สมาชิก

คาดเชือก

ตอนที่ 5

อัลบั้ม: เคลลี่ ธนะพัฒน์ ประกบ จั๊กจั๋น อคัมย์สิริ ละครพะบู๊ด้วยแม่ไม้มวยไทยใน "คาดเชือก"


เมื่อลอบขึ้นเรือมาได้ ธนูออกแรงดึงคันบังคับหางเรือแล้วโยกมันไปอีกทางโดยมีสายตาของละไมยืนลุ้นอยู่ข้างๆ

“คุณทำอย่างที่ผมทำไหวมั้ย”

“ตายแล้ว นี่แกใช้ฉันเหรอ”

“ชิชะๆ แล้วใครใช้ให้ตามผมมา ลงเรือลำเดียวกันแล้วอย่าพูดมาก เร็ว! ทำไปอย่าหยุดนะ”

บีบเสียงกำชับเสียงขุ่นส่วนเขาเดินเลี่ยงออกมาอีกด้านหนึ่ง ละไมออกแรงโยกคันบังคับหางเสือเรืออย่างเต็มกำลังพลางโอดโอย “โอ้ย...ฉันไม่น่าตามไอ้บ้านี่ขึ้นเรือมาเลย คุณทองดีอยู่ไหนช่วยไมด้วย ฮือๆ”

ลูกสมุนรายงานมีคนลอบขึ้นเรือเมื่อเห็นรอยเท้าเปียกน้ำตรงบริเวณกราบเรือ ยอดสั่งลูกน้องกระจายออกเป็นสองด้านเจอใครที่ไม่ใช่พวกเดียวกันฆ่าให้หมด ยอดมาพบธนูซึ่งสวมหน้ากากอำพรางใบหน้าขณะกำลังต่อสู้กับลูกสมุน ธนูสามารถใช้หมัดและเท้าเอาชนะลูกสมุนของทองคำได้ไม่ยาก ขณะกำลังชุลมุนมีกระสุน 2-3 นัดยิงมาจากเรือโยงด้านหน้า ยอดตกใจตะโกนลั่น!

“เฮ้ย! ยิงสุ่มสี่สุ่มห้า โดนถังน้ำมันขึ้นมาก็ย่างสดกันหมดหรอกมึง”

ธนูโดดหลบคมกระสุนแล้วพยายามแก้เชือกจากเรือที่โยงกันอยู่ ยอดชักปืนแล้วยิงจากทางด้านหลัง ธนูหลบทันก่อนคว้าไม้ไผ่ที่พื้นกระทุ้งท้องยอดอย่างรวดเร็ว ยอดจุกลงไปกองกับพื้นเขาปรี่เข้าซ้ำแต่ต้องชะงักเมื่อลูกสมุนอีกคนตะโกนสั่งให้หยุด ธนูหันไปมองเห็นละไมถูกลูกสมุนคนหนึ่งเอามีดพร้าจ่ออยู่ ยอดเห็นว่าเป็นละไมตกใจรีบขยับผ้าขาวม้าที่คาดหน้าให้เข้าที่แล้วสั่งลูกสมุนให้จับธนูไว้ ยอดคำรามอย่างหมายมั่น

“ขอดูหน้าหน่อยเถอะวะ ว่ามันเป็นใคร”

ธนูรวบรวมกำลังกระแทกท่อนแขนใส่ลูกน้องยอดที่ยึดเขาจนหน้าหงาย แล้วหันขวับไปคว้าปืนซึ่งกระเด็นตกอยู่บนพื้นเล็งไปทางยอด กระสุนเฉียดหน้ายอดพุ่งใส่เจาะกลางหน้าผากลูกสมุนที่จับละไมอย่างแม่นยำ ธนูพุ่งเข้ารวบตัวละไมซึ่งยืนตกตะลึงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทั้งคู่จะตกลงไปในน้ำ ธนูหันปากกระบอกปืนยิงใส่ถังน้ำมันสองร้อยลิตรหลายนัด ยอดชะงักหันมองถังน้ำมันตาค้าง

และแล้ว...เรือเอี้ยมจุ๊นก็ระเบิด! เสียงดังสนั่น เปลวเพลิงลุกท่วมสว่างวาบอยู่กลางแม่น้ำ

ธนูพาละไมตะกายขึ้นฝั่งอย่างทุลักทุเลในเวลาต่อมา เธอต่อว่าเขาไม่หยุดที่ตัวเองเกือบต้องเอาชีวิตไปทิ้ง แล้วฉวยโอกาสเอื้อมมือหมายกระชากหน้ากากเมื่อเห็นว่าเขาเผลอ ธนูเอี้ยวตัวหลบแล้วดึงร่างละไมเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด

“เกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้วยังมีฤทธิ์อีกเหรอจ๊ะคนสวย”

“ปล่อย...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ อย่าคิดว่าช่วยฉันแล้วจะมาแต๊ะอั๋งฉันง่ายๆนะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องคุณทองดี”

“โอ๊ย...จ้ะ แม่เนื้อทอง กลัวตายล่ะ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึง แล้วยังขี้ฟ้องอีก” ละไมโกรธฮึดฮัดทั้งที่ยังสำลักน้ำอยู่

แสงไฟสปอตไลต์จากเรือสาดเข้ามาบนฝั่งเฉียดหน้าธนูกับละไมไปมา ทั้งสองชะงักหรี่ตามองออกไปเห็นเรือหางยาวของตำรวจลอยลำอยู่ไม่ห่างจากตลิ่ง บุญสมซึ่งอยู่ในเรือตะโกนถาม

“นั่นใครน่ะ”

“ฉันเอง...ช่วยฉันด้วย นี่แก...แกอยู่ไหน แน่จริงอย่าหนีสิ” ละไมตะโกนตอบแล้วหันมาหาชายสวมหน้ากากปรากฏว่าธนูหายไปแล้ว ผู้กองเพชรกับบุญสมมองละไมด้วยความสงสัยว่าเธอมาทำอะไรอยู่ที่นี่

ooooooo

ละเมียนเป็นห่วงความปลอดภัยของพี่สาว สั่งคนงานออกตามหาจนทั่วแต่ไม่พบ ขณะเอาสตางค์เข้านอนเห็นแสงสว่างวาบปรากฏจากทางหน้าต่างห้อง เธอตัดสินใจจะออกไปตามหาพี่สาวด้วยตัวเองโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของเบียบ แต่เมื่อเปิดประตูกลับพบละไมยืนอยู่ในสภาพเปียกปอน

“พี่ละไม!”

ละเมียนร้องเรียกด้วยเสียงอันดัง แป๊ะชองซึ่งหลับสนิทอยู่บริเวณนั้นถึงกับสะดุ้งตื่น ลืมตาลุกขึ้นมานั่งงัวเงียแล้วฉวยไฟฉายส่องมายังร่างละไมอย่างสงสัย

เวลาล่วงเลยตีหนึ่ง หลังจากละไมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ละเมียนยังซักไซ้พี่สาวด้วยความอยากรู้

“พูดอะไรบ้าๆเหมือนปลัดบุญสมอีกแล้ว โจรพวกนั้นจะเป็นพวกนายทองคำไปได้ไง...ไม่มีทาง” กระชากเสียงอย่างหัวเสีย

“ตาสว่างซะทีเถอะพี่ละไม ระวังเถอะ พวกนั้นมันเห็นหน้าพี่ละไม แล้วมันจะกลับมาฆ่าปิดปาก”

“พี่จะไปบอกคุณทองดี คุณทองดีคุ้มครองพี่ได้”

“เฮ้อ...ความรักทำให้คนตาบอดจริงจริ๊ง”

“เออ...พี่ละไม แล้วตกลงไอ้โม่งที่พี่ละไมตามไปนี่มันเป็นใครกันแน่ล่ะ”

“เฮ้อ! พี่ก็อยากรู้เหมือนกันแหละ แต่ตอนนี้พี่เป็นห่วงปลัดบุญสมมากกว่า ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง”

ooooooo

เช้าตรู่วันใหม่ ภายในห้องทำงานของนายอำเภอปรีชา

“ตกลงบอกได้รึยังว่าไอ้โม่งนั่นเป็นใคร” นายอำเภอกระชากเสียงถามอย่างหงุดหงิด ขณะยังอยู่ในชุดนอน ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าอิดโรยเพราะอดนอน

“นายอำเภอถามผมตั้งแต่เรียกผมมาด่าตอนตีสอง จนพระอาทิตย์จะขึ้นอยู่แล้ว ผมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าผมไม่รู้จักมัน”

“แต่พฤติกรรมหมาบ้าอย่างนี้มันเหมือนคุณ เก้าอี้ผมจะร้อนก็เพราะคุณ!”

“ร้อนเพราะไอ้โม่งนั่นระเบิดเรือน้ำมันเถื่อนของนายทองคำ หรือเพราะผมพาผู้กองเพชรไปจับล่ะครับ”

“ปลัดอย่ากวนผมนะ ปลัดก็รู้ว่าถ้านายทองคำโกรธจะเป็นยังไง”

ผู้กองเพชรซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วยความอ่อนเพลียพูดแทรกขึ้นมาทันที “เอาเถอะนายอำเภอ เรื่องนั้นค่อยว่ากันอีกที แต่ตอนนี้ผมว่าเราแยกย้ายกันไปนอน แล้วตื่นมาค่อยว่ากันดีกว่า รึนายอำเภอไม่ง่วง”

นายอำเภอมองหน้าบุญสมแล้วถอนใจเซ็ง ก่อนจะเปิดปากหาวเพราะง่วงนอนเหมือนกัน

เมื่อบุญสมกลับถึงบ้านพบว่าแม่ยังนั่งรอกินข้าว จวงบอกคนเป็นแม่รู้ว่าลูกออกไปช่วยตำรวจจับโจรจับผู้ร้าย ยังจะกินข้าวลงได้อย่างไร พลางเอื้อมมือไปลูบผมลูกชายด้วยความเป็นห่วงถามเขาเหนื่อยไหม แล้วเร่งให้กินข้าวจะได้ไปทำงาน

“ข้าเป็นแม่เอ็ง ทำไมข้าจะไม่รู้วะบุญสม ว่าคนอย่างเอ็งถึงอดหลับอดนอนแค่ไหน ก็ไม่มีวันยอมลาราชการเด็ดขาด”

บุญสมรีบตักข้าวเข้าปาก สองแม่ลูกมองหน้ายิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ยอดรับศึกหนัก ภายหลังพาร่างสะบักสะบอมจากเหตุการณ์เมื่อคืนกลับมาได้ แต่ถูกทองคำใช้ไม้ตะพดไล่ฟาดด้วยความโกรธ ทองดีจะตรงเข้าซ้ำเพราะเสียดายสินค้ามูลค่ามหาศาลต้องมาวายวอดในกองเพลิง ทองคำยกมือปรามเกรงลูกสมุนจะตายเสียก่อน แต่ยังติดใจสงสัยละไมมาเกี่ยวข้องอะไรด้วย ยอดหวังเอาใจเจ้านายรีบเสนอตัวจับละไมมาเค้นความ

“ทะลึ่ง นั่นคนรักข้านะโว้ย”

“ใช่...พี่ยอดเนี่ยไม่รู้กาลเทศะซะบ้างเลย โอ้ย!”

ยอดฉุนยกเท้าถีบจ่อยจนถลาคว่ำ ทองดีบอกพ่อไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องละไมเดี๋ยวเขาจัดการเอง

ooooooo

ทองดีขับรถมารับคนรักในเวลาต่อมา เขาตะล่อมถามเธอถึงเรื่องไอ้โม่งอย่างอยากรู้ขณะรถแล่นมาตามถนนกลางทุ่งนา

“ไมก็สงสัยเจ้านั่นว่ามันเป็นใคร แต่ก็ดีเหมือนกันนะคะ อย่างน้อยทุกครั้งที่ไมเจอเจ้าคนนั้น มันก็ช่วยขัดขวางคนชั่ว เมื่อคืนไมก็ช่วยนะคะ ตอนเรือน้ำมันเถื่อนระเบิด โอ้โห...โชติช่วงชัชวาล”

ละไมเอ่ยอย่างปลื้มปริ่มเมื่อได้มีส่วนร่วมด้วย ทองดีฟังแล้วนึกฉุนเพราะเสียดายน้ำมันเลยเบรกรถกะทันหันจนละไมหัวทิ่ม

“ว้าย! เบรกทำไมคะคุณทองดี”

“เออ...ขอโทษนะไม คือ...ผมเป็นห่วงคุณน่ะ ส่วนไอ้หน้ากากลึกลับนั่นมันคงไม่ใช่คนดีอะไรหรอก ไม่งั้นมันจะใส่หน้ากากปิดใบหน้าจริงมันทำไม”

ละไมคล้อยตามแล้วร้องโวยวายเมื่อมองไปยังทางข้างหน้า “ว้าย ระวังค่ะ” ทองดีหันมองตามแล้วตกใจรีบเบรกกะทันหันจนละไมหัวทิ่มกระแทกคอนโซลหน้ารถเข้าอย่างจัง

“อยากเป็นผีเฝ้าถนนเหรอไง” ทองดีลงรถมาโวยวายอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นธนูยืนนิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉยอยู่กลางถนนขณะประคองจักรยานสีหวานซึ่งซื้อมาจากละไม

“หยุด! ลงมาก็ใส่ฉอดๆๆๆ จะฟ้องโน่นเรียกนี่ แต่คนจะโดนชน ไม่บ่นซ้ากกกกคำ”

“อ้อ...เมื่อคืน ออกจากร้านฉันแล้ว...นายไปไหน”

“คุณละไมบอกว่าคุณไปยืมเรือ ยืมไปทำไม” ทองดีรีบเค้นถามอย่างหวาดระแวง

“จะยืมไปขนของที่ญาติผมส่งมาจากกรุงเทพฯ แต่เจ้าของเขาเค็ม เออ...เจ้าของเขาไม่ให้ยืม จะให้ผมทำอะไรล่ะครับ ก็กลับบ้านอาบน้ำเอาแป้งโรยสะดือนอนก็เท่านั้น เสียดาย หลับเพลินไปหน่อย เลยไม่ทันได้เห็น วีรกรรมของคุณละไมกับเพื่อนนิรนาม ที่ขึ้นไปวางเพลิงเรือน้ำมันเถื่อน คุณนี่แสบใช้ได้เลยนะ อ้อ...ตกลงเพื่อนคุณเป็นใครเหรอ ทำไมต้องใส่หน้ากากด้วยล่ะ แหม! ทำอย่างกับเป็นพวกซุปเปอร์ฮีโร่ ฮ่าๆ ว่ามั้ยคุณทองดี ฮ่าๆ”

“ไปกันเถอะไม เร็วสิไม” ทองดีเร่งคนรักให้รีบขึ้นรถ เพราะทนฟังต่อไม่ไหว ดูแล้วตัวเองจะเสียหายมาก ละไมหันมาค้อนธนูอย่างหมั่นไส้ก่อนรีบจ้ำตามทองดีไป

ooooooo

ด้านบุญสม แวะแผงผลไม้ของจีเพื่อซื้อส้มกลับไปให้แม่ ล้วงกระเป๋าควานหาเงินเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมหยิบมา ละเมียนเห็นจึงจ่ายแทนให้ บุญสมรีบเดินกลับบ้านเพื่อเอาเงินคืนให้ แต่ละเมียนเข้าใจผิดคิดว่าเขาเดินหนีจึงเกิดปากเสียงกันขึ้น เบียบที่มากับละเมียนต้องคอยสะกิดเตือนเกรงจะมีเรื่อง

บุญสมตัดรำคาญยัดถุงส้มใส่มือคืนให้ ละเมียนหงุดหงิดคว้าส้มปาใส่หลังบุญสมด้วยความโมโห โชคดีที่เขาหลบทัน จังหวะนั้นศรีวรรณกับศรีไพรพร้อมด้วยสำลีสาวใช้มาเดินเที่ยวตลาด ศรีวรรณนั้นมีใจชอบบุญสมเป็นทุนเดิมเมื่อเห็นเขาจึงปรี่เข้าไปทักเสียงหวาน แต่ต้องผงะถูกส้มกระแทกใส่จนเสียหลักเซตกลงไปในคลอง

“กรี๊ด! พี่ศรีวรรณ ใครก็ได้ช่วยพี่ศรีวรรณที พี่ศรีวรรณว่ายน้ำไม่เป็น”

บุญสมตกใจรีบกระโจนลงไปช่วยทันที ความตื่นตระหนกทำให้ศรีวรรณขาดสติรัดคอบุญสมแน่น

สำลีหันไปเห็นเบียบกำลังหัวเราะชอบใจนึกโมโหแทนนายตัวเอง ปรี่เข้าตบแต่เบียบไวกว่ายกเท้ายันจนสำลีหน้าหงายร่วงลงคลองไปอีกคน ศรีไพรปรี่เข้าไปหมายตบสั่งสอนละเมียนแต่ชะงักเมื่อเห็นท่าทางเอาจริงของ อีกฝ่าย

“เอาสิ...ถ้าอยากลงไปแช่น้ำอีกคนก็เข้ามา...มา!”

ละเมียนมองลงไปในคลองเห็นศรีวรรณอยู่ในอ้อมแขนบุญสมแล้วหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ในขณะที่ศรีวรรณเมื่อตั้งสติได้เห็นตัวเองอยู่ในอ้อมแขนปลัดหนุ่มกลับยิ้มชอบใจพยายามเบียดร่างกระแซะหนักเข้าไปอีก

บุญสมประคองร่างศรีวรรณเดินขึ้นบันไดท่าน้ำ เธอแสร้งหมดแรงระทวยอยู่ในอ้อมแขนปลัดหนุ่ม ละเมียนกอดอกมองอย่างรู้ทัน ศรีไพรตรงรี่เข้าไปดูพี่สาว

“ไหวมั้ยคุณ”

“โอย...พี่บุญสมอย่าเพิ่งปล่อยศรีวรรณนะจ๊ะแขนขาศรีวรรณไม่มีแรงเลยจ้ะ”

“มาจ้ะคุณศรีวรรณ เดี๋ยวสำลีช่วย...โอ๊ย!” สำลีแทรกเข้ามาอย่างไม่รู้ทิศรู้ทางถูกเจ้านายสาวแอบตีมือแล้วถลึงตาใส่อย่างเอาเรื่อง สำลีงงเป็นไก่ตาแตก

ooooooo

เมื่อกลับถึงบ้าน ศรีวรรณเอาแต่นั่งใจลอยนึกถึงเหตุการณ์ตอนตกลงไปในน้ำ แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างเขินอาย

“แหม...ตอนตกลงไปเกือบจมน้ำตาย แต่พอขึ้นมาได้หน้ายิ้มแป้นเชียวนะพี่ศรีวรรณ”

“เอ๊ะ...ก็มันคุ้มนี่นา จู่ๆก็ได้กอดพี่บุญสม อึ๋ย...” สำลีนั่งหน้าจ๋อยอยู่ที่พื้นขอโทษนายสาวที่รับมุกไม่ทัน

“ให้มันรู้ซะบ้าง ว่าใครเป็นใคร” หันไปตำหนิสาวใช้

“แล้วแกรู้หรือเปล่าว่าไอ้บุญสมมันเป็นใคร! ศัตรูตัวฉกาจของเราเชียวนะเว้ย!” ทองดีตะโกนใส่หน้าน้องสาวอย่างหัวเสีย ทองคำปรามไม่ให้ทะเลาะกัน สองศรีพี่น้องเห็นพ่อเข้าข้างก็ได้ใจ ทองดียังกระแทกเสียงใส่อย่างไม่เห็นด้วย

“ไม่ยอม! พ่อไม่ยุติธรรม! ศรีวรรณจะเอา พ่อไม่เอาก็อย่าเอา”

“แกน่ะเอามัน! แต่มันน่ะไม่เอาแกหรอก! โน่น! มันเอานังละเมียนโน่น!” ทองดีตะคอกน้องอย่างหงุดหงิด ศรีวรรณส่งเสียงกรีดร้องอย่างขัดใจ

“หยุดที! รำคาญโว้ย! ศรีวรรณ ถ้าแกทำให้บุญสมมันยอมมาเป็นพวกเราได้...พ่อจะสนับสนุนเต็มที่”

ศรีไพรว่ายิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาอีก ศรีวรรณมองศรีไพรแล้วค้อนใส่อย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก

เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง ทองคำเอ่ยปากกับลูกชายด้วยความเคลือบแคลงสงสัยถึงเรื่องราวของไอ้โม่งที่บุกเรือบรรทุกน้ำมันคืนก่อน

“ไอ้บุญสม ถ้ามันล้ำเส้นมามากพ่อไม่ไว้มันแน่ นี่พ่อยังคิดด้วยซ้ำว่าไอ้โม่งที่มันขึ้นไปป่วนเรือขนน้ำมันของเรา ก็คือมันนี่แหละ”

ทองดีแย้งตอนเกิดเหตุบุญสมอยู่กับผู้กองเพชร “ถ้าไอ้โม่งที่มันวางเพลิงเรือน้ำมันของเราไม่ใช่ไอ้บุญสม ก็แสดงว่าเรามีศัตรูเพิ่มแล้วล่ะพ่อ”

ทองคำฟังคำสันนิษฐานของลูกชายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนเรียกยอดมาถามถึงเสือยิ่งพี่ชายว่าจะพ้นโทษออกมาจากคุกเมื่อไหร่ ยอดว่าทั้งโทษเก่าโทษใหม่รวมกันแล้วก็คงหลายปีอยู่ ทองดีได้ยินนึกรู้ในทันทีว่าพ่อคิดจะทำอะไร?

ooooooo

รถสองแถวบรรทุกผู้โดยสารมาเต็มคันกำลังเลี้ยวเข้าจอดเทียบท่า ชาวบ้านพากันทยอยลงจากรถ

เสือยิ่งสะพายเป้ใบเล็กก้าวลงเป็นคนสุดท้ายด้วยสีหน้าเคร่งขรึมนัยน์ตาดุดัน ก่อนเดินตรงไปยังร้านขายของเปิดตู้แช่หยิบเครื่องดื่มชูกำลัง พลันสายตาเหลือบไปเห็นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งพาดหัว

“ล่าฝรั่งร้อยศพ จอมมีดฆ่าหั่นศพ หนีมากบดานเมืองไทย”

หยิบขึ้นมาดูอย่างสนใจแล้วจ่ายเงินขยับจะเดินออก แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงหวีดร้องแตกตื่นของชาวบ้านดังมาจากตลาดด้านในพร้อมกับเสียงเอะอะโครมครามตามมา

‘เจอร์ราร์ด’ พยายามยกแผงผักและของใกล้มือทุ่มใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มหนึ่งที่ไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด เมื่ออยู่ในระยะที่ชาวบ้านไม่ถูกลูกหลง ตำรวจนายหนึ่งตัดสินใจเล็งปืนยิงใส่เจอร์ราร์ด แต่กระสุนพลาดเป้า มันหันหยิบมีดจากแผงขายมีดปาเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายอย่างแม่นยำ แล้วคว้ามีดจำนวนหนึ่งติดมือไปไว้ป้องกันตัว

ขณะวิ่งหนีตำรวจ เจอร์ราร์ดพลาดท่าเมื่อหนีเข้ามาในซอยตัน ตำรวจสองนายตามมาติดๆ เตรียมเล็งปืนยิงใส่ เสือยิ่งซึ่งซุ่มรอจังหวะอยู่เมื่อสบโอกาสพุ่งออกมาเตะปืนกระเด็นแล้วใช้แม่ไม้มวยไทยจัดการตำรวจทั้ง 2 นายจนล้มไปนอนหมดสติ

ฝรั่งมือมีดตื่นตะลึงในชั้นเชิงการต่อสู้ของเสือยิ่ง แต่ความหวาดระแวงมีมากกว่ารีบปามีดใส่อย่างไม่ไว้ใจ เสือยิ่งหลบทันแทงเข่าใส่เจอร์ราร์ดจนจุกตัวงอ แล้วล็อกแขนจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ แต่แล้วก็ปล่อยให้เป็นอิสระ เจอร์ราร์ดมองเสือยิ่งอย่างงุนงง

“จะรอให้พ่อมึงแห่มาจับรึไงวะ มานี่ เร็ว!” แล้วหันมาโบกมือเร่งให้รีบตามมา เจอร์ราร์ดนิ่งคิด ก่อนตัดสินใจเดินตามเสือยิ่งไปอย่างว่าง่าย

“จะพาฉันไปไหน”

“ไอ้บ้า พูดไทยได้ก็ไม่บอกตั้งแต่แรก ให้ข้าโบกมือแทบหลุด”

เสือยิ่งรู้ว่าเจอร์ราร์ดคือมือมีดฆ่าหั่นศพเพราะใช้มีดได้อย่างคล่องแคล่ว เจอร์ราร์ดปฏิเสธ เขาจึงชู หนังสือพิมพ์ในมือเพื่อยืนยันแล้วเอ่ยปากชวนไปอยู่ด้วย หากดึงดันจะอยู่ที่นี่ก็ต้องหนีการตามล่าของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตลอด เจอร์ราร์ดถามอย่างชั่งใจว่าไปที่ไหน

“ไปในที่ที่กฎหมายเป็นแค่ตัวหนังสือในกระดาษไงวะ”

ooooooo

ธนูนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว กำลังฮัมเพลงขณะล้างรถจักรยานอย่างสบายอารมณ์

อีกด้าน...ละไมขับรถปิกอัพมาถึงหน้าบ้านเขาพอดี แล้วจู่ๆเครื่องเกิดกระตุกดับวูบไปเสียเฉยๆ เธอเห็นธนูกำลังล้างรถจึงตัดสินใจเรียก แต่ไม่เต็มเสียงนัก

“นี่...นาย นาย นายธนู”

ธนูเหลียวหลังหันมามอง เมื่อเห็นเป็นละไมจึงนึกสนุกแกล้งยั่วเล่น

“ที่นี่ไม่มีควายธนูหรอกคุณ อยากได้ควายธนูต้องไปหาหมอผีโน่น”

“จะบ้าเหรอ ฉันไม่ได้เรียกควายธนู ฉันเรียกนายธนู หรืออยากเป็นควายก็ได้นะ ฉันจัดให้ นายควายธนู ฮ่าๆ”

“เอ้า...หัวเราะเสร็จก็ไปตามแล้วกัน ขี้เกียจยืนรอเสียเวลาชีวิต”

ทำท่าขยับจะเข้าบ้าน ละไมรีบปรี่ไปขวางแล้วตีหน้าเศร้าว่ารถเธอเสีย ธนูเดินไปชะโงกมองเครื่องยนต์ที่ฝากระโปรงรถแล้วหันมายิ้มยียวน

“มาหาถึงบ้าน สงสัยคิดถึงผมล่ะซี้ แต่ไม่กล้าแสดงออก เลยต้องแกล้งทำรถเสีย เพื่อจะได้หยุดคุยกับผม ฮ่าๆ”

จังหวะนั้นชายผ้าขาวม้าของธนูเกี่ยวเข้ากับกันชนรถจนหลุดลงมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว ขณะเดินมาหาละไมซึ่งยืนอยู่ข้างรถ เธอเห็นถึงกับร้องลั่นแล้วเอามือปิดหน้า

“ว้าย! ทุเรศที่สุด ไอ้บ้าๆๆๆ ออกไปนะ ออกไป อย่าเข้ามาใกล้ฉัน”

“คุณเป็นอะไรของคุณครับเนี่ย ปิดตาทำไม คุณเห็นอะไร”

“เห็น...เห็น โอ้ย...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ปล่อย”

ธนูพยายามดึงมือละไมที่กำลังปิดตาตัวเองออก เมื่อเธอลืมตาจึงพบว่าเขามีกางเกงขาสั้นสวมอยู่อีกตัวหนึ่ง ธนูยังอยากกวนอารมณ์เธอต่อ หาว่าโชคร้ายที่ไม่มีโอกาสได้เห็นตอนเขาโป๊ ละไมแย้งว่าเขาเป็นตัวอัปมงคลของเธอ เจอเมื่อไหร่ซวยเมื่อนั้นแล้วทุบเขาอย่างโมโห ธนูได้แต่ร้องโอดโอย

เมื่อยังซ่อมรถไม่ได้ ธนูจำต้องขี่จักรยานพาละไมนั่งซ้อนท้ายมาบนถนนริมคลองสายเล็กๆ ที่ตะกร้าหน้ามีกล่องกระดาษใบหนึ่งวางอยู่ อีกกล่องละไมถือไว้

ธนูบ่นมาเรื่อยทางว่าเธอทั้งเค็มทั้งปากจัด แถมยังมือหนัก ทำร้ายเขาแล้วยังใช้ให้เอาของมาส่งลูกค้าอีก

“พูดมาก มีหน้าที่ขี่ก็ขี่ไปเถอะน่า นี่ถ้าฉันติดต่อคุณทองดีได้ ก็อย่าหวังว่าจะให้ฉันซ้อนจักรยานนาย โอ้ย!”

พอได้ยินชื่อทองดี เขาเบรกกะทันหันอย่างหมั่นไส้จนละไมหน้าทิ่มไปซบแผ่นหลัง มืออีกข้างของเธอโอบเอวเขาไว้แน่นเพราะกลัวตัวเองหล่น

“หยุด ให้คุณหยุดพูดไง พูดมากผมรำคาญ แต่แหม...ฉวยโอกาสทั้งกอดทั้งจูบแผ่นหลังผมเลยนะคุณ ไง เนื้อนิ่มหอมมั้ย”

“ไอ้บ้า ฉันจะฟ้องคุณทองดี ไอ้...ว้าย!”

ละไมรีบปล่อยมือเมื่อนึกขึ้นได้ แต่ต้องร้องเสียงหลงแล้วรีบกอดเอวเขาไว้แน่นอีกครั้ง เมื่อธนูขี่จักรยานแล้วแกล้งเบรกเพื่อให้เธอกอดเขาไว้แน่นๆ

ooooooo

วันนี้หลังจากเลิกงาน บุญสมรีบกลับบ้านมาดูแลแม่ พบเผือกอยู่ในสภาพเนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยเขม่าควัน

เผือกอธิบายไม่ใช่งานถนัดเลยใช้เวลามากหน่อย บุญสมไล่ให้เขาไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ส่วนตนจะเข้าครัวทำกับข้าวเอง เผือกว่าคงไม่ต้องแล้วเมื่อเห็นละเมียนกับสตางค์เดินถือปิ่นโตมาพอดี

ละเมียนจัดแจงเทอาหารใส่จานแล้วเร่งให้จวงกินเยอะๆ จะได้มีแรง จวงขอบใจที่ละเมียนแวะเวียนมาคอยดูแลอยู่เสมอๆ

“คนบ้านเดียวกันน่าป้าจวง”

แล้วหันไปบอกเผือกเธอเอากับข้าวมาเผื่อทุกคน กินได้ไม่ต้องเกรงใจ

“โอ้ย...เรื่องกินเนี่ยไม่ต้องห่วงพี่ละเมียน แต่เรื่องทำเนี่ย ถ้าหวังพึ่งไอ้เผือกคิดให้ดีนิดหนึ่ง”

“อ้าว...แล้วนี่ลูกพี่เอ็งหายไปไหนวะเผือก”

“โน่น พอพี่ละเมียนมา พี่บุญสมก็ชิ่งไปจำศีลอยู่หลังบ้านแล้วจ้ะ...สงสัยจะเกลียดพี่ละเมียนจับใจ ฮ่าๆ” สตางค์บอกตามประสาซื่อ ละเมียนหันมาตบหัวน้องเบาๆบอก ทะลึ่ง! แล้วเดินไปหาบุญสมที่ครัวหลังบ้าน เห็นเขากำลังเจียวไข่อยู่ก็พูดขึ้นลอยๆ

“โห! พ่อคนหยิ่ง กินกับข้าวบ้านฉันไม่ได้ ไง...กินแล้วชีวิตมันจะล่มจมเลยรึไง”

“ล่มจมไม่เท่าไหร่ แต่เป็นหนี้บุญคุณนี่สิ ขี้เกียจชดใช้ แค่คุณมาดูแลแม่ตอนผมติดคุก ชาตินี้ไม่รู้จะชดใช้หมดรึเปล่า”

“ฮ่าๆ รู้ไว้ก็ดี แต่ไม่ต้องมาชดใช้อะไรฉันหรอกนะ แค่นายไม่หาเรื่องกลุ้มใจให้แม่ แล้วไม่หาเรื่องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในคุกอีกรอบก็พอแล้ว ฉันสงสารคนแก่”

“นี่มันเรื่องของครอบครัวผม”

“อ้อ! สงสัยติดใจบรรยากาศในคุก ชอบคำว่าปลัดขี้คุกเหรอ ฉันจะได้เรียกบ่อยๆ ปลัดขี้คุก”

“นี่! ถ้าจะตามเข้ามาหาเรื่องผมเนี่ย เชิญออกไปได้เลยนะ ผมไม่มีอารมณ์จะมาทะเลาะกับคุณ อ้อ...แล้วก็ช่วยบันทึกความทรงจำให้ถูกต้องด้วยนะ ว่าผมติดคุกเพราะโดนกลั่นแกล้ง”

“จะแกล้งหรือไม่แกล้งก็ไม่ทำให้นายดูดีขึ้นในสายตาฉันนักหรอก”

บุญสมชะงักรู้สึกน้อยใจที่ละเมียนไม่เคยมองเขาในแง่ดีเลย

“อ้อ...ถ้าโลกนี้จะมีใครหน้ามืดมารักชอบคนอย่างนาย ก็เห็นจะมีแต่ยายศรีวรรณคนเดียวล่ะมั้ง ถึงขนาดรบเร้านายทองคำให้เร่งจัดงานเลี้ยงต้อนรับปลัดใหม่ป้ายแดงให้ใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อขอบคุณปลัดฮีโร่ที่โดดน้ำลงไปช่วยลูกสาวขึ้นจากน้ำ”

แล้วยื่นหน้าไปถามเขาใกล้ๆว่าจะไปหรือเปล่า? บุญสมไม่ตอบถือจานข้าวเดินเลี่ยงออกมาข้างนอก ละเมียนยังตามมาเซ้าซี้

“ไปหน่อยน่า ท่าทางศรีวรรณจะถูกใจนายอยู่น้า เห็นออดอ้อนประคองกันขึ้นมาจากน้ำวันนั้นแล้ว แววลูกเขยมาเฟียนายจับชะมัดเลย ฮ่าๆ”

“แล้วที่เดินล้อมหน้าล้อมหลังผมพูดแต่เรื่องศรีวรรณเนี่ย มีอะไรเหรอ หึงเขาเหรอ!” แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้

“พูดบ้าอะไร ใครหึงนาย คนอย่างฉันไม่มีวัน ฉันก็แค่...โธ่โว้ย” ละเมียนรีบเดินจ้ำอ้าวออกไปทันทีทั้งอับอายทั้งโมโหจนพูดไม่ออก!

เมื่อกลับถึงบ้าน ละไมเห็นน้องสาวหน้าหงิกเลยประชด

“กลับมาซะดึกเลย ป้าจวงญาติสนิทแกเป็นยังไงบ้างล่ะ!”

“ก็ดีขึ้น” กระแทกเสียงตอบแล้วเดินขึ้นบ้านไป

“ไอ้เราถามดีๆ จะตอบดีๆหน่อยก็ไม่ได้ ทะเลาะกับไอ้บุญสมมาอีกละสิ ถึงได้หงุดหงิด แล้วก็ยังจะไปบ้านนั้นอยู่ได้...ไม่เคยเข็ด!”

สตางค์เดินเข้ามากอดบอกแม่ทายถูก!

ooooooo

รุ่งเช้า ละไมเดินลงมาเห็นร้านยังไม่เปิดจะเข้าไปเรียกเบียบแต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นมือใครคนหนึ่งกำลัง พยายามสอดมือเข้ามาตรงช่องว่างของประตูบานพับ

เธอฉวยด้ามไม้กวาดกระชับมั่นไว้ในมือ ค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ เมื่อได้จังหวะก็ฟาดลงไปอย่างสุดแรง!

“โอ้ย!”

ที่แท้เป็นธนู เขาเอากุญแจรถมาคืน เห็นร้านปิดอยู่เลยไม่อยากรบกวน ละไมพามาทายา เขายังไม่วายตัดพ้อ

“อุตส่าห์เอารถไปซ่อมให้ แถมเอามาส่งให้ถึงบ้านแล้วยังโดนตีมือแทบหัก ใจร้ายชะมัด”

“ก็...เบียบน่ะสิ ถ้าเปิดร้านตั้งแต่เช้าก็ไม่เกิดเรื่องหรอก”

“เอ้า...ไหงมาลงที่เบียบจ๊ะเนี่ย”

ธนูนึกขึ้นได้บอกกับทุกคนอย่าลืมไปงานเลี้ยงต้อนรับปลัดบุญสม เบียบบอกอย่างตื่นเต้นว่าไม่พลาดอยู่แล้ว อาหารอร่อย ดนตรีเพราะ เธอจะไปแดนซ์

“รู้สึกการที่นายทองคำเลี้ยงดูปูเสื่อข้าราชการในอำเภอนี้ จะเป็นเรื่องปกติไปแล้วนะคะ”

“นายทองคำแสดงน้ำใจกับทุกคนน่ะครับ ถ้าที่นี่ไม่มีนายทองคำ พวกเราคงไม่อยู่ดีมีสุขกันอย่างนี้”

“เชอะ...ชะเลียทั้งต่อหน้าและลับหลังเลยนะ” ละไมค้อนใส่อย่างหมั่นไส้

“แหม...เล่นแรงนะคุณ แต่ผมไม่ถือคนบ้า ไม่ว่าคนเมา”

“ต๊าย! นี่นายว่าฉันบ้าเหรอ”

“โอ้ย...เถียงกันเป็นเด็กๆไปได้ หนูว่านะพี่ละไม ไฮไลต์งานนี้อยู่ที่ปลัดป้ายแดงอย่างไอ้หมาบ้าบุญสมมากกว่าว่าจะไปงานนี้รึเปล่า”

ooooooo

บุญสมมาถึงที่ทำงานในตอนเช้า เห็นเจ้าหน้าที่กับชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังจับกลุ่มซุบซิบกันอย่างสนุกปาก

“ถ้านาฬิกาผมไม่เสีย นี่เป็นเวลาราชการ”

เขาหันมาตำหนิเสียงเข้ม ทำเอาข้าราชการกับชาวบ้านสะดุ้งโหยงแล้วต่างแยกย้ายตัวใครตัวมัน ปลัดใหม่ส่ายหน้าเอือมระอาขยับจะเดินเข้าห้องทำงานตัวเอง แต่ต้องชะงักเมื่อนายอำเภอปรีชาซึ่งนั่งทำงานอยู่ห้องใกล้กัน เปิดประตูออกมาเตือนบุญสมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“เรื่องเรือน้ำมันของนายทองคำยังไม่จาง หวังว่าปลัดคงไม่ก่อไฟขึ้นอีกนะ”

“นายอำเภอหมายความว่าไงครับ”

“เรื่องที่นายทองคำจะจัดงานต้อนรับนาย หวังว่าปลัดคนใหม่จะ...”

บุญสมรีบพูดแทรกว่าไม่ต้องห่วง เขาไปแน่ นายอำเภอยังไม่วางใจเสียทีเดียวกำชับเสียงเข้ม อย่าทำอะไรบ้าๆให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนด้วย

“หลายคนว่าผมเป็นหมาบ้า แต่หมาอย่างผมไม่เคยกัดใครก่อนอยู่แล้ว”

พูดจบแล้วเดินเข้าห้องทำงานตัวเอง นายอำเภอฟังแล้วหงุดหงิดพึมพำอย่างหัวเสีย

“นี่ ดี อวดเก่งนักก็ให้ไปเจอของดีข้างในก็แล้วกันวะ”

ของดีข้างในที่นายอำเภอปรีชาหมายถึงคือศรีวรรณนั่นเอง เมื่อบุญสมผลักประตูเข้ามาก็ต้องชะงัก ศรีวรรณอยู่ในชุดเปรี้ยวเซ็กซี่โปรยยิ้มหวานใส่เขาทันที บุญสมทำท่าขยับจะเดินออกจากห้อง เธอรู้ทันรีบปรี่เข้ามาเบียดกระแซะเอาร่างตัวเองขวางประตูไว้

“แหม...ใจร้ายจัง เห็นหน้าศรีวรรณแล้วถึงกับเดินหนีเลยเหรอจ๊ะ ศรีวรรณก็แค่แวะมาเตือนเรื่องงานเลี้ยงต้อนรับพี่บุญสมน่ะจ้ะ”

“เรื่องนั้นผมทราบแล้ว”

บุญสมพูดแล้วเดินเลี่ยงไปตรงหน้าต่าง ศรีวรรณตามมาออดอ้อนงานนี้เธอบอกพ่อให้จัดเต็มเพื่อเขาโดยเฉพาะ แล้วกระแซะบุญสมดันร่างเขาไปจนติดตู้เอกสารริมหน้าต่างห้อง

ด้านหน้าที่ว่าการฯ ละเมียนขับรถปิกอัพมาส่งธนู มีสตางค์นั่งมาในรถด้วย ธนูกล่าวขอบคุณเธอที่มาส่ง แต่พอลงจากรถสตางค์ทำเสียงตื่นเต้นชี้ให้ทุกคนดูตรงหน้าต่าง บุญสมหันมาเห็นธนูกับสตางค์และละเมียนกำลังมองมาพอดี พยายามถอยห่างจากแม่สาวเปรี้ยว ศรีวรรณเห็นละเมียนมองมาก็ยิ้มเย้ยแล้วแกล้งเสียหลักซบแผ่นอกบุญสม

“โอ๊ย...พี่บุญสม อยู่ๆศรีวรรณก็หน้ามืด ช่วยประคองศรีวรรณไปนั่งหน่อยได้มั้ยจ๊ะ”

บุญสมจำต้องประคองร่างเธอมานั่งที่เก้าอี้อย่างกระอักกระอ่วนใจ ธนูทำหน้าตื่นเต้นส่งเสียงโอ้โห! ไม่หยุดปาก ละเมียนรีบเอามือปิดตาสตางค์ บอกอย่างหงุดหงิดห้ามมองเดี๋ยวจะเสียเด็ก ส่วนตัวเองหันมามองศรีวรรณกับบุญสมอย่างขยะแขยง

ooooooo

เรือเข้าจอดเทียบท่าไม่ไกลจากตลาดน้ำของละไม เสือยิ่งพร้อมเจอร์ราร์ดเดินขึ้นฝั่งปะปนมากับชาวบ้าน เดินมาถึงแผงผลไม้จี เสือยิ่งส่งสายตาหื่นพูดจาแทะโลมทันที

“ว่าไงจ๊ะน้องสาว อยากเล่นสนุกกับพี่มั้ย จ้ำจี้น่ะสนุกนะ”

“นี่...อย่ามาทะลึ่งกับฉันนะ”

เพื่อนแม่ค้าด้วยกันหันมาช่วยจีต่อว่าเสือยิ่งว่ามาจากต่างถิ่นอย่ามาทำซ่าแถวนี้ แป๊ะชองปรี่เข้ามาช่วยยืนขวางเสือยิ่งแล้วชูกำปั้นทำท่าสู้ กลับถูกเสือยิ่งผลักกระเด็น แล้วเอื้อมมือจะลูบแก้มจีแต่ต้องชะงักเมื่อมีมือลึกลับมาคว้าแขนมันไว้

“หิวขนาดหาเหยื่อกินกลางตลาดเลยเหรอพี่ชาย”

เสือยิ่งเงื้อหมัดหันมาเอาเรื่องเต็มที่ แต่ต้องยิ้มกว้างดีใจที่ได้เจอน้องชาย

ยอดพาเสือยิ่งและเจอร์ราร์ดมาพบนายทองคำที่บ้านในเวลาต่อมา ทองดีมองเพื่อนใหม่ของเสือยิ่งอย่างไม่ไว้ใจในฝีมือ

โดยที่ไม่มีใครคาดคิด เจอร์ราร์ดคว้ามีดปอกผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วปาออกไปยังลานหน้าบ้าน มีดพุ่งปักกลางฝ่ามือลูกสมุนคนหนึ่งไปตรึงอยู่กับต้นไม้ พร้อมเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดตามมา ทองคำยิ้มชอบใจที่ได้ลูกสมุนมือดีมาเพิ่มบารมีให้กับตัวเอง

ooooooo

และแล้วงานเลี้ยงต้อนรับปลัดคนใหม่ก็มาถึงในเย็นวันหนึ่ง...

บุญสมแต่งตัวเรียบร้อยพร้อมออกไปงานเลี้ยง เขาเรียกเผือกมากำชับให้ดูแลแม่ให้ดี เผือกขอตามไปด้วยอ้างหากเกิดเรื่องจะได้ช่วยเขาได้ แต่ถูกลูกพี่ปฏิเสธ เผือกครวญอย่างเสียดายที่อดเที่ยว

ทางด้านละเมียนมาถึงงานเลี้ยงพร้อมกับพี่สาว สตางค์และเบียบ ละไมมีสีหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัด

“ละเมียน พี่รู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้ พี่กลัวปลัดบุญสมจะมาหาเรื่อง”

“อื้อหือ...แล้วไม่กลัวหวานใจนายทองดี คนดีของพี่ละไมหาเรื่องเขาก่อนเหรอจ๊ะ”

เบียบกับสตางค์ตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่ของงานเลี้ยง สตางค์เร่งให้แม่รีบเข้าไปในงาน หันไปเห็นบุญสมร้องทักด้วยความดีใจ บุญสมเดินเข้ามาลูบหัวสตางค์อย่างเอ็นดู ละไมได้จังหวะรีบเตือนทันที

“นายทองคำจัดงานต้อนรับให้ปลัดใหญ่กว่าข้าราชการคนอื่นๆอีกนะ”

“อย่าให้มีการเจ็บ การตายก็แล้วกัน จำไว้ว่ามีเด็ก มีคนแก่อยู่ด้วย” ละเมียนพูดขึ้นมาลอยๆโดยไม่มองหน้าเขา

“ถ้าจะเกิดเรื่อง ต้องไม่ใช่เกิดจากผมแน่”

“เหรอ แล้วที่ผ่านมา...”

ละเมียนชะงัก เมื่อสตางค์รบเร้าให้รีบเข้างานเพราะหิวมากแล้ว เบียบว่าอุตส่าห์ไม่กินข้าวมาหิวไส้จะขาดเหมือนกัน ทุกคนพากันเดินเข้างาน เหลือละเมียนกับบุญสมที่ยังยืนอยู่ ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างหัวเสีย ก่อนจะก้าวเดินออกไปพร้อมกันทำให้เบียดชนกันเอง ละเมียนโมโหผลักบุญสมกระเด็นแล้วเดินจ้ำอ้าวออกไป เขามองตามหลังละเมียนอย่างหงุดหงิด

สตางค์เห็นของกินละลานตาก็ตื่นเต้น เบียบออกความเห็นเดี๋ยวต้องโกยกลับไปกินต่อที่บ้าน สตางค์เห็นธนูแล้วดีใจปรี่เข้าไปเรียกพ่อ เขาเห็นสตางค์อยู่ลำพังเลยสงสัยว่าแม่ไปไหน ละไมมาถึงพอดีเอาแต่ตำหนิลูกทำไมเดินไม่รอเธอเลย ธนูแหย่ว่าเธอเดินช้าเองแล้วทำเป็นโทษเด็ก ละไมโต้อย่างหงุดหงิดว่าเขาเกี่ยวอะไรด้วย สตางค์รีบชิงอธิบายธนูเป็นพ่อไม่เกี่ยวได้อย่างไร ธนูปล่อยหัวเราะในความน่ารักของสตางค์จนละไมหันมาเข่นเขี้ยว

“หัวเราะอะไรไม่ทราบ”

“พ่อก็หัวเราะแม่ไง ลูกเราฉลาดเนอะแม่ นี่...แล้วคุณเอาถุงมาตักของกินกลับไปบ้านด้วยรึเปล่าเนี่ย งานนี้ของกินเยอะเลยนะ”

“ทะลึ่ง! ฉันไม่ได้งกขนาดนั้นย่ะ ไปกันเถอะสตางค์ ป่านนี้คุณทองดีรอแย่แล้ว”

หันมาเรียกเบียบแล้วคว้าแขนสตางค์จูงออกไปทันที ธนูมองตามยิ้มอย่างอารมณ์ดีที่ได้แกล้งยั่วเธอเล่น

ทางด้านละเมียนเดินเข้างานปะปนมาพร้อมกับกลุ่มชาวบ้าน เมื่อไม่เห็นพี่สาว จึงหันหลังกลับแต่ต้องชะงักเมื่อบุญสมยืนอยู่ข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่แทบจะชิดกัน ละเมียนถอนใจเซ็งแล้วขยับเดินเลี่ยง บุญสมรีบคว้าข้อมือเธอไว้

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้่ ฉันจะไปหาพี่ละไม”

“เมื่อกี้ผลักผมทำไม”

“ผลักนายไม่ต้องมีเหตุผลหรอก ปล่อย...ฉันเจ็บนะ ผู้ชายอะไรไม่ให้เกียรติผู้หญิง”

“ผู้หญิงคนอื่น ผมก็ให้เกียรติอยู่หรอก แต่กับบางคน...” บุญสมพูดกวนทิ้งท้าย มองละเมียนอย่างยิ้มเยาะยิ่งทำให้เธอหงุดหงิด

“พูดให้ดีๆนะ บางคนทำไม!”

อีกด้านหนึ่ง ศรีวรรณกำลังเดินตามหาสำลีอย่างหงุดหงิด ขณะกวาดตามองหาสาวใช้เห็นบุญสมยืนอยู่กับละเมียน เธอรีบตรงเข้าไปหาแล้วเบียดละเมียนจนเซเสียหลัก

“พี่บุญสมมาแล้วเหรอจ๊ะ มาจ้ะทุกคนกำลังรอพี่อยู่นะจ๊ะ ตรงนี้ไม่เห็นน่าอยู่เลย...ไม่เจริญหูเจริญตา” กระแทกเสียงใส่พร้อมหันมาค้อนละเมียน

“นี่! ศรีวรรณ เอ็งหมายถึงใครวะ”

“จะหมายถึงใคร...ก็หมายถึงพวกคร่อมเพศจะหญิงก็ไม่ใช่ จะชายก็ไม่เชิงน่ะสิยะ”

ลอยหน้าลอยตาพูด พลางมองละเมียนตั้งแต่หัวจดเท้า บุญสมได้ยินถึงกับปล่อยหัวเราะ

“หัวเราะอะไร!”

บุญสมไม่ตอบ แต่หันไปยิ้มให้ศรีวรรณแทน สาวเปรี้ยวได้ใจรีบใส่จริตเบียดซบเขาแล้วทำออดอ้อน

“พี่บุญสมอ่ะ ยิ้มใส่ศรีวรรณทำไม ศรีวรรณอายเป็นเหมือนกันน้า...”

ละเมียนมองภาพตรงหน้าแล้วรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

คาดเชือก

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด