไม่มีใครเสียเชิง ทองดีฉวยโอกาสผลักตัวบุญสมออกแล้วเสยคางด้วยแม่ไม้ ‘หนุมานถวายแหวน’
เสือยิ่งและเจอร์ราร์ดเห็นท่วงท่าดังกล่าวถึงกับตะลึงลาน บุญสมเซเสียหลักไปนิดหนึ่ง พยายามสะบัดหน้าไล่ความมึนงงก่อนยกปลายแขนข้างหนึ่งปาดเลือดที่ริมฝีปาก จ้องหน้าทองดีอย่างเอาจริงแล้วสาวเท้าเข้าหาทันที จังหวะหนึ่งบุญสมใช้แม่ไม้ ‘บาทาลูบพักตร์’ ถีบจนทองดีหน้าหงายล้มตึงลงไปกองกับพื้น
“ลุกขึ้นมาไอ้ทองดี ลุกขึ้นมาทวงศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเอ็งที่โดนข้าเอาบาทาลูบหน้า...มา!”
ทองคำตะโกนอย่างหงุดหงิดเร่งให้ลูกชายลุกขึ้นสู้ ทองดียกแขนปาดเลือดตรงมุมปาก ก่อนดีดตัวลุกขึ้นตั้งการ์ดแล้วปรี่เข้าหาบุญสมอย่างเข่นเขี้ยว
จังหวะหนึ่งทองดีง้างเท้าเตะบุญสม แต่บุญสมใช้แม่ไม้ ‘มณโฑนั่งแท่น’ ด้วยการกระโดดขึ้นไปนั่งบนหน้าขาของทองดี พร้อมใช้ศอกตีหัวอย่างจัง ทองดีสะบัดหัวไปมาอย่างมึนงง! ตาลอย แล้วหมดสติร่วงลงไปกองกับพื้นแน่นิ่ง
“เรียบร้อย สุดยอด!”
ละเมียนดีใจกระโดดตัวลอยเมื่อเห็นทองดีน็อก ส่วนสองศรีพี่น้องเห็นพี่ชายตัวเองล้มลงแน่นิ่งก็พร้อมใจกันประสานเสียงหวีดร้อง
“คุณทองดี! โอย ยาดม...ยาดม...” ละไมทรุดตัวลงนั่งหมดเรี่ยวแรง
“อ้าว...ใจเย็นๆ อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน ขอโทษนะครับป้าจวง ขอยืมยาดมแว้บ ดีขึ้นมั้ยคุณ ฮะ...ฮ่า ในที่สุดคุณก็ต้องพึ่งยาดมยี่ห้อยายละไมใจดำของผม ฮ่าๆ”
“โอ๊ย! ไม่ต้องแล้ว ออกไปไกลๆเลย ยาดมบ้าบออะไร ยายละไมใจดำ!”
ทองคำตะโกนสั่งยอดอย่างกราดเกรี้ยวให้เข้าพยุงลูกชาย ยอดกับจ่อยรีบวิ่งขึ้นไปดู จ่อยนั้นพูดพร่ำเหมือนทองดีใกล้ตายเต็มที
“เสี่ย...เสี่ยเป็นยังไงบ้างครับ อย่าเพิ่งตายนะเสี่ย...โอ๊ย!”
“มึงน่ะสิตาย! ไอ้จ่อย ไอ้ปากเสีย” ยอดถีบจ่อยจนล้มคลุกไปกับพื้น
เมื่อเห็นทองดีพลาดท่า เจอร์ราร์ดกับเสือยิ่งตรงเข้าล้อมกรอบบุญสมทันที จวงพร่ำตะโกนอย่าทำร้ายลูกของเธอแล้วขยับจะเข้าไปช่วยบุญสม ธนูเห็นดังนั้นรีบเข้ารั้งตัวจวงไว้ เจอร์ราร์ดเข้าประชิดแล้วรัวหมัดใส่บุญสมทันที แต่เขาหลบได้แล้วชิงจังหวะเตะ ‘จระเข้ฟาดหาง’ เข้าก้านคอเจอร์ราร์ดอย่างจังจนหลับกลางอากาศ ก่อนร่วงลงพื้นหมดสติไปอีกคน
ยอดปราดเข้าใส่บุญสม ปลัดหนุ่มใช้เท้ายันยอดกระเด็น เสือยิ่งถลาเข้าหาแต่ชะงัก เมื่อครูจรัลยกแขนขึ้นกันหมัดของเสือยิ่งไว้ แล้วใช้เท้ายันไปกลางลำตัวจนเสือยิ่งเซเสียหลัก เสือยิ่งเตรียมปรี่เข้าหาอีกครั้ง บุญสมกับครูตั้งการ์ดสู้พร้อมกันอย่างไม่เกรงกลัว
“ปัง!”
เป็นเสียงปืนจากไม้ตะพดคู่กายของทองคำ เขากวาดตามองไปรอบๆอย่างโมโหพร้อมประกาศกร้าว
“พอได้แล้ว! งานหมดสนุกแล้วโว้ย เลิกงาน...เลิก!”
ooooooo
ภายในบ้านของทองคำ ขณะนี้แสงไฟสว่างไสวไปทั่วบ้าน ร่างสำลีกระเด็นลอยลงมากองกับพื้น พร้อมเสียงร้องโอดโอยดังตามมา
“ว้าย! เสี่ยขา ถีบสำลีทำไมเนี่ย เจ็บนะคะ อูย...ก้นระบม หมดแล้ว” เธอตัดพ้อในมือยังถือขวดยาแดงไว้แน่น
“ก้นเอ็งแล้วหน้าข้าล่ะ ให้มาทายาให้ แต่มือหนักอย่างกับใช้เท้าทา...อูย”
ละไมมาถึงพอดีรีบปรี่เข้าถามไถ่คนรักด้วยความเป็นห่วงแล้วให้เหตุผลเธอมาช้าเพราะต้องเอาสตางค์เข้านอน ทองดีเข่นเขี้ยวอยากย้อนกลับไปเอาคืนบุญสมให้ได้
“ขนาดลอบกัดแล้วยังสู้พี่บุญสมไม่ได้เลย...ชิ”
“ใช่ๆ...ตอนชกกันไม่รู้จักเจ็บ ทีตอนนี้ร้องอย่างกับลูกแมว”
“ศรีวรรณ ศรีไพร นี่เอ็งพวกใครกันแน่วะ เดี๋ยวก็...อูย”
ทองคำเห็นสภาพลูกแล้วหงุดหงิด ชี้หน้าอย่างหัวเสียตำหนิไม่เคยเอาชนะบุญสมได้เลยทั้งที่เรียนมวยมาด้วยกัน
“เอ็งไม่ขยันฝึกฝน จนไอ้บุญสมมันพัฒนาฝีมือไปถึงไหนๆแล้ว แถมมันยังมาเหยียบหน้าพ่อด้วยการ กลับมาเป็นปลัดอีก...คิดแล้วเจ็บใจจริงๆ!”
ทองดีเถียงหากเขาได้เรียนมวยจากตำราที่ครูจรัลซ่อนไว้รับรองต้องคว่ำบุญสมได้แน่ ละไมเสนอตัวจะช่วยพูดกับครูจรัลให้
“โอ้ย...พูดไปก็เท่านั้น ถ้าศรีวรรณเป็นครูจรัล ศรีวรรณจะถ่ายทอดให้พี่บุญสม”
ทองดีหันขวับมาถลึงตาใส่น้อง ในขณะที่ทองคำกลับนิ่งคิดในคำพูดของลูกสาว
ทางด้านบุญสมร้องโอดโอยขณะจวงกำลังทายาให้อยู่ภายในบ้าน ครูจรัลเป็นห่วงศิษย์รัก รู้ดีต่อไปนี้คงไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขอีกแล้ว บุญสมว่าไม่มีวันยอมให้พวกทองคำได้อยู่อย่างสงบเช่นกัน เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของผู้เป็นแม่ บุญสมให้สัญญา ต่อไปเขาจะไม่ทำอะไรบ้าระห่ำเหมือนเมื่อก่อน ครั้นจะปล่อยให้คนชั่วลอยนวลไปเขาก็คงทำไม่ได้เช่นกัน ครูจรัลนิ่งคิดในคำพูดบุญสมแล้วตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง
ooooooo
บรรยากาศสดใสในยามเช้า ละไมยิ้มอารมณ์ดีขณะจดรายการสินค้าอยู่ภายในร้าน แต่กลับต้องอารมณ์ขุ่นมัวเมื่อรู้ว่าน้องสาวจอมแก่นพาสตางค์ออกไปหัดขับเรือ
“สตางค์ยังเด็ก แล้วเรือที่แกสอนให้สตางค์ขับมันเรือสองตอน”
ละเมียนให้เหตุผลอยู่ใกล้น้ำนอกจากต้องว่ายน้ำเป็นยังต้องขับเรือให้เป็นด้วย พูดจบก็ตรงลิ่วไปที่เรือโดยมีสตางค์วิ่งตามหลัง ละไมตะโกนถามไล่หลังจะไปไหนกันอีก ละเมียนว่าไปหาที่ฝึกมวย ละไมได้ยินถึงกับตาค้าง
ขณะเดินเข้าร้านบ่นอย่างหงุดหงิดทั้งลูกทั้งน้องไม่ได้อย่างใจเธอสักคน แต่ต้องตกใจเมื่อมีแหเหวี่ยงมาจากมุมหนึ่งลอยมาครอบร่างเธอไว้
“ว้า...แหร้านนี้ ปากแคบไปนิด”
ธนูถอนใจพร้อมบ่นอย่างผิดหวัง ในมือยังกำเชือกแหอยู่
“เล่นอะไรของนายเนี่ย เอาฉันออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”
ละไมติดอยู่ในร่างแหดิ้นขลุกขลักพยายามหาทางออก ธนูหัวเราะขำพลางเข้าช่วย เมื่อออกมาได้ เธอโวยวายอย่างหัวเสียทำไมมาลองกับคนไม่เอาไปลองในน้ำพร้อมขู่เรียกเงิน เปียก 100 เปื้อนโคลน 200 หากไม่ซื้อคิดค่าเสียเวลา 50 บาท
ธนูจัดการเหวี่ยงแหลงน้ำตามคำแนะนำของละไมทันที ด้วยความเสียดายกลัวของเสียหายทำให้ละไมผวาตามแหอย่างลืมตัวจนเซเสียหลัก ธนูรีบคว้ามือเธอในขณะที่ละไมฉวยคอเสื้อเขาไว้แน่นก่อนที่ทั้งคู่จะร่วงตกลงไปในน้ำพร้อมกัน
เมื่อขึ้นจากน้ำมาได้ ละไมสั่งเบียบให้เก็บเงินค่าแหจากธนู 1 พันบาททันที เบียบงงกับราคาใหม่ที่เพิ่งรับรู้ แต่จำต้องทำตามคำสั่ง ธนูยอมจ่ายอย่างเสียไม่ได้หมายมั่น ปั้นมือสักวันต้องเอาคืนเธอบ้าง
ในตอนสายวันเดียวกัน ครูจรัลเรียกบุญสมมาพบ เขาแปลกใจไม่น้อยเมื่อจู่ๆ ครูบอกจะสอนมวยให้ เพราะรู้ดีว่าหวงตำราเล่มนี้มาก
“หวงเพราะมันไม่ใช่ของข้า อีกอย่างมันก็เป็นแม่ไม้ที่อันตราย แต่นี่เจ้าของเขาก็หายสาบสูญไปนานเต็มที ข้าเองก็แก่ตัวขึ้นทุกวัน ให้วิชานี้อยู่กับเอ็ง ยังดีกว่าให้ตกไปอยู่ในมือคนชั่วๆ...เอ็งรออยู่นี่ เดี๋ยวข้าจะขึ้นไปเอาตำรามาให้”
ครูจรัลชะงักเมื่อเห็นละเมียนมาพร้อมกับสตางค์ ละเมียนหน้าง้ำทันทีไม่คาดคิดว่าจะพบบุญสมที่นี่ เธอเชิดหน้าเดินผ่านเขาไปอย่างไม่สนใจแล้วอ้อนวอนครูจรัลขอเรียนมวย แต่ครูปฏิเสธเหมือนเช่นทุกครั้ง แล้วหันมาบอกบุญสมจะเอาของไปให้ที่บ้าน แต่ตอนนี้อยากพักผ่อน
ละเมียนทำท่าขยับตาม บุญสมรีบรวบเอวเธอจากทางด้านหลังแล้วอุ้มตัวออกมาทันที ละเมียนพยายามดิ้นให้หลุดจากวงแขนเขาพลางด่าไอ้หมาบ้า ไอ้ปลัดขี้คุกมาเรื่อยทาง กระทั่งบุญสมอุ้มเธอมาถึงสวนหลังบ้าน ละเมียนก้มกัดแขนเขาจนจมเขี้ยว ความเจ็บทำให้เขาคลายมือออก ละเมียนหันมาเหวี่ยงหมัดใส่อย่างเดือดดาล เขาหลบแล้ว รวบร่างเธอเข้ามากอดอีกครั้ง
“เรื่องหมัดๆ มวยๆ คุณกับผมมันคนละชั้น ไม่ได้กินผมหรอกคุณ...อ่อน!”
ละเมียนหันไปเห็นสตางค์จึงร้องให้ช่วย สตางค์รีบเอามือปิดตาตัวเองแล้วแง้มนิ้วแอบดู
“ก็พี่กอดกันอยู่อย่างนี้ จะให้สตางค์ช่วยยังไงล่ะ”
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไอ้หมาบ้าบุญสม”
“ห้าวๆอย่างนี้ ต้องกอดให้หายห้าว แต่ถ้ายังห้าวไม่เลิก ฉันจะยกระดับจากกอดเป็น...”
บุญสมแกล้งยื่นจมูกเข้ามาใกล้ทำท่าจะหอมแก้มเธอ ละเมียนขืนตัวรีบเบี่ยงหน้าหลบอย่างขยะแขยง
“ว้าย! ไม่นะ สตางค์ช่วยพี่ด้วย สตางค์! ไอ้บุญสมหมาบ้า ไอ้ชั่ว อย่าให้ฉันหลุดไปได้นะ...น่าดู”
สตางค์เดินมาสะกิดบุญสมพูดประสาซื่อหิวข้าวแล้ว ถ้าไม่ปล่อยละเมียนก็กลับไปกินข้าวบ้านไม่ได้ บุญสมหัวเราะขำสตางค์ แต่เมื่อปล่อยละเมียนเป็นอิสระ เธอกลับตั้งท่าเตรียมชกเขาอีก สตางค์หันมาเห็นร้องเตือน คราวนี้ไม่ช่วยแล้วนะ ละเมียนชะงักรีบลดมือลงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
ooooooo
หน้าเรือนจำในยามเช้า กรองแก้วกำลังนั่งคุกเข่ากับพื้นยกมือไหว้หลวงตาขณะกำลังให้ศีลให้พรอยู่อย่างนอบน้อม เดชาเดินออกมาจากประตูเรือนจำมองกรองแก้วอย่างชื่นชมในความกตัญญูรู้คุณคน
“ครบรอบวันตายแม่อีกวันแล้วสินะกรองแก้ว”
“ปีๆหนึ่งเวลาผ่านไปเร็วมากนะคะท่าน”
“หนูก็เก่งมาก ที่เอาตัวรอดมาได้จนทุกวันนี้”
“ถ้าแก้วไม่ได้ความเมตตาจากท่าน ชีวิตแก้วคงไม่ต่างอะไรกับต้นไม้กลางทุ่งที่โตตามยถากรรม จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้” กรองแก้วยิ้มอย่างสำนึกในพระคุณของเดชา
“แต่ตอนนี้ ต้นไม้ต้นนี้ก็อยู่รอด เติบใหญ่จนพร้อมที่จะดูแลต้นพ่อผู้ให้กำเนิดแล้วนะ”
กรองแก้วได้ยินคำพูดของเดชา เธอถึงกับฉีกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
ภายในห้องทำงานของเดชาในเวลาต่อมา ทองก้อนขยับตัวไปมาอย่างกระอักกระอ่วนใจ แล้วเอ่ยปากบอกเดชาตรงๆว่าเขาไม่อยากออกไปจากที่นี่ เดชาแย้งอยู่ไม่ได้เพราะเขาไม่ใช่นักโทษอีกต่อไป ทองก้อนนิ่งไปอึดใจแล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
“นี่...ถ้าผมชกท่านสักเปรี้ยง หรือจับท่านเป็นตัว ประกันสักหน่อย ผมจะได้อยู่ที่นี่ต่อใช่มั้ยครับ”
“ชีวิตเคยขาดสติทำเรื่องโง่ๆจนต้องเข้ามาอยู่ที่นี่ แล้วยังจะทำเรื่องโง่ๆซ้ำซากอีกเหรอ กลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ กับคนที่รอแกมาทั้งชีวิตเถอะนะทองก้อน”
คำเตือนของเดชา ทำให้ทองก้อนได้คิด ใช่แล้วกรองแก้วรอพ่อของเธอมาทั้งชีวิต ทองก้อนหันไปมองลูกกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับพวงมาลัยในมือ กรองแก้วขยับจะก้มกราบแทบเท้าพ่อ ทองก้อนรีบประคองให้ลุกขึ้น
“อย่าลูก...พ่อไม่มีค่าพอที่จะให้เอ็งทำอย่างนี้”
“สำหรับแก้ว พ่อเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตแล้ว ล่ะจ้ะ”
สองพ่อลูกโผเข้ากอดกันด้วยความรักความอบอุ่น เดชามองภาพตรงหน้าแล้วยิ้มอย่างเป็นสุขไปด้วย
กรองแก้วพาพ่อนั่งรถโดยสารประจำทางมุ่งหน้ากลับบ้านเกิดในบ่ายวันนั้นเอง เธอทอดสายตามองออกไปยังทิวทัศน์นอกหน้าต่างอย่างรู้สึกเป็นสุข
ทองก้อนนึกถึงคำพูดของเดชาที่ยังก้องอยู่ในหู ในคุก...ถึงจะมีปัจจัยสี่ครบถ้วนทุกอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่ในคุกไม่สามารถหาได้เลยคืออิสรภาพ เดชาพูดถูก แต่สำหรับทองก้อนแล้ว ถ้าอิสรภาพคือท้องฟ้า ฟ้าผืนนี้มันก็กว้างไปสำหรับเขา
ทองก้อนนึกอะไรขึ้นได้ เขาหันไปเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าหยิบซองจดหมายเก่าฉบับหนึ่งออกเปิดอ่าน
‘น้าทองก้อน วันที่น้าเปิดจดหมายฉบับนี้อ่านน้าคงได้รับอิสรภาพแล้วอย่างที่ผมหวังไว้ ถ้าน้าทองก้อนไม่รู้จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหน ก็มาหาผมนะครับ ผมแนบที่อยู่แล้วก็แผนที่การเดินทางไว้ให้แล้ว ถ้าเราไม่ตายจากกันซะก่อนคงได้พบกัน’
ทองก้อนอ่านแล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ “บุญสมเอ็งพูดถูกว่ะ ถ้าไม่ตายจากกันซะก่อนคงได้พบกัน แต่ตอนนี้ข้าขอไปชดเชยชีวิตที่หายไปของข้าซะก่อน”
ooooooo
บ่ายวันเดียวกัน ละไมกำลังจัดเรียงของบนชั้นวางสินค้า เบียบถือจดหมายที่ไปรษณีย์เอามาส่งยื่นให้กับละไม เธอรับไว้เห็นซองจดหมายเปียกน้ำจนหมึกเลอะ มองไม่ออกว่าเป็นจดหมายของใคร
ละไมถือซองจดหมายมาหาธนูที่บ้านในตอนเย็น จดจ้องเรียกเขาอยู่พักใหญ่ เมื่อไม่มีเสียงตอบ เธอค่อยๆ เดินย่องขึ้นไปบนระเบียงบ้าน เอาจดหมายวางไว้บนโต๊ะหยิบแจกันทับไว้อีกทีหนึ่ง หมุนตัวกลับเหลียวไปเห็นนกเขาในกรง เผลอเดินเข้าไปดูใกล้ๆอย่างนึกเอ็นดู
“ไปก่อนนะเจ้านกเขา ฝากบอกเจ้าของแกด้วยว่าวันหลังฉันจะมาเก็บค่าส่งจดหมาย วันนี้ฉันไม่อยากอยู่เจอหน้าเจ้าของแกให้เสียอารมณ์”
“เหรอ”
“ว้าย! ทำไมมาไม่ให้สุ้มให้เสียง ว้าย! นี่แต่งตัวให้มันดีๆหน่อยได้มั้ย ทำไมชอบทำอะไรทุเรศอยู่เรื่อย” ละไมโวยวายทันทีเมื่อเห็นธนูนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว
“มาให้สุ้มให้เสียง แล้วจะได้ยินคุณนินทาผมกับนกเหรอ แล้วผมนุ่งผ้าขาวม้าอยู่บ้าน นี่มันทุเรศตรงไหนมิทราบครับคุณไข่เค็ม”
ละไมนึกฉุนฉายาที่เขาตั้งให้ ธนูยิ้มแล้วเอ่ยปากชวนให้ลองชิมปลาคังผัดฉ่า เขาเพิ่งทอดแหได้เมื่อเช้านี้
“แหปากละพันจากร้านคุณไง จำได้รึเปล่า”
ละไมยิ้มลอยหน้าลอยตาอย่างชอบใจ ฟันกำไรขนาดนั้นเธอย่อมต้องจำได้อยู่แล้ว ธนูรบเร้าอีกจนละไมใจอ่อนตกลงลองชิมฝีมือเขา แต่พอตักคำแรกเข้าปากละไมถึงกับร้องอี๋ ธนูเข้าใจว่าเธอเผ็ด
“เผ็ดกับผีอะไร นี่มันผัดฉ่าหรือผัดทะเลบ้ากันแน่ เค็มปี๋เลย”
“สงสัยเพราะทำขวดน้ำปลาหลุดมือเมื่อกี้ ฮ่าๆ แต่ก็เหมาะกับคนเค็มๆอย่างคุณนะ”
ธนูลอบยิ้มดีใจที่เอาคืนแหปากละพันจนได้ เขาเหลือบมองจดหมายในมือเห็นมีรอยฉีกจึงแสร้งถามเธอว่าพ่อเขาเขียนมาว่าอย่างไรบ้าง
“อ๋อ...ก็เห็นว่าให้นายอย่าลืมของที่ท่านสั่งไว้...ว้าย!”
ละไมเพิ่งนึกได้ว่าเผลอพูด รีบออกตัวจำเป็นต้องเปิดอ่านเพราะไม่รู้เป็นจดหมายของใคร แล้วถามเขาอย่างสงสัยทำไมไม่ใช้โทรศัพท์ เขาอธิบาย จดหมายคิดถึงเมื่อไรเปิดอ่านได้เมื่อนั้น แต่เสียงกับข้อความในโทรศัพท์มันหายไปได้ถ้าหากแบตหมดหรือเครื่องพัง
“แล้ว...นายไม่อยากย้ายกลับไปอยู่ใกล้ๆท่านบ้างเหรอไง”
“ถ้าคุณเดินทางไปเจอแผ่นดินสักผืนที่มันแห้งแล้งกันดารจนไม่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ คุณจะเลือกเดินหนีไปหาแผ่นดินใหม่ หรือพยายามปลูกต้นไม้ต้นแรกขึ้นบนแผ่นดินนั้นล่ะ”
“นายอย่าบอกนะว่าตลอดหลายปีมานี่ นายพยายามปลูกต้นไม้ต้นที่นายว่า ก็ในเมื่อวันๆฉันไม่เห็นนายทำอะไรที่มีสาระ”
ละไมมองธนูอย่างไม่ค่อยเข้าใจในความคิดเขาเท่าไหร่นัก ธนูยิ้มทำตาละห้อยให้เธอพยายามทำความเข้าใจเขาดูบ้าง ละไมสะบัดเสียงใส่ฝันไปเถอะ
หลังอาหารเย็นมื้อนั้น ธนูเดินมาส่งละไมที่รถอย่างอารมณ์ดี ทั้งคู่เผลอสบตากันนิ่ง เมื่อรู้สึกตัวต่างฝ่ายต่างหลบตาอย่างเขินอาย ละไมรีบสตาร์ตรถแล้วขับออกไปทันที ธนูมองตามแล้วยิ้มรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ooooooo
ธนูเอ่ยปากทักเมื่อเห็นบุญสมกำลังเดินออกจากห้องทำงานไปกินข้าวในตอนเที่ยง บุญสมว่าหลังกินข้าวเสร็จตั้งใจไปซื้อสีกับเครื่องมือช่างไว้สำหรับซ่อมบ้านให้ครูจรัลเพื่อตอบแทนพระคุณ ธนูขอตามไปด้วยเพราะมีเรื่องจะขอให้เขาช่วย ปลัดหนุ่มชะงักมองธนูอย่างสงสัย
ปลัดอำเภอคนใหม่กับปลัดอาวุโสเดินคุยกันมาจนถึงบริเวณตลาดน้ำ ธนูอยากเรียนมวยคาดเชือกจึงขอให้บุญสมช่วยพูดกับครูจรัลให้
“ความจริงมันไม่ใช่อยู่ที่ใครขอหรอกครับ แต่อยู่ที่ครูจะสอนให้ใครมากกว่า ครูมีศิษย์ที่ทำให้ครูผิดหวังมาแล้วอย่างไอ้ทองดี หรือแม้แต่ตัวผมเอง ครูถึงไม่สอนมวยให้ใครอีก”
บุญสมพูดกับธนูอย่างตรงไปตรงมา จนขณะนี้เขายังมองไม่ออกว่าธนูฝักใฝ่ฝ่ายไหนกันแน่ เพราะดูเหมือนเขาเป็นข้าราชการที่ไม่มีพิษมีภัย แต่ในเวลาเดียวกันก็ให้ความสนิทสนมกับพวกของทองคำ ธนูไม่ตอบเอ่ยเพียงให้ดูเขาไปยาวๆก็แล้วกัน กระทั่งใกล้ถึงร้านของละไม ธนูเอ่ยกับบุญสมอย่างอารมณ์ดี เมื่อนึกถึงละไมทีไรเขารู้สึกคันปากยิบๆทุกที
ละไมนั่งอยู่ที่ร้าน จู่ๆจามขึ้นมาแบบไม่รู้สาเหตุ เบียบออกความเห็นแสดงว่ากำลังมีคนนินทา จังหวะธนูกับบุญสมเดินเข้ามาภายในร้านพอดี ละเมียนเห็นบุญสมก็ทำหน้าง้ำใส่ สตางค์รีบวิ่งเข้าไปหาธนู เขาถามกำลังคุยอะไรกัน เมื่อสตางค์เล่าธนูถึงกับปล่อยหัวเราะ เอ่ยแล้วเหลือบมองละไมแสดงว่ากระแสจิตคงถึงกันเพราะเพิ่งนินทากับบุญสมเมื่อครู่นี้ ละเมียนไม่ค่อยชอบหน้าบุญสมเมื่อได้ฟังจึงหาเรื่องบุญสมทันที สตางค์ต้องหันมาสงบศึก เอานิ้วแตะที่ริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงปราม ทุกคนเห็นท่าทางของสตางค์ถึงกับปล่อยหัวเราะชอบใจ
ในเวลาเดียวกัน ครูจรัลแต่งตัวเตรียมพร้อมออกจากบ้าน ขณะเอื้อมมือไปหยิบตำรามวยกลับต้องชะงัก เมื่อทองดีมาพร้อมกับยอด ทองดีถามถึงตำรามวยอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ แต่ครูจรัลยังคงยืนกรานเช่นเดิม
“แต่ถ้าข้าจำเป็นจะต้องให้ตำรานี้กับใครจริงๆ ข้าต้องมั่นใจว่าคนคนนั้นจะไม่เอาแม่ไม้ในตำราเล่มนี้ไปทำระยำตำบอนกับประเทศชาติบ้านเมือง หรือเอาไปรังแกคนที่อ่อนแอกว่า”
ทองดีฟังคำครูมวยรู้ชัดว่าหมายถึงตน ขบกรามแน่นอย่างแค้นเคือง “ถ้าครูพูดอย่างนี้ตั้งแต่แรก ฉันก็คงไม่เที่ยวตื๊อครูให้เสียเวลา ฉันลาล่ะครู”
ครูจรัลมองตามหลังทองดีแล้วส่ายหน้าเอือมระอา ขณะหมุนตัวกลับได้ยินเสียงฝีเท้าคนจากด้านหลัง ด้วยสัญชาตญาณทำให้ครูมวยเอี้ยวตัวหลบก่อนเหวี่ยงแขนไปอย่างแรง เสือยิ่งเบี่ยงตัวหลบแล้วล็อกแขนครูจรัลไว้แน่นก่อนเหวี่ยงร่างลงกระแทกกับพื้น
“สัญชาตญาณยังไว แต่อาวุธช้าไปแล้วนะไอ้แก่!”
ครูจรัลร้องด้วยความเจ็บปวด เสือยิ่งตรงเข้าใส่หมายซ้ำในทีเดียว แม้ครูจรัลจะแก่แต่ยังมีเชิงมวยอยู่มาก เขาตอบโต้เสือยิ่งอย่างสูสี เสือยิ่งพลาดท่าถูกครูจรัลถีบเข้าอย่างจังจนร่างกระเด็น ครูมวยตามเข้าซ้ำกลับต้องชะงักเมื่อเจอร์ราร์ดปามีดปักเข้าต้นขาจนเลือดพุ่ง
เจอร์ราร์ดเหยียดยิ้มในมือยังถือมีดอยู่อีก 2 เล่ม ก่อนหันไปพยักหน้าให้เสือยิ่งแล้วขยับเข้าล้อมครูจรัลไว้ การต่อสู้ของทั้งสามเริ่มขึ้น หากแต่ครูจรัลตอบโต้ไม่คล่องตัวนักเพราะบาดเจ็บต้นขา
เสือยิ่งฉวยโอกาสเตะย้ำไปที่มีดซึ่งปักอยู่ต้นขาครูจรัลเข้าอย่างจัง ความเจ็บทำให้ครูจรัลเสียการทรงตัว เจอร์ราร์ดใช้มีดอีกเล่มปาปักเข้าที่ต้นขาอีกข้างหนึ่ง
จนครูมวยทรุดลงกับพื้น เจอร์ราร์ดถือมีดที่ยังเหลืออีกเล่มเดินเข้าหาครูจรัลอย่างใจเย็น แล้วเงื้อขึ้นจะจ้วงแทงที่ตำแหน่งหัวใจ
“เดี๋ยว!”
ทองดีเดินยิ้มเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าครูจรัล ครูมวยพยายามสลัดความเจ็บปวด ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองศิษย์เนรคุณด้วยความเจ็บใจ
“จะด่าอะไรฉันอีกล่ะครู ความจริงครูน่าจะขอบใจนะ ที่ฉันให้เกียรติกลับมาช่วย...ส่งวิญญาณครูกับมือ”
แล้วคว้ามีดจากมือเจอร์ราร์ดปักเข้าตรงตำแหน่งหัวใจครูจรัลอย่างเลือดเย็น ครูมวยสะดุ้งเฮือก จ้องทองดีตาค้างก่อนที่ร่างไร้ลมหายใจจะค่อยๆทรุดลงกองแน่นิ่งกับพื้น
ทองดีหันมาสั่งเจอร์ราร์ดให้เก็บมีดไปให้หมดอย่าให้เหลือหลักฐานทิ้งไว้ แล้วกำชับลูกสมุนให้เร่งหาตำรามวยให้พบ ขณะทองดีและลูกสมุนกำลังช่วยกันลากศพครูจรัลไปแอบไว้ด้านหนึ่ง บุญสมขี่มอเตอร์ไซค์โดยมีธนูซ้อนท้ายเข้ามาพอดี ทองดีและสมุนรีบหาที่ซ่อนกำบังตัว เจอร์ราร์ดชักมีดสั้นถือไว้ในมืออย่างพร้อมใช้
บุญสมมาถึงตะโกนเรียกครูแต่ไม่มีเสียงตอบ
เขาแปลกใจอยู่ไม่น้อยทั้งที่หน้าต่างและประตูบ้านยังเปิดอยู่ ธนูขยับจะเดินตามบุญสม ได้ยินเสียงโครมครามดังมาจากด้านหนึ่ง เขาหันขวับไปมองเห็นคนวิ่งเข้าไปในดงไม้ทึบแต่มองไม่ถนัดนัก ธนูรีบวิ่งตามไปทันที บุญสมกำลังจะวิ่งตามธนูไปอีกคน แต่ต้องตกตะลึงตาค้างเมื่อเห็นร่างครูจรัลนอนตายไม่ห่างจากบริเวณนั้น
ooooooo










